ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : แรด

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: กาญจนา โตะยู , อริสา ผ่องสำราญ

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: แอนดริว เกร๊กสัน,ณฐพร เตมีรักษ์

อัลบั้ม: ตามคำเรียกร้อง! แอนดริว คืนจอประกบ แต้ว "เลือดมังกร ตอน แรด"



เอกสารที่หายจากกระเป๋าเส็งทำให้คณินพานเข้าใจผิด คิดว่าเป็นแผนของแพน จะได้ไม่ต้องทำงานใช้หนี้ให้เป้งอีก แพนปฏิเสธประกาศกร้าวจะทำงานที่โรงสีเหมือนเดิม แต่คณินก็ไม่เชื่อใจ

“อย่าโง่ไปหน่อยเลย ป่านนี้สัญญาหนี้ถูกเผาเป็นถ่านไปแล้วมั้ง”

“ถึงมันจะเป็นถ่านไปแล้ว แต่ความจริงก็ยังอยู่ ฉันไปทำงานก่อนนะ”

คณินต้องรั้งไว้ ขู่ว่าโรงสีจะปิดกิจการในอีกไม่กี่วัน แต่แพนก็ไม่สนใจ ยืนยันจะทำงานจนกว่าจะถึงวันนั้นจริงๆแรดหนุ่มถอนใจเหนื่อยหน่าย ตั้งท่าจะหาเหตุผลร้อยแปดมาหว่านล้อม แต่ก็ต้องรีบผละไปเสียก่อน เมื่อเหล่าคนงานรวมตัวกันประท้วงเรียกร้องค่าแรงอีกครั้ง...

สถานการณ์คนงานประท้วงเรียกร้องค่าแรงเป็นไปอย่างวุ่นวายและดุเดือด คณินถึงกับหัวเลือดอาบ เพราะดันเอาตัวไปรับก้อนหินแทนแพน โดยมีไทเฝ้ามองด้วยแววตาเย็นชา แอบสาแก่ใจลึกๆที่ดูท่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนร้ายที่วางไว้กับมนชิต...อีกไม่นาน โรงสีของเส็งกับครอบครัวต้องมีอันปิดตัวแน่ๆ!

เวลาเดียวกันที่โรงพยาบาล...ซกเค็งอ่านจดหมายเชิญของบุ๊งให้ไปร่วมงานเปิดตัวบ่อนด้วยท่าทางหัวเสีย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเสี่ยใหญ่จะกล้าใช้บ้านเส็งมาทำบ่อนเช่นนี้ วิภาดาต้องปลอบให้ใจเย็น พร้อมให้กำลังใจว่าคณินต้องหาทางเอาโฉนดบ้านกลับคืนมาจนได้

เรื่องบุ๊งเปิดบ่อนในบ้านเส็งยังไม่น่าเจ็บใจเท่าเรื่องหลินแวะมาหาถึงโรงพยาบาลไม่นานหลังจากนั้น ไม่ได้มาเร่งรัดให้จัดงานแต่งงานเหมือนเคย แต่มาบอกยกเลิกการมั่นหมายระหว่างคณินกับมนสิชา

“อั๊วคงไม่ยกลูกสาวให้คนสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่อยากให้ลูกกัดก้อนเกลือกิน”

“อ้าว...นังหลิน นี่ลื้อจะเบี้ยวสัญญาหรือ”

“ช่วยไม่ได้ อั๊วไม่อยากดองกับคนจน!”

คณินไม่ได้สนว่าตัวเองจะได้แต่งงานหรือไม่ มัวอารมณ์ขุ่นมัวเพราะเรื่องบ่อนของบุ๊งในบ้านตัวเองมากกว่า แม้กิตติกับแพนจะห้ามไม่ให้ไป กลัวเป็นแผนลวงไปหยามน้ำหน้า แรดหนุ่มก็ไม่สนใจ ยืนยันจะไปร่วมงานให้ได้

แต่ที่แพนกับกิตติไม่รู้ คือคณินเตรียมรับมือไว้แล้ว ด้วยการเชิญพล จิ๋น ทรง สมาชิกแก๊งอาวุโสของแก๊งเหยี่ยวแดง จั๊วหัวหน้าแก๊งพังพอนและหัวหน้าแก๊งกระต่ายป่ามาร่วมงานเปิดบ่อนด้วย พร้อมประกาศตัวต่อหน้าทุกคนว่าจะรับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงคนใหม่แทนเส็ง

บุ๊งหน้าตึง ทำท่าจะไม่ยอมรับ แต่เมื่อถูกสมาชิกแก๊งคนอื่นที่คณินเชิญมาเป็นพยานส่งสายตากดดัน ก็อดใจเสียไม่ได้ สุดท้ายสองผู้ยิ่งใหญ่เลยต้องดวลกันด้วยกำลัง โดยมีมนชิตเฝ้ามองห่างๆด้วยสายตาเย้ยหยัน สาแก่ใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน แรดหนุ่มจะต้องถูกรุมจนตายเช่นเดียวกับเส็งที่เขาส่งไทไปลอบสังหารในเวลาเดียวกันนี้!

ooooooo

แต่แผนของมนชิตก็ล่มไม่เป็นท่า เพราะไทไม่ทันลงมือ กิตติซึ่งเพิ่งแยกจากแพนก็โผล่มาขัดจังหวะ นักฆ่าในคราบคนงานหนุ่มเลยต้องถอย ทิ้งไว้เพียงเสื้อคลุมสีขาวของหมอให้กิตติไว้ดูต่างหน้า

ด้านแพน...หลังแยกจากกิตติก็ตัดสินใจย้อนไปบ้านเส็งด้วยความเป็นห่วงคณิน เลยทันเห็นเขาดวลกำลังกับกริช ซึ่งอาสาเป็นตัวแทนพ่อ สู้ตัวต่อตัว โดยมีเดิมพันคือแก๊งกวางสวรรค์ของเขาจะยอมสยบให้คณิน

แพนเป็นเดือดเป็นร้อนมาก เป็นห่วงทั้งเพื่อนและแรดหนุ่ม แต่ไม่ทันขยับก็ถูกมนชิตจับไปไว้ในห้องเก็บของบ้านเส็งเสียก่อน สาวแสบพยายามดิ้นรนหาทางหนี แต่ก็สู้แรงไม่ได้

“หมาสองตัวกำลังฟัดแย่งเธอกันอยู่”

“แล้วหมาตัวนี้ล่ะ”

“หมาตัวนี้มันก็บ้ารักเธอไง”

“จะอ้วก...ถอยไปนะ”

“เรื่องอะไรจะถอย...ในบ้านไอ้คิ้มซะด้วย สะใจดีพิลึก”

แพนพยายามขู่จะฟ้องเป้งซึ่งมาร่วมงานเปิดบ่อนด้วย แต่มนชิตก็ไม่สนใจ พิษรักแรงหึงหวงเข้าครอบงำจนไร้ความยับยั้งชั่งใจ ย่างสามขุมเข้าหาจะข่มเหง สาวแสบได้แต่ถดตัวไปจนชนกำแพง กลัวจับจิตแต่ไม่วายขู่

“สักวันป๊าจะได้รู้ว่าเลี้ยงงูพิษไว้!”

