นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปลาหลงฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    น่านฟ้าเอาการเอางานเป็นที่พอใจของวิภาที่เฝ้าสังเกตด้วยตนเอง รวมทั้งเธอรับทราบความ เคลื่อนไหวของทั้งน่านฟ้าและมัศยาอย่างสม่ำเสมอจากต๋อง สองคนมุ่งมั่นช่วยกันทำงานจนกลายเป็นตัวติดกันไปไหนไปด้วย หวังเพิ่มยอดขายข้าวเกรียบมีโชคให้ได้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาสามเดือน

    แต่ไม่ทันพ้นเดือนก็มีมารผจญน่านฟ้าอีกจนได้ มีการปล่อยข่าวว่ามีโชคกำลังจะล้มละลาย สถานการณ์วิกฤติจนหุ้นส่วนพากันไม่เชื่อถือจะขายหุ้นทิ้งทั้งหมด วิภาตกใจให้มัศยาตามตัวน่านฟ้าเข้าบริษัทโดยด่วน มัศยากับต๋องไปที่บ้านแล้วพบว่าน่านฟ้านอนซมปวดเมื่อยเนื้อตัวและมีรอยเขียวช้ำจากโดนทำร้ายเมื่อคืน ซึ่งไม่มีใครรู้เรื่องเลยแม้แต่สุกัญญาผู้เป็นแม่

    ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเกิดเรื่องใหญ่ที่บริษัท น่านฟ้าแม้เจ็บป่วยแต่ไม่ยอมทิ้งหน้าที่ เขาแข็งใจลุกขึ้นแต่งตัวเข้าบริษัทพร้อมมัศยาและต๋อง ขณะเดียวกันสุกิจผู้อยู่เบื้องหลังแผนการครั้งนี้ก็แอบยุยงหุ้นส่วนให้คล้อยตามว่ามีโชคกำลังจะล้มละลายเพราะเอาลูกชายปลายแถวมาบริหาร

    น่านฟ้ามาถึงเป็นเวลาที่บรรดาหุ้นส่วนกำลังโวยวายอยู่กับวิภาจะให้ปลดประธานที่เอาแต่เที่ยวเตร่ออกจาก ตำแหน่ง ถ้าไม่จัดการพวกตนจะถอนหุ้นทั้งหมด

    “เดี๋ยวสิครับ ฟังผมก่อนแล้วค่อยตัดสินใจได้ไหมครับ ผมไม่รู้ว่าใครปล่อยข่าวเรื่องนี้ แต่ผมขอยืนยันว่าตลอดเวลาตั้งแต่ผมรับปากกับทุกคนว่าจะพิสูจน์ตัวเอง ผมได้พยายามทำอย่างเต็มที่”

    “จริงค่ะ ฉันยืนยันได้ว่าประธานของเราไม่ได้ละเลยหน้าที่เลยจริงๆ”

    วิภาช่วยรับรองแข็งขัน แต่พวกหุ้นส่วนก็ยังไม่เชื่อ แย้งไปในทิศทางเดียวกันว่า

    “พูดน่ะมันง่าย แล้วไหนล่ะผลงานที่จะทำให้เราเชื่อ”

    “ใช่...กางตัวเลขดูกันเลยดีกว่าว่ายอดขายเพิ่มขึ้นแค่ไหนแล้ว”

    น่านฟ้าสะอึกพูดไม่ออก ขณะที่วิภาพยายามช่วยอีกแรง

    “เราบอกว่าจะให้เวลาเขาสามเดือน ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทำงานเพื่อเพิ่มยอดขาย ถ้ารีบให้เอาตัวเลข มาให้ดูกันตอนนี้ มันก็ไม่แฟร์กับประธานสิคะ”

    “แก้ตัวชัดๆ ผมว่าพวกเราอย่ารอเลยดีกว่า ยิ่งมีข่าวไม่ดีออกมา หุ้นได้ร่วงลงกว่านี้แน่”

    หุ้นส่วนทุกคนพยักพเยิดเห็นด้วย วิภาหันมาทางน่านฟ้าด้วยความกังวล

    “เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ผมอาจจะไม่มีตัวเลขมาการันตีความพยายามก็จริง แต่ผมมีอะไรที่เด็ดกว่านั้น” น่านฟ้าหาทางออก ทุกคนชะงักด้วยความสนใจ ยกเว้นสุกิจที่ท้วงขึ้นอย่างระแวงคลางแคลงใจว่าน่านฟ้าจะมาไม้ไหน

