ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ซีรีส์เลือดมังกร : หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ฝีมือการแสดงงิ้วของหงส์รุดหน้ามาก แม้แต่หลงก็อดทึ่งไม่ได้ แต่ถึงกระนั้น...ท่วงท่าอ่อนหวานพลิ้วไหวของเธอ ก็ต้องการความแข็งแกร่งด้วย นักฆ่าหนุ่มเลยเสนอตัวเป็นคู่ซ้อมและช่วยเติมเต็มในส่วนนี้ให้

แต่ถึงฝีมือจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน คุณหนูคนสวยก็เครียดเรื่องไม่มีคนงานเล่นงิ้ว เพราะสุงยังไม่ให้คำตอบหรือเอ่ยปากอนุญาตให้คนที่เหลือรับการฝึก

หลงรับฟังปัญหาด้วยความเข้าอกเข้าใจเหมือนเคย จนหงส์สบายใจขึ้นมาก แม้จะยังกังวลถึงการประลองงิ้วกับคณะเปี่ยนฟู่ในอีกไม่กี่วัน

หลงเดินเคียงข้างคุณหนูคนสวยไม่ห่าง ก่อนจะเงยหน้ามองดาวสุกสกาวบนฟ้า แล้วให้กำลังใจ

“คืนนี้ดาวหงส์เจิดจรัสบนฟากฟ้า สว่างไสวที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น ถือเป็นนิมิตหมายดีสำหรับการประลอง”

“ไม่ว่าเรื่องที่นายเล่าจะจริงหรือไม่ก็ตาม ฉันขอบใจนายมากนะอาหลง”

สองหนุ่มสาวยิ้มและส่งแรงใจให้กันและกัน ท่ามกลางแสงดาวระยิบระยับบอกถึงลางดี ไม่รู้เลยว่า

สุงก็มองกลุ่มดาวเดียวกันนี้จากโรงงิ้ว พลางนึกถึงปัญหามากมายที่รุมล้อม โดยเฉพาะเรื่องคนงานที่พากันลาออก จนคณะงิ้วแทบไม่เหลือตัวแสดง คำขอร้องของหงส์ดังก้องในหัว ทำให้อดคล้อยตามไม่ได้

สุงแหงนมองกลุ่มดาวหงส์ที่ดูจะโดดเด่นมากกว่าวันไหนๆในรอบปี พลันภาพในอดีตก็หวนมาอีกครั้ง วันที่เขาต้องสูญเสียกิมลั้ง...ภรรยาสุดที่รักหลังจากคลอดหงส์ได้ไม่กี่อึดใจ

เจ้าพ่อใหญ่เกือบจะโยนลูกสาวคนนี้ทิ้งแล้ว ถ้าซินแสง้วงจะไม่ปรากฏตัวแล้วห้ามไว้

“ลิขิตฟ้าเป็นเครื่องชี้นำโชคชะตา ทุกคนเกิดมามีกรรมของตน ทารกไร้เดียงสาเพิ่งลืมตาดูโลก จะรู้อะไรด้วย”

สุงถึงกับชะงัก แต่ก็ไม่หายแค้นที่ลูกสาวคนนี้ทำให้ภรรยาคู่ชีวิตตาย ซินแสง้วงเข้าใจดีแต่ก็อยากให้เจ้าพ่อใหญ่ตั้งสติ นึกถึงชะตากรรมและความเป็นไปของโลก “เด็กน้อยคนนี้เกิดภายใต้อิทธิพลดาวหงส์ ดวงชะตากล้าแข็งนัก ต่อไปภายหน้าจะได้ค้ำหนุนจุนเจือแก๊งหงส์ดำ ชนิดมิอาจหาผู้ใดทาบรัศมีได้”

คำทำนายของซินแสง้วงดังก้องในหัวเขาจนบัดนี้ หงส์เลยได้เป็นลูกสาวคนเล็กของหัวหน้าแก๊งหงส์ดำและเจ้าของคณะงิ้วเฟิ่งหวง แต่ก็ไม่ได้รับความรักจากเขาเหมือนกับฉาง จางเองก็รู้เรื่องนี้ดี และพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของสุงมาตลอด แต่ก็ไม่อยากให้ปิดตาปิดใจจนมองไม่เห็นความตั้งใจของหงส์

สุงมองหน้าครูงิ้วซึ่งร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานด้วยความเหนื่อยใจ นึกถึงหงส์แล้วก็อดขมขื่นในอกไม่ได้

“เมื่อยี่สิบห้าปีก่อน ดาวหงส์ทำให้อั๊วต้องสูญเสียเมียรักไป คราวนี้มีอะไรที่อั๊วจะต้องสูญเสียอีกล่ะ”

“ตามตำนาน หงส์เป็นหนึ่งในสี่สัตว์เทพศักดิ์สิทธิ์ อันได้แก่มังกร กิเลน เต่าและหงส์ ดังนั้นการที่ดาวหงส์ปรากฏครั้งนี้จึงมิใช่ลางร้าย ตรงกันข้าม กลับจะเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับแก๊งหงส์ดำ”

สุงเบ้หน้า ไม่อยากเชื่อว่าดาวหงส์จะนำมาซึ่งลางดี จางส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะชี้ให้ดูดาวมังกรอีกฟากพร้อมบอกว่าการปรากฏตัวของทั้งสองกลุ่มดาวจะนำมาซึ่งนิมิตหมายอันดีแน่ๆ

“ในยุคสามจักรพรรดิห้ากษัตริย์ของจีน สมัยพระเจ้าซุ่นตี้ขึ้นครองราชย์ เกิดฟ้าฝนแปรปรวน บนท้องฟ้าปรากฏร่างของมังกรและหงส์ขึ้นพร้อมกัน ชาวเมืองต่างแตกตื่น เชื่อกันว่าเป็นนิมิตแห่งสวรรค์ ทำให้แผ่นดินร่มเย็นเป็นสุข ผู้มีคุณธรรมจะขึ้นเป็นใหญ่และสันติสุขจะบังเกิด...”

ooooooo

การปรากฏของกลุ่มดาวหงส์และดาวมังกรไม่ได้ส่งผลแค่พวกสุง เกาก็เป็นกังวลไม่แพ้กัน เพราะเชื่อว่า การปรากฏของกลุ่มดาวทั้งสองอาจเป็นลางไม่ดี โดย เฉพาะเมื่อเขาเอาไปโยงกับคำทำนายของซินแสง้วง เลยยิ่งประสาทเสีย กลัวว่าคำทำนายจะเป็นเรื่องไม่ดีและสิ่งที่ตัวเองหวังจะไม่เป็นจริง...

ด้านหงส์...หลังซ้อมงิ้วที่ศาลเจ้าเสร็จก็เดินกลับบ้าน โดยมีหลงตามมาส่งเหมือนเคย

“นายคิดว่าดวงดาวบนฟ้าสามารถลิขิตชะตาชีวิตคนเราได้งั้นหรือ”

“ขงเบ้งกล่าวไว้ว่าคนเป็นผู้สร้าง ส่วนฟ้าเป็นผู้กำหนด เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าฟ้าจะกำหนดให้เราไปทิศทางไหน แต่ถ้าหากมัวแต่รอคอยโชคชะตา ไม่ไขว่คว้าพยายาม ฟ้าจะประทานความสำเร็จมาให้ได้อย่างไร”

“นายรู้จักขงเบ้ง เคยอ่านสามก๊กด้วยหรือ”

“ผมเรียนไม่สูง พออ่านออกเขียนได้งูๆปลาๆ อาศัยชอบฟังคนอื่นเล่ามากกว่า”

หงส์มองมาด้วยความชื่นชม ก่อนจะนึกได้ว่า เขายังเล่าไม่จบ ว่าเคยเป็นคนขับรถให้ใครในเยาวราช หลงมีสีหน้าอึกอัก แต่ไม่ทันบอกก็ต้องผงะ เมื่อสุงโผล่มาตบหน้าลูกสาวฉาดใหญ่ โทษฐานออกมาคุยกับผู้ชายยามวิกาล!

