ข่าว

วิดีโอ



ลูกไม้ลายสนธยา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พัชร์นันทน์ สุวรรณกูล,โสภิตนภา ชุ่มภาณี และ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร

กำกับการแสดงโดย: จารุวัฒน์ อุปการไชยพัฒน์

ผลิตโดย: บริษัท เมจิค อีฟ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ 2 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ฌอห์ณ จินดาโชติ,พิมประภา ตั้งประภาพร

มรุตเดินมาที่รถตัวเองกำลังจะกลับ วโรชาตามมาแสดงความยินดีกับเขาด้วยในที่สุดก็ได้ความรักจากเดือนพัตราอย่างที่ต้องการ เขาได้แต่มองเธอนิ่งไม่ตอบอะไร

“ทำไม...ทำไมพี่มรุตถึงให้ความรักแบบนั้นกับแหวนบ้างไม่ได้ ทั้งๆที่แหวนก็รักพี่มรุตมาก เดือนพัตราดีกว่าแหวนตรงไหน” วโรชาตัดพ้อน้ำตาคลอเบ้า มรุตเข้าใจความรู้สึกของเธอเพราะสิ่งที่ตัวเองได้รับไม่ใช่ความรักจากเดือนพัตราอย่างที่เธอเข้าใจ

“พี่ขอโทษนะแหวน พี่รู้ว่าแหวนรู้สึกเจ็บขนาดไหน พี่รับความรักจากแหวนและตอบกลับได้แค่พี่น้องเท่านั้น เป็นอย่างอื่นพี่คงทำไม่ได้” พูดจบมรุตขึ้นรถ ขับออกไป วโรชามองตามจนลับสายตาแล้วหันกลับไปมองตัวบ้าน

“ทุกอย่างเป็นเพราะแกนังเดือน ถ้าไม่มีแกสักคนเรื่องแบบนี้ก็ไม่เกิดขึ้น” วโรชาเข่นเขี้ยวด้วยความแค้น...

ทางฝ่ายเดือนพัตราเปิดประตูห้องเหมหิรัญญ์เข้าไปไม่เห็นแม้เงาของเขารู้สึกใจหาย เดินไปดูที่เตียงนอนพบดอกวิกสิตาวางอยู่ข้างกำไลข้อมือวงนั้น น้ำตาซึมกับสิ่งที่เขาทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ศิถีเมียงๆมองๆ ไม่เห็นเหมหิรัญญ์อยู่ในห้อง เข้ามาถามว่าเขาไม่อยู่หรือ เธอรีบกะพริบตาถี่ให้น้ำตาไหลกลับ บอกว่าเขาไปแล้ว ไม่กลับมาอีกแล้ว แม่บ้านตัวแสบถึงกับยิ้มสะใจที่แยกทั้งคู่ออกจากกันสำเร็จ

ศิถีเก็บความยินดีนี้ไว้คนเดียวไม่ไหว หลบออกไปหานายหัววรงค์เพื่อแจ้งข่าวน่ายินดีนี้ด้วยตัวเอง เขาหัวเราะชอบใจแบบนี้ก็เท่ากับไม่มีใครช่วยเดือนพัตราอีกแล้ว...

ขณะที่เดือนพัตราไม่ล่วงรู้ กำลังตกเป็นเป้าของศิถีกับนายหัววรงค์ เหมหิรัญญ์ที่อยู่ในอุตรกุรุทวีปเอาแต่นั่งซึมไม่ยอมแตะต้องยาที่เรขรุจีปรุงมาให้กิน เธอพยายามขอร้องให้กินเขาเอาแต่นั่งนิ่ง ราเมศซึ่งยืนมองดูอยู่เห็นเธอทุกข์ใจเรื่องเหมหิรัญญ์ก็พลอยเป็นทุกข์ไปกับเธอด้วย

“ท่านจะเป็นเช่นนี้อีกนานเท่าไหร่เหมหิรัญญ์ มนุษย์ผู้นั้นไม่ได้รักท่านแล้ว”

“เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าความรักจะเป็นเช่นนี้ มันทำให้เรามีความสุขอย่างที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่เมื่อทุกข์ ทำไมมันถึงทำให้เราทรมานได้ถึงเพียงนี้ เราพยายามแล้วรุจี พยายามที่จะลืม”

“เราเข้าใจท่าน เหมหิรัญญ์”

เหมหิรัญญ์เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและห่วงใยที่เรขรุจีมีให้ก็ขอโทษเธอด้วยที่เธอดีกับเขาทุกอย่างแต่เขาไม่อาจรับรักเธอเพื่อตอบแทนความดีเหล่านั้นได้ เรขรุจีไม่เคยถือโทษโกรธเขา เข้าใจดีว่าไม่มีใครฝืนความรู้สึกของตัวเองได้ หากเขารู้สึกผิดต่อเธอจริงๆ ช่วยกินยาที่เธอปรุงให้จะได้ไหม เขาหยิบยามากินโดยไม่อิดออด อึดใจเดียว ร่างกายและหน้าตาของเขากลับมาผ่องใสเหมือนตอนก่อนป่วย

ที่โรงพักรุมิหรา หลังจากได้ข้อมูลประวัติของปลาทูกับศิถีก่อนจะมาอยู่บ้านรัชดาพิพัฒน์ จ่าสนิทเอาไปให้มรุตดู เขาอยากรู้ว่าจ่าอ่านประวัติเหล่านี้แล้วพบอะไรผิดปกติบ้างไหม จ่าสนิทชี้ให้ดูในเอกสารว่าประวัติของปลาทูไม่มีอะไรผิดปกติ มีครบถ้วนตั้งแต่เกิดยันมาทำงานที่บ้านนั้น ผิดกับของศิถี

“ไม่รู้ว่าเกิดที่ไหน แต่ก็มีข้อมูลว่ามาอยู่ที่รุมิหราครั้งแรกที่หมู่บ้านทอผ้า คนที่นั่นบอกว่าเคยเป็นผู้ช่วยพยาบาลอยู่ที่สถานีอนามัยด้วยนะครับ ได้ข่าวว่าพอมีสามีก็ออกจากหมู่บ้านไปครับ”

“คุณศิถีมีสามีแล้วเหรอ เป็นใคร”

จ่าสนิทเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่ไปสืบข่าวยายศรีคนที่สนิทกับศิถีไม่อยู่ไปต่างจังหวัด ต้องรอแกกลับมาก่อน มรุตสั่งให้เขาไปตามเช็กให้ได้ว่าสามีของเธอเป็นใคร และให้ลองตามดูเธอไว้ ตนรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล...

ในเวลาต่อมา เดือนพัตรายืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกเงา เห็นตัวเองหน้าตาหมองเศร้าสั่งให้ยิ้มจะมาทำหน้าเศร้าแบบนี้ไม่ได้ ถ้าเหมหิรัญญ์เห็นสภาพของเธอจากอีกด้านหนึ่งของกระจกต้องไม่เชื่อว่าเธอกำลังมีความสุข คิดได้ดังนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างให้กระจกราวกับมีความสุขเสียเต็มประดา มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น

“ค่ะ คุณมรุต เสร็จแล้วค่ะกำลังลงไปค่ะ” เดือนพัตราวางสายสีหน้ายิ้มแย้มแล้วรีบออกจากห้อง ลงมาที่โต๊ะกินข้าวกลับไม่เจอมรุต มีเพียงปลาทูกำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ ร้องถามว่าเขาไปไหน

“ผู้กองเหรอคะ เห็นคุยอะไรกับคุณศิถีตรงสวนด้านนอกก็ไม่รู้ค่ะ”

เดือนพัตราพยักหน้ารับรู้แล้วผละจากไป...