    “อย่าทำเป็นเล่นนะตาน่าน มันไม่ได้สนุกหรอกนะ”

    “สนุกสิครับ แต่ผมต้องขอเวลาทุกท่านหนึ่งวัน พรุ่งนี้มากันใหม่แล้วผมจะพิสูจน์ให้เห็นกับตา ตกลงไหมครับ”

    บรรดาหุ้นส่วนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก รวมทั้งวิภาที่ไม่แน่ใจและกังวลจนต้องตำหนิน่านฟ้าหลังออกจากห้องประชุมกลับมาที่ห้องทำงานของตน โดยมีมัศยากับต๋องอยู่ด้วย

    “แกบ้าไปแล้วเหรอตาน่าน ทำแบบนี้มันเสี่ยงมากเลยรู้มั้ย”

    “เสี่ยงยังไงครับแม่ใหญ่ ก็เขาอยากให้ผมพิสูจน์ตัวเอง ผมก็ต้องทำสิครับ”

    “แต่เขาอยากดูตัวเลขยอดขาย เขาไม่ได้อยากดูแกทอดข้าวเกรียบโชว์นะ”

    “ก็ทีแม่ใหญ่ยังประทับใจข้าวเกรียบของผมเลย แล้วทำไมผมจะใช้ข้าวเกรียบของผมเอาชนะใจคนพวกนั้นบ้างไม่ได้ล่ะครับ”

    “เฮ้อ! แกไม่เข้าใจหรอกตาน่าน” วิภาทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้อย่างจนใจไม่รู้จะพูดยังไง

    “แม่ใหญ่ลองไว้ใจผมอีกสักครั้งสิครับ ผมจะต้องเรียกความมั่นใจกลับคืนมาให้ได้”

    “สำหรับฉันน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่กับคนอื่นนี่สิ เฮ้อ! มัศยา...เธอช่วยพูดกับประธานของเธอหน่อยซิ ฉันล่ะปวดหัวเหลือเกิน”

    “ลองให้โอกาสท่านประธานเถอะค่ะ”

    “นั่นสิครับคุณท่าน ต๋องยังจำรสข้าวเกรียบของคุณน่านได้ไม่ลืมเลย มันอร่อยติดลิ้นจนยากจะลืมจริงๆนะครับ”

    “นะคะคุณท่าน ให้โอกาสคุณน่านอีกสักครั้งเถอะค่ะ”

    วิภานิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบตกลง น่านฟ้าเลยขอบอกขอบใจมัศยากับต๋องเป็นการใหญ่ที่ช่วยพูดจนสำเร็จ

    ooooooo

    ทันทีที่ออกจากห้องทำงานวิภา มัศยาบังคับน่านฟ้าไปหาหมอตรวจเช็กร่างกาย ชายหนุ่มปฏิเสธไม่ได้เพราะเธอขู่ฟ่อๆจะบอกวิภาให้ยกเลิกแผนการทำงานของเขาทั้งหมด

    เสร็จจากตรวจร่างกายน่านฟ้าซึ่งไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง มัศยากับต๋องไปส่งเขาที่บ้าน สุกัญญารอรับลูกชายด้วยความเป็นห่วง เธอประคองพาเขาไปนอนบนเตียง มัศยากับต๋องเดินตามมายืนมองใกล้ๆ

    “นอนพักซะลูก ทีหน้าทีหลังเกิดอะไรขึ้นต้องปลุกแม่นะ ไม่ใช่ปล่อยให้แม่เข้าใจผิดนึกว่าเราไปทำงานแล้ว”

    “ก็ผมไม่ได้เป็นไรมากนี่ครับ”

    “เป็นมากเป็นน้อยก็ต้องบอก นึกถึงใจคนที่เขาเป็นห่วงบ้าง”

    ต๋องได้ทีสาระแนขึ้นว่า “ใช่ครับคุณน่าน อย่างเจ๊หยีคุณน่านก็ต้องบอกนะครับ เพราะเจ๊หยีแกก็ห่วงคุณน่านมากเหมือนกัน”

    มัศยาเขินและกลบเกลื่อนด้วยการตบหลังต๋องเต็มแรง

    “โอ๊ย...เอาอีกแล้วนะเจ๊ พูดความจริงทีไรชอบใช้กำลังกับต๋องทุกที”

