ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงบาป

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

รำพึงกลัวชุ่มบอกคุณหญิงมณีว่าถูกตนทำร้าย จึงรีบเข้ามาหาคุณหญิงและบอกว่าตนไม่เห็นขุนพิทักษ์อยู่บนเรือน เลยมาถามพวกบ่าว พอดีเห็นชุ่มหกล้มยาในถ้วยที่ถือมาราดแขน

“ยาคงร้อนมาก ดูสิ ผิวแดงเชียว นังจวงเอ็งรีบพานังชุ่มไปทายาสิไป”

ชุ่มกระถดหนี รำพึงจิกตาเร่งจวง จวงจะประคองชุ่ม คุณหญิงมณีขัดขึ้นว่า ไม่ต้อง รำพึงใจแป้วไม่แน่ใจว่าคุณหญิงเห็นการกระทำของตนหรือเปล่า

“แจ่ม...พานังชุ่มไปทายาซะ ป้าคงไม่ต้องรบกวนหนูรำพึงหรอก ขอบใจนะที่เมตตากับคนของป้า”

จวงกระซิบถามรำพึงว่าคุณหญิงจะเห็นไหม หญิงสาวก็กังวล พอดีคุณหญิงชวนไปเยี่ยมขุนพิทักษ์ เธอตกใจและได้รู้จากคุณหญิงว่าเขาบาดเจ็บเพราะถูกโจรป่าเล่นงาน รำพึงกับจวงเดินตามคุณหญิงมณีมาที่เรือนท้ายสวนซึ่งอยู่ใกล้ๆ รำพึงยิ่งใจหายเกรงขุนพิทักษ์จะได้ยินที่ตนด่าชุ่ม พอได้เห็นสภาพชายหนุ่มยิ่งตกใจ

“คุณพี่...คุณพี่เจ็บหนักขนาดนี้เชียวหรือเจ้าคะ”

สายตาขุนพิทักษ์ที่มองเธอดูชาเย็น รำพึงอาสาขอดูแล เขาปฏิเสธนุ่มนวลว่าอย่าเลย เพราะตนยังมีไข้เกรงเธอจะติด คุณหญิงมณีตัดบท

“หนูรำพึงไม่ต้องกังวล ป้าต้องดูแลพ่อพิทักษ์เป็นอย่างดีอยู่แล้ว”

รำพึงไม่กล้าขัดยอมลากลับ คุณหญิงมณีเดินไปส่ง ก่อนจะลงจากเรือน ขุนพิทักษ์ถามหาชุ่ม คุณหญิงหันมาบอกนอนพักเสียแล้วจะให้คนเอายามาให้ ชายหนุ่มเป็นห่วงชุ่ม เพราะได้ยินทุกคำพูดของรำพึง

ระหว่างทาง รำพึงทำทีห่วงชุ่มที่โดนยาร้อนขนาดนั้นหกราด คงแสบผิวจนลอกแน่

“ก็ดีนะ ถ้าลอกแล้วเจอเนื้อแท้ดั่งทอง แต่ถ้าลอกแล้วพบว่าเนื้อแท้นั้นไม่ใช่ทอง แล้วไม่สวยงามอย่างที่เห็น ก็คง...” คุณหญิงมณีพูดเป็นนัยๆ

“คุณป้ากำลังพูดถึงอะไรเหรอคะ” รำพึงร้อนตัว

“ป้ากำลังคิดถึงพ่อค้าที่นำเครื่องทองมาขาย ตอนแรกก็ชอบนะ เพราะมันดูสวย สมฐานะ แต่พอทองมันลอกออก ป้าก็เริ่มคิดหนัก”

รำพึงอาสาช่วยดูเพราะตนมีความรู้เรื่องทอง คุณหญิงมณีปัดไม่อยากรบกวน หญิงสาวรู้สึกถึงความเย็นชาของคุณหญิง จึงลากลับไม่ต่อความ

คุณหญิงมณีมาถามแจ่มถึงอาการชุ่ม แจ่มขอให้ไปดูเอาเอง คุณหญิงมาที่ครัวเห็นชุ่มนั่งต้มยาหม้อ ไม่ยอมทำแผลด้วยเห็นว่าขุนพิทักษ์ต้องกินยาให้ครบตามกำหนด จึงสั่งแจ่มต้มยาแทนและให้ชุ่มไปทำแผล แจ่มบ่นว่าชุ่มหนังหนาหรืออย่างไรไม่รู้จักเจ็บ ยังจะห่วงท่านขุนอีกคุณหญิงมณีแอบยิ้มอย่างพอใจ