อีกมุมหนึ่งในสวน มรุตกำลังซักถามประวัติคร่าวๆของศิถีว่าเป็นตามที่จ่าสนิทรายงานหรือเปล่า แต่ยังไม่ทันได้สอบถามเรื่องสามีของเธอ เดือนพัตราตามมาสมทบเสียก่อน เขาก็เลยไม่ได้สอบถามอะไรศิถีอีก เดือนพัตรารอจนศิถีไปแล้ว ถามเขาว่ามีอะไรหรือเปล่าหรือเขากำลังสงสัยอะไรในตัวศิถี เขาไม่อยากให้เธอเป็นกังวลจึงตอบเลี่ยงๆว่าสงสัยทุกคนที่อยู่รอบตัวเธอ

“แต่ฉันว่า คุณศิถีคงไม่มีอะไรหรอกมั้งคะ” เดือนพัตรายังคงไว้ใจผู้หญิงคนนี้ไม่เปลี่ยนแปลง

“ยังไงก็เถอะ ถ้าเรื่องทุกอย่างยังไม่คลี่คลายผมไม่อยากให้คุณไว้ใจใครทั้งนั้น”

“รวมถึงคุณด้วยหรือเปล่า” เดือนพัตราพูดติดตลก มรุตอดขำไปด้วยไม่ได้...

ศิถีคิดจะจัดการกับเดือนพัตราในคืนนี้เลย จึงออกอุบายอนุญาตให้ปลาทูกลับไปอยู่บ้านตัวเองได้หนึ่งวัน เธอไม่ยอมกลับ วันก่อนที่เธอกลับบ้านก็เกิดเรื่องขึ้น ยิ่งตอนนี้คุณเดือนอยู่คนเดียวไม่มีคุณเหม เธอขออยู่ที่นี่ดีกว่าเป็นห่วงคุณเดือน ศิถีเชิญอยู่ตามสบาย ตนอุตส่าห์ให้โอกาสแล้ว ปลาทูรู้สึกว่าคำพูดของอีกฝ่ายแปร่งหูชอบกลแต่ก็ไม่ติดใจสงสัยอะไร

ooooooo

ระหว่างขับรถมาตามถนน มรุตเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเดือนพัตรา ร้องทักว่าตอนเดินมาขึ้นรถ เขาเห็นเธอยิ้มแย้มสดชื่น แต่พอมานั่งในรถเขาปั๊บหน้าหมองทันที นี่เขาทำอะไรให้ไม่สบายใจหรือเปล่า เธอแค่ไม่รู้ว่าต้องทำแบบนี้ไปอีกถึงเมื่อไหร่ เขาเดาออกว่าเธอกลัวเหมหิรัญญ์จะเห็นเธอเศร้าและรู้ความรู้สึกจริงๆของเธอใช่ไหม

“ค่ะ ขอโทษนะคะคุณมรุตที่ต้องขอทำแบบนี้ไปอีกสักระยะ ฉันอยากแน่ใจว่าเหมจะไม่กลับมาอีก”

“ครับ แต่สำหรับผมอยากให้คุณเดือนคนเดิมกลับมานะครับ คนที่ยิ้มง่ายสดใสร่าเริง”

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด มรุตตกใจหักพวงมาลัยหลบรถเสียหลักไถลลงข้างทาง มีรถคันหนึ่งแล่นตรงเข้าหา ชายชุดดำสวมหมวกไอ้โม่งซึ่งเป็นคนขับเล็งปืนใส่ มรุตผลักเดือนพัตราหลบแล้วชักปืนขึ้นมายิงตอบโต้ ทัศน์เทพในคราบชายชุดดำเห็นท่าไม่ดีขับรถหนี มรุตร้องถามเดือนพัตราที่ก้มหลบอยู่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ไม่เป็นไรค่ะ” เดือนพัตราหน้าตาตื่นตกใจแทบช็อก...

ขณะที่เดือนพัตรากับมรุตรอดคมกระสุนมาได้หวุดหวิด ศิถีจับได้ว่าจ่าสนิทลอบตามมาใกล้บ้านเก่าของตัวเอง แอบตลบหลังเอาไม้ฟาดท้ายทอยสลบเหมือด จากนั้นเธอรีบเข้าไปรายงานนายหัววรงค์ว่าตำรวจตามสืบเรื่องของเธอและต้องรู้อะไรมาแน่ๆถึงได้ตามเธอมาถึงที่นี่ แต่ไม่ต้องห่วงเธอจัดการมันเรียบร้อยแล้ว

“ไม่มีอะไรมาขวางทางเราได้ คืนนี้ค่ะนายหัวทุกอย่างจะจบ” ศิถีสีหน้ามุ่งมั่น...

หลังจากรอดตายมาได้ มรุตพาเดือนพัตราไปโรงพักเพื่อเอาหัวกระสุนปืนของคนร้ายที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุมาส่งไปตรวจพิสูจน์เผื่อได้เบาะแสอะไรบ้าง

จ่าเวรเข้ามารายงานเรื่องที่ทัศน์เทพหายตัวไประหว่างนำตัวไปสอบสวนที่กองปราบฯ มรุตลองปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆเข้าด้วยกัน หรือว่าเหตุลอบยิงเมื่อเช้าเป็นฝีมือทัศน์เทพที่ต้องการล้างแค้นตัวเอง...

เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จ ศิถีประคองนายหัววรงค์ลงนั่งบนเก้าอี้เข็นไฟฟ้า เขาขอบใจเธอมากที่ไม่ทิ้งกัน วันนี้จะเป็นวันที่เขากลับไปเดินได้เหมือนเดิมอีกครั้งและเป็นวันที่เขาจะได้ไปในโลกที่เขาอยากไปมาตลอด จากนั้นเราสองคนจะกลับมาอยู่ด้วยกัน ศิถีจับมือเขามาแนบแก้มตัวเอง

“ศิถีรอวันนี้มานานเหลือเกิน...แล้วถ้านังเดือนมันไม่บอกเรื่องผ้าที่เป็นกุญแจล่ะคะ”

“ทรมานมันจนกว่ามันจะบอก ถ้ามันยังไม่ยอมบอกอีก ไม่มีไอ้เหมคอยปกป้องมันสักคน มันจะทำอะไรได้”

มีเสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้น นายหัววรงค์หันมองศิถีสงสัยว่าใครมา เธอไม่ตอบได้แต่ยิ้มให้ก่อนเดินไปเปิดประตูให้ทัศน์เทพเข้ามา เขาเห็นคนทรยศก็โกรธทำท่าจะเอาเรื่อง ศิถีขอร้องอย่าเพิ่งโมโห

“ตอนนี้ไอ้ทัศน์เทพก็เหมือนหมาจนตรอก มีมันมาช่วยอีกแรงเรื่องทุกอย่างจะได้ง่ายขึ้น”

“ผมขอโทษนายหัวกับเรื่องที่ผ่านมา ให้โอกาสผมอีกครั้งนะครับ ชีวิตผมต้องพังเพราะพวกมัน ผมไม่ยอมพังคนเดียวแน่”

ศิถีอยากรู้แล้วที่ให้ไปจัดการกับมรุตเป็นอย่างไรบ้าง ทัศน์เทพรายงานว่ามันรอดไปได้ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง คืนนี้มันไม่มีทางไปช่วยเดือนพัตราได้แน่นอน...

ด้านแก้วเพชรพยายามกล่อมวโรชาให้ปล่อยตัวเองไป สิ่งที่พ่อของลูกทำไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีเรื่องเลวร้ายอีกมากมายที่ลูกยังไม่รู้ อย่าเอาตัวเองไปพัวพันด้วยเลย ตนไม่อยากให้ชีวิตลูกต้องพังเพราะพ่อของลูกเอง ความแค้นที่มีต่อเดือนพัตราทำให้วโรชาปิดหูปิดตาตัวเองไม่สนใจเรื่องอื่นขอเพียงได้แก้แค้นมันเป็นพอ แล้ววางถาดใส่อาหารลงบนโต๊ะ เดินออกจากห้องล็อกประตูตามหลัง แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาศิถี

“ฉันพร้อมแล้ว จะให้ทำอะไรก็ว่ามา”

ooooooo

เสร็จธุระมรุตขับรถมาส่งเดือนพัตราที่บ้าน เธอยังจิตตกไม่หายที่ทุกคนใกล้ตัวเธอต้องมาเป็นอันตรายกันหมด เขาปลอบว่าถ้าเรื่องวันนี้เป็นฝีมือทัศน์เทพจริง ก็คงไม่เกี่ยวกับเธอ ทัศน์เทพคงอยากแก้แค้นเขามากกว่า เดือนพัตราถอนใจเครียด

“เมื่อไหร่จะจบเรื่องยุ่งๆพวกนี้สักที”

มรุตสงสารเดือนพัตราจับใจ จับมือเธอมากุมไว้อย่างเป็นกำลังใจให้ สองคนมองสบตากัน เดือนพัตรารู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองมาจากห้องนอนตัวเอง เงยหน้ามองแต่ไม่เห็นใคร เธอมั่นใจว่าต้องเป็นเหมหิรัญญ์

ตอนที่มรุตลากลับ เธอเขย่งปลายเท้าหอมแก้มเขา มรุตถึงกับหน้าเหลอหลา

“บายค่ะ” เดือนพัตราทำไม่รู้ไม่ชี้ มรุตกลับขึ้นรถขับออกไปอย่างงงๆ มีเสียงปิดหน้าต่างดังปัง เธอหันขวับไปมองแต่ไม่เจอใคร “ฉันรู้ว่าคุณดูฉันอยู่เหม”...