    ต๋องร้องโอดโอย สุกัญญาหัวเราะชอบใจแล้วชวนทั้งสองคนอยู่กินข้าวเย็นก่อนกลับ ตนขอไปตั้งโต๊ะเดี๋ยวเดียว ต๋องได้ทีอีกแล้ว เปิดโอกาสให้มัศยาอยู่ดูแลน่านฟ้าตามลำพัง ตัวเองอาสาไปช่วยสุกัญญาจัดอาหาร

    เมื่ออยู่กันสองต่อสอง มัศยาอดหวั่นไหวกับสายตากรุ้มกริ่มของน่านฟ้าไม่ได้ เธอเขินหน้าแดงเมื่อเขาหยอดคำหวานขอบคุณที่เธอเป็นห่วงเขามากๆอย่างที่ต๋องบอกเมื่อสักครู่

    ขณะที่น่านฟ้ามีความสุขเพราะมีมัศยาดูแล แต่สุกิจที่เพิ่งกลับถึงบ้านกำลังหงุดหงิดใส่ภรรยาเพราะอารมณ์เสียมาจากบริษัทที่ท่าทางจะเล่นงานน่านฟ้าไม่ได้ อนงค์ชงกาแฟมาให้กลับโดนเขาตวาดด้วยความไม่พอใจ

    “บ้ารึเปล่า เอากาแฟมาให้กินตอนกลางคืน อยากเห็นผมตาค้างช็อกตายรึไง”

    “เปล่าค่ะ ก็เห็นคุณเครียดๆ แล้วถ้าคุณเครียดก็จะเรียกหากาแฟทุกที ฉันเลยชงมาให้”

    “แต่มันไม่ใช่เวลาค่ำๆแบบนี้ นอกจากเรื่องสิ้นคิดแล้วเคยคิดอะไรสร้างสรรค์ให้สามีบ้าง ดูซิจนป่านนี้ผมยังสอยตำแหน่งประธานมาไม่ได้เลย จะเปิดโรงงานเองก็ลำบาก หมุนเงินไม่ทันอีก”

    “คุณก็ใจเย็นๆสิคะ พี่โชคเพิ่งเสียไม่นาน ตอนนี้บริษัทคงยังไม่นิ่ง”

    “หุบปากไปเลยนะ ถ้าพูดแล้วไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น” สุกิจลุกพรวดแกะเนกไทออกจากคอแล้วเหวี่ยงใส่ภรรยาก่อนผลุนผลันออกไป อนงค์มองตามหน้าจ๋อย หยิบถ้วย กาแฟจะเข้าครัวแต่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังจึงเดินมารับสาย แล้วต้องประหลาดใจที่วิภาโทร.มานัดเจอกันข้างนอก

    อนงค์มาตามนัด ถามวิภาด้วยท่าทีเกรงใจว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าถึงเรียกตนออกมา

    “ทำไม...กลัวนายสุกิจดุเอาเหรอ ถ้าเขาดุเธอ ฉันจัดการเอง ฉันอยากจะกินข้าวกับน้องสะใภ้บ้างมันจะอะไรนักหนา เขาว่าอะไรหรือเปล่า”

    “คุณสุกิจ ไม่ทราบหรอกค่ะ นงค์ไม่ได้บอก ป่านนี้คงหลับไปแล้วมั้ง เห็นวันนี้ท่าทางหงุดหงิด คงจะเครียดงานมั้งคะ”

    “เครียดงานเหรอ ใครควรจะเครียดกันแน่” วิภาทำสุ้มเสียงหยันๆ พอเห็นอนงค์มองอย่างแปลกใจเลยชี้แจงแถลงไข “เอาล่ะ ถ้าเธออยากรู้ฉันบอกให้ก็ได้ ฉันแค่เป็นห่วงสุกิจ ไม่อยากให้เขาทะเยอทะยานเกินไป เพราะอะไรที่เขาพยายามทำน่ะ มันอยู่ในสายตาฉันทั้งนั้น”

    “คุณสุกิจทำอะไรเหรอคะคุณพี่” อนงค์ยังทำไก๋ วิภาหมั่นไส้ตอกหน้าเข้าให้อย่างรู้ทัน

    “ฉันว่าเธอเป็นเมีย เธอเองต้องรู้อยู่แล้ว ฉันถึงอยากให้เธอปรามๆเขาบ้าง สุกิจน่ะเป็นคนรั้น ยิ่งฉันพูดอะไรมากเขาก็ยิ่งต่อต้าน แต่ฉันอยากให้เขารู้นะว่าไม่มีใครรักและหวังดีกับเขาเท่าพี่คนนี้หรอก เธอเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม”

