ข่าว

วิดีโอ



ลูกไม้ลายสนธยา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พัชร์นันทน์ สุวรรณกูล,โสภิตนภา ชุ่มภาณี และ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร

กำกับการแสดงโดย: จารุวัฒน์ อุปการไชยพัฒน์

ผลิตโดย: บริษัท เมจิค อีฟ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ 2 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ฌอห์ณ จินดาโชติ,พิมประภา ตั้งประภาพร

ที่สำนักพิมพ์รุมิหรานิวส์ เดือนพัตรากับปริทัศน์และอรุณกำลังนั่งคุยกันอยู่ โดยมีทีวีเครื่องหนึ่งเปิดข่าวช่องเดียวกับที่นายหัววรงค์ดู ปริทัศน์ได้ยินการรายงานข่าวเรื่องคืนเดือนดับก็หันมองอย่างสนใจ จู่ๆเหมหิรัญญ์โผล่มาจากไหนไม่รู้เข้ามาบอกว่าทองมาตย์ ไปหาหันตราโดยที่ไม่ได้บอกให้รัตนพรรณรู้เรื่องรายการข่าวในทีวีมีการสัมภาษณ์อาจารย์ท่านหนึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับตำนานเรื่องนี้

“ในคืนเดือนดับนั้น ประตูทั้งสามโลกจะเปิดออก โลกสวรรค์ โลกมนุษย์และโลกบาดาล ถือว่าเป็นวันฟ้าเปิด ซึ่งถือว่าเป็นวันดี แต่ครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งเพราะจะเกิดสุริยุปราคาแบบเต็มดวง ในคืนเดือนดับหรือที่เรียกว่าวันอมาวสี จะก่อให้เกิดเหตุความรุนแรงและจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเป็นพิเศษเนื่องด้วยอิทธิพลของดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ จึงจะทำให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้น”

นายหัววรงค์นั่งฟังด้วยความสนใจอดนึกถึง ตอนซ้อมปริทัศน์เพื่อเค้นเอาความจริง เขาก็พูดถึงคืนเดือนดับนี้เช่นกันว่าจะเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์จากอุตรกุรุทวีปอ่อนกำลังทำให้จัดการได้ง่าย...

ปริทัศน์กับเหมหิรัญญ์ดูข่าวนี้ในทีวีอย่างสนใจ เหมหิรัญญ์นึกถึงวันที่เรขรุจีมาเตือนว่าใกล้คืนอมาวสีแล้ว ปริทัศน์เห็นท่าทางแปลกไปของเขาร้องเรียกให้รู้สึกตัว เขาถึงกับสะดุ้งโหยง อรุณไม่วายกระเซ้า

“แหม ท่าทางคุณเหมจะสนใจข่าวนี้นะครับ ดูตาไม่กะพริบเลย”

เดือนพัตราสังเกตเห็นท่าทางแปลกๆของเหมหิรัญญ์ กับปริทัศน์ร้องทักว่ามีอะไรกันหรือเปล่า เหมหิรัญญ์ส่งสัญญาณให้ปริทัศน์เป็นทำนองไม่ให้พูดอะไร เธอเห็นทั้งคู่พากันเงียบถามซ้ำว่ามีอะไรหรือเปล่า

“เอ่อ ไม่มีครับ  ผมก็แค่ตื่นเต้นที่เขาบอกในทีวี มันแปลกดีครับ” ปริทัศน์เฉไฉ อรุณเห็นท่าทางของทุกคนแล้วแน่ใจว่าต้องมีความลับอะไรกันแน่ๆ

เหมหิรัญญ์เป็นกังวลไม่น้อยกับคืนอมาวสีที่ใกล้จะมาถึง นึกถึงเรื่องราวที่พ่อของเขาเคยเล่าให้ฟังว่าพวกเราโชคดีที่แสงสว่างแห่งอุตรกุรุทวีปบดบังความมืดแห่งคืนอมาวสีไว้ เหมหิรัญญ์โตมาป่านนี้แล้วยังไม่เคยเห็นสักครั้งว่าในค่ำคืนอมาวสีจะนำอันตรายอันใดมาสู่เรา

“ความมืดดำที่คืบคลานเข้ามาบดบังแสงสว่างเปรียบเสมือนกิเลส หากเราอยู่ใกล้ความชั่วร้าย  อยู่กับหมู่คนที่ไร้ความบริสุทธิ์ ความชั่วร้ายนั้นอาจทำลายเรา หากจิตของเราไม่เข้มแข็งพอ”

“สิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้นกับเรา เราจะกลัวไปไย”

“เจ้าจงระวังไว้เถิด หากเราไม่เคยเจอเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นกับเราบ้าง”

คำเตือนของพ่อยังดังก้องในหู เหมหิรัญญ์ได้แต่หวังว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่หวั่นใจ...

ด้านปริทัศน์อยากได้สมุดโบราณเล่มนั้นคืน ชวนอรุณกลับไปยังบ้านที่เขาโดนขัง อรุณไม่ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหนังสือเล่มเดียว ปริทัศน์หน้าเครียดไม่รู้จะทำอย่างไรดี จะไปคนเดียวก็ไม่กล้า

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ทองมาตย์เอาเงินมาจ่ายค่าบ้านให้เดือนพัตรา ยังไม่ทันจะจดปากกาเซ็นชื่อในสัญญาซื้อขาย รัตนพรรณเดินเข้ามากับเหมหิรัญญ์ เสียก่อน ตรงมาฉีกสัญญาซื้อขายบ้านรัชดาพิพัฒน์ทิ้ง

“นี่แกคิดจะหักหลังฉันใช่ไหม บอกฉันมาสิว่าแกเอาเงินมาจากไหน”

ทองมาตย์ขอร้องให้รัตนพรรณใจเย็นๆฟังเขาอธิบายก่อน เธอไม่เย็นด้วยและไม่ฟังอะไรทั้งนั้น หยิบแก้วใกล้มือขว้างใส่ผัวตัวแสบ นี่ถ้าเหมหิรัญญ์ไม่บอกเรื่องนี้ ตนคงเป็นอีโง่ให้ผัวเลวๆหักหลัง ทองมาตย์แค้นมากที่เหมหิรัญญ์กับเดือนพัตราเอาเรื่องนี้ไปฟ้องรัตนพรรณ

“เหมคะ  เดือนว่าเรื่องนี้ให้คุณรัตกับคุณทองมาตย์ เคลียร์กันเองดีกว่านะคะ ตามสบายนะคะเดือนขอตัวก่อน ไปค่ะเหม” เดือนพัตรากับเหมหิรัญญ์ยังไม่ทันได้ไปไหน รัตนพรรณชักปืนขึ้นมาจะยิงทองมาตย์ฐานทรยศ เหมหิรัญญ์พุ่งไปคว้าปืนจากมือเธอ แต่ปืนลั่น กระสุนเฉียดทองมาตย์เส้นยาแดงผ่าแปด ทองมาตย์ตกใจวิ่งหนีไม่คิดชีวิต เสียงปืนดังไปถึงหูพิมพ์ดาราที่กำลังเดินดูต้นไม้ในสวนกับศิถีพากันตกใจวิ่งไปยังต้นเสียง

เมื่อมาถึงห้องรับแขกพิมพ์ดาราเห็นรัตนพรรณนั่งร้องไห้กระซิกๆ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านได้ยินเสียงเหมือนปืน รัตนพรรณขอตัวกลับก่อนแล้วลุกออกไปเลย พิมพ์ดาราสั่งให้ลูกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง...

ทางด้านจ่าสนองแอบมาส่งข่าวให้หันตรารู้ความเคลื่อนไหวของนายหัววรงค์ว่าตอนนี้กำลังหาจังหวะจะจับตัวเดือนพัตราโดยไม่บอกเหตุผลอะไรให้ใครรู้ เธอไม่เข้าใจเขาจะทำอย่างนั้นทำไมในเมื่อบ้านรัชดาพิพัฒน์กำลังจะตกเป็นของเขาอยู่แล้ว ทัศน์เทพยิ่งมั่นใจว่าบ้านหลังนั้นมีอะไรซ่อนอยู่อย่างที่เราคาดกันไว้ ทองมาตย์เดินเข้ามาพอดี หันตราร้องถามว่าเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านรัชดาพิพัฒน์เป็นอย่างไรบ้าง

“นังเดือนมันหักหลัง มันไม่ยอมขายให้ผม”

“งั้นก็ออกไปซะ  แล้วก็เอาเงินที่ฉันให้ไปคืนมาด้วย”

ทองมาตย์ขอเก็บไว้ก่อนจะเอาไปใช้หนี้ ตอนนี้เจ้าหนี้ตามทวงเงินยิกๆ ขู่จะฆ่าเขาถ้าหาเงินให้มันไม่ได้ หันตราไม่มีเหตุผลใดที่ต้องช่วยเขา สั่งให้จ่าสนอง จัดการ จ่าจอมโหดอัดเขาลงไปกองกับพื้น แล้วตามซ้ำหมดสภาพ เขาได้แต่มองหันตรากับพวกแค้นสุดๆ...

