ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : หงส์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ,ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์

แม้จะค้านหัวชนฝาไม่ยอมถูกคลุมถุงชน

ตี๋เล็กก็ถูกเต็กลากไปทำความรู้จักกับหงส์จนได้ สุงต้อนรับขับสู้อย่างดี ต่างจากหงส์ มองลูกชายคนเดียวของเต็กด้วยแววตาไม่ชอบใจนัก ยิ่งอีกฝ่ายทำท่าก้อร้อก้อติกตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ยิ่งรังเกียจ แต่ตี๋เล็กก็ไม่สะทกสะท้าน ชอบใจในความสวยและหมายมั่นจะแต่งงานกับเธอให้ได้

เต็กแทบสำลักน้ำชาเมื่อลูกชายคนเดียวประกาศว่ารักและจะแต่งงานกับหงส์ทันทีที่กลับถึงบ้าน

“ไอ้หยา...ลื้อสองคนไปรักกันตอนไหนวะ”

“เจอกันหนแรก อั๊วก็รู้ทันทีว่าคนนี้ใช่เลย ตั้งแต่เกิดอั๊วไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนสวยกระชากใจเท่าอาหงส์”

“แล้วนังนักร้องหยำฉ่านั่นล่ะ ลื้อตัดใจได้แล้วหรือ”

“จะฟื้นฝอยหาตะเข็บ พูดถึงหยกมณีทำไมอีก ก็อาป๊าบอกเองไม่ใช่หรือว่าไม่อยากได้อีมาเป็นสะใภ้”

เต็กถึงกับส่ายหน้าให้อาการรักง่ายหน่ายเร็วของลูกชาย แต่ตี๋เล็กก็ไม่สนใจ รบเร้าเหมือนเด็กๆ

“น่านะ...อาป๊า ไหนๆอาแปะสุงก็จะยกตำแหน่งหัวหน้าแก๊งหงส์ดำให้อาป๊าอยู่แล้ว ถ้าอาป๊าออกปากขอลูกสาวมาเป็นสะใภ้ สานไมตรีสองแก๊งให้เป็นทองแผ่นเดียวกัน มีเหรออาแปะสุงจะปฏิเสธ”

ตี๋เล็กพยายามหว่านล้อมชักแม่น้ำทั้งห้า จนเต็กเริ่มใจอ่อน ยอมตามใจลูกชายคนเดียวเหมือนเคย

ด้านกุ่ย...ฝึกซ้อมงิ้วอย่างขะมักเขม้น แต่ทุกอย่างก็ต้องชะงัก เมื่อซื่อเหนียงปรากฏตัวตรงหน้า อดีตตัวตลกหนุ่มประจำคณะถึงกับตะลึง แต่เมื่ออีกฝ่ายพยายามอธิบายถึงเรื่องอดีต เขาก็แหวลั่น

“ยังกล้าเรียกตัวเองว่าแม่อีกหรือ...ยี่สิบห้าปี...ตั้งแต่ลื้อทิ้งอั๊วไป ลื้อเคยนึกเป็นห่วงบ้างไหมว่าอั๊วจะเป็นตายร้ายดียังไง ถ้าเถ้าแก่สุงไม่เมตตาให้ที่อยู่ที่กิน ชีวิตอั๊วคงไม่ต่างอะไรกับหมาข้างถนน อั๊วอยากรู้นัก หัวใจลื้อทำด้วยอะไร!”

ซื่อเหนียงน้ำตาร่วงพรูด้วยความเสียใจ อยากเอ่ยคำว่าขอโทษสักครั้ง แต่ลูกชายคนเดียวก็ไม่เปิดโอกาส

“กลับไปซะ...มาทางไหน ก็ไปทางนั้น แล้วชาตินี้อย่ากลับมาให้อั๊วเห็นหน้าลื้ออีก”

หงส์ได้ยินเสียงเอะอะ และมาถึงทันเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เข้าใจกุ่ยดี แต่ก็คิดว่าเขาทำไม่ถูก กุ่ยรู้สึกผิดไม่น้อย แต่ก็ทิฐิ ลั่นปากไม่สนและไม่ยี่หระการปรากฏตัวของแม่แท้ๆ หงส์ส่ายหน้าอ่อนใจ

“โกหกใครก็โกหกได้ แต่อย่าโกหกใจตัวเอง ลื้อกำลังเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปวันนี้”

กุ่ยชะงัก เจ็บจี๊ดเมื่อถูกหงส์พูดแทงใจดำ

“ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูกในไส้ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อาซ้อคงไม่เลือกเส้นทางนี้แน่”

“เจ๊หงส์รู้ได้ยังไงว่าเขาทำลงไปเพราะความจำเป็น ไม่ใช่เพราะเห็นแก่ตัว”

“เพราะเจ๊เป็นผู้หญิง ผู้หญิงย่อมเข้าใจหัวอกผู้หญิงด้วยกันดี ลื้อยังโชคดีที่มีโอกาสได้พบหน้าแม่บังเกิดเกล้าอีกครั้ง แต่เจ๊สิ...แม้แต่รูปถ่ายแม่สักใบก็ยังไม่เคยได้เห็น”

แววตาเศร้าๆของหงส์ติดตากุ่ยไปถึงยามค่ำคืน หลังการฝึกซ้อมงิ้วอันยาวนานและหนักหน่วงตลอดวัน อดีตตัวตลกหนุ่มประจำคณะก็ถึงกับนอนแผ่หมดแรงกลางลานซ้อม และผล็อยหลับรวดเร็วด้วยความเหนื่อยอ่อน หมวยผ่านมาเห็นมือเขาแตกพองจนเลือดซึม เลยเอายามาทาและทำแผลให้

แต่ระหว่างที่หมวยเอาอุปกรณ์ไปเก็บ กุ่ยก็ฟื้นเพราะหงส์มาปลุกไปนอน เขาเลยเข้าใจเองว่าคุณหนูคนสวยเป็นคนทำแผลให้ ถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หงส์ไม่ได้ติดใจท่าทางเขา ขอตัวไปนอน กุ่ยลุกตามติด เลยคลาดกับหมวย ซึ่งวนมาดูเขาอีกรอบด้วยความห่วงใย แต่กลับได้พึมพำเซ็งๆแทน...คนอะไร อุตส่าห์ทำแผลให้ จะขอบคุณสักคำก็ไม่มี

ooooooo

หลงเอาส้มไปไหว้ป้ายวิญญาณเหมยในเช้ามืดวันต่อมา ความทรงจำในอดีต...เจ็ดปีอันร้าวราน หลังการจากไปของเธอ ทำให้เขาเจียนตาย และวันนี้ก็ถือเป็นฤกษ์ดี จะไปทวงความแค้นจากคนที่พรากดวงใจจากเขา!

