ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ต้นรักริมรั้ว

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เช้านี้ อณุกามาทำงานด้วยอารมณ์หงุดหงิด พอเจอทรายแก้วก็ถามทันทีว่านลินมาทำงานหรือยัง พอรู้ว่ายังก็สั่งให้โทร.ตามตัวมาพบตนเดี๋ยวนี้ พูดอย่างตึงเครียดว่า มีเรื่องต้องคุยกัน

    ส่วนนลิน พอหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอก็พนมมือภาวนาขออย่าได้ตกอยู่ในรถของปราณเลย แต่พอมาถึงบริษัทมัญจาก็รี่เข้ามาบอกทันทีว่ามีเรื่องจะเม้าท์ให้ฟังรับรองฟังแล้วเธอต้องอึ้งแน่ๆ

    ที่แท้คือมนัญญามาเล่าความร้ายกาจของอณุกาให้ฟังว่า หลังจากเธอถูกไล่ออกจากงานแล้วอณุกาก็ไปล็อบบี้บริษัทต่างๆ กระทั่งบริษัทเล็กๆ ที่เช่าตึกแถวเป็นออฟฟิศไม่ให้รับมนัญญาเข้าทำงาน มนัญญาเตือนนลินว่า

    “พี่บัวต้องระวังตัวนะคะ อยู่ห่างๆนายปราณไว้ นัญไม่อยากให้คนเก่งๆอย่างพี่บัวต้องเสียอนาคตเพราะผู้ชายเลวๆคนนั้น”

    มนัญญาแวะมาเล่าความร้ายกาจของอณุกาแล้วขอตัวกลับ นลินหันไปบอกกษิดิฐทันทีว่าเห็นไหม ลาออกไปแล้วเรื่องก็ยังไม่จบ กษิดิฐถามว่า บอกความจริงก็ไม่ได้ ลาออกก็ไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไร

    “ก็สู้ต่อไงกบ! บัวจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาโอกาสของบัวไว้”

    ดารินทร์เห็นทั้งสองคุยกันอย่างมีความลับ ถามว่าบอกได้ไหมว่าคุยเรื่องอะไรกัน นลินจึงหาทางกันกษิดิฐออกไปก่อนเพราะกลัวปากไม่มีหูรูดของเขาจะทำเสียเรื่องอีก เขาบอกว่าเย็นนี้จะมารับ เธอบอกไม่ต้องจะกลับเอง กษิดิฐเลยเดินคิดสงสัยไปว่า

    “แปลกๆนะ ขนาดเจอคนพาเข้าม่านรูดก็ยังไม่ยอมออก แถมยังไม่อยากให้ใครเห็นเรา หรือว่าบัวแอบชอบใครที่นี่สงสัยจะปล่อยหลานสาวคุณย่าห่างสายตาไม่ได้แล้วล่ะสิ” คิดแล้วบอกตัวเองว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

    ooooooo

    หลังจากดารินทร์กับมัญจาฟังนลินเล่าเรื่องปราณให้ฟังแล้ว ทั้งสองพูดอย่างโล่งอกว่าดีที่กษิดิฐไปช่วยไว้ทัน ส่วนเรื่องที่กังวลว่าจะถูกอุณกาเล่นงานนั้น ดารินทร์แนะว่าให้นลินรีบหาแฟนเสีย อณุกาจะได้ไม่เอาเรื่อง

    นลินถามอย่างหนักใจว่าเวลากระชั้นอย่างนี้จะให้ตนไปหาใครมาเป็นแฟนได้ พอดีติณณ์เดินมาจะขึ้นลิฟต์เหมือนกัน ทั้งสองชี้ทันที

    “คนนี้ไง”

    ทั้งหมดเข้าลิฟต์ตัวเดียวกัน มัญจาชงเรื่องทันที ทำเป็นถามนลินว่าอยากรู้ว่าคุณติณณ์จะเดินทางกี่โมงไม่ใช่หรือ แล้วยุเพื่อนให้ถาม ติณณ์บอกโดยไม่รอให้ถามว่า “เครื่องผมออกห้าทุ่มครับ”

    มัญจาแกล้งถามว่า “ให้บัวไปส่งไหมคะ” นลินหันไปยิ้มเก้อๆ กับติณณ์ต่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ต่างมองและหลบตากันไปมาจนต่างคนต่างเขิน มัญจากับดา–รินทร์มองทั้งสองแล้วแอบขำกันกิ๊กกั๊ก

    ออกจากลิฟต์แล้ว ติณณ์ยังไม่หายตื่นเต้น จนต้องหยุดยืนพิงกำแพงบ่นตัวเอง “เป็นเอามากนะเรา”

    สามสาว เดินมาเจอสารัช เขาตรงเข้ามาบอกว่าคุณอณุกาเรียกนลินไปพบโทร.เข้ามือถือหลายครั้งแต่เธอไม่รับสายนลินค้นกระเป๋าหามือถือไม่เจอ คิดว่าคงจะตกอยู่ในรถของกษิดิฐ บ่นตัวเองว่า “ทำไมมีแต่เรื่องซวยอย่างนี้นะ” เธอสูดหายใจลึกๆสบตามัญจากับดารินทร์ แล้วเดินไปทางห้องของอณุกา

    ooooooo

    พอเดินเข้าไปในห้องทำงานของอณุกาเห็นปราณนั่งอยู่ นลินชะงักนิดหนึ่ง พยายามตั้งสติทำตัวปกติเดินเข้าไป อณุกาบอกให้นั่ง ทักว่าดูท่าทางเธอเครียดๆ พูดเป็นนัยให้นลินเครียดยิ่งขึ้นว่า

    “ฉันเข้าใจว่าเรื่องอย่างนี้เป็นใครก็เครียด...ตกลงเธอรู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเรียกเธอมาคุยเรื่องอะไร” นลินอึกอักบอกว่าไม่แน่ใจ “เหรอ...งั้นฉันจะบอกให้ ฉันเรียกเธอมาคุยเรื่อง...” พูดทิ้งไว้แล้วหันไปทางปราณ “ปราณ ฉันบอกให้เธอหยิบแฟ้มนั่นมาให้หน่อย ไม่ได้ยินรึไง”

    ปราณสะดุ้งรีบไปหยิบแฟ้มให้ อณุกาจึงบอกนลินว่าเรียกมาเรื่องงาน คือเมื่อวานตนเสนอชื่อและผลงานของเธอให้หุ้นส่วนสาขาเกาหลีดูแล้ว พวกเขาโอเค แต่ติดที่เธอยังไม่มีคุณวุฒิด้านตำแหน่งงานเพียงพอ ถ้าเขาจะเลื่อนเธอจากคนตำแหน่งเล็กๆขึ้นไปอยู่ตำแหน่งใหญ่เลย ก็กลัวจะข้ามหน้าข้ามตาคนอื่น ตนจึงให้เธอโชว์ฝีมือเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอสมควรได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าทีมครีเอทีฟ

