ข่าว

วิดีโอ



ลูกไม้ลายสนธยา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พัชร์นันทน์ สุวรรณกูล,โสภิตนภา ชุ่มภาณี และ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร

กำกับการแสดงโดย: จารุวัฒน์ อุปการไชยพัฒน์

ผลิตโดย: บริษัท เมจิค อีฟ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ 2 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ฌอห์ณ จินดาโชติ,พิมประภา ตั้งประภาพร

เดือนพัตราเอาแต่นั่งเหม่อใจลอยตั้งแต่ออกจากบ้านยันถึงชายหาด มรุตเดาออกว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติ ถามว่าเป็นอะไร มีปัญหาอะไรกับเหมหิรัญญ์หรือเปล่า เธอขอร้องเขาให้ช่วยคบกับเธอได้ไหม เขาถึงกับใบ้กิน ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากเธอ เดือนพัตราเห็นเขานิ่งไปถามว่ารังเกียจหรือ

“ผมไม่เคยรังเกียจคุณคุณก็รู้ แต่ผมแค่อยากรู้เหตุผล”

ทีแรกเดือนพัตราไม่ยอมเล่าความจริง แต่พอถูกเขาเซ้าซี้หนักเข้าจึงยอมเปิดปากว่ามนุษย์จากอุตรกุรุทวีปไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้ เหมหิรัญญ์อาจต้องตายถ้ายังฝืนอยู่ที่นี่ ที่เขาทนอยู่เพราะเขารักเธอ

“ทางเดียวที่จะให้เขาไปจากฉันก็คือ...การมีคนอื่น ฉันขอโทษนะคะที่ทำให้คุณต้องลำบากใจ”

“ไม่เลยครับ ผมยินดี ผมพร้อมที่จะเป็นทางเลือกให้กับคุณ”...

ขณะที่มรุตยอมเป็นแฟนชั่วคราวให้เดือนพัตรา เหมหิรัญญ์ซึ่งยืนดูรูปเดือนพัตราอยู่ในห้องนอนของเธอ สงสัยกับการกระทำของเธอไม่หายว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงมีท่าทีสนิทสนมกับมรุตต่อหน้าตนเอง อยู่ๆเขาเกิดหน้ามืดพยายามจะฝืนตัวแต่ไม่ไหวล้มโครม รูปเดือนพัตราในมือตกแตกกระจาย

ปลาทูล้างจานอยู่ในครัวได้ยินเสียงเหมือนของหนักๆตก วางงานตรงหน้าชวนศิถีไปดูที่ต้นเสียง ไม่นานนัก ศิถี ปลาทูและวโรชาเปิดประตูห้องเดือนพัตราเข้าไปเห็นเหมหิรัญญ์นอนหมดสติรีบเข้าไปช่วยกันประคอง

“พาคุณเหมไปโรงพยาบาลไหมน้า หรือโทร.บอกคุณเดือน” ปลาทูหยิบมือถือจะโทร.หาเดือนพัตรา ศิถีห้ามเอาไว้ อาสาจะดูแลเขาเอง ปลาทูมองเธองงๆทำไมต้องห้ามกันด้วย...

ระหว่างที่เหมหิรัญญ์นอนหลับอยู่บนเตียงในห้องนอนเดือนพัตรา ศิถีเดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะที่เคยเจอผ้าลูกไม้ พบแต่ความว่างเปล่า วโรชาที่ยืนมองอยู่ถามว่าทำอะไร เธออ้างว่าแค่เก็บของให้เข้าที่เข้าทาง

“ทำไมไม่จัดการฆ่ามันให้ตายๆไปซะเลย”

วโรชามองเหมหิรัญญ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“อย่าใจร้อนสิคะ ถ้ามันตายตอนนี้มันจะน่าสงสัย สู้เราวางยามันไปเรื่อยๆให้มันตายไปเองไม่มีทางที่ใครจะจับเราได้ ยาที่ศิถีให้มันกินจะค่อยๆทำลายระบบการทำงานของหัวใจ สุดท้ายกล้ามเนื้อหัวใจก็จะค่อยๆ อ่อนแรง จนกระทั่งหัวใจวายเฉียบพลัน ตายไปเอง” ศิถีมองเหมหิรัญญ์ด้วยสายตาอาฆาตแค้น...

เดือนพัตราหายไปทั้งวันกว่าจะกลับก็มืดค่ำแล้ว ทันทีที่เธอกับมรุตเดินเข้ามาในบ้าน ปลาทูรีบรายงานว่าเหมหิรัญญ์ไม่สบายเป็นลมล้มพับตอนนี้นอนอยู่ในห้องของเธอ เดือนพัตราเป็นห่วงเขามากรีบขึ้นไปดูลืมสนิทใจว่ามรุตมาด้วย ผู้กองหนุ่มได้แต่มองตามรับรู้ได้ว่าเธอยังรักเหมหิรัญญ์ ตัดสินใจกลับไปเลยไม่ล่ำลา ฝ่ายเดือนพัตราเปิดประตูห้องตัวเองเข้าไปเจอวโรชากำลังเช็ดตัวให้เหมหิรัญญ์ที่นอนไม่ได้สติก็ชะงัก

“กลับมาแล้วเหรอคะคุณเดือน พอดีคุณเหม

เป็นลม แหวนเลยช่วยดู คุณเดือนไม่ว่าอะไรนะคะ...เอ่อ ดึกแล้วแหวนขอตัวกลับก่อนนะคะ” วโรชายิ้มให้เดือนพัตราก่อนจะเดินออกจากห้องทันทีที่ปิดประตูตามหลัง สีหน้าของเธอเปลี่ยนเหี้ยมเกรียม “ฉันปล่อยให้พวกแกเสวยสุขกันอีกไม่นานหรอกนังเดือน”

ooooooo

เหมหิรัญญ์นอนเหงื่อแตกเนื่องจากพิษไข้ เดือนพัตราต้องเอาผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดหน้าให้ อดนึกถึงวันเวลาที่มีความสุขด้วยกันไม่ได้ เสียงเรขรุจีดังซ้อนขึ้นมาในความคิดคำนึงของเธอ

“ท่านสละความรักของตัวเองได้ไหมเดือนพัตรา”

เดือนพัตราถึงกับน้ำตาซึมก้มลงจูบหน้าผากเหมหิรัญญ์น้ำตาเจ้ากรรมหยดใส่เขา เธอรีบเช็ดออกพยายามทำตัวให้เข้มแข็งตัดใจลุกออกมา แต่มีเสียงเรียกของเหมหิรัญญ์ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวชะงักฝีเท้า

“ฉันแค่เข้ามาดูว่าคุณไปหรือยัง” เดือนพัตราพูดโดยไม่หันมองหน้า เหมหิรัญญ์ลงจากเตียงเดินไปหา

“ผมไม่กลับยังไงผมก็ไม่กลับ แต่ถ้าคุณอยากให้ผมกลับจริงๆผมขอให้ทุกอย่างที่นี่คลี่คลายก่อน ถึงเวลานั้นเราค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่”

“มันต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่เหม เรื่องนี้อาจจะไม่มีวันคลี่คลายเลยก็ได้ ฉันขอร้องล่ะเหมกลับไปซะ อย่าให้ฉันต้องรู้สึกผิดมากไปกว่านี้เลย”

“ผมรู้นะเดือน คุณรักผมห่วงผม แต่อย่าทำแบบนี้สิ” เหมหิรัญญ์กอดเธอไว้จากด้านหลัง เธอไม่พูดอะไร แกะมือเขาออกแล้วผละจากไป ทิ้งให้เขายืนน้ำตาซึมอยู่ตรงนั้น...

