ข่าว

วิดีโอ



รักประกาศิต

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

เช้าวันแรกของการกลับมาทำงานที่ไร่สุพัฒนาในฐานะคนของศูนย์วิจัยกาแฟ นริศราได้รับการต้อนรับจากทุกคนอย่างดี โดยเฉพาะพ่อเลี้ยงภูชิชย์ที่ทั้งพูดและแสดงออกชัดเจนว่ารู้สึกอย่างไรกับเธอ บรรดาคนงานเห็นแล้วต่างพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ บางรายถึงขั้นแซวนริศราจนเขินไป

หลังอาหารเช้าภูชิชย์ออกไปประชุมในจังหวัด ระหว่างนี้เองคุณเล็กเกิดโมโหโกรธาหลังทราบจากนิพนธ์ว่านริศราเป็นคนต้นคิดจัดแต่งสวนดอกไม้ขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่ภูชิชย์อย่างที่เธอเข้าใจมาแต่แรก ความโมโหบวกกับความแค้นที่มีต่อนริศราทำให้คุณเล็กอาละวาดฟาดดอกไม้พินาศทั้งสวน ซ้ำยังจะฟาดนริศราด้วยถ้านิพนธ์ไม่เข้ามาห้ามไว้เสียก่อน

กลับเข้าบ้านแล้วคุณเล็กยังเดือดดาลไม่หาย เธอตะโกนปาวๆว่าเกลียดนังนิด อยากจะฆ่ามัน บัวเกี๋ยงสบโอกาสรีบเข้ามาเสนอหน้าอาสาช่วยคุณเล็กเอง แต่จะไม่ฆ่าให้มันตาย เอาแค่ตายทั้งเป็น แต่คุณเล็กต้องช่วยบัวเกี๋ยงอีกแรง

เมื่อตกลงกับคุณเล็กเรียบร้อยแล้ว บัวเกี๋ยงรีบนัดพบนายผลที่ตลาดและบอกแผนการอย่างชาญฉลาด แต่นายผลกลับทักท้วงว่า

“นี่เอ็งประสาทกลับหรือเปล่าวะ”

“ทำไม ก็ฉันเห็นพี่ชอบนังนิดนั่นมากก็สนองให้ไม่ดีเหรอ”

“ฮึ...นังบัวเกี๋ยง คนอย่างเอ็งน่ะข้ารู้ทันหรอก เอ็งทำแบบนี้ก็เพื่อจะขจัดคุณนิดออกไปจากพ่อเลี้ยงใช่ไหม รู้ไหมว่าพี่หึงเอ็งนะโว้ย”

“ถุย...หึงเหรอ กลัวฉันได้ดีแล้วไม่แบ่งเงินก็บอกมาเหอะ อย่านึกว่าฉันไม่รู้นะว่าพี่เองก็หมดรักฉันตั้งแต่วันแรกที่นังนิดมันเหยียบเข้าไร่แล้ว”

“แหม เอ็งนี่มันฉลาดปนเลวสมเป็นเมียพี่จริงๆ”

“ตกลงจะช่วยฉันไหม ถ้าพี่ทำคุณเล็กจะจ่ายอย่างงาม”

“แล้วหลังจากนั้นล่ะ เอ็งจะเสวยสุขเป็นเมียไอ้ภูชิชย์สบายคนเดียวน่ะสิ”

“คนเดียวที่ไหน พี่ก็เอานังคุณเล็กเป็นเมียไปด้วยสิ เราจะได้สบายทั้งคู่ไง งานนี้พี่มีแต่ได้กับได้และกับได้ถึงสามต่อเชียวนะ ทีนี้พี่จะมีเงินเข้าบ่อนไปตลอดชีวิต”

นายผลครุ่นคิดแล้วแสยะยิ้มออกมาด้วยความหวัง จากนั้นบัวเกี๋ยงกลับมาหานริศราที่โรงปุ๋ย หลอกว่าคุณเล็กให้มาตามไปพบ นริศราลังเลเล็กน้อยก่อนตัดสินใจเดินตามบัว–เกี๋ยงไปในมุมเปลี่ยวที่คุณเล็กจอดรถยนต์รออยู่... คุณเล็กไม่พูดพล่าม บังคับนริศราให้ขึ้นรถออกไปทางหลังไร่ โดยตัวเองเป็นคนขับและบัวเกี๋ยงนั่งประกบนริศราทางเบาะหลัง สักพักนายผลขี่รถมอเตอร์ไซค์สวนมา คุณเล็กเห็นแล้วโวยขึ้นทันที

“นี่มันบ้าหรือเปล่า ขี่มอเตอร์ไซค์มาเนี่ยนะ”

นริศราเริ่มหวาดกลัว พอเห็นนายผลจอดรถคุยกับคุณเล็กก่อนเดินวนมายืนข้างเธอ นริศรารู้ทันทีว่านายผลไม่ได้มาดีแน่ ร้องถามพวกเขาว่า จะทำอะไร?

“ฉันก็จะกำจัดแกออกไปจากชีวิตน่ะสิ ลงไปได้แล้ว ผัวแกรออยู่” คุณเล็กเปิดล็อกรถ นริศรารีบเปิดประตูจะวิ่งหนีแต่บัวเกี๋ยงจับตัวไว้ พอนายผลเปิดประตูเข้ามาก็โดนเธอถีบแทบหงายหลัง และกว่าจะจับนริศราโปะยาสลบได้ก็เล่นเอานายผลจุกไปเหมือนกัน

คุณเล็กเห็นนริศราหมดสติก็แว้ดใส่นายผลอย่างฉุนเฉียว “ไอ้ผล ไอ้โง่ แล้วนี่แกจะเอาตัวมันไปยังไง”

นายผลไม่ตอบแต่หยิบผ้ามาอีกผืนออกมาปิดปากปิดจมูกคุณเล็กจนสลบไปอีกคน ก่อนหันมายิ้มกับบัวเกี๋ยงที่ยืนมองด้วยความสะใจ

ooooooo

นิพนธ์เหม่อลอยแทบไม่เป็นอันทำงานหลังจากโดนคุณเล็กต่อว่าเรื่องแปลงดอกไม้ที่นริศราเป็นคนริเริ่มและลงมือ ขณะเดียวกันนั้นวิทวัสกำลังตามหานริศราแต่ไม่พบ ส่วนคุณเล็กกับบัวเกี๋ยงก็หายไปด้วย

เมื่อนิพนธ์ทราบจากวิทวัสก็ร้อนใจ เพราะเมื่อเช้าคุณเล็กเพิ่งอาละวาดทำลายแปลงดอกไม้และจะทำร้ายนริศรา สองหนุ่มจึงไปถามคนที่โรงครัว ปรากฏว่าไม่มีใครรู้เห็นว่าสามคนนั้นอยู่ที่ไหน ครั้นแยกย้ายกันตามหาก็ไม่เจอตัว นั่นยิ่งทำให้ทุกคนสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี

ด้านภูชิชย์ที่ประชุมในจังหวัด เขาเจอเจ้าน้อยกับพ่อแม่ แต่เข้าหน้าพวกท่านไม่ติด เพราะท่านโกรธที่เขาหักอกเจ้าน้อยให้ชอกช้ำ พอมาเจอโป๊ะในงานนี้ด้วยก็เลยสนับสนุนเต็มที่ ด้วยหวังว่าโป๊ะจะทำให้เจ้าน้อยคลายทุกข์และยอมเปิดใจได้อีกครั้ง