คุณหนูคนสวยพยายามอธิบายว่าไม่มีอะไรเกินเลยกับหลง และไม่ได้เถลไถลไปเที่ยวอย่างที่พ่อเข้าใจ แต่ไปศาลเจ้าต่างหาก สุงหัวเสียมาก และไม่สนใจเหตุผลใดๆ ด่าสาดเสียเทเสียอีกหลายคำ ก่อนจะสั่งเสียงห้วน

“คุกเข่าลง สำนึกในสิ่งที่ทำให้ดี ถ้าอั๊วไม่สั่ง ลื้อก็ห้ามลุก!”

จบคำก็หุนหันเข้าบ้าน ทิ้งหงส์ให้คุกเข่าทั้งน้ำตา โดยมีหลงมองมาห่างๆด้วยความเป็นห่วงและสงสารจับใจ

หลงเฝ้ามองหงส์คุกเข่าถึงเช้า ในที่สุดก็ทนไม่ ไหว บุกไปพูดกับสุงให้รู้เรื่อง เช่นเดียวกับกุ่ยและหมวย พยายามอ้อนวอนมาตลอดคืน แต่ก็เหมือนจะไม่ได้ผล สุงยังโมโหและยืนยันจะไม่ยกโทษให้จนกว่าหงส์จะสำนึก

สุงถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อเห็นหลงบุกมาแต่เช้า แต่ยังตีหน้าขรึม ดักคออย่างรู้ทันว่าอีกฝ่ายคงอยากมาขอร้องเรื่องหงส์เหมือนกุ่ยกับหมวย หลงอธิบายอย่างใจเย็นว่าเป็นความผิดเขาเองที่เดินมาส่งคุณหนูคนสวย แต่เจ้าพ่อใหญ่ก็ไม่ยี่หระ อยากรู้มากกว่าว่าลูกสาวของตนไปทำอะไรที่ศาลเจ้าดึกๆดื่นๆ

หลงอ้างถึงซินแสง้วงว่าเป็นพยานได้ ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริง “ด้วยศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย อั๊วขอยืนยันว่าคุณหนูหงส์ไม่ได้ประพฤติเสื่อมเสียแม้แต่น้อย ที่คุณหนูไปศาลเจ้าตอนดึกๆ ก็แค่ไปฝึกซ้อมงิ้วเท่านั้น”

ความจริงจากปากหลง ทำให้ทุกคนช็อกไปตามๆกัน โดยเฉพาะสุง จากหน้าซีดเผือดก็เปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ก่อนจะถลาไปหาลูกสาวคนเดียวที่คุกเข่าอยู่กลางลานงิ้ว พร้อมกับกระหน่ำฟาดไม่ยั้ง!

กุ่ยกับหมวยพยายามห้าม แต่ก็เหมือนจะไม่ค่อยได้ผล หลงเลยตัดสินใจเอาร่างบังหงส์ไว้

“เถ้าแก่...อั๊วขอร้อง อย่าทำอะไรคุณหนูเลย ถ้าจะตีก็ตีอั๊วแทนเถอะ อั๊วจะไม่ไปไหนทั้งนั้น คุณหนูหงส์ไม่ผิด ถ้าเถ้าแก่ไม่เห็นใจคุณหนูก็ขอให้เห็นแก่ดวงวิญญาณของอาฉาง พี่ชายของคุณหนูด้วย”

สุงได้ยินชื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ยิ่งโกรธ แต่หลงก็ไม่กลัว สวนกลับเสียงกร้าว

“ถ้าอาฉางรู้ว่าคุณหนูหงส์ถูกเถ้าแก่ลงโทษเพราะทำตามที่เคยรับปากไว้ก่อนตาย ว่าจะดูแลเถ้าแก่ ดูแลคณะงิ้วให้ดีที่สุด ดวงวิญญาณของอาฉางคงไม่มีวันเป็นสุข!”

สุงเลือดขึ้นหน้า จะคว้าทวนมาฟาดหน้าหลง แต่ก็เกิดแน่นหน้าอกทรุดฮวบกับพื้นเสียก่อน หงส์ถลาไปหา และพร่ำขอโทษไม่หยุด แต่ก็ถูกไล่ตะเพิดไม่ให้เข้าใกล้ โดยมีหลงยืนมองห่างๆ สงสารคุณหนูคนสวยจับใจ...

ooooooo

สุงหมดสติและถูกหามไปนอนพักในห้อง ส่วนหงส์ยังคุกเข่าสำนึกผิดที่เดิม ไม่ยอมลุกไปไหนจนกว่าพ่อจะอนุญาต หลงพยายามเอาน้ำกับอาหารให้ แต่คุณหนูคนสวยก็ปฏิเสธทั้งน้ำตา

“คุณหนูทำแบบนี้ต้องการท้าทายเถ้าแก่สุงหรือไงครับ”

“ฉันนี่เป็นลูกอกตัญญูจริงๆ ทำให้อาป๊าต้องผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า”

“ทุกเรื่องร้ายมีเรื่องดีซ่อนอยู่เสมอ จะเห็นหรือไม่เห็นขึ้นอยู่กับมุมมองและความใจกว้างของแต่ละคน คุณหนูอย่าเอาตัวเองต่อรองเถ้าแก่สุงด้วยวิธีนี้เลยครับ”

“ฉันจะเป็นหรือตาย อาป๊าก็ไม่สนใจหรอก ดีซะอีก ฉันตายไป...ทุกอย่างจะได้จบ”

“เคยรับปากพี่ชายไว้ยังไง คุณหนูลืมแล้วหรือ”

“ฉันไม่เคยลืม แต่ฉันไม่มีวันทำได้”

“อาฉางคงเสียใจไม่น้อย ถ้ารู้ว่าน้องสาวที่เคย เข้มแข็งกลายเป็นคนอ่อนแออย่างนี้”

ขณะที่หงส์เฝ้าโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุเรื่องราวเลวร้ายในคณะงิ้ว สุงก็นอนฝันร้ายเห็นภาพฉางเดินห่างจากเขาทุกที เจ้าพ่อใหญ่พยายามวิ่งไล่จนทัน อดีตพระเอกคนดังแห่งคณะเฟิ่งหวงจึงหันมาส่งยิ้มบางๆให้ ก่อนจะขอร้องให้พ่อรักหงส์เหมือนอย่างที่เคยรักเขา แล้วจึงกระโจนหายไปจากหน้าผาสูงชัน!

