ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : กระทิง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปารดา กันตพัฒนกุล

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์,เข็มอัปสร สิริสุขะ

พ้งเดินทางจากเซี่ยงไฮ้มาเพราะห่วงย่าหยาและถือโอกาสให้ข้อมูลแวดล้อมเพิ่มเติม โดยเฉพาะเกี่ยวกับผู้คนที่เล้งพยายามไปข้องแวะด้วย ทั้งหยงเป่า หัวหน้าแก๊งอินทรี และเหวินเต๋อ หัวหน้าแก๊งกิเลน สองแก๊งใหญ่ที่เป็นพันธมิตรกับแก๊งกระทิงมานานนับสิบปี ย่าหยารับฟังอย่างตั้งใจเก็บไว้เป็นข้อมูลเผื่อเป็นประโยชน์ในอนาคต

ย่าหยารอเวลาให้เล้งแยกจากหยงเป่ากับเหวินเต๋อ แล้วแกล้งเดินไปขวางหน้ารถของเสี่ยใหญ่ พ้งแอบมองจากมุมลับตา ค่อยๆถอยห่างออกมาเมื่อเห็นว่าเล้งไม่มีท่าทีเกรี้ยวกราดย่าหยา แต่กลับพาส่งโรงพยาบาลแทน ส่วนเล้งนึกไม่ถึงว่าจะเจอสาวเสิร์ฟคนใหม่จากฉั่วเทียนเหลาในสถานการณ์เช่นนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีจะซักถามประวัติ

เล้งพาย่าหยาไปร้านกาแฟหวังว่าบรรยากาศดีๆจะช่วยให้ผ่อนคลาย แต่กลับต้องอึ้งแทน เมื่อสาวเสิร์ฟปฏิเสธกาแฟ แต่ขอสั่งชานมเย็น ของโปรดของหลิวเจียหลิน แม่ของชลธีและหญิงสาวคนเดียวที่เล้งรักสุดหัวใจ!

ท่าทางตะลึงงันของเล้งทำให้ย่าหยาพอใจมาก ก่อนจะหน้าร้อนผ่าว เมื่อเล้งเริ่มซักถึงพ่อแม่ สาวเสิร์ฟจอมห้าวพยายามข่มอารมณ์พลุ่งพล่าน ตั้งสติตอบคำถามอย่างใจเย็นและตีหน้าไม่รู้เรื่องได้แนบเนียนจนเล้งเริ่มจะตายใจ

ย่าหยาลอบถอนใจยาวอย่างโล่งอกที่เล้งไม่มีท่าทีระแวงมากเท่าตอนแรก นึกขอบคุณพ้งในใจที่เป็นคนคิดแผนนี้ให้เธอหว่านเสน่ห์เล้งด้วยการทำตัวให้เหมือนกับหลิวเจียหลิน หญิงสาวคนเดียวที่เล้งรัก

“หลิวเจียหลิน...เป็นลูกครึ่งไทยจีนที่มีฐานะเสี่ยเล้งเจอผู้หญิงคนนี้ก่อนตั้งเช็งเอี๊ยง แต่อีกลับมอบหัวใจให้อาเช็ง เสี่ยเล้งเลยแค้นใจและไม่มีหัวใจรักใครอีกเลย ย่าหยา...ถ้าลื้ออยากแทนที่เจียหลิน ลื้อต้องเป็นอย่างเจียหลิน”

พ้งยังบอกด้วยว่าหลิวเจียหลินเป็นผู้หญิงหยิ่งในศักดิ์ศรี วางตัวดีและเป็นตัวของตัวเอง เก่งงานบ้านงานเรือน และที่สำคัญ เธอเป็นผู้หญิงใจเด็ด รักเดียวใจเดียวจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ย่าหยาท่องจำของชอบและลักษณะนิสัยหลายอย่างของหลิวเจียหลินจนขึ้นใจ และวันนี้มันก็เป็นประโยชน์ เล้งเริ่มให้ความสนใจในตัวเธอบ้างแล้ว

หลังแยกจากเล้ง...ย่าหยาก็เข้าไปศาลเจ้าเพื่อ ไหว้พระและขอพรจากเทพเจ้าต่างๆ

“หยามาขอพร ขอให้วิญญาณของพ่อแม่หยาไปสู่สุคติ ได้อยู่ในที่สงบ ไม่ต้องเป็นห่วงหยา หยาจะไม่ยอมตายเป็นครั้งที่สอง ถ้าหยาต้องตาย หยาจะลากคนที่ทำกับพ่อแม่หยาตามไปด้วย...หยาสัญญา”

ซินแสง้วงยืนมองอยู่นานก่อนจะตัดสินใจปรากฏตัว ย่าหยายินดีมากที่ได้เจอซินแสใหญ่ ผู้มีพระคุณที่เคยรักษาเธอตอนถูกยิงและคอยช่วยเหลือเธอทุกอย่างจนพ้งมารับตัวไปอยู่ด้วยที่เซี่ยงไฮ้ แล้วถือโอกาสถามถึงชลธี

“ซินแส...หยาถามจริงๆ ซินแสรู้ใช่ไหมคะว่าพี่ธียังไม่ตาย”

ซินแสง้วงถอนใจยาวก่อนจะอธิบายเสียงเรียบ “บ้านอีถูกรื้อถอน ที่ดินก็ขายไปแล้ว ไม่มีคนชื่อชลธีอยู่บนโลกนี้แล้วอาจันทร์ ตอนนี้มีแต่อาธามที่ลื้อต้องระวังให้ดี ถ้าอีรู้ว่าลื้อคืออาจันทร์ อีไม่ปล่อยลื้อแน่”

“จันทร์ชมพูตายไปแล้ว”

“อาธีก็เหมือนกัน”

“พี่ธีแค่หายตัวไปแค่นั้น หยาเชื่อค่ะว่าสักวันหยาจะได้เจอพี่ธี...”