ทางไร่สุพัฒนา หลังจากทุกคนตามหานริศราทั่วไร่แล้วไม่พบ และวิทวัสลองโทร.เข้าโทรศัพท์มือถือคุณเล็กก็ไม่รับสาย เลยจะเปลี่ยนไปโทร.หานริศรา แต่พรบอกว่าคุณนิดไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป เห็นทิ้งไว้ที่ห้องของเธอ

ทุกคนยิ่งกระวนกระวาย นิพนธ์ให้วิทวัสลองโทร.หาคุณเล็กอีกที แต่ก็ยังไม่มีคนรับอีกเช่นเคย วิทวัสจึงฝากข้อความเอาไว้ให้น้องสาวโทร.กลับด่วน

เวลานั้น บัวเกี๋ยงนั่งลอยหน้าในรถคุณเล็กโดยมีนายผลเป็นคนขับ ส่วนเจ้าของรถกับนริศรายังสลบอยู่เบาะหลัง นายผลรำคาญเสียงโทรศัพท์จึงบอกบัวเกี๋ยงให้ปิดเครื่องไปเลย

“ปิดทำไม ให้พวกมันโทร.ให้นิ้วหักไปเลย...สะใจ”

“จะบ้าเหรอ เอ็งไม่เคยดูข่าวหรือไงวะ ที่ตำรวจมันตามจับได้จากสัญญาณมือถือนะ เดี๋ยวได้เข้าคุกก่อนสมสุขกันหรอก”

“รออีกแป๊บนะคุณวัส เดี๋ยวบัวเกี๋ยงจะเอาน้องสาวคุณไปส่งพร้อมน้องเขยค่ะ” บัวเกี๋ยงพูดกับโทรศัพท์คุณเล็กที่อยู่ในมือตัวเองแล้วกดปิดเครื่องไปเลย

แล่นรถต่อไปอีกพักนายผลก็ไปจอดที่หน้าบ้านไม้หลังหนึ่งซึ่งมีลูกน้องจอดมอเตอร์ไซค์รออยู่สองคน นายผลสั่งลูกน้องอุ้มผู้หญิงสองคนในรถขึ้นไปไว้บนห้องแล้วให้รีบกลับลงมา เพื่อที่ตัวเองจะได้จัดการกับสาวสวยทั้งสองคนนั้น

แต่แล้วขณะที่นายผลกำลังหื่นเต็มที่ นริศราฟื้นขึ้นมาเห็น เธอเตะถีบเข้าหว่างขาเขาจนจุกหน้าเขียวแล้วรีบปลุกคุณเล็กเพื่อจะพากันหนี แต่ก็ไม่สำเร็จ ทั้งคู่ถูกนายผลกับลูกน้องจับมัดขังไว้ในห้อง

บัวเกี๋ยงแอบดูอยู่นอกห้องแล้วหันหลังกลับลงจากบ้านอย่างหงุดหงิด สักครู่นายผลเดินตามลงมาด้วยอาการที่ยังเจ็บน้องชายไม่หาย

“นี่พี่จะปล่อยมันไว้อย่างนี้เหรอ”

“ใครว่าอยากปล่อย แต่ไม่เห็นเหรอ นังนิดมันเล่นพี่ซะน่วม ตกลงมันเป็นนักมวยหญิงก่อนมาทำไร่หรือเปล่าวะเนี่ย”

“โอ๊ย...แล้วจะเอาไงเนี่ย ฉันอยากจะรีบกลับไปหาอนาคตผัวฉันจะแย่อยู่แล้ว อยากจะปลอบพ่อเลี้ยงสุดหล่อตอนที่ใจสลายแล้วเขาไม่มีใครนอกจากฉัน”

“น่า...พี่ขอพักก่อน รับรองคืนนี้จัดการได้แน่”

“คืนนี้เหรอ นี่พี่จะบ้าเหรอ ปล่อยไว้นานเดี๋ยวพวกที่ไร่ก็ตามเจอหรอก”

“มันจะไปเจอได้ไง ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นผัวเมียกัน พรุ่งนี้ค่อยเอาไปส่งตามแผนเดิมก็ได้”

บัวเกี๋ยงโมโหหงุดหงิดมองนายผลที่นั่งกุมเป้ากุมเท้าโอดโอยด้วยความไม่พอใจ...ส่วนในห้อง คุณเล็กนั่งอกสั่นขวัญผวา ถามนริศราอย่างข้องใจว่า “เมื่อกี้เธอช่วยฉันทำไม เธอไม่โกรธฉันเหรอ”

“โกรธสิคะ โกรธมากด้วย แต่จะให้ฉันปล่อยคุณไว้ก็คงไม่ได้ เพราะฉันก็เป็นห่วงคุณค่ะ”

“ฉันจะพูดกับนังบัวเกี๋ยงเอง เราจะได้กลับบ้านกันซะที นัง...” คุณเล็กอ้าปากจะตะโกนเรียกบัวเกี๋ยงแต่นริศรารีบเข้ามาปิดปากเธอไว้เสียก่อน

“ไม่มีประโยชน์ บัวเกี๋ยงหักหลังคุณแล้ว”

“ไม่จริง มันไม่กล้าหรอก”

“ถ้าไม่กล้าแล้วบัวเกี๋ยงอยู่ไหนล่ะ ฉันว่าทางที่ดีเรามาสามัคคีหาทางหนีออกจากที่นี่ดีกว่า”

“เธอก็พูดไปเรื่อย จะไปยังไงไม่เห็นเหรอมันไม่มีทางหนี”

“มีสิคะ แต่คุณเล็กต้องร่วมมือกับฉัน”

คุณเล็กมองหน้านริศราอย่างไม่เข้าใจ ยังตามความคิดไม่ทัน

ooooooo

เสร็จการประชุมกับคณะผู้ว่าฯแล้ว โป๊ะขอคุยส่วนตัวกับภูชิชย์ด้วยเรื่องที่นริศราตัดสินใจเลือกเขา โดยสองหนุ่มไม่รู้ว่าเจ้าน้อยแอบฟังอยู่มุมหนึ่งด้วยสีหน้าลุ้นๆ

“บอกตรงๆว่าผมเสียใจที่นิดเลือกพ่อเลี้ยง เพราะผมก็รักเขามาก” โป๊ะเปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ผมเข้าใจ”

“ผมหวังว่าพ่อเลี้ยงจะดูแลนิดอย่างดีที่สุดนะครับ”

“ผมให้สัญญาครับ”

“ถ้าวันไหนผมทราบว่าพ่อเลี้ยงทำให้นิดเสียใจ ผมเอาเรื่องพ่อเลี้ยงแน่นอน”

“มันจะไม่มีวันนั้นแน่นอนครับ”

โป๊ะพอใจกับคำตอบหนักแน่นนั้น เขายื่นมือออกมาตรงหน้าภูชิชย์ “ยินดีด้วยนะครับ”

ภูชิชย์จับมือโป๊ะด้วยรอยยิ้ม เจ้าน้อยเห็นแล้วโล่งอก พึมพำชมโป๊ะว่าเป็นคนดีจริงๆ จากนั้นเธอเดินไปหาสองหนุ่ม เอ่ยด้วยความยินดีว่า

“กาแฟแห่งมิตรภาพรอคุณผู้ชายทั้งสองอยู่ค่ะ”

ไม่ทันที่ทุกคนจะขยับไปในห้องกาแฟ เสียงโทรศัพท์มือถือภูชิชย์ดังขึ้น วิทวัสโทร.มานั่นเอง ภูชิชย์รับสายแล้วตกใจมาก บอกเจ้าน้อยกับโป๊ะว่า คุณเล็ก นริศรา และบัวเกี๋ยงหายตัวไป!

