วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกไม้ลายสนธยา

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 2 ทั้งหมด

แนว: โรแมนติก-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พัชร์นันทน์ สุวรรณกูล,โสภิตนภา ชุ่มภาณี และ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร

กำกับการแสดงโดย: จารุวัฒน์ อุปการไชยพัฒน์

ผลิตโดย: บริษัท เมจิค อีฟ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ 2 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ฌอห์ณ จินดาโชติ,พิมประภา ตั้งประภาพร

จ่าสนิทกับตำรวจเข้าตรวจภายในบ้านรัชดา-พิพัฒน์ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ ข้าวของในห้องโถงล้มระเนระนาดจากการต่อสู้กับคนร้าย มรุตกำลังสอบปากคำศิถีซึ่งอ้างว่าฝนตกหนักทำให้ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ปลาทูเองก็หลับไม่รู้เรื่อง กระทั่งเขาไปปลุก

“โชคดีที่คุณเดือนไม่เป็นอะไร เพราะถ้าเป็นอะไรขึ้นมาศิถีคงรู้สึกผิดมาก ขอโทษด้วยนะคะคุณเดือน”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ใช่ความผิดของคุณศิถีสักหน่อย” เดือนพัตราปลอบ มรุตยังแปลกใจไม่หาย ผู้หญิงตัวนิดเดียวอย่างเธอสู้กับคนร้ายได้อย่างไรแถมไม่ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย เดือนพัตราเอามือจับหน้าผากตัวเองนึกถึงตอนเหมหิรัญญ์เอามือสัมผัสที่แผล เผลอยิ้มออกมา มรุตเห็นเธอเงียบไปถามซ้ำว่าสู้กับคนร้ายได้อย่างไร เดือนพัตราทำท่าจะเล่าเรื่องเหมหิรัญญ์แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจไม่เล่า

“คงเป็นเพราะแรงตกใจน่ะค่ะ แล้วผู้กองก็มาพอดี” เดือนพัตรายิ้มกลบเกลื่อน...

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังทำให้เดือนพัตรางุนงงไม่หาย เดินมาหยุดที่หน้ากระจกโบราณบานนั้น ไล่ดูไปตามหน้าผากตัวเองไม่พบรอยแผลใดๆแถมไม่เหลือความเจ็บปวดอีกด้วย เหมหิรัญญ์ที่อยู่อีกด้านของกระจกยืนมองเธอไม่วางตา เดือนพัตราเดินไปที่เตียง ล้มตัวลงนอนแต่ข่มตาให้หลับไม่ลง นอนกระสับกระส่ายอยากรู้ว่าชายที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้เป็นใคร

ooooooo

เดือนพัตราลืมตาตื่นขึ้นในตอนเช้า ได้กลิ่นหอมอะไรบางอย่างลุกขึ้นกวาดตามองหา เจอช่อดอกวิกสิตาวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง หยิบขึ้นมาพิจารณาไม่รู้ว่าเป็นดอกอะไรเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน ลองดมกลิ่นดูถึงได้รู้ว่ากลิ่นหอมที่ตัวเองได้รับมาจากดอกไม้เหล่านี้นี่เอง แปลกใจใครเอามาวางไว้ให้

“หรือว่าจะเป็นผู้ชายคนนั้น เขาอาจจะยังแอบอยู่ในบ้านหลังนี้” เดือนพัตราลุกพรวดจากที่นอน...

นายหัววรงค์รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเดือนพัตรา ตามมาต่อว่าหันตราถึงบ้านว่าเล่นแรงเกินไป ประพิมเพิ่งตายไป หลานสาวก็เกิดเรื่อง ที่สำคัญก่อนเกิดเรื่องก็มีปัญหากับเธอ ดังนั้นหากเกิดอะไรกับเดือนพัตรา คนที่เดือดร้อนหนักจะต้องเป็นเธอ ถึงตอนนั้นเขาคงช่วยอะไรไม่ได้ และขอให้รู้เอาไว้ว่าบ้านหลังนั้นมีค่ามากกว่าที่เธอคิด

“ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรกับเดือนพัตราทั้งนั้น ส่วนเรื่องบ้านเธอก็ทำทุกอย่างตามขั้นตอนโดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง” นายหัววรงค์เห็นหันตราทำฮึดฮัดไม่พอใจขยุ้มคอตะคอกใส่หน้าว่าเข้าใจใช่ไหม เธอรับคำลดท่าทีแข็งกร้าวลงแต่ในใจยังเดือดปุดๆ...

ทางด้านเดือนพัตรามั่นใจว่าชายปริศนาจะต้องซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บของ จึงเข้าไปดูแล้วปิดประตูล็อกโดยไม่รู้ว่าศิถีจับตาดูอยู่ เดือนพัตรากวาดตาดูทั่วห้องไม่พบร่องรอยของสิ่งมีชีวิต ตัดสินใจเปิดห้องลับก้าวลงบันไดไปโดยไม่ลืมดูนาฬิกาข้อมือหวังจะเช็กว่าใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะลงไปจนสุดทาง นาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มตรง จากนั้นเธอเดินลงไปในห้องใต้ดินลับอย่างระมัดระวัง

ในเวลาเดียวกัน ณ อุตรกุรุทวีป เหมหิรัญญ์ที่นอนเล่นอยู่บนเนินทุ่งดอกวิกสิตาได้ยินเสียงดังมาจากประตูกาล ลุกขึ้นมองลงไปเห็นเหล่าทหารเดินไปเดินมาเฝ้าประตูกาลไว้แน่นหนา รีบเดินลงไปที่นั่น เมื่อมาถึงจุดหมายเขาทำทีเดินตรวจตราเหมือนปกติ ผ่านเหล่าทหารไปยังจุดที่จะไม่สามารถเข้ามาได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต กระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูกาล

เป็นจังหวะเดียวกับเดือนพัตราซึ่งอยู่ในชมพูทวีปหรือโลกมนุษย์เดินลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายของห้องลับ ยกนาฬิกาขึ้นดูปรากฏว่ามันตาย หยุดเดินตั้งแต่ตอนสี่ทุ่ม เธอเดินต่อไปถึงห้องโถงลักษณะครึ่งวงกลมมีกลิ่นดอกวิกสิตาโชยมาแตะจมูก สูดกลิ่นหอมของมันเข้าไปเต็มปอดรู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

หญิงสาวสาดไฟฉายไปรอบๆห้องโถง แสงไฟกระทบกับผนังสีขาวสะท้อนเป็นประกายระยิบระยับ พื้นในห้องนั้นเป็นก้อนกรวดสีขาว ทุกก้อนมีขนาดเท่ากัน

“ที่นี่มันที่ไหนกัน หรือนี่คือความลับของคุณยาย”...

