ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงบาป

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

บังเอิญพระยาเทวราชได้รับคำสั่งไปตรวจการถึงหัวเมืองด้าน เหนือ เพื่อนพระยาด้วยกันออกปากว่า ถ้าขุนไวอยู่คงไปทำงานแทนท่านได้ พระยาเทวราชขัดใจในทันที อ้างว่า คนหนุ่มอย่างขุนไวต้องออกไปหาประสบการณ์ดีกว่ามัวทำงานในกรมเพียงอย่างเดียว

ไม่ทัน ไร รำพึงมาขอความช่วยเหลือจากพระยาเทวราช ให้ช่วยจัดการเรื่องขุนพิทักษ์พาบ่าวขึ้นมาอยู่บนเรือนเสมอตน ทำให้ท่านพระยาตวาดกลับ หาเรื่องรกหูไม่เว้นวัน ขนาดออกไปอยู่ไกลตนแล้ว และโทษว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากความไม่เอาไหนของตัวเธอ รำพึงเสียใจตัดพ้อ

“ลูก ก็ทำดีที่สุดที่คนเป็นเมียพึงจะทำได้ ลูกคงต้องเรียนถามเจ้าคุณพ่อมากกว่าเจ้าค่ะ ว่าทำไมผู้ชายถึงไม่รู้จักพอ มีเมียหนึ่งแต่ก็ยังอยากจะมีสอง สาม สี่”

พระยาเทวราชโกรธตบหน้าฉาด ใหญ่ “อย่ามาปากดีใส่ข้า ผัวคนเดียวยังเอาไม่อยู่ แล้วชาตินี้จะทำอะไรได้ ที่สำคัญถ้าชื่อเจ้าเสีย มันก็เน่ามาถึงข้าได้ อย่าให้ข้าอับอายเพราะความโง่เง่าของเจ้าหน่อยเลย”

“ชื่อเสียงของเจ้าคุณพ่อสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด ลูกคงไม่อาจแตะต้องชื่อเสียงของเจ้าคุณพ่อ”

“รู้ ก็ดี เพราะถ้าไม่มีชื่อเสียงนี้ไว้อุ้มชูเจ้า เจ้ามันก็ไม่ต่างจากหมาข้างถนน กำพืดก็ไม่ต่างจากแม่ของเจ้า” ท่านพระยาพูดจบลุกเดินไป

รำพึงเจ็บแค้นน้ำตาร่วงเผาะๆมุ่งหน้ามาหา ขุนไวที่กระท่อมชายป่า ฟูมฟายฟ้องเรื่องขุนพิทักษ์และเรื่องที่โดนพ่อว่าใส่หน้ามา เธอพยายามใส่ไคล้ให้เขาเกลียดชังพ่อของตนมากๆและบอกเรื่องที่พ่อต้องเดินทาง ไปหัวเมืองเหนือ ทำให้ขุนไวขาดความยั้งคิด หมายมาดเอาชีวิตคนที่ทำให้ตนไม่ได้ครองคู่กับรำพึง

ขุนไวจ้างโจรป่า กลุ่มเดิมให้ดักฆ่าพระยาเทวราชระหว่างทาง โดยจ่ายอัฐให้ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งจะจ่ายหลังเสร็จงาน แต่เขากลับสั่งลูกน้องให้คอยตลบหลังฆ่าพวกโจรป่าเสีย อย่าให้พวกมันกลับมาทวงอัฐที่เหลือ เพราะยังแค้นที่โดนขู่กรรโชกครั้งก่อน

ก่อน ที่พระยาเทวราชจะเดินทาง ได้มาหาคุณหญิงมณี เพื่อฝากฝังลูกสาวเพราะใจจริงตนรักและเป็นห่วงลูกมาก ตนต้องเดินทางไกลไม่อาจอยู่ปกป้องลูกได้ อย่าให้ลูกต้องเจ็บช้ำน้ำใจอย่างที่เป็นอยู่ รำพึงแอบฟัง รู้สึกตื้นตันใจ สำนึกผิดชอบผุดขึ้นมา เธอพยายามขอให้ท่านพระยาเลื่อนการเดินทางออกไป แต่กลับถูกเอ็ด

“ได้ที่ไหนกัน นี่งานราชการไม่ได้เล่นขายของ เจ้าอยู่ทางนี้อย่าให้เรื่องเน่าๆลอยไปเข้าหูข้าไกลถึงหัวเมืองเหนือโน่นล่ะ”

“เจ้าคุณพ่อจะพูดกับลูกดีๆสักครั้งไม่ได้เลยเหรอเจ้าคะ”

“พูด ดีแล้วได้ชั่วข้าไม่เอา เรื่องของต่ำ มนต์ดำอย่าได้ไปข้องแวะ อย่าเอาเสนียดมาติดตัว ติดชื่อข้าเหมือนแม่ของเจ้า เพราะถ้าข้ารู้ว่าเจ้าทำเรื่องจัญไรแบบนั้น ข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่”

รำพึงมองพ่อกลับไปด้วยแววตาโหดเหี้ยม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะพ่อทำตัวพ่อเอง...

และ แล้วในคืนนั้น พระยาเทวราชเดินทางไปหัวเมืองเหนือ ก็ถูกโจรป่าดักทำร้าย ท่านต่อสู้สุดชีวิต ลูกน้อง ที่ตามไปถูกฆ่าตายหมด สุดท้ายขุนไวก้าวออกมาหมายเอาชีวิต ท่านพระยาทั้งเหนื่อยทั้งหมดแรง ตกตะลึงไม่คิดว่าขุนไวจะเลวร้ายขนาดนี้ เผลอกลัวตายวิงวอนขอชีวิต

กลับโดนขุนไวเตะเสยหน้าหงาย เหยียดหยามว่าท่านพระยาผู้เย่อหยิ่งคนเดิมหายไปไหน มีแต่ไอ้แก่ไร้ศักดิ์ศรีที่มากอดขาขอร้องตน แล้วตอกย้ำ

“รู้รสชาติรึยังว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง รู้หรือยังว่าการโดนหักหลังมันเป็นยังไง ท่านทำให้ชีวิตข้าย่อยยับ ทำลายหน้าที่การงานข้า ทำลายหัวใจของข้า จุดจบมันก็ต้องเป็นแบบนี้”

“อย่านะขุนไว อย่าฆ่าข้านะ ข้ารับปากว่าจะแก้คำสั่ง ไม่ให้เจ้าต้องออกไปต่างเมือง ข้าจะให้เจ้าแต่งงานกับรำพึง ข้าจะทำทุกอย่าง แต่อย่าฆ่าข้า ข้าขอร้อง”

