วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกไม้ลายสนธยา

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 7 ทั้งหมด

แนว: โรแมนติก-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พัชร์นันทน์ สุวรรณกูล,โสภิตนภา ชุ่มภาณี และ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร

กำกับการแสดงโดย: จารุวัฒน์ อุปการไชยพัฒน์

ผลิตโดย: บริษัท เมจิค อีฟ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ 2 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ฌอห์ณ จินดาโชติ,พิมประภา ตั้งประภาพร

เพลงจบพอดีตอนที่มรุตเห็นเหมหิรัญญ์เดินเข้ามาที่ฟลอร์ แต่เดือนพัตราไม่เห็น เขาแกล้งกระซิบข้างหูเธอขอเต้นรำต่ออีกเพลงหวังให้เหมหิรัญญ์เข้าใจผิดว่าเขากำลังหอมแก้มเธอ

วโรชาหันมาเห็นเหมหิรัญญ์ คิดแผนยั่วอารมณ์เดือนพัตราออก เข้าไปชวนเต้นรำ เขาไม่สนใจเธอกลับดึงแขนเขามากลางฟลอร์สโลว์ซบสุดฤทธิ์ เขาหันมองเดือนพัตราทำหน้าเป็นทำนองว่าฝ่ายหญิงลากเขามา

“แหวนมีความสุขมากเลยนะคะที่ได้เต้นรำกับคุณเหมคืนนี้” ไม่พูดเปล่าวโรชาหอมแก้มฝ่ายชายหน้าตาเฉย เขาถึงกับอึ้ง เดือนพัตราทำหน้าดุใส่ เขาไม่รู้จะทำอย่างไร มรุตรู้สึกได้ว่าเดือนพัตราไม่ได้สนใจตัวเองเลยทั้งที่เต้นรำอยู่ด้วยกันมัวแต่หันไปเล่นกับเหมหิรัญญ์ก็ยิ่งเสียใจ พอเพลงจบเดือนพัตราเดินออกจากฟลอร์

มรุตจะตามแต่วโรชาพุ่งมาคว้าแขนไว้ เหมหิรัญญ์หลุดจากเงื้อมมือยัยตัวแสบมาได้รีบเดินตามเดือนพัตรา...

ขณะที่เดือนพัตรากับเหมหิรัญญ์วางแผนจะทำบางอย่าง เรขรุจีกลับถึงอุตรกุรุทวีป วางอันตรามณีไว้บนแท่นวางภายในหอแก้วตามเดิม เธอยังทุกข์ใจไม่หายที่ไม่สามารถกล่อมให้เหมหิรัญญ์กลับมาด้วยได้ เดินหน้าเศร้าออกจากหอแก้ว เจอราเมศดักรออยู่

“การที่ท่านขโมยอันตรามณีเพื่อไปชมพูทวีปเป็นความผิดอันใหญ่หลวงนัก ท่านไม่ควรทำเช่นนี้เรขรุจี”

“หากท่านเห็นว่าเราทำผิด ท่านจงไปแจ้งเรื่องนี้กับท่านพ่อ”

ราเมศจะไม่แจ้งเรื่องนี้ต่อท่านอัศวเทวา แต่เรขรุจีต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก เธอไม่สามารถให้สัญญาได้ เขาเสียใจที่เธอห่วงแต่เหมหิรัญญ์ไม่ห่วงตัวเอง...

ระหว่างที่เรขรุจีก่อคดีเรื่องร้ายแรงในอุตรกุรุทวีป เดือนพัตราที่อยู่ในชมพูทวีปขึ้นไปประกาศบนเวทีต่อหน้าแขกเหรื่อว่าต้องการจะขายบ้านรัชดาพิพัฒน์ ทุกคนพากันอึ้ง ตลอดเวลาเธอแสดงท่าที่ชัดเจนว่าไม่ขาย แต่อยู่ๆทำไมกลับคำหน้าตาเฉย อรุณที่ยืนถ่ายรูปอยู่หน้าเวที ผิดหวังกับการตัดสินใจของเธอครั้งนี้ ศิถียิ้มพอใจสุดท้ายเดือนพัตราก็ใจอ่อนสักที ขณะที่ปลาทูทำท่าจะร้องไห้

“แล้วงี้เราจะไปอยู่ไหนอะน้า”

เหมหิรัญญ์แอบสังเกตปฏิกิริยาของแต่ละคน ส่วนหันตรามองเขม็งไปที่เดือนพัตราบนเวทีสงสัยทำไมถึงคิดจะขายบ้านขึ้นมา ทัศน์เทพดีใจแทนหันตราด้วยในที่สุดโอกาสของเธอก็มาถึง

“สารวัตรไม่แปลกใจเหรอคะว่าทำไมจู่ๆนังเด็กนั่นเกิดอยากจะขายบ้านขึ้นมา คืนนี้ฉันมีธุระให้สารวัตรช่วยจัดการนิดหน่อย สารวัตรพอจะช่วยได้ไหมคะ”

ทัศน์เทพยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ เดือนพัตราที่อยู่บนเวทีขอบคุณทุกคนที่ต้อนรับเธอกับแม่เป็นอย่างดี คุณยายคงดีใจแน่ๆที่ทุกคนเมตตาเธอขนาดนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับบ้านรัชดาพิพัฒน์และปาร์ตี้ในคืนนี้ แล้วเดินลงจากเวที วโรชาเข้ามาหามรุต มีความสุขสุดๆที่คู่แข่งหัวใจจะไปจากที่นี่สักที แล้วแกล้งถามเขาว่ารู้เรื่องนี้มาก่อนไหม เขาอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีแกะมือเธอออกเดินหนีไปเลย

ooooooo

เดือนพัตราลงจากเวทีเจอนายหัววรงค์เข้ามาถามว่าจะขายบ้านจริงๆหรือ เธอพยักหน้าแล้วถามหยั่งเชิงว่าเขาสนใจหรือ เขาฉลาดพอที่จะไม่แสดงตัวชัดเจน อ้างว่าแค่ประหลาดใจเพราะที่ผ่านมาเห็นเธอยืนยันหนักแน่นว่าไม่ขาย เขาก็ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนใจกะทันหัน

“เดือนลองคิดทบทวนดู ตัวเดือนเองก็ไม่ได้คุ้นชินกับการใช้ชีวิตที่เมืองไทยสักเท่าไหร่ เดือนว่ามันเป็นภาระเปล่าๆ ส่วนเรื่องคุณยาย เดือนทำใจได้แล้วค่ะ เดือนไม่รู้ว่าจะรั้นไปทำไมในเมื่อหลักฐานทุกอย่างมันชี้ชัดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย” เดือนพัตราตอบน้ำเสียงราบเรียบเหมือนทำใจได้แล้ว แต่นายหัวยังไม่ปักใจเชื่อ...

การประกาศขายบ้านรัชดาพิพัฒน์ครั้งนี้ทำให้เดือนพัตรากับเหมหิรัญญ์ทราบว่ามีคนสามคนที่เนื้อเต้นยื่นข้อเสนอขอซื้อบ้านหลังนี้ คนแรกคือแก้วเพชรติดต่อขอซื้อผ่านทางพิมพ์ดารา รัตนพรรณกับทองมาตย์ก็สนใจเช่นกัน ขอซื้อจากเดือนพัตราโดยตรง อีกทั้งยังขอนัดวันเวลาอีกด้วย เธอยังไม่ทันตอบอะไร มรุตเดินหน้าหงิกเข้ามาพร้อมกับกลิ่นเหล้าคลุ้ง มีเรื่องจะขอคุยกับเธอ แล้วลากแขนเธอไปจากรัตนพรรณกับทองมาตย์

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง มรุตอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ๆเธอถึงลุกขึ้นมาประกาศขายบ้าน เธอขอร้องเขาให้ใจเย็นๆเรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องหงุดหงิด

“เรื่องแค่นี้เหรอครับ คุณก็รู้ว่าการที่คุณเลือกที่จะขายบ้านให้ใครสักคนมันอันตรายขนาดไหน”

“ที่ฉันทำแบบนี้เพราะคนร้ายจะได้เผยตัวเร็วขึ้นยังไงล่ะคะ”

“แต่ที่สำคัญถ้าคนร้ายรู้ว่านี่เป็นแผนคุณ คนที่จะถูกเล่นงานก็คือคุณ ทำไมจะทำอะไรไม่ปรึกษาผมก่อน”