ลัคนาหงุดหงิดงุ่นง่านหลังรู้จากลาวัลย์ว่าโป๊ะรีบร้อนออกไปกับพวกภูชิชย์แล้ว พอรู้ว่าพวกเขาไปไร่สุพัฒนา ลัคนาตั้งท่าจะตามไปให้ได้ แต่ลาวัลย์ไม่เอาด้วย เธอรีบบอกลาพี่สาวแล้วเดินหนีทันทีเลย

ทันทีที่พวกภูชิชย์ไปถึงไร่ก็ได้รับรายงานจากนิพนธ์ว่ารถยนต์คุณเล็กหายไปแต่ไม่มีใครเห็นว่าหายไปตอนไหนและใครขับ

“แสดงว่าคุณเล็กเป็นคนขับรถออกไป เพราะบัวเกี๋ยง มันขับรถไม่ได้แน่ๆ แปลกนะ สามคนนี้ไม่ถูกกันแต่หายตัวไปพร้อมๆกัน” ภูชิชย์วิเคราะห์ก่อนนึกบางอย่างได้ รีบนำทางทุกคนไปท้ายไร่กาแฟซึ่งมีถนนตัดออกไปด้านนอกได้

บริเวณนี้เองนิพนธ์เจอรอยล้อรถ ทุกคนจึงมั่นใจว่าคุณเล็กต้องขับรถออกไปทางนี้แน่ ภูชิชย์ไม่รอช้าแบ่งกลุ่มตามที่เจ้าน้อยแนะนำ โดยให้นิพนธ์กับโป๊ะออกไปกับตน ส่วนเจ้าน้อยกับวิทวัสคอยประสานงานอยู่ทางนี้

ภูชิชย์ขับรถออกจากไร่มุ่งหน้าไปตามถนนลาดยาง พอสุดถนนถึงทางแยกเขาตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลี้ยวทางไหนดีเนื่องจากรอยล้อรถที่ตามมาเรื่อยๆหายไปแล้ว ทุกคนลงจากรถมองไปรอบทิศ ทันใดภูชิชย์เห็นรถมอเตอร์ไซค์จอดซุกอยู่ในพงหญ้าริมทาง เขาตรงเข้าไปตรวจค้นและพบตั๋วจำนำในที่เก็บของใต้เบาะ ซึ่งในตั๋วระบุชื่อนายผลเป็นเจ้าของ

ขณะที่สามหนุ่มกำลังสงสัยว่านายผลมาทำอะไรแถวนี้ เจ้าตัวยังนอนครวญครางหลังโดนนริศราแผลงฤทธิ์ใส่กล่องดวงใจจนแทบใช้งานไม่ได้ บัวเกี๋ยงเห็นแล้วหงุดหงิด ถามว่าดีขึ้นแล้วหรือยัง จะได้จัดการนังสองคนนั้นเสียที

“ก็ยังจุกๆอยู่ แล้วก็หิวด้วย”

“นี่อย่าบอกนะว่าจะใช้ให้ฉันไปทำให้กินน่ะ”

“ไม่ใช้หรอก เพราะมันไม่มีอะไรจะให้เอ็งทำ เดี๋ยวพี่จะไปซื้อข้าวให้”

“อ้าว...พี่จะทิ้งนังสองคนนั่นไว้นี่เหรอ เกิดมันหนีล่ะ”

“เอ็งกับไอ้เหน่งก็เฝ้าไว้สิวะ เดี๋ยวพี่กับไอ้สมไปซื้อข้าวเอง...ไปไอ้สม ไปกับข้า”

สมเข้ามาพยุงนายผลขึ้นรถคุณเล็กขับออกไป... นริศรายืนมองจากบนห้องเห็นดังนั้นก็หันมาเอ่ยกับคุณเล็กว่า “เหลือแต่บัวเกี๋ยงกับลูกน้องมัน คุณเล็กไหวไหมคะ”

“ก็ต้องไหวล่ะ แล้วต้องทำไงบ้าง”

นริศราวางแผนทะเลาะตบตีกับคุณเล็กเพื่อหลอกให้บัวเกี๋ยงกับลูกน้องขึ้นมาแล้วฟาดทั้งคู่จนฟุบก่อนพาคุณเล็กออกจากห้องแล้วขังสองคนนั้นไว้

สองสาวลงจากบ้านตรงไปที่รถมอเตอร์ไซค์หมายจะขับหนี แต่กุญแจรถไม่มี นริศราหันซ้ายหันขวาแล้วเห็นโทรศัพท์มือถือ ถามว่าใช่ของคุณเล็กหรือเปล่า?

“ใช่”

ได้คำตอบแล้ว นริศราคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนหันไปดึงมือคุณเล็กออกวิ่ง แต่สักพักคุณเล็กเหนื่อยหอบจนเข่าอ่อนทรุดลงหมดเรี่ยวแรง

“คุณเล็กเป็นอะไรคะ หอบเหรอ” นริศราใจคอไม่ดี

“หอบสิ เธอไม่เหนื่อยหรือไง”

“แล้ว...คุณเล็กจะหอบจนชักหรือเปล่าคะ”

“นี่...เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ฉันไม่ชักให้เหนื่อยเพิ่มหรอก พี่ภูก็ไม่อยู่ไม่รู้จะทำไปทำไม”

“อ้าว นี่คุณชักเพราะ...”

“เหอะน่า ไม่ต้องมาวิเคราะห์ฉันหรอก บอกฉันมาดีกว่าเราจะวิ่งไปไหน มันจะมืดแล้วนะ”

“เราคงมาไกลพอควรแล้ว รีบโทร.บอกพ่อเลี้ยงเถอะค่ะ”

คุณเล็กจะเปิดเครื่องที่บัวเกี๋ยงปิดเอาไว้ แต่เธอจำรหัสเปิดไม่ได้ เพราะตั้งแต่ได้มันมาเธอไม่เคยปิดเลยสักครั้ง

“แล้วคุณจะตั้งรหัสทำไมคะเนี่ย” นริศราบ่นหน้ายุ่ง

คุณเล็กหน้าเสียแล้วพยายามลองอยู่หลายครั้งกว่าจะเปิดเครื่องได้ จังหวะนี้เองบัวเกี๋ยวกับลูกน้องขี่มอเตอร์ไซค์ตามมา นริศราตาไวคว้าแขนคุณเล็กหลบทัน จากนั้นเธอให้คุณเล็กรีบโทร.หาภูชิชย์เพราะใกล้ค่ำเข้ามาทุกทีแล้ว