สุงสะดุ้งตื่นพร้อมเหงื่อแตกเต็มหน้า หลังจากนั้น ภาพและคำพูดทิ้งท้ายของลูกชายยังวนเวียนในหัว โดยเฉพาะเรื่องของหงส์ เจ้าพ่อใหญ่เหลือบมองป้ายวิญญาณของฉางในห้อง พลันความรู้สึกผิดก็ถาโถม เมื่อคิดถึงลูกสาวคนเดียว...ไม่รู้ว่าเขาทำเกินไปหรือเปล่าที่ให้เธอถูกลงโทษเกือบทั้งคืน

หงส์ถึงกับเป็นลมด้วยความอ่อนเพลียและอ่อนแรงตอนหมวยกับกุ่ยวิ่งไปบอกว่าสุงยอมยกโทษให้ หลงซึ่งนั่งเฝ้ามาตลอดจะถลาไปหา แต่ก็ถูกกุ่ยขวางไว้ พร้อมส่งสายตาไม่พอใจที่อีกฝ่ายทำตัวใกล้ชิดคุณหนูคนสวยแบบออกนอกหน้า หลงเลยได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง แถมด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้หงส์รับโทษหนักขนาดนี้

จากเหตุวิวาทเมื่อวันก่อน ทำให้หงส์โดนทำโทษอย่างหนัก แต่กลับทำให้ตี๋เล็กร้อนรนด้วยความหึงหวง จนต้องไปเร่งรัดพ่อให้ไปสู่ขอหงส์ เต็กเห็นใจลูกชายแต่ก็คิดว่ายังไม่ใช่โอกาสเหมาะ

“ลื้อก็รู้ตอนนี้อาแปะสุงของลื้อกำลังคิดไม่ตกเรื่องประลองงิ้ว หน้าสิ่วหน้าขวาน จะให้อั๊วสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง”

“มัวชักช้าอืดอาด เดี๋ยวคนอื่นก็สู่ขอตัดหน้า อั๊วอดแต่งงานกับน้องหงส์พอดี”

“จะกลัวอะไร ตำแหน่งหัวหน้าแก๊งหงส์ดำ พี่ใหญ่ยังไว้ใจมอบให้อั๊ว นับประสาอะไรจะยกลูกสาวให้ลื้อไม่ได้”

“อาป๊าแน่ใจนะ”

“เออสิวะ...เรือล่มในหนองทองจะไปไหน รอให้การประลองงิ้วผ่านไปก่อน ถ้าคณะเฟิ่งหวงชนะ อั๊วถือเป็น โอกาสนี้เป็นฤกษ์งามยามดีสู่ขออาหงส์ฉลองชัยชนะ ซะเลย”

“แล้วถ้าแพ้ล่ะ อั๊วไม่ต้องอดแต่งงานหรือ”

“โรงงิ้วเฟิ่งหวงต้องปิด จะเปิดการแสดงที่ไหนไม่ได้ ทางเดียวที่แก๊งหงส์ดำจะเรียกศรัทธากลับคืนได้ก็คือต้องผูกไมตรีเป็นทองแผ่นเดียวกับแก๊งกระเรียนของเรา ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ลื้อก็ได้ร่วมหอลงโรงกับอาหงส์อยู่ดี”

สองพ่อลูกยิ้มให้กันด้วยความกระหยิ่มใจ มั่นใจมากว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามหวัง ทั้งตำแหน่งหัวหน้าแก๊งหงส์ดำและคุณหนูคนสวยแห่งคณะเฟิ่งหวง จะต้องตกอยู่ในกำมือของทั้งสองในไม่ช้า...

ooooooo

หน้าตาดุดันและท่าทางโกรธจัดของพ่อทำให้หงส์คิดหนัก สุดท้ายก็ตัดสินใจจะเลิกฝึกงิ้ว ไม่อยากขัดหรือทำให้พ่อเสียใจจนทรุดเหมือนเมื่อวาน แต่ถึงกระนั้นคุณหนูคนสวยก็อดไปศาลเจ้า เพื่ออำลาสถานที่ฝึกซ้อมด้วยความอาลัยไม่ได้ ซินแสง้วงผ่านมาเห็น รับฟังทุกอย่างด้วยความเข้าใจ แต่ก็อยากให้เธอมีเหตุผลและคิดให้ดีอีกครั้ง

“อาป๊าไม่อยากให้หงส์เล่นงิ้ว หงส์ก็จะไม่เล่นอีกต่อไป”

“ในชีวิตของมนุษย์ มีหลายเรื่องไม่อาจพ่ายแพ้ และมีอีกหลายเรื่องไม่อาจเอาชนะ”

“จะรู้ได้ยังไงคะว่าเรื่องไหนควรยอมแพ้ เรื่องไหนควรเอาชนะ”

ซินแสง้วงถอนใจยาว ก่อนจะสั่งสอนเสียงเรียบ “จงยอมแพ้เมื่อใดก็ตามที่เห็นว่าไม่สมควรจะเอาชนะ ถ้าชนะแล้วก่อทุกข์ ทำลายสุขทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น ชัยชนะนั้นจะมีประโยชน์อะไร”

“ถึงเวลาที่หงส์จะต้องยอมรับความพ่ายแพ้แล้วใช่ไหมคะซินแส”

“การยอมแพ้อย่างท้อแท้ หดหู่ ไม่ใช่วิสัยของนักสู้ที่แท้จริง เพราะการยอมแพ้เช่นนั้น ย่อมไม่อาจสร้างสรรค์นำพาความก้าวหน้าขึ้นได้ คุณหนูจงสู้ด้วยสติปัญญาอันอ่อนโยนเถิด แพ้หรือชนะมิใช่เป้าหมายสำคัญหรอก”

“ไม่รู้ว่าหงส์กลายเป็นคนอ่อนแอไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

“แพ้ตัวเองจึงนับว่าแพ้ มีแต่คนอ่อนแอเท่านั้นที่ไม่เคยยอมแพ้ใคร...และนี่คือเคล็ดวิชาอ่อนสยบแข็งที่แท้จริง”

ระหว่างที่หงส์ใคร่ครวญถึงคำสอนของซินแสง้วง ไช้ก็คร่ำครวญอย่างหนักถึงการตายของซันกับเหล่ามือปืนที่ส่งไปถล่มพวกเกาเมื่อหลายวันก่อน หลิวผ่านมาเห็นก็พยายามซักถาม แต่ไช้ก็ปิดปากเงียบ ไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ร้อนถึงหลงต้องลากตัวเถ้าแก่ใหญ่ไปนั่งดื่มย้อมใจในห้อง พร้อมรับฟังเรื่องที่อึดอัดใจเหมือนช่วงหลายวันที่ผ่านมา

ไช้กระดกเหล้าไม่ต่างจากน้ำ ภาพหลอนหน้าซันกับมือปืนคนอื่นๆ ที่เขาส่งไปตายยังวนเวียนในหัว

หลงสะเทือนใจมาก เข้าใจความรู้สึกผิดของเถ้าแก่ใหญ่ดี แต่ก็ทำได้แค่ปลอบให้ทำใจเท่านั้น หลิวซึ่งคาใจถึงท่าทางแปลกๆของสามี แอบฟังจนรู้ว่าซันตายแล้ว ใจหายวาบ...คิดไม่ถึงเลยว่ามือขวาคนสนิทของไช้จะตายกะทันหันแบบนี้

ในที่สุดหงส์ก็ตัดสินใจได้ จะเลิกเล่นงิ้วโดยเด็ดขาด แต่เมื่อไปบอกให้สุงรู้ เขากลับไม่ยี่หระใดๆ

“มาบอกอั๊วทำไม หัวแข็งอย่างลื้อ จะเล่นหรือไม่เล่น ห้ามได้ด้วยหรือ”

“อาป๊ายังไม่หายโกรธหงส์อีกหรือคะ คราวนี้หงส์สัญญาค่ะว่าจะเลิกเล่นงิ้วจริงๆ”