“คนระดับพระยาอย่างท่านถึงกับลดตัวลงมาขอร้องหมาวัดอย่างข้าหรือ...มันสายเกินไปแล้ว” ขุนไวเงื้อดาบขึ้นสุดแขน

พระยาเทวราชตะโกนลั่นว่า คนอกตัญญูไม่มีวันเจริญ สิ้นเสียง...ดาบก็ฟันฉับลงมาที่คอขาดสะบั้น...ด้านรำพึงทำกระจกตกแตก ใจหวิวทันที พึมพำ...เจ้าคุณพ่อฆ่าแม่ ต้องชดใช้เช่นนี้

ooooooo

วันรุ่งขึ้น คุณหญิงมณีทราบข่าวการตายของพระยาเทวราชก็ตกใจ บ่าวไพร่ซุบซิบนินทา เป็นเพราะกรรมของลูกไปลงที่พ่อ มีชุ่มเพียงคนเดียวที่เห็นใจและคิดว่ารำพึงคงเศร้าโศกเสียใจ

งานศพจัดขึ้นที่เรือนพระยาเทวราช รำพึงทำทีโศกเศร้าดูน่าสงสาร คุณหญิงมณีเป็นแม่งาน จัดเตรียมทุกอย่าง ชุ่มช่วยด้วยความเต็มใจ ในขณะที่ขุนพิทักษ์มาร่วมงานรั้งท้าย สีหน้าไม่ค่อยเต็มใจ ทำให้แขกเหรื่อนินทากันระงม ไม่วายรำพึงแขวะท่านขุน คิดว่าชุ่มกักตัวไม่ให้มาร่วมงาน ชายหนุ่มตอบว่า ตนอยากให้ชุ่มทำแบบนั้น หญิงสาวยิ่งเจ็บแค้น ทันใด รำพึงเห็นวิญญาณพระยาเทวราชปรากฏขึ้นชี้หน้ากราดเกรี้ยว...นังลูกชั่ว...

หญิงสาวตกใจยกมือไหว้ปะหลกๆร้องลั่น กลัว แล้วๆ...ทุกคนตกใจเข้ามามุงดู คุณหญิงมณีเข้าใจว่ารำพึงเสียใจมาก จึงให้ขุนพิทักษ์พาไปพักผ่อน หลวงตามั่นรู้ว่ามันเป็นวิบากกรรม

เสร็จงานในคืนนั้น รำพึงออดอ้อนให้ขุนพิทักษ์ค้างกับตนที่นี่ แต่เขากลับย้อนว่าเธอมีแรงพอที่กลับเรือนได้ รำพึงบีบน้ำตาขอร้อง ตนเสียพ่อไปแล้วยังต้องกล้ำกลืนเห็นผัวตัวเองหลงเมียทาสให้อับอาย ขุนพิทักษ์นิ่งคิด

“นั่นสิ พี่ควรจะยกชุ่มให้เป็นเมียพี่อย่างสมเกียรติ เมื่อชุ่มไม่เป็นทาสแล้ว ใครต่อใครจะได้เลิกพูดว่าพี่หลงเมียทาส”

รำพึงกรี๊ดลั่นไม่ยอม ชายหนุ่มย้อนถามจะฟ้องเจ้าคุณพ่อหรือ ก่อนจะเดินลงจากเรือนไป หญิงสาวสุดแค้น คิดร้ายถึงขนาดจะทำคุณไสยอย่างที่แม่เคยทำ

คืนเดียวกัน รำพึงให้จวงพาไปหาหมอเสน่ห์เพื่อทำคุณไสยให้แก่ตน เธอยอมถึงขนาดต้องเปลือยร่างให้หมอไสยลงน้ำมันจันทน์มหาเสน่ห์ทั่วเรือนร่างอย่างไม่อาย ระหว่างทำพิธีเธอรู้สึกเคลิบเคลิ้มจากสัมผัสของหมอไสย คิดถึงใบหน้าขุนพิทักษ์ จู่ๆหน้าขุนไวแทรกเข้ามา เธอนิ่วหน้า ตั้งสติเตือนตัวเองว่า ผัวตนคือขุนพิทักษ์เพียงคนเดียวเท่านั้น

ขณะที่ขุนพิทักษ์นอนอยู่กับชุ่ม ตกใจตื่นเพราะได้ยินเสียงสะอื้นของชุ่ม เธอบอกว่าเธอฝันร้าย ฝันเห็นว่าเขาตกไปในแม่น้ำสีเลือด แล้วถูกน้ำพัดหายไป ชายหนุ่มโอบกอดปลอบ

“เอ้า...ร้องไห้ใหญ่ หรืออยากจะอ้อนให้ข้าโอ๋”

“ยังจะพูดเล่นอีก ข้าใจไม่ดีจริงๆนะเจ้าคะ ข้าสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับท่านขุน” แล้วชุ่มก็นึกได้ “แหวนพิรอดที่ข้าเคยให้ท่านขุนอยู่ไหนเจ้าคะ”

ชายหนุ่มตอบว่าเก็บไว้ที่ห้อง ชุ่มขอร้องให้กลับไปเอามาใส่ไว้ ขุนพิทักษ์อ้างว่าถ้ากลับไปตอนนี้ต้องโดนรำพึงรั้งตัว ชุ่มย้ำ  ไม่ว่าเขาจะอยู่กับใคร ตนจะอยู่อย่างคนที่รักเขา ชายหนุ่มจำต้องกลับไปที่ห้อง แต่เพียงแค่ผ่านโถงเรือน ก็เห็นรำพึงนอนสลบอยู่บนพื้น เขาเข้าไปช้อนร่างเธอจะพาเข้าห้อง เธอลืมตามองอย่างสมใจ ในมือมีเลือดไหลซึม นึกถึงคำสั่งหมอไสย

“เจ้าจงกลับไปนำเลือดของเดรัจฉานให้ผัวเจ้าได้ลิ้มรส ได้สัมผัสกลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นกายของเจ้า เพียงเท่านี้...เขาก็จะเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”

รำพึงชูมือที่มีเลือดขึ้นมา ขุนพิทักษ์ตกใจ เธอฉวยโอกาสจับหน้าเขาแล้วปาดเลือดเข้าปากเขาพร้อมบริกรรมคาถา...ใจเป็นของกู ตัวเป็นของกู เสพสมกายกู เสน่หาเพียงกู...ขุนพิทักษ์ร้องให้หยุด ปล่อยร่างเธอลงผลักออกห่าง สักพักเขาก็กระตุก รำพึงเฝ้ามองผลสำเร็จ ดวงตาแข็งกร้าวของเขาเริ่มอ่อนโยนลง ปราดเข้าประคองเธออีกครั้ง

“น้องรำพึง เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรน้อง...”

