นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปลาหลงฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เมื่อไปถึงร้านป้ามะลิจอมโหดและใจแข็ง น่านฟ้ายืนยันกับมัศยาว่ายังไงตนก็จะทำให้ป้าเปลี่ยนใจให้ได้ ไม่ว่าตนต้องหัวแบะสักกี่แผลก็ตาม

    ปรากฏว่าป้ามะลิไม่จามหัวทั้งคู่ด้วยอีโต้อย่างที่ขู่ หากแต่ให้ลงมือทำข้าวเกรียบตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนสุดท้ายซึ่งยาวนานและเหน็ดเหนื่อยกว่าจะออกมาเป็นแผ่นข้าวเกรียบให้ทอดลงในน้ำมันร้อนๆค่อนกระทะแล้วหยิบใส่ถุงขายลูกค้าที่เข้าคิวรอเหมือนทุกวัน

    น่านฟ้ากับมัศยากะปลกกะเปลี้ยเหนื่อยล้า แทบยืนไม่อยู่ เหงื่อไหลไคลย้อยเต็มตัวแต่ก็สู้ไม่ถอย ตกเย็นเก็บร้าน ป้ามะลิยังให้ทั้งคู่ขนอุปกรณ์กลับบ้าน ตัวเองเดินตัวปลิวนำหน้าโดยไม่ถืออะไรสักชิ้นเดียว พอมาถึงบ้าน ป้าอนุญาตให้ทั้งคู่พูดธุระภายในสามนาที แต่เวลาแค่นั้นเหมือนแกล้งกัน พูดอะไรไม่ได้ใจความแกก็ผลักไสไล่กลับ

    เขาและเธอจำยอมออกมาแต่ยังไม่ไปไหนไกล วนเวียนหน้าบ้านจนฝนเริ่มโปรยปรายก่อนจะกลายเป็นตกหนัก แต่ทั้งคู่ก็ยังนั่งปักหลักเปียกปอนอยู่ด้วยกัน

    ป้ามะลิชะโงกดูทางหน้าต่างแล้วอดสงสารไม่ได้ ร้องบอกว่าจะหนาวตายอยู่ตรงนั้นหรือจะเข้ามาในบ้านก็ตามใจ

    ทั้งสองคนดีใจรีบรุดเข้ามาในบ้าน เช็ดเนื้อตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ป้าหามาให้ น่านฟ้าใส่ชุดลูกชายของป้าได้พอดีแต่ปากไวนึกว่าชุดสามีแก เลยโดนแกด่าว่าปากเสีย แถมบ่นทั้งผัวทั้งเมียบ้าพอกันที่พาตัวเองมาเหน็ดเหนื่อยตลอดวันแล้วยังยอมตากฝนไม่กลัวเจ็บไข้

    มัศยาปล่อยเลยตามเลยให้ป้าเข้าใจผิดว่าเธอกับน่านฟ้าเป็นผัวเมีย ใจคิดแต่จะพูดธุระก่อนที่แกจะอารมณ์เสียขึ้นมาอีก

    “มีอะไรก็ว่าไป ข้าไม่มีเวลามากนัก มีงานต้องทำ อีกเยอะ”

    นั่นไง! ป้าเริ่มหงุดหงิดอีกแล้ว น่านฟ้ารีบเกริ่นใจความตามท้องเรื่องทันที

    “ป้าครับ ผมถามหน่อยเถอะทำไมป้ารังเกียจที่จะทำข้าวเกรียบให้บริษัทผม”

    “บางคนคิดว่าข้าวเกรียบเป็นแค่ของกินเล่น แค่หยิบเข้าปากก็จบ วันนี้แกสองคนรู้หรือยัง กว่าจะมา

    เป็นข้าวเกรียบชิ้นเล็กๆให้เคี้ยวเล่นได้มันต้องผ่านอะไรแค่ไหน ต้องทั้งบด ทั้งนวด ทั้งนึ่ง ทั้งตาก ต้องทอด ไฟต้องแรง น้ำมันต้องร้อนพอเหมาะ สำหรับคนอื่นมันเป็นแค่ข้าวเกรียบ ของกินเล่น แต่สำหรับฉันมันเป็นชีวิตจิตใจ มันเป็นศิลปะไม่ใช่งานสั่วๆลวกๆ เข้าใจมั้ย”

    น่านฟัากับมัศยาฟังแล้วอึ้ง มองป้ามะลิปาดน้ำตาที่รื้นออกมาโดยไม่ตั้งใจ

    “จบแล้ว ไปได้ ออกจากบ้านแล้วปิดประตูรั้วด้วย”

    “ป้าครับ ให้โอกาสผม ให้ผมได้สืบทอดศิลปะในการทำข้าวเกรียบของป้าให้คนในโลกนี้รู้คุณค่าของของกินเล่นชิ้นเล็กๆแบบนี้ด้วยนะครับ”

    น่านฟ้าคุกเข่าลงตรงหน้า มัศยาทรุดตัวทำตาม วิงวอนขอร้องป้าช่วยพวกเราและให้โอกาสแก่เราด้วย

    “นังหนูนี่ทำให้ฉันนึกถึงเพื่อนคนหนึ่ง สมัยก่อนเราทำงานโรงงานทำข้าวเกรียบมีโชคด้วยกัน ทำมาทั้งชีวิตเจ้าของบริษัทเป็นคนดีเหลือเกิน”

    “ป้าเคยทำงานที่มีโชคเหรอคะ” มัศยาถามเร็วจี๋ พลางมองหน้าน่านฟ้าอย่างแปลกใจ ถามป้าว่าเพื่อนชื่ออะไร จำได้ไหม?

