วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกไม้ลายสนธยา

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 3 ทั้งหมด

แนว: โรแมนติก-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พัชร์นันทน์ สุวรรณกูล,โสภิตนภา ชุ่มภาณี และ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร

กำกับการแสดงโดย: จารุวัฒน์ อุปการไชยพัฒน์

ผลิตโดย: บริษัท เมจิค อีฟ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ 2 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ฌอห์ณ จินดาโชติ,พิมประภา ตั้งประภาพร

เมื่อรัตนพรรณมาถึงบ้านรัชดาพิพัฒน์พร้อมกับทองมาตย์ตกใจที่เห็นเดือนพัตรายังไม่ตาย บ่นอุบไหนมือปืนบอกว่ามันตกเหวไปแล้วเมื่อคืน รีบปรับอารมณ์เป็นปกติเดินเข้าไปหา ทำทีมาประเดิมตัดเสื้อด้วยเนื่องจากเห็นว่าวันนี้เป็นวันเปิดร้านวันแรกเดือนพัตรากำลังจะออกไปที่ห้องสมุดก็เลยต้องอยู่รับแขก

ระหว่างวัดตัว เดือนพัตราถามรัตนพรรณว่าอยากได้ชุดแบบไหน เธอจะตัดชุดใส่ไปงานรุมิหราไข่มุกอันดามัน ชวนเดือนพัตราไปด้วยกันจะได้แนะนำให้รู้จักผู้ใหญ่ในจังหวัด

“เอาไว้ถ้าว่างแล้วเดือนจะไปนะคะ” เดือนพัตราแบ่งรับแบ่งสู้...

หลังส่งทองมาตย์กับรัตนพรรณกลับไปแล้วเดือนพัตราตรงไปที่ห้องสมุดประชาชนทำทีมาขอสมัครสมาชิก กมลทิพย์คนดูแลเอาเอกสารให้เธอกรอก ครั้นคีย์ ชื่อลงไปในคอมพิวเตอร์ ปรากฏว่ามีชื่อของเธอสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว เดือนพัตรางงเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อเพิ่งเคยมาครั้งแรก

“แต่ข้อมูลในระบบมันขึ้นชื่อเดือนพัตรารัชดาพิพัฒน์”

ปริทัศน์นั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องสมุดหูผึ่งทันที หันมองมาทางเดือนพัตราสงสัยมาทำอะไรที่นี่ เธอไม่พอใจที่กมลทิพย์ปล่อยให้คนอื่นเอาชื่อเธอไปอ้างสมัครเป็นสมาชิกจนเกิดมีปากเสียงกัน ปริทัศน์ต้องมาช่วยเคลียร์ เดือนพัตราถึงสมัครสมาชิกได้ ความจริงแล้วเธอไม่ได้ต้องการมาใช้บริการอะไรของที่นี่ แค่มาคอยสังเกตคนที่อยู่ในนี้ว่าใครแอบอ้างใช้อีเมลของเธอส่งมาข่มขู่ตัวเธอเองโดยไม่รู้ว่าเหมหิรัญญ์แอบตามดูเธอตลอด

เดือนพัตรารู้สึกเหมือนมีคนตามหันขวับไปมองแต่ไม่เจอใคร พอหันกลับมาอีกทีตกใจสะดุ้งโหยงเจอปริทัศน์ยืนประจันหน้าถามว่าหาหนังสือเล่มไหนอยู่ อาสาจะช่วยหาให้ เธอขอบคุณเขามากเธอหาเองได้

“ไม่ต้องเกรงใจนะครับ ผมกับคุณประพิมรู้จักกันดี มีอะไรช่วยได้ก็อยากช่วย...ผมทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องบ้านโบราณในรุมิหรานี้แหละครับ เคยคุยกับคุณประพิมว่าอยากจะขอเข้าไปสำรวจบ้านรัชดาพิพัฒน์ คุณประพิมก็อนุญาต แต่ท่านมาเสียไปเสียก่อน ไม่ทราบว่า ถ้าผมอยากจะขออนุญาตคุณเดือนพัตราเข้าไปสำรวจ คุณเดือนพัตราจะสะดวกไหมครับ”

หญิงสาวไม่ได้สนใจอะไรนัก ออกจากรำคาญด้วยซ้ำที่ปริทัศน์เอาแต่เดินตามแล้วก็พูดๆๆ...

ที่ทุ่งดอกวิกสิตา อุตรกุรุทวีป เหมหิรัญญ์นอนมองท้องฟ้ามีผีเสื้อดำขลับบินวนอยู่รอบๆ เขายื่นมือไปให้มันเกาะ ถามว่าควรจะช่วยมนุษย์ผู้นั้นหรือไม่ ผีเสื้อบินวนรอบหน้าเขาแล้วบินไปที่ประตูกาลเหมือนเป็นการตอบคำถามของเขา ชายหนุ่มมองตามยิ้มๆ...

เดือนพัตราซึ่งอยู่ที่บ้านรัชดาพิพัฒน์ในชมพูทวีป มองผ้าลูกไม้สีดำที่มีลายพระจันทร์ 30 ดวง แต่ละดวง เรียงกันเป็นวงกลม โดยดวงที่ 9 มีเส้นไหมสีทองปักอยู่ สงสัยเหลือเกินทำไมผ้าลูกไม้ผืนนี้มาจากที่เดียวกับที่ชายปริศนามา แล้วอุตรกุรุทวีปคือที่ไหนกันแน่ เธออยากจับให้ได้คาตาว่าเขาออกมาจากกระจกจึงลากเก้าอี้มานั่งเฝ้าแต่เผลอหลับไปเสียก่อน เหมหิรัญญ์ออกจากกระจกอุ้มเธอไปนอนบนเตียง อยู่เฝ้าจนเช้าแล้วกลับไป

ooooooo

ภุมรีกับแทนไทมาพบประพิมตามที่นัดกันเอาไว้ กลับพบว่าคนนัดหมายเสียชีวิตไปแล้ว เดือนพัตราที่เป็นคนมาต้อนรับแทนเห็นนามบัตรก็จำได้ว่าในสมุดนัดหมายของคุณยายมีชื่อภุมรีอยู่ในรายการที่ต้องทำ

“ดิฉันตั้งใจจะขอยืมผ้าคุณประพิมไปแสดงนิทรรศการที่กรุงเทพฯ ช่วงก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้อยู่เมืองไทย เลยไม่ทราบเรื่อง ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ... แล้วนี่คุณเดือนจัดที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ผ้าด้วยเหรอคะ ดิฉันขอเยี่ยมชมสักหน่อยได้ไหมคะ”