    นลินดีใจมากถามว่าตนจะได้เป็นหัวหน้าครีเอทีฟหรือ อณุกาบอกว่าขึ้นอยู่กับว่าเธอสามารถคิดแคมเปญโฆษณาประกันภัยชิ้นนี้ให้เสร็จภายในคืนนี้หรือเปล่า พลางเอาแฟ้มให้ดู

    “คืนนี้เลยเหรอคะ” นลินอึ้ง

    “ใช่! พรุ่งนี้ตอนสิบโมงเช้า ลูกค้าและหุ้นส่วนจะมาฟังเธอพรีเซนต์และถ้างานถูกใจลูกค้าเจ้าของผลงาน ก็ได้ตำแหน่งหัวหน้าทีมครีเอทีฟแล้วก็รอแพ็กกระเป๋าไปทำงานที่สาขาเกาหลีกับติณณ์ได้เลย”

    “ขอบคุณค่ะคุณอณุกา บัวจะทำให้เต็มที่เลยค่ะ” นลินดีใจมาก เพราะนอกจากจะไม่ถูกเล่นงานเรื่องปราณแล้วยังมีข่าวดีเรื่องงานด้วย

    แต่พอมาเล่าให้มัญจากับดารินทร์ฟัง ดารินทร์คาดการณ์ว่า

    “ในฐานะที่พี่มีประสบการณ์ทำงานที่นี่มาก่อน ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณอณุกาพูดว่า ‘เธอรู้จักฉันน้อยไป!’ เหมือนที่เขาทำใส่ยายนัญ เมื่อนั้นแหละมีเรื่อง! แต่นี่คุณอณุกาไม่พูดแบบนั้นกับบัวก็แปลว่าสถานการณ์สงบ”

    หารู้ไม่!! พอนลินออกจากห้อง อณุกาก็พูดกับปราณแววตาร้ายกาจว่า ถ้าไม่ใช่เพราะลูกค้าโทร.มาสั่งให้นลินเป็นคนคิดแคมเปญนั้น ตนไม่เอาไว้ให้มาลอยหน้าลอยตาอย่างนี้แน่ ปราณติงให้ใจเย็นๆเพราะอย่างน้อยนลินก็ทำงานเก่ง

    “ฉันไม่สน! ผู้หญิงที่แกล้งเมาแล้วมายั่วสามีคนอื่นให้พาเข้าม่านรูด แต่พอผู้ชายไม่เล่นด้วย กลับไปฟ้องให้คนมารุมทำร้ายเธออย่างนี้ ฉันไม่เก็บไว้แน่!”

    “แต่คุณเพิ่งบอกไปเองนะครับว่า จะให้คุณบัวเป็นหัวหน้าทีมครีเอทีฟ”

    “หึ! ฉันไม่ได้บอกสักคำว่าจะให้นลินเป็น ฉันพูดว่า ถ้างานถูกใจลูกค้าเจ้าของผลงานก็ได้เป็นหัวหน้าทีม ถึงนลินจะคิดงานมาพรีเซนต์ แต่ถ้าฉันบอกว่ามันไม่ใช่ผลงานของนลิน แล้วใครจะทำอะไรได้...” พูดแล้วอณุกามองกระเป๋าสตางค์ของนลินในมือ ยิ้มเหี้ยม แววตาอำมหิต “นลิน! เธอรู้จักฉันน้อยไป!”

    ooooooo

    พอเพื่อนๆรู้ว่านลินไม่ถูกอณุกาเล่นงานเรื่องปราณก็พากันโล่งอก คิดว่าอณุกาคงไม่รู้ ดารินทร์เสนออีกครั้งให้นลินรีบมีแฟนเสียจะได้ปลอดภัย ลุ้นให้เธอไปส่งติณณ์ที่สนามบินคืนนี้เลย

    “ถึงยังไงบัวก็ไปไม่ได้หรอกค่ะ บัวต้องรีบคิดแคมเปญ ให้เสร็จภายในคืนนี้ ตอนนี้บัวยังไม่มีไอเดียเลย”

    ขณะนั้นเอง กษิดิฐโผล่เข้ามาทักกวนๆว่า “ไม่ร้องไห้ฟูมฟายอย่างนี้แปลว่ายังไม่โดนไล่ออกใช่ไหม”

    “กบ...ทำไมยังอยู่อีกล่ะ?” นลินถามเซ็งๆ

    กษิดิฐยิ้มกวนๆ ยักไหล่เล่าว่า ตนเช่าออฟฟิศที่นี่เปิดบริษัทออกแบบ เพื่อจะได้อยู่กับเธอทั้งวัน

    “ซวยละสิบัว ขืนกบอยู่ตึกเดียวกับเราแบบนี้ เรื่องบัวเคยแต่งงานต้องเข้าหูคุณติณณ์เข้าสักวันแน่” มัญจากระซิบ

    กษิดิฐจุ้นไปหมดทุกเรื่อง จนนลินขอตัวไปทำงาน บอกว่าคืนนี้คงอยู่ดึกแน่ๆ ให้เขากลับไปก่อนก็แล้วกัน สารัชขอตัวไปอีกคน พูดแดกดันลอยๆว่า ไม่ชอบนั่งร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า

    “นี่บัวเขายังกล้าอยู่ทำงานดึกๆอีกเหรอ ต่อให้เจ้านายไม่เอาเรื่องแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าไอ้หมอนั่นมันจะปล่อยบัวไปนะ” กษิดิฐปรารภกับมัญจา

    “ใจเย็นน่ากบ...บัวเขาห่วงงานน่ะ งานนี้มันสำคัญมาก บัวจะได้เลื่อนตำแหน่งหรือไม่ได้เลื่อนก็ขึ้นกับงานชิ้นนี้ แล้วอีกอย่าง...บัวก็คิดว่าคุณปราณไม่มายุ่งอีกแล้วล่ะ”

    “แต่กบไม่คิดอย่างนั้นนะ” กษิดิฐหน้าขรึมขึ้นมา ฝากมัญจาบอกกลินด้วยว่าคืนนี้จะมารับ มัญจาบอกว่าไม่ต้องตนจะดูแลเอง เลยถูกกษิดิฐหาว่ามัญจาทำตัวเหมือนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ช่วยนลินปกปิดตนเรื่องมีคนมาจีบเธอ ถามอย่างระแวงว่า “บัวแอบปิ๊งใครอยู่ใช่ไหม?” แล้วก็ระแวงคนชื่อติณณ์ ดารินทร์เลยยุมัญจาให้ผสมโรงเสียเลย

