ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : กระทิง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปารดา กันตพัฒนกุล

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์,เข็มอัปสร สิริสุขะ

ธามโกรธจัดที่ถูกย่าหยาเอาลูกบิลเลียดฟาดหัว สั่งให้เฉียงกับจิวตามไปจับตัวหญิงสาวกลับมา แต่ย่าหยาก็อาศัยความมืดและความไวส่วนตัวหนีไปได้ จนเกือบจะถึงห้องพักอยู่แล้ว ถ้าหยกมณีจะไม่มาดักรอเสียก่อน!

จิวหมายมั่นปั้นมือจะไปลากตัวย่าหยาจากฉั่วเทียนเหลาในวันรุ่งขึ้น เฉียงกลัวจะไม่ทันการณ์เพราะคิดว่าสาวเสิร์ฟจอมห้าวคงหนีเตลิดไปไกลไม่กลับมาทำงานแล้ว โดยไม่รู้เลย ว่าย่าหยาไม่คิดหนี แต่ยังยืนกรานกับหยกมณีจะทำงานที่ฉั่วเทียนเหลาเหมือนเดิม เพราะมีธุระสำคัญต้องรอใครบางคน

หยกมณีอยากจะเป็นบ้าตายกับความดื้อของอีกฝ่าย “ทำไมล่ะ...เธอรู้ไหมเมื่อกี้อาเฉียงกับอาจิวมาหาฉันถึงบ้าน ถามฉันว่าเธอพักอยู่ที่ไหน ฉันเลยเดาว่าต้องมีเรื่องแน่ๆ คิดว่าเธอขอโทษอาฟงแล้วเรื่องจะจบเสียอีก”

“หยาไม่ได้ขอโทษ เพราะหยาไม่ผิด แต่ที่ลูกน้องเขาโกรธคงเพราะหยาเอาลูกบิลเลียดทุบหัวเฮียกระทิงน่ะค่ะ”

“โอ๊ย...ตายแล้ว เฮียกระทิงกับลูกน้องไม่ให้อภัยเธอแน่ รีบหนีไปเลย มีเงินหรือเปล่า ไม่มีบอกจะให้ยืม”

“ขอบคุณมากนะคะ แต่หยาไม่หนีไปไหนทั้งสิ้น”

หยกมณีได้แต่ส่ายหน้า เหนื่อยใจจะกล่อม “งั้น เธอต้องอยู่แต่ในห้อง เดี๋ยวฉันจะให้เด็กที่ร้านเอาข้าวมาส่ง รอสักสามสี่วันให้เฮียกระทิงใจเย็นก่อน แล้วฉันจะช่วยพูดไม่ให้เขาเอาเรื่องเธอ”

“ขอบคุณคุณหยกนะคะที่กรุณา แต่หยาอยู่เฉยๆ ไม่ได้ค่ะ หยาจะไปทำงานที่ฉั่วเทียนเหลาเหมือนเดิม”

เวลาเดียวกันที่บ่อนของเล้ง...เกี๊ยงรายงานความเคลื่อนไหวของธามให้เจ้าของบ่อนรู้

“หลังกลับจากงานศพอาฉาง ไอ้ธามมันก็ฝังตัวอยู่ที่โรงบิลเลียด ไม่ได้ออกไปไหนครับนายใหญ่”

เล้งยังไม่ไว้ใจ เพราะธามอ่านยาก “จับตามันให้ดี ถึงมันจะไปอยู่กับเฉินอี่เสียงตั้งแต่เด็ก ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางที่นี่ แต่มันนิ่ง เหี้ยม ไม่เหมือนอาธี ต้องระวังให้ดีแล้วหลานอาซ้งล่ะ ได้เรื่องไหม”

“อีกำลังทำงานให้เราอยู่ครับ”

ด้านธาม...ไปทำแผลที่โรงพยาบาลเรียบร้อย จึงกลับมาพักที่บ้าน เฉียงไปรายงานผลการจับตัวย่าหยา ซึ่งล้มเหลวปล่อยให้หนีไปได้ แต่ธามก็ไม่ได้โกรธคนสนิท เพราะเดาว่าสาวเสิร์ฟจอมห้าวคงไม่ใช่คนธรรมดา

“ฉันสงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนของเสี่ยเล้ง ดูจากความคล่องตัวและการต่อสู้ ได้รับการฝึกมาอย่างดี”

“เป็นไปได้ครับ ผู้หญิงธรรมดาคงหนีผมกับอาจิวไม่ได้ ที่สำคัญ...ผู้หญิงคนนั้นรู้จักตรอกซอกซอยแถวนี้ดี”

ธามนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะเดาใจย่าหยาว่าคงมาทำงานตามปกติ เพราะดูท่าเธอจะมีลับลมคมในบางอย่าง ถึงเจาะจงมาทำงานที่ฉั่วเทียนเหลา แต่ที่เขาไม่แน่ใจคือเธอเป็นฝ่ายเดียวกับพวกเล้งหรือไม่

“สืบประวัติผู้หญิงที่ชื่อย่าหยามาให้ละเอียด ขุดรากถอนโคนมาให้หมดทั้งตระกูล ดูซิว่าเป็นญาติหรือจริงๆแล้วไม่ใช่ญาติ แต่เป็นคนคนเดียวกับผู้หญิงที่ชื่อจันทร์ชมพู...”

ooooooo

ปริศนาความเป็นมาของย่าหยา ไม่ใช่เรื่องเดียวที่คาใจธาม แต่เจ้าของผ้าเช็ดหน้าสีขาว ปักลายเป็ดแมนดารินสองตัว พร้อมตัวอักษรจีนกำกับ ก็ทำให้เขาอดคิดถึงความหลังที่เซี่ยงไฮ้ไม่ได้ เฉียงผ่านมาเห็นท่าทางเซื่องซึมก็นึกรู้ และอดไม่ได้จะเย้าว่าเจ้านายหนุ่มคงคิดถึงเจ้าของผ้าเช็ดหน้าผืนนี้

“ถ้าไม่มีเธอ...เมื่อสี่ปีก่อน ฉันคงถูกนักเลงที่เซี่ยงไฮ้รุมแทงตาย”

“เฮียน่าจะได้รู้จักเธอนะครับ หรือแค่...เห็นหน้ากันก็ยังดี”

“ถึงไม่ได้เห็นหน้า แต่ฉันก็หวังว่าสักวัน...ฉันจะได้รู้จักและขอบคุณผู้หญิงคนนั้นด้วยตัวฉันเอง”

“เสียดาย...เธออยู่เซี่ยงไฮ้ แต่เฮียอยู่นี่”

“คนจะเจอกัน ยังไงมันก็ได้เจอ”

ธามหรือชลธีในวันวานไม่ใช่คนเดียวที่มีความหลังฝังใจกับอดีต ย่าหยาหรือจันทร์ชมพูเมื่อเจ็ดปีก่อน ก็ขมขื่นใจกับอดีตของเธอไม่แพ้กัน แม้ตอนนี้จะไม่รู้ว่าคนรักเก่าของเธอหายหน้าไปอยู่ไหน และเป็นตายร้ายดีเช่นไร แต่ก็อดคิดถึงและเฝ้าอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกเมื่อเชื่อวันไม่ได้ ขอให้เธอได้เจอเขาอีกครั้ง...