    “จำได้สิ เราสนิทกันมาก มันซื่อสัตย์กับเจ้าของโรงงานสุดชีวิต ใครว่าไม่ได้เลย มันชื่อสมใจ”

    “สมใจ!!” เธอและเขาประสานเสียงจนป้ามะลิตกใจ โพล่งขึ้นว่าตื่นเต้นอะไรกันนักหนา!

    จะไม่ให้ทั้งคู่ตื่นเต้นได้ยังไง ก็มันจุดไต้ตำตอเข้าอย่างจัง!

    หลังจากนั้นไม่นาน น่านฟ้ากับมัศยาก็ไปพาสมใจตัวเป็นๆมาพบป้ามะลิ โดยหนีบเอาหนูนะดีที่เพิ่งกลับจากโรงเรียนมาด้วย

    สองเพื่อนรักต่างวัยสุดแสนดีใจ เท้าความกันใหญ่ว่าไม่ได้เจอกันมา 20 กว่าปี ตั้งแต่สมใจยังไม่มีมัศยา

    “จริงสิ ลืมแนะนำไป นี่หยีลูกสาวฉัน แล้วก็...” สมใจทำท่าจะแนะนำน่านฟ้าแต่มะลิพูดแทรกขึ้นมาก่อนว่า

    “รู้แล้ว ไอ้หนุ่มนั่นผัวลูกสาวแก แล้วนี่ก็คงหลานใช่ไหม”

    สมใจเหวอมองหน้ามัศยากับน่านฟ้า มัศยาขยิบตาให้แม่เฉยไว้ สมใจเลยถามถึงลูกผัวของมะลิเพราะไม่เห็นมีคนอื่นในบ้าน...คำถามนี้ทำให้มะลิหน้าเศร้าลงทันใด

    “มันทิ้งข้าไปหมดแล้ว ผัวน่ะตายจาก แต่ลูกสาว... อย่าไปพูดถึงมันอีกเลย ไม่ตายก็เหมือนตายนั่นแหละ”

    สมใจตกใจที่ไปจี้จุดเข้าให้เลยรีบขอโทษ...มะลิทำใจไม่อยากคิดอะไร มองหน้ามัศยาอย่างพินิจพิเคราะห์

    “ลูกสาวแกนี่ก็สวยได้เค้าแกมาเหมือนกันนะ แต่ข้าว่าสู้แกตอนสาวๆไม่ได้ว่ะ สมัยอยู่ราชบุรีแม่แกเขาเป็นนางงามร้อยขันเชียวนะ”

    น่านฟ้าสงสัยนางงามร้อยขันคืออะไร เคยได้ยินแต่นางงามกับมงกุฎ สมใจอธิบายว่าต่างจังหวัดเวลาประกวดนางงามรางวัลจะเป็นขันน้ำพานรอง น่านฟ้าพยักหน้าหงึกหงักเข้าใจแต่อดกระซิบแซวมัศยาไม่ได้ว่าอย่างเจ๊น่าจะเป็นนางงามร้อยศพเสียมากกว่า มัศยาหมั่นไส้แอบหยิกแขนเขาพร้อมสำทับว่าถ้ายังไม่หยุดพูดจะหยิกให้เจ็บยิ่งกว่านี้อีก

    “ท่าทางลูกสาวแกจะดุเหมือนแกนะสมใจ” มะลิเปรยขำๆ แล้วหันมาทางนะดี บอกว่ายายมีของอร่อยให้กิน...เพียงครู่เดียว มะลิก็นำข้าวเกรียบใส่จานมาให้ นะดีกินตุ้ยๆ กินไปชมไปว่าอร่อยที่สุดในโลก เจ้าของสุดปลื้ม บอกหนูน้อยว่าเดี๋ยวทอดให้ใหม่ เอาแบบร้อนๆ จากเตาเลย

    ขณะมะลิเข้าครัวเพื่อทอดข้าวเกรียบ สมใจตามเข้ามาพูดเรื่องน่านฟ้าอยากได้สูตรข้าวเกรียบและบอกความจริงด้วยว่าเขาไม่ใช่ลูกเขยตนแต่เป็นลูกชายของท่านประธานโชคกับอีกเมีย แล้วตอนนี้ก็เป็นประธานคนใหม่ของมีโชค

    มะลิสงสัยว่าลูกชายนายโชคกับวิภาไปไหน สมใจเล่าสั้นๆว่าเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุพร้อมนายโชค

    “อะพิโถ...น่าสงสารจริงๆ แล้วแกล่ะสมใจ ยังทำงานอยู่ที่นั่นเหรอ”

    “ฉันน่ะออกจากมีโชคมาได้พักใหญ่แล้ว แต่หยียังทำอยู่ที่นั่น”

    “อ้าวเหรอ...ไอ้ฉันก็นึกว่าแกจะทำที่มีโชคจนตายคาโรงงานซะอีก”

    “หลังๆมานี่สุขภาพฉันไม่ค่อยดีน่ะพี่ พอดีได้หยีเข้าไปทำแทน ฉันก็เลยออกมาพัก”

