ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : หงส์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ,ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์

บรรยากาศเฉลิมฉลองเนื่องในวันสารทจีน ณ ศาลเจ้าตั้วเล่าเอี๊ยะหรือศาลเจ้าพ่อเสือ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ชาวบ้านแห่มาชื่นชมการแสดงเชิดสิงโตอันเลื่องชื่อ และมารับของในพิธีเทกระจาด ซึ่งเหล่าทายาทเลือดมังกร ภรพ ทรงกลด ธาม คณินและหงส์มาช่วยแจกเหมือนทุกปี

อีกด้านหนึ่งของศาลเจ้า...คณะงิ้วเฟิ่งหวงของสุง หัวหน้าแก๊งหงส์ดำและนายกสมาคมเลือดมังกรคนปัจจุบันกำลังเซ่นไหว้เทพประจำโรงงิ้ว เป็นสิริมงคลก่อนขึ้นแสดง ซึ่งฉางลูกชายคนโตของสุงและพี่ชายคนเดียวของหงส์ รับบทเป็นพระเอก และสุงก็ภูมิใจนำเสนอมาก ควบคุมดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างด้วยตัวเอง

“วันสารทปีนี้คนเยอะกว่าทุกปี เต็มที่นะอาฉาง อย่าทำให้ทุกคนผิดหวัง”

“อั๊วจะทำให้ดีที่สุดอาป๊า...เพื่อคณะเฟิ่งหวงของเรา”

ขาดคำก็เกิดลมพัดแรงจนตะเกียงน้ำมันดับวูบ สุงใจไม่ดีเพราะถือเป็นลางร้าย รีบร้องสั่งให้หวัง ชาวคณะงิ้วจุดไฟ หงส์เพิ่งกลับเข้ามาได้ยินเสียงเพลงก็เตือนให้พ่อไปรอดูหน้าเวที ส่วนตัวเองจะรับหน้าที่ควบคุมดูแลทุกอย่างเอง

การแสดงงิ้วของคณะเฟิ่งหวงเป็นไปด้วยดี จนสุงคลายใจลงมาก แถมได้หน้าบานยิ้มไม่หุบ เมื่อได้ยินคำชมจากสองพี่น้องร่วมสาบานแก๊งสามวิหค...ไช้หัวหน้าแก๊งไก่ฟ้าและเต็กหัวหน้าแก๊งกระเรียน โดยเฉพาะเรื่องฝีมือรำทวนอันอ่อนช้อยและดุดันของฉาง ซึ่งเรียกคะแนนความชอบและเสียงปรบมือจากชาวบ้านได้อย่างเกรียวกราว

ขณะที่ทุกคนพุ่งความสนใจไปบนเวทีงิ้ว หลง...หนุ่มชาวบ้านท่าทางซอมซ่อ แบกหาบกระเพาะปลาปะปนกับพวกชาวบ้านเข้ามา พร้อมส่งสายตาเคียดแค้นไปทางสุง ก่อนจะค่อยๆเปิดฝาหม้อและหยิบปืนสั้นคู่ใจมาเตรียมไว้ แต่ไม่ทันเล็งไปทางสุง เสียงปืนห่าใหญ่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกโรงงิ้ว

ความโกลาหลเกิดขึ้นหลังจากนั้น บรรดาทายาทเลือดมังกรแยกย้ายไปจัดการคนร้ายคนละทาง และหงส์ก็รอดมาถึงโรงงิ้วจนได้ ด้วยความช่วยเหลือของธาม แต่ก็ต้องช็อกแทบสิ้นสติ เมื่อพบว่าพี่ชายคนเดียวถูกยิง!

หลงซึ่งกำลังเล็งไปที่สุงถึงกับผงะ เมื่อเห็นฉางล้มต่อหน้าต่อตา เพราะเอาตัวรับกระสุนแทนหงส์ แต่ที่ทำให้เขาตาลุกวาว ก็เมื่อเห็นหน้ามือปืนที่ยิงฉาง ซึ่งเขาจำได้แม่นว่าคือคนเดียวกับที่ยิงเมียสุดที่รักของเขาตายเมื่อเจ็ดปีก่อน

มือปืนปริศนาที่ยิงฉางวิ่งหายไปในฝูงชนเสียแล้ว หลงมัวแต่ตะลึงตาค้าง เลยกลายเป็นเป้าสายตาของหงส์ ซึ่งเข้าใจโดยปริยายว่าเขาคือฆาตกรที่ยิงพี่ชายของตน!

แต่ที่หงส์ไม่รู้ คือซ้งมือปืนคนสำคัญของเล้งคือคนยิงฉาง และหลงก็ไม่รีรอจะตามไปล้างแค้น แต่ก็คลาดกันก่อน ส่วนสุงกับหงส์ ไม่ได้สนใจจะตามจับมือปืน มัวร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ เมื่อเห็นฉางใกล้หมดลมเต็มที

“อาป๊า...อั๊วขอโทษ อั๊วคงไม่มีโอกาสได้เล่นงิ้วให้คณะเราแล้ว หงส์...เฮียฝากป๊า ฝากคณะด้วย รับปากเฮียสิ”

หงส์ร่ำไห้กุมมือเปื้อนเลือดของฉางแน่น “หงส์รับปาก...จะให้หงส์ทำอะไรได้ทั้งนั้น แต่เฮียอย่าเป็นอะไรนะ”

ฉางส่งยิ้มบางๆให้น้องสาว ก่อนจะสิ้นใจท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน...

ooooooo

งานศพของฉางถูกจัดขึ้นอีกไม่กี่วันต่อมา หงส์สวมชุดสีขาว ไหว้ขอบคุณแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ก่อนจะหันไปทางพ่อ ซึ่งนั่งมองรูปฉาง ไม่ยอมขยับไปไหนมาหลายชั่วโมงแล้ว

หงส์ยกชามข้าวต้มไปให้ แต่สุงก็ไม่สนใจ ไม่หิวและไม่มีแก่ใจทำอะไรทั้งนั้น

“ที่จริง...อาป๊าควรอยู่บ้าน ไม่น่ามาร่วมงานเลย อาแปะจางบอกว่าโบราณเขาถือ”

“ดีสิ...ตายๆซะก็ดี อั๊วจะได้ตามไปอยู่กับอาฉางในปรโลก”

“อาป๊า...หักห้ามใจซะบ้างเถอะ เฮียฉางไป สบายแล้ว”

สุงโมโห ปัดชามข้าวต้มกระเด็น “ไม่ต้องมาสอนอั๊ว...นังตัวซวย”

เสียงเอะอะของสุง ทำให้แขกเหรื่อแตกตื่น รวมทั้งหมวยกับกุ่ยที่กำลังส่งแขก

“ไปให้พ้น...อั๊วไม่อยากเห็นหน้าลื้อ จะไปตายที่ไหนก็ไป!”