เดือนพัตราแสดงท่าทีให้เหมหิรัญญ์เห็นว่าสิ้นสวาทในตัวเขาแล้วด้วยการนัดมรุตมากินมื้อเช้าด้วยกันอีกครั้ง ครั้นเหมหิรัญญ์ลงมานั่งร่วมโต๊ะด้วยเธอจัดแจงวางช้อนส้อม หมดอารมณ์กินชวนมรุตออกไปข้างนอก

จากนั้นไม่นาน รถของมรุตแล่นสวนกับรถของวโรชาที่ขับเข้ามา เธอไม่ชอบใจที่เห็นเดือนพัตราออกไปกับมรุตอีกแล้ว แต่ต้องระงับความโกรธเอาไว้ เดินมาหาเหมหิรัญญ์ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นหรือยัง เขาพยักหน้ารับคำ เธอไม่วายยุแยงเดือนพัตราออกไปกับมรุตแบบนี้แล้วใครจะอยู่ดูแลเขา ถ้าอย่างนั้นเธออาสาดูแลให้เองจนกว่าเดือนพัตราจะกลับ เขาปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้อง เขาสบายดีแล้ว

“ถ้าคุณวโรชาไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบเหมหิรัญญ์เดินหนี วโรชายิ้มสะใจที่เขาแสดงอาการหึงหวงเดือนพัตราอย่างออกนอกหน้า ระหว่างเธอกลับไปขึ้นรถเจอศิถีกำลังจะออกไปข้างนอก ร้องทักว่าเจอผ้าบ้าบออะไรนั่นหรือยัง ศิถีส่ายหน้า มันไม่ได้หาได้ง่ายขนาดนั้น อีกทั้งเหมหิรัญญ์อยู่บ้านทั้งวันแบบนี้จะเข้าไปหาได้อย่างไร วโรชาด่าศิถีว่าไม่ได้เรื่อง

“คุณแหวนก็หาทางพาไอ้เหมมันออกจากบ้านสิคะ ศิถีจะได้มีโอกาสเข้าไปในห้องมันบ้าง”

“ยังกะมันจะออกไปกับฉันง่ายๆงั้นแหละ แล้วว่าแต่แกเถอะจะไปไหน”

ศิถีจะไปหานายหัววโรชาขอไปด้วย ศิถีขอร้องไม่ให้ไป เดี๋ยวใครมาเห็นว่าเธอไปไหนมาไหนกับตนคนจะสงสัยเอาได้ อีกอย่างเธอไม่ควรไปหานายหัวบ่อยๆ เผื่อมีคนคอยดูอยู่ วโรชาไม่พอใจแล้วจะให้อยู่เฉยๆหรือ

“โน่นก็ทำไม่ได้นี่ก็ทำไม่ได้...ได้แต่นั่งมองนังเดือนแรดๆไปกับพี่มรุตของฉัน”

“ใจเย็นๆเถอะค่ะ ยังไงคุณวโรชาก็ได้เป็นคนจัดการกับนังเดือนแน่นอน” ศิถียิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนผละจากไป วโรชามองตามหงุดหงิด แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้เดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน

ooooooo

วโรชาถือวิสาสะเดินไปรื้อค้นตามตู้ตามลิ้นชักต่างๆในบ้านตั้งแต่ห้องโถงยันไปจนถึงหน้าห้องเก็บของซึ่งมีทางลับเปิดไปสู่ห้องใต้ดิน เห็นกุญแจล็อกอยู่มองแปลกใจห้องอะไรทำไมต้องล็อก พลันมีเสียงปลาทูร้องทักว่ามาทำอะไรตรงนี้ดังขึ้น วโรชาถึงกับสะดุ้งโหยง โวยวายกลบเกลื่อนทำไมมาเงียบๆตกใจหมด

“ก็ไม่ได้เงียบนะคะ ว่าแต่คุณวโรชาเถอะมาทำอะไรตรงนี้”

“ไม่ใช่เรื่องของคนใช้ ไม่ต้องยุ่ง” วโรชาตวาดแว้ด ก่อนเดินออกมา...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ศิถีลงจากรถสองแถวเดินเข้าตลาดเพื่อซื้อข้าวของ แก้วเพชรที่สะกดรอยตามมาตั้งแต่เธอออกจากบ้านรัชดาพิพัฒน์ยังคงตามไปติดๆ ศิถีรู้สึกเหมือนมีคนเดินตาม เหลือบมองเห็นเป็นแก้วเพชร ออกอุบายให้เดินตามไปถึงซอยเปลี่ยว พอเลี้ยวหัวมุมต้องแปลกใจที่ศิถีหายไป แก้วเพชรชะเง้อคอยาวมองหาก็ไม่เจอ ตัดสินใจหันหลังกลับ เจอศิถีดักหน้าไว้ถามว่ามีธุระอะไรกับตนหรือ

“แกรู้ใช่ไหมว่าไอ้วรงค์มันอยู่ไหน”

“จะไปรู้ได้ไงล่ะคะ คุณนายเป็นเมียทำไมไม่รู้ล่ะ” ศิถีเจตนายั่วประสาท แก้วเพชรโกรธปรี่เข้าไปจะตบสั่งสอน ศิถีคว้ามือไว้ได้ตบสวนโดนเข้าไปเต็มหน้าหงายเงิบ ด่าซ้ำว่านายหัวต้องเป็นแบบนี้เพราะมีเมียอย่างแก้วเพชรนี่เอง แล้วตามไปตบตีอุตลุด

“มึงจำไว้อย่าคิดมาทำร้ายผัวกู...กูจะฆ่ามึงให้ตายอีแก้วเพชร” ศิถีว่าแล้วบีบคอแก้วเพชรจนหายใจไม่ออก เธอดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดมือคลำไปเจอก้อนหินเอาฟาดใส่หัวแตกเลือดซิบจนศิถีต้องปล่อยมือ แก้วเพชรจะฟาดซ้ำ มีตำรวจสายตรวจผ่านมาเห็นเสียก่อน

“ทำอะไรกันน่ะ” เสียงของตำรวจทำให้แก้วเพชรทิ้งก้อนหินวิ่งหนี ตำรวจเห็นศิถีบาดเจ็บก็เลยไม่ไล่ตาม รีบมาดูอาการคนเจ็บก่อน พอเห็นว่าเป็นศิถีถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอโกหกว่าถูกโจรจี้ ตำรวจจะพาไปแจ้งความที่โรงพักเธอไม่ยอมไป อ้างไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่ อีกอย่างเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก ตำรวจเห็นเจ้าทุกข์ไม่เอาเรื่องก็เลยไม่อยากเซ้าซี้อะไร

ooooooo

ไม่นานนัก ศิถีมายืนอยู่ตรงหน้านายหัววรงค์เอายาทาแผลแตกที่หัวตัวเองไปพลางบ่นให้เขาฟังไปด้วยว่าจะปล่อยแก้วเพชรไปแบบนี้หรือ เขาขอร้องให้อดทนไว้ก่อนอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ เธอหาว่าที่เขาไม่ให้ทำอะไรแก้วเพชรเพราะยังรักมันอยู่ เขาปฏิเสธว่าเปล่า ไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว

“แต่คิดดูสิถ้านังแก้วเพชรเป็นอะไรไปตอนนี้ ตำรวจก็จะยิ่งจับตาดูพวกเราเพิ่มขึ้น เอาไว้ให้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่อยจัดการก็ไม่เสียหายอะไร ว่าแต่หาผ้านั่นเจอหรือยัง”

ศิถียังหาไม่เจอ ยิ่งเหมหิรัญญ์อยู่บ้านตลอดทำให้เธอทำอะไรไม่สะดวก แต่คงอีกไม่นานเพราะเธอแอบได้ยินมันกับเดือนพัตราทะเลาะกัน เหมือนว่านังนั่นไม่อยากให้เหมหิรัญญ์อยู่ที่นี่อีกแล้ว นายหัวสงสัยว่าทำไม

“ศิถีก็ได้ยินไม่ถนัดเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าไอ้เหมมันจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ ถ้าอยู่มันอาจจะตาย”

“งั้นก็ดี หาทางเร่งให้มันตายเร็วขึ้นหน่อยก็ดี”

“นายหัวไม่ต้องห่วง ยาที่ศิถีให้มันกินจะค่อยๆ ทำลายกล้ามเนื้อหัวใจ ร่างกายมันจะอ่อนแอลง สุดท้ายก็จะหัวใจวายตายไปเอง ไม่มีใครจับเราได้แน่ๆ ทั้งศึกร่างกายและศึกของหัวใจ ยิ่งมีคุณหนูแหวนมาช่วยปั่นหัวมันอีกแรง ไอ้เหมมันจะทนได้สักกี่น้ำ”

“ดี...ฉันจะดูความสำเร็จของเรา” นายหัววรงค์ยิ้มอย่างมีความหวัง...