เมื่อภูชิชย์ได้รับการติดต่อจากน้องสาว เขาอุทานด้วยความตกใจ “อะไรนะคุณเล็ก นายผลร่วมมือกับบัวเกี๋ยง จับตัวคุณเล็กกับนริศราไปงั้นเหรอ แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนกัน”

คุณเล็กไม่รู้ จึงส่งโทรศัพท์ให้นริศรา “บอกพี่ภูหน่อยสิว่าเราอยู่ไหน”

“พ่อเลี้ยงคะ เราไม่รู้ว่าอยู่ไหน บริเวณนี้ไม่มีบ้านคนเลยค่ะ”

“งั้นเธอจำพวกป้ายสัญลักษณ์อะไรได้บ้างไหม หรือเดินทางไปนานแค่ไหน”

“คือฉันกับคุณเล็กถูกวางยาสลบค่ะ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าสลบไปนานแค่ไหน”

“เอางี้ เธอส่งตำแหน่ง GPS มาให้ฉันนะ แล้วเธอก็รีบพาคุณเล็กไปหาบ้านคนเพื่อขอหลบนะ ฉันจะตามไปช่วยเธอ...ฉันสัญญา”

“ได้ค่ะ”

อีกครู่เดียวภูชิชย์ก็รู้แหล่งที่อยู่ของนริศรากับคุณเล็ก เขารีบโทร.แจ้งวิทวัสกับเจ้าน้อยที่ไร่ก่อนจะบึ่งรถออกไป

เวลานั้น นายผลกับไอ้สมกลับมาพร้อมปิ่นโตอาหาร พอรู้จากบัวเกี๋ยงที่ย้อนกลับมารอว่านริศราพาคุณเล็กหนีไปแล้ว นายผลโวยวายด้วยความโกรธ

“โธ่เว้ย...โง่กันจริงๆ แค่นี้ก็ปล่อยหนีไปได้”

“ฉันจะไปรู้เหรอว่ามันจะหลอกพวกเรา พี่ผล...ฉันว่าเราหนีเถอะ พวกมันเอาตำรวจมาจับเราแน่”

“พี่ว่ามันยังไปไม่ไกล ตามตอนนี้ยังทัน”

“แล้วจะไปตามที่ไหนล่ะ”

นายผลหันไปออกคำสั่งกับลูกน้องทันที “เอ็งสองคนไปทางนี้ ส่วนพี่กับเอ็งไปทางนั้น ถ้าคืนนี้ไม่เจอเราค่อยเผ่น”

ลูกน้องสองคนขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับออกไป ส่วนนายผลกับบัวเกี๋ยงขึ้นรถยนต์ของคุณเล็กไปอีกทาง แล้วไม่นานนักนายผลก็ไปเจอนริศรากับคุณเล็กจนได้ สองสาวถูกมันขู่ด้วยปืนจึงไม่กล้าดิ้นรนหนีไปอีก

จับทั้งคู่ยัดใส่รถแล้วบัวเกี๋ยงรีบคว้าโทรศัพท์มือถือจากคุณเล็กมากดไล่ดู พอเห็นว่ามีการโทร.ออกหา ภูชิชย์ก็ตกใจสุดๆ “พี่ผล มันโทร.บอกพ่อเลี้ยงแล้ว”

“โธ่โว้ย...อีบ้า พวกแกสองคนทำเสียแผนหมด” นายผลโวยลั่นแล้วหยิบโทรศัพท์มาโทร.หาลูกน้อง “เฮ้ย...ได้ตัวนังสองคนแล้ว พวกเอ็งไปเจอที่บ้านพี่โชติ เราต้องย้ายที่ก่อนตำรวจจะมา”

“พี่ผล ฉันกลัว...” บัวเกี๋ยงละล่ำละลัก

“กลัวทำไม ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว ก็ไถเงินพี่มันเลยแล้วกัน ดีเหมือนกันรับเงินก้อนไปเลย”

“พี่ผล...”

“พอเถอะน่าบัวเกี๋ยง เลิกคิดจะกลับไปเป็นเมียไอ้ภูชิชย์ได้แล้ว”

“อะไรนะ นังบัวเกี๋ยงนี่แก...”

“หุบปาก!” บัวเกี๋ยงตวาดจนคุณเล็กชะงักกึก “เพราะแกสองคนนั่นแหละที่เป็นมารขวางความสุขฉัน นึกว่าที่ฉันทำดีกับแกน่ะเพราะรักแกเหรอนังบ้า ใครเขาจะรักคนโรคจิตอย่างแก เลิกโง่ได้แล้ว”

“อีบัวเกี๋ยง แกมันชั่ว แกมันเลว” คุณเล็กถีบเบาะหน้า บัวเกี๋ยงโกรธหันมาเงื้อมือจะตบ แต่โดนนริศรากำหมัดขู่ฟ่อจนต้องหันกลับไปอย่างไม่กล้า...

บนถนนเปลี่ยวยามค่ำคืน ภูชิชย์จอดรถเพราะสัญญาณจากโทรศัพท์คุณเล็กหยุดลง แสดงว่าเครื่องปิดไปแล้ว โป๊ะหวั่นใจว่าพวกเธอจะโดนจับตัวได้อีก แต่นิพนธ์ให้ใจเย็นๆ บางทีแบตคงหมด แล้วอาจจะมีชาวบ้านช่วยเอาไว้ เราควรไปสอบถามชาวบ้านแถวนี้ดีกว่า

ภูชิชย์ออกรถอีกครั้งก่อนจะไปหยุดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง พอพวกเขาวิ่งกรูขึ้นบนบ้านก็พบจานข้าววางเกลื่อน ในห้องมีร่องรอยการต่อสู้ ภูชิชย์คาดเดาว่าพวกมันคงหนีไปแล้ว นิพนธ์ใจหายแต่ก็ภาวนาให้คุณเล็กกับนริศราไม่ได้อยู่กับมัน

ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ภูชิชย์ดังขึ้น เขากดรับด้วยความตกใจ เพราะคนที่โทร.มาคือนายผลนั่นเอง

“ไง...ไอ้คุณพ่อเลี้ยง อยากได้นังนิดกับนังน้องสาวแกคืนใช่ไหม”

“สองคนนั่นอยู่กับแกเหรอ”

“อยู่สภาพครบ 32 ถ้าแกอยากได้ตัวคืนก็เตรียมเงินไว้เลยยี่สิบล้าน ห้ามบอกตำรวจนะ”

“ได้...ไม่มีปัญหา แต่แกอย่าทำอะไรพวกเขานะ”

“เรื่องนั้นคิดดูก่อนแล้วกัน เพราะสวยน่ารักทั้งคู่ อาจจะอดใจไว้ไม่ไหว ขอคิดก่อนหนึ่งคืน พรุ่งนี้จะติดต่อไป”

“ไอ้ผล แกอย่าทำ...” ภูชิชย์พูดไม่ทันจบ สัญญาณถูกตัดขาดหายไป นิพนธ์กับโป๊ะซักถามเขาด้วยความเป็นห่วงสองสาว พอได้ยินภูชิชย์บอกว่าพวกมันให้เราเตรียมเงินยี่สิบล้าน โป๊ะอยากแจ้งตำรวจแต่ภูชิชย์ไม่เห็นด้วย เพราะนริศรากับคุณเล็กอาจจะเป็นอันตราย