พอแจ่มเอายามาให้ขุนพิทักษ์ ชายหนุ่มหงุดหงิดถามหาชุ่ม แจ่มหน้าม้านรายงานว่า

“คุณท่านให้นังชุ่มไปทำแผลที่โดนยาร้อนๆลวกแขนเจ้าค่ะ นี่กว่าจะบังคับให้ไปทำแผลได้ ยากเย็นนัก ต้องให้คุณหญิงท่านสั่ง ไม่งั้นมันไม่ยอมเจ้าค่ะ จะรอต้มยาให้ท่านขุนเสร็จก่อน มันกลัวท่านขุนทานยาไม่ตรงตามเวลาที่หมอสั่งเจ้าค่ะ”

ขุนพิทักษ์ได้ฟังยิ้มปลื้มใจในความเป็นห่วงของชุ่ม ยอมดื่มยาแต่โดยดี

ooooooo

รำพึงกลับถึงเรือนก็อาละวาดปาข้าวของจนจวงขยาดหลบแทบไม่ทัน เพราะสังหรณ์ใจว่าคุณหญิงมณีต้องให้ชุ่มเป็นคนดูแลขุนพิทักษ์แน่ๆ จึงสั่งจวงไปเฝ้าดู มีอะไรไม่ชอบมาพากลให้กลับมาบอก จวงรีบ คลานออกไปอย่างรวดเร็ว

คุณหญิงมณีสวดมนต์เสร็จ แจ่มคลานเข้ามา เธอจึงถามถึงชุ่ม แจ่มบ่นกว่าจะยอมล้างตัวทายา เล่นเอาตนเหนื่อยแทบขาดใจ

“แต่มันก็เป็นเด็กดีนะ ห่วงใยลูกข้ามากกว่าตัวเองซะอีก”

“ตั้งแต่มาอยู่ที่เรือน นังชุ่มมันเจ็บตัวไม่เว้นแต่ละวันเลยนะเจ้าคะ เดี๋ยวตกน้ำ เดี๋ยวโดนตบตี โดนเฆี่ยน นี่ยังมาโดนน้ำร้อนลวกอีก”

“นอกจากเรื่องเฆี่ยนกับน้ำร้อนลวกยังมีเรื่องอื่นอีกเหรอ ทำไมข้าถึงไม่รู้”

แจ่มสะดุ้งที่พลั้งปาก “ก็นังชุ่มมันห้ามไว้เจ้าค่ะ ตอนมาอยู่ที่นี่ไม่กี่วัน มันก็โดนใครไม่รู้รุมตบตีจน ป่วย แล้วอีกไม่กี่วันก็ตกน้ำเกือบตายตอนไปเก็บบัวที่บึงกับคุณรำพึงน่ะเจ้าค่ะ”

สีหน้าคุณหญิงมณีครุ่นคิดถึงสิ่งที่เห็นวันนี้ ว่ารำพึงกับจวงทำร้ายชุ่ม

คืนนั้น ชุ่มถือถ้วยยาเข้ามา เห็นขุนพิทักษ์นอนหลับ ด้วยความห่วงที่ต้องกินยาตามกำหนด จึงพยายามปลุก เขายังนอนนิ่งจึงใช้มืออังที่หน้าผาก แปลกใจตัวไม่ร้อน ชายหนุ่มฉวยโอกาสจับมือเธอกดไว้ แล้วขยับมาวางตรงอก บอกเธอว่าร้อนตรงนี้ ชุ่มจะดึงมือออกขอร้องให้เขาดื่มยา ขุนพิทักษ์ขยับลุกนั่งพิงผนัง ชุ่มเอี้ยวตัวไปหยิบถ้วยยา ชายหนุ่มเห็นแขนข้างที่โดนน้ำร้อนลวกยังแดงเป็นผื่น จึงเอื้อมมือไปแตะ หญิงสาวสะดุ้งด้วยความเจ็บ

“ไหนมาให้ข้าดูใกล้ๆหน่อยสิ”

“ข้าไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ ท่านขุนดื่มยาเถอะ” ชุ่มยื่นถ้วยยาให้

ขุนพิทักษ์ไม่ยอมจะปัด “ถ้าเอ็งขัดใจข้า ข้าจะคว่ำถ้วยยาทิ้ง”

ชุ่มโยกหลบขอร้องให้ดื่มยาก่อน เขาดึงดัน เธอจึงต้องหันแขนข้างที่เจ็บให้เขาเป่าเพี้ยงแล้วบอกว่า คุณแม่มักจะทำแบบนี้ให้ตอนเด็กๆ หญิงสาวซาบซึ้ง สองคนสบตากัน ชายหนุ่มโน้มหน้าเข้าใกล้ ชุ่มได้สติลุกหนี ขุนพิทักษ์ขยับตามเร็วไปหน่อยจึงเจ็บแผลร้อง โอ๊ย...