ทางด้านเดือนพัตราออกไปเตร่กับมรุตกว่าจะกลับถึงบ้านพระอาทิตย์ตกทะเลไปนานแล้ว เหมหิรัญญ์ซึ่งรอท่าอยู่ตัดพ้อต่อว่าเธอว่าทำแบบนี้ทำไม อยากให้เขาหึงแล้วไปจากเธอใช่ไหม เรื่องแค่นี้คิดว่าเขาไม่รู้หรือ เธอไม่ได้คิดอย่างนั้น เธอแค่เบื่อที่จะต้องอยู่บ้านกับเขาต่างหาก

“ถ้าคุณคิดว่าคุณทนเห็นฉันเป็นแบบนี้ไม่ได้ก็กลับไปซะ ฉันอยากมีทางเลือกบ้าง ที่แล้วมาฉันอาจจะไม่เห็นคุณมรุตอยู่ในสายตา แต่พอฉันคิดไปคิดมา

คุณมรุตก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ไหนๆคุณก็อยู่ที่นี่ไม่ได้อยู่แล้ว ทำไมฉันจะต้องทนกับสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าคุณทนได้ก็ตามสบาย” พูดจบเดือนพัตราเดินขึ้นข้างบน ทันทีที่หันหลังให้เหมหิรัญญ์ ท่าทีไม่แคร์เมื่อครู่ก็เปลี่ยนไปน้ำตาพานจะไหลที่ต้องพูดจาเชือดเฉือนอีกฝ่าย

“ผมทนได้ เพราะผมรู้ว่าคุณยังรักผม ผมไม่ยอมแพ้หรอกนะ” เหมหิรัญญ์ตะโกนไล่หลัง เดือนพัตราถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่รีบเข้าห้องปิดประตูกลัวเขาจะเห็นตัวเองร้องไห้

เดือนพัตรายังคงเดินตามแผนการที่วางไว้ตอกย้ำให้เหมหิรัญญ์เห็นว่าเธอหมดรักเขาแล้วและกำลังตีตัวออกห่างไปซุกอกมรุตแทน เช้านี้มรุตแวะมาหาเธอที่เพิ่งวิ่งออกกำลังกายเสร็จเพื่อจะมากินข้าวเช้าด้วยแถมเดินจูงมือกันเข้ามาที่ห้องอาหารราวกับเป็นคู่รักกัน แต่พอเธอเห็นเหมหิรัญญ์ตามเข้ามาก็เลยเปลี่ยนใจ

“ปลาทูไม่ต้องจัดอาหารเผื่อฉันนะฉันจะไปหาอะไรกินข้างนอกกับคุณมรุต” พูดจบเดือนพัตราหันไปบอกมรุตว่าให้รอสักครู่ เธอขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วเดินผ่านหน้าเหมหิรัญญ์ไปอย่างไม่สนใจไยดี...

ระหว่างที่เดือนพัตรากำลังเตรียมตัวอาบน้ำ เหมหิรัญญ์ตามเข้ามาต่อว่า ว่าทำเกินไปแล้วถึงกับจับมือจับไม้กันเลยหรือ เธอยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ทำไมจะจับไม่ได้เขามีสิทธิ์อะไรมาห้ามแล้วเดินเข้าห้องน้ำปิดประตูล็อก เปิดน้ำใส่อ่างน้ำเสร็จ ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบอ่างไม่สบายใจที่พูดจาไม่ดีกับเหมหิรัญญ์ แต่เพื่อความอยู่รอดของเขา เธอสลัดความไม่สบายใจนั้นทิ้ง ลุกขึ้นจะถอดเสื้อต้องตกใจที่เห็นเหมหิรัญญ์ยืนอยู่

“คุณเข้ามาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้”

“ไม่...ถ้าคุยกันยังไม่รู้เรื่องผมก็ไม่ออก”

เดือนพัตราเสียงเขียวใส่ว่าตนจะอาบน้ำ เหมหิรัญญ์เดินเข้าหาจะอาบด้วย เธอหันไปคว้าฝักบัวเปิดน้ำฉีดใส่ สองคนยื้อฝักบัวฉีดน้ำกันไปมา ต่างเสียหลักล้มลงในอ่างน้ำใบหน้าชนกัน ความใกล้ชิดทำให้เดือนพัตราหวั่นไหวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เหมหิรัญญ์จูบหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน

“คุณปิดบังสิ่งที่อยู่ในใจคุณไม่ได้หรอก แค่นี้ผมก็รู้แล้วว่าคุณคิดยังไง” เหมหิรัญญ์ว่าแล้วจะจูบปาก

เดือนพัตราดึงสติกลับมาได้ รู้ตัวว่าไม่ควรเผลอใจให้เขาอีก รีบผลักเขาออกห่าง

“บางทีคุณอาจจะคิดผิดก็ได้” เดือนพัตราว่าแล้วลุกขึ้นจากอ่างน้ำ...

ในเวลาต่อมา ระหว่างเดือนพัตรานั่งรถมากับมรุตทางโรงพักโทร.มาตามให้เขาเข้าไปมีเรื่องด่วนต้องจัดการ เขาขอโทษเธอด้วยที่ไปกับเธอไม่ได้ แต่ถ้าจะให้เขาไปส่งที่ไหนให้บอกได้เลย

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหน ตลกดีนะคะที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ คุณก็เลยต้องมาเดือดร้อนไปด้วย”

“ผมบอกแล้วไงว่าผมเต็มใจ ถ้าไม่รู้จะไปไหน งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปเคลียร์งานที่สถานีแล้วถ้าคุณเดือนนึกออกว่าอยากไปไหนก็ค่อยว่ากันอีกทีนะครับ”...

เมื่อมาถึงโรงพัก เดือนพัตรากับมรุตเดินสวนกับวโรชาที่เพิ่งทำธุระเสร็จ ฝ่ายหลังไม่พอใจที่เห็นทั้งคู่มาด้วยกันแต่ต้องฝืนยิ้มให้ ทักทายสีหน้าร่าเริง ทั้งคู่ทักตอบพลางถามว่ามาทำอะไรที่นี่ เธอมาให้ปากคำเพิ่มเติมแล้วถามเดือนพัตรามาที่นี่ทำไม เห็นคนถูกถามอึกอัก เธอรีบตัดบท

“โอเคค่ะ ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร แหวนก็ถามไปเรื่อยเปื่อยงั้นเอง แหวนเสร็จธุระแล้วขอตัวก่อนนะคะ” ทันทีที่เดินพ้นไป สีหน้าของวโรชาเปลี่ยนเป็นเคียดแค้น “นังเดือนฉันจะทวงทุกอย่างของฉันคืนจากแก คอยดู”

จ่าสนิทเห็นเดือนพัตรามากับมรุตก็มองงงๆ ก่อนจะรายงานเขาว่าเมื่อวานดาบชัยเจอศิถีมีเรื่องกับใครไม่รู้แถวตลาด พอเข้าไปช่วยคนนั้นก็หายไป หัวเธอโนเป็นลูกมะกรูดเลย แต่พอดาบชัยบอกให้มาแจ้งความก็ไม่มา

“คุณศิถีมีเรื่องไม่เห็นบอกอะไรเดือนเลย”


“หรือว่าจะเป็นพวกนายหัวส่งมาทำร้ายคุณเดือนครับ คืออาจจะแค่ขู่ๆอะไรอย่างนี้หรือเปล่าครับ” จ่าสนิทตั้งข้อสังเกต มรุตรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติขออนุญาตเดือนพัตราไปคุยกับศิถี เธอไม่ขัดข้องเชิญเขาตามสบาย

ooooooo

ออกจากโรงพัก วโรชาตรงมาหาเหมหิรัญญ์ที่บ้านหวังจะเสี้ยมให้หมางใจกับเดือนพัตรา โดยเล่าเรื่องที่ตัวเองไปเจอเดือนพัตราไปกับมรุตที่โรงพัก ท่าทางอี๋อ๋อกันมากที่โรงพักลือหนาหูว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน

“ผมไว้ใจเดือน เราเชื่อใจและซื่อสัตย์ต่อกัน”

“สมัยนี้มันไม่มีแล้วนะคะคุณเหม ไอ้ประเภทรักเดียวใจเดียว มันก็แค่เรื่องเพ้อเจ้อในนิยายเท่านั้นแหละ”

“ผมรู้จักเดือนดีพอ” เหมหิรัญญ์ยืนยันคำเดิม

“หรือคุณเหมต้องเห็นกับตาตัวเองก่อนคะถึงจะเชื่อ อย่าว่าแหวนอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะคะ พูดเยอะไปเดี๋ยวจะหาว่าแหวนยุให้แตกคอกันเปล่าๆ แหวนก็แค่มีเซ้นส์เบาๆแบบผู้หญิงทั่วไป เรื่องพวกนี้ผู้หญิงเรามักจะได้กลิ่นก่อนเสมอ” คำพูดของวโรชาเริ่มสั่นคลอนความไว้ใจในตัวเดือนพัตราของเหมหิรัญญ์ ทำให้ทนฟังต่อไปไม่ไหว ขอตัวก่อนแล้วลุกหนีไปเลย...

ที่ห้องทำงานมรุต จ่าสนิทเห็นผู้กองหนุ่มเอาแต่มองเดือนพัตราแซวว่าจ้องขนาดนี้ระวังคนอื่นจะเข้าใจผิด มรุตเรียกเขามาใกล้ๆแล้วกระซิบบางอย่าง จ่าสนิทถึงกับร้องเอะอะมองไปทางเดือนพัตราพลางยกมือปิดปาก

“ไปจ่า” มรุตเร่ง

จ่าสนิทรับคำเดินผ่านเกาหัวออกไปงงไม่หายกับการกระทำของมรุต...