“คุณพี่บอกน้องมาก่อนสิคะ ว่าคุณพี่รักใคร...”

ชายหนุ่มสบตาแล้วดึงมือเธอมาจุมพิต “น้องรำพึงคือยอดดวงใจของพี่”

จวงซึ่งแอบดูอยู่ดีใจแทบร้องออกมา ชุ่มแปลกใจทำไมท่านขุนไปนาน จึงตามออกมาเห็นขุนพิทักษ์กำลังอุ้มรำพึงเข้าห้อง รำพึงเบนหน้ามาส่งยิ้มเยาะเย้ย ชุ่มถึงกับน้ำตารื้น นี่มันเกิดอะไรขึ้น...เวลาผ่านไป ขุนพิทักษ์ยังนอนหลับ รำพึงลุกขึ้นนั่งบริกรรมคาถา

“จิตตังสะมา กามากายะ สัพพะราคะ ชัยยะกาลี... ใจเป็นของกู ตัวเป็นของกู เสพสมกายกู เสน่หาเพียงกู....” หลังจากนั้น หญิงสาวก็พรมจูบไปบนหน้าผากขุนพิทักษ์

ooooooo

รุ่งเช้า ขุนพิทักษ์ตื่นขึ้นมาเรียกหาแต่รำพึง เธอออดอ้อนทำทีเสียใจว่าเขายกเอาเมียทาสขึ้นมาอยู่บนเรือนเสมอตน ตนจะขอกลับไปอยู่เรือนพ่อ ไม่ปล่อยให้เมียทาสมาย่ำยีหัวใจ ขุนพิทักษ์ร้อนรนจะให้ตนทำอย่างไร ตนยินยอมทุกอย่าง

หลังจากนั้น จวงก็เข้ามาไล่ชุ่มออกจากห้องให้กลับไปอยู่เรือนทาสตามเดิม เสียงขุนพิทักษ์ด่าว่าชุ่มใช้มารยาสาไถยหลอกให้ตนพาขึ้นมา ทำให้รำพึงต้องเสียใจ ตอนนี้ตนตาสว่างแล้ว คุณหญิงมณีตกใจเสียงเอะอะ ออกมาห้ามปราม แจ่มเข้าประคองชุ่มอย่างสังเวชใจ

“ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะคุณแม่ คุณพี่ก็เพียงได้สติ รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่วแล้วก็เท่านั้น”

คุณหญิงมณีไม่เข้าใจ ขุนพิทักษ์โพล่งขึ้น “ก็หมายความว่า ลูกไม่เอานังชุ่มอีกต่อไปแล้วไงขอรับ

คุณแม่ ลูกรู้แล้วว่าคนที่ลูกรักที่สุดคือน้องรำพึง ไม่ใช่นังทาสชั่วคนนี้”

“นังชุ่มมันทำอะไรผิด ก็ลูกเองที่เป็นคนให้มันขึ้นมาอยู่บนเรือน”

“ผิดที่มันมักใหญ่ใฝ่สูง อยากได้ลูกเป็นผัวไงขอรับคุณแม่ นังแจ่มพามันออกไปเดี๋ยวนี้ อย่าให้เสนียดของมันมาแปดเปื้อนเรือนข้า ไป...”

ชุ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น คุณหญิงมณีสงสารให้แจ่มพาชุ่มออกไปก่อน แล้วหันมาเอ็ดลูกชายให้ตามไปคุยกันในห้อง แต่รำพึงค้าน ท่านขุนต้องกลับเข้าห้องเพื่อล้างเนื้อตัวก่อน แล้วถึงจะไปพบได้ คุณหญิงมณีถึงกับอึ้งอดข้องใจไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ชุ่มกอดสมร้องไห้ แจ่มซักไซ้เรื่องราว สมโกรธจะไปเอาเรื่อง คุณหญิงมณีตามลงมาปรามสม และบอกชุ่มอยู่ที่เรือนทาสจนกว่าตนจะสะสางจนรู้ความเสียก่อนแล้วจะจัดการให้ ชุ่มไม่เรียกร้องอะไรขออยู่อย่างที่ท่านขุนต้องการ แจ่มอดคิดไม่ได้ว่าขุนพิทักษ์เปลี่ยนแปลงไปราวกับโดนของ คุณหญิงไม่อยากเชื่อว่าระดับลูกพระยาจะไปเกลือกกลั้วกับของต่ำเช่นนั้น

คืนงานศพที่เรือนพระยาเทวราชคืนที่สอง แขกในงานแปลกใจเมื่อเห็นขุนพิทักษ์เอาอกเอาใจรำพึงผิดจากคืนแรก ต่างซุบซิบกันไปอีกทางที่ว่าท่านขุนหลงเมียทาสคงไม่จริง...เสร็จงานคืนนั้น ขุนพิทักษ์บอกคุณหญิงมณีว่าจะค้างที่เรือนนี้เพราะรำพึงไม่ค่อยสบาย ทำให้คุณหญิงสงสัยมากขึ้น เพราะคืนวานเขาประกาศกร้าวไม่ยอมนอนค้างเรือนนี้

แต่คุณหญิงมณีก็ไม่อยากคิดมาก กลับมาจึงให้สมเอายาฝรั่งไปให้รำพึงที่เรือนพระยาเทวราช ระหว่างนั้น จวงเอาอัฐไปให้หมอไสยเพิ่มเพราะผลงานเป็นที่น่าพอใจตามคำสั่งรำพึง หมอไสยกำชับอย่าบริกรรมคาถามากเกินไป เพราะคาถาจะกระเด็นไปถึงผัวอีกคน

“อ๋อ...ว้าย! พ่อหมอพูดแบบนี้ระวังหัวจะหลุดออกจากบ่า คุณรำพึงเธอเป็นลูกสาวท่านพระยา เป็นผู้ดีทุก กระเบียดนิ้ว เธอมีผัวเดียวรู้ไว้เสียด้วย” จวงปึงปังกลับไป

หมอไสยหัวเราะในลำคอ ผู้หญิงกากีแบบนั้นหรือจะมีผัวเดียว...ไม่ผิดคำหมอไสย รำพึงนั่งบริกรรมคาถาขณะที่ขุนพิทักษ์นอนหลับอยู่ข้างๆ เป็นเหตุให้ขุนไวซึ่งอยู่ไกลห่างสะดุ้งตื่นรู้สึกร้อนวูบวาบ จิตประหวั่นคิดถึงเธอจับจิต