อีกด้านหนึ่งของประตูกาล เหมหิรัญญ์เห็นเดือนพัตราเข้ามาใกล้ประตูอีกด้านก็ตกใจ ราเมศเห็นสีหน้าของเขาถามว่ามีอะไรหรือ เขาได้แต่ยืนนิ่ง

เดือนพัตราได้ยินเสียงราเมศดังมาจากหลังกำแพงถึงกับผงะ พยายามรวบรวมสติเข้าไปใกล้ๆเจอผนังมีรากไม้เถาวัลย์ปกคลุม เอามือแหวกๆดูพบประตูแต่ไม่มีสลักหรือลูกบิดสำหรับเปิด เธอเอาไฟฉายส่องดูเห็นรอยสลักบนบานประตูเป็นลายพระจันทร์ทรงกลม รู้สึกคุ้นตาเหมือนคุณยายเคยเอาผ้าลายนี้มาให้ดูตอนเป็นเด็ก ลองเอามือแตะ สะดุ้งโหยงเพราะความเย็นจัดของมัน

ครู่เดียวสัญลักษณ์บนกำแพงเริ่มเคลื่อนไหว รูปพระจันทร์ส่องประกายและเคลื่อนตัวไปตามเข็มนาฬิกาหยุดลงที่ตำแหน่งที่ 9 เดือนพัตราได้แต่มองอึ้ง

เหมหิรัญญ์ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของประตูเห็นสัญลักษณ์รูปพระจันทร์เคลื่อนทวนเข็มนาฬิกามาหยุดอยู่ที่ตำแหน่งที่ 3 ราเมศเห็นสัญลักษณ์ขยับทำท่าเตรียมพร้อม เหมหิรัญญ์รีบให้สัญญาณว่าไม่มีอะไร จันทร์ของทั้งสองทวีปกำลังเคลื่อนมาบรรจบกัน

“ใกล้ถึงวันครบรอบที่มนุษย์แห่งชมพูทวีปสามารถเดินทางมาสู่อุตรกุรุทวีปแล้ว”

“มันไม่ง่ายเช่นนั้นหรอกท่านราเมศ ท่านก็น่าจะรู้ อีกอย่างท่านไม่ควรเข้ามายังบริเวณนี้”

ราเมศมองเหมหิรัญญ์แล้วมองไปทางประตูกาลรู้สึกเหมือนเขากำลังปิดบังอะไรบางอย่าง...

ประมุขคนใหม่ของบ้านรัชดาพิพัฒน์ได้ยินเสียงเหมหิรัญญ์ดังมาจากอีกด้านของประตูไร้สลักหรือลูกบิดสำหรับเปิดปิด ส่งเสียงคุยด้วย

“นั่นใคร มีใครอยู่ที่หลังกำแพงนี้ใช่ไหม”

เดือนพัตรารอฟังคำตอบกลับพบแต่ความเงียบ

ooooooo

มรุตกำลังทำงานอยู่ในห้อง ตอนที่จ่าสนิทเข้ามารายงานว่าปลาทูโทร.มาแจ้งว่าเดือนพัตราหายไป ผู้กองหนุ่มตกใจพุ่งออกจากห้อง แต่ต้องชะงักเมื่อเจอวโรชาเดินเข้ามาพอดี

“จะรีบไปไหนกันเหรอคะ” วโรชายิ้มหวานให้มรุตซึ่งฝืนยิ้มตอบ...

หลังจากค้นบ้านรัชดาพิพัฒน์จนทั่วทั้งในและรอบบริเวณไม่พบวี่แววของเดือนพัตรา วโรชาที่ตามมาด้วยชวนมรุตให้กลับกันได้แล้วในเมื่อหาตัวไม่เจอจะอยู่ทำอะไร

“ผมกำลังทำงานอยู่นะครับ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณวโรชา ผมว่าคุณกลับก่อนก็ได้นะครับ”

“นี่พี่มรุตหาว่าแหวนเผือกเหรอคะ” วโรชาพาลหันไปเล่นงานศิถี “แล้วนี่ยังไง แน่ใจนะว่าเจ้านายเธอไม่ได้หายไปกับผู้ชายที่ไหน”

ศิถียืนยันว่าเจ้านายสาวของตนไม่ได้เป็นคนแบบนั้น วโรชาตั้งท่าจะหาเรื่องอีกแต่นายหัววรงค์เข้ามาสมทบเสียก่อน จึงหันไปหาเรื่องพ่อตัวเองแทนหวังว่าพ่อคงไม่ได้ตามหายัยเดือนพัตราอีกคน

นายหัววรงค์ไม่อยากต่อปากต่อคำกับลูก หันไปถามมรุตว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอหายไปไหน ร่องรอยการต่อสู้ก็ไม่มี ทุกอย่างปกติ วโรชาสวนทันทีถ้าปกติก็กลับกันได้แล้ว มรุตยังไม่กลับขอให้ศิถีพาไปห้องเก็บของซึ่งเป็นที่สุดท้ายที่เห็นเดือนพัตรา ทีแรกศิถีไม่ยอมพาไปแต่มรุตยืนกรานจะต้องค้นหาทุกซอกทุกมุม เธอจึงจำต้องพาเขามาที่ห้องเก็บของ มรุตทั้งเคาะประตูทั้งร้องเรียก เงียบไม่มีเสียงขานตอบ

จ่าสนิทเข้ามาพร้อมอุปกรณ์งัดแงะ ยังไม่ทันจะทำอะไร เดือนพัตราเปิดประตูออกมาเสียก่อน เห็นคนอออยู่เต็มแปลกใจว่ามีอะไรกันหรือ มรุตอยากรู้ว่าเธอหายไปไหนมาทั้งคืน เธองงมากพึมพำกับตัวเองว่า

แค่ลงไปห้องนั้นเสียเวลาไปทั้งคืนเลยหรือ แล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู มันบอกเวลาเกือบเที่ยงวันแล้ว เธอรู้ว่ามันไม่ปกติแต่เลือกที่จะไม่พูดอะไร นายหัววรงค์มองหน้าศิถีสงสัยว่าเดือนพัตราหายไปไหนมากันแน่

“งั้นไม่มีอะไรแล้วเราจะไปกันได้หรือยังคะคุณพ่อ พี่มรุต” วโรชาตัดบท

“ขอบคุณทุกคนนะคะที่เป็นห่วง เดือนขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่ทำให้วุ่นวาย”

“รู้ตัวก็ดีแล้ว ทีหลังก็อย่าสร้างความวุ่นวายอีกก็แล้วกัน ไปกันเถอะค่ะพี่มรุต” ว่าแล้ววโรชาลากแขนมรุตออกไป เขาพยายามขืนตัวไม่ยอมไป เดือนพัตราไม่อยากมีปัญหา บอกให้เขากลับได้เลยไม่ต้องเป็นห่วง วโรชาเห็นมรุตอาลัยอาวรณ์ก็ยิ่งไม่พอใจลากเขาออกไปจนได้

นายหัววรงค์ขอตัวกลับเช่นกัน แล้วแอบสบตากับศิถีเป็นทำนองให้ตามไป ครั้นถึงมุมปลอดคนเขา กำชับให้เธอจับตาดูเดือนพัตราเอาไว้ให้ดี ในห้องเก็บของต้องมีอะไรแน่ๆ ไม่ได้มีแค่ผ้าโบราณอย่างที่ศิถีเคยเห็น แล้วหยอดคำหวานว่าเธอเป็นคนที่เขาไว้ใจที่สุด

ศิถียิ้มรับมองเขาด้วยสายตาเปี่ยมรัก...