    “อ้อ...ตัวตายตัวแทน ตกลงทั้งแกทั้งลูกสาวนี่ปั๊มตรา ณ มีโชค กันหมดเลยใช่มั้ย”

    “ตอนนี้คุณน่านเพิ่งจะรับตำแหน่งประธานมีโชค เขาต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาสามเดือน ถึงคราวที่ฉันกับลูกจะต้องตอบแทนท่านแล้ว พี่มะลิช่วยหน่อยนะ เรื่องข้าวเกรียบคงไม่มีใครเกินพี่แล้ว”

    มะลิรับฟังแต่ยังไม่รับปาก เอาข้าวเกรียบทอดใหม่ใส่จานมาให้นะดีกิน ก่อนจะหันไปที่น่านฟ้า ตั้งคำถามว่า

    “ทำไมคิดว่าป้าจะช่วยเพิ่มยอดการขายได้ล่ะ ไอ้...เอ๊ย...คุณน่าน”

    “เพราะความอร่อยของข้าวเกรียบของป้าไงครับ มันสุดยอดจริงๆ ข้าวเกรียบของมีโชคถึงเวลาต้องปรับปรุงทั้งรสชาติและรูปแบบแล้ว ไม่อย่างนั้นก็จะถูกแย่งตลาดแน่ๆ”

    “ถ้าป้าช่วยคุณน่าน ป้าก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ”

    “แล้วจะเหนื่อยเพิ่มไปทำไมล่ะนังหนู ป้าก็อยู่ของป้าคนเดียว กินคนเดียว นอนคนเดียว เท่านี้ป้าก็มีความสุขแล้ว”

    “ป้าไม่ต้องเหนื่อยหรอกครับ เพียงแต่ป้าขายสูตรให้ผมแล้วก็คอยคุมคนงานในการผสมสูตรและทอด ผมมีลูกมือให้ป้าพร้อม ป้าไม่ต้องมาเหนื่อยนวดแป้งเอง ยืนทอดเองอีกแล้ว ผมมีเครื่องจักร รับรองผลิตได้เยอะกว่าที่ป้าทอดแน่ๆ”

    “ข้าวเกรียบคืออะไร คุณน่าน”

    “ข้าวเกรียบก็เป็นพวกสแน็กที่เอาไว้ทานเล่น”

    “ฮึ! ยังไม่รู้จักข้าวเกรียบเลยแล้วจะมาเป็นประธานบริษัทข้าวเกรียบมีโชคเนี่ยนะ อย่าว่าแต่สามเดือนเพิ่มยอดห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลย สามปีเพิ่มซักเปอร์เซ็นต์ก็ยังไม่ได้”

    น่านฟ้าสะอึกหน้าเจื่อน สมใจเห็นแล้วสงสารขอร้องมะลิช่วยเขาด้วย

    “ไอ้การจะช่วยใครไม่ช่วยใครมันอยู่ที่ความอยากโว้ยนังสมใจ แล้วตอนนี้ข้าก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะช่วย ถ้าลูกชายท่านประธานทำให้ข้ารู้สึกว่าอยากช่วยได้เมื่อไหร่ไม่ต้องมาอ้อนวอน เดี๋ยวข้าขอช่วยมันเอง แต่ว่ามันจะมีวันนั้นหรือเปล่าข้าไม่รับปากนะ”

    มะลิยึกยักเล่นตัวน่าดู น่านฟ้าและมัศยามองหน้ากันคิดหนัก...แล้วพากันถอยออกมาตั้งหลักที่ร้านอาหารโดยมื้อนี้น่านฟ้าขอเป็นเจ้ามือ สมใจเกรงใจบอกว่า ที่จริงเราไปทานข้าวที่บ้านก็ได้ ไม่ต้องมาที่นี่ให้สิ้นเปลือง

    “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไปรบกวนหลายมื้อแล้ว คราวนี้ขอเป็นเจ้ามือบ้างครับ”

    “อ้อ...รู้ตัวด้วยเหรอคะว่ารบกวน” มัศยาแดกดันเข้าให้ น่านฟ้าไม่รู้สึกอะไรแต่สมใจไม่ค่อยชอบ เตือนลูกสาวพูดจาอะไรให้เกียรติเจ้านายบ้าง

    “ผมน่ะเด็กในคอนโทรลเจ๊เขาครับ ผมไม่กล้าหือหรอก”

    พูดขาดคำน่านฟ้าหน้าจ๋อยเพราะมัศยาดุมาทางสายตา แล้วเธอหารือแม่อย่างกังวลว่าดูท่าทางป้ามะลิยังไม่ใจอ่อน เราจะทำยังไงดี

    “พี่มะลิแกเข้ากรุงเทพฯ มาพร้อมกับแม่ มาทำงานที่มีโชคด้วยกันนี่แหละ แต่ทำได้สักพักแกก็ออกไปทำข้าวเกรียบขายเอง แกบอกว่าอยากขายข้าวเกรียบให้คนที่อยากกินจริงๆ ไม่ใช่หยิบเพราะไม่รู้จะกินอะไร แล้วแกก็อยากทำงานอิสระ เป็นนายของตัวเอง”

    “จำกัดลูกค้าเฉพาะแบบนั้นมันผิดหลักการตลาดนี่นา ใช่มั้ยเจ๊”