ทางฝ่ายนายหัววรงค์หงุดหงิดตัวเองมากแค่หยิบน้ำดื่มที่วางบนโต๊ะหัวเตียงยังทำไม่ได้ แถมทำตัวเองร่วงตกเตียงอีกต่างหาก ร้องโวยวายลั่นด้วยความโมโห ศิถีได้ยินเสียงร้องเข้ามาดูเห็นเขากองอยู่ที่พื้นถลา

เข้าไปประคอง เขาสะบัดมือเธอออก บ่นอุบจะต้องเป็นอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน

“ใจเย็นๆนะคะ นายหัวไปพักก่อนดีกว่าเดี๋ยวศิถีช่วย” ศิถีพยุงนายหัวกลับขึ้นเตียงอย่างยากลำบาก เขายังหัวเสียไม่หายถามถึงผ้าลูกไม้ผืนนั้นเมื่อไหร่จะหาเจอเขาเริ่มทนไม่ไหวแล้ว ถ้าเราไม่มีกุญแจก็ไปที่นั่นไม่ได้ ศิถีรายงานว่ากำลังยุให้เหมหิรัญญ์กับเดือนพัตรากำลังเข้าใจผิดกันอยู่ ท่าทางฝ่ายชายไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ นายหัววรงค์เห็นดีด้วยถ้ามันไม่ตายก็ทำให้มันโกรธ ทำให้พวกมันเกลียดกัน

“ยิ่งมันทนไม่ไหวมันก็จะทิ้งนังเด็กนั่น ทีนี้เราจะทำอะไรสะดวกขึ้น ที่สำคัญเราต้องหาผ้านั่นให้เจอเร็วที่สุด”

ทองมาตย์แอบฟังอยู่หน้าห้องสงสัยว่านายหัววรงค์พูดถึงผ้าอะไร...

เพื่อให้สมบทบาทที่เป็นแฟนกัน มรุตสั่งให้จ่าสนิทไปซื้อดอกไม้ช่อโตเอามาแอบไว้ในกระโปรงท้ายรถ รอจนเขาขับรถพาเดือนพัตรากลับบ้านถึงได้เอามามอบให้ สารภาพว่าความจริงเขาอยากทำแบบนี้ให้เธอมานานแล้ว ไม่ว่าเธอจะคิดอย่างไร เขาอยากบอกเธอว่าดอกไม้

ช่อนี้เขามอบให้จากใจจริงไม่ใช่แค่ทำให้สมบทบาท 

เดือนพัตรารู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับตัวเอง รีบเปลี่ยนเรื่องพูดชวนเขาเข้าบ้านแล้วเดินนำหน้า

ปลาทูเห็นเจ้านายสาวกลับมารีบเข้าไปต้อนรับ เธอไม่เห็นศิถีอยู่แถวนั้นก็ถามหา ได้ความกำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว จึงวานปลาทูช่วยพามรุตไปพบศิถีหน่อย

การมาพบกับศิถีครั้งนี้ของมรุตเพื่อสอบถามเรื่องที่เธอถูกทำร้ายแถวตลาด พร้อมกับตำหนิเธอที่ไม่ยอมไปแจ้งความ เนื่องจากโจรนั่นอาจจะเป็นคนที่นายหัววรงค์ส่งมาก็ได้ ศิถีหาว่าเขาคิดมาก นายหัวกลายเป็นคนพิการแบบนั้นจะมีฤทธิ์ไปทำอะไรใครได้

“ร่างกายพิการแต่อำนาจก็ยังอยู่นะครับ ว่าแต่ช่วงนี้คุณศิถีออกไปข้างนอกบ่อยๆก็ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะครับ เห็นอะไรผิดปกติก็รีบแจ้งผมทันทีเลยนะครับ” มรุตมองศิถีอย่างสงสัยว่ากำลังปกปิดอะไรบางอย่าง

ooooooo

ระหว่างที่มรุตคุยกับศิถีอยู่ในครัว เดือนพัตราไล่เปลี่ยนดอกไม้ในแจกันใหม่หมด เอาดอกวิกสิตาทิ้งถังขยะแล้วเอาดอกไม้ที่เพิ่งได้จากมรุตใส่แทนที่ เหมหิรัญญ์ผ่านมาเห็นก็ไม่พอใจเข้ามาต่อว่า เธอกลับเมินไม่สนใจ เขาจับตัวเธอให้มาเผชิญหน้า เธอพยายามสะบัดหนี เขายิ่งออกแรงบีบแน่นขึ้น

“โอ๊ย...ฉันเจ็บ” เสียงร้องของเดือนพัตราดังไปถึงหูของมรุตที่กำลังนั่งคุยอยู่กับศิถี รีบวิ่งไปยังต้นเสียง เห็นเหมหิรัญญ์บีบแขนเดือนพัตราอยู่ รีบเข้าไปดึงเธอออกมา พร้อมกับผลักเหมหิรัญญ์อย่างแรงโดนแผลถูกยิงพอดี เขาถึงกับทรุด ต้องเอามือกุมแผลไว้ เดือนพัตราเป็นห่วงเขาแต่ฝืนใจไม่เข้าไปดู

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณเหม” ศิถีเข้าไปช่วยดู พอเขาคลายมือออกเห็นเลือดซึมจากผ้าพันแผล

เดือนพัตราใจหล่นวูบแต่ต้องทำเป็นไม่สนใจ “คุณมรุตไปกันเถอะค่ะ”

เหมหิรัญญ์มองตามเดือนพัตราที่มรุตประคองออกไปอย่างช้ำใจ...

ค่ำวันเดียวกัน บ้านรัชดาพิพัฒน์เงียบเหงาเนื่องจากเดือนพัตราไม่อยู่ออกไปกับมรุตยังไม่กลับ 

เหมหิรัญญ์ยืนอยู่ริมหน้าต่างในมือถือดอกวิกสิตาสีหน้าเศร้าสร้อย อยู่ๆแน่นหน้าอกข้างซ้ายเจ็บจนยืนแทบไม่อยู่ต้องเอามือยันผนังไว้ ศิถีเดินถือถาดใส่ยาเข้ามาเห็นเขายืนเซๆถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาส่ายหน้าไม่เป็นอะไร

“ศิถีเอายามาให้คุณเหมค่ะ ท่าทางคุณเหมไม่ดีเลยนะคะ นี่คุณเดือนก็ออกไปกับผู้กอง ยังไม่กลับสงสัยท่าทางคืนนี้คงจะกลับดึก” ศิถีพยายามสร้างความร้าวฉาน

“คุณศิถีออกไปก่อน ผมอยากอยู่คนเดียว”

ศิถีเอาถาดใส่ยาวางไว้บนโต๊ะเตือนเหมหิรัญญ์อย่าลืมกินยา แล้วจึงเดินออกไป...

แค่ข่มตาให้หลับได้ก็ยากเย็นอยู่แล้วเหมหิรัญญ์ยังฝันร้ายอีกด้วย ฝันเห็นตัวเองอยู่กลางทุ่งดอกวิกสิตาที่เหี่ยวเฉา เห็นเดือนพัตรายืนอยู่ไกลๆพยายามเดินไปหาแต่อยู่ๆเธอหายวับไปต่อหน้า เดินหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ แต่กลับเจอเรขรุจีแทนที่ ชวนเขาให้กลับอุตรกุรุทวีป

จะอยู่ในชมพูทวีปต่อทำไมในเมื่อเดือนพัตราไม่มีใจให้เขาอีกแล้ว ชี้ชวนให้เขาดูทุ่งดอกวิกสิตาของเขาที่กำลังใกล้ตาย เหมือนอายุขัยของเขาที่ดับลงเรื่อยๆ

“ท่านจะอยู่ที่ชมพูทวีปเพื่ออันใดกัน กลับมาเหมหิรัญญ์ กลับมายังดินแดนของเรา”

เหมหิรัญญ์สะดุ้งตื่นลืมตาขึ้น พึมพำเบาๆ “เรายังกลับไม่ได้รุจี”

ในเวลาเดียวกัน ศิถีแอบเข้าไปในห้องเดือนพัตราค้นหาผ้าลูกไม้ไปทั่ว เหมหิรัญญ์ที่เพิ่งสะดุ้งตื่นรับรู้ถึงภัยที่คืบคลานเข้าใกล้ผ้าลูกไม้ รีบออกจากห้อง

ฝ่ายศิถีเดินเข้าไปใกล้เสาหัวเตียงซึ่งเป็นช่องลับเก็บผ้าลูกไม้กำลังจะเอามือจับ เหมหิรัญญ์พรวดพราดเข้ามาถามเสียงเครียดว่ามาทำอะไรในนี้ เธออ้างว่าเข้ามาทำความสะอาด เขามองไปรอบๆห้องไม่เห็นอุปกรณ์ทำความสะอาดสักชิ้นแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ปลาทูเดินถืออุปกรณ์ทำความสะอาดเข้ามาเสียก่อน ศิถีตีเนียน บอกให้ปลาทูช่วยทำความสะอาดต่อเลยก็แล้วกัน เธอขอตัวไปเตรียมอาหารให้เขา