จวงกลับมาถึงเรือน เจอขุนไวเข้าอย่างจังที่หน้าเรือน รีบแล่นไปรายงานนายสาว รำพึงตกใจออกมารับหน้า ต่อว่ากรายๆถ้าคนอื่นรู้เข้าตนจะเสียหาย ขุนไวทวงสัญญาว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อเธอแล้ว พระยาเทวราชไม่อยู่บังคับจิตใจเธออีกต่อไป เราควรได้อยู่ด้วยกันเสียที รำพึงบีบน้ำตาขอร้องให้งานศพผ่านพ้นไปก่อน ชายหนุ่มขอนอนด้วยคืนนี้ เธอใจหายวูบรีบหาข้ออ้าง

“คุณพี่จะขึ้นไปบนห้องนอนน้องไม่ได้นะคะ...ถ้าน้องรู้ก่อนว่าคืนนี้คุณพี่จะมาหาน้อง น้องจะไม่ให้ขุนพิทักษ์มาอยู่ที่เรือนนี้ได้”

“น้องก็ไล่มันกลับไปสิ”

“ไม่ได้หรอกค่ะคุณพี่ โธ่...คุณพี่ คุณพี่ก็รู้ว่าน้องต้องการคุณพี่มากกว่าใคร”

ขุนไวฮึดฮัดจะไปไล่เอง รำพึงปราม จัดแจงพาเขาไปนอนในห้องพระยาเทวราชแทน สมขึ้นเรือนเพื่อเอายามาให้ เห็นสองคนตระกองกอดเข้าห้องก็ตกตะลึง

คิดไม่ถึงว่าสองคนเป็นชู้กัน

ooooooo

จวงซึ่งเฝ้าอยู่หน้าห้องที่ขุนพิทักษ์นอนหลับ ด้วยความหวั่นใจกลัวเขาจะตื่นมาแล้วรู้ว่ารำพึงเริงรักอยู่กับขุนไวอีกห้องหนึ่ง ไม่ทันไร เสียงท่านขุนเรียกหารำพึง จวงต้องวิ่งไปเคาะประตูเรียกนายสาว พอเธอเปิดประตูออกมา จวงตาโพลงที่เห็นขุนไวนอนเปลือยอกอยู่บนฟูก

รำพึงกำชับจวงไม่ให้ปากสว่าง เพราะที่ตนต้องทำแบบนี้ก็เพราะเกรงขุนไวเอาเรื่องตนไปโพนทะนา จวงแค้นแทนจะให้หมอไสยเสกหนังควายเข้าท้องขุนไวให้ตายๆไป จวงนึกได้

“แต่จะว่าไปอาคมของพ่อหมอนี่ก็เลิศนะเจ้าคะ คืนเดียวสองชาย มาพร้อมๆกันเลย”

จังหวะนั้น รำพึงเห็นเงาตะคุ่มๆที่มุมหนึ่งบนเรือน รีบลากจวงมาดูด้วยกัน ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นสม ในขณะที่สมนั่งครุ่นคิดถึงภาพรำพึงกับขุนไว สมรีบบอกว่าเอายามาให้ตามคำสั่งคุณหญิงมณี รำพึงเห็นอากัปกิริยาสมให้หวั่นใจว่าเห็นอะไรบ้าง พอรับห่อยามาก็รู้สึกได้ว่าห่อยายับยู่เปียกชื้น แสดงว่าคงนั่งกอดไว้นาน

ชุ่มสวดมนต์เสร็จเห็นสมนั่งหน้าเครียดก็เข้าไปซักถามเป็นอะไร สมอึกอักอยู่นานกว่าจะยอมเล่าเรื่องที่พบเห็นมา ชุ่มถอนใจ ห้ามสมไปเล่าให้คุณหญิงมณีฟัง ไม่อยากให้ต้องทุกข์ใจอีก หารู้ไม่ว่า จวงแอบตามมา ได้ยินการสนทนาของสองพี่น้อง รีบกลับไปรายงานรำพึง

“เอามันไว้ไม่ได้อีกต่อไป กำจัดตัวพี่มันก่อน ส่วนนังตัวน้อง ข้าจะเก็บมันไว้ทรมานให้สาสมกับที่มันเคยทำให้ข้าเจ็บใจ” แววตารำพึงดูเหี้ยมโหดน่าสะพรึงกลัว

วันต่อมา รำพึงวางแผนให้จวงบอกสมเอาเรือออกพาตนไปทำธุระ โดยไม่บอกว่าที่ไหน ระหว่างที่รำพึงกับจวงลงเรือ ขุนพิทักษ์กำลังจะออกไปทำงานจึงเห็นว่าสมเป็นคนพายเรือให้...

มาถึงท้ายป่า รำพึงกับจวงให้สมรออยู่ที่เรือ ไม่ต้องสอดรู้สอดเห็นว่าพวกตนจะไปทำอะไร แต่จวงทิ้งท้ายไว้ว่า “ถ้าคุณรำพึงไปนานแล้วยังไม่กลับมา เอ็งต้องรีบไปดู อย่าปล่อยให้คุณรำพึงเป็นอันตราย เอ็งได้หัวหลุดจากบ่าแน่ ข้าเตือนแล้วนะโว้ย”

สมรออยู่นานสองนาน ตัดสินใจตามไปทางที่สองสาวเดินไป เขาตะโกนเรียกรำพึงกับจวงด้วยความแปลกใจว่าหายไปไหน ทันใด มีท่อนไม้ฟาดตุ้บมาที่หัวเขาอย่างแรง สมยังไม่ทันสิ้นสติ เห็นรำพึงกระหน่ำฟาดเขานับไม่ถ้วน ปากก็พร่ำว่า อยากแส่เรื่องของข้าดีนัก จวงเห็นแล้วสยอง ถ้าตนทำผิดจะโดนแบบนี้บ้างไหม ใบหน้าสมเต็มไปด้วยเลือดนอนนิ่ง รำพึงให้จวงมาช่วยกันลากไปถ่วงน้ำ จังหวะที่ลากอยู่ สมรู้สึกตัวจับขาจวง ยื้อยุดเอาตัวรอด ทันใด เสียงขุนพิทักษ์ร้องเรียก รำพึงตกใจ สมพยายามเปล่งเสียงให้ช่วยตนด้วย รำพึงเห็นท่าไม่ดี ถีบสม แล้วฉีกสไบตัวเองปลดโจง ลงไปนอนคลุกกับสม หวีดร้องให้ปล่อยตน

