ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงบาป

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันต่อมา รำพึงให้จวงเตรียมดอกไม้ใส่เรือเพื่อจะเอาไปจัดในงานศพพระยาสุรเดช จวงอดชมเจ้านาย ช่างดีและงามพร้อมขนาดนี้ ถ้าคุณหญิงมณีได้ไป เป็นสะใภ้ คงเชิดหน้าชูตา รำพึงยิ้มแววตาเป็นประกายเชื่อมั่นว่าอีกไม่นาน

ในขณะที่ขุนพิทักษ์นอนคิดถึงรำพึง แล้วนึกถึงคำต่อว่าของนาง ที่ว่าตนนอนกกทาส เขาจึงนึกขึ้นได้ อยากเห็นหน้านางทาสที่ชื่อชุ่ม...เขาออกมาจากห้องเห็นผ่องเช็ดถูเรือนอยู่ จึงถาม

“นังชุ่มอยู่บนเรือนหรือเปล่า”

“ท่านขุนมีอะไรกับนังชุ่มหรือเจ้าคะ”

“ไม่ใช่กงการอะไรของเอ็ง”

ผ่องหงอรีบรายงานว่าชุ่มไปเก็บบัวในบึง ขุนพิทักษ์เดินเร็วรี่ไปในสวน ระหว่างที่ชุ่มกำลังเก็บดอกบัว เห็นไอ้ดำไอ้แดงเล่นนํ้ากันอยู่ พลันไอ้แดงร้องลั่นให้ช่วยไอ้ดำจมนํ้า

“ข้าว่ายนํ้าไม่เป็น ไอ้แดงรีบไปตามคนมาเร็ว”

ชุ่มหน้าตาตื่น มองไอ้ดำที่ตะเกียกตะกายอยู่ในนํ้า ขุนพิทักษ์มาได้ยินที่ชุ่มตะโกนสั่งแดง พอเข้ามาดูเห็นชุ่มพยายามจะเอาไม้พายส่งให้ดำจับ แต่ไม่ถึง เสี้ยววินาทีนั้น ชุ่มตัดสินใจโดดลงไปช่วยดำ และผลักดันให้ไปเกาะขอบเรือจนสำเร็จ แต่ตัวเองก็เอาตัวไม่รอด จมดิ่งลงไป ขุนพิทักษ์เห็นท่าไม่ดี กระโดดลงไปช่วย กอดร่างชุ่มพาขึ้นฝั่ง

ระหว่างนั้น รำพึงมาถึงเรือน วางท่ายิ่งกว่าคุณหญิง สั่งผ่องกับผาดขนดอกไม้ไปจัดวางแล้วถามหาขุนพิทักษ์ สองคนอํ้าอึ้ง แต่พอโดนขู่ก็รีบบอกไปว่าอยู่ที่บึงบัว

ขุนพิทักษ์อุ้มร่างชุ่มวางลงบนพื้น เห็นใบหน้าเธอซีดแต่ดูสวยธรรมชาติ เขาจ้องมองอย่างพินิจ ก่อนจะก้มลงเอาหูแนบอกเธอว่ายังหายใจหรือเปล่า ชุ่มลืมตาขึ้นมาตกใจผลักเขาออก

“ท่านขุนจะทำอะไรข้า”

“สภาพแบบนี้ข้าจะทำอะไรเอ็งได้”

ชุ่มนึกได้จะลุกหาดำ ขุนพิทักษ์ดึงมือไว้ บอกว่าป่านนี้วิ่งปร๋อไปแล้ว และตำหนิที่ว่ายนํ้าไม่เป็นยังทำเก่งลงไปช่วยเด็กอีก

“ถ้าข้าไม่ช่วย ไอ้ดำต้องตายแน่ๆ”

“เอ็งยอมเสี่ยงตายเพื่อมันงั้นรึ”

“ท่านทนเห็นคนตายไปต่อหน้า โดยที่ท่านไม่คิดจะทำอะไรเลยได้หรือเจ้าคะ”

ขุนพิทักษ์เห็นดวงตากลมใสของชุ่ม ที่กล้าต่อปาก ต่อคำ ทำให้ไม่อยากละสายตา “เจ้านี่มันปากดี ไม่รู้รึว่า ข้าเป็นใคร อยากหลังลายหรืออย่างไร”

“ข้ารู้ว่าท่านเป็นใคร แต่ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านจะมาโบยข้าได้อย่างไร”

“ปากแบบนี้ไง หน้าถึงได้เขียวช้ำ คงหาเรื่องเขา ไปทั่วสิท่า”

ชุ่มนึกถึงรำพึงที่เอาผ้าคลุมหัวทำร้ายตน จึงประชดว่าใช่ ตนชอบหาเรื่อง เธอลุกขึ้นอย่างเร็วจึงหน้ามืด ขุนพิทักษ์รับเธอไว้ในอ้อมกอด รำพึงกับจวงเดินมาเห็น

“ร้ายนักนังชุ่ม สำออยเพื่อจะได้แนบชิดคุณพี่” รำพึงเข่นเขี้ยวกับจวง

“แบบนี้มันต้องตบล้างน้ำเจ้าค่ะ จวงจัดการเอง”

รำพึงห้ามไม่ใช่ตอนนี้ เธอยืนมองขุนพิทักษ์สบตากับชุ่ม ท่าทางเขาจะเอ็นดูเธอไม่น้อย

“ข้าช่วยเอ็งสองครั้งแล้วนะ เอ็งคงต้องตอบแทนข้าบ้าง” ขุนพิทักษ์โน้มหน้าหมายจะหอม

“ถ้าจะให้ข้าตอบแทนท่านขุน เอาชีวิตข้าไปยังดีกว่าที่ท่านจะมาทำข้าแบบนี้” ชุ่มน้ำตาไหลผละวิ่งหนี ทำให้ขุนพิทักษ์สนใจในตัวเธอ ที่เธอไม่สนเขาแม้แต่นิดเดียว

รำพึงมองด้วยความขุ่นเคืองเคียดแค้น

ooooooo

พอคุณหญิงมณีรู้ว่าแจ่มให้ชุ่มไปเก็บดอกบัวก็เลยถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง หายขวัญเสียหรือยังที่ถูกคนเมาล้มทับ แจ่มอ้ำอึ้งไม่อยากบอกเรื่องที่ชุ่มถูกทำร้ายอีก

“ก็...ก็อยู่ดีเจ้าค่ะ ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับนังชุ่มเลย”

คุณหญิงจับสังเกตแจ่มได้ กำลังจะคาดคั้น ขุนพิทักษ์เดินมาตัวเปียกปอนเข้ามาก็สงสัย

“ลูกลงไปช่วยคนของคุณแม่มา” ขุนพิทักษ์กล่าวยิ้มๆ

“ใครเป็นอะไร”

“นังชุ่มไงขอรับคุณแม่ มันจมน้ำ”

สมได้ยินตกใจรีบวิ่งไปดูน้อง ไม่ทันฟังขุนพิทักษ์พูดว่าชุ่มไม่เป็นอะไร คุณหญิงมณีโล่งใจ จากที่เป็นกังวลว่าลูกจะไปเอาความเรื่องเมื่อวาน ขุนพิทักษ์โต้

“เห็นทีจะไม่ใช่นังชุ่มคนนี้ ดูท่ามันฉลาดนัก”

“มันทำอะไรให้ท่านขุนขัดใจรึเจ้าคะ แจ่มจะไปกำราบมันเอง”

“ไม่มีอะไร มันก็แค่เป็นคนกล้าต่างจากคนอื่น” ขุนพิทักษ์อมยิ้มนึกถึงหน้าชุ่ม

ผ่องกับผาดได้จังหวะ รายงานว่ารำพึงเอาดอกไม้มาช่วยงาน ขุนพิทักษ์ได้ยินเอ็ดสองบ่าว ทำไมเพิ่งมาบอก แล้วรีบวิ่งลงจากเรือน แจ่มทำหน้าสงสัย คุณหญิงถามมีอะไร

“ท่านขุนไม่เคยชมทาส แต่กลับชมนังชุ่ม” คำพูดของแจ่มทำให้คุณหญิงมณีฉุกคิด

ในขณะที่ชุ่มนั่งขดตัวร้องไห้อยู่บนเรือนตัวเปียกปอน รำพึงกับจวงก้าวเข้ามายืนค้ำหัว