เดือนพัตราอาบน้ำแต่งตัวเสร็จมายืนหน้ากระจกโบราณ ครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ตกลงห้องใต้ดินนั่นคืออะไรกันแน่ เหมหิรัญญ์ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของกระจกเหมือนจะตอบคำถามนั้นของเธอว่าห้องนั้นคือประตูกาล และรอยสลักเหล่านั้นเป็นความลับแห่งปริศนาที่เธอต้องแก้ให้ได้ จังหวะนั้นเรขรุจีเข้ามาถามว่าทำอะไรอยู่

“เรากำลังดูผู้หญิงที่อยู่หลังประตูกาล”

“มีมนุษย์แห่งชมพูทวีปลงมาที่ประตูกาลแห่งชมพูทวีปงั้นรึ เราจะต้องไปแจ้งเรื่องนี้ให้ท่านพ่อทราบ”

เหมหิรัญญ์ร้องห้ามไว้ ด้วยความรักที่มีให้เขาเต็มเปี่ยมทำให้เรขรุจียอมทำตามที่เขาขอร้อง เมื่อเธอเดินพ้นจากทุ่งดอกวิกสิตา เจอราเมศยืนรอท่าอยู่ เธอรู้ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไรเดินเลี่ยงไปอีกทาง เขามาดักหน้าไว้

“ท่านกำลังทำผิด เรารู้ว่าท่านเหมหิรัญญ์กำลังทำสิ่งใด เราจะแจ้งเรื่องนี้แก่ท่านอัศวเทวา”

“อย่า เราจะไม่ให้เหมหิรัญญ์ทำผิดกฎอีก”

“ท่านคิดว่าท่านจะหยุดเหมหิรัญญ์ผู้ดื้อรั้นได้งั้นรึ...เรามีหน้าที่ที่ต้องรักษาหากท่านเหมหิรัญญ์กระทำผิดอีก เราผู้มีหน้าที่ปกป้องดินแดนแห่งอุตรกุรุทวีปพึงจะต้องทำตามกฎ” น้ำเสียงเฉียบขาดของราเมศทำให้เรขรุจีอดเป็นห่วงเหมหิรัญญ์ไม่ได้

ooooooo


ห้องรับแขกบ้านรัชดาพิพัฒน์ถูกเนรมิตเป็นร้านตัดเสื้อ ส่วนในห้องโถงเดือนพัตราปรับเปลี่ยนให้เป็นจุดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับผ้า คราวนี้ก็เหลือแค่จะทำอย่างไรให้คนรู้ว่าเราเปิดร้านตัดเสื้อใหม่ ปลาทูแนะให้ลงหนังสือพิมพ์ ศิถีท้วงถ้าทำอย่างนั้น คนมากันเยอะเดือนพัตราจะทำไหวหรือ

“มาเยอะก็ดีสิคะจะได้เจอคนเยอะๆจะได้หาเบาะแสคนร้ายไปในตัวด้วย”

ศิถีแนะให้ปล่อยเรื่องนี้เป็นหน้าที่ตำรวจไม่ดีกว่าหรือ เดือนพัตราส่ายหน้าจะสืบหาเองเพราะไม่รู้ว่าไว้ใจใครได้ ศิถีเห็นแววตามุ่งมั่นของอีกฝ่ายไม่กล้าสู้สายตาต้องเบือนหน้าหนี

“คุณศิถีกับปลาทูมีอะไรทำก็ไปทำเถอะเดี๋ยวเดือนขอจัดของต่ออีกนิดหน่อย” เดือนพัตรามองผ้าแต่ละผืนด้วยความชื่นชม ครู่หนึ่งมีลมพัดอ่อนๆเข้ามา ผ้าที่แขวนโชว์พลิ้วไหวไปตามแรงลม มันกระตุ้นความทรงจำของเธอขึ้นมาได้ เดือนพัตรานึกถึงผ้าลูกไม้สีดำผืนสวยที่เคยเห็นในวัยเด็ก แปลกใจว่ามันหายไปไหน คิดได้ดังนั้นเธอตรงไปที่ห้องเก็บของพยายามค้นหาผ้าลูกไม้ผืนนั้น แต่หาไม่เจอ

เธอกลับมาที่ห้องโถงอีกครั้ง ลงมือวาดภาพสเกตช์ผ้าลูกไม้สีดำผืนนั้นจากความทรงจำของตัวเอง รวมทั้งสัญลักษณ์ต่างๆที่เห็นบนประตูไร้สลักไร้กลอนที่อยู่ ในห้องใต้ดิน วาดไปวาดมาหลับคาเก้าอี้ เหมหิรัญญ์ มายืนมองเธออยู่พักหนึ่ง แล้วหยิบรูปที่เธอวาดค้างไว้ขึ้นมาดูก่อนจะยิ้มออกมา

“ลูกไม้ลายสนธยา” พูดจบเหมหิรัญญ์หยิบดินสอขึ้นมาวาดภาพผ้าลูกไม้นั้นต่อ...

เดือนพัตราตื่นขึ้นในเช้าวันถัดมา แปลกใจที่พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องนอน จำได้ว่าเมื่อคืนนั่งวาดรูปผ้าลูกไม้อยู่ในห้องโถง แล้วหันไปมองที่หัวเตียงเห็นดอกวิกสิตาวางอยู่เหมือนเคยพร้อมกับภาพสเกตช์ผ้าลูกไม้ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว งงหนักว่าเสร็จได้อย่างไร

ไม่นานนักเดือนพัตราลงมาข้างล่างพร้อมดอกวิกสิตาในมือ เห็นศิถีกับปลาทูกำลังเตรียมของจะไปวัด ปลาทูร้องทักไปเอาดอกไม้มาจากไหน เห็นเอามาปักแจกันทุกเช้า ศิถีเคยเห็นดอกไม้มาหลากหลายชนิดแต่ไม่เคยเห็นดอกไม้พันธุ์นี้เลย มันเรียกว่าดอกอะไร เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งใจจะเอาไปถวายพระ ยังคิดว่าศิถีเป็นคนเอามาวางไว้ให้ ศิถียังไม่ได้ขึ้นข้างบนเลยจะเอาไปให้ได้อย่างไร...