“คุณพี่ช่วยน้องด้วยค่ะ คุณพี่”

ขุนพิทักษ์มาถึงเข้าใจว่าสมปลุกปล้ำรำพึง ดึงหญิงสาวออกแล้วเตะเสยหน้าสมจนสลบ ลากตัวมากระทืบซ้ำที่ลานหน้าเรือน ชุ่มซึ่งมีอาการคลื่นไส้อาเจียนนอนพักอยู่ ได้ยินเสียงวิ่งมากอดพี่ชายยกมือไหว้ขอร้องให้พอได้แล้ว ขุนพิทักษ์สั่งบ่าวไปเอาดาบมาจะบั่นคอสม คุณหญิงมณีเข้ามาขวาง ถามมีเรื่องอะไรถึงขั้นต้องฆ่าแกงกัน

“ก็ไอ้สมมันคิดทำระยำกับน้องรำพึง มันสมควรตายขอรับคุณแม่”

คุณหญิงไม่อยากเชื่อ รำพึงรํ่าไห้ “รำพึงแค่ขอให้นายสมช่วยพายเรือไปเก็บบัว เพราะอยากเอาบัวไปไหว้เจ้าคุณพ่อ แต่ไม่นึกเลยว่า พอจวงลับตาไปนายสมจะทำเรื่องบัดสีกับรำพึง”

สมปฏิเสธเสียงแหบพร่า รำพึงรีบสวนว่าตนต้องป้องกันตัวไม่ให้ใครมายํ่ายีศักดิ์ศรี ตนสู้สุดชีวิต ชุ่มขอร้องคุณหญิงมณี อย่าเชื่อว่าสมจะทำได้ รำพึงแหวใส่

“นังชุ่มอย่ามาออกตัวแทนพี่เอ็ง เอ็งก็รู้อยู่แก่ใจว่าพี่เอ็งมันเกลียดข้า เพราะมันคิดว่าข้าแย่งท่านขุนมาจากเอ็ง มันเลยทำกับข้าแบบนี้”

“อ้อ นี่พี่มันชั่วเพราะน้องมันนี่เอง...ชั่วทั้งตระกูล”

ชุ่มเจ็บจี๊ดกับคำก่นด่าของขุนพิทักษ์ สมทนไม่ไหวโพล่งขึ้น “โกหก...คุณรำพึงโกหก ความจริงคือคุณรำพึงตั้งใจจะฆ่าข้า เพราะข้าไปรู้ความลับของคุณรำพึง”
ขุนพิทักษ์ถามว่าเรื่องอะไร รำพึงหน้าเสียขัดขึ้นว่าไม่จริง อย่าไปฟังคำโกหกของสม คุณหญิงมณีถามสมว่าความลับอะไร

“คุณรำพึงเล่นชู้กับขุนไว!”

ทุกคนตกตะลึงหันมองรำพึงเป็นตาเดียว หญิงสาวต้องแก้สถานการณ์ทันทีด้วยการคว้าดาบจากขุนพิทักษ์มา “ถ้าน้องต้องถูกใส่ร้ายป้ายสีด้วยเรื่องอัปรีย์เช่นนี้ น้องขอตายตามเจ้าคุณพ่อเสียดีกว่า โลกนี้ไม่มีความยุติธรรมให้น้อง ให้น้องตายเถอะค่ะคุณพี่”

จวงตาโพลงที่เจ้านายกล้าทำขนาดนี้ ขุนพิทักษ์ยื้อดาบไว้ โผกอดรำพึงแน่น ตนไม่มีวันยอมให้เธอเป็นอะไรไปเด็ดขาด แล้วหันไปสั่งบ่าวเอาตัวชุ่มออกไป ตนจะสำเร็จโทษสม

ชุ่มดิ้นรนไม่ยอมปล่อยพี่ชาย สบตาชายหนุ่มด้วยนํ้าตานองหน้าวอนขอชีวิตสม ก้มกราบขอแลกกับชีวิตตัวเอง ขุนพิทักษ์ใจอ่อนลดดาบในมือลง รำพึงเจ็บแค้นไม่ทันจะแย้ง คุณหญิงมณีสุดทนประกาศว่า สมเป็นคนของตน ตนจะจัดการลงโทษเอง รำพึงขัดใจทำสำออยให้ขุนพิทักษ์พากลับเรือน คุณหญิงมณีให้คนพาสมไปใส่ยา ชุ่มตามติดพี่ชายด้วยความห่วงใย

ooooooo

ขุนพิทักษ์ดูแลเช็ดเนื้อตัวให้รำพึงอย่างเบามือ หญิงสาวออดอ้อนขอโทษที่มีเรื่องให้ร้อนใจ ชายหนุ่มโอบกอดกระซิบบอกว่าเธอเจ็บเขาก็เจ็บด้วย รำพึงเกรงมนต์จะเสื่อมคลายรีบพึมพำบริกรรมคาถาให้เขาหลงหัวปักหัวปํา

เมื่อสมได้รับการทำแผลเรียบร้อย คุณหญิงมณีก็บอกว่า ช่วงนี้คงต้องให้เขาไปอยู่ที่วัดกับหลวงตามั่นสักระยะ ทั้งชุ่มและสมเข้าใจดี ระหว่างเดินกลับเรือนใหญ่ แจ่มถามคุณหญิงมณีถึงคำพูดของสมเรื่องรำพึงกับขุนไว คุณหญิงเองก็หนักใจแต่ไม่มีหลักฐานก็ไม่ควรกล่าวหา

“เจ้าค่ะ แต่ก็แปลกนะเจ้าคะ ทำไมอยู่ๆท่านขุนก็ลุกขึ้นมารักคุณรำพึงไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้ แจ่มว่าท่านขุนต้องโดนของแน่ๆเจ้าค่ะ”

“ใครทำอะไรไว้ สักวันความจริงก็จะปรากฏ ไม่นานหรอก เวรกรรมมันมีจริง เชื่อข้า”

รุ่งขึ้น ชุ่มกับสมมากราบหลวงตามั่น หลวงตาบอกชุ่มไม่ต้องห่วงพี่ชาย อยู่วัดแล้วเย็นสบาย ชุ่มหน้าเครียดเพราะเป็นห่วงขุนพิทักษ์มากกว่า หลวงตาเปรยว่ามันเป็นวิบากกรรมของท่านขุน อำนาจพุทธคุณเท่านั้นที่จะเรียกสติกลับมาได้ ชุ่มนึกถึงแหวนพิรอดจึงรีบกลับไปที่เรือน แอบเข้าไปห้องหอรำพึงเพื่อค้นหาแหวนจนเจอ แต่เผอิญรำพึงกับจวงมาพบ หาว่าเธอเข้ามาขโมยของ ชุ่มอ้างว่ามาเอาแหวนของตัวเอง รำพึงแย่งแหวนและบีบปากชุ่มพูดใส่หน้า