    “นี่คุณรู้เรื่องการตลาดกับเขาด้วยเหรอ”

    “อ้าวเจ๊ เห็นผมแบบนี้แต่ไม่โง่นะครับ ว่าแต่ป้ามะลิมาแนวอุดมการณ์แบบนี้เราต้องใช้อุดมการณ์เจาะเข้าไปหา”

    มัศยาอยากรู้ว่าทำยังไง สมใจลุ้นรอฟังคำตอบเหมือนกัน แต่แล้วสองแม่ลูกก็ถอนใจออกมาพร้อมกัน เพราะน่านฟ้ายังคิดไม่ออก...เฮ้อ! ไม่ได้เรื่องอีกตามเคย

    ออกจากร้านอาหาร น่านฟ้าขับรถไปส่งทั้งสามคนที่บ้าน ระหว่างทางนะดีพูดถึงพ่อนที น่านฟ้าสงสัยพ่อหนูน้อยไม่ใช่สินธุหรอกหรือ นะดีกำลังจะบอกแต่มัศยาส่งเสียงปรามก็เลยนิ่งเงียบไป นานฟ้าไม่พอใจต่อว่ามัศยาทันที

    “ผมกำลังคุยกันอยู่นะเจ๊”

    “นี่มันเรื่องภายในครอบครัวฉัน คุณคงไม่จำเป็นต้องรู้หรอกมั้ง”

    น่านฟ้าสะอึก น้ำเสียงและสีหน้ามัศยาเคร่งเครียดเลยไม่กล้าต่อปาก ขับรถต่อไปเงียบๆ จนกระทั่งถึงบ้านจะอาสาอุ้มนะดีที่นอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของสมใจ มัศยาก็ปฏิเสธอีกว่า

    “ไม่ต้องหรอกค่ะ แม่พานะดีเข้านอนเลยนะ เดี๋ยวหยีตามไป”

    สมใจอุ้มนะดีเข้าบ้านไปแล้ว น่านฟ้าหวังดีปลอบใจมัศยาอย่าคิดมาก ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก แต่เธอทำหน้างงถามเขาว่าพูดอะไร

    “ก็เห็นเจ๊เครียดเรื่องแฟนขนาดผมถามนะดีก็ยังไม่ให้พูดถึง เอาน่า ผู้ชายเลวๆ ไม่รับผิดชอบแบบนั้นอย่าไปใส่ใจเลย เจ๊ต้องหัดทำตัวเป็นดอกไม้ที่เชิดใส่ผีเสื้อบ้าง”

    “ฉันขอความคิดเห็นคุณตอนไหนไม่ทราบ”

    “อ้าว...ไหงพูดงั้นล่ะเจ๊ ผมอุตส่าห์ช่วยคิดนะเนี่ย”

    “ถ้าคุณมีเวลาเหลือเฟือล่ะก็ ช่วยคิดให้ออกว่าจะทำให้ป้ามะลิช่วยได้ยังไงดีกว่า” พูดแล้วมัศยาหันหลังกลับเข้าบ้าน ทิ้งให้น่านฟ้ายืนบ่นอุบอิบอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดหานิรชานัดพบกันที่เดิม

    ooooooo

    นิรชาออกจากบ้านโดยไม่รู้ว่าปารณแอบสะกดรอยตาม กระทั่งถึงผับเจอน่านฟ้าแล้วปารณถึงปรากฏตัว

    สองหนุ่มเห็นหน้ากันชัดๆ ถึงกับอุทานเรียกชื่อกันและกันอย่างตกใจ นิรชาหน้าเสียทันทีเมื่อทราบว่าเขาไม่ได้รู้จักกันธรรมดาแต่เป็นเพื่อนสนิทด้วยซ้ำ เลยฉวยโอกาสโบกแท็กซี่ชิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ส่วนสองหนุ่มมีเรื่องต้องเคลียร์ จึงไปนั่งเผชิญหน้าคุยกันที่คอนโดของปารณ

    ปารณกลัวเสียฟอร์มไม่กล้าบอกว่าตนเคยโดนนิรชาวางยาพาเข้าโรงแรมรูดทรัพย์ แต่อยากรู้เพื่อนรักโดนไปเท่าไหร่

    “โดนอะไรวะ ไอ้นี่พูดจาแปลกๆ”

    “ก็โดนคุณนิ้มอะไรของแกหลอกไปเท่าไหร่ กี่แสนหรือเป็นล้าน”

    “หลอกบ้าอะไรล่ะ คอนโดเขาออกจะหรูราคาไม่ต่ำกว่าสิบล้าน”

    “ฉันเดาว่าแกได้ไปส่งแค่ที่หน้าคอนโด แล้วแกรู้ได้ไงว่าเป็นคอนโดเขาจริงๆ”

    “แกพูดเหมือนกับว่าคุณนิ้มเป็นสิบแปดมงกุฎ ทำไมเหรอ แกเคยโดนเขาหลอกเหรอวะไอ้เป้ถึงได้แค้นฝังหุ่นแบบนี้”

    “เปล่าโว้ย แค่เคยได้ยินมา”

    “ไอ้นี่แปลกคนว่ะ แค่ได้ยินมาก็มาพูดซะนึกว่าเจอกะตัว”