ขณะที่ทองมาตย์ถูกซ้อมสะบักสะบอม  เหมหิรัญญ์ รู้เรื่องสมุดโบราณของปริทัศน์ที่หายไปตอนถูกจับตัวไปกักขังไว้ในบ้านกลางสวนยางเปลี่ยว อาสาไปเอาคืนให้แล้วเดินหายเข้าไปในกระจก สักพักอรุณถือถาดใส่กาแฟเข้ามาให้ เห็นเดือนพัตรากับปริทัศน์แต่ไม่เห็นเหมหิรัญญ์ก็ถามหาว่าไปไหน ได้ความว่าไปธุระ

“แต่เมื่อครู่นี้ผมเดินเข้ามายังไม่เห็นคุณเหมเดินออกไปเลยนะครับ”

เดือนพัตราไม่พูดอะไรได้แต่มองไปที่ตู้กระจกตรงมุมห้องสีหน้ายิ้มๆ...

ด้านเหมหิรัญญ์แวบออกจากกระจกห้องทำงานนายหัววรงค์ ค้นไปตามตู้ตามโต๊ะหาสมุดโบราณเล่มนั้น อีกมุมหนึ่งหน้าบ้าน นายหัววรงค์เดินนำชายชราเข้ามาในตัวบ้าน จะรบกวนให้ท่านช่วยแปลสมุดโบราณเล่มหนึ่งให้หน่อย ครั้นถึงห้องทำงานเปิดลิ้นชักที่ตัวเองเอาสมุดโบราณเก็บไว้ ปรากฏว่ามันหายไป นายหัววรงค์คลาดกับเหมหิรัญญ์ที่ฉกสมุดโบราณเดินหายเข้าไปในกระจกเฉียดฉิว

ooooooo

ที่ห้องทำงานของอรุณ ภายในสำนักพิมพ์รุมิหรา อรุณนั่งจิบกาแฟไปพลางอ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วย ทันใดนั้นมีแสงวาบจากทางด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงเหมหิรัญญ์

“นี่สมุดของคุณ...คุณปริทัศน์”

อรุณตกใจหันขวับไปเห็นเหมหิรัญญ์กำลังยื่นสมุดโบราณให้ปริทัศน์ กำชับให้เก็บไว้ให้ดีๆอย่าให้ตกไปอยู่ในมือของคนที่คิดไม่ดีเด็ดขาด เดือนพัตราเห็นสีหน้าเครียดๆของเหมหิรัญญ์ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาส่ายหน้า ชวนเธอกลับกันเลย อรุณรีบวิ่งไปขวางหน้าไว้ เดือนพัตราสงสัยว่ามีอะไรหรือ

“มีสิ ไม่มีได้ยังไง คุณเหมหายไปแล้วอยู่ๆก็โผล่มา ผมนั่งอยู่ตรงทางเข้าแท้ๆแต่กลับไม่เห็น แล้วไอ้สมุดเล่มนั้นใช่ไหมที่นายลืมไว้ที่ที่โดนขัง แล้วมันกลับมาอยู่ที่นี่ได้ไง แล้วทำไมคุณเหมถึงเป็นคนเอามา แล้วทำไมถึงสำคัญ แล้วทำไม...” อรุณพูดยังไม่ทันจบ เดือน-พัตราขอร้องให้พอได้แล้ว ถามเยอะขนาดนั้นจะตอบทันได้อย่างไร เหมหิรัญญ์พยักพเยิดให้เธอบอกความจริงให้อรุณรับรู้...

ในเมื่อไม่มีสมุดโบราณให้ดู นายหัววรงค์จึงอธิบายถึงสมุดเล่มนั้นให้ชายชราฟังว่าเป็นหนังสือโบราณที่พูดถึงอุตรกุรุทวีป ชายชรารู้เรื่องสถานที่แห่งนี้ดีว่าเป็นโลกที่มีแต่ความดีความบริสุทธิ์ คนที่อยู่ที่นั่นมีแต่ความสุข ไม่มีทางมาบรรจบกันได้ด้วยศีลที่ต่างกัน

“แต่คนที่โลกนั้นสามารถข้ามมาโลกนี้ได้และคนที่โลกนี้ก็สามารถข้ามไปที่โลกนั้นได้เหมือนกัน”

“แต่คนในโลกนี้ต้องมีความบริสุทธิ์และทำแต่ความดีจึงสามารถไปอุตรกุรุทวีปได้ นายหัวสงสัยอะไรเกี่ยวกับอุตรกุรุทวีป”

นายหัววรงค์อยากรู้เรื่องคืนเดือนดับ ชายชราอธิบายว่าในคืนเดือนดับ มนุษย์จากอุตรกุรุทวีปที่

ไม่เข้มแข็งหรือบริสุทธิ์พอจะทำให้อ่อนแรงหมดพลังลง หมดพลังลงเพราะความมืดเปรียบเสมือนความชั่วร้ายที่มากัดกินความบริสุทธิ์ นายหัวชอบใจที่มีวิธีจัดการกับเหมหิรัญญ์

“แต่ทั้งหมดก็เป็นแค่เรื่องเล่าต่อๆกันมา ผมว่าเป็นกุศโลบายเพื่อให้คนทำความดีมากกว่า อุตรกุรุทวีปอะไรนั่นก็ไม่น่ามีอยู่จริง”

นายหัววรงค์รบกวนชายชราแค่นี้ เชิญเขากลับได้เลย พอดีตนมีธุระด่วนที่ต้องจัดการต่อ รอจนชายชราไปพ้นแล้วจึงโทร.ตามจ่าสนองให้มาพบ...

อรุณถึงกับหัวเราะก๊ากเมื่อได้ฟังเดือนพัตราเล่าเรื่องของเหมหิรัญญ์กับอุตรกุรุทวีป ปริทัศน์ไม่เข้าใจเขาจะหัวเราะทำไม เขาขำที่เธอถึงขนาดต้องแต่งเรื่องหลอกกันเลยหรือ ถ้าไม่อยากให้เขารู้เรื่องไม่เห็นต้องโกหกขนาดนี้ เดือนพัตราแล้วแต่อรุณจะเชื่อหรือไม่

แต่เธอเล่าทุกอย่างให้ฟังหมดแล้ว ถ้าอย่างนั้นเธอกับเหมหิรัญญ์ขอตัวกลับก่อน เหลือแต่ปริทัศน์ที่อยู่กับอรุณ เขาขอให้อรุณลองเปิดใจบ้าง เรื่องบางเรื่องมันยากที่จะเชื่อ

“คุณก็มีโอกาสอยู่กับคุณเหมตั้งหลายครั้ง ไม่สังเกตว่ามีอะไรผิดปกติบ้างเหรอ” ปริทัศน์เดินออกไปอีกคน อรุณลองทบทวนเรื่องของเหมหิรัญญ์ดู รู้สึกแค่ว่า

การปรากฏตัวของเขาแปลกๆแต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ

ooooooo

นายหัววรงค์ซ้อมจ่าสนองอย่างหนักฐานทำงานพลาด ไหนบอกว่ายิงปริทัศน์ตายแล้ว แต่ทำไม

มันถึงกลับมาขโมยสมุดเล่มนั้นคืนไปได้อีก เพราะมีมันคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ จ่าสนองยืนยันว่ายิงปริทัศน์ตายแล้วจริงๆ นายหัวถามว่าเห็นศพมันหรือ จ่าสนองอึกอัก

“เวลาฆ่าใครก็ฆ่าให้เห็นไปเลยว่าเป็นศพแล้วค่อยแน่ใจว่ามันตาย” ไม่พูดเปล่านายหัวตบบ้องหู

จ่าสนองอีกฉาด “ตอนนี้แกก็อยู่เฉยๆอย่าเพิ่งทำอะไร รอคำสั่งจากฉัน”

“นายหัวจะให้ผมทำอะไรครับ”

“ฉันจะให้แกไปจับตัวนังเดือนพัตราแยกกับไอ้เหมนั่น”

จ่าสนองสงสัยจะทำได้อย่างไรในเมื่อสองคนนั่นตัวติดกัน นายหัววรงค์จะจัดการเรื่องนั้นเอง ให้จ่าสนองรอฟังคำสั่งจากเขาอีกที...