พูดจบก็ทำท่าจะควักผ้าเช็ดหน้าที่เตรียมมาอย่างดี ฝากให้ซินแสเก็บไว้ให้ชลธีเหมือนเคย แต่กลับหาไม่เจอ... เวลาเดียวกันอีกมุมหนึ่งที่ศาลเจ้า ธามซึ่งกำลังสับสนเรื่องจันทร์ชมพู มาไหว้พระและระบายความในใจ

“ผมควรอโหสิกรรมให้ผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมครับ เขาทำให้ป๊ากับม้าต้องตาย แต่เขาก็ได้รับกรรมในสิ่งที่เขาก่อแล้ว ผมทำถูกต้องแล้วใช่ไหมครับ”

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีคำตอบให้ แต่ธามกลับเจอผ้าเช็ดหน้าลวดลายคุ้นตาหล่นอยู่แถวนั้น กระทิงหนุ่มกวาดตามองรอบตัว เห็นมีธูปสามดอกปักอยู่ในกระถาง มอดไปไม่ถึงครึ่ง เลยคิดอย่างมีความหวังว่าหญิงสาวที่เคยช่วยเขาที่เซี่ยงไฮ้เมื่อเจ็ดปีก่อน เจ้าของผ้าเช็ดหน้าที่เขาอยากเจอมาตลอดต้องอยู่แถวนี้แน่

ooooooo

ธามหัวใจเต้นโครมครามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาหลายปี ตระเวนตามหาจนทั่วศาลเจ้าแต่ก็ไม่พบใครสักคน ส่วนย่าหยาหาผ้าเช็ดหน้าที่เตรียมมาไม่เจอเลยได้แต่ถอนใจยาว แต่ไม่ยอมเปลี่ยนความตั้งใจ

“หยาฝากของทุกชิ้นที่ส่งมาให้พี่ธีกับซินแสก่อนนะคะ เผื่อวันไหนซินแสได้เจอพี่...”

“อั๊วบอกแล้ว ลื้อจะไม่ได้เจออาธีอีก ตัดใจซะอาหยา”

ย่าหยาหน้าสลด แต่ไม่รับคำ “หยาลานะคะซินแส แล้วหยาจะมาเยี่ยมใหม่ค่ะ”

ซินแสง้วงมองตามย่าหยาจนลับตา ส่ายหน้าอ่อนใจในความรั้นของเธอ

กว่าธามจะเจอซินแสง้วง ย่าหยาก็ออกไปจากศาลเจ้าแล้ว สองหนุ่มสาวเลยไม่ได้พบกัน ซินแสได้ยินว่าธามมาตามหาหญิงสาวผู้มีพระคุณ เลยแกล้งถามเพื่อดูท่าที

“ในโลกนี้มีผู้หญิงตั้งมากมาย ทำไมลื้อคิดว่าเป็นคนคนเดียวกัน”

ธามยื่นผ้าเช็ดหน้าในมือให้ซินแสดู “มีผู้หญิงมากมายบนโลกนี้ก็จริง แต่คงไม่มีใครเลือกผ้าสีเดียวกัน ปักด้วยไหมแบบเดียวกัน และใช้ลายปักเหมือนกันกับผ้าเช็ดหน้าแบบนี้”

ลวดลายคุ้นตาที่เห็นมาตลอดเจ็ดปี ทำให้ซินแสง้วง ถึงกับอึ้งไป ธามไม่ทันสังเกต มัวแต่นึกถึงความหลัง

“ผมเคยได้ผ้าเช็ดหน้าแบบเดียวกันนี้จากผู้หญิงที่มีบุญคุณกับผมที่เซี่ยงไฮ้”

“ลื้อสองคนมีชะตาร่วมกัน”

“เธอคงมาเที่ยวที่นี่...ผมอยากเจอเธอสักครั้ง อยากจะขอบคุณ โอกาสมาถึงแล้วแต่ก็คลาดกันจนได้”

“คนเรามักมองหาสิ่งที่อยู่ไกลตัว มากกว่าสิ่งที่อยู่ใกล้”

ธามไม่ทันคิดตามคำพูดของซินแสง้วง แต่กลับบอกเรื่องที่พบศพจันทร์ชมพู ซินแสง้วงรับฟังเรื่องความคับแค้นใจทั้งหมดของกระทิงหนุ่ม รู้ดีว่าอีกฝ่ายเจ็บช้ำมากแค่ไหนที่ถูกคนรักหักหลัง แต่ถึงกระนั้นก็อยากให้ธามให้อภัยและอโหสิกรรมให้จันทร์ชมพู ธามพยักหน้ายอมรับพยายามทำความเข้าใจ

“ที่ให้อภัยเพราะเห็นว่าอีตายชดใช้กรรมไปแล้ว แต่ไอ้คนบงการมันยังมีชีวิตอยู่ ผมไม่มีวันให้อภัยมันเด็ดขาด!”

ด้านเล้ง...หลังแยกกับย่าหยาเมื่อตอนบ่าย ก็ครุ่นคิดเรื่องเธอไม่หยุดโดยเฉพาะเรื่องรสนิยมของเธอ

“ไม่ค่ะ...ฉันไม่ดื่มกาแฟ ขอเป็นชานมเย็นที่หนึ่งค่ะ ขอนมข้นสองช้อน น้ำตาลหนึ่งช้อนนะคะ”

ความชอบที่ดูเจาะจงเป็นพิเศษของย่าหยาคาใจเล้งอย่างแรง จนทำให้เขาอดคิดถึงอดีตวันที่เจอหลิวเจียหลินเป็นครั้งแรกไม่ได้ เขายังจำได้ดีว่าเธอสั่งชานมเย็นแทนกาแฟ ด้วยสูตรเดียวกับย่าหยา ที่สำคัญ...หัวใจเขาไม่เคยเต้นเร็วและแรงอย่างนี้กับใครอีก นอกจากหลิวเจียหลิน แต่วันนี้มันกำลังมีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อได้เจอย่าหยา...

ooooooo

พ้งเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนของย่าหยา เลยขอตัวกลับไปเซี่ยงไฮ้ ไม่อยากให้ใครมาเห็นเพราะทุกคนเข้าใจว่าเขาตายจากโลกนี้ไปนานแล้ว ย่าหยาเข้าใจว่าพ้งทำเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและตัวเธอ เลยสัญญาจะระวังตัวอย่างดี พ้งเชื่อว่าเธอจะทำได้แต่ไม่วายเตือนให้ตั้งสติดีๆ

“อย่าลืมว่ายิ่งลื้อทำตัวมีค่ามากเท่าไหร่ มันจะยิ่งเห็นคุณค่าลื้อมากเท่านั้นเหมือนเจียหลิน ที่สำคัญ...เรื่องนี้ต้องใช้เวลา ลื้อต้องใจเย็น โอกาสจะเข้าใกล้เสี่ยเล้งมีไม่มาก และลื้อลงมือได้แค่ครั้งเดียว”

พูดจบก็ยื่นกุญแจบ้านให้ บอกให้เธอมาอยู่ได้ทุกเวลาที่ต้องการ ย่าหยารับมาทั้งน้ำตาคลอๆ

“ขอบคุณอาปานะคะที่ช่วยเหลือหยาทุกอย่าง”

“แน่ใจนะว่าจะเอาตัวเข้าแลกอย่างนี้”

“ชีวิตหยาเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ขอแค่จัดการไอ้คนชั่วนั่นได้ ถึงต้องตายอีกครั้งอั๊วก็ยอม”

“ไอ้เล้งมันไม่ข่มเหงคนที่มันรัก ถ้าลื้อทำให้มันรักได้ มันไม่กล้าทำอะไรลื้อ...จำไว้!”