    “เออ...ยังไงก็ระวังไว้มั่งก็ดี ว่าแต่เมื่อไหร่แกจะกลับมาทำงานซะทีวะ”

    “คงอีกสักพัก”

    “เฮ้ย! นี่แกกินแรงฉันมานานแล้วนะ ไหนบอกว่าแค่จะป่วนให้แม่ใหญ่เตะแกส่งออกจากบริษัท แต่นี่ฉัน ไม่เห็นแกจะมาทำงานบริษัทเราเลย ตกลงแกจะกลืนน้ำลายตัวเองรึไง”

    “ฉันทำไม่ได้แล้วว่ะเป้”

    ปารณนิ่วหน้าแปลกใจ ถามเพื่อนว่าทำอะไรไม่ได้ หรือว่าเปลี่ยนใจจะเป็นประธานบริษัทมีโชคขึ้นมาจริงๆ น่านฟ้าเลยสารภาพว่าตนทิ้งแม่ใหญ่และทุกคนในบริษัทไม่ได้ อีกฝ่ายได้ฟังก็หน้าเสียและออกอาการไม่พอใจ บ่นอุบนึกแล้วไม่มีผิดว่าสุดท้ายน้ำหน้าอย่างเขาต้องใจอ่อน อย่างนี้ก็เท่ากับตนเสียแรงเปล่า อุตส่าห์หวังดีจะช่วยเขาทางอ้อม

    น่านฟ้าไม่เข้าใจว่าเพื่อนพูดอะไร ปารณจึงตัดสินใจเล่าความลับเรื่องสุกิจจ้างตนเป็นที่ปรึกษาวางแผนธุรกิจแล้วทำให้น่านฟ้ากระเด็นจากตำแหน่งประธานบริษัท ตนเห็นว่าจะช่วยเพื่อนทางอ้อมให้หลุดจากตำแหน่งบ้าๆนั่นก็เลยรับงานนี้

    “วางแผนธุรกิจอะไร เขาจะมาจ้างแกอีกทำไม”

    “เขาจะทำข้าวเกรียบแบรนด์ใหม่ของเขาเอง เพื่อตีตลาดมีโชคนี่แหละ”

    “งั้นก็เท่ากับว่าอาสุกิจกำลังตั้งตัวเป็นคู่แข่งมีโชคด้วยสินค้าเดียวกัน”

    “ฉันว่าไม่แค่นั้นหรอก แต่ฉันต้องสืบให้ละเอียดกว่านี้ถึงจะบอกแกได้”

    “นึกไม่ถึงเลยนะว่าอาสุกิจจะหักหลังแม่ใหญ่ได้ลงคอ”

    “ว่าแต่เขา แกเองก็ยังคิดจะหักหลังเลยไม่ใช่เหรอวะ”

    “ไอ้นี่ แกจะพูดให้ฉันรู้สึกผิดทำไมวะ”

    “ก็ไม่รู้แหละ ที่แน่ๆ ถ้าแกไม่กลับมาทำงาน ฉันนี่แหละจะฉีกเนื้อแกเป็นชิ้นๆ แล้วกดลงชักโครกทีละครั้งๆ ว่าไง จะทำหรือไม่ทำ”

    น่านฟ้าไม่ตอบ ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างสุดเซ็ง...คืนนั้นกลับมาถึงบ้านก็เล่าให้แม่ฟังเรื่องสุกิจคิดคดกับบริษัทมีโชคทั้งที่บุญคุณท่วมหัว และเมื่อรู้เห็นอย่างนี้แล้วเขาคงทิ้งแม่ใหญ่ไม่ได้จริงๆ

    ooooooo

    เพราะความไม่สบายใจที่รู้ความลับของสุกิจจากปารณเมื่อคืน รุ่งขึ้นนานฟ้าจึงมารับมัศยาที่บ้านแต่เช้า เล่าให้เธอฟังอย่างหนักใจพร้อมกับหารือเรื่องป้ามะลิที่เขาต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งภายในเจ็ดวันเขา ต้องหาทางเข้าถึงข้าวเกรียบของป้าให้ได้

    “คำพูดมันผูกมัดการกระทำนะคะคุณน่าน อย่าพูดถ้าไม่มั่นใจว่าจะทำได้ ฉันอยากเตือนคุณเรื่องนี้ไว้ ไม่งั้นคุณเองนั่นแหละที่จะลำบาก”

    มัศยาพูดเพราะห่วง แต่น่านฟ้ากลับคิดว่านี่แหละคือการท้าทาย และเขาต้องทำให้ได้ด้วย เริ่มจากวันนี้เลย น่านฟ้าไปช่วยป้ามะลิทอดข้าวเกรียบขายและช่วยทุกอย่างไม่ว่าแกจะใช้ให้ทำอะไร โดยมีมัศยาติดตามมาสอดส่องด้วยความชื่นชมแต่ไม่แสดงออกให้เขาได้ใจ

    ต๋องไม่รู้ว่าน่านฟ้ากับมัศยาไปไหน โทร.ถามมัศยาถึงรู้ว่าพวกเขาไปขายของที่ตลาดน้ำ ภูริชได้ยินโดยบังเอิญรีบนำความไปบอกสุกิจก่อนจะรับคำสั่งให้ตามไปดูให้รู้แจ้งเห็นจริงว่าสองคนนั้นไปทำอะไรที่นั่น