ครู่ต่อมาเหมหิรัญญ์กลับอุตรกุรุทวีปด้วยใบหน้าหมองเศร้า ราเมศที่ดักรออยู่ตำหนิเขาที่กลับไปชมพูทวีป

“ครั้งนี้ท่านอัศวเทวาไม่ลงโทษท่านเพราะเห็นว่าท่านตระหนักแล้วว่าที่ผ่านมาจะเป็นบทเรียนที่หนักหนาสำหรับท่าน”

“เราแค่อยากแน่ใจว่าผู้หญิงอันเป็นที่รักของเรามีความสุขและมีผู้ดูแลที่สามารถปกป้องเธอได้ ท่านไม่ต้องกังวลหรอกราเมศ วันนี้เรามั่นใจแล้วว่าเธอมีความสุขเราจะไม่กลับไปที่นั่นอีก” พูดจบเหมหิรัญญ์ผละจากไป...

ยามค่ำในชมพูทวีป เดือนพัตรายืนหน้าเศร้าอยู่ในสวนบ้านรัชดาพิพัฒน์ มองผ้าลูกไม้ลายสนธยาในมือพลางย้ำกับตัวเองว่าต้องมีความสุขทั้งที่ในใจรู้สึกตรงกันข้าม วโรชาที่ซุ่มดูอยู่เห็นผ้าลูกไม้ในมือเธอ

“ผ้าลูกไม้นั่น มันจะเหมาะเจาะอะไรขนาดนี้”...

ในระหว่างที่เดือนพัตรามีแขกไม่ได้รับเชิญยามวิกาล มรุตเห็นจ่าสนิทหายตัวไปตั้งแต่เช้า ลองโทร.ตาม ปรากฏว่าคนรับสายเป็นทัศน์เทพทั้งตกใจและแปลกใจมือถือของจ่าสนิทไปอยู่ที่เขาได้อย่างไร

“ถ้าไม่อยากให้คู่หูแกตายก็รีบมารับมัน ก่อนที่มันจะกลายเป็นศพ รีบมานะผู้กอง” ทัศน์เทพไม่รอฟังคำตอบวางสายไปเลย มรุตร้อนใจมากเรียกจ่าเวรมาหา

“ค้นหาสัญญาณโทรศัพท์ของจ่าสนิทว่าอยู่ที่ไหน”...

เดือนพัตราเหม่อมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวระยิบระยับ คิดถึงเหมหิรัญญ์จับใจแต่ต้องหักห้ามใจไว้ หันหลังจะกลับเข้าบ้านเจอวโรชายืนอยู่นิ่วหน้าแปลกใจดึกดื่นป่านนี้มาที่นี่ทำไม มีธุระอะไรหรือ วโรชามองไปที่ผ้าลูกไม้ในมือเธอสั่งให้เอามาให้ เดือนพัตรายืนนิ่งไม่ทำตาม วโรชาเข้าไปกระชากมันจากมือ แต่เธอหลบทัน

“ฉันบอกให้เอามา เรื่องมันจะได้จบๆไปสักที” วโรชาไม่พูดเปล่าพุ่งเข้าหาอีก เดือนพัตราหลบได้อีกครั้งจนฝ่ายแรกคว้าลมหน้าคะมำ ยืนยันว่าไม่ให้ผ้าผืนนี้เด็ดขาด

“ไม่ให้งั้นเหรอ...ได้ ขอดีๆแล้วไม่ให้ใช่ไหม” วโรชาชักปืนออกมาพร้อมย่างสามขุมเข้าหา เดือนพัตราถอยกรูดไปชนกระถางต้นไม้ตกแตก

ooooooo

ปลาทูกำลังไล่ปิดหน้าต่างในบ้านได้ยินเสียงกระถางตกแตกก็ใจคอไม่ดีคิดว่าเป็นโจร รีบเดินไปดูตรงทิศทางต้นเสียงเห็นวโรชากำลังเล็งปืนใส่เดือน-พัตราตกใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี หันรีหันขวางนึกถึงจ่าสนิทขึ้นมาได้รีบโทร.หาแต่ไม่มีใครรับสาย เธอยิ่งกระวนกระวายใจอย่างหนัก

ฝ่ายวโรชายังคงเอาปืนเล็งเดือนพัตราขู่ให้ส่งผ้าลูกไม้ให้ เดือนพัตราอยากรู้ว่าถ้าเธอได้ผ้าผืนนี้ไปจะทำอะไรกับมันได้ วโรชาเองก็ไม่รู้เหมือนกันรู้แค่ว่าผ้านี่ช่วยพ่อของเธอได้ เธอก็ต้องเอามันไปให้ท่าน

เดือนพัตราถึงบางอ้อนี่แสดงว่าเธอรู้ว่านายหัววรงค์อยู่ที่ไหน เธอยอมรับว่าใช่

“ฉันรำคาญเต็มทีแล้วที่ต้องทำเป็นดีกับแกฉันต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนแกรู้ไหมที่ต้องเห็นแกอี๋อ๋ออยู่กับพี่มรุต แกแย่งความรักไปจากฉัน ฉันอยากจะฆ่าแก ฆ่าให้มันตายๆไปสักทีแต่ก็ทำไม่ได้เพราะไอ้ผ้าบ้านี่”


วโรชาเหนี่ยวไกปืนกระสุนเฉี่ยวหัวเดือนพัตราไปเส้นยาแดงผ่าแปด เสียงปืนดังสนั่นทำให้ปลาทูตกใจถึงกับทำมือถือร่วง รอให้ใครมาช่วยต่อไปไม่ไหวตัดสินใจไปช่วยเจ้านายสาวด้วยตัวเอง

วโรชาตรงเข้าไปแย่งผ้าลูกไม้จากมือเดือนพัตรา สองสาวยื้อแย่งผ้าลูกไม้กันจังหวะหนึ่งเดือนพัตราคว้าเศษกระถางต้นไม้ที่แตกมาได้ ปาดมือที่ถือปืนของ

วโรชาจนปืนหล่น เธอทั้งโกรธทั้งเจ็บพุ่งเข้าไปตบตี

อีกฝ่ายอุตลุด เดือนพัตราได้แต่ปัดป้อง เสียหลักล้มไปใกล้ปืน หันไปคว้า วโรชาพุ่งถึงตัวเสียก่อน ปลาทูเข้ามาช่วยกระชากยัยตัวแสบออกห่าง เดือนพัตราคว้าปืนได้ยิงขู่ขึ้นฟ้า

“เลิกบ้าได้แล้วคุณวโรชา”

“เอาซี้ นังเดือน ถ้าแกกล้า แกก็ยิงฉันเลย เอาเลย” ไม่ท้าเปล่าวโรชาเดินเข้าหาเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่กล้า ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย ศิถีเข้ามาขัดจังหวะ เดือนพัตราดีใจคิดว่าเธอมาช่วยตัวเองเดินเข้าไปหา วโรชา สบช่องคว้าไม้แถวนั้นฟาดใส่ ปลาทูร้องเตือนแต่ไม่ทัน เดือนพัตราถูกไม้ฟาดเต็มหัวหมดสติ ศิถีตกใจต่อว่า

วโรชาว่าทำบ้าอะไร เธอตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่ามันสมควรโดนแบบนี้...