แต่ที่ย่าหยาจะต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเร่งด่วนกว่า คือภาวนาไม่ให้เจอกับธามหรือเฮียกระทิงอีกในวันสองวันนี้ โดยมีหยกมณีสนับสนุนเต็มที่ เพราะไม่อยากมีเรื่อง และรู้สึกถูกชะตากับสาวเสิร์ฟจอมห้าว

ย่าหยาซึ้งใจในความห่วงใยของอีกฝ่ายมาก “หยา มาอยู่ที่นี่ก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียว มีคุณหยกคอยชี้แนะข้างๆ หยารู้สึกอุ่นใจ หยาเองก็ไม่มีพี่ ถ้าหยาจะขอนับคุณหยกเป็นพี่สาวของหยาจะได้ไหมคะ”

“ไม่เคยมีใครขอนับญาติกับผู้หญิงเต้นกินรำกินอย่างฉันมาก่อน เธอเป็นคนแรก...ย่าหยา”

“แล้วคุณหยกจะเมตตารับหยาเป็นน้องสักคนได้ไหม”

“ฉันอยากมีน้องสาวสวยๆอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว นับแต่นี้ไป เธอคือน้องสาวของเจ๊นะย่าหยา”

สองสาวต่างวัยโผกอดกันด้วยความยินดีกับสถานะใหม่ และคงเพราะเป็นกำพร้าเหมือนกัน ทั้งสองเลยผูกพันและเข้าใจกันง่าย ซึ่งหยกมณีก็วางตัวเป็นพี่ใหญ่เต็มที่ ซักไซ้และซักถามด้วยความเป็นห่วง ว่าย่าหยาขอพรอะไรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในร้านบ้าง

ย่าหยาถึงกับอึ้งไปอึดใจ แต่ไม่กล้าบอกอีกฝ่ายตรงๆ

หยกมณีเลยตีความไปเอง “ขอไม่ให้เจอเฮียกระทิงใช่ไหม เจ๊ก็ขอเหมือนกัน ขออย่าให้หยาเจอเฮียกระทิงตอนนี้ ยังไงตี่จูเอี๊ยะก็ต้องช่วย เหมือนกับที่เคยช่วยเจ๊ทุกครั้ง หยาพ้นเงื้อมมือเฮียกระทิงแน่...เจ๊รับรอง”

แต่ตี่จูเอี๊ยะคงไม่ช่วยสองสาวในครั้งนี้ เพราะไม่ทันขาดคำ ธามก็โผล่เข้ามาในฉั่วเทียนเหลา พร้อมฟง เฉียงและจิว หยกมณีไม่รอช้า ไล่น้องสาวหมาดๆให้หลบก่อน ส่วนตัวเองไปรับหน้ากระทิงหนุ่ม แต่ความพยายามของนักร้องสาวจะไกล่เกลี่ยก็ไร้ผล เมื่อธามคิดแผนตลบหลัง โทร.บอกสุ่ยล่วงหน้า ให้พาตัวย่าหยามาพบ โดยให้สัญญาหนักแน่นจะไม่ทำร้ายสาวเสิร์ฟจอมห้าว ย่าหยาเลยตกที่นั่งลำบากต้องเผชิญหน้ากับธามอีกครั้ง

ธามสะใจมากเมื่อเห็นสีหน้าสลดของย่าหยา และเปิดฉากเอาเรื่องทันทีเมื่อหยกมณีกับสุ่ยออกจากห้องไปแล้ว ย่าหยาคร้านจะเถียงด้วย ทำท่าจะออกจากห้อง แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อธามยื่นภาพถ่ายสองสามใบให้ดู

ย่าหยาถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นภาพในงานเลี้ยงเมื่อวันก่อน วันที่เธอทำงานที่ฉั่วเทียนเหลาเป็นวันแรก ในภาพปรากฏเด่นชัด ว่ามีอาแปะท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยจับก้นเธออย่างเมามัน ไม่ใช่อาฟงอย่างที่เข้าใจแต่แรก

“เฮียฟงต้องเป็นแพะรับบาปเพราะซวยที่เดินผ่านเธอ ช่วงอาแปะนั่นเอามือออกจากก้นเธอพอดี”

“ไม่ต้องอธิบายรายละเอียดก็ได้ค่ะ” ย่าหยากลืนน้ำลายช้าๆ ก่อนจะยกมือขอโทษฟงอย่างนอบน้อม “ฉันกราบขอโทษนะคะคุณฟง ที่วู่วามและไม่ดูตาม้าตาเรือ กรุณายกโทษให้ฉันด้วยนะคะ”

ฟงทำหน้าไม่ถูก ตอบกลับงงๆ “เออ...ทีหลังลื้อก็ดูให้ดีก่อน เป็นผู้หญิงอารมณ์พายุแบบนี้ ใครจะเอาทำเมีย”

ย่าหยาไม่สะทกสะท้าน แกล้งพูดกระแทกธาม “ก็ถ้าโลกนี้มีแต่ผู้ชายที่ต่อหน้าวางตัวดี แต่ลับหลังมือไวเป็นลิง ชอบลวนลามผู้หญิงอย่างอาแปะนั่น ฉันก็ไม่อยากมีผัวเหมือนกัน!”

เฉียงกับจิวเกือบหลุดขำไปแล้ว ถ้าจะไม่ได้ยินเสียงเข้มๆของธาม

“อาฟงยกโทษให้เธอแล้ว ทีนี้ก็ตาฉัน...หวังว่าเธอคงจำบิลเลียดลูกนั้นได้”

“นั่นเพราะคุณลวนลามฉันก่อน”

“ขอคำจำกัดความ คำว่าลวนลาม...อธิบายให้ ละเอียดนะ ฉันทำอะไรให้เธอ”

ย่าหยาอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าจะต้องมาเจอผู้ชายเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนี้ สุดท้ายก็ต้องพูดขอโทษแบบเสียไม่ได้ แต่ธามก็ยังไม่พอใจ และบอกความต้องการว่าจะให้เธอเอามื้อดึกไปส่งถึงบ้านทุกวันเป็นเวลาสามเดือน!

ooooooo

ย่าหยาไม่เต็มใจรับข้อเสนอของธามเพื่อไถ่โทษ แต่ยอมเพราะไม่อยากมีปัญหาไปมากกว่านี้ สุ่ยกับหยกมณีเห็นด้วย แม้จะห่วงสวัสดิภาพของสาวเสิร์ฟจอมห้าว แต่ก็รู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่น

อิทธิพลของธามคงจะยิ่งใหญ่มาก เพราะดูท่าหยกมณีกับสุ่ยจะโล่งใจไม่น้อย ที่ย่าหยาโดนทำโทษแค่ไปส่งมื้อดึกทุกวันเป็นเวลาสามเดือน แทนที่จะถูกฆ่าหมกส้วมอย่างที่นึกกลัวแทนมาตลอด

“ทำไมทุกคนถึงกลัวเฮียกระทิงนัก เขายิ่งใหญ่ มาจากไหน โหดเหี้ยมมากไงคะ หยาเคยได้ยินชื่อแต่เสี่ยเล้ง”

ชื่อของเล้งทำให้หยกมณีกับสุ่ยมองหน้ากันงงๆ ไม่คิดว่าสาวเสิร์ฟจอมห้าวซึ่งไม่ใช่คนละแวกนี้จะรู้จักเล้งด้วย ย่าหยากลัวเสียเรื่อง เลยตีหน้าซื่อกลบเกลื่อนว่าเคยเห็นชื่อเล้งจากหน้าหนังสือพิมพ์

หยกมณีพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะอธิบาย “เสี่ยเล้งอยู่นี่มานานก็เป็นที่ยำเกรงของคนที่นี่ ส่วนเฮียธามเพิ่งมาก็จริง แต่ก็ดุดัน ถึงลูกถึงคน สมกับที่ทุกคนเรียกเฮียกระทิง คนเลยไม่กล้ามีเรื่องด้วย”

สุ่ยพยักหน้าเห็นด้วย พร้อมเตือนย่าหยาให้ระวังตัว “ลื้ออย่าไปมีเรื่องกับอีอีก กับลูกน้องอีก็ไม่ได้ อีรักลูกน้องมาก คนคนนี้รักใครรักจริง อั๊วไม่อยากมีปัญหากับแก๊งกระทิง ลื้อเข้าใจใช่ไหม”

สามสาวคงจะคุยเรื่องผู้มีอิทธิพลในเยาวราชอีกนาน ถ้าเด็กในร้านจะไม่มาตามหยกมณีไปต้อนรับเล้งซึ่งแวะมาทานอาหารเสียก่อน นักร้องสาวปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม แล้วไปรับหน้าเสี่ยใหญ่ โดยมีย่าหยามองตามด้วยแววตานิ่งสงบ เหมือนจะตั้งสติเพื่อภารกิจลับบางอย่างที่วางแผนมานานถึงเจ็ดปี!

แล้วย่าหยาก็สบโอกาสเรียกร้องความสนใจจากเล้ง ตอนเขากำลังเคลิ้มกับเสียงเพลงอันไพเราะของหยกมณี ด้วยการทำน้ำหกใส่ เล้งจะเอาเรื่องอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้เห็นหน้าสาวเสิร์ฟเสียก่อน ย่าหยาข่มความตื่นเต้นที่ได้เผชิญหน้ากับคนสั่งฆ่าพ่อแม่เป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดปี เธอสบตาเล้งนิ่ง และทำท่าเหมือนไม่ประสาอะไร

ได้ผลเกินคาด เพราะนอกจากเล้งจะไม่เอาเรื่อง ยังสั่งให้เธอไปสั่งอาหารจานโปรดให้อีก ธามซึ่งเคล้าเคลียกับโบตั๋นไม่ไกลจากนั้นเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง คิดว่าท่าทางตะลึงงันของเล้งนั้นน่าสงสัยไม่น้อย และเมื่อได้อยู่ตามลำพังกับบรรดาคนสนิท กระทิงหนุ่มก็อดตั้งคำถามไม่ได้ ซึ่งเฉียงก็เห็นด้วย

“หรือว่าย่าหยาจะเป็นคนของเสี่ยเล้งจริงๆอย่างที่เฮียคิด”

“ไม่ใช่แค่น่าจะ แต่มันแน่ซะยิ่งกว่าแน่ เรื่องนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญ ฉันต้องการประวัติผู้หญิงคนนั้นวันนี้!”

ไม่ใช่แค่ธามที่ติดใจความเป็นมาของย่าหยา เล้งก็คาใจไม่แพ้กัน เพราะหน้าตาหญิงสาวเหมือนกับจันทร์ชมพู ลูกสาวคนเดียวของสมชาย อดีตมือขวาที่เขาสั่งฆ่าเมื่อเจ็ดปีก่อน จนราวกับเป็นคนคนเดียวกัน และเสี่ยใหญ่ก็ไม่รอช้าจะหลอกถามประวัติเธอจากสุ่ย โดยพยายามไม่ให้กระโตกกระตากมากเพราะกลัวจะมีคนสงสัย

สุ่ยไม่รู้เรื่อง เลยตอบเท่าที่รู้ ว่าสาวเสิร์ฟคนใหม่ชื่อจริงว่าเพ็ญนภา ชื่อเล่นย่าหยา แต่มาจากไหนไม่มีใครรู้ เล้งเลยส่งฮั้วกับฮกไปสืบจากอำเภอ โดยมีจิวกับเฉียงสะกดรอยตามไปอีกที แต่สี่หนุ่มต่างแก๊งก็ไม่พบอะไรมาก นอกจากย่าหยาเป็นหญิงชาวบ้านย่านฝั่งธนฯที่ไปเรียนหนังสือในเมืองและทำงานในเยาวราชตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน

ooooooo

เล้งต้องพักเรื่องของย่าหยาไว้ก่อน เพราะมีเรื่องทองที่ถูกปล้นมาให้เครียดแทน เกี๊ยงเป็นคนเอาข่าวร้ายมาแจ้ง ว่ามีบุคคลนิรนามเอาทองถุงไปบริจาคที่โรงพยาบาลและมูลนิธิหลายแห่ง ซ้งพยายามบอกให้เจ้านายใหญ่ใจเย็น เพราะอาจเป็นเงินของพวกใจบุญจริงๆก็ได้ แต่เกี๊ยงกลับไม่คิดเช่นนั้น

“ถ้ามันแค่ร้อยสองร้อย อั๊วคงไม่ตื่นเต้น แต่นี่มันเอาทองแท่งใส่ถุงไปหย่อนไว้ทุกที่ อั๊วเลยสงสัยว่าทองพวกนั้นอาจเป็นของนายใหญ่ แถมมันยังไม่มีตราประทับอะไรเลย แต่เจ้าหน้าที่มาพิสูจน์แล้ว มันเป็นทองคำจริงๆ ตอนนี้ไอ้คนที่เอามาให้มันดังใหญ่ ใครๆก็อยากรู้ว่ามันเป็นใคร”

ซ้งนิ่วหน้า ไม่คิดว่าเป็นเรื่องยากจะสืบ เกี๊ยงส่ายหน้า ก่อนจะยื่นหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์ให้เล้งดู

“หวังว่าทองจำนวนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อโรงพยาบาล โรงเรียนและมูลนิธิ ลงชื่อ...โจรกระจอก”

เล้งหัวเสียมากเมื่ออ่านจบ มั่นใจโดยไม่ต้องคิดซ้ำว่าเป็นฝีมือธามศัตรูตัวฉกาจแน่

เกี๊ยงยังไม่เชื่อ “เป็นมันแน่หรือนายใหญ่ มันก็โดนปล้นเหมือนกับเรานะ”

“มันพูดเรื่องโจรกระจอกใส่หน้าอั๊วทุกครั้ง ไม่เป็นมันแล้วจะเป็นใคร อย่าว่าแต่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับอั๊วเลย แค่มันเป็นคู่แข่งการค้า มันก็สมควรตาย อาซ้ง...ลื้อให้คนของลื้อวางยามันวันนี้เลย!”