ขณะที่แพนต้องรับศึกหนักจากมนชิต กริชก็สะบักสะบอมจากการสู้กับคณินจนแทบลุกไม่ขึ้น สุดท้ายบุ๊งก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหวต้องขอให้ยุติการดวลด้วยความเป็นห่วงลูกชายคนเดียว

คณินปาดเหงื่อ พร้อมเย้ยหยัน “ยอมแต่แรกก็ไม่ต้องเหนื่อย”

บุ๊งเจ็บใจและเสียหน้ามาก แต่ไม่วายเยาะแรดหนุ่ม “ลื้อได้ตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเป็นของลื้อแล้วก็รักษาไว้ให้ดีๆละกัน แต่ถึงลื้อจะเอาเก้าอี้คืนไปได้ โฉนดบ้านหลังนี้ก็ยังเป็นของอั๊วอยู่ดี”

“เชิญเสี่ยนอนกอดโฉนดให้สบายใจ แต่พอตำรวจเคาะประตูบ้านอย่าตกใจล่ะ เพราะผมเป็นคนแจ้งความเอง”

บุ๊งเริ่มใจไม่ดี แต่ยังฝืนหัวเราะ “อั๊วมีหลักฐานซื้อขาย ใครจะมาจับอั๊วได้”

“คอยดูไปละกัน ติดคุกตอนแก่คงเซ็งแย่ อยู่ข้างนอกให้ลูกหลานถอนหงอกเล่นไม่ดีกว่าหรือ”

ถ้อยคำและแววตาเหมือนรู้ทันของคณินทำให้บุ๊งเริ่มนั่งไม่ติด เลยไม่ทันสังเกตว่าเป้งหายไปตามหามนชิตตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วผีพนันหนุ่มใหญ่ก็ถึงกับหน้า ซีดเผือด เมื่อเห็นลูกชายบุญธรรมถูกไม้ตีหัวเลือดอาบในห้องเก็บของ!

ไทนั่นเองที่กลับมาช่วยแพนทันอย่างหวุดหวิด โดยที่ทั้งแพนกับมนชิตไม่ได้เห็นหน้า แต่สาวแสบก็ไม่สนใจแล้ว ทิ้งเสียงร้องโวยวายประสานกันของมนชิตกับเป้งไว้เบื้องหลัง ส่วนตัวเองรีบไปขโมยเอกสารสำคัญของเส็งจากรถบุ๊ง

ฝ่ายบุ๊ง...ยังไม่รู้ตัวว่าเอกสารที่ขโมยมาถูกชิงกลับไปแล้ว มัวอาละวาดปึงปังกับลูกชายคนเดียวที่ต้องเสียตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดง และที่สำคัญ...เสียหน้าให้แก่เด็กเมื่อวานซืนอย่างคณิน กริชพยายามปลอบ

“เอางี้...ถ้าป๊าอยากเป็นหัวหน้าแก๊ง ป๊ามาเป็นหัวหน้าแก๊งกวางสวรรค์เลย ผมยกให้”

“หุบปากไปเลย...แก๊งเชิดสิงโตอย่างนั้นไม่เหมาะกับอั๊ว คนอย่างอั๊วมันต้องใหญ่ในหมู่เสือหมู่สิงห์ ไม่ใช่สิงโตต่อตัวอย่างพวกลื้อ คอยดูไปแล้วกันว่าอั๊วจะจัดการเลื่อยขาเก้าอี้ไอ้กะล่อนคณินมันยังไง”

กริชสุดจะเอือม แต่ไม่ทันพูดอะไรก็ต้องหน้าเจื่อน เมื่อเห็นสภาพรถพ่อถูกงัดและทุบกระจกแตกไปเป็นแถบ ส่วนบุ๊งร้อนรนแทบนั่งไม่ติด ไม่ใช่เพราะสภาพรถ แต่เพราะซองเอกสารของเส็งที่ขโมยมาเมื่อวันก่อนหายไปแล้ว!

ooooooo

แพนกำซองเอกสารแน่น ก่อนจะกวาดตาไปทางหน้าบ้านเส็ง เมื่อเห็นคณินมาส่งแขกเหรื่อที่มาร่วมงานเปิดบ่อน เสี่ยใหญ่มองมาด้วยสายตาเคียดแค้น อยากจะถลาไปกระทืบแรดหนุ่มรุ่นลูกให้หายคลั่ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมีสมาชิกอาวุโสหลายคนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่


“ต้องขอบคุณทุกท่านมากเลยนะครับที่มาร่วมงานแจกตีน...เอ๊ย...งานเปิดตัวหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงในวันนี้!”

บรรดาสมาชิกแก๊งอื่นๆที่มาร่วมงานพยักหน้ารับยินดี ด้วยประจักษ์ถึงฝีมือแรดหนุ่ม ที่แม้จะถูกรุม ก็ไม่มีใครล้มได้ โดยเฉพาะจั๊ว หัวหน้าแก๊งพังพอน ลูบหน้าลูบหลังคณินด้วยความเอ็นดูและภูมิใจ เพราะเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก พร้อมสัญญาหนักแน่นจะเป็นพันธมิตรแก๊งเหยี่ยวแดงไม่เปลี่ยนแปลง

คณินเหลือบเห็นมีดเหน็บของจั๊ว เห็นตราบนด้ามคุ้นตา เหมือนบนด้ามมีดที่คนร้ายใช้แทงเขาเมื่อวันสารทจีน แต่ก็จำต้องเก็บความสงสัยไว้ ไม่อยากให้คนร้ายไหวตัว แต่ก็ตั้งใจไว้แล้วจะบุกไปถามจั๊ววันหลัง

บุ๊งมองบรรยากาศชื่นมื่นตรงหน้าด้วยสีหน้าแดงก่ำ เคืองไม่น้อยที่ทุกอย่างไม่เป็นตามที่หวัง สุดท้ายก็ทนไม่ได้ จะขึ้นรถกริชกลับบ้าน แต่กลับต้องชะงัก และข่มอารมณ์อย่างมาก เมื่อได้ยินคำพูดทิ้งท้ายกวนๆ ของคณิน

“อย่าลืมคำพูดตัวเองนะน้อง ต่อไปต้องเดินตามหลังใคร”

กริชไม่แค้นเหมือนพ่อ ตอบกลับแรดหนุ่มอย่างรู้ทัน “ไม่ลืมหรอก แต่ยังไงก็...ขอบคุณที่ออมแรง”

คณินยักไหล่ ก่อนจะฝากความลอยลมถึงบุ๊ง “มันเป็นเรื่องของคุณธรรมน่ะ ไม่อยากรังแกคนอ่อนแอกว่า ฝากไปขอบคุณป๊าแกด้วยนะ ที่ทำให้รู้ว่าการจะได้อะไรมานั้น...มันไม่ง่าย”

จบเรื่องบ่อนในบ้าน คณินก็ไม่รอช้าจะไปสืบจากจั๊วเหมือนที่ตั้งใจ เทียนลูกชายคนเดียวของจั๊วให้การต้อนรับหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงคนใหม่อย่างดี แต่สองพ่อลูกก็ถึงกับผงะ เมื่อได้เห็นมีดพกในมือคณิน

“ผมอยากรู้...ใครเป็นเจ้าของมัน”

จั๊วหน้าเครียด รู้ว่าเป็นมีดของใคร แต่กลับเฉไฉบ่ายเบี่ยง “เสียใจด้วย อั๊วจำไม่ได้”

“มันอยู่ในมือนักฆ่าคนหนึ่ง เฮียไม่คิดหรือว่า...”