ขณะที่เดือนพัตราตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน มรุตได้ตำแหน่งจากมือถือของจ่าสนิทว่าอยู่แถวตลาดใกล้หมู่บ้านทอผ้า จึงรีบยกกำลังตำรวจไปที่นั่น

ooooooo

ท้องฟ้าคำรามคล้ายฝนจะตกหนัก ลมเริ่มพัดแรงขึ้น เดือนพัตราที่ยังหมดสติเลือดอาบเต็มหน้าถูกมัดมือไพล่หลังโดยมีปลาทูในสภาพถูกมัด

เช่นกันนั่งร้องไห้คร่ำครวญว่าศิถีคิดจะทำอะไรกับคุณเดือน

“ไม่ใช่เรื่องของแก แส่หาเรื่องเอง หุบปากแล้วก็เงียบๆไปซะ” ศิถีเงื้อมือขู่จะตบ ปลาทูกลัวมากหลบแทบไม่ทัน วโรชาต้องการให้ฆ่าเดือนพัตราทิ้งในเมื่อเราได้ผ้าลูกไม้แล้ว นายหัววรงค์ซึ่งนั่งบนรถเข็นถือผ้าลูกไม้อยู่

“เพราะความใจร้อนของแกยัยแหวน เรามีผ้าก็จริงแต่ถ้าไม่มีเดือนพัตรา เราก็ไม่รู้วิธีใช้อยู่ดี”

วโรชาฮึดฮัดไม่พอใจที่พ่อไม่ยอมให้เล่นงานเดือนพัตรา...

ในเวลาเดียวกันที่อุตรกุรุทวีป เหมหิรัญญ์ไม่นิ่งพอจะนั่งสมาธิต่อไปได้ เรขรุจีที่นั่งสมาธิอยู่ข้างๆพลอยเสียสมาธิไปด้วย ถามว่ามนุษย์ผู้นั้นรบกวนใจเขาอยู่ใช่ไหม เขาพยักหน้ารับคำ

“ท่านกลับไปดูมากับตาแล้วไม่ใช่หรือว่าเธอมีความสุขดี มีเหตุอันใดที่ต้องเป็นกังวล ท่านทิ้งเรื่องราวแห่งชมพูทวีปเสียเถอะ” คำพูดของเรขรุจีทำให้เหม-หิรัญญ์สงบลงได้ หลับตานั่งสมาธิต่อไป เธอยิ้มพอใจที่เห็นเขาพยายามลืมเดือนพัตราให้หมดไปจากใจ...

ไม่ได้มีแต่เดือนพัตราเท่านั้นที่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน มรุตกับพวกตำรวจถูกทัศน์เทพหลอกให้ไปติดกับโดยใช้จ่าสนิทเป็นตัวล่อ ทันทีที่เขากับพวกบุกเข้าไปในบ้านร้างที่กักขังตัวจ่าสนิท ทัศน์เทพกับสมุนระดมยิงใส่ไม่ยั้ง ฝ่ายธรรมะกับอธรรมเปิดฉากสาดกระสุนใส่กันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว...

ทางฝ่ายวโรชารำคาญที่เดือนพัตราไม่ฟื้นสักที เอาถังใส่น้ำมาสาดหน้า แล้วตามเข้ากระชากผมสั่งให้บอกว่าผ้าลูกไม้นี่ใช้อย่างไร เดือนพัตรานิ่งเงียบไม่ตอบทำให้วโรชาโมโหเงื้อมือจะตบ ศิถีร้องห้ามไว้ให้พอก่อน เดี๋ยวมันตายกันพอดี ให้นายหัวจัดการธุระกับมันให้

เสร็จก่อนค่อยเล่นงานมันก็ยังไม่สาย วโรชาจำใจต้องปล่อยเดือนพัตราไปก่อน เธอมองศิถีอยากรู้ว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

“น้าศิถีเป็นพวกเดียวกับนายหัวค่ะคุณเดือน” ปลาทูเตือน ศิถีไม่พอใจสั่งให้เธอหุบปาก

“คุณเดือนคะ ตอนนี้ไม่มีใครช่วยคุณเดือนได้แล้วนะคะนอกจากศิถี คุณเดือนบอกศิถีมาดีๆเถอะนะคะ ว่าเราจะไปอุตรกุรุทวีปกันได้ยังไง”

“นี่พวกคุณเชื่องั้นเหรอว่าที่แบบนั้นมีจริง” เดือน-พัตราโกหกหน้าตาย ศิถีไม่พอใจตบสั่งสอนฉาดใหญ่ อุตส่าห์พูดดีๆด้วยยังตีฝีปากกับตนอีก แล้วบีบปากเธออย่างแรงสั่งให้บอกวิธีใช้ผ้าลูกไม้มา เดือนพัตราอยากรู้เรื่องร้ายที่ผ่านมาเป็นฝีมือศิถีใช่ไหม รวมทั้งการตายของคุณยายด้วย

“คุณเดือนอยากให้ศิถีเล่าให้ฟัง หรือจะไปฟังจากอีแก่นั่นเอง” ศิถียิ้มเหี้ยม ทันใดนั้นเกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงเสียงดังสนั่น ไฟในบ้านดับพึ่บ เดือนพัตราถดตัวไปอยู่ใกล้ๆกับปลาทูเพื่อให้ช่วยแก้เชือกที่มัดจนหลุด พอศิถีเข้ามาใกล้เธอถีบกระเด็นแล้ววิ่งไปหานายหัววรงค์พร้อมกับคว้าแจกันใกล้มือติดไปด้วย ฟาดมันกับขอบโต๊ะเป็นปากฉลามเอาจี้เขาไว้ วโรชาโวยวายอย่าทำอะไรพ่อของตน

“ถ้าพวกคุณทำอะไรฉัน ฉันก็ไม่ปล่อยนายหัวไปเหมือนกัน”

ศิถีรู้ดีว่าเดือนพัตราทำร้ายใครไม่ได้ ค่อยๆเดินเข้าหา เธอกดแจกันคมๆที่คอเขาหนักมือขึ้นเพื่อเป็นการขู่ไม่ให้ศิถีเข้ามาใกล้กว่านี้ ปลาทูเข้าไปเกาะขาศิถีไว้ บอกให้เดือนพัตราหนีไป ศิถีผลักปลาทูออกอย่างแรงหัวฟาดกับตู้สลบเหมือด วโรชาสั่งห้ามเดือนพัตราทำอะไรพ่อตนเด็ดขาด แล้วพุ่งเข้าใส่ เดือนพัตราผลักนายหัวล้มทั้งคนทั้งเก้าอี้กลิ้งไปกับพื้น รวมทั้งแจกันปากฉลามในมือเดือนพัตรากระเด็นตกพื้นไปด้วย

ooooooo

โชคไม่ดีนายหัววรงค์ล้มกลิ้งทับเศษแจกันปักคอพอดี ขณะทุกคนกำลังตะลึงเดือนพัตราคว้าผ้าลูกไม้วิ่งหนี วโรชากับศิถีรีบเข้าไปดูแลนายหัวเห็นเศษแจกันปักคอพากันตกใจโดยเฉพาะศิถีถึงกับสติแตก

“อีเดือน มึงไม่ตายดีแน่” พูดจบศิถีไล่ตามเดือนพัตราไป...

ในขณะที่เดือนพัตราหนีไปซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บของ มรุตพยุงจ่าสนิทออกมาจากที่ถูกกักตัว ทัศน์เทพปรี่มาดักหน้าสาดกระสุนใส่ ผู้กองหนุ่มดึงจ่าสนิทหลบพร้อมกับยิงต่อสู้ ทั้งคู่ถูกคมกระสุนของอีกฝ่ายปืนหลุดมือ ทัศน์เทพพุ่งไปหยิบปืนแต่มรุตกระโจนใส่เสียก่อน สองคนต่อสู้กันด้วยมือเปล่าผลัดกันรุกผลัดกันรับ

สุดท้ายฟ้าไม่เข้าข้างคนชั่ว ทัศน์เทพพ่ายแพ้ถูกมรุตอัดคว่ำ เขาเห็นตัวเองสู้ไม่ได้ขยับจะหนี ตำรวจที่ตามมาสมทบช่วยกันคุมตัวไว้ ทัศน์เทพไม่ยอมให้จับต่อสู้ขัดขืน มรุตจำต้องยิงขาข้างหนึ่งทำให้หนีไม่ได้...