หงส์ตกใจไม่น้อย เมื่อหลงมาเยี่ยมพ่อแต่เช้า โดยอ้างว่ามาแทนไช้ สีหน้าดุดันของเขาทำให้เธอไม่ไว้ใจและอดตามไปแอบฟังไม่ได้ สุงซึ่งระวังตัวตลอดเวลา มองส้มในมือหลงนิ่งๆ ก่อนจะยิ้มและเอ่ยถึงไช้อย่างอารมณ์ดี

“ฝากบอกอาไช้ด้วยว่าอั๊วขอบใจ จะกี่ปีๆ...อาไช้ ก็เป็นคนมีน้ำใจไม่เคยเปลี่ยน”

หลงก้มหน้ารับช้าๆ ก่อนจะเริ่มชวนคุย ถึงเส้นทางเจ้าพ่อของอีกฝ่าย“ตลอดชีวิตการเป็นเจ้าพ่อ เถ้าแก่เคยทำผิดบ้างหรือเปล่า”

“ไม่มีใครไม่เคยทำผิด คนที่ไม่เคยทำผิด คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย ลื้อถามทำไม”

“อั๊วก็แค่อยากรู้ เจ้าพ่อใหญ่แก๊งหงส์ดำรู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าเคยทำอะไรผิด”

หลงเอื้อมมือไปหยิบมีดจากด้านหลัง สุงไม่ทันมอง ได้แต่หัวเราะด้วยความขมขื่น

“อั๊วผิดตั้งแต่ตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการเจ้าพ่อแล้ว”

“ที่เถ้าแก่มีทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะการเป็นเจ้าพ่อ เจ้าพ่ออย่างเถ้าแก่คงไม่เคยรู้จักรสชาติของการสูญเสียอย่างอั๊ว”

“ทำไมอั๊วจะไม่รู้ ลูกชายอั๊วถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา ยังไม่เรียกว่าสูญเสียอีกเหรอ”

แววตาเจ็บปวดของสุง ทำให้หลงถึงกับอึ้งไปอึดใจ คำพูดของหงส์เมื่อวันวานผุดในหัวอีกครั้ง สุดท้ายเขาก็ ทำไม่ได้ ฆ่าสุงไม่ลงเพราะสงสารคุณหนูคนสวยที่ชีวิตนี้ เป็นทุกข์มามากพอแล้ว

หงส์สังเกตเห็นบรรยากาศแปลกๆระหว่างพ่อกับหลง เลยตัดสินใจเข้าไปขัดจังหวะ ด้วยการยกยาไปให้พ่อ แต่สุงกลับไม่ยอมกิน แถมยกยาราดหัวเธออีกต่างหาก!

แต่มีหรือหงส์จะยอมแพ้ คุณหนูคนสวยกลับมาอีกครั้งพร้อมถ้วยยา แต่สุงก็ทำแบบเดิม จนหลงทนไม่ไหว ต้องพูดกับเจ้าพ่อใหญ่ ทันทีที่ได้อยู่กันตามลำพัง สุงกัดฟันกรอด ไม่เก็บอารมณ์แม้แต่น้อย

“ยิ่งเห็นหน้ามัน อั๊วยิ่งเกลียด เพราะมัน...อาฉางถึงต้องตาย”

“คุณหนูหงส์จะสามารถลิขิตชะตาชีวิตของใครได้ยังไง”

“มันนั่นแหละตัวซวย ตั้งแต่มันลืมตาดูโลก ก็นำพาความวิบัติมาสู่ครอบครัวอั๊วไม่หยุดหย่อน”

“บางทีเรื่องร้ายๆอาจไม่เกี่ยวกับคุณหนูหงส์ แต่เพราะเวรกรรมของเถ้าแก่ต่างหากที่มาทวงคืนกับคนที่เถ้าแก่รัก”

สุงอึ้ง แต่ไม่ทันโต้ หงส์ก็กลับมาอีกครั้งพร้อมถ้วยยา หลงมองมานิ่งๆเหมือนจะวัดใจ สุดท้ายสุงก็กระดกยารวดเดียวหมด แต่ไม่วายกระแทกถ้วยบนโต๊ะบ่งบอกถึงความรำคาญ แต่หงส์ก็ไม่ถือสา ดีใจมากที่พ่อยอมกินยาจนได้

หลงเจ็บใจตัวเองมากที่ชวดโอกาสฆ่าสุงอีกครั้ง แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่มีเวลาคร่ำครวญมาก เมื่อหงส์มาชวนไปเดินเล่นและพูดคุยระบายความอึดอัดใจเหมือนทุกครั้งที่เจอกัน

“ทำไมนะ ช่วงเวลาที่เรามีความสุขจึงมักสั้นและผ่านไปไวเสมอ”

หลงเข้าใจดีว่าเธอคงคิดถึงฉาง พี่ชายอันเป็นที่รักและเป็นแบบอย่างมาตลอด “เพราะอย่างนั้นเราถึงได้พยายามตักตวงมันไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ต่อให้ไขว่คว้าเท่าไหร่ สุดท้ายความสุขก็ยังหลุดลอยไปอยู่ดี”

หงส์สะเทือนใจมาก ก่อนจะพูดถึงความฝันสูงสุด ของตัวเอง

“ความฝันของฉันคือทำให้คณะเฟิ่งหวงกลับมามีชื่อเสียง อาป๊าจะได้ภูมิใจในตัวฉันบ้าง...แล้วความฝันนายล่ะ”

หลงยิ้มขมขื่น “ผมเคยฝันอยากมีชีวิตราบเรียบอยู่กับครอบครัวที่อบอุ่น พร้อมหน้ากันพ่อแม่ลูก เท่านี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ก็ได้ แต่น่าเสียดาย...ความฝันของผมไม่มีวันเป็นจริง”

“หวังว่าสักวันนายจะเจอคนที่ถูกใจ”

“ไม่รู้ว่าชาตินี้ผมจะเจอผู้หญิงคนไหนที่ทำให้ผมรักได้เท่าอาเหมยอีกหรือเปล่า”

สองหนุ่มสาวมองตากันด้วยความรู้สึกแปลกๆ ใจเต้น ไม่เป็นส่ำอย่างควบคุมไม่ได้ แต่ทั้งสองก็ดื่มด่ำอารมณ์แสนหวานนี้ได้ไม่นาน ตี๋เล็กซึ่งตามก้อร่อก้อติกหงส์ ก็ปราดมาต่อยหลงด้วยแรงหึง จนกลายเป็นการตะลุมบอน!

ooooooo

เหตุการณ์ตะลุมบอนจบลงที่สุงมาห้าม เต็กซึ่งตามมาด้วยโกรธจนควันออกหู เมื่อเห็นว่าลูกชายคนเดียวถูกซ้อมจนเลือดตกยางออก สุงเห็นท่าก็รู้ว่าตี๋เล็กคงเป็นฝ่ายก่อเรื่อง แต่ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ เลยพยายามจะไกล่เกลี่ย แต่เต็กก็ไม่ยอมรับ เช่นเดียวกับตี๋เล็กที่โวยวายให้เจ้าพ่อใหญ่เอาเรื่องหลงให้ได้

“ใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด แต่เท่าที่อั๊วรู้ คนที่เข้ามาหาเรื่องก่อนก็คือลื้อ...ตี๋เล็ก”

“อาแปะไม่ยุติธรรม ให้ท้ายแต่ไอ้ขี้ข้า ขืนปล่อยไว้อีกหน่อยมันคงลามเป็นขี้กลาก”

“ถ้าจะให้อั๊วลงโทษอาหลง ลื้อก็ต้องถูกลงโทษด้วย ที่บังอาจเข้ามาก่อความวุ่นวายในถิ่นของอั๊ว...เอาไหมล่ะ”

ตี๋เล็กจะไม่ยอม เต็กต้องห้ามไว้ เพราะกลัวสุงจะเดือด ทำตามที่ลั่นปากจริงๆ

หลังสองพ่อลูกจอมอันธพาลกลับไปแล้ว สุงก็ทำโทษหงส์อย่างหนัก โทษฐานเป็นต้นเหตุให้เกิดการวิวาท

“มีลูกสาวหากไม่อบรมสั่งสอนก็ไม่ผิดอะไรกับการเลี้ยงหมู เกิดเป็นผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว ไม่ใช่ ทอดสะพานให้ท่าผู้ชายแบบนี้”

หงส์พยายามอธิบายว่าไม่เคยคิดแบบนั้น แต่สุงก็ไม่เชื่อ เอาไม้ฟาดลูกสาวคนเดียวไม่ยั้ง จนหลงสะเทือนใจมาก เช่นเดียวกับกุ่ยและหมวย ซึ่งตามมารั้งเจ้าพ่อใหญ่ ให้เลิกทำโทษคุณหนูคนสวย สุงยอมยั้งมือ เพราะเกิดอาการแน่นหน้าอก แต่ไม่วายสั่ง ให้หงส์นั่งคุกเข่าสำนึกผิด ...ถ้าไม่สำนึกก็ไม่ต้องลุก!