“เราตีมีดขาย ส่วนคนซื้อจะเอาไปทำอะไร มันไม่ใช่หน้าที่เราต้องไปตามดู”

จบคำสองพ่อลูกก็ผละไป ทิ้งคณินให้มองตามด้วยความขัดใจ แต่ไม่ละความพยายามแน่...ดูท่าจั๊วจะต้องรู้อะไรแน่ เพราะท่าทางน่าสงสัยเหลือเกินตอนเห็นมีดพกเจ้าปัญหา...

เรื่องตราบนมีดพกยังไม่ได้ความกระจ่าง คณินก็ต้องหนักใจเรื่องใหม่ เมื่อกิตติรายงานว่าเส็งเกือบถูกทำร้ายเมื่อคืนก่อน โชคดีที่วิภาดาตัดสินใจย้ายพ่อไปห้องผู้ป่วยรวมเพื่อประหยัดเงิน เสี่ยใหญ่เจ้าของโรงสีเลยรอดมาได้

กิตติสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจเป็นคนใกล้ตัว แต่ก็ไม่มีหลักฐานพอจะชี้ตัวใคร คณินเลยได้แต่สั่งลูกน้องให้ดูแลพ่อและทุกคนในบ้านอย่างดี เพราะสถานการณ์เริ่มไม่น่าไว้ใจ และเขาก็ไม่พร้อมจะรับศึกรอบด้านในตอนนี้

วิภาดาถอนใจหนักหน่วง เป็นห่วงพี่ชายและโกรธแค้นแทนพ่อ จนพาลไปลงกับบุ๊งและกริช

“วิอยากให้ป๊าฟื้นมาดูว่าคนของป๊าทำอะไรกับเราบ้าง พวกหอกข้างแคร่ เลวทั้งพ่อทั้งลูก!”

“ใจเย็นๆ ให้เฮียใจร้อนคนเดียวพอ ม้ากับวิไม่ต้องเป็นห่วง อีกไม่นานทุกอย่างจะดีขึ้น...ผมสัญญา”

ซกเค็งเอื้อมไปจับมือลูกชาย “ป๊าเชื่อมั่นในตัวลื้อนะ”

“ผมก็เชื่อมั่นในตัวป๊าเหมือนกัน...อดทนรอวันนั้นด้วยกัน”

คณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะเบือนหน้าไปมองเส็ง ซึ่งยังนอนสงบนิ่งบนเตียง โดยไม่รู้เลยว่าเสี่ยใหญ่เริ่มมีความรู้สึกบางอย่างแล้ว ด้วยการขยับปลายนิ้วเบาๆ...

ooooooo

แพนไปพบคณินที่จุดนัดพบ พร้อมยื่นซองเอกสารสำคัญที่ขโมยจากบุ๊งคืนให้ คณินเปิดดูแล้วก็แอบโล่งใจ แต่ไม่วายกวนประสาทอีกฝ่าย ด้วยยังไม่ไว้ใจ เพราะคิดว่าเธอน่าจะอยากให้เอกสารหนี้ของเป้งหายไปมากกว่า

“เงินทั้งนั้นเลยนะ สัญญาหนี้พวกนี้รวมๆกันแล้วไปขอสาวได้เลยนะ”

“มีแต่สัญญา...แต่ถ้าลูกหนี้ไม่มีเงินจ่ายคืน มันก็เป็นแค่กระดาษ”

คณินยิ้มเจ้าเล่ห์ แกล้งแขวะ “ใช่...ลูกหนี้บางรายถึงจ่ายเป็นคนไง ส่งลูกสาวมาทำงานขัดดอก”

แพนชักสีหน้าใส่ แหวกลับ “ฉันจะรีบหาเงินต้นมาจ่ายคุณให้เร็วที่สุด ไม่ต้องห่วง”

พูดจบก็หันหลังจะกลับ คณินต้องรั้งไว้ พร้อมกับบอกว่าคงไม่ต้องรีบหาเงินใช้หนี้ขนาดนั้น

“ต้องรีบ...เพราะฉันเป็นตัวซวย อยู่ที่ไหน ที่นั่นเจ๊ง หัวหน้าตายหมด”

คณินตอบทันควันว่ายอมตาย แพนถึงกับอึ้ง สติกระเจิง แทบหาลิ้นตัวเองไม่เจอ

“แต่...ฉันคงไม่ยอมเป็นหนี้คุณไปตลอดชีวิตหรอก”

“ฉันต้องทำยังไง เธอถึงจะอยู่ข้างฉัน”

“คุณจะเก็บคนเลวอย่างฉันไว้ใกล้ตัวทำไม”

คณินทำท่าจะจูบ แต่ก็พลาดเป็นจูบลม เพราะแพนวิ่งหนีไปแล้ว ทิ้งแรดหนุ่มให้มองตามหน้านิ่ง

“อยากจะเกลียดอยู่เหมือนกัน แต่มันทำไม่ได้”

เอกสารสำคัญของพ่อ ไม่ได้ทำให้คณินทำงานง่ายขึ้น เพราะถึงจะมีสัญญาหนี้ แต่ก็ไม่มีคนใช้คืน สุดท้ายเขาเลยตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ด้วยวิธีตัวเอง และเริ่มประกาศใช้ต่อหน้าคนงานทุกคนในเย็นวันเดียวกัน

“ทุกคน...นับจากนี้อีกเจ็ดวัน โรงสีจะเปิดทำการตามปกติ ถ้าใครยังอยากจะทำงานที่นี่ มาแต่เช้านะ...ส่วนในระหว่างที่ฉันซ่อมแซมโรงสี ถ้าใครอยากมาช่วยก็มา... ไม่จ้าง แต่กินพุงกาง อาหารดี ฝีมือแม่ครัวชั้นหนึ่ง”

ขาดคำเหล่าคนงานก็ส่งเสียงเซ็งแซ่ มีทั้งที่อยากมาและที่ลังเล มีเพียงกิตติ ยกมืออาสาช่วยงานเจ้านายหนุ่มด้วยความเต็มใจ เช่นเดียวกับไท ปั้นหน้ายิ้มยินดี แต่ในใจเคร่งเครียดและรอเวลาลงมืออีกครั้ง