ฝ่ายย่าหยา...แม้จะไม่อยากให้ธามตายเหมือนเล้ง แต่ก็อยากแก้เผ็ดเล็กๆน้อยๆ ให้เขาได้รับบทเรียนบ้าง ที่แสดงอำนาจบาตรใหญ่ แกล้งให้เธอต้องไปส่งมื้อดึกถึงสามเดือน ด้วยการโรยเกลือลงอาหารมื้อแรกที่จะไปส่ง แต่เกลือไม่ทันหมดห่อก็ต้องเก็บใส่กระเป๋ากางเกงแทบไม่ทัน เมื่อเห็นหยกมณีเดินมาหา

หยกมณีไม่รู้ว่าน้องสาวนอกไส้มีแผนร้าย ยื่นแผนที่บ้านธามให้ พร้อมอธิบายเพิ่มด้วยความเป็นห่วง

“ถ้าหลงเดี๋ยวหยาถามคนแถวนั้น บ้านเฮียกระทิงผู้ยิ่งใหญ่ แถมมีเสน่ห์เย้ายวนใจ ใครๆก็ต้องรู้จักจริงไหมคะ”

“ระวังหลงเสน่ห์ขึ้นมาจริงๆจะถอนตัวไม่ขึ้นนะ”

“แหม...ชักอยากรู้แล้วสิคะ หลงเสน่ห์จนถอนตัวไม่ขึ้นเป็นยังไง”

“รีบไปไวๆ ให้เฮียกระทิงรอนาน เดี๋ยวโดนขวิดไส้แตก”

ย่าหยาไม่ได้โอ้เอ้ แต่ตรงไปบ้านธามตามแผนที่ในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา แล้วพบว่าประตูหน้าบ้านไม่ได้ลงกลอน แต่เปิดแง้มไว้พอให้เธอลอดผ่านไปได้ ธามซึ่งแอบสะกดรอยตามเธอจากฉั่วเทียนเหลา มองตาม

ด้วยแววตานิ่งเฉย แต่เต็มไปด้วยความต้องการจะจับผิด เพราะเชื่อว่าหญิงสาวเป็นคนไม่ธรรมดา

บ้านของธามเต็มไปด้วยของตกแต่งแบบโบราณจากยุโรป บ่งบอกรสนิยมที่ไม่ธรรมดาของเจ้าของบ้านซึ่งไม่เหมือนชาวจีนในละแวกเดียวกัน ย่าหยาเห็นนาฬิกาเรือนใหญ่กลางบ้าน แล้วอดคิดถึงชลธีไม่ได้ จำได้ดีว่าเขาชื่นชอบของสะสมที่เป็นนาฬิกามากเช่นกัน และเกือบจะเข้าใจผิด คิดว่าธามซึ่งปรากฏตัวตรงหน้าเป็นอดีตคนรัก

ธามหัวใจเต้นแรงอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเห็นท่าทีของย่าหยาที่มีต่อนาฬิกา ของสะสมสุดโปรดของเขา แต่ยังตีหน้ายักษ์ กล่าวหาว่าเธอเป็นพวกมิจฉาชีพ อยากขโมยข้าวของของเขา

ย่าหยาส่ายหน้าเหนื่อยหนาย “ฉันแค่สนใจนาฬิกา แปลกใจว่าทำไมคุณถึงสะสมไว้เยอะนัก”

คำตอบของย่าหยา ทำให้ธามอดนึกถึงคำพูดตัวเอง ที่เคยพูดกับจันทร์ชมพูในอดีตไม่ได้

“เสียงนาฬิกา...ช่วยเตือนให้เรารู้ว่าทุกวินาทีผ่านไปเหมือนสายน้ำ เมื่อไหลไปแล้ว ก็ไม่มีวันหวนกลับ”

ย่าหยาเป็นคนดึงเขาออกมาจากภวังค์ “คุณพูดเหมือนใครคนหนึ่งที่ฉันรู้จัก”

“ใครเห็นนาฬิกาก็ต้องนึกถึงเวลา นึกถึงสายน้ำทั้งนั้น พูดซ้ำกันก็ไม่เห็นแปลก”

ย่าหยาไม่ได้ติดใจคำพูดเฉไฉของเขา แต่ขอตัวกลับดื้อๆ เพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย แต่ธามก็ไม่ยอม

“ยังไปไม่ได้ จนกว่าเธอจะยอมให้ฉันค้นตัว ถ้าไม่ได้ขโมยอะไรไปจริง”

คำกล่าวหาของเขาทำให้ย่าหยาฉุนจัด แหวกลับอย่างไม่กลัว “ฉันไม่ได้เอาอะไรไป คุณจะสงสัยอะไรนักหนา ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉันจะทำอะไรหัวหน้าแก๊งกระทิงผู้ยิ่งใหญ่ได้”

แต่ธามก็ไม่สนใจ ลงมือค้นตัวแบบถึงเนื้อถึงตัว จนย่าหยาเผลอออกอาการเบี่ยงตัวหลบเหมือนที่เคยได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ธามไม่แปลกใจกับท่าทางของเธอนัก และยิ่งมั่นใจว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา

“ผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอคงไม่รู้วิธีรับมือกับการค้นตัวแบบนี้”

ย่าหยาถึงกับพูดไม่ออก พยายามคุมสติอย่างมาก ไม่ให้ผลุนผลันทำอะไรให้เขาสงสัยไปกว่านี้ ธามเลยฉวยโอกาสค้นตัวแบบใกล้ชิดกว่าเดิม ก่อนจะตาลุกวาว เมื่อเห็นซองสีน้ำตาลห่อเล็กหลุดมาจากกระเป๋ากางเกงเธอ!

ooooooo

ย่าหยาไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะตกม้าตายตอนจบแบบนี้ เพราะความต้องการจะแก้เผ็ดเล็กๆ น้อยๆของเธอแท้ๆ ทำให้ไม่ได้ออกจากบ้านธามเร็วตามที่หวัง แถมถูกกุมตัวไว้อีกต่างหาก เพราะกระทิงหนุ่มไม่เชื่อว่าสารสีขาวในห่อสีน้ำตาลในกระเป๋ากางเกงเธอจะเป็นเกลือ

“เธอเห็นฉันเป็นเด็กอมมืองั้นหรือ ในเมื่อเธอคิดว่า มันเป็นเกลือก็ดี...กิน และต้องกินให้หมด!”

ย่าหยารู้ดีว่าตัวเองใส่เกลือไปมากแค่ไหน ปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมกินอาหารที่นำมาส่ง แม้ธามจะขู่และบังคับเท่าไหร่เธอก็ไม่ยอมท่าเดียว จนเขาต้องขยับไปใกล้ แล้วคาดคั้นด้วยน้ำเสียงห้วนจัด

“ไม่กล้ากินเพราะรู้ว่ามันคือยาพิษใช่ไหม”

ย่าหยาข่มความเจ็บต้นแขนที่ถูกเขาบีบแน่นโดยไม่รู้ตัว สบตาเขาอย่างไม่หลบ ก่อนจะขอตัวดื้อๆ ทิ้งธามให้มองตามด้วยความเจ็บใจ...ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นใครและต้องการอะไรกันแน่

การค้นประวัติของย่าหยาล้มเหลวไม่เป็นท่าจริงๆ ทั้งธามและเล้งถึงกับมึน เพราะไม่มีใครในละแวกบ้านเกิดของย่าหยาหรือเพ็ญนภาจะรู้จักหญิงสาวที่ชื่อจันทร์ชมพู โดยเฉพาะเล้ง ร้อนรนมาก กลัวจันทร์ชมพู จะยังไม่ตาย

“แต่อาฮั๊ว อาฮกช่วยอาหลงฝังเด็กนั่นกับมืออั๊วก็เห็น นายใหญ่ก็เห็น” เกี๊ยงท้วงเบาๆ

“ตามตัวอีมา อั๊วอยากรู้ว่าเด็กเสิร์ฟนั่นเป็นลูกสาวชาวสวนจริงๆหรือเป็นใครมาจากไหนกันแน่”

ส่วนธามไม่ร้อนรนเท่าเล้ง แต่คาใจหน้าตาและท่าทางของย่าหยาไม่ต่างกัน ยิ่งค้นพบว่ามื้อดึกมื้อแรกที่หญิงสาวเอามาส่งมีเกลือเป็นส่วนผสมจริงๆ ยิ่งสงสัยว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ ถึงได้ทำอะไรแผลงๆแบบนี้