หลังพาพวกธามไปดูหลุมศพของจันทร์ชมพู ฮั้วกับฮกซึ่งสะบักสะบอมกับการถูกซ้อม ก็ถูกพาตัวไปให้จิวทำแผล ก่อนจะพากันกลับไปรับหน้าเล้ง มือปืนสองพี่น้องโกหกหน้าตาย ว่าไปจับตัวย่าหยาตามที่เล้งสั่ง แต่ดันถูกคนร้ายไม่ทราบฝ่ายซ้อมจนเกือบตาย โชคดีที่พวกคนร้ายพาไปทิ้งไว้หน้าศาลเจ้า ซินแสง้วงเลยพาไปทำแผลที่โรงพยาบาล

เกี๊ยงกับซ้งมองมาด้วยความสงสัย รู้ดีว่าซินแสง้วงไม่เคยส่งใครไปโรงพยาบาล แต่จะทำแผลให้เอง ไม่รู้ว่าเล้งคิดยังไง ถึงไม่เอาเรื่องมือปืนสองพี่น้อง แต่กลับสั่งให้ไปทำภารกิจใหม่

“พังร้านอาเต๋อ เรียกค่าคุ้มครองมัน บอกมันว่าเป็นคำสั่งเฮียกระทิง ใครมีปัญหา...ตาย!”

เล้งไม่เชื่อใจฮั้วกับฮกตามที่คาด แต่ที่สั่งให้ไปทำภารกิจใหม่ ก็เพื่อหลอกใช้ และหวังให้เป็นแพะรับบาปแทน โดยจะให้ฮั้วเป็นคนไปจัดการพังร้านเหวินเต๋อแห่งแก๊งกิเลน ส่วนฮกให้เก็บไว้จัดการธามทีหลัง

ฮั้วกับฮกไม่รู้ตัวว่าจะกลายเป็นเครื่องมือล้างแค้นของเล้ง นั่งคุยกันอย่างเปิดอกถึงชะตากรรมที่ถูกลากไปลากมาแบบนี้ ที่สำคัญ...สองพี่น้องรู้ดีว่าเล้งไม่รักลูกน้อง และพร้อมสละพวกเขาทิ้งทุกเมื่อเพื่อเอาตัวรอด ฮั้วอยากย้ายไปอยู่กับธาม เพราะถึงจะโหดและเลือดเย็น แต่ก็ไม่เคยคิดฆ่าพวกเขา ถึงกระนั้น...เขาก็รู้ดีว่าไม่สามารถเปลี่ยนโชคชะตาได้ เท่าที่ทำได้ ก็คงแค่เอาเรื่องแผนชั่วๆของเล้งไปบอกธามเท่านั้น

ฮกไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินความคิดนี้จากน้องชาย “ชีวิตเราก็เหมือนยืนอยู่บนปากเหวนะเฮีย ถ้าไม่สู้ เราก็ต้องอยู่กับความกลัวแบบนี้ไปจนตาย ยังไงเราก็ต้องตาย ก่อนตาย...ขอทำอะไรที่คิดว่าดีสักครั้งนะเฮีย”

สองพี่น้องมองหน้ากันด้วยความเข้าใจ ก่อนจะต้องแยกจากกัน เมื่อซ้งเป็นคนมาแจ้งเปลี่ยนคำสั่งแทนเล้ง ให้ฮั้วไปถล่มร้านเหวินเต๋อพร้อมเขา ส่วนฮกให้ไปที่ฉั่วเทียนเหลากับเล้ง

ความจริงเกี่ยวกับจันทร์ชมพู ทำให้ธามตัดสินใจไปขอโทษย่าหยา ที่เข้าใจผิดคิดว่าเธอคืออดีตคนรัก สาวเสิร์ฟจอมห้าวแอบโล่งอกที่เขาเชื่อว่าเธอตายแล้วจริงๆ แต่ก็อดอยากรู้ไม่ได้ว่าเขารู้อะไรเกี่ยวกับเธอบ้าง

“เธอเป็นคนรักคุณเหรอ ฉันเห็นคุณตามหาเธอตลอด”

“ผู้หญิงที่ทำให้น้อง ให้พ่อแม่ฉันตาย ฉันสมควรตามหาไหมล่ะ”

“ถ้างั้นคงเป็นโชคดีของผู้หญิงคนนั้น ที่เธอ...ตายไปแล้ว”

ย่าหยาพยายามปรับสีหน้าไม่ให้คิดมาก ขอตัวไปทำงานดื้อๆ ธามตามติด เปลี่ยนเรื่องจากจันทร์ชมพูเป็นเรื่องขอให้เธอไปทำงานเป็นผู้ช่วย แต่สาวเสิร์ฟจอมห้าวไม่ยอม อยากทำงานที่ฉั่วเทียนเหลามากกว่า เพราะมีความหวังจะได้เป็นนักร้องในอนาคต กระทิงหนุ่มไม่เชื่อว่าเธอจะร้องเพลงได้เลยขอให้ร้องให้ฟัง

เพราะทนถูกท้าทายไม่ไหว ย่าหยาเลยร้องเพลงแบบขอไปที แล้วท่วงทำนองเพลงรักหวานที่อยู่ในความทรงจำของเธอกับชลธีมาตลอด ก็ทำให้ธามถึงกับพูดไม่ออก และเกือบจะควบคุมอารมณ์สั่นไหวของตัวเองไม่ได้ เพราะท่าทางและเสียงร้องของเธอช่างเหมือนกับจันทร์ชมพูไม่ผิดเพี้ยน

ธามหัวใจเต้นแรง และเกือบจะพุ่งไปหาเธออยู่แล้ว ถ้าหยกมณีจะไม่โผล่มาขวางเสียก่อน พร้อมสายตาจับผิด เพราะคิดว่าเขามาทำก้อร่อก้อติกน้องสาวนอกไส้สุดที่รัก ธามไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน แถมตั้งใจพูดจากำกวมให้หยกมณีเข้าใจผิดอีกต่างหาก ว่าเขาเจอกับย่าหยาที่โรงแรมและเดินมาที่ฉั่วเทียนเหลาพร้อมกัน

ooooooo

หยกมณีไม่ได้ช็อกที่เห็นธามตามติดย่าหยา แต่สงสัยมากกว่าว่ากระทิงหนุ่มอาจคิดอะไรเป็นพิเศษกับน้องสาว ส่วนคนสะเทือนใจมากที่สุด กลับเป็นโบตั๋น ซึ่งแอบเห็นและได้ยินทุกอย่างจากมุมลับตาไม่ไกลกันนัก และได้แต่มองตามสามหนุ่มสาวเดินเข้าไปในภัตตาคารช้าๆ โดยเฉพาะย่าหยา...เธอกับฉันจะได้รู้กัน!