    เมื่อสืบเสาะจากชาวบ้านละแวกนี้จนทราบว่าข้าวเกรียบป้ามะลิอร่อยมากและขายดีทุกวัน ภูริชกับสุกิจมั่นใจทันทีว่าน่านฟ้ากับมัศยาต้องการสูตรข้าวเกรียบของแก แน่นอนว่าสุกิจยอมไม่ได้ เขาสั่งภูริชให้จับตัวป้ามะลิมาเค้นเอาสูตรเด็ดก่อนที่น่านฟ้าจะได้ไป

    ไม่ทันถึงเย็น ข้าวเกรียบป้ามะลิขายหมดเกลี้ยงทั้งที่ลูกค้ายังยืนรอ น่านฟ้ากับมัศยาทึ่งจัดอยากให้ป้าทำเพิ่ม แต่หัวเด็ดตีนขาดป้าก็ไม่ยอม

    “ถ้าป้าไม่อยากขายสูตรให้ผมก็เปิดแฟรนไชส์ก็ได้เอ้า จะได้มีข้าวเกรียบป้ามะลิให้คนกินทั่วประเทศ” น่านฟ้าพยายามกล่อม

    “ไอ้ที่ไปไหนๆ ก็เจอรถเข็นเหมือนร้านบะหมี่เหรอ ไม่เอาด้วยหรอก ถ้าข้าวเกรียบป้ามะลิคนอื่นทอดมันจะเป็นข้าวเกรียบป้ามะลิได้ไง”

    “ป้านี่ดื้อจริงๆ ไอ้โน้นก็ไม่เอา ไอ้นี่ก็ไม่เอา ใจคอจะกอดสูตรข้าวเกรียบไว้คนเดียวจนตายหรือไง ใจกว้างๆ หน่อยสิครับป้า”

    “นี่เอ็งหาว่าข้าใจแคบเหรอ”

    “เปล่าครับป้า ผมแค่ไม่อยากให้สูตรของป้ามันสูญหายไป อยากให้ลูกหลานรุ่นหลังๆ ได้กินข้าวเกรียบสูตรเด็ด ของป้าน่ะ หิวจัง ไปหาอะไรกินกันก่อน เดี๋ยวค่อยมาช่วยป้าเก็บของนะ ไปครับป้า”

    “ไม่ไปหรอก หิวก็ไปกินกันเถอะ ข้าไม่ชอบซื้อเขากิน” ป้ามะลิโบกมือไล่ น่านฟ้ากับมัศยาเลยต้องไป กันสองคน

    ooooooo

    ในขณะที่ป้ามะลิอยู่ร้านคนเดียว ภูริชส่งลูกน้องสามคนมาเคี่ยวเข็ญจะเอาสูตรข้าวเกรียบจากป้ามะลิให้ได้ แต่แกยืนยันว่าไม่มี พวกเขาเลยพังร้านซะเละเทะก่อนจะบังคับแกไปที่บ้านแล้วค้นหาสูตรที่คิดว่าแก ซ่อนไว้

    กระทั่งแน่ใจว่าไม่มีจริงๆตามที่แกบอก จึงพาตัวแกขึ้นรถออกไปตามคำสั่งของภูริช น่านฟ้ากับมัศยากินอิ่มกลับมาที่ร้านไม่พบป้ามะลิและเห็นข้าวของเกลื่อนกลาด ถามพ่อค้าแม่ค้าใกล้ๆ รู้ว่ามีชายสามคนมาพาแกไปทางบ้าน ได้ยินมันพูดกันว่าต้องการสูตรข้าวเกรียบ สองหนุ่มสาวตกใจ รีบติดตามด้วยความเป็นห่วง

    ถึงบ้านไม่พบป้ามะลิแถมข้าวของบนบ้านก็ถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย น่านฟ้ากับมัศยายิ่งใจไม่ดีหารือกันว่าถ้าป้าถูกจับตัวไปจริงเราต้องหาทางช่วยแกให้ได้

    “เพราะคุณกลัวว่าจะไม่ได้สูตรทำข้าวเกรียบจากป้าแกใช่ไหม”

    “ตอนนี้ผมไม่สนใจหรอกสูตรอะไรนั่นน่ะ ผมห่วงความปลอดภัยของป้ามะลิมากกว่า เพราะถ้าแกถูกจับตัวไปเพราะสูตรข้าวเกรียบจริงๆล่ะก็ ผมก็มีส่วนที่ทำให้เป็นแบบนี้”

    “คุณน่านคิดว่าเป็นฝีมือ...” มัศยาชะงัก ไม่อยากปรักปรำสุกิจแบบไม่มีหลักฐาน แต่น่านฟ้าพูดออกมา อย่างมั่นใจว่า

    “ชั่วโมงนี้มีอาสุกิจคนเดียวแหละที่น่าสงสัย เพราะถ้าเขาได้สูตรจากป้ามะลิไป ข้าวเกรียบแบรนด์ใหม่ของเขาก็คงจะง่ายขึ้นเยอะ”

    “แต่ฉันว่าป้ามะลิไม่มีทางบอกสูตรให้ใครง่ายๆหรอก”