ด้านย่าหยา...ไม่รู้ว่าสองหนุ่มคู่กรณีพยายามตามสืบประวัติ มุ่งหน้าไปหาซินแสง้วง อีกหนึ่งผู้ล่วงรู้ความลับ และตัวตนแท้จริงของเธอ นอกจากพ้ง ว่าเธอคือคนเดียวกับจันทร์ชมพู ลูกสาวของสมชายอดีตมือขวาเล้ง และอดีตคนรักของชลธี ซินแสใหญ่แห่งเยาวราชส่งยิ้มให้หญิงสาวที่เคยรักษาแผลถูกยิงให้เมื่อเจ็ดปีก่อน แล้วทักขึ้นเบาๆ

“ลื้อกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่อาหยา”

“หยาเพิ่งมาได้ไม่กี่วันค่ะซินแส ซินแสคะ...หยาคิดว่าหยาเจอพี่ธี ผู้ชายคนนั้นเหมือนพี่ธีมาก”

“แต่นิสัยต่างกันราวฟ้ากับดิน อีชื่ออาธาม เป็นพี่ชายฝาแฝดของอาธี อีถูกเฉินอี่เสียงขอไปเลี้ยงตั้งแต่เด็ก พออาธีตาย เฉินอี่เสียงเลยเรียกตัวอีมาจากอเมริกา มาสานต่องานของครอบครัว”

“พี่ธียังไม่ตายค่ะซินแส พี่ธีแค่หายตัวไป”

“อีตายแล้ว เหมือนอาจันทร์ไง อาจันทร์ก็ตายไปแล้ว”

“เขาเรียกหยาว่าจันทร์ชมพู”

“อีแค้นอาจันทร์ เข้าใจว่าป๊าม้าอาธีตายเพราะอาจันทร์เป็นต้นเหตุ เพราะฉะนั้น...ลื้อรู้ใช่ไหมว่าควรจะทำตัวยังไง อยู่ห่างอีให้มากที่สุด อาธาม...อีไม่เหมือนอาธี”

คำเตือนของซินแสง้วงทำให้ย่าหยาคิดหนักไม่อยากเชื่อว่าชลธีจะมีฝาแฝด แถมยังเป็นตัวอันตรายสำหรับเธออีก แต่ถึงกระนั้น...หญิงสาวก็ไม่ได้กลุ้มนาน เพราะเมื่อกลับถึงฉั่วเทียนเหลาเพื่อทำงานต่อ ก็ต้องรับมือกับอารมณ์หึงหวงของโบตั๋น ซึ่งแอบสืบรู้ว่าเธอต้องไปส่งมื้อดึกให้ธามถึงบ้านเป็นเวลาสามเดือน

“ทำไมต้องเป็นเธอ”

“ก็หยาไปทำเวรทำกรรมไว้กับอาฟงน่ะสิคะ เขาถึงสั่งให้หยาเอาข้าวไปส่งชดใช้กรรม”

“รู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นอะไรกับเฮียธาม”

“ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง พี่โบตั๋นอย่าคิดมากเลยค่ะ เขาแค่ลงโทษหยาแค่นั้น”

รอยยิ้มแสดงความบริสุทธิ์ใจของย่าหยา ทำให้โบตั๋นลดความระแวงลง แล้วบรรยากาศก็คลี่คลายลงอีก เมื่อหยกมณีมาตามนักร้องสาวรุ่นน้องให้ออกไปข้างนอก

“โบตั๋น...เฮียกระทิงมารับลื้อแน่ะ มารับก่อนเลิกงานแบบนี้ จะพาไปฉลองที่ไหนหรือเปล่า ส่วนลื้อ...อาหยา ลื้อกลับมาก็ดีแล้ว ข้างนอกกำลังวุ่นเลย รีบออกไปล่ะ”

หยกมณีพูดจบก็ออกไปร้องเพลงต่อ ย่าหยาเลยได้โอกาสสำทับ สร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง

“เห็นไหมคะ หยาต้องเดินไปรับใช้เขา แต่เขาเดินมาหาพี่ถึงนี่ แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเขารักพี่มากแค่ไหน”

ooooooo

โบตั๋นมีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นหน้าคนมารับ ไม่ใช่ธามอย่างที่หวัง แต่เป็นเฉียงคนสนิทของเขาที่มักถูกส่งมารับเธอที่ฉั่วเทียนเหลาเสมอ แล้วก็ต้องเซ็งกว่าเดิม เมื่อธามไม่ได้พะเน้าพะนอหรือคลอเคลียเธอทันทีที่เจอหน้าเหมือนเคย แต่ซักไซ้ถามเรื่องของย่าหยาแทน

“เขาสนิทกับใครเป็นพิเศษหรือเปล่า เคยเห็นใครมาหาหรือคุยกับเขาบ้างไหม”

“โบตั๋นไม่รู้ค่ะ ทำไมตอนหยามาส่งข้าว เฮียไม่ถาม เขาเองคะ”

น้ำเสียงกระเง้ากระงอดของนักร้องสาวคู่ขาทำให้ธามเริ่มรู้ตัวว่าแสดงอาการอยากรู้มากเกินไป เลยเปลี่ยนท่าทีเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ หอมแก้มเธอเบาๆเพื่อกลบเกลื่อนความในใจ ซึ่งก็ได้ผล โบตั๋นมีสีหน้าดีขึ้นมาก

“โบตั๋นคิดถึงเฮีย อยากให้ถึงเวลาเลิกงานเร็วๆ โบตั๋นอยากอยู่ใกล้ๆเฮีย”

แต่ที่ธามไม่รู้ คือโบตั๋นถูกมอบหมายจากซ้ง มือปืนของเล้งและอาแท้ๆให้เอายาพิษผสมชาหรืออาหารให้เขาตายช้าๆ และถึงแม้เธอจะไม่เต็มใจเพราะหลงรักธามจริงๆ แต่ก็กลัวอิทธิพลของเล้งซึ่งอุ้มชูและเลี้ยงดูเธอ มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย แต่โชคก็ยังเข้าข้างธาม เพราะเขาไม่ทันกินชาผสมยาพิษ จิวก็โผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน

เพราะเรื่องย่าหยาแท้ๆ ทำให้แผนของโบตั๋นล่ม แถมถูกส่งกลับบ้านโดยมีเฉียงตามไปคุ้มครอง ส่วนธาม มุ่งหน้าไปฉั่วเทียนเหลาพร้อมจิว เพื่อสังเกตการณ์ท่าทีของฝ่ายเล้ง ซึ่งจิวไปสืบมาได้ว่าส่งฮั้วกับฮกมาเฝ้าย่าหยา ถึงหน้าร้าน แล้วกระทิงหนุ่มก็ได้ออกแรงจนได้ เมื่อเห็นว่าย่าหยาถูกดักฉุด!