ทางด้านศิถีเดินหาเดือนพัตราไปทั่วบ้านแต่ไม่พบ นึกถึงห้องเก็บของขึ้นมาได้ตามไปดู พบว่าหน้าประตูห้องไม่ได้ล็อกกุญแจจึงมั่นใจว่าเธอต้องเข้าไปขังตัวเองอยู่ในนี้ ทุบประตูปังๆเรียกให้ออกมา เดือนพัตรามองไปที่ประตูห้องเก็บของที่ถูกเขย่าอย่างแรงพร้อมกับเสียงเกรี้ยวกราดสั่งให้เปิดของศิถี รีบเดินไปยังสลักลับจะเปิดไปห้องใต้ดินแต่ไม่ทันกาล ศิถีพังประตูเข้ามาเสียก่อน เดือนพัตราถอยกรูดเพราะเห็นมีดในมืออีกฝ่าย

“หนีนักใช่ไหม” ศิถีเข้ามาตบตีเดือนพัตราอุตลุด “ขานี่ใช่ไหมที่มันพาแกหนี” ไม่พูดเปล่าแม่บ้านจอมโหดเอามีดแทงขา เดือนพัตราร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ศิถีสั่งให้เธอบอกวิธีข้ามไปอุตรกุรุทวีป นายหัวเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว เธอยืนกรานถึงตายก็ไม่ยอมบอก ศิถีทรุดตัวลงนั่งข้างๆเอามีดไล้ไปบนใบหน้าสวยๆ ของอีกฝ่าย

“ทำไมแกต้องทำแบบนั้นกับยายฉัน”

“ฉันทำอะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย อีแก่นั่นมันใจเสาะเอง...วันนั้นฉันไม่ได้ไปต่างจังหวัดอย่างที่ทุกคนคิดหรอก” จากนั้นเรื่องราวในวันที่ประพิมเสียชีวิตก็พรั่งพรูออกจากปากศิถี คืนนั้นเธอรอจนปลาทูเอายาก่อนนอนมาให้ประพิมกินเรียบร้อยแล้วไปเข้านอน ทิ้งให้อดีตประมุขบ้านรัชดาพิพัฒน์นั่งทอดอารมณ์อยู่บนเก้าอี้โยกเพียงลำพัง ศิถีที่แอบมองอยู่ตลอดก็ออกจากที่ซ่อนเข้ามาหา ท่านแปลกใจมากที่เห็นเธอ

“อ้าวศิถี ไหนบอกว่าไปทำธุระที่กรุงเทพฯ”

“ศิถีเป็นห่วงคุณท่านน่ะค่ะ เลยรีบกลับมา”

ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ศิถีกลับมาเพื่อบังคับให้ประพิมเซ็นเอกสารขายบ้านหลังนี้ให้นายหัววรงค์ ท่านไม่เซ็นลุกหนี แต่เกิดหน้ามืดต้องทรุดลงนั่งอย่างเดิม ศิถีสั่งให้เซ็นๆให้เสร็จ เธอขี้เกียจรออีกต่อไปแล้ว ท่านยืนกรานว่าต่อให้ต้องตายเธอกับนายหัวก็ไม่มีวันได้บ้านหลังนี้ ศิถีเอาปากกายัดใส่มือประพิม สั่งซ้ำอีกครั้งให้เซ็นเอกสาร ท่านปัดเอกสารทิ้งพลาดไปโดนกล่องใส่ผ้าลูกไม้หล่น พยายามกัดฟันเดินหนี

ศิถีลากท่านมานั่งที่โต๊ะหยิบเอกสารมาวางตรงหน้าสั่งให้เซ็น ประพิมหายใจติดขัด ขอร้องให้ศิถีหยิบยามาให้ ศิถีหาว่าท่านแกล้งป่วย แต่ก็เดินไปหยิบขวดยามายื่นให้ตรงหน้า ท่านจะคว้าขวดยาแต่เธอดึงหลบ

“ถ้าอยากได้ก็เซ็นซะ ฉันไม่อยากรออีกแล้วแกเข้าใจไหม ฉันรอมาทั้งชีวิตเพื่อบ้านบ้าๆหลังนี้ ฉันต้องทนรับใช้อีแก่อย่างแกมานานเท่าไหร่ เพื่อให้ได้ครอบครองบ้านหลังนี้ นี่มันก็นานเกินไปแล้ว ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ฉันอยากมีชีวิตที่ดีแล้วก็มีความสุขอยู่กับคนที่ฉันรัก”

ประพิมหายใจเข้าแทบไม่ได้แน่นหน้าอกไปหมด อึดใจทุกอย่างก็ดับวูบ ศิถีปล่อยให้ประพิมมีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้จึงฉีดยาให้ที่หลังใบหู ทำให้ตอนผ่าพิสูจน์ศพเจอสารยานอนหลับเกินขนาดในกระแสเลือด

ooooooo

หลังจากประพิมตาย ศิถีกับนายหัววรงค์ช่วยกันพาตัวมานอนบนเก้าอี้โยกจัดท่าให้เหมือนนอนหลับอยู่ แล้วเอาผ้าเช็ดทุกอย่างเพื่อลบรอยนิ้วมือ จากนั้นนายหัวเทยานอนหลับจากในกระปุกทิ้งเหลือไว้แค่ไม่กี่เม็ด แล้วเก็บผ้าลูกไม้ใส่กล่องไว้อย่างเดิม เคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เดือนพัตราฟังเรื่องที่ศิถีเล่าว่าฆ่าคุณยายอย่างไรก็ร้องไห้ไม่หยุด เธอรำคาญสั่งให้หยุดร้องได้แล้ว ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เดือนพัตราปล่อยโฮ ศิถีตวาดแว้ดให้หยุดร้อง แล้วบอกมาว่าจะใช้ผ้านี่เปิดประตูได้อย่างไร แล้วกระชากผ้าลูกไม้ไปจากมือเดือนพัตรา

“พวกแกไม่มีทางได้ไปอุตรกุรุทวีป ที่นั่นไม่ต้อนรับคนชั่วอย่างพวกแก”

ศิถีเงื้อมือตบ เดือนพัตราฮึดสู้คว้ามือไว้ผลักอีกฝ่ายกระเด็น พยายามลุกหนีแต่ขาเดี้ยงหนีได้ไม่กี่ก้าวถูกกระชากผมหน้าหงาย...

ด้านมรุตเพิ่งได้สอบถามจ่าสนิทหลังจากทำแผลเสร็จว่าไปทำท่าไหนถึงได้โดนทัศน์เทพจับตัวไปได้ เขาไปตามสืบเรื่องศิถีกำลังสะกดรอยตาม อยู่ดีๆไม่รู้ใครมาฟาดหัวสลบเหมือด ฟื้นขึ้นมาอีกทีถูกจับตัวไปไว้บ้านร้างแล้ว มรุตอยากรู้ว่าได้อะไรคืบหน้าเกี่ยวกับศิถีบ้าง

“มีชาวบ้านที่เคยอยู่หมู่บ้านเดียวกับคุณศิถี

บอกว่าคุณศิถีเคยเป็นเมียนายหัววรงค์ครับ”

มรุตตกใจมาก สั่งให้จ่าสนิทพาตำรวจกลับที่

ที่เขาตามศิถีไปวันนี้ ที่นั่นต้องเป็นที่ซ่อนตัวของนายหัวแน่ๆ ส่วนตนเองจะไปบ้านรัชดาพิพัฒน์...