ชุ่มตกใจรีบเข้าไปดูแผล ขุนพิทักษ์ประคองหน้าเธอและจูบอย่างอ่อนโยนอย่างที่ใจปรารถนา ชายหนุ่มพร่ำบอกว่า เขารักเธอ...หญิงสาวไม่อาจห้ามใจตัวเองได้อีก จึงปล่อยให้ความรักดำเนินไปอย่างที่มันจะเป็น

ooooooo

ในคืนเดียวกัน ระหว่างที่รำพึงยืนมองดวงจันทร์อยู่ที่หน้าต่างห้อง เธอไม่ได้มีใจชื่นชมกับความงามนั้น กลับกระวนกระวายรอฟังเรื่องที่ให้จวงไปสืบ พลันขุนไวผลักประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะ หญิงสาวตกใจไล่ให้เขาออกไป สีหน้าขุนไวดูดุดัน

“น้องจงใจหลบเลี่ยงการแต่งงานกับพี่”

หญิงสาวหน้าเสียรีบขอร้องให้ออกไปคุยนอกห้อง เกรงพ่อมาเห็น หัวเขาจะหลุดจากบ่า ขุนไวกลับยิ้มเยาะ

“กว่าท่านเจ้าคุณจะเข้ามาที่ห้องนี้ ก็คงจะเย็นวันพรุ่ง เพราะคืนนี้ท่านเจ้าคุณไปราชการต่างเมือง ไปจริงๆไม่ใช่โกหกอย่างที่น้องทำกับพี่เมื่อเช้า”

รำพึงใจหายพยายามไล่ให้เขาออกไป ขู่จะเรียกบ่าวไพร่เข้ามา ขุนไวท้า อยากให้บ่าวเอาไปพูดให้สนุกปาก จนเข้าหูขุนพิทักษ์ก็ตามใจ หญิงสาวโกรธ ขุนไวไม่สนใจกลับก้าวเข้าประชิด

“ทำไมน้องถึงทำร้ายจิตใจพี่แบบนี้ ทั้งที่น้องได้ให้คำมั่นแล้วว่าจะแต่งงานกับคนที่ชนะการดวล เมื่อพี่ชนะน้องต้องทำตามสัญญา”

“สัญญาระหว่างคุณพี่กับคุณพี่พิทักษ์ ที่น้องยอมรับมีเพียงครั้งแรกที่ดวลกันต่อหน้าท่านเจ้ากรมเท่านั้น ส่วนครั้งที่สองเป็นสัญญาที่น้องไม่ได้รับรู้ด้วย”

“ถ้าเป็นไอ้พิทักษ์ น้องคงไม่กลับคำเช่นนี้ใช่ไหม” เห็นรำพึงเถียงไม่ออก จึงย้ำ “ทั้งเงินทอง ฐานันดร พี่มีเทียบเท่ากับมันทุกอย่าง ทำไมถึงต้องเป็นไอ้พิทักษ์”

รำพึงยังนิ่งอึ้ง ขุนไวโมโหจับแขนเธอเขย่าอย่างแรง ให้ตอบมาว่าตนด้อยกว่าตรงไหน

รำพึงโพล่งออกไปว่า “ชาติตระกูลไง คุณพี่พิทักษ์มีชาติตระกูลที่เหนือกว่า เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าจะสู้คนที่เกิดเป็นลูกพระยาได้อย่างไร น้องคู่ควรกับชายที่มีทั้งศักดิ์ศรีและชาติตระกูล ไม่ใช่เด็กวัดอย่างคุณพี่”

ขุนไวโกรธแค้นคำพูดของรำพึงกระทบปมด้อยที่ฝังอยู่ในใจมาตลอด เขากำหมัดแน่น ถามหญิงสาวว่า ความรักของตนไม่มีค่าเลยใช่ไหม รำพึงตอบชัดเจนว่า ตนเลือกแล้ว ขุนไวคว้าข้อมือเธอ หญิงสาวตบหน้าเขาฉาด ชายหนุ่มโกรธดึงเธอเข้ามากอด

“พี่จะให้น้องได้รู้ว่า เด็กวัดอย่างพี่ก็มีเมียเป็นลูกพระยาได้เหมือนกัน”

รำพึงตกใจพยายามผลักไส แต่สู้แรงขุนไวไม่ได้ จึงถูกปลุกปล้ำอย่างไม่ยินยอม

ooooooo

จนเช้าวันใหม่ ขุนพิทักษ์ลืมตาขึ้นมาเห็น ใบหน้าชุ่มหลับอยู่ตรงหน้า เขายิ้มด้วยความรักโอบกอดเธออย่างหวงแหน ชุ่มสะดุ้งตื่น เขินอายจะลุกหนี ชายหนุ่มยื้อไว้

รำพึงใจเสีย แต่สายตามุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ ถ้าไม่ได้ตัวเขา ตนไม่มีวันเลิกรา...พระยาเทวราชเหมือนคาดเดาออก โกรธมากถึงขนาดตบหน้าลูกสาวที่ใจง่าย คิดหรือว่าขุนพิทักษ์จะยกขันหมากมาสู่ขอ หญิงสาวเจ็บใจตอบโต้ผู้เป็นพ่อด้วยวาจารุนแรง