หงส์ถูกไล่ตะเพิด เสียใจมากแต่ก็พยายามกลั้นน้ำตา แล้วไปนั่งสงบสติอารมณ์อีกด้าน กุ่ยกับหมวยหนุ่มสาวชาวคณะงิ้วซึ่งเติบโตและเป็นเพื่อนกับหงส์ตั้งแต่เด็ก สงสารเลยตามมาปลอบใจ

“ฉันไม่เป็นไรหรอก แค่คิดว่าจะไม่มีเฮียฉางแล้วก็อดใจหายไม่ได้”

“ไม่รู้ไอ้พวกระยำนั่นเป็นคนแก๊งไหน ต้องการอะไรกันแน่” กุ่ยพลอยเป็นเดือดเป็นแค้น

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าจิตใจมันทำด้วยอะไร”

หมวยเห็นใจหงส์ แต่ก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายโทษตัวเอง “ถ้าอยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ ร้องให้พอ ปล่อยให้น้ำตาล้างความทุกข์ในใจแล้วรีบกลับมาเข้มแข็ง...กลับมาเป็นเจ๊หงส์คนเดิมนะ”

หงส์ไม่รับปาก หัวใจหนักอึ้งเพราะถ้อยคำต่อว่าของพ่อยังวนเวียนในหัว

“เฮียฉางสละชีวิตช่วยฉันไว้ เพราะฉันคนเดียว...ฉันทำให้เฮียฉางต้องตาย!”

หงส์หอบความทุกข์ใจไปไหว้พระที่ศาลเจ้าในคืนเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศฟ้าฝนไม่เป็นใจ ตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา หลงซึ่งแวะมาไหว้พระเช่นเดียวกัน ได้ยินเสียงสวดมนต์ของหญิงสาวแปลกหน้า ก็นึกเวทนา และอดไม่ได้จะทักทายตามประสาคนที่คุ้นเคยและเข้าใจถึงความทุกข์ดี

“คุณคงมีทุกข์มากสินะ...ถึงได้มาไหว้เจ้าทั้งๆที่ฝนตกหนักแบบนี้”

“นายเองก็เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ฝ่าสายฝนมาที่นี่ตอนกลางคืนเหมือนฉัน”

“ไม่รู้ว่าระหว่างทุกข์ของคุณกับผม ทุกข์ของใครจะหนักหนาสาหัสมากกว่ากัน”

“พี่ชายฉันเพิ่งถูกยิงตาย นายคงไม่โชคร้ายเท่าฉัน”

“เจ็ดปีก่อน...คนรักผมถูกฆ่าตายโดยไม่รู้อีโหน่ อีเหน่ เพราะผมเป็นต้นเหตุ ผมคงโชคร้ายไม่แพ้คุณ”

“ผ่านมาตั้งเจ็ดปีแล้ว เวลาไม่ช่วยให้นายคลายความทุกข์ลงบ้างเลยเหรอ”

“เวลายิ่งนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งตอกย้ำทุกข์ในใจผมมากขึ้นเท่านั้น”

“แล้วก่อนหน้าที่นายจะสูญเสียคนรักล่ะ นายเคยมีความทุกข์บ้างไหม”

“ไม่เคย...เราสองคนแม้ไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็ใช้ชีวิตมีความสุขกันตามประสา”

“นับว่านายยังโชคดีกว่าฉัน เพราะตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยรู้จักกับความสุขอย่างใครเขาเลย”

หงส์ถอนใจยาว ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้ร่าเริง

“ฉันคงต้องอยู่กับความทุกข์จนตาย แล้วทุกข์ของนายล่ะ จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่”

“เมื่อถึงวันที่ผมได้ล้างแค้น!”

น้ำเสียงดุดันของเขา ทำให้หงส์ต้องหันไปมอง และแสงจากฟ้าแลบก็ทำให้เธอแทบช็อก เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มแปลกหน้าที่เธอนั่งคุยด้วยนานสองนาน หน้าเหมือนมือปืนที่ยิงฉางไม่มีผิด!

หลงอึ้งไม่แพ้กัน แม้จะรู้ดีว่าเป็นความเข้าใจผิด แต่เขาก็ไม่พร้อมจะแก้ตัวตอนนี้ เลยรีบผละจากมาเสียก่อน ทิ้งหงส์ให้มองตามด้วยความแค้นใจ...จนตายฉันก็จะไม่มีวันลืมหน้าแก...ไอ้ฆาตกร!

ooooooo

ภาพการตายของฉางฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัว จนหงส์นอนไม่หลับทั้งคืน เกือบรุ่งสางถึงได้เคลิ้มไปบ้าง แต่ก็ทำให้สาวหน้าหวานถึงกับเก็บไปฝัน โดยเฉพาะเรื่องราวในอดีต ตอนสุงจับได้ว่าเธอแอบฝึกงิ้ว

หงส์ยังจำได้ดีว่าตัวเองถูกพ่อลากไปทำโทษ โดยใช้ทวนที่เธอใช้ซ้อมฟาดก้นแบบไม่ยั้ง

“อั๊วสั่งให้ลื้ออยู่บ้านเป็นกุลสตรี แต่ลื้อไม่เคยฟัง ผู้หญิงเล่นงิ้วไม่มีวันเจริญ ผู้ชายที่ไหนจะมาขอแต่งงานด้วย”

“ผู้ชายเล่นงิ้วได้ ทำไมผู้หญิงจะเล่นไม่ได้ หงส์อยากเป็นพระเอกบู๊เหมือนเฮียฉาง”

สุงกัดฟันกรอด โกรธที่ลูกสาวกล้าเถียง กระหน่ำ ฟาดหน้าดำหน้าแดง จนฉางทนไม่ไหวต้องรีบไปห้าม

“อั๊วเป็นคนสอนงิ้วให้หงส์ ถ้าอาป๊าจะทำโทษหงส์ ก็ต้องลงโทษอั๊วด้วย”

พูดจบก็คุกเข่าข้างน้องสาว สุงโมโหแต่ก็ด่าไม่ออก ได้แต่เดินกระฟัดกระเฟียดออกไป

“หงส์ทำให้เฮียต้องเดือดร้อนไปด้วย”

“เรามีกันแค่สองคนพี่น้อง อย่าว่าแต่เรื่องแค่นี้เลย มากกว่านี้เฮียก็ทำให้ได้”

หงส์ดึงตัวเองจากอดีตและห้วงความฝัน คำสัญญาก่อนตายกับฉางยังลอยเด่นในหัว เธอค่อยๆลุกจากเตียงและเดินไปที่กรอบรูปบรรจุภาพเธอกับฉาง พร้อมกับสัญญาหนักแน่นอีกครั้ง จะดูแลสุงและคณะงิ้วเป็นอย่างดี

เช้าวันเดียวกันที่หน้าแท่นบูชา...สุงยืนมองหงส์เผากระดาษเงินกระดาษทองด้วยสายตาชิงชัง พลันภาพในอดีตเมื่อครั้งเขากับกิมลั้งภรรยาสุดที่รักซึ่งกำลังท้องแก่ ได้ฟังคำทำนายจากซินแสง้วงก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง

คำทำนายเกี่ยวกับหงส์นั่นเอง ที่ทำให้สุงแคลงใจในตัวลูกสาวคนเดียวจนบัดนี้ สุงยังจำได้ขึ้นใจ เมื่อซินแสง้วงตวัดพู่กันจีนเป็นอักษรจีนสามคำว่าเจวียน... เมี่ยว...หว่าน

“ทั้งสามคำนี้...นอกจากจะสื่อถึงผู้หญิงแล้ว ยังหมายถึงอย่างอื่นด้วย คำว่าเจวียนหมายถึงดีงาม คำว่าเมี่ยวหมายถึงล้ำเลิศ ส่วนคำว่าหว่านหมายถึงอ่อนโยน เด็กคนนี้ชะตาแรงนัก ถ้าเปรียบดังหงส์ อีก็จะสง่างามและโผนทะยานได้สูงสุดปลายขอบฟ้า เกินกว่าที่เถ้าแก่จะคาดคิด อีจะเป็นหงส์ที่พญามังกรทั้งมวลยังต้องกริ่งเกรง แต่ทว่า...”