ที่ลานจอดรถของสำนักพิมพ์รุมิหรานิวส์ เดือนพัตราเห็นเหมหิรัญญ์เดินหน้าเครียดมาขึ้นรถ ถามว่ามีอะไร

หรือเปล่า เขากลับบอกว่าไม่มีอะไร เธอไม่รู้ว่าเขากลุ้มใจเรื่องอะไรอยู่ แต่ถ้าไม่อยากบอกเธอก็จะไม่เซ้าซี้ ขอให้เขารู้ว่าเธอเป็นห่วงเขา พร้อมจะรับฟังหากเขาพร้อมจะบอก แล้วนึกวิธีทำให้เขาคลายความเครียดขึ้นมาได้ จึงขับรถพาเขาไปเที่ยวสวนสนุกสำหรับเด็กที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า...

ให้บังเอิญที่มรุตนัดวโรชามาดื่มกาแฟในร้านกาแฟซึ่งอยู่ในห้างฯ เดียวกับที่เดือนพัตราพาเหมหิรัญญ์มา แรกๆเขาไม่สนุกกับเครื่องเล่นอะไรสักอย่าง โยนลูกบาสเกตบอลลงห่วงก็ทำไม่เป็น ยิงปืนจุกก๊อกก็ไม่โดนเป้าแม้แต่ลูกเดียว ผิดกับเดือนพัตราที่เล่นเครื่องเล่นได้ทุกอย่างแถมสนุกกับมันอีกด้วย

เดือนพัตราต้องสอนเหมหิรัญญ์ให้ยิงปืนจุกก๊อก สอนวิธีเล่นเกมตกปลาและสอนให้โยนลูกบาสเกตบอลในที่สุดเขาก็ทำได้ โยนลูกบาสลงห่วงได้ เล่นเกมตกปลาได้แถมยังยิงปืนถูกเป้าอีกด้วย เขาเริ่มสนุกกับเครื่องเล่นทุกอย่าง ลืมคืนอมาวสีไปสนิท...

ขณะที่เดือนพัตราและเหมหิรัญญ์สนุกสนานที่ได้ทำตัวเป็นเด็กอีกครั้ง มรุตพยายามเอาอกเอาใจวโรชาสุดฤทธิ์ ยิ่งได้รู้ว่าเธอดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของเทศบาลรุมิหราทั้งหมด มรุตออดอ้อนให้เธอช่วยหาคลิปจากกล้องวงจรปิดในห้องสมุดคืนที่กมลทิพย์เสียชีวิต เธอหันขวับมองเขาไปไม่ค่อยจะพอใจนัก

“เรื่องนี้แหวนช่วยพี่รุตไม่ได้หรอกค่ะ”

“นายหัวเล่าให้ผมฟังแล้วเรื่องคืนนั้น คุณแหวนก็อยู่ที่นั่นด้วย”

วโรชาตกใจ ในเมื่อเขารู้เรื่องนั้นแล้วจะยังอยากได้คลิปนั่นไปทำไม หรือคิดจะหาหลักฐานจับเธอด้วย ถ้าเขาเรียกเธอมาพบเพราะเรื่องนี้เธอคงต้องขอตัวก่อน แล้วลุกขึ้นจะไป เขารั้งตัวไว้

“ใจเย็นก่อนคุณแหวน ฟังผมให้จบก่อน ผมต้องการคลิปนั่นเพื่อเป็นหลักฐานมัดตัวเดือนพัตรา เพราะหลักฐานเราไม่แน่นพอ ตำรวจเลยต้องปล่อยตัวเดือนพัตราไป” มรุตพยายามเก็บอาการไม่ให้มีพิรุธ วโรชาเอาแต่จ้องหน้าเขาเผื่อจะหลุดพิรุธออกมา

ooooooo

มรุตยังคงพยายามเอาอกเอาใจวโรชาหวังจะให้เธอหาคลิปที่ต้องการมาให้ แต่เธอทำเฉยทำให้เขารู้ดีว่าขืนเซ้าซี้มากไปอาจทำให้เธอไม่พอใจ จึงใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

“ถ้าคุณแหวนไม่สบายใจ ผมเลิกทำคดีนี้ก็ได้”

“ถ้าเกิดแหวนเป็นคนที่ฆ่ายัยกมลทิพย์ขึ้นมาจริงๆ พี่มรุตจะจับแหวนไหมคะ”

“ถ้าผมพูดว่าไม่ก็ดูเหมือนผมจะโกหกและพูดเอาใจมากกว่าจะพูดความจริง ดังนั้นผมจะทำตามหลักฐานและพยาน ถ้าคุณแหวนไม่ได้ทำ ผมก็ทำอะไรไม่ได้

อยู่แล้ว อีกอย่างผมเคยมองคนพลาดไปแล้ว คราวนี้ผมคิดว่าผมจะไม่พลาด ผมเชื่อว่าคุณแหวนไม่ได้เป็นคนทำ ผมเชื่อใจคุณได้ใช่ไหม”

วโรชาฉีกยิ้มกว้างโผกอดเขาซึ่งกอดตอบอย่างเสียไม่ได้ “แหวนดีใจที่พี่มรุตพูดความจริง แหวนอยากจะบอกพี่มรุตว่าแหวนไม่ได้ทำ พี่มรุตเชื่อใจแหวนได้ค่ะ แหวนว่าเราเลิกคุยเรื่องนี้ดีกว่า แหวนเบื่อแล้วเราไปเดินเล่นกันดีกว่า”...


เดือนพัตราเห็นเหมหิรัญญ์ดูผ่อนคลายมากขึ้นก็ยิ้มออกมาได้ บอกให้เขานั่งรอตรงนี้ก่อน เดี๋ยวเธอมาแล้วเดินลิ่วตรงไปยังร้านขายไอศกรีมโดยไม่รู้ว่าทองมาตย์สะกดรอยตามเพื่อเอาคืนที่เธอทำกับเขา...

ด้านวโรชาชวนมรุตเดินช็อปปิ้งซื้อข้าวของแบรนด์เนม เขาไม่ชอบแบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงเบื่อๆ มองออกไปนอกร้าน เห็นเดือนพัตราเดินผ่านหน้าร้าน ต้องแปลกใจที่สักพักทองมาตย์เดินตามเธอไปอีกทอด รู้สึกกังวลใจแทนเธออย่างบอกไม่ถูก ตัดสินใจจะเดินตาม อ้างกับวโรชาว่าขอเข้าห้องน้ำแล้วเดินเลี้ยวซ้ายไป

วโรชาเอะใจเดินมาชะเง้อดูหน้าร้านเห็นป้ายบอกทางไปห้องน้ำอยู่ทางขวามือแต่เขาดันไปทางซ้ายมือ รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล รีบเดินตาม มรุตสะกดรอยตามทองมาตย์มาห่างๆ แต่เหลือบเห็นวโรชาเดินตามมาเสียก่อนรีบซ่อนตัวไม่ให้เธอเห็น วโรชากวาดตามองหามรุตกลับเจอเดือนพัตราเดินเข้าร้านไอศกรีม

“นังเดือน อย่าบอกนะว่าพี่มรุตเดินตามนังนั่นมา” พูดจบวโรชาตรงรี่ไปหาเดือนพัตรา

ฝ่ายมรุตแวะร้านขายดอกไม้ซื้อมาหนึ่งช่อสวย แล้วเดินตามวโรชาไป...