ครู่ต่อมา เจ้าน้อยได้รับการติดต่อจากภูชิชย์ให้ช่วยเช็กชุมสายเบอร์ที่โทร.เข้า เครื่องของเขา ซึ่งเธอใช้เวลาไม่นานก็เช็กได้ว่าเป็นตู้โทร.สาธารณะ จึงแจ้งกลับไปยังภูชิชย์โดยด่วน

เมื่อพวกภูชิชย์ตามไปถูกทาง พวกเขาตัดสินใจจอดรถแอบไว้ก่อนพากันเดินเข้าไปในหมู่บ้านเผื่อจะเจอรถคุณ เล็ก ปรากฏว่าเห็นจอดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ภูชิชย์รีบกำชับทุกคนให้ระวังตัวแล้วเดินนำลิ่วเข้าไป

โชติเพื่อนนายผลตกใจเมื่อสามหนุ่มบุกขึ้นไปบนบ้าน ภูชิชย์ล็อกตัวโชติคาดคั้นให้บอกมาว่าน้องสาวของตนอยู่ไหน แต่โชติไม่รู้จริงๆ เขารู้แต่ว่านายผลมายืมรถกระบะของเขาแล้วเอารถยนต์คันนี้จอดทิ้งไว้

สามหนุ่มเดาได้ทันทีว่านายผลจงใจมาเปลี่ยนรถเพื่อหนีตำรวจ และน่าจะเดินทางไกล หรือไม่ก็ลัดเลาะเข้าไปในที่ที่เดินทางลำบากนอกเมือง โป๊ะจึงแนะนำให้ลองไปถามชาวบ้านละแวกนี้เผื่อจะมีใครให้เบาะแสที่ชัดเจนได้ บ้าง

นายผลขับรถกระบะมุ่งหน้าฝ่าความมืดไปตามเส้นทางคดเคี้ยวขรุขระ โดยมีลูกน้องสองคนของมันนั่งสัปหงกอยู่กระบะท้าย บัวเกี๋ยงเริ่มกลัวเพราะสองข้างทางมีแต่ป่ากับป่า กลัวว่าจะหลงทาง แต่นายผลยืนยันว่าจำได้แม่น เพราะเป็นแหล่งกบดานของตนตอนหนีเจ้าหนี้

คุณเล็กใจคอไม่ดี มองหน้านริศราแล้วสั่งนายผลให้ปล่อยเธอก่อนที่พี่ภูจะเอาตำรวจมาลากคอพวกแกเข้าคุก

“แล้วคิดเหรอว่าฉันจะอยู่รอให้พ่อเลี้ยงมาจับ หลังจากได้เงินแล้วพวกเราสี่คนผัวเมียก็ต้องไปสร้างอนาคตร่วมกันที่อื่น”

“หมายความว่ายังไง ก็ถ้าพ่อเลี้ยงเอาเงินมาให้ก็ต้องปล่อยตัวพวกฉันสิ”

“ปล่อยให้โง่ คุณสองคนน่ะยังไงไอ้ผลก็ต้องเก็บไว้เป็นเมีย” ว่าแล้วก็หัวเราะสะใจ บัวเกี๋ยงเริ่มไม่พอใจท้วงขึ้นว่า ทำแบบนี้พ่อเลี้ยงก็จะตามล่าเราไปเรื่อยๆ “โธ่เว้ย...

อีบัวเกี๋ยง คิดหน่อยสิวะ ถ้าเราปล่อยสองคนนี่เรานั่นแหละจะถูกจับ แต่ถ้าเก็บสองคนนี่ไว้ เราก็จะได้เงินจากพ่อเลี้ยงเรื่อยๆ เอ็งไม่ชอบหรือไง”

“มองโลกในแง่ดีไปหรือเปล่านายผล เธอไม่คิดบ้างเหรอว่าที่เธอกับบัวเกี๋ยงทำครั้งนี้มันมีความผิดกี่กระทง ลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ขู่กรรโชกทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย แค่บอกไม่กี่คดีนี่ฉันก็ว่าเธอกับบัวเกี๋ยงติดคุกไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามสิบปี แล้วนะ”

บัวเกี๋ยงร้อนรนด้วยความกลัวแต่นายผลโพล่งขึ้นทันควันว่า “เอ็งไม่ต้องไปฟังคุณนิด เชื่อพี่ พี่จะทำให้เอ็งสบายต่อไปเราจะมีเงิน มีคุณนิดกับคุณเล็กเป็นเมียสองเมียสามคอยรับใช้เอ็งไม่ดีเหรอ”

“ไอ้ผล ไอ้บ้า ไอ้สารเลวฉันไม่ยอมแกหรอก” คุณเล็กโกรธจัดดึงมือที่ถูกมัดกับนริศราไปตีนายผลทำให้รถเสียหลักส่ายไปมา

“เฮ้ย! อีบ้า...ปล่อย เดี๋ยวก็ได้ตายกันหมดหรอก” นายผลตวาดลั่น ส่วนนริศราคว้าแขนคุณเล็ก ขอร้องอย่าทำอย่างนี้

“เธอไม่ได้ยินเหรอว่ามันจะทำอะไรกับเราสองคน ถ้าเป็นแบบนี้ฉันว่าตายไปด้วยกันดีกว่า”

คุณเล็กจะเข้าตีนายผลอีก บัวเกี๋ยงหันมาผลักคุณเล็ก สั่งให้หยุดบ้าได้แล้ว ไม่งั้นจะโดนฆ่าเดี๋ยวนี้ คุณเล็กกลัวจริงๆ ถึงกับร้องไห้โฮออกมา

“เห็นแกร้องไห้แล้วมันทำให้ฉันมีความสุขจริงๆ

พี่ผล...ฉันจะยอมทำตามพี่ทุกอย่าง ถึงฉันจะเป็นเมียไอ้พ่อเลี้ยงภูชิชย์ไม่ได้ แต่ได้น้องสาวมันมาเป็นเมียน้อยของพี่ ฉันว่ามันสะใจกว่าเยอะ”

“สะใจด้วยรวยด้วย...คุณเล็กครับ หลังจากที่ไอ้ผลคนขับรถตกเป็นของคุณเล็กแล้ว คุณเล็กห้ามทอดทิ้งผล ต้องดูแลเลี้ยงดูผลกับครอบครัวนะครับ”

นายผลกับบัวเกี๋ยงหัวเราะสะใจ คุณเล็กร้องไห้ซบไหล่นริศราอย่างหวาดกลัว ผ่านไปอีกพักนายผลขับรถมาจอดหน้ากระท่อม แล้วจับคุณเล็กกับนริศรามัดติดไว้กับต้นไม้ให้ลูกน้องสองคนเฝ้าไว้ ส่วนตัวเองกับบัวเกี๋ยงเข้าไปพักผ่อนข้างในเพื่อรอเวลาพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงจะ ไปรับเงินค่าไถ่จากภูชิชย์