หงส์ไม่อุทธรณ์อะไรเลย ยินดีรับโทษจากพ่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย หลงเสียอีกที่ทนไม่ไหว แอบแวะมาหาเธอ หลังผ่านเวลานานกว่าครึ่งชั่วยาม หงส์ส่ายหน้า เหนื่อยใจ ไม่ยอมลุก แถมไล่เขากลับอีกต่างหาก

“เพราะผม...คุณหนูถึงได้ถูกลงโทษ”

“ฉันผิดมาตั้งแต่เกิดแล้วล่ะ อาม้า เฮียฉางตายก็เพราะฉัน”

“เราย้อนกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราเลือกอนาคตตัวเองได้”

“ทุกวันนี้ฉันคิดว่าจะทำยังไงให้คณะงิ้วไปรอดเท่านั้น ฉันไม่อยากผิดสัญญาที่ให้ไว้กับเฮียฉางก่อนตาย”

สุดท้ายหงส์ก็ตัดสินใจลุก แต่คงเพราะคุกเข่านานไป เลยเซเสียหลัก หลงถลาไปคว้าตัวไว้ เลยได้สบตาหวานๆนั่นอีกครั้ง หงส์เป็นฝ่ายได้สติก่อน ดึงตัวออกจากภวังค์ แล้วผละไปดื้อๆ ทิ้งหลงให้มองตามนิ่งๆ ถอนใจยาวด้วยความลำบากใจ...นับวัน ก็ยากจะห้ามใจไม่ได้ห่วงหาเธอมากขึ้นทุกที นี่เขาจะฆ่าสุงได้หรือเปล่าก็ไม่รู้...

ด้านเกา...ส่งซาไปสอดแนมถึงโรงงิ้วเฟิ่งหวง จนได้ความว่าความหวังเดียวของสุงคือกุ่ย ซึ่งฝีมือยังไม่เข้าขั้น ไม่ดุดันและนุ่มนวลเหมือนฉาง หัวหน้าใหญ่แก๊งค้างคาวหัวเราะชอบใจใหญ่ สะใจมากที่จะได้เห็นความพ่ายแพ้ของสุง

“น่าเสียดาย...งิ้วอันดับหนึ่งของเยาวราชต้องจบลงพร้อมๆกับผู้สืบทอดแก๊งหงส์ดำ”

“อีกไม่นานเถ้าแก่สุงคงต้องปิดโรงงิ้วยอมขายที่ดินหัวมังกรผืนนั้นให้เสี่ยแน่ๆ”

เกากระหยิ่มยิ้มยินดี “ได้ที่ดินผืนนั้นเมื่อไหร่ อั๊วจะสร้างตึกเก้าชั้น เปิดทั้งบ่อนและโรงน้ำชา เอาให้ใหญ่กว่าทุกที่ในเยาวราช แต่กว่าจะถึงวันนั้น อั๊วคงอดใจรอไม่ไหว...”

ooooooo

ไช้ยังเก็บตัวกับบ้าน เมามายไม่ได้สติเหมือนเคย เพราะยังปักใจว่าสุงเอาใจออกห่าง ไม่ยอมช่วยหรือร่วมเป็นร่วมตายเหมือนที่ผ่านมา และคืนนี้ก็เหมือนทุกวัน หัวหน้าใหญ่แก๊งกระเรียนเมาจนแทบสิ้นสติ พร่ำเพ้อไม่หยุดถึงสายสัมพันธ์ฉันพี่น้องระหว่างเขากับสุง จนหลงซึ่งตามดูแลอดเวทนาไม่ได้

ชื่อของเกาถูกพูดถึงอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ ไช้แค้นฝังหุ่นและหมายมาดจะเอาคืน และหลงก็เต็มใจช่วย เพราะอยากทดแทนบุญคุณเถ้าแก่ใหญ่ ด้วยการเล่าถึงบทสนทนาในห้องจัดเลี้ยงของฉั่วเทียนเหลาเมื่อหลายวันก่อน

“คนที่หนุนหลังเสี่ยเกาอยู่คงเป็นผู้มีอิทธิพลไม่น้อย ถึงได้กล้าเหิมเกริมขนาดนี้”

ไช้แค่นหัวเราะ รู้ดีว่าคนหนุนหลังคือใคร “ใครๆก็รู้ ไอ้เกามันสนิทกับไอ้เมฆินทร์ คอยส่งส่วยให้มันทุกเดือน พี่ใหญ่ถึงได้กลัวหัวหด ไม่กล้าแตะ ดีไม่ดีพี่ใหญ่อาจจะเห็นดีเห็นงามกับพวกมันด้วยก็ได้”

“เถ้าแก่หมายความว่าเถ้าแก่สุงอาจจะเป็นพวกเดียวกับเสี่ยเกา”

“เฮอะ...เอาแน่เอานอนอะไรกับใจคน ทุกวันนี้พี่ใหญ่เปลี่ยนไปมาก...มากซะจนเหมือนคนแปลกหน้าที่น่ากลัว”

ไช้ถอนใจหนักๆ ก่อนกระดกเหล้าเข้าปากหมดจอก หลงมองมาด้วยความเห็นใจ รับปากหนักแน่นจะช่วยล้างแค้นเต็มที่ และที่สำคัญ...จะไม่ให้ใครหรืออะไรมาทำร้ายเถ้าแก่ใหญ่กับเมียได้แน่นอน

ในที่สุดการแสดงงิ้วของคณะเฟิ่งหวงก็เวียนมาอีกครั้ง หงส์เตรียมของเซ่นไหว้เทพเจ้าก่อนการแสดงเหมือนเคย แต่ไม่ทันได้ไปเตรียมเวที หวังก็วิ่งหน้าเริ่ดมาแจ้งข่าวร้ายเสียก่อน!

ข่าวร้ายที่ว่าคือการเปิดการแสดงของคณะงิ้วเปี่ยนฟู่ โดยมีเกาเป็นนายหน้าใหญ่ นำคณะงิ้วดังจากปักกิ่งมาเปิดการแสดงในวันและเวลาเดียวกับคณะงิ้วเฟิ่งหวง ชาวบ้านแห่ไปดูอย่างเนืองแน่น หงส์อดไม่ได้ ตามไปดู แล้วก็ถึงกับตะลึง เมื่อเห็นลีลาดุดันของปรมาจารย์งิ้วที่เหนือกว่าตนและทุกคนในคณะอยู่หลายขุมนัก

สุงเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างไม่ต่างจากลูกสาว แต่เขาก็ยังให้กำลังใจกุ่ยเล่นต่อจนจบ แม้จะไม่มีคนดูเลยก็ตาม ส่วนหงส์ อยู่ดูการแสดงของคณะงิ้วเปี่ยนฟู่ โดยมีหลงดูเป็นเพื่อน และทันทีที่การแสดงจบ และคุณหนูคนสวยก้าวออกจากโรงงิ้ว เกาก็ตามมาดักหน้า พร้อมสีหน้าเยาะเย้ยถากถางอย่างปิดไม่มิด