“มนุษย์ทุกคนล้วนเกิดมาพร้อมภาระแตกต่างกันไป บางคนเรียกมันว่าความฝัน บางคนเรียกมันว่าหน้าที่ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือมนุษย์ทุกคนต่างยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทำมันให้สำเร็จ”

หมวยกับกุ่ยซึ่งยืนฟังอยู่ด้วย มองหน้ากันเครียดๆ กลัวเจ้าพ่อใหญ่จะลงโทษคุณหนูคนสวย แต่กลับกลายเป็นเรื่องน่าตกใจกว่านั้น เมื่อสุงส่งสายตามาทางกุ่ย พร้อมประกาศลั่น

“ภายหลังการประลองเสร็จสิ้น ไม่ว่าผลออกมาจะแพ้หรือชนะ อั๊วจะมอบโรงงิ้วเฟิ่งหวงให้ลื้อ...อากุ่ย”

ทุกคนถึงกับผงะ โดยเฉพาะกุ่ย ต้องรับภาระหนักแบบไม่ทันตั้งตัว แต่คงไม่เท่าหงส์ ที่ได้ยินคำสั่งต่อมาของพ่อ

“ส่วนลื้อ...หัดทำตัวเป็นแม่ศรีเรือน เตรียมแต่งงานออกไปเป็นสะใภ้บ้านอื่นก็พอ!”

ooooooo

คำประกาศกร้าวจะยกโรงงิ้วให้กุ่ยทำให้หมวยเดือดเนื้อร้อนใจมาก ตามทุบตีและเอาเรื่องอดีตตัวตลกหนุ่มประจำคณะพัลวัน พร้อมทวงให้คืนโรงงิ้ว

ให้ทายาทแท้จริง ร้อนถึงหงส์ต้องช่วยไกล่เกลี่ย พลางเปรยปลงๆว่าคงทำอะไรไม่ได้ หากสุงต้องการยกโรงงิ้วให้กุ่ยและสั่งให้ตนไปแต่งงานกับตี๋เล็ก

กุ่ยทนไม่ได้จะเห็นคุณหนูคนสวยแต่งงานกับคนอื่น เลยอาสาแข็งขันจะเอาชนะการประลอง แล้วจะขอหงส์แต่งงาน หมวยได้ฟังก็ถึงกับอึ้ง ช้ำใจมาก แต่ก็ไม่

กล้าแสดงออก เพราะไม่อยากให้ใครอึดอัดใจ

แต่ถึงกระนั้น...นักแสดงงิ้วสาวก็ระบายความทุกข์ใจออกมาเป็นเพลงเศร้า จนจางถึงกับเอ่ยปากชมเปาะว่าอีกฝ่ายมีพรสวรรค์ หากฝึกร้องบ่อยๆก็น่าจะไปได้ไกล หมวยยิ้มรับเศร้าๆ ภาพความกระตือรือร้นของกุ่ยจะช่วยหงส์ยังวนเวียนในหัว จนเมื่อได้อยู่ตามลำพังกับคุณหนูคนสวย ก็อดแสดงความยินดีด้วยไม่ได้

“เฮียกุ่ยขอเจ๊แต่งงานก็ดีเหมือนกันนะ โรงงิ้วจะได้ไม่ไปไหน ถึงยังไงก็ตกเป็นสมบัติของเจ๊กับเฮียกุ่ยอยู่ดี ถึงเฮียกุ่ยจะไม่ค่อยเอาไหน แต่ยังไงเจ๊แต่งงานกับเฮียกุ่ยก็ยังดีกว่าต้องร่วมหอลงโรงกับลูกชายเถ้าแก่เต็กอยู่ดี”

“ทำไมนะ...มีแต่ผู้ชายเป็นฝ่ายเลือก ผู้หญิงอย่างเราไม่มีสิทธิ์เลือกได้เลย”

“พูดอะไรอย่างนั้นเจ๊หงส์ เดี๋ยวใครได้ยินเข้าก็เป็นเรื่องหรอก”

หงส์ถอนใจยาว หนักใจกับโชคชะตาของตัวเอง “ผู้ชายตั้งตัวเองเป็นมังกร พยัคฆ์ แต่กลับดูถูกผู้หญิงเป็นเพียงแม่โคที่อ่อนแอ มีหน้าที่ปรนนิบัติรับใช้สามี เลี้ยงลูก ทำงานบ้านงกๆ น่าขันดีไหมล่ะ”

“ผู้หญิงอย่างเรา แค่มีสามีดีและลูกว่านอนสอนง่ายก็เป็นโชคแล้ว จะอยากเป็นเสือเป็นมังกรให้ยุ่งยากทำไม”

“ถ้าเจ๊เป็นผู้ชาย เป็นสายเลือดมังกรเหมือนอาป๊า อาป๊าคงจะรักเจ๊มากกว่านี้”

หงส์ยังจมปลักกับความรู้สึกผิดที่ทำให้พ่อเสียใจ เช่นเดียวกับไช้ กลุ้มใจไม่เลิกที่ส่งพวกซันไปตาย หลงพยายามปลอบให้ทำใจ แต่เถ้าแก่ใหญ่ก็หมดใจเสียแล้ว จนแทบไม่เป็นอันทำอะไร

“ถ้าเถ้าแก่เหนื่อยก็วางมือจากวงการเถอะครับ”

“มันสายไปแล้ว อั๊วขึ้นหลังเสือแล้วยากจะลง วันใดที่อั๊วหมดอำนาจวาสนา เสือที่อั๊วเคยขี่มันจะแว้งกัดในที่สุด”

“ต่อให้วันนี้เถ้าแก่ยังไม่ก้าวลง ก็ต้องมีวันนั้นอยู่ดี”

“อั๊วพร้อมตายอย่างเสือ ดีกว่าตายอย่างหมาข้างถนน”

หลงมองมาอย่างทึ่งๆในความใจนักเลงของอีกฝ่าย ไช้พยักหน้าให้ ก่อนจะเปรยลอยๆ

“อาหลง...ถ้าวันหนึ่งอั๊วเป็นอะไรไป เมียอั๊วจะอดตายไหม จะถูกใครรังแกหรือเปล่า”

“ไม่ครับ...อั๊วจะปกป้องเถ้าแก่เนี้ยด้วยชีวิตอั๊ว”

ไช้ยิ้มรับ หัวเราะเบาๆ “ถ้าตาย...อั๊วก็ตายตาหลับอาหลง”

คำพูดเป็นลางของไช้ทำให้หลงกังวลมาก กลัวใจเถ้าแก่ใหญ่จะทำอะไรเกินตัว เช่นเดียวกับหลิว สังเกตอาการแปลกๆของสามีมาหลายวัน จนถึงกับต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองเขาให้ปลอดภัย แต่ก็เหมือนสวรรค์เบื้องบนจะไม่เป็นใจ เมื่อเธอเห็นเทียนดับต่อหน้าต่อตา...หรือว่าไช้จะมีเคราะห์จริงๆ!

ooooooo

ภาระหนักอึ้ง ทั้งความอยู่รอดของคณะงิ้วเฟิ่งหวงและเรื่องหงส์ ทำให้กุ่ยซ้อมหนักกว่าเดิม จนฝีมือพัฒนาแข็งแกร่งขึ้นมาก โดยมีซื่อเหนี่ยงเฝ้ามองห่างๆด้วยความปลื้มและชื่นชม ซาซึ่งถูกเกาส่งมาสอดแนมเห็นเข้า เลยพอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ และรีบกลับไปรายงานเกาถึงความเคลื่อนไหวของคณะเฟิ่งหวง

เกายึดติดกับคำทำนายของซินแสง้วง เมื่อซามารายงานเรื่องกุ่ย ก็อดระแวงไม่ได้

“ไอ้หนุ่มอ่อนหัดนั่นจะมีปัญญาอะไรมาสู้ปรมาจารย์งิ้วจากปักกิ่งได้”

“ลื้ออย่าประมาทคำทำนายของซินแสง้วง คิดดูให้ดี คนของมันยังหนุ่มยังแน่น จุดนี้มันได้เปรียบคนของเรา หากประวิงเวลาต่อสู้กันนานๆ อั๊วชักไม่ค่อยมั่นใจ... ลื้อไปทำยังไงก็ได้ให้ไอ้หนุ่มนั่นมันลงแข่งพรุ่งนี้ไม่ได้!”