“จำใส่กะโหลกไว้ว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของเอ็ง มันมีแต่ของของข้า จำไว้นังทาสชั้นต่ำ” รำพึงปาแหวนทิ้งออก นอกหน้าต่าง แล้วหันมาตบตีชุ่ม

คุณหญิงมณีได้ยินเสียงเข้าห้ามปราม แต่โดนรำพึงตอกกลับว่า เรื่องเกิดในห้องหอของตน ตนมีสิทธิ์จะลงโทษทาสในเรือนเบี้ย รำพึงลงหวายเฆี่ยนชุ่มนับไม่ถ้วน แล้วจวงก็เอาน้ำเกลือสาดใส่แผ่นหลัง ชุ่มร้องโอดโอยจนคุณหญิงต้องขอร้องให้พอแค่นี้ แต่รำพึงหาหยุดไม่

ขุนพิทักษ์เดินมาหลังเรือน เห็นเด็กๆเล่นกันอยู่เป็นกลุ่ม ในมือไอ้ดำมีแหวนพิรอดที่เก็บได้ จึงเข้าไปขอดู แสงเรืองจากแหวนส่องวาบเข้าหน้า เสียงเพื่อนเรียกดำไปเล่นต่อ ดำจึงวิ่งไปทิ้งแหวนไว้ให้ท่านขุน เสียงสวดมนต์ลอยเข้ามาในภวังค์ ทำให้เขามีอาการมึนงง พลันเสียงร้องของชุ่มดังแทรกเข้ามา ขุนพิทักษ์นึกถึงคำขอร้องของชุ่มให้เขาสวมแหวนพิรอดไว้ เขาจึงสวมมัน แสงวาบจากแหวนทำให้เขาเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนล้มลงสลบไป

ขณะเดียวกัน ที่โถน้ำมันจันทน์ของหมอไสยแตกเพล้ง หมอไสยลืมตาโพลงข้องใจ ใครกล้าลองดีกับตน

ในขณะที่รำพึงกับจวงกำลังสะใจที่ได้เฆี่ยนชุ่มจนสลบ บ่าวมาเรียนว่าพบขุนพิทักษ์หมดสติอยู่หลังเรือน จึงรีบไปพาขึ้นเรือน พอขุนพิทักษ์ฟื้น สติสัมปชัญญะกลับคืน รำพึงโผกอดแต่เขากลับผลักไส เรียกหาแต่ชุ่ม คุณหญิงมณีตอบว่า ชุ่มอยู่ที่ลานโบย ชายหนุ่มจะออกไป

“คุณพี่ไปไม่ได้นะเจ้าคะ คุณพี่ฟังน้องก่อน คุณพี่ต้องฟังน้อง” รำพึงรั้งเขาไว้

แต่ขุนพิทักษ์สะบัดเธอล้มลง แล้วรีบวิ่งออกไปหาชุ่ม พอได้เห็นสภาพเมียรักก็ให้ตกใจ

“ทำไมเอ็งเป็นแบบนี้ ใครทำเอ็ง...รำพึงใช่ไหม” ท่านขุนกอดชุ่มอย่างทะนุถนอม

ชุ่มเห็นแหวนพิรอดในมือชายหนุ่มก็ดีใจ คุณหญิงมณีกับแจ่มเห็นภาพตรงหน้าก็ปลื้มระคนแปลกใจ แจ่มกระซิบว่าของคงเสื่อม คุณหญิงปรามอย่าเอ็ดไป ไม่รู้จริง เรื่องต่ำๆ พวกนี้ใครทำเดี๋ยวมันก็ย้อนกลับเข้าตัว ขาดคำ รำพึงตามมาโวยวายแต่ขุนพิทักษ์ไม่สนใจ อุ้มชุ่มกลับขึ้นเรือนใหญ่ คุณหญิงมณีปลอบแต่ดูเหมือนจะจี้ใจรำพึงมากกว่า

“อย่าร้อนใจไปเลย ใครทำอะไรก็ต้องได้รับผลอย่างนั้น เหมือนที่หนูบอกแม่ไง จำได้ไหม”...รำพึงกำหมัดแน่น อกแทบระเบิดด้วยความเจ็บแค้น

ooooooo

เมื่อสิ้นพระยาเทวราช ท่านเทศามณฑลก็เรียกตัวขุนไวกลับมาช่วยราชการในกรมอย่างเดิม ด้วยพอใจในฝีมือการทำงานของเขา เป็นโอกาสให้ขุนไวได้ผงาดขึ้นอีกครั้ง

รำพึงแล่นมาหาหมอไสย จึงได้รู้ว่าคุณไสยเสื่อมคลายเพราะอำนาจพุทธคุณ เธอแปลกใจไม่เคยเห็นขุนพิทักษ์เสวนากับพระด้วยซ้ำ แล้วนึกได้ ต้องเป็นเพราะแหวนวงนั้นแน่ๆ

“ถ้าเอ็งอยากได้ผัวคืน เอ็งต้องใช้อาคมที่เหนือกว่าพลังที่ปกป้องผัวเอ็งอยู่ แต่ครั้งนี้เอ็งต้องจ่ายหนักกว่าเดิม”

รำพึงยอมเท่าไหร่ก็จ่าย ขอให้ท่านขุนมาสยบ แทบเท้าตนเป็นพอ หมอไสยให้เอาเส้นผมของขุนพิทักษ์มาใช้ในการทำพิธีครั้งนี้ จวงจึงต้องมาซุ่มมอง ได้เห็นขุนพิทักษ์ดูแลทำแผลให้ชุ่มและได้รู้ว่าเพราะแหวนพิรอดนี่เองที่ทำให้ท่านขุนหลุดจากคุณไสย

“ข้าสัญญา ข้าจะสวมมันไว้เหมือนว่าข้ามีเจ้าอยู่เคียงข้างข้าไปตลอด” ชายหนุ่มสวมกอดชุ่มอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันไปถามคุณหญิงมณีที่เพิ่งเดินเข้ามา “คุณแม่ขอรับ ชุ่มไม่ยอมเล่าอะไรให้ลูกฟังเลย คุณแม่ช่วยเล่าเรื่องต่างๆ ให้ลูกได้รับรู้ในสิ่งที่ลูกควรรู้ด้วยเถอะขอรับ”