“มันยังสำออยไม่เลิกเลยเจ้าค่ะ คุณรำพึง”

“เอ็งนี่มันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” รำพึงตวาด

จวงจิกหัวชุ่มให้เงยหน้าสำรอกใส่ “ท่านขุนเป็นของคุณรำพึง จำไว้”

ชุ่มดิ้นรนร้องด้วยความเจ็บ รำพึงใช้นิ้วจิ้มรอยช้ำที่หน้าชุ่ม “เอ็งคงจะเจ็บมาก เจ็บแล้วมันก็น่าจะจำใส่กะโหลกบ้าง”

“ข้าทำผิดเรื่องอะไร ทำไมคุณรำพึงถึงต้องทำกับข้าขนาดนี้”

รำพึงยิ้มเยาะหาว่าเพ้อเจ้อ ชุ่มเห็นสีหน้ายิ่งมั่นใจว่าเป็นรำพึงกับจวงแน่ๆที่ทำร้ายตน จึงลองหยั่งเชิงว่า ตนคงเข้าใจผิด จะขอให้คุณหญิงมณีช่วยหาตัวคนที่ทำร้ายตนถึงเรือนนอน รำพึงโกรธตาวาวโรจน์ จวงลากชุ่มมากดหัวลงไปในโอ่งน้ำ โทษฐานขู่นายของตน ชุ่มดิ้นทุรนทุราย สมวิ่งเข้ามากระแทกรำพึงที่ยืนขวาง ผลักจวงล้มลง แล้วประคองชุ่มขึ้นมา จวงโวยวาย

“ไอ้สมทำร้ายคุณรำพึงได้ยังไง เอ็งไม่ตายดีแน่ ข้าจะฟ้องคุณหญิง”

“ฟ้องเลยถ้าเอ็งอยากให้คุณหญิงรู้ว่าใครทำร้ายน้องข้า”

“คิดจะใส่ร้ายข้าเพื่อให้ท่านขุนสงสารยกน้องเอ็งเป็นเมียบ่าวหรืออย่างไร” รำพึงตวาด

“กระผมกับน้องไม่เคยคิดมักใหญ่ใฝ่สูง แต่กระผมก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะโดนรังแกจากผู้ที่ได้ชื่อว่าลูกพระยา คุณหญิงจะต้องรู้เรื่องนี้”

รำพึงโต้คุณหญิงหรือจะเชื่อคำพูดทาส สมท้าให้ลอง จังหวะนั้น ขุนพิทักษ์โผล่มา รำพึงรีบปรับสีหน้าทำเป็นหญิงใจงาม เมื่อขุนพิทักษ์ถามมาทำอะไรที่เรือนทาส

“น้องรู้ว่านังชุ่มมันจมน้ำ น้องก็เลยมาดูว่ามันเป็นอะไรมากรึเปล่า มีอะไรบ้างที่น้องพอจะช่วยเหลือได้”

“ใช่เจ้าค่ะ คุณรำพึงยังจะจัดยามาให้นังชุ่มกันไข้กินด้วยนะเจ้าคะ”

ชุ่มกับสมมองรำพึงกับจวงด้วยไม่อยากเชื่อว่าจะเปลี่ยนหน้าได้เร็วขนาดนี้ ขุนพิทักษ์หลงยินดีด้วยที่ชุ่มรอดตายแล้วยังได้รับน้ำใจจากรำพึงอีก ชุ่มแค้นใจกล่าวประชด

“ต่อไปข้าจะไม่ทำให้พวกท่านต้องลำบากมาเมตตาข้าแบบนี้อีก”

“เก่งให้มันเหมือนปากเถอะนังชุ่ม เอ็งนี่มันพยศจริงๆ ทำตัวให้มันดีๆหน่อย”

รำพึงเห็นสายตาขุนพิทักษ์ที่มองชุ่มยิ่งขุ่นเคือง สมพูดกระทบ ตนจะดูแลน้องให้ดี ไม่ให้ภัยมาถึงตัวแบบนี้อีก รำพึงตวัดสายตามองอย่างอาฆาต

ooooooo

เพื่อไม่ให้น้อยหน้าขุนพิทักษ์ที่ได้ผ้าเช็ดหน้าจากรำพึง ขุนไวจึงซื้อผ้าแพรเนื้อดีมาเป็นของกำนัลแก่หญิงสาว แต่วันนี้รำพึงวางแผนไม่ไปงานศพ โดยอ้างกับพระยาเทวราชว่าป่วย

“ไม่เป็นไร พ่อมีขุนไวไปด้วยอยู่แล้ว ลูกนอนพักผ่อนให้หายดีซะก่อนเถอะ”

ครั้นถึงเวลาที่ขุนไวมารับ พอรู้ว่ารำพึงป่วยก็ตกใจขอเข้าเยี่ยม

“ไม่เป็นอะไรมากหรอกท่านขุน”

“กระผมเป็นห่วงคุณรำพึงเหลือเกินครับ” ขุนไวจะเดินเข้าไปในเรือน

พระยาเทวราชห้าม “ฉันเป็นพ่อ ฉันย่อมห่วงลูกยิ่งกว่าใคร ดังนั้นฉันว่าอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น”

ขุนไวจำต้องนิ่ง แล้วมอบผ้าแพรฝากให้รำพึง พระยาเทวราชเรียกบ่าวมารับไป...จวงถือผ้าแพรเข้ามาในห้อง รำพึงสะบัดผ้าห่มลุกขึ้น จวงรีบเตือนป่วยอยู่ระวังล้ม

“ใครป่วย อย่าโง่น่านังจวง...ข้าก็แค่จะทำให้คุณพี่คิดถึงจนแทบสำลัก อยากไปยุ่งกับนังชุ่มดีนัก”

จวงแอบบ่น ใครจะคิดถึงจนสำลักกันแน่ รำพึงตาเขียวใส่ จวงหงอวางผ้าแพรบอกว่าเป็นของกำนัลจากขุนไว หญิงสาวปรายตามองเล็กน้อย เพราะตอนนี้ใจของเธอมีแต่ขุนพิทักษ์เท่านั้น

แต่แล้วในวันนั้น แจ่มมาเจอชุ่มนอนป่วยตัวร้อนเป็นไฟ จึงรีบมารายงานคุณหญิงมณี คุณหญิงมาดูอาการ สมเข้าใจว่าจะใช้งานรีบอาสาทำแทนน้องสาว คุณหญิงมณีส่ายหน้า

“ดูมัน คนน้องไข้ขึ้นขนาดนี้ยังทำเก่ง ส่วนคนพี่ก็รักน้องห่วงน้องจนไม่ฟังความก่อน นังชุ่มมันไข้ขึ้นขนาดนี้ ข้าคงไม่ใจดำให้มันทำงานหรอกไอ้สม”

แจ่มขยายความว่าคุณหญิงรู้เรื่องที่ชุ่มช่วยเด็กจมนํ้าทั้งที่ว่ายนํ้าไม่เป็นจึงมาเยี่ยม จากนั้นคุณหญิงมณีสั่งให้หายาสมุนไพรมาให้ชุ่มกิน ถ้าไม่หายให้ไปเอายาฝรั่งบนเรือน ส่วนสมคืนนี้ไม่ต้องทำงาน ให้มาดูแลน้อง ทั้งสมและชุ่มยกมือไหว้อย่างซาบซึ้งในนํ้าใจท่าน

กลับมาถึงเรือน คุณหญิงมณีสั่งแจ่ม หลังจากชุ่มหายป่วย ให้มาช่วยงานบนเรือน แต่ต้องจัดการลอกคราบกระดำกระด่างออกจากตัวเสียก่อน

“บุญของนังชุ่มมันจริงๆ ที่คุณหญิงเมตตา”

“หมาที่มันกตัญญูต่อเจ้าของ ไม่ควรรึที่ข้าจะให้มันมารับใช้ใกล้ตัว ในเมื่อข้ารู้ว่ามันต้องภักดีกับข้าเท่าชีวิต เหมือนเช่นที่เอ็งเป็น”

แจ่มเป็นปลื้มที่เจ้านายเห็นความภักดีของตน แล้วเอายาฝรั่งมาให้ชุ่มกินพร้อมกับเปรยว่าช่างมีบุญ เพราะยากนักที่ทาสอย่างเราจะได้กินยาฝรั่ง