“ยินดีค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ” เดือนพัตราพาภุมรีกับแทนไทไปที่ห้องโถงซึ่งมีผ้าโบราณโชว์ไว้ แทนไทที่เดินรั้งท้ายสัมผัสกับบางสิ่งได้หันไปมองที่กระจกในบ้านเห็นเหมหิรัญญ์แวบหนึ่งก่อนจะหายไป เขารับรู้ได้ว่าสิ่งที่ ตัวเองเห็นเป็นสิ่งบริสุทธิ์ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

ผ้าที่จัดแสดงไว้ในส่วนนี้เป็นผ้าเก่าแก่หายาก เดือนพัตรากับภุมรีคุยกันเรื่องผ้าเป็นที่ถูกคอถูกใจ ความเชี่ยวชาญด้านผ้าโบราณของภุมรีทำให้เดือนพัตราตัดสินใจเอาผ้าลูกไม้สีดำผืนนั้นมาให้ดู

ภุมรีค่อยๆคลี่ผ้าออก ลูบไล้อย่างเบามือไม่เคยเห็นเส้นใยที่ถักทอแบบนี้ที่ไหนมาก่อน แต่น่าแปลกใจทำไมลายตรงดวงจันทร์ถึงเป็นสีทองแค่ดวงเดียว

เดือนพัตรายื่นหน้าไปดูแปลกใจทำไมลายทองบนดวงจันทร์ ขยับได้ ตอนแรกที่เธอเห็นมันอยู่ตำแหน่งที่ 9 แต่ตอนนี้เลื่อนมาอยู่ตำแหน่งที่ 8 แทนไทตั้งข้อสังเกตว่าลายดังกล่าวเหมือนแผนที่ดาว เพื่อความแน่ใจภุมรีจึงเอาแผนที่ดาวมาเทียบ เป็นอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆ

“สรุปมันคือลายของแผนที่ดาวแล้วพระจันทร์ที่เป็นสีทองมันหมายความว่าอะไรกันแน่คะ และถ้ามันไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดิม แสดงว่ามันขยับเองได้งั้นเหรอคะ ไม่น่าเชื่อ”

“คำถามบางคำถามมนุษย์อย่างเราก็ตอบไม่ได้หรอกครับ ผมขอผ้าอีกสักครั้งนะครับคุณเดือน” แทนไทรับผ้าไปถือไว้แล้วหลับตา สิ่งที่เขาเห็นมีแต่ความมืดดำและว่างเปล่า “ผมค่อนข้างมั่นใจว่าผ้าลูกไม้สีดำผืนนี้ไม่ใช่ผ้าลูกไม้ธรรมดา แต่เป็นแผนที่ดาวแบบหนึ่ง มันน่าจะถูกถักมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่บางทีมนุษย์อย่างเราก็ไม่สามารถที่จะสัมผัสถึงมันได้”



เดือนพัตราสงสัยแทนไทรู้ได้อย่างไร เขาอธิบายว่าตัวเองมีสัมผัสพิเศษเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ แล้วถามเธอว่าประพิมเสียชีวิตที่เก้าอี้โยกตัวนั้นใช่ไหม ขอเขาไปนั่งตรงนั้นสักครู่ ทันทีที่หย่อนก้นลงนั่ง มีกลุ่มควันสีดำลอยปกคลุมรอบๆ เขาเห็นภาพในอดีตตอนประพิมถูกฆ่า บ่นเสียดายไม่เห็นหน้าฆาตกร เตือน

เดือนพัตราว่ากำลังตกอยู่ในอันตรายแต่ไม่ต้องเป็นกังวลมีคนคอยปกป้องเธออยู่ เธองงใครกันที่คอยปกป้อง

“ความดีครับ” แทนไทมองเลยไปด้านหลังเดือนพัตรา เห็นเหมหิรัญญ์ยืนอยู่ก็ยิ้มให้ เขาค้อมหัวให้พร้อมกับยิ้มตอบ เดือนพัตราสงสัยแทนไทยิ้มให้ใคร  มองตามสายตา แต่ไม่เห็นใคร ครู่ต่อมาเดือนพัตราเดินมาส่งแทนไทกับภุมรีที่รถ เขาบอกให้เธอเก็บผ้าลูกไม้ผืนนั้นไว้ดีๆอย่าให้ตกไปอยู่ในมือคนไม่ดี อาจเกิดเรื่องร้ายได้ เดือนพัตรา อยากรู้เรื่องร้ายที่ว่าคือเรื่องอะไร เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

“แต่ผมเชื่อว่าคุณเดือนจะสามารถไขปริศนาเกี่ยวกับ ผ้าลูกไม้ผืนนั้นได้”

ooooooo

ทัศน์เทพโกรธมากที่มรุตเข้าไปวุ่นวายกับคดีของประพิม ชวนจ่าสนองบุกมาตำหนิเขาถึงห้องทำงานที่เอาตัวอย่างสารคัดหลั่งของประพิมส่งไปยังสถาบันนิติเวชฯ มรุตไม่เข้าใจทำไมสารวัตรต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ในเมื่อญาติคนตายเองก็ติดใจสงสัยการตายและเป็นคนอนุญาตให้เขาทำ

“นี่คุณคิดจะลองดีกับผมใช่ไหม”

“สารวัตรจะกลัวอะไรเหรอครับ ถ้าคุณประพิมฆ่าตัวตายจริงๆยังไงผลมันต้องออกมาเหมือนเดิมอยู่แล้ว” มรุตมองหน้าทัศน์เทพไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย...

ทางด้านเดือนพัตรากลัวผ้าลูกไม้สีดำจะหายจึงเอาไปซ่อนไว้ในช่องลับที่หัวเตียง จากนั้นเดินไปที่โต๊ะทำงานดูปฏิทินที่กาไว้เหลืออีก 2 วันจะถึงเส้นตายที่อีเมลส่งมาข่มขู่ ตั้งใจมั่นจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนส่งแล้วขยับจะออกจากห้อง เหมหิรัญญ์ปรากฏตัวขึ้นขอร้องเธออย่าไปห้องสมุด ความอยากรู้อยากเห็นอาจนำอันตรายมาสู่ตัวเอง เดือนพัตราขอร้องหากรู้อะไรก็ให้บอกมาให้หมด เขาเตือนได้แค่นี้เท่านั้น

“แล้วทำไมฉันต้องเชื่อคุณ คุณเป็นใครฉันยังไม่รู้เลย”

“เราบอกท่านไปแล้ว เราเป็นมนุษย์เหมือนกับท่าน เรามาจากอุตรกุรุทวีป”

เดือนพัตราขอร้องให้เหมหิรัญญ์หยุดพูดถึงเมืองที่ไม่มีอยู่จริงบนโลกนี้ เขายังยืนยันว่าอุตรกุรุทวีปมีจริง เธอสวนทันทีหากมีอยู่จริงก็ให้พาเธอไปที่นั่น เหมหิรัญญ์ตัดสินใจคว้าข้อมือเธอเดินหายเข้าไปในกระจกโบราณ อึดใจทั้งคู่มาโผล่อีกด้านของประตูกาลซึ่งตั้งอยู่กลางทุ่งดอกวิกสิตา เดือนพัตรามองไปรอบๆ งุนงงที่นี่คือที่ไหนกันแน่ ไกลออกไปเห็นยอดเขาพระสุเมรุตั้งตระหง่านอยู่