“ลูกคิดอยู่แล้วว่ายังไงคุณพ่อก็ต้องโทษลูก ใน สายตาคุณพ่อ ลูกไม่เคยดี ไม่เคยมีความสำคัญ ที่คุณพ่อสนใจก็มีแต่เกียรติยศชื่อเสียงของคุณพ่อเอง”

ท่านพระยาโกรธเงื้อมือจะตบอีก แต่พอเห็นสายตาลูกสาวที่ตัดพ้อว่าตัวต่ำต้อยไร้ค่า จึงชะงักลดมือลง ตอกย้ำให้สำนึกว่า ถ้าขุนพิทักษ์ไม่รับผิดชอบ เธอต้องทุกข์ ทรมานแบกความอับอายไปชั่วชีวิต รำพึงน้ำตาร่วงเผาะ มั่นใจว่าท่านขุนต้องมาสู่ขอ

ooooooo

ชุ่มอาบน้ำเสร็จเดินขึ้นเรือนเข้าห้องปิดประตู ทันใด ขุนพิทักษ์เข้ารวบกอด เธอตกใจเหลียวมองรีบบอกเขาไม่ควรทำแบบนี้ ชายหนุ่มวางคางบนไหล่ชุ่ม แล้วขอให้เธออยู่นิ่งๆ ขออยู่แบบนี้สักพัก หญิงสาวรู้ในทันทีว่า เขามีเรื่องไม่สบายใจมา ชายหนุ่มกอดกระชับแน่นขึ้น

“ข้ารักเอ็งนะชุ่ม”

ชุ่มหันกอดปลอบลูบหลังเขาเบาๆทำให้ชายหนุ่มสบายใจทั้งที่ชุ่มไม่รู้ว่าเขามีเรื่องอะไรมา...เช้าวันใหม่ ขุนพิทักษ์เดินขึ้นเรือน คุณหญิงมณีแปลกใจที่เขาเพิ่งกลับ ชายหนุ่มขอตัวไปนอนพัก แจ่มเข้ามารายงานทันที

“คุณหญิงเจ้าค่ะ พวกบ่าวมันว่าท่านขุนกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเจ้าค่ะ แต่ไปค้างอยู่กับ...”

คุณหญิงยกมือให้หยุดเพราะพอเดาได้ แล้วสั่งให้ไปเตรียมสำรับไว้ แจ่มคลานออกไป...จนกระทั่งสาย ขุนพิทักษ์ก็ไม่ออกมาจากห้อง คุณหญิงเป็นห่วงที่ไม่ไปทำงานจึงใช้ชุ่มไปดู

ชุ่มเข้ามาในห้องเห็นขุนพิทักษ์นั่งเครียดอยู่บนเตียง จึงเข้าไปนวดคลึงที่ขมับให้อย่างแผ่วเบา จนดูท่าเขาผ่อนคลายขึ้น เธอก็บอกให้เขาไปทำงานได้แล้ว ชายหนุ่มแปลกใจ

“คุณหญิงท่านเป็นห่วงท่านขุนนะเจ้าคะ กังวลว่าท่านขุนจะไม่ไปทำงาน ข้าอยากให้คุณท่านสบายใจเจ้าค่ะ ท่านขุนก็คิดเหมือนข้าใช่ไหมเจ้าคะ”

ขุนพิทักษ์มองชุ่มด้วยใจที่รู้ว่า เธอรักและหวังดี จึงตัดสินใจลุกขึ้นแต่งตัว...พอคุณหญิงมณีเห็นลูกชายพร้อมไปทำงานก็ดีใจ บอกลูกว่าเสร็จงานแล้วรีบกลับมา แม่จะรอทานข้าว ชายหนุ่มรับคำ สายตามองไปทางชุ่มพร้อมกับกล่าวว่า ทานที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่บ้าน ชุ่มยิ้มเขินอาย แจ่มหันมองอย่างสงสัย “นังชุ่ม...เอ็งยิ้มอะไร”

ชุ่มอ้ำอึ้ง คุณหญิงมณีมองออกแกล้งถาม “เอ็งดีใจที่ลูกข้ายอมไปทำงานใช่ไหม”

“บ่าวดีใจที่เห็นคุณหญิงสบายใจเจ้าค่ะ”

คุณหญิงมณีชื่นชมในความฉลาดพูดของชุ่ม ชุ่มขอตัวไปทำงาน เธอก้มตัวเดินออกไป

ooooooo

เมื่อมาถึงกรมทหาร ขุนพิทักษ์เจอกับขุนไว ต่างชะงักยืนประจันหน้ากัน ขุนพิทักษ์เยาะแพ้แล้วทำไมยังอยู่ที่นี่ ขุนไวเย้ยกลับ ว่าอยากทำตามสัจจะ แต่ยังไปตอนนี้ไม่ได้