เดือนพัตราเห็นว่ามรุตเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ เขาตัดพ้อที่เธอไม่ปรึกษาเขาเพราะเห็นเขาเป็นคนนอก ทำไมเมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้ ตอนนี้เธอไม่เชื่อใจเขาอีกแล้วหรือ มรุตบีบแขนเธอเขย่าด้วยความโมโห

“ฉันว่าท่าทางคุณจะเมามาก เราค่อยคุยกันวันหลังดีกว่า” เดือนพัตราพยายามพูดให้มรุตเย็นลงแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เขาบีบแขนเธอแรงขึ้นตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน

“คุณทำแบบนี้มันยิ่งทำให้ผมเป็นห่วงคุณ คุณรู้บ้างไหมผมห่วงคุณแค่ไหนคุณเคยรับรู้บ้างไหม”

“คุณมรุตฉันเจ็บ” เดือนพัตราอ้อนวอนแต่ไม่ได้ผล ทันใดนั้นเหมหิรัญญ์เข้ามาดึงมือมรุตออก ขอให้หยุดต่อว่าเธอได้แล้ว เรื่องทั้งหมดเป็นแผนการของเขาเอง มรุตยิ่งโกรธผลักอกเหมหิรัญญ์อย่างเอาเรื่อง

“นี่มันเป็นแผนของคุณเหรอ คุณเป็นใคร เรื่องนี้มันหน้าที่ของผมผมเป็นตำรวจ คุณมายุ่งอะไรกับเรื่องนี้”

“คุณครองสติไม่อยู่แล้วนะครับ” เหมหิรัญญ์พยายามพูดอย่างใจเย็น แต่อีกฝ่ายไม่เย็นด้วย ปล่อยหมัดตรงใส่ เหมหิรัญญ์รับหมัดเขาไว้ได้ มรุตไม่ยอมแพ้ดิ้นรนจะต่อยเหมหิรัญญ์ให้ได้จึงถูกผลักล้มลง เดือนพัตราเป็นห่วงถลาเข้าไปถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาไม่เป็นไร แล้วยื่นคำขาดกับเธอหากเลือกที่จะเชื่อเหมหิรัญญ์ก็ไม่จำเป็นต้องมีเขา แล้วหันหลังจากไปเธอดึงแขนเขาไว้ขอให้ฟังเธออธิบายก่อน

มรุตไม่ฟังแกะมือเธอออกแล้วผละจากไป เดือนพัตราจะวิ่งตาม วโรชาขวางไว้

“นี่ผู้ชายเขาไม่สนใจยังหน้าด้านวิ่งตามเขาอยู่ได้” มัวแต่ด่าคนอื่นทำให้วโรชาตามมรุตไม่ทัน

ooooooo

แก้วเพชรยังแค้นใจไม่หายที่เห็นผัวตัวเองออกมาจากห้องเก็บของกับศิถี ทันทีที่กลับถึงบ้านสั่งให้เขาอธิบายมาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเดินหนีไม่อยากคุยด้วย เธอโมโหขว้างกระเป๋าถือใส่กลางหลังพอดี เขาหันขวับ

“มันชักจะมากไปแล้วนะ” นายหัววรงค์จ้องหน้าเอาเรื่อง

“มากไปยังไง...อย่ามองฉันแบบนี้แล้วอย่าคิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรคุณ ฉันยอมให้คุณเหยียบหัวมานานแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยอมเด็ดขาดจำไว้ อย่าให้ฉันต้องเจอเหตุการณ์แบบวันนี้อีก อ้อ...ฉันขอสั่งไปเอาบ้านหลังนั้นมาให้ฉัน อีนังเมียคนใช้ของคุณก็ต้องออกจากบ้านหลังนั้นไปด้วย” สั่งเสร็จแก้วเพชรผละจากไป ทิ้งให้นายหัวโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ตรงนั้น...

ปริทัศน์สะพายเป้เดินออกจากบ้านท่าทางร้อนรน ทันใดนั้น ทัศน์เทพเข้ามาประกบข้างถามว่าจะไปไหน เขาตกใจแทบช็อกแต่พยายามเก็บอารมณ์ไว้ โกหกว่าเปล่าไม่ได้ไปไหน ทัศน์เทพสั่งให้เขาขึ้นรถ ปริทัศน์มองซ้ายมองขวาก่อนเดินตามสารวัตรชั่วไปที่รถ รอจนอีกฝ่ายขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ ปริทัศน์อาศัยความมืดวิ่งหนี ทัศน์เทพรีบขับรถตามแต่ไม่ทัน...

แผนประกาศขายบ้านรัชดาพิพัฒน์เพื่อให้คนร้ายเผยตัวทำให้เดือนพัตราเครียดไม่น้อย มายืนริมหาดมองทะเลเบื้องหน้าหวังให้เสียงคลื่นและแสงจันทร์ช่วยให้ผ่อนคลายได้บ้าง เหมหิรัญญ์เข้ามายืนข้างๆ เธอหันมาถามว่าเราจะทำอย่างไรต่อดี เขาว่าทำได้แค่รอเท่านั้น ตอนนี้คนที่อยากได้บ้านจะต้องไม่อยู่นิ่งเฉยแน่ ส่วนเธอเองก็คงต้องวุ่นวายมากขึ้น เธอรับได้อยู่แล้วถ้ามันทำให้เธอจับตัวคนที่ฆ่าคุณยายได้ แล้วถอนใจเฮือกใหญ่

เหมหิรัญญ์ทักมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ที่ทำให้ไม่สบายใจ เดือนพัตราไม่สบายใจเรื่องมรุตซึ่งคงโกรธเธอมากที่ทำให้ผิดหวัง เขาถามหยั่งเชิงแล้วสิ่งใดที่ทำให้มรุตสมหวัง ใช่หัวใจของเธอหรือเปล่า

เดือนพัตราวางมือบนอกข้างซ้ายของเหมหิรัญญ์ “คุณก็รู้ว่าหัวใจของฉันอยู่ที่ไหน”

เขาจับมือเธอข้างที่วางอยู่บนอกยิ้มให้ก่อนจะชวนเธอเต้นรำด้วยกันชดเชยที่ไม่ได้เต้นในงาน สองคนเต้นรำกันท่ามกลางแสงจันทร์อย่างมีความสุข วาดลวดลายไปบนหาดทรายจนเหนื่อยอ่อน ทั้งคู่นั่งพักเหนื่อยพลางมองจันทร์เต็มดวงด้วยกัน เธออดชมไม่ได้ว่าคืนนี้พระจันทร์สวยมาก

“ไม่ว่าจักรวาลจะกว้างใหญ่เพียงใด แต่ผมชอบแสงจันทร์บนโลกใบนี้มากกว่าที่ไหน”

“ทำไมคะ โลกของคุณไม่มีพระจันทร์เหรอคะ” เดือนพัตราพาซื่อ

“มีสิ แต่ผมไม่เคยเห็นแสงจันทร์ที่ไหนสวยเท่าที่นี่ โดยเฉพาะ...” เหมหิรัญญ์ละสายตาจากท้องฟ้ามามองหน้าเดือนพัตรา “...แสงของจันทร์ที่ฉายอยู่ตรงหน้าผม”

หญิงสาวมองสบตาเหมหิรัญญ์อย่างลึกซึ้งแล้วเอนหัวซบไหล่เขา เหมหิรัญญ์โอบกอดเธอไว้มองไปยังทะเลเบื้องหน้า รำพันว่ามีความสุขเวลาที่ได้อยู่กับเธอและเธอคือคนเดียวที่ทำให้เขามีความสุขในโลกใบนี้  เงียบไม่มีเสียงตอบ เขาก้มมองถึงได้รู้ว่าเธอหลับไปแล้ว ค่อยๆอุ้มเธอกลับบ้านมาวางลงบนเตียงดึงผ้ามาห่มให้ เขี่ยผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างเบามือ แล้วก้มลงจูบหน้าผาก

เดือนพัตราลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นสายตาเปี่ยมไปด้วยความรักของเขารู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก เขาเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเธอ ด้วยแรงแห่งรักทำให้ทั้งคู่ไม่อาจต้านทานความรู้สึกที่มีต่อกันได้ ตกเป็นของกันและกัน ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ขับกล่อมให้คืนนี้เป็นคืนอันแสนหวานของเขาและเธอ

ooooooo

เช้าวันใหม่เดือนพัตราตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของเหมหิรัญญ์ที่ยังคงหลับอยู่ แปลกใจไม่น้อยที่เห็นเขาหลับ อดใจไม่ได้ที่จะใช้นิ้วไล้ไปบนใบหน้าหล่อเหลาของเขาเล่น เขารู้สึกตัวตื่นคว้ามือเธอมาหอม ชอบใจมากที่ตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้าเธอแบบนี้ เดือนพัตราแปลกใจทำไมเขาถึงนอนหลับได้

“ผมก็แปลกใจเหมือนกัน” เหมหิรัญญ์ดึงเธอมานอนในอ้อมกอด “เราสองคนเป็นของกันและกันแล้ว ในโลกของผมมันคือการหลอมรวมชีวิตจิตวิญญาณของคนสองคนเข้าไว้ด้วยกัน คุณกับผมคืนหนึ่งเดียวกันทั้งกายและใจ ผมรักคุณเดือนพัตรา”

“ฉันก็รักคุณค่ะ”

เหมหิรัญญ์จูบเดือนพัตราอย่างดูดดื่มก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมโปงหยอกล้อกันอย่างมีความสุข...