    มัญจาเล่าเป็นตุเป็นตะว่า คนชื่อติณณ์นั้นอายุห้าสิบกว่า มีลูกมีเมียแล้ว นลินไม่มีทางคิดอะไรกับติณณ์แน่นอน เพื่อให้น่าเชื่อถือดารินทร์อาสาพาไปดูคนชื่อติณณ์ แต่พอดีติณณ์เดินมา มัญจาทักทายแนะนำให้กษิดิฐรู้จักด้วย

    สองสาวเจ้าเล่ห์ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เพราะที่บริษัทนี้มีคนชื่อติณณ์ถึง 3 คน ติณณ์ที่มัญจาแนะนำนั้นเป็นติณณ์ฝ่ายการตลาด หลอกกษิดิฐแล้ว มัญจาภาวนาว่า

    “ขอให้กบเชื่อพวกเราด้วยเถอะ ไม่อย่างนั้น กบต้องป่วนความรักของบัวเหมือนเมื่อก่อนแน่”

    ดารินทร์มีความเห็นว่า ถ้านลินกับกษิดิฐไม่ได้รักกัน การที่นลินจะรักใครย่อมเป็นสิทธิ์ของเธอ พูดแล้วตบเข่าฉาด พูดอย่างมันอารมณ์ “แหม...ถ้าเป็นอย่างที่พี่คิดเรื่องคงสนุก คุณกบชอบบัว บัวชอบคุณติณณ์ นี่ถ้าคุณติณณ์ชอบบัวด้วย โอ้โห...สุดหรรษา”

    “แค่นี้ยังไม่สนุก พี่รินทร์...พี่รินทร์ต้องเจออีกคน...” มัญจานึกถึงแตงกวา คนที่เคยคบกับกษิดิฐก่อนที่เขาจะแต่งงานกับนลินตามคำขอของคุณย่า แค่นึกถึงแตงกวา มัญจาก็สยองแล้ว

    ooooooo

    ยศภัทรเห็นกษิดิฐเป็นคอมฯทิ้งไว้ เลยเข้าไปแอบอ่านอีเมล์ของเขา จึงรู้เหตุผลที่แท้จริงที่เขารีบกลับเมืองไทยกะทันหัน เล่าให้กมลาฟังแล้ว ทั้งสองก็ดักพบกษิดิฐเพื่อจับเท็จ

    ทันทีที่กษิดิฐกลับบ้าน กมลายิงคำถามทันที

    “กบ! บอกแม่มาตรงๆ ดีกว่าว่าทำไมกบถึงรีบกลับมาจากอเมริกา” กษิดิฐทำหน้าตายบอกว่าเรียนจบก็กลับ อยากกลับมาเปิดบริษัทของตัวเอง วันนี้ก็ไปเช่าออฟฟิศแล้ว อยู่ตึกเดียวกับบริษัทของนลินด้วย

    กมลาดีใจที่ลูกจะได้ใกล้ชิดกับนลินจนหลงประเด็น ยศภัทรเตือนว่า

    “แม่! เรื่องนั้นไว้ก่อน ลืมไปแล้วหรือว่าเรากำลัง สอบสวนตากบอยู่”

    เมื่อหันกลับมาซักไซ้เรื่องอีเมล์ กษิดิฐก็ยังทำไขสือ “ก็แค่อีเมล์ ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่”

    กษิดิฐใช้ความสามารถเฉพาะตัวที่ได้มาจากพ่อ เกลือกกลิ้งหาทางบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ จนกมลาพูดจริงจังว่า

    “ถ้ากบเหลวไหลเรื่องอื่นแม่จะไม่ยุ่ง แต่เรื่องนี้แม่ปล่อยไม่ได้ เพราะถ้าขืนกบไม่คุยกับเขาให้รู้เรื่อง ถ้าเขาตามกบกลับมา คนที่ซวยมันไม่ใช่กบคนเดียว แต่ยังมีคนอื่นด้วย...กบก็รู้นะว่าใคร”

    กษิดิฐรู้แกใจดีว่า พ่อกับแม่หมายถึงแตงกวา และถ้าแตงกวากลับมาจริงๆ นอกจากเธอจะอาละวาดตนแล้ว คนที่ต้องโดนกระหน่ำอีกคนคือนลิน

    ooooooo

    นลินทำงานอยู่จนห้าโมงเย็น ทั้งดารินทร์ มัญจา และสารัชต่างมีธุระต้องกลับก่อน มัญจากระเซ้าก่อน กลับว่า

    “อย่าลืมคิดคำสวยๆให้สมกับเป็นครีเอทีฟไปบอกลาคุณติณณ์ล่ะ”

    กษิดิฐทนไม่ได้ที่โทร.เข้ามือถือนลินแล้วเธอไม่รับสาย เพราะโทรศัพท์ของเธอตกอยู่ในรถเขาตอนค้นหากระเป๋าสตางค์ที่ปั๊ม พอสามทุ่มก็ขับรถออกไปอย่างตัดสินใจว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

    ติณณ์ยังอยู่ที่ทำงาน เขาเตรียมกระเป๋าเดินทางมาพร้อมแล้ว จนสามทุ่มเขาเก็บเอกสารและปิดคอมฯ

    มองกระเป๋าทำงานเห็นดอกกุหลาบสีขาวเสียบอยู่ เขาหยิบดอกกุหลาบขึ้นมาคิด...

    “อีกตั้งสามเดือนกว่าจะได้เจอกัน...จะลองให้เขาสักครั้งดีไหม”

    นลินเองก็ไม่มีสมาธิในการทำงาน คอยชำเลืองไปที่ห้องทำงานของติณณ์บ่อยๆ จนต้องเรียกสมาธิกลับมาตั้งใจทำงาน หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มปรากฏว่าน้ำหมด จึงเดิน ไปที่มุมกาแฟ

    ติณณ์เดินผ่านมาทางห้องทำงานของนลิน เห็นอุปกรณ์การทำงานทั้งคอมพิวเตอร์และหนังสือยังวางอยู่ เขาหยิบดอกกุหลาบขึ้นมาลังเลว่าจะวางไว้บนโต๊ะดีไหม ก็พอดีได้ยินเสียงจานรองแก้วตกแตก เขาตกใจรีบเอาดอกกุหลาบใส่กระเป๋า  เมื่อนลินเก็บจานรองแก้วเงยหน้าขึ้นเห็นติณณ์ยืนอยู่ ต่างเหมือนจะพูดอะไร เลยเกี่ยงกันเขินๆ ให้อีกฝ่ายพูดก่อน

    “ผมจะบอกว่าผมเพิ่งรู้ว่าพี่ณุกาให้คุณทำแคมเปญให้เสร็จในคืนนี้เหรอครับ...ยังไงก็ขอให้คุณบัวพยายามนะครับ...หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันนะครับ”
    ทุกประโยคของติณณ์ นลินตอบซ้ำๆ “ค่ะ...ค่ะ... ค่ะ...” จนเขาบอกว่า “ผมไปก่อนนะครับ” เธอก็ยังตอบได้คำเดียวว่า “ค่ะ...” จนเมื่อเขาไปแล้ว เธอหัวเราะขำตัวเองว่า “พูดเป็นแต่คำเดียวว่า...ค่ะ...รึไงยายบัว?”