“เอ็งหมายความว่าอย่างไร” ขุนพิทักษ์ข้องใจ

พอดีท่านเจ้ากรมเดินมา สองหนุ่มจึงต้องหยุดความแค้นกันไว้ ท่านเจ้ากรมทักถามขุนพิทักษ์ว่ามาทำงานได้แล้วหรือ เขาตอบว่าไม่อยากให้ขุนไวต้องทำงานแทนนานนัก ขุนไวเกรงตัวเองหมดความหมายรีบรายงานผลการทำงาน ว่างานเรื่องเบี้ยของทหาร ตนจัดการเรียบร้อยแล้ว ท่านเจ้ากรมชมว่าดี แล้วเลยบอกแก่ขุนพิทักษ์ว่า ช่วงที่เขาเจ็บ ขุนไวช่วยงานได้มาก จึงคิดว่าจะให้ขุนไวมาเป็นผู้ช่วยอีกคน ขุนไวรีบสัญญาจะทำงานรับใช้อย่างสุดความสามารถ

ขุนพิทักษ์เหมือนโดนมัดมือชก พูดไม่ออก ท่านเจ้ากรมสั่งงานที่เขาต้องรับผิดชอบ อีกสองวันจะมีการทำบุญใหญ่ที่กรม อยากให้คุณหญิงมณีเป็นแม่งาน และนิมนต์หลวงตามั่น

“เรื่องนี้กระผมจะจัดการให้เองขอรับ กระผมเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิ” ขุนไวอาสาทันที

“ฉันดีใจนะที่เห็นพวกท่านช่วยกันแข็งขันอย่างนี้...” สองหนุ่มมองเขม่นกันไปมา

จวบจนเย็น จวงมาแอบมองอยู่หน้ากรม เฝ้าดูท่าทีของขุนพิทักษ์ เห็นเขาซื้อผ้าไหมอย่างดีที่วางขายหน้ากรม ก็เข้าใจว่าคงเอาไปง้อนายตน จึงรีบกลับมารายงาน รำพึงดีใจหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพรุ่งนี้ ขุนพิทักษ์คงมาหาและพาผู้ใหญ่มาด้วย

แต่แล้วขุนพิทักษ์กลับซื้อผ้าไหมมาให้ชุ่ม เธอไม่ยอมรับเพราะมันดีเกินไปสำหรับตัวเอง ชายหนุ่มอ้อนจนเธอต้องรับไว้ เพื่อต่อรองให้เขากลับไปนอนที่เรือนใหญ่...คืนนั้นขุนพิทักษ์บอกเรื่องงานทำบุญแก่คุณหญิงมณี เธอยินดีและดีใจเพราะหวังว่า งานนี้จะเป็นหน้าเป็นตาแก่ลูกชาย

วันรุ่งขึ้น รำพึงแต่งตัวสวยงาม ร่วมรับประทานอาหารกับพระยาเทวราช เธอขอร้องให้เขาอยู่บ้านในวันนี้ เพราะขุนพิทักษ์จะพาผู้ใหญ่มาพบ ท่านพระยาเคืองที่ทำอะไรไม่นัดหมายล่วงหน้า รำพึงอ้อนวอนขอให้เห็นแก่ตนสักครั้ง

ในวันเดียวกัน ขุนไวมากราบนิมนต์หลวงตามั่นไปงานทำบุญที่กรมทหาร หลวงตาทักเขาว่า ยังสมาทานศีลอยู่หรือไม่ เขารับคำ แต่หลวงตาส่ายหน้าแล้วให้เขาท่องศีลข้อสี่ ขุนไวท่องมุสาวาทา...แล้วชะงักคิดได้ หลวงตาเทศนา

“ชีวิตเป็นของเอ็งนะเจ้าไว ตาทำได้แค่เพียงชี้ทางที่เหมาะที่ควร เมื่อเห็นว่ามันเป็นเหว แต่ถ้าเอ็งยังอยากจะกระโดดลงไป ตาก็คงห้ามเอ็งไม่ได้”

“ขอรับ...” ขุนไวรับคำเสียงแผ่ว แล้วกราบลาหลวงตา มองตามอย่างห่วงใย...