“คุณหนูหงส์อุตส่าห์แวะมาชมงิ้วปักกิ่งคณะอั๊ว นับเป็นเกียรติอย่างสูง”

“ไม่ยักรู้ว่าเสี่ยเกาเป็นเจ้าของคณะงิ้วกับเขาด้วย”

เกายิ้มเยาะ ตีหน้าซื่อเหมือนผู้ใหญ่ใจดี “อั๊วแค่หาอะไรทำสนุกๆแก้เบื่อ ก็เลยเปิดโรงงิ้วเล่นให้คนแถวนี้ได้ชมเป็นบุญตา ยังไงตั่วโผมือใหม่อย่างอั๊วคงต้องฝากเนื้อฝากตัวกับคณะเฟิ่งหวงด้วย”

สีหน้าแววตาน่ารังเกียจของเกาฝังใจหงส์ถึงดึกดื่นของคืนเดียวกัน รวมถึงความกดดันของพ่อ ซึ่งประกาศกร้าวจะสู้กับคณะงิ้วเปี่ยนฟู่อย่างเป็นทางการ โดยใช้กุ่ยเป็นตัวยืนสำคัญ คุณหนูคนสวยถอนใจหนักหน่วง เครียดและปวดใจแทนพ่อไม่น้อยต้องมารับมือศึกหลายด้านเช่นนี้

และก็เพราะความกดดันนี่เอง ทำให้หงส์ฝึกซ้อมหนักกว่าเดิม หวังกู้ชื่อเสียงให้พ่อและคณะงิ้วเฟิ่งหวงอย่างที่รับปากกับฉางไว้ก่อนตาย จางผ่านมาเห็นในคืนวันหนึ่ง ถึงกับทึ่งในความสามารถและลีลาพลิ้วไหวของคุณหนูคนสวย

“ถ้าเถ้าแก่สุงรู้ว่าฝ่าฝืนคำสั่ง คุณหนูไม่กลัวหรือ”

“กลัวสิคะ หงส์ถึงได้มาแอบซ้อมอยู่นี่ อาแปะจางอย่าฟ้องอาป๊าเลยนะคะ ถ้าอาป๊ารู้ หงส์ต้องตายแน่”

จางมีสีหน้าเรียบเฉย จนหงส์เริ่มใจไม่ดี กลัวเรื่องจะไปถึงหูพ่อ แต่สุดท้ายก็ได้ยิ้มกว้าง เมื่อจางบอกจะทำพิธีฝากตัวเป็นศิษย์ให้ถูกต้องตามธรรมเนียมเสียก่อน

ooooooo

หงส์เข้าพิธีฝากตัวเป็นศิษย์กับจางในคืนเดียวกันนั้นเอง คุณหนูคนสวยตื่นเต้นมาก และยิ่งกว่ายินดีที่จะรับบทเรียนสำคัญจากครูงิ้วคนสำคัญของคณะเฟิ่งหวงเป็นครั้งแรก

“งิ้วเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ สอดประสานกลมกล่อมทั้งบู๊บุ๋น สะท้อนให้เห็นสัจธรรมที่ว่าความงามคือความดี เฉพาะผู้ที่มีใจบริสุทธิ์สะอาดเท่านั้น จึงจะแสดงออกถึงความงดงามได้อย่างวิจิตร”

หงส์จดจำทุกคำขึ้นใจ มั่นใจว่าจะซึมซับความรู้และเคล็ดวิชางิ้วอย่างตั้งใจ แต่ก็ต้องหน้าเสีย เมื่อจางบอกว่าคงไม่มีโอกาสได้สอน แต่มีคัมภีร์งิ้วโบราณให้แทน

“เถ้าแก่สุงสั่งให้เผาตำราเกี่ยวกับงิ้วทั้งหมดในห้องหนังสือ เพราะกลัวว่าคุณหนูจะเข้าไปแอบอ่าน เหลือแต่คัมภีร์สุดยอดเคล็ดลับวิชางิ้วเล่มนี้เท่านั้นที่อั๊วเก็บติดตัวตั้งแต่หนุ่มจนแก่...อั๊วยกให้คุณหนู”

สมบัติล้ำค่าตรงหน้าทำให้หงส์ถึงกับน้ำตาคลอ จางยิ้มบางๆ เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ตัวเองคิดไม่ผิด คุณหนูคนสวยมีความตั้งใจดี และมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่จะสืบทอดเจตนารมณ์ของสุงกับฉาง

“ขอบพระคุณค่ะอาแปะ หงส์สัญญาค่ะอาแปะว่าจะตั้งใจศึกษาให้ดี หงส์ต้องเก่งแบบเฮียฉางให้ได้”

“ถามใจตัวเองให้ดี ที่คุณหนูอยากเรียนเพราะอยากเป็นงิ้ว หรือเพราะอยากเป็นอาฉางกันแน่”

คำถามของจาง ทำให้หงส์นิ่งไปอึดใจ ก่อนจะคิดทบทวนช้าๆ แล้วตอบด้วยความมั่นใจว่าอยากจะสืบทอดงิ้ว ศิลปะเก่าแก่ที่มีมายาวนาน จางส่งยิ้มให้กำลังใจ อธิบายเสียงอ่อนว่างิ้วมีสองแบบคือบู๊กับบุ๋น และคุณหนูคนสวยก็ต้องเลือกให้ดี ว่าตัวเองอยากเล่นบทบาทไหน

“ถ้าฟ้าลิขิตให้คุณหนูเป็นผู้สืบทอดงิ้ว ก็ย่อมไม่มีใครขวางได้แม้แต่เถ้าแก่สุงก็ตาม”

ระหว่างที่หงส์ฝึกซ้อมงิ้วจนฝีมือดีวันดีคืน...ไช้ก็เตรียมคนจำนวนหนึ่ง นำโดยซัน ไปล้างแค้นพวกเกาถึงถิ่น โดยไม่รู้เลยว่าซาส่งมือปืนอีกคนไปเป็นหนอนบ่อนไส้ เตรียมหักหลังเต็มที่ หากว่าไช้ส่งมือปืนมาถล่มพวกเกาจริงๆ

นอกจากวางแผนตลบหลังไช้แล้ว เกาก็ยังไม่เลิกก่อกวนสุง ด้วยการพาชาวคณะงิ้วเปี่ยนฟู่ไปเยี่ยมชมการแสดงของคณะเฟิ่งหวงในวันหนึ่ง แถมหยามด้วยการสั่งให้ขึ้นเวทีอวดฝีมือที่เหนือกว่าด้วย หวังข่มขวัญสุงให้ถดถอยกำลังใจ แต่มีหรือเจ้าพ่อใหญ่ หัวหน้าแก๊งหงส์ดำและเจ้าของคณะงิ้วเฟิ่งหวงจะเต้นตาม

“งิ้วจากปักกิ่งของเสี่ยเกาแสดงได้ยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือ”

ท่าทางไม่แยแสของสุง ทำให้เกาแทบคลั่ง แต่ยังตีหน้ายิ้มแย้ม “เถ้าแก่สุงชมเกินไปแล้ว แต่อั๊วก็อยากรู้ว่างิ้วอันดับหนึ่งอย่างคณะเฟิ่งหวงกับคณะงิ้วเปี่ยนฟู่ของอั๊ว ใครจะแน่กว่ากัน จึงมาท้าประลองให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย”

“งิ้วแต่ละคณะก็ดีคนละแบบ อั๊วไม่อยากให้งิ้วเป็นต้นเหตุทำลายมิตรภาพที่มีมายาวนานกว่าสามสิบปี”