ในเวลาต่อมาพิมพ์ดารารอท่าอยู่ที่โต๊ะอาหาร ทันทีที่เดือนพัตรากับเหมหิรัญญ์นั่งร่วมโต๊ะกันพร้อมหน้า ท่านต่อว่าลูกสาวว่าอยู่ๆลุกขึ้นมาประกาศขายบ้านทำไมไม่บอกกันก่อน เธอแค่จะทำเซอร์ไพรส์เท่านั้น

“จ้ะ เซอร์ไพรส์มาก ใครๆเขาก็มาถามแม่ แม่ก็ตอบไม่ถูก แล้วนี่คุณแก้วเพชรก็มาเกริ่นๆกับแม่นะว่าเขาอยากซื้อเก็บไว้ แม่ว่าก็ดีเหมือนกัน ยังไงคุณแก้วเพชรก็เป็นคนคุ้นเคยกัน เดือนคิดว่ายังไงลูก”

“ก็ดีนะคะ คนกันเองลองคุยดูก็ได้ค่ะ” เดือนพัตราทำท่าเหมือนตกลงใจจะขายให้แก้วเพชร พิมพ์ดาราดีใจที่จะได้ขายบ้านหลังนี้สักที เดือนพัตรากับเหมหิรัญญ์พอใจที่แผนการขั้นแรกของตัวเองสำเร็จด้วยดี...

ที่บ้านนายหัววรงค์ แก้วเพชรซึ่งรอท่าอยู่ที่โต๊ะอาหารเห็นสามีทำท่าจะเดินเลยไป ร้องเรียกไม่มากินมื้อเช้าด้วยกันหรือ เขาอ้างไม่หิว แล้วขยับจะไปต่อ เธอไม่พอใจ นี่เขาจะไปจัดการเรื่องบ้านรัชดาพิพัฒน์ให้เธอได้เมื่อไหร่ เขาขอผ่านไม่อยากยุ่งเรื่องนี้ อย่าบังคับกันเลย ถ้าเธอคิดว่าทางนั้นจะขายให้ก็ไปจัดการเอาเอง

“คุณจะลองดีกับฉันใช่ไหม” แก้วเพชรฉุนขาด นายหัวไม่สนใจเดินหนี เธอคว้าแก้วน้ำปาใส่เฉี่ยวหัวเขาไปนิดเดียว เขาเดินต่อไปไม่สนใจ ยิ่งทำให้เธอโมโหตะโกนขู่ไล่หลัง

“ฉันจะเฉดหัวเมียน้อยทุกคนของคุณออกไปจากเมืองนี้ให้ได้”...

ในห้องเดือนพัตรา เหมหิรัญญ์มองผ้าลูกไม้ลายสนธยาในมือ นึกถึงเหตุการณ์ตอนเจอปริทัศน์ในห้องนี้ เดือนพัตราเข้ามาเห็นสีหน้าเครียดๆ ของเขาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาเล่าให้ฟังเรื่องที่เมื่อคืนเข้ามาเจอปริทัศน์ถือกล่องใส่ผ้าลูกไม้ผืนนี้อยู่ ไม่แน่ใจว่าปริทัศน์ตั้งใจจะเข้ามาขโมยมันหรือเข้ามาทำอะไรกันแน่

“เราควรหาที่ซ่อนผ้าลูกไม้”

“ไม่จำเป็น เพราะใจผมกับผ้าลูกไม้และประตูกาลเชื่อมถึงกันไม่ว่าผ้าลูกไม้จะอยู่ที่ไหนผมจะหามันเจอ”

“คุณจะใช้ผ้าลูกไม้ล่อคนร้าย มันจะไม่เสี่ยงเกินไปเหรอคะ” เดือนพัตราทักท้วงสีหน้าเป็นกังวล

ooooooo

เดือนพัตราไม่รู้จักบ้านปริทัศน์จึงต้องขอความช่วยเหลือจากอรุณ หลังจากเล่าให้ฟังคร่าวๆว่าการประกาศขายบ้านรัชดาพิพัฒน์ครั้งนี้เป็นแค่แผนเท่านั้น เขาถึงยอมรับหน้าที่ไกด์นำทางพาเธอกับเหมหิรัญญ์ไปบ้านปริทัศน์ ทั้งสามคนยังไม่ทันกดกริ่ง แม่บ้านออกมาพอดีถามว่ามาหาคุณปริทัศน์หรือ

“ค่ะ เขาอยู่ไหมคะ”

“ไม่อยู่ค่ะ เมื่อวานรีบกลับมาแล้วรีบเก็บเสื้อผ้าออกไป ไม่ได้บอกอะไรไว้เลย” แม่บ้านว่าพลางล็อกประตูรั้วแล้วเดินออกไป เหมหิรัญญ์ เดือนพัตราและอรุณต่างรอจนแม่บ้านลับสายตาปีนข้ามกำแพงเข้าไปในบ้าน สำรวจรอบๆจนเจอหน้าต่างบานหนึ่งเปิดทิ้งไว้ปีนเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว

“คุณอรุณอยู่ด้านล่างก็ได้นะครับ”

“นี่พวกคุณกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ครับ” อรุณมองทั้งคู่อย่างรอคำตอบ เดือนพัตราขอติดค้างไว้ก่อน วันหลังจะเล่าให้ฟัง แล้วเดินขึ้นบันไดไปกับเหมหิรัญญ์ สภาพบ้านชั้นสองเหมือนกับชั้นล่างไม่มีการถูกรื้อค้นหรือมีร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด ทั้งคู่เดินเลยเข้าไปในห้องนอน เห็นบนโต๊ะมีบันทึกของพระยาบริรักษ์ภูบาล เหมหิรัญญ์อ่านบันทึกด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อรู้ว่ามีการจดเรื่องราวของชายในกระจกเอาไว้

“บันทึกเรื่องราวของผู้ชายในกระจก นั่นก็หมายความว่าคุณปริทัศน์รู้เรื่องของผู้ชายที่มาจากอุตรกุรุทวีป”

“ใช่ คุณปริทัศน์คงต้องการหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้” เหมหิรัญญ์ได้ยินเสียงเหมือนมีใครอยู่หน้าห้องย่องเงียบออกไปดูปรากฏว่าเป็นอรุณนั่นเอง เดือนพัตราเสียงเข้มใส่มาทำอะไรตรงนี้

“ตามนิสัยของนักข่าวอ่ะครับ อยากรู้อยากเห็น” อรุณว่าพลางยิ้มแหยๆ เหมหิรัญญ์รับรู้ได้ถึงบางอย่าง ชวนเดือนพัตรากับอรุณกลับ เดินลงมายังไม่ทันถึงโถงบันไดชั้นล่างเจอสมุนของจ่าสนอง เหมหิรัญญ์เท้าไวถีบสมุนคนหน้าสุดกระเด็นไปใส่คนอื่นๆล้มกลิ้งไปตามๆกัน แล้วคว้ามือเดือนพัตราวิ่งหนี โดยมีอรุณวิ่งปิดท้าย พลางใช้มือผลักโต๊ะเก้าอี้ขวางทางให้พวกคนร้ายเสียเวลาสุดท้ายก็ไล่ตามเหมหิรัญญ์กับพวกไม่ทัน...