ในระหว่างที่เดือนพัตรา ศิถีและปลาทูพากันเดินออกจากบ้านจะไปวัด มรุตแวะมาหาพอดีถามว่าจะไปไหนกัน ปลาทูปากไวชวนเขาไปทำบุญที่วัด เขามองเดือนพัตราเป็นทำนองขออนุญาต

“ถ้าผู้กองไม่รีบไปด้วยกันก็ได้นะคะ”

“งั้นไปรถผมนะครับ เดี๋ยวผมขับไปให้” มรุตกุลีกุจอช่วยเอาของใส่รถ

ooooooo

อุตส่าห์ตั้งใจมาทำบุญให้คุณยาย แต่กลับ โชคร้ายมาทำบุญวัดเดียวกับวโรชาที่มาทำบุญเป็นเพื่อนแม่ วโรชาไม่พอใจที่เห็นมรุตมากับเดือนพัตรา ปรี่เข้าไปเกาะแขนเขาแสดงความเป็นเจ้าของโดยไม่ถามความสมัครใจของฝ่ายชายสักคำ แนะนำแก้วเพชรผู้เป็นแม่ว่ามรุตเป็นพี่ชายของเพื่อนซึ่งสนิทกันมาก

เดือนพัตราไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรด้วยเพราะไม่ได้คิดอะไรกับเขา

“เดือนขอตัวไปทำบุญก่อนนะคะคุณอา ตามสบายนะคะผู้กอง” ว่าแล้วเดือนพัตราเดินนำปลาทูกับศิถีไปที่ศาลาวัด หลังจากถวายเพลเสร็จ เดือนพัตราถวายสังฆทานพร้อมกับวางดอกวิกสิตาไว้บนห่อสังฆทาน หลวงพ่อมองดอกไม้นั้นสัมผัสได้ถึงพลังด้านดี ยังไม่ทันจะสวดให้พร วโรชาที่เกาะแขนมรุตแจราวกับอยู่ห้างฯไม่ได้อยู่ในวัด ชวนแม่กับมรุตกลับ แก้วเพชรต้องปรามแต่เธอไม่สนใจ

“ทำไมคะคุณแม่ เสร็จแล้วก็กลับสิคะ แหวนร้อนจะแย่อยู่แล้ว”

“จิตที่ร้อนรุ่มมักนำพาเราให้ร้อนรน” หลวงพ่อสั่งสอน วโรชาเหมือนบัวใต้น้ำ กราบท่านแบบลวกๆ แล้วลากแขนมรุตออกไป เขาอยากอยู่ต่อแต่เห็นท่าวโรชาแล้วเกรงจะป่วนคนอื่นจึงก้มกราบลาหลวงพ่อแล้วหันไปทางเดือนพัตราแบบเกรงใจสุดๆ เธอเหมือนจะรู้เท่าทันความคิดของเขา

“ผู้กองกลับเถอะค่ะ เดี๋ยวเดือนเรียกรถกลับเองได้ เดือนอยากทำบุญแบบไม่มีมารผจญ”

“เอ๊ะ นี่เธอว่าใคร” วโรชาทำท่าจะลุย มรุตเห็นท่าไม่ดีดึงเธอออกไป วโรชาไม่วายหันมาชี้หน้าหมายหัวเดือนพัตราเอาไว้ แก้วเพชรอายมากกราบลาหลวงพ่อแล้วตามลูกไป หลวงพ่อทักเดือนพัตราว่าเป็นหลาน

คุณประพิมใช่ไหม เสียดายที่เธอต้องมาไปก่อนที่จะถึงเวลา เดือนพัตราสงสัยหลวงพ่อหมายความว่าอย่างไร

“จำไว้นะโยม คนเราทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ขอให้ต่อจากนี้โยมจงอดทนให้มาก ไม่มีใครฝืนกฎแห่งกรรมไปได้ ทำสิ่งใดไว้ในไม่ช้าผลมันจะตามมา แต่จำเอาไว้ความดีจะเป็นเกราะคุ้มภัยให้แก่โยม”

“ค่ะหลวงพ่อ” เดือนพัตราก้มกราบหลวงพ่อแล้วชวนศิถีกับปลาทูกลับ...

ระหว่างเดินลงจากศาลามีเสียงมือถือของศิถีดังขึ้น เธอชะลอฝีเท้าเพื่อให้เดือนพัตรากับปลาทูไปกันก่อน ถึงได้กดรับสาย ใครบางคนโทร.มานัดให้เธอไปพบ

ศิถีวางสายแล้วเร่งฝีเท้าตามเจ้านายจนทัน

“คุณเดือนคะ คุณเดือนกลับไปกับปลาทูก่อนนะคะ พอดีศิถีขอแวะทำธุระที่ตลาดก่อน”

เดือนพัตรายังไม่ทันจะว่าอะไรปลาทูพูดแทรกขึ้นเสียก่อนว่าธุระอะไรหรือ ศิถีมองด้วยสายตาดุ เธอถึงรู้ตัวว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องหน้าจ๋อยไปเลย ครั้นศิถีไปพ้นแล้วเดือนพัตราเตือนปลาทูทีหน้าทีหลังเวลาผู้ใหญ่คุยกันอย่าพูดแทรกแบบนี้อีก ปลาทูรับคำ จังหวะนั้นอรุณเดินเข้ามาทัก ปลาทูเห็นเจ้านายนิ่วหน้าสงสัยรีบแนะนำให้รู้จักกับอรุณ เจ้าของหนังสือพิมพ์ที่จะให้ช่วยลงข่าวโปรโมตร้านตัดเสื้อ

อรุณอยากคุยกับเดือนพัตราตามลำพังจึงออกอุบายให้ปลาทูช่วยไปดูหลวงพี่ทีว่าฉันอะไรเหลือบ้างจะได้หาอะไรมาให้เขากิน เดือนพัตรารอจนปลาทูไปแล้ว ถามอรุณว่ามีธุระอะไรกับเธอ เขาพอใจที่เธอรู้เท่าทัน...