ซินแสง้วงจะไม่พูดต่อ แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ ต้องบอกว่าเด็กคนนี้จะทำให้สุงพบกับความสูญเสียสามครั้ง สุงนิ่วหน้าไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับกิมลั้งซึ่งพยายามหาทางแก้ แต่ซินแสก็ได้แต่ส่ายหน้า และบอกให้ทำใจ

“ทุกคนเกิดมาต้องสูญเสีย พลัดพรากจากสิ่งที่รักเป็นธรรมดา ทุกอย่างฟ้าดินลิขิตไว้แล้ว ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้”

คำทำนายของซินแสง้วงเป็นจริงไม่นานหลังจากนั้น เมื่อกิมลั้งคลอดหงส์และสิ้นลมในคืนเดียวกัน สุงโกรธมาก แต่ก็ทำร้ายลูกสาวไม่ลง จนเมื่อเกิดการสูญเสียครั้งที่สอง ฉางเอาตัวรับกระสุนแทนหงส์ในวันสารทจีน ก็ทำให้เขาหวนคิดถึงคำทำนายของซินแสง้วงขึ้นมาได้ และวันนี้เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

“เพราะลื้อคนเดียว...ทั้งม้าลื้อ พี่ชายลื้อถึงต้องตาย ลื้อมันตัวซวย เกิดมาพร้อมความวิบัติ!”

สายตาชิงชังของพ่อ ทำให้หงส์น้ำตาคลอ แต่ก็พยายามกลั้นไว้สุดความสามารถ

“ถ้าหงส์ตาย แล้วอาม้ากับเฮียฟื้นขึ้นมาได้ หงส์ก็ยอม”

สุงของขึ้น เข้าใจว่าลูกสาวประชดประชัน เลยตบสั่งสอนอย่างแรง

“ต่อให้ลื้อตายอีกกี่ร้อยกี่พันครั้ง ก็ไม่อาจชดใช้ได้หมด...จำไว้!”

เต็กกับไช้ สองพี่น้องร่วมสาบานของสุงผ่านมาได้ยินก็อดสงสารหงส์ไม่ได้ ต้องช่วยกันลากสุงออกไป ทิ้งหงส์ให้มองตามด้วยแววตาเศร้าๆ ก่อนจะเดินไปนั่งร้องไห้คนเดียวที่มุมหนึ่งของบ้าน กุ่ยกับหมวยตามมาเจออีกจนได้ และเป็นเดือดเป็นร้อนแทนที่สุงทำรุนแรงกับลูกสาวคนเดียว หงส์ได้แต่ถอนใจยาวให้แก่โชคชะตาของตัวเอง

“ถ้าวันนั้นเฮียฉางไม่ช่วยเจ๊ไว้ เรื่องก็คงไม่เป็นแบบนี้ บางทีฉันอาจจะเป็นตัวซวยจริงๆเหมือนอย่างที่อาป๊าพูด”

น้ำเสียงสั่นเครือของหงส์ ทำให้หมวยต้องเข้าไปโอบปลอบ

“อย่าโทษตัวเองเลย เฮียฉางทำบุญมาเท่านี้ เจ๊ต้องเข้มแข็งไว้ ดวงวิญญาณเฮียฉางจะได้หมดห่วง ไปสู่สุคติ”

หงส์น้ำตาไหลด้วยความสะเทือนใจ “ไม่รู้ว่าฟ้าเกลียดอะไรฉันหนักหนา ถึงได้สาปฉันให้เป็นตัวซวยอย่างนี้ อาม้าตายก็เพราะฉัน เฮียฉางตายก็เพราะฉัน นี่ฉันเป็นคนฆ่าเฮียฉางจริงๆน่ะหรือ”

กุ่ยกับหมวยรีบบอกว่าเป็นเพราะคนร้ายที่ก่อเรื่องในวันสารทจีนต่างหาก หงส์เลยนึกหน้ามือปืนหนุ่มซึ่งเจอกันในศาลเจ้าเมื่อคืนก่อนขึ้นมาได้...และคงจะจำหน้าเขาติดตาอีกนาน จนกว่าจะได้ล้างแค้นให้ตายกันไปข้าง!

ooooooo

สุงวุ่นวายใจเรื่องคนร้ายในวันสารทจีนไม่แพ้ลูกสาว แต่เพราะตำแหน่งหัวหน้าแก๊งหงส์ดำและนายกสมาคมเลือดมังกร ทำให้ไม่อยากผลีผลาม ต่างจากไช้ ปักใจว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือเกา หัวหน้าแก๊ง ค้างคาวซึ่งวางตัวเป็นปฏิปักษ์กับแก๊งสามวิหคมาตลอด เต็กเป็นคนกลางเลยต้องช่วยไกล่เกลี่ย


“เรื่องนี้ไม่ควรวู่วาม ต้องใจเย็นๆ สืบดูให้รู้แน่ชัดว่าเป็นใครกันแน่ เสี่ยเกาเป็นคนสนิทของท่าน...ถ้ามีเรื่องต้องแตกหักขึ้นมา เราก็รู้ว่าท่านจะเข้าข้างใคร”

“ไอ้เมฆินทร์น่ะหรือ ไอ้คนขายชาติ ช่างหัวมันสิ ให้มันใหญ่มาจากไหน อั๊วก็ไม่กลัว ครั้งนี้ไอ้เสี่ยเกามันทำเกินไป ส่งหมามาลอบกัด กะจะให้ตายยกแก๊ง ทั้งหมดมันขึ้นกับพี่ใหญ่ว่าจะเอายังไง อยากแก้แค้นให้อาฉางหรือเปล่า”

สุงต้องตัดบท “ถึงยังไงคนตายก็ไม่อาจฟื้นคืน อั๊วไม่ต้องการให้พวกพ้องต้องมานองเลือด!”

ไช้ชักสีหน้า ไม่ชอบใจที่สุงให้อยู่เฉย แต่ก็ขัดออกนอกหน้าไม่ได้ ได้แต่ฮึดฮัดกับซันคนสนิทตลอดทางกลับบ้าน

ไช้คงจะบ่นอีกนาน ถ้าไม่ถูกกลุ่มคนร้ายปริศนายกพวกมาดักฆ่ากลางทาง ซันแยกตัวเพื่อล่อคนร้ายไปอีกทาง ทิ้งให้ไช้หาทางเอาตัวรอดกับลูกน้องจำนวนหนึ่ง แต่ก็เกือบไม่รอด ถ้าจะไม่มีคนมาช่วยไว้!