    อนงค์หน้าซีดจ๋อย พยักหน้ารับแต่แววตาเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ

    ooooooo

    อาหารหลายจานขึ้นโต๊ะพร้อมแล้ว ต๋องนั่งลูบท้องบ่นหิวผสานกับเสียงท้องร้องจนมัศยารำคาญด่าต๋องไม่มีมารยาท

    สุกัญญาอมยิ้มพลางมองขึ้นไปข้างบน สงสัยน่านฟ้าทำไมไม่ลงมาสักที พูดแล้วเธอทำท่าจะลุกขึ้นแต่มัศยาชิงอาสาไปดูให้เอง

    น่านฟ้าผล็อยหลับไปด้วยพิษไข้ มัศยาเดินเข้ามาเอามือแตะแขนเขาแล้วตกใจ รีบผละไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กเอาชุบน้ำมาเช็ดหน้าก่อนจะเปิดชายเสื้อล้วงผ้าเข้าไปเช็ดบริเวณท้อง
    น่านฟ้าไม่ได้หลับ คว้ามือเธอหมับพร้อมกับกระเซ้าเย้าแหย่จนเธออายหน้าแดงจะทุบตีเขา แต่พลั้งพลาดเกือบเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนเขาเสียนี่

    ขณะที่เขาและเธอสบสายตากันนิ่ง ต๋องโผล่เข้ามาพอดี...เสียงกระแอมของต๋องทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันทันใด

    “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ คุณน่านครับคุณแม่ให้มาบอกว่าลงไปได้แล้วครับ ก่อนที่ต๋องจะเป็นลมไปซะก่อน” จบคำต๋องเดินออกไปทันที ทิ้งให้น่านฟ้าและมัศยามองตากันแล้วต่างคนต่างเขิน

    พอลงมาร่วมโต๊ะอาหาร มัศยาถูกต๋องแซวอีกระลอก แม้แต่ตอนจะกลับต๋องก็ยังไม่วายทะเล้นจะให้มัศยากับน่านฟ้าจุ๊บลากัน ต๋องเลยโดนน่านฟ้าเตะตูดไปหนึ่งป้าบ

    เจ้านายหนุ่มนัดแนะจะไปรับลูกน้องสาวไปตลาดพรุ่งนี้เช้า พอต๋องเคลื่อนรถออกจากหน้าบ้าน แอนนาที่จอดรถซุ่มดูอยู่ก็ปรากฏตัวตามน่านฟ้าเข้ามาในบ้าน

    สุกัญญาทักทายแอนนาอย่างเสียไม่ได้ นึกว่าเธอเลิกติดต่อกับน่านฟ้าไปแล้ว แอนนาอ้างเหตุผลว่าตนติดงานที่ต่างประเทศแต่ความจริงยังคิดถึงน่านฟ้าตลอดเวลา และอยากกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่น่านฟ้าแบ่งรับแบ่งสู้ว่าขอเวลาหน่อยแล้วกัน

    แอนนารู้สึกโหวงๆ และระแวงน่านฟ้าจะหลงเสน่ห์ลูกน้องสาวที่เพิ่งกลับไปเมื่อสักครู่ แต่เธอไม่พูดออกมาได้แต่แสดงความรู้สึกดีๆที่มีให้เขาเสมอแล้วบอกลากลับไปอย่างไม่ไว้ใจมัศยา

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น น่านฟ้าไปรับมัศยาตามนัดแล้วพาไปตลาด ระหว่างนั้นมีชายสองคนจะเข้ามาทำร้ายน่านฟ้าแต่มัศยาสู้ยิบตาด้วยพละกำลังหญิงอึดจนพวกมันเผ่นแน่บไม่เหลียวหลัง น่านฟ้าทั้งกลัวทั้งขำในความกล้าบ้าบิ่นของมัศยา แต่คราวนี้เขาต้องขอบคุณเธอจริงๆ ถ้าไม่มีเธอมาด้วยเขาต้องแย่แน่ๆ

    หลังจากนั้นทั้งสองคนรีบซื้อวัตถุดิบเพื่อนำกลับไปทำข้าวเกรียบ ส่วนวิภากับต๋องรออยู่ที่บริษัท ภาวนาให้น่านฟ้าทำสำเร็จตามที่ลั่นวาจาไว้ในที่ประชุมเมื่อวาน