จนแล้วจนรอด ขุนพิทักษ์ก็ไม่มา พระยาเทวราชทนไม่ไหว ตวาดออกมาว่าทำไมคนอย่างตนต้องมานั่งรอคนที่ไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ นี่หรือผู้ชายที่ลูกเลือก รำพึงหน้าเสีย หันมาจิกตาใส่จวง โทษเป็นคนบอกว่าเขาจะมา จวงโบ้ยขุนพิทักษ์ไม่มาถึงเป็นเรื่อง รำพึงตัดสินใจไปหาขุนพิทักษ์เอง ไม่กลัวเกรงท่านพระยาจะโกรธอีก

พอรำพึงมาถึงเรือนขุนพิทักษ์ จึงได้รู้จากบ่าวว่า คุณหญิงและท่านขุนเตรียมงานอยู่ที่กรม เพราะพรุ่งนี้มีงานบุญ รำพึงแค้นใจที่ไม่มีใครบอกตน สั่งจวงไปดูลาดเลาที่กรม

จวงกลับมารายงาน “ท่านขุนอยู่ที่กรมจริงๆเจ้าค่ะ คุณหญิงมณีท่านรับเป็นแม่งาน แต่งานสำคัญขนาดนี้ ทำไมคุณหญิงกลับไม่เรียกคุณรำพึงของบ่าวไปด้วย มันไม่ถูกนะเจ้าคะ ในเมื่อคุณรำพึงจะเป็นสะใภ้ ทำแบบนี้เหมือนไม่เห็นหัวคุณรำพึงนะเจ้าคะ”

รำพึงกราดเกรี้ยวระบายอารมณ์ใส่จวง จวงยังบ่นให้ได้ยินอีกว่า จะไม่ทวงถามเรื่องงานแต่งหรือ ขนาดวันนี้ยังไม่มา แล้ววันอื่นจะมาหรือ รำพึงยิ่งเจ็บใจคิดแผนใหม่ทันที

ooooooo

รุ่งเช้า รำพึงแต่งตัวสวยเตรียมขนมหวานใส่กระจาดสองสามอย่าง เพื่อไปช่วยงานบุญที่กรม พระยาเทวราชอึ้งสงสัยเธอรู้ได้อย่างไร

“เรื่องใดที่เป็นเกียรติเป็นศรีแก่คุณพ่อ ลูกต้องทราบสิเจ้าคะ ลูกอยากช่วยคุณพ่อนะเจ้าคะ”

“พ่อเป็นคนสอนให้เจ้าก้าวเดิน ลูกคิดเหรอว่าพ่อจะก้าวไม่ทันเจ้า...ถ้าฝ่ายชายไม่ได้กระตือรือร้น มันก็เปล่าประโยชน์ที่จะเรียกร้องความสนใจ”

รำพึงหน้าเจื่อน แต่ทำทีเป็นเร่งให้รีบไปเดี๋ยวไม่ทันเพล...พอมาถึงกรมทหาร พระยาเทวราชบอกท่านเจ้ากรมว่า ลูกสาวเอาขนมหวานมาช่วยงาน รำพึงออกตัวว่าเพิ่งทราบจึงทำมาได้เพียงขนม ไม่อย่างนั้นจะทำของคาวมาด้วย ท่านเจ้ากรมยิ้มบอกว่าไม่เป็นไร เพราะงานนี้มีคุณหญิงมณีเป็นแม่งาน พอดีกลุ่มคุณหญิงมณีมาถึง พระยาเทวราชหน้าตึงใส่ทันที รำพึงเข้าประจบชวนคุณหญิงพูดคุย อ้างว่าพ่อไม่ค่อยสบายจึงดูหงุดหงิด ขุนพิทักษ์รู้อยู่แก่ใจหน้าเครียด ชวนแม่เข้าไปนั่งในงาน จวงเสนอหน้ามาสอพลอ

“คุณรำพึงเจ้าขา ทำไมทั้งคุณหญิงทั้งท่านขุน ไม่พูดถึงเรื่องสู่ขอเลยล่ะเจ้าคะ”

“เหมือนคุณป้ายังไม่รู้เรื่องใดๆแสดงว่าคุณพี่ยังไม่ได้เรียนคุณป้าแน่ๆ” รำพึงเข่นเขี้ยว

เมื่อเข้ามาในห้องทำบุญ ขุนไวจุดธูปให้ท่านเทศาไหว้พระ ทุกอย่างพร้อมขาดแต่ดอกไม้ รำพึงโพล่งขึ้นว่า ดอกไม้ฝีมือคุณหญิงมณีคงงามมาก คุณหญิงยิ้มออกตัวว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ฝีมือตน รำพึงข้องใจเป็นฝีมือใคร ไม่ทันไร ชุ่มในชุดผ้าไหมหรูเดินถือพานดอกไม้เข้ามา ทุกคนตะลึงที่ชุ่มดูสวยผิดตา จวงรีบกระซิบบอกรำพึงว่าผ้าที่ชุ่มนุ่งเป็นผ้าที่ขุนพิทักษ์ซื้อ ตนจำได้

