ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : แรด

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: กาญจนา โตะยู , อริสา ผ่องสำราญ

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: แอนดริว เกร๊กสัน,ณฐพร เตมีรักษ์

อัลบั้ม: ตามคำเรียกร้อง! แอนดริว คืนจอประกบ แต้ว "เลือดมังกร ตอน แรด"



เช้าวันหนึ่ง ณ สมาคมเหยี่ยวแดงแห่งปากน้ำโพ

...เส็ง เสี่ยใหญ่หัวหน้าแก๊งคนปัจจุบัน ตัดสินใจประกาศต่อหน้าสมาชิกอาวุโส ขอยุติบทบาทหัวหน้าแก๊ง และจะขอส่งต่อให้คณินหรือคิ้ม ลูกชายสุดหล่อจอมกะล่อน ซึ่งหายหน้าหายตาจากปากน้ำโพเกือบหกปี เพราะไปเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ

บุ๊งสมาชิกอาวุโสฝ่ายขวาถึงกับช็อกเพราะหวังกับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งไว้มาก และอดไม่ได้จะโพล่งออกไป

“อ๋อ...ลูกชายของเฮีย คนที่กะล่อนๆ ไม่ค่อยมีสัมมาคารวะ พูดจาขวานผ่าซากใช่ไหม จำได้ๆ...อาคิ้มนั่นเอง หายหน้าไปหลายปี คงไม่ลืมทางกลับบ้านนะ”
เสียงวิจารณ์เซ็งแซ่หลังจากนั้น เหล่าสมาชิกมองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนจะถามด้วยความสงสัย ถ้าคณินไม่กลับมาจะทำเช่นไร เส็งเลยตัดปัญหาจะรออีกสิบห้าวัน หากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่โผล่หน้า เขาจะเลือกหัวหน้าแก๊งคนใหม่ บุ๊งหัวเสียมาก แต่ต้องพยายามข่มอารมณ์ และได้แต่ภาวนา...ขออย่าให้ไอ้คิ้มมันกลับมาเลย!

ถึงจะทำหน้ามาดมั่นต่อหน้าสมาชิกทุกคน ที่จริงเส็งร้อนรนแทบคลั่ง ไม่แน่ใจว่าคณินจะยอมสืบทอดเจตนารมณ์หรือไม่ แต่ถึงกระนั้น...เสี่ยใหญ่ก็ไม่มีเวลาโอดครวญนาน ต้องลงเรือไปติดต่องานที่กรุงเทพฯ และร่วมพิธีสารทจีนพร้อมสมาชิกแก๊งเลือดมังกรคนอื่นๆที่ศาลเจ้าในอีกไม่กี่วัน โดยมีกิตติมือขวาคนสนิทตามประกบเหมือนเคย

ระหว่างที่เส็งกลุ้มใจอย่างหนัก คณิน...นายน้อยแห่งแก๊งเหยี่ยวแดงกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯตามประสาหนุ่มเจ้าชู้ กิตติตามตัวจนเจอ เกลี้ยกล่อมให้ไปร่วมงานสารทจีนที่ศาลเจ้าและกลับปากน้ำโพด้วยกัน

คณินพยักหน้ารับกวนๆ “ฉันไปแน่ที่งาน แต่บ้าน...คงไม่ใช่ตอนนี้”

กิตติถอนใจหนักหน่วง แต่ไม่ละความตั้งใจจะกล่อม “แต่โรงสีกำลังมีปัญหานะครับ เถ้าแก่อยากให้คุณกลับไปช่วยงาน อีกอย่าง...เรื่องหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงคนใหม่ที่จะตั้งให้คุณ...”

คณินขัดขึ้นทันที “ไม่เป็นโว้ย จบมหาลัย ไม่ได้จบบู๊ลิ้ม เรื่องแก๊งก๊งอะไรนี่ ไม่ขอเอี่ยว”

จบคำคณินก็หมุนตัวเดินหนี กิตติได้แต่มองตามเซ็งๆ ก่อนจะตะโกนไล่หลัง

“หนีอะไรก็หนีได้ แต่หนีตัวเองไม่พ้นหรอกนะครับนายน้อย”

คณินหนีไปทางขบวนสิงโตเชิด ขี้เกียจต่อปากต่อคำกับคนสนิทพ่อ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น

“คุณคิ้มเป็นลูกชายคนเดียวของเถ้าแก่ ยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้”

“คนอยากขึ้นเป็นใหญ่เยอะแยะ ยกให้ใครไปซะ”

“คนอยากขึ้นเป็นใหญ่กับคนที่เหมาะสม มันคนละคนกันนะครับ”

“อ้อ...งั้นคนที่เหมาะสมจะเป็นมาเฟียก็คือฉันงั้นหรือ หล่อเร้าใจแบบนี้เนี่ยนะ ถามจริงเหอะ ถ้าฉันไม่ใช่ลูกป๊า ฉันยังจะเหมาะอยู่ไหม ใครจะก้มหัวให้ฉัน”

กิตติก้มหัวให้ ราวจะสื่อว่าเขาคือหนึ่งในคนที่จงรักภักดี แต่คณินก็ไม่สนใจ ฉวยโอกาสตอนอีกฝ่ายก้มหัว วิ่งฝ่าขบวนสิงโตเชิดไปอีกทาง มือขวาหนุ่มของเส็งได้แต่มองตามด้วยความเหนื่อยหน่าย แต่ก็จำต้องตามต่อ ตามคำสั่งเส็งซึ่งเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกชายคนเดียวในสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจเช่นนี้

ooooooo

ไม่ใช่แค่สถานการณ์ทางปากน้ำโพเท่านั้นที่ไม่น่าไว้ใจ เพราะมีหลายคนต้องผิดหวังจากตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงคนใหม่อย่างบุ๊ง แต่สถานการณ์ในพิธีเทกระจาดในศาลเจ้าก็วุ่นวายไม่แพ้กัน เมื่อจู่ๆก็มีกลุ่มมือปืนไม่ทราบสังกัด โผล่พรวดมากราดกระสุนใส่คณินกับแก๊งเพื่อนสนิทแบบไม่ยั้ง!

ภรพ ทรงกลด ธามและหงส์แยกไปคนละทาง ส่วนคณิน...วิ่งไล่ล่ากลุ่มมือปืนไปตามตรอกข้างศาลเจ้า และก็เกือบจะเค้นคอถามหาตัวคนบงการได้อยู่แล้ว ถ้าหนึ่งในกลุ่มคนร้ายจะไม่ถูกดาบยาวฟันคอขาดเสียก่อน!

คณินตกใจมาก ไม่ทันขยับ ก็ต้องหันมาตั้งรับซามูไรหน้าเหี้ยม สองหนุ่มฟาดฟันจนถึงท่าน้ำ ผลัดกันรุก ผลัดกันรับและผลัดกันเสียท่าไปหลายหน จนในที่สุดซามูไรหนุ่มก็เป็นฝ่ายพลาด ถูกฟันดาบกระเด็นลงน้ำ

เมื่อไร้อาวุธ ซามูไรหน้าเหี้ยมเลยคว้าตัวเด็กเล็กแถวนั้นเป็นตัวประกัน โชคดีที่มีแป๊ะยิ้มจากคณะสิงโตเชิดผ่านมาช่วยทันเวลา แต่ก็ต้องแลกกับแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ คณินโมโหมาก ขึ้นคร่อมซามูไรแล้วต่อยรัวไม่นับจนอาการปางตาย ก่อนจะประกาศกร้าว ไม่ให้กลับมายุ่งวุ่นวายกับเขาอีก

ซามูไรหน้าเหี้ยมคลานหนีไปแล้ว คณินเลยหันไปเก็บมีดพกเล่มเล็กของตัวเองเข้าที่ และหันไปดูอาการแป๊ะยิ้ม แต่ไม่ทันอ้าปากขอบคุณ ก็ถูกอีกฝ่ายพลิกตัวมาแทงท้องจนมิดด้าม และผลักให้ตกลงน้ำ!