“ส่วนคุณเดือนออกไปกับผู้กองตั้งแต่เช้าแล้ว วันนี้คุณเหมคงต้องกินอาหารเช้าคนเดียวนะคะ” ศิถีแกล้งย้ำให้เหมหิรัญญ์ช้ำใจเล่นก่อนจะเดินออกจากห้อง 

เขามองตามสงสัยในตัวเธอมากขึ้น

ooooooo

ในเวลาต่อมา ศิถีนำเรื่องที่เหมหิรัญญ์ยังป้วนเปี้ยนอยู่ในบ้านทำให้ไม่สะดวกในการค้นหาผ้าลูกไม้ผืนนั้นไปฟ้องนายหัววรงค์ พร้อมกับบ่นให้ฟังถ้าเหมหิรัญญ์เป็นคนธรรมดาป่านนี้ตายไปนานแล้วเพราะกินยาที่เธอให้ นายหัวเห็นควรให้กำจัดให้สิ้นซาก มันไม่อยู่สักคนเราก็บังคับเดือนพัตราให้พาเราไปที่นั่นได้

 “แต่ถ้ามันตายตอนนี้ ตำรวจก็จะสงสัยเรานะคะ”

นายหัววรงค์จะให้ทองมาตย์ไปจัดการเหมหิรัญญ์ซึ่งยังป่วยอยู่โดยให้ทำทีว่าเป็นโจรปล้นบ้านแล้วจับมันฆ่าทิ้งจะได้จบเรื่อง แต่ถ้าทองมาตย์ทำพลาดขึ้นมาก็ให้มันรับผิดชอบไปเองไม่เกี่ยวกับเรา ศิถีสงสัยทองมาตย์หายหัวไปไหนไม่เห็นหน้า นายหัวยิ้มเหยียดคนอย่างมันถ้าไม่ใช่ไปอยู่ในบ่อนพนันก็ต้องอยู่ร้านเหล้า...เป็นอย่างที่นายหัววรงค์ว่าไว้ไม่มีผิดเพี้ยน 

ทองมาตย์แวะไปที่บ่อนพนันแต่นักเลงไม่ให้เข้าเนื่องจากหนี้คราวที่แล้วยังใช้ไม่หมดก็เลยจับเขาโยนออกมา สายสืบของรัตนพรรณเห็นเขาเข้า รีบโทร.แจ้งเจ้านาย

ทองมาตย์ไม่ได้เล่นพนันจึงแวะซื้อเหล้าดื่มที่ร้านขายของชำแทน ดื่มไปได้แค่ครึ่งขวด รัตนพรรณที่ได้รับแจ้งข่าวตามมาเอาเรื่องเขาฐานปล่อยให้ตัวเองต้องหนีเจ้าหนี้หัวซุกหัวซุนทั้งที่ไม่ได้เป็นคนก่อหนี้ แถมเธอไม่ได้มาตามลำพังพานักเลงหน้าเหี้ยมมาทวงหนี้จากเขาอีกด้วย

“โชคดีนะไอ้ผัวเฮงซวย” รัตนพรรณชี้เป้าให้นักเลงเสร็จเดินนวยนาดจากไป ทองมาตย์เห็นพวกนักเลงทวงหนี้ย่างสามขุมเข้าหาทำเป็นยิ้มใจดีสู้เสือ แต่พอสบช่องเขาโดดถีบพวกนักเลงล้มคว่ำก่อนจะสวมวิญญาณน้องหมาเผ่นแนบ ด้วยความเจ้าเล่ห์ทำให้เขาหนีรอดเงื้อมือนักเลงทวงหนี้มาได้...

ในเมื่อคุยกับเดือนพัตราไม่รู้เรื่อง เหมหิรัญญ์จึงเบนเข็มไปหามรุต ขอให้เลิกยุ่งกับเธอ นอกจากมรุตจะไม่ทำตามยังเป็นฝ่ายขอให้เหมหิรัญญ์ปล่อยเดือนพัตราไป ในเมื่อเขาอยู่ที่นี่ไม่ได้ก็ไม่ควรรั้งเธอไว้ ตนสัญญาจะดูแลเธอให้ดีที่สุด เหมหิรัญญ์ถึงกับพูดอะไรไม่ออก...

นายหัววรงค์ใจร้อนอยากกำจัดเหมหิรัญญ์ให้สิ้นซากไวๆ สั่งให้ทองมาตย์ไปจัดการคืนนี้เลย ทีแรกเขาอิดออดไม่ยอมทำตามคำสั่ง เพราะเคยเห็นฤทธิ์เดชของเหมหิรัญญ์มาก่อน กลัวจะสู้ไม่ได้ ศิถีรับรองว่าสู้ได้ ตอนนี้มันยังบาดเจ็บไม่หาย แถมเธอยังวางยามันอีกมันไม่มีทางสู้เขาได้แน่นอน และที่สำคัญเธอจะคอยอยู่ช่วยเขาอีกแรงหนึ่ง ทองมาตย์ถูกขอร้องแกมบังคับจำใจรับปาก ศิถีรอจนเขาไปพ้นแล้วจึงหันมาทางนายหัว

“มันจะไหวแน่เหรอคะนายหัว ถ้ามันพลาดโดนจับได้ เราจะไม่ซวยไปด้วยเหรอคะ”

“เธอก็คอยดูมันไว้อย่าให้มันพลาด แต่ถ้ามันพลาดเธอก็รู้นะว่าจะต้องทำอย่างไร”

ooooooo

เหมหิรัญญ์ทุกข์ใจเรื่องระหว่างตัวเองกับเดือนพัตราไม่รู้จะทำอย่างไรดี นึกถึงอรุณขึ้นมาได้เดินหายเข้าไปในกระจกแล้วไปโผล่ที่สำนักพิมพ์ อรุณกำลังนั่งทำงานอยู่ตกใจที่อยู่ๆเขาโผล่มาหา

แถมมาคนเดียวอีกต่างหาก ครั้นเห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับ อรุณพอจะเดาออกว่าเขาต้องทะเลาะกับเดือนพัตรามาแน่ๆ เขายอมรับว่าใช่

จากนั้นเรื่องที่เดือนพัตราให้ความสนิทสนมกับมรุตเกินกว่าผู้หญิงที่มีคนรักอยู่แล้วพึงกระทำก็พรั่งพรูออกจากปากเหมหิรัญญ์...

ค่ำแล้วเดือนพัตราเพิ่งกลับถึงบ้าน นึกเป็นห่วงเหมหิรัญญ์ที่ยังบาดเจ็บไม่หาย ค่อยๆแง้มประตูห้องเขาเข้าไปดู พบแต่ห้องว่างเปล่าไม่มีแม้เงาของเขาก็แปลกใจ ค่ำมืดป่านนี้แล้วเขาหายไปไหน

อีกมุมหนึ่งหลังบ้าน ศิถีปลดล็อกประตูด้านหลังไว้เพื่อเปิดทางให้ทองมาตย์เข้ามาจัดการกับเหมหิรัญญ์ตามแผนการที่วางไว้ อึดใจเดียว ทองมาตย์เปิดประตูเข้ามาอย่างระมัดระวัง

“แกซ่อนตัวอยู่ในบ้านก่อน ไอ้เหมยังไม่กลับมา มันกลับมาแล้วหาโอกาสจัดการมันซะ”

“แล้วมีใครอยู่ในบ้านนี้อีก”

“ฉันจัดการให้นังปลาทูไปที่อื่นแล้ว ตอนนี้  เหลือแค่นังเดือนคนเดียว อย่าพลาดอีกล่ะ” กำชับเสร็จ ศิถีเดินหายไปในความมืด ทองมาตย์มองตามไม่พอใจ เป็นแค่เมียน้อยนายหัวทำมาออกคำสั่ง

“คิดเหรอว่าฉันมาเพื่อจัดการไอ้เหมเท่านั้น ฉันต้องรู้ความลับของพวกแกให้ได้”...

ดึกมากแล้ว อรุณเห็นเหมหิรัญญ์ไม่ยอมกลับสักทีเตือนว่าหายมาแบบนี้ระวังเดือนพัตราจะเป็นห่วง เขาถามอรุณคิดว่าเธอจะเป็นห่วงเขาจริงๆหรือ อรุณออกตัว   ถึงตนจะไม่ได้มีสัมผัสพิเศษอย่างเขา แต่ในฐานะที่เป็นผู้ชาย ตนดูออกว่าเดือนพัตรารักเขา เพียงแต่ตอนนี้ทั้งคู่แค่ประชดกันไปประชดกันมาจนลืมมองความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ข้างในเหมหิรัญญ์รู้สึกดีที่ได้ยินแบบนี้

“แต่คนบนโลกนี้ก็ไม่เหมือนกับคนในโลกของคุณ มีเหตุผลอีกหลายอย่างทั้งเรื่องสถานะและหน้าที่การงานที่เป็นตัวตัดสินใจในการใช้ชีวิตคู่ บางครั้งคนเราในโลกนี้ ก็ไม่ได้ใช้ใจอย่างเดียวในการตัดสินใจเรื่องความรัก”...