เดือนพัตราเข้าไปสั่งไอศกรีมให้ตัวเองกับเหมหิรัญญ์คนละถ้วย วโรชาตามเข้ามาจะเอาเรื่องแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นทองมาตย์ชิงตัดหน้าเข้าไปหาเรื่องเดือนพัตราเสียก่อน

“คุณหักหลังผม บอกจะขายบ้านให้ผมไง คุณทำให้ผมหมดหนทาง ผมต้องการบ้านหลังนั้น ผมต้องการเงินของผม” ทองมาตย์โวยวายเสียงลั่น แล้วคว้าข้อมือ เดือนพัตราบิดอย่างแรง บังคับให้ขายบ้านให้

เหมือนมีสื่อส่งถึงกัน เหมหิรัญญ์รับรู้ได้ว่ากำลังเกิดอันตรายขึ้นกับเดือนพัตรา  มองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครรีบเดินหายเข้าไปในกระจก

ooooooo

วโรชามองเดือนพัตราถูกทองมาตย์เล่นงานด้วยความสะใจ มรุตที่ถือช่อดอกไม้ยืนอยู่ด้านหลังมองไปทางเดือนพัตราด้วยความเป็นห่วงแต่เข้าไปช่วยไม่ได้เพราะวโรชาอยู่ด้วย สะกิดถามเธอมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ วโรชาย้อนถามแล้วเขาล่ะมาทำอะไร มรุตยื่นดอกไม้ช่อสวยให้

“นี่ครับคำตอบ”

“แหวนคิดว่าพี่มรุตตามนังเดือนมาซะอีก”

มรุตมองไปในร้านไอศกรีมเห็นเหมหิรัญญ์เดินเข้ามาก็โล่งอกดึงมือวโรชากลับ ฝ่ายเหมหิรัญญ์เข้าไปจัดการทองมาตย์ล้มกลิ้งล้มหงายช่วยเดือนพัตราไว้ได้ ครั้นเห็นข้อมือเธอที่ถูกทองมาตย์จับบิดเป็นรอยแดง

เอามือตัวเองแตะเบาๆ อาการปวดของเธอหายเป็นปลิดทิ้ง...

ครู่ต่อมาเหมหิรัญญ์กับเดือนพัตรามาเดินเล่นกันที่ชายหาด เขากุมมือเธอไว้ ประกาศลั่นจากนี้ไปจะไม่ปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนหรืออยู่คนเดียวอีก เธอเชื่อไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเธอ เขาจะมาช่วยทันเสมอ

“แล้วคุณจะไปไหนถึงบอกให้ผมรออยู่คนเดียว”

“ฉันก็แค่อยากซื้อของชอบให้คุณกิน” จังหวะนั้นรถขายไอศกรีมผ่านมาพอดี เดือนพัตราโบกเรียกสั่งไอศกรีมสองถ้วย “ฉันจำได้ตอนที่คุณกินไอศกรีมครั้งแรก คุณชอบมาก”

“แต่ถ้าคุณจำได้ ครั้งแรกผมไม่ต้องกินเองแบบนี้”

เดือนพัตราป้อนไอศกรีมใส่ปากเขา สองคนกินไอศกรีมกันอย่างมีความสุขเหมือนโลกนี้มีเราแค่สองคน...

ขณะที่โลกของเดือนพัตรากับเหมหิรัญญ์กลายเป็นสีชมพู จ่าสนองในสภาพใบหน้าบวมปูดมาพบกับหันตราและทัศน์เทพที่โครงการบ้านจัดสรรเพื่อรายงานข่าวคืบหน้าว่านายหัววรงค์จะให้เขาจับตัวเดือนพัตราแยกออกจากเหมหิรัญญ์ ทัศน์เทพงงๆ จะจับเธอไปทำไม ตกลงจะมาไม้ไหนกันแน่

“แล้วมันบอกหรือเปล่าว่าเมื่อไหร่”

“ยังครับ บอกให้รอคำสั่งแต่คิดว่าน่าจะอีกไม่นานนี้” จ่าสนองรายงาน ทัศน์เทพอยากรู้ แล้วเราจะทำอย่างไรต่อ หันตราต้องการลดความน่าเชื่อถือของนายหัวลง ถ้าเป็นไปได้อยากให้เขาถูกต่อต้านด้วยซ้ำ

“ทัศน์เทพ ฉันต้องการให้คุณทำใบปลิวต่อต้านนายหัวว่าเป็นคนกว้านซื้อที่ของชาวบ้านเพื่อหวังสินแร่ใต้ดิน ส่วนนายจะฆ่าชาวบ้านคนไหนก็ได้แล้วก็หาคนปลอมเป็นชาวบ้านเข้าแทรกแซงและให้ชาวบ้านลุกขึ้นประท้วงนายหัว”

“แล้วแบบนี้คุณจะไม่ติดร่างแหไปด้วยเหรอคุณหันตรา”

“เรื่องฉันไม่ต้องห่วง ฉันแค่บอกว่าโดนนายหัวบังคับ ทำไปเพราะนายหัวเคยมีบุญคุณกับฉัน การซื้อที่ของชาวบ้านเป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากทำ ฉันก็จะกลายเป็นที่สงสารของชาวบ้านด้วยซ้ำไป”

“คุณนี่ร้ายมากเลยนะคุณหันตรา”

“ใครทำฉันเจ็บ ฉันจำและจะเอาคืนจนตาย” สีหน้าเหี้ยมของหันตราทำให้ทัศน์เทพกับจ่าสนองอดสยองไม่ได้ จากนั้นทั้งสามคนต่างแยกย้ายกันกลับ หันตรากำลังจะขึ้นรถมีมอเตอร์ไซค์ขี่มาประกบ ชักปืนยิง ชาติเห็นเสียก่อนผลักเธอราบไปกับเบาะหลังรถ กระนั้นกระสุนเฉียดแขนเธอได้เลือด ทัศน์เทพกับจ่าสนองรีบเข้ามาดู เห็นเธอโดนยิงแค่เฉียดๆ พากันโล่งอก

ooooooo

ศิถีฟังแผนการของนายหัววรงค์ที่จะเล่นงานเหมหิรัญญ์แล้วพบช่องโหว่หลายจุด ถึงมันจะไม่มีพลังและเขาเอาชนะมันได้ แต่ถ้ามันไม่ยอมพาเขาไปอุตรกุรุทวีปจะทำอย่างไร

“มันยอมแน่ๆ ถ้าคนที่มันรักกำลังอยู่ในอันตราย ฉันจะใช้เดือนพัตราเป็นข้อต่อรองกับมัน เมื่อถึงเวลาเธอต้องจัดการแยกมันกับนังเด็กนั่นออกจากกัน เพื่อให้ฉันจัดการจับตัวนังเด็กนั่น และมีอีกเรื่องที่ฉันอยากให้เธอคอยสังเกต ตอนนี้ฉันคิดว่าปริทัศน์เป็นพวกเดียวกับพวกมัน สามคนนั่นพบเจอกันบ่อยๆ ช่วงนี้ถ้าเกิดนายปริทัศน์ไปหาพวกมันที่บ้าน เธอต้องบอกฉันและพยายามหาวิธีรู้ให้ได้ว่าทั้งสามคนคุยเรื่องอะไรกัน”

“ได้ค่ะ ไม่ว่านายหัวต้องการอะไร ศิถีทำให้นายหัวได้เสมอ”

“ดี งั้นตอนนี้เธอก็น่าจะรู้นะว่าฉันต้องการอะไรจากเธอ”

“ค่ะ...นายหัวก็รู้ใช่ไหมคะว่าศิถีต้องการอะไรจากนายหัว ถ้างานนายหัวสำเร็จ ศิถีต้องเป็นเมียคนเดียวของนายหัวเท่านั้น ศิถีจะไม่ยอมให้อะไรมาแยกเราจากกันอีก” แววตากร้าวของศิถีทำให้นายหัวรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงไปของเธอ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนักดึงเธอมา

ซุกไซ้ก่อนจะพากันไปจบบนเตียง...

หันตราที่ทำแผลเสร็จแล้วเดินออกมาจากโรงพยาบาลพร้อมกับทัศน์เทพและชาติ

“คุณหันตราคิดว่าเป็นใครที่ลอบยิงคุณ”

“จะเป็นใครซะอีกถ้าไม่ใช่ไอ้ทองมาตย์ แต่ก็ดีก็ต้องขอบใจมันที่มันช่วยสร้างสถานการณ์”

ทัศน์เทพงงช่วยอย่างไร หันตราจะส่งคนไปจัดการกับชาวบ้านวันพรุ่งนี้  และจะปล่อยข่าวตัวเองถูกลอบทำร้ายจะยิ่งไม่มีใครสงสัยในตัวเธอ

“อีกอย่างลากคอไอ้ทองมาตย์มาให้ฉันด้วย

ฉันจะฆ่ามันด้วยมือของฉันเอง”...