คณินคงเอาชีวิตไปทิ้งกลางแม่น้ำแล้ว ถ้าซินแสง้วงไม่เกิดลางสังหรณ์ และตามมาช่วยทันเวลา แรดหนุ่มจอมกะล่อนเลยรอดชีวิตมาได้ ท่ามกลางข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วปากน้ำโพ ว่าเขาจากโลกนี้ไปแล้ว...

ช่วงเวลาเดียวกันที่ปากน้ำโพ...แพน ลูกสาวคนโตของเป้ง หนึ่งในสมาชิกอาวุโสของแก๊งเหยี่ยวแดงออกมาร่ายรำพัดด้วยท่าทางยั่วยวนในโรงน้ำชา เพราะอยากทำให้พ่อขายหน้าที่ไม่เคยชอบใจหรือยอมรับในตัวเธอ แต่ผลกลับไม่ดีนัก เมื่อเป้งโกรธจัด และจัดการลากเธอกลับไปทำโทษอย่างหนักที่บ้าน โดยมีมนชิตพี่ชายบุญธรรมของเธอตามติด สีหน้าถมึงทึงไม่ต่างจากพ่อ ด้วยความหึงหวง เพราะแอบหลงรักน้องนอกไส้จนโงหัวไม่ขึ้น

ท่าทางยัวะจัดของพ่อไม่ทำให้แพนสะทกสะท้าน เป้งเสียอีกที่อดรนทนไม่ได้ แหวลั่น

“นี่ลื้อตั้งใจจะทำให้อั๊วอับอายใช่ไหม”

“ก็อย่าบอกใครสิ ว่าฉันเป็นลูกสาวพ่อ จริงสิ... แม่ของฉันก็เคยรำพัดอยู่ที่นี่นี่นา”

“นังลูกไม่รักดี กลับบ้านเดี๋ยวนี้ แล้วอย่าให้อั๊วเห็นว่าลื้อมาที่นี่อีก”

“ฉันแค่มารับจ้างแสดง ไม่ได้มาขายตัวซะหน่อย”

สองพ่อลูกคงเถียงกันจนตายไปข้าง ถ้ามนชิตจะไม่เข้ามาห้ามและลากทั้งสองกลับ ก่อนจะกลายเป็นเป้าสายตาและอาหารปากของชาวบ้านละแวกนี้...ที่
สองพ่อลูกกัดกันอย่างกับหมา!

จบจากปะทะคารมเดือดกับพ่อ แพนก็ต้องกลับบ้านมาต่อล้อต่อเถียงกับหลินและมนสิชา แม่เลี้ยงและน้องสาวคนละแม่ ซึ่งกำลังถกเรื่องการกลับมาของคณินในฐานะหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงคนใหม่ รวมทั้งความฝันแสนหวานจะได้เป็นนายหญิงประจำแก๊ง แพนเดินเข้าบ้านด้วยท่าทีเฉยเมยเหมือนอีกฝ่ายไม่มีตัวตน สองแม่ลูกถึงกับเต้น โดยเฉพาะหลิน แกล้งเปรยลอยๆถึงกำพืดของลูกเลี้ยงที่เธอแสนชัง

“เด็กใจแตก ถ้าไม่หนีตามผู้ชายก็คงท้องไม่มีพ่อ”

“ถ้าท้อง...ก็ต้องมีพ่อสิจ๊ะ ท้องไม่มีพ่อ ต้องทำไง”

แพนโต้กลับกวนๆ หลินถึงกับปรี๊ดแตก คว้าข้าวของข้างตัวปาใส่ลูกเลี้ยงไม่ยั้ง รวมถึงเสื้อผ้าของลูกค้าซึ่งมาว่าจ้างให้ซัก แพนหลบหลีกด้วยท่วงท่าสบายๆเพราะเคยชินตั้งแต่เด็ก แต่ก็หนีไม่พ้นบทลงโทษสุดโหดของเป้งหลังจากนั้น จนเนื้อตัวช้ำและมีเลือดซิบไปทั่วหลัง สาวแสบประจำบ้านกลั้นน้ำตาแทบแย่ พร้อมสัญญากับตัวเอง

“อั๊วเก็บเงินพอเมื่อไหร่ อั๊วจะไปจากที่นี่ อั๊วสัญญา!”

ooooooo

ถึงจะรอดชีวิตจากแม่น้ำแบบไม่ทุลักทุเลนัก แถมมียาดีจากซินแสง้วงช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด แต่สภาพร่างกายก็ไม่ค่อยฟื้นตัว อ่อนแรงและสะบักสะบอมพอควรเพราะถูกแทงเข้าที่สำคัญ คณินเลยตัดสินใจจะเก็บตัวเงียบในศาลเจ้า ไม่ติดต่อหรือส่งข่าวบอกใครเลย...แม้แต่เส็ง พ่อแท้ๆ ว่าเขายังมีชีวิต

“ถ้าหาศพอั๊วไม่เจอ ป๊าไม่เชื่อหรอกว่าอั๊วตาย แต่ช่วงที่ยังไม่หายดี อั๊วขอเป็นคนตายไปก่อน”

ซินแสง้วงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะแจ้งข่าวที่ทำให้คณินถึงกับพูดไม่ออก

“คนที่ตายจริงคืออาฉาง”

“อาฉาง...อาฉางตายเหรอซินแส”

“ใช่...อาฉางตายแล้ว โดนพวกมันฆ่าตาย ลื้อซ่อนตัวได้ไม่นานหรอกนะ ป๊าม้าลื้อเป็นห่วง”

“เอาน่า...ป๊าม้ารู้ว่าคนอย่างผมไม่ตายง่ายๆ ยังไงฝากซินแสไหว้ศพอาฉางด้วย เอาไว้ผมจะไปเยี่ยมทีหลัง”

คณินยิ้มกลบเกลื่อนความเคร่งเครียดเต็มที่ อยากแวะไปเคารพศพฉาง และดูอาการหงส์ เพื่อนผู้หญิงคนเดียวในแก๊งทายาทเลือดใหม่ที่เขารักและห่วงเหมือนน้องสาวแท้ๆ แต่ต้องตัดใจเพราะยังไม่ไว้ใจสถานการณ์

สถานการณ์ที่บ้านของแพนย่ำแย่ไม่แพ้ของคณิน แต่สาวแสบก็ชินเสียแล้ว เพราะตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านนี้กับเป้ง ก็ถูกหลินกับมนสิชาโขกสับราวกับทาสรับใช้มาตลอด ไหนจะมนชิต พี่ชายบุญธรรมที่ใช้ศักดิ์ความเป็นพี่เข้าใกล้และลวนลามเธอตลอด ดีที่เธอไม่ใช่คนขี้กลัว เลยโวยวายเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง

และวันนี้ก็ไม่ต่างจากวันก่อนๆ แพนตื่นมาซักผ้าซึ่งชาวบ้านมาจ้างให้ซักแต่เช้าแทนหลินกับมนสิชา ซึ่งดีแต่ปั้นหน้ายิ้มต้อนรับลูกค้าและเอาเงินค่าจ้างไปผลาญแทบไม่มีเหลือเก็บ หลังจากนั้น...สาวแสบก็แต่งตัวออกจากบ้านไปทำงานที่โรงสีของเส็ง เพื่อชดใช้หนี้ให้เป้ง ซึ่งบากหน้าไปขอยืมจากเส็งไปใช้หนี้การพนันก้อนโต

ลับหลังเป้ง...แพนไม่ได้สวมบทสาวเปรี้ยวชอบรำพัดและยั่วยวนเหมือนสาวในโรงน้ำชา แต่กลับกลายเป็นหญิงสาวเอาการเอางาน จนวิภาดา ลูกสาวคนเล็กของเส็งและน้องสาวคนเดียวของคณินนึกชอบในนิสัยใจคอ และไว้ใจให้ช่วยงาน และวันนี้สาวแสบก็ถึงกับนิ่วหน้า เมื่อค้นพบว่าข้าวที่ส่งไปขายล่าสุดถูกตีกลับทั้งหมด!

ไท หนุ่มคนงานท่าทางขยันขันแข็งขยับไหล่ด้วยความยากลำบาก ก่อนจะรายงานสองสาว ว่าเส็งกลับจากกรุงเทพฯแล้ว พร้อมกับกิตติ วิภาดาเลยรีบไปบอกเรื่องข้าวถูกตีกลับ เส็งถอนใจหนักหน่วง ส่งลูกสาวไปดูแลซกเค็งภรรยาคู่ชีวิตและแม่ของคณินกับวิภาดา ส่วนตัวเองไปคุยกับแพนเรื่องความเสียหาย

แต่ความเสียหายเรื่องข้าวก็ไม่น่ากลุ้มใจเท่าการหายตัวไปอย่างลึกลับของคณิน เส็งประสาทเสียมาก และมีท่าทีเซื่องซึมจนแพนเริ่มผิดสังเกต และอดไม่ได้จะแอบถามจากกิตติ

กิตติส่ายหน้าเนือยๆ ก่อนจะเอ่ยปาก “ก็คุณคิ้มน่ะสิ หายตัวไป จนป่านนี้ยังไม่เจอศพเลย”

ไทหรือแท้จริงก็คือแป๊ะยิ้มจอมโหดลอบยิ้มด้วยความสะใจ แต่ไม่มีใครเห็น เพราะมัวแต่ตกใจเสียงแตกตื่นของซกเค็งที่ผ่านมาได้ยินแพนกับกิตติคุยกันโดยบังเอิญ

“เฮีย...ลื้อว่าอะไรนะ อาคิ้มตายแล้วเหรอ!”

ooooooo

ซกเค็งร้องไห้แทบขาดใจกับการจากไปของคณิน โดยมีเส็ง วิภาดาและกิตติยืนมองไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะเส็ง พยายามจะอธิบายว่ายังไม่มีใครพบศพลูกชาย แต่ซกเค็งก็ไม่สนใจจะฟัง

“อั๊วเป็นแม่ที่มีกรรม...อาคิ้ม...ทำไมลื้อไม่อยู่เผาศพอั๊ว ทำไมให้อั๊วมาเผาศพลื้อ”

วิภาดากอดปลอบแม่ “ม้า...อาป๊าบอกแล้วไงว่าเฮียแค่หายตัวไป บางทีเฮียอาจจะไม่ตาย”

ความเศร้าโศกของซกเค็งทำให้เส็งเครียดหนักกว่าเดิม แต่ก็ตัดสินใจเล่าให้สองแม่ลูกฟังว่าเรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นในงานสารทจีนที่ศาลเจ้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่มี

ใครพบตัวคนบงการ เสี่ยใหญ่ก็ได้แต่หวังและภาวนาว่าจะจับตัวได้โดยเร็ววัน และสำคัญสุด...คณินจะต้องมีชีวิตอยู่และได้กลับมาสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดง!

แม้จะปลอบใจและให้ความหวังทุกคนในครอบครัวว่าคณินน่าจะยังมีชีวิต ตราบใดที่ไม่พบศพ แต่เส็งก็หนักใจไม่เลิก เพราะมีอีกหนึ่งความลับที่ไม่ยอมเผยกับใคร นั่นคืออาการเจ็บป่วยของเขา รวมทั้งความจริงที่ว่าเขาอาจมีชีวิตอยู่ต่อได้ไม่นาน เลยอยากจะส่งต่อตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้คณิน

แต่ความลับที่ว่าก็ไม่ใช่ความลับเฉพาะเขาอีกต่อไป เมื่อแพนมาเจอเขาอาการกำเริบและนั่งพ่นยาในห้องทำงาน สาวแสบถึงกับทำหน้าไม่ถูก ไม่กล้าถาม แม้จะอยากรู้มาก เสี่ยใหญ่เลยตัดสินใจบอกเสียเอง

“อั๊วไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ แต่ตอนนี้มีลื้อ คนหนึ่งที่รู้ ฉะนั้น...ถ้ามีคนรู้เรื่องนี้อีก อั๊วจะโทษลื้อ...จำไว้”

ขณะที่สถานการณ์ที่ปากน้ำโพไม่ค่อยดี สถานการณ์ของคณินซึ่งพักรักษาตัวที่ศาลเจ้ากลับอาการดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะบ่นไม่หยุดปากเรื่องยาขมๆของซินแสง้วง แต่โดยรวมแล้วสภาพร่างกายของแรดหนุ่มก็ฟื้นตัวขึ้นมาก

ซินแสง้วงไม่อยากให้คณินนิ่งนอนใจ เพราะเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้น เลยพยายามเตือนสติ แต่แรดหนุ่มก็ไม่เชื่อ มั่นใจในตัวเองมากด้วยซ้ำว่าไม่เคยมีปัญหากับใคร

“พวกที่ถล่มโรงงิ้ว อาจจะเป็นศัตรูภรพ ทรงกลด หรือไม่ก็ไอ้ธาม ดีไม่ดีเป็นของแปะสุง ไม่งั้นอาฉางคงไม่...”

คณินเลือกจะไม่พูดถึงฉางให้สะเทือนใจ แต่กลับก้มหน้าก้มตากินยารสชาติขมปี๋จนแทบอยากจะพ่นออกมา

“เอาอะไรมาให้กินเนี่ย ขมติดลิ้นติดคอหอย จูบผู้หญิงที สงสัยหนีหมด”

“สมุนไพรถอนพิษ แก้ช้ำใน ลื้ออดทนกินสักสิบมื้อก็จะกลับมาแข็งแรงได้ไม่ยาก”

ได้ยินจำนวนแล้วคณินก็ถึงกับโวยลั่น “สิบมื้อ...เพราะไอ้แป๊ะยิ้มคนเดียวที่ทำให้ผมต้องทรมานแบบนี้ ผมต้องรู้ให้ได้เลยว่ามันเป็นใคร จะเอามีดไปคืนที่
หน้าท้องมัน”

“ลื้อจะหาตัวมันเจอได้ไง ในเมื่อลื้อไม่เห็นด้วยซ้ำว่าหน้าตามันเป็นยังไง”

“ถึงไม่เห็นหน้า แต่ก็พอรู้ว่ามันมาจากไหน...”