    ฝ่ายติณณ์ เดินออกไปหยุดที่หน้าลิฟต์ เปิดกระเป๋าหยิบกุหลาบขาวขึ้นมาพึมพำกับตัวเอง

    “แค่ถือดอกไม้ไปให้เขาเอง...นายติณณ์...”

    ooooooo

    กษิดิฐมาถึงบริษัทแล้ว เขาตรงไปที่ห้องทำงานของนลิน เธอได้ยินเสียงฝีเท้านึกว่าติณณ์คงลืมอะไร

    “คุณติณณ์ลืม...” กลายเป็นกษิดิฐ ถูกเขาจับผิดทันทีว่าเมื่อกี้เรียกตนว่าอะไรนะ เป็นจังหวะที่ติณณ์ถือดอกกุหลาบย้อนมาจะให้นลิน เห็นเธอคุยอยู่กับชาย

    คนหนึ่งหันหลังให้อยู่ เขาเก็บดอกกุหลาบใส่กระเป๋า หันเดินกลับไป...

    กษิดิฐพาลหาเรื่องว่า เธออ้างงานเพื่ออยู่รอพบนายติณณ์ใช่ไหม นลินที่ได้ฟังดารินทร์เล่าเรื่องนี้มาก่อนแล้ว เลยตีขลุมไปตามนั้น  กษิดิฐไม่สนใจ เขาเก็บอุปกรณ์การทำงานทั้งหมดบอกให้เธอกลับไปทำต่อที่บ้าน อ้างว่า

    “พ่อแม่ของกบรอกินข้าวกับบัวอยู่ วันนี้แม่เขาเลี้ยงต้อนรับกบกลับมา แม่บอกว่าถ้าบัวไม่กลับ แม่ก็จะนั่งรอ”

    แต่เมื่อพากลับถึงบ้าน ปรากฏว่าทั้งพ่อและแม่เข้านอนหมดแล้ว พอถูกนลินจับผิดเขาแถไปหน้าตาเฉยว่า

    “นี่มันห้าทุ่มกว่าแล้วนะจ๊ะแม่คุณ ใครจะไปนั่งหิ้วท้องรอคุณบัวได้ล่ะ ป่านนี้พ่อแม่ของกบนอนกรนสนั่นบ้านไปแล้ว”

    นลินโกรธมาก กำลังจะมีเรื่องกัน กมลาก็ลงมาถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ พอนลินขอโทษที่มากินเลี้ยงด้วยไม่ทันกมลาถามงงๆ ว่ากินเลี้ยงอะไร เธอเลยจับได้ว่ากษิดิฐหลอกให้ตนกลับมา เลยยิ่งโมโห แทนที่กษิดิฐจะสลด กลับเดินหัวเราะขึ้นข้างบนพูดขำๆ

    “ยังหลอกง่ายจริงๆคุณนายบัวเอ๊ย...”

    “นายกบ! ลงมาคุยกันให้รู้เรื่องนะ” นลินโมโหแทบคลั่ง พอกลับถึงห้องทำงานที่บ้านตัวเอง ก็รีบลงมือทำงาน อดบ่นไม่ได้ “นายกบนะนายกบ...เคยสร้างความวุ่นวายให้กับชีวิตยังไง ก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น ดีนะที่หลอกเรื่องคุณติณณ์ได้ไม่อย่างนั้นละก็...โอ๊ย...ไม่อยากจะคิด”

    นลินตั้งสมาธิทำงานต่ออย่างเคร่งเครียด เพราะกลัวจะเสร็จไม่ทันเส้นตายของอณุกา

    ฝ่ายกษิดิฐกลับเข้าห้องนอนยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อคิดแผนที่จะแกล้งนลินพรุ่งนี้ได้ เขาเอามือถือชาร์จแบตปิดไฟนอน

    ที่มือถือมีแสงไฟวาบๆ บอกว่ามีสายเข้า 25 มิสคอล เป็นสายจากแตงกวาเธอพึมพำหน้าตาเอาเรื่อง

    “คิดว่าจะหนีแตงกวาพ้นหรือ! กบ!!”

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น กษิดิฐไปนั่งรอนลินที่บ้าน ตั้งแต่หกโมงเช้า แต่ยังไม่ทันเจอกับนลิน กมลาก็เดินมาบอกว่ามีคนมารอพบที่บ้าน พอเขากลับไปก็เจอแตงกวานั่งรออยู่

    แตงกวาตัดพ้อกษิดิฐว่าหลอกตนว่าจะไปเที่ยวซานฟรานกับเพื่อนแต่หนีกลับเมืองไทย เขาทำหน้าระรื่นถามว่าตนจะหนีเธอไปทำไม ถูกทั้งพ่อและแม่ถามแทนแตงกวาว่าตอนอยู่อเมริกาเขารับปากจะแต่งงานกับแตงกวาหรือ เขาเลยจับแขนแตงกวาพาไปคุยข้างนอก

    กษิดิฐพูดอย่างไม่ชอบใจว่าแตงกวาเล่นอย่างนี้อีกแล้ว ที่ตนต้องหนีกลับเมืองไทยเพราะเธอเล่นพูดเรื่องแต่งงานทุกวันทั้งที่ตนไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเธอเลย

    “กบรับปากรึเปล่าไม่รู้ แต่แตงกวาบอกเรื่องนี้กับพ่อไปแล้ว” กษิดิฐเสียงแข็งว่ายังไงตนก็ไม่แต่ง “คอยดูแล้วกัน แตงกวาจะทำให้กบเปลี่ยนคำพูด” เธอพูดอย่างมาดมั่น เพราะคนอย่างแตงกวาอยากได้อะไรต้องได้ กษิดิฐถามอย่างไม่สบายใจว่าเธอจะทำอย่างไร “ถ้าบอกก็ไม่สนุกสิ...กบรู้จักบริษัทภัทร แอดเวอร์ไทซิ่งไหม”