ภายในสวนยางเปลี่ยว นายหัววรงค์หงุดหงิดที่จ่าสนองเข้ามารายงานว่าหาตัวปริทัศน์ไม่เจอไม่รู้หายไปไหน เขาอดสงสัยไม่ได้นายหัวจะตามหาตัวมันไปทำไม

“แกไม่ต้องรู้หรอก แค่ตามหาตัวมันให้เจอแล้วพามาหาฉัน”

“ครับนายหัว”

ooooooo

จ่าสนองเล่นไม่ซื่อนำเรื่องที่นายหัววรงค์ตามหาตัวปริทัศน์ไปเล่าให้หันตรากับทัศน์เทพฟัง เธอแปลกใจนายหัวจะตามหาปริทัศน์ไปทำไม จ่าสนองเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน ทัศน์เทพโทษตัวเองเมื่อคืนไม่น่าปล่อยให้ปริทัศน์หนีไปได้ แม้จะไม่พอใจที่เขาปล่อยให้ปริทัศน์รอดเงื้อมมือแต่ก็ไม่แสดงออกให้รู้

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะสารวัตรแค่ตอนนี้ตามหาตัวปริทัศน์มาให้ได้แล้วลองสืบดูว่านายหัวต้องการอะไรกันแน่”

“มีอีกอย่างนึงครับคุณหันตรา วันนี้ลูกน้องผมมันเจอคุณเดือนกับคุณเหมอยู่ที่บ้านนายปริทัศน์ด้วยครับ”

“ไปจัดการเรื่องปริทัศน์มาให้เรียบร้อย” หันตราสั่งเสียงเข้ม จ่าสนองรีบไปทำตามคำสั่ง ทัศน์เทพอยากรู้ว่าเธอจะเอาอย่างไรต่อเรื่องบ้านรัชดาพิพัฒน์ เธอเริ่มรู้สึกว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องบ้าน นายหัววรงค์ต้องการอะไรมากกว่านั้น และเธอต้องรู้ให้ได้ ส่วนทัศน์เทพพอจะหาช่องทางที่จะเอาผิดนายหัวได้หรือยัง เขาถอนใจหนักใจที่ต้องพูดเรื่องนี้ เธอเหมือนจะอ่านความคิดเขาออกเดินเข้าไปลูบไล้ต้นแขนเขา

“ถ้าคุณไม่กล้าตัดเท้าของคนที่เหยียบคุณอยู่ล่ะก็ คุณก็จะไม่มีวันขึ้นมาหายใจบนดินได้” พูดจบหันตราหอมแก้มทัศน์เทพเหมือนจะมัดจำไว้ก่อน เขาทนไม่ไหวโน้มตัวจะจูบ เธอยกมือขึ้นบัง เอาไว้งานเสร็จเมื่อไหร่ เธอจะฉลองกับเขาให้สาสม เขาจำต้องเดินจากไปอย่าง เสียดาย พอเขาคล้อยหลังเท่านั้น หันตราเอาหลังมือเช็ดปากตัวเองอย่างขยะแขยง...

คนที่ทุกคนในรุมิหราตามหากันให้ควั่กหลบเข้ากรุงเทพฯมาหาอาจารย์ตัวเองที่บ้าน ภายในบ้านของท่านเต็มไปด้วยหนังสือเก่าโบราณมากมาย หลังจากนั่งรออยู่พักใหญ่ อาจารย์เฒ่าผมขาวในชุดนุ่งขาวห่มขาว เดินออกมาหาพร้อมกับสมุดใบลานเก่าเล่มหนึ่ง เขียนด้วยภาษาอินเดีย ท่านวางสมุดนั้นลงตรงหน้าเขา บอกว่านี่คือสิ่งที่เขาอยากรู้ส่วนหนึ่งในตำนานของจักรวาลเกี่ยวกับทวีปที่หายไป ถ้าเขาอยากรู้ก็ต้องอ่านเอาเอง

ปริทัศน์หยิบสมุดมาเปิดดูอย่างตื่นเต้น แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง ท่านผายมือออกเป็นเชิงให้ดูที่ตัวท่าน นี่คือวิธีพิสูจน์ของท่าน ปริทัศน์มองงงๆไม่เข้าใจ

“เมื่อผมศึกษามันอย่างถ่องแท้ ผมก็ได้รู้ว่าสิ่งที่จะทำให้ผมไปที่นั่นได้ก็คือความดี ความดีจะพาผมไปดินแดนที่บริสุทธิ์อย่างถูกต้อง ผมหมั่นรักษาศีลเพียรทำความดีเพื่อให้ได้ไปที่นั่น”

“ทำไมอาจารย์ถึงให้หนังสือเล่มนี้กับผมทั้งๆที่มันควรจะเป็นความลับไม่ใช่เหรอครับ”

“ผมแก่แล้วผมไม่อยากให้ความรู้หรือตำราเหล่านี้ต้องสาบสูญหายไปกับผมหรือตกไปอยู่ในมือคนไม่ดี ผมรู้จักคุณมานาน คุณเป็นลูกศิษย์ที่ดี จิตใจดี ผมเชื่อว่าเมื่อคุณได้ศึกษาเรื่องราวในสมุดเล่มนี้แล้ว คุณจะเป็นอีกแรงที่ช่วยปกป้องดินแดนแห่งนี้”

ปริทัศน์มองสมุดในมือครุ่นคิดหนัก ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี หลังออกจากบ้านอาจารย์ เขามาเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ยังคงครุ่นคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี นึกถึงคำพูดของอาจารย์ขึ้นมาได้

“สมุดเล่มนี้สำคัญมาก เพราะถ้าตกไปอยู่ในมือคนไม่ดีดินแดนอันแสนบริสุทธิ์นั้น อาจจะต้องเกิดกลียุคเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว”

ชายหนุ่มมองไปที่ผู้คนรอบตัว บางคนยิ้ม หัวเราะมีความสุข บางคนนั่งจับเจ่าอยู่กับมือถือ บางคนเร่งรีบบ้างก็ช่วยเหลือมีน้ำใจต่อผู้อื่น

“มนุษย์ในโลกของเราเป็นผู้ทำลายงั้นเหรอ...แล้วนายล่ะปริทัศน์ นายจะทำยังไง” ปริทัศน์พึมพำกับตัวเองสีหน้าเคร่งเครียด

ooooooo

แก้วเพชรเดินออกจากบ้านรัชดาพิพัฒน์โดยมีพิมพ์ดาราเดินมาส่ง ขอบคุณเธอมากที่ตกลงจะขายบ้านหลังนี้ให้ เดี๋ยวจะรีบกลับไปทำเอกสารการซื้อขายมาให้ แล้วขอตัวกลับ พิมพ์ดาราส่งแขกเสร็จก็กลับเข้าบ้าน แก้วเพชรเดินยิ้มพอใจในที่สุดบ้านหลังนี้ก็อยู่ในมือตัวเอง

จังหวะนั้นรัตนพรรณกับทองมาตย์ขับรถมาจอดเทียบ ลงมาถามแก้วเพชรว่ามาทำอะไรที่นี่ เธอมาติดต่อซื้อบ้านจากพิมพ์ดารา รัตนพรรณไม่พอใจ ไหนว่าเรื่องบ้านเธอให้ตนเป็นคนจัดการไม่ใช่หรือ

“มัวแต่รอเธอจัดการ ชาติหน้าก็คงไม่ได้ ฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว หนูเดือนกับคุณพิมพ์ตกลงขายบ้านให้ฉันแล้ว...ฉันไปก่อนนะ” แก้วเพชรจะก้าวขึ้นรถ รัตนพรรณร้องห้ามเสียงหลงอย่าเพิ่งไป แล้วเรื่องค่าเหนื่อยของเธอ ตกลงจะจ่ายอย่างไร แก้วเพชรไม่จ่ายในเมื่อรัตนพรรณไม่เคยทำอะไรนอกจากสตรอไปวันๆ ตนจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองแล้วรัตนพรรณจะมาเรียกร้องอะไร ทองมาตย์โวยพูดแบบนี้ไม่แฟร์

“อะไรที่เธอว่าไม่แฟร์ ไหนพูดมาซิ”

“ก็คุณนายบอกให้พวกเราเป็นคนจัดการเรื่องนี้ เราก็ควรได้เปอร์เซ็นต์จากการซื้อขายในครั้งนี้ด้วยมันถึงจะถูก การที่คุณนายมาซื้อตัดหน้าเราแบบนี้ก็เท่ากับหักหลังกัน”

แก้วเพชรไม่สนจะคิดอย่างไรก็ตามใจแล้วขึ้นรถขับออกไป ทองมาตย์แทบคลั่งที่ต้องสูญเงินก้อนโต