    น่านฟ้ามุ่งมั่นทำข้าวเกรียบสูตรใหม่ไปให้บรรดาผู้ถือหุ้นชิม แต่ในระหว่างที่พวกเขารอคอยอยู่นั้น สุกิจกับภูริชก็ถือโอกาสให้ร้ายน่านฟ้าเข้าไปอีก ทำให้ทุกคนยิ่งไม่พอใจและอยากจะถอนหุ้นลูกเดียว

    วิภาเริ่มกระวนกระวายที่น่านฟ้ากับมัศยาไม่มาเสียที เธอเดินออกมาจากห้องได้ยินแอนนาเจรจากับพนักงานจะขอพบน่านฟ้า จึงแสดงตัวในฐานะแม่ของเขาก่อนจะเชิญเธอเข้ามานั่งคุยในห้องทำงาน

    การแต่งตัวที่ค่อนข้างโป๊ของแอนนาทำให้วิภาออกอาการไม่ปลื้ม พอหญิงสาวบอกว่าตนเป็นแฟนน่านฟ้า วิภายิ่งชักสีหน้าไม่ชอบใจ และปฏิเสธความปรารถนาดีจากเธอที่จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ข้าวเกรียบมีโชค

    “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เรามันแค่ข้าวเกรียบบ้านๆ คงไม่เหมาะกับพรีเซ็นเตอร์นางแบบอินเตอร์อย่างเธอหรอก”

    แอนนาหน้าม้าน ไม่พอใจวิภาแต่ไม่กล้าแสดงออก ขอตัวออกไปรอน่านฟ้าข้างนอกจะได้ไม่รบกวนเวลาทำงานของเธอ

    ขณะนั่งรอน่านฟ้านั่นเอง แอนนาได้ยินสุกิจคุยโทรศัพท์สอบถามภูริชเรื่องปลุกปั่นพนักงานให้ขับไล่ประธานน่านฟ้าแล้วสนับสนุนตนเป็นแทน เธอไม่รู้ว่าสุกิจคือใคร รู้แต่ว่าผู้ชายคนนี้ไม่หวังดีกับน่านฟ้าอย่างแน่นอน

    ต๋องหูตาไวรู้เห็นว่าภูริชปลุกปั่นพนักงานก็รีบมารายงานวิภา วิภาจึงให้ต๋องรีบโทร.ตามน่านฟ้าแล้วจากนั้นไปบอกภูริชด้วยว่าเธอสั่งให้ระงับการประท้วงถ้าไม่อยากมีปัญหากับตน
    ภูริชยังเกรงกลัววิภาจึงไม่กล้าทำตามคำสั่งสุกิจ แต่สุกิจยังไม่รู้เรื่อง นั่งกระหยิ่มยิ้มย่องรอคอยเวลาว่าอีกไม่ช้าม็อบพนักงานต้องลุกฮืออย่างแน่นอน

    ผ่านไปกว่าครึ่งวันที่บรรดาหุ้นส่วนรอคอยน่านฟ้าที่รับปากว่าวันนี้จะมีทีเด็ด ทุกคนบ่นแล้วบ่นอีกแต่วิภาก็ขอร้องให้ใจเย็น กรุณารออีกสักครู่ รับรองว่าประธานน่านฟ้ามาแน่
    ในระหว่างที่ยังรอน่านฟ้า วิภาเรียกสุกิจไปคุยเป็นการส่วนตัวในห้องทำงาน ตำหนิอย่างเดือดดาลเรื่องที่เขาสั่งภูริชให้ปลุกปั่นคนงานประท้วงเพื่อเขาจะได้เป็นประธานบริษัท

    “สุกิจ...แกคิดว่าฉันหูหนวกตาบอดหรือไง”

    “ผมทำเพื่อบริษัทนะพี่วิภา พี่ไม่เห็นเหรอว่าจนป่านนี้แล้วไอ้น่านมันยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย”

    “แกก็เลยจะเขี่ยนายน่านทิ้ง แล้วดันตัวเองขึ้นเป็นประธานบริษัทซะเองด้วยวิธีนี้”