ชุ่มวางดอกไม้แล้วเลี่ยงออกมาด้านนอก จวงกับรำพึงตามมาเล่นงาน

“เอ็งจงใจจะหักหน้าข้าใช่ไหม” รำพึงกราดเกรี้ยวใส่

ชุ่มถอยกรูดปฏิเสธพัลวัน จวงช่วยนายแหวใส่ว่า เธออ้อนขอผ้าที่ท่านขุนซื้อให้นายของตนไปใส่เสนอหน้ามาเย้ย ชุ่มรีบบอกว่าผ้านี้ท่านขุนซื้อให้ตน จวงใส่ไคล้

“ดูสิเจ้าคะคุณรำพึง มันกำลังจะบอกว่าท่านขุนทั้งรักทั้งหลงมัน ถึงได้ซื้อผ้ามีค่าขนาดนี้ให้ ข้าจะบอกให้นะว่า น้ำหน้าอย่างเอ็งสู้คุณรำพึงของข้าไม่ได้สักอย่าง เมียทาสอย่างเอ็งหรือจะสู้เมีย...” จวงพูดไม่ทันจบ ขุนพิทักษ์ เข้ามาขัดจังหวะ

“ชุ่ม...คุณแม่ท่านเรียกหาอยู่ ไปดูสิว่าท่านจะใช้ให้ทำอะไร”

ชุ่มรับคำวิ่งไป รำพึงเห็นท่าทีหมางเมินของขุนพิทักษ์ก็ตัดพ้อ ทำไมเงียบหายไป ตนไม่รู้จะตอบคำถามพ่อ อย่างไร ชายหนุ่มอ้างว่าเพิ่งหายเจ็บและเริ่มมาทำงาน อยากให้ทุกอย่างเข้าที่ก่อน ขอเวลาสักหน่อย พูดจบเขาก็เดินนำกลับเข้างาน รำพึงกำลังจะตาม ขุนไวเข้ามาขวาง

“เห็นแล้วใช่ไหมว่า ไอ้พิทักษ์มันไม่ได้จริงใจกับน้อง ถ้ามันคิดถึงน้องสักนิด มันคงไม่พาเมียทาสของมันมาออกงานอย่างนี้” ...รำพึงฟังแล้วให้เจ็บใจมากขึ้น

เสร็จงานบุญ ผู้คนทยอยกลับ คุณหญิงมณีสั่งแจ่มกับชุ่มเก็บของ เห็นพระยาเทวราชเดินมาจึงยิ้มให้อย่างมีไมตรี เอ่ยถามถึงรสชาติอาหารในวันนี้ ท่านพระยาตอบอย่างเย็นชาว่าดี ไม่เคยเปลี่ยน คุณหญิงชมขนมของรำพึงเช่นกันแล้วชวนไปสอนทำที่เรือนบ้าง ท่านพระยาแทรก

“คงไม่งามนักที่จะให้รำพึงเทียวไปเทียวมาที่เรือนคุณหญิง”

รำพึงพยายามขอร้อง คุณหญิงมณีเห็นถึงความมึนตึงของท่านพระยาจึงเอ่ยถาม หากตนทำอะไรผิดพลาดขอให้บอก ท่านพระยาย้อนถามว่าขุนพิทักษ์ไม่ได้บอกอะไรเลยหรือ

“เรื่องอะไรคะ...”

พระยาเทวราชมองขุนพิทักษ์ด้วยความโกรธแล้วเรียกรำพึงให้กลับ คุณหญิงยิ่งงุนงงมองลูกชายเชิงถาม ท่านขุนชวนคุณหญิงกลับเรือนพรุ่งนี้ค่อยให้บ่าวมาเก็บของ แจ่มแปลกใจ กระซิบถามชุ่มรู้บ้างไหมมีเรื่องอะไร ชุ่มส่ายหน้าก่อนจะเดินตามคุณหญิงมณีไป

ooooooo

ด้านขุนไว ล่องเรือมาส่งหลวงตามั่นที่วัด หลวงตา นั่งเข้าสมาธิตลอดทาง เห็นภาพการกระทำของขุนไว ทั้งหมด ก็ให้หนักใจ พอถึงวัด ก่อนจะขึ้นจากเรือจึงกล่าวเตือน

“เจ้าไว...การเป็นคนดีนั้นยาก แต่เมื่อได้ทำแล้ว ความดีนั้นจะส่งผลย้อนคืนมาสู่ตัวเราเป็นร้อยเท่าพันทวี ความชั่วก็เช่นกัน เมื่อถลำลงไปแล้วยากจะถอยกลับ และเมื่อมันย้อนกลับมาก็จะเป็นร้อยเท่าพันทวีเช่นกัน”

“วันนี้กระผมได้พบทางที่เหมาะสมสำหรับตนเองแล้ว” คำตอบของขุนไวทำเอาหลวงตาอึ้งด้วยความเป็นห่วง