คณินคิดไม่ตกว่าผู้บงการตัวจริงที่ส่งซามูไรหน้าเหี้ยมกับแป๊ะยิ้มใจโฉดมาลอบสังหารเขาคือใคร เช่นเดียวกับทางฝั่งเส็ง พยายามสืบอย่างหนัก จนรู้ว่าคนร้ายอาจเป็นคนในคณะสิงโตเชิด และคนน่าสงสัยสุดก็คือบุ๊ง สมาชิกแก๊งเหยี่ยวแดงฝ่ายขวาผู้ทะเยอทะยาน และเจ้าของกิจการคณะเชิดสิงโต

“ไอ้บุ๊ง...มันอยากเป็นหัวหน้าแก๊งขนาดลงมือฆ่าอาคิ้มเลยเหรอวะ เป็นไปได้หรือ”

กิตติก็ไม่แน่ใจ แต่จากพยานหลักฐาน หลายสิ่งก็เข้าเค้า “มีคณะเชิดสิงโตที่ไปแสดงงานนั้นหลายคณะ รวมถึงคณะของเสี่ยบุ๊งด้วยครับเถ้าแก่ และที่สำคัญ...คนที่ทำร้ายคุณคิ้มมันสวมหัวแป๊ะยิ้มด้วยครับ”

ข่าวคราวการหายสาปสูญของคณินแพร่สะพัดไปทั่วปากน้ำโพ ยิ่งนานวันข่าวลือก็ยิ่งหนาหู จนแพนอยากจะเชื่อสนิทว่าลูกชายคนเดียวของเส็งตายแล้วจริงๆ เช่นเดียวกับความเสียหายของกิจการโรงสีของเส็ง ที่นับวันก็ยิ่งแย่ เพราะผลพวงจากการที่ข้าวงวดล่าสุด

ถูกตีคืนเกือบทั้งหมด

กริชลูกชายคนโตของบุ๊ง ผ่านมาเห็นแพนทำหน้าเหมือนกำลังเซ็งขนาดหนัก ก็อดไม่ได้จะไปถามไถ่

“เป็นอะไรไป...ทำไมทำหน้าเหมือนคนป่วยใกล้ตาย”

“สงสารเถ้าแก่ หนนี้...ขาดทุนยับเยิน”

กริชไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ เพราะตัวเองก็ทำการค้าเหมือนกัน “ทำการค้า ย่อมมีกำไร ขาดทุน เสี่ยเส็งเป็นคนค้าขายมาทั้งชีวิต ล้มลุกคลุกคลานมาก็มาก แค่นี้ไม่ระคายผิวหรอก ไม่ต้องไปกลุ้มแทนเขา”

“ไม่กลุ้มแทนได้ยังไง ฉันมีส่วนผิดกับเรื่องนี้เต็มๆ”

กริชนิ่วหน้าไม่เข้าใจ แพนเลยอธิบายว่าหน้าที่รับผิดชอบเช็กข้าวก่อนส่งขายเป็นของเธอ และหนนี้ก็เกิดความผิดพลาด ก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล กริชส่ายหน้าและปลอบไม่ให้คิดมาก พร้อมกับเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ

“จริงสิ...แพนรู้ข่าวลูกชายเสี่ยเส็งไหม ตกลงมันเรื่องจริงหรือเปล่า...”

ooooooo

การหายไปของคณินทำให้หลายฝ่ายตามหากันให้วุ่น โดยเฉพาะบ้านเส็ง กระวนกระวายแทบบ้า ไม่รู้ว่าทายาทคนสำคัญที่จะมารับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงมีชะตาชีวิตเช่นไร ต่างจากบ้านเป้ง ไม่อินังขังขอบกับการหายไปของแรดหนุ่มมากนัก โดยเฉพาะมนสิชา...ถึงกับเฮลั่น!

“เรื่องจริงก็ดีน่ะสิคะ...ฉันจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับนายคิ้มอะไรนั่น”

แต่มนสิชาคงเป็นคนเดียวในบ้านที่กระดี๊กระด๊า เพราะหลินถึงกับโอดไม่หยุด เสียดายว่าที่ลูกเขย ลูกชายคนเดียวของเส็ง เศรษฐีใหญ่แห่งปากน้ำ ส่วนเป้งไม่ยินดียินร้าย แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคณิน

มนชิตนั่งฟังพ่อแม่กับน้องสาวนิ่งๆ แต่ไม่ยอมพูดอะไร และเมื่อลูกสมุนมาตามไปพบไทด้านนอก ก็ลอบออกไปเงียบๆ แป๊ะยิ้มใจโฉดในคราบคนงานหนุ่มส่งยิ้มเย็นๆให้ ก่อนจะรายงานว่าเป็นคนลงมือแทงคณินจนมิดด้าม

มนชิตยินดีและสะใจมาก “ดี...ไอ้คิ้มมันตาย ก็เท่ากับหมดเสี้ยนหนาม!”

คืนเดียวกันที่ห้องแพนในบ้านเป้ง...สาวแสบหัวเสียอย่างหนัก เมื่อค้นพบว่าเงินที่เก็บสะสมมานานปีเพื่อหนีออกจากบ้าน หายไปทั้งหมด และผู้ต้องสงสัยก็ไม่ใช่ใคร มนชิต...พี่ชายบุญธรรมที่จ้องจะเขมือบเธอทุกขณะจิต!

แพนไม่รอช้า บุกไปเอาเรื่องถึงห้อง มนชิตไม่มีท่าทีสะทกสะท้านหรือสำนึกผิด แถมขยับประชิดและพยายามจะลวนลามเธออีกต่างหาก สาวแสบดิ้นขลุกขลัก ขัดขืนเต็มที่ แหวใส่ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่

“แพนก็รู้ว่าเฮียคิดจะทำอะไร”

แพนหน้าเสีย โวยลั่น “หยุดความคิดต่ำๆนะ...ถอยไป!”

“ไม่เอาน่าแพน เฮียรักแพนใจจะขาดอยู่แล้ว เป็นของเฮียเถอะนะ”

“เสียสติ นี่เราเป็นพี่น้องกันนะ”

“พี่น้องที่ไหน ถึงจะใช้นามสกุลเดียวกัน แพนก็รู้ว่าเฮียไม่ใช่ลูกแท้ๆของอาป๊า นะแพนนะ...ถ้าแพนยอมเป็นเมียเฮีย เฮียจะดูแลแพนอย่างดี แม้แต่อาม้าก็แตะต้องแพนไม่ได้”

จบคำก็เข้าซุกไซ้น้องสาวนอกไส้อย่างหื่นกระหาย แพนพยายามสะบัดตัวออก แต่คงออกแรงมากไป มนชิตเลยกระเด็นเสียหลักไปกระแทกข้างฝา เสียงดังเอะอะ เรียกสมาชิกในบ้านให้โผล่มาดู แล้วหลินก็อาละวาดทันทีที่เห็นสภาพหัวร้างข้างแตกของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แต่แพนก็ไม่กลัว ท้าให้ถามจากมนชิตเองว่ากำลังจะทำอะไร

มนชิตทำท่าอึกๆอักๆ แก้ตัวเสียงเจื่อน “ผม...พลาดล้มเองม้า ไม่ได้เป็นอะไร”

หลินสวนกลับทันควันตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน “ม้าไม่เชื่อ นังแพนเข้ามาในห้องลื้อทำไม มันมาขโมยเงินใช่ไหม แล้วลื้อจับได้คาหนังคาเขา มันเลยทำร้ายลื้อ นังแพน...อั๊วจะแจ้งความจับลื้อ!”