หลงนั่นเองที่หาบกระเพาะปลาผ่านมาและยิงพวกคนร้ายตายหมด ไช้ถึงกับทึ่ง และพยายามรั้งตัวผู้มีพระคุณหมาดๆไว้ เพราะสงสัยบางอย่าง โดยเฉพาะมือที่สากด้านเป็นพิเศษ

“นิ้วชี้ลื้อด้านนี่หว่า ลื้อไปทำอะไรมา”

“อั๊วเป็นคนขายกระเพาะปลา ไม่ก็รับจ้างไปตามเรื่อง ใครจ้างอะไรอั๊วก็ทำ”

ไช้เค้นหัวเราะ ก่อนจะสบตาอีกฝ่ายนิ่งๆ “คนขายกระเพาะปลา...อย่าว่าแต่ยิงคนตายเลย แค่จับปืนมือยังสั่น มองตาปราดเดียว อั๊วก็รู้แต่แรกแล้วว่าลื้อไม่ใช่ธรรมดา...แต่เป็นนักฆ่า”

หลงยังนิ่ง ไม่สะทกสะท้าน ไช้เลยคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ปฏิเสธ ถ้าจะชวนร่วมแก๊ง

“คนอย่างลื้อไม่สมควรจะทำงานแบบนี้ ไปอยู่กับอั๊วเถอะ...แก๊งไก่ฟ้ายินดีต้อนรับ”

ไช้มองมาลุ้นๆ อยากได้คนมีฝีมือมาทำงานด้วย แต่หลงก็ยังไม่ให้คำตอบ คิดไม่ตกว่าจะตกลงหรือไม่...

ข่าวไช้ถูกลอบยิงถึงหูเต็กในไม่ช้า หัวหน้าแก๊งกระเรียนโมโหแทนพี่น้องร่วมสาบานมาก แต่ไม่ทันตามหาว่าใครเป็นคนร้าย ก็ต้องมาเวียนหัวกับตี๋เล็ก

ลูกชายคนเดียวที่เพิ่งกลับจากเมืองนอก แต่สร้างเรื่องวิวาทไม่หยุดหย่อน แม้เขาจะดุด่าและอบรมสั่งสอนแค่ไหน หนุ่มเจ้าสำราญก็ทำเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา

“อาป๊าเป็นหัวหน้าแก๊งกระเรียน ต่อให้อั๊วอยู่เฉยๆ

ก็ไม่อดตาย ถึงเวลาอั๊วก็รับตำแหน่งหัวหน้าแก๊ง ไม่เห็นยาก”

ไช้อยากจะเป็นบ้ากับความคิดตื้นๆของลูกชาย “ลื้อคิดว่าปกครองคนมันง่ายหรือ ต้องรู้จักยืดหยุ่น พลิกแพลงร้อยแปด คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างลื้อ ใครเขาจะก้มหัวให้”

“ใครหัวแข็ง ไม่ยอมลงให้อั๊ว ก็สั่งสอนมันซะ ไม่เห็นจะยาก”

“คิดว่าใช้กำลังแล้วจะทำให้คนอื่นยอมสยบ

ใต้อุ้งเท้างั้นหรือ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ใช้วิธีอย่างลื้อ หัดรู้จักใช้สมองซะบ้าง ไม่เคยได้ยินหรือไง มีเพื่อนห้าร้อยยังน้อยไป มีศัตรูแค่คนเดียวรับมือไม่ไหว”

“แต่อั๊วคนเดียวรับมือศัตรูได้ห้าร้อย ป๊าคอยดูละกัน อั๊วจะทำให้ทุกคนในเยาวราชก้มหัวให้แก๊งกระเรียน!”

ooooooo

การตายของฉางทำให้คณะงิ้วเฟิ่งหวงตกในสถานการณ์ลำบาก และต้องรีบหาพระเอกคนใหม่มาแสดงแทนฉาง หงส์อยากเสนอตัวจะแย่ แต่ก็ไม่กล้าพอ สุงเลยตัดสินให้กุ่ยซึ่งเคยรับแต่บทตัวตลก รับหน้าที่นี้แทน

กุ่ยประสาทเสียมาก ไม่มั่นใจและไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำได้ หงส์ต้องปลอบแกมขู่ ให้อีกฝ่ายฮึดสู้ เพราะหากเขาไม่ยอม คณะเฟิ่งหวงคงถึงคราวต้องแตกสลายในไม่ช้า

ด้านหลง...ตอบตกลงเข้าแก๊งไก่ฟ้าในที่สุด ท่ามกลางสายตาไม่ไว้ใจของหลิว ภรรยาสุดที่รักของไช้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากปล่อยให้เวลาพิสูจน์ว่าสิ่งที่สามีคิดถูกหรือไม่

“อั๊วมองคนไม่ผิดหรอก สักวันอาหลงจะเป็นกำลังสำคัญให้กับแก๊งไก่ฟ้าของเรา”

หลงไม่ได้สนใจว่าหลิวจะมองยังไง เขาย้ายมา อยู่บ้านไช้แล้วได้แต่นั่งมองกล่องไม้ใบเล็กซึ่งซ่อน

ความทรงจำปวดร้าวในอดีตเมื่อเจ็ดปีก่อน ตอนเขาพาเหมยภรรยาสุดที่รักหนีการไล่ล่าของซ้ง แต่สุดท้ายทั้งสองก็หนีไม่พ้น เหมยถูกยิงตายอย่างน่าเวทนา ส่วนตัวเขาก็บาดเจ็บสาหัสจนเกือบเอาตัวไม่รอด

แม้อดีตอันเลวร้ายจะทำอะไรเขาไม่ได้อีกแล้ว แต่หลงก็ยังเจ็บแค้นไม่หาย เขาดึงตัวเองจากห้วงความคิดช้าๆ ก่อนจะพึมพำถึงเหมย ให้รอเวลา...เธอจะได้เห็นการล้างแค้นอย่างสาสม!

ไช้รู้ดีว่าหลงมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ แต่ก็ไม่คิดจะซักไซ้เพราะมั่นใจว่าคงไม่เกี่ยวกับตัว และหลงก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี จนไช้ไม่ติดใจสงสัย และไว้ใจมากพอจะให้ไปไหนมาไหนตามลำพัง

และวันนี้ก็เช่นกัน หลงหมดหน้าที่ขับรถให้ไช้ เลยขออนุญาตแวะไปทำบุญให้เหมยที่ศาลเจ้า แต่โชคชะตาก็เล่นตลก ให้เขาได้เจอกับหงส์อีกครั้ง แต่ก็ทุลักทุเลไม่น้อย เพราะเขาดันต้องไปช่วยเธอจากการตะลุมบอนระหว่างแก๊งไก่ฟ้าของไช้และแก๊งค้างคาวของเกา

หงส์เห็นหน้าเขาก็จำได้ แหวลั่นว่าอีกฝ่ายเป็นฆาตกรฆ่าฉาง แต่หลงก็ปฏิเสธเสียงเข้ม

“ฉันไม่เชื่อ...แกมันผู้ร้ายปากแข็ง”