คณินต้องขายรถทุกคันในบ้านเพื่อเอาเงินมาซ่อมโรงสี แพนเฝ้ามองด้วยความเห็นใจและคิดจะช่วย ด้วยการแกล้งเข้าไปหาบุ๊งถึงบ้าน พร้อมข้อเสนอจะยอมเป็นนางบำเรอ แลกกับเงินใช้หนี้พนันของเป้ง

เป้งตามมารยาร้อยเล่มเกวียนไม่ทัน เชื่อสนิทว่าแพนร้อนเงินจริงๆ แต่ไม่วายกังวลเรื่องคณิน

“แล้วไอ้คิ้ม เอ้ย...ไอ้คุณคิ้ม...เอ้ย...คุณคิ้มอีจะไม่มาถอนหงอกหัวอั๊วหรือ”

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ว่าไงคะ...เสี่ยจะช่วยเราหรือเปล่า”

“เงินเล็กๆน้อยๆ ทำไมอั๊วจะช่วยไม่ได้ แต่อั๊วไม่รู้ว่ามันจะแพงเกินไปหรือเปล่า”

ท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยทำให้แพนถึงกับขนลุก แต่ก็ต้องแข็งใจปั้นหน้ายิ้มยั่วยวนกลับ

“เสี่ยจะทดลองงานก่อนก็ได้นะคะ...ฉันยินดี”

ooooooo

ระหว่างที่แพนพยายามใช้มารยาหญิงยั่วยวนบุ๊งให้หลงใหล แล้วฉวยโอกาสตอนเสี่ยใหญ่ไปอาบน้ำ รื้อห้องค้นหาโฉนดบ้านเส็ง เป้งก็เริ่มนั่งไม่ติด เพราะลูกสาวนอกคอกยังไม่กลับบ้าน เมื่อคณินทราบเรื่อง เพราะเป้งบุกไปเอาเรื่องถึงโรงสี ก็เป็นกังวลไม่แพ้กัน จนต้องแล่นจากโรงงานไปตามหาสาวแสบถึงโรงเชิดสิงโตของกริช

แต่กริชก็ไม่รู้เรื่อง จนคณินต้องกลับมาคิดทบทวน เลยเพิ่งถึงบางอ้อ ว่าเธออาจบุกไปบ้านบุ๊ง แล้วก็ไม่ผิดคาด เพราะแพนอยู่ที่นั่นจริงๆ แรดหนุ่มเลยแกล้งตีหน้าขรึม ใช้อำนาจความเป็นหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดง ร้องสั่งให้บุ๊งออกมาพบ เพื่อถ่วงเวลาให้แพนออกจากห้องนอนของเสี่ยใหญ่

แพนถึงกับหน้าเสียเมื่อเห็นคณินมาหาบุ๊ง แม้จะรู้ดีว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อช่วยถ่วงเวลา แต่ความตั้งใจที่อยากจะหาโฉนดก็ทำให้เสียเวลาอีกพักใหญ่ กว่าจะหาเจอและเล็ดลอดออกจากห้องบุ๊งได้ คณินถึงกับถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นหลังสาวแสบไวๆ ก่อนจะแกล้งกวนประสาทเสี่ยใหญ่อีกหลายยก แล้วขอตัวกลับดื้อๆ

แพนไม่ได้สนใจว่าบุ๊งจะคลั่งแค่ไหนที่เสียรู้เธอ มัวแต่จ้ำอ้าวจะกลับบ้าน ด้วยไม่อยากเผชิญหน้ากับคณินตอนนี้ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น ถูกแรดหนุ่มกระชากตัวไว้กลางทาง พร้อมคำตำหนิยกใหญ่

“มันหน้าที่เธอหรือ”

“ฉันมีส่วนผิด ฉันต้องรับผิดชอบ”

“ด้วยการเอาตัวเข้าแลกงั้นสิ”

“ก็...มันเป็นวิธีถนัดของฉัน ฉันปลดกระดุมแค่เม็ดสองเม็ด ฉันก็ได้มาแล้ว”

“เธอมันไม่รักตัวเอง พ่อเธอเป็นห่วงแค่ไหน...รู้หรือเปล่า”

“เขาแค่กลัวว่าฉันจะหนีไป แล้วไม่มีใครยอมไปทำงานขัดดอกให้น่ะสิ”

แพนล้วงเอกสารคืนให้ แต่คณินก็ไม่ยอมรับ“ฉันไม่อยากมีอะไรติดค้าง อยากชดใช้กันให้หมดในชาตินี้”

“เสียใจด้วย ต่อให้เธอใช้เวลาทั้งชาติ เธอก็ชดใช้ฉันไม่หมดหรอก”

แพนอยากจะเป็นบ้า อยากรู้นักว่าเธอทำอะไรให้เขาแค้นเคืองนักหนา คณินส่ายหน้าเอือมๆ แต่ไม่ยอมไขข้อข้องใจให้เธอ ได้แต่เปลี่ยนเรื่องคุยและจะพาเธอส่งบ้าน แพนหงุดหงิดเลยประชดส่งๆว่ากลับเองได้

คณินต้องปรามเสียงดุ “อย่าอวดดีไปหน่อยเลย เก่งแค่ไหนเธอก็เป็นแค่ผู้หญิง”

“แล้วคุณจะเดินไปส่งฉันได้ทุกวันไหมล่ะ”

คณินถึงกับอึ้ง แพนเลยถือโอกาสขอตัว พร้อมกับบอกจะเอาโฉนดไปให้วิภาดาในวันรุ่งขึ้น แล้วผละไป ทิ้งแรดหนุ่มให้มองตามตาปรอย เจ็บใจตัวเองที่ปากพล่อย ทำให้เรื่องจบไม่สวยอีกจนได้

แพนกลับไปบ้านโดยปลอดภัยและไม่มีใครรู้ เพราะทุกคนมัวประคบประหงมมนชิต ซึ่งร้องโอดโอยไม่หยุด เพราะระบมแผลที่ถูกไทฟาดหัวที่บ้านเส็งเมื่อวันก่อน สาวแสบแอบมองลอดช่องประตู ส่ายหน้าพลางคิดสมเพชพี่ชายบุญธรรม...เจ็บนิดเดียวโวยวายราวกับจะตาย คงต้องแบบนี้สินะถึงจะเป็นคนดีของพ่อแม่ได้...

ooooooo

จนแล้วจนรอด คณินก็ไม่ได้ปรับความเข้าใจกับแพน มัววุ่นเรื่องซ่อมแซมโรงสี และแก้ปัญหามากมายเกี่ยวกับคนงาน กิตติกวาดตามองรอบๆ อดเคืองแทนเจ้านายหนุ่มไม่ได้ ที่เหล่าคนงานมาช่วยซ่อมบางตาเหลือเกิน คณินต้องพูดให้ทำใจ เพราะเข้าใจความจำเป็นของเหล่าคนงานดี