พวกลุงปั๋นอยู่ที่ไร่รอฟังข่าวอย่างจดจ่อ พอรู้จากวิทวัสกับเจ้าน้อยว่าบัวเกี๋ยงกับนายผลจับตัวคุณเล็กและนริศราไป เรียกค่าไถ่ ทุกคนเป็นเดือดเป็นแค้นก่นด่าสาปแช่งคนเนรคุณอย่างมันสองคน ฝ่ายพวกภูชิชย์ที่พยายามหาเบาะแสจากชาวบ้านแต่ก็ไร้ผลจึงต้องเดาสุ่มไปเอง เผอิญโชคดีที่ไปถูกทาง พวกเขาถึงกระท่อมหลังนั้นเอาตอนใกล้รุ่ง ซึ่งนายผลกับบัวเกี๋ยงเตรียมตัวออกเดินทางไปรับเงินค่าไถ่ เมื่อสองฝ่ายเผชิญหน้ากันจึงเกิดการต่อสู้อย่างไม่มีใครยอมใคร แม้แต่บัวเกี๋ยงก็สู้ยิบตาก่อนเธอจะพลาดท่าเกือบตกหน้าผาแถมดึงขาคุณเล็กตาม ไปด้วย

นริศราจับมือคุณเล็กไว้จึงถูกลากไปอีกคน แต่เธอไม่ยอมปล่อยมือ ร้องสั่งคุณเล็กจับไว้แน่นๆ และอย่าปล่อยบัวเกี๋ยง แม้จะถูกบัวเกี๋ยงทำร้ายด้วยมีดจนบาดเจ็บที่แขนแต่นริศราก็ยังมีแก่ใจช่วย ชีวิตคนชั่วอย่างบัวเกี๋ยง

ส่วนพวกผู้ชายที่ต่อสู้กัน พอทุกคนหันไปเห็นสภาพของสามสาวที่เกาะเกี่ยวกันตรงหน้าผา ภูชิชย์รีบผละมาช่วยเหลือ ปล่อยให้นิพนธ์กับโป๊ะจัดการกับนายผลและลูกน้องจนหมอบกระแต พร้อมกันนั้นพวกตำรวจก็เดินทางมาถึงพอดี

ภูชิชย์ช่วยสามสาวกลับขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย บัว–เกี๋ยงถึงร้องไห้โฮอย่างสำนึกผิด ยกมือไหว้วิงวอนคุณเล็กให้ยกโทษ แต่คุณเล็กเมินหนีอย่างโกรธเกลียด ภูชิชย์จึงให้ตำรวจเอาตัวคนร้ายไปเลย เดี๋ยวพวกตนจะตามไปให้ปากคำที่โรงพัก...

บรรดาคนงานไชโยโห่ร้องเมื่อคณะของภูชิชย์พากันกลับมา เจ้าน้อยรีบทำแผลที่แขนให้นริศราพลางเอ่ยชมเธอว่า “คุณนิดของน้อยนี่เก่งเสมอเลย”

“สถานการณ์มันบังคับน่ะค่ะ” นริศราถ่อมตัว

“ไม่หรอกครับ เป็นเพราะคุณนิดมีสติมากกว่า แต่ก็ยอมรับนะครับว่าเข้มแข็งด้วย เก่งจริงๆ” นิพนธ์ชื่นชมเต็มปากเต็มคำ

“นึกไม่ถึงนะคะว่านายผลกับบัวเกี๋ยงจะกล้าทำเรื่องแบบนี้”

“ทำไมจะไม่กล้าล่ะคะเจ้า พวกเราน่ะก็คิดอยู่แล้วเชียวว่าไอ้ผลกับนังบัวเกี๋ยงมันต้องมีอะไรลึกซึ้ง ที่แท้ก็เป็นผัวเมียกันนี่เอง” แม่อุ้ยเอ่ยด้วยสีหน้าท่าทีเจ็บใจ เช่นเดียวกับลุงปั๋นและพรที่อยากจะเอาขวานจามหน้านังบัวเกี๋ยงซะจริง เจมส์จึงว่าอย่าเลย เดี๋ยวก็ได้ไปตีกันในคุกอีกหรอก

“แต่สุดท้ายเรื่องก็จบลงด้วยดีนะ นริศรา...ฉันขอบใจเธอจริงๆนะที่ไม่ทิ้งคุณเล็ก ทั้งๆที่คุณเล็กคิดจะทำร้ายเธอก่อน”

“ลืมเรื่องเก่าๆเถอะค่ะพ่อเลี้ยง เอาเป็นว่าทุกคนปลอดภัยฉันก็ดีใจ”

“แหม..พี่นิดนี่ทั้งสวยทั้งใจดีอีกนะครับ ถ้าใครได้เป็นแฟนละสงสัยรักตายเลย” เจมส์พูดตรงเสียจนคนงานเฮลั่น แต่นริศราสุดเขิน เปลี่ยนเรื่องถามหาคุณเล็ก ภูชิชย์บอกว่าเธอขอไปนอนพัก แต่ความจริงคุณเล็กแอบดูทุกคนอยู่มุมหนึ่งใกล้ๆ

พูดถึงคุณเล็กขึ้นมา แม่อุ้ย พร และลุงปั๋น ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารักและเป็นห่วงเธอ แม้ว่าเธอจะเจ้าอารมณ์มากไปหน่อย แต่คนอยู่ด้วยกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน ยังไงก็รักกันอยู่แล้ว...ภูชิชย์กับวิทวัสยิ้มแย้มขอบใจทุกคน โดยไม่รู้ว่าคุณเล็กแอบฟังทั้งน้ำตา

เสร็จเรื่อง นริศราออกไปส่งโป๊ะกับเจ้าน้อยขึ้นรถกลับ พอเธอเอ่ยปากขอบคุณโป๊ะที่ดีกับเธอมาตลอด นายโป๊ะเลยได้โอกาสแซวกลับว่า

“ก็เป็นได้แค่คนดีที่ไม่ใช่ รู้งี้มาบทโหดแบบพ่อเลี้ยงดีกว่า เผื่อจะโดนใจนิดบ้าง”

“โป๊ะ...อย่าแซวอย่างนี้นะ” นริศราปรามเพื่อน พลางมองเจ้าน้อยอย่างเกรงใจ

“น้อยยินดีมากๆเลยที่คุณนิดกับภูรักกัน เขาว่าคนเราจะเห็นใจกันก็ตอนที่ลำบากนี่ล่ะ คุณนิดก็อย่าใจร้ายหนีภูไปอีกนะคะ”

นริศรายิ้มๆ ไม่ตอบอะไร โป๊ะเสริมอีกว่า ตอนนี้นิดมีความสุขไม่ต้องนึกถึงเราก็ได้ แต่ถ้านิดทุกข์เมื่อไหร่ให้นึกถึงเราทันที เราจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของนิดตลอดไป...

