ข่าว

วิดีโอ



หลงเงาจันทร์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บุหลันดั้นเมฆ

กำกับการแสดงโดย: ปัญญา ชุ่มฤทธิ์

ผลิตโดย: บริษัท เฟิร์สคลาส เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร, แซมมี่ เคาวเวลล์

ทิพย์อาภาเปิดห้องเข้ามาเจอลูกกรีดร้องไม่หยุดรีบเข้าไปกอดพร้อมกับถามว่าเป็นอะไรไป เธอกวาดตามองหาธนาคิมพลางขอร้องให้ฟังเธอก่อน แต่ไม่เห็นเขาแม้เงา

“แม่ พี่คิมมาแล้ว พี่คิมมาแล้วใช่ไหมแม่ พี่คิมอยู่ไหน” เขมจิราเห็นแม่เงียบก็ตะคอกใส่ “บอกมาสิแม่”

“ยังค่ะลูก ยังไม่มา”

เขมจิราตวาดแว้ดยังไม่มาได้อย่างไรเมื่อครู่นี้เธอยังเห็นพี่คิมอยู่เลย ทิพย์อาภายืนยันยังไม่มาจริงๆ เธอมองแม่ตาขวางหาว่าโกหก คิดจะกีดกันเธอกับพี่คิมใช่ไหม คิดจะช่วยนังพิมพ์แย่งเขาไปจากเธอใช่ไหม

“เขม แม่จะช่วยนังพิมพ์มันทำไมล่ะคะลูก แม่ต้องช่วยเขมสิ”

“แล้วทำไมพี่คิมถึงไม่มาแม่...ทำไม” เขมจิราสติแตกร้องไห้โฮ ทิพย์อาภาจับไหล่ทั้งสองข้างของลูกไว้ขอให้ฟังตนให้ดีๆ ลูกจำไม่ได้หรือว่าตนสั่งให้พิมพ์ชนกไปรับผิดแทนลูกเหมือนทุกทีแล้ว

“พิมพ์ไปรับผิดแทน ถูกลงโทษแทน ถูกตีแทนเขมเหมือนตอนเด็กๆ”

“ใช่ค่ะลูก คราวนี้เขมไม่ต้องกลัวแล้วนะลูก” ทิพย์อาภาดึงลูกมากอดปลอบใจ เธอถึงยิ้มออกมาได้...

ในขณะเดียวกันพิมพ์ชนกเห็นธนาคิมขับรถบ่ายหน้าออกจากกรุงเทพฯก็ไม่สบายใจ ถามว่าจะพาเธอไปไหน เขานิ่งไม่ตอบ เธอพยายามกล่อมเขาให้จอดรถคุยกันดีๆ เขาสั่งให้เธอเงียบ แต่เธอยังคงพูดต่อไป

“ฉันรู้ค่ะว่าคุณเป็นเพื่อนกับพีท ฉันผิดเองที่โกหกคุณ ถ้าคุณยังเห็นความดีของฉันอยู่บ้าง เราพูดกันดีๆได้ไหมคะ” พิมพ์ชนกพยายามพูดอย่างใจเย็น ธนาคิมกลับตะคอกใส่ให้เธอเงียบ...

เขมจิราชื่นชมแม่ตัวเองอยู่ดีๆก็เริ่มเพี้ยนเปลี่ยนเป็นด่าว่าแทนที่ หาว่าโง่ นังพิมพ์คิดจะแย่งพี่คิมของเธอ แม่คิดว่ามันจะช่วยเราหรือ ป่านนี้มันใส่ความเธอให้พี่คิมฟังไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ทิพย์อาภาอธิบายว่ามันไม่กล้าทำแบบนั้นหรอกเพราะมันไม่ได้เป็นคนแบบนั้น

“อ๋อ นี่แม่ว่าเขมใส่ความพิมพ์เหรอแม่...แม่ เข้าข้างมันใช่ไหม”

“เอ่อ แม่หมายถึงพิมพ์มันไม่กล้าหรอกค่ะ มันกลัวเขมจะตาย”