“ถ้าผมเป็นคนยิงพี่ชายคุณหนู คงหนีไปกบดานที่อื่นนานแล้ว ไม่วนเวียนแถวนี้ให้จับได้หรอก”

“ทำไมฉันต้องเชื่อแกด้วย”

“ผมสาบานว่าคนที่ผมจะยิง...ไม่ใช่พี่ชายคุณหนู”

หงส์จ้องตาเขา ไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อได้ยินนักเลงฝ่ายเกาพูดว่าเขาคือคนขับรถของไช้ หลงไม่ทันอธิบายความจริง มัวต่อรองขอให้ปล่อยหงส์กับม่วยจู เด็กหญิงที่หงส์ช่วยไว้ นักเลงฝ่ายเกาจะไม่ยอม แต่ก็ต้องกลัวหงอและหยุดทุกอย่าง เมื่อเกาปรากฏตัวและสั่งให้ทุกคนสลายตัว

แววตาเย้ยหยันและล้อเลียนของเกายังติดตาหงส์ตลอดทาง หลงอาสาไปส่งถึงบ้าน และส่งม่วยจูให้ถึงมือแม่ด้วย หงส์มองเขาด้วยสายตาดีขึ้น และหายสงสัยสนิทเมื่อเขาบอกว่าเพิ่งอยู่กับแก๊งไก่ฟ้าไม่นาน

เมื่อไช้รู้เรื่องก็ตามไปเจอสุงถึงบ้านพร้อมกับเต็ก หงส์เห็นหลงมีแผลเพราะช่วยรับคมมีดแทนเธอ เลยช่วยทำแผลให้ สุงมองมาด้วยแววตาเมตตา ก่อนจะมอบยาสมานแผลอย่างดีให้เป็นการตอบแทน แต่หลงไม่ยอมรับ

“ขอบคุณครับเถ้าแก่...แต่แผลบางอย่าง ต่อให้ยาดีแค่ไหนก็ไม่มีวันรักษาหาย”

สุงไม่ทันเอะใจความนัย ได้แต่ปล่อยให้หลงผละจากไปเงียบๆ หงส์เห็นเขานั่งเล่นคนเดียว เลยแวะไปคุยด้วย หลงเลยได้รู้ว่าเธออยากแสดงงิ้วแต่ไม่มีโอกาสแสดงฝีมือ

“ถ้ามีโอกาส...ผมจะแวะมาดูคุณหนูเล่นงิ้วที่นี่”

“อาป๊าฉันไม่ยอมให้ฉันขึ้นเวทีงิ้วหรอก...ไม่มีวัน”

หลงอยากรู้เหตุผล แต่มีมารยาทพอจะไม่เซ้าซี้ หงส์รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก และสบายใจมากพอจะถามถึงอดีตของเขา แต่หลงก็ไม่ปริปาก เฉไฉบ่ายเบี่ยงไปเรื่อยๆ จนคุณหนูคนสวยอดสงสัยไม่ได้...ว่าแท้จริงแล้วเขาคือใครกันแน่

ooooooo

เหตุการณ์วิวาทหน้าศาลเจ้าจนเกือบทำให้หงส์เป็นอันตราย ทำให้ไช้หมดความอดทน สนับสนุนให้แก๊งสามวิหคเปิดศึกกับเกาแห่งแก๊งค้างคาว จะได้ไม่เหิมเกริมไปกว่านี้ แต่สุงกับเต็กไม่เห็นด้วย กลัวเป็นเรื่องตีกันระหว่างพวกสมุน ซึ่งหากผลีผลามจะลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ ไช้หัวเสียมาก แหวใส่สุงแบบไม่ไว้หน้า

“พี่ใหญ่...ลื้อเป็นพี่ประสาอะไร กองไหนขี้ กองไหนไส้ ลื้อแยกไม่ออกแล้วหรือ มันทำอะไรอั๊วบ้างลื้อก็เห็น หรือต้องรอให้มันส่งคนมาฆ่าอั๊วก่อน ลื้อถึงจะพอใจ”

“อาไช้...อั๊วเป็นถึงนายกสมาคมเลือดมังกร ทำอะไรผลีผลามได้ที่ไหน เมื่อไหร่ลื้อจะเลิกวู่วามเสียที ความหุนหันพลันแล่นของลื้อจะทำให้เราพี่น้องต้องเดือดร้อน”

“เป็นไงเป็นกันสิ อั๊วไม่กลัวหรอก เวลาเปลี่ยนใจคนก็เปลี่ยน ลื้อไม่ใช่เฮียสุงคนเดิมที่อั๊วเคยรู้จักอีกแล้ว อั๊วอยากจะรู้นัก ถ้าเป็นเมื่อสามสิบปีก่อน ลื้อจะพูดอย่างนี้ไหม”

สุงถอนใจหนักหน่วง ภาพในอดีตผุดขึ้นในหัว สมัยที่พวกเขาย้ายมาอยู่เยาวราชใหม่ๆ ตี๋เพ้งเป็นอันธพาลเจ้าถิ่น คอยหาเรื่องพี่น้องชาวจีนที่เพิ่งย้ายมาเสมอ และไช้ก็เป็นหนึ่งในนั้น สุงยังจำได้ เขาเอาตัวเข้าขวางและซัดตี๋เพ้งจนขาดใจตาย กลายเป็นวีรกรรมซื้อใจไช้ให้นับถือเขาเป็นพี่ใหญ่แห่งแก๊งสามวิหคจนบัดนี้

“เมื่อสามสิบปีก่อน พี่ใหญ่ไม่เคยกลัวใครแม้กระทั่งความตาย ลืมแล้วหรือไง...เพราะโค่นไอ้ตี๋เพ้งเจ้าถิ่นได้ เฮียถึงได้เป็นเถ้าแก่สุง ประมุขใหญ่มีคนก้มหัวให้อย่างทุกวันนี้ ตอนนี้เฮียสุงคนเดิมหายไปไหน”

สุงโบกมือ ถอนใจยาว “อย่าพูดถึงอดีตเลยอาไช้ ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อสามสิบปีที่แล้ว วันเวลาผ่านไปเหมือนสายน้ำไม่หวนกลับ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว”

ไช้ยิ่งฟังยิ่งหงุดหงิด ไม่เข้าใจและไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนเลือดร้อนอย่างสุงจะหมดอาลัยตายอยากแบบนี้

เวลาเดียวกันที่หน้าโรงฝึกงิ้ว...หลงเดินเล่นมองอาณาเขตทั้งหมดแล้วอดเปรยถึงความยิ่งใหญ่ของคณะเฟิ่งหวงและแก๊งหงส์ดำไม่ได้ หงส์ตามมาเป็นเพื่อน อมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพูดถึงเรื่องที่รู้มานาน

“อาแปะจางบอกว่าที่ตรงนี้อยู่ในตำแหน่งหัวมังกร ใครๆก็อยากเป็นเจ้าของกันทั้งนั้น เคยมีนักการเมือง ใหญ่มาขอซื้อ แต่อาป๊าไม่ยอมขาย จะเก็บไว้ท่าเดียว”

หลงมีสีหน้าเข้มขึ้น ก่อนจะพยายามทำให้เป็นปกติ “กว่าจะมีวันนี้ เถ้าแก่สุงคงต้องผ่านอะไรมาไม่น้อย”

“ตอนหนุ่มๆ สมัยยังเป็นดาวรุ่ง อาป๊าคงเอาเรื่องอยู่ ไม่งั้นคงไม่นั่งเก้าอี้นายกสมาคมเลือดมังกร เป็นพี่ใหญ่ในวงการนักเลงได้จนถึงทุกวันนี้ มีใครบ้างล่ะกล้าขัดคำสั่งเถ้าแก่สุง หัวหน้าแก๊งหงส์ดำ”

“มิน่า...อาป๊าคุณหนูถึงได้ชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้!”