ย่าหยาควบคุมสติตัวเองได้ดี เมื่อเห็นว่ามีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยสะกดรอยตาม และเกือบจะได้ใช้ฝีมือการป้องกันตัวที่ฝึกมานานแล้ว ถ้าบังเอิญว่าธามกับจิวจะไม่มาช่วยเสียก่อน หญิงสาวแกล้งทำท่าหวาดหวั่น ตั้งท่าจะหนี ไม่อยากมีเรื่องกับพวกธามให้เสียเรื่อง แต่ก็ไม่พ้น เพราะธามจัดการฮั้วกับฮกและจับตัวเธอไว้ได้ ก่อนจะส่งตัวมือปืนสองพี่น้องให้จิวนำตัวไปขังที่โรงงานเพื่อรอเขาไปสอบสวนด้วยตัวเอง

แท้ที่จริงธามตั้งใจจะไปส่งเธอที่บ้าน แต่ท่าทางพยศของเธอก็ทำให้เขาอดแกล้งไม่ได้ และขู่จะพาไปขึ้นสวรรค์ที่โรงแรม ย่าหยาตาเหลือก เชื่อจริงๆว่าเขาคิดลามก เลยแหวใส่เขาเสียงเขียว

“ไม่นะ...ฉันไม่ได้ชอบคุณ ฉันมีคนรักอยู่แล้ว อย่าว่าแต่จะชอบเลย แค่จะคุยกันดีๆสักครั้งก็ยังไม่เคย คุณเป็นถึงเจ้าพ่อ คุณไม่ทำร้ายจิตใจคนเพศเดียวกับแม่คุณหรอก...จริงไหม”

ธามถึงกับขำ ย้อนเสียงหยัน “เธอคิดว่าฉันจะทำอะไร ปล้ำเธองั้นหรือ ผอมแห้งขนาดนี้ กอดไปเจอแต่กระดูก เสียอารมณ์เปล่าๆ ฉันแค่จะพาเธอไปส่งบ้าน เหนื่อยมาทั้งวัน ได้อาบน้ำนอนก็เหมือนขึ้นสวรรค์แล้วไม่ใช่หรือ”

ย่าหยาไม่อยากจะเชื่อว่าธาม เจ้าของฉายากระทิงดุ แห่งเยาวราชจะกวนประสาทได้มากขนาดนี้ สุดท้ายเลยต้องใช้แผนสุดท้าย ยอมให้เขาไปส่งบ้าน แต่ให้ที่อยู่ปลอม ไม่ยอมบอกที่อยู่จริงๆ แต่ถึงกระนั้น...ธามก็รู้ทันและสะกดรอยตามถึงบ้านเธอจนได้ จนย่าหยาถึงกับอ่อนใจ...

ไม่รู้จะตามจับผิดอะไรนักหนา!

ooooooo

เฉียงมาส่งโบตั๋นที่หอพักตามคำสั่งธาม และแม้เขาจะพยายามควบคุมความรู้สึกตัวเองแค่ไหน แต่ก็อดใจเต้นไม่ได้ เมื่อมีโอกาสอยู่กับเธอตามลำพัง เพราะแอบหลงรักเธอมานาน แต่โบตั๋นกลับไม่มีท่าทีใดๆกับเขา นอกจากพูดคุยด้วยตามมารยาทเท่านั้น ซึ่งเขาก็ยอมรับในข้อนี้ และขอเป็นฝ่ายแอบรักเธอแบบเงียบๆก็พอ

เฉียงกลับไปแล้ว โบตั๋นถึงกับถอนใจยาว ไม่ได้ติดใจท่าทีพิเศษของคนสนิทของธาม แต่เพราะภารกิจลับที่เล้งมอบหมายผ่านซ้งมามากกว่า แล้วก็ถึงกับหน้าถอดสี เมื่อเห็นซ้งนั่งรออยู่แล้วในห้องพัก!

ซ้งค่อยๆถอดวิกผมและเปลี่ยนเสื้อผ้าจากแม่บ้านในหอพักมาเป็นนักฆ่าจอมโหดคนเดิม ก่อนจะยื่นห่อสีน้ำตาลเล็กๆให้หลานสาว โบตั๋นรู้ดีว่าในห่อเป็นยาพิษ ร้ายแรง แต่ไม่รู้ว่ามันออกฤทธิ์ยังไง

“ยาจะออกฤทธิ์ทีละนิด มันไม่รู้ตัวหรอก อั๊วไปนะ”

“ทีหลังนัดเจออั๊วข้างนอกดีไหม ที่นี่คนของเฮียกระทิงทั้งนั้น อั๊วกลัวอีจับได้”

โบตั๋นยืนรอจนซ้งออกไปพ้นประตู แล้วทรุดนั่งบนเตียงอย่างอ่อนแรง อยากจะร้องไห้ให้ตายเสียให้ได้ ที่ต้องมาทำภารกิจลับบ้าๆแบบนี้ ไม่ต่างกับย่าหยา ที่อยากจะร้องไห้เพราะความอึดอัดใจที่ถูกธามจ้องจับผิดตลอด แถมเรียกเธอว่าจันทร์ชมพู จนเธอแทบจะหมดความอดทน

“คุณจะหาเรื่องอะไรฉันนักหนา บอกกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่รู้จัก ไม่ได้เป็นอะไรกับผู้หญิงคนนั้น คุณจะยัดเยียดให้ฉันเป็นเขาทำไม” ธามยังไม่เชื่อ ย่าหยาเลยต้องย้ำ “ก็บอกแล้วไงว่าฉันชื่อย่าหยา”

“จะโกหกไปถึงไหน ยอมรับสักทีว่าเธอคือจันทร์ชมพู!”

ท่าทีเกรี้ยวกราดของธาม ทำให้ย่าหยาอดคิดถึงคำพูดของพ้งเมื่อเจ็ดปีก่อนไม่ได้

“ถ้าลื้อต้องการแก้แค้นให้พ่อแม่ ลื้อต้องล้างสมองตัวเองให้ได้ ไม่ว่าใครจะทรมานลื้อให้เจ็บปวดแค่ไหน ลื้อต้องยืนยันว่าลื้อคือย่าหยา...ไม่ใช่จันทร์ชมพู!”

นั่นคือคำพูดในปีแรกที่พ้งรับตัวเธอไปอยู่ด้วย ย่าหยาผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก และเริ่มจะเชื่อจริงๆว่าตัวเองคือเพ็ญนภาหรือย่าหยา ไม่ใช่จันทร์ชมพู ผู้หญิงอ่อนแอและอ่อนต่อโลกคนเก่า และจนถึงวันนี้ คำพูดของธามที่พยายามยัดเยียดให้เธอกลับไปเป็นจันทร์ชมพู ก็ทำอะไรเธอไม่ได้

“ฉันไม่ใช่จันทร์ชมพู คุณจะฆ่าฉันให้ตาย ฉันก็ยืนยันคำเดิม ว่าฉันไม่ใช่จันทร์ชมพู!”

ธามอยากจะบีบคอเธอให้ตายคามือนักที่ปากแข็ง แต่ก็ต้องพาเธอวิ่งหลบห่ากระสุนจากมือปืนไม่ทราบฝ่ายเสียก่อน ย่าหยาไม่มีเวลาถามหรือมองหาตัวคนร้าย ต้องวิ่งตามเขาจนกลิ้งตกลงไปในท้องร่องข้างทางด้วยกัน ก่อนที่สติทุกอย่างของเธอจะดับวูบ เมื่อมีกลุ่มชายลึกลับเข้ามาโปะยาสลบเธอจากด้านหลัง!