เกาแสยะยิ้มร้าย เมื่อเห็นว่าสุงไม่โวยวายแถมรับคำท้า ต่างจากชาวคณะเฟิ่งหวง โดยเฉพาะหงส์กับกุ่ย ถึงกับเครียดหนัก เพราะเห็นแล้วว่าฝีมือของชาวคณะเปี่ยนฟู่เหนือกว่าพวกตนทุกอย่าง

เกาเห็นสีหน้าท่าทางของหงส์กับกุ่ยก็สะใจมาก ประกาศลั่นถึงสิ่งที่ตั้งใจมานาน

“เถ้าแก่สุงมีชื่อในวงการมานาน คงรู้ดีว่าการประลองงิ้วถือเป็นเรื่องจริงจัง คนแพ้ประลองจะต้องหักปลายทวน แล้วหันหลังออกไปจากวงการงิ้ว จะเปิดการแสดงที่ไหนไม่ได้อีก”

ชาวคณะเฟิ่งหวงถึงกับหน้าถอดสี มีเพียงสุงที่รับปากเสียงเรียบ เกาเลยยิ่งลำพองใจ

“การประลองระหว่างคณะเฟิ่งหวงกับคณะเปี่ยนฟู่จะเริ่มขึ้นในอีกเจ็ดวัน บอกคนของเถ้าแก่สุงให้เตรียมตัวเอาไว้ให้ดี แล้วเราจะได้รู้กัน ใครจะอยู่ ใครจะไป!”

ooooooo

ชาวคณะงิ้วเฟิ่งหวงต่างพากันหวาดวิตกไม่น้อย เมื่อได้ยินแจ่มชัดจากสุงเรื่องการประลองกับคณะงิ้วเปี่ยนฟู่จากปักกิ่ง โดยมีเดิมพันคือการอยู่รอดของคณะ หากแพ้ครั้งนี้ คณะเฟิ่งหวงต้องยุบและเปิดแสดงที่ไหนไม่ได้อีก

ภาระหนักตกอยู่กับกุ่ย ซึ่งหลงเหลือความมั่นใจน้อยกว่าเดิม ด้วยประจักษ์แจ้งแก่ใจว่าฝีมือของตนยังห่างชั้นจากอีกฝ่ายมากนัก หงส์กังวลไม่แพ้กัน คุณหนูคนสวยพยายามเกลี้ยกล่อมพ่อให้พิจารณาเรื่องนี้ใหม่ แต่ก็ถูกเขาไล่ตะเพิดออกมาทุกครั้ง แต่เธอก็ไม่ท้อ หมั่นซ้อมและฝึกปรือลีลางิ้วตามคัมภีร์จนฝีมือพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

กุ่ยฝึกซ้อมอย่างหนักไม่ต่างกัน จนจางอดทึ่งไม่ได้ แม้จะกำลังใจหดหายเพราะถูกคู่แข่งข่มไว้มาก แต่อดีตตัวตลกหนุ่มประจำคณะก็แข็งใจฝึกเรื่อยๆ จนฝีมือดีขึ้นเป็นที่น่าพอใจ หงส์ลอบสังเกตท่าทางต่างๆและแอบลักจำไปฝึกที่โรงงิ้วตอนดึกๆเสมอ จนได้พบกับหลงในวันหนึ่ง ตอนเขาแอบมาดูลาดเลาเพื่อสังหารสุง

ร่องรอยบาดเจ็บเป็นจ้ำๆ บาดแผลจากการถูกรัดข้อเท้า เนื่องจากการฝึกเคล็ดวิชาอย่างหนักตามคัมภีร์ ทำให้หลงอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่หงส์ก็ปฏิเสธไม่ล้มเลิกการฝึก เพราะอยากให้ลีลาของตนดุดันเหมือนงิ้วจากคณะเปี่ยนฟู่

“คนเราเชี่ยวชาญผิดกัน ลีลาบู๊งิ้วของคณะเสี่ยเกามีแต่ความแข็งกร้าว ไม่พลิ้วไหว ผิดกับของคุณหนู”

“ฉันถึงต้องฝึกฝนให้หนักขึ้นนี่ไง ใครแข็งแกร่งกว่า คนนั้นเป็นผู้ชนะ”

ท่าทางมั่นอกมั่นใจของหงส์ ทำให้หลงเกือบจะถอดใจ แล้วสวรรค์ก็มีตา ส่งจางมาช่วยให้ความกระจ่างว่า ความเชื่อของหงส์ที่ว่าความแข็งแกร่งกว่าคือฝ่ายชนะนั้นอาจไม่จริงเสมอไป

“คัมภีร์เต๋าเต็กเก็งกล่าวไว้ว่า...ยอมต่ำต้อย จึงรักษาตนไว้ ยอมงอจึงกลับตั้งตรงได้ ว่างเปล่าจึงเติมเต็ม ยอมเก่าจึงใหม่ได้ ผู้มีน้อยจักได้รับ ผู้มีมากกลับถูกลดทอน...นี่แหละคือเคล็ดวิชาอ่อนสยบแข็งกร้าว”

หลงนิ่งฟังด้วยความสนใจ ต่างจากหงส์ นิ่วหน้าไม่เคยได้ยินมาก่อน จางเลยต้องอธิบาย

“เคล็ดลับวิชาอ่อนสยบแข็งนี้ไม่ใช่เรื่องของการมุ่งไปสู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องรู้จักสร้างสมดุล”

“หงส์ไม่เข้าใจ สร้างสมดุล...สร้างยังไงหรือคะอาแปะ”

“อ่อนสยบแข็งจะบังเกิดได้ ย่อมต้องผ่านความพอดีแห่งสมดุลเป็นเบื้องแรก ไม่ใช่มุ่งสู่ความอ่อนแล้วจะเอาชนะความแข็ง แต่ต้องเข้าใจทั้งสองด้านให้ถ่องแท้เสียก่อน อ่อนโยนผสมแข็งกร้าว เปิดเผยชดเชยลอบเร้น เสริมส่งกันและกัน ทั้งหมดนี้ก็คือวิถีแห่งเต๋า...ว่างเปล่าและสมดุล”

จางพาสองหนุ่มสาวไปยังรูปตราสัญลักษณ์หยินหยางบนกำแพงลานฝึกงิ้ว แล้วเสริมเสียงอ่อน

“เมื่อใดก็ตามที่คุณหนูเข้าใจอย่างถ่องแท้ก็จะบรรลุท่าสุดยอดของพะบู๊”

“ความรู้ของเหล่าซือลุ่มลึกประดุจมหาสมุทร เหตุใดไม่ถ่ายทอดเคล็ดวิชางิ้วให้คุณหนูหงส์เหมือนที่ชี้แนะอากุ่ย”

จางส่ายหน้าช้าๆ ส่งสายตาหนักใจไปทางหลง “ใช่ว่าอั๊วไม่อยากทำ แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งเถ้าแก่สุง ใครจะกล้าฝ่าฝืน อั๊วบอกได้เพียงเท่านี้ ที่เหลือคุณหนูจงคิดใคร่ครวญด้วยตัวเองเถอะ”

ooooooo

ระหว่างที่หงส์ใคร่ครวญถึงปริศนาทิ้งท้ายของจาง สุงก็จมปลักกับอดีต โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับฉาง ลูกชายคนเดียวซึ่งเคยเป็นความหวังและความภูมิใจมาตลอด

สุงจำได้ดีว่าฉางเป็นนักแสดงงิ้วที่เก่งกาจแค่ไหน ความทุ่มเทของเขาถูกแสดงให้เห็นผ่านท่วงท่าดุดันและแข็งแกร่ง ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคณะ ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาชมจนโรงงิ้วแน่นขนัดแทบทุกรอบ