“เอาน่า...แค่นี้ก็เยอะแล้ว ใครมันจะอยากทำงานฟรี”

“แต่เถ้าแก่มีบุญคุณกับพวกมันมากนะครับ”

“เรื่องปากท้องไม่เข้าใครออกใครหรอกกิตติ พวกเขาต้องเลี้ยงลูก เลี้ยงเมีย”

กิตติทึ่งไม่น้อยกับความละเอียดอ่อนและความมีเมตตาของเจ้านายหนุ่ม ไม่น่าเชื่อเลยว่าคำพูดนี้จะหลุด จากปากชายหนุ่มหยิ่งยโสที่ประกาศกร้าวตั้งแต่แรกจะไม่สืบทอดกิจการโรงสีและตำแหน่งหัวหน้าแก๊งจากเส็ง

“ทำไมนายน้อยถึงคิดจะทำโรงสีต่อล่ะครับ ในเมื่อไม่ได้อยากทำแต่แรก กลับไปอยู่เยาวราชกันไหมครับ ไปตั้งต้นใหม่ อยู่ใกล้แก๊งพี่แก๊งน้อง นายน้อยจะได้ทำงานธนาคารตามที่ตั้งใจด้วย ไม่ต้องมาขนข้าวเป็นจับกัง”

“แล้วพวกศัตรูมันไม่มีปัญญาตามไปฆ่าพวกเราที่โน่นใช่ไหม”

กิตติหน้าจ๋อย ลืมคิดสนิท “คงตามไปตั้งแต่วันแรกเลย”

“พรรคพวกที่เยาวราชก็ไม่ได้อยู่กันสนุกหรอกนะ ไล่ฆ่าไล่ยิงกันทุกวัน ชีวิตเจ้าพ่อมาเฟียไม่มีวันสงบสุข จนตาย”

“แล้วทำไมนายน้อยยอมขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งล่ะครับ”

“เพราะฉันต้องปกป้องคนที่ฉันรัก”

กิตติถึงกับเคลิ้ม จนเผลอทำค้อนหลุดมือ ไทเดินผ่านมาเลยโดนค้อนกระแทกไหล่เต็มๆ คณินไปดูแล้วถึงกับผงะ เมื่อเห็นแผลถูกแทงบนไหล่ไท แต่ก็ต้องข่มความอยากรู้ไว้ เพราะยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าไทคือแป๊ะยิ้มใจโหด

ไทไม่ทันคิดเรื่องแผลบนไหล่ ตีหน้านิ่งปฏิเสธจะไปโรงพยาบาลและขอตัวไปใส่ยาเอง ทิ้งให้คณินมอง ตามด้วยความสงสัย เช่นเดียวกับกิตติ แต่ไม่ใช่เพราะเหตุผลเดียวกับเจ้านายหนุ่ม แต่กลัวไทจะไปวอแวแพนมากกว่า

เวลาเดียวกันในครัวของโรงสี...แพนกับวิภาดาช่วยกันทำอาหารอย่างขะมักเขม้น ด้วยใกล้เวลาพักของเหล่าคนงานเต็มที แต่ถึงกระนั้น...ก็ถือเป็นโอกาสดีของแพน จะปรับความเข้าใจกับวิภาดาและคืนโฉนดให้

“วิโกรธเรามากใช่ไหม”

“สองสามวันแรกโกรธมาก แต่ตอนนี้ไม่ค่อยแล้ว”

“ถ้าเราเป็นวิ เราก็โกรธเหมือนกัน...ถูกคนที่ไว้ใจหักหลัง”

“แต่แพนไม่ได้ทำแบบนั้นใช่ไหม”

แพนถอนใจยาว รู้ดีว่าเพื่อนรักหมายถึงเรื่องที่เธอแอบเอาโฉนดไปจำนองกับกริช

“เราขอสารภาพว่าเราเอาโฉนดไปให้กริช แต่เราไม่รู้เรื่องที่มันไปอยู่ในมือเสี่ยบุ๊งได้ยังไง”

“เราก็พอจะรู้นิสัยเสี่ยบุ๊งอยู่บ้าง”

แพนยิ้ม โล่งใจที่เพื่อนเข้าใจ เลยใจกล้าพอจะเย้า “แต่ไม่รู้นิสัยกริชหรือ”

วิภาดาหน้าแดง เฉไฉคนแกงไปเรื่อยแต่ไม่พูดอะไร แพนอมยิ้ม ก่อนจะคืนซองโฉนดบ้านเส็งให้ วิภาดาตาโต ตื่นเต้นมาก จนแทบเก็บไว้ไม่ไหว ต้องวิ่งไปบอกคณินด้วยความดีใจ

ooooooo

คณินไม่มีท่าทีแปลกใจหรือยินดียินร้ายเรื่องโฉนดเลย แถมสั่งสอนน้องสาวอีกต่างหาก ให้ระวังตัว และมีสติมากกว่านี้ อย่าหุนหันพลันแล่นแก้ปัญหาโดยไม่ปรึกษาใครอีก เพราะคราวหน้าอาจไม่โชคดีแบบนี้ วิภาดารับคำดิบดี เข็ดและสำนึกไม่น้อยที่ความคิดตื้นๆ ของตัวเองเกือบทำให้ทุกคนในครอบครัวเป็นคนไร้บ้าน

ภาพแพนพูดคุยกับไทอย่างสนิทสนม ทำให้คณินละความสนใจจากวิภาดา อารมณ์หึงหวงพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ต้องตีหน้านิ่ง แล้วแกล้งถามถึงสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสาวแสบกับน้องสาว

“ไม่ได้โกรธตั้งแต่แรก เพราะรู้ว่าแพนเป็นคนยังไง ถ้าจะมีใครทำร้ายเรา คนนั้นต้องไม่ใช่แพน”

“ทำไมเชื่อใจเขาขนาดนั้น”

“ก็ดูอย่างตอนนี้สิ แพนยอมเสี่ยงไปขโมยโฉนดมาให้ ถ้าเป็นวิ...ทำแบบแพนไม่ได้”

คณินพยักหน้ารับรู้ เชื่อใจแพนอยู่แล้ว แต่สถานการณ์ก่อนหน้าก็ทำให้ไม่สนิทใจนัก

“ไม่รู้สิ...ไม่อยากตัดสินตอนนี้ ขอดูไปอีกสักพัก”

วิภาดาไม่ทันคิดถึงความนัยจากคำพูดพี่ชาย มัวตื่นเต้นเรื่องได้โฉนดคืนมากกว่า

“งั้นวิไปบอกข่าวดีม้าที่โรงพยาบาลก่อนนะ”

“อืม...ฝากดูแลป๊ากับม้าด้วยนะช่วงนี้ เฮียต้องจัดการเรื่องบ้านกับโรงสี”

“ได้จ้ะ...ไม่ต้องห่วง ฉันจะทำหน้าที่ลูกสาวให้ดีที่สุด”