ธามคิดว่าย่าหยาถูกพวกเล้งลักพาตัว เลยรีบไปโรงงานร้างที่ให้จิวพาฮั้วกับฮกไปกักตัวไว้ เพื่อเค้นความหาตัวหญิงสาว โดยไม่รู้เลยว่าทุกอย่างเป็นแผนของพ้งซึ่งเพิ่งมาจากเซี่ยงไฮ้ และเป็นคนจัดฉากทั้งหมด

“อั๊วเป็นห่วงลื้อ ลงเครื่องมาก็เจอลูกชายเฉินอี่เสียง จับตัวลื้อขึ้นรถ อั๊วเลยให้ลูกน้องตามไปช่วย เจ็บตรงไหน หรือเปล่า ขอโทษจริงๆที่ต้องจัดฉากให้สมจริง ไม่งั้นอาธามคงไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือไอ้เล้ง”

ย่าหยามีสีหน้าแปลกใจกับความจริงเรื่องใหม่ “เขาคือลูกชายบุญธรรมเฉินอี่เสียงหรือคะ”

“เฉินอี่เสียงคือเจ้าพ่อที่คนจีนที่นี่นับหน้าถือตา อียกตำแหน่งนี้ให้อาสุงก่อนที่อีจะไปสร้างอาณาจักรใหม่ที่เซี่ยงไฮ้ อีรักอาเช็งพ่อของอาธามมากเพราะมีเลือดนักสู้เหมือนกัน เมื่ออาเจียหลินคลอดลูกชายฝาแฝด อีเลยขอลูกชายคนโตคืออาธามไปเลี้ยง จดทะเบียนให้เป็นลูก ให้ใช้นามสกุลธราธรของอี”

“เพราะอย่างนี้นี่เอง เขากับพี่ธีถึงนามสกุลไม่เหมือนกัน”

“ครอบครัวอาเช็งล่มสลาย เฉินอี่เสียงเลยส่งอาธาม มาดูแลแก๊งกระทิง ไม่งั้นไอ้เล้งมันยึดอำนาจแน่ เพราะญาติอาเช็งไม่มีใครมีบารมีพอจะขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งได้”

“แต่พี่ธี...ยังมีชีวิตอยู่ไหมคะอาปา”

“อั๊วไม่รู้ ที่รู้คือลื้อมีสิทธิ์เรียกร้องความยุติธรรมให้พ่อแม่ลื้อและอาธี”

“เสี่ยเล้งมันเห็นหน้าหยาแล้ว หยาเข้าใกล้มันขั้นหนึ่งแล้ว”

“มันหลอกใช้ลื้อยังไง ลื้อก็ใช้วิธีนั้นย้อนไปจัดการมัน!”

ooooooo

ธามไม่รู้ว่าพวกเล้งจับตัวย่าหยาไปไว้ที่ไหน แต่ได้รู้ความจริงจากปากฮั้วกับฮกว่าจันทร์ชมพูถูกเล้งสั่งฆ่าไปแล้วเมื่อเจ็ดปีก่อน โดยที่สองพี่น้องเป็นคนลงมือฝังด้วยตัวเอง

แม้จะบอกตัวเองว่าจันทร์ชมพูสมควรตาย แต่ธามก็อดโมโหไม่ได้ เมื่อได้ยินถึงความโหดร้ายและโหดเหี้ยมของเล้ง ที่สั่งฆ่าอดีตคนรักของเขาแบบไม่ลังเล และเพื่อความแน่ใจ เขาเลยสั่งให้มือปืนสองพี่น้องพาไปดูที่ฝังศพของเธอ

เฉียงกับจิวตามประกบเจ้านายเหมือนเคย และต้องคอยกล่อมให้เจ้านายหนุ่มใจเย็น เพราะกลัวมือปืนสองพี่น้องจะตายก่อนได้บอกที่ฝังศพ เพราะพูดจาวกวนกวนประสาท แล้วธามก็ทำให้สองพี่น้องสารภาพ เล่าเรื่องราวเมื่อเจ็ดปีก่อน วันที่จันทร์ชมพู...ผู้หญิงที่เขาเคยรักที่สุดโดนฆ่าตาย!

“ตอนนั้นอั๊วกับอาฮั้วแล้วก็คนขับรถชื่ออาหลง เพิ่งเข้ามาเป็นลูกน้องเสี่ย เราไม่รู้เรื่องอะไร เสี่ยเล้งสั่งให้ตามไปไหนเราก็ต้องทำตาม แล้ววันหนึ่ง...เฮียก็สั่งให้อาหลงขับรถมาที่นี่”

ภาพในอดีตเมื่อเจ็ดปีก่อนผุดขึ้นอีกครั้งตามคำบอกเล่าของฮั้วและฮกซึ่งสลับกันเล่า ว่าเล้งหลอกพาจันทร์ชมพูมาถึงป่าร้างที่เดียวกันนี้เพื่อฆ่าทิ้ง แต่สมชายพ่อแท้ๆของเธอก็โผล่มาช่วยเสียก่อน แท้ที่จริงแล้วสมชาย อดีตมือขวาของเล้งซึ่งลาออกไปดูแลลูกเมีย ถูกเล้งจับมาซ้อมจนน่วมก่อนหน้านั้นแล้ว และถูกนำตัวไปซ่อนที่กระโปรงท้ายรถ แต่ยังใจเด็ด รวบรวมแรงถีบฝากระโปรงออกมาเพื่อช่วยลูกสาวคนเดียว

จันทร์ชมพูร้องลั่นเมื่อเห็นสภาพพ่อ โกรธมากเมื่อเห็นว่าเล้งผิดคำสัญญาจะไม่ยุ่งกับครอบครัวเธออีก

“ไหนแกบอกว่าฉันจัดการพี่ธีได้แล้ว แกจะปล่อยพ่อฉันไง”

เล้งหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเยาะเสียงหยัน “เด็กน้อย... พ่อลื้อน่ะมือขวาอั๊วนะ คนที่รู้ความลับอั๊วทุกอย่างไม่มีสิทธิ์ตีตัวออกห่างอั๊ว ใครเดินออกจากแก๊งมังกรดำ มันคือคนทรยศ!”

จันทร์ชมพูร้องไห้ พนมมือขึ้นกลางอก “พ่อแค่ต้องการกลับไปดูแลแม่ แม่ฉันป่วยหนัก เราแค่ต้องการกลับไปอยู่ด้วยกันในช่วงที่แม่ฉันยังหายใจแค่นั้น สงสารพวกเราเถอะนะ ฉันกราบล่ะ”

สมชายกระเสือกกระสนหนีห่ากระสุนจากพวกสมุนของเล้งไปหลบในมุมลับตาจนได้ แต่ก็ต้องกัดฟันกรอด เมื่อได้ยินคำขู่ของเล้ง...อดีตเจ้านายใหญ่จอมโฉด ว่าถ้าไม่ยอมออกมาให้จับจะฆ่าจันทร์ชมพูให้ตายคามือ

จันทร์ชมพูไม่ยอมให้พ่อมาเสี่ยงกับเธอ ร้องลั่น “พ่อ...หนีไป ไม่ต้องห่วงหนู กลับไปหาแม่ให้ได้นะคะพ่อ”

แต่มีหรือคนใจเด็ดอย่างสมชาย อดีตมือขวาของเล้งจะยอมทิ้งลูกสาวคนเดียวง่ายๆ เขาตัดสินใจปรากฏตัวในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา แล้วสาดกระสุนเท่าที่มีใส่พวกเล้งไม่ยั้งเพื่อช่วยลูกสาว แต่สุดท้ายอดีตมือขวาก็สิ้นลาย ถูกกระสุนเจาะเข้าที่ไหล่หนึ่งนัดจนลุกแทบไม่ไหว แต่ก็ยังกระเสือกกระสนหนีไปได้

จันทร์ชมพูร้องไห้โฮอย่างไม่อาย แค้นใจกับชะตากรรมของพ่อ ก่อนจะพุ่งไปทุบตีเล้งอย่างไม่กลัวตาย

“แกสัญญาว่าถ้าฉันยิงพี่ธีแล้วแกจะปล่อยเราสองคน แกจะไม่ยุ่งกับครอบครัวฉัน แล้วแกฆ่าพ่อฉันทำไม ไอ้คนชั่ว...แกมันไม่ใช่คน ฆ่าได้แม้กระทั่งคนไม่มีทางสู้ ไอ้คนสารเลว ไอ้หน้าตัวเมีย”
เล้งตบจันทร์ชมพูจนหน้าหัน ก่อนจะยื่นปืนให้หลง ลูกสมุนคนใหม่ยิงจันทร์ชมพู

“พิสูจน์ให้อั๊วเห็นว่าลื้อสมควรจะเข้ามาอยู่แก๊งมังกรดำ”

หลงมีท่าทางแตกตื่น ละล้าละลังจนเล้งรำคาญ คว้าปืนมายิงแขนของจันทร์ชมพู

“กรรมใดที่แกก่อ ขอให้มันสนองกลับคืนแกเป็นร้อยเป็นพันเท่า แกต้องตายอย่างหมาข้างถนน ไอ้ฆาตกร!”