เป้งหน้าเสีย กลัวใจเมียจะแจ้งความจับจริงๆ เลยจัดการกระชากแพนออกไปด้านนอก

“อั๊วเคยบอกลื้อแล้วใช่ไหมว่าอย่าขโมยของคนอื่น ขโมยยังไม่พอ นี่ถึงกับทำร้ายพี่ชายจนเลือดตกยางออก อั๊วจะตีลื้อให้เลือดมันออกพอๆกะอามนชิต”

เป้งคว้าไม้เรียวมาฟาดแพนไม่ยั้ง จนเกิดแผลเลือดซิบตามตัว แต่แพนก็ไม่ร้องสักแอะ แสดงถึงความเจ็บปวดหรือความอ่อนแอให้เห็น หลินกับมนสิชาสะใจมาก โดยมีมนชิตยืนหลบตาตามประสาคนขี้ขลาด กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ

เวลาเดียวกันที่ศาลเจ้าในกรุงเทพฯ...คณินนั่งเหม่อคนเดียวที่ท่าน้ำ คิดไม่ตกจะจัดการอนาคตตัวเองเช่นไร ซินแสง้วงผ่านมาเห็นเลยเข้ามาคุยด้วย แล้วก็ถึงกับส่ายหน้า เมื่อได้ยินคำพูดหมดอาลัยของแรดหนุ่ม

“ทำไมผมถึงยังไม่ตาย”

“การมีชีวิตอยู่นานเท่าใดไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญคือมีชีวิตอยู่อย่างไร”

“อยู่อย่างสงบสุขยังไงล่ะ ชีวิตของไอ้คิ้มขอแค่มีเมียดี มีลูกฉลาด มีอาหารอร่อยให้กินวันละสามมื้อก็พอแล้ว”

ซินแสพยักหน้าเข้าใจ แต่ไม่วายเตือนสติให้คิดถึงความเป็นจริง “ลื้ออาจจะกำหนดชีวิตให้เป็นไปอย่างที่ต้องการได้ แต่ลื้อไม่อาจฝืนชะตาฟ้าลิขิต เส้นทางเดินของแต่ละคนถูกเขียนมาอย่างมีเหตุมีผล”

“เขียนเองเออเอง แบบนี้ไม่ยุติธรรม”

“ถ้าทุกคนได้ดั่งใจหมดก็ไม่มีคำว่าอดทน ไม่มีคำว่าสู้”

คณินถอนใจหนักหน่วงก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด “และไม่มีคำว่าหยุด...ผมจะทำให้ทุกคนที่ผมรักไม่ตกอยู่ในอันตรายอีก ต่อไปนี้...พ่อต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับมาเฟียทุกแก๊ง เพราะมันเป็นหน้าที่ของผม...ผมจะกลับปากน้ำโพ!”

ooooooo

หลังการลงโทษหนักหนาสาหัสจากพ่อ แพนก็กลับไปนั่งทายาในห้องนอน ท่ามกลางน้ำตาแห่งความคับแค้นใจที่ต้องมีชีวิตน่าสมเพชเช่นนี้ พลันความคิดก็ย้อนไปเมื่อยี่สิบปีก่อน วันที่เป้งพาเธอมาบ้านนี้เป็นครั้งแรก...

แพนยังจำได้ดีถึงแววตาเกลียดชังของหลิน ซึ่งขณะนั้นตั้งท้องมนสิชาใกล้คลอด โดยมีมนชิตในวัยเก้าขวบยืนเกาะแขนไม่ห่าง รวมทั้งเสียงโวยวายใหญ่โตของอีกฝ่าย ที่พ่ออุ้มลูกเมียน้อยอย่างเธอเข้ามาในบ้าน เป้งพยายามช่วยไกล่เกลี่ยไม่อยากให้วุ่นวาย แต่หลินก็ไม่สน ถากถางลูกเลี้ยงสาวด้วยถ้อยคำยั่วประสาท

“ลูกเมียน้อย แม่มันหนีตามผู้ชายไปแล้ว”

แพนอดรนทนไม่ไหว โต้กลับ “ไม่จริง...แม่ไม่ได้เป็นเมียน้อย ไม่ได้หนีตามผู้ชายไป”

“ชิชะ...ปากกล้านะนังเด็กเหลือขอ มีแม่ใจแตก โตขึ้นก็ต้องใจแตกเหมือนแม่”

แพนเหลืออดถลาไปกัดแขนแม่เลี้ยง เป้งต้องกระชากออกอย่างแรง พร้อมขู่เสียงเข้ม

“ถ้าจะอยู่ที่นี่ลื้อต้องเชื่อฟังอาหลิน เข้าใจไหม!”

เสียงหัวเราะเย้ยหยันของหลินยังวนเวียนในหัว แพนดึงตัวเองจากอดีตช้าๆ ความเจ็บจากแผลระบมทั่วตัวยังอยู่ แต่ไม่เท่าหัวใจที่ถูกพ่อแท้ๆทำร้ายอย่างยับเยินจนแทบไม่หลงเหลือความรัก สาวแสบได้แต่ย้ำกับตัวเอง ซ้ำๆตลอดทั้งคืนว่าเธอจะต้องหาเงินให้ได้มากที่สุด และออกจากขุมนรกบ้าๆนี่สักที...

เช้าวันต่อมา...คณินมาถึงปากน้ำโพเรียบร้อย ในขณะที่เส็งบุกไปเค้นหาความจริงจากบุ๊ง ว่าส่งคนไปทำร้ายคณินในวันสารทจีนหรือไม่ เสี่ยใหญ่เจ้าของคณะสิงโตเชิดไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน เส็งเลยไม่รอช้าจะเปิดฉากถามตรงๆ

“มีคนเห็นกับตาว่าคนจากคณะเชิดสิงโตไปตามไล่ยิงลูกชายอั๊วที่เยาวราช ฝีมือลื้อหรือเปล่า”

“อ้าว...อยู่ดีๆก็มาป้ายขี้อั๊ว ลูกชายเฮียอยู่โน่น มีศัตรูบ้างหรือเปล่า”

“อั๊วถามลื้อ ยังไม่ได้พูดสักคำว่าเป็นลื้อ”

“ถึงเฮียไม่พูดก็คิด...ดูถูกกันมากเกินไปแล้ว คนอย่างไอ้บุ๊งไม่เคยลอบกัดใครลับหลัง”

“ก็ดี...แต่ถ้าคิดจะกัดขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ขอให้ทำกันซึ่งๆหน้า ทำให้ถูกคน...ตอนนี้เราเป็นพี่น้องกันอยู่ ถึงแม้อั๊วจะรู้เต็มอกว่าลื้ออยากให้อั๊วพินาศย่อยยับแค่ไหน แต่ถ้าวันใดความจริงปรากฏว่าลื้อทำลูกชายอั๊วล่ะก็...”