กลับถึงบ้าน เจ้าน้อยนั่งดูรูปถ่ายตัวเองกับภูชิชย์ พ่อกับแม่เข้ามาเห็นนึกว่าลูกสาวอาวรณ์เขาอยู่จึงช่วยกันปลอบ แต่พวกท่านเข้าใจผิดไปนิด เจ้าน้อยอยากเก็บรูปพวกนี้ไว้เพราะยังรักและรู้สึกดีๆกับเขาต่างหาก

“เหตุการณ์ที่ภูพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือคนที่ภูรักมากทั้งคุณเล็กและ คุณนิดมันทำให้น้อยรู้สึกว่าภูเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดคนหนึ่งค่ะ น้อยยังรักภูเหมือนเดิม หรืออาจจะมากกว่าเดิม เพียงแต่น้อยแปรรูปไปเป็นแบบเพื่อนแล้วค่ะ และภูก็จะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดและน้อยรักมากที่สุด”

“พ่อดีใจนะที่ได้รู้ว่าลูกคิดแบบนี้”

“งั้นต่อไปนี้เจ้าพ่อกับเจ้าแม่ก็เลิกโกรธภูเถอะนะคะ ถ้าไม่มีเรื่องของน้อย ไร่สุพัฒนาก็จะถือเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของเราไม่ใช่เหรอคะ”

“เอาละ พ่อกับแม่จะไม่โกรธไม่เกลียดพวกไร่โน้นอีก ถ้าลูกจะเปิดใจรับคนอื่น โดยเฉพาะกับคุณ...”

“ตอนนี้น้อยขอคิดเรื่องเรียนต่อก่อนนะคะ” ลูกสาว

ชิงตัดบท แต่แม่ก็ยังไม่เลิกตื๊อจะให้ลูกไปเรียนที่อเมริกาเพราะทราบว่าโป๊ะต้องกลับ ไปเรียนต่อที่นั่น เขาจะได้ช่วยดูแลที่เรียนให้ด้วย

“ทำไมจะอเมริกาคะ ก็เจ้าลุงอยู่อังกฤษแล้วน้อยก็เคยไปเรียนอังกฤษ น้อยควรจะกลับไปที่นั่นมากกว่าไม่ใช่เหรอะคะ” เจ้าน้อยแกล้งเบรก แต่พ่อกับแม่ไม่รู้ มองหน้ากันไปมาอย่างจนปัญญา

ส่วนที่ไร่สุพัฒนา เย็นนั้นคุณเล็กออกไปที่สวนดอกไม้และเห็นมันถูกซ่อมแซมขึ้นมาใหม่สวยงามดัง เดิม เธอนึกละอายที่ตนเองฟาดฟันทำลาย แต่นิพนธ์ก็ยังตั้งใจทำให้ใหม่ ไหนจะนริศราอีกที่หวังดีกับเธอ และในยามเผชิญทุกข์ นริศราก็ไม่คิดจะทอดทิ้งเธอ

นี่เองทำให้คุณเล็กยิ่งละอายใจ นิพนธ์จึงปลอบและให้กำลังใจก่อนจะสารภาพรักเธอซึ่งหน้า ทำเอาเธอเขินอายแต่ก็ไม่ปฏิเสธคนดีๆอย่างเขา...

ภูชิชย์พานริศราไปดูกาแฟปลอดสารพิษที่โตวันโตคืนเหมือนความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอนับวันยิ่งเพิ่มพูนเจริญงอกงาม ต่างจากแรกเจอที่เขาจ้องจะจับผิดเธออยู่เรื่อยเพราะไม่รู้ที่มาที่ไปของเธอมาก่อน

การพูดคุยกันครั้งนี้ภูชิชย์เรียกนริศราว่าแฟนเต็มปากเต็มคำจนเธอเขินอาย แต่พอเขาขอร้องให้เธออยู่ที่นี่กับเขาตลอดไป หญิงสาวกลับลังเลเพราะยังกังวลว่าคุณเล็กจะยอมรับเธอได้หรือไม่

คืนนั้นวิทวัสและคนงานจัดงานเลี้ยงฉลองที่คุณเล็กกับนริศรากลับมาอย่างปลอดภัย ปรากฏว่าคุณเล็กไม่ยอมมาร่วมงานเพราะละอายใจไม่กล้าสู้หน้านริศรา แต่เธอบอกใครต่อใครว่าปวดศีรษะอยากนอนพักผ่อน

นิพนธ์รู้ทันจึงจะไปกล่อมคุณเล็กแต่เผอิญเจอนริศราเสียก่อน ชายหนุ่มเขินอายที่จะบอกความรู้สึกแท้จริงที่มีต่อคุณเล็ก กระนั้นนริศราก็ยังจับสังเกตได้อยู่ดี แต่เธอไม่บอกใครๆ ที่ถามถึงนิพนธ์ว่าหายไปไหน

เมื่อคุณเล็กไม่ยอมมาแน่ บรรดาคนงานพากันบ่นเสียดาย เจมส์จึงสร้างความสนุกสนานครื้นเครงด้วยการเชิญพ่อเลี้ยงกับนริศราร้องเพลงเหมือนเมื่อครั้งเลี้ยงต้อนรับเขาวันแรกที่มาฝึกงาน

คุณเล็กนั่งมองบรรยากาศสนุกสนานนั้นด้วยรอยยิ้มแต่ไม่ยอมไปร่วมงานแม้นิพนธ์จะคะยั้นคะยอมากแค่ไหนก็ตาม

“ฉันไม่กล้าสู้หน้านิด ทั้งที่ฉันเคยเกลียดเขามากจนอยากจะฆ่าเขา แต่เขากลับช่วยชีวิตฉัน ดูแลปกป้องฉัน ฉันไม่มีหน้าจะไปหาเขาหรอก”

“แต่การที่คุณเล็กหลบหน้าคุณนิดแบบนี้ คุณนิดก็จะไม่รู้ว่าคุณเล็กเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อเธอนะครับ ถ้าคุณเล็กรู้สึกดีกับคุณนิดอย่างที่พูด คุณเล็กก็ต้องทำให้เธอรับรู้นะครับ” นิพนธ์ทิ้งท้ายไว้ให้คุณเล็กใคร่ครวญ

เช้าวันใหม่ ลัคนาเฝ้ารอลาวัลย์ที่หายเงียบไปปล่อยให้ตนจับเจ่าในโรงแรมโป๊ะมาสองสามวันแล้ว ขณะเธอกำลังหงุดหงิดอยู่นั้น พนักงานแจ้งขึ้นมาว่ามีแขกมาขอพบ ลัคนาสงสัยว่าใคร พอลงไปเห็นเธอตกใจแทบช็อกเพราะแขกคนนั้นคือณรงค์สามีของเธอนั่นเอง

ลัคนาถูกณรงค์ต่อว่าเรื่องโกหกใส่ร้ายนริศราถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร้องไห้กระซิกต่อหน้าเขา

“นี่ถ้าผมไม่บังเอิญได้คุยกับวัลย์ นาก็คงไม่ได้ตั้งใจจะปิดผมต่อไปจนผมกับน้องต้องตัดขาดกันไปโดยปริยายใช่ไหม”

“คุณณะ...นาขอโทษ แต่นาผิดด้วยเหรอที่ปกป้องทุกอย่างเพื่อครอบครัวของเรา นาไม่อยากให้ลูกของนาลำบาก”

“รู้ไหมว่าการโกหกแค่ครั้งเดียวของนามันทำลายความรักความไว้ใจในตัวนาหมดลงแล้ว”

“คุณณะหมายความว่ายังไงคะ”

“ผมไม่อยากให้ลูกของผมมีแม่ที่เห็นแก่ตัวและไม่มีความจริงใจแบบนา หลังจากที่เราหย่ากันเสร็จ ผมจะให้นิดกลับไปเรียนต่อ ส่วนลูกๆผมจะให้ไปเรียนที่สวีเดนกับผม”