    แตงกวาถามอย่างเป็นต่อแล้วขับรถออกไปเลย พอดีนลินตะโกนข้ามรั้วมาเร่งว่าจะไปกันหรือยังตนรีบ

    ระหว่างนั่งมาในรถ กษิดิฐถามอย่างหวั่นใจว่าเธอได้ข่าวแตงกวาบ้างไหม พอรู้ว่าแตงกวาไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับนลินก็สบายใจ เลียบเคียงถามว่าบริษัทที่เธอทำงานอยู่ชื่ออะไร พอรู้ว่า ภัทร แอดเวอร์ไทซิ่ง ก็ชะงักอึ้งแต่รีบเก็บอาการบอกเธอว่าไม่มีอะไร แล้วจู่ๆนลินก็ถามว่าที่เกาหลีตอนนี้หนาวไหม ทำให้กษิดิฐสงสัยว่าเธอถามทำไมหรือ ใครจะไปเกาหลี?

    เพราะเมื่อคืนทำงานจนเกือบไม่ได้นอน นลินหลับระหว่างนั่งรถไปบริษัท กษิดิฐดูแลเธออย่างห่วงใย เอามือป้องแสงแดดไม่ให้รบกวนการนอนของเธอ

    ooooooo

    อณุกามาถึงที่ทำงานแล้ว ถามทรายแก้วทันทีว่านลินทำงานเสร็จไหม ทรายแก้วรายงานว่าเธอโทร.มาบอกว่าเสร็จแล้วและพร้อมพรีเซนต์

    “ดี! สมแล้วที่เป็นครีเอทีฟมือรางวัล แต่น่าเสียดาย...” อณุกายิ้มเยาะ ทรายแก้วถามว่าเสียดายอะไรหรือ?

    “รีบไปตามนลินให้มาเร็วๆสิ แล้วเธอจะรู้เองว่าคุณอณุกาเสียดายอะไร” ปราณบอกทรายแก้ว

    ในห้องประชุม นลินโชว์พรีเซนเตชั่นและพูดพรีเซนต์คอนเซปต์แคมเปญโฆษณาประกันอย่างมั่นใจว่า

    “ดิฉัน ขอสรุปโฆษณาชิ้นนี้อีกครั้งนะคะว่าเราจะเสนอภาพประกันภัยเราเหมือนเพื่อน ข้างบ้านที่เกิดพร้อมกัน เติบโตมาด้วยกัน แล้ววันนึงเพื่อนสนิทก็ถูกลืม จน กระทั่งวันนึงที่เพื่อนอีกคนเดือดร้อน เพื่อนสนิทคนนี้ก็คือคนแรกที่ไปยืนเคียงข้าง ไม่เคยทิ้งไปไหน ซึ่งแคมเปญโฆษณาชุดนี้จะอยู่ภายใต้คอนเซปต์ที่ว่า...เรามักเห็นความสำคัญของ คนใกล้ตัวเป็นคนสุดท้าย แต่เราคิดถึงคุณเป็นคนแรกเสมอ ไทยวัฒนาประกันภัย อยู่เคียงข้างคุณตั้งแต่วันแรกและตลอดไป”

    ผลงานของนลินถูกใจบรรดากรรมการผู้ถือหุ้นอย่างมาก ชมนลินว่าเก่งมาก

    อณุกาเหยียดยิ้ม ก้มมองข้อความในมือถือ “กำลังจะขึ้นลิฟต์ค่ะ”

    เธอคือแตงกวานั่นเอง! แต่การมาของแตงกวาก็ไม่พ้นสายตาของกษิดิฐที่พาเอ็ดดี้ เด็กหนุ่มวัย 22 ปี

    รุ่น น้องที่ปากไม่มีหูรูดเหมือนกัน และบางเรื่องก็ยิ่งกว่า แต่มีความรักและสำนึกบุญคุณที่กษิดิฐให้โอกาสทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ จึงทั้งเคารพและรักกษิดิฐมาก พอเห็นแตงกวากำลังขึ้นลิฟต์ กษิดิฐก็พาเอ็ดดี้วิ่งขึ้นบันไดหนีไฟที่หน้าออฟฟิศของนลินแทน

    นลิน ถูกเรียกเข้าไปในห้องประชุม เธอดีใจมากที่งานผ่าน แต่แล้วก็งงหน้าเผือด เมื่ออณุกาแจ้งแก่ที่ประชุมว่าเกิดความผิดพลาดเล็กน้อย แล้วบอกทรายแก้วว่า

    “ทราย แก้ว! ฉันให้เธอไปตามเจ้าของความคิดคอนเซปต์นี้มา แล้วเธอไปตามนลินมาทำไม” ทรายแก้วพาซื่อบอกว่านลินเป็นเจ้าของคอนเซปต์นี้ อณุกาเสียงเข้มว่า “นลินไม่ใช่เจ้าของความคิดนี้! เธอเป็นแค่ครีเอทีฟที่มาพรีเซนต์งานให้ลูกค้าฟังเฉยๆ ส่วนเจ้าของความคิดนี้จริงๆแล้วคือ...”

    สิ้นเสียงอณุกา แตงกวาก็ก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ปรายตามาทางนลินเหยียดยิ้มเยาะ อณุกาแนะนำทันทีว่า

    “ดิฉันขอแนะนำคุณแตงกวา เป็นหัวหน้าครีเอทีฟคนใหม่ของบริษัทภัทร แอดเวอร์ไทซิ่ง และเป็นเจ้าของคอนเซปต์ของงานนี้ค่ะ”

    นลินชาไปทั้งตัว มองอณุกาและแตงกวาเหมือนเห็นโลกแตกตรงหน้า!

    ooooooo

    ขณะ ที่ดารินทร์ มัญจาและสารัชกำลังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั่นเอง อณุกาก็พาแตงกวามาแจ้งแก่ทุกคนว่า นี่คือหัวหน้าทีมครีเอทีฟคนใหม่ แล้วประกาศว่า

    “ยังมีอีกเรื่องที่ฉันจะประกาศ ความจริงงานนี้ออกมาดีได้เพราะนลินช่วยไว้ ถ้าฉันจะไม่ให้อะไรนลินเลยก็ดูจะใจร้ายไป” แล้วอณุกาก็มอบของขวัญให้นลินเป็นกระเป๋าสตางค์ สารัชจำได้ว่าเป็นกระเป๋าสตางค์ของนลินที่หายไป สงสัยว่าไปอยู่ที่อณุกาได้อย่างไร อณุกา ยิ้มเยาะเฉลยว่า “เพราะมันตกอยู่ในรถของสามีฉันไง!”