คำพูดแปลกๆของหลงสะกิดใจหงส์อีกครั้ง แต่เธอก็ไม่กล้าถาม จนเมื่อไช้เดินหน้าบูดออกจากห้องประชุม เลยเลิกสนใจ เพราะสัมผัสได้ว่าไช้ต้องมีปัญหาบางอย่างกับสุงแน่ๆ

สุงรู้ดีว่าทำให้ไช้ไม่พอใจ แต่ภาระยิ่งใหญ่ของการเป็นหัวหน้าแก๊งหงส์ดำ และตำแหน่งนายกสมาคม

เลือดมังกร ทำให้เขาใจร้อนไม่ได้ ชีวิตพี่น้องร่วมแก๊งและร่วมสาบานหลายคน ทำให้เขาลำบากใจ เต็กมองมาด้วยความเป็นห่วง แล้วก็ถึงกับเนื้อเต้น เมื่อพี่ใหญ่แห่งแก๊งสามวิหคเอ่ยปากฝากฝังแก๊งหงส์ดำไว้กับเขา

เต็กแทบเก็บความดีใจไว้ไม่ไหว จนเมื่อกลับถึงบ้าน จึงได้เปรยกับตี๋เล็กลูกชายคนเดียวอย่างอารมณ์ดี

“อาฉางตาย พี่ใหญ่ก็ไร้คนสืบทอด เฮียไช้ก็ขวานผ่าซากเกินไป จะมีใครเหมาะกับตำแหน่งนี้เท่าอาป๊าลื้อ”

“ถ้าขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งหงส์ดำก็เท่ากับทั้งเยาวราชตกเป็นของอาป๊าเลยนะ”

“แน่นอน...รวมทั้งโรงงิ้วเฟิ่งหวงด้วย ถึงตอนนั้น...

ลื้อก็จะได้เป็นลูกชายเจ้าพ่อที่ใหญ่ที่สุดในเยาวราช!”

“ถ้างั้นอั๊วขอยกจอกเหล้านี้แสดงความยินดีกับอาป๊าในฐานะหัวหน้าแก๊งหงส์ดำคนใหม่ล่วงหน้าเลยแล้วกัน”

ooooooo

เพราะความลำพองใจแท้ๆ ทำให้ตี๋เล็กทำตัวกร่างกว่าเดิม จากที่แค่อาละวาดเล็กๆน้อยๆตามประสาลูกชายคนเดียวของเจ้าพ่อคนดังแห่งเยาวราช ก็โอ่และเหิมเกริมกว่าเดิม โดยเฉพาะกับหยกมณี

นักร้องสาวคนสวยเสียงหวานคนดังแห่งฉั่วเทียนเหลา ที่เขาอยากได้เป็นเมียมานาน

หยกมณีพยายามใช้มารยาหญิงบ่ายเบี่ยง แต่ก็เหมือนจะไม่สำเร็จเหมือนทุกครั้ง ตี๋เล็กออกอาการรุนแรงมากกว่าเคย และลามปามถึงอัน มือขวาคนสนิทของทรงกลดและคนรักของเธอ จนนักร้องสาวแทบทนไม่ไหวต้องโพล่งออกไปเสียงเข้ม ว่าอันคือคนรักคนแรกและคนเดียวของเธอ

“โธ่เว้ย...ไอ้อันมันมีอะไรดีนักหนา เธอถึงตัดใจจากมันไม่ได้ กะอีแค่ลิ่วล้อไอ้ทรงกลด ฉันสู้มันไม่ได้ตรงไหน”

หยกมณีพยายามข่มอารมณ์ “เรื่องหัวใจมักไม่ค่อยมีเหตุผล บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่าเสมอไป”

ตี๋เล็กโมโหมาก ยิ่งเห็นเธอมีความรักมั่นคงกับคนรักยิ่งเจ็บใจ จนถึงกับหลุดปาก

“ทำเล่นตัวไปเถอะ...อาป๊าขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งหงส์ดำแทนอาแปะสุงเมื่อไหร่ ทุกอย่างในเยาวราชก็จะอยู่ในอุ้งมือฉัน รวมทั้งเธอด้วยหยกมณี!”

พูดจบก็ผลุนผลันออกไป ทิ้งหยกมณีให้ยืนอึ้ง...ไม่อยากเชื่อว่าเต็กจะได้เป็นหัวหน้าแก๊งหงส์ดำคนต่อไป

สุงกับไช้ไม่รู้เรื่องความทะเยอทะยานของเต็ก ต่างหมกมุ่นกับเรื่องตัวเอง โดยเฉพาะสุง เคี่ยวเข็ญกุ่ย อย่างหนัก ให้สวมบทบาทพระเอกแทนฉาง จนกุ่ยแทบทนไม่ไหว โชคดีที่มีหงส์กับหมวยคอยให้กำลังใจ อดีตตัวตลกประจำคณะเลยพอถูไถไปได้ แต่ถึงกระนั้น...เมื่อถึงวันแสดงจริงกุ่ยก็กดดันอย่างหนัก เมื่อได้ยินสุงยื่นคำขาด

“หากคณะเฟิ่งหวงหาตัวตายตัวแทนอาฉางไม่ได้ อั๊วจะปิดโรงงิ้ว!”

หงส์ใจเสียและเป็นกังวลมาก กลัวพ่อทำตามที่ลั่นวาจาจริงๆ และระหว่างที่เธอมาเดินเล่นและคิดหาทางแก้ ก็ได้พบกับหลงซึ่งมาซุ่มดูสถานการณ์ในโรงงิ้วเพื่อหาโอกาสลอบยิงสุง

หลงกลัวถูกจับได้ เลยอ้างว่าแวะมาดูงิ้ว ซึ่งหงส์ก็ไม่ได้ติดใจ จนหลงใจชื้น และฉวยโอกาสนี้หลอกถามข้อมูลเกี่ยวกับสุง โดยเฉพาะกิจวัตรประจำวันและภาระหน้าที่ หงส์นิ่วหน้า นักฆ่าหนุ่มเลยเฉไฉกลบเกลื่อน

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากรู้จักเจ้าพ่อใหญ่อย่างเถ้าแก่สุงให้มากขึ้นเท่านั้น”

“ทำไม...นายอยากเป็นเจ้าพ่อมั่งหรือไง”

“วิถีเจ้าพ่อเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความตาย ผมไม่เคยคิดอยากเป็นหรอกครับ ไม่อยากยุ่งด้วยซ้ำ”

“ถ้างั้นนายเข้าแก๊งอาเจ็กไช้ทำไม”