อีกด้านเป็นต้นกัลปพฤกษ์ทั้งสูงและใหญ่สีทองอร่าม เดือนพัตรารู้สึกได้ถึงความสงบร่มเย็น เหมหิรัญญ์แนะนำว่าที่นี่คืออุตรกุรุทวีป ดินแดนที่เธอสงสัยว่ามีจริงไหม เธอมองไปที่ดอกวิกสิตาก้มลงไปสูดดม ได้กลิ่นหอมคุ้นเคยนั้น เขานี่เองที่เอาดอกไม้นี่ไปให้เธอทุกเช้าโดยผ่านทางกระจกโบราณนั่นหรือ

“เราเดินทางผ่านสิ่งสะท้อนแสง”

“คุณจะเห็นฉันผ่านสิ่งสะท้อนแสงทั้งหมด”

เหมหิรัญญ์พยักหน้ายอมรับ เดือนพัตราหน้าตาตื่นทันที นี่แสดงว่าเขาเห็นเธอทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะทำอะไรแม้แต่ตอนอาบน้ำ เขาปฏิเสธว่าไม่เคยแอบดูเธออาบน้ำ เดือนพัตราอายมากหันหลังเดินหนี เขาตามมาดึงมือให้หลบมาอีกทางเนื่องจากมีทหารรักษาการณ์ของประตูกาลเฝ้าอยู่ เธอไม่เข้าใจต้องหลบทำไม

“ด้วยกฎของจักรวาลห้ามมนุษย์ทั้งสองทวีปพบกัน” เหมหิรัญญ์โอบเดือนพัตราหลบหลังต้นไม้ใหญ่ กลัวทหารรักษาการณ์จะเห็น ความใกล้ชิดทำให้เธออุ่นใจ แต่ก็หวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูกไปพร้อมๆกัน

ooooooo

ครั้นทหารไปหมดแล้ว เหมหิรัญญ์รับหน้าที่ไกด์จำเป็นพาเดือนพัตราทัวร์ไปตามสถานที่สวยงามของอุตรกุรุทวีป นอกจากเดือนพัตราจะได้รู้ชื่อเสียงเรียงนามของเขาแล้ว เหมหิรัญญ์ยังเล่าเรื่องเกี่ยวกับโลกของเขาให้ฟังอีกด้วย...

ขณะที่เดือนพัตราเพลิดเพลินกับการทัวร์ดินแดนอุตรกุรุทวีป ปลาทูซึ่งอยู่ในชมพูทวีปมาเคาะประตูห้องเรียกเจ้านายสาวให้ลงไปกินอาหารเย็น เงียบไม่มีเสียงตอบ จึงลงมาแจ้งกับศิถีว่าเดือนพัตราหายตัวไป สองคนช่วยกันเดินหาเธอตั้งแต่เย็นจนค่ำก็ไม่เจอ...

หลังจากฟังเหมหิรัญญ์เล่าเรื่องอุตรกุรุทวีปจบ เดือนพัตราอยากรู้ว่าคุณยายของเธอเคยมาที่นี่ไหม

เขาพยักหน้ารับคำท่านเคยมาที่นี่หนเดียว ความจริงท่านไม่ควรจะมาด้วยซ้ำแต่เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าอุตรกุรุทวีปมีอยู่จริง ความดีมีอยู่จริง ดินแดนอันบริสุทธิ์และงดงามมีอยู่จริง ไม่อยากให้ท่านละทิ้งความดี แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าเห็นควรแก่เวลาจึงชวนเธอกลับ เธอบ่นอุบมาแป๊บเดียวจะกลับแล้วหรือ

“เวลาที่นี่อาจจะดูไม่นานแต่เมื่อท่านกลับไป ท่านจะรู้ว่ามันนานพอดูเชียวล่ะ”

เดือนพัตราอยากรู้ว่าเหมหิรัญญ์มีความจำเป็นอะไรถึงได้พาเธอมาที่นี่ นอกจากที่ไม่อยากให้เธอคิดว่าเขาคือปิศาจที่แวบไปแวบมา เขาไม่ตอบได้แต่จ้องลึกไปในดวงตาของเธอเหมือนจะบอกว่าความจำเป็นนั้นคือความรู้สึกที่อยู่ลึกในใจของเขา สายตาที่จ้องมองมาทำเอาเดือนพัตราเขิน ชวนเขากลับกลบเกลื่อน...

การหายตัวไปของเดือนพัตราครั้งนี้ ศิถีรายงานให้นายหัววรงค์รับทราบอีกเช่นเคย ในเมื่อหาทั่วบริเวณบ้านไม่เจอ ปลาทูแนะให้โทร.เรียกมรุตมาช่วยหา ศิถีเสียงเขียวใส่ว่าไม่ต้อง หายไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ระหว่างนั้นมีเสียงเหมือนคนคุยกันดังมาจากชั้นบน ศิถีกับปลาทูมองขึ้นไปอย่างสงสัย

เสียงที่ทั้งคู่ได้ยิน เป็นเสียงเหมหิรัญญ์ยืนคุยกับเดือนพัตราอยู่ในห้องของเธอ เขาขอร้องเธออีกครั้ง

ให้หยุดขุดคุ้ยเรื่องต่างๆที่เสี่ยงอันตราย เธอเอาแต่ยืนนิ่งไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ระหว่างนั้นมีเสียงศิถีเคาะประตูเรียกเดือนพัตราดังขึ้น เธอร้องถามว่ามีอะไรหรือเปล่า


ศิถีมองหน้าปลาทูแปลกใจที่เดือนพัตราอยู่ในห้อง

“คุณเดือนกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“เอ่อ...เดือนไม่ได้ไปไหน อยู่ในห้องนี่แหละค่ะพอดีเดือนหลับน่ะค่ะ ดึกแล้วศิถีไปพักเถอะค่ะ” ปากพูดกับศิถีแต่สายตาของเดือนพัตราจับจ้องไปที่เหมหิรัญญ์ที่เดินหายเข้าไปในกระจก “ขอบคุณคุณมาก แต่ฉันคงปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้”

เหมหิรัญญ์ซึ่งอยู่อีกฟากของกระจกเหนื่อยใจที่เดือนพัตราดื้อไม่ยอมทำตามคำแนะนำของตัวเอง

ooooooo

เดือนพัตราแวะไปที่ห้องสมุดประชาชนทำทีขอใช้คอมพิวเตอร์ของที่นั่น แต่ความจริงแล้วเธอต้องการมาดูว่ามีใครลอบมาใช้อีเมลแอดเดรสของเธอ การมาที่นี่ครั้งนี้ ทำให้เดือนพัตรารู้จากกมลทิพย์ว่าปริทัศน์ที่ตามเธอติดแจเคยคบหากับวโรชามาก่อน

“คุณปริทัศน์กับคุณวโรชาเคยคบกันเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ แต่ก็แค่แป๊บเดียวนะคะ แป๊บมากๆ”

กมลทิพย์ลากเสียงยาวเป็นการเน้นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่สั้นจริงๆ เดือนพัตราเริ่มสงสัยในตัวปริทัศน์ หรือเขาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการข่มขู่เธอ ยิ่งเห็นเขาอยู่ที่มุมคอมพิวเตอร์ยิ่งทำให้เธอระแวงในตัวเขามากขึ้น...