ลัคนาตกใจมาก จับมือสามีอ้อนวอนขอโอกาส แต่ ณรงค์ยืนยันคำเดิม และถ้าเธอจะฟ้องร้องเรียกทุกอย่างที่ต้องการก็ได้ แต่ถ้าเห็นแก่ลูกก็อย่าทำอะไรให้มันอื้อฉาวเลย...ลัคนาพูดไม่ออก เอาแต่ร้องไห้มองตามสามีไปอย่างใจหาย ลาวัลย์เดินสวนเข้ามาเจอณรงค์ เธอทักทายพี่เขยก่อนจะรู้สึกแปลกใจคำพูดของเขาที่ฝากดูแลลัคนา จนเมื่อเธอเข้าไปเห็นสภาพพี่สาวและฟังเรื่องราวจบลง เธอปลอบโยนด้วยความสงสารและเห็นใจ

ออกจากโรงแรมณรงค์มุ่งหน้าไปไร่สุพัฒนาเพื่อพบนริศรา สองพี่น้องดีใจมากโผกอดกันกลมด้วยความคิดถึง ท่ามกลางสายตาชื่นชมของภูชิชย์และวิทวัส

“พี่ขอโทษที่ทิ้งนิด ทำให้นิดลำบาก”

“นิดรู้ค่ะว่าไม่ใช่ความตั้งใจของพี่ณะ”

“พี่รู้เรื่องทั้งหมดแล้วนะว่าอะไรเป็นอะไร พี่จะจัดการเรื่องนี้ชดใช้ให้นิดเอง”

“พี่ณะจะจัดการอะไรคะ”

“พี่ขอหย่ากับนาไปแล้ว...ลัคนาใจร้ายเกินไป พี่จำเป็นต้องทำ”

“แล้วนุ้ยกับนุ่นล่ะคะ แกจะเป็นยังไง พี่ณะอย่าทำขนาดนี้เลยค่ะ”

“เรื่องนี้พี่ขอจัดการเอง นิดมีหน้าที่เรียนก็กลับไปเรียนให้จบ”

ภูชิชย์กับวิทวัสได้ยินชัดถึงกับอึ้งไปด้วยกันทันที เช่นเดียวกับบรรดาคนงานพอรู้เรื่องนี้จากเจมส์ก็พากันแตกตื่นไม่อยากให้นริศราจากที่นี่ไป แต่ครั้นจะไปขอร้องก็ไม่กล้า เพราะเจมส์บอกว่าทำอย่างนั้นเท่ากับเห็นแก่ตัวไม่ให้นริศราได้กลับไปเรียนต่อ

ภูชิชย์ใจหายและกระวนกระวาย พอทราบว่าณรงค์จะพานริศราไปวันนี้เลยเพื่อเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้ เขายิ่งกลุ้มใจ ขอร้องให้นอนค้างที่นี่สักคืน แต่ณรงค์ปฏิเสธเพราะต้องการไปนอนที่โรงแรมของโป๊ะ ภูชิชย์จึงขอคุยกับนริศราเป็นการส่วนตัวสักครู่

ชายหนุ่มเว้าวอนไม่อยากให้เธอจากไป แต่เธอให้เหตุผลว่าถึงชีวิตจะเป็นของเราแต่เรากำหนดทุกอย่างในชีวิตไม่ได้

“เธอยอมแพ้มากกว่า...นริศรา”

“แล้วจะให้ฉันทำยังไงคะพ่อเลี้ยง”

“เราไปบอกพี่ชายเธอว่าเรารักกัน เธอจะอยู่ที่นี่กับฉัน”

“ลืมคุณเล็กไปหรือเปล่าคะ”

“ขอเวลาให้ฉันหน่อยนะนริศรา ฉันเชื่อว่าคุณเล็กจะยอมรับเธอ”

“ฉันบอกแล้วไงคะว่าเรากำหนดทุกอย่างในชีวิตไม่ได้” นริศราเอ่ยหน้าเศร้าแล้วผละไปเก็บสัมภาระที่บ้านพัก โดยมีแม่อุ้ยกับพรช่วยด้วย ทั้งคู่อาลัยอาวรณ์น้ำตาซึม นริศราเองก็รักทุกคน เธอขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้ามีโอกาสเธอต้องกลับมาหาทุกคนที่นี่แน่นอน

วิทวัสสงสารพี่ชายที่จะต้องเสียคนรักไปตลอดชีวิต เขาลากตัวพี่ชายไปคุยกับคุณเล็กเพื่อให้เธอยอมรับนริศรา ปรากฏว่าคุณเล็กโวยวายพี่ภูไม่ได้เรื่อง ไม่ได้อย่างใจเลย สองหนุ่มพี่น้องงงเป็นไก่ตาแตกแต่ก็รีบตามคุณเล็กที่จะไปสกัดนริศราไว้

เวลานั้นลาวัลย์พาลัคนามาถึงพอดี ลาวัลย์ขอร้องณรงค์ให้เลิกความคิดที่จะหย่ากับลัคนา แต่ณรงค์นิ่งไปเงียบไม่ตอบ กระทั่งนริศราเอ่ยด้วยตัวเอง พี่ชายถึงยอมเปลี่ยนใจ ยังความซาบซึ้งแก่ลัคนาถึงกับโผกอดขอบคุณนริศราทั้งน้ำตา

เมื่อคุณเล็กออกโรงห้ามปรามและขอร้องนริศราเพราะต้องการเธอเป็นพี่สะใภ้และเป็นความสุขของครอบครัว ทำให้ณรงค์งุนงงสงสัย วิทวัสเลยต้องอธิบายความว่าภูชิชย์กับนริศรารักกัน แล้วจู่ๆลัคนาก็ทักวิทวัสขึ้นมาอย่างจำได้ ถามถึงลูกเมียของเขาด้วย ความจริงเลยแตกดังโพละ แต่คุณเล็กก็ไม่ได้ว่าอะไรพี่ชายสักคำ กลับเร่งให้เขาไปพาลูกเมียมาที่นี่ ห้ามเลี้ยงดูกันแบบหลบๆซ่อนๆอีกต่อไป

เมื่อทุกฝ่ายเข้าใจกันด้วยดี นริศราได้กลับไปเรียนต่อจนจบ แต่ระหว่างรอคอยภูชิชย์ทนคิดถึงเธอไม่ไหว เขาตามไปเซอร์ไพรส์เธอถึงอเมริกาจึงรู้ว่าเจ้าน้อยย้ายจากอังกฤษมาเรียนต่อปริญญาเอกที่นี่โดยมีโป๊ะเป็นผู้ดูแลทั้งตัวและหัวใจของ เธอ ส่วนคุณเล็กกับนิพนธ์ก็หมั้นกันเรียบร้อยแล้วและคุณเล็กยังเปลี่ยนชื่อไร่สุพัฒนาเป็นไร่ภูชิชย์นริศราอีกด้วย ขณะที่ภูชิชย์ก็เตรียมเปิดร้านกาแฟในไร่เป็นของขวัญให้นริศราในวัน แต่งงาน...

ooooooo

–อวสาน–


ละครรักประกาศิต ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านรักประกาศิต ติดตามรักประกาศิต ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 28 มี.ค. 2555 09:04 2012-03-31T02:20:25+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