และก็ด้วยเหตุนี้ ตำแหน่งหัวหน้าแก๊งหงส์ดำคนใหม่เลยตกเป็นของฉางและแม้ว่าเขาจะพยายามบ่ายเบี่ยงแค่ไหน สุงก็ยืนกรานจะให้ลูกชายคนเดียวสืบทอดหน้าที่และภาระอันยิ่งใหญ่แทนเขา

“สรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนไม่ยั่งยืน อั๊วก็แก่ลงทุกวัน จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ วันหนึ่งก็ต้องล้มเหมือนคนอื่นๆ”

“คนเราอาจแก่ชราได้ด้วยสังขาร ขอเพียงอย่างเดียว อย่าปล่อยให้หัวใจแก่ชราก็พอ”

สุงแค่นหัวเราะ ดึงตัวเองจากอดีตช้าๆ ภาพรอยยิ้มของฉางยังติดในใจเขาไม่เคยลืม

“ถูกของลื้ออาฉาง...คนเราอาจแก่ชราได้ด้วยสังขาร ขอเพียงอย่างเดียว อย่าปล่อยให้หัวใจแก่ชราก็พอ ทุกวันนี้หัวใจของอั๊วก็แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงอีกแล้ว”

พึมพำจบก็กระดกเหล้าหมดจอก น้ำตาไหลพรากด้วยความสะเทือนใจ ไม่รู้ว่าเขาจะทนยืนหยัดรักษาแก๊งหงส์ดำและคณะงิ้วเฟิ่งหวงได้อีกนานแค่ไหน เมื่อขาดหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญอย่างฉาง...

ด้านไช้...ได้โอกาสบุกถล่มพวกเกาได้ในวันหนึ่ง หลงพยายามทัดทานเพราะสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง แต่เถ้าแก่ใหญ่ก็ไม่สนใจ ยืนยันจะส่งซันกับมือปืนที่จัดเตรียมไว้ไปล้างแค้นพวกเกาให้ได้ แต่เพียงไม่กี่ชั่วยามต่อมา ไช้ก็ต้องหน้าซีดเผือดแทบล้มทั้งยืน เมื่อมีคนมาแจ้งข่าวร้ายว่าพวกซันถูกซ้อนแผน และถูกฆ่าตายหมด!

หลงถอนใจหนักหน่วง สังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าต้องมีเรื่องเลวร้ายแบบนี้ เลยอาสากับไช้จะหาตัวหนอนบ่อนไส้มาลงโทษให้ได้ แต่ที่หนุ่มนักฆ่าไม่รู้คือเกาจัดการเก็บมือปืนที่เป็นสายให้เรียบร้อยแล้ว

“งูพิษที่คิดหักหลังแม้กระทั่งเพื่อนพ้องอย่างลื้อ ไม่สมควรจะมีชีวิตอีกต่อไป หากอั๊วชุบเลี้ยงไว้ ลื้อก็คงคิดคดทรยศกับอั๊วไม่วันใดก็วันหนึ่ง ฉะนั้น...ตามไปอยู่กับพวกเพื่อนๆลื้อนั่นแหละดีแล้ว”

สถานการณ์ของไช้น่าเป็นห่วงมากขึ้นทุกวัน ไม่ต่างจากสถานการณ์ของหงส์ ต้องหาทางแก้ปริศนาของจางให้ได้ เผื่อจะค้นพบเคล็ดวิชางิ้วแบบสุดยอด และช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของคณะเฟิ่งหวงขึ้นมาได้

แล้วในที่สุดหงส์ก็ค้นพบหัวใจของเคล็ดวิชาอ่อนโยนผสมแข็งกร้าว และไม่รอช้าจะลองฝึกจิตและร่างกายให้ว่างเปล่าและสมดุลตามที่จางบอก จนกระทั่งสำเร็จ แต่ก็เกือบถูกจับได้ เมื่อสุงผ่านมาเห็น!

โชคดีที่เต็กมาตามสุงไปบ้านไช้ก่อน หลังได้รับรายงานว่ามีการบุกถล่มพวกเกาเมื่อคืนก่อน หงส์เลยรอดมาได้ แต่ถึงกระนั้น...คุณหนูคนสวยก็อดเป็นกังวลไม่ได้ ไม่รู้จะปิดพ่อได้อีกนานแค่ไหน

ooooooo

สุงกับเต็กร้อนใจมากเรื่องไช้ส่งคนไปถล่มพวกเกาจนเกิดเป็นเหตุนองเลือด แต่ไช้กลับไม่สะทกสะท้าน ยืนยันว่าตัวเองทำในสิ่งที่ถูกแล้ว ที่ไม่ปล่อยให้คนกร่างและบ้าอำนาจอย่างเกาลอยนวล

หลงเฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสงสัย แม้สุงกับเต็กจะพยายามเก็บอาการ ไม่เกรี้ยวกราดใส่ไช้ต่อหน้าเขากับหลิว แต่เมื่อทั้งสามได้อยู่ตามลำพัง สุงก็ไม่รั้งรอจะต่อว่าไช้ที่หุนหันพลันแล่นจนเป็นเรื่อง

“เห็นขี้ดีกว่าไส้ เมื่อไหร่ลื้อจะตาสว่าง คนของอั๊วถูกไอ้เกาฆ่าตาย ลื้อยังจะหาว่าเป็นความผิดอั๊วอีกหรือ”

สุงโกรธจนหน้าแดง แหวลั่น “แต่ลื้อส่งคนบุกไปยิงเสี่ยเกาถึงถิ่น เขาก็ต้องป้องกันตัว อั๊วห้าม ทำไมลื้อไม่ฟัง อั๊วพูดซ้าย ลื้อก็ไปขวา อั๊วบอกถูก ลื้อก็ว่าผิด ลื้อไม่เห็นหัวอั๊วแล้วใช่ไหม”

“เสียแรงที่อั๊วทุ่มเทกายใจ เป็นบันไดรองตีนให้ลื้อมานานนับสิบๆปี ในสายตาคนอื่น ลื้ออาจเป็นประมุขสมาคมเลือดมังกร มีอำนาจน่าเกรงขาม แต่สำหรับอั๊ว ลื้อเป็นตาแก่ขี้ขลาดตาขาว เห็นแก่ตัวขึ้นทุกวัน”

สุงเลือดขึ้นหน้า จวนเจียนระเบิดเต็มที่ เต็กเลยต้องช่วยไกล่เกลี่ยและพยายามบอกให้ทั้งสองคิดถึงเรื่องในอดีตเมื่อครั้งยังลำบากและร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน

ไช้ถอนใจเหนื่อยหน่าย จำได้ดีว่าสุงเคยมีบุญคุณกับเขาแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่คิดตอบแทน ซึ่งสุงก็ซาบซึ้งในน้ำใจของเขาดี ไม่เคยลืมจนถึงวันนี้ แต่ทั้งหมดก็ไม่เกี่ยวกับความผิดพลาดในวันนี้

เต็กเห็นด้วย พยายามกล่อมให้พี่น้องร่วมสาบานทั้งสองคิดถึงสายสัมพันธ์ที่มีมายาวนาน แต่ไช้ก็ไม่สนใจ

“พอทีอาเต็ก...ลื้อไม่ต้องอธิบายแล้ว ให้อั๊วถามลื้อดีกว่าพี่ใหญ่ คำถามเดียว แต่ลื้อต้องนึกดูให้ดี แล้วก็ตอบมาจากหัวใจลื้อ ระหว่างอั๊วซึ่งเป็นพี่น้องร่วมน้ำสาบานของลื้อ กับคนเน่าจนจับไม่ติดมืออย่างไอ้เกา...ลื้อจะเลือกใคร”

สุงกับเต็กอยากจะเป็นบ้า แต่ไช้ก็ไม่ยี่หระ จ้องตาไม่กะพริบ รอฟังคำตอบด้วยใจจดจ่อ

“มันถึงเวลาแล้ว ลื้อต้องเลือกพี่ใหญ่ คนเมินเฉย ไม่เลือกข้างท่ามกลางความแตกแยกคือคนเห็นแก่ตัว!”