    “ผมดันตัวเองที่ไหน พี่ก็เห็นว่าทั้งหุ้นส่วนทั้งหัวหน้าแผนกต่างๆรวมทั้งพนักงานทั้งหมดสนับสนุนให้ผมเป็นประธานบริษัทมากกว่าไอ้น่านฟ้า ผมเปล่ายัดเยียดตัวเองให้พวกเขา พวกเขามองเห็นในสิ่งที่พี่ไม่เคยมองเห็นในตัวผมเลยต่างหาก”

    “แกคิดว่าฉันไม่รู้จักแกดีเหรอสุกิจ”

    “ถ้าพี่รู้จักผมดี ก็ต้องรู้สิว่าผมทำแบบนี้ก็เพื่อพี่ เพื่อพี่โชค และเพื่อบริษัทมีโชค ถ้าพี่ปล่อยให้บริษัทตกอยู่ในมือไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างไอ้น่าน บริษัทนี้คงได้เจ๊งคามือมันแน่ ถ้าผมเป็นพี่ ผมจะสนับสนุนน้องชายตัวเองที่มีความสามารถที่จะบริหารงานได้ ไม่ใช่ลูกนอกคอกที่ไม่เอาถ่านของพี่โชค”

    “แกคิดจะหักหลังฉันใช่มั้ย แกมันร้ายกาจกว่าที่ฉันคิดมากนะสุกิจ”

    “ผมจะช่วยกอบกู้บริษัทมีโชคให้พี่ต่างหาก ตอนนี้ทุกคนสนับสนุนผม พี่คงจะคัดค้านไม่ได้แล้วล่ะ ผมว่าตอนนี้เราออกไปอยู่กับพวกเขาดีกว่า เดี๋ยวเขาจะคิดว่าเราหลบหน้าหรือแอบมาคุยอะไรที่เป็นการหักหลังพวกเขานะครับ”

    สุกิจเถียงคำไม่ตกฟากแล้วเดินออกไปอย่างถือดี วิภาส่ายหน้าหนักใจก่อนเดินตามไปยังห้องประชุมที่ผู้ถือหุ้นรอน่านฟ้าอยู่อย่างไม่พอใจ

    ooooooo

    น่านฟ้ากับมัศยาช่วยกันทำข้าวเกรียบสูตรใหม่จนเสร็จเรียบร้อยแล้วจะรีบเอามาให้ผู้ถือหุ้นลิ้มลองแต่ระหว่างทางรถติดมากจึงต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่กระนั้นก็ยังไม่เร็วทันใจ มัศยาขอเช่ารถด้วยเงินจำนวนไม่น้อยแล้วซิ่งเองโดยให้น่านฟ้าซ้อนท้ายถือถุงข้าวเกรียบที่ทอดแล้ว

    ก่อนถึงบริษัทมีรถคันหนึ่งตัดหน้า มัศยาเบรกตัวโก่งจนมอเตอร์ไซค์ล้มแต่ก็ยังไม่ถอดใจ พาน่านฟ้ามาถึงบริษัทในสภาพมอมแมมไม่เหลือคราบเจ้าของบริษัท แต่รสชาติข้าวเกรียบสูตรใหม่ของน่านฟ้าดีเลิศเป็นที่ยอมรับของทุกคน

    “ผมไม่เถียงว่ามันอร่อยมาก อร่อยกว่าสูตรเดิมซะอีก แต่นี่มันหน้าที่ของฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้การันตีความสามารถในการเป็นประธานบริษัทมีโชคซะหน่อย”

    หุ้นส่วนคนหนึ่งแสดงความเห็น คนอื่นๆพยักหน้าคล้อยตาม วิภาจึงเท้าความถึงประธานคนเก่า

    “แล้วพวกคุณลืมไปแล้วเหรอว่าก่อนจะมีข้าวเกรียบมีโชคทุกวันนี้ คุณโชคก็เริ่มจากการทอดข้าวเกรียบแบบนี้ น่านฟ้าเองก็กำลังเดินตามรอยพ่อเขา ด้วยการหาทางคิดสูตรที่ดีขึ้นเพื่อจะเพิ่มยอดขายให้กับข้าวเกรียบมีโชคยังไงล่ะ”

    ทุกคนเงียบกริบเถียงไม่ออก มัศยาได้โอกาสเสริมเข้าไปอีกว่า

    “ดิฉันเห็นด้วยกับคุณท่านค่ะ อีกอย่างดิฉันคือผู้ช่วยของท่านประธาน คือคนที่รับรู้เหตุการณ์มาตลอดว่า กว่าจะได้ข้าวเกรียบสูตรใหม่ ประธานต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน”

    “อีกอย่าง...นี่ก็ยังไม่ครบกำหนดสามเดือนตามที่ประธานรับปากกับทุกคนไว้เลย แล้วไม่คิดจะรักษาคำพูดกันบ้างเลยเหรอคะ”

    สิ้นคำวิภา ทุกคนหน้าเสียด้วยความรู้สึกผิด...