จวงกลับมารายงานรำพึงที่เรือนพระยาเทวราช ใส่ไคล้ว่าชุ่มออเซาะขุนพิทักษ์สารพัด หญิงสาวเคียดแค้น รอให้ตนทำพิธีก่อน จะกลับไปทวงบัลลังก์ของตนคืน แล้วย้ำจวงไปเอาเส้นผมท่านขุนมาให้ได้

วันรุ่งขึ้น พอขุนพิทักษ์รู้เรื่องทั้งหมดจากคุณหญิงมณี ก็มาดูแลเอาใจใส่ชุ่มด้วยสำนึกผิด แม้จะทำไปโดยไม่รู้ตัวก็ตาม คุณหญิงมณีให้แจ่มยกอาหารเข้ามาให้ทั้งสองคนทานด้วยกัน แต่พอชุ่มได้กลิ่นอาหารก็วิ่งไปอาเจียนยกใหญ่ คุณหญิงเร่ิมสงสัยถามชุ่ม ระดูขาดไปหรือเปล่า

ชุ่มครุ่นคิดแล้วตอบว่า ขาดไปเป็นเดือนแล้ว แจ่มเปรยว่าอาการเหมือนคนท้อง คุณหญิงสวนไม่เหมือนหรอก ใช่เลย ขุนพิทักษ์ตาโพลงด้วยความดีใจ ร้องไชโยโห่หิ้ว แจ่มรีบไปป่าวประกาศทั่วบ้าน ความสดชื่นกลับมาสู่เรือนอีกครั้ง

“พาเมียไปไหว้พระ รดน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลกับลูกกับเมียนะพ่อพิทักษ์”

“ลูกหวังว่าชุ่มจะไม่หนาวจนจับไข้ตายนะขอรับคุณแม่”

ชุ่มปรามท่านขุนเกรงจะบาป เขาโอบประคองเธอลงเรืออย่างทะนุถนอม แจ่มเป็นปลื้ม

“คุณหญิงเจ้าขา นี่ถ้าคุณรำพึงกลับมาแล้วรู้ว่านังชุ่มมันท้อง มีหวังเธอคงคลั่งนะเจ้าคะ”

“ข้าก็ไม่รู้จะทำยังไงนังแจ่ม บุญทำกรรมแต่งกันมา ให้หนียังไงก็หนีกันไม่พ้น”

“ดูท่านขุนสิเจ้าคะ ต่างกับเมื่อสองสามวันก่อนราวฟ้ากับเหว แจ่มว่าคุณรำพึงต้องทำเสน่ห์...” คุณหญิงมณีเอ็ดให้เงียบ แจ่มชะงัก รับคำอย่างนอบน้อม

หลังจากทุกคนลงเรือพายออกไป จวงออกมาจากที่ซ่อนด้วยสีหน้าตื่นตระหนกกับเรื่องที่ได้ยิน แล้วก็หันกลับย่องขึ้นเรือนเพื่อไปเก็บเส้นผมขุนพิทักษ์ในห้องนอนชุ่ม ผ่องกับผาดมาเจอไล่ตะเพิดจวงเผ่นกลับแทบไม่ทัน

พอจวงมารายงานรำพึง เธออาละวาดปาข้าวของด้วยความแค้นใจ “อีชุ่มอย่าคิดนะว่าเอ็งมีลูกแล้วเอ็งจะชนะข้า...ไอ้มารหัวขน ข้าจะกำจัดมันทั้งแม่ทั้งลูก”
กลุ่มคุณหญิงมณีกราบหลวงตามั่น ท่านสวดให้ศีลให้พรแล้วประพรมน้ำมนต์ ขุนพิทักษ์เห็นสมปรนนิบัติหลวงตาอยู่ จึงเรียกออกไปคุย คุณหญิงมองตามอย่างชื่นชม

“พ่อพิทักษ์เขารู้ตัวว่าเขาผิด นี่คงจะไปปรับความเข้าใจกับไอ้สม”

หลวงตากล่าวตอบคุณหญิงอย่างกังวลใจ “คุณหญิง...ให้ท่านขุนหมั่นทำบุญให้มากๆนะ”

“หลวงพ่อพูดแบบนี้แสดงว่า พ่อพิทักษ์ยังไม่หมดเคราะห์เหรอเจ้าคะ”

“สัตย์สาบานที่เขาเคยให้ไว้กับพ่อ เขายังชดใช้มันไม่หมด วิบากกรรมยังไม่จบสิ้นเพียงเท่านี้”

คุณหญิงมณีเครียดกับปริศนาที่หลวงตาทิ้งไว้ให้

ooooooo

เย็นวันนั้น รำพึงรีบเร่งไปหาหมอไสย จวงวิ่งตาม แทบไม่ทัน หญิงสาวหันมาเอ็ด มัวชักช้าเหมือนเต่าคลานก็เสร็จนังทาสพอดี ตนต้องรีบไปให้หมอไสยทำพิธีก่อนที่จะชวดทุกอย่าง

ให้เผอิญขุนไวเดินอยู่แถวนั้น เห็นรำพึงรีบเร่งผ่านไปก็เอะใจจึงสะกดรอยตาม...หญิงสาวมาถึงเอาห่อเส้นผมวางให้หมอไสย ขุนไวแอบเห็น ที่ข้างหน้าหมอไสย

มีหุ่นรูปลอยชายหญิงใบไม้ ยันต์สีแดงและสายสิญจน์ พร้อมเลือดในถ้วย จวงเอ่ยถามว่าใบนี่มันใบอะไร

“ใบรักซ้อน เป็นใบไม้แห่งความเสน่หาและราคะ” หมอไสยเอาเส้นผมวางบนใบไม้แล้วบริกรรมคาถา

เสร็จจากการสวด รำพึงถามว่าตนต้องทำอะไรอีก หมอไสยให้จวงออกไปรอข้างนอก

“เอ็งต้องอบตัวในโอ่งอาถรรพณ์ ข้าจะลงทองให้เอ็งทั้งตัว รอจนกว่าข้าจะปลุกเสกหุ่นรูปลอยเสร็จ เอ็งถึงจะออกมาได้”

พอจวงออกไป หมอไสยให้รำพึงถอดเสื้อผ้าออกให้หมด แล้วก้าวลงไปในโอ่ง ควันพวยพุ่งขึ้นล้อมลำตัวเธอ เหงื่อผุดออกตามกาย หมอไสยบริกรรมคาถา เอาเส้นผมของรำพึงและขุนพิทักษ์วางคู่กัน หยดเลือดหมาดำ โรยหนอนแต่หนอนหายวับไปทันที จากนั้นก็ผูกทั้งหมดรวมกับหุ่นลอย