“พี่ใหญ่เป็นนายกสมาคมเลือดมังกร เป็นที่นับหน้าถือตา ก็ต้องเป็นกลาง ลื้อจะให้เลือกข้างได้ยังไง”

เต็กช่วยไกล่เกลี่ยอีกรอบ แต่ไช้ก็หัวเสียจนไม่ทันไตร่ตรองเหตุผล

“ระหว่างฆาตกรกับคนที่ถูกฆ่า ถ้าลื้อยังบอกว่าอยู่ตรงกลาง นั่นแปลว่าลื้อกำลังเข้าข้างคนชั่ว”

“อาไช้...ลื้อเลิกเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่เสียที”

“ลื้อนั่นแหละพี่ใหญ่...หัดฟังคนอื่นบ้าง ใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด ใครถูกก็ต้องว่าไปตามถูก”

“หมาบ้าสองตัวกัดกัน ลื้อบอกได้ไหมล่ะว่าตัวไหนผิด ตัวไหนถูก”

“อั๊วผิดหวังจริงๆพี่ใหญ่ ลื้อเอาแต่ห่วงเก้าอี้จนลืมก้มมองตีนตัวเองว่ากำลังย่ำอยู่บนเส้นทางที่เรียกว่าสารเลว!”

และแล้วสุงก็หมดความอดทน ผลักไช้ล้มลงพร้อมชักปืนมาขู่ ไช้ไม่กลัว แถมหัวเราะเย้ยหยัน

“ในที่สุด...ใจลื้อที่เคยยึดมั่นคุณธรรมมาทั้งชีวิต ก็พ่ายแพ้ต่ออำนาจความเลวจนได้ เฮียสุง...เอาเลยสิ ยิงอั๊วเลย ฆ่าอั๊วให้ตายคามือเหมือนที่ลื้อเคยฆ่าไอ้ตี๋เพ้งนั่นแหละ”

หลงซึ่งแอบดูตลอด ถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นสุงเล็งปืนไปทางไช้ แต่ไม่กี่อึดใจต่อมาก็ได้ถอนใจโล่งอก เมื่อสุงข่มความโกรธแล้วผละจากไปพร้อมกับเต็ก ทิ้งไช้ให้มองตามด้วยความโมโหสุดขีด

“ไม่แน่จริงนี่หว่า...เฮียสุง ลื้อมันบ่มีไก๊ ไร้น้ำยา!”

ooooooo

สุงกับเต็กเดินผ่านหน้าหลงออกไปแล้ว นักฆ่าหนุ่มถือเป็นโอกาสดีจะล้างแค้นสุงให้เหมย แต่ไม่ทันเหนี่ยวไก ไช้ก็โผล่มาขวางไว้ ด้วยเข้าใจว่าอีกฝ่ายจะเอาคืนสุงให้ หลงถึงกับกระดาก เพราะตั้งใจจะฆ่าสุงจากความแค้นส่วนตัว แต่ไช้ก็ไม่ทันสังเกตท่าทางแปลกๆนั้น มัวพะวงเรื่องสุงมากกว่าที่ขัดเคืองกันรุนแรงแบบที่ไม่เคยมาก่อน หลงไม่เข้าใจ ท่าทีของสุงดูจะไม่หายโกรธง่ายๆ และอาจย้อนกลับมาจัดการกับเถ้าแก่ใหญ่อีกครั้ง แต่ไช้ก็ไม่กลัว เชื่อมั่นว่าสุงจะไม่ลอบกัดใคร

“เถ้าแก่สุงจะยิงเถ้าแก่ เถ้าแก่ไม่โกรธบ้างหรือ”

“หากเทียบกับสิ่งที่พี่ใหญ่เคยทำให้อั๊วตอนหนุ่มๆ ต่อให้วันนี้อั๊วถูกยิงตาย อั๊วก็ไม่เสียดายชีวิต”

ไช้กลุ้มมาก เมามายไม่ได้สติหลังจากนั้น ร้อนถึงหลงกับหลิวต้องพาไปนอนด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะหันหน้าคุยกันด้วยความละเหี่ยใจ ถึงสถานการณ์ของไช้ซึ่งดูจะง่อนแง่นเต็มที หลงเห็นใจหลิวมาก เลยรับปากหนักแน่นจะดูแลและคุ้มครองไช้อย่างดี ไม่ให้ใครหรืออะไรมาทำร้ายเด็ดขาด!

ขณะที่ไช้เมามายด้วยความเครียด สุงกับเต็กก็หารือกันจริงจัง เรื่องแก้ไขปัญหาที่ไช้ก่อ เต็กเลยได้โอกาสเสี้ยมเจ้าพ่อใหญ่ ให้ใช้อำนาจนายกสมาคมเลือดมังกรให้เด็ดขาด หาไม่...ไช้คงกำเริบเสิบสานกว่านี้แน่

หลังปั่นหัวสุงจนเป็นที่พอใจแล้ว เต็กก็กลับไปเร่งลูกชายให้รุกหงส์หนักกว่าเดิม จะได้เป็นทองแผ่นเดียวกับสุงโดยเร็ว อำนาจและความยิ่งใหญ่ของแก๊งหงส์ดำจะได้ตกสู่มือเขาโดยง่าย ตี๋เล็กกระหยิ่มยิ้ม รับปากพ่อด้วยความเต็มใจ แทบอดใจรอไม่ไหวจะได้แต่งงานและได้สมรักกับหงส์

หงส์ไม่รู้ตัวและไม่สนว่าตัวเองจะเป็นเจ้าสาวของใคร มัวพะวงเรื่องประลองกับคณะงิ้วเปี่ยนฟู่ ซึ่งกุ่ยเป็นเพียงความหวังเดียวที่พ่อเธอฝากฝังไว้ แม้จะเห็นพัฒนาการของเขาในทางที่ดีและแข็งแกร่งขึ้น แต่คุณหนูคนสวยก็ไม่ไว้ใจ เร่งฝึกฝนตามคัมภีร์ที่ได้จากจางจนคล่องกว่าเดิม แต่ก็ยังมีปัญหาคือต้องหาที่ซ้อมใหม่

แล้วอัศวินขี่ม้าขาวก็คือซินแสง้วง เสนอให้หงส์ไปซ้อมที่ลานหน้าวิหารศาลเจ้าเก่า ซึ่งปิดร้างรอเวลาบูรณปฏิสังขรณ์ คุณหนูคนสวยดีใจมาก พลอยทำให้หลงซึ่งตามมาเป็นเพื่อนมีความสุขด้วย และภาพบรรยากาศความขลังและความเย็นใจอย่างบอกไม่ถูกในศาลเจ้าเก่าแห่งนี้ ก็ทำให้หลงรู้สึกศรัทธา

“ศาลเจ้าที่นี่คงศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้คนถึงได้หลั่งไหลมากราบไหว้บูชาไม่ขาดสาย”

ซินแสง้วงพยักหน้าน้อยๆ “ศาลเจ้าเป็นเสมือนคำตอบข้อเดียว เพื่อตอบโจทย์หลายข้อของคนหลายวัยตั้งแต่เด็ก คนหนุ่มสาวและคนแก่เฒ่า ซึ่งเข้ามากราบไหว้เทพเจ้าที่ศาลเดียวกัน”