“คุณหญิงท่านมีเมตตากับข้าจริงๆ”

“ก็ใช่น่ะสิวะ เจ้านายเรือนนี้มีเมตตากับทาสอย่างพวกเรามาก ทั้งท่านพระยาแล้วก็คุณหญิงของข้า เสียก็แต่ลูกชายที่เกเรเหลือกำลัง”

ชุ่มสะกิดใจไม่อยากเชื่อว่าขุนพิทักษ์จะเป็นคนร้าย เธอข่มใจไม่ให้คิดคำนึงถึงเขา

ooooooo

พระยาเทวราชขึ้นเรือนมาพร้อมขุนไว ขุนพิทักษ์ เข้าต้อนรับ จึงได้รู้ว่ารำพึงป่วยไม่ได้มาด้วย พอเห็นขุนไวตามติดมาก็ไม่สบอารมณ์ เดินหัวเสียไปอีกทาง เห็นทาสหญิงถือของมาคิดว่าเป็นชุ่ม จึงเรียกให้หยุด เมื่อไม่หยุดก็ดึงแขนไว้

“เผื่อนเจ้าค่ะ ไม่ใช่นังชุ่ม” เผื่อนกลัวลาน

ขุนพิทักษ์หน้าเสีย เผื่อนรายงานว่าชุ่มเป็นไข้นอนซมอยู่ที่เรือน เขายิ่งหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เดินดุ่มๆไปยังเรือนทาส...ชุ่มซึ่งนอนหนาวอยู่ได้ยินเสียงคนเดินคิดว่าเป็นสม จึงให้ช่วยหยิบน้ำ ขุนพิทักษ์ยืนเก้กัง คว้าขันน้ำมาประคองชุ่มขึ้นดื่ม พอชุ่มเห็นหน้าก็ตกใจดิ้นจะผละออก

“อย่าเพิ่งอวดเก่ง กินน้ำซะก่อน เดี๋ยวก็ได้แห้งตาย” ขุนพิทักษ์ดันขันไปที่ปากชุ่ม

ชุ่มจำต้องดื่มแต่สำลัก ขุนพิทักษ์หัวเราะในความเปิ่นของเธอ ประคองให้นั่งพิงฝา ชุ่มหน้าแดงด้วยความอาย เขาแขวะว่าไข้กินงอมขนาดนี้ จะมีฤทธิ์อะไรอีก

“ท่านขุนไม่ควรมาที่นี่นะเจ้าคะ ใครมาเห็นท่านจะถูกครหาเอาได้”

“นานๆข้าจะเจอบ่าวอย่างเอ็ง ที่ไม่ได้เห็นข้าเป็นยักษ์เป็นมาร กลัวข้าเป็นพัลวัน”

ชุ่มรู้สึกอึดอัดใจ ตัดสินใจเตือน “ท่านขุนไม่ขึ้นเรือนไปต้อนรับแขกเหรื่อเหรอเจ้าคะ คนจะติฉินให้คุณหญิงร้อนหูนะเจ้าคะ”

“เอ็งนี่แปลก ชอบไล่ข้าซะจริง รู้ไหมผู้หญิงทั้งเมืองจ้องจะเป็นเมียข้า”

“ข้ามีเรื่องอื่นที่น่าทำมากกว่าจ้องจะเป็นเมียใครสักคน”

“นังนี่มันสำคัญตัวนัก เรื่องอะไรที่เอ็งว่าน่าทำมากกว่าจะเป็นเมียข้า”

“ก็ทำงานเก็บเงินมากๆ จะได้ไถ่ตัวพี่สมแล้วก็กลับไปอยู่พร้อมหน้ากับพ่อแม่เจ้าค่ะ”

ขุนพิทักษ์มองชุ่มอย่างชื่นชม “เอ็งรักพ่อแม่ดีนะ”

“ลูกคนไหนไม่รักพ่อแม่ก็อกตัญญูสิเจ้าคะ หรือว่าท่านขุนไม่รัก”

“พอได้แล้ว...นี่เอ็งไม่ได้ด่าข้าอยู่ใช่ไหม” ขุนพิทักษ์เห็นสายตาชุ่มใสซื่อจึงตัดบท “ข้าไปดีกว่า คุยกับเอ็งแล้วปวดหัว”

ชุ่มถอนใจล้มตัวลงนอนหลับตาด้วยพิษไข้ จู่ๆ ขุนพิทักษ์วกกลับมาห่มผ้าให้ แล้วแกล้งใช้นิ้วไล้แก้มเธอ ก่อนจะกระซิบว่า “ไว้ข้าจะมาเล่นกับเอ็งใหม่”

ชุ่มลืมตาแอบมองขุนพิทักษ์เดินออกไปด้วยหัวใจระทึก...

ooooooo

ขุนพิทักษ์นึกอยากทำตัวเป็นลูกที่ดีขึ้นมา ช่วยต้อนรับแขกอย่างขมีขมัน จนคุณหญิงมณีแปลกใจ ต้องเข้ามากระซิบถาม คุณพ่อคงดีใจที่ลูกออกหน้าเป็นธุระ บอกได้ไหมว่าทำไมถึงอารมณ์ดี ชายหนุ่มนึกถึงคำพูดของชุ่มก่อนตอบว่า ไม่อยากให้คนติฉินให้แม่ร้อนหู

คุณหญิงมณีข้องใจ เดินมาถามเผื่อนว่าเมื่อครู่ ขุนพิทักษ์ไปไหนมา เผื่อนตอบตามจริงว่าไม่ทราบ แต่เห็นถามถึงชุ่ม คุณหญิงยิ่งสงสัยไม่อยากคิดในทางเสื่อมเสีย

เสร็จงานศพในคืนนั้น ขุนพิทักษ์นั่งมองดวงจันทร์จากหน้าต่างห้อง กลับเห็นใบหน้าของชุ่มแจ่มชัด คิดถึงคำพูดที่ไม่กลัวเกรงของเธอในทุกครั้งที่พบกัน ทำให้เขาทั้งสนใจและเอ็นดู แต่พอเขาลุกขึ้น ผ้าเช็ดหน้าของรำพึงหล่นลงมา เขาชะงักเก็บขึ้นมามองอย่างครุ่นคิด

วันรุ่งขึ้น รำพึงอารมณ์พุ่งพล่าน ขว้างผ้าแพรของขุนไวทิ้ง จวงเปิดประตูเข้ามาโดนเข้าเต็มหน้า ตกใจว่าเจ้านายเป็นอะไรแต่เช้า

“เอ็งดูคุณพี่สิ ป่านนี้ยังไม่มาหาข้าเลย นี่คุณพี่ไม่คิดถึงข้าเลยหรือไร”

“ใจเย็นๆ เจ้าค่ะคุณรำพึง คือว่า ท่านขุนพิทักษ์...”

“ไม่ต้องมาแก้ตัวแทน ข้าไม่อยากได้ยินชื่อนี้”

“ก็ได้เจ้าค่ะ งั้นจวงจะไปบอกให้ท่านขุนพิทักษ์กลับเรือนไป”

รำพึงตาวาวโรจน์ จวงแหย่ หรือจะแต่งตัวสวยๆ ลงไปพบ หญิงสาวเอ็ดว่าสู่รู้ แต่อมยิ้มดีใจที่เป็นไปตามแผน...พอมาพบขุนพิทักษ์ในสวน รำพึงทำงอนแอบประชดว่าจะหาพ่อต้องไปที่กรม ชายหนุ่มรวบมือหญิงสาวส่งสายตากรุ้มกริ่มออดอ้อนว่าคิดถึงน้องคนเดียว

“อย่าทำปากหวานให้น้องตายใจเลยเจ้าค่ะ ใครจะรู้คุณพี่อาจมีใครเก็บไว้ที่เรือนก็เป็นได้”

ขุนพิทักษ์ปฏิเสธ จวงถือถาดขนมมาวาง แกล้งกระแอม รำพึงดึงมือออกอย่างมีจริต อ้างบ่าวไพร่มากมาย เกรงตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน ชายหนุ่มมองขนมอลัวที่ไม่ได้เห็นมานาน จวงบอกว่ารำพึงทำเองกับมือ รำพึงไล่จวงอย่ามาจุ้นจ้าน จวงรู้แกวฉากออกไป