    นลินฮึดสู้ชี้แจงเรื่องที่เกิด ขึ้นคืนนั้นที่อณุกาบอกว่าเธอมอมเหล้าปราณเพื่อแบล็กเมล์หวังจะเลื่อน ตำแหน่งว่าไม่จริง เมื่อปราณออกมาด่าว่าเธอซ้ำเติมอีก นลินด่าคืนอย่างแค้นใจ “คุณมันคนลวงโลก!”

    “มันจะมากไปแล้วนะ!” อณุกาปราม ประกาศไล่นลินออกจากงานแล้วควงปราณ “ไปกันเถอะปราณ ฉันมีประชุมที่สิงคโปร์อีก”

    อณุกา ปราณ และแตงกวาพากันเดินไปทางลิฟต์ทันที อณุกาพูดขณะรอลิฟต์ว่า

    “ความจริงพี่ก็เสียดายฝีมือของนลินนะ นลินเป็นคนเก่ง นี่ถ้านลินมีแฟนหรือแต่งงานแล้ว พี่ก็คงไม่ไล่ออกแบบนี้”

    “ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณอณุกา เรามีคุณแตงกวามาเป็นหัวหน้าครีเอทีฟแทนนลิน เราก็มีคนเก่งไม่แพ้กัน” ปราณเอ่ย

    กษิดิฐมาได้ยินพอดี เขาตกใจมากเมื่อรู้ว่านลินถูกไล่ออกจากงาน และถูกแตงกวามาแย่งตำแหน่งไป

    ฝ่าย นลินพอตั้งสติได้ก็วิ่งตามไป เห็นอณุกากำลังจะขึ้นรถ เธอรีบไปดักหน้าขอร้องให้ฟังตนก่อน ยืนยันว่าตนไม่มีวันจะยุ่งกับปราณ เพราะ “บัวมีแฟนแล้วค่ะ และเรากำลังจะแต่งงานกัน”

    อณุกาไม่เชื่อบอกให้เธอพิสูจน์ด้วยการส่งการ์ดแต่งงานมาให้ดูในวันจันทร์หน้า ขู่ว่า

    “ถ้า เธอแต่งงานจริง ฉันจะคืนตำแหน่งให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน แต่ถ้าฉันรู้ว่าเธอโกหกละก็...เธอเตรียมลาวงการโฆษณาไปได้เลย!!” จ้องหน้านลินแล้วเดินไปขึ้นรถคันหรูไป

    นลินเผชิญหน้ากับแตงกวา ถามว่าทำไมต้องมาวุ่นวายกับชีวิตตนตลอดเวลา แตงกวาพูดใส่หน้าว่า

    “เธอก็รู้นี่ว่าเพราะอะไร”

    กษิดิฐวิ่งกระหืดกระหอบมาถามนลินว่าอณุกาไปไหน ทำให้เธอเอะใจว่าเหตุเกิดเพราะกษิดิฐนี่เอง พึมพำ...

    “เพราะกบอีกแล้ว!” นลินเดินหนีไปอย่างโกรธจัด บรรดาเพื่อนๆรีบตามไป

    แตงกวา มองกษิดิฐอย่างสะใจ เขาถามเธอว่าทำอย่างนี้ทำไม เธอลอยหน้าบอกว่า “แค่เรื่องความสะใจ!” ทั้งยังขู่ว่า “ถ้ากบยังดื้อไม่แต่ง กบก็ดูต่อไปแล้วกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น” แล้วกรีดกรายเข้าลิฟต์ไป

    ooooooo

    นลิน ไม่ยอมจำนนกับการถูกกลั่นแกล้ง เมื่อบอก อณุกาว่าตนมีแฟนแล้วและกำลังจะแต่งงาน แต่ลืมคิดไปว่าจะหาแฟนหาเจ้าบ่าวที่ไหนมาพิมพ์การ์ดแต่งงาน
    กษิดิฐเป็นห่วงนลิน เย็นนี้จึงออกมาป้วนเปี้ยนแถวข้างรั้วบ้านนลิน จนยศภัทรกับกมลามาถามดักคอว่ามารอพบนลินหรือ ยศภัทรก็พูดล้อว่า

    “ผู้ชายมาแอบรอสาว มันมีเหตุผลเดียวล่ะแม่ แอบพบ...ประสบรัก...”

    “ตอนนี้บัวไม่อยากประสบรักกับผมหรอก แต่อยากให้ผมประสบอุบัติเหตุมากกว่า”

    “ก่อปัญหาให้หนูบัวอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย? เกี่ยวกับหนูแตงกวารึเปล่า” กมลาเอะใจ กษิดิฐตอบอึกอักว่า

    “เรื่องจุ๊บจิ๊บน่ะแม่ เดี๋ยวกบเอาของกินล่อ บัวก็หายโกรธเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ...กษิดิฐคอนเฟิร์มมมม”

    พอดี นลินกลับมา กษิดิฐวิ่งไปที่หน้าบ้านตัวเอง ทำเสียงทะเล้นทัก “ไปไหนมาจ๊ะน้องสาว...” แล้วทำหน้าเป็นบรรยายอาหารต่างๆ ที่เธอชอบหมายให้เธอหายโกรธ  แต่นลินไม่ยอมพูดด้วย กษิดิฐเลยเปลี่ยนแผนใหม่เอานิ้วจี้เอวจนเธอดุ

    “เลิกเล่นเป็นเด็กๆ เสียทีเถอะกบ!” กษิดิฐหัวเราะดีใจที่เธอยอมพูดด้วยแล้ว นลินถามอย่างเสียความรู้สึกว่า “บัวโดนไล่ออก กบไม่รู้สึกผิดเลยใช่ไหม?” กษิดิฐเลยตลกไม่ออก ถามเป็นการเป็นงานว่า

    “แล้วเรื่องของบัวจะทำยังไงต่อไป”

    “ก็ทำทุกอย่างที่จะได้ตำแหน่งของบัวคืนมา”

    “ให้กบช่วยไหม”

    “ไม่ต้อง!” นลินตัดบทแล้วเดินเข้าบ้านไปเลย

    ooooooo

    กมลาจับตาดูอยู่ เมื่อกษิดิฐกลับเข้ามาก็ตำหนิจริงจัง

    “แม่ บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เคลียร์กับหนูแตงกวาให้รู้เรื่อง เห็นรึยังว่าคนที่ซวยคือหนูบัว!! แล้วพรุ่งนี้เราต้องไปทำบุญครบรอบคุณย่าเสีย 3 ปี บ้านหนูบัวก็ไปด้วย แล้วจะมองหน้ากันได้ไหมเนี่ย?”

