นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปลาหลงฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    กว่าจะได้เจอบุคคลคนนั้นที่น่านฟ้าภูมิใจ นำเสนอ มัศยาแทบจะถอดใจ แถมพอเจอก็เจรจาไม่สำเร็จอีก ถูกป้ามะลิแม่ค้าขายข้าวเกรียบทอดขว้างด้วยกระทะโดนศีรษะน่านฟ้าจนปูดโปนต้องวิ่งหนีกันออกมาอุตลุด

    ป้ามะลิขี้หงุดหงิดแต่ความจริงแกใจดี ลูกค้าติดใจรสชาติข้าวเกรียบของแกจึงมาต่อแถวรอซื้อกันยาวเหยียด น่านฟ้าจะขอซื้อสูตรแกสองล้านแต่แกไม่เล่นด้วย ถึงกระนั้นน่านฟ้าก็บอกมัศยาว่าเจ็บแค่นี้ตนไม่ถอดใจแน่ ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก

    อยู่ที่ตลาดน้ำแทบทั้งวันกว่าน่านฟ้าจะไปส่งมัศยาที่บ้าน หญิงสาวไม่ชวนเขาเข้าบ้านบอกเหตุผลว่าเย็นแล้ว และตนไม่อยากให้ใครพูดได้ว่าบ้านตนมีผู้ชายเข้าออกบ่อยๆ

    “โห...เจ๊อายุอานามขนาดนี้มีผู้ชายขอเข้าบ้านนี่ควรจะปิดซอยเลี้ยงมากกว่าจะมาถือเนื้อถือตัวเคร่งขนบธรรมเนียมไทยแบบนี้นะ คนอาไร้...หัวโบราณจริงๆ”

    “ใช่ ฉันหัวโบราณ ไร้น้ำใจและโหด มีอะไรมั้ย”

    “ไม่มีก็ได้ ก็แค่ถามดู แหม...คุณไม่คิดจะแสดงน้ำใจบ้างเหรอ ผมอุตส่าห์ขับรถมาส่งคุณถึงหน้าบ้านเลยนะ”

    “ขอบคุณนะ แต่คงไม่เชิญเข้าบ้านหรอก ฉันเหนื่อยแล้วก็ไม่อยากจะมานั่งต่อปากต่อคำกับใครอีกแล้ว พรุ่งนี้พบกันที่บริษัทนะคะท่านประธาน อ้อ อย่าลืมทายาที่หัวด้วยล่ะ”

    “ฮั่นแน่ เจ๊เริ่มเป็นห่วงผมแล้วใช่ไหม”

    “ค่ะ เป็นห่วง เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไป พรุ่งนี้ใครจะเอาหัวไปรับกระทะของป้ามะลิอีกล่ะ ดูท่าป้าแกคงไม่ใจอ่อนให้คุณง่ายๆหรอก”

    มัศยาหันหลังจะเข้าบ้าน น่านฟ้านึกอะไรได้ร้องเรียกเธอไว้ บอกว่าตนเปลี่ยนใจแล้ว

    “อะไรอีกคะ” น้ำเสียงเธอรำคาญเต็มที

    “เจ๊อาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย ฉีดน้ำหอมกลิ่นหอมๆรอผมนะ เดี๋ยวผมกลับมารับ...สามทุ่มนะ”

    “สามทุ่ม! คุณจะพาฉันไปไหน”

    “ไม่พาเจ๊ไปลวนลามหรอกน่า ผมแค่เห็นด้วยกับเจ๊ว่าป้ามะลิแกคงไม่ใจอ่อนง่ายๆ เพราะฉะนั้นเราต้องจัดหนักนิดนึง” จบคำก็บึ่งรถออกไป ทิ้งมัศยายืนงงบ่นพึมพำว่าสงสัยสมองเขากระทบกระเทือน ขยันอย่างกับคนละคน