วิภาดาแยกตัวไปโรงพยาบาลแล้ว คณินเลยเดินไปยั่วประสาทแพนกับไทตรงมุมกินข้าว ท่าทางพูดคุย กะหนุงกะหนิงราวกับมีแค่เราสองบนโลก ทำให้อดหงุดหงิด ไม่ได้ แต่ถึงเขาจะเสนอหน้าป่วนเท่าไหร่ แพนก็ไม่สนใจ แล้วเลือกจะผละไปดื้อๆ คณินเลยจะตามไปคุยให้รู้เรื่อง โดยมีไทมองตามด้วยแววตาไม่บอกความรู้สึก

แต่คนที่รู้สึกมากคือกิตติ ถึงกับตามไปจับผิดไท ด้วยความหึงหวงแทนเจ้านายหนุ่ม ไทเอื้อมมือไปจับมีดพกในอกเสื้อ ก่อนจะถอนใจโล่งอก ที่ความลับเรื่องตนเป็นนักฆ่าแฝงตัวมายังไม่แตก แต่เป็นเรื่องเข้าใจผิดแบบมึนๆของอีกฝ่ายมากกว่า ที่คิดว่าเขากำลังจะจีบแพน

ด้านคณิน...ไปรั้งตัวแพนไว้ ก่อนประกาศจะไปขอเธอกับเป้งที่บ้าน สาวแสบถึงกับอ้าปากค้าง แทบหาลิ้นตัวเองไม่เจอ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะกล้าพูดตรงๆแบบนี้ คณินยักไหล่เหมือนไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่

“ก็อยากรู้ไม่ใช่หรือว่าทำไมอยากได้มาอยู่ใกล้ๆ... จะได้จับตามองเธอทุกฝีก้าวยังไงล่ะ”

“จับตามองงั้นหรือ...ไม่ขังฉันไว้ซะเลยล่ะ”

“ไม่เลว...ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ”

“ถ้างั้นก็ไปขอฉันเลยสิ”

“ไปแน่...แต่จะขอมาเป็นเมียเก็บ ไม่ตบไม่แต่งนะ กลางวันก็ทำงานในครัว กลางคืนทำงานบนเตียง!”

แพนโกรธจัด ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ คณินถึงกับเลือดซึมที่มุมปาก แต่ยังพยายามอธิบาย

“บนเตียงที่พูดนี่ หมายถึงคอยดูแลป๊าฉัน...แห้งอย่างกับไม้กระดาน คิดว่าฉันพิศวาสมากนักหรือไง”

แพนถึงกับพูดไม่ออก หน้าแตกยับ แต่ไม่ทันเอ่ยอะไร คณินก็ต้องผลุนผลันออกไปก่อน เมื่อหงส์โทร.มาบอกเรื่องสุงตาย ทิ้งแพนให้มองตามด้วยความงุนงง สีหน้าเคร่งเครียดและน้ำเสียงอ่อนโยนที่เขาใช้ตอนที่คุยกับผู้หญิงชื่อหงส์ ทำให้อดน้อยใจด้วยความหึงหวงไม่ได้

“น้องหงส์...คงจะสวยมากสินะถึงต้องรีบไปหา!”

ooooooo

ก่อนไปร่วมงานศพสุงที่กรุงเทพฯ คณินต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย รวมทั้งค่าใช้จ่ายในบ้าน ด้วยการส่งกิตติไปขายเครื่องลายครามของพ่อ เงินที่ได้แม้ไม่มาก แต่คงพอพยุงสถานการณ์ทางบ้านได้พักใหญ่

ส่วนแพน...ยังคาใจเรื่องหงส์ อารมณ์เสียและหงุดหงิดเพราะความหึง จนต้องไปหลอกถามเรื่องหงส์จากกิตติ

“คุณหนูหงส์สวยที่สุดในเยาวราช เขาพูดกันว่าคุณหนูหงส์เปรียบเสมือนดอกโบตั๋นแห่งเยาวราช...รู้จักหรือ”

“เปล่า...แค่เคยคุยทางโทรศัพท์ เสียงเพราะดีเลยอยากรู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง”

แพนจะแยกไปทำงาน แต่ถูกกิตติรั้งไว้ “เออ...แพน ลืมบอก คุณคิ้มเธอสั่งไว้ ช่วงที่เธอไม่อยู่ แพนไม่ต้องมาทำงานโรงสี แต่ให้ไปดูแลเถ้าแก่ที่โรงพยาบาลแทน”

แพนรับคำงงๆ ก่อนจะผละไป ทั้งที่ในใจขุ่นมัว... อยากรู้นักว่าหงส์คือใครและมีความสำคัญอะไรกับคณิน

ฝ่ายกริช...ต้องตั้งรับข่าวลือหนาหู เรื่องมีอดีตสมาชิกคณะถูกฆ่าตายในตรอกเปลี่ยว ไม่เว้นแม้แต่ภายในคณะเอง เหล่าสมาชิกก็ถามกันเซ็งแซ่ จนเขาต้องประกาศเสียงเข้ม

“ไม่มีใครถูกฆ่าทั้งนั้น มันเป็นแค่ข่าวลือ พวกนั้นดื่มเหล้าแทนน้ำ ผลก็เลยเป็นแบบนี้ เอาเป็นว่าพวกลื้อ อย่าไปยุ่งกับอบายมุขทั้งหมดทั้งมวล ตั้งใจฝึกซ้อม ทำมาหากินสุจริตนะ”

เหล่าชาวคณะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ไม่ทันซักอะไรมากก็ต้องแตกกระเจิง เมื่อบุ๊งบุกมาเอาเรื่องลูกชายคนเดียว โทษฐานสมคบคิดให้พวกแพนมาขโมยโฉนดบ้านเส็ง กริชปฏิเสธไม่รู้เรื่อง แต่ไม่วายเหน็บพ่อ

“จะเป็นใครก็ช่าง แต่นับว่ากล้าหาญมากที่ยอมเสี่ยงตายเพื่อความถูกต้อง”

“ถูกต้องแต่ไม่ยุติธรรม ลื้อเคยเข้าข้างป๊าตัวเองไหม”

กริชได้แต่ส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย บุ๊งเลยยิ่งโมโห พลันก็ฉุกคิดได้ว่าหากลูกชายไม่รู้เรื่อง แพนคงเป็นตัวต้นแผนการล้วงคองูเห่าถึงบ้านเขาแน่ กริชไม่สนเรื่องแพนขโมยโฉนด แต่หัวเสียมากกว่าที่พ่อคิดจะซื้อแพนเป็นนางบำเรอ แต่บุ๊งกลับไม่ยี่หระ มัวแต่นึกแผนเอาคืน... แล้วเราจะได้เห็นดีกันแน่นังแพน!