“เพราะผมมีหนี้ต้องสะสาง”

อีกครั้งที่น้ำเสียงดุดันของเขาทำให้หงส์แปลกใจ แต่หลงก็ไม่อยู่ให้ถาม ผละไปดื้อๆ หมวยผ่านมาเห็นก็อดแซวไม่ได้ จนหงส์ต้องรีบบอกว่าหลงคือคนขับรถของไช้ หมวยเลยสงบปากลงได้

หลังรวบรวมกำลังใจพักใหญ่ ในที่สุดหงส์ก็กล้าพอจะไปขอพ่อเล่นงิ้วแทนฉาง แต่ก็ถูกตอกหน้าหงาย

“อย่าคิดวัดรอยเท้าอาฉาง ลื้อไม่มีวันเป็นได้อย่างที่อาฉางเป็น”

“หงส์รับปากกับเฮียไว้ก่อนตายว่าจะดูแลคณะของเรา”

“ไม่จำเป็น คณะเฟิ่งหวงมีอากุ่ยเป็นพระเอกแล้ว”

“ถ้าเฮียกุ่ยทำไม่ได้อย่างเฮียฉางล่ะคะ”

“ก็ปิดโรงงิ้วไปซะ!”

แม้คำปรามาสของพ่อจะทำร้ายจิตใจไม่น้อย แต่หงส์ก็ไม่ยอมแพ้ อ้อนวอนให้จาง ครูฝึกงิ้วประจำคณะสอนบทพระเอกให้ จางถอนใจหนักหน่วง สงสารคุณหนูคนสวยมากแต่ก็ไม่กล้าตอบตกลง

“คุณหนูน่าจะเล่นเป็นนางเอกมากกว่า ทำไมถึงอยากเป็นพระเอกบู๊นักล่ะ”

“หงส์อยากเก่งเหมือนเฮียฉาง อาป๊าจะได้ภูมิใจในตัวหงส์บ้าง”

“กว่าทุกคนจะชื่นชมได้ อาฉางต้องฝึกฝนอย่างหนัก คุณหนูเป็นผู้หญิงจะทนได้หรือ”

หงส์พยักหน้ารับ มั่นใจว่าตนเองต้องทำได้แน่ “ผู้หญิงอาจจะมีร่างกายต่างจากผู้ชาย แต่หัวใจไม่ต่างกัน ขอแค่อาแปะสอนให้ จะเหนื่อยจะหนักแค่ไหนหงส์ทนได้ทั้งนั้น นะคะอาแปะ”

จางลำบากใจ สุดท้ายก็ปฏิเสธ ไม่อยากขัดคำสั่งสุงให้เดือดร้อนกันไปมากกว่านี้

ooooooo

หงส์เสียใจมากที่ไม่มีใครยอมให้เธอเล่นงิ้ว สืบทอดเจตนารมณ์ของฉาง แต่ก็ไม่ท้อ พยายามหาหนทางใหม่จะอ้อนวอนพ่ออีกครั้ง คุณหนูคนสวยยังจำได้ดีว่าตัวเองชื่นชอบการแสดงงิ้วมาตั้งแต่เด็ก ฉางเป็นคนฝึกซ้อมให้ และเธอก็ถูกพ่อจับได้และถูกทำโทษอย่างหนักทุกครั้ง แม้แต่แก๊งเพื่อนสนิทอย่างภรพ ทรงกลด ธามและคณินก็รู้ดี

เสียงเป่าใบไม้เป็นเพลงลอยลมมาจากอีกมุมในศาลเจ้า หงส์ค่อยๆดึงตัวเองจากอดีต และเดินตามหาต้นเสียง แล้วก็ถึงกับอมยิ้มเมื่อเห็นว่าหลงเป็นคนเป่าเพลงนี้ แต่จู่ๆเขาก็หยุดเป่า

“เพลงนี้เป็นเพลงระหว่างผมกับอาเหมย...คนรักของผมเท่านั้น”

หงส์ไม่ถือสาและชวนเขาคุย “ได้เบาะแสคนที่ฆ่าคนรักของนายหรือยัง”

“ไอ้มือปืนที่ยิงอาเหมย ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน ผมก็ต้องตามล่ามันให้เจอ”

“เรื่องคนร้ายที่ยิงเฮียฉางก็ไม่คืบหน้าเหมือนกัน ทุกอย่างมืดแปดด้านไปหมด”

“ถ้าจับตัวคนที่ฆ่าพี่ชายได้ คุณหนูจะทำยังไง”

“ฉันไม่รู้...อาป๊ากับอาเจ็กคงเป็นคนจัดการ”

“ถ้าผมเจอมัน ผมจะฆ่ามันเหมือนที่มันทำกับอาเหมยเมื่อเจ็ดปีก่อน”

“บ้านเมืองมีขื่อมีแป นายจะแก้แค้นตามอำเภอใจได้ยังไง”

“ในเมื่อกฎหมายเอาผิดพวกมันไม่ได้ ผมก็จะตามล้างหนี้แค้นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน!”

และแล้ววันเปิดการแสดงงิ้ววันแรกหลังการจากไปของฉางก็มาถึง แต่ทั้งคณะกลับต้องวุ่นวายแต่เช้า เมื่อกุ่ยหายตัวไป จนกระทั่งสิบนาทีก่อนการแสดงจริง หงส์ถึงเจอเขาซ่อนตัวในมุมลับตาของห้องแต่งตัว คุณหนูคนสวยต้องทั้งปลอบทั้งขู่และให้กำลังใจ จนในที่สุดกุ่ยก็ยอมออกไปแสดง

แต่เพราะความประหม่าและตื่นเต้นจัด ทำให้กุ่ยทำพลาดหลายครั้ง จนคนดูทนไม่ไหว พากันออกจากโรงตั้งแต่การแสดงยังไม่จบ สุงยืนมองทุกอย่างจากมุมมืด ทรุดตัวนั่งอย่างหมดแรง ด้วยสังหรณ์ว่าคณะงิ้วคงอยู่ต่อได้อีกไม่นาน

กุ่ยก็รู้สึกผิดมาก จนต้องตามไปขอโทษทุกคน และขอให้หาพระเอกใหม่ แต่สุงก็ไม่รับปาก และผละไปคิดอะไรเงียบๆคนเดียว หงส์คอยมองตามตลอด และเริ่มต้นคิดจริงจังจะหาทางฝึกงิ้วให้ได้!