ไม่นานนักศิถีลากตัวเดือนพัตราที่ขาเดี้ยงกลับมาหานายหัววรงค์ซึ่งเร่งให้รีบพาไปอุตรกุรุทวีปเพราะเขาเริ่มไม่ไหวแล้ว วโรชาแค้นเดือนพัตราที่มาทำร้ายพ่อคว้าปืนลุกพรวดเข้าไปเอาเรื่อง มรุตเข้ามาขวางเสียก่อนพร้อมกับเล็งปืนใส่เธออีกด้วย เธอตัดพ้อนี่เขาคิดจะยิงเธอหรือ มรุตพยายามกล่อมให้เธอวางปืน เขาไม่คิดจะทำร้ายอะไรเธออย่าทำผิดมากไปกว่านี้ เธอโวยวายว่ามันทำร้ายพ่อของเธอ ดังนั้นมันต้องโดนเอาคืน

“ที่นายหัวเป็นแบบนี้เพราะผม อย่าทำแบบนี้เชื่อผม ตอนนี้คุณยังไม่มีความผิดอะไรนอกจากคดีคอร์รัปชัน มันไม่ได้ร้ายแรงเท่ากับสิ่งที่คุณกำลังจะทำตอนนี้”

“ไม่...แหวนจะฆ่ามัน” พูดจบวโรชาลั่นไกกระสุนพุ่งเข้าหาเดือนพัตรา ก่อนที่กระสุนจะกระทบเป้าหมายเหมหิรัญญ์เข้าไปกอดเดือนพัตรารับกระสุนไว้เอง ปืน

ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ มรุตสบช่องพุ่งเข้าชาร์จวโรชาจะแย่งปืน แต่ปืนดันลั่นมรุตถูกยิงเต็มท้องถึงกับทรุด

“พี่มรุต...แหวนไม่ได้ตั้งใจ พี่มรุตแหวนขอโทษ” วโรชาสติแตกวิ่งหนีออกไปข้างนอก ฝนเทกระหน่ำไม่ขาดสาย เธอหนีไปไหนไม่รอดจ่าสนิทนำกำลังตำรวจตามมาสมทบจับตัวไว้ได้...

เดือนพัตรารีบเข้าไปประคองมรุตด้วยความเป็นห่วง เหมหิรัญญ์เห็นภาพบาดตาก็เจ็บจี๊ดในใจ ศิถีแค้นเดือนพัตราที่ทำให้นายหัวเจ็บหนัก คว้ามีดแทง

เหมหิรัญญ์รับมีดไว้ได้คมมีดบาดเลือดไหล ศิถียื้อมีดกับเขาแต่สู้แรงไม่ได้ถูกเขาบิดมือมีดร่วง จ่าสนิทเข้ามาพอดี เขาจึงส่งเธอต่อให้ เธอพยายามต่อสู้ขัดขืนแต่ก็หนีไม่รอด

ooooooo

เหมหิรัญญ์เอาอีกมือหนึ่งวางบนรอยมีดบาด เมื่อครู่ แผลหายไปเหมือนไม่เคยถูกคมมีดมาก่อน แล้วหันมองเดือนพัตราที่ดูแลมรุตด้วยความเป็นห่วง ทนดูต่อไปไม่ไหวเดินเลี่ยงออกไปเงียบๆ เธอหันมาเห็นก็ร้องเรียกไว้ ขอให้ช่วยมรุตด้วย เขากลั้นใจเดินกลับมาช่วย ใช้มือทาบบนแผลถูกยิง แผลหายเป็นปลิดทิ้ง

นอกจากนี้เหมหิรัญญ์ยังลูบไปที่หัวเดือนพัตราช่วยรักษาแผลแตกจากถูกวโรชาฟาดหัว เธอไม่กล้าสบตาเขากลัวจะแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา เหมหิรัญญ์รักษาแผลให้ทั้งคู่เสร็จลุกขึ้นจะไป เดือนพัตราขอบคุณเขาที่กลับมาช่วยเธอและมรุต

“ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะมาที่นี่ เรามาตามสัญญาที่เราให้ไว้ว่าจะปกป้องท่านให้ผ่านเรื่องต่างๆเหล่านี้ ต่อจากนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวท่านและโชคชะตา ขอให้ท่านโชคดีและมีความสุขกับคนที่ท่านรัก”

“เหมมันไม่ใช่...”

“ท่านไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วเดือนพัตรา เราดีใจที่ท่านมีความสุข คุณมรุตจะดูแลและปกป้องท่าน ลาก่อนเดือนพัตรา” เหมหิรัญญ์หายวับเข้าไปในกระจกไม่ทันให้เดือนพัตราอธิบายอะไร

“ฉันขอโทษ ฉันรักคุณเหมหิรัญญ์” เดือนพัตราพึมพำทั้งน้ำตา มรุตต้องดึงเธอมากอดไว้อย่างปลอบใจ

เหมหิรัญญ์เดินพ้นประตูกาลก็หันกลับไปมองอีกครั้ง เห็นมรุตกอดเดือนพัตราอยู่ก็ยิ่งช้ำใจ

แก้วเพชรรู้ข่าวลูกสาวถูกจับรีบมาเยี่ยมถึงห้องขัง ต่อว่าลูกว่าเคยเตือนแล้วใช่ไหมไม่ให้ไปยุ่งกับพ่อ จังหวะนั้นมรุตตามเข้ามา เธอเห็นเขาเดินตัวปลิวร้องทักว่านี่เขาไม่เป็นอะไรหรือ

“ไม่ครับ ตอนนี้ผมว่าคุณแหวนตั้งสติแล้วก็คิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นให้ดีนะครับ คดีของคุณก็มีแค่เรื่องคอร์รัปชัน การวางระบบคอมพิวเตอร์ในรุมิหรา ส่วนเรื่องคดีกมลทิพย์มีหลักฐานมากพอที่สรุปได้ว่าคุณไม่เกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องที่บ้านรัชดาพิพัฒน์เมื่อคืน คุณเดือนก็ให้ปากคำว่าคุณไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้”

วโรชาทั้งตกใจปนแปลกใจที่เดือนพัตราให้การเป็นประโยชน์กับตัวเธอ แก้วเพชรเห็นว่าคดีลูกสาวไม่ร้ายแรงก็ขอประกันตัวลูกออกไป จากนั้นไม่นาน สองแม่ลูกพากันกลับบ้าน วโรชาอยากรู้ว่าตอนนี้พ่อเป็นอย่างไรบ้าง แก้วเพชรเล่าว่าตอนนี้เขานอนพะงาบๆ อยู่ที่โรงพยาบาล ความจริงน่าจะตายๆไปให้รู้แล้วรู้รอดจะได้ไม่ไปก่อเรื่องที่ไหนอีก วโรชาขอร้องแม่อย่าว่าอะไรพ่ออีกเลย จะดีจะชั่วท่านก็เป็นพ่อของเธอ

“แล้วฉันล่ะ ฉันเป็นอะไร ฉันก็แม่แกนะ แกเคยเห็นหัวเคยรักฉันบ้างหรือเปล่าฮะ” แก้วเพชรน้อยใจ

“คุณแม่ก็เป็นแม่แหวนทำไมแหวนจะไม่รักล่ะคะ ตอนนี้เราก็มีกันอยู่สองคน อย่าทะเลาะกันเลยได้ไหมคะ” วโรชาโผกอดแม่ไว้ สองแม่ลูกกอดกันกลม...

เมื่ออยู่ลำพังคนเดียวในห้อง วโรชานึกถึงมรุต บอกว่าเดือนพัตราให้ปากคำว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่บ้านรัชดาพิพัฒน์เมื่อคืน ถึงกับน้ำตาไหลไม่คิดว่าสิ่งเลวร้ายที่ตัวเองทำจะมีคนให้อภัย

“ทำไมเธอต้องดีกับฉันเดือนพัตรา เธอต้องเกลียดฉันสิ ต้องเกลียดฉันต้องแค้นฉัน”

เมื่อได้คิดทบทวนแล้วทบทวนอีก วโรชาตัดสินใจมาหาเดือนพัตราที่บ้านเพื่อขอโทษกับสิ่งที่ตัวเองก่อไว้ แต่อดสงสัยไม่ได้ทำไมเธอถึงไม่เอาเรื่องกับตน เธอเห็นว่าทุกคนต่างได้รับผลจากสิ่งที่ตัวเองก่อไว้หมดแล้ว ส่วนเธอเองก็ปลอดภัยดีจึงคิดว่าการให้อภัยน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

“บางทีฉันก็คิดนะว่าเธอทำแบบนี้ทำไม มันทำให้ฉันรู้สึกผิด ยิ่งกว่าการที่ฉันจะฆ่าเธอซะอีก ฉันไม่คิดเลยว่าจะมีคนแบบเธออยู่บนโลกใบนี้”

“วันนี้ถ้าคุณวโรชารู้สึกผิด ฉันมีเรื่องเดียวที่อยากจะขอร้อง ฉันอยากให้คุณวโรชาเก็บเรื่องผ้าลูกไม้ไว้เป็นความลับได้ไหมคะ”

วโรชานิ่งคิดอยู่อึดใจก่อนจะรับปาก สองสาวต่างยิ้มให้กันอย่างมีไมตรี...