การมาเจอกับอรุณครั้งนี้ทำให้เดือนพัตรารู้ว่าคุณยายเป็นประธานชมรมรักษ์รุมิหราที่มีอรุณเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ เขาเสียดายที่ท่านต้องมาจากไปก่อนเวลา และเชื่อเหมือนกับเธอว่าท่านไม่ได้ฆ่าตัวตาย งานของท่านมีหลายอย่างที่ขัดผลประโยชน์นายทุนในพื้นที่ แต่จะให้ฟันธงว่าการตายของท่านเป็นฝีมือใคร เขาคงทำไม่ได้ เดือนพัตราสงสัยทำไมเขาถึงไม่บอกเรื่องนี้กับตำรวจ

“คดีคุณประพิมถูกปิดเร็วขนาดนี้ คุณเดือนคิดว่าเราจะมีหลักฐานอะไรไปสู้ครับ...ทีแรกผมคิดว่าเสร็จงานศพคุณประพิมแล้วคุณจะกลับเลยซะอีก”

เดือนพัตราตั้งใจไว้แบบนั้นแต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ต้องการหาคนร้ายที่ฆ่าคุณยายให้ได้ก่อน อรุณยินดีช่วยเหลือ คนชั่วจะต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสม เธอเริ่มไว้ใจผู้ชายคนนี้มากขึ้นที่รู้ว่าเขาอยู่ข้างเดียวกับเธอ อรุณเตือนเธอให้ระวังตัวให้มาก การที่เธอตัดสินใจจะมาทำหน้าที่ต่อจากประพิมนั้นอันตรายมาก

“ขอบคุณค่ะที่เตือน แต่สำหรับฉันฉันไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ” สีหน้ามุ่งมั่นของเดือนพัตราทำให้อรุณชื่นชม...

เล่นผีผ้าห่มเสร็จ ศิถีซึ่งซบหน้ากับอกนายหัววรงค์เล่าเรื่องที่มรุตมาติดพันเดือนพัตราให้ฟัง เขาไม่ให้ความสำคัญนักเพราะมั่นใจว่าตำรวจระดับมรุตทำอะไรให้เดือนพัตราได้ไม่มาก แล้วลุกขึ้นแต่งตัว ศิถีตามมากอดเอวไว้ยังไม่อยากกลับอยากอยู่กับเขานานๆแล้วเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกไล่พรมจูบตามเนื้อตัวเขาไปทั่ว นายหัววรงค์ทนไม่ไหว จูบตอบอย่างเร่าร้อน ก่อนจะพากันจบที่เตียงอีกครั้ง...

ตกค่ำเดือนพัตราเขียนแผนผังสาเหตุการตายของคุณยายว่ามีใครบ้างน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เหมหิรัญญ์ซึ่งอยู่ในอุตรกุรุทวีปจับตาดูเธอผ่านทางกระจกโบราณสีหน้าไม่สบายใจเมื่อรู้ว่าเธอกำลังทำอะไร

“ท่านควรจะหยุดสิ่งที่ท่านกำลังทำ เดือนพัตรา”

ทำแผนผังอีกสักพัก มีจดหมายข่มขู่ส่งมาถึงเธอทางเมล ลองไล่ดูว่าเป็นเมลจากไหน ต้องแปลกใจที่เมลข่มขู่ส่งมาจากอีเมลแอดเดรสของเธอเอง เดือนพัตราครุ่นคิดเรื่องนี้จนหลับคาโต๊ะ ฝันเห็นคุณยายถูกคนร้ายบีบคอตอนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกตัวโปรด เธอตกใจมากกรีดร้องลั่น จะช่วยก็ช่วยไม่ได้ ทำได้แค่ยืนดูท่านค่อยๆอ่อนแรง

เหมหิรัญญ์ปรากฏตัวขึ้นมองมาที่เดือนพัตราซึ่งนอนกระสับกระส่ายฝันร้าย เอื้อมมือไปแตะศีรษะสักพักเธอค่อยสงบลง เหมหิรัญญ์อุ้มเธอมานอนที่เตียง นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆอย่างห่วงใยกระทั่งถึงเช้า

ooooooo

เหมหิรัญญ์เห็นเดือนพัตราขยับตัวกำลังจะตื่น รีบผลุบเข้ากระจก เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอลืมตาตื่นพอดี เห็นหลังเขาไวๆหายเข้าไปในกระจก ขยี้ตาไม่อยากจะในเชื่อสิ่งที่เห็น

“นี่ฉันคงฝันไป ไม่จริง ผีไม่มีจริง โลกนี้ไม่มีผีไม่มีปิศาจ คงตาฝาดไปเอง” เดือนพัตรามองนาฬิกาเห็นยังเช้ามากจึงนอนต่อ ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ หันมองไปที่โต๊ะหัวเตียงเห็นดอกวิกสิตาวางอยู่ เอื้อมมือไปหยิบมันมาดู สงสัยว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร...

ที่อุตรกุรุทวีป ราเมศเห็นเหมหิรัญญ์เดินออกมาจากทุ่งดอกวิกสิตาปรี่มาดักหน้าไว้ นี่ท่านไปชมพูทวีปมาใช่ไหม เขากลับย้อนถามว่าจะจับเขาหรือ ราเมศควรทำเช่นนั้น แต่ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกัน ตนจะให้โอกาสเขากลับตัว อย่าลืมว่าเรขรุจีเป็นห่วงเขามาก เหมหิรัญญ์ขอบใจเพื่อนมาก

“อุตรกุรุทวีปเป็นดินแดนที่เปี่ยมไปด้วยความสุขมีมนุษย์ที่มีศีลเหนือผู้ใด แลไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาในดินแดนเพียงเพราะเขาเป็นมนุษย์ที่มีศีลไม่เสมอเรา ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าหากมนุษย์ในทุกทวีปรู้จักความดี เราก็อาจจะกลับมาเป็นมิตรกันเช่นเมื่อหลายพันปีก่อน”

ราเมศทักท้วงหากมนุษย์ในชมพูทวีปต้องการที่จะสร้างความดีคงไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึงตอนนี้ เหมหิรัญญ์ยืนกรานว่าประตูกาลต้องมีคนดีปกป้อง หากผู้ดูแลประตูกาลในชมพูทวีปเป็นคนไม่ดีเขาจะทำเช่นใด ราเมศได้แต่อึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร...