    “ยังไงแกต้องขอโทษหนูบัว แล้วก็ช่วยหนูบัวให้ได้งานคืนมาด้วย” ยศภัทรยื่นคำขาด

    “เรื่องนั้นผมรู้ แต่ที่ยังไม่รู้ก็คือ บัวจะทำอะไรเพื่อให้ได้งานคืนมา” กษิดิฐยอมรับอย่างหนักใจรุ่งขึ้น...

    สองครอบครัวไปทำบุญที่วัดให้คุณย่าด้วยกัน แต่นลินหมางเมินกับกษิดิฐจนผู้ใหญ่มองกันอย่างไม่สบายใจ

    ที่มุมหนึ่งของวัด นลินเดินออกมาคุยโทรศัพท์กับมัญจา

    “นี่เธอหาคนจะมาเป็นแฟนฉันได้แล้วหรือมิ้นท์...ใคร?...พี่อนัทธ์...เจอเย็นนี้เลยเหรอ...ก็ได้...ฉันจะรีบไป”

    คุยเสร็จหันกลับเจอกษิดิฐยืนอยู่ เขาถามว่า “นี่บัวคิดจะทำอะไร”

    “ไปจัดการเรื่องตัวเองให้รอดก่อน แล้วค่อยมายุ่งเรื่องคนอื่น” นลินตัดบทอย่างหงุดหงิด

    กษิดิ ฐเล่าเรื่องที่ได้ยินให้ยศภัทรและกมลาฟัง ยศภัทรจำได้ถามว่า นายอนัทธ์ที่เป็นรุ่นพี่ที่ตามจีบนลิน ตอนอยู่มหาวิทยาลัยใช่ไหม กมลาถามว่าแล้วนลินจะกลับไปนัดเขาอีกทำไม?

    กษิดิฐคิดทบทวนถึง เหตุการณ์หน้าลิฟต์ที่นลิน มัญจา และดารินทร์วิ่งมาจะตามอณุกาเข้าลิฟต์ แต่เข้าไม่ทัน ได้ยินสามสาวคุยกันอย่างหนักใจ...

    “ทำยังไงต่อล่ะบัว?” มัญจาถาม มองหน้าเพื่อนอย่างหนักใจ ดารินทร์เสนอว่า

    “ในฐานะที่พี่มีประสบการณ์ที่นี่มาก่อน พี่ขอยืนยันว่า งานนี้บัวต้องบอกคุณอณุกาไปเลยว่าบัว มีแฟนแล้ว!”

    “เจอขนาดนี้แค่มีแฟนอย่างเดียวไม่พอหรอก

    พี่รินทร์ ต้องบอกว่ามีผัวไปเลย!” มัญจาเสนอเอาให้ สะใจไปเลย

    “อะไรก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่บัวได้ตำแหน่งของบัวคืน!” นลินบอกทั้งสองอย่างเด็ดเดี่ยว

    คิด ทบทวนเหตุการณ์ตอนนั้นแล้ว กษิดิฐตั้งข้อสังเกตว่า “นี่บัวคิดจะหาแฟนไปโชว์เจ้านายเหรอ?” ถูกกมลาดุว่าพูดอะไรบ้าๆ “เดี๋ยวก็รู้ครับแม่ ว่าผมพูดบ้าหรือพูดจริง” กษิดิฐมองไปทางนลินอย่างมุ่งมั่นต้องหาความจริงให้ได้

    นลินเห็นใกล้เวลาที่นัดกับมัญจาไว้  จึงออกอุบายให้ชลัชช่วยพากลับไปด้วยกัน

    ooooooo

    มัญจาช่วยเพื่อนเต็มที่  คิดถึงเพื่อนๆสมัยเรียนมาด้วยกัน นึกถึงอนัทธ์ มัญจามั่นใจว่าคนนี้เอาอยู่แน่ จึงนัดเจอกัน

    ขณะนั่งรอนั้น อนัทธ์เดินเข้ามา เขาตรงไปโต๊ะข้างหลังพวกนลิน ชี้หน้าเพื่อนชายอีกคนด่าลั่น

    “ที่หลบหน้าฉัน เพราะแอบมาคบกับนางชะนีนี่เองน่ะเหรอ!” ฝ่ายชายขอให้ใจเย็นๆ “โดนชะนีหน้าเหงือกแย่งผัวไป ใครจะใจเย็นอยู่ได้ หา!!”

    เห็นอาการของพี่อนัทธ์แล้ว ดารินทร์เสนอว่าคงไม่ไหวแล้วล่ะ ถามนลินว่าเปลี่ยนใจเอากษิดิฐไหม?

    มัญจายังไม่ถอดใจ พยายามเปิดเฟซบุ๊กหาให้ใหม่ นลินดูอยู่ด้วย บอกมัญจาว่า

    “คนนี้ก็ดีนะ...พรุ่งนี้เธอนัดมาแล้วกัน ตอนนี้ใครก็ได้ เราไม่มีเวลาแล้ว”

    แต่พอมัญจานัดมาพบ ปรากฏว่าเขาพาทั้งลูกและเมียมาด้วย นลินยิ่งกระวนกระวายใจเพราะพรุ่งนี้อณุกาก็จะกลับจากสิงคโปร์แล้ว

    กษิดิฐจับตาดูนลินอย่างเป็นห่วง วันนี้เธอนัดพบกับเอิร์ท จึงหลบเขาออกจากบ้านโดยยืมรถของพ่อไป

    เพื่อตบตากษิดิฐ แต่กษิดิฐรู้ทัน ยืมรถของเอ็ดดี้สะกดรอยตามไปจนได้

    แต่กษิดิฐพลาดท่าไปเจอแตงกวาเสียก่อน เขาตกใจถามว่ามานี่ได้ไง?

    “แตงกวาส่งข้อความบอกกบไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าเย็นนี้เรามีนัดกันที่นี่”

    เขาหยิบมือถือขึ้นมาดู ไม่ทันเปิดอ่านก็ทำเนียนว่า

    “อ๋อ...จริงด้วย แตงกวามีธุระสำคัญไหม? ถ้าไม่...กบขอตัว”

    “แตงกวานัดคุณพ่อมาคุยกับกบเรื่องแต่งงานของเรา”

    “แตงกวา กบกลับก่อนนะ กบมีธุระ”

    “นี่กบ! พ่อแตงกวาเป็นถึงผู้ช่วยรัฐมนตรี คนอื่นกว่าจะพบท่านได้ต้องจองคิวกันเป็นเดือน แต่นี่ท่านเสียสละมาเจอกบ กบควรจะนั่งรอท่าน”

    “งั้น ก็ฝากขอโทษท่านด้วยแล้วกัน กบมีธุระสำคัญกว่าจริงๆ” พูดพลางลุกขึ้น แต่อภิชาติพ่อของแตงกวามาถึงพอดีจนเกือบชนกัน อภิชาติถามด้วยน้ำเสียงมีอำนาจว่า

    “มีธุระอะไรสำคัญกว่าการคุยเรื่องงานแต่งของลูกสาวฉันอีกเหรอ!”