“เออ...ถ้าอั๊วเป็นคนสั่งฆ่าลูกชายลื้อแล้วจะทำไม ลื้อจะทำไมอั๊ว!”

สองผู้ยิ่งใหญ่แห่งปากน้ำโพคงจะปะทะอารมณ์กันอีกนาน ถ้ากริชจะไม่โผล่มาห้าม คู่กรณีทั้งสองเลย แยกย้ายกันไปคนละทาง กริชได้แต่มองตามด้วยความหนักใจ ก่อนจะตัดสินใจแวะไปหาวิภาดา ลูกสาวคนเล็กของเส็ง...หญิงสาวที่เขาแอบมีใจให้มาตลอดหลายปี

ในบ่ายของวันเดียวกันวิภาดาแหวใส่ทันทีที่เห็นหน้ากริช ด้วยปักใจเชื่อว่าพวกเชิดสิงโตเป็นคนทำร้ายคณิน

“ไปให้พ้น ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย พวกเชิดสิงโต พวกฆาตกร!”

“ไม่จริงนะวิ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ ไม่มีทางที่คนของเราจะไป...”

“ฉันไม่เชื่อ อย่ามาแก้ตัว มีพยานรู้เห็นเรื่องชั่วที่พวกนายทำ”

“โธ่วิ...เราเอาหัวเป็นประกันเลยนะ”

“ได้...ถ้าวันหนึ่งเรื่องแดงขึ้นมาว่าคนของนายทำจริง ฉันจะเป็นคนตัดหัวของนายเอง!”

ooooooo

คณินกลับถึงบ้าน ทันเห็นเหตุการณ์ปะทะฝีปากระหว่างกริชกับวิภาดา และด้วยความสงสัย เลยตัดสินใจสะกดรอยตามกริชไปสังเกตการณ์ถึงคณะสิงโต พร้อมกวาดสายตารอบๆ เพราะจำได้ดีว่าแป๊ะยิ้มใจโฉดมีแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ แต่ไม่ทันเจอใครเข้าข่าย ก็ต้องตาลุกวาวเมื่อได้ยินบุ๊งคุยโวกับเป้ง

“ลูกชายไอ้เส็งตายแล้ว ต้องฉลองสิบวันสิบคืน พรุ่งนี้อั๊วจะจัดงานวันเกิด ลื้อช่วยเป็นธุระกระจายข่าวหน่อย”

“ทำไมลื้อจัดบ่อยจัง อั๊วว่าลื้อเพิ่งเกิดไปเองนะ”

“เอาน่า...คนมันจะเกิดก็ต้องเกิด ของแบบนี้มันห้ามได้ที่ไหน”

“เออ...จริงสินะ พรุ่งนี้ก็จะครบสิบห้าวันตามกำหนดแล้ว”

“ลื้ออาจจะจำไม่ได้ แต่สำหรับอั๊ว...ไม่มีวันลืม นับวันเลยล่ะ”

“แต่พิธีแต่งตั้งหัวหน้าแก๊งคนใหม่ ต้องเป็นที่สมาคมเหยี่ยวแดงไม่ใช่หรือ”

“ต่อไปนี้บ้านหลังนี้จะเป็นสมาคมเหยี่ยวแดงไม่ใช่โรงสีเก่าๆอีกต่อไปแล้ว”

“ยินดีล่วงหน้าด้วย...ท่านหัวหน้าแก๊งคนใหม่ ยังไงก็อย่าลืมอั๊วกับลูกชายนะ”

กริชได้ยินทุกอย่าง ส่ายหน้าอย่างเอือมระอาในความมักใหญ่ใฝ่สูงแบบไม่เกรงใจของพ่อ โดยมีคณินลอบมองตามด้วยความสงสัย แม้ยังไม่ปักใจว่าบุ๊งกับเป้งเป็นคนบงการฆ่าเขา แต่ทั้งสองก็น่าจะได้ประโยชน์จากการตายของเขามากที่สุด ฉะนั้น...สองเสี่ยใหญ่ก็ยังเข้าข่ายผู้ต้องสงสัย จนกว่าเขาจะจับฆาตกรตัวจริงได้!

ด้านแพน...นอกจากต้องทนทรมานกับพฤติกรรมแย่ๆของหลินกับมนสิชาที่โขกสับเธอราวกับทาส ยังต้องทนเห็นฉากน่าสมเพชของเป้ง ซึ่งติดการพนันอย่างหนัก แอบขโมยทองออกจากบ้าน และคืนนี้ก็ไม่ต่างจากคืนก่อนๆ ที่หลินจับได้คาหนังคาเขา และพยายามขัดขวางไม่ให้เขาเอาเงินค่าใช้จ่ายก้อนสุดท้ายไป

เป้งสัญญาแบบขอไปที จะเอาไปต่อทุนครั้งสุดท้ายและล้างหนี้ แต่หลินไม่เชื่อ รู้จักสันดานผัวดีว่าเป็นผีพนันแค่ไหน เป้งชักหงุดหงิด สวนกลับเคืองๆว่าไม่เอาเธอไปขายแลกเงินก็ดีเท่าไหร่แล้ว หลินเลยถึงกับเต้น

“เฮีย...ทำไมพูดหมาๆแบบนี้ ถ้าจะขายใครขึ้นมาจริงๆล่ะก็ คนคนนั้นก็คือนังแพนเลย ขายมันเลย!”

เป้งหน้าเสีย ถึงจะไม่รักหรือใส่ใจแพนเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใจร้ายพอจะขายลูกกิน “ใจเย็นๆ...อั๊วพูดเล่นน่า อั๊วจะขายลูกขายเมียกินได้ยังไง อั๊วไม่จัญไรขนาดนั้น ยิ่งเมียแสนดีอย่างลื้อ อั๊วต้องเก็บไปกราบไหว้บูชา”

หลินเกือบจะเคลิ้มแล้ว ถ้าเป้งจะไม่ฉวยโอกาสนี้ คว้าถุงใส่ทองวิ่งออกจากบ้าน

หลินโกรธมากแต่ก็ทำได้แค่ขู่ไล่หลัง “อาเป้ง...ถ้าลื้อไม่คืนทองให้อั๊ว อั๊วขายนังแพนแน่!”

ฝ่ายคณิน...พยายามจะกลับบ้าน แต่ไม่มีใครจำหน้าได้ เพราะหายหน้าจากปากน้ำโพนานหลายปี สุดท้ายเลยต้องไปขอนอนในศาลเจ้า โดยมีซินแสง้วง ซึ่งตามมาจากกรุงเทพฯช่วยดูแลห่างๆ พร้อมกับเตือนสติให้แรดหนุ่มเผชิญหน้ากับความจริง ทั้งเรื่องที่มีคนปองร้ายครอบครัวและเรื่องที่ต้องสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าแก๊งต่อจากเส็ง

ในที่สุดคณินก็ตัดสินใจได้ และกำหนดการสิบห้าวันของเส็งที่จะรอให้ลูกชายกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งต่อจากตนก็หมดลง บุ๊งกระดี๊กระด๊ามาก เตรียมตัดชุดใหม่ฉลองตำแหน่งใหญ่ที่ใฝ่ฝันและเฝ้ารอมาตลอดชีวิต

ส่วนเส็งหนักใจมาก ปัญหาวุ่นวายในโรงสีก็แก้ไม่ตก เช่นเดียวกับเรื่องการหายตัวไปของลูกชายคนโต สุดท้ายเลยตัดสินใจส่งกิตติไปร่วมงานแทน แต่กลับกลายเป็นต้องตื่นตะลึง เมื่อคณินปรากฏตัวกลางงาน พร้อมคำประกาศกร้าวจะเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงต่อจากเส็ง!