หันตราคาดเดาผิด คนที่ส่งมือปืนมาลอบทำร้ายเธอไม่ใช่ทองมาตย์แต่เป็นรัตนพรรณซึ่งเจ็บใจมาก

ที่มือปืนทำงานพลาดปล่อยให้หันตรารอดไปได้

ooooooo

ที่อุตรกุรุทวีป เรขรุจีเห็นภาพนิมิตระหว่างนั่งทำสมาธิว่าเหมหิรัญญ์กำลังต่อสู้กับใครบางคนท่ามกลางความมืด พลันมีเสียงปืนดังขึ้น เธอสะดุ้งตื่นเป็นห่วงเขามาก ย่องไปที่หอแก้วเพื่อขโมยอันตรามณีจะได้ไปเตือนเขาที่ชมพูทวีป ราเมศรู้เท่าทันความคิดของเธอมาขัดขวางไว้ เอาอันตรามณีที่เธอขโมยไปกลับมาไว้ที่เดิม

“เราไม่คิดเลยนะว่าท่านจะกล้าทำเช่นนี้อีก”

“ท่านราเมศท่านก็รู้ว่าเราทำแบบนี้เพราะอะไร”

“นี่คือครั้งสุดท้ายที่เราจะเตือนท่าน หากท่าน

ทำผิดอีกครั้งเดียว แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เราคงต้องทำตามหน้าที่ กลับไปซะก่อนที่จะมีใครมาพบท่านที่นี่” ราเมศมองตามเรขรุจีที่ออกจากหอแก้วด้วยความเป็นห่วง...

ระหว่างที่เรขรุจีอดข้ามประตูกาลมาเตือนอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเหมหิรัญญ์ เดือนพัตรานอนไม่หลับเนื่องจากไม่รู้ว่าเหมหิรัญญ์เคร่งเครียดเรื่องอะไร ลุกไปหาเขาที่ห้อง แต่เขาไม่อยู่ มองลงไปที่สนามหญ้าหน้าบ้านเห็นเขายืนหน้าเครียด เดินลงไปยืนข้างๆ จับมือเขาไว้

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันแค่อยากยืนอยู่ข้างๆ คุณแบบนี้” พูดจบเดือนพัตราเอนหัวพิงตัวเขาไว้...

ไม่ได้มีแต่เดือนพัตรากับเหมหิรัญญ์ที่ไม่ยอมหลับยอมนอน มรุตนั่งดูเอกสารต่างๆเกี่ยวกับคดีของ กมลทิพย์กับคดีอื่นๆ เพื่อหาจุดเชื่อมโยงกัน จ่าสนิท

ขี่มอเตอร์ไซค์เอาเอกสารกล่องใหญ่เข้ามาให้

“นี่ครับ เอกสารที่ผู้กองให้ไปเอามาให้จากสถานีตำรวจ”

มรุตขอบใจเขาแล้วก้มหน้าทำงานต่อ จ่าสนิททนไม่ไหวแดกดันใส่ ดูท่าผู้กองตั้งใจจะจับคุณเดือนเข้าคุกใช่ไหม มรุตเงยหน้าจากกองเอกสารมองเขา

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะจับคุณเดือน ผมตั้งใจจะจับคนที่ทำผิด”

“ผู้กองก็รู้ว่าคุณเดือนไม่มีทางทำแบบนั้นอยู่แล้ว แต่ผู้กองก็ยังจับคุณเดือนเข้าห้องขัง”

“ตอนนี้หลักฐานมันชี้ไปที่คุณเดือน ผมเป็นตำรวจผมจับผู้ร้ายจากหลักฐานที่ผมได้ ถ้าจ่ามีหลักฐานในการทำผิดกับคนที่จ่ารู้จัก จ่าเป็นตำรวจจ่าจะไม่จับเขาเหรอ ถ้าจ่าอยากช่วยคุณเดือน ก็ช่วยหาหลักฐานที่เรายังไม่เจอ หลักฐานที่เชื่อมโยงไปหาคนผิดตัวจริงไม่ดีกว่าหรือ”

“ผู้กองพูดแบบนี้หมายความว่าคุณเดือนไม่ใช่คนผิด”

“ผมยังไม่รู้ว่าใครผิดจนกว่าจะหาหลักฐานจริงๆ ทั้งหมดมาให้ได้ ผมต้องการจับคนผิดมาลงโทษจริงๆ ไม่ใช่ไปจับคนดีมาเป็นแพะรับโทษแทน”

จ่าสนิทอาสาจะช่วยเขาหาหลักฐานอีกแรงหนึ่ง

ooooooo

จ่าสนองเดินตามแผนการของหันตรา ส่งสมุนแทรกซึมเข้าไปแฝงตัวกับพวกชาวบ้านหมู่บ้านริมหาด เห็นชาวบ้านจับกลุ่มคุยกัน ทำทีเอาใบปลิวมายื่นให้พวกชาวบ้านดู พยายามปลุกปั่นให้เชื่อว่านายหัววรงค์กว้านซื้อที่ดินจากพวกชาวบ้านเนื่องจากต้องการสินแร่ที่อยู่ในดิน

ระหว่างนั้นสมุนของจ่าสนองที่ซุ่มดูอยู่จัดการสังหารชาวบ้านไปสองคน แล้วอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป ไม่นานนักตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่ชันสูตรมาปิดล้อมสถานที่เกิดเหตุ อรุณรู้ข่าวรีบมาเก็บภาพเพื่อเอาไปลงข่าว มรุตกับจ่าสนิทมาถึงที่เกิดเหตุ จ่าเวรเข้ามารายงานมรุต

“จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายกำลังพูดคุยอยู่กับเพื่อนบ้านแต่ถูกลอบยิงเสียชีวิต”

“จากประวัติผู้ตายเคยมีเรื่องบาดหมางกับใครหรือเปล่า”

“ไม่มีครับผู้กอง จะมีก็แต่เรื่องที่ดิน”


มรุตเห็นพวกชาวบ้านเริ่มจับกันเป็นกลุ่มๆ สมุนของจ่าสนองที่แฝงตัวเป็นชาวบ้านกล่าวหาว่านี่ต้องเป็นฝีมือนายหัววรงค์แน่ๆ อรุณสงสัยทำไมถึงคิดอย่างนั้น ชาวบ้านเอาใบปลิวให้เขาดู มรุตเดินเข้ามาพอดีขอดูบ้าง สมุนเริ่มยุแยงให้ยกพวกไปถามนายหัวให้รู้เรื่อง มรุตขอให้ใจเย็นๆ ปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ตำรวจจะดีกว่า สมุนเสี้ยมไม่ให้ชาวบ้านไว้ใจตำรวจ แถมชักชวนให้ยกขบวนไปประท้วงนายหัววรงค์อีกด้วย...

ทันใดนั้นรถของนายหัววรงค์แล่นมาจอดตามมาด้วยรถของทัศน์เทพ ชาวบ้านเห็นนายหัวลงจากรถพากันกรูเข้าหา มรุตกับจ่าสนิทปรี่ไปกั้นไว้เกรงจะมีเรื่องกัน นายหัววรงค์ใช้วาทศิลป์กล่อมไม่กี่คำ พวกชาวบ้านเชื่อสนิทใจว่าเขาไม่ได้อยู่เบื้องหลังเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นกับพวกตน...

ที่บ้านรัชดาพิพัฒน์ เดือนพัตราวางหนังสือพิมพ์รุมิหรานิวส์ในมือลง ทำให้เห็นพาดหัวข่าวตัวเป้ง “ชาวบ้านถูกยิงเสียชีวิต คาดเกี่ยวพันผู้มีอำนาจในท้องถิ่นนายกเทศมนตรีรุมิหราออกโรงเคลียร์กับชาวบ้านก่อนเหตุลุกลาม” มีภาพชาวบ้านที่ถูกยิงตายประกอบคำบรรยาย และมีภาพของนายหัววรงค์กำลังเจรจากับชาวบ้าน เดือนพัตราอยากรู้ว่าชาวบ้านว่าอย่างไรกันบ้างกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“ตอนแรกชาวบ้านก็เชื่ออย่างนั้น แต่พอนายหัวมาเจรจาก็ดูเหมือนชาวบ้านจะเชื่อนายหัว”

เดือนพัตราตั้งข้อสังเกต หันตราเป็นคนกว้านซื้อที่ดินแถบนั้นก็อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อรุณไม่เชื่อว่าเธอรู้เห็นเรื่องนี้ เนื่องจากเมื่อวานเธอเองก็ตกเป็นเหยื่อถูกลอบยิงได้รับบาดเจ็บ เหมหิรัญญ์กลับคิดว่าหันตราอาจจัดฉากเรื่องพวกนี้ขึ้นมาเพื่อดิสเครดิตนายหัวหรืออาจถึงขั้นล้มอำนาจเขาก็เป็นได้ อรุณภาวนาอย่าให้เป็นอย่างนั้น เพราะรุมิหราอาจลุกเป็นไฟได้ แล้วคนเดือดร้อนก็คือชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่

“นี่ผมว่าจะไปหาข่าวจากชาวบ้านเพิ่มเติม คุณเดือนกับคุณเหมจะไปด้วยกันไหมครับ”...