ขณะเดือนพัตรากำลังวิ่งออกกำลังอยู่ที่ริมหาด มรุตเข้ามาหาจะขอคุยเรื่องการตายของประพิม เธอมีเวลาเสมอสำหรับความกระจ่างเรื่องนี้จึงเชิญเขาไปคุยกันในบ้าน หลังจากคุยเรื่องคดีการตายประพิมจบ เดือนพัตราตัดสินใจบอกเขาถึงอีเมลข่มขู่ที่พอตรวจเช็กกลับไปแล้วกลายเป็นอีเมลแอดเดรสของเธอเอง

“เดี๋ยวผมให้ทางตำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่ส่งอีเมลฉบับนี้ เราอาจจะได้เบาะแสอะไรบ้าง” พูดจบเขาขยับจะไป แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้หันกลับมาขอร้องอะไรเธออย่างหนึ่งจะได้ไหม

“เลิกเรียกผมว่าผู้กองแล้วเรียกผมว่ามรุตเฉยๆ ได้ไหมครับ”

“ค่ะคุณมรุต” เดือนพัตรายิ้มให้ด้วยมิตรภาพที่ดี แล้วออกมาส่งมรุตที่รถ วโรชาไปหาเขาที่โรงพักแต่ไม่พบ คิดว่าต้องมาที่นี่จึงขับรถตามมา เห็นทั้งคู่ท่าทางสนิทสนมกันก็ไม่พอใจ ขอคุยกับเดือนพัตราตามลำพัง เพื่อการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เดือนพัตราเชิญวโรชาเข้าไปคุยกันในบ้าน

แขกไม่ได้รับเชิญไม่อ้อมค้อม สั่งให้เดือนพัตราเลิกยุ่งกับมรุตของเธอ เดือนพัตราพยายามอธิบายว่าเธอเข้าใจผิด ตนไม่เคยไปยุ่งกับผู้กอง แต่เขาเป็นฝ่ายมายุ่งกับตนเอง ถ้าอยากให้เลิกยุ่งเธอคงต้องไปบอกเขาเอง หากเธอมีธุระแค่นี้เชิญกลับไปได้ วโรชาฉุนขาดคว้าแก้วน้ำใกล้มือสาดใส่หน้าคู่สนทนา


“นี่แค่เตือนนะ คราวหน้ามันจะไม่ใช่แค่น้ำเปล่า”

“ครั้งนี้ก็เป็นครั้งเดียวนะคะที่คุณจะได้ทำแบบนี้” พูดจบเดือนพัตราผละจากไป วโรชามองตามแค้น

“นังเดือนพัตรา แกอย่าหวังเลยว่าจะอยู่ที่รุมิหราได้อย่างมีความสุข แกไม่ได้ตายดีแน่”...

ปลาทูเห็นเหตุการณ์ที่วโรชาเอาน้ำสาดหน้าเจ้านายสาว เอาไปเล่าให้ศิถีฟัง คนรับฟังกลับไม่ตื่นเต้นอะไรเลย ไล่ให้ปลาทูจัดสำรับเช้าให้เดือนพัตรา...

ทางฝ่ายเดือนพัตราทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนอย่างเพลียหัวใจ ไม่เข้าใจทำไมถึงมีแต่เรื่องวุ่นวายขนาดนี้ เดินไปหยิบดอกวิกสิตาขึ้นมาดมรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น อรุณโทร.มานัดให้ออกไปพบ เธอขอตัวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะรีบไปหา

ooooooo

รัตนพรรณชวนทองมาตย์ออกโอกาสตระเวนขอซื้อบ้านของชาวบ้านซึ่งตั้งอยู่ริมทะเล ผ่านมาสิบหลังแล้วไม่มีใครอยากขายให้เธอเพราะตั้งใจจะขายให้หันตรา รัตนพรรณบ่นไม่หยุดที่ยังซื้อบ้านไม่ได้สักหลัง

“ใจเย็นๆน่าคุณ ตรงนี้ที่ตรงกลางกั้นระหว่างที่ทั้งสองข้าง ถ้าเราได้ตรงนี้ หันตราก็ต้องมาง้อขอซื้อจากเราอยู่ดี ถึงตอนนั้นก็โก่งราคาให้คลั่งไปเลย” ทองมาตย์ยิ้มเจ้าเล่ห์ รัตนพรรณลงจากรถตรงไปที่บ้านหลังหนึ่งริมทะเลร้องเรียกเจ้าของบ้านให้ออกมาคุยด้วย มีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเดินออกมาบอกว่าไม่มีใครอยู่

ทุกคนไปประชุมอะไรกันก็ไม่รู้ที่หาดตรงโน้นแล้วเดินกลับเข้าบ้าน ขณะที่รัตนพรรณกลับไปขึ้นรถ

เห็นเดือนพัตราขับรถผ่านหน้าไป นิ่วหน้าแปลกใจว่ามาทำอะไรแถวนี้ สั่งให้ทองมาตย์ขับรถตามไปดู...

เดือนพัตรามาพบกับอรุณและผู้นำชุมชนท่ามกลางชาวบ้านที่มารวมตัวกันอยู่ที่ริมหาด อรุณแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับเดือนพัตราว่าเป็นหลานสาวของคุณประพิมและจะเป็นผู้สานต่อสิ่งที่ท่านทำไว้ เธอกล่อมชาวบ้าน

อย่าขายที่ดินของตัวเอง สัญญาจะทำให้ทุกคนมีรายได้เพิ่มโดยไม่ต้องขายที่กิน ชาวบ้านบางส่วนเริ่มคล้อยตาม บางส่วนครุ่นคิดหนัก อีกหลายคนมีทีท่าอ่อนลงไม่เปลี่ยนใจ ขายที่ดิน...

ระหว่างขับรถกลับ รัตนพรรณยิ้มสะใจที่ชาวบ้านพากันเปลี่ยนใจไม่ขายที่ดิน ลองเป็นแบบนี้นังหันตรารู้เข้าคงกรี๊ดบ้านแตกแน่ ทองมาตย์ร้องอ้าว แล้วเราจะซื้อได้หรือ เธอขอให้เขาใช้สมองตรองดูบ้าง

“ในเมื่อที่ดินแถวนี้ยังไม่ตกไปเป็นของนังหันตรา เรายังมีเวลาที่จะเกลี้ยกล่อมชาวบ้าน อีกอย่างยิ่งถ้านังเด็กเดือนพัตรานั่นจุ้นมากๆ โดนนังหันตราจัดการขึ้นมา เรื่องบ้านรัชดาพิพัฒน์ก็ง่ายขึ้นไปอีก คิดแล้วเหมือนโชคจะเข้าข้างเรายังไงก็ไม่รู้...แต่ฉันว่าฉันคิดอะไรดีๆออกแล้ว” รัตนพรรณยิ้มเจ้าเล่ห์...

ฝ่ายหันตราขบกรามแน่นด้วยความแค้นเมื่อรู้จากชาติว่าเดือนพัตรายุแยงชาวบ้านไม่ให้ขายที่ดินให้...