แพนไม่รู้ตัวว่าจะถูกเล่นงาน มัวคร่ำเคร่งกับการเฝ้าไข้เส็งที่โรงพยาบาล สภาพแน่นิ่งเหมือนเจ้าชายนิทราของเสี่ยใหญ่ ทำให้แพนนึกสงสาร และสบายใจมากพอจะระบายความอึดอัดใจ

“เถ้าแก่...ขอโทษนะที่ฉันทำงานไม่ค่อยได้เรื่อง ทำให้เถ้าแก่ขาดทุนหลายครั้ง บางที...อาจเป็นเพราะฉันมันตัวซวย เลยทำให้คนอยู่ใกล้พลอยซวยไปด้วย ฉันคงทำได้แค่สวดมนต์ ขอพรให้เถ้าแก่”

จบคำก็คว้ามือเส็งมากุมแน่น ก่อนจะเบิกตาโพลง เมื่อสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวบางอย่าง

“เถ้าแก่...เถ้าแก่ฟื้นแล้ว!”

ในที่สุดเส็งก็ฟื้น หลังพยายามส่งสัญญาณด้วยการกระดิกนิ้วมือหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครสังเกต วิภาดาซึ่งบึ่งมาดูอาการพ่อทันทีที่ทราบเรื่องจากแพน ตื่นเต้นมาก แต่กลับต้องสลดเมื่อหมอแจ้งข่าวร้ายหลังการตรวจอย่างละเอียดว่าเส็งฟื้นตัวก็จริง แต่ก็มีปัญหาเรื่องความทรงจำที่จะย้อนกลับอดีตไปเมื่อครั้งอายุยี่สิบ!

ooooooo

ข่าวดีเรื่องเส็งฟื้น กลับกลายเป็นข่าวน่าเศร้าสำหรับทุกคนในครอบครัว เพราะแม้ว่าเขาจะมีสติพูดคุยได้ แต่ก็มองทุกคนด้วยสายตาของคนแปลกหน้า แม้หมอจะพยายามบอกให้ทำใจ และรอเวลา เพราะอาการของเส็งอาจเป็นแค่ชั่วคราว แต่วิภาดาซึ่งเป็นตัวแทนทุกคนคุยกับหมอก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้

แพนนั่งฟังอยู่ด้วย ต้องปลอบและให้กำลังใจเพื่อนรัก “อย่าหมดหวังนะวิ อย่างน้อยเถ้าแก่ก็ฟื้นแล้ว เรื่องเขาจะจำเราได้หรือเปล่า มันไม่สำคัญเท่ากับยังได้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม”

“ขอบใจมากนะแพน เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ความจำของป๊ากลับคืนมา”

วิภาดาส่งยิ้มให้แพน ก่อนจะหุบฉับและผละไป เมื่อเห็นกริชเดินมาจากอีกทาง แพนได้แต่มองตามหลังเพื่อนรักงงๆ ก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อเห็นเพื่อนหนุ่ม แต่ที่ทำให้เธอถึงกับเต้นผาง คือคำถามเรื่องระหว่างเธอกับบุ๊ง ที่แม้จะไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่สถานการณ์คืนก่อน ที่เธอลอบเข้าบ้านเขา ก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้

“ห้ามคิด...มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราขโมย...เอ๊ย...ทำธุระเสร็จก็ออกมา”

“นึกว่าจะได้เพื่อนเป็นแม่เลี้ยงซะแล้ว”

“สบายใจได้ เราปลอดภัยดี ไม่มีอะไรบุบสลาย”

“คงสบายใจไม่ได้หรอก เพราะท่าทางป๊าโกรธแพนมาก บางทีตอนนี้อาจกำลังคิดแผนเล่นงานแพนก็ได้”

“ป๊านายเป็นพวกกัดไม่ปล่อย ทำไมเราจะไม่รู้ แต่เราไม่มีทางเลือก”

“ที่ยอมเสี่ยงขนาดนี้เพราะเขาหรือ”

แพนอึ้งเมื่อเพื่อนหนุ่มพูดแทงใจเรื่องเธอทำเพื่อคณิน แต่ยังเฉไฉบ่ายเบี่ยง “เพราะเราต่างหาก เราเป็นสาเหตุทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น เราไม่อยากรู้สึกผิดไปจนวันตาย อีกอย่าง...เราสงสารเถ้าแก่”

กริชไม่เชื่อ แต่ไม่อยากเซ้าซี้ ได้แต่ปล่อยให้มันผ่านไป ก่อนจะหันมาสนใจเรื่องเส็งที่ฟื้นแล้วแต่กลับจำใครไม่ได้ และคิดว่าตัวเองอายุยี่สิบ เพิ่งลงเรือมาจากแผ่นดินใหญ่

แต่คนประสาทเสียที่สุดคงหนีไม่พ้นซกเค็ง ที่สามีสุดที่รักจำเธอไม่ได้ แถมไล่ตะเพิดอีกต่างหาก

“มันเวรกรรมอะไรของเรา ทำไมเราต้องเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้”

วิภาดาต้องกอดปลอบ “ใจเย็นๆนะม้า ป๊าเพิ่งฟื้น ให้เวลาป๊าหน่อย”

“ป๊าลื้อใจร้าย...ใจร้ายกับอั๊วที่สุด!”

สองแม่ลูกได้แต่นั่งปลงข้างเตียง กลุ้มใจเหลือเกินที่เส็งอาการหนักไม่น้อยเลยทีเดียว...

ooooooo

มนชิตมองผ้าพันแผลบนหัวแล้วก็แค้นไม่เลิก อยากรู้นักว่าใครคือคนทุบหัวเขาในห้องเก็บของบ้านเส็ง ไทก้มหน้างุด กลบเกลื่อนอาการพิรุธก่อนจะเปลี่ยนไปรายงานเรื่องสถานการณ์ในโรงสีของเส็ง

“ถ้ามันอยากเปิดนักก็ให้มันเปิดไป ให้มันมีโอกาสใช้เงินก้อนสุดท้ายของมัน!”

มนชิตประกาศกร้าว ก่อนจะโกรธจนตัวสั่น เมื่อไทแจ้งข่าวเรื่องเส็งฟื้นแล้ว แต่ไม่ทันอาละวาดเหมือนเคย ก็ได้แสยะยิ้มร้าย เมื่อเห็นโอชิน นักฆ่าสาวคนใหม่ที่นายใหญ่ส่งมาจัดการเรื่องเส็งกับคณิน

ใบหน้าเซ็กซี่กับรูปร่างเย้ายวนของโอชิน ทำให้ลูกสมุนมนชิตตาโต พลางนึกดูถูกว่านักฆ่าสาวคงไม่มีฝีมือ แต่ทุกคนก็ได้ประจักษ์และสลบเหมือดไปในคราวเดียวกัน เมื่อโอชินพิสูจน์ตัวเองในเวลาพริบตาเดียว!

ไทถึงกับอึ้ง ทึ่งในฝีมืออีกฝ่ายมาก ไม่ต่างจากมนชิต ที่ตัดบทให้โอชินหันมาสนใจภารกิจลับ

“ฉันจะให้เธอไปทำงานที่โรงน้ำชา จะเป็นกะหรี่ อีตัวหรือนักร้องก็เลือกเอา แต่เตือนไว้ก่อน เธออยู่ที่นี่ในฐานะผู้หญิงธรรมดา อย่าให้ใครรู้เด็ดขาดว่าเธอเป็นตัวอะไร”

โอชินยิ้มเย็น พลอยทำให้ไทขนลุก แต่ไม่วายรู้สึกแปลกๆกับท่าทางดุดันของนักฆ่าสาว...