ไม่นานนักสองผัวเมียกลับถึงบ้านอย่างหัวเสีย ชวดเงินค่านายหน้าไม่พอยังถูกแม่บ้านของตัวเองทวงเงินเดือนที่ค้างอยู่สองเดือนอีกด้วย รัตนพรรณบอกให้รอไปก่อนแล้วไล่ตะเพิดแม่บ้านไปให้พ้นหน้า ทองมาตย์อยากรู้แล้วจะเอาอย่างไรต่อ เธอรำคาญบอกให้เขาคิดเองบ้าง ไม่ใช่ให้เธอคิดคนเดียว

“งั้นก็ฆ่าให้มันตายๆไปเลยจะได้จบๆ”

“ฆ่างั้นเหรอ ถ้ามันทำได้ง่ายๆแบบนั้นก็ดีสิเธอนี่มันสมองน้อยจริงๆ ฉันหน้ามืดเอามาเป็นผัวได้ไงเนี่ย”

ทองมาตย์ไม่พอใจที่ถูกเมียแก่ข่มเอา คว้ากุญแจรถจะออกจากบ้าน รัตนพรรณร้องถามนั่นจะไปไหนอีก เขาจะไปหาเงินมาจ่ายเงินเดือนคนรับใช้

“ฉันรู้นะจะไปบ่อนอีกใช่ไหม หนี้ท่วมหัวจนจะไม่มีที่ซุกหัวนอนอยู่แล้ว เล่นมันเข้าไปไอ้ผัวเฮงซวย” ด่าไม่ทันขาดคำ มีสายเรียกเข้าจากเดือนพัตรา เธอรีบกดรับสาย...

ทางด้านมรุตเปิดคอมพิวเตอร์ดูคดีของประพิมกับกมลทิพย์สลับกันไปมา สีหน้าบอกบุญไม่รับ ยิ่งคิดถึงตอนที่มีปากเสียงกับเดือนพัตรา ก็ยิ่งหงุดหงิดอารมณ์บูด หยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.หาเธอ แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจโทร.หาวโรชาแทนที่ นัดให้ออกมากินข้าวด้วยกัน...

ที่ร้านอาหารริมทะเล เดือนพัตรากับเหมหิรัญญ์นัดรัตนพรรณให้มาเจอกันเพื่อคุยเรื่องบ้านรัชดาพิพัฒน์ สัญญาว่าจะขายให้ แต่ขอถามสักคำ ทำไมเธอถึงอยากได้บ้านหลังนี้นัก เธออึกอักก่อนจะตอบว่า

“คือว่าอย่างที่ทราบรัตเป็นนายหน้าค้าที่ บ้านรัชดาพิพัฒน์เองก็เป็นเป้าหมายของนักลงทุน”

เหมหิรัญญ์ซักพูดแบบนี้รัตนพรรณจะเอาบ้านไปขายทอดตลาดอย่างนั้นหรือ เธอตั้งใจไว้ทีแรกจะทำอย่างนั้น แต่พอได้มารู้จักเดือนพัตราได้มาสัมผัสกับบ้านรัชดาพิพัฒ์ก็รู้สึกรักอยากจะอนุรักษ์ไว้ดีกว่าปล่อยให้พวกนายทุนที่ไม่รู้คุณค่า เหมหิรัญญ์รู้แก่ใจดีว่าเธอโกหก แถมไม่เนียนอีกต่างหาก

ooooooo

มรุตพาวโรชามากินข้าวร้านอาหารเดียวกับเดือนพัตรา เหมหิรัญญ์และรัตนพรรณ นี่เป็นอีกครั้งที่มรุตเห็นเดือนพัตราแต่ทำเหมือนไม่รู้จัก เขาพาวโรชาไปนั่งโต๊ะด้านในสุดของร้าน เดือนพัตรามองตามรู้สึกแย่ที่เขาหมางเมินใส่ รัตนพรรณปากไวถามเธอว่าเป็นอะไรหรือเปล่า สีหน้าไม่ค่อยจะดีเลย เธอส่ายหน้าไม่ได้เป็นอะไร

“รัตก็คิดว่าหึงคุณมรุตกับคุณหนูแหวน...อุ๊บ” รัตนพรรณแกล้งพูดผิด เหมหิรัญญ์ต้องกระแอมเป็นเชิงปราม เธอรู้ตัวรีบขอโทษเดือนพัตราไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น แค่เห็นว่าช่วงก่อนเดือนพัตราดูสนิทสนมกับมรุต แล้วชวนทั้งคู่กินอาหารกันต่อ...

ด้านวโรชาไม่ค่อยจะพอใจนักที่มรุตเอาแต่กระดกเบียร์แถมคอยมองไปที่โต๊ะเดือนพัตราอยู่ตลอดจนเธอต้องว่าประชดถ้าสนใจโต๊ะนั้นขนาดนี้ ไม่ลุกไปทักทายให้รู้แล้วรู้รอด เขารู้สึกตัวหันมายิ้มให้เธอ

“ไม่มีความจำเป็นที่ผมต้องไปทักทายเขานี่ครับ”

“ที่พี่มรุตทำอยู่ตอนนี้ไม่ใช่การประชดแม่นั่นนะคะ” วโรชามองมรุตอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจนัก เขาจับมือเธอมากุมไว้ ขอเธอให้เวลาเขาหน่อย เธอให้ได้อยู่แล้ว ถ้าเขาจริงใจกับเธอจริงๆ...

จ่ายค่าอาหารเสร็จ เดือนพัตราขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ยังเดินไม่ทันถึงที่หมายเจอมรุตเดินเมาเป๋ออกมาจากห้องน้ำชาย เธอร้องเรียกเขาทำไม่สนใจฝืนเดินต่อแต่เซอีก เธอเห็นท่าไม่ดีเข้าไปประคองไว้ เขาไล่ตะเพิดไม่ต้องมายุ่ง ผลักเธอไปห่างๆ ตัวเองหลักไม่ดีอยู่แล้วพานล้มไปด้วยกันใบหน้าทั้งคู่เกือบชนกัน

วโรชามาทันเห็นพอดี ปรี่เข้าไปดึงตัวเขาออก แล้วด่าเดือนพัตราว่าหน้าด้าน หน้าตาก็ดีแต่ทำตัวมั่วไม่เลือก ไม่ด่าเปล่า วโรชาตบเธอที่ไม่ทันตั้งตัวหน้าหัน แล้วตามเข้าไปจะตบซ้ำ เดือนพัตราตั้งหลักได้ผลักอีกฝ่ายกระเด็น แขกเหรื่อเริ่มเข้ามามุง วโรชาเห็นคนเยอะ

ยิ่งแผดเสียงด่าทอเดือนพัตรา เสียงแปดหลอดของเธอดังไปถึงส่วนที่เป็นร้านอาหาร เหมหิรัญญ์กับรัตนพรรณได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งมาดู

เดือนพัตรากับวโรชากำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันโดยมีมรุตที่ยืนแทบไม่อยู่พยายามห้าม เหมหิรัญญ์เข้าไปดึงคนของตัวเองออกมา ต่อว่าวโรชาว่าไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายเดือนพัตรา เธอยืนกรานว่ามีสิทธิ์ในเมื่อมันมายุ่งกับพี่มรุตของเธอ นี่ถ้าเธอไม่มาเห็นก่อนคงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว

“คุณเดือนเป็นคนรักของผมไม่มีวันที่เธอจะทำอย่างที่คุณกล่าวหา”

เหมหิรัญญ์มีปากเสียงกับวโรชา มรุตไม่พอใจต่อว่าเขาว่าจะพูดอะไรให้เกียรติแฟนของตนด้วย ไม่ใช่เขาคนเดียวที่อยากปกป้องคนรัก ตนก็ต้องการปกป้องคนรักของตนเช่นกัน

“กลับกันเถอะครับคุณแหวน” มรุตจูงมือวโรชาออกไป เดือนพัตรารู้สึกแย่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยิ่งเห็นสายตาของบรรดาไทยมุงที่จ้องมองเธอเป็นตาเดียวกัน อับอายมากเดินหนีออกจากร้านแทบไม่ทัน...

ไม่นานนักมรุตขับรถมาส่งวโรชาที่บ้าน เธอออกปากหากเขาต้องการแค่ทำประชดใครอย่าเอาเธอไปเกี่ยว ถ้าเขาไม่คิดจะจริงใจหรือจริงจังอย่าทำแบบนี้กับเธอ แล้วเปิดประตูลงจากรถ เขาตามมาคว้าเธอไปจูบ

“ผมไม่รู้ว่าจูบนี้จะพิสูจน์ความจริงใจของผมได้หรือเปล่า”

วโรชาถึงกับอึ้ง ทั้งคู่ไม่ทันเห็นนายหัววรงค์ยืนมองมาจากในบ้านโดยตลอด...