เล้งมาถึงฉั่วเทียนเหลาก่อนหน้าธามไม่นานนัก นิ่วหน้าอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นว่าย่าหยามาถึงพร้อมกระทิงหนุ่ม แต่กระนั้นก็ทำได้แค่ตีหน้ายิ้มแย้ม เชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งโต๊ะเดียวกัน แล้วแกล้งหยั่งเชิงว่าเคยเจอหรือรู้จักฮกหรือไม่

ฮกมีสีหน้าอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด แต่โชคดีที่ธามหัวไว ตอกกลับว่าไม่เคยสนใจลูกน้องของเล้ง หยกมณีเห็นท่าไม่ดี กลัวจะมีเรื่อง เลยพยายามไกล่เกลี่ยและพาธามไปนั่งโต๊ะประจำ ซึ่งเฉียงกับจิวรออยู่แล้ว

ส่วนย่าหยา...ปลีกตัวจากธามมาได้ก็ต้องรับศึกหนัก ลมเพชรหึงของโบตั๋น ซึ่งประกาศศึกกับเธอเต็มที่ หากเธอคิดยุ่งกับธาม สาวเสิร์ฟจอมห้าวถอนใจเหนื่อยหน่าย นึกรู้ขึ้นมาทันทีว่าอีกฝ่ายคงเห็นและได้ยินเหตุการณ์ทุกอย่างที่หน้าร้าน เลยตัดสินใจพูดตรงๆว่าเธอคงไม่สนใจจะมองใครอีก เพราะเธอมีคนรักอยู่แล้ว

โบตั๋นยังไม่ไว้ใจนัก แต่ย่าหยาก็ไม่อยู่รอให้สอบสวนซ้ำ ยกอาหารออกไปเสิร์ฟเล้งถึงโต๊ะ ธามลอบมองตามตลอด จนโบตั๋นที่แอบตามมาดูอดน้อยใจไม่ได้ ส่วนเล้งไม่ทันสังเกตคนอื่น มัวสนใจย่าหยาที่มาเสิร์ฟอาหารตรงหน้า โดยมีธามหัวเสียอย่างบอกไม่ถูก คว้าปากกากับกระดาษมาเขียนข้อความบางอย่าง ฝากพนักงานไปส่งให้หยกมณี...

เวลาเดียวกันที่ร้านของเหวินเต๋อ...ซ้งพาฮั้วกับลูกสมุนจำนวนหนึ่งสวมหน้ากากไอ้โม่งสีดำยิงถล่มจนเละ พร้อมขู่กรรโชกจะเอาเงิน เหวินเต๋อตั้งท่าจะสู้ ฮั้วซึ่งไม่อยากยิงใครต้องกระซิบให้วางปืน หัวหน้าแก๊งกิเลนจำต้องยอม แต่ไม่วายสงสัยว่าใครเป็นคนบงการเรื่องนี้ ซ้งส่งสายตาเป็นสัญญาณ ฮั้วถอนใจหนักหน่วง สุดท้ายก็ต้องประกาศแบบขอไปที ว่าธามเป็นคนสั่งการเรื่องทั้งหมด

ขาดคำซ้งก็ยิงปืนใส่ฮั้วสามนัดซ้อน เพื่อปิดปาก ก่อนจะรวบทรัพย์สินทุกอย่างแล้ววิ่งไปข้างนอกพร้อมลูกสมุน ทิ้งเหวินเต๋อให้มองตามด้วยแววตาเคียดแค้น...อาธาม ลื้อกับอั๊วต้องตายกันไปข้าง!

ด้านหยกมณี...ถึงกับอึ้งไปอึดใจ เมื่อเห็นข้อความ จากธาม แน่นอนว่าเธอทำตามที่ขอได้ แต่จะด้วยเหตุผล ใดกันทำให้กระทิงหนุ่มเจาะจงต้องเป็นเวลานี้ ธามมองมาอยู่แล้วด้วยสายตารอคอย นักร้องสาวเลยเดินไปกลางเวที

“เพลงนี้เป็นเพลงที่เพื่อนรักคนหนึ่งของหยกชอบมาก เขาขอให้หยกร้องเพลงนี้ทุกครั้งที่มาเที่ยวที่นี่ แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว หยกหวังว่าเขาจะปลอดภัยและกลับมาที่นี่ได้ในวันหนึ่ง”

เสียงเพลงรักหวานคุ้นหูดังขึ้นช้าๆ ธามมีสีหน้าสงบ กวาดสายตาไปทางย่าหยาเพื่อจับสังเกต แล้วก็ไม่ผิดหวัง สาวเสิร์ฟจอมห้าวเดินตรงมาหาเขาแบบไม่รู้ตัว กระทิงหนุ่มยิ้มอย่างใจเย็น ก่อนจะกระซิบข้างหู

“เพลงนี้เขาร้องกันแบบนี้ ไปฝึกมาใหม่นะ”

ย่าหยาถึงกับพูดไม่ออก คำพูดและท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้าเหมือนชลธีอย่างบอกไม่ถูก แต่ถึงกระนั้นแววตาและอารมณ์รุนแรงที่มีให้เห็นบ่อยครั้งก็ทำให้เขาแตกต่างจากอดีตคนรักของเธอราวกับเป็นคนละคน แต่ไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากพูดอะไร เหวินเต๋อก็ยกพวกมาเอาเรื่องซะก่อน ที่ธามส่งพวกไปถล่มร้าน

เฉียงกับจิวถลามาจะป้องกันเจ้านายหนุ่ม แต่ธามยกมือห้ามไว้ และยอมตามเหวินเต๋อไปคุยด้านนอก เล้งลอบยิ้มร้าย ก่อนจะสั่งให้เกี๊ยงพาฮกกลับไปก่อน ส่วนตัวเขาจะอยู่ช่วยธามเอง

ooooooo

ธามไม่ได้โต้ตอบอะไรเลย ตอนที่ถูกเหวินเต๋อเอาด้ามปืนฟาดหน้าจนเลือดออกที่มุมปาก เฉียงกับจิวจะขยับมาขวาง แต่ธามก็ยกมือห้ามไว้ ส่งสายตาเป็นสัญญาณจะจัดการทุกอย่างเอง หยงเป่าหัวหน้าแก๊งอินทรีตามมาสมทบ และช่วยกันกับเหวินเต๋อ คาดคั้นเหตุผลจากกระทิงหนุ่ม ว่าต้องการอะไรกันแน่ ถึงก่อเรื่องวุ่นวายแบบนี้

“แก๊งอินทรีกับแก๊งกิเลนจับมือแก๊งกระทิงมาหลายสิบปี พวกอั๊วเป็นเพื่อนกับป๊าลื้อ ลื้อทำอย่างนี้ได้ยังไง”

ธามปฏิเสธเสียงเรียบว่าไม่ใช่ฝีมือแก๊งกระทิง เหวินเต๋อโกรธจนตัวสั่น ตวาดลั่น

“ลูกน้องลื้อหลุดปากเองว่ามันเป็นคนของลื้อ จนโดนพวกเดียวกันฆ่าปิดปาก ลื้อยังไม่ยอมรับความจริงอีกหรือ”

“ความจริงก็คือ...ผมไม่ได้ทำ!”