และแล้ววันประลองงิ้วของคณะเฟิ่งหวงกับคณะเปี่ยนฟู่ก็มาถึง แขกเหรื่อผู้ยิ่งใหญ่และชาวบ้านมากมายแห่มาจองที่นั่งในโรงงิ้วอย่างล้นหลาม รวมไปถึงโต๊ะพนันซึ่งเปิดแทงกันอย่างจริงจังว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ

หลงเห็นจำนวนคนก็เริ่มท้อใจ แต่ก็ฝ่าเข้าไปด้านในจนได้ ด้วยหวังจะลอบสังหารสุงเหมือนเคย เวลาเดียวกับที่หยกมณีเยื้องย่างเข้ามาราวกับนางพญา พร้อมแหงนหน้ามองรอบๆโรงงิ้วด้วยสีหน้ายิ้มระรื่น นึกถึงอดีตสมัยตนเคยเป็นนักร้องงิ้วฝึกหัด วันนี้เธอได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อรับชมความยิ่งใหญ่ของคณะเฟิ่งหวง...

ชาวคณะส่วนใหญ่ออกมาต้อนรับแขกด้านหน้า มีเพียงกุ่ยแต่งหน้าและเตรียมตัวที่ด้านหลัง โดยมีซื่อเหนี่ยงแอบมองตามด้วยความชื่นชมเหมือนเคย แต่ก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นลูกชายคนเดียวถูกลักพาตัว!

กว่าชาวคณะจะรู้เรื่องว่ากุ่ยหายตัวไปก็ใกล้เวลาประลองเต็มที หลงซึ่งเฝ้าสังเกตหาทางลอบสังหารสุง เห็นท่าทางแปลกๆของพวกเกาก็อดสงสัยไม่ได้ แล้วเมื่อเขาสะกดรอยตามซา เลยได้รู้ว่ากุ่ยถูกจับตัวไป

ระหว่างที่ซื่อเหนี่ยงตามไปช่วยกุ่ยที่โกดังร้าง พวกสุงก็ให้การต้อนรับเมฆินทร์ในฐานะแขกพิเศษ รวมถึงเต็กกับตี๋เล็กซึ่งมาร่วมเป็นพยาน ว่าคณะเฟิ่งหวงจะกอบกู้ชื่อเสียงไว้ได้หรือไม่ และกว่าสุงกับหงส์จะรู้ว่ากุ่ยหายตัวไปก็ใกล้เวลาประลองเต็มที เจ้าพ่อใหญ่หน้าเสีย ทำท่าจะไปยกเลิกการประลอง หงส์เลยต้องถลาไปรั้งไว้

“หงส์ไม่นึกเลยว่าอาป๊าจะยอมแพ้ง่ายๆ อาป๊าลง ทุนลงแรงทั้งชีวิตเพื่อตั้งคณะเฟิ่งหวง อยู่ๆจะมาถอดใจไม่ได้”

“แล้วลื้อจะให้อั๊วทำยังไง”

“หงส์จะไม่ยอมให้อาป๊าออกไปยอมแพ้ตั้งแต่ไม่ทันสู้เด็ดขาด ดวงวิญญาณของเฮียฉางก็คงไม่ยอมเหมือนกัน!”

หลงซึ่งแอบมาดูสถานการณ์ เห็นท่าไม่ดีเลยปรากฏตัวและอาสาไปช่วยกุ่ยจากโกดังร้าง สุงซาบซึ้งใจมาก และสั่งให้หวังไปช่วยด้วย โดยมีหงส์มองตามด้วยแววตาฝากความหวัง...ขอให้กุ่ยปลอดภัยกลับมาด้วยเถอะ

ooooooo

ซื่อเหนี่ยงตามไปช่วยกุ่ยออกมาจนได้ แต่ก็ถูกสมุนซายิงจนแทบเดินไม่ไหว กุ่ยตัดสินใจแบกแม่ขึ้นหลังแล้วหนี โดยมีหลงกับหวังตามมาสมทบทันเวลาและช่วยยิงคุ้มกันให้ ส่วนพวกสุงต้องถ่วงเวลารอกุ่ยกลับมาด้วยการส่งหมวยไปแสดงรำเบิกโรง

ซึ่งก็พอช่วยได้บ้าง แต่ก็ใจหายใจคว่ำเต็มที เพราะจนแล้วจนรอด กุ่ยก็ยังไม่กลับมา

หงส์เครียดจัดพยายามหาทางออกเพื่อกอบกู้สถานการณ์ของโรงงิ้ว หยกมณีผ่านมาเห็นเข้าใจความอึดอัดใจของอีกฝ่ายดี เลยแกล้งพูดเตือนสติให้คุณหนูคนสวยนึกถึงความหลังเมื่อหลายปีก่อน สมัยที่เธอยังเป็นนักร้องฝึกหัดที่นี่ ตอนนั้นหงส์ก็นั่งร้องไห้ใต้ต้นไม้ หลังถูกสุงทำโทษเพราะหัดงิ้ว

หงส์พาตัวเองไปยังอดีตเมื่อหลายปีก่อน ครั้งนั้นเธอก็ร้องไห้ตีโพยตีพายกับหยกมณี ไม่ต่างจากวันนี้

“อาป๊าห้ามไม่ให้หงส์เล่นงิ้วกับเฮียฉาง บอกว่าลูกผู้หญิงเล่นงิ้วไม่มีวันเจริญ แต่ทำไมทีเจ๊หยก อาป๊าถึงไม่ห้าม หนำซ้ำยังสอนให้ร้องเพลงงิ้วอีกต่างหาก แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย”

“เถ้าแก่สุงอาจไม่เห็นว่าฉันเป็นผู้หญิงน่ะสิ หรือไม่ก็...เพราะว่าฉันไม่ได้เป็นลูกเถ้าแก่เหมือนกับเธอ”

“เป็นลูกอาป๊าแล้วเล่นงิ้วไม่ได้หรือ”

“เด็กโง่เอ๊ย...เป็นนางเอกงิ้วดีตรงไหน ได้เงินแทบไม่พอยาไส้ สู้เป็นนักร้องตามห้องอาหารหรูๆไม่ได้”

“อาแปะจางบอกว่าผู้หญิงทำงานในที่แบบนั้นไม่ดี”

“เอาอะไรวัดล่ะว่าอย่างไหนดี อย่างไหนไม่ดี เธอคอยดูละกัน สักวันฉันจะทำตามความฝัน เป็นนักร้องให้ได้!”