    กษิดิฐเห็นมาดขรึมของอภิชาติก็นึกเสียวว่า งานนี้ไม่ง่ายเสียแล้ว

    กษิดิฐถูกแตงกวาคาดคั้นเรื่องแต่งงาน จนอภิชาติถามว่า

    “แล้วพ่อแม่คุณสะดวกส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอเมื่อไหร่”

    กษิดิฐกำลังจะพูด แตงกวารีบขัดขึ้นว่า “เรื่องผู้ใหญ่ไม่สำคัญหรอกค่ะ เอาเป็นว่ากบพร้อมเมื่อไหร่ก็แต่งเลย”

    “ผมไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานครับ” กษิดิฐตัดสินใจพูดชัดเจน เอ่ยขอโทษแล้วขอตัวลุกหนีไปเลย

    ooooooo

    มัญจาเจ้ากี้เจ้าการ พานลินกับดารินทร์ไปพบเอิร์ทที่เธอคัดมาให้เพื่อนเลือก

    เอิร์ท เป็นชายหนุ่มล่ำสันท่าทางแมนมาก พอเห็นนลิน เอิร์ทมองอย่างพอใจมาก แต่พริบตาเดียว เอิร์ทก็ชกต่อยกับผู้ชายอีกสองคนที่เดินออกจากร้าน ป่าวประกาศความยิ่งใหญ่ว่า

    “กล้ามองผู้หญิงของฉัน มันเจอกระทืบ!”

    สามสาวมองเอิร์ทอย่างสยอง พากันย่องหนีออกจากร้านไป ดารินทร์ตีแขนมัญจาถามเหน็บว่า

    “เป็น ไงล่ะ ผู้ชายที่แสนดีของเธอ แค่พนักงานเสิร์ฟมาคุยกับบัว พ่อล่อเข้าต้นคอพนักงานเสิร์ฟ นี่ถ้ารู้ว่า บัวจะคบเล่นๆ มีหวังกระโดดถีบบัวกลิ้งแน่ๆ”

    “ทำยังไงดีล่ะเนี่ย พรุ่งนี้คุณอณุกาก็จะกลับมาแล้ว การ์ดก็ยังไม่ได้ทำ ผู้ชายก็ยังหาไม่ได้” นลินถามเครียด

    กษิดิฐเห็นสามสาวเดินออกมา เขาตะโกนถามจากฝั่งตรงข้ามร้านกาแฟท่าทางกวนๆว่า

    “หาแฟนไปหลอกเจ้านายได้รึยัง?”

    “มันไม่ใช่เรื่องของกบ!” นลินตะโกนข้ามฝั่งไป

    กษิดิ ฐใช้ไม้เดิม ตะโกนป่าวร้องให้ชาวบ้านดูนลินว่าเมียตนกำลังนอกใจ เมียใจร้ายทิ้งสามีจนๆไปหาคนใหม่ ทั้งสองตะโกนโต้เถียงข้ามถนนกันไปมา นลินประกาศว่า คืนนี้ทั้งคืนตนจะไปหาผู้ชายมาเป็นแฟนให้ได้

    “กบไม่ยอม!”

    “บัวจะทำ!”

    กษิดิฐโมโหจะเดินข้ามถนนมาไม่ดูตาม้าตาเรือ มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาพอดี นลินตกใจตะโกน

    “กบ!!”

    กษิดิฐกระโดดหลบ แล้วไปนั่งที่ทางเท้า นลิน มัญจา และดารินทร์พากันมาดูอย่างเป็นห่วง

    “เป็นอะไรรึเปล่ากบ” นลินเข้าไปนั่งข้างๆถามอย่างเป็นห่วง

    “ไม่เป็นไร อดีตนักฟุตบอลมหา’ลัย รถคันแค่นั้น กระโดดหลบทันอยู่แล้ว”

    กษิดิฐรีบคว้ามือไว้ แต่ดึงแรงไปหน่อยร่างนลินเลยเซล้มทับเขาพอดี หน้ากับหน้าเกือบติดกัน

    แตงกวาเดินตามล่ากษิดิฐมาเห็นเข้าพอดี เธอพุ่งเข้าว่านลินทันที

    “ฉันคิดว่าเธอจะเอาเวลาไปทำการ์ดแต่งงานซะอีก”

    นลินรีบลุกขึ้น บ่นเบาๆ “อยู่ใกล้กบทีไร งานเข้าทุกที!”

    “รีบเอาการ์ดแต่งงานกับผู้ชายมาแลกตำแหน่งกับงานของเธอเร็วๆนะ ฉันอยากจะคืนให้เธอจะแย่อยู่แล้ว”

    “นี่ถึงขั้นมีการ์ดแต่งงานเลยเหรอ?!” กษิดิฐตกใจเพราะเดิมทีคิดว่านลินจะหาคนมาอุปโลกน์เป็นแฟนเท่านั้น

    นลินกลัวแตงกวาจะรู้แผนของตน เลยกระซิบท้ากษิดิฐว่า

    “เอาสิกบ พูดให้แตงกวารู้ไปเลยว่าบัวทำอะไร ชีวิตการงานของบัวจะได้พังอย่างสมบูรณ์แบบ”

    กษิดิฐชะงัก เขาเลยแกล้งชวนแตงกวาไปกัน แตงกวายิ้มเยาะนลิน ที่สุดท้ายกษิดิฐก็เลือกตน พูดเย้ยก่อนเดินไปว่า

    “อย่าเสี่ยงเล่นกับฉัน ถ้าไม่อยากเจอเซอร์ไพรส์อีก!!”

    นลินมองตามแตงกวาไปอย่างเจ็บใจ บอกกับตัวเองว่า ต่อไปนี้อย่าหวังว่าจะยอมให้อีก!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เต๋อ" งัดไม้เด็ดง้อ "มะปราง" ขโมยหอมแก้มกลางตลาด ใน "เพลงรักเจ้าพระยา"

    "เต๋อ" งัดไม้เด็ดง้อ "มะปราง" ขโมยหอมแก้มกลางตลาด ใน "เพลงรักเจ้าพระยา"
    28 ก.ย. 2563

    07:46 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 07:50 น.