ขณะนายหัววรงค์กำลังดูโครงการถนนเลียบชายหาดที่จะตัดผ่านหมู่บ้านริมหาดอยู่ในห้องทำงาน วโรชาจะมาขอคุยเรื่องกมลทิพย์ เขาเคยเตือนลูกแล้วว่าทำอะไรให้ระวังอย่าไว้ใจใครให้มากนัก เธอไม่คิดว่านังนั่นจะเล่นตุกติกขนาดนี้

“แค่ลูกจัดการกับเอกสารแล้วก็ข้อมูลที่นังนั่นมีก็ไม่มีหลักฐานอะไรโยงมาถึงเราแล้ว จำไว้ถ้าลูกอยากมีอำนาจบารมี อย่าให้เรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้มากวนใจทำให้เราเสียงาน ตัดไฟเสียแต่ต้นลมดีที่สุด”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เดือนพัตราอุตส่าห์ยืนหลบๆเพื่อสังเกตคนที่มาใช้คอมพิวเตอร์ของห้องสมุด ปริทัศน์หันมาเห็นเธอรีบลุกมาหา จะขอเข้าไปสำรวจบ้าน เธอไม่อยากยุ่งด้วยชิ่งหนีออกมา เขาถอนใจเซ็งที่ตื๊อไม่สำเร็จ

ใกล้ถึงเวลาห้องสมุดปิดทำการ เดือนพัตรารีบไปซ่อนตัวแถวซอกชั้นวางหนังสือ รอจนปริทัศน์ซึ่งเป็นคนมาใช้บริการห้องสมุดเป็นคนสุดท้ายและกมลทิพย์กลับไปแล้ว ค่อยๆโผล่หน้าออกมาดู เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใคร เธอตรงไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์หาแฟ้มสมาชิกห้องสมุดเพื่อดูบัตรสมาชิกของตัวเอง ทันใดนั้นมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น เดือนพัตราหันรีหันขวางหาที่ซ่อนตัว อยู่ๆเหมหิรัญญ์กระชากเธอหลบไปอีกทางหนึ่ง

“ท่านต้องออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”

“ไม่ ฉันไม่ออก” เดือนพัตราพูดจบเป็นจังหวะเดียวกับใครคนนั้นเดินมาถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ มีเสียงรื้อค้นข้าวของ เธอค่อยๆโผล่หน้าดู เห็นวโรชาง่วนอยู่กับคอมพิวเตอร์ จากนั้นขโมยเอกสารบางอย่างไป เดือนพัตรารอเธอไปพ้นแล้ว จึงไปที่เคาน์เตอร์เห็นแฟ้มสมัครสมาชิกร่วงอยู่ที่พื้นแต่ไม่เห็นใบสมัครของตัวเอง

อีกมุมหนึ่งหน้าห้องสมุด ปริทัศน์ที่แอบอยู่ในเงามืดเห็นวโรชารีบร้อนออกมา แปลกใจเธอมาทำอะไรที่นี่

ooooooo

เหมหิรัญญ์กำลังจะพาเดือนพัตรากลับ มีเสียงเหมือนของตกดังขึ้นเสียก่อน เธอขยับจะไปดูแต่เขาดึงมือไว้ เธอแกะมือเขาออกตรงไปยังต้นเสียง เห็นไฟในห้องหนึ่งเปิดอยู่ มีใครบางคนเปิดประตูออกมา เธอคิดว่าเป็นกมลทิพย์จึงร้องทัก จ่าสนองในชุดพรางตัวหันขวับเดินเข้าหา เธอตกใจที่ทักผิดคนจะเดินหนีแต่เขาขวางไว้

“ถ้ายังไม่อยากตายก็อย่าปริปากพูดเรื่องนี้กับใคร” ไม่พูดเปล่าจ่าสนองเงื้อมือจะตบเธอหวังขู่ให้กลัว เหมหิรัญญ์คว้ามือเขาไว้ทันจับบิดอย่างแรงถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เดือนพัตราถอยกรูดไปชนกับประตูห้องที่แง้มอยู่เห็นกมลทิพย์นั่งอยู่บนเก้าอี้ตาเบิกโพลงไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตายแล้ว กรีดร้องลั่น

เหมหิรัญญ์หันไปดูด้วยความเป็นห่วงทำให้จ่าสนองสบช่องหนีไปได้ 

เกิดมาไม่เคยเห็นคนตาย เดือนพัตราได้แต่ยืนตัวแข็ง เหมหิรัญญ์คว้าแขนเธอจะพากลับบ้าน เธอไม่ยอมกลับจะปล่อยให้กมลทิพย์อยู่แบบนี้ไม่ได้  ไม่เข้าใจเขารู้ทั้งรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นทำไมไม่ช่วย เขาอ้างว่าเรื่องนี้เกินขอบเขตของเขา เธอโกรธมากที่เขาปล่อยให้คนตายโดยไม่ทำอะไร เขายืนยันว่าช่วยไม่ได้เพราะนี่เป็นชะตากรรมของผู้หญิงคนนี้

“งั้นคุณก็ปล่อยฉันให้เป็นไปตามชะตากรรมของฉันไม่ต้องมาช่วยอะไรฉันทั้งนั้น ไม่ต้องบอกไม่ต้องเตือน ปล่อยให้ฉันตายไปในโลกของฉัน ส่วนคุณก็ไปเลย กลับไปอยู่ในโลกของคุณ” เดือนพัตราผลักเขาออกห่าง  เหมหิรัญญ์ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเพราะเธอไม่ยอมฟัง กระชากตัวเธอหายเข้าไปในกระจกด้วยกัน

อึดใจทั้งคู่ไปโผล่ที่ห้องนอนของเดือนพัตราในบ้านรัชดาพิพัฒน์ หญิงสาวยังเคืองเขาไม่หาย ต่อว่าไม่หยุดว่าใจร้าย เธอเกลียดเขาไล่ตะเพิดให้กลับไปในที่ของเขาไม่ต้องกลับมาอีกแล้ว  ดันเขาไปทางกระจกโบราณ