การปรากฏตัวของคณินทำให้บรรดาแกนนำของแก๊ง โดยเฉพาะบุ๊งและเป้งถึงกับอ้าปากค้าง แต่คงไม่มีใครช็อกเท่ามนชิต ซึ่งไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยว่าแรดหนุ่มจะยังมีชีวิต

บุ๊งได้สติเป็นคนแรก แหวลั่น “หมดเวลาของลื้อแล้ว ตอนนี้อั๊วได้เป็นหัวหน้าแก๊งคนใหม่แทนลื้อแล้ว”

เสียงสนับสนุนเซ็งแซ่ดังขึ้นหลังจากนั้น เพราะตอนนี้ก็เลยเวลาเที่ยงตรงตามที่เส็งกำหนดมาหลายนาที คณินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ เดินไปเลื่อนเข็มนาฬิกาให้เป็นเวลาก่อนเที่ยงหน้าตาเฉย แพนซึ่งแบกกระเป๋าสัมภาระใบเล็กเตรียมหนีออกจากบ้าน ผ่านมาเห็นโดยบังเอิญก็อดขำไม่ได้ ต่างจากบุ๊งที่โกรธจนหน้าเขียว

“ลื้ออย่ามาขี้โกงกันซึ่งๆหน้า”

“ใครกันแน่ที่ขี้โกง ผมแค่เลื่อนเวลาให้ตรงกับนาฬิกาของผมเท่านั้นเอง กระจ่างไหมครับท่านรองหัวหน้า!”

บุ๊งโมโหแทบคลั่ง และเกือบจะซัดหน้าคณินอยู่แล้ว ถ้าสมาชิกคนอื่นๆจะไม่พากันปรบมือต้อนรับแรดหนุ่ม ในฐานะหัวหน้าแก๊งคนใหม่เสียก่อน คณินปลื้มมากที่ใครๆ ก็เรียกเขาว่าหัวหน้าคิ้ม แต่ยังตีหน้าซื่อถ่อมตน

“อย่าเพิ่งครับ แม้ว่าจะเหมาะสมเพียงใดก็ตาม เอาเป็นว่า...ผมจะอยู่ในตำแหน่งรักษาการไปก่อน”

เสียงเรียกนายน้อยดังกระหึ่มไปทั่วลานสมาคม แพนพลอยปรบมือไปด้วย แอบทึ่งคณินไม่น้อยที่กล้าต่อกรกับบุ๊ง ส่วนมนชิตไม่อยากให้เป็นที่สงสัย เลยข่มความไม่พอใจแล้วปรบมือเสียงดังต้อนรับแรดหนุ่มแทน

คณินโค้งขอบคุณ ปรายตาไปทางบุ๊งยิ้มๆ ก่อนจะทิ้งท้าย “อ้อ...อีกเรื่องที่สำคัญ...ผมขอประกาศไว้ตรงนี้ ต่อหน้าพี่ป้าน้าอาทั้งหลาย ถ้าหากผมตายก่อนถึงตรุษจีนปีหน้า ให้ถือว่าเสี่ยบุ๊งเป็นคนร้าย!”

ooooooo

คำขู่เหมือนรู้ทันของคณินทำให้บุ๊งถึงกับเต้นผาง แต่คงไม่ร้อนรนเท่ามนชิต ซึ่งไม่คิดว่าแรดหนุ่มจะรอดชีวิตกลับมาหยามหน้าถึงปากน้ำโพเช่นนี้ เป้งนิ่วหน้า ไม่รู้เรื่องและไม่เข้าใจว่าลูกชายจะเดือดร้อนอะไรนักหนา

“มันกลับมาแล้ว แล้วมันก็ได้เป็นหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดง ทำไม...ทำไมลื้อถึงคิดว่ามันจะไม่กลับมา”

มนชิตหน้าเสีย เฉไฉกลบเกลื่อน “เปล่า...อั๊วแค่คิดว่าถ้าไอ้คิ้มไม่กลับมา ตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงก็จะเป็นของแปะบุ๊ง ตำแหน่งรองหัวหน้าก็จะตกเป็นของป๊า พอไอ้คิ้มกลับมาก็เลยเสียดายน่ะป๊า”

“มันจะกลับหรือไม่กลับ สำหรับอั๊วมีค่าเท่ากัน มันไม่กลับอั๊วก็ขายอาแพนเป็นเมียไอ้กริช...ลูกชายหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงคนใหม่ มันกลับ...อั๊วก็ขายอาแพนให้เป็นเมียอาคิ้ม หัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงคนใหม่...ดีกว่าเดิมอีก”

ชื่อของแพนทำให้มนชิตของขึ้น ไม่อยากและจะไม่มีวันยอมให้ใครมาพรากเธอไป พลันสายตาก็เหลือบเห็นน้องสาวนอกไส้หอบกระเป๋าวิ่งไปอีกทาง เป้งมองตามแล้วลุกพรวด ร้องสั่งให้ลูกน้องและลูกชายไปลากตัวกลับบ้าน

แพนได้ยินเสียงเอะอะโวยวายตามหลังก็เร่งฝีเท้า โดยมีคณินแอบมองตามจากอีกมุม แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนมองเธอถูกเป้งตบหน้าฉาดใหญ่ พร้อมข้อกล่าวหาร้ายกาจว่าเธอคงจะหนีออกจากบ้านตามผู้ชาย!

ด้านบุ๊ง...หัวเสียเรื่องถูกคณินฉีกหน้ากลางงานไม่เลิก และพาลลงกับกริช ลูกชายคนเดียวที่รับหน้าที่ดูแลกิจการเชิดสิงโต กริชถึงกับงงกับข้อกล่าวหาของพ่อ ที่ว่าเขาร่วมมือกับคณิน เอาคณะสิงโตเชิดไปป่วนงาน

ฉลองหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงคนใหม่ จนเสี่ยใหญ่ต้องหน้าแหก ถูกแรดหนุ่มประกาศหักหน้ากลางงาน

“ป๊า...ผมจะทำอย่างนั้นทำไม ถึงผมจะไม่ชอบที่ป๊าเป็นหัวหน้าแก๊ง แต่ก็ไม่เคยห้าม”

“ถ้างั้น...มันมาเชิดสิงโตแทนลื้อได้ไง”

“มีคนมาขอเช่า เขาบอกจะเชิดสิงโตแก้บน... จริงๆนะป๊า”

แม้กริชจะยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง บุ๊งก็ไม่หายเคือง อาละวาดไปทั่วจนไม่มีใครเข้าหน้าติดทั้งวัน แต่ที่สองพ่อลูกเจ้าของคณะสิงโตเชิดไม่รู้ก็คือทุกอย่างเป็นแผนการของคณิน เพื่อล่อตัวคนร้ายตัวจริงให้ออกจากเงามืด