ด้านคณิน...อยู่ร่วมงานศพสุงและงานแต่งตั้งหัวหน้าสมาคมเลือดมังกรคนใหม่ เลยถือโอกาสขอความช่วยเหลือจากหยกมณี ให้ช่วยล้วงความลับบางอย่างจากบุ๊ง หลังจากนั้นจึงแวะไปปรับทุกข์กับซินแสง้วงเหมือนเคย โดยเฉพาะเรื่องสัจธรรมของชีวิต ที่ว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา

“ใช่...อาจเป็นอั๊วต่อจากอาสุงก็ได้ ชีวิตคนเราไม่แน่นอน มีขึ้นมีลง มีสูงมีต่ำ สำคัญคือต้องผ่านมันไปให้ได้”

“ผมกลัวว่าผมจะมีความอดทนไม่พอน่ะสิ”

“ถ้ากลัวตั้งแต่เริ่มทำ ก็ไม่ต้องฝันถึงงานใหญ่ ศัตรูคนสำคัญของลื้อก็คือตัวลื้อเอง”

“ผมถึงเกลียดตัวเองไง มียาแก้ปากหมาไหม มันเป็นอุปสรรคใหญ่ของชีวิต ถ้าแก้ได้ ชีวิตน่าจะดีขึ้น”

“หมาบางตัวยังดีกว่าคน หมามันซื่อสัตย์ มันรักนาย ถ้าลื้อปากหมาแล้วใจยังหมา ลื้อก็ยอดคนแล้ว”

คำพูดตรงไปตรงมาของซินแสง้วงทำให้คณินถึงกับผงะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบเหมือนเดิม

“งั้นไม่ขอเป็นยอดคน ขอเป็นคนธรรมดาที่ยิ่งใหญ่พอ”

ซินแสง้วงอดหัวเราะไม่ได้ในความมักน้อยของอีกฝ่าย คณินเลยพลอยผ่อนความตึงเครียด

“สรุปคือซินแสให้ผมอดทนเหมือนหมาใช่ไหม ทุกอย่างจึงจะสำเร็จลุล่วง”

ซินแสคว้าถ้วยชามาดื่มจนหมด ก่อนจะเปรยยิ้มๆ “ลื้อเริ่มเข้าใจอะไรบ้างแล้ว...”

คืนเดียวกันที่บ่อนของบุ๊ง...เป้งเล่นไฮโลจนหมดตัว เลยไปขอกู้บุ๊งมาต่อทุน เสี่ยใหญ่สะใจมาก ยอมให้ยืมแต่ต้องใช้คืนในสามวัน เป้งหน้าถอดสี ก่อนจะตาลุกวาว เมื่อเสี่ยใหญ่เสนอให้เอาแพนมาขัดดอก ถ้าหามาคืนไม่ทัน

“อั๊วชอบอี แสบดี อยากได้มารับใช้ ไม่ได้จะเอามาทำอะไรหรอก”

เป้งนิ่วหน้า “ไหนตอนแรกว่าของราคาตก”

“ใช่...แต่ตอนนี้อีต้องเป็นของอั๊ว อั๊วอยากให้หมาบางตัวมันดิ้นพราดเหมือนโดนน้ำร้อนลวก”

เป้งหน้าเครียด แต่ก็ตกลง “ก็ได้...ถ้าอั๊วไม่คืนให้ในสามวัน ลื้อเอาแพนไป เอามาเพิ่มเป็นห้าพันเลย!”

มนชิตได้ยินทุกอย่าง กำหมัดแน่นและตามไปเอาเรื่องพ่อ ที่เอาแพนไปขัดดอก แต่เป้งก็ไม่ยี่หระ เพราะถือว่าแพนเป็นลูก และต้องทำหน้าที่ลูกตามที่เขาต้องการ...

แพนยังไม่รู้ตัวว่าจะกลายเป็นสินค้าขัดดอกของพ่อ มัวหมกมุ่นกับการทำงานหาเงินปลดแอกตัวเอง หลังจากที่ถูกมนชิตขโมยเงินไปเมื่อคราวก่อน แต่ระหว่างทางกลับบ้าน ก็กลับต้องตะลึง เมื่อเห็นศพจั๊วถูกจับแขวนบนต้นไม้!

แต่ที่ทำให้เทียนลูกชายคนเดียวของจั๊วแห่งแก๊งพังพอนถึงกับแค้นแทบกระอัก ก็เมื่อเห็นตราประจำแก๊งเหยี่ยวแดงถูกประทับบนหน้าผากพ่อ แพนเห็นวิภาดากำลังเดินมาก็วิ่งไปห้าม แต่ก็รั้งไว้ไม่ได้ โชคดีที่คณินกลับมาปากน้ำโพทันเวลา เลยถลาเข้าขวางและพยายามจะไกล่เกลี่ย

เทียนโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แหวลั่นว่าคณินทำให้จั๊วตาย แรดหนุ่มผงะ โต้กลับทันควัน

“จะบ้าหรือ ฆ่าคนแล้วต้องประกาศให้โลกรู้ด้วยว่าเนี่ยฝีมือกู”

“ไม่สำคัญว่าใครฆ่า แต่สำคัญคือเป็นคำสั่งของใคร”

“ตราบนหน้าผากนั่นสินะ...บอกความจริงกับนาย”

“ตรามันอยู่กับหัวหน้าแก๊ง แล้วลื้อจะให้อั๊วคิดยังไง”

“งั้นถ้าอั๊วโดนมีดที่มีตราประทับของแก๊งพังพอนเสียบพุง ก็แสดงว่าคนสั่งการก็คือหัวหน้าแก๊งพังพอน ใช่ไหม”

เทียนชะงัก แต่ก็ยังไม่เชื่อสนิท ประกาศกร้าว “ได้... อั๊วจะถอยก่อน แต่ลื้อต้องสืบมาให้ได้ว่าใครทำป๊าอั๊ว และจนกว่าจะรู้ตัวคนร้าย...เราเป็นศัตรูกัน!”

พูดจบก็ร้องสั่งให้ลูกน้องเก็บศพพ่อ คณินได้แต่คุกเข่าเคารพศพจั๊ว พร้อมสัญญากับตัวเองหนักแน่น จะต้องควานหาตัวฆาตกรตัวจริงมาลบล้างมลทินให้ครอบครัวและแก๊งเหยี่ยวแดงให้ได้

ooooooo







ละครซีรีส์เลือดมังกร : แรด ตอนที่ 4 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : แรดติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : แรด ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย แอนดริว เกร๊กสัน,ณฐพร เตมีรักษ์ 23 มิ.ย. 2558 08:50 2015-06-27T00:43:35+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