สถานการณ์ดุเดือดตรงหน้า ทำให้เล้งพอใจมาก แต่ยังตีหน้าซื่อพยายามไกล่เกลี่ยไม่ให้ตีกันเอง อ้างว่าอาจเป็นฝีมือของมือที่สาม ต้องการให้พันธมิตรทั้งสามแตกคอ เฉียงกับจิวมองหน้ากันอย่างรู้กัน เชื่อว่ามือที่สามคงหนีไม่พ้นตัวเล้งเอง แต่ไม่อยากแสดงอาการมาก เลยได้แต่ช่วยยืนยันแทนเจ้านายหนุ่มว่าไม่เคยออกคำสั่งบ้าๆนั้นแน่

ธามถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะประกาศออกไป “ผมจะชดเชยค่าเสียหายให้เพื่อความสบายใจของกู๋เต๋อ แต่ขอยืนยันนะครับว่าผมไม่ได้ทำ ส่วนคนที่มันอ้างชื่อผม อ้างชื่อแก๊งกระทิง ผมจะลากตัวมันมาจัดการเอง”

เหวินเต๋อกับหยงเป่าได้ยินอย่างนั้น เลยไม่เอาเรื่องธาม แต่ไม่วายขู่ อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก เพราะครั้งนี้เขาเห็นแก่มิตรภาพอันดีที่เคยมีต่อตั้งเช็งเอี๊ยง แต่ถ้ามีครั้งหน้าพวกเขาจะไม่เห็นแก่หน้าใครอีก!

เล้งเฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสะใจ ก่อนจะกลับไปสั่งการซ้งให้ดำเนินการตามแผนขั้นต่อมา คือไปฆ่าจาง หลานชายคนเดียวของหยงเป่า เพื่อเสี้ยมให้มีเรื่องกับธาม

“ยืมมืออาเป่าจัดการอาธามแล้วเราค่อยตลบหลัง อาเป่าตาย คนก็ต้องคิดว่าเป็นฝีมืออาธาม อาธามตาย คนก็ต้องเข้าใจว่าเป็นฝีมืออาเป่า พวกลื้อขนคนมาให้พอก็แล้วกัน”

กว่าธามซึ่งกำลังจะให้เฉียงนำเงินค่าเสียหายไปให้เหวินเต๋อ จะทราบว่าจางถูกฆ่าตาย เรื่องราวก็ลุกลามใหญ่โตแล้ว เพราะบนศพจางพบกรรไกรที่มีรูปสลักตราสัญลักษณ์ของแก๊งกระทิงที่ด้ามปักอยู่ ทุกคนเลยเข้าใจว่าเป็นฝีมือของแก๊งกระทิง ธามมีสีหน้าเคร่งเครียด แต่ยังตั้งสติได้ สั่งให้เฉียงเอาเงินไปให้เหวินเต๋อตามเดิม และกลับมาคุมโกดังข้าว จิวให้เฝ้าโรงงานทำทอง ส่วนตัวเขาจะไปเจรจากับพวกหยงเป่า

ธามไม่ทันได้เอ่ยอะไร หยงเป่าที่ยกพวกมาไม่น้อย ก็สั่งให้จัดการกระทิงหนุ่มทันที ธามอาศัยทักษะการต่อสู้ที่มีหลบเลี่ยงได้อย่างว่องไว แต่สุดท้ายก็ถูกมีดปาดแขนจนเลือดซึมไปหลายแผล หยงเป่าไม่มีท่าทีจะหยุดความแค้น ธามเลยต้องหนีเอาตัวรอด แต่ก็ต้องสู้กับเหล่าลูกสมุนของอีกฝ่ายจนแทบหมดแรง

หยงเป่าเห็นลูกสมุนตายเป็นเบือ ก็ตัดสินใจเผชิญหน้ากับธาม พร้อมยกปืนขึ้นจ่อ

“ลื้อรู้ไหมว่าอาจางเป็นคนดี เป็นหลานชายคนเดียวที่อั๊วมี”

“ผมไม่ได้สั่งฆ่าอาจาง ผมกำลังจะไปบอกอากู๋ว่าผมไม่ได้ทำ”

หยงเป่าน้ำตาคลอ ตอกกลับว่ากระทิงหนุ่มโกหก แต่ธามก็ไม่หวั่น อธิบายอย่างใจเย็น

“ป๊าสอนผมทุกวัน อากู๋เคยให้ที่พักพิงป๊า หยงเป่ามีบุญคุณกับตั้งเช็งเอี๊ยง และบุญคุณนั้น ตั้งเช็งเอี๊ยงและลูกหลานต้องทดแทน” หยงเป่าสะเทือนใจมาก แหวลั่นให้อีกฝ่ายหยุดพล่าม ธามเห็นท่าอีกฝ่ายก็รู้ว่าอ่อนลงแล้ว เลยพยายามกล่อมต่อ “ถ้ากู๋ไม่อยากฟัง กู๋คงฆ่าผมไปแล้ว ไม่ต้องรอให้ผมจัดการลูกน้องกู๋ก่อนหรอก”

คำพูดแทงใจดำของธาม ทำให้หยงเป่าโกรธจัด ตั้งท่าจะยิงจริงๆ แต่กระทิงหนุ่มก็ไม่กลัว แถมเดินหาจนปลายกระบอกปืนจ่ออก สองหนุ่มต่างรุ่นจ้องกันตาไม่กะพริบ โดยเฉพาะธามที่ต้องการยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง

“ผมตาย...กู๋อาจจะรู้สึกดี แต่จะมีคำถามคาใจไปจนตายว่าผมฆ่าอาจางจริงหรือเปล่า”

หยงเป่าคิดหนัก ก่อนจะลดปืนในมือแล้วประกาศกร้าว

“ตราบใดที่ลื้อยังลากฆาตกรตัวจริงออกมาไม่ได้ อั๊วจะถือว่าลื้อนั่นแหละเป็นคนทำ!”