ขณะที่เดือนพัตรารู้จักการให้อภัย แต่แก้วเพชรแค่สะกดคำนี้ยังทำไม่ได้ เช้านี้เธอแวะไปเยี่ยมสามีที่โรงพยาบาล ขอพยาบาลที่เฝ้าไข้อยู่กับเขาตามลำพัง

เขาอาการหนักกว่าเก่าตอนนี้ทำได้แค่กะพริบตาไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแถมมีสายอุปกรณ์ช่วยชีวิตระโยงระยางเต็มไปหมด เขาตกใจเมื่อถูกทิ้งให้อยู่กับเธอตามลำพังแต่ไม่สามารถจะพูดอะไรได้ ทำได้เพียงส่งเสียงอืออาในคอเท่านั้น

“กลัวเหรอ คนอย่างแกมีอะไรต้องกลัว นายหัววรงค์ผู้ยิ่งใหญ่ ต่อจากนี้เมียคนนี้จะดูแลแกเอง อย่าเพิ่งใจเสาะตายไปซะก่อนล่ะ อยู่ให้เมียคนนี้ได้ดูแลไปจนวันตายเถอะ” แก้วเพชรว่าแล้วดึงสายท่อหายใจออก ปล่อยให้นายหัววรงค์เกือบหมดลมหายใจจึงเสียบมันกลับคืน

“ฉันยังไม่ให้แกตายตอนนี้หรอก อยู่ชดใช้กรรมให้ฉันอย่างสาสมก่อน จำได้ใช่ไหมว่าทำอะไรกับฉันไว้บ้าง ต่อไปนี้ถึงเวลาชดใช้ของแกแล้ว” แก้วเพชรยิ้มสะใจขณะที่นายหัววรงค์สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว...

ความผิดหวังที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันกับชายคนรักทำให้ศิถีคลุ้มคลั่ง อาละวาดเล่นงานพวกพยาบาลที่มาดูแลจนต้องถูกจับมัดกับเตียง เดือนพัตราที่ชวนปลาทูมาเยี่ยมเห็นแล้วอดสงสารเธอไม่ได้...

จ่าสนิทรู้จากปลาทูว่าตั้งแต่เกิดเรื่องคืนนั้น มรุตไม่แวะเวียนไปหาเดือนพัตราเหมือนที่เคยทำ ก็อดถามไม่ได้ว่าที่เขาเป็นแบบนี้เพราะเหมหิรัญญ์กลับมาใช่ไหม ผู้กองหนุ่มชะงักที่ถูกจี้ใจดำ

“จริงๆผมไม่สนหรอกนะว่าคุณเหมจะกลับมาหรือไม่ ผมแค่อยากให้คุณเดือนได้คิดทบทวนเรื่องทุกอย่าง การที่ผมจะรักใครซักคน ผมก็อยากเห็นเขามีความสุขที่มันออกมาจากใจจริงๆ”

ooooooo

มรุตตัดสินใจแวะมาหาเดือนพัตรา เห็นนั่งน้ำตาร่วงเพราะคิดถึงเหมหิรัญญ์ก็พลอยทุกข์ใจไปกับเธอด้วย เข้าไปเช็ดน้ำตาให้ พร้อมกับแนะให้เธอไปเคลียร์กับเขา อย่าให้มีเรื่องค้างคาใจแบบนี้

“ชีวิตคนเรามันไม่ได้ยาวนาน คุณจะปล่อยให้ชีวิตที่เหลือจมไปกับความทุกข์ในใจไปแบบนี้เหรอ คุณยังมีโอกาสนะคุณเดือน เชื่อผม ไม่ว่าคุณเหมจะอยู่บนโลกนี้ได้หรือไม่ได้มันเรื่องนึง แต่การจากกันไปด้วยความ

ไม่เข้าใจกันมันแย่ยิ่งกว่า โดยเฉพาะกับคนที่เรารัก

ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องมาเช็ดน้ำตาให้คุณแบบนี้อีกนะ เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจ” มรุตพูดติดตลกทำให้เดือนพัตรายิ้มออกมาได้...

จากนั้นไม่นานมรุตกลับถึงโรงพัก เจอวโรชารอท่าอยู่มีเรื่องจะขอคุยด้วย เรื่องที่คุยกับเขาไม่พ้นเรื่องที่ตัวเองไปปรับความเข้าใจกับเดือนพัตราและขอโทษในสิ่งที่ทำไม่ดีกับเธอเอาไว้ เขาดีใจด้วยที่วโรชาคิดได้

“แล้วพี่มรุตล่ะคะ ยกโทษให้แหวนได้หรือเปล่า”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ผมก็อยากมีน้องสาวคนใหม่ที่น่ารักๆ ไม่เหวี่ยงไม่วีนไม่เอาแต่ใจ”

วโรชายิ้มน้ำตาคลอขอบคุณที่เขาไม่ถือโทษโกรธกัน แล้วเรื่องระหว่างเขากับเดือนพัตราเป็นอย่างไรบ้าง เขาทำใจได้แล้วว่าเขากับเธอเป็นได้แค่เพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น...

ตกเย็นเดือนพัตราเอาผ้าลูกไม้ลงไปที่ห้องใต้ดิน มองประตูกาลพร้อมกับยกผ้าลูกไม้ขึ้นมาเทียบ อีกไม่กี่วันดวงจันทร์ที่อยู่หน้าประตูกาลกับดวงจันทร์บนผ้าลูกไม้จะโคจรมาบรรจบกันอีกครั้ง เธอคิดถึงเหมหิรัญญ์ เหลือเกินเอื้อมมือไปแตะประตูอย่างแผ่วเบา

“เราคงไม่ได้พบกันอีกแล้วใช่ไหม เหมหิรัญญ์”

เหมหิรัญญ์ที่ยืนอยู่อีกด้านของประตู เห็นเดือนพัตราโดยตลอด เอื้อมมือจะไปแตะประตูแต่แล้วตัดใจลดมือลงหันหลังเดินจากไป อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก เรขรุจียืนมองเขาอยู่ ขยับจะเข้าไปปลอบใจแต่ราเมศดึงตัวไว้

“อย่างไรเสียเหมหิรัญญ์ยังคงตัดใจจากมนุษย์แห่งชมพูทวีปผู้นั้นไม่ได้ ท่านจะทำอย่างไรเรขรุจี”

“ไม่นานเหมจะทำได้” เรขรุจีดึงมือราเมศออก เขาดักคอนี่เธอกำลังหลอกใจตัวเองอยู่ เธอตัดพ้อเขาไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของเธอ เขาโต้ว่าทำไมจะไม่เข้าใจในเมื่อเขาเองก็เป็นเช่นเดียวกับเธอและเช่นเดียวกับเหมหิรัญญ์ เธอเองก็รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ เหมหิรัญญ์ไม่สามารถตัดใจจากมนุษย์ผู้นั้น เธอเองก็ตัดใจจากเหมหิรัญญ์ไม่ได้ เขาก็เช่นเดียวกันไม่สามารถตัดใจจากเธอได้ เรขรุจีมองเขารู้สึกสับสนในใจ

ooooooo

เดือนพัตราขลุกอยู่ในห้องใต้ดินทั้งคืน กว่าจะกลับขึ้นมาเป็นตอนสายของอีกวัน พบว่าอรุณกับปริทัศน์มารอท่าอยู่ หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันแล้ว ปริทัศน์จึงบอกเหตุผลที่มาหาเธอที่นี่ เนื่องจากวิทยานิพนธ์เรื่องสำรวจบ้านหลังนี้ของเขายังค้างอยู่ก็เลยจะมาขออนุญาตเธอสำรวจต่อ เธอเชิญเขาตามสบาย