“โธ่แม่ ถ้ามันกลัวเขมมันจะแย่งคุณพ่อคุณปู่คุณย่าของเขมไปได้ยังไง แม่นี่โง่จริงๆ” เขมจิราบาปหนักที่ด่าว่าแม่ตัวเอง ทำให้ท่านเสียใจน้ำตาคลอ เธอไม่สนใจคว้ากระเป๋าถือจะไปหาธนาคิมจะไปดูว่านังพิมพ์ใส่ความอะไรเธอบ้างจะได้จัดการมันได้ถูก แล้วจ้ำพรวดๆออกจากห้อง ทิพย์อาภารีบตามไปห้ามว่าอย่าเพิ่งไปไหนเธอยิ่งไม่ค่อยสบายอยู่ด้วย เขมจิราปรี๊ดแตกใครบอกแม่ว่าเธอป่วย ไอ้หมออานนท์ใช่ไหม


อารีย์กับพงษ์นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นกับแอ๋วได้ยินเสียงเอะอะรีบออกมาดู เห็นเขมจิรากำลังต่อว่าทิพย์อาภาพร้อมกับผลักให้พ้นทางจนเธอล้มก้นจ้ำเบ้า แอ๋วที่เดินออกมากับอารีย์และพงษ์รีบเข้าไปประคองทิพย์อาภาให้ลุกขึ้น คุณปู่กับคุณย่าช่วยกันตำหนิหลานสาว

ที่ทำร้ายแม่ สั่งให้ขอโทษแม่ตัวเองเดี๋ยวนี้ นอกจากจะไม่ทำตาม เขมจิราเดินลิ่วไปขึ้นรถขับออกไปไม่สนใจใครทั้งสิ้น

ooooooo

ครู่ต่อมาแอ๋วประคองทิพย์อาภามานั่งที่โซฟาถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เธอไม่เป็นอะไรบอกให้แอ๋วมีอะไรก็ไปทำ แอ๋วรับคำลุกออกไป ทันทีที่แอ๋วไปพ้นสายตา พงษ์ถามทิพย์อาภาว่าเขมจิราเป็นอะไร เธอแก้ตัวแทนลูกว่าเธอขัดใจแกนิดหน่อย พงษ์ตำหนิแค่ขัดใจต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ ชักจะเอาใหญ่แล้ว

“ขอโทษนะแม่ทิพย์ แต่เธอน่ะเลี้ยงลูกผิดมาตลอด ตามใจลูกจนเกินไป ใครบอกใครเตือนก็ไม่ฟัง พอไม่ได้ดั่งใจก็เป็นแบบนี้ แต่จะโทษใครได้ต้องโทษคนสอน ต้องโทษตัวเองนะแม่ทิพย์เลี้ยงลูกแบบนี้เขาเรียกว่ารังแกลูก” อารีย์อดไม่ได้ ทิพย์อาภาถึงกับหน้าเสีย พงษ์สงสารลูกสะใภ้

“เอาเถอะคุณ ไม่เป็นไร ค่อยเริ่มกันใหม่

ไม่เป็นไรนะทิพย์อาภา”

“ค่ะคุณพ่อ” ทิพย์อาภาเสียใจกับการกระทำของลูกน้ำตาไหลอาบแก้ม...

ทางฝ่ายเอกรัฐกลับมาที่บ้านเอมอร สอบถามเด็กรับใช้ว่าธนาคิมกลับมาหรือยัง ได้ความว่ายังไม่กลับ ครั้นถามถึงเอมอรว่าอยู่ไหนไปแล้วหรือ เด็กรับใช้พยักหน้า ท่านออกไปหลังจากเขากับธนาคิมไปไม่นาน เห็นว่าจะไปสนามบินเลย ป่านนี้คงขึ้นเครื่องไปแล้ว เอกรัฐบ่นอุบ คุณแม่ไปแล้วใครจะช่วยรั้งธนาคิมได้

จังหวะนั้นมีเสียงรถแล่นเข้ามา ทั้งคู่หันมองตามเสียงคิดว่าเป็นธนาคิมรีบออกไปดู ต้องแปลกใจที่เจอ

เขมจิราซึ่งถามเอกรัฐว่าพี่คิมอยู่ไหน เขาบอกว่าไม่อยู่เธอก็ไม่เชื่อ ก้าวฉับๆเข้าไปดูในตัวบ้านตะโกนเรียก ธนาคิมลั่นไปหมดไม่เกรงใจใครทั้งสิ้น เอกรัฐไม่พอใจมาก บอกแล้วไงว่าไอ้คิมไม่อยู่ ตนก็มาหามันเหมือนกันแต่ไม่เจอ เขมจิรานึกถึงพิมพ์ชนกขึ้นมาทันทีหรือว่าพี่คิมของเธอจะไปอยู่กับมัน...