ขณะที่เดือนพัตรา อรุณและเหมหิรัญญ์ตรงไปยังหมู่บ้านริมหาด มรุตเห็นสมุนสองคนของจ่าสนองท่าทางมีพิรุธเร่งรีบออกจากหมู่บ้านจึงเข้าไปขวางไว้ สมุนทั้งคู่ตกใจวิ่งหนีไปทางป่าชายเลน มรุตไล่ตามจนทัน เกิดการต่อสู้กันขึ้น หัวหน้าสมุนถูกเขาต่อยล้มคว่ำ สมุนหางแถวเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนี มรุตจะวิ่งไล่แต่มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด สมุนหางแถวล้มคว่ำ หัวหน้าสมุนรู้ตัวว่าจะถูกเก็บวิ่งหลบเข้าที่กำบัง

มรุตยิงต่อสู้กับจ่าสนองในคราบมือสังหารแล้ววิ่งไปลากตัวหัวหน้าสมุนหลบคมกระสุนออกไปได้

ooooooo

การมาหาข่าวที่หมู่บ้านริมหาดของเดือนพัตราครั้งนี้ทำให้ได้รู้ว่าไม่ใช่มีแต่ตัวเธอเท่านั้นที่เชื่อว่าคุณยายไม่ได้ฆ่าตัวตาย ชาวบ้านที่นี่ก็คิดแบบเดียวกัน แต่พอถูกซักชาวบ้านกลับไม่ยอมพูดอะไร ขอตัวไปทำมาหากินแล้วเดินเลี่ยงออกไปกันหมด

ในเวลาเดียวกัน นายหัววรงค์แวะมาขอเยี่ยมผู้ต้องสงสัยที่ถูกมรุตจับตัวได้ถึงห้องขัง แต่ปรากฏว่าผู้ต้องสงสัยตายสนิท มรุตนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เห็นจ่าสนองเดินมาจากทางไปห้องขังแต่ในเมื่อไม่มีหลักฐานอะไรจึงต้องปิดปากเงียบไปก่อน นายหัววรงค์โมโหมากที่ผู้ต้องสงสัยตายขณะอยู่ในความควบคุมของตำรวจ ส่วนทัศน์เทพแอบถอนใจโล่งอกที่จ่าสนองฆ่าปิดปากสมุนที่จะสาวมาถึงพวกตัวเองสำเร็จ...

เดือนพัตราบ่นเสียงเครียดทั้งที่ชาวบ้านรู้ว่าคุณยายของเธอไม่ได้ฆ่าตัวตายแต่ไม่มีใครกล้าทำอะไรสักคน อรุณปลอบต่อให้เธอไม่มีใครช่วยเหลือ ขอให้รู้เอาไว้เขาจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เหมหิรัญญ์อยากให้เขาเขียนข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ให้ความกระจ่างกับชาวบ้าน ตนเชื่อว่าถ้าชาวบ้านรู้ความจริงคงไม่ยอมปล่อยนายหัวไปง่ายๆแบบนี้แน่ เดือนพัตราทักท้วงถ้าทำอย่างนั้นสถานการณ์จะแรงขึ้น ชาวบ้านต้องเสี่ยงมากขึ้น

“เราต้องยอม” เหมหิรัญญ์เสียงเข้ม อรุณขอตัวไปโรงพักสักหน่อยเผื่อได้เรื่องคนร้ายที่ถูกจับ ยังไม่ทันขยับ ลูกน้องของเขาโทร.มาแจ้งว่าคนร้ายที่ถูกจับเสียชีวิตแล้ว ทุกคนพากันหน้าเครียด อรุณขอตัวไปจัดการทุกอย่างให้เป็นไปตามแผนการให้เรียบร้อย เหมหิรัญญ์เตือนให้เขาระวังตัวด้วย...

นายหัววรงค์เดินออกจากโรงพักโดยมีทัศน์เทพตามมาส่งที่รถ เห็นเขาหงุดหงิดบอกให้ใจเย็นๆก่อน ตนจะสืบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด นายหัวกำชับจะจัดการอะไรก็ให้เร็วๆหน่อย อย่าให้มีเรื่องบ้าๆแบบนี้เกิดขึ้นมาอีก...

ฝ่ายเหมหิรัญญ์เห็นเดือนพัตราเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น เจอเด็กๆชาวบ้านกำลังเล่นโปลิศจับขโมย ชวนเธอไปร่วมวงด้วยเผื่อลืมเรื่องทุกข์ใจ ทั้งคู่เล่นกับเด็กๆอย่างสนุกสนานลืมเรื่องเครียดๆไปเสียสนิท...

ระหว่างนั่งพักเหนื่อยจากเล่นสนุกกับพวกเด็กๆ เดือนพัตราอดถามเหมหิรัญญ์ไม่ได้ หากรู้ตัวคนร้ายที่ฆ่าคุณยายและประตูกาลปลอดภัย จะกลับไปอุตรกุรุทวีปหรือเปล่า เขาย้อนถามเธอว่าอยากให้อยู่หรือไม่

“ฉันอยากให้คุณอยู่ข้างๆ แต่ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ ฉันก็คงต้องยอมรับ ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง ฉันเข้าใจ”

“แต่หน้าที่อีกอย่างของผมคือการดูแลคุณ บุรุษแห่งอุตรกุรุทวีปเมื่อได้รักและผูกพันลึกซึ้งกับผู้ใดแล้ว ไม่มีวันที่จะเปลี่ยนใจเป็นอื่น หรือต้องทิ้งให้หญิงอันเป็นที่รักต้องอยู่เพียงลำพัง ผมจะไม่ปล่อยมือจากคุณไปไหน ตราบใดที่คุณยังต้องการผม” เหมหิรัญญ์ว่าแล้วจับมือเดือนพัตราขึ้นมาจุมพิต

“ฉันต้องการคุณค่ะ เหมหิรัญญ์”...

จ่าสนิทยังคาใจไม่หาย ถามผู้กองว่าสงสัยใครฆ่าปิดปากคนร้าย เขาไม่ได้บอกว่าเห็นจ่าสนองเดินมาจากห้องขังก่อนจะพบคนร้ายเป็นศพ ได้แต่บอกว่าเดาเอาจากสัญชาตญาณของตำรวจว่าเป็นจ่าสนอง จ่าสนิทรู้มาว่าเขาสนิทกับสารวัตร ถ้าเป็นอย่างนั้นสารวัตรก็น่าจะรู้เรื่องด้วย มรุตเห็นด้วยกับจ่าสนิท แถมสองคนนั้นยังสนิทสนมกับนายหัววรงค์อาจเป็นไปได้ที่นายหัวจะเป็นคนทำเรื่องนี้

“แต่นายหัวจะสร้างสถานการณ์ให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาทำลายชื่อเสียงตัวเองทำไม” ยิ่งคิดมรุตก็ยิ่งเครียด...

ทางฝ่ายศิถีสบโอกาสเหมาะเสี้ยมให้นายหัววรงค์คาใจในตัวแก้วเพชรว่าอาจอยู่เบื้องหลังการยุยงชาวบ้านให้กระด้างกระเดื่องต่อเขา เพราะเขาเคยบอกเธอเองว่าแก้วเพชรขู่หลายครั้งว่าจะล้มอำนาจของเขา นายหัวไม่เชื่อว่าแก้วเพชรจะกล้า แต่ถ้าทำแบบนั้นจริงๆเขาจะฆ่ามันให้หมด ไม่สนใจว่าจะเป็นใคร...