ทันทีที่ลูกเข้ามาในบ้าน นายหัววรงค์ถามเธอมั่นใจได้อย่างไรว่ามรุตไม่ได้มาตีสนิทกับเธอเพื่อผลประโยชน์อย่างอื่น วโรชายืนยันว่าเขาไม่มีวันทำอย่างนั้น

“นัดมันมาเจอกับพ่อ พ่ออยากรู้ว่ามันต้องการอะไรกันแน่”...

ด้านเดือนพัตราอัดอั้นตันใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ขับรถต่อไปไม่ไหวต้องจอดรถร้องไห้โฮ

เหมหิรัญญ์เอื้อมมือมาลูบหัวเธออย่างปลอบโยน เธอซบหน้ากับอกเขา

“คุณไม่คิดว่าฉันเป็นอย่างที่คุณวโรชาพูดใช่ไหมคะ”

“ผมรู้ดีว่าคุณเป็นคนอย่างไร” เหมหิรัญญ์กอดเธอไว้อย่างเป็นกำลังใจให้

ooooooo

นายหัววรงค์ตามมาทวงถามเรื่องบ้านรัชดาพิพัฒน์ จากหันตราว่าเมื่อไหร่ถึงจะเรียบร้อย เธอเห็นว่าแก้วเพชรติดต่อขอซื้อบ้านกับทางนั้นเองแล้ว เขามองเธอตาขวาง

“ฉันบอกให้เธอทำอะไรก็ทำไป ไม่ต้องมาคิดแทนฉัน”

“แต่ในเมื่อคุณแก้วเพชรได้ก็เท่ากับว่านายหัวได้เหมือนกันนี่คะ”

“เลิกเซ้าซี้ ฉันบอกให้ทำอะไรก็ทำ ถ้าบ้านนั้น ตกไปอยู่ในมือคนอื่น ฉันฆ่าเธอแน่เข้าใจไหม” นายหัววรงค์ตะคอกใส่หน้า ผลักหันตราทรุดลงไปกองกับพื้นแล้วผละจากไป เธอมองตามแววตาอาฆาต พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของหันตรา ตอนนั้นเธอยื่นซองประมูลงานไม่ผ่าน ธุรกิจที่ทำย่ำแย่ ทองมาตย์ทิ้งเธอไปอยู่กับรัตนพรรณที่ร่ำรวยกว่า หันตราทั้งอ้อนวอนทั้งขอร้องเขาอย่าทิ้งกันไป เขาก็ไม่สนใจ

ในเมื่องานไม่มี เงินก็ไม่มา หันตราติดหนี้นอกระบบ ถูกเจ้าหนี้โหดตามทวงหนี้ นายหัววรงค์มาช่วยเอาไว้ รับจะใช้หนี้ทั้งหมดให้เธอเอง จากนั้นมาชีวิตของเธอเป็นของเขา ไม่ใช่แค่ชีวิต ร่างกายของเธอก็ตกเป็นของเขาเช่นกัน เธอมักจะถูกนายหัววรงค์ทำร้ายหากทำงานให้เขาไม่ได้ดั่งใจ

หันตราน้ำตาไหลเมื่อนึกถึงเรื่องเก่าๆ ปาดน้ำตาทิ้งลุกขึ้นพร้อมกับแววตาแข็งกร้าว

“แกจะทำกับฉันแบบนี้ได้อีกไม่นาน คอยดู” หันตราขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

ที่บ้านรัชดาพิพัฒน์ แก้วเพชรแทบช็อกอุตส่าห์ร่างสัญญาซื้อขายบ้านหลังนี้จะให้เดือนพัตราเซ็น เธอกลับบอกว่าขายบ้านหลังนี้ให้แก้วเพชรไม่ได้

“เดือนต้องขอโทษจริงๆนะคะคุณอา พอดีเดือนตกลงใจขายบ้านให้คุณรัตนพรรณไปแล้วค่ะ”


แก้วเพชรเดือดปุดๆชี้หน้าสองแม่ลูกนี่คิดจะเล่นตลกอะไรกัน พิมพ์ดาราขอร้องให้เธอใจเย็นๆก่อน เธอเย็นไม่ไหวที่พิมพ์ดารากับลูกทำแบบนี้เท่ากับหยามกันชัดๆ

“จำไว้นะ พวกเธอจะไม่มีวันอยู่ในรุมิหราได้อย่างสงบสุข” ขู่จบแก้วเพชรเดินหน้าง้ำออกไป พิมพ์ดาราพยายามตามไปอธิบายแต่ไม่เป็นผล เธอไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น ครู่ต่อมา พิมพ์ดารากลับมาที่ห้องรับแขกอีกครั้ง ถามเดือนพัตราว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไหนลูกอยากขายบ้าน พอมีคนมาซื้อกลับไม่ขาย

“เดือนบอกไปแล้วไงคะว่าเดือนขายให้คุณรัตไปแล้ว”

พิมพ์ดาราบ่นลูกอีกสิบกระบุงที่ไม่ปรึกษากันก่อน อารมณ์ของท่านถึงกลับมาเป็นปกติ เหมหิรัญญ์เดินเข้ามาพอดี ท่านชวนเขาไปช็อปปิ้งแก้เบื่อหน้าลูกสาวเอาแต่ใจ เหมหิรัญญ์มองเดือนพัตราเป็นเชิงขออนุญาต

“เหมไปเป็นเพื่อนคุณแม่เถอะค่ะ เบื่อหน้าลูกสาวอยู่กับลูกชายคงจะอารมณ์ดีขึ้นนะคะ”

“ย่ะ” พิมพ์ดาราค้อนเดือนพัตราหนึ่งวง ก่อนจะเดินออกไปกับเหมหิรัญญ์ คล้อยหลังไม่นาน หันตราโทร.มานัดเดือนพัตราให้ออกไปพบ เธอยิ้มพอใจในที่สุดหันตราก็เริ่มเคลื่อนไหวเป็นไปตามแผนการที่วางไว้

ooooooo

จากนั้นไม่นาน เดือนพัตรามาถึงชายหาดของหมู่บ้านชาวประมงตามนัด เจอหันตรารอท่าอยู่ก่อนแล้ว เป็นไปตามคาดเธอเจรจาขอซื้อบ้านรัชดาพิพัฒน์ ยินดีจะจ่ายให้ตามที่เดือนพัตราต้องการ

“ดิฉันต้องขอโทษคุณหันตราอีกครั้งนะคะ เกรงว่าคราวนี้คุณหันตราจะช้าไปเพราะดิฉันตัดสินใจขายให้คุณรัตนพรรณไปแล้ว”

“มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าช้าหรือเร็ว แต่มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอ...ดูโน่นสิ” หันตราพยักพเยิดไปยังชายหาดที่อีกด้านหนึ่ง เห็นชายชาวบ้านถูกสมุนของหันตราลากตัวมาซ้อม เดือนพัตราวิ่งเข้าไปผลักสมุนออกจากชายชาวบ้านไม่ให้ซ้อมเขาอีก หันตราสั่งให้ชาติลากตัวเดือนพัตราออกมา แล้วเอาปืนจ่อไปที่ชาวบ้านสลับกับเดือนพัตราไปมา

“เธอสามารถแลกชีวิตกับชาวบ้านกระจอกๆพวกนี้ได้ไหมล่ะ”

เดือนพัตรากลัวมากหลับตานึกถึงเหมหิรัญญ์ เหมือนมีสื่อบางอย่างส่งถึงกัน เหมหิรัญญ์กำลังเดินช็อปปิ้งอยู่กับพิมพ์ดารารับรู้ถึงอันตรายที่จะมาถึงเดือนพัตรา เห็นกระจกที่ตั้งอยู่ภายในห้างฯจะหายตัวไปทางนั้น แต่พิมพ์ดารามาจับแขนไว้เสียก่อน เขายังไม่อยากให้ความลับเปิดเผยคว้าแขนท่านชวนกลับ...