ศิถียืนอยู่หน้าห้องแอบฟังว่าเดือนพัตราคุยอยู่กับใคร

เหมหิรัญญ์น้อยใจถามย้ำว่าต้องการแบบนี้จริงๆใช่ไหม

“ใช่ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก” ขาดคำเหมหิรัญญ์เดินหายเข้าไปในกระจก เดือนพัตราไล่เขาเองแท้ๆกลับรู้สึกใจหาย มีเสียงศิถีเคาะห้องเรียก เธอเดินไปเปิดรับถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ศิถีเห็นว่าคุณเดือนยังไม่กลับ ศิถีอยู่ด้านล่างได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันอยู่ข้างบนก็เลยสงสัยว่ามีใครแอบเข้ามาหรือเปล่า ศิถีเลยขึ้นมาดูค่ะ” ไม่พูดเปล่าศิถีชะเง้อมองเข้ามาในห้องอีกด้วย

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณศิถีคงจะหูแว่ว คุณไปพักเถอะค่ะ เดือนว่าจะอาบน้ำนอนแล้วเหมือนกัน” พูดจบเดือนพัตราปิดประตูห้อง หันไปหยิบมือถือมาโทร.หามรุต...

ไม่นานนัก มรุต จ่าสนิทพร้อมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงห้องสมุด พักใหญ่ ทัศน์เทพตามมาสมทบ ถามมรุตว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขารายงานว่าเบื้องต้นทางแพทย์คาดว่าผู้ตายน่าจะหัวใจวาย แต่ต้องรอผลการชันสูตรที่แน่ชัดอีกครั้ง ทัศน์เทพยิ้ม

คดีแบบนี้ง่ายดี ไม่น่ามีอะไร ถ้าทางญาติไม่ติดใจอะไรก็ปิดคดีไปเลย มรุตท้วงไม่คิดบ้างหรือว่ามันอาจไม่ใช่การเสียชีวิตแบบธรรมดา

“อะไรที่ทำให้คุณคิดว่ามันไม่ธรรมดา ทั้งพยานทั้งหลักฐานอะไรก็ไม่มี ในที่เกิดเหตุก็ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ว่าแต่คุณเถอะ รู้ได้ยังไงว่าเกิดเรื่องขึ้นที่นี่ อย่าบอกนะว่าผ่านมาแถวนี้แล้วเกิดอยากอ่านหนังสือขึ้นมา”

มรุตไม่อยากพูดถึงเดือนพัตราที่เป็นคนแจ้งเรื่องนี้จึงได้แต่นิ่งไม่โต้ตอบ...

ด้านนายหัววรงค์รู้เรื่องจากจ่าสนองว่านอกจากจะเจอเดือนพัตราที่ห้องสมุดแล้ว ยังเจอชายคนเดิมที่เคยเจอที่บ้านประพิม แถมยังเคยยิงใส่อีกด้วยแต่มันไม่เป็นอะไร นายหัววรงค์ตาวาวขึ้นมาในบัดดล

“แกจับตาดูเดือนพัตราให้ดี ถ้าเห็นไอ้ผู้ชายคนนั้นกลับมาอีก รีบบอกฉันทันที”...

วโรชาร้อนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น มาดักรอพ่ออยู่หน้าบ้าน พอไข่นุ้ยขับรถมาจอดส่งท่าน เธอเข้าไปบอกว่าคืนนี้เธอไปที่ห้องสมุดเพื่อจัดการกับหลักฐาน ไม่คิดว่าพ่อจะส่งคนไปจัดการกับกมลทิพย์ แล้วถ้ามีใครเห็นเธออยู่ที่นั่นจะทำอย่างไร นายหัววรงค์เครียดขึ้นมาในฉับพลันแต่ต้องเก็บอาการไว้

“ลูกไม่ต้องห่วง ไม่มีใครรู้ว่าลูกอยู่ที่นั่น ลูกเป็นลูกพ่อนะ ไม่มีใครกล้ามาทำอะไรลูกหรอก”...

เดือนพัตรานอนไม่หลับครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การที่วโรชาไปโผล่ที่นั่น ถ้าไม่ได้เป็นคนฆ่ากมลทิพย์ก็ต้องมีส่วนรู้เห็น แล้วมองไปที่กระจกโบราณอยากให้เหมหิรัญญ์มาอยู่ตรงนี้ด้วยจะได้ปรึกษาหารือกัน  เริ่มรู้สึกผิดที่พูดจาไม่ดีกับเขา พึมพำขอโทษเขาด้วย

ooooooo

มรุตมาหาเดือนพัตราที่บ้านแต่เช้า เพื่อแจ้งผลชันสูตรศพกมลทิพย์ว่าเสียชีวิตเพราะหัวใจวาย เธอเถียงคอเป็นเอ็นว่าเป็นไปไม่ได้ มีคนฆ่ากมลทิพย์  เธอรู้เพราะอยู่ที่นั่น ได้เจอกับคนร้าย และยังเจอวโรชาอีกด้วย

“ฉันเจอเธอก่อนที่จะเจอกับคนร้ายที่ฆ่าคุณกมลทิพย์ เหมือนเธอกำลังหาเอกสารบางอย่างอยู่ ฉันเห็นเธอเอาเอกสารบางอย่างออกไปด้วย ฉันไปดูที่แฟ้มสมัครสมาชิก ไม่มีใบสมัครสมาชิกของฉัน”

“คุณเดือนคิดว่าคุณวโรชามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”

เดือนพัตราพยักหน้ารับคำ ศิถีที่แอบฟังอยู่ตกใจมาก รีบหลบไปโทร.รายงานเรื่องนี้ให้นายหัววรงค์รับรู้ ถามว่าจะทำอย่างไรต่อไป

“ไม่เป็นไร ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเด็กนั่นหรอกเพราะถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาเด็กนั่นก็จะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยเหมือนกัน” นายหัววรงค์มัวแต่คุยโทรศัพท์ไม่เห็นวโรชายืนหลบมุมแอบฟังอยู่...

ระหว่างที่เดือนพัตราเดินมาส่งที่รถ มรุตยังคาใจไม่หาย เธอรอดจากเงื้อมมือคนร้ายมาได้อย่างไร เธอไม่รู้จะเล่าเรื่องเหมหิรัญญ์โผล่จากกระจกมาช่วยเธอได้อย่างไรก็เลยแต่งเรื่องว่าเป็นเพราะอะดรีนาลินหลั่งออกมาเนื่องจากตกใจทำให้เธอสู้กับคนร้ายได้ เขารู้ว่าเธอโกหก แต่ก็ไม่คาดคั้นอะไรในเมื่อเธอไม่อยากเล่าความจริงก็ไม่เป็นไรแค่เธอปลอดภัยก็ดีแล้ว ในเมื่อยังไม่รู้ว่าคนร้ายที่ฆ่ากมลทิพย์เป็นใคร ช่วงนี้เธอควรระวังตัวไว้

“เดี๋ยวผมว่าผมส่งตำรวจมาดูแลที่นี่ดีกว่า”

เดือนพัตราไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่จึงปฏิเสธความหวังดี มรุตแล้วแต่เธอหากเธอไม่อยากให้ตำรวจมาคุ้มครองเขาคงต้องแวะมาดูเธอที่นี่บ่อยๆ แล้วขึ้นรถขับออกไป เธอมองตามโล่งอกที่เขาไม่เซ้าซี้ถามเกี่ยวกับคนร้ายที่หนีไป...