“อลัวเป็นขนมชาววังที่ได้สูตรมาจากเมืองโปรตุเกส หาทานได้ยาก น้องเลยอยากทำให้คุณพี่ทานเจ้าค่ะ”

“น้องรู้ความหมายของขนมชนิดนี้หรือเปล่า”

“มันมีความหมายว่า เสน่ห์ดึงดูดใจ” รำพึงหยิบขนมป้อน ขุนพิทักษ์ฉวยโอกาสหอมมือเธอ “แต่เสน่ห์ของมันไม่ได้ครึ่งเสน่ห์ของน้อง”

จังหวะนั้น ขุนไวเดินมาเห็น “คุณรำพึงต้อนรับแขกดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

สองคนชะงัก รำพึงรีบดึงมือออก ขุนพิทักษ์โต้กลับ “น้องรำพึงคงเลือกว่าควรต้อนรับใคร แบบไหนมากกว่า”

“ถ้าอย่างนั้นท่านพระยาคงไม่พอใจเป็นแน่ ถ้ารู้ว่าคุณรำพึงแสดงกิริยาอันไม่เหมาะแก่การเป็นหญิงงามโดยเฉพาะกับคนที่ฉวยโอกาสอย่างขุนพิทักษ์”

“ไอ้ไว...” ขุนพิทักษ์โกรธ ขุนไวจ้องหน้าไม่ลดละ

รำพึงฉุน “ขุนไว ท่านไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยเช่นนี้กับข้า”

“แล้วท่านพระยามีสิทธิ์หรือเปล่า”

รำพึงแค้นใจแต่ต้องข่มอารมณ์ เสแสร้งถามไถ่ที่มา มีธุระอะไร เขาตอบว่าพระยาเทวราชให้มาเอาเอกสาร ขุนพิทักษ์แขวะ ที่แท้ก็หมารับใช้ ขุนไวโกรธกระชากคอเสื้อขุนพิทักษ์โต้

“แต่ก็ยังดีกว่าหมาขี้เรื้อนที่เจ้าบ้านเขาไม่อยากได้”

ขุนพิทักษ์ผลักขุนไวออกแล้วถีบซ้ำ “ตีนหมาขี้เรื้อนหนักพอจะปิดปากคางคกขึ้นวออย่างเอ็งได้ไหมวะไอ้ไว”

สองหนุ่มโถมเข้าชกต่อยกันนัว รำพึงประกาศไล่ไปวางมวยกันที่อื่น สองหนุ่มชะงัก หญิงสาวหันไปทางขุนพิทักษ์ ขอให้กลับไปก่อน คืนนี้ตนจะไปสวดศพ ชายหนุ่มตวัดสายตามองขุนไวเอ่ยเยาะว่า พี่จะรอน้องที่เรือน

“คุณรำพึงทำแบบนี้ดูจะเข้าข้างมันเกินไป” ขุนไวไม่พอใจ

รำพึงทำหูทวนลม ถามเขาจะเอาเอกสารอะไรจะไปหยิบให้ ขุนไวต้องกลั้นความโกรธยืนสบถรอ “ไอ้พิทักษ์...เอ็งชนะข้าแค่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด แต่เรื่องอื่นข้าจะไม่แพ้ รำพึงจะต้องเป็นของข้า”

ooooooo

ตกเย็น พระยาเทวราชกลับถึงเรือน ไม่พูดพร่ำทำเพลง ตบหน้ารำพึงจนถลาไปซบจวง ชี้หน้าว่าเป็นลูกเจ้าพระยา ทำตัวไม่ผิดกับหญิงงามเมือง รำพึงรู้ทันทีว่าขุนไวไปฟ้อง พยายามแก้ตัวว่าขุนไวพูดเท็จ แต่พระยาเทวราชเชื่อว่า มันต้องมีมูล

“คุณพ่อคะ ขุนพิทักษ์เธอมาหาคุณพ่อต่างหาก คุณพี่อยากจะกราบขอบคุณคุณพ่อ เรื่องงานศพท่านพระยา”

“แต่ก็ไม่จำเป็นต้องป้อนอะไรกัน มันไม่งาม”

“ที่ลูกทำแบบนั้น เพราะคุณพี่ยังดูเสียใจอยู่มาก ลูกก็แค่อยากเอาใจให้คุณพี่พอยิ้มได้ แต่ท่านขุนคนโปรดของคุณพ่อมาถึงก็ปึงปัง ไม่ฟังอะไร จะวางมวยท่าเดียว”

“ขุนไวไม่ใช่คนโปรดของข้า ข้าก็แค่เห็นว่าเขา เป็นคนเอาการเอางาน ไม่จับจดเหมือนคนหนุ่มทั่วไป เห็นทีต้องจับเจ้าขังไม่ให้เจอขุนพิทักษ์อีก” พระยาเทวราชมองด้วยความผิดหวัง

รำพึงรีบหาทางแก้สถานการณ์ไม่ให้รุนแรงไปกว่านี้ ทำทีร้องไห้ “ขุนไวจะมองว่าลูกเป็นหญิงเช่นไร ที่เพียงแค่ลมปากของเขาก็ทำให้คุณพ่อลงโทษลูกแบบนี้ เพราะแม้แต่พ่อยังเชื่อว่าลูกจะทำตัวเลวเช่นนั้น แล้วจะให้คนอื่นมองว่าลูกนั้นดีไปได้อย่างไร”

พระยาเทวราชใจอ่อนลง ตักเตือนอย่าทำตัวใกล้ชิดชายให้มากเกินงามจะถูกครหา รำพึงรับคำ แต่ก็ยังถูกทำโทษเรื่องในวันนี้ ไม่ให้ไปงานศพ รำพึงแค้นใจมาระบายอารมณ์ใส่จวง

ooooooo

เย็นวันนั้น ชุ่มอาสาเผื่อนซักผ้าให้ เพราะไม่อยากนอนดูดาย ระหว่างที่ลงมือซักอยู่ที่ท่าน้ำ เกิดหน้ามืดทำผ้าหลุดมือ จะล้มหัวทิ่ม มีมือแข็งแรงมารวบตัวเธอไว้ทัน

“ไง...ยังไม่หายไข้แล้วทำอวดดี ข้าต้องคอยช่วยเจ้าอีกกี่ทีเนี่ย” ขุนพิทักษ์แขวะ

ชุ่มรู้สึกตัวจะผละออกแต่ไม่มีแรง ขุนพิทักษ์จึงอุ้มเธอขึ้น เธอตกใจดิ้นให้ปล่อย

“เอ็งนี่มันน่าจับโยนน้ำซะให้เข็ด จะได้ไม่ต้องมาปากเก่งแบบนี้”

ชุ่มอ้อนวอนขอให้วางตนลง เขาจึงขู่ ถ้ายังดิ้นไม่หยุดจะจูบ ชุ่มหยุดดิ้นทันที แต่ยังกลัวเขาอยู่ ตัดสินใจกัดแขนเขา ขุนพิทักษ์ร้องลั่นจำต้องปล่อยเธอลง ชุ่มได้ทีจะวิ่งหนีแต่ถูกดึงรั้งไว้

“นังชุ่ม เอ็งกล้ากัดข้าเหรอ เอ็งนี่มันร้ายนัก”

“ท่านขุนจะทำร้ายข้านี่เจ้าคะ”

“ข้าทำอะไรเจ้า”

“ก็ท่าน...ฉวยโอกาสกับข้า”

“เอ็งกับข้านี่จะมีทางญาติดีกันได้ไหมเนี่ย” ขุนพิทักษ์ มองอย่างเอ็นดูในความร้ายปนซื่อ

“ถ้าท่านทำแบบนี้คงไม่มีวันหรอก”

ขุนพิทักษ์ถามแล้วต้องทำอย่างไร ชุ่มให้ปล่อยตนก่อน เขาให้เธอสัญญาจะไม่วิ่งหนี ชุ่มพยักหน้า แต่พอเขาปล่อย เธอวิ่งหนีไปทันที ขุนพิทักษ์ร้องลั่น

“เอ็งหลอกข้า...เอ็งนี่มันพยศจริงๆ” แต่เขาก็ขำกับความแก่นแก้วของชุ่ม...