ด้านหันตราแค้นใจมากที่ชาวบ้านหลงเชื่อนายหัววรงค์ง่ายๆแค่พูดไม่กี่คำ ยังดีที่จ่าสนองฆ่าปิดปากสมุนสองคนนั่นได้ก่อนไม่อย่างนั้นเราได้เดือดร้อนกันแน่ แล้วถามถึงคดีของนายหัวไปถึงไหนแล้ว

“ไม่น่าเกินสองสามวันนี้ เรื่องน่าจะถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษครับ” คำพูดของทัศน์เทพทำให้หันตราพอใจที่การกำจัดนายหัววรงค์ใกล้ความจริงเข้ามาทุกทีแล้ว

ooooooo

ลูกยุของศิถีได้ผลดีเกินคาดทำให้นายหัววรงค์กับแก้วเพชรมีปากเสียงกัน ทั้งที่เธอไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรด้วย แต่เกิดหมั่นไส้เขาที่กล่าวหาว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้อง เธอก็เลยรับสมอ้างแถมลอยหน้าท้าทายถ้าเธอทำแบบนั้นจริงเขาจะทำอะไรเธอ เขาฟิวส์ขาดเงื้อมือจะตบ แต่สะกดอารมณ์ไว้ได้

“เอาสิ เอาเลย ตบฉันเลย”

โดนท้าทายซึ่งหน้า นายหัววรงค์ก็เลยจัดให้ไปหนึ่งฉาด วโรชาเข้ามาเห็นพอดีปรี่ไปประคองแม่ไว้ถามว่านี่มันอะไรกัน ทำไมคุณพ่อถึงต้องทำร้ายคุณแม่ด้วย นายหัวไม่ตอบหันหลังเดินจากไปอย่างหัวเสีย...

พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์รุมิหรานิวส์ฉบับเช้านี้ที่ว่า “ชาวบ้านรวมตัวประท้วงนายหัววรงค์ คนร้ายดับคาห้องขัง คาดถูกปิดปากจากคนมีอำนาจ” ทำให้นายหัววรงค์ไม่พอใจมาก ส่งสมุนไปถล่มสำนักพิมพ์รุมิหรา และซ้อมอรุณฐานปากเสียลงข่าวที่ทำให้ตนเองเสียหาย ปริทัศน์เห็นเขาถูกซ้อม จะโทร.ตามเหมหิรัญญ์ให้มาช่วยก็ทำไม่ได้เพราะมือถือวางทิ้งไว้ตรงโต๊ะทำงานของอรุณ จึงตัดสินใจวิ่งไปตามด้วยตัวเอง

ศิถีเห็นหลังปริทัศน์วิ่งเข้าบ้านไวๆ รีบตามไปดูว่ามาทำอะไรที่นี่ เหมหิรัญญ์รู้เรื่องที่อรุณถูกซ้อมจากปริทัศน์ เดินไปที่ตู้กระจกจะใช้เป็นทางผ่านไปช่วยอรุณ แต่เห็นศิถีแอบดูอยู่ หันขวับไปมองเธอรีบออกตัว

“ขอโทษนะคะ ศิถีไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง ศิถีแค่อยากรู้ว่าคุณปริทัศน์จะรับน้ำอะไรไหมคะ”

เหมหิรัญญ์ไม่เชื่อที่ศิถีพูด แอบสบตากับปริทัศน์อย่างรู้กัน เขาจึงออกอุบายอยากเข้าห้องน้ำ วานให้เธอพาไป พอเธอคล้อยหลังเหมหิรัญญ์เดินหายเข้าไปในกระจก อยู่ๆศิถีเดินกลับมาที่ห้องหนังสือ ปริทัศน์วิ่งตามแทบไม่ทัน เธองงมากเหมหิรัญญ์หายไปไหน มองไปรอบห้องยิ่งสงสัยหนักหายไปได้อย่างไร ปริทัศน์ที่เดินตามมาทำเนียนไม่รู้ไม่ชี้...

อึดใจเหมหิรัญญ์โผล่มาที่สำนักพิมพ์รุมิหรานิวส์ เห็นสภาพพังยับเยินก็เป็นห่วงอรุณ เดินดูรอบๆพบเขานอนหมดสติอยู่ที่พื้นรีบพาส่งโรงพยาบาล...

วโรชากลุ้มใจมากที่พ่อทำร้ายแม่ไม่รู้จะหันไปหาใครโทร.ตามมรุตให้มาฟังเธอระบายเรื่องทุกข์ใจ เขาตะล่อมถามว่าท่านทั้งสองมีอะไรกันหรือเปล่าถึงได้ทะเลาะกันขนาดลงไม้ลงมือ เธอเชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องที่หนังสือพิมพ์บ้านั่นเขียนข่าวมั่วเพื่อทำลายชื่อเสียงของคุณพ่อก็เลยทำให้ท่านเครียด มรุตไม่เห็นต้องไปใส่ใจในเมื่อท่านไม่ได้ทำอะไรผิด วโรชาว่าไม่ใส่ใจไม่ได้การที่คุณพ่อได้เป็นนายกเทศมนตรีเพราะชาวบ้านสนับสนุน

“ถ้ามีข่าวไม่ดี ชาวบ้านก็อาจจะเลิกสนับสนุนคุณพ่อ ไอ้นักข่าวปากหมานั่นมันคิดจะหาเรื่องอะไรคุณพ่อกันแน่” วโรชาครุ่นคิดหนัก มรุตเชื่อว่าการที่ท่านทำกิจการหลายอย่างอาจไปขัดขาใครบางคน

“ตรงนี้คุณแหวนพอจะทราบไหมครับ เผื่อบางทีผมจะได้ช่วยสืบอีกแรง”

“ค่ะ เดี๋ยวแหวนจะรวบรวมข้อมูลให้พี่มรุตนะคะ แต่ตอนนี้แหวนขอไปจัดการไอ้นักข่าวปากหมานั่นก่อน”

ooooooo

ปริทัศน์กับเดือนพัตราตามมาสมทบกับเหมหิรัญญ์ที่สำนักพิมพ์แต่ไม่เจอใคร พบเพียงร่องรอยการถูกรื้อค้น ข้าวของพังพินาศ ปริทัศน์จะลองโทร.หาอรุณดู เหมหิรัญญ์รับสายถึงได้รู้ว่าอรุณถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

เดือนพัตรากับปริทัศน์จึงกลับมาขึ้นรถเพื่อจะตามไปที่นั่น เจอรถของวโรชาแล่นเข้ามาจอดพอดี เธอเห็นศัตรูคู่อริอยู่ที่นั่นด้วยปรี่เข้าไปคว้าแขน เธอแกะมือวโรชาออกแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง

“เธอกับไอ้นักข่าวปากหมานั่นมันพวกเดียวกัน เธอรู้เห็นเป็นใจเรื่องที่มันเขียนข่าวใส่ร้ายคุณพ่อฉันใช่ไหม พ่อฉันดูแลเธออย่างดี เธอกลับมาทำแบบนี้เนี่ยนะ”

“คุณพูดเองเออเองทั้งนั้น แล้วที่พ่อคุณส่งคนมาทำร้ายคุณอรุณ แล้วก็พังสำนักพิมพ์มันถูกเหรอคะ ถ้า คุณพ่อคุณไม่ได้เป็นอย่างที่คุณอรุณเขียน คุณก็ไปฟ้องตามกฎหมาย ไม่ใช่ใช้วิธีป่าเถื่อนแบบนี้ ผู้กองอยู่ก็ดีแล้ว ฉันขอแจ้งความเลยแล้วกัน”

วโรชาโกรธหาว่าเดือนพัตราใส่ความพ่อตัวเอง ปรี่เข้าไปจะตบสั่งสอน มรุตเข้ามาขวาง เตือนว่าขืนไปทำร้ายเดือนพัตรา ทางนี้อาจแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดได้ แล้วบอกให้เดือนพัตรากับปริทัศน์ออกไปก่อน ทั้งคู่เดินยังไม่ถึงประตูสำนักพิมพ์ วโรชาตามมากระชากแขนเดือนพัตราให้หันมาแล้วตบสั่งสอน มรุตคว้าตัววโรชาไว้ทัน เธอดิ้นรนให้เขาปล่อย เดือนพัตราฉุนขาดไม่ยอมเป็นฝ่ายตั้งรับ เดินเข้าไปตบวโรชาที่ถูกมรุตจับตัวไว้

ผู้กองหนุ่มเอาตัวเองรับฝ่ามือเดือนพัตราเต็มๆ คนตบตกใจเพราะตบผิดคน วโรชารีบเข้าไปดูแลเขาถามว่าเป็นอย่างไร เขาไม่เป็นอะไรชวนเธอกลับ วโรชา ชี้หน้าอาฆาต

“ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันไม่เอาแกไว้แน่” วโรชาขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

ศิถีไม่รอช้าโทร.แจ้งนายหัววรงค์ว่าปริทัศน์มา ที่บ้านรัชดาพิพัฒน์ เขาเจ็บใจมากที่มันยังไม่ตาย ต้องให้จ่าสนองเอาตัวมันกลับมาให้ได้ เพราะมันเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้ความลับของบ้านหลังนั้น

“ถ้าเจอมันอีกรีบบอกฉัน หมดประโยชน์เมื่อไหร่ฉันไม่เอามันไว้แน่”...