หงส์กวาดตามองรูปปั้นรอบศาลเจ้าช้าๆ อดทึ่งในความขลังและยิ่งใหญ่ไม่ได้

“เทพเจ้ามีอิทธิฤทธิ์สามารถช่วยบันดาลให้ได้ตามคำขอจริงๆน่ะหรือคะ”

ซินแสง้วงยิ้มบางๆ ก่อนจะสอนเตือนสติ “ไหว้ได้แต่อย่าขอ ขอได้แต่ห้ามรอ คนเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ให้พึ่งพิงลำแข้งของตัวเองเป็นหลัก หากงอมืองอเท้า เทพเจ้าที่ไหนก็ไม่อาจช่วยได้”

ooooooo

คำสอนของซินแสง้วงทำให้ทั้งหลงและหงส์เลื่อมใสมาก โดยเฉพาะคุณหนูคนสวย กำลังใจมาเป็นกอง จะมุ่งมั่นทำความดีและสืบทอดเจตนารมณ์ของฉาง แต่บรรยากาศดีๆก็เหือดหายในพริบตา เมื่อตี๋เล็กปรากฏตัว พร้อมถ้อยคำและท่าทางหาเรื่องหลงเหมือนเคย ตามประสาคนเคยมีเรื่องกันมาก่อน หลงพยายามข่มอารมณ์อย่างมาก แต่คนเต้นแทนคือหงส์ จนต้องโต้กลับเสียงเครียด

“การดูถูกคนอื่นให้ต่ำลง ไม่ได้ทำให้ตัวเองสูงขึ้นหรอกนะคะ”

“มันก็แค่ลิ่วล้อปลายแถว ทำไมน้องหงส์ต้องปกป้องมันด้วย”

“ถ้าเฮียตี๋เล็กว่าง เอาเวลาไปช่วยเจ็กเต็กดูแลกิจการดีกว่า อย่ามาเกะกะระรานคนอื่นเขาเลย มันน่ารำคาญ!”

ท่าทีหัวเสียและคำพูดถากถางด้วยความไม่พอใจของตี๋เล็ก ทำให้หงส์หนักใจมาก แม้จะบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบได้ในครั้งนี้ แต่ก็ต้องมีครั้งต่อไปแน่ หลงเป็นห่วงคุณหนูคนสวยมาก แต่ก็ทำได้แค่เตือนให้ระวังตัว

จบเรื่องตี๋เล็ก หงส์ก็ต้องมาหนักใจเรื่องสถานการณ์วิกฤติของคณะงิ้วเฟิ่งหวง เมื่อชาวคณะพากันลาออก

เกือบหมด กุ่ยเป็นเดือดเป็นร้อนมาก หงส์เลยต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการสั่งคนงานที่เหลือฝึกงิ้วแก้ขัดไปก่อน

เต็กร้อนใจไม่ต่างกัน พยายามกล่อมให้สุงยกเลิกการประลอง แต่เจ้าพ่อใหญ่ก็ไม่ยอม ร้อนถึงหงส์ต้องช่วยพูดอีกแรง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไข ฝึกงิ้วให้คนงานที่เหลือ แต่มีหรือสุงจะฟังลูกสาวคนเดียวที่แสนชัง ปฏิเสธเสียงห้วน ก่อนจะไล่ตะเพิดออกไปให้พ้นหน้าเหมือนเคย

เวลาเดียวกันที่ด้านนอก...ตี๋เล็กตามพ่อมาพบสุงด้วย เลยมีเรื่องชกต่อยกับหลง ด้วยแค้นไม่หายที่อีกฝ่ายตามประกบหงส์ แถมคุณหนูคนสวยก็ให้ความสนิทสนมด้วยเป็นอย่างดี กุ่ยเครียดมาก แต่ก็ไม่กล้าไปขวาง หมวยเลยตัดสินใจตะโกนเรียกชื่อสุง ซึ่งก็ได้ผลดี สองหนุ่มแยกจากกันในทันที!

หงส์ได้ยินเสียงเอะอะเลยวิ่งมาตามเสียง ทันได้เห็นยกสุดท้ายก่อนสองหนุ่มคู่ปรับจะแยกจากกัน ตี๋เล็กแยกกลับไปพร้อมลูกสมุนแล้ว คุณหนูคนสวยเลยลากหลงไปอีกทาง เพื่อทำแผลให้

หลงมองมาด้วยสายตาสำนึกผิด “ผมพยายามเลี่ยงแล้ว แต่คุณตี๋เล็กหาเรื่องผม คงยังเจ็บใจเรื่องคราวก่อน”

“นายเลยต้องมาเจ็บตัวเพราะฉันอีกแล้ว ฉันคงเป็นตัวซวยอย่างที่อาป๊าบอกจริงๆ ใครก็ตามที่อยู่ใกล้ฉันถึงได้เดือดร้อน มีอันเป็นไปกันหมด นายเองก็เหมือนกัน ควรจะอยู่ห่างๆฉันเอาไว้”

น้ำเสียงน้อยใจของเธอ ทำให้หลงพลอยใจเสีย “ผมไม่เชื่อเรื่องเหลวไหลพรรค์นั้น คนส่วนใหญ่เกรงกลัวคำว่าซวยมากกว่าที่จะกลัวผลแห่งเวรกรรม ทั้งๆที่สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลมาจากกรรม ไม่ใช่ความซวย”

“ถ้าอาป๊าเชื่ออย่างที่นายเชื่อบ้างก็คงจะดี ฉันจะได้ไม่ต้องเป็นตัวซวยของอาป๊าเหมือนอย่างทุกวันนี้”

พูดจบก็ฝืนยิ้มเศร้าๆ หลงถึงกับยืนบื้อ สงสารคุณหนูคนสวยจับใจ แต่ก็ทำได้แค่ปลอบใจเท่านั้น สองหนุ่มสาวปรับทุกข์กันอีกพักใหญ่ ไม่รู้เลยว่ากุ่ยกับหมวยแอบดูห่างๆอีกต่อ พร้อมความรู้สึกคนละอย่าง อดีตตัวตลกหนุ่มประจำคณะโมโหหึงเต็มที่ ส่วนนักแสดงสาวได้แต่ยืนอึ้ง เมื่อค้นพบว่าชายหนุ่มที่แอบรัก มีใจให้หงส์ ไม่ใช่เธอ

คืนเดียวกันที่ศาลเจ้า...ซินแสง้วงได้ให้การต้อนรับเกาเป็นครั้งแรก พร้อมซาคนสนิท เพื่อขอให้ซินแสใหญ่ทำนายโชคชะตา ซินแสง้วงถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะตวัดพู่กันบนกระดาษตรงหน้า

“รูเล็กๆอาจทำให้เรือลำใหญ่ล่มลงได้ฉันใด ความประมาทย่ามใจก็ทำให้คนพินาศย่อยยับได้ฉันนั้น”

คำทำนายของซินแสง้วง เหมือนบอกเป็นนัยๆให้เการะวังตัวหากคิดการใหญ่ เกาถึงกับอึ้ง แต่ก็ไม่ได้รับความกระจ่างมากกว่านั้น ได้แต่กลับบ้านพร้อมความกังวลเงียบๆ...หรือแผนของเขาจะไม่สัมฤทธิผล

ooooooo


ละครซีรีส์เลือดมังกร : หงส์ ตอนที่ 3 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : หงส์ติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : หงส์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ,ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ 21 ก.ค. 2558 08:07 2015-07-25T00:15:00+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