ooooooo

ธามเอาตัวรอดจากพวกหยงเป่าไปได้ แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับแก๊งนักเลงนับสิบที่มาดักรุมทำร้ายเขาในตรอกเปลี่ยวระหว่างทางกลับบ้าน กระทิงหนุ่มมั่นใจว่าเป็นแผนชั่วของเล้งที่ถือโอกาสฆ่าเขา แล้วคงจะโยนความผิดให้หยงเป่า แต่ก่อนที่เขาจะเสียท่าถูกรุมจนตาย แก๊งเพื่อนสนิท ภรพ ทรงกลดและคณินก็โผล่มาช่วย

จิวกับเฉียงนั่นเองที่เป็นห่วงเจ้านายหนุ่ม ทั้งสองถูกสั่งให้เฝ้ากิจการหลักของแก๊ง เลยตัดสินใจโทร.หาทรงกลดให้มาช่วยธาม แล้วสองคนสนิทก็ไม่ผิดหวัง เพราะเมื่อแก๊งเพื่อนสนิทรวมตัวกัน พวกนักเลงหัวไม้นับสิบก็แตกกระเจิง ธามหอบร่างสะบักสะบอม ทั้งโดนฟัน โดนปืนยิงถากเดินไปหาแก๊งเพื่อน แล้วกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงสุภาพ ภรพ ทรงกลดและคณินได้แต่ส่ายหน้า พูดพร้อมกันขำๆว่าเพื่อนย่อมไม่มีวันทิ้งกันใช่ไหม...ไอ้ธี!

ในที่สุดความจริงเรื่องตัวตนแท้จริงของเขาก็ไม่ใช่ความลับสำหรับแก๊งเพื่อนสนิทอีกต่อไป ธามไม่อยากเชื่อ แต่ก็แอบโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก รู้ดีว่าเพื่อนรักแก๊งนี้ไม่มีวันทอดทิ้งเขาอย่างที่พูดแน่ แล้วธามก็ได้รู้เรื่องเมื่อเจ็ดปีก่อน หลังจากที่เขาหายตัวไป ในวันที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านและพ่อกับแม่ของเขาต้องตายในกองเพลิง

ทุกคนในแก๊งเพื่อนสนิทคิดว่าเขาตายไปแล้วแต่ไม่มีใครพบศพ แล้วเมื่อทุกคนได้รับแผ่นเสียงเพลงโปรดของชลธี เลยมารวมตัวกันที่โรงเรียนโดยไม่ได้นัดหมาย โดยทั้งหมดตามสืบจนรู้แน่ว่าชลธีส่งแผ่นเสียงมาจากไปรษณีย์หน้าโรงพยาบาลที่อเมริกา แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปทำอะไรที่นั่น

จนกระทั่งวันที่เฉินอี่เสียงพาธามกลับมาแนะนำตัวที่ฉั่วเทียนเหลา ในฐานะผู้ดูแลแก๊งกระทิงและกิจการต่างๆของเขาที่เมืองไทย แก๊งเพื่อนสนิททุกคนเลยเริ่มมั่นใจว่าธามกับชลธีน่าจะเป็นคนคนเดียวกัน

“ถึงจะคิดว่าใช่ แต่เราก็ยังไม่แน่ใจ จนเหตุการณ์เมื่อวันสารทจีน...”

ทรงกลดเป็นคนพูดขึ้น โดยมีภรพกับคณินช่วยสนับสนุน เพราะอยากรู้มากว่าเจ็ดปีที่ผ่านมา ธามหรือชลธีไปอยู่ที่ไหน และทำไมถึงมีนิสัยเหมือนเป็นคนละคนเช่นนี้ กระทิงหนุ่มถอนใจยาว ก่อนจะถ่ายทอดเรื่องราวเมื่อเจ็ดปีก่อนให้เพื่อนรักฟัง ตั้งแต่วันที่ถูกจันทร์ชมพูยิง แต่ไม่ตาย ต้องกระเสือกกระสนกลับบ้าน แล้วก็ต้องมาเจอพ่อแม่ถูกไฟคลอกตายทั้งเป็นอีก เขายังจำได้ดีว่า ตั้งเช็งเอี๊ยงกับหลิวเจียหลินขอให้เขาหนีไป

“ไม่...ผมจะอยู่ที่นี่ ถ้าจะตาย ผมขอตายกับป๊าม้าที่นี่”

“ในชีวิต...ป๊าไม่เคยขออะไรลื้อ แต่วันนี้ป๊าขอ... หนีไป ถ้าลื้อยังกตัญญูต่อตั้งเช็งเอี๊ยงและหลิวเจียหลินอยู่ล่ะก็...หนีไป เอาตัวรอดให้ได้แล้วกลับมากู้เกียรติและศักดิ์ศรีให้วงศ์ตระกูล”

“ถ้าจะรอด เราต้องรอดด้วยกัน ผมจะพาป๊ากับม้าออกไปจากที่นี่ให้ได้”

ชลธีลืมความเจ็บปวดที่ถูกจันทร์ชมพูยิง แล้วเข้าพยุงร่างพ่อแม่ แต่ก็ถูกทั้งสองสะบัดทิ้ง

“ถ้าลื้อตาย ตระกูลเราจะมัวหมองเพราะมันป้ายความผิดให้เรา เราไม่ค้าทองเถื่อน เราไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย”

ตั้งเช็งเอี๊ยงประกาศกร้าว เช่นเดียวกับหลิวเจียหลิน ที่ช่วยเกลี้ยกล่อมลูกชายอีกแรง

“แสดงความกตัญญูต่อวงศ์ตระกูล พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเราถูกใส่ร้าย...อาธี ล้างมลทินให้ป๊ากับม้า ม้า รักลูกนะอาธี ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้ลูกรู้ไว้...ลูกอยู่ในใจม้าเสมอ”

ขาดคำก็สบตากับตั้งเช็งเอี๊ยงอย่างรู้กัน แล้วรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ผลักร่างลูกชายให้ออกจากกองเพลิง ธามหรือชลธีในตอนนั้นพยายามจะถลากลับไปอีกครั้ง แต่ก็ติดกองเพลิงซึ่งลุกแรงขึ้นทุกทีจนขยับไปไหนแทบไม่ได้

ธามดึงตัวเองจากอดีต กัดฟันกรอดด้วยความคับแค้นใจ “ฉันถูกไฟคลอกหน้า อาแปะเฉินมาช่วยฉันไว้ได้ทันก็จริง แต่สภาพฉันเหมือนตายทั้งเป็น ฉันต้องผ่าตัดศัลยกรรมหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า”

ภาพความทรงจำตอนผ่าตัดฟื้นฟูใบหน้าจากแผลไฟไหม้ยังวนเวียนในหัวไม่เลิก ไหนจะภาพตอนทำกายภาพบำบัด ที่เขาต้องใช้เวลาร่วมปีเพื่อให้การเคลื่อนไหวของเขาดีเหมือนเดิม

“ฉันต้องฝึกเดิน ฝึกใช้กล้ามเนื้อทุกส่วน เพื่อเตือนว่าฉันยังมีชีวิต มีลมหายใจ ฉันยังไม่ตาย ฉันบอกกับตัวเองทุกวันว่าฉันจะต้องลุกขึ้นมาจัดการคนที่มันทำกับพ่อแม่ฉันให้ได้!”