ค่ำวันเดียวกัน ระหว่างเดือนพัตราขับรถมาตามถนนมุ่งหน้าสู่บ้านรัชดาพิพัฒน์ มีมอเตอร์ไซค์แล่นขึ้นมาประกบข้างชักปืนยิงใส่ เธอหักรถหลบได้ทันแต่รถเสียการทรงตัวไถลลงข้างทาง มือปืนเห็นรถเธอจนแน่นิ่งย่างสามขุมเข้าหา เธอพยายามสตาร์ตรถแต่ไม่ติด ตัดสินใจลงวิ่งหนีเข้าป่าโดยมีมือปืนไล่ล่าติดๆ

เหมหิรัญญ์ซึ่งอยู่ที่อุตรกุรุทวีปรับรู้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้าหาเดือนพัตรา จ้ำพรวดๆไปที่ประตูกาลจะข้ามไปช่วย เรขรุจีรู้เรื่องรีบเข้าไปขวางไว้ไม่ให้เขาข้ามไป

ooooooo

ที่รุมิหรา ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา มือปืนไล่ตามเดือนพัตราจนทัน เธอทำใจดีสู้เสือ เสนอให้เงินมากกว่าคนจ้างวาน มือปืนลังเล เธอสบช่องถีบเขาเซเสียหลักแล้วจะวิ่งหนีแต่พลาดตกลงไปในพงหญ้าข้างทางซึ่งปกคลุมไหล่ทางไว้ไม่ให้เห็นเหวด้านล่างที่เป็นทะเล มือปืนชะโงกหน้าไปดูไม่เห็นเหยื่อนึกว่าตกเหวตาย รีบชิ่งกลับ

เดือนพัตราห้อยต่องแต่ง มือหนึ่งจับรากไม้อยู่อย่างนั้นพักใหญ่จนแน่ใจว่ามือปืนไปแล้วจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ก่อนที่จะหมดแรงจับรากไม้ เหมหิรัญญ์ข้ามประตูกาลมาช่วยดึงขึ้นมาได้ทัน เธอโผกอดเขาแน่นยังขวัญผวาไม่หาย เขาค่อยๆเอามือลูบไปตามเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยรอยแผลถูกหญ้าบาดแผลหายไปหมด

“ฉันอยากกลับบ้าน” พูดได้แค่นั้นเดือนพัตราก็หมดสติ จากนั้นเหมหิรัญญ์พาร่างไร้สติของเธอมาวางที่เก้าอี้ยาวหน้าบ้านรัชดาพิพัฒน์ หอมหน้าผากเธอหนึ่งทีก่อนผละจากไป ปลาทูได้ยินเสียงบางอย่าง

รีบออกไปดูเจอเจ้านายสาวที่เธอ ศิถีกับมรุตตามหาให้ควั่กนอนสะลึมสะลืออยู่รีบพาเข้าข้างใน...

ศิถีกับปลาทูช่วยกันเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่ให้เดือนพัตราถึงได้รู้ว่าเธอตัวร้อนจี๋จากพิษไข้ ศิถีสั่งให้ปลาทูคอยอยู่เช็ดตัวให้เธอและให้นอนที่นี่ไปเลย ปลาทูกลัวผีทำท่าจะไม่ยอมนอน ศิถีเสียงเขียวใส่

“อย่าคิดอะไรไร้สาระ คุณเดือนเธอไม่สบายจะกลัวอะไรนักหนา” พูดจบศิถีลงไปหามรุตที่รออย่างกระวนกระวายใจอยู่ข้างล่าง ทันทีที่เห็นเธอลงมาหา เขาถามว่าเดือนพัตราเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าเป็นไข้ขอขึ้นไปเยี่ยม ศิถีเห็นดึกแล้วเกรงจะไม่เหมาะ บอกให้เขากลับไปก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมใหม่ ถ้ามีอะไรเธอจะโทร.แจ้ง ผู้กองหนุ่มไม่อยากกลับแต่ขัดเธอไม่ได้...

ณ ม่านน้ำตกในอุตรกุรุทวีป เรขรุจีเข้ามาต่อว่าเหมหิรัญญ์ที่ทำผิดกฎจักรวาลและให้หยุดเดินทางไปชมพูทวีปได้แล้ว แทนที่จะสำนึกว่าทำผิดเขากลับย้อนถามว่าการช่วยชีวิตมนุษย์ที่กำลังได้รับอันตรายผิดมากนักหรือ ทั้งคู่มีปากเสียงกัน เรขรุจีมองออกว่าเขามีใจให้เดือนพัตราจึงเตือนเขาให้นึกถึงเรื่องของเราสองคน

“รุจี เรื่องระหว่างเราเป็นเรื่องของท่านพ่อและท่านแม่เป็นผู้กำหนด เราไม่เคยยอมรับในสิ่งนั้น”

“ท่านรังเกียจเรา” เรขรุจีทั้งน้อยใจทั้งเสียใจ เหมหิรัญญ์ไม่เคยรังเกียจเธอแม้แต่น้อย ยังรักและห่วงใยเธอเหมือนน้องสาว จะไม่มีวันแปรเปลี่ยนเป็นอื่น...

ขณะที่เหมหิรัญญ์เคลียร์เรื่องคาใจกับเรขรุจีเรียบร้อย ศิถีซึ่งอยู่ในโลกมนุษย์โทร.รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นกับเดือนพัตราให้นายหัววรงค์ฟัง เขาสั่งให้เธอลองเลียบๆเคียงๆถามเดือนพัตราตอนฟื้นทีว่าเกิดอะไรขึ้น ย้ำว่าจะให้เกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ คุยกันได้แค่นี้แก้วเพชรเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เขาจึงต้องวางสาย แก้วเพชรสงสัยท่าทางลับๆล่อๆของสามี ถามว่าคุยกับใคร เขาไม่ตอบเดินหนีไปเลย

แก้วเพชรไม่พอใจตะโกนทวงบุญคุณไล่หลังที่เขาได้ดีทุกวันนี้เป็นเพราะเธอ นายหัววรงค์หงุดหงิดสุดๆ...

ศิถีกลับมาที่ห้องนอนของเดือนพัตราพร้อมกับข้าวต้มและยาแก้ไข้ กำชับกับปลาทูพยาบาลจำเป็นว่าถ้าเธอรู้สึกตัวเมื่อไหร่ก็ให้กินข้าวต้มก่อนค่อยกินยา

แล้วเดินออกไปจากห้อง ผ่านไปพักใหญ่เดือนพัตรารู้สึกตัวตื่นเห็นปลาทูนั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง สำรวจตามเนื้อตัวไม่พบรอยแผลจากที่ร่วงลงไปตรงช่องหน้าผาก็แปลกใจมาก เหมหิรัญญ์ทำให้แผลเหล่านั้นหายไปได้อย่างไร

ปลาทูตื่นขึ้นมาเห็นเจ้านายมองตาแป๋วรีบแตะตัวดูพบว่ายังมีไข้บอกให้กินข้าวต้มแล้วกินยาเดี๋ยวตนจะไปอุ่นข้าวต้มให้ เธอส่ายหน้าว่าไม่ต้อง บอกให้ปลาทูไปนอน เดี๋ยวจัดการเอง ปลาทูดีใจที่ไม่ต้องอยู่ในห้องนี้รีบลุกออกมา เดือนพัตราลุกไปหยิบยาแต่ไม่มีแรงเดินจะล้ม เหมหิรัญญ์เข้ามาประคองไว้ทันพากลับมานอนที่เตียง เธอหมดสติไปเสียก่อน เขาเอามือแตะที่หน้าผากเธอแล้วก้มกระซิบข้างหู

“ท่านไม่เป็นอะไรแล้ว” เหมหิรัญญ์นั่งเฝ้าเดือนพัตราอยู่อย่างนั้นจนเช้า

ooooooo

มรุตเป็นห่วงเดือนพัตราจึงแวะมาเยี่ยมแต่เช้า คราวนี้ศิถีพาเขามาถึงในห้องของเธอ ลองแตะหน้าผากต้องแปลกใจที่เธอตัวไม่ร้อน มองไปที่ยาแก้ไข้พบว่าไม่ถูกแตะต้องแล้วหายไข้ได้อย่างไร...