หัวค่ำ ขุนพิทักษ์ไม่เห็นรำพึงมากับพระยาเทวราช จึงเข้ามาสอบถามว่า อาการป่วยนางดีขึ้นแล้ว ทำไมวันนี้ถึงไม่มา ขุนไวโพล่งขึ้น

“ก็น่าจะรู้ว่าเพราะใคร”

พระยาเทวราชปรามขุนไว แล้วหันมาบอกขุนพิทักษ์ว่า “ไข้กลับน่ะ ไม่รู้ว่าวันนี้ที่หลานไปเยี่ยม ไปทำอะไรไว้ รำพึงถึงเป็นขึ้นมาอีก”

“ที่แท้ก็ป่วยเพราะลมปาก” ขุนพิทักษ์จ้องหน้าขุนไว

“หรือไม่ก็พวกลมเพลมพัด พาของสกปรกเข้าไปถึงเรือน” ขุนไวยั่วโทสะ

ขุนพิทักษ์โกรธชกโครมเข้าที่หน้าขุนไว ชี้หน้าอย่าเก่งแต่ปาก ขุนไวนิ่งไม่ตอบโต้ พระยาเทวราชไม่พอใจที่ขุนพิทักษ์ไม่เกรงใจกันบ้าง ขุนไวได้ทีรีบแทรก

“กระผมยอมให้ไอ้พิทักษ์หยามศักดิ์ศรี ยังดีกว่าให้คนโจษจันว่า กระผมในฐานะคนของท่าน มาต่อยตี กันเยี่ยงทาส ให้ท่านพระยาระคายใจ”

“สอพลอ...” ขุนพิทักษ์สบถ

“พ่อพิทักษ์ อย่าให้มันเกินเส้นไป ถ้าควบคุมอารมณ์ตนเองยังไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าจะรุ่งเรืองในหน้าที่การงานเลย”

ขุนพิทักษ์เห็นสายตาเยาะของขุนไว ต้องข่มอารมณ์หันมากราบขอโทษพระยาเทวราช

“ฉันจะถือว่าไม่เคยมีเหตุนี้เกิดขึ้น และฉันจะไม่เอ่ยให้คุณหญิงได้รู้ แค่งานศพท่านพระยา คุณหญิงก็โศกเศร้ามากพอแล้ว” พระยาเทวราชมองอย่างผิดหวัง

ขุนพิทักษ์ขออนุญาตไปขอสมาที่เรือนท่านในวันพรุ่งนี้ ขุนไวแขวะ พูดให้ตรงกับใจถึงจะเรียกว่าลูกผู้ชาย พระยาเทวราชรีบตัดบท ถ้าคิดจะไปเยี่ยมรำพึงก็อย่าเพิ่ง เพราะช่วงนี้ตนไม่ให้เธอพบใคร นานแค่ไหนไม่มีกำหนด ขุนพิทักษ์รู้ทันทีว่าความรักนี้มีอุปสรรคเสียแล้ว

รำพึงหงุดหงิดใจที่ไม่ได้ไปเจอขุนพิทักษ์ตามนัด หวั่นใจว่าเขาจะไปหลงนางทาสอย่างชุ่ม ตนยอมไม่ได้เด็ดขาด ตนจะต้องเป็นที่หนึ่งเพียงผู้เดียว

เสร็จงานศพในคืนนั้น คุณหญิงมณีดูบ่าวเก็บข้าวของ ขุนพิทักษ์ขอตัวเข้านอน เผอิญเห็นชุ่มขึ้นมาช่วยงานบนเรือน  แจ่มเอ็ดป่วยแล้วมาทำไม ชุ่มว่าตนไม่อยากกินแรงคนอื่น

ขุนพิทักษ์หัวเราะเยาะ “ยืนจะไม่ไหวยังอวดเก่ง”

“อะไรที่ตอบแทนผู้มีพระคุณได้ ข้าก็จะทำ”

คุณหญิงมณีเอ่ยอย่างเอ็นดู ให้หายก่อนค่อยมา ขุนพิทักษ์แทรก “อย่าไปขัดมันเลยครับคุณแม่ กระผมก็อยากเห็นเหมือนกันว่านังชุ่มมันจะอวดเก่งได้สักกี่น้ำ”

ชุ่มยิ่งฮึดฝืนใช้แรงช่วยเก็บกวาด ขุนพิทักษ์มองอย่างชอบใจในความดื้อของเธอ คุณหญิงมณีถามลูกชายไม่ไปนอนแล้วหรือ เขาตอบว่าอยากนั่งกินลมอีกสักพัก คุณหญิงเห็นสายตาลูกที่มองชุ่มไม่วางตาแล้วหวั่นใจ

วันต่อมา แจ่มนำทีมบ่าวสามสี่คน จับชุ่มขัดสีฉวีวรรณ ชุ่มร้องโอดครวญด้วยความแสบ แจ่มเอ็ดก็ขี้ไคลมันหนา แถมหัวยังเป็นสังกะตังต้องใช้หวีเสนียดสาง  สมผ่านมาเห็นหัวเราะขำขัน เสียงร้องของชุ่มดังไปถึงบนเรือนใหญ่ ขุนพิทักษ์สงสัยใครร้องเหมือนถูกเชือด

“คงจะเป็นนังชุ่มน่ะลูก ตอนนี้คงกำลังสังคายนากันอยู่ แม่จะให้นังชุ่มขึ้นมาทำงานบนเรือน ก็ลูกเองที่บอกว่ามันฉลาด”

“มันปากกล้าจะตายไปขอรับ”ขุนพิทักษ์ทำเป็นติแต่แอบยิ้ม

คุณหญิงมณีเห็น หยั่งเชิงถามว่า เขาปักใจกับรำพึงแน่แล้วหรือ ขุนพิทักษ์เห็นว่าเธองามพร้อม คุณหญิงจึงเตือน ใบหน้างดงามเป็นแค่ภายนอก สำคัญว่าใจลูกมั่นคงกับนางหรือเปล่า

“ตอนนี้ลูกก็ยังไม่ได้มีใครอื่นนอกจากน้องรำพึง”

“ลูกแน่ใจนะ...”

“เอ...คุณแม่ถามเหมือนว่ากระผมจะมีหญิงอื่นในใจ”

“แม่ก็แค่ถามดู ก่อนจะมีเรือน แม่อยากให้ลูกบวชเรียนเสียก่อน”

“คุณแม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว ถ้าลูกอยากบวชลูกจะบอกคุณแม่เอง ไม่ต้องมาหว่านล้อมลูกหรอกขอรับ”ขุนพิทักษ์เคืองเดินหนีไป คุณหญิงมณีมองตามอย่างถอนใจ

ooooooo

สองสามวันผ่านไป รำพึงหงุดหงิดที่ขุนพิทักษ์ไม่ติดต่อมา จวงเดาว่าอาจถูกกีดกันจากขุนไว รำพึงทนไม่ไหวจะไม่ฟังคำสั่งพ่ออีกแล้ว ตนจะไปหาขุนพิทักษ์ ว่าแล้วก็คิดแผนการ

ในขณะที่ขุนพิทักษ์ลืมหญิงสาว เอาแต่เล่นถั่วโปอยู่ในบ่อน จวงเอาจดหมายมาส่งถึงที่ เขาเปิดอ่านให้ร้อนใจ เป็นจดหมายตัดพ้อจากรำพึง หากลืมกันขอผ้าแพรคืน เป็นการดับสัญญา

รำพึงเห็นพระยาเทวราชนั่งจิบน้ำชาอยู่จึงขออนุญาตออกไปรับผ้า พ่อค้าเรือสำเภาจีนฝากบ่าวมา แจ้งว่าผ้าที่พ่อสั่งซื้อมาถึงแล้ว ท่านพระยาให้เอาบ่าวไปเป็นเพื่อน รำพึงบอกว่า ตนให้จวงไปซื้อดอกไม้ที่ตลาด แล้วตามไปเจอกันที่ร้านผ้า

พระยาเทวราชดักคอ “จะทำอะไร ให้สำนึกไว้เสมอว่าเป็นลูกพระยา ไม่ใช่วางตัวอย่างไพร่ตามสายเลือด”