นอกจากนี้ ธามยังขอร้องให้เฉินอี่เสียงสอนศิลปะการต่อสู้ทุกแขนงให้อีกต่างหาก โดยมีเฉียงเป็นคู่ซ้อม

“ฉันต้องฝึกการต่อสู้ทุกรูปแบบ พวกแกก็รู้ว่าฉันเกลียดการใช้กำลังมากแค่ไหน แต่ตอนนั้นฉันกลับเป็นฝ่ายขอร้องให้อาแปะเฉินสอนการต่อสู้ให้ฉัน จากคนไม่เคยสู้ ต้องลุกขึ้นมาสู้ จากคนไม่เคยจับอาวุธ ต้องลุกขึ้นมาจับอาวุธทุกอย่าง ทั้งเหนื่อย ทั้งล้า ทั้งเจ็บ แต่ฉันทน ไม่มีอะไรที่ฉันจะทนไม่ได้อีกแล้ว”

ภรพกับทรงกลดเห็นท่าทางตึงเครียดของธามก็พากันถอนใจยาว ไม่อยากเชื่อเลยว่าเพื่อนรักจะต้องเผชิญชะตากรรมโหดร้ายขนาดนี้ เช่นเดียวกับคณิน ที่แม้จะเห็นใจเพื่อนรักแค่ไหน แต่ก็อยากให้กำลังใจ

“เจ็ดปีก่อน ฉันอยากเห็นไอ้ธีเพื่อนคนเดิมของฉันกลับมา แต่ตอนนี้ฉันว่าแกต้องทิ้งไอ้ธีสุภาพบุรุษสุดหล่อไว้ข้างหลัง แล้วลุยไปกับไอ้ธามบ้าระห่ำคนนี้แล้วล่ะ”

ธามพยักหน้าอย่างเข้าใจดี เจ็ดปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกของเขาเท่านั้นที่ต้องแก้ไข แม้แต่ลักษณะนิสัย และท่าทางต่างๆของเขา ก็ต้องปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

“การทิ้งไอ้ธีคนเดิมไว้ข้างหลังมันไม่ง่าย ฉันต้องทำอะไรหลายอย่างเพื่อไม่ให้คนที่รู้จักชลธีคิดว่าเราเป็นคนคนเดียวกัน แม้แต่เสียงพูด อาแปะเฉินฝึกฉันทุกวัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันต้องไม่พูดเหมือนชลธี คิดอย่างชลธี และทำแบบชลธี อาแปะทนฝึกฉันเพราะเหตุผลเดียว ไม่อยากให้พวกนั้นรู้ว่าชลธียังไม่ตาย เพราะถ้ามันรู้ มันไม่ปล่อยฉันไว้แน่!”

ภรพ ทรงกลดและคณินแค้นใจแทนเพื่อนรักมาก อาสาจะช่วยล้างแค้น แต่ธามไม่ยอม

“เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของฉันกับมัน ฉันไม่อยากให้พวกแกเดือดร้อน”

“แต่ถ้าแกเดือดร้อนเมื่อไหร่ พวกเราทุกคนพร้อมจะเดือดร้อนกับแกเสมอ โอเคไหมวะ”

ทรงกลดเป็นตัวแทนทุกคนเอ่ยขึ้น ซึ่งธามก็ซึ้งใจเป็นอย่างดี และเชื่อว่าวันใดที่เขามีเรื่องจริงๆ แก๊งเพื่อนสนิทจะกระโจนมาร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย แบบไม่ต้องสงสัยหรือคลางแคลงใจเลย

ooooooo

เล้งเจ็บใจมากที่หยงเป่าไม่เอาเรื่องธามอย่างที่ตั้งใจ และแค้นใจแทบกระอัก เมื่อซ้งกับเกี๊ยงรายงานว่าแก๊งทายาทเลือดใหม่ กลุ่มเพื่อนสนิทของธามมาขวางไว้ กระทิงหนุ่มเลยรอดชีวิตไปได้

ส่วนย่าหยาเมื่อรู้ว่าธามบาดเจ็บสาหัส และโทร.มางดมื้อดึกก็ร้อนรนในอก ไม่แพ้โบตั๋นที่ทำท่าจะไปเยี่ยมเขาให้ได้ หยกมณีต้องรั้งตัวไว้ ไม่อยากให้ไปกวนธาม เพราะเชื่อว่าเขาคงอารมณ์ไม่ดี และอยากอยู่ตามลำพัง

ธามอยากอยู่คนเดียวจริงๆอย่างที่สามสาวคาดการณ์ แต่ก็เพื่อคิดหาแผนการตลบหลังเล้ง ด้วยการสั่งให้เฉียงกับจิวเข้าไปสืบหาโกดังเก็บฝิ่นของเสี่ยใหญ่ในเช้าวันต่อมา ส่วนตัวเขาจะไปเตรียมตัวที่บ้าน รอเวลาเจอเล้งที่ฉั่วเทียนเหลา ตามแผนที่ให้เฉินอี่เสียงส่งคนไปหลอกซื้อทองจากเล้งไว้ก่อนหน้านี้

ขณะที่ธามกับเล้งกำลังวางแผนโต้ตอบกัน ฮกกำลังเศร้าโศกเสียใจที่ฮั้ว น้องชายคนเดียวต้องมาตายจาก ซ้งรับหน้าที่จากเล้ง มาสร้างเรื่องหลอกลวงว่าฮั้วต้องตายเพราะลูกหลงจากสมุนของเหวินเต๋อ แต่ที่ทำให้ฮกเสียใจที่สุดคือไม่มีใครพบศพฮั้ว ซ้งบอกว่าถ้าอยากได้คงต้องไปขอจากเหวินเต๋อ หรือไม่ก็ที่มูลนิธิศพไร้ญาติ!