    จริงแท้แน่นอนดังคำของมัศยา ป้ามะลิไม่ให้สูตรข้าวเกรียบแถมยังด่าไม่เลี้ยงจนพวกมันหูชา แม้แต่ภูริช ที่มากล่อมด้วยตัวเองก็ไม่เป็นผล เลยจับแกขังไว้ในบ้านร้างแถวพระรามเจ็ดตามคำสั่งของสุกิจ ยังหวังว่าแกจะเปลี่ยนใจบอกสูตรเพราะรำคาญหนักเข้า

    เมื่อถูกขังอยู่ในห้องคนเดียว ป้ามะลิหัวเสียหนัก บ่นกับตัวเองอย่างปลงๆ “นี่มันเวรกรรมอะไรวะเนี่ย มาถูกลักพาตัวตอนแก่ นังมะลิเอ๊ย”

    ด้านน่านฟ้าที่แยกกับมัศยาเอาตอนใกล้ค่ำทั้งที่ยังไม่มีเบาะแสของป้ามะลิเลย เขากลับบ้านในสภาพอ่อนล้า ตอบคำถามแม่ว่าวันนี้ตนไม่ได้เข้าบริษัท ไปตลาดน้ำมา

    “ไปตลาดน้ำ ไปทำอะไร ไม่ทันไรก็เหลวไหลอีกแล้วเหรอเราเนี่ย ป่านนี้แม่ใหญ่ไม่ตามหาตัวแล้วเหรอ”

    “ไม่ได้ไปเหลวไหลหรอกครับแม่ ผมกับมัศยาไปทำงานกัน เราไปหาคนคนหนึ่งที่จะช่วยให้ข้าวเกรียบมีโชคกลับมาขายดีอีกได้ แต่มันยากเย็นเหลือเกิน แถมตอนนี้ก็ยังมาเกิดปัญหาอีก” พูดจบเขาล้มตัวลงนอนหนุนตักแม่อย่างหมดแรง

    “ปัญหาอะไรบอกแม่ได้ไหม เผื่อแม่จะช่วยได้”

    “แม่ช่วยไม่ได้หรอกครับ”

    “ยังไม่ทันบอกแล้วรู้ได้ยังไงว่าแม่ช่วยไม่ได้” สุกัญญาบ่นแต่ไม่มีเสียงหืออือสักแอะ ก้มมองถึงเห็นว่าลูกชายหลับคาตักตนเองไปแล้ว

    ooooooo

    คืนเดียวกันนี้ สุกิจกับภูริชนัดนิรชามาพบที่ผับ สุกิจแกล้งถามเธอว่าช่วงนี้ได้เจอน่านฟ้าบ้างหรือเปล่า นิรชาตอบตรงๆว่าเจอบ้างแต่ไม่บ่อย

    “ฉันจ้างเธอให้ทำให้มันหลงจนลืมการลืมงานแต่ฉันยังเห็นมันมีเวลาไปโน่นไปนี่อยู่เลย”

    “คุณสุกิจจะให้ฉันมาติดแหง็กอยู่กับคุณน่านฟ้าตลอดเวลามันคงไม่ได้ ฉันก็ต้องทำมาหากินเหมือนกัน นะคะ”

    “นายฉันจ้างเธอนะ ไม่ได้ให้ทำฟรีๆ” ภูริชท้วงขึ้นห้วนๆ

    “ใช่ค่ะ แต่เงินค่าจ้างฉันก็ยังไม่ได้รับ ถ้าอยากได้งานดีๆก็ใจถึงหน่อยสิคะ”

    นิรชาตอบโต้อย่างไม่กลัว สุกิจนิ่งคิดนิดเดียวก่อนตัดสินใจจะจ่ายเงินให้เธอก่อนหนึ่งแสน หวังว่าคงพอให้เธออยากทำงานดีๆขึ้นมาบ้าง

    พูดขาดคำ สุกิจหยิบสมุดเช็คออกมาเขียนตัวเลขให้นิรชาเอาไปขึ้นเงินได้เลย จังหวะนั้นโทรศัพท์ภูริชมีสายเข้า เขาลุกออกไปคุยห่างๆ ครู่เดียวก็กลับมานั่งที่เดิม แล้วรายงานสุกิจว่า

    “พวกที่เฝ้าป้ามะลิที่บ้านร้างโทร.มาบอกว่าป้าแกยังไม่ยอมบอกสูตรข้าวเกรียบเลยครับ ด่าอย่างเดียวเลย”

    “สงสัยบ้านร้างที่พระรามเจ็ดมันจะสบายไป ถ้ายังไม่บอกฉันจะพาไปมัดไว้ในป่า ดูซิจะทนได้ถึงไหน”

    นิรชาได้ยินชัดแจ๋ว สะดุดชื่อป้ามะลิ เพ่งมองสุกิจและภูริชด้วยความสงสัย

    ป้ามะลิถูกมัดอยู่กับเสาในบ้านร้างโดยไม่ยอมกินข้าวปลาที่ลูกน้องภูริชหามาให้ เอาแต่ก่นด่าจนพวกมันหูชา แล้วก็ยืนยันคำเดิมว่าตนไม่มีสูตรข้าวเกรียบอะไรทั้งนั้น