    สมใจรู้ว่าลูกสาวไปตลาดน้ำกับน่านฟ้าทั้งวันเพื่อตื๊อแม่ค้าขายข้าวเกรียบให้คิดสูตรให้บริษัทแล้วอดนึกถึงเพื่อนคนหนึ่งของตนไม่ได้ เธอขายข้าวเกรียบเหมือนกันแต่ถ้าไม่พอใจก็ไม่ขาย บางทีลูกค้าคนไหนเรื่องมากก็ด่าเปิงไล่ออกจากร้านแทบไม่ทัน

    มัศยาฟังแม่เล่าแล้วไม่คิดอะไร ได้แต่หัวเราะขำขันว่าช่างเหมือนแม่ค้าที่เจอวันนี้เสียจริง จากนั้นเธอขอตัวไปอาบน้ำจะได้รีบมากินข้าวเพราะสามทุ่มต้องออกไปข้างนอกกับน่านฟ้าอีก

    ด้านสุกิจที่นอกจากคิดเป็นใหญ่ในบริษัทมีโชคแล้วเขายังวางแผนจะก่อตั้งโรงงานแห่งใหม่บนที่ดินแปลงสวยซึ่งวิภาเคยรับปากว่าจะยกให้ โดยให้ภูริชติดต่อจ้างปารณเป็นที่ปรึกษา แต่พอเย็นนี้หลังกลับจากดูที่ดินแล้วมาคุยกับวิภา ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้สุกิจยิ่งโกรธแค้นเกลียดชังน่านฟ้าอีกเท่าทวีคูณ เพราะวิภากลับคำไม่ยกที่ดินให้สุกิจ แต่ทำตามคำสั่งของนายโชคที่ทำพินัยกรรมใหม่ก่อนตายยกให้น่านฟ้าเพียงผู้เดียว

    สุกิจไม่พอใจอย่างมากแต่ต้องข่มอารมณ์ไว้เมื่อวิภาเสียงแข็งว่าทุกวันนี้เขาก็มีกินมีใช้เพราะบุญคุณของนายโชค แล้วจะมาเรียกร้องอะไรอีก ขอแค่เขาตั้งใจทำงานและซื่อสัตย์กับบริษัทรับรองว่าเธอไม่ทิ้งเขาแน่นอน

    ต่อหน้าวิภา สุกิจรับคำโดยดีแต่พอพ้นออกมาจากห้องทำงานของเธอ เขาแสดงความหงุดหงิดโมโหก่นด่าน่านฟ้าว่าตัวซวยเกิดมาเป็นก้างขวางคอ...จบคำก็ชะงักรีบปรับสีหน้าแทบไม่ทัน เพราะน่านฟ้าเดินโปรยยิ้มมาทักทาย

    น่านฟ้าคุยอวดว่าคืนนี้ตนนัดมัศยาวางแผนการตลาด สุกิจคิดไม่ถึงว่าเขาจะกระตือรือร้นขนาดนี้ อดเป็นกังวลไม่ได้ว่าภายในสามเดือนน่านฟ้าอาจพิสูจน์ตัวเองได้ตามที่รับปากกับพนักงานไว้ แต่แน่นอนว่าสุกิจต้องทำทุกทางเพื่อไม่ให้มีวันนั้น

    ผละจากสุกิจแล้วน่านฟ้าเข้าไปพบวิภา หารือเรื่องคิดสูตรใหม่ทำข้าวเกรียบมีโชค มั่นใจว่าคนที่จะหามาต้องคิดสูตรได้อร่อย แต่จะสำเร็จแค่ไหนต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง โดยเฉพาะเงินลงทุนตนทุ่มเต็มที่

    วิภาสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของน่านฟ้า แต่ไม่คิดว่าจะมีมารผจญเขาจนได้ สุกิจเร่งรัดนิรชาต้องทำให้น่านฟ้าทำงานไม่สำเร็จ เสียงานเสียการถึงขั้นถูกไล่ออกได้ยิ่งดี แต่ไม่ยอมให้เธอเบิกเงินล่วงหน้าตามคำขอ ตราบใดที่เขายังไม่เห็นผลงานของเธอ

    นิรชาอับจนหนทางเพราะกำลังต้องการเงินไปไถ่นาฬิกาคืนปารณ จึงปฏิบัติการคืนนี้เลยด้วยการโทร.เว้าวอนน่านฟ้าออกมากินข้าวจนได้ ทั้งที่เขามีนัดกับมัศยาตอนสามทุ่ม น่านฟ้าติดกับถูกเธอวางยาพาไปโรงแรม หมายจัดฉากถ่ายรูปเหมือนมีสัมพันธ์กันลึกซึ้ง แต่ไม่สำเร็จเพราะปารณโทร.มาตามตัวเธอพอดี

    หญิงสาวจากไปด้วยความเสียดาย แต่ถ้าไม่ไปพบปารณก็กลัวจะติดคุกหัวโต เพราะเวลานี้เธอเหมือนลูกไก่ในกำมือเขา แต่แล้วขณะทั้งคู่เผชิญหน้ากัน แม่ของเธอโทร.มาแจ้งว่าอาการทรุดหนัก ปารณอาสาขับรถไปส่งถึงบ้านในชุมชนก่อนจะพาแม่เธอส่งโรงพยาบาลด้วยความเต็มใจ

    ด้านมัศยาที่รอน่านฟ้าเก้อแถมติดต่อไม่ได้ เธอโมโหมากไม่คิดว่าเขาจะเหลวไหลไม่มารับทั้งที่ตัวเองเป็นคนนัด โทร.หาต๋องก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหน จึงไปดักรอที่บ้านของเขาพร้อมบอกเล่าให้สุกัญญาฟังอย่างมีอารมณ์ ถ้าน่านฟ้ากลับมาเมื่อไหร่เธอขอเช็กบิลเขาทันที

    น่านฟ้ารู้สึกตัวเอาตอนเช้า รีบแต่งตัวทั้งที่ยังงงๆว่าตนมาอยู่ในโรงแรมได้ยังไง ดูมือถือเห็นสายเรียกเข้าเป็นร้อยสาย เบอร์สุดท้ายคือวิภา ยิ่งแตกตื่นรีบร้อนกลับบ้าน เจอสุกัญญากับมัศยากำลังจะออกไปแจ้งความที่โรงพัก

    ทั้งสองคนโวยวายใส่น่านฟ้าด้วยความโมโห มัศยาเดาถูกว่าเขาไปเที่ยวกับสาวจนลืมว่านัดตนไว้ แล้วก็ปล่อยให้ตนต้องถ่อมาตามเขาถึงนี่ น่านฟ้าไม่รู้จะแก้ตัวยังไงได้แต่พยักหน้าหงึกๆ

    “ตาน่าน...ทำไมถึงได้เหลวไหลแบบนี้ ฮึ” สุกัญญาเดือดไม่แพ้มัศยา

    “ผมผิดไปแล้วครับ ผมกะแค่แว้บไปเจอน้องเขานิดเดียว ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้”

    “ไม่คิดเหรอ เอะอะอะไรก็ไม่คิด คุณเคยคิดอะไร เคยนึกถึงใครที่เขาต้องมาลำบากเพราะคุณบ้าง”

    “โธ่เจ๊...ก็มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ”

    “อ๋อ...นี่เรียกการผิดนัดทิ้งงานไปกับสาว แถมหลบหน้าหลบตาไม่ยอมรับโทรศัพท์ ปล่อยให้คนอื่นร้อนใจวิ่งพล่านเกือบทั้งคืนเนี่ยว่าเป็นเหตุสุดวิสัยงั้นเหรอ”

    “แต่ผมสาบานได้เลยนะว่าผมแค่แวะไปกินข้าวกับน้องเขาแป๊บเดียว แต่หลังจากนั้นผมก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย รู้ตัวอีกทีก็ไปนอนที่ห้องในโรงแรมอะไรก็ไม่รู้”

    “ว่าไงนะ โรงแรม!! ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณแล้วคุณน่าน เชิญแก้ตัวกับคุณท่านเองแล้วกัน ไอ้กร๊วก!!”

    ด่าเสร็จมัศยาสะบัดหน้าพรืดเดินออกไปทันที น่านฟ้าวิ่งตามมาดึงแขนเธอไว้ ขอร้องให้ฟังก่อน กลับได้คำตอบตวาดใส่หน้าอย่างฉุนเฉียวว่า

    “ไม่! ฉันต้องรายงานคุณท่าน แล้วอย่าฝันว่าฉันจะช่วยงานคุณอีก”

    “ไม่นะเจ๊ อย่าทำแบบนี้สิ งานเรากำลังจะไปได้ สวยนะ”

    “ไปได้สวยเหรอ เอาอะไรมาพูด สิ่งที่คุณทำเมื่อคืนมันบ่งบอกอยู่แล้วว่าคุณมันไม่เอาไหน ไม่ได้เรื่อง ฉันไม่น่ารับปากมาร่วมงานกับคนอย่างคุณเลย”

    มัศยาสะบัดมือน่านฟ้าแล้วเดินหนี น่านฟ้าคิดอะไรไม่ออกโผเข้ากอดเธอหน้าตาเฉย ไม่ยอมให้ไปจนกว่าเธอจะฟังคำอธิบายของเขาก่อน มัศยาไม่สนและไม่อยากฟัง กระทืบเท้าเขาสุดแรงก่อนจะเสยหมัดเข้าปลายคางจนเขาร่วงลงไปนอนนับดาวแน่นิ่งอยู่กับพื้น!

    ทำรุนแรงกับเขาไปแล้วมัศยารู้สึกผิด ตามสุกัญญาเข้ามาช่วยเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้น่านฟ้าที่ยังไม่ฟื้น สุกัญญาจำภาพเมื่อครู่ได้ติดตา อดขำมัศยาไม่ได้ว่าทำไมถึงได้เก่งกล้าสามารถขนาดนี้ เล่นงานน่านฟ้าซะน็อกไปเลย

    “คือ...สมัยเรียนหยีอยู่ชมรมเทควันโดค่ะ แล้วก็ชื่นชอบศิลปะป้องกันตัวอีกหลายอย่าง”

    “ถึงว่า ตาน่านถึงได้น็อกกลางอากาศแบบนี้”

    สุกัญญาหัวเราะชอบใจ ทันใดนั้นน่านฟ้าทะลึ่งพรวดขึ้นด้วยความตกใจ หลบไปอยู่หลังแม่เพราะกลัวเจ๊โหดจะฆ่า กลายเป็นว่าแม่สนับสนุนให้มัศยาจัดการต่อได้เลย...

    ooooooo

    หลังจากนั้นไม่นาน มัศยาพาน่านฟ้าไปพบวิภาที่ห้องทำงานภายในบริษัท วิภาโกรธมากถามเขาว่าหายหัวไปไหนมาทั้งคืน

    “ผมขอโทษครับแม่ใหญ่ คือว่ามันเป็นแอ็กซิเดนท์เล็กๆน้อยๆน่ะครับ”

    “เล็กน้อยเหรอ รู้ไหมว่าเขาเป็นห่วงแกกันขนาดไหน ทั้งมัศยา ทั้งฉัน ทั้งแม่แก ไม่เป็นอันนอนกันเลยทั้งคืน”

    “แม่ใหญ่ฟังผมพูดก่อนสิครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ทุกคนเป็นห่วงเลย แต่ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน”

    “แกไม่ต้องมาโกหก ไอ้น่าน ฉันไม่อยากฟังฉันอุตส่าห์ไว้ใจคิดว่าแกเปลี่ยนไปแล้ว นี่อะไร งานยังไม่ทันเริ่มถึงไหนแกก็เหลวไหลเหมือนเดิมซะแล้ว ฉันผิดหวังกับแกจนไม่รู้จะผิดหวังยังไง ไหนแกบอกมาซิว่าฉันควรจะทำยังไงกับแกดี” วิภาเดือดจัด น่านฟ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ ป่วยการที่จะอธิบายเรื่องราว

    “โอเคครับ ครั้งนี้ผมยอมรับว่าผมผิด แต่ผมจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก แม่ใหญ่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ ผมสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย ผมจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังอีก”

    วิภาชะงักมองหน้าน่านฟ้าที่ดูจริงจังมาก แต่แล้วโบกมือไล่อย่างอ่อนใจ “ออกไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน”

    มัศยาเห็นน่านฟ้าจ๋อยมากก็พยายามจะช่วยพูด แต่วิภาชิงตัดบทเสียก่อนว่า

    “เธอด้วยมัศยา ออกไปพักเถอะ กลับบ้านไปเลยก็ได้นะ เหนื่อยมาทั้งคืนแล้วนี่”

    “ค่ะคุณท่าน” รับคำแล้วมัศยาดึงน่านฟ้าให้เดินออกไปด้วยกัน

    วิภาทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน มองรูปสามีกับลูกชายแล้วรำพึงอย่างผิดหวัง “ฉันไม่น่าเชื่อใจมันเลย”

    น่านฟ้ารู้สึกผิด ขอโทษมัศยาขณะเดินออกมา ด้วยกัน แต่เธอไม่ต้องการคำขอโทษจากเขา เพราะเขาเป็นเจ้านายทำอะไรก็ไม่มีวันผิด และเขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกับเธอด้วย เก็บคำพูดแก้ตัวไปพูดให้คุณท่านเชื่อดีกว่า บอกตามตรงตอนนี้เธอไม่คาดหวังอะไรกับคนอย่างเขาอีกแล้ว

    “คนอย่างผมมันเป็นยังไง มันเลวนักเหรอ”

    “เปล่า คุณไม่ใช่คนเลว แต่คุณมันเหลวไหลไร้ความรับผิดชอบ น่าเสียดายที่ฉันเสียเวลาทุ่มเททำงานให้กับคุณ ฉันน่าจะรู้ว่ามันเสียเวลาแล้วก็เปล่าประโยชน์”

    “ก็ได้ ถ้าเจ๊ไม่เชื่อผมก็ไม่ต้องมาช่วยผม ผมจะทำเองคนเดียวก็ได้” เขาฮึดฮัดจากไป มัศยาไม่สนใจเดินเข้าห้องทำงาน บ่นให้ต๋องฟังว่าน่านฟ้าไร้ความรับผิดชอบ ไม่รู้ดีรู้ชั่ว โตป่านนี้แล้วยังคิดไม่เป็น

    “แล้วเจ๊รู้หรือยังว่าทำไมคุณน่านถึงไม่กลับบ้าน เขาหายไปไหน”

    “ไม่รู้ ฉันไม่ได้ฟังหมอนั่นแก้ตัว เบื่อจะฟัง”

    “เจ๊นี่เป็นเอามาก ตัดสินก่อนจะฟังความซะอีก ระวังถ้าเขาไม่ได้เหลวไหลจริงเจ๊จะเงิบเอานะ”

    “เขายอมรับแล้วว่าแว่บไปหาผู้หญิง แล้วไปจบที่โรงแรม แต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นฉันไม่รู้”

    “ถ้าไปหาผู้หญิงแล้วจบที่โรงแรมก็คงไม่ต้องถามต่อแล้วล่ะมั้ง” ต๋องปิดท้ายเสียงอ่อย

    น่านฟ้าย้อนกลับมาหาป้ามะลิอีกครั้งที่ตลาด แต่ก็ไม่อาจกล่อมให้แกใจอ่อนยอมขายสูตรข้าวเกรียบให้ มิหนำซ้ำแกยังทำให้เขาเกือบโดนชาวบ้านรุมสกรัม โทษฐานลวนลามแกที่แกล้งตะโกนขอความช่วยเหลือ

    โชคดีที่มัศยาโผล่มาทันเวลา น่านฟ้าเลยสมอ้างเธอเป็นแฟนจนรอดพ้นจากมือเท้าชาวบ้านมาได้ แต่กระนั้นน่านฟ้าก็ไม่ยอมถอยกลับง่ายๆ วางแผนใหม่ชวนมัศยาไปดักตื๊อป้ามะลิถึงบ้านในบ่ายนั้น ผลปรากฏว่าทั้งเธอและเขาต้องวิ่งแจ้นออกมาแทบไม่ทันเพราะป้าแกควงอีโต้รอต้อนรับอยู่

    หนีตายกลับมาที่บ้านมัศยา น่านฟ้าบ่นขรม ตนว่าแม่ใหญ่โหดแล้ว เจอป้ามะลิเข้าไปแม่ใหญ่กลายเป็นนางฟ้าไปเลย บ่นจบก็ถอนใจเฮือกใหญ่อย่างมืดแปดด้านไม่รู้จะใช้วิธีไหนถึงจะกล่อมแกสำเร็จ สมใจแม่ของมัศยาฟังอยู่ด้วย พูดลอยๆว่า

    “คนจริงแบบนี้น่ะ เราจะประจบประแจงเขาก็จะมองว่าเราตลบตะแลงคบไม่ได้ ต้องเอาความจริงใจเข้าสู้ ทำให้เขารู้ว่าเราจริงจังแล้วก็จริงใจ ไม่ได้คิดแต่จะเอาผลประโยชน์จากเขาฝ่ายเดียว”

    “จริงจังจริงใจเหรอ งั้นผมนึกออกแล้วว่าจะทำไง” น่านฟ้าปิ๊งไอเดีย คว้ามือมัศยาให้ออกไปส่งเขาหน้าบ้านเขามีเรื่องจะคุยด้วย

    หลังจากฟังน่านฟ้าเล่าความจริงเมื่อวันก่อนที่ผิดนัด มัศยายังคงสีหน้าเรียบเฉย น่านฟ้าเซ้าซี้ว่า

    “ทีนี้คุณเชื่อผมหรือยังว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ผมไม่รู้ ตัวจริงๆว่าไปนอนอยู่ในโรงแรมนั่นได้ยังไง ของก็อยู่ครบ ไม่มีอะไรหายสักอย่าง”

    “ฉันเชื่อคุณหรือไม่เชื่อมันไม่ใช่ปัญหา แต่ว่าคุณท่านต่างหาก ท่านตั้งความหวังไว้กับคุณมาก คุณควร อธิบายให้ท่านเข้าใจ”

    “ยังหรอก”

    “ทำไมล่ะ”

    “แม่ใหญ่น่ะ ถ้ายังไม่มีผลงานจับต้องได้เป็นชิ้นๆ อธิบายให้ตายก็ไม่มีวันยอมฟังหรอก”

    “ฉันว่าคุณอคติกับคุณท่านเกินไปนะ ฉันดูออกว่าท่านรักแล้วก็ห่วงคุณมาก”

    “แค่ฟังผมยังขนลุกเลย ให้เชื่อคงยากแหละเจ๊ เอาน่า ยังไงวันนี้ผมต้องขอบคุณเจ๊ด้วยนะที่เปลี่ยนใจตามไปช่วยผมไว้ แล้วก็เชื่อใจผม”

    “ใครบอกว่าฉันเชื่อใจคุณ ฉันแค่รับฟังเฉยๆ แต่จะให้ดี ช่วงนี้ช่วยเลิกเจ้าชู้ชีกอซักทีเถอะ เดี๋ยวจะเสียเรื่องหมด”

    น่านฟ้ายกมือตะเบ๊ะรับทันที แล้วยิ้มทะเล้นบอกลาไว้เจอกันพรุ่งนี้ที่ออฟฟิศ...มัศยาเดินกลับเข้าบ้านเจอแม่พูดถึงน่านฟ้าในทางที่ดี

    “จะว่าไปแม่ว่าคุณน่านฟ้าเขาดูแคร์เรามากนะ จะมีเจ้านายที่ไหนที่ยอมลูกน้องได้ขนาดนี้”

    “คนทำผิดมีชนักติดหลังก็แบบนี้แหละค่ะแม่”

    “ไม่รู้สิ แม่ว่าเขาน่ารักดีนะ ไม่เหมือน...”

    “แม่จะว่าสินธุอีกแล้วใช่ไหมคะ”

    “ย่ะ...กับนายสินธุนี่แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลย อ้อ วันนี้เขาแวะมาที่บ้านด้วยนะ”

    “เหรอคะ แล้วทำไมเขาไม่บอกหยีเลยล่ะ”

    “อ้าวเหรอ แม่เห็นมาแบบรีบๆ เอาของมาให้แล้วก็รีบไปเลย ของอยู่ในห้องแน่ะ”

    มัศยาตื่นเต้นรีบวิ่งขึ้นชั้นบน เห็นขวดน้ำหอมก็ดีใจ รำพึงว่าสินธุน่ารักแล้วโทร.ไปหา สินธุกำลังพาสาวเที่ยวด้วยรถของมัศยา รับสายเธอก็ทำปากหวานเหมือนเดิม ก่อนจะพาสาวนางนั้นไปสำเริงสำราญกันต่ออย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่นิดเดียว

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ น่านฟ้าเข้าบริษัทแต่เช้าก่อนมัศยาเสียอีก ต๋องเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของเขาก็เป็นปลื้มชื่นชม รวมทั้งวิภาที่ภูมิใจในตัวน่านฟ้าขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับสุกิจนั้นยิ่งเกลียดชังเขาไม่เว้นวัน

    ด้านปารณที่รู้จักบ้านจริงๆของนิรชาแล้วเขายังใจดีพาแม่เธอไปรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาล ก่อนจะพากลับมาส่งที่บ้านและอวยพรให้แม่เธอหายเร็วๆ นิรชาเริ่มรู้สึกดีกับเขา แต่เมื่อนึกถึงว่าต้องหาเงินสามแสนมาไถ่นาฬิกาก็หน้าสลดอย่างทุกข์ใจ

    เธอจำเป็นต้องทำงานให้สุกิจอย่างเร็วที่สุดเพื่อจะได้เงินสักก้อนตามข้อตกลง สายวันนี้นิรชามาพบน่านฟ้าถึงบริษัท เว้าวอนชวนเขาออกไปกินข้าวแต่น่านฟ้ามีธุระสำคัญกับมัศยา จึงปฏิเสธเธอไปอย่างนุ่มนวล ขณะที่นิรชาผิดหวังออกมา ภูริชโผล่พรวดมาดึงเธอเข้ามุมลับตา ทำทีถามความคืบหน้าเรื่องงานก่อนจะเสนอตัวขอเลี้ยงดูเธออย่างดี แต่สาวเจ้าตอบกลับอย่างรังเกียจแล้วเดินหนีไปทันที

    มัศยาพอใจที่น่านฟ้าเลือกงานมากกว่าผู้หญิง เธอยอมไปพบป้ามะลิอีกครั้งกับเขา ซึ่งคราวนี้น่านฟ้าขนซื้อขนมนมเนยจำนวนมากไปฝากแก เพื่อแสดงความจริงใจอย่างที่สมใจเกริ่นบอกเมื่อคืน ปรากฏว่าป้ามะลิจอมโหดก็ยังไม่เล่นด้วยอยู่ดี

    สองคนกลับออกมาด้วยความผิดหวัง มัศยาให้น่านฟ้ากลับไปก่อน ส่วนเธอจะไปเอาเฝือกที่แขนออกแต่น่านฟ้าไม่ยอม ขอบริการบุคลากรคนสำคัญต่อชีวิตตนให้ดีที่สุด

    เสร็จจากโรงพยาบาล น่านฟ้าขับรถไปส่งมัศยาที่บ้านและอยู่กินข้าวเย็นตามคำชวนของสมใจ อิ่มแล้วยังมานอนเล่านิทานให้นะดีฟังก่อนจะขอตัวกลับไปอย่างมีความสุข

    เพียงข้ามคืนที่บริษัทก็มีเรื่องให้หนักใจขึ้นมาอีก สุกิจนำเอกสารบางอย่างมาให้วิภาดูแต่เช้า วิภาอ่านแล้วตกใจ ถามว่าใครเป็นคนทำบัตรสนเท่ห์พวกนี้

    “ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ เห็นตัวแทนหุ้นส่วนเอามาให้ภูริช พอผมทราบข่าวก็รีบมารายงานพี่ทันที”

    “นี่ยังผ่านไปไม่ถึงเดือนเลย จะมาทวงถามผลงานของตาน่าน ชักจะมากไปแล้วนะ”

    “ผมก็เห็นด้วยกับพี่นะครับ แต่การที่มีคนทำ บัตรสนเท่ห์แบบนี้ก็ดีไปอย่าง ทำให้เรารู้ความรู้สึกของหุ้นส่วน ว่าเขาสนับสนุนใคร เชื่อมั่นในตัวใคร”

    “ยังไงก็เถอะ ฉันไม่หวั่นไหวกับเรื่องพวกนี้หรอก หรือว่าแกเห็นด้วยสุกิจ”

    “โธ่...พี่วิภาทำไมมองผมอย่างนั้นล่ะครับ ตาน่านก็หลานผม พี่โชคกับพี่ก็มีบุญคุณกับผมท่วมท้น ที่ผมมาเรียนให้พี่ทราบก็เพราะผมเป็นห่วงบริษัท กลัวจะเสียหายมากไปกว่านี้”

    “ขอบใจมาก แต่ฉันตัดสินใจให้เวลาตาน่านแล้วเราก็ต้องรอจนกว่าจะครบกำหนด ถึงเวลานั้นเราก็ค่อยมาคิดอีกที เธอออกไปได้แล้ว”

    “ครับพี่” สุกิจรับคำก่อนลุกออกไปด้วยรอยยิ้ม เจ้าเล่ห์

    หลังจากนั้นไม่นานนัก น่านฟ้าก็มาพบวิภาในห้องทำงาน เธอซ่อนความกังวลใจถามน่านฟ้าว่างานคืบหน้าถึงไหนแล้ว

    “ก็กำลังพยายามอยู่ครับ แล้วนี่มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ” น่านฟ้าสงสัย คว้ากระดาษบนโต๊ะมาอ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนถามแม่ใหญ่ว่าใครเป็นคนทำ

    “ใครทำไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือทุกคนไม่เชื่อมั่นในตัวแก เขาพยายามกดดันฉันให้ปลดแก บอกตรงๆ ฉันไม่รู้จะต้านได้อีกนานเท่าไหร่”

    วิภาเครียด น่านฟ้ามองอย่างเห็นใจ คุกเข่าลงจับมือเธอไว้

    “แม่ใหญ่ครับ ใครจะเชื่อผมหรือไม่ผมไม่แคร์ ขอให้แม่ใหญ่เชื่อมั่นในตัวผม ให้เวลาผม ผมจะทำให้แม่ใหญ่ดูเอง”

    “เชื่อสิ ถ้าฉันไม่เชื่อแก ฉันคงไม่ให้เวลาแกสามเดือนหรอกเจ้าน่าน ไปทำงานไป เลิกประจบฉันซะที เห็นแล้วรำคาญ”

    น่านฟ้ายิ้มออก ปล่อยมือวิภาแล้วพากันออกไปพบพนักงานที่จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องบัตรสนเท่ห์

    “ทุกคนฟังทางนี้ ถ้าฉันรู้ว่าใครพยายามยุยงปลุกปั่นให้พนักงานหรือเจ้าหน้าที่กระด้างกระเดื่องต่อคุณน่านฟ้า ฉันจะไล่ออกทันที ไม่มีเงินชดเชย และจะแจ้งความเอาเรื่องให้ถึงที่สุดด้วย ต๋อง...ประกาศลงไปทุกแผนกในไลน์ผลิตด้วย เข้าใจมั้ย”

    “เข้าใจครับคุณท่าน”

    “แยกย้ายกันไปทำงานได้” พูดแล้ววิภาหันมายังน่านฟ้ากับมัศยาที่ยังยืนนิ่ง “จะยืนอีกนานมั้ย สองคนนั่น มีอะไรก็รีบไปทำซะ”

    น่านฟ้ายิ้มรับและคว้ามือมัศยาหมับ “ไปเจ๊ ไปทำหน้าที่ของเราให้สำเร็จ”

    มัศยาตกใจแต่ไม่ขัดขืน ยอมให้ท่านประธานลากตัวปลิวไปที่รถ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 10:23 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์