ประกายตามุ่งมั่นของหยกมณียังติดในใจหงส์มาถึงวันนี้ คุณหนูคนสวยดึงตัวเองจากอดีต มองหน้านักร้องสาวคนสวยแห่งฉั่วเทียนเหลาด้วยแววตาชื่นชมจากใจจริง

“ในที่สุดเจ๊ก็ตามหาความฝันตอนเด็กๆจนเจอ”

“ใช่...ถึงใครๆจะประณามว่าฉันลืมบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่เถ้าแก่สุงเคยชุบเลี้ยงฉันมาก็เถอะ แต่อย่างน้อยฉันก็ทำตามความฝัน ได้เป็นนักร้องอย่างที่ฉันอยากเป็นจนได้”

“เจ๊โชคดีที่ฝันเป็นจริง ผิดกับหงส์ที่ฝันโง่ๆ ไม่มีวันเป็นจริงขึ้นมาได้”

“โลกนี้ไม่มีฝันโง่ๆหรอกนะ มีแต่ฝันที่ทำหรือไม่ทำเท่านั้น จะกลัวทำไม อย่างมากก็แค่ล้ม ไปไม่ถึงฝันก็ยังดีกว่าตายไปพร้อมกับความฝันทั้งๆที่ยังไม่ได้ลอง”

หยกมณีส่งยิ้มบางๆให้กำลังใจ อยากให้คุณหนูคนสวยเลิกคิดน้อยเนื้อต่ำใจและเดินตามความฝัน

“จุดแบ่งกั้นระหว่างความสำเร็จกับความล้มเหลว เป็นแค่เส้นบางๆสองด้านของเหรียญเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเอาด้านไหน แล้วเธอล่ะ...ลองทำตามฝันโง่ๆของตัวเองแล้วหรือยัง”

คำพูดแทงใจดำของหยกมณีทำให้หงส์ถึงกับผงะ ก่อนจะค่อยๆมีสติและคิดตาม

“อย่าให้ความฝันของเธอต้องสูญสลายเหมือนเมล็ดถั่วที่เหี่ยวแห้งตายคาฝักของมันเอง เชื่อฉันสิ...ราคาของความฝันโง่ๆนั้นคุ้มค่าเสมอ ไปตามความฝันของตัวเองเถอะ ฟ้าลิขิตเอาไว้แล้วให้เธอเป็นตัวแทนของอาฉาง...”

ระหว่างที่หงส์คิดหนักจะเดินตามความฝัน ใช้ฝีมืองิ้วของตนกอบกู้สถานการณ์ของโรงงิ้ว สุงก็ถ่วงเวลาด้วยการเล่าเรื่องตำนานนางฟ้าซึ่งหมวยใช้เล่นเป็นชุดเบิกโรง เรื่องราวความรักแสนหวานแต่รันทดตอนจบของนางฟ้าองค์นี้ ช่างตรงกับชีวิตจริงของเขากับกิมลั้งอย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะตอนที่เธอตายหลังจากคลอดหงส์

อาการใจลอยของสุงทำให้เมฆินทร์กับเกาอดยิ้มหยันไม่ได้ แล้วพาลกระทบกระเทียบถึงฝีมือของกุ่ย เมื่อเปรียบกับฉาง พระเอกมือหนึ่งตัวชูโรงของคณะเฟิ่งหวงมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา สุงได้แต่นิ่งเงียบไม่ตอบโต้ใดๆ ด้วยยังสะเทือนใจอยู่มากกับการจากไปของลูกชายคนโต แล้วไหนจะเรื่องกุ่ย ที่จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมา

ooooooo

สถานการณ์ก่อนการประลองเข้าขั้นวิกฤติ หมวยซึ่งเพิ่งลงจากเวทีถึงกับทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะช่วยถ่วงเวลารอกุ่ยด้วยวิธีไหน แต่คำตอบก็มาถึงจนได้ เมื่อหงส์ตัดสินใจจะประลองแทน

“บางครั้งเราต้องไปตามดวงบ้าง ถ้ายังพอมีทาง เราก็ต้องเดินต่อ เหมือนตอนนี้เราต้องเดินตามพรหมลิขิต ละทิ้งความกลัว เอาชนะความคิดตัวเอง”

หมวยแทบช็อกเมื่อเห็นหงส์ไปหยิบชุดขุนพลของฉางมาสวม พร้อมเร่งมือแต่งหน้าแบบจริงจัง และเพียงเวลาไม่นาน คุณหนูคนสวยก็พร้อมประลองกับปรมาจารย์งิ้วจากปักกิ่งเพื่อกู้ชื่อเสียงให้ชาวคณะเฟิ่งหวง

สุงถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อเห็นลูกสาวคนเดียวในชุดขุนพลของลูกชาย ห้อยโหนลงจากเชือกด้วยท่วงท่าราวกับนางพญา เช่นเดียวกันกับเต็กและตี๋เล็ก ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณหนูคนสวยจะมีลีลาสวยงามเช่นนี้ ส่วนหยกมณียิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ไม่ไกลกันนั้น ดีใจนักที่คำพูดเตือนสติของตนจุดไฟในตัวคุณหนูคนสวยได้

แต่คนตกใจสุดคงหนีไม่พ้นเมฆินทร์กับเกาไม่คิดเลยว่าคณะเฟิ่งหวงจะแก้หน้าได้ด้วยการส่งคุณหนูคนสวยมาประลอง แต่ถึงกระนั้นทุกอย่างก็ถอยไม่ได้แล้ว สองผู้ยิ่งใหญ่เลยได้แต่ฝากความหวังไว้ที่ปรมาจารย์ใหญ่จากปักกิ่ง ว่าจะโค่นคณะเฟิ่งหวงให้พ่ายแพ้ ต้องหักทวน และเปิดแสดงที่ไหนไม่ได้อีก ผู้ชมในโรงงิ้วดูการประลองด้วยความตื่นเต้น หงส์เป็นฝ่ายตั้งรับในช่วงแรก เพราะลีลาอีกฝ่ายดุดันมากจนเธอแทบหาทางรุกไม่ได้ จางส่งสายตาให้กำลังใจจากข้างเวที ทำให้คุณหนูคนสวยนึกถึงคำสอนเขาขึ้นมาได้

“อ่อนสยบแข็งจะบังเกิดได้ ย่อมต้องผ่านความพอดีแห่งสมดุลเป็นเบื้องแรก ไม่ใช่มุ่งสู่ความอ่อนแอแล้วจะชนะความแข็ง แต่ต้องเข้าใจทั้งสองด้านให้ถ่องแท้ อ่อนโยนผสมแข็งกร้าว เปิดเผยชดเชยลอบเร้น เสริมส่งกันและกัน”

คำสอนของจางช่วยหงส์ได้มาก แต่ก็ยังเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้ คุณหนูคนสวยต้านจนแทบหมดแรง พลันก็นึกถึงคำพูดของกุ่ย ให้หาจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ ซึ่งเธอก็หาเจอจนได้และเป็นฝ่ายชนะในที่สุด!