    ฝ่ายนิรชาที่ได้เช็คเงินสดจากสุกิจหนึ่งแสน

    ก็เปิดแน่บกลับบ้านมาซักถามแม่เรื่องยายจนทราบว่าชื่อมะลิ ขายข้าวเกรียบทอด ไม่ได้เจอกัน 20 ปี...หญิงสาวสังหรณ์ใจว่าป้ามะลิที่ถูกพวกสุกิจจับไปขังจะเป็นยายของตน ปะเหมาะพอดีวันรุ่งขึ้นเจอปารณที่มาดักรอจึงเล่ารายละเอียดนี้ไปเผื่อเขาจะช่วยสืบเสาะอะไรได้บ้าง นอกจากนี้ยังยอมสารภาพเรื่องสุกิจจ้างวานให้หว่านเสน่ห์น่านฟ้า

    เพียงฟังเธอเล่าจบ ปารณก็รีบโทร.หาน่านฟ้าซึ่งเวลานั้นอยู่กับมัศยาที่ร้านป้ามะลิ น่านฟ้ารีบร้อนกลับมาบ้าน โดยให้มัศยาเข้าบริษัทไปก่อนคนเดียว เสร็จธุระแล้วเราค่อยหาทางช่วยป้ามะลิที่ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงไม่รู้

    เมื่อถึงบ้าน น่านฟ้าเจอปารณและนิรชารออยู่ ปารณบังคับเธอให้สารภาพความจริงเรื่องสุกิจต่อหน้าน่านฟ้า นิรชาเผยหมดไส้หมดพุงว่าสุกิจมีแผนทำให้น่านฟ้าหลุดจากตำแหน่งประธาน ซึ่งปารณเสริมว่าเวลานี้เขากำลังหาทางทำลายมีโชคด้วยการจะปั้นข้าวเกรียบยี่ห้อใหม่มาแข่ง และกำลังหาสูตรเด็ดให้วุ่น

    น่านฟ้าหูผึ่ง เชื่อเกินกว่าครึ่งว่าสุกิจอาจอยู่เบื้องหลังการลักพาตัวป้ามะลิ นิรชาได้ยินอย่างนั้นก็โพล่งขึ้นทันที

    “ป้ามะลิที่ขายข้าวเกรียบใช่ไหมคะ ฉันได้ยินคุณภูริชบอกว่าเอาไปขังไว้ที่บ้านร้างแถวพระรามเจ็ด”

    ข้อมูลนั้นทำให้น่านฟ้ารีบหยิบโทรศัพท์ออกมากดหามัศยา แจ้งว่าได้เรื่องป้ามะลิแล้ว ให้เธอลงมารอหน้าตึกได้เลยเดี๋ยวตนไปรับ...ส่วนปารณให้ส่งนิรชาแล้วตามไปเจอตนที่ร้านเกมแถวพระรามเจ็ด แต่นิรชาไม่ยอมกลับขอติดสอยห้อยตามพวกเขาไปด้วย

    ในที่สุดพวกน่านฟ้าก็สามารถช่วยป้ามะลิออกจากบ้านร้างได้สำเร็จ แล้วพาส่งโรงพยาบาลเพราะแกมีอาการอ่อนเพลียมาก แต่พอแกฟื้นขึ้นมาก็รบเร้าจะกลับบ้านเพราะกลัวสิ้นเปลืองเงินทอง นิรชาซึ่งเป็นหลานแท้ๆจึงขอจัดการเรื่องค่ารักษาทั้งหมดเอง

    ป้ามะลิดีใจมากที่ได้เจอหลาน นิรชาคือลูกสาวของนารีที่เกิดกับชายคนหนึ่งที่หนีตามกันไป มะลิโกรธมาก แต่ตัดลูกหลานไม่ขาด เฝ้าคิดถึงตลอดมา แต่นารีเองต่างหากที่รู้สึกผิดจนไม่กล้ากลับมาสู้หน้าแม่

    วันนี้ยายหลานได้เจอกันอย่างไม่คาดคิด มัศยาถึงกับเอ่ยปากว่าโลกกลมจริงๆ ส่วนเรื่องสุกิจคงจะเอาผิดอะไรไม่ได้เพราะเขาไม่ได้ลงมือเอง สรุปก็คือคนชั่วลอยนวลตามเคย

    “ใจเย็นๆน่าเจ๊ เรื่องนี้ยังไงมันก็ต้องจบ ไม่จบวันนี้พรุ่งนี้ ก็เดือนนี้เดือนหน้า แล้วจุดจบของคนชั่วมันไม่เคยสวยหรอกเชื่อผม” น่านฟ้าสรุปอย่างมั่นใจ

    ในขณะเดียวกัน ภูริชกระหืดกระหอบไปบอกสุกิจว่าลูกน้องของตนโทร.รายงานว่ามีคนมาช่วยป้ามะลิออกไปได้แล้ว สงสัยจะเป็นพวกน่านฟ้า

    “ไอ้น่านฟ้า! สงสัยจะใจดีด้วยไม่ได้ซะแล้ว” สุกิจคำราม สีหน้าโกรธเกรี้ยวน่ากลัว!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พร้อมเสิร์ฟตอนใหม่ “กระเช้าสีดา” ฟังคำตอบ "นุ่น" หลัง "ก๊อต" สารภาพรัก

    พร้อมเสิร์ฟตอนใหม่ “กระเช้าสีดา” ฟังคำตอบ "นุ่น" หลัง "ก๊อต" สารภาพรัก
    17 ต.ค. 2564

    03:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 03:16 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์