ทองมาตย์ที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านรัชดาพิพัฒน์รอจนไฟในห้องเดือนพัตราปิด จึงออกมารื้อค้นข้าวของเพื่อหาผ้าลูกไม้ที่นายหัววรงค์พูดถึง จังหวะหนึ่งเขาเผลอปัดไปโดนของหล่น เสียงโครมครามดังไปถึงหูเดือนพัตราที่เพิ่งหลับถึงกับสะดุ้งตื่น ลุกออกไปดูคิดว่าเป็นเหมหิรัญญ์ ยังไม่ทันเดินถึงหน้าห้องเขา มีเสียงกุกกักดังมาจากห้องโถงชั้นล่าง เธอตัดสินใจเดินลงไปดู

แสงไฟจากด้านนอกทำให้เดือนพัตราเห็นหน้าผู้บุกรุกชัดเจนว่าเป็นทองมาตย์ตกใจมากหันหลังกลับวิ่งหนี เขาไล่ตามจนทันรวบตัวเธอไว้ เธอทั้งดิ้นทั้งร้อง ขอความช่วยเหลือ

“ปลาทู คุณศิถี ช่วยเดือนด้วย”

ศิถีแอบมองอยู่จากอีกมุมหนึ่งอย่างไม่แยแส 


ทองมาตย์รำคาญเสียงร้องตบเดือนพัตราหน้าคะมำ เธอตั้งหลักได้วิ่งหนีลงจากบันไดจะออกจากบ้าน ทองมาตย์ตามทัน กระชากตัวกลับหวังจะทำมิดีมิร้าย ก่อนที่เธอจะเสียทีให้คนชั่ว เหมหิรัญญ์มาช่วยเธอไว้ทันจับทองมาตย์เหวี่ยงกระเด็น แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ ทองมาตย์ชักมีดพกขึ้นมากวัดแกว่งไม่ให้เขาเข้าใกล้ เขาไม่สนใจพุ่งเข้าไปจับมือข้างถือมีดบิดอย่างแรงทองมาตย์ร้องลั่น

แต่อยู่ๆอาการเจ็บหน้าอกข้างซ้ายกำเริบขึ้นมา เหมหิรัญญ์คลายมือที่จับมือทองมาตย์เปิดโอกาสให้คนชั่วเล่นงานเขาคืนจนกระอักเลือด เหมหิรัญญ์กัดฟันข่มความเจ็บชกทองมาตย์เต็มแรงจนทรุด แล้วตามเข้าไป เค้นคอให้สารภาพว่าใครสั่งให้มาทำแบบนี้ นายหัวใช่ไหม ศิถีที่แอบมองอยู่กลัวทองมาตย์บอกทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด คว้ามีดที่ตกพื้นแทงเขามิดด้าม แล้วทำท่ากลัวตัวสั่น

“ศิถีไม่ได้ตั้งใจ ศิถีเห็นทองมาตย์กำลังทำร้ายคุณเหม”

ทองมาตย์ชี้นิ้วไปที่ศิถี พยายามจะพูดบางอย่าง “นาย...หัว...กับมัน...” พูดได้แค่นั้นเขาก็สิ้นใจ ศิถีลอบถอนใจโล่งอกและยังคงแกล้งกลัวตัวสั่น ปากพร่ำว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจ ซ้ำๆอยู่อย่างนั้น เหมหิรัญญ์ที่ใช้พลังไปเยอะ ถึงกับหมดเรี่ยวแรงทรุดฮวบ เดือนพัตราเป็นห่วงรีบเข้าไปดูแล

ooooooo

ไม่นานนัก มรุต จ่าสนิทกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็มากันเต็มบ้าน หลังจากสำรวจรอบๆ มรุตอดแปลกใจไม่ได้ที่ประตูหน้าต่างไม่มีรอยงัดแงะ ที่ตัวทองมาตย์ก็ไม่พบเครื่องมืออะไรสักอย่าง แล้วเข้ามาได้อย่างไร

“หรือคนในบ้านลืมล็อกประตูพอดีทองมาตย์เลยเข้ามาได้” จ่าสนิทตั้งข้อสังเกต

“ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง มันก็จะบังเอิญพอดีไปหน่อยไหม” มรุตมองไปที่ศิถีซึ่งนั่งกุมมือตัวเองท่าทางหวาดกลัวไม่เลิกอยู่กับเหมหิรัญญ์และเดือนพัตราด้วยสีหน้าสงสัย...

เดือนพัตราเห็นอาการของเหมหิรัญญ์ไม่ค่อยดีนัก บอกให้เขาไปพักผ่อนได้แล้วตรงนี้ไม่มีอะไรแล้ว เขาเหลือบไปเห็นมรุตกับจ่าสนิทเดินตรงมาทางนี้คิดว่าเธอไล่เพราะเหตุนี้ ตัดพ้อน้อยใจ

“ผมคงไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องอยู่ตรงนี้แล้ว”

“ค่ะ มีคุณมรุตอยู่ที่นี่แล้ว คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” เดือนพัตรารับสมอ้าง เหมหิรัญญ์ลุกขึ้นเดินคอตกออกไปสวนกับมรุตกับจ่าสนิทที่เดินเข้ามา ผู้กองหนุ่มสอบปากคำศิถีที่นั่งข้างเดือนพัตราคร่าวๆ ตกลงว่าเธอเป็นคนจัดการทองมาตย์ใช่ไหม เธอทำเป็นปากคอสั่นจะร้องไห้ว่าไม่ได้ตั้งใจ เห็นเขากำลังจะฆ่าคุณเหม

“คุณศิถีไม่ต้องกลัวนะคะ  เดือนเป็นพยานให้คุณศิถีว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่ต้องห่วงนะครับ ทองมาตย์เป็นคนร้ายที่ตำรวจกำลังตามหาและนี่ก็เป็นการบุกรุกเข้ามาทำร้าย ยังไงก็เป็นการป้องกันตัว” มรุตช่วยปลอบอีกแรงหนึ่ง ศิถีแอบยิ้มพอใจที่ไม่มีใครสงสัย...

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยมรุตขอตัวกลับ เดือนพัตรา ตามมาส่งเขากับจ่าสนิทที่รถขอบคุณทั้งคู่มาก มรุตออกตัวว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้ว จ่าสนิทนึกขึ้นได้ว่าไม่เห็นหน้าปลาทูตั้งแต่มาถึงก็ถามหา เดือนพัตรารู้จากศิถีว่าเธอขอลากลับไปทำธุระที่บ้าน จ่าสนิทตั้งข้อสังเกตหรือปลาทูจะลืมล็อกประตูทำให้ทองมาตย์เข้ามาในบ้านได้ง่ายๆ มรุตว่ามีสิทธิ์เป็นไปได้ เดือนพัตราสงสัย พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร

“ทองมาตย์เข้ามาในบ้านโดยไม่มีร่องรอยงัดแงะเลยครับ” คำพูดของมรุตทำเอาเดือนพัตราหน้าเสีย...

ระหว่างทางกลับโรงพัก มรุตพบพิรุธจากเหตุการณ์คืนนี้มากมายหลายอย่าง สั่งให้จ่าสนิทไปสืบประวัติของศิถีกับปลาทูให้ที  ว่าก่อนมาทำงานที่บ้านรัชดาพิพัฒน์ทำอะไรมาก่อน...