สายตารำพึงแข็งกร้าวแล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อมรับคำ จะจำคำสอนไว้เสมอ แต่ในใจคุกรุ่น เดินสบถกับตัวเอง คำก็ไพร่สองคำก็ลูกทาส สักวันจะไปให้พ้นไม่ให้ได้เหยียบย่ำใจอีก

เผอิญขุนไวคุมบ่าวยกข้าวของที่ซื้อในตลาดเอาลงเรือ เห็นเรือของรำพึงแล่นมา แต่แล้วจู่ๆก็เบนหัวเรือไปอีกทาง ให้เกิดสงสัยว่านางจะไปไหน จึงแอบตาม...มาจนถึงท่าน้ำท้ายหมู่บ้าน เห็นจวงให้อัฐแก่คนเรือ สั่งว่าเสร็จธุระแล้วจะเรียก ขุนไวย่องตามรำพึงกับจวงมา เห็นขุนพิทักษ์ยืนอยู่ รำพึงมาถึงทวงผ้าเช็ดหน้าคืน ขุนพิทักษ์โผเข้ากอดพร่ำบอกว่า เขารอเธอทุกคืน แต่เธอก็ไม่มาฟังพระสวด จนเขาคิดว่าเธอปันใจให้ขุนไวไปแล้ว รำพึงผลักไสทำงอนอย่างมีจริต

“ก็อาจเป็นได้นะเจ้าคะ เพราะขุนไวเขาเช้าถึง เย็นถึง ถ้ายังสม่ำเสมออยู่เช่นนี้น้องคง...”

“ถ้าน้องเลือกไอ้ไว พี่คงตรอมใจตาย”

“ก็คุณพี่หายหน้าไปเช่นนี้ จะให้น้องคิดยังไง น้องคิดได้เพียงคุณพี่คงเจอหญิงอื่นที่คู่ควรกว่าน้อง...หรือคุณพี่มีใจเป็นอื่นจริงๆ” รำพึงเห็นขุนพิทักษ์นิ่งๆ

ใจจริงขุนพิทักษ์เผลอคิดถึงหน้าชุ่ม ตั้งสติได้หันมางอนง้อรำพึง พร้อมจะพิสูจน์ตัวเองให้พระยาเทวราชยอมรับในตัวตน

“ทั้งน้องและคุณพี่เป็นถึงลูกเจ้าพระยา แต่กลับต้องเจอกันอย่างหลบๆซ่อนๆราวกับความรักของเราเป็นสิ่งผิด น้องรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนน่ารังเกียจ ที่ทำตัวราวกับหญิงใจง่าย ถ้ามีใครรู้ น้องคงโดนดูถูกว่าทำตัวไม่ต่างจากหญิงงามเมือง” รำพึงโผซบอกชายหนุ่มร่ำไห้

ขุนพิทักษ์ใจอ่อนยวบ ตกหลุมเสน่ห์นางแต่โดยดี ขุนไวมองภาพนั้นอย่างช้ำใจ...

ที่ลานหน้าบ้าน แจ่มกำลังฝึกชุ่มให้คลานเข่า แต่ดูชุ่มกระโดกกระเดกเป็นลิงค่างจนโดนตีไปหลายเพียะ แจ่มเริ่มอ่อนใจ ชุ่มพยายามคลานจนไปชนกับขาของชายคนหนึ่ง เธอคิดว่าเป็นสมพี่ชาย จึงบอกให้หลีกไปแล้วเอาหัวดัน

“เอ็งจะขวิดข้าอีกนานไหมนังชุ่ม”

ชุ่มจำเสียงได้ว่าเป็นขุนพิทักษ์ เงยหน้ามองแล้วผงะหงายหลังล้มไม่เป็นท่า ชายหนุ่มเห็นชุ่มถูกแปลงโฉมสะอาดสะอ้านดูผุดผ่องถึงกับตะลึง ย่อตัวลงยื่นหน้าไปมองประชิด

“ลูกศิษย์ป้าแจ่มคนนี้เปลี่ยนไปเยอะนะ แต่ดูท่าทางจะไม่ได้ความเหมือนเดิม มีลูกศิษย์แบบนี้คนเป็นครูเสียชื่อหมด” ขุนพิทักษ์หัวเราะ

ชุ่มอ้าปากจะเถียง แจ่มยกมือทำท่าจะตี เธอจึงรีบหุบปาก

ooooooo

เรือจอดเทียบท่า รำพึงถือผ้าไหมพับหนึ่งกำลังจะก้าวขึ้นจากเรือ ขุนไวยื่นมือมาให้จับ เธอเงยหน้ามองจำต้องให้เขาช่วยตามมารยาท ขุนไวแกล้งเปรยว่า ไปเสียนานได้ผ้าเพียงพับเดียว คงอยากรอเรือสำเภาลำใหม่ที่จะมาอีกสามสี่วันข้างหน้า

“แหม ผ้าพับที่เลือกมาก็งามเหลือเกินแล้วเจ้าค่ะ จะซื้อมาทำไมเยอะแยะ” จวงช่วยแก้ตัว

ขุนไวเอ็ด “ข้าไม่ได้พูดกับเอ็ง ข้าว่าเอ็งควรจะคิดหาคำแก้ตัวกับท่านพระยาจะดีกว่า”

รำพึงใจหายวาบ ขุนไวรู้อะไรมา จึงให้จวงเอาผ้าขึ้นเรือนไปก่อนแล้วหันมาถามชายหนุ่มมีอะไรให้พูดมาตรงๆ เขากระชากตัวเธอ บีบแขนถามด้วยความโกรธ

“ไอ้พิทักษ์มันมีอะไรดีนักหนา คุณรำพึงถึงได้ลักลอบไปหามัน ถ้าท่านพระยารู้ ไอ้พิทักษ์ไม่ตายดีแน่”

รำพึงตกใจที่ขุนไวรู้ แกล้งบีบน้ำตาออดอ้อน “หากคุณพ่อรู้เรื่องก็คงจะส่งดิฉันกลับพระนคร แต่ถ้าท่านขุนไม่อยากเจอดิฉันแล้ว ก็ทำตามแต่ใจไปเถอะค่ะ”

ขุนไวดึงเธอมากอด ตัดพ้อ “ทำไมคุณรำพึงไม่เห็นใจกระผมบ้าง ปันใจไปให้แต่ไอ้พิทักษ์ กระผมมีอะไรที่สู้มันไม่ได้ กระผมรักคุณรำพึงไม่น้อยไปกว่ามันเลย”

รำพึงค่อยๆดันตัวออกหว่านเสน่ห์ สบตาแล้วใช้มือแตะแก้มเขาก่อนจะเลื่อนมาวางที่อกตรงหัวใจชายหนุ่ม “ดิฉันไม่ทราบเลยว่าท่านขุนจะมีใจให้กับดิฉันถึงเพียงนี้ คิดว่าท่านขุนขวางเพราะท่านขุนกับพี่พิทักษ์เป็นอริกัน ไม่ใช่เพราะรักดิฉัน...ต้องขอโทษที่เข้าใจท่านขุนผิดมาตลอด เพราะผู้หญิง ถ้าจะเลือกชายสักคนเป็นคู่ชีวิต ย่อมต้องการคนที่แสดงออกว่าเขารักและทุ่มเทต่อผู้หญิงคนนั้นมากเพียงใด”

ขุนไวหลงเชื่อ ยอมรับเป็นความผิดของตนเองที่ทำให้เข้าใจผิด สัญญาว่าต่อไปจะทำให้เห็นว่าเขารักเธอมากแค่ไหน หญิงสาวได้ที

“ถ้าเช่นนั้น ดิฉันขอให้ท่านขุนกล้าหาญและชนะขุนพิทักษ์ได้ด้วยตัวของท่านขุนเอง ไม่ใช่เอาคุณพ่อของดิฉันมาเป็นข้ออ้างในการเอาชนะ”