ปรมาจารย์งิ้วใหญ่จากปักกิ่งยอมหักทวนตัวเองหลังจากนั้นสร้างความเสียหน้าให้แก่เกาเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากพากันออกจากโรงงิ้วเฟิ่งหวงพร้อมกับเมฆินทร์ด้วยท่าทางแค้นจัด

ส่วนหงส์...ภูมิใจมากที่ตัวเองกอบกู้สถานการณ์โรงงิ้วให้กลับมารุ่งเรืองได้สำเร็จ แต่ถึงกระนั้นก็เป็นทุกข์ใจอย่างหนัก เมื่อต้องไปรับผิดกับพ่อ โทษฐานฝ่าฝืนคำสั่งออกไปเล่นงิ้ว ทั้งที่เขาเคยห้ามเด็ดขาดมาตลอด

คุณหนูคนสวยร้อนใจมาก ถลาไปหาพ่อทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุด สุงถึงกับส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย

“อั๊วเบื่อคำว่าขอโทษเต็มทน ลื้อมันคนหัวแข็ง ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ รู้เต็มอกว่าผิดก็ยังทำ อั๊วจะทำยังไงกับลื้อดี”

“หงส์อกตัญญู ทำให้อาป๊าต้องผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าอาป๊าจะลงโทษยังไง หงส์ยอมรับทุกอย่าง”

สุงไม่ตอบ แต่เบือนหน้าไปทางป้ายวิญญาณของฉาง พร้อมกับเอ่ยถึงลีลางิ้วของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

“ใช่ค่ะ...การแสดงของเฮียฉาง ไม่ว่าจะเล่นกี่ครั้งก็ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ”

“ถ้าอาฉางยังอยู่ก็คงจะดี อั๊วเคยบอกอาฉางว่าต่อไปลื้อจะต้องโด่งดังแน่ๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจงตั้งใจอนุรักษ์งิ้วแต้จิ๋วของเราไว้ให้ดี อั๊วสู้เพื่อสิ่งนี้มาทั้งชีวิต แต่พออาฉางจากไป ทุกอย่างก็พังหมด”

สุงหัวเราะขมขื่นก่อนจะขออยู่คนเดียว หงส์จะทำตามคำสั่ง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินคำทิ้งท้ายของพ่อ

“เดี๋ยว...เล่นงิ้วเสร็จให้รีบเปลี่ยนชุด ทรงเครื่องเดินออกมาสู่โลกแห่งความจริงแบบนี้ อาจจะกระทบต่อภาพพจน์ลื้อบนเวทีได้ ทีหลังอย่าทำอีก...ลื้ออยากจะทำอะไรก็ทำเถอะ อั๊วไม่ห้ามอีกแล้ว...”

ooooooo

วีรกรรมกล้าหาญกอบกู้ชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของคณะทำให้สุงยอมรับในตัวหงส์มากขึ้น แม้จะรักษาท่าทีและปากแข็ง แต่ทุกคนในคณะก็รู้ว่าเจ้าพ่อใหญ่ใจอ่อนลงมาก หงส์ถึงกับน้ำตาคลอด้วยความดีใจ นึกถึงวันวานในอดีตตอนฉางปลอบใจที่เธอถูกพ่อทำโทษ...อยากบอกเขาเหลือเกิน ว่าในที่สุดเธอก็มีวันนี้ วันที่พ่อยอมรับในสิ่งที่เธอเป็น

ด้านหลง...ฝ่ากลุ่มสมุนซาไปช่วยกุ่ยออกมาจนได้ พร้อมความช่วยเหลือจากชานนท์ซึ่งหวังไปตามมาเพื่อจับตัวคนร้าย แต่ซื่อเหนี่ยงก็บุญไม่พอ บาดเจ็บสาหัสจนหนีไม่ไหว เลยยอมสละตัวเองกระโดดลงน้ำจะได้ไม่เป็นตัวถ่วงลูกชายคนเดียว กุ่ยถึงกับน้ำตานองหน้า สะเทือนใจและเสียใจมากที่ไม่มีโอกาสแม้แต่เรียกแม่สักครั้ง

ผลการล้อมจับ ซาหนีไปได้อย่างหวุดหวิด ชานนท์เลยจับได้แค่ลูกสมุนซึ่งไม่ยอมเปิดปากว่าใครเป็นผู้บงการ ส่วนหลงกับหวังช่วยกันพยุงร่างสลบไสลเพราะบอบช้ำอย่างหนักของกุ่ยกลับไปที่โรงงิ้ว

อาการเพียบหนักปางตายของกุ่ยทำให้หงส์กับสุงถึงกับพูดไม่ออก แม้หลงจะไม่ยอมบอกว่าใครเป็นผู้บงการ แต่ก็พอเดาได้ไม่ยากว่าเกาต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่ โดยเฉพาะสุง โกรธมากแต่พยายามระงับไว้

“ขอบใจลื้อมากนะอาหลงที่ช่วยพาอากุ่ยกลับมา ลื้อช่วยคนของอั๊ว ก็เท่ากับช่วยอั๊วด้วย ครั้งนี้แก๊งหงส์ดำติดหนี้บุญคุณลื้อ อั๊วจะถือว่าลื้อเป็นสมาชิกของที่นี่ด้วย”

หงส์กับหมวยมองมาด้วยความยินดีที่สุงยอมรับในตัวหลง ต่างจากนักฆ่าหนุ่มสะท้อนใจยิ่งนัก ทั้งที่ตั้งใจมาร่วมชมการประลองเพื่อลอบฆ่าสุงแท้ๆ แต่กลับได้กลายเป็นผู้มีพระคุณแทน

“น่าเสียดายที่อั๊วพลาดโอกาสจัดการไอ้คนเลว”

“ฟ้าดินคงไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลนานนักหรอก” สุงเปรยเสียงเรียบ

“อั๊วก็หวังเช่นนั้น!”

แผนการโกงล้มเหลวไม่เป็นท่า เมฆินทร์แทบเก็บความโกรธไม่ไหว ร้อนถึงเกาต้องส่งซาไปตามเก็บลูกสมุนซึ่งถูกชานนท์จับ ไม่ให้มีโอกาสเปิดปากและสาวมาถึงตัวเขากับเมฆินทร์ได้

หงส์ หลงและชานนท์ รับรู้ข่าวการฆ่าตัดตอนในห้องขังเมื่อคืนก่อนด้วยความรู้สึกคับแค้นใจมาก โดยเฉพาะหงส์ รู้ทั้งรู้เต็มอกว่าเกาเป็นผู้บงการทั้งหมด แต่ก็เอาผิดไม่ได้ ส่วนหลง...พะวงและคิดหนักเรื่องสุงมากกว่า ซึ่งนับวันจะยิ่งทำให้เขาเชื่อว่าเป็นคนดีเกินกว่าจะสั่งการฆ่าเมียของเขาในอดีตเมื่อเจ็ดปีก่อนได้

ooooooo

กุ่ยอาการดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีรอยแผลฟกช้ำ นั่งเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ซื่อเหนี่ยง โดยมีหมวยนั่งเป็นเพื่อน คอยปลอบประโลมใจ ยามเขาพร่ำ เพ้อด้วยความรู้สึกผิด เมื่อคิดถึงวาระสุดท้ายของแม่

“ไม่น่าเลย...ถ้าอั๊วรู้ว่าเวลาที่อยู่ด้วยกันมันจะสั้นขนาดนี้ อั๊วจะดูแลท่านให้มากๆ ตอบแทนท่านที่มอบลมหายใจให้อั๊วได้ลืมตาดูโลก มาตอนนี้ ถึงจะเสียใจแค่ไหน อั๊วก็ทำได้แค่ทำบุญเผากระดาษให้ท่านเท่านั้น”

“อาซ้ออยู่บนฟ้าคงรับรู้ แม้ตัวท่านจะไม่อยู่ แต่หมวยเชื่อว่าความรักของท่านจะคอยปกป้องคุ้มครองเฮียเสมอ”