เดือนพัตราแวะไปดูเหมหิรัญญ์ที่ห้อง เห็นกำลังพยายามทำแผลให้ตัวเองก็เข้าไปช่วยทำให้จนเสร็จ แล้วขยับจะไป เขาจับมือเธอไว้ ขอบคุณที่ยังเป็นห่วงกันอยู่ เธอดึงมือออกแต่เขายื้อไว้

“คุณช่วยฉันไว้ฉันก็ต้องดูแลคุณ ตามหน้าที่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เสร็จแล้วฉันขอตัว”

เหมหิรัญญ์ขอร้องเมื่อไหร่เธอถึงจะเลิกทำเย็นชากับเขาทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนสักที เธอดึงมือเขาออกแล้วลุกขึ้นหันหลังให้ไม่กล้าสบตาด้วย พยายามพูดตัดเยื่อใย เขาทนฟังไม่ได้ดึงเธอมาจูบจะได้ไม่ต้องมีคำพูดอะไรมาเชือดเฉือน เธอดันตัวเขาออกแล้วตบหน้าหัน ต่อว่าเขาว่าไม่มีสิทธิ์ทำกับเธอแบบนี้

“คุณจำไว้นะเหม ที่ฉันยังดูแลคุณเพราะคุณมีบุญคุณกับฉันฉันทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณเท่านั้น” พูดจบเดือนพัตราเดินออกจากห้อง ทิ้งให้เหมหิรัญญ์ยืนปวดใจอยู่เพียงลำพัง ครั้นปิดประตูห้องเขาตามหลัง เธอมองมือตัวเองที่ตบหน้าเขาด้วยความเสียใจ น้ำตาไหลอาบแก้มกลัวเขามาเห็น รีบเดินหนีเข้าห้องตัวเอง

ooooooo

เดือนพัตราตื่นแต่เช้าลงมานั่งที่โต๊ะสนาม มองขึ้นไปที่หน้าต่างห้องเหมหิรัญญ์ด้วยความเป็นห่วง มรุตที่เพิ่งมาถึงมองตามสายตาเธอเห็นว่ามองไปที่ห้องเหมหิรัญญ์ก็ชะงักฝีเท้าไปอึดใจ  ก่อนจะเดินเข้าไปถามว่าเครียดเรื่องเหมหิรัญญ์หรือ เธอพยักหน้ารับคำ

“เมื่อคืนตอนเหมสู้กับทองมาตย์แล้วเกือบพลาดท่าให้ ฉันกลัวมากกลัวเหมจะเป็นอะไรไป”

“ถ้าคุณเหมพลาดท่าให้ทองมาตย์ก็แสดงว่าคุณเหมยังไม่หายป่วย”

“ค่ะ ร่างกายเหมดูอ่อนแอลงมาก  แต่เหมก็พยายามไม่แสดงออกมา แต่ฉันก็รับรู้ได้ นั่นก็ทำให้ฉันคิดว่าสิ่งที่ฉันทำอยู่ตอนนี้ฉันคิดถูกแล้ว”

“ถ้าคุณคิดถูกแล้ว คุณก็ไม่น่ามานั่งเศร้าแบบนี้นะครับ” คำพูดจี้ใจดำของมรุตทำเอาเดือนพัตราอึ้ง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูด ถามเขาว่ามาแต่เช้าแบบนี้มีธุระอะไรอย่างอื่นหรือเปล่า เขาอยากมาคุยกับศิถี ปรากฏว่าเธอไม่อยู่ออกไปข้างนอกแต่เช้า มีธุระด่วนต้องไปทำบ่ายๆ เย็นๆ ถึงจะกลับ มรุตไม่อยากรอไว้กลับมาใหม่อีกครั้ง เขาเองต้องไปแจ้งเรื่องทองมาตย์ให้รัตนพรรณรับรู้

“ขอฉันไปกับผู้กองได้ไหมคะ ฉันไม่อยากอยู่เฉยๆ”

“ได้สิครับ ผมก็ไม่อยากไปแจ้งข่าวนี้คนเดียวเหมือนกัน”...

ธุระสำคัญของศิถีคือไปแจ้งข่าวการตายของทองมาตย์ให้นายหัววรงค์รับทราบ และยังบอกด้วยว่าเธอเป็นคนฆ่ามันกับมือตัวเองเพราะมันถูกเหมหิรัญญ์จับได้และกำลังจะแฉเราสองคน เธอไม่มีทางเลือกเลยต้องจัดการมันก่อนที่จะปากสว่าง นายหัวเห็นดีด้วยขืนปล่อยให้มันพูดได้พากันซวยหมด

“เรื่องผ้านั่นนายหัวไม่ต้องห่วงนะคะ ศิถีจะเป็นคนเอามันมาให้นายหัวเอง”...

ระหว่างมรุตรอเดือนพัตราขึ้นไปหยิบกระเป๋าถือ ปลาทูหน้าตาตื่นเปิดประตูรั้วเข้ามาถามว่าเมื่อคืนมีคนบุกเข้าในบ้านจริงหรือ เธอได้ยินคนแถวนี้เม้าท์กัน เขาพยักหน้ารับคำ เธอตกใจหน้าซีดถ้าเป็นอย่างนั้นมีใครเป็นอะไรบ้างหรือเปล่า แล้วใครบุกเข้ามา เขาปลอบให้ ใจเย็นๆ ไม่มีใครเป็นอะไรทุกอย่างจบแล้ว เธอถอนใจ โล่งอกแค่ไม่อยู่คืนเดียวก็เกิดเรื่องเลยหรือ มรุตนึกขึ้นได้

“แล้วเมื่อคืนปลาทูกลับไปบ้านมีธุระด่วนอะไรเหรอ”

ปลาทูไม่ได้มีธุระด่วนอะไร แต่ศิถีคะยั้นคะยอให้เธอกลับ ความจริงเธอไม่ได้อยากกลับ แต่เห็นว่าไม่ได้กลับบ้านนานแล้วก็เลยยอมทำตาม มรุตนิ่วหน้าสงสัยทำไมปลาทูกับศิถีให้การไปคนละทาง ยังไม่ทันจะซักอะไรเพิ่มเติมเดือนพัตราตามมาสมทบเสียก่อน ปลาทูเข้าไปสำรวจตามเนื้อตัวด้วยความเป็นห่วง เห็นเธอไม่เป็นอะไรก็เบาใจ แล้วถามถึงเหมหิรัญญ์เป็นอย่างไรบ้าง

“นอนพักอยู่บนห้องน่ะ ฝากปลาทูเอาอาหารขึ้นไปให้เขาหน่อยนะ เดี๋ยวฉันจะออกไปธุระข้างนอกับผู้กอง”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวปลาทูจัดการให้เลย” พูดจบปลาทูเดินลิ่วเข้าตัวบ้าน เดือนพัตราเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของมรุตถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขายังไม่แน่ใจกับเรื่องนี้จึงไม่อยากให้เธอต้องมาพะวง โกหกว่าไม่มีอะไร

ooooooo

รัตนพรรณนั่งฟังข่าวเรื่องทองมาตย์จากเดือนพัตรากับมรุตด้วยสีหน้าเรียบเฉย เดือนพัตราเห็นเธอเอาแต่นั่งนิ่งก็เป็นห่วงและรู้สึกผิดต่อเธอ ขอโทษเธอด้วยที่เป็นส่วนหนึ่งทำให้ทองมาตย์ต้องเป็นแบบนี้

“ไม่เกี่ยวกับเดือนหรอก พวกเราทำกรรมไว้ก็ต้องรับกรรมนั้น ทองมาตย์มันหมดเวรหมดกรรมไปแล้ว มีแต่ฉันนี่แหละที่ยังต้องใช้กรรมที่ก่อไว้ ยังไงก็ขอบคุณนะที่มาบอก แล้วก็ขอโทษด้วยที่เคยทำเรื่องไม่ดีไว้กับเดือน และก็ขอให้เดือนอโหสิกรรมให้ทองมาตย์มันด้วย”

“เดือนให้อภัยทุกอย่างค่ะ คุณรัตนพรรณต้องเข้มแข็งและสู้ต่อไปนะคะ ถ้ามีอะไรอยากให้เดือนช่วยก็บอกมานะคะ” เดือนพัตราเอื้อมมือไปจับมือรัตนพรรณไว้อย่างเป็นกำลังใจให้...

ฝ่ายวโรชาแวะมาเยี่ยมพ่อโดยไม่รู้ว่าแม่แอบสะกดรอยตามตั้งแต่ออกจากบ้าน แก้วเพชรเข้ามาเห็นศิถีนั่งเสนอหน้านวดเนื้อนวดตัวให้นายหัววรงค์ก็ไม่พอใจด่ากราดทั้งผัวทั้งชู้และลูก ไม่ด่าเปล่ายังชักปืนออจากกระเป๋าถือเล็งใส่ผัวกับชู้รัก วโรชาถึงกับอึ้งไม่คิดว่าแม่จะทำถึงขนาดนี้ รีบเอาตัวขวางทางปืนไว้

“ยัยแหวน พ่อแกมันชั่วนี่มันหนีมาอยู่กับเมียน้อย แกยังเข้าข้างมันอีกเหรอ”

“ไม่ว่าพ่อจะเป็นยังไง เขาก็ยังเป็นพ่อของแหวน”

“แล้วนี่แม่แกล่ะ แกไม่เข้าข้างแม่แกบ้างเหรอที่โดนสวมเขามาตลอด...หลบไป” แก้วเพชรเห็นลูกยืนนิ่งไม่หลบเข้าไปผลักกระเด็น ศิถีสบช่องพุ่งไปแย่งปืนในมือแก้วเพชร สองคนยื้อยุดฉุดกระชากปืนกันไปมา ศิถีได้จังหวะเหมาะปัดปืนกระเด็นหลุดมือ เมียหลวงกับเมียน้อยเปิดศึกฝ่ามือพิฆาตตบตีกันอุตลุด จังหวะหนึ่งแก้วเพชรได้เปรียบตบศิถีหน้าทิ่มแล้วตามเข้าไปบีบคอซ้ำ