ขุนไวรับปากจะสู้ซึ่งๆหน้าให้ถึงที่สุด เพื่อได้ครอบครองใจเธอ รำพึงส่งยิ้มหวานขอให้เรื่องในวันนี้จะไม่ถึงหูผู้เป็นพ่อ ชายหนุ่มกุมมือขอเงื่อนไข ให้เธอเรียกเขาว่าคุณพี่ให้ชื่นใจบ้าง รำพึงจำต้องเรียกแต่ค้านว่า ตนยังไม่เป็นของใครตราบที่ยังไม่มีผู้ชนะ ขุนไวมุ่งมั่นว่าต้องเป็นตน

ooooooo

ถึงเวลาอาหารเย็น ชุ่มถือโถข้าวคลานเข่าสะดุดหน้าทิ่ม ขุนพิทักษ์ขำ แขวะวันนี้จะได้กินข้าวหรือไม่ ชุ่มโต้ว่ามันลำบาก เขาจึงแย่งโถข้าวจากมือชุ่มมาตักเอง เธอนึกว่าเขาหิวมาก

“ข้ารำคาญต่างหาก เอ็งมันชักช้า”

“ไม่ต้องเขินหรอกเจ้าค่ะ มือท่านขุนสั่นขนาดนั้น” ชุ่มยิ้มขำ

ขุนพิทักษ์มองมือตัวเองไม่เห็นว่าจะสั่น จึงรู้ว่าโดนชุ่มหลอก พอมองหน้าเห็นเธอยิ้มสดใส ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ต่างจากความสวยที่ปรุงแต่ง

“ชุ่ม เอ็งนี่มันไม่เคยรู้ทุกข์รู้ร้อนกับใครเขาเลยนะ”

“รู้สิเจ้าคะ ข้ารู้ว่าพ่อกับแม่ต้องลำบากเพียงไรเพื่อให้ข้ากับพี่ชายมีที่ซุกหัวนอน รู้ว่าคุณหญิงเป็นผู้มีพระคุณท่วมหัว และก็รู้ว่าควรอยู่ให้ห่างท่านขุนไว้มากๆ”

“อ้าว แล้วข้าไปเกี่ยวอะไรด้วย”

“ก็ถ้าข้าไม่อยากเจ็บตัวก็ต้องอยู่ห่างๆคนที่ชอบแกล้งข้า”

“เอ็งนี่มันฉลาดพูดนัก”

“ถ้าข้าฉลาดจริง คงจะหาทางไถ่ถอนตัวเองให้เป็นไทได้เสียที ไม่ต้องเป็นทาสอยู่เช่นนี้”

ขุนพิทักษ์สงสัยว่าเธออยู่ที่นี่ไม่มีความสุข ชุ่มโต้ว่าสุขใดก็ไม่เท่ากับอิสระ เขาอยากรู้ว่าอิสระของเธอคือแบบไหน เธออธิบาย ต้องไม่โดนบังคับอยากทำอะไรก็ทำได้เหมือนอย่างเขา ไม่ต้องสนใจว่าใครจะเป็นอย่างไร แค่ตัวเองมีความสุขก็พอ

“นังชุ่ม...นี่เอ็งยกข้าเป็นเยี่ยงอย่างหรือว่าหลอกด่าข้ากันแน่”

“เจ้าค่ะ...” ชุ่มอมยิ้มแล้ววิ่งหนีไป ขุนพิทักษ์หน้าเหวอ แต่ชอบใจความเจ้าเล่ห์ของเธอ

คืนนั้น ชุ่มคุยกับสมว่า ขุนพิทักษ์ดูไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายอย่างที่ใครๆว่า สมเตือนอยู่ห่างๆไว้จะดีกว่า ชุ่มติง ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ขุนพิทักษ์คงไม่มีมิตรดีเลย

สักคน สมฟังแล้วชักห่วงน้อง

ในขณะที่คุณหญิงมณีจุดธูปไหว้โลงศพพระยาสุรเดช ขอให้ดลจิตดลใจขุนพิทักษ์ ให้ดำเนินชีวิตในทางที่ถูกที่ควร ยอมบวชเรียนก่อนจะออกเรือน และขอให้ได้คู่ครองที่ดี ทันใด ลมพัดวูบเข้ามา เทียนดับ คุณหญิงวิตกกังวลทันที เหมือนลางร้ายกำลังคืบคลานเข้ามา

ooooooo

เช้าวันใหม่ รำพึงเห็นพระยาเทวราชอารมณ์ดี จึงขอออกไปข้างนอก แต่ถูกดักคอว่า ถ้าคิดจะไปเรือนคุณหญิงมณี พ่อไม่อนุญาต หญิงสาวขุ่นเคืองตัดสินใจถาม

“ทำไมล่ะเจ้าคะคุณพ่อ พี่พิทักษ์พร้อมทั้งรูป ทรัพย์สมบัติและหน้าที่การงาน”

“เจ้าก็รู้ว่าสิ่งเหล่านั้น ขุนพิทักษ์ได้มาจากมรดกตกทอด มิได้สร้างขึ้นด้วยตนเอง หนำซ้ำยังไม่สนใจการงาน ติดการพนันกับผู้หญิง” ขุนไวขึ้นเรือนมาได้ยินคำสนทนา “หากพระยาเทวราชจะมีเขยสักคน ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีมลทินติดตัว ดังเช่นขุนไว”

จวงหันไปเห็นขุนไว รีบรายงานเจ้านายทั้งสอง พระยาเทวราชเปลี่ยนท่าที เชื้อเชิญให้ขุนไวเข้ามานั่ง รำพึงจะขอตัวออกไป แต่ขุนไวขอให้อยู่ฟังความด้วย

“เจ้าคุณเทพให้กระผมมารายงานว่า ทางพระนครได้กำหนดวันที่เจ้ากรมคนใหม่ จะเดินทางมารับตำแหน่งอาทิตย์หน้าแล้วขอรับ”

พระยาเทวราชจึงมอบหน้าที่ให้ขุนไวเรียนเชิญเจ้าคุณทั้งหลายมาประชุมในเร็ววัน งานนี้เห็นทีต้องเลี้ยงต้อนรับใหญ่ รำพึงได้ฟัง คิดแผนการที่จะทำให้ตนได้เจอกับขุนพิทักษ์ หญิงสาวขอไปทำบุญที่วัดวันพระพรุ่งนี้ ท่านพระยาแปลกใจที่จู่ๆอยากไป

“ลูกไม่สบายใจเจ้าค่ะ เมื่อคืนฝันถึงคุณแม่ จึงนึกได้ว่าไม่ได้ทำบุญให้คุณแม่นานแล้ว”

พระยาเทวราชมองลูกสาวอย่างคลางแคลง จำต้องตกลง ขุนไวขอไปด้วย รำพึงแย้งว่าเขาต้องไปทำงานตามคำสั่ง ชายหนุ่มชะงัก หญิงสาวยิ้มเนียนๆอย่างมีชัย

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ระหว่างที่พระยาเทวราชรอถวายเพล ที่จวงกำลังจัดสำรับอยู่กับรำพึง คุณหญิงมณีและแจ่มถือของเข้ามา รำพึงรีบยกมือไหว้ พระยาเทวราชทักทายคุณหญิงแล้วเหลือบมองลูกสาวอย่างรู้ทัน ว่าคงคิดมาพบขุนพิทักษ์ที่วัดนี้ จึงเอ่ยถามถึงลูกชาย

“พ่อพิทักษ์ยุ่งกับงานศพหลายวัน ดิฉันก็เลยปล่อยให้พักน่ะค่ะ หนูรำพึงน่ารักนะเจ้าคะ รู้จักเข้าวัดเข้าวา น่าปลื้มใจแทน”

พระยาเทวราชมองลูกสาวอย่างสงสัย กำลังคิดทำอะไรกันแน่...เมื่อถวายเพลเสร็จ รำพึงทำทีชมว่าอาหารที่คุณหญิงมณีทำมาวันนี้อร่อยมาก พระยาเทวราชเห็นด้วย รำพึงได้ที

“คุณพ่อคะ งานเลี้ยงต้อนรับท่านเจ้ากรมคนใหม่ ถ้าได้คุณหญิงมาเป็นแม่งานเรื่องอาหารคงจะดีไม่น้อยนะเจ้าคะ”

คุณหญิงมณีออกตัวว่างานใหญ่แบบนี้เกรงสังขารจะไม่ไหว จึงขอให้รำพึงมาช่วยอีกแรง พระยาเทวราชชะงัก รู้ตัวว่าเสียรู้ลูกสาวแล้ว จำต้องฝืนยิ้มรับ