    สุกิจโมโหมาก ออกจากห้องประชุมมาบ่นกับภูริชอย่างเจ็บใจว่าอุตส่าห์ปั่นหัวพวกหุ้นส่วนได้แล้ว แต่น่านฟ้ากลับเอาตัวรอดไปได้อีก

    “ถ้าไม่ใช่เพราะคุณท่าน เราก็ทำสำเร็จไปแล้วครับ”

    “ก็ไหนว่าพวกพนักงานเชื่อเรากันหมดไง แล้วทำไมพวกมันไม่ประท้วง ทำไมมันยังไม่เคลื่อนไหวอะไรกันเลย” ภูริชอึกอัก สุกิจยิ่งโมโหตะคอกใส่ “ว่าไง!! ทำไมพวกคนงานถึงพากันเงียบกริบอยู่อย่างนี้”

    “ก็คุณท่านสั่งให้ผมระงับการประท้วง ถ้าไม่อยากมีปัญหากับคุณท่าน”

    “แล้วแกกลัวงั้นเหรอ”

    “ผมไม่กล้าหรอกครับ ยังไงคุณท่านก็มีบุญคุณกับผม”

    สุกิจฉุนจัดปัดของบนโต๊ะหล่นกระจาย “ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่ล่ะก็...ฮึ่ย! มันน่าเจ็บใจจริงๆ”

    “แล้วอย่างนี้คุณสุกิจจะทำยังไงต่อดีครับ”

    “ทำทุกอย่างที่ทำได้...แล้วแม่นิรชานั่นล่ะ มันมัวไปมุดหัวที่ไหนถึงปล่อยให้ไอ้น่านมันมีเวลาไปคิดสูตรข้าวเกรียบใหม่ได้”

    ภูริชมีชนักติดตัว ก้มหน้างุดไม่รู้จะพูดยังไง

    ooooooo

    เย็นนั้นน่านฟ้าขับรถไปส่งมัศยาที่บ้านและเจอนทีสอนการบ้านนะดีอยู่ด้วย นทีท่าทางถูกชะตากับคนรวยอย่างน่านฟ้าถึงขนาดพูดโพล่งอยากให้เขามาเป็นน้องเขย

    “พี่ที!” มัศยาปรามพี่ชายเสียงหลง

    “ทำไมวะ ฉันพูดความจริงนี่ แกมันจะขึ้นคานอยู่แล้ว ขืนรอไอ้สินธุสร้างตัวได้หง่อมกันพอดี”

    “เงียบไปเลยเจ้าที คุณน่านเขาเป็นเจ้านายน้องแก พูดจาอะไรไม่รู้จักคิด”

    สมใจตำหนิลูกชายเสียงเขียว แต่น่านฟ้ากลับยิ้มกรุ้มกริ่มบอกว่าไม่เป็นไรตนไม่ถือสา มัศยาขวยเขินกลบเกลื่อนด้วยการไล่เขากลับแต่นะดีอยากให้อาน่านเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน

    นทีได้โอกาสเลี่ยงออกไป ส่วนสมใจนั่งฟังมัศยาเล่าเรื่องสุกิจอย่างเป็นเดือดเป็นแค้นแทนวิภา ครั้นน่านฟ้าเล่านิทานจนนะดีหลับปุ๋ยไปก็ขอตัวกลับ แต่ไม่ทันจะขึ้นรถนทีก็โผล่มาดักหน้าดักหลังก่อนจะพากันไปนั่งคุยในร้านอาหารแห่งหนึ่ง

    นทีอ้อมค้อมอยู่พักหนึ่งก่อนเข้าประเด็นจะขอยืมเงินน่านฟ้า อ้างว่าเป็นค่าเลี้ยงลูกและค่าใช้จ่ายในบ้าน น่านฟ้าลำบากใจแต่ก็ยินยอมให้ไปเพราะเห็นแก่มัศยา ต่อมาเมื่อปารณทราบเรื่องก็อดด่าเพื่อนไม่ได้ว่าเป็นนักบุญหรือไงถึงต้องสาระแนไปช่วยเขา