“ยังไงซะก็เป็นเจตนารมณ์ของคุณยายอยู่ก่อนแล้ว ฉันคงไม่ขัด เว้นแต่เรื่องความลับของบ้าน”

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ ความลับก็ยังคงเป็นความลับต่อไป” ปริทัศน์รับคำหนักแน่น เดือนพัตราขอตัวก่อนแล้วเดินลิ่วขึ้นข้างบน ปลาทูมองตามสงสารเจ้านาย บ่นกับอรุณว่าตั้งแต่เกิดเรื่องคุณเดือนสีหน้าเศร้าสร้อยไม่เลิก สงสัยจะคิดถึงคุณเหม แล้วนี่เขาพอจะรู้หรือไม่ว่าคุณเหมจะกลับมาอีกไหม

 “ไม่รู้สิ เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับเจ้านายของปลาทูแล้วล่ะ” อรุณมองตามเดือนพัตราไปอย่างเห็นใจ...

ไม่นานนักเดือนพัตราอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จลงมาที่ห้องโถงอีกครั้ง เจอปริทัศน์กำลังเล่าเรื่องสถาปัตย– กรรมของบ้านให้เจี๊ยบฟัง สองคนคุยกันกะหนุงกะหนิง เดือนพัตราเห็นแล้วนึกถึงตัวเองกับเหมหิรัญญ์ตอนที่มีความสุขด้วยกัน ถึงกับน้ำตาซึมต้องหลบออกมานอกบ้านไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา...

ยิ่งใกล้วันขึ้น 15 ค่ำที่ดวงจันทร์บนผ้าลูกไม้กับดวงจันทร์บนประตูกาลจะเคลื่อนมาทับกันทำให้มนุษย์บนชมพูทวีปสามารถเดินทางไปอุตรกุรุทวีปได้ เดือนพัตรายิ่งคิดถึงชายคนรัก เหมหิรัญญ์ซึ่งอยู่ที่อุตรกุรุทวีปก็รู้สึกไม่ต่างกัน คิดถึงเธอแทบทนไม่ไหวแต่ต้องข่มเอาไว้...

ในที่สุดถึงวันพระจันทร์เต็มดวง คนที่ทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหวคือเดือนพัตรา ตัดสินใจใช้ผ้าลูกไม้ไขประตูกาลข้ามไปยังอุตรกุรุทวีปเพื่อจะปรับความเข้าใจกับเหมหิรัญญ์ แต่เขาไม่ยอมออกมาพบ เธอเจอแต่เรขรุจีกับอัศวเทวาที่พยายามไล่เธอกลับ แถมขู่ถ้าไม่กลับไปดีๆจะจับตัวไว้ตามกฎของที่นี่ เหมหิรัญญ์ไม่อยากให้เธอโดนจับจึงเข้ามาขอร้องอัศวเทวาให้ปล่อยเธอไป

“ฉันกลับไปแน่นอน แต่ฉันแค่อยากจะพูดอะไรกับคุณสักหน่อยได้ไหมคะเหม”

เหมหิรัญญ์ไม่มีอะไรจะพูดด้วยไล่เธอกลับแล้วหันหลังจะไป เธอคว้ามือเขาไว้ เธอมาที่นี่ก็เพื่อจะมาขอโทษและขอบคุณเขาสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา เธออยากให้เราจากกันด้วยดีไม่มีอะไรติดค้าง ไม่อยากให้เราโกรธกัน ขอให้เขายกโทษให้ อย่างน้อยเวลาที่เธอคิดถึงเขาจะได้นึกถึงรอยยิ้มไม่ใช่ความเฉยชาแบบนี้ เขาดึงมือเธอออกหันหลังเดินจากไป เดือนพัตราเสียใจที่เขาหมางเมิน หันไปทางอัศวเทวา

“ในเมื่อผ้าผืนนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้มนุษย์จากดินแดนของฉันต้องเข้ามาวุ่นวายกับดินแดนของคุณ ฉันขอคืนผ้าผืนนี้ให้กับคุณ” เดือนพัตรายื่นผ้าลูกไม้ลายสนธยาให้อัศวเทวาแต่สายตาจับจ้องไปที่เหมหิรัญญ์ซึ่งยังคงเดินจากไปช้าๆ “เพื่อที่มนุษย์จากชมพูทวีปจะได้ไม่ต้องเดินทางมายังอุตรกุรุทวีปอีก”

“เมื่อไหร่ที่มนุษย์ในชมพูทวีปรักษาความดี มนุษย์เหล่านั้นก็จะมายังดินแดนแห่งนี้ได้โดยไม่ต้องใช้ผ้าลูกไม้ผืนนี้ด้วยซ้ำ” อัศวเทวายิ้มให้เดือนพัตราซึ่งมีออร่าสีขาวคลุมตัวอยู่ทำให้ท่านตระหนักว่าผู้หญิงจากชมพูทวีปคนนี้เป็นคนดีอย่างที่เหมหิรัญญ์เคยเล่าให้ฟัง เธอมองไปยังเหมหิรัญญ์ที่หันหลังให้เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อจดจำภาพคนรักเอาไว้ให้ได้มากที่สุดก่อนจะเดินเข้าประตูกาลที่กำลังปิดลง

เหมหิรัญญ์หันมองประตูกาลที่ปิดสนิทด้วยใจสลายไม่แพ้เดือนพัตราเช่นกัน เรขรุจีสงสารทั้งคู่จับใจ รู้ว่าสองคนนั่นยังรักกันมาก ตัดสินใจสารภาพผิดกับเขาว่าตนเองเป็นต้นเหตุทำให้เดือนพัตราแสดงท่าทีหมางเมินกับเขา และยังขอให้เธอสละความรักเพื่อช่วยให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป...

หลังคิดทบทวนอย่างหนัก ในที่สุดเหมหิรัญญ์ขออนุญาตอัศวเทวาไปอยู่กับคนรักในดินแดนชมพูทวีป เขาเข้าใจดีว่าถ้าไปอยู่ที่นั่นอายุขัยของเขาจะสั้นลงเหมือนกับมนุษย์คนอื่นๆของที่นั่น จะต้องทรมานจากการเจ็บป่วย จิตของเขาจะต้องทรมานด้วยการจากลาดั่งเช่นมนุษย์ทั่วไปในดินแดนแห่งนั้น เขายินดีสละทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับเดือนพัตรา ผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ อัศวเทวาถึงกับอึ้ง นี่ความรักทำให้เขายอมได้ถึงเพียงนี้หรือ

“จงจำเอาไว้เหมหิรัญญ์ ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด ความดีเท่านั้นที่จะทำให้ท่านพบกับความสุขที่แท้จริง จงนำความดีของท่านส่งต่อไปยังมนุษย์ผู้หลงผิด ให้ความดีเป็นแสงสว่างนำพาผู้คนให้กลับมาสร้างความดีอีกครั้ง”...

เดือนพัตราตื่นขึ้นตอนเช้าพบดอกวิกสิตาวางอยู่บนหัวเตียงก็รู้ทันทีว่าเหมหิรัญญ์กลับมาหา ทันทีที่เจอหน้าสองคนโผกอดกันด้วยความรักเต็มหัวใจ เขาให้สัญญาว่าจากนี้ไปจะไม่ไปไหนจะอยู่กับเธอที่นี่ตลอดไป

ooooooo

–อวสาน–


ละครลูกไม้ลายสนธยา ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านลูกไม้ลายสนธยา ติดตามลูกไม้ลายสนธยา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ฌอห์ณ จินดาโชติ,พิมประภา ตั้งประภาพร 19 ก.ย. 2561 07:01 2018-09-22T01:04:45+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