ทางฝ่ายหันตรายังคงจ่อปืนใส่เดือนพัตรา อดชมไม่ได้ว่าเธอใจเด็ดที่ไม่ร้องสักแอะ เดือนพัตราเตือนว่าถ้าฆ่าเธอแล้วคิดว่าจะได้บ้านให้ลืมได้เลย

“เอาล่ะฉันให้โอกาสเธอกลับไปคิด ครั้งนี้เธอช่วยชีวิตชาวบ้านพวกนี้ได้ แต่มันไม่ได้ทุกครั้งหรอกนะ ถ้าเธออยากให้ชาวบ้านพวกนี้ปลอดภัยและอยู่อย่างสงบ ขายบ้านให้ฉัน”

“ฉันจะเชื่อได้อย่างไร ถ้าขายบ้านให้คุณแล้วชาวบ้านจะไม่เดือดร้อน”

“ก็ลองเสี่ยงดูไหมล่ะ” หันตราบ้าได้ใจลั่นไกปืนเฉี่ยวชาวบ้านคนนั้นเป็นการขู่สำทับ เดือนพัตราหน้าเครียดหนักกว่าเดิม...

ด้านเหมหิรัญญ์ร้อนใจมากกลัวเดือนพัตราเป็นอันตรายขอให้พิมพ์ดาราโทร.หาเธอให้หน่อย ท่านกระเซ้านี่ห่างกันไม่ได้เลยหรือ เขาได้แต่ยิ้มๆ พิมพ์ดารายื่นมือถือให้ เขารีบโทร.หาเดือนพัตรา เธอรับสายยังไม่ทันได้พูดอะไรเขาถามเป็นชุดว่าอยู่ไหน ทำอะไร เป็นอะไรหรือเปล่า

“ฉันอยู่บ้าน ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ”

ชายหนุ่มถอนใจโล่งอกที่เธอปลอดภัย...

พิมพ์ดาราจอดรถยังไม่ทันสนิท เหมหิรัญญ์พุ่งออกจากรถตรงไปหาเดือนพัตราด้วยความเป็นห่วง ทันทีที่เจอหน้า เขาโผกอดเธอไว้แน่นถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ เดือนพัตราแปลกใจเขารู้หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

“ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมรู้ว่าคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย ผมได้ยินเสียงคุณเรียกผม ใจของผมกับใจของคุณเป็นเหมือนใจดวงเดียวกัน เราสื่อถึงกันได้”

เดือนพัตราเล่าให้ฟังเรื่องที่หันตรานัดให้ออกไปเจอ เหมหิรัญญ์เอ็ดทีหน้าทีหลังห้ามไปคนเดียวเด็ดขาด

“คุณจะให้ฉันทำยังไง คุณหันตราเขาขู่ว่าจะฆ่าชาวบ้าน เขาจะไม่ยอมถ้าไม่ได้บ้าน”

“เพราะเขารู้ว่าคุณห่วงชาวบ้านเลยหยิบเรื่องนี้มาขู่ แต่ถ้าเราไม่ยอมจริงๆ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำอะไรต่อไป”...

เพื่อเป็นการปราม ดึกคืนเดียวกันเหมหิรัญญ์ใช้กระจกเป็นทางผ่านไปโผล่ในบ้านหันตรา แม้เจ้าของบ้านจะตกใจที่เห็นเขาอยู่ในบ้านทั้งที่ปิดประตูหน้าต่างหมดแล้ว แต่ไม่มีอาการหวาดกลัวให้เห็น เหมหิรัญญ์เตือนว่าสิ่งที่เธอทำกับเดือนพัตราในวันนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

“ฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร คุณเดือนของคุณก็ปลอดภัยดีไม่ใช่เหรอ” หันตราลอยหน้าไม่เกรงกลัว

เหมหิรัญญ์จับแขนเธอไว้ เห็นควันสีดำผสมสีแดงจางๆลอยวนอยู่รอบตัวเธอ

“ผมขอเตือน คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายใครทั้งนั้น เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะต้องสูญเสียก็คือคุณเอง”

“ก็ลองดูว่าคนที่สูญเสียจะเป็นใคร”...

ฝ่ายทองมาตย์ที่อ้างกับรัตนพรรณว่าจะออกไปหาเงิน แต่กลับมานัวเนียอยู่กับสองสาวในโรงแรมอย่างมีความสุข โชคไม่ดีเจ้าหนี้โหดสืบรู้ว่าเขามาหาความสุขที่นี่ ส่งนักเลงสองคนมาทวงเงิน เขาไม่มีเงินให้จึงโดนซ้อมหน้าตาบวมปูด และได้รับการเตือนให้หาเงินมาคืนให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นศพไม่สวยแน่

“ได้ๆ ฉันรับรองภายในเดือนนี้พวกแกได้เงินคืนแน่ๆ ฉันสัญญา” ทองมาตย์รับปากอย่างลนลาน...

ทองมาตย์หายเจ็บเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้ทราบข่าวดีจากรัตนพรรณว่าเดือนพัตราตกลงขายบ้านรัชดาพิพัฒน์ให้ แต่อดเป็นกังวลไม่ได้แล้วเราจะหาเงินที่ไหนไปซื้อในเมื่อแก้วเพชรเบี้ยวเราไปแล้ว

“ฉันหานายทุนของฉันได้ก็แล้วกันล่ะน่า”

รัตนพรรณยิ้มอารมณ์ดี โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าผัวตัวดีคิดแผนร้ายบางอย่างขึ้นมาได้

ooooooo

รัตนพรรณขับรถออกจากบ้านแต่เช้าเอาเอกสารการซื้อขายบ้านไปให้เดือนพัตราเซ็น ไปได้แค่ครึ่งทาง มีรถแล่นมาด้วยความเร็วปาดหน้า เธอเบรกไม่อยู่ หักรถหลบ รถปัดไถลลงข้างทางชนต้นไม้อย่างจังสิ้นฤทธิ์...

เดือนพัตรารู้ข่าวรัตนพรรณประสบอุบัติเหตุชวนเหมหิรัญญ์มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล เจอจ่าสนิทกับมรุตเดินสวนออกมา จ่าสนิททักทายทั้งคู่ แต่มรุตเดินเลี่ยงไปอีกทางหน้าตาเฉย ทักทายกันพอหอมปากหอมคอ สองฝ่ายต่างแยกย้ายไปตามทางของตัว ครู่ต่อมาเดือนพัตรากับเหมหิรัญญ์มาถึงห้องพักฟื้น เจอทองมาตย์แอบคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมห้อง รัตนพรรณอาการหนักพอสมควรแขนหักหัวแตกนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง

สักพักรัตนพรรณรู้สึกตัวลืมตาขึ้น ทองมาตย์รีบวางสายเข้ามาดูแล การมาเยี่ยมคนเจ็บครั้งนี้ทำให้เดือนพัตรากับเหมหิรัญญ์รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นอุบัติเหตุ เดือนพัตราสงสัยแล้วตำรวจไม่ได้ว่าอะไรเลยหรือ ทองมาตย์ส่ายหน้า คงเห็นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง

“คุณรัตกับคุณทองมาตย์คิดว่าเป็นการกระทำของใครครับ”

“จะมีใครล่ะครับถ้าไม่ใช่คุณนายแก้วเพชรเขาคงโกรธที่จู่ๆบ้านก็หลุดมือไป” ทองมาตย์ตั้งข้อสังเกต เดือนพัตราเริ่มสงสัยว่าบ้านรัชดาพิพัฒน์มีอะไรดีนักหนาทุกคนถึงได้แย่งกันถึงขนาดเอาชีวิตกันแบบนี้ รัตนพรรณขอร้องเดือนพัตราอย่าเปลี่ยนใจเอาบ้านไปขายให้คนอื่น

“คุณรัตไหวเหรอคะ เดือนกลัวว่า...”

“รัตไม่กลัวค่ะ มาถึงขั้นนี้แล้ว รัตเจ็บขนาดนี้ขืนบ้านต้องหลุดมือไปอีกรัตก็เจ็บตัวฟรีสิคะ”

“ถ้าคุณรัตยืนยันแบบนั้น เดือนก็ไม่มีปัญหาค่ะ ไว้คุณรัตหายดีแล้วเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันอีกทีนะคะ”

ทองมาตย์ครุ่นคิดหาทางทำอย่างไรให้บ้านรัชดาพิพัฒน์เป็นของตัวเองแต่ผู้เดียว เหมหิรัญญ์เหมือนจะรับความคิดในทางลบของเขาได้ ทองมาตย์เห็นเหมหิรัญญ์มองอยู่ทำเป็นยิ้มกลบเกลื่อน...