กลับถึงเรือน ขุนไวถูกเรียกมาสนทนา จึงได้รู้ว่ารำพึงจะไปช่วยคุณหญิงมณีจัดงานต้อนรับเจ้ากรมคนใหม่ ก็ไม่พอใจแต่ต้องเก็บอารมณ์ไว้

“ที่ฉันเรียกท่านขุนมาพบเพราะมีเรื่องจะแจ้ง เกี่ยวกับตำแหน่งงานผู้ช่วยเจ้ากรมคนใหม่ ตอนนี้มีคนที่มีคุณสมบัติพออยู่สองคน หนึ่งในนั้นคือท่านขุนเองนั่นแหละ”

ขุนไวดีใจ อดถามไม่ได้ว่าอีกคนคือใคร แต่พอเห็นสีหน้าพระยาเทวราชก็พอเดาได้...ขุนไวเดินเครียดลงจากเรือน เห็นรำพึงนั่งยิ้มมีความสุขอยู่ที่ศาลาก็รี่เข้าไปหา หญิงสาวเห็นเขาก็หน้าบึ้งทันที พอชายหนุ่มต่อว่า ถ้าเป็นขุนพิทักษ์เธอคงไม่หุบยิ้ม หญิงสาวแก้ตัวว่าตนตกใจ

“หวังว่าเรื่องที่น้องรำพึงอาสาช่วยงานคุณหญิงมณี คงไม่ใช่แผนที่น้องวางไว้เพื่อจะได้ใกล้ชิดไอ้พิทักษ์นะ”

“นี่เหรอคะ ที่บอกว่ารักน้องนักรักน้องหนา กลับมาพูดจาหมิ่นเกียรติกันขนาดนี้”

ขุนไวใจอ่อนลง “แต่น้องทำให้พี่คิดมาก น้องไปช่วยงานคุณหญิงมณีก็เท่ากับน้องต้องเข้าไปในบ้านของไอ้พิทักษ์ จะให้พี่วางใจได้อย่างไร”

รำพึงทำเสียงน้อยใจ ว่าตนแค่อยากช่วยงานบ้านเมือง และคุณหญิงมณีเป็นคนเอ่ยปากชวน ขุนไวใจแป้วรีบกุมมือหญิงสาวขอโทษ รำพันว่าตนทั้งรักทั้งหวง พลันนึกได้รีบบอกข่าว

“อีกไม่นาน พี่ก็จะได้เป็นผู้ช่วยท่านเจ้ากรม มียศมีศักดิ์เหมือนไอ้ขุนพิทักษ์นั่น น้องจะได้ไม่ต้องชายตามองมันอีก” รำพึงตกใจคิดว่าได้ตำแหน่งแล้ว ขุนไวตอบอย่างหงุดหงิด “ยัง แต่มีพี่กับไอ้พิทักษ์ที่มีศักดิ์พอที่จะเป็น แล้วน้องคิดว่าผู้ใหญ่จะเลือกใครระหว่างพี่กับมัน ถึงตอนนั้นพี่จะมาสู่ขอน้องกับท่านพระยา “ขุนไวจุมพิตมือรำพึงก่อนจากไป เธอมองตามอย่างเหยียดๆ

คืนนั้น พอมีโอกาส รำพึงชงชาฝรั่งแทนชาจีนมาให้ผู้เป็นพ่อ เพื่อเป็นการเปรียบเปรยให้เห็นว่า เรามีชาดีให้ลอง ควรจะลองทั้งสองอย่าง พระยาเทวราชมองลูกสาวอย่างรู้ทัน

“ถึงอย่างไรพ่อก็ชอบชาจีนมากกว่า ดีไม่ดีอย่างไรเราก็คุ้นกับรสชาติ ชาฝรั่งน่ะสวยแต่รูปจูบไม่หอม ไปชงชาจีนมาให้พ่อ”

“ถ้าแค่เรื่องชาคงไม่มีใครว่าคุณพ่อได้ที่เลือกจากความพอใจส่วนตัว แต่หากเลือกคน...”

“ถ้าคนที่พูดถึงคือขุนพิทักษ์กับขุนไวล่ะก็ คงไม่มีใครกังขาหรอกถ้าพ่อจะเลือกขุนไว”

รำพึงจะแย้ง ท่านพระยาขัดเสียงแข็ง การเมืองไม่ใช่เรื่องของผู้หญิง เธอโต้ หวังว่าจะเป็นแค่การบ้านการเมืองไม่เกี่ยวกับการเลือกคู่ครองให้ตน ก่อนจะเดินหน้าบึ้งออกไป

ด้านขุนพิทักษ์ทราบข่าวก็ปฏิเสธไม่สนใจ คุณหญิงมณีพยายามเกลี้ยกล่อม เพราะตระกูลของเราทำงานรับใช้แผ่นดินมาตลอด พวกเราถึงอยู่อย่างมีเกียรติ

“ก็เพราะไอ้เกียรตินี่ไม่ใช่หรือครับ คุณพ่อถึงได้ทำให้คนบริสุทธิ์ต้องมาตาย”

“ถ้าลูกคิดได้ ลูกคงรู้ว่าพ่อของลูกทำเพื่อใคร คนเราทำผิดแล้วก็ควรแก้ไขนะลูก”

ขุนพิทักษ์กลับคิดว่าการแก้ไขคือการไม่หาเรื่องใส่ตัว คุณหญิงมณีได้แต่เหนื่อยใจ ชุ่มซึ่งอยู่บนเรือนได้ยินทุกอย่าง รู้สึกสงสารคุณหญิงอย่างมาก...

กลางดึก ขุนพิทักษ์นั่งหงุดหงิดอยู่ริมท่าน้ำ พลันเห็นชุ่มถือตะกร้าลับๆล่อๆ ไปทางหลังสวน จึงแอบตาม เห็นเธอมาที่กระท่อมของพ่อแม่  เพราะนายอยู่ผู้เป็นพ่อป่วย เขาได้เห็นถึงความรักและอาทรของครอบครัวชุ่ม... พอชุ่มเดินออกมา ขุนพิทักษ์เข้าจับตัวไว้ อ้างตามดูว่าเธอออกมาก่อเรื่องอะไรอีก ชุ่มทึ่งที่เขารอจนเกือบรุ่งสางขนาดนี้ เขาแก้ตัวว่ากลัวผีไม่กล้าเดินกลับคนเดียว

“โธ่...ข้านึกว่าท่านขุนรอเพราะมีน้ำใจห่วงข้าซะอีก”

ขุนพิทักษ์ตัดบทง่วงให้รีบกลับ เขาจูงมือเธอเดินมาจนถึงหน้าเรือนทาส ชุ่มมองมือที่ถูกกุมเขินๆ ขุนพิทักษ์เห็นรีบปล่อยยิ้มเก้อๆ เปลี่ยนเรื่องชมว่าเธอรักพ่อกับแม่ดี ชุ่มได้ที

“เจ้าค่ะ อะไรที่ทำให้พ่อกับแม่สบายใจข้าจะทำสิ่งนั้น เห็นพ่อแม่มีความสุข ข้าก็สุขไปด้วย เหมือนท่านขุนที่ทำทุกอย่างเพื่อคุณหญิงไงเจ้าคะ”

เห็นเขาทำหน้างง ชุ่มขยายความก็พรุ่งนี้เขาจะไปคัดเลือกที่กรม ขุนพิทักษ์ว่าเธอสู่รู้ ชุ่มแกล้งหาวใส่ แล้วเปรยว่า คุณหญิงรักเขามาก ทุกคนในบ้านจะดีใจถ้าเขาได้เป็นผู้ช่วยกรมสืบต่อจากท่านพระยา เขารั้งตัวชุ่มเข้ามาถาม รวมถึงตัวเธอด้วยหรือเปล่า แล้วยื่นหน้าหมายจะจูบ ชุ่มชี้มือไปร้องเฮ้ย...เขาหันมอง เธอสะบัดตัวออกวิ่งหนีเข้าเรือน ขุนพิทักษ์รู้ว่าถูกหลอก แต่กลับยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วเดินกลับเรือนไป เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของสม สมรีบตามไปตักเตือนน้องสาว ไม่ควรใกล้ชิดขุนพิทักษ์แบบนั้น ถ้าไม่อยากโดนทำร้ายอีก ชุ่มนิ่งคิดในใจสับสน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:36 น.