หันตราบ่นกับทัศน์เทพไม่เข้าใจทำไมนายหัววรงค์ถึงต้องปิดเรื่องที่เดือนพัตราอยู่ในห้องสมุดตอนที่ กมลทิพย์ตายไว้ด้วย น่าจะจัดการมันให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าเดือนพัตราตาย เรื่องบ้านนั่นก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก แต่นี่นายหัวกลับปล่อยให้มันมาป่วนอยู่แบบนี้ทำไมกัน

ทัศน์เทพคิดคล้อยตาม อะไรกันแน่ที่นายหัวต้องการ


“นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันอยากรู้” หันตราเริ่มไม่ไว้ใจนายหัววรงค์ ชวนทัศน์เทพให้กระด้างกระเดื่อง ทุกวันนี้นายหัวร่ำรวยมีอำนาจบารมีขึ้นมาได้เพราะมีพวกเราคอยทำให้ทุกอย่าง ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะรักษาผลประโยชน์ของตัวเองบ้าง ทัศน์เทพครุ่นคิดหนักก่อนตกลงใจรับข้อเสนอของเธอ...

ในเวลาเดียวกัน เดือนพัตราไม่มีสมาธิตัดเสื้อให้รัตนพรรณมัวแต่ครุ่นคิดถึงเหมหิรัญญ์ที่หายหน้าไป ยิ่งเห็นดอกวิกสิตาที่ปักอยู่ในแจกันก็ยิ่งคิดถึงเขา เธอพยายามตั้งสติ สะบัดหัวหวังจะไล่ความคิดถึงเขาออกไป

“จะไปคิดถึงทำไมเนี่ย ไม่คิดๆ ช่างเถอะ จะไปไหนก็ไป คนใจร้ายแบบนั้น จะคิดถึงทำไมเนี่ย”

เหมหิรัญญ์ที่อยู่ในอุตรกุรุทวีปเฝ้ามองเดือนพัตราอยู่ เสียใจที่เธอไม่ไยดี เรขรุจีเข้ามาทักที่เขาอยากไปชมพูทวีปเพื่อเจอกับมนุษย์ผู้นั้นใช่ไหม เขายืนยันจะไม่ไปที่นั่นอีก เธอดีใจที่เขาคิดได้ ตอนนี้ท่านพ่อให้คนเฝ้าดูเขาอยู่ยิ่งใกล้วันแห่งจันทร์ของทั้งสองทวีปโคจรมาทับซ้อนกัน เหล่าทหารกับผู้คุมกฎยิ่งเพ่งเล็งเขามากขึ้น

“ที่เราไม่ไปไม่ใช่เพราะเรากลัวผู้คุมกฎหรอกนะ” เหมหิรัญญ์เริ่มอารมณ์ไม่ดี ยิ่งถูกเรขรุจีซักว่าอะไรเป็นสาเหตุที่เขาไม่ไปที่นั่น เขาไม่อยากพูดถึงลุกหนี เรขรุจีเห็นเขาอารมณ์เสียเตือนด้วยความหวังดีให้ระวังอารมณ์ตัวเองไว้บ้าง ก่อนที่โทสะในใจจะก่อตัวมากไปกว่านี้

ooooooo

เดือนพัตราตื่นขึ้นในตอนเช้า มองไปที่หัวเตียงไม่มีดอกวิกสิตาวางไว้เหมือนทุกวันก็ใจหาย นี่เหมหิรัญญ์โกรธเธอจริงๆหรือ เดินไปยืนหน้ากระจกพึมพำว่าเขาหายไปไหน เธอรู้ว่าเขาได้ยินที่เธอพูดและคอยจับตาดูเธออยู่ ขอให้เขารู้ว่าเธออยากเจอเขามาก เหมหิรัญญ์ที่เฝ้าดูเธออยู่จากอีกด้านของกระจกอยากเจอเธอเช่นกัน

“เราจะเจอกันอีกสักครั้งได้ไหม” เดือนพัตราหน้าหมองเมื่อกระจกตรงหน้าไม่มีปฏิกิริยาใดๆ...

ประมุขคนใหม่ของบ้านรัชดาพิพัฒน์เลิกกินมื้อเช้าเมื่อเห็นพาดข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์รุมิหรานิวส์ “บรรณารักษ์สาว หัวใจวายหรือฆาตกรรม เรื่องลับในรุมิหราที่ไม่มีใครกล้าแตะ” คว้ากระเป๋าถือรีบร้อนออกไป

ไม่นานนักเดือนพัตรามาถึงสำนักพิมพ์รุมิหราเห็นข้าวของถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย อรุณกับลูกน้องกำลังช่วยกันเก็บของเข้าที่ ปรี่เข้าไปถามว่าที่โดนแบบนี้เกี่ยวกับข่าวที่พาดหัววันนี้หรือเปล่า เขารู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง อรุณพาเธอไปนั่งที่มุมรับแขก เล่าให้ฟังว่ากมลทิพย์มีนัดจะมอบหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตบางอย่างให้เขา แต่เธอมาตายเสียก่อน และพวกนั้นคงคิดว่าเขามีหลักฐานชิ้นนั้น

“ว่าแต่คุณไปทำอะไรที่ห้องสมุด”...

หลังจากฟังเดือนพัตราเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องสมุดให้ฟังยกเว้นเรื่องของเหมหิรัญญ์  อรุณออกมาส่งเธอที่หน้าสำนักพิมพ์ ขณะเธอข้ามถนนไปขึ้นรถสองแถว วโรชาขับรถพุ่งมาเบรกตรงหน้า เดือนพัตราไม่พอใจ เข้าไปต่อว่าว่านี่ตั้งใจจะชนตนใช่ไหม เธอขู่จะฟ้องเดือนพัตราฐานหมิ่นประมาทที่มาพูดจาให้เสียหาย

“ก็เอาสิคะ ดิฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าคดีหมิ่นประมาทกับคดีฆ่าคนตาย อันไหนมันแรงกว่ากัน”

อรุณต้องปรามเดือนพัตราเกรงจะหลุดอะไรออกมาอีก เธอของขึ้นแล้วลงไม่ได้ สองสาวมีปากเสียงกัน วโรชาไม่พอใจเงื้อมือจะตบ เดือนพัตราจับข้อมือข้างที่เงื้อบิดแล้วผลักกระเด็น วโรชาตั้งหลักได้พุ่งเข้าหา เธอเบี่ยงตัวหลบทำให้อีกฝ่ายเสียหลักล้มกลิ้ง อรุณเข้าไปช่วยพยุงแต่วโรชาปัดมือเขาออก เดือนพัตราแอบเปิดโหมดอัดเสียงในมือถือเอาไว้ แล้วเตือนวโรชาถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดอย่าร้อนตัว

“หรือคุณกลัวว่าความจริงแล้วเรื่องกมลทิพย์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นฝีมือคุณ”

“ฉันไม่จำเป็นต้องกลัวเพราะฉันไม่ได้ทำ” พูดจบวโรชาเดินเอาไหล่กระแทกเดือนพัตรากลับไปขึ้นรถ ขับออกไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว อรุณเตือนเดือนพัตราให้ระวังตัวเอาไว้ คนอย่างวโรชาไม่เคยยอมใคร ยิ่งเธอไม่ลงให้แบบนั้นวโรชาต้องหาทางเล่นงานเธอคืนแน่ๆ เธอประกาศกร้าวตัวเองก็ไม่กลัวใครเช่นกัน

ooooooo

วโรชานำเรื่องที่เดือนพัตราข่มขู่ว่าเห็นเธออยู่ในห้องสมุดวันที่กมลทิพย์ตายไปฟ้องพ่อหวังจะให้เอามันไปทำปุ๋ย ท่านกลับบอกเธอว่าไม่ต้องยุ่งกับเรื่องนี้ ปล่อยให้เดือนพัตราเป็นหน้าที่ท่านจัดการเอง

“คุณพ่อคะคุณพ่อเข้าข้างมันเหรอคะ”

“ยัยแหวน พ่อไม่เคยเข้าข้างคนอื่นมากกว่าลูก พ่อทำอะไรมีเหตุผลเสมอ”...

คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง ด้วยความคิดถึงเหมหิรัญญ์ เดือนพัตราจึงนำผ้าลูกไม้สีดำผืนนั้นมานั่งดูเผื่อหายคิดถึง เห็นดวงจันทร์สีทองเคลื่อนทวนเข็มนาฬิกามาอยู่ในตำแหน่งที่ 6 ทั้งที่ล่าสุดเธอเห็นมันอยู่ในตำแหน่งที่ 8 ยิ่งทำให้มั่นใจว่าดวงจันทร์บนผ้าผืนนี้ขยับเองได้ เธอนึกถึงผนังหินในห้องลับขึ้นมาได้ หรือของสองสิ่งนี่จะเชื่อมโยงกัน คิดได้ดังนั้นรีบไปที่นั่นพร้อมกับผ้าลูกไม้ดำในมือ

เป็นอย่างที่เธอคาดไว้ไม่มีผิด ลายบนลูกไม้ดำเป็นลายเดียวกับผนังหินในห้องใต้ดิน เธอลองยกผ้าลูกไม้ขึ้นเล็งกับผนังแล้วค่อยๆขยับผ้าทีละนิด ครั้นสัญลักษณ์บนผ้าตรงกับลายบนผนังหิน เกิดแรงดึงดูดดึงผ้าลูกไม้หลุดจากมือเธอติดเข้ากับผนังหิน สัญลักษณ์ที่ตรงกันทำให้แผ่นดินขยับไหว เดือนพัตราแทบทรงตัวไม่อยู่

ผนังหินค่อยๆเคลื่อนออกจากกันเผยให้เห็นทางเดินสีขาวทอดยาวราวกับไม่มีที่สิ้นสุด เดือนพัตราเดินไปตามทางนั้น ในที่สุดก็มาโผล่ที่กลางทุ่งดอกวิกสิตา เธอทอดสายตาออกไปเห็นทะเลสาบกว้างใหญ่ที่เธอเคยเห็นเมื่อตอนที่เหมหิรัญญ์พามาครั้งก่อน พึมพำกับตัวเองว่า “อุตรกุรุทวีป” มีเสียงเหมหิรัญญ์ดังขึ้น

“ท่านเข้าใจถูกต้องแล้ว”

เดือนพัตราหันมองตามเสียง ไม่รู้ว่าเหมหิรัญญ์ยืนประชิดตัว ทำให้เสียหลักจะล้ม เขาคว้าตัวไว้ทัน เธออยู่ในอ้อมกอดเขารู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก อยากบอกว่าคิดถึงเขาแต่ไม่กล้า ได้แต่บอกว่าอยากเจอเขาเพื่อขอโทษที่พูดไม่ดีวันนั้น แล้วตัดพ้อเขาที่หายหน้าไปไม่มาให้เจอหรือว่ายังโกรธเธออยู่

“เราไม่เคยโกรธท่าน แต่มันเป็นกฎของจักรวาลที่ห้ามให้คนทั้งสองทวีปเจอกัน”

“แล้วถ้าฉันหาทางเปิดประตูนั่นไม่ได้ เราก็จะไม่ได้พบกัน”

“ท่านเป็นคนฉลาด  เรารู้ว่าท่านจะต้องไขปริศนาแห่งประตูกาลได้” พูดไม่ทันขาดคำมีเสียงผู้คุมกฎร้องเอะอะว่ามีผู้เปิดประตูกาลแห่งชมพูทวีป เหมหิรัญญ์เห็นผู้คุมกฎมุ่งหน้ามาทางที่ทั้งคู่อยู่ รีบดึงเดือนพัตราหลบออกไป เมื่อผู้คุมกฎมาถึงประตูกาลไม่เจอใครแล้ว...

อัศวเทวารู้เรื่องที่มีผู้บุกรุกมาจากชมพูทวีป สั่งทหารออกตามหาตัวมาให้ได้ก่อนจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น

ooooooo

ณ บ้านรัชดาพิพัฒน์ มรุตเดินตรวจห้องโน้นออกห้องนี้เพื่อหาร่องรอยการหายไปของเดือนพัตราแต่ไม่พบเบาะแสอะไร ถามปลาทูว่าเห็นเธอครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ทำอะไรกับใครที่ไหน

“เมื่อคืนปลาทูโทร.หาคุณเดือน คุณเดือนบอกว่ากำลังจะกลับบ้านค่ะ พอดีดึกแล้ว ปลาทูง่วงก็เลยเข้านอนไปก่อน ตอนเช้าปลาทูเห็นคุณเดือนยังไม่ลงมาก็เลยขึ้นไปปลุกก็ไม่เห็นคุณเดือน จนตอนนี้ก็ยังติดต่อไม่ได้ ก็เลยโทร.บอกผู้กองนี่แหละค่ะ”

มรุตเห็นมือถือของเดือนพัตราวางอยู่หยิบขึ้นมาเปิดดูจะได้รู้ว่าเธอติดต่อใครบ้าง...