สุงเมาหมดสภาพด้วยความกลุ้มใจที่คณะเฟิ่งหวงหาตัวตายตัวแทนฉางไม่ได้ หงส์พลอยเครียดไปด้วย หลังจากพาพ่อเข้านอน ก็มานั่งคิดถึงอดีตตอนฉางยังมีชีวิต และคอยปลอบใจเธอเสมอเรื่องที่พ่อไม่อยากให้เธอเล่นงิ้ว

“ถ้าหงส์เป็นผู้ชาย อาป๊าคงยอมให้หงส์ฝึกเล่นงิ้วแบบเฮีย”

“อาป๊าไม่อยากให้หงส์ต้องเหนื่อย หงส์อย่าน้อยใจอาป๊าเลยนะ”

“หงส์เป็นลูกสาว อาป๊าไม่รักหงส์หรอก หงส์เคยได้ยินอาป๊าพูดว่ามีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน”

“อาป๊าก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ไม่มีพ่อคนไหนไม่รักลูกตัวเองหรอก เชื่อเฮียสิ”

หงส์ดึงตัวเองจากอดีต น้ำตาร่วงเผาะด้วยความคิดถึงฉาง...ถ้าเขายังอยู่ คณะเราคงไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้

ooooooo

ไช้ยังคงหมกมุ่นเรื่องการล้างแค้นแก๊งค้างคาว จนพาลไปหงุดหงิดกับสุงและเต็ก ที่เลือกจะนิ่งเฉย ไม่ตอบโต้ทั้งที่พวกเกาก็มาหยามน้ำหน้าแบบไม่หยุดหย่อน หลงได้ฟังเขาระบายความคับแค้นใจเสมอ และอดไม่ได้จะบอกเป็นนัยๆว่าพวกเกาอาจไม่ใช่คนร้าย เพราะบนศพของเหล่านักเลงที่ก่อเรื่องไม่พบรอยสักของแก๊งใดๆ

ไช้ถึงกับสร่างเมาเมื่อสะระตะทุกอย่างได้ ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อหลงบอกว่าคนร้ายอาจเป็นพวกเดียวกับที่ถล่มงานวันสารทจีนที่ศาลเจ้าเมื่อหลายวันก่อน และอาจเป็นคนใกล้ตัวมากกว่าที่คิด!

ขณะที่ไช้คิดไม่ตกว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องวุ่นวาย ซาคนสนิทของเกาก็ไปรายงานเรื่องความล้มเหลวและตกต่ำของคณะเฟิ่งหวง ซึ่งหาตัวตายตัวแทนฉางไม่ได้ เกาแสยะยิ้มร้าย ก่อนจะหัวเราะเบาๆด้วยความสะใจ

“สิ้นอาฉางไปสักคน คณะเฟิ่งหวงก็ไม่ต่างจากหงส์ปีกหัก อั๊วอยากจะรู้นักว่าจะไปกันได้สักกี่น้ำ”

“แต่ถึงยังไงเถ้าแก่สุงคงไม่ตกลงขายที่ดินโรงงิ้วให้เสี่ยง่ายๆ”

“คนอย่างอั๊วอยากได้อะไรแล้วต้องได้ ทำเลโรงงิ้วอยู่ในตำแหน่งหัวมังกร ขุมพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่สุดในเยาวราช เชื่อกันว่าหากใครได้ครอบครองก็จะช่วยเกื้อหนุนดวงชะตาให้ขึ้นเป็นใหญ่ เป็นมังกรเหนือมังกร”

“แก๊งหงส์ดำใช้โรงงิ้วเฟิ่งหวงเป็นที่มั่นมากว่าสามสิบปี พวกมันจะยอมเหรอครับเสี่ย”

“ลื้อก็ทำให้หงส์กลายเป็นค้างคาวซะสิ เกลี้ยกล่อมให้พวกมันมาอยู่แก๊งเรา ถ้าใครดื้อด้านก็ส่งไปลงนรกซะ!”

แผนการล้ำลึกของเกาถูกซารับไปดำเนินการเงียบๆ เช่นเดียวกับการฝึกซ้อมของทุกคนในคณะเฟิ่งหวง ที่พยายามหนักกว่าเดิม แต่ก็ยังมีปัญหาเพราะกุ่ยเริ่มถอดใจ หงส์คอยปลอบคอยขู่ตลอด แต่ก็เหมือนจะไม่ได้ผล ร้อนถึงสุงต้องออกโรงและเรียกอดีตตลกหนุ่มประจำคณะไปคุยแบบตัวต่อตัว

ภาพในอดีตยี่สิบกว่าปีก่อนผุดขึ้นอีกครั้ง ตอนสุงเจอกุ่ยเป็นครั้งแรก เขายังจำได้ดีว่าซื่อเหนียงแม่แท้ๆของกุ่ยซึ่งมีอาชีพเป็นผู้หญิงกลางคืนต้องตัดใจแค่ไหนจะมอบลูกชายคนเดียวให้เขา แทนที่จะให้เติบโตเป็นแมงดาในซ่อง

“ลื้อโตในโรงงิ้วมาด้วยกันกับอาฉาง อาหงส์ อั๊ว เห็นลื้อมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ถึงไม่ใช่ลูกก็เหมือนลูก ถ้าอาฉางยังอยู่ อั๊วคงไม่ขอให้ลื้อฝืนใจตัวเอง แต่อั๊วมองไม่เห็นใครแล้วจริงๆนอกจากลื้อ”

“อั๊วทำไม่ได้หรอก มันยากเกินไป อั๊วกลัว...กลัวต้องเสียใจจนวันตาย ถ้าคณะงิ้วเราต้องสิ้นชื่อเพราะฝีมืออั๊ว”

สุงให้กำลังใจ ยืนยันว่าจะไม่โทษใครทั้งนั้น หากคณะงิ้วต้องปิดตัว กุ่ยเลยยอมฝึกหนักอีกครั้ง โดยมีหงส์ลอบมองตามห่างๆ และแอบเรียนรู้แบบครูพักลักจำตลอด จนวันหนึ่งหลงผ่านมาเห็นโดยบังเอิญ ก็อดถามไม่ได้

“ทำไมคุณหนูถึงอยากเล่นงิ้วเป็นพระเอกบู๊ล่ะครับ”

“ฉันอยากเก่งเหมือนเฮียฉาง พี่ชายฉันเป็นพระเอกงิ้วที่เก่งที่สุดในเยาวราช โรงงิ้วเฟิ่งหวงมีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขวัญก็เพราะลีลาพะบู๊ของเฮียฉางแตกต่างจากงิ้วคณะอื่น เฮียฉางคือความภาคภูมิใจของอาป๊า”

“คุณหนูเลยอยากทำให้เถ้าแก่สุงภูมิใจบ้าง”

“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก แค่อาป๊าไม่เกลียดฉัน ฉันก็ดีใจแล้ว”

“ไม่มีพ่อคนไหนเกลียดลูกตัวเองได้ลงคอหรอกครับ”

“แล้วถ้าลูกที่เกิดมาเป็นตัวซวย ทำให้แม่และพี่ชายต้องตายอย่างฉันล่ะ พ่อที่ไหนจะรักได้ลง”

คำพูดตัดพ้อน้อยใจของเธอ ทำให้หลงใจอ่อนยวบ แต่ก็ไม่กล้าปลอบ ไม่อยากเอาตัวไปใกล้ชิด ทำให้เธอสงสัยหรือขุดคุ้ยเรื่องราวของเขา แต่ความเป็นมิตร ก็ทำให้หงส์เกิดความผูกพันกับเขาได้ไม่ยาก จนถึงกับเผลอวาดภาพเขาลงสมุดบ่อยครั้ง แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเธอรู้สึกเช่นไรกับเขาแน่...

ooooooo




ละครซีรีส์เลือดมังกร : หงส์ ตอนที่ 1 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : หงส์ติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : หงส์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ,ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ 14 ก.ค. 2558 09:20 2015-07-17T00:49:59+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