“ฉันต้องการให้เสี่ยบุ๊งคุ้มครองชีวิตฉันสักช่วง อย่างน้อย...ก็จนกว่าฉันจะแข็งแรง”

กิตติปะติดปะต่อเรื่องราวครู่ใหญ่จึงถึงบางอ้อ

“อ๋อ...เพราะถ้าเสี่ยบุ๊งคือคนที่ส่งคนร้ายไปเอาชีวิตนายน้อยจริง มันก็จะไม่กล้าทำอะไรนายน้อยช่วงนี้แน่”

“ถูกต้อง...แต่ถ้าไม่ใช่ คนร้ายตัวจริงจะอาศัยจังหวะนี้ฆ่าฉันอีกครั้ง”

“เพื่อป้ายความผิดให้เสี่ยบุ๊ง”

“เข้าใจอะไรได้ดีมาก สมกับที่รับใช้ป๊าฉันมานาน”

“ฉลาดครับ...แต่ถึงยังไงนายน้อยก็ไม่ควรประมาทนะครับ”

หลังจากนั้นคณินก็ตัดสินใจกลับไปหาพ่อแม่และน้องสาวที่บ้าน เส็งกับซกเค็งถึงกับยิ้มไม่หุบ ปลาบปลื้มและยินดีมากที่ลูกชายยังมีชีวิตและปลอดภัยทุกประการ ไม่ต่างจากวิภาดา โถมกอดพี่ชายคนเดียวด้วยความรักและคิดถึง แต่เวลาสุขสันต์ของครอบครัวก็ต้องชะงัก เมื่อบุ๊งโผล่หน้ามาทักทาย พร้อมแววตาเจ้าเล่ห์

“อั๊วแค่จะมาบอกว่าจะปิดโรงน้ำชาเลี้ยงฉลองให้ผู้รักษาการหัวหน้าแก๊งคนใหม่ อาคิ้ม...ลื้อจะไปไหม”

กริชซึ่งตามมาสังเกตการณ์ด้วยความไม่ไว้ใจถึงกับอึ้ง เช่นเดียวกับเส็งและคณินที่ได้แต่มองหน้ากันงงๆ ก่อนที่แรดหนุ่มจะได้สติก่อน เหยียดยิ้มเย็นแล้วตอบกลับแบบสบายๆ “ไม่ไปก็ไม่สนุกสิครับ ผมต้องไปอยู่แล้ว”

ขณะที่คณินแก้สถานการณ์จนเป็นฝ่ายได้เปรียบ แพนต้องทุกข์ทรมานจากการถูกเป้งทำโทษอย่างหนัก โทษฐานหอบกระเป๋าหนีออกจากบ้าน มนชิตเห็นแผลตามตัวน้องสาวนอกไส้ก็เริ่มนั่งไม่ติด พยายามกล่อมให้พ่อลงโทษด้วยวิธีอื่น แต่เป้งก็ไม่ยอม จนเขาต้องเสนอให้ขังไว้ในห้องไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน!

แพนหน้าเสีย กลัวไม่ได้ออกไปทำงานหาเงินหนีออกจากที่นี่ แต่ถึงจะอ้อนวอนหรือชักแม่น้ำทั้งห้าแค่ไหน เป้งก็ไม่เปลี่ยนใจและจัดการสั่งให้หลินลากตัวเธอไปขัง โดยมีมนชิตเฝ้าหน้าประตูเหมือนเคย

เป้งกับหลินไปลางานให้แพนในเช้าวันต่อมา โดยอ้างว่าลูกสาวคนโตป่วยหนัก เส็งกับซกเค็งมองมาด้วยความสงสัย แต่ไม่อยากซักไซ้ให้ผิดใจ หลินเลยถือ โอกาสถามถึงคณิน และเรื่องงานหมั้นหมายระหว่างแรดหนุ่มกับมนสิชา

ซกเค็งมองหน้ากับเส็งนิ่งๆ รู้ดีว่าเป้งกับหลิน อยากเร่งงานหมั้นหมายเพื่อปลดหนี้พนันซึ่งเคยหยิบยืมไปจากเส็ง สองผัวเมียเลยพยายามบ่ายเบี่ยง โดยขอให้คณินหายเหนื่อยและพร้อมกว่านี้ จะจัดการนัดแนะไปอีกที

ฝ่ายคณิน...นั่งดูรูปเก่าๆ พลางคิดถึงอดีต โดย เฉพาะความเป็นนักเลงของเส็งที่ทำให้เขาเข็ดขยาดและเกลียดการเป็นมาเฟียจนถึงวันนี้ วิภาดาซึ่งไม่ไว้ใจพวกบุ๊งผ่านมาเห็น เลยตัดสินใจจะยับยั้งพี่ชายไม่ให้ไปที่โรงน้ำชา

คณินพยักหน้ารับรู้ ลูบผมน้องสาวด้วยความเอ็นดู “ไม่ต้องห่วง...นอกจากป๊าม้าแล้วก็วิ เฮียจะไม่ไว้ใจใครอีก”

คืนเดียวกันที่ตรอกเปลี่ยวข้างบ้านเป้ง...ไทหรือแป๊ะยิ้มใจโฉดในคราบคนงานโรงสีที่ลอบสังหารคณินเมื่อหลายวันก่อน แอบมาพบมนชิตตามนัด พร้อมเสนอตัวจะตามจัดการคณินอีกรอบ แต่มนชิตยั้งไว้ ไม่อยากให้เป็นที่สงสัย ไทเลยต้องก้มหน้ารับคำสั่ง สวมบทเป็นคนงานใจซื่อมือสะอาดในโรงสีเส็งไปก่อน...เพื่อรอเวลา!

หลังจากนั้นมนชิตก็ไปโรงน้ำชาฉลองตำแหน่งให้คณินพร้อมเป้ง หลินกับมนสิชาเลยได้โอกาสไล่แพนออกจากบ้าน เพราะไม่อยากให้อยู่เป็นเสนียดบ้าน แพนยินดีมาก และตัดสินใจไปรำพัดฉีกหน้าพ่อที่โรงน้ำชาเหมือนเคย

ระหว่างที่แพนเตรียมตัวหลังเวที บุ๊งพยายามมอมเหล้าคณินเพื่อหวังผลบางอย่าง ส่วนมนชิตก็ตามประกบเส็งเพื่อหาทางกำจัด แต่สองพ่อลูกก็เหมือนจะรู้ทันและระวังตัวอย่างดี สองวายร้ายเลยหาโอกาสแทบไม่ได้

และแล้วเวลาที่แพนรอคอยก็มาถึง เธอวาดลวดลายรำพัดอย่างยั่วยวนและสวยงามจนตะลึงลานกันไปทั้งงาน มนชิตโมโหหึงมาก ส่วนเป้ง...ไม่รอช้า ถลาไปกระชากตัวลูกสาวจะพากลับบ้าน แต่แพนก็ผละตัวออก และหันไปคว้าคอเสื้อคณินให้ขยับมาใกล้ พร้อมกับประกบจูบอย่างดูดดื่ม!

ooooooo


ละครซีรีส์เลือดมังกร : แรด ตอนที่ 1 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : แรดติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : แรด ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย แอนดริว เกร๊กสัน,ณฐพร เตมีรักษ์ 13 มิ.ย. 2558 08:16 2015-06-16T02:04:56+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