ขณะที่เดือนพัตราถูกคนที่ชมพูทวีปตามหาตัวให้ควั่ก เหมหิรัญญ์พาเธอมาซ่อนตัวอยู่ในป่าแห่งศีล เธออดสงสัยไม่ได้ทำไมอยู่ๆประตูกาลถึงเปิดออก เขาอธิบายว่าเมื่อดวงจันทร์แห่งชมพูทวีปและอุตรกุรุทวีปโคจรมาตรงกัน ครั้นทาบกุญแจลงไปประตูที่เชื่อมระหว่างสองทวีปจึงเปิดออก เธอถึงบางอ้อทันทีที่แท้ผ้าลูกไม้สีดำผืนนั้นคือกุญแจไขประตูกาลนี่เอง ถ้าอย่างนั้นการที่คุณยายถูกฆ่า อาจเป็นเพราะกุญแจไม่ใช่บ้านหลังนั้น

“แสดงว่าต้องมีใครรู้เรื่องกุญแจนี่ คุณรู้ไหมว่าเป็นใคร”

เหมหิรัญญ์ไม่รู้ตอนนั้นเขาไม่อยู่ เดือนพัตรายังคงมุ่งมั่นจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครฆ่าคุณยาย เขาไม่อยากให้เธอทำเรื่องเสี่ยงอันตราย เนื่องจากกฎของจักรวาลห้ามมนุษย์จากสองทวีปพบกัน เขาจึงมิอาจปกป้องเธอได้ตลอด จังหวะนั้นเรขรุจีเดินเข้ามาขอคุยกับเหมหิรัญญ์ ตามลำพัง เดือนพัตราจึงทำเป็นเดินเลี่ยงออกมา พอสองคนนั่นไม่ได้สนใจ เธอแอบขยับเข้าใกล้เพื่อให้ได้ยินการสนทนาครั้งนี้

“ท่านต้องรีบพาผู้หญิงจากชมพูทวีปกลับไป ตอนนี้ท่านพ่อสั่งให้ทหารตามหาท่านทั้งสองคนแล้ว”

เดือนพัตรารู้สึกแย่ที่ทำให้เหมหิรัญญ์เดือดร้อนเพราะการมาที่นี่ของเธอ...

ระหว่างที่เกิดเรื่องวุ่นๆในอุตรกุรุทวีป มรุตกับจ่าสนิทมายืนอยู่หน้าห้องเก็บของพบว่าประตูล็อกจากด้านใน ผู้กองหนุ่มเคาะเรียกเดือนพัตราอยู่หลายครั้ง เงียบไม่มีเสียงตอบ ตัดสินใจพังประตูเข้าไปแต่ไม่เจอใคร ศิถีรีบหลบออกมาโทร.รายงานเรื่องการหายไปอีกครั้งของเดือนพัตราให้นายหัววรงค์ทราบ...

การสนทนาระหว่างเหมหิรัญญ์กับเรขรุจีต้องหยุดลงเมื่อมีเสียงฝีเท้าคนหลายคนดังขึ้น เขารู้ทันว่าเป็นพวกทหาร คว้ามือเดือนพัตราหนีแต่เธอขืนตัวไว้ จะไม่ยอมหนีไปไหนจนกว่าเขาจะบอกความจริงมาก่อนว่าเธอกำลังทำให้เขาเดือดร้อนใช่ไหม เรขรุจีเห็นพวกทหารใกล้เข้ามา เร่งให้รีบหนี เหมหิรัญญ์ลากแขนเดือนพัตราหนีไปจนได้ อารามรีบร้อนเดือนพัตราสะดุดรากไม้ขาแพลงเจ็บจนลุกไม่ไหว

ทหารกับราเมศไล่ตามเข้ามาใกล้ทุกขณะ เดือนพัตราไม่อยากเป็นตัวถ่วงบอกให้เหมหิรัญญ์ทิ้งเธอไว้แล้วหนีไปกันก่อน เขาไม่ยอมทิ้งเธอเด็ดขาด วานเรขรุจีพาเดือนพัตราหนีไปตามเส้นทางนี้จะเจอถ้ำ เขาจะเบนความสนใจพวกทหารแล้วจะตามไป ยังไม่ทันขยับ ราเมศกับพวกทหารเข้ามาล้อมกรอบเสียก่อน

เหมหิรัญญ์ไม่ยอมให้ทหารเอาตัวเดือนพัตราไป จึงเข้าต่อสู้สุดกำลังแม้ตัวคนเดียวแต่ฝีมือการต่อสู้ของเขาเป็นที่หนึ่งในอุตรกุรุทวีป จึงจัดการพวกทหารได้ไม่ยากแล้วพาเดือนพัตรากับเรขรุจีหนีไปได้...

ระหว่างที่เหมหิรัญญ์กับพวกหนีการไล่ล่าของทหารอยู่ในอุตรกุรุทวีป มรุตมาทันได้ยินศิถีคุยโทรศัพท์อยู่กับนายหัววรงค์ เธอหันมาเห็นเขาก็ตกใจรีบบอกคู่สนทนาว่าแค่นี้ก่อนแล้ววางสาย ผู้กองหนุ่มสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างแม่บ้านของเดือนพัตรากับนายหัววรงค์...

ในป่าแห่งศีล เหมหิรัญญ์ไม่สามารถใช้พลังรักษาอาการข้อเท้าแพลงของเดือนพัตราได้ จำต้องปล่อยให้เธอเจ็บไปก่อน เดือนพัตราสงสัยถ้าถูกทหารจับได้จะเกิดอะไรขึ้น เรขรุจีตอบคำถามแทนเหมหิรัญญ์

“หากท่านถูกกักตัวไว้ที่นี่นานเกินไป ในดินแดนของท่านเวลาของเราต่างกันเมื่อท่านอยู่ที่นี่ ตัวท่านก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลของชมพูทวีป ท่านไม่อาจใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้”

และด้วยเหตุนี้ เรขรุจีจึงต้องรีบพาเดือนพัตราไปส่งที่ประตูกาล ก่อนที่ทหารจะจับตัวเธอได้ เธอโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องเดือดร้อน ถ้าเธอไม่มาเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น

“ท่านไม่ผิดอะไร เราต่างหากที่ทำผิดกฎมาตั้งแต่แรก”

เรขรุจีเห็นความอาทรที่เหมหิรัญญ์มีต่อเดือนพัตรา ก็ปลีกตัวออกมา ทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหว

ooooooo


ละครลูกไม้ลายสนธยา ตอนที่ 3 อ่านลูกไม้ลายสนธยาติดตามละครลูกไม้ลายสนธยา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ฌอห์ณ จินดาโชติ,พิมประภา ตั้งประภาพร 18 ส.ค. 2561 12:33 2018-08-12T01:31:50+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