เมื่อกลับถึงเรือน คุณหญิงมณีซักถามขุนพิทักษ์ ทันทีว่ามีเรื่องอะไรกับรำพึง ท่านขุนขอผลัดยังไม่อยากพูดในตอนนี้ คุณหญิงเตือนว่าสักวันก็ต้องพูด ไม่มีใครเลี่ยงความจริงไปได้

“ลูกไม่เคยคิดเลี่ยงหนี เพียงแต่ลูกยังไม่พร้อม มีความจริงบางอย่างที่ลูกเพิ่งได้ทราบ และมีเหตุการณ์บางอย่างที่ลูกไม่สามารถยอมรับได้ ขอเวลาลูกอีกสักนิดนะ ขอรับคุณแม่”

“แม่ไม่รู้ว่าลูกได้พบเจออะไร แต่จำไว้นะว่าแม่จะอยู่เคียงข้างลูกเสมอ”

ขุนพิทักษ์โผกอดมารดาอย่างซาบซึ้ง ทั้งที่สีหน้าเครียดและหนักใจมาก

คืนนั้น ขณะที่คุณหญิงมณีสวดมนต์อยู่ในห้องพระ ชุ่มยกน้ำชามาวางเงียบๆแล้วนั่งพนมมือพยายามสวดบ้างอย่างตกๆหล่นๆ คุณหญิงหันมามองยิ้มอย่างเอ็นดู แล้วช่วยสอนให้ชุ่มสวดตาม ขุนพิทักษ์เดินผ่านมาเห็นพลอยยิ้มมีความสุขไปด้วย

ในขณะที่พระยาเทวราชเล่นงานรำพึงถึงขั้นตบหน้าอย่างแรง ต่อว่าทำให้ได้อาย ขุนพิทักษ์ไม่ได้แยแสสักนิด ถ้าเขาไม่มาสู่ขอจะทำอย่างไร ชื่อเสียงเกียรติยศของตนต้องย่อยยับ รำพึงฉุกคิดถึงคำว่าชื่อเสียงเกียรติยศ จึงคิดแผนที่จะทำให้ขุนพิทักษ์ปฏิเสธไม่ได้...ด้วยการให้จวงปลอมเป็นชาวบ้านไปปล่อยข่าวว่า ขุนพิทักษ์ลูกพระยาสุรเดชไมตรี แอบปีนขึ้นเรือนเข้าหารำพึงลูกพระยาเทวราช ได้ผลเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่กี่อึดใจ ข่าวก็สะพัดมาถึงกรมทหาร แต่กาลกลับแย่ลง เมื่อเรื่องเข้าหูขุนไว เขาแค้นใจรีบมุ่งหน้าไปหารำพึง ระหว่างทางเจอพวกโจรป่าสามคนที่เขาเคยจ้างให้ทำร้ายขุนพิทักษ์ มารีดไถเงิน ขุนไวจำต้องจ่ายอัฐไปอีก

“ท่านมีน้ำใจจริงๆ แล้วพวกข้าจะมาเยี่ยมท่านอีกนะ” พวกโจรเดินจากไป

“ข้าจะไม่ยอมอยู่ในกำมือพวกเอ็ง ไอ้โจรชั่ว” ขุนไวกำหมัดเข่นเขี้ยว เพราะเพิ่งได้รับคำสั่งให้ปราบโจรป่าร่วมกับขุนพิทักษ์

พระยาเทวราชโกรธมากเรียกบ่าวไพร่ในบ้านมาทั้งหมด ซักไซ้ว่าใครที่ไปปล่อยข่าวเสียหาย บ่าวไพร่พากันงง มีแต่จวงที่กลัวหัวหด ท่านพระยาโกรธถึงขนาดชักดาบออกมาขู่ ว่าถ้ารู้เป็นใครจะบั่นคอให้หมด รำพึงเกรงความแตก รีบเข้ามาคว้าดาบในมือพ่อ

“ถ้าจะมีใครสักคนที่ต้องตาย คนนั้นก็ควรจะเป็นลูก”

พระยาเทวราชตกใจจะทำอะไร หญิงสาวทรุดลงร้องไห้หมายจะปลิดชีวิตตัวเอง

ขุนไวเข้ามาขวาง “ท่านพระยาขอรับ กระผมมีเรื่องสำคัญมากที่ต้องคุยกับท่าน”

ท่านพระยาไล่บ่าวลงไปจากเรือน รำพึงหวั่นใจว่าขุนไวจะทำอะไร ขุนไวถามท่านพระยาจะทำการอย่างไรต่อไป ท่านพระยาสวนกลับว่าไม่จำเป็นต้องบอกคนนอก เขาโต้ ตนไม่ใช่คนนอก ตนกับรำพึงเป็นผัวเมียกันก่อนที่ขุนพิทักษ์จะย่ำยีเธอ ท่านพระยาช็อกมองลูกสาวสุดช้ำใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 15:00 น.