กุ่ยซาบซึ้งใจมาก หันมากอดเพื่อนสาวร่วมคณะเป็นครั้งแรก ตามประสาคนต้องการที่พึ่งทางใจ แต่ถึงกระนั้น...อดีตตัวตลกหนุ่มก็ทำใจได้ไม่ดีนัก และหงส์ก็พอมองออก เลยพยายามให้กำลังใจ แต่กุ่ยก็ยังรู้สึกผิดเรื่องวันประลอง รวมทั้งผิดหวังเรื่องแม่ จนไม่มีแก่จิตแก่ใจจะฝึกซ้อม

สุงเฝ้ามองความพยายามของหงส์ที่จะพยุงสถานการณ์ของคณะงิ้ว รวมทั้งสร้างเสริมกำลังใจให้เหล่าคนงานสู้ต่อด้วยความพึงพอใจ จนวันหนึ่ง เขาก็ตัดสินใจเรียกเธอไปคุยตามลำพัง

“เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน อั๊วเคยเป็นจับกังตามโรงงิ้ว ทำทุกอย่างแล้วแต่จะมีคนจ้าง เสร็จจากงานเมื่อไหร่ อั๊วชอบมานั่งดูงิ้วคนเดียว ดูไปก็ยิ้มไป ใฝ่ฝันว่าสักวัน...ถ้าอั๊วร่ำรวยขึ้นมา จะเป็นเจ้าของคณะงิ้วให้ได้”

“และแล้วอาป๊าก็ทำสำเร็จ ได้เป็นเถ้าแก่เจ้าของโรงงิ้วสมใจ”

“ในชีวิตอั๊วมีสิ่งที่ภาคภูมิใจไม่กี่อย่าง หนึ่งคืออั๊วได้เป็นเจ้าของคณะงิ้วนี้ สองคืออั๊วได้แต่งงานกับกิมลั้ง แม่ของลื้อ และสามคืออั๊วได้ลูกชายที่ดีไว้สืบสกุลอย่างอาฉาง”

หงส์หน้าเจื่อน น้อยใจที่พ่อไม่เคยเห็นเธอในสายตา แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อพ่อประกาศจะยกโรงงิ้วให้เธอ

“หากวันนั้นงิ้วคณะของเสี่ยเกาชนะการประลอง โรงงิ้วเฟิ่งหวงก็คงต้องปิดตัว จะเล่นที่ไหนไม่ได้อีก แต่ในเมื่อลื้อรักษาคณะงิ้วไว้ได้ ก็จงทำหน้าที่สืบทอดเจตนารมณ์ของอั๊วต่อไป โรงงิ้วเฟิ่งหวงเป็นของลื้อแล้วอาหงส์”

หงส์ดีใจมาก ในที่สุดพ่อก็เห็นความตั้งใจและยอมรับในตัวเธอ ชาวคณะต่างมาแสดงความยินดี ไม่เว้นแม้แต่หลง ที่อยากเข้ามาหาเธอใจแทบขาด แต่ก็ไม่กล้าอาจเอื้อม หงส์เลยต้องเป็นฝ่ายไปคุยด้วยเอง

“นี่นายเห็นฉันเป็นเสือตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้ไม่กล้าเข้าใกล้ฉัน”

“บางทีความงามของหงส์ก็น่ากลัวยิ่งกว่าความดุร้ายของพยัคฆ์”

“หงส์เนี่ยนะน่ากลัวกว่าเสือ ไหนนายลองบอกเหตุผลมาซิ”

“เพราะทุกคนรู้ว่าเสือน่ากลัวจึงระวัง แต่สำหรับหงส์ คนมักประมาท คิดว่าไม่มีอันตรายจนอาจตายไม่รู้ตัว”

“แต่หงส์อย่างฉัน ไม่เคยคิดฆ่าใคร รู้ไว้ด้วย”

“ความงามของผู้หญิงเคยเข่นฆ่าผู้ชายมาแล้วนักต่อนัก”

หงส์ส่งยิ้มล้อเลียนให้ พร้อมเย้าขำๆ “นายนี่ท่าจะอ่านนิยายกำลังภายในมาก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผู้หญิงคงครองโลกนี้ไปแล้ว ไม่ตกเป็นเบี้ยล่างผู้ชายอย่างทุกวันนี้หรอก”

“แต่คุณหนูก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วไม่ใช่หรือครับว่าผู้หญิงมีความสามารถไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ชาย เถ้าแก่สุงถึงได้ยอมยกโรงงิ้วเฟิ่งหวงให้คุณหนูเป็นผู้สืบทอด...”

หงส์ทำตามได้อย่างที่หลงพูดจริงๆ หลังกอบกู้ชื่อและศักดิ์ศรีคืนให้คณะได้ คุณหนูคนสวยก็เป็นเรี่ยวแรงสำคัญ ช่วยกันกับจาง กุ่ยและหมวย ซักซ้อมเหล่าคนงานเท่าที่มีให้รำงิ้ว โดยมีสุงมองตามห่างๆด้วยแววตาภาคภูมิใจ

และโชคชะตาก็คงไม่โหดร้ายเกินไปนัก เมื่อเหล่านักแสดงงิ้วที่เคยลาออก กลับมาขอเข้าคณะใหม่ กุ่ยคัดค้านเต็มที่ ยังเคืองที่พวกนั้นเนรคุณ ทิ้งกันยามยาก แต่หงส์ก็ซื้อใจคนงานและเหล่านักแสดงหลายสิบจนได้ ด้วยการรับเข้าคณะอีกครั้ง จนในที่สุดคณะเฟิ่งหวงก็กลับไปเปิดการแสดงได้เหมือนเมื่อก่อน

การเปิดการแสดงครั้งแรกหลังการประลองของคณะเฟิ่งหวง มีผู้ชมแน่นขนัดเหมือนเมื่อครั้งฉางยังมีชีวิต แต่ครั้งนี้เหล่าผู้ชมก็ได้อิ่มเอมกับลีลาพลิ้วไหว

แต่แข็งแกร่งของหงส์แทน ซาถูกส่งมาสังเกตการณ์ มองมาด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะแล่นกลับไปรายงานเกากับเมฆินทร์ถึงสถานการณ์ที่ดีขึ้นของคณะเฟิ่งหวง

เกาโกรธมาก เจ็บใจที่กำจัดพวกสุงไม่ได้ ต่างจากเมฆินทร์ แสยะยิ้มร้าย เมื่อนึกถึงลูกสาวคนเล็กของสุง

“ไม่เลว...เป็นผู้หญิงแท้ๆ แต่กลับเล่นงิ้วเป็นพระเอกนักรบแทนพี่ชาย แถมเอาชนะยอดฝีมืองิ้วปักกิ่งได้อีกต่างหาก ฉันชักอยากเห็นหน้าลูกสาวเถ้าแก่สุงคนนี้แล้วสิ ว่าตอนยังไม่แต่งหน้างิ้วเหมือนบนเวทีจะดูได้ไหม!”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ไอซ์" จัดเต็มระเบิดอารมณ์ใส่ "จูเนียร์" ปะทะข้ามรุ่นใน "เรือนไหมมัจจุราช"

"ไอซ์" จัดเต็มระเบิดอารมณ์ใส่ "จูเนียร์" ปะทะข้ามรุ่นใน "เรือนไหมมัจจุราช"
18 พ.ย. 2562
11:30 น.