เหมหิรัญญ์เป็นห่วงความปลอดภัยของปริทัศน์ อรุณถูกซ้อมสะบักสะบอม ถ้านายหัวเจอเขาคงไม่พ้น ชะตากรรมเดียวกัน แนะให้เขาหลบไปจากรุมิหราสักพักดีกว่า เพราะตนไม่สามารถปกป้องทั้งเขา อรุณ เดือนพัตราและคนอื่นๆพร้อมกันได้

“ผมเข้าใจแล้วครับ งั้นเดี๋ยวผมกลับไปหลบกรุงเทพฯสักพักดีกว่า แต่ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย เรียกผมได้ทันทีเลยนะครับ” พูดจบปริทัศน์ผละจากไป ไม่นานนัก เหมหิรัญญ์กลับมาที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย เดือนพัตราที่นั่งเฝ้าอาการของอรุณไม่สบายใจเลยที่ต้องปล่อยเขาไว้แบบนี้ ถ้าพวกนั้นตามมาจะทำอย่างไร

“แต่จะให้ผมทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียวผมก็เป็นห่วงเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าพวกนั้นคงอาจจะแค่ขู่ คงไม่คิดทำร้ายคุณอรุณถึงตายเพราะไม่งั้นมันคงจัดการคุณอรุณตั้งแต่อยู่ที่สำนักพิมพ์แล้ว”

“ก็จริงของคุณ แต่ฉันก็ไม่สบายใจอยู่ดี คุณรักษาคุณอรุณได้ไหมคะ ฉันกลัวพวกนั้นโผล่มาตอนเราไม่อยู่คุณอรุณจะแย่” คำอ้อนวอนของเดือนพัตราทำให้เหมหิรัญญ์หนีไม่ออก จำต้องช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้อรุณ เขาค่อยๆไล่มือไปตามส่วนต่างๆของร่างกายอรุณ อาการบาดเจ็บหายราวกับปลิดทิ้ง อรุณค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น แปลกใจทำไมไม่รู้สึกเจ็บส่วนใดๆของร่างกายทั้งที่เพิ่งเข้ารับการรักษา

การรักษาอาการบาดเจ็บของอรุณครั้งนี้ทำให้เหมหิรัญญ์บาดเจ็บเสียเอง ปวดหัวอย่างหนักแทบทนไม่ไหว ในเมื่ออรุณสบายดีแล้ว เขาจึงชวนเดือนพัตรากลับ แต่ไม่วายเตือนอรุณให้ระวังตัวมากขึ้น แล้วลุกออกจากห้อง เหมหิรัญญ์ปวดไปทั้งตัวราวกับรับอาการบาดเจ็บทั้งหมดของอรุณมาไว้ที่ตัวเอง

ooooooo

จากนั้นไม่นานเดือนพัตรากับเหมหิรัญญ์กลับถึงบ้าน ศิถีตะล่อมถามปริทัศน์ไม่มาด้วยหรือ เขาสงสัยเธออยากรู้ไปทำไม เธออ้างว่าวันนี้เห็นท่าทางปริทัศน์แปลกๆอยู่ๆก็บุกเข้ามาในบ้าน ปกติคุณเดือนไม่ค่อยอยากให้ผู้ชายคนนี้มาที่บ้านสักเท่าไหร่ เธอก็เลยกังวลว่าเขาจะมาก่อความวุ่นวายให้คุณเดือนอีก

เหมหิรัญญ์พยายามเพ่งดูว่าศิถีโกหกหรือเปล่าแต่ไม่เห็นอะไรเนื่องจากพลังถดถอยแถมปวดหัวจี๊ดขึ้นมา เดือนพัตราเห็นเขาท่าทางแปลกๆถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาเห็นภาพรอบๆเริ่มเบลอ

“ผมไม่เป็นไร ขอตัวไปพักก่อน” พูดจบเหมหิรัญญ์รีบเดินขึ้นบ้าน...

ตั้งแต่ใช้พลังช่วยอรุณ เหมหิรัญญ์ล้มป่วย

เดือนพัตราเห็นเขาไม่ลงมากินข้าวเช้า ขึ้นไปเคาะประตูเรียกไม่มีเสียงตอบ เริ่มเป็นกังวลเอากุญแจสำรองมาไข เจอเขานอนซมด้วยพิษไข้อยู่บนเตียง แม่ก็ไม่อยู่ปลาทูเช่นกัน เธอจึงไปขอยาแก้ไข้จากศิถี แทนที่จะเอายาแก้ไข้มาให้ แม่บ้านตัวแสบกลับเอายาบางอย่างให้แทนแล้วหลบออกมาหานายหัววรงค์ รายงานเรื่องที่ตัวเองเอายาพิษให้เหมหิรัญญ์กินแทนยาแก้ไข้

“มันเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้กำจัดคุณเหมเพราะถ้ามันตายมันก็ง่ายที่เราจะบังคับเด็กนั่นให้พาเราไปอุตรกุรุทวีป”

“แน่ใจนะว่าจะไม่มีใครจับได้” นายหัววรงค์อดเป็นกังวลไม่ได้ ศิถียืนยันหนักแน่นว่าไม่มีทาง

“ยานั่นต้องกินต่อเนื่องกันหลายวันจนทำให้การทำงานของหัวใจอ่อนแอสุดท้ายก็กลายเป็นหัวใจวายเฉียบพลัน เรื่องนี้เกิดขึ้นกับใครก็ได้” ศิถียิ้มเหี้ยม พอใจกับแผนการของตัวเอง...

อาการของเหมหิรัญญ์ไม่ดีขึ้น ไข้ยังไม่ลด คืนนี้เดือนพัตราจึงนอนเฝ้าไข้อยู่ที่ห้องเขา ศิถีจะให้ปลาทูมาอยู่เป็นเพื่อนเธอก็ไม่เอา บอกให้ทั้งคู่ไปพักผ่อนไม่ต้องห่วงเธอดูเขาเองได้...

ตกดึกเรขรุจีขโมยอันตรามณีข้ามประตูกาล มาหาเหมหิรัญญ์ เห็นเดือนพัตรานั่งหลับอยู่ข้างเตียง จับมือเขาที่นอนซมเพราะพิษไข้อยู่บนเตียง เดือนพัตรางัวเงียขึ้นมาเห็นเรขรุจียืนมองอยู่ปลายเตียงก็ตกใจ พอตั้งสติได้รีบบอกเธอว่าเหมหิรัญญ์ป่วย

“เรารู้แล้ว” เรขรุจีเข้ามานั่งบนเตียงจับมือ

เหมหิรัญญ์ไว้ “มนุษย์แห่งอุตรกุรุทวีปไม่ควรอยู่ที่นี่นานเกินไป ดินแดนแห่งนี้มีแต่ความชั่วร้ายที่จะกัดกินเราให้เราอ่อนแอ ไม่มีอะไรในดินแดนแห่งนี้รักษามนุษย์แห่งอุตรกุรุทวีปได้ หากเหมหิรัญญ์ยังฝืนอยู่ที่นี่ กาลเวลาที่ต่างกันจะทำให้อายุขัยลดลงเรื่อยๆ เฉกเช่นมนุษย์แห่งชมพูทวีป และการเจ็บป่วยที่ไม่เคยเป็นก็จะเกิด ในที่สุดก็ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ในดินแดนแห่งนี้”

“เหมต้องกลับไปที่อุตรกุรุทวีปใช่ไหมคะ”

“มนุษย์ที่ดื้อรั้นเช่นเหมหิรัญญ์ หากทำในสิ่งที่ต้องการไม่สำเร็จไม่มีทางที่เขาจะกลับ” เรขรุจีหยิบ ขวดยาสีม่วงที่เปล่งประกายให้เดือนพัตรา “โอสถทิพย์สกัดจากดอกวิกสิตาจะช่วยฟื้นพลังให้กับเหมหิรัญญ์ และขับพิษในร่างกายออกจนหมดสิ้น โอสถนี้ใช้ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น หากเหมหิรัญญ์ยังอยู่ที่นี่ อีกไม่นานก็จะเป็นเช่นนี้อีก หนทางที่ดีที่สุดคือให้เหมหิรัญญ์กลับไปยังอุตรกุรุทวีป”

ooooooo


ละครลูกไม้ลายสนธยา ตอนที่ 9 อ่านลูกไม้ลายสนธยาติดตามละครลูกไม้ลายสนธยา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ฌอห์ณ จินดาโชติ,พิมประภา ตั้งประภาพร 27 ส.ค. 2561 07:20 2018-08-30T00:03:25+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