“หุ่นรานีกำหนัดเป็นการใช้มนต์เสน่ห์ของหญิงผูกจิตชายที่หมายปอง เป็นเสน่ห์ขั้นสูงสุดที่ไม่มีชายใดต้านทานได้...หญิงใดที่ได้เป็นเจ้าของหุ่นรานีกำหนัด หญิงผู้นั้นเปรียบเป็นราชินีของเสน่ห์ทั้งปวง” หมอไสยแปะยันต์สีแดงที่ตัวหุ่นทั้งสอง “ยันต์ซ่อนชู้ เป็นตัวเร่งเร้าแรงราคะเพื่อให้ชายผู้นั้นต้องการเสพสมกับหญิงผู้เป็นเจ้าของหุ่น สายสิญจน์มัจจุราชเป็นสายสิญจน์ที่ไม่มีอาวุธใดตัดขาด นอกจากมีดอาคม เปรียบดั่งชายผู้นั้นถูกจองจำให้ตกเป็นทาสของเสน่หาไปตลอดกาล”

หมอไสยบริกรรมคาถาต่อ ในขณะที่เนื้อตัวรำพึงเปล่งประกายฉาบด้วยสีทอง ขุนไวมองพฤติกรรมเหล่านั้น ไม่อยากเชื่อว่า รำพึงจะกล้าทำถึงขนาดนี้

ในขณะที่ขุนพิทักษ์บอกสมให้กลับไปอยู่ที่เรือนตามเดิม แต่สมเกรงจะมีคนไม่สบายใจ ขอตนอยู่ที่วัดต่อไป แต่ขอฝากดูแลชุ่มอย่าให้ใครรังแก ขุนพิทักษ์พนมมือสาบาน ชุ่มปราม

ขุนพิทักษ์ไม่สนใจคำทัดทาน “ข้าสาบานว่าจะรักและดูแลชุ่มกับลูกให้ดี ถ้าข้าผิดคำพูดขอให้ชีวิตข้ามีอันเป็นไป”

สมยิ้มสบตาชุ่มอย่างเชื่อมั่น ชุ่มเกิดกระตุกที่หางตาขวา เธอไม่สบายใจเกรงจะมีเหตุร้าย...ขณะเดียวกัน เสร็จพิธีของหมอไสย เขาให้รำพึงเอาหุ่นรานีกำหนัดไปทำการฝัง

ระหว่างเดินทางกลับ จวงอดชื่นชมนายสาวไม่ได้ “ทูนหัวของบ่าว ผิวสวยผุดผ่องเหลือเกินเจ้าค่ะ วันหลังให้จวงลงไปอาบทองในโอ่งอาถรรพณ์บ้างสิเจ้าค่ะ เผื่อจวงจะเสน่ห์แรงมีหลายผัวแบบคุณรำพึงบ้าง”

รำพึงหันมาจิกผมจวงแหวใส่ว่าตนมีผัวเดียว

จวงผงะหน้าหงายรีบยกมือไหว้ แล้วตบปากตัวเองที่ปากพล่อย พลันทั้งสองต้องชะงักตกใจ เมื่อขุนไวก้าวออกมาขวางหน้า แววตาเขาโกรธระคนเสียใจ รำพึงใจ ไม่ดี แต่ทำยิ้มหวานสู้ เอาห่อผ้าหุ่นหลบด้านหลัง เอ่ยถามเสียงอ่อนหวานว่าเขามาทำอะไรแถวนี้ ขุนไวไม่พูดพรํ่าทำเพลง เข้าไปแย่งห่อผ้ามาแกะดู

“น้องให้หมอไสยทำเสน่ห์ไอ้พิทักษ์” รำพึงปฏิเสธ เขาตวาด “โกหก! พี่เห็นทุกอย่างที่เรือนไอ้หมอไสย ไหนน้องบอกว่าไม่ต้องการไอ้พิทักษ์   แล้วน้องทำเสน่ห์ใส่มันทำไม”

“คุณพี่...คุณพี่กำลังเข้าใจน้องผิด”

“ใช่  พี่เข้าใจผิดมาตลอดว่าน้องรักพี่  ต้องการพี่ แต่ความจริงมันไม่ใช่” ขุนไวปาหุ่นลงพื้น ยกเท้าจะกระทืบ รำพึงปราดเข้าห้าม

“คุณพี่อย่า...นังจวงมาช่วยกันสิ”

จวงเข้าดึงแขนขุนไว รำพึงยื้อจะแย่งหุ่น แต่สองสาวโดนขุนไวผลักล้มไปกองกับพื้น

“พี่ไม่มีวันเสียน้องไปให้ใคร”

รำพึงหาทางออกร้องลั่น “ถ้าคุณพี่อยากเห็นน้องตายก็เชิญทำลายเลยค่ะ”

ขุนไวชะงักยกเท้าค้าง จวงยังงงกับลูกไม้ของนายสาว รำพึงร่ำไห้ “หมอไสยผูกวิญญาณน้องไว้ที่หุ่น  ถ้าคุณพี่ทำลาย จิตวิญญาณน้องก็จะต้องแตกไปด้วย ถ้าคุณพี่อยากเห็นน้องตาย น้องเป็นบ้าก็เชิญเถอะค่ะ แต่ก่อนที่น้องจะตาย  น้องอยากจะบอกคุณพี่ว่า  สิ่งที่น้องทำทั้งหมดนี้  น้องไม่ได้ต้องการตัวขุนพิทักษ์อย่างที่คุณพี่เข้าใจ แต่น้องต้องการทำลายมัน น้องก็เลยทำของใส่มัน”

ขุนไวลังเลเก็บหุ่นขึ้นมา แล้วบอกว่าให้ตนไปฆ่าขุนพิทักษ์ยังง่ายกว่า รำพึงออดอ้อน

“แต่มันยังไม่สาสมกับสิ่งที่มันทำกับน้อง วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้ขุนพิทักษ์ตายอย่างทุกข์ทรมานที่สุด และที่สำคัญ คุณพี่จะได้ไม่แปดเปื้อนให้ใครครหาได้ เมื่อขุนพิทักษ์ตาย เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไงคะ”

ขุนไวมองหญิงที่รักอย่างคลางแคลงใจ แต่ด้วยความหลงจนตาบอดทำให้เขาโอนอ่อน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 16:05 น.