ฝ่ายวโรชาไม่พอใจที่เห็นมรุตมาขลุกอยู่ที่บ้านเดือนพัตรา จะตามขึ้นไปเอาเรื่องเจ้าของบ้านถึงห้องนอน ผู้กองหนุ่มต้องลากแขนเธอออกมาที่รถไล่ตะเพิดให้กลับไป เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย เขาจะทำอะไรมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา เธอเห็นท่าทางเอาจริงของเขาก็ไม่กล้าหือจำใจสตาร์ตรถขับออกไป

“นังเดือนแกไม่ได้ตายดีแน่ ของของฉัน ใครก็ห้ามแย่ง” วโรชากำพวงมาลัยรถแน่นด้วยความแค้น เพื่อความมั่นใจว่าเธอจะไม่กลับมากวนใจเดือนพัตรา มรุตจึงขับรถตามไปคุม...

ทันทีที่เห็นเดือนพัตราอยู่คนเดียวในห้อง เหมหิรัญญ์ก้าวออกจากกระจกโบราณพร้อมกับดอกวิกสิตามาวางให้บนหัวเตียง แล้วขยับจะไป เดือนพัตราตื่นพอดี ลุกขึ้นคว้ามือเขาไว้ แต่แรงไม่ค่อยมีเซปะทะอกเขาที่หันกลับมา ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันมากต่างฝ่ายนิ่งงันเหมือนตกอยู่ในมนตร์สะกด เหมหิรัญญ์ได้สติก่อน

รีบดันตัวออกห่าง เธออยากรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหนทำไมถึงมาช่วยเธอไว้ เขาไม่ตอบได้แต่ยิ้ม เธอถามซ้ำอีกครั้ง

“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามฉัน คุณเข้ามาในห้องนี้ได้อย่างไร”

เหมหิรัญญ์ชี้ไปที่กระจกโบราณบานนั้น 

เดือนพัตราหาว่าเขากวนประสาท ตกลงเขามาจากไหนกันแน่ เหมหิรัญญ์เฉลยว่ามาจากอุตรกุรุทวีป หญิงสาวมึนตึบ เกิดมาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ตกลงมันคือที่ไหน อินเดีย ปากีสถานหรือศรีลังกา เขาไม่ตอบได้แต่ยิ้ม เธอเริ่มไม่พอใจบอกให้หยุดยิ้มแล้วตอบคำถามมา

แขกผู้มาเยือนยังไม่ทันจะพูดอะไรอีก มีเสียงปลาทูดังขึ้นเสียก่อน เดือนพัตราหันมองตามเสียง พอหันกลับมาอีกทีเขาหายไปแล้ว จึงมองไปที่กระจกโบราณหรือที่เขาบอกว่ามาทางกระจกจะเป็นเรื่องจริง...

กินมื้อเช้าเสร็จ เดือนพัตรามานั่งเล่นที่เก้าอี้โยกตัวโปรดของคุณยายมองไปที่กล่องต่างๆที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นใกล้แจกันปักดอกวิกสิตาเหมือนมีบางอย่างมาดลใจ เธอลุกไปหยิบกล่องแต่ละใบมาเปิดดู เจอกล่องไม้สีดำ หยิบผ้าข้างในขึ้นมาดูเป็นผ้าลูกไม้สีดำที่เคยเห็นตอนเป็นเด็ก ใต้กล่องมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ

เขียนว่า “อุตรกุรุทวีป” เหมือนที่เหมหิรัญญ์บอกถึงที่มาของตัวเองก็แปลกใจ ตกลงประเทศนี้มีจริงหรือ

มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น มรุตโทร.มาถามอาการป่วยของเธอ พอรู้ว่าดีขึ้นไม่มีไข้ก็ถอนใจโล่งอก ขอให้เธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟัง เธอเล่าแค่ว่าถูกมือปืนไล่ยิงแต่หนีรอดมาได้ เขาเป็นห่วงจะส่งตำรวจไปคุ้มครองแต่เธอไม่ต้องการอ้างดูแลตัวเองได้ เขาได้แต่ถอนใจในความดื้อรั้นของเธอ แล้วนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เรื่องที่ให้คนไปเช็กอีเมลข่มขู่พบว่าถูกส่งมาจากห้องสมุดประชาชนในรุมิหรานี่เอง...

นายหัววรงค์คิดว่ามือปืนที่เล่นงานเดือนพัตราเมื่อคืนเป็นฝีมือหันตราจึงตามมาสั่งสอนถึงบ้านตบตีอุตลุด เธอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรด้วย...

ทองมาตย์ตกใจแทบช็อกเมื่อรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังมือปืนคือรัตนพรรณนั่นเอง ทำแบบนี้จะไม่มีใครสงสัยเราหรือ ใครก็รู้ว่าเราอยากได้บ้านรัชดาพิพัฒน์ เธออธิบายว่าตอนนี้เดือนพัตรามีปัญหากับหันตราทั้งเรื่องบ้านและเรื่องที่ดินชาวบ้าน หากเดือนพัตราตาย คนที่น่าสงสัยที่สุดคือหันตรา ถ้ามันถูกจับเท่ากับเราหมดคู่แข่ง

“แล้วเรื่องอีเมลอะไรนั่นน่ะ คุณคิดหรือว่าเด็กท่าทางรั้นๆอย่างยัยเด็กเดือนนั่นน่ะจะกลัวแล้วหนีกลับเมืองนอก...ไป ไปอาบน้ำแต่งตัว ฉันจะไปบ้านรัชดาพิพัฒน์ ดูผลงานสักหน่อย”

ooooooo


ละครลูกไม้ลายสนธยา ตอนที่ 2 อ่านลูกไม้ลายสนธยาติดตามละครลูกไม้ลายสนธยา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ฌอห์ณ จินดาโชติ,พิมประภา ตั้งประภาพร 18 ส.ค. 2561 12:30 2018-08-09T00:19:49+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