“เพราะแกทำให้ชีวิตครอบครัวของฉันต้องเป็นแบบนี้ เพราะแกคนเดียวนังศิถีนังเมียน้อย”

นายหัววรงค์พยายามห้ามไม่ให้แก้วเพชรทำร้ายศิถี แต่ทำได้แค่ส่งเสียงไม่สามารถลุกไปช่วยได้ นอกจากแก้วเพชรจะไม่หยุด ยังเค้นคอหนักมือขึ้นอีกหวังจะให้ศิถีตายคามือ ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นทุกคนหันมอง เห็นวโรชายิงปืนลงพื้น แล้วค่อยๆเล็งปืนไปที่แม่ตัวเองกับศิถีสลับกันไปมาหวังให้หยุดตีกัน ศิถีเห็นแก้วเพชร มัวแต่อึ้งที่ลูกเอาปืนเล็งตัวเอง สะบัดหลุดจากมือแล้วตบศัตรูหัวใจไม่ยั้งจนทรุดลงไปกองกับพื้น

“ฤทธิ์เยอะจริงๆนะ ตายซะเถอะ” ไม่พูดเปล่าศิถีกระชากปืนไปจากมือวโรชาจะยิงแก้วเพชรที่กองกับพื้น นายหัววรงค์ร้องห้ามเสียงหลงให้พอได้แล้ว ศิถีทักท้วงขืนปล่อยไว้จะทำให้เราทำงานลำบาก วโรชาขอร้องพ่อปล่อยให้แม่เป็นหน้าที่เธอดูแลเอง รับรองจะไม่ให้ท่านมาทำให้เสียเรื่อง แล้วประคองแม่ผ่านหน้าศิถี แก้วเพชรฮึดฮัดจะเอาเรื่องอีก วโรชาต้องปรามแม่ให้พอได้แล้ว แล้วรีบลากตัวออกไป ศิถีมองตามแค้นใจ...

การที่ได้ไปคุยกับรัตนพรรณทำให้เดือนพัตราตัดสินใจขั้นเด็ดขาดจะต้องทำบางอย่างเพื่อผลักดันให้เหมหิรัญญ์กลับอุตรกุรุทวีปให้ได้

ooooooo

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง ศิถีต่อว่านายหัววรงค์ที่ใจอ่อนยอมปล่อยแก้วเพชรไป หรือที่ทำแบบนี้เพราะยังรักมันอยู่ เขาไม่ได้รักแก้วเพชร เพียงแต่เธอเป็นแม่ของลูก จะให้ต้องฆ่าแกงกันต่อหน้าลูกคงทำไม่ได้

“งั้นหมายความว่าถ้านังแก้วเพชรมันตายของมันเอง นายหัวยอมใช่ไหมคะ” ศิถีจ้องนายหัวเขม็ง...

ไม่นานนักวโรชาพาแม่กลับบ้าน เพื่อความปลอดภัย ของท่านเองเธอจำต้องขังท่านไว้ในห้อง แก้วเพชรพยายามเตือนลูกถ้ายังเชื่อและทำตามที่พ่อบอก เธอจะต้องล่มจมไปพร้อมกับเขา

“ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้” แก้วเพชรทุบประตูปังๆ วโรชาถึงกับหน้าเครียดที่ต้องทำแบบนี้กับแม่ตัวเอง...

จากนั้นไม่นาน วโรชาแวะมาหาเหมหิรัญญ์ที่บ้าน เห็นเขายืนคิดอะไรอยู่คนเดียวที่สนามหญ้าหน้าบ้านเข้าไปทักว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง เขายังไม่ทันตอบ รถของมรุตแล่นเข้ามาเสียก่อน วโรชาได้ทียุแยง

“สองคนนี่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ออกหน้าออกตาไม่เกรงใจเหมบ้างเลยเนอะ”

เหมหิรัญญ์เดินเข้าไปหาเดือนพัตรา โดยมีวโรชา เดินตาม...

เดือนพัตรายืนคุยอยู่กับมรุตที่ข้างรถเรื่องที่เขาส่งคนออกตามล่าตัวนายหัววรงค์ คิดว่าอีกไม่นานน่าจะได้ตัว เธอพยักหน้ารับรู้ เหลือบเห็นเหมหิรัญญ์เดินตรงมาทางตัวเองตัดสินใจทำบางอย่าง

“ขอบคุณคุณมรุตมากนะคะที่ช่วยฉันทุกอย่างและก็ขอโทษด้วยนะคะ”

มรุตงงขอโทษเรื่องอะไร ทันใดนั้น เดือนพัตราดึงเขามาจูบหน้าตาเฉย เขาตกใจพยายามดันตัวเองออกแต่เธอรั้งตัวไว้ เหมหิรัญญ์โมโหมากเข้ากระชากเธอออกห่าง เธอแกล้งโวยวายว่าทำบ้าอะไร

“ผมต้องถามคุณมากกว่าว่าคุณทำบ้าอะไร”

“ปล่อยคุณเดือนเดี๋ยวนี้” มรุตตวาดเสียงเขียว เหมหิรัญญ์ห้ามมรุตมายุ่งเรื่องของสามีภรรยาจะคุยกัน เดือนพัตราอึ้งไม่คิดว่าเขาจะโพล่งออกมาแบบนี้ ด่าเขาว่าบ้าไปแล้วหรือ เหมหิรัญญ์ไม่สนใจลากแขนเธอเข้าบ้าน มรุตจะตาม เขาหันมาชี้หน้า

“คุณไม่ต้องตามมา นี่เป็นเรื่องระหว่างเราสองคน”...

เมื่อเข้ามาในตัวบ้าน เหมหิรัญญ์ต่อว่าเดือนพัตราที่ไปจูบมรุตแบบนั้น เธอกลับลอยหน้าท้าทายทำไมจะทำไม่ได้ เธอจะจูบใครก็เป็นสิทธิ์ของเธอ เขาโต้ไม่ยอมแพ้ว่าทำไม่ได้เพราะเธอเป็นของเขา เดือนพัตรายืนกรานว่าตัวเองไม่ได้เป็นของใครและถ้าเธอจะเป็นของใคร เธอต้องเป็นคนเลือกเองและวันนี้เธอเลือกมรุต

“คุณโกหก”

“ถ้าคุณไม่เชื่อคุณก็ลองอ่านใจฉันสิ ฉันไม่ได้รักคุณแล้วเหมหิรัญญ์”

เหมหิรัญญ์ฟิวส์ขาดดึงเดือนพัตรามาจูบเธอยืนนิ่งให้เขาจูบ เนื่องจากความโมโหทำให้เขาไม่สามารถสัมผัสความรู้สึกในใจที่แท้จริงของเธอได้จึงได้ยินแต่คำว่าเธอเกลียดเขาซึ่งเธอตั้งใจท่องเอาไว้ในใจเพื่อกลบความรู้สึกที่แท้จริง เขาค่อยๆ ถอยออกห่างน้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะหมดรักเขาแล้ว

“รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันไม่ได้รักคุณแล้ว”

“ผมบุรุษแห่งอุตรกุรุทวีปเมื่อได้รักหญิงใดแล้วจะไม่มีวันแปรเปลี่ยนเป็นอื่น ผมผิดเองที่ปล่อยให้ ความรักและความลุ่มหลงเข้าครอบงำ เดือนพัตราไม่ว่าอย่างไรคุณก็คือผู้หญิงคนเดียวในหัวใจของผม” เหมหิรัญญ์ว่าแล้วขยับจะไป เดือนพัตราร้องเรียกไว้ ถอดกำไลข้อมือคืนให้ แล้วรีบจูงมือมรุตออกไป กลัวจะร้องไห้ให้เขาเห็น ศิถีมองภาพตรงหน้า ยิ้มสะใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน...

เหมหิรัญญ์ตัดสินใจกลับอุตรกุรุทวีป ทันทีที่ข้ามประตูกาลเขาล้มฟุบลงบนทุ่งดอกวิกสิตา เรขรุจีกับราเมศผ่านมาเห็นพอดีรีบพาไปหลบใต้ต้นไม้ เธอฝากราเมศดูแลเขาก่อน เธอจะไปปรุงยาให้เขากิน


ละครลูกไม้ลายสนธยา ตอนที่ 14 อ่านลูกไม้ลายสนธยาติดตามละครลูกไม้ลายสนธยา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ฌอห์ณ จินดาโชติ,พิมประภา ตั้งประภาพร 15 ก.ย. 2561 06:01 2018-09-19T00:00:00+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