พักใหญ่ธนาคิมขับรถมาจอดที่บ้านในอยุธยา สั่งให้พิมพ์ชนกลงจากรถ เธอขอร้องให้เรามาคุยกันดีๆ เขาไม่ดีด้วยไล่ให้เธอลงจากรถเดี๋ยวนี้ เธอไม่ยอมลง หากจะคุยก็ให้คุยตรงนี้ ธนาคิมโมโหที่เธอแข็งข้อลงจากรถจะไปลากตัว เธออาศัยจังหวะนั้นเปิดประตูรถวิ่งหนี...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ริสาออกเวรกำลังจะกลับ อานนท์มาดักหน้าอาสาจะไปส่งบ้านให้ เธอไม่ได้กลับบ้านตอนนี้พักอยู่ที่หอพักพยาบาล เขาหน้าสลดนี่เธออยากตัดใจจากเขาถึงขนาดต้องย้ายออกจากคอนโดฯเลยหรือ

“ริสาย้ายแผนกงานเยอะขึ้น ต้องอยู่เวรดึกๆ อยู่ที่ห้องพักสะดวกกว่าค่ะ”


“แสดงว่าไม่เกี่ยวกับหมอใช่ไหม”

ริสาตอบเต็มปากเต็มคำว่าเกี่ยวแต่ไม่ใช่ทั้งหมด อานนท์สรุปเข้าข้างตัวเองนี่แสดงว่าริสายังตัดใจจากเขาไม่ได้ แล้วขอให้เธอยอมให้เขาเดินไปส่งที่ห้องพัก เธอปฏิเสธเสียงแข็งว่าอย่าเลยดีกว่า จังหวะนั้นเขมจิราพุ่งเข้ามา อานนท์ตกใจรีบขวางหน้าปกป้องริสาไว้เพราะรู้แก่ใจดีว่าเขมจิราไม่ปกติ ถามว่ามาที่นี่ทำไม เธอมาหาพิมพ์ชนกอยู่หรือเปล่า ริสาแจ้งว่าวันนี้พิมพ์ชนกลาพักผ่อน เธอซักอีกลาไปไหนรู้ไหม

“ไม่รู้หรอก พิมพ์เขาไม่ได้บอก” อานนท์ตอบคำถามแทน เขมจิรายิ่งมั่นใจว่าธนาคิมจะต้องอยู่กับพิมพ์ชนก พอเริ่มหมกมุ่นอาการทางจิตก็ออกมาทางสีหน้าแววตา อานนท์กับริสาเป็นห่วงถ้าเธอไม่สบายลองให้หมอตรวจไหม เธอตวาดแว้ดไม่ต้องมายุ่งแล้ววิ่งปรู๊ดออกไปโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของทั้งคู่

ooooooo

พิมพ์ชนกวิ่งหนีมาถึงประตูรั้วยังไม่ทันได้เปิด ธนาคิมมาถึงตัวเสียก่อน กระชากแขนให้กลับไปที่ตัวบ้าน

“คุณหนีผมไม่พ้นหรอกพิมพ์ชนก”

“ปล่อยนะ คุณธนาคิมคะอย่าทำแบบนี้เลย” พิมพ์ชนกพยายามขอร้องแต่เขาไม่ฟังลากเธอกลับ...

ฝ่ายริสามัวแต่คุยกับอานนท์เรื่องอาการป่วยของเขมจิรา จึงไม่ทันสังเกตว่ามาถึงหน้าหอพักพยาบาลแล้ว เธอเห็นเขาอมยิ้มถามว่ายิ้มอะไร เขายิ้มดีใจที่เธอยอมให้เขาเดินมาส่ง ริสาได้สติมองไปรอบๆถึงเห็นว่ามาถึงหน้าทางเข้าหอพักก็อายเขิน

“ฝันดีนะครับ พรุ่งนี้เจอกัน” พูดจบอานