นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปลาหลงฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    น่านฟ้ารับสายแล้วปฏิเสธการไปเจอแอนนาต่อหน้ามัศยาที่นั่งอยู่ด้วยกันในร้านอาหาร แต่กระนั้นก็ยังทำให้มัศยารู้สึกขุ่นมัวอยู่ดี

    “ดึกแล้ว เรากลับกันเถอะคุณน่าน” พูดแล้วเธอหันไปโบกมือเรียกเด็กเสิร์ฟโดยไม่รอฟังคำตอบจากเขา...

    แอนนาตื๊อไม่เลิก เธอมานั่งรอน่านฟ้าที่บ้านพร้อมขนมที่เขาชอบ คะยั้นคะยอจะให้เขากินแต่ไม่สำเร็จ มิหนำซ้ำน่านฟ้ายังแสดงท่าทีเหินห่างและพูดจาเหมือนไม่แคร์เธอสักเท่าไหร่

    หญิงสาวหน้าเสียแต่ยังไม่ละความพยายาม แสร้งบีบน้ำตาเล่นละครตัดพ้อเขาด้วยความน้อยใจ

    “ทำไมคะน่าน แอนไม่ดีตรงไหน ตั้งแต่แอนกลับมา แอนพยายามทำดีกับน่านทุกอย่าง อยากให้เรากลับมาเหมือนเดิม แต่ทำไมน่านถึงเย็นชากับแอนแบบนี้”

    “เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วไงแอน”

    “เปลี่ยนยังไงคะ หรือว่าน่านมีคนอื่นแล้ว...ยัยมนุษย์ป้านั่นใช่ไหมที่ทำให้น่านเปลี่ยนไป”

    “อย่าดึงมัศยามาเกี่ยวกับเรื่องนี้”

    “แค่นี้ยังออกตัวแทนกันเลย ก็ได้ค่ะ ถ้าน่านทำแบบนี้ น่านจะได้รู้ว่าคนแบบแอนไม่เคยยอมใคร แล้วน่านอย่าเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”

    “เดี๋ยวก่อนแอน...ฟังผมก่อน”

    แอนนาไม่ฟัง สะบัดหน้าเดินลิ่วออกไปขึ้นรถอย่างเจ็บใจ

    ooooooo

    มัศยาเก็บคำพูดซึ้งๆของน่านฟ้ามาคิดทบทวนจนนอนไม่หลับ นทีมึนเมากลับมาเจอน้องสาวแล้วเผลอถามถึงน่านฟ้าที่ทึกทักว่าเป็นแฟนกัน แม้มัศยาปฏิเสธก็ยังว่าโกหก ไม่ใช่แฟนแล้วทำไมเขาให้เงินตนเป็นแสนๆ

    มัศยาตกใจปราดเข้าไปคาดคั้นแต่พี่ชายเมาหลับไม่รู้เรื่องไปแล้ว...เช้าขึ้นสมใจรู้จากมัศยาก็จะเล่นงานนทีให้ได้ ขณะเดียวกันมัศยาก็บุกมาพบน่านฟ้าด้วยความโมโห หลังจากไปส่งนะดีที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว

    น่านฟ้าถูกมัศยาต่อว่ายกใหญ่ก่อนเคี่ยวเข็ญให้บอกจำนวนเงินที่ให้พี่ชายตนมา ตนจะหามาคืนทุกบาทเพราะไม่ชอบเป็นหนี้ใคร โดยเฉพาะหนี้บุญคุณคนอื่น

    น่านฟ้าฟังแล้วสะอึก น้อยใจที่เธอเห็นเขาเป็นคนอื่น ต๋องกับวิภายืนฟังอยู่หน้าห้องทำงาน อยากรู้ว่าทั้งคู่ทะเลาะอะไรกัน จึงช่วยกันสืบจนรู้เรื่องในอีกครู่ต่อมา จากนั้นก็แยกตัวไปให้คำแนะนำดีๆ ให้เล็งเห็นถึงความหวังดีของกันและกัน

    หลังจากทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว มัศยากับน่านฟ้าก็กลับมาคุยกันอีกครั้งด้วยท่าทีเคอะๆเขินๆ

    “ผมขอโทษที่ยุ่งเรื่องของครอบครัวเจ๊ ผมไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากจะช่วยเหลือเฉยๆ แต่ถ้าทำให้เจ๊ไม่ชอบ ผมขอโทษแล้วกัน”

    “ฉันก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน ทั้งที่ฉันควรจะขอบคุณคุณด้วยซ้ำ แต่กลับพูดไม่ดีใส่”

    น่านฟ้าแย้มยิ้มอย่างสบายใจ ยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าเธอ “งั้นเราดีกันนะ”

    มัศยาเกี่ยวก้อยน่านฟ้าโดยดี แต่ยังไม่วายบ่นกลุ้มใจไม่รู้จะหาเงินสองแสนมาคืนเขาได้ยังไง

    “เอาอย่างนี้สิ รีบช่วยผมทำงานให้เสร็จ ถ้าผมพิสูจน์ตัวเองสำเร็จ ถ้ายอดขายข้าวเกรียบของเราทะลุเป้า ผมจะขึ้นเงินเดือนให้เจ๊เยอะๆเลย”

    “แค่เงินเดือนเอง ไม่มีโบน้งโบนัสให้คุ้มค่าเหนื่อยเหรอ”

    “โอเค...โบนาวด้วยก็ได้ เลื่อนตำแหน่งให้ด้วยเลยเอ้า”

    “อืม...ค่อยน่าสนใจหน่อย งั้นตกลงตามนี้นะ”

    “โอเค” น่านฟ้ายิ้มแต้แล้วเดินนำเธอไปมุมหนึ่งในบริษัท ได้ยินเสียงพนักงานสองคนคุยกันแว่วมาจึงหยุดฟังและจับใจความได้ว่าสุกิจสั่งไม่ให้ช่วยงานท่านประธาน ไม่ว่างานเอกสารหรือการผลิต ถ้าไม่มีใครช่วยประธานก็ไม่มีทางทำได้ ต่อให้เราช่วยยังไงก็ไม่ทันอยู่ดี

    มัศยาเดือดแทนจะเข้าไปเอาเรื่องพนักงานสองคนนั้น แต่น่านฟ้าห้ามไว้...แล้วไปคุยกันต่อที่บ้านของเขาในบ่ายนั้น

    “คุณจะมาช่างมันได้ไง ตอนนี้เวลาคุณเหลือไม่มากแล้วนะ”

    “ผมคิดว่าผมมีหนทางก็แล้วกัน”

    “ไหนบอกซิว่าคุณมีทางไหนบ้างเหรอ เท่าที่ฉันรู้เราแทบไม่เหลือหนทางแล้วนะคุณน่าน”

    “แล้วเจ๊คิดว่ากับคนที่ไม่มีใจจะทำงาน มันจะทำงานออกมาได้ดีเหรอ”

    “มีหรือไม่มีพวกเขาก็กินเงินเดือนบริษัทอยู่ทุกเดือน ในเมื่อประธานสั่งงานก็ต้องทำสิ คุณดำรงตำแหน่งประธานอยู่นะ ไม่ใช่นายสุกิจ ทำไมถึงได้โง่เง่ากันอย่างนี้ก็ไม่รู้”

    สุกัญญาได้ยินเสียงคุยกัน เดินออกมาเห็นสองคนหน้าดำคร่ำเคร่งก็แปลกใจ ถามว่ามีอะไรกันทำไมกลับมาตั้งแต่หัววัน

    “ช่วยพูดกับคุณน่านหน่อยสิคะ เขาจะทำข้าวเกรียบมีโชคเองคนเดียว มันจะเป็นไปได้ไงคะ”

    “เป็นไปได้ครับแม่ เพราะผมคิดว่าผมทำได้ไม่ใช่แค่คิด แต่ผมมั่นใจด้วย”

    “แล้วเราคิดว่าจะทำยังไงเหรอ”

    สิ้นคำถามของแม่ น่านฟ้าหันขวับมาทวงถามมัศยาว่ายังยืนยันคำเดิมจะช่วยตนหรือไม่

    “มันแน่นอนอยู่แล้ว แต่...”

    “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น แค่มีเจ๊คนเดียว ผมมั่นใจว่าผมทำได้ อยู่ที่เจ๊นี่แหละจะลุยกับผมมั้ย”

    “โอเค...เห็นแก่เงินเดือนและโบนัส เอาไงก็เอากัน แม่ฉันก็สั่งนักสั่งหนาว่าให้ช่วยคุณกอบกู้บริษัทให้ได้”

    คำตอบของมัศยาทำให้น่านฟ้ายิ้มแป้นแล้นด้วยความดีใจ...แล้วหลังจากวันนั้น น่านฟ้าก็มุ่งมั่นทำงานชนิดหามรุ่งหามค่ำ ขนาดปารณเห็นแล้วยังทึ่ง ขณะที่มัศยาก็คอยช่วยเหลือทุกอย่างพร้อมทั้งให้คำแนะนำดีๆ โดยเฉพาะเรื่องวางแผนการตลาดที่เธอถนัด

    ทุกกระบวนการผลิตน่านฟ้าควบคุมดูแลเองทั้งหมด ขั้นตอนสุดท้ายคือบรรจุหีบห่อข้าวเกรียบเตรียมส่งลูกค้าให้ทันเวลา

    ooooooo

    สุกิจกับภูริชพิจารณาแปลนพิมพ์เขียวโรงงานที่ปารณเอามาเสนอด้วยความสนใจ

    “เรื่องสูตรข้าวเกรียบและแผนการตลาด ผมสรุปให้คุณสุกิจไว้หมดแล้ว ถ้าคุณสุกิจพอใจกับแปลนนี้เราก็ดำเนินการก่อสร้างโรงงานกันได้เลยครับ”

    ฟังปารณแล้วสุกิจมองหน้าภูริชเชิงถามความเห็น ภูริชบอกว่าใช้ได้สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจถือว่าไม่ใหญ่ไม่เล็กไป

    “แล้วเรื่องเครื่องจักรล่ะ จะสั่งได้เมื่อไหร่”

    “เมื่อไหร่ที่คุณสุกิจพร้อมครับ ผมมีดีลกับโรงงานผลิตเครื่องจักรที่เยอรมัน ราคาต่อรองได้พอสมควรเลย”

    “คุณพอจะบอกได้ไหมว่าเท่าไหร่” สุกิจอยากรู้ตัวเลข แต่พอได้ยินก็อึ้งงันไปทันที

    หลังจากนั้นเขาไปเจรจากับวิภาขอเงิน 20 ล้าน แต่ไม่ยอมบอกว่าจะเอาไปทำอะไร อ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัว

    “ถ้าแกไม่บอก ฉันก็ไม่ให้” วิภาเสียงแข็ง

    “ผมไม่ได้ขอเงินพี่นะครับ ผมแค่อยากเบิกเงินสะสมส่วนของผมเอามาหมุนก่อน”

    “เงินนี่เป็นเงินสะสมที่หักจากเงินเดือนของพนักงาน ให้ได้เฉพาะพนักงานที่ลาออกจากบริษัท หรือว่าเธอจะลาออกล่ะ”

    สุกิจฮึดฮัดไม่พอใจ ตัดบทว่าไม่เป็นไรแล้วเดินออกไปบ่นกับภูริชว่าวิภามีสมบัติตั้งเยอะแต่งกไม่เข้าเรื่อง

    “ใจเย็นๆนะครับ ตอนนี้โรงงานยังไม่เริ่ม ยังพอมีเวลาหาเงิน”

    “มีเวลา แต่ไม่มีหนทาง มันจะไปมีประโยชน์อะไร”

    “แล้วทำไมคุณสุกิจไม่คุยกับคนที่มีอำนาจอนุมัติเงินก้อนนั้นเองล่ะครับ” ภูริชไม่เอ่ยชื่อแต่สุกิจก็รู้ว่าหมายถึงน่านฟ้า อีกครู่ต่อมาเขาจึงไปดักเจอประธานผู้มีอำนาจอนุมัติเงินก้อนนั้น ปรากฏว่าน่านฟ้าไม่เออออห่อหมกแต่ขอคิดดูอีกทีให้รอบคอบ เมื่อมัศยารู้เรื่องนี้ก็ย้ำเตือนน่านฟ้าให้คิดดีๆ ช่วงนี้เขาเนื้อหอมสุดๆสำหรับสุกิจ แต่ถ้าสุกิจได้เงินเมื่อไหร่ น่านฟ้านั่นแหละจะโดนเหยียบจมดินอย่างแน่นอน

    ค่ำนั้น นทีถูกสินธุบังคับออกมาคุยกันนอกบ้านด้วยเรื่องมัศยาเป็นแฟนกับน่านฟ้าหรือไม่

    “ก็ไม่รู้สิ ฉันเห็นตัวติดกันตลอด ถ้าไม่ได้คิดอะไรกันจะไปไหนมาไหนด้วยกันขนาดนั้นเหรอ”

    ฟังคำตอบของนทีแล้วสินธุหน้าง้ำด้วยความแค้น แล้วคืนนั้นเขาก็มาดักเจอมัศยาหน้าบ้าน พยายามวิงวอนขอคืนดีแต่เธอไม่เล่นด้วย มิหนำซ้ำยังด่าเขาสาดเสียเทเสียด้วยความแค้นก่อนจะประเคนแม่ไม้มวยไทยใส่ชุดใหญ่จนเขาทนไม่ไหวเปิดแน่บกลับไป นทีรู้เห็นก็ปากดีตำหนิน้องสาวว่าใจแข็งคนเขาอุตส่าห์มาง้อถึงบ้าน

    “เงียบไปเลยพี่ที เรื่องของพี่หยียังไม่ได้เคลียร์เลยนะ”

    นทีหน้าเจื่อน เลี่ยงไปพานะดีขึ้นนอนซะดื้อๆ สมใจมองตามหมั่นไส้ลูกชายที่สร้างความเดือดร้อนไม่หยุดหย่อน แล้วหันมาถามลูกสาวว่าน่านฟ้าว่ายังไง เรื่องหนี้ที่นทีก่อไว้

    “เขาบอกว่ามีเมื่อไหร่ค่อยให้ค่ะ”

    “คุณน่านเป็นคนดีจริงๆนะ แล้วแม่ว่าเขาต้องชอบหยีแน่ๆ”

    “ไม่มั้งแม่ เขาเป็นถึงประธานบริษัท จะมาชอบอะไรหยีล่ะ”

    “แล้วถ้าเขาเกิดจีบเราจริงๆ หยีจะว่าไงล่ะ”

    มัศยาเขินอายหน้าแดง พูดอ้อมแอ้มว่าไม่คุยกับแม่แล้ว ขอตัวไปอาบน้ำนอนดีกว่า

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ น่านฟ้ากับมัศยาดูแลพนักงานขนข้าวเกรียบขึ้นรถเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้าตามออเดอร์ แต่จู่ๆคนขับรถโทร.มาลางานด่วนกับหัวหน้าเพราะมีอุบัติเหตุรถชน

    น่านฟ้าไม่ได้ห่วงเรื่องส่งของแต่ห่วงพนักงานของตนมากกว่า ซักไซ้ไล่เรียงและสั่งการหัวหน้าให้ดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้เขาด้วยเงินของบริษัท ส่วนเรื่องข้าวเกรียบไม่ต้องห่วงเดี๋ยวตนไปส่งเอง

    แน่นอนว่ามัศยาต้องไปด้วย และไม่ได้นั่งสบายๆเสียด้วย น่านฟ้าให้เธอขับรถ ส่วนตัวเองคอยดูแผนที่ตำแหน่งของลูกค้า แต่กว่าจะหาเจอก็เล่นเอาหืดขึ้นคอ ต่างคนต่างเหนื่อยแต่ก็มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน

    ขากลับน่านฟ้าขอขับรถเอง มัศยายิ้มพอใจที่เขาไม่เอาเปรียบจนเกินไป ครั้นส่งมัศยาถึงบ้านในเย็นนั้นแล้ว คาดไม่ถึงว่าน่านฟ้าจะโดนสินธุดักทำร้ายที่ลานจอดรถของบริษัทมีโชค สินธุกล่าวหาเขาแย่งแฟนของตน พร้อมขู่จะฆ่า แต่น่านฟ้าปฏิเสธและต่อสู้ พลางเรียก รปภ.มาช่วย สินธุจึงวางมือและหนีไปในที่สุด

    น่านฟ้าฟกช้ำเล็กน้อยบริเวณปาก แต่แค่นั้นปารณที่พอรู้เห็นก็โวยวายเพื่อนว่าทำไมไม่แจ้งตำรวจเอาเรื่องมันให้เข็ด

    “ฉันไม่อยากให้เรื่องมันเดือดร้อนไปถึงเจ๊โหดน่ะสิ แฟนเก่ามาก่อเรื่องถึงบริษัท เจ๊แกเสียประวัติกันพอดี”

    “อีกแล้ว แกนี่มันคลั่งเจ๊โหดจนขึ้นสมองเลยนะ นี่ถามจริงๆเถอะ ชอบเขาทำไมไม่จีบให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลยวะ ไหนๆเขาก็เลิกกับแฟนแล้วด้วย”

    “บ้าเหรอฉันบอกแกตอนไหนว่าฉันชอบเจ๊โหด”

    “โธ่...ไอ้ปากแข็ง เดี๋ยวพ่อเอาไม้หน้าสามฟาดปากให้ซักทีสองทีจะได้อ่อนลงหน่อย การกระทำแกน่ะมันสวนทางกับคำพูด รู้ตัวรึเปล่า”

    “โอเค ฉันยอมรับว่าฉันรู้สึกดีกับเจ๊แก แต่มันก็ไม่มากพอจะเป็นแฟนหรอกเว้ย อีกอย่างฉันรู้สึกว่าอยู่อย่างนี้ก็อิสระดี ไม่ต้องผูกมัดกับใคร จะทำอะไรก็ได้”

    “แกอย่ามาอ้าง ฉันเห็นแกตัวติดกับเจ๊โหดตลอด ไม่เห็นแกจะมีอิสรภาพตรงไหน” น่านฟ้าหน้าเจื่อนเถียงไม่ออก ปารณได้ทีกระทุ้งเข้าไปอีก “ฉันจะบอกให้นะเว้ย ชีวิตคนเรามันสั้นจะตายไป รักใครให้บอก ชอบใครให้จีบ รีบปิดจ๊อบก่อนที่แกจะตายซะก่อน เชื่อฉันเหอะไอ้น่าน”

    น่านฟ้าชะงัก ครุ่นคิดคล้อยตาม

    ooooooo

    เช้าวันนี้นิรชาซื้ออาหารไปฝากยายที่บ้านหลังเก่าของสุกัญญา แต่ไม่ทันทักทายอะไรกันมะลิก็โวยวายอยากกลับบ้าน ไม่กลัวอันตรายอะไรแล้ว ถ้าคนร้ายมารังควานอีกก็จะแทงให้พรุน

    นิรชาพยายามรั้งยายแต่ไม่สำเร็จ จึงแอบส่งข้อความบอกปารณขณะที่เธอและยายนั่งแท็กซี่ออกจากบ้านมาแล้ว ปารณตกใจมากรีบส่งข่าวน่านฟ้าแล้วแห่กันไปพร้อมมัศยา

    มัศยาเพิ่งเห็นหน้าน่านฟ้าฟกช้ำถามว่าไปทำอะไรมา น่านฟ้าโกหกว่าเดินชนประตู ทั้งที่ความจริงเป็นฝีมือสินธุแฟนเก่าเธอนั่นเอง

    ถึงบ้านป้ามะลิ น่านฟ้ากับมัศยาพยายามเกลี้ยกล่อมให้แกกลับไปอยู่ที่เดิมเพราะเป็นห่วง แต่ป้าไม่ยอมท่าเดียว ยืนยันว่าอยู่บ้านตัวเองมีความสุขที่สุด แม้มัศยาแย้งว่าที่โน่นปลอดภัยกว่าแกก็ไม่ยอม

    นิรชาช่วยอีกแรง กลับโดนยายดุว่าเธอนั่นแหละตัวดีไปบอกพวกเขาทำไม เขาเลยตามมากวนใจยายอีก

    “แต่คุณน่านกับพี่มัศยาเขาห่วงยายจริงๆนะคะ”

    “ยายไม่สน ยายตัดสินใจแล้วว่าจะกลับมาขายข้าวเกรียบเหมือนเดิม ให้นอนงอมืองอเท้ามันไม่ใช่แบบที่ยายชอบ”

    “ป้าอยากทำงานใช่ไหมครับ งั้นเอาอย่างนี้ ป้าไปช่วยผมคุมการผลิตที่โรงงานดีไหมครับ”

    “ก็เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ชอบทำงานโรงงาน ชอบขายข้าวเกรียบบ้านๆให้คนได้กินของดีของอร่อย”

    “แต่ถ้าป้าไปช่วยผม จะมีคนได้กินฝีมือป้าเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสนคนเลยนะครับ ถ้าป้ายอม จะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ผมจ่ายไม่อั้น โอทีต่างหากด้วยเอ้า”

    “อุวะ...นี่คิดจะเอาเงินมาล่อข้าเหรอวะ เห็นข้าเป็นคนหน้าเงินรึไง” ป้ามะลิโวยวาย น่านฟ้าลนลานตกใจมาก ปฏิเสธปากคอสั่น

    “เปล่านะครับป้า ผมแค่เล็งเห็นความสามารถป้า เลยอยากใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด”

    “ลองเก็บไปคิดดูนะคะป้า แต่หนูว่ามันดีกับป้าที่สุดเลยนะคะ” มัศยาช่วยอีกแรง ขณะที่นิรชาพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยสุดๆ

    “ข้าจะบอกให้นะว่าเงินน่ะซื้อคนอย่างข้าไม่ได้หรอก...แต่ถ้าเยอะ ข้าก็เอา”

    อ้าว! เป็นงั้นไป...น่านฟ้ากับมัศยาแทบไม่เชื่อหู แต่ก็ดีใจเมื่อได้ยินนิรชาถามยายว่า

    “ตกลงยายจะไปทำงานช่วยคุณน่านที่โรงงานใช่ไหมจ๊ะ”

    “อย่าถามมาก เดี๋ยวก็เปลี่ยนใจซะหรอก”

    น่านฟ้าและมัศยาโผเข้ากอดป้ามะลิด้วยความดีใจ ขอบคุณแกยกใหญ่ที่ยอมไปช่วยงาน แถมยังกลับมาอยู่บ้านหลังเดิมของสุกัญญาเพื่อความปลอดภัย

    นิรชาตามมาส่งยายและอดถามไม่ได้ว่าทำไมยายถึงเปลี่ยนใจช่วยน่านฟ้าคุมโรงงาน

    “คนอย่างยาย ถ้าไม่จำเป็นจริงๆมีเหรอจะยอม”

    “แล้วยายมีความจำเป็นอะไรเหรอจ๊ะ”

    มะลิตัดสินใจสารภาพว่าสงสารนิรชา ตนอยากช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องค่ารักษานารี และยายไม่อยากให้หลานเป็นหนี้บุญคุณปารณ เดี๋ยวเขาจะมาลำเลิกกับเธอ ทำให้ต้องลำบากตามชดใช้เขาไม่รู้จบ

    “โธ่...ยายจ๋า...ยายไม่ต้องลำบากเพื่อนิขนาดนี้ก็ได้จ้ะ ถ้ายายไม่อยากทำก็ไม่เป็นไร ตอนนี้นิมีงานประจำทำแล้ว นิไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ”

    “เฮอะ! ไม่ต้องมาคุย ตัวคนเดียวทั้งเลี้ยงตัวเอง ไหนจะดูแลแม่ป่วยๆ คิดว่าไหวเหรอ ยังไงนารีมันก็ลูกยาย คนเป็นแม่ก็ต้องดูแลลูกให้ถึงที่สุด”

    นิรชาโผเข้ากอดยายด้วยความซึ้งใจ มะลิลูบหัวหลานสาวและปลอบใจไปด้วย

    “จำไว้นะนิ เอ็งไม่ได้ตัวคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน เอ็งยังมียายอีกคน มีอะไรขอให้นึกถึงยายก่อน ยายไม่มีวันทอดทิ้งเอ็งกับแม่หรอกนะ”

    สองยายหลานน้ำตาซึม สวมกอดกันด้วยสายใยแห่งความรัก

    ooooooo

    วันก่อนภูริชบังเอิญได้ยินพนักงานซุบซิบเรื่องน่านฟ้ากับมัศยาสนิทสนมเหมือนเป็นแฟนกัน...

    ด้วยความอยากรู้ว่าจริงหรือไม่ทำให้ภูริชคอยจับตาดูทั้งสองคนทุกทีที่มีโอกาส

    ขณะเดียวกัน แอนนาที่พยายามตื๊อน่านฟ้าก็ยังไม่ถอดใจ เย็นวันนี้เธอมารอเขาในห้องทำงานแล้วเจอเขากลับมาพร้อมมัศยา แอนนาแสดงตัวราวกับเป็นแฟนน่านฟ้าทำให้มัศยาไม่สบอารมณ์เดินหนีออกมา

    ไม่นานนักวิภาเข้ามาหามัศยา พอรู้ว่แอนนามาพบน่านฟ้า วิภาไม่พอใจออกไปเผชิญหน้ากับยัยจอมตื๊อและตำหนิเธอเป็นเห็บเหาตามเกาะผู้ชายอย่างหน้าไม่อาย ทั้งที่น่านฟ้ากับมัศยาคบกันอยู่ แล้วตนก็ไฟเขียวผ่านตลอดด้วย

    น่านฟ้ากับมัศยาฟังอยู่ด้วยพากันตกใจ ขณะที่แอนนาตะลึงอย่างเจ็บใจ เดินกระแทกเท้าออกไปทันที

    สะใจสมใจแล้ววิภาก็นวยนาดกลับห้องทำงานตนเอง น่านฟ้ากับมัศยาตามมาโวยวายทำไมวิภาพูดกับแอนนาแบบนั้น ในเมื่อมันไม่เป็นความจริง เราสองคนบริสุทธิ์ใจต่อกัน ช่วยงานกันตามหน้าที่

    “หยุด!!” วิภาแผดเสียงด้วยความรำคาญ สองคนเลยเงียบกริบไม่กล้า “ฉันทำไปแบบนั้นก็เพื่อให้เธอ

    สองคนหันมาโฟกัสที่งาน เวลายิ่งมีน้อยอยู่ มายุ่งวุ่นวายกับเรื่องไร้สาระกันอยู่ได้”

    “แต่คุณแอนนาจะเข้าใจดิฉันกับคุณน่านผิดนะคะคุณท่าน”

    “งั้นก็ทำให้เข้าใจถูกไปเลยสิ...มัศยา ฉันขอสั่งให้เธอเป็นแฟนตาน่าน ไม่งั้นตาน่านก็วุ่นวายเรื่องผู้หญิงอยู่นั่นแหละ”

    “เฮ้ย! มีงี้ด้วยเหรอครับแม่ใหญ่”

    “เออ อย่างนี้แหละ ถ้าขืนฉันเห็นมีผู้หญิงมาเกาะแกะกับแกอีกนะ ฉันจะด่าแก แล้วฉันจะตัดเงินเดือนเธอด้วยมัศยา...ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว ฉันจะทำงาน วุ่นวายจริงๆเลย”

    มัศยาและน่านฟ้ายังยืนอึ้ง วิภาเลยไล่ซ้ำเสียงแหลม สองคนตกใจรีบผลุบออกไปอย่างรวดเร็ว วิภาชะเง้อมองแล้วยิ้มกริ่มแทบหลุดขำออกมา

    เขาและเธอยังงงไม่หายที่อยู่ดีๆก็ต้องกลายเป็นแฟนกันตามคำสั่งของวิภา...ค่ำนั้นน่านฟ้าตัดสินใจไปเจรจากับแม่ใหญ่ถึงบ้าน แต่เธอกลับนั่งดูละครทีวีอย่างสบายอารมณ์ หัวเราะชอบใจเหมือนไม่เห็นน่านฟ้ายืนหัวโด่อยู่ใกล้ๆ

    กระทั่งน่านฟ้าทนไม่ไหวเดินมาหยิบรีโมตกดปิดทีวี นั่นแหละวิภาถึงหันมาแว้ดใส่ “อะไรของแกฮึเจ้าน่าน ฉันดูละครอยู่ไม่เห็นรึไง”

    “ผมขอเวลานิดเดียวครับ แต่ยังไงเราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”

    “เรื่องแกกับมัศยาล่ะสิ”

    “ใช่ครับ ทำไมอยู่ๆแม่ใหญ่มาสั่งให้ผมกับเจ๊หยีคบกัน นี่มันเท่ากับละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกันเลยนะครับ”

    “ฉันละเมิดสิทธิแกตรงไหน แกต่างหากที่ละเมิดสิทธิมัศยามาตลอด ฉันเห็นแกกระเตงเขาไปโน่น

    ไปนี่สารพัด ไม่ได้นึกถึงเลยว่าลูกเขามีพ่อมีแม่ ถูกมั้ย” น่านฟ้าสะอึกเถียงไม่ออก “เพราะฉะนั้นแกควรจะคบเขาเป็นเรื่องเป็นราว ทำให้มันถูกต้อง โตเป็น
    ผู้ใหญ่แล้วหัดคิดอะไรให้เป็นซะบ้าง เฮ้อ! ทำไมฉันต้องมาปากเปียกปากแฉะกับแกด้วยนะ เบื่อจริง”

    “แต่แม่ใหญ่ครับ...”

    “หยุด! แกไม่มีหน้าที่โต้แย้งอะไรทั้งนั้น ฉันสั่งให้แกทำแกก็ต้องทำ ไม่งั้นฉันจะถือว่าแกอกตัญญูต่อฉัน”

    “มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอครับ”

    “น้อยไปด้วยซ้ำ ฉันขอพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย ถ้าฉันเห็นยัยแอนนาแอนไร่อะไรนั่นมายุ่งกับแกอีก ฉันจะถือว่าแกอกตัญญู หน้าที่แกตอนนี้คือไปดูแลแฟนแกให้ดี ช่วยกันทำงานพิสูจน์ตัวเองให้ได้...จบนะ”

    น่านฟ้าเหวอ เดินกลับออกมาเซ็งๆ เจอมัศยาจอดรถหน้าบ้านพอดี รู้ทันทีว่าเธอจะมาเจรจาต่อรองกับวิภาเลยบอกว่าป่วยการ ตนพูดไปหมดแล้วแต่ไม่สำเร็จ มัศยาอยากลองบ้างแต่น่านฟ้ายืนยันว่ายาก!

    “เฮ้อ...แล้วทำไงล่ะทีนี้”

    “เอางี้ เราไปคุยกันที่อื่นดีกว่า ผมว่าผมมีแผนรับมือกับเรื่องนี้แล้ว”

    มัศยาอยากรู้เต็มแก่...แต่พอได้ฟังน่านฟ้าชี้แจงแถลงไขขณะนั่งด้วยกันในร้านอาหารก็ถึงกับอุทานด้วยความตกใจ “อะไรนะ! ให้ฉันเป็นกิ๊กปลอมๆของคุณ”

    “ใช่ ก็ในเมื่อแม่ใหญ่ไม่ฟังอะไรเลย ทางเดียวคือทำให้แม่ใหญ่เข้าใจว่าเรายอมรับข้อเสนอ และทำตามด้วยความเต็มใจ”

    “แล้วแฟนคุณล่ะ ยัยแอนนานั่นน่ะ”

    “เธอไม่ใช่แฟนผม”

    “อย่ามาๆ ออกตัวแรงขนาดนั้นจะไม่ใช่ได้ไง”

    “เอาเป็นว่าตอนนี้ยังไม่ใช่ก็แล้วกัน ผู้ชายอย่างผมไม่ใช่จะคบใครง่ายๆนะคร้าบ...ผมเลือกนะเจ๊”

    “อย่าว่าแต่คุณเลย ฉันเองฉันก็เลือกเหมือนกันย่ะ”

    น่านฟ้าชะงักกึกก่อนจะหัวเราะออกมาราวกับได้ฟังเรื่องตลก มัศยาเลยค้อนขวับ ถามว่าขำอะไรนักหนา

    “นี่ขนาดเลือกแล้วนะ ยังได้กุ๊ยจอมสูบอย่างนายสินธุมาเป็นแฟนเลย แถมเชื่อที่มันหลอกทุกอย่างด้วย หมดเข้าไปเท่าไหร่ล่ะเจ๊”

    มัศยาสะอึก ถามเสียงเขียวว่าตนโง่มากใช่ไหม... น่านฟ้าอ้าปากค้าง คิดในใจว่าซวยแล้ว ไม่น่าปากเสียเลยเรา...

    จริงดังคิด...มัศยาโกรธมากคว้ากระเป๋าเดินลิ่วออกจากร้านอาหารมาที่รถ น่านฟ้าตามมาดึงเธอแต่แรงไปหน่อย ร่างเธอเซเข้ามาซบอกเขาเต็มๆ ความใกล้ชิด

    ทำให้ทั้งคู่เผลอสบตากันนิ่งนาน...ก่อนที่น่านฟ้าจะเอ่ยขอโทษที่ตนปากเสีย อย่าโกรธตนเลย

    “คุณมันก็ดีแต่ตอกย้ำซ้ำเติมคนอื่น”

    “ก็ผมมันปากไม่ดี เดี๋ยวกลับบ้านจะเอาน้ำยาล้างส้วมกลั้วปากฆ่าเชื้อปากไม่ดี แต่เจ๊อย่าโกรธผมเลยนะ นะๆๆ” เจอลูกอ้อนของเขาเข้าไป หญิงสาวใจอ่อนจนได้

    “ไม่โกรธก็ได้ แต่ช่วยปล่อยมือฉันสักทีได้ไหม”

    น่านฟ้ายิ้มแหะๆ ยอมปล่อยมือมัศยาแต่โดยดี แต่ยังอยากรู้ว่าเรื่องที่ตนเสนอไปเจ๊จะว่ายังไง?

    ooooooo

    ขณะที่ปารณสอนงานนิรชาในเช้าวันถัดมา เขาแปลกใจเมื่อรู้เห็นว่าน่านฟ้านัดบริษัทอีเวนต์มาคุยงานที่นี่ นิรชาคาดเดาว่าคงเป็นความลับของบริษัท ปารณเชื่อว่าเพื่อนรักต้องวางแผนทำอะไรอยู่แน่ๆ

    ไม่ทันข้ามวัน ภูริชหูไวตาไวเหลือเกิน เขานำข่าวที่เชื่อถือได้มาบอกต่อสุกิจ “ผมได้ข่าวมาจากบริษัทอีเวนต์ที่ผมรู้จักว่านายน่านฟ้ากำลังเตรียมจัดงานเปิดตัวข้าวเกรียบมีโชค งานใหญ่ครับ”

    “งั้นเหรอ นายพอจะรู้ไหมว่ามันทำอะไรบ้าง”

    “เห็นว่าจัดเป็นงานการกุศล มันคงตั้งใจพีอาร์ไปด้วยแล้วก็สร้างภาพไปด้วยเลย”

    “คงคิดว่าตัวเองฉลาดมากล่ะสิท่า”

    “แต่ถ้ามันเกิดได้ผลขึ้นมา ก็เท่ากับว่าข้าวเกรียบมีโชคต้องเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วเลยนะครับ”

    “ฉันไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นหรอก เอาอย่างนี้... นัดคนที่นายรู้จักมาเจอฉันได้ไหม ฉันอยากจะต่อรองอะไรด้วยซะหน่อย”

    “ได้ครับคุณสุกิจ”

    “ให้มันรู้ไปสิว่าระหว่างเด็กเมื่อวานซืนอย่างไอ้น่านกับคนอย่างฉัน ใครมันจะฉลาดกว่ากัน” สุกิจแสยะยิ้มอย่างมั่นใจในตัวเอง...

    น่านฟ้าจ้างทีมอีเวนต์จัดงานเปิดตัวข้าวเกรียบสูตรใหม่ของมีโชคอย่างเป็นทางการและงานค่อนข้างใหญ่แต่กำชับปารณที่มาซักถามให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ หากหลุดออกไปแล้วรู้ถึงหูสุกิจเดี๋ยวงานจะล่ม

    หารู้ไม่ว่าเรื่องนี้สุกิจรู้จากภูริชแล้ว และเขากำลัง วิ่งเต้นเพื่อล้มงานครั้งนี้ให้จงได้ด้วยจำนวนเงินไม่ใช่น้อย อนงค์ภรรยาของสุกิจรู้เห็นยิ่งไม่สบายใจ อดทักท้วงสามีไม่ได้ว่า

    “ทำไมคุณทำแบบนี้คะ คุณก็รู้ว่าบริษัทกำลังแย่”

    “เรื่องของผม คุณอย่ายุ่งดีกว่า”

    “คุณอยากได้โฉนดทั้งบ้านทั้งที่มรดกฉัน ฉันก็ให้คุณแล้วนี่ ทำไมคุณไม่ทำโรงงานของคุณ แต่กลับมา ทำลายมีโชคด้วย พี่โชคมีบุญคุณกับเรามากนะคะ”

    สุกิจรำคาญเต็มที ลุกพรวดขึ้นตวาดอนงค์อย่าง ฉุนเฉียว “บอกแล้วไงว่านี่มันเรื่องของผม คุณอยู่เฉยๆ ไม่เป็นรึไง”

    “แต่พี่วิภา...”

    “เลิกอ้างพี่วิภาซะที เขาไม่เคยเห็นผมเป็นน้องหรอก ตอนนี้หายใจเข้าออกเป็นไอ้น่านไอ้เด็กเมื่อวานซืน ออกไปได้แล้ว ผมจะทำงาน”

    อนงค์ถอนใจเอือมระอา ก้มหน้าเดินออกไปอย่างจนปัญญา สุกิจยังโมโหไม่หาย บ่นขรมอย่างแค้นใจ

    “ถ้าพี่วิภามอบตำแหน่งประธานให้ฉันบริหารก็สิ้นเรื่อง แต่นี่จะให้ฉันอยู่เป็นแค่ลูกน้องไอ้น่าน...ฝันไปเถอะ ฉันจะทำให้พี่วิภาเห็นว่ามีโชคต้องย่อยยับเพราะพี่วิภาคิดผิดที่มอบมีโชคให้อยู่ในมือไอ้เด็กเมื่อวานซืน”

    ค่ำวันเดียวกัน น่านฟ้าพามัศยาไปดูสถานที่ภายในห้างสรรพสินค้าซึ่งใช้จัดงานเปิดตัวข้าวเกรียบสูตรใหม่ของมีโชค ทุกอย่างกำลังจะสมบูรณ์แบบ มัศยามองสำรวจไปมาด้วยความตื่นเต้น นึกไม่ถึงว่าน่านฟ้าจะมีเวลาเตรียมงานได้อลังการขนาดนี้

    “งานนี้ผมไม่ได้อยากให้เป็นแค่งานเปิดตัวข้าว เกรียบมีโชครสใหม่ แต่อยากให้เป็นงานการกุศลด้วย ผมจะให้ทีมงานใส่ชุดมาสคอตนี่ แล้วให้คนร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือการกุศลแลกกับการได้กอด หอม แล้วก็จุ๊บ”

    น่านฟ้ายื่นหน้ามาใกล้แก้มนวลของมัศยา เลยโดนเธอผลักเต็มฝ่ามือจนหน้าแทบหัน

    “บอกเฉยๆไม่ต้องสาธิตก็ได้”

    “อะไรกันเจ๊ ตอนนี้เราเป็นกิ๊กกันอยู่ เจ๊ต้องเล่นให้สมบทบาทหน่อยสิ”

    “แต่ตอนนี้ไม่มีใคร ไม่จำเป็นต้องเล่นให้สมจริงขนาดนั้นก็ได้” มัศยาพูดจบก็หันหลังทันที ซ่อนรอยยิ้มบางๆไม่ให้เขาเห็น

    ผ่านไปพักใหญ่ การจัดงานเสร็จสมบูรณ์ ทีมงานอีเวนต์ทยอยกันกลับ น่านฟ้ายืนมองภาพรวมตรงหน้าอย่างปลาบปลื้ม ก่อนหันมาเอ่ยกับมัศยาที่ยืนอยู่ข้างกันว่า

    “ขอให้พรุ่งนี้ผ่านพ้นไปด้วยดีด้วยเถอะ ผมรอวันนี้มานานแล้ว วันที่ผมจะได้ทำอะไรเต็มที่ในฐานะของลูกชายประธานโชคบ้าง”

    “ถ้าท่านประธานเห็น ท่านต้องภูมิใจในตัวคุณแน่ๆ”

    น่านฟ้ายิ้มหน้าบาน จับมือมัศยาจูงไปบนเวที สมมติให้เธอเป็นพิธีกร ส่วนตนเองเป็นแขกที่มาร่วมงาน... สองคนสนุกสนานกันใหญ่ ความใกล้ชิดทำให้เผลอไผลถึงเนื้อถึงตัวกันบ้าง ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พร้อมเสิร์ฟตอนใหม่ “กระเช้าสีดา” ฟังคำตอบ "นุ่น" หลัง "ก๊อต" สารภาพรัก

    พร้อมเสิร์ฟตอนใหม่ “กระเช้าสีดา” ฟังคำตอบ "นุ่น" หลัง "ก๊อต" สารภาพรัก
    17 ต.ค. 2564

    03:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 03:33 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์