คำสาปแช่งและท่าทางทุกข์ทรมานเพราะพิษบาดแผลของเธอ ไม่ได้ทำให้เล้งสะทกสะท้าน แต่กลับยกปืนเล็งอีกครั้ง และคราวนี้ตรงกลางอก กระสุนพุ่งไปอย่างไม่พลาดเป้า จันทร์ชมพูถึงกับนอนหงายหลังหมดสติ เล้งมองผลงานตัวเองด้วยความชอบใจ แล้วสั่งให้ฮั้ว ฮกและหลงนำร่างของเธอไปฝัง

ooooooo

สมชายหนีไม่รอด และถูกตามไปฆ่าตายกลางป่านั่นเอง ส่วนจันทร์ชมพูถูกนำไปฝังใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่ฮั้วกับฮกพาธามมาพิสูจน์ และมือปืนสองพี่น้องคงจะถูกกระทิงหนุ่มฆ่าตายแน่ ถ้าขุดแล้วไม่เจอร่างจันทร์ชมพู

เวลาเดียวกันที่บ้านเช่าของพ้งในกรุงเทพฯ...ย่าหยาตื่นเช้าด้วยสภาพสะโหลสะเหล เพราะยังมึนยาสลบที่พ้งให้ลูกน้องนำไปโปะเมื่อคืนก่อน พลันน้ำตาก็ไหล เมื่อได้คุยกับพ้งเรื่องความตายของพ่อกับแม่

“จนป่านนี้ไอ้เล้งก็ยังไม่ตาย ในเมื่อกรรมตามสนองช้า หยานี่แหละจะเร่งให้มันเร็วขึ้น หยาพร้อมแล้วค่ะอาปา”

เล้งไม่รู้ว่าความลับดำมืดตลอดเจ็ดปีของตัวกำลังถูกเปิดเผยช้าๆ มัวแต่เดินหน้าตามแผน ยุแยงหัวหน้าแก๊งพันธมิตรของแก๊งกระทิง ทั้งหย่งเป่า หัวหน้าแก๊งอินทรีและเหวินเต๋อ หัวหน้าแก๊งกิเลน ให้แตกคอกับธาม ด้วยการหว่านล้อมให้สองหัวหน้าแก๊งเข้าใจว่าธามเป็นพวกเลือดใหม่ที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ซึ่งก็ได้ผล เพราะท่าทางของสองแก๊งใหญ่ที่เคยเป็นพันธมิตรกับแก๊งกระทิงดูจะเห็นด้วยไม่น้อย

ด้านธาม...ยืนมองลูกน้องกับพวกฮั้วขุดหลุมศพของอดีตคนรักด้วยแววตานิ่งสงบ แต่ในใจเศร้าหมอง และอดคิดถึงวันแรกที่เจอเธอไม่ได้ จันทร์ชมพูเป็นนักเรียนรุ่นน้องของเขาที่โรงเรียนสำหรับคนจีนในเยาวราช เขาตกหลุมรักเธอทันทีตั้งแต่แรกเห็น และสานสัมพันธ์กันมาเรื่อยๆจนได้เป็นคนรัก

ธามดึงตัวเองจากอดีต เมื่อพวกลูกน้องขุดมาจนเจอร่างโครงกระดูกของหญิงสาว เขายังไม่แน่ใจในตอนแรก จนกระทั่งจิวซึ่งเคยเป็นนักเรียนแพทย์เก่า แต่ถูกไล่ออกเพราะมีเรื่องกับเพื่อนร่วมชั้น เป็นคนวิเคราะห์สภาพศพให้ว่าโครงกระดูกนี้เป็นผู้หญิงแน่ๆ และมีแผลถูกยิงที่ต้นแขนและกลางอกจริงอย่างที่ฮั้วกับฮกบอกก่อนหน้านี้

แต่ที่ทำให้ธามแทบหยุดหายใจ คือแหวนตรงนิ้วนางข้างซ้ายสลักคำว่าตั้งชีวัน นามสกุลของเขาบนโครงกระดูกนั้น ซึ่งเขายังจำได้ดี ว่าเป็นคนสวมให้เธอกับมือ ในวันที่ตกลงปลงใจเป็นของกันและกันเป็นครั้งแรก

“แหวนวงนี้แทนความรักของพี่”

“ความรักของเราสองคนค่ะ จันทร์จะสวมติดนิ้วอย่างนี้ ความรักของพี่ธีจะอยู่กับจันทร์ไปจนวันตาย”

คำสัญญาแสนหวานของจันทร์ชมพูยังติดตรึงใจเขาไม่มีวันลืม พลันความรู้สึกโกรธแค้นก็แล่นมาแทนที่ เมื่อคิดถึงสิ่งที่เธอทำกับเขาหลังจากวันนั้น บรรดาคนสนิทและลูกน้องต่างพากันไปรออีกด้าน ให้เจ้านายหนุ่มได้ใช้เวลาตามลำพังกับหญิงสาวที่เขาเคยรักสุดหัวใจ แล้วธามก็ไม่รอช้า ตัดพ้อเธอทันทีที่ได้อยู่ตามลำพัง

“ฉันเกลียดเธอ...เกลียด เกลียด ได้ยินไหม ฉันเกลียดเธอ มาชิงตายไปก่อนทำไม ฉันสิ...ไอ้ชลธีคนนี้ ไอ้หน้าโง่คนนี้ต่างหากที่สมควรฆ่าเธอให้ตายคามือ ฉันต่างหากที่ควรได้จัดการเธอ...จันทร์ชมพู!”

ธามสับสนไปหมด ทำใจไม่ถูกว่าควรจะรู้สึกเช่นไรเมื่อได้เห็นเธอในสภาพนี้ สุดท้ายก็ร้องไห้อย่างไม่อาย

“คนรักกันเขาทำแบบนี้หรือ เธอลุกขึ้นมาตอบฉันสิจันทร์ชมพู เธอทำแบบนี้ได้ยังไง”

จบคำก็เอามือชกพื้นระบายความคับแค้นใจและเจ็บใจอย่างที่สุด เมื่อค้นพบว่าตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยลืมรักครั้งแรกกับจันทร์ชมพู...ผู้หญิงที่เขาเคยรักและอยากจะเกลียดไปตลอดชีวิต!

ooooooo


ละครซีรีส์เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 2 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : กระทิงติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : กระทิง ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์,เข็มอัปสร สิริสุขะ 12 พ.ค. 2558 08:29 2015-05-15T01:29:19+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