หลังแยกจากเฉียงกับจิว ธามก็กลับบ้านไปเตรียมตัวและทำแผล เลยได้เจอกับย่าหยาที่เอาข้าวมาส่งตามที่เฉียงโทร.ไปสั่งสุ่ย สาวเสิร์ฟจอมห้าวถึงกับอึ้งเมื่อเห็นสภาพบอบช้ำตามตัวเขา เลยใจอ่อน ยอมทำแผลให้ตามที่เขาขอ และคงเพราะความใกล้ชิดตอนทำแผล กระทิงหนุ่มเลยได้กลิ่นน้ำหอมชนิดหนึ่งซึ่งเขาคุ้นเคยดี

“น้ำหอมกลิ่นโปรดของม้า แต่สงสัยว่ายี่ห้อนี้มันหรูไปสำหรับพนักงานเสิร์ฟที่เป็นลูกชาวสวนชาวนาหรือเปล่า”

ย่าหยาชะงัก แต่ก็แถเปลี่ยนเรื่องจนได้ ธามขี้เกียจเซ้าซี้ เลยขอให้เธอรอเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าไปฉั่วเทียนเหลาพร้อมกัน แลกกับการหักวันที่ต้องมาส่งมื้อดึกออกสิบวัน สาวเสิร์ฟจอมห้าวเลยค้านไม่ออก ต้องยอมรอแบบเสียไม่ได้

แต่ย่าหยาคงรอนานเกินไป เลยไปสำรวจรอบบ้านแก้เบื่อ แล้วบังเอิญค้นพบห้องหนึ่ง จึงจะแง้มประตูเข้าไปดูด้วยความอยากรู้ แต่ไม่ทันที่เธอจะเอื้อมมือถึงลูกบิด ประตูก็เปิดผ่างออกมาเสียก่อน พร้อมสีหน้าถมึงทึงของธาม!

ท่าทางดุดันของธามทำให้ย่าหยาพูดไม่ออก หลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่าเธอเสียมารยาท เพ่นพ่านรอบบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ก็ยังแข็งใจทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ ถามเขาว่าลงมาที่ห้องนี้ตอนไหน

“บ้านฉันมีทางลงทางเดียวหรือ ฉันควรจะเป็นฝ่ายถามเธอมากกว่าไหมว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“ฉันเห็นคุณไม่ลงมาสักที ฉันก็เลยเดิน...เอ่อ...”

“สำรวจทางหนีทีไล่ จะได้เข้ามาขโมยของวันหลัง”

“อย่ามาดูถูกกันให้มากนะ ต่อให้ฉันอดตาย ฉันก็ไม่ขโมยของใคร...จำไว้!”

“งั้นก็จำไว้ว่าห้องนี้คือห้องส่วนตัวของฉัน ฉันไม่ชอบให้ใครเดินเพ่นพ่านในบ้านฉัน”

“คราวหน้าคุณก็ออกไปรับข้าวหน้าบ้านแล้วกัน ฉันจะได้ไม่ต้องเข้ามาเพ่นพ่านในที่ของคุณ”

จบคำก็ทำท่าจะเดินออกไป แต่ธามรั้งตัวไว้ แล้วเอาผ้าพันคอในมือคล้องคอให้เธอ

“ฉันเข้ามาเอาผ้าพันคอให้เธอ พันซะ...คืนนี้อากาศเย็น”

พันผ้าให้เสร็จก็ผละออกจากบ้านไป ทิ้งให้ย่าหยามองตามด้วยความสับสน ไม่เข้าใจธามเลยจริงๆว่าเป็นคนแบบไหนกันแน่ เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย...สองหนุ่มสาวเดินเคียงกันไปเรื่อยๆ พระจันทร์ดวงโตสวยงาม ดึงดูดให้ย่าหยาหยุดมองพร้อมรอยยิ้มเศร้าๆ ธามมองมาด้วยแววตาอ่อนโยน ยอมพูดดีๆกับเธอเป็นครั้งแรก เพราะเห็นด้วยว่าบรรยากาศแบบนี้ ทำให้อดคิดถึงครอบครัวไม่ได้

“ความสุขของคนเรามันเท่านี้จริงๆ ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา”

เวลาเดียวกันที่โรงฝิ่นของเล้ง...เฉียงกับจิวลักลอบเข้าไปสำเร็จ แต่เกือบถูกซ้งจับได้ ถ้าไม่ได้ฮกช่วยไว้ สองคนสนิทของธามยอมบอกว่ามาตามหาโกดังเก็บฝิ่นของเล้ง ฮกนึกถึงความปรารถนาสุดท้ายของน้องชาย เลยอาสาช่วย โดยมีข้อแลกเปลี่ยน ให้พวกธามช่วยตามหาศพของฮั้ว

ด้านธาม...ไปถึงฉั่วเทียนเหลาในเวลาไม่นาน เล้งซึ่งมาถึงก่อนมองมาอย่างไม่ชอบใจ ที่เห็นกระทิงหนุ่มมากับย่าหยา แต่ต้องพยายามเก็บอาการ แล้วเปลี่ยนมาทักเรื่องสภาพสะบักสะบอมของธามแทน

“อาธามลื้อไปโดนอะไรมา อย่าบอกนะว่าอาเต๋อกับอาเป่าตามไปเล่นงานลื้อ”

“ไม่ใช่สองคนนั้นหรอกครับ เพราะอากู๋มีคุณธรรม ไม่ลอบกัดใครลับหลัง”

“ลื้อพูดเหมือนมีใครลอบทำร้ายลื้อ จับตัวได้ไหม มันเป็นใคร อยู่แก๊งไหน”

“แก๊งหมาหมู่มั้งครับ มันยกขบวนมาเป็นสิบเพื่อจัดการผมคนเดียว”

“ทำไมมันไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้วะ นักเลงที่อื่นหรือเปล่า”

“ไม่ทราบครับ แต่ลูกน้องตายเรียบแบบนี้ ไอ้หัวหน้าที่มุดในรู มันคงแทบกระอักเลือดตาย”

“นั่นสินะ แล้วลื้อจะรับมือมันยังไง อั๊วว่ามันคงแค้น กลัวว่ามันจะกลับมาเล่นงานลื้ออีกน่ะสิ”

“ก็ต้องระวังตัวครับ เพราะไอ้พวกนี้ไม่กล้าสู้ใครซึ่งๆหน้า คงกลัวคนจะรู้ว่ามันเป็นใคร”

“มีอะไรให้อั๊วช่วย บอกได้ทุกเวลาเลยนะหลานชาย”

เล้งตบบ่าเบาๆแล้วผละไปนั่งโต๊ะของตัว ทิ้งธามให้มองตามด้วยความแค้นใจ อยากจะเข้าไปกะซวกไส้อีกฝ่ายนัก ที่ตีหน้าตายได้แนบเนียนเหลือเกิน...อย่าให้ถึงทีของฉันบ้างแล้วกัน!

ooooooo


ละครซีรีส์เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 3 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : กระทิงติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : กระทิง ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์,เข็มอัปสร สิริสุขะ 16 พ.ค. 2558 07:36 2015-05-20T01:29:36+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