    น่านฟ้าเถียงไม่ออกบอกว่ากลัวมัศยาเดือดร้อน ปารณเลยฟันธงทันทีว่าเพื่อนของตนชอบมัศยาเข้าแล้ว แต่ทำเป็นว่าเธอฉอดๆ ที่แท้ก็เป็นห่วง

    “เฮ้ย...ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นแกนะเว้ย ฉันแค่เล่าให้แกฟัง ไม่ได้ต้องการให้ใครมาวิพากษ์วิจารณ์ฉัน”

    “โถๆๆ แซวแค่นี้ก็ต้องโมโหด้วย เออๆ อยากช่วยใครก็ช่วย เงินแก ฉันไม่เกี่ยวอยู่แล้ว”

    น่านฟ้าค่อยสงบลง แล้วนึกได้อยากให้ปารณช่วยสืบให้หน่อยว่าใครเป็นคนลอบทำร้ายตน วันต่อมาปารณจึงพาเพื่อนรักไปพบนักสืบขาประจำ

    หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลกันแล้ว นักสืบคาดว่าไม่น่าใช่ฝีมือสุกิจ แต่อาจเป็นนักเลงทวงหนี้ที่น่านฟ้ายังไม่ใช้หนี้แทนนทีตามที่รับปาก ปารณอยากรู้ว่าใช่หรือไม่ใช่สุกิจ เขานึกถึงนิรชาว่างานนี้เธออาจช่วยได้

    ปรากฏว่านิรชารับปากปารณด้วยความเต็มใจ เพราะที่ผ่านมาเขาช่วยเธอและแม่หลายครั้ง...เพียงไม่ทันข้ามวันนิรชาก็สบโอกาสวางแผนให้ภูริชเห็นว่า

    เธอกับน่านฟ้าใกล้ชิดสนิทสนมกันมากแค่ไหน แต่เรื่องคนลอบทำร้ายน่านฟ้าไม่น่าใช่ฝีมือภูริชหรือสุกิจอย่างที่เข้าใจแต่แรก

    แอนนายังพยายามจะเจอน่านฟ้าแต่พอเธอติดต่อมาเขากลับปฏิเสธไม่ออกไปพบ แล้วเอาเวลามามุ่งมั่นเรื่องงานที่เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนต้องทำให้สำเร็จตามที่ลั่นวาจาไว้ในที่ประชุม ป้ามะลิเห็นใจน่านฟ้าอาสาจะสอนเขาทำข้าวเกรียบสมุนไพรอีกหลายอย่าง แต่มีข้อแม้เขาต้องมานอนค้างที่บ้านเพื่อความสะดวกรวดเร็ว

    น่านฟ้าดีใจมากรับปากป้ามะลิโดยไม่ต้องไตร่ตรอง แต่แล้ววันนั้นเขาได้รับการติดต่อจากนักเลงทวงหนี้ที่นทีเป็นหนี้อยู่ น่านฟ้าเดินทางไปพบแต่ไม่ลืมโทร.ตามปารณให้ไปเจอกัน หากไม่ชอบมาพากลให้ปรากฏตัวเข้ามาช่วยเหลือ

    จริงดังคาด นักเลงทวงหนี้ยึกยักมากเรื่องและลงมือกับน่านฟ้า ปารณจึงเข้ามาช่วย สุดท้ายไปลงเอยที่โรงพักหมดเรื่องหมดราวกันไป

    เสร็จเรื่องยุ่งๆ น่านฟ้ารีบเก็บเสื้อผ้ามานอนค้างบ้านป้ามะลิ แต่มาเห็นประตูบ้านเปิดกว้างก็แปลกใจ ร้องเรียกป้ามะลิอยู่หลายคำแต่ไม่มีเสียงตอบยิ่งใจคอไม่ดี ก้าวขึ้นไปบนบ้านกวาดตามองรอบทิศ ก่อนจะได้ยินของตกแตกในครัวตามด้วยเสียงร้องขอความช่วยเหลือของป้า...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พร้อมเสิร์ฟตอนใหม่ “กระเช้าสีดา” ฟังคำตอบ "นุ่น" หลัง "ก๊อต" สารภาพรัก

    พร้อมเสิร์ฟตอนใหม่ “กระเช้าสีดา” ฟังคำตอบ "นุ่น" หลัง "ก๊อต" สารภาพรัก
    17 ต.ค. 2564

    03:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 04:47 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์