ที่โรงพักรุมิหรา จ่าสนิทคาใจมากที่มรุตทำเฉย ทั้งที่รู้ว่ารถของรัตนพรรณถูกตัดสายเบรก แถมยังบอกให้จ่าสนิทปิดปาก ปล่อยให้เป็นเรื่องอุบัติเหตุไป จ่าสนิทงง หมายความว่าอย่างไร

“ผมบอกให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะน่า” มรุตสั่งเสียงเข้ม จ่าสนิทก็เลยไม่กล้าหือ จังหวะนั้นวโรชาเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาตามมรุตไปกันได้หรือยัง

“ไปสิครับ” มรุตเดินนำวโรชาออกไปทิ้งให้จ่าสนิทยืนงงกับการกระทำของเขา

ooooooo

อรุณโทร.ตามให้เดือนพัตรากับเหมหิรัญญ์มาพบที่สำนักพิมพ์ เอาเอกสารหลักฐานยืนยันว่ารถของรัตนพรรณถูกตัดสายเบรกให้ดู เดือนพัตราแนะให้อรุณเอาหลักฐานนี้ส่งให้ตำรวจ

“ตำรวจก็มีเหมือนที่ผมมีแหละครับ ตำรวจก็รู้อยู่แล้วว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่ไม่มีใครทำอะไร มันน่าสงสัยไหมครับ ส่วนคนที่ดูแลคดีนี้ก็คือผู้กองมรุต”

เดือนพัตราไม่เข้าใจมรุตมีเหตุผลอะไรที่ปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ อรุณคิดว่าอาจเป็นเพราะแก้วเพชรอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ตอนนี้ผู้กองสนิทสนมกับบ้านหลังนั้น จึงอาจช่วยปกปิดข้อเท็จจริงทำให้เป็นคดีอุบัติเหตุ

“ถ้าสาเหตุเกิดจากคุณมรุตโกรธคุณเดือน ผมว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว คนอย่างคุณมรุตไม่น่าจะทำแบบนั้น”

“ความรักนะครับคุณเหม บางครั้งก็ทำลายทุกอย่างแม้แต่สิ่งดีๆที่เคยมีให้กัน” อรุณพูดอย่างปลงๆ เดือนพัตราไม่อยากจะเชื่อว่ามรุตจะเป็นแบบนั้น คงต้องแวะไปคุยด้วย เหมหิรัญญ์ขอตามไปอีกคน เธอไม่ให้ไป ถ้าเขาไปมรุตคงไม่ยอมคุยด้วย

“ผมเข้าใจ แต่ถ้ามีอะไรอย่าลืม ให้นึกถึงผม เข้าใจไหม”

เดือนพัตรายิ้มรับคำ ขณะที่เหมหิรัญญ์มองเธออย่างห่วงๆไม่อยากให้ไปเจอกับมรุต...

ส่งมรุตเสร็จ วโรชาขับรถกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี ขับยังไม่ทันถึงปากซอยเจอรถของเดือนพัตราแล่นสวนเข้ามา รีบกลับรถขับตาม เป็นอย่างที่เธอหวั่นใจ เดือนพัตราแวะมาหามรุต วโรชาอยากรู้ว่าทั้งคู่คุยอะไรกันจึงเข้าไปแอบฟัง เดือนพัตราเห็นว่ามรุตเป็นคนดูแลคดีรัตนพรรณ จึงนำหลักฐานว่ารถของรัตนพรรณถูกตัดสายเบรกมามอบให้ หวังให้เขาทำสำนวนคดีใหม่ เขากลับเพิกเฉย

“คุณเปลี่ยนไปมากนะคะ ฉันดูคุณผิดไปจริงๆ ฉันขอโทษนะคะที่มารบกวน” ว่าแล้วเดือนพัตราลุกขึ้นจะกลับ เขาร้องเรียกไว้ ขอร้องอย่ามาที่นี่อีก เขาไม่อยากให้วโรชาเข้าใจผิดอีก วโรชาที่แอบฟังอยู่ยิ้มพอใจคิดว่าเขาตัดใจจากเดือนพัตราได้แล้วโดยไม่รู้ว่าความจริงแล้วเขาเห็นเธอแอบตามเดือนพัตรามาตั้งแต่แรก...

ครั้นกลับถึงบ้าน เดือนพัตราเล่าให้เหมหิรัญญ์ฟังเรื่องที่มรุตไม่ยอมเปลี่ยนสำนวนคดีรัตนพรรณจากอุบัติเหตุเป็นพยายามฆ่า และผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คงไม่พ้นแก้วเพชรที่เสียผลประโยชน์ เธอย้ำว่าถึงกระนั้นเราไม่ควรมองข้ามหันตรา เหมหิรัญญ์ไม่เห็นด้วย คนที่กล้าขู่เดือนพัตราตรงๆแบบหันตราไม่น่าทำอะไรแบบนี้ บางทีอาจมีคนร้ายที่ยังไม่เผยตัวอยู่อีกก็เป็นได้ ตอนนี้เรื่องคนที่จะมาซื้อบ้านไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

“คนที่รู้ความลับของบ้านต่างหากที่เป็นคนร้ายที่แท้จริง”

“คุณหมายความถึงคุณปริทัศน์”

เหมหิรัญญ์หมายถึงคนที่ตามล่าปริทัศน์ต่างหาก ถ้าเราได้ตัวปริทัศน์มา คนร้ายตัวจริงต้องเปิดเผยตัวออกมาแน่นอน เดือนพัตราฟังด้วยท่าทางอ่อนล้า เขาจึงบอกให้เธอไปพักผ่อนได้แล้วเหนื่อยมาทั้งวัน...

ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักของปริทัศน์ในกรุงเทพฯ ปริทัศน์ยังคงหมกมุ่นอยู่กับหนังสือโบราณที่เขียนถึงผ้าลูกไม้ลายสนธยาซึ่งเปรียบเสมือนกุญแจที่นำพาไปสู่ดินแดนบริสุทธิ์ ในวันที่พระจันทร์แห่งสองทวีปมาบรรจบกันประตูกาลจะเปิดออก เขานึกถึงตอนที่หยิบกล่องผ้าลูกไม้ขึ้นมา แต่ถูกเหมหิรัญญ์แย่งคืนไปเสียก่อน

“ในคืนอมาวสี พลังแห่งมนุษย์จากอุตรกุรุทวีปจะอ่อนแรง ความมืดดำจะโอบคลุมไปทั้งจักรวาล...คืนเดือนดับ” ปริทัศน์พึมพำสีหน้าตกใจ...

ตกดึกคืนเดียวกัน ขณะที่เหมหิรัญญ์กำลังยืนมองท้องฟ้าผ่านทางหน้าต่างห้องเดือนพัตรา เรขรุจีข้ามประตูกาลเข้ามาอีกครั้ง เขาตกใจกลัวเดือนพัตราตื่นมาเจอรีบพาแขกไม่ได้รับเชิญไปคุยกันที่สวน ตำหนิเธอที่มาที่นี่อีกทั้งที่ห้ามไว้แล้ว เธอเป็นห่วงเขา ใกล้วันอมาวสีเข้ามาทุกขณะ เขาควรจะกลับอุตรกุรุทวีปไปกับเธอ เขาไม่เห็นต้องเป็นกังวลอะไร มนุษย์ในชมพูทวีปทำอะไรเขาไม่ได้

“แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง สุริยะจะดับในเวลากลางวัน เดือนจะดับในเวลากลางคืน หากเกิดอะไรขึ้นกับท่านจะทำอย่างไร กลับไปกับเราเถอะเหมหิรัญญ์” เรขรุจีโผกอดเหมหิรัญญ์ไว้

เดือนพัตราตื่นขึ้นมารู้สึกหิวน้ำลุกขึ้นจะไปหยิบ เห็นภาพบาดตาเรขรุจีกอดเหมหิรัญญ์รีบกลับไปนอนอย่างเดิม สักพักเหมหิรัญญ์เดินเข้ามาในห้อง เธอแกล้งหลับ เขาเข้ามาขยับผ้าห่มให้เธอ แล้วเดินไปที่หน้าต่างมองท้องฟ้าพลางถอนใจหนักใจ เดือนพัตราลอบมองไปที่เขา ต้องมีเรื่องอะไรปิดบังเธอแน่ๆ

ooooooo


ละครลูกไม้ลายสนธยา ตอนที่ 7 อ่านลูกไม้ลายสนธยาติดตามละครลูกไม้ลายสนธยา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ฌอห์ณ จินดาโชติ,พิมประภา ตั้งประภาพร 19 ก.ย. 2561 11:20 2018-08-24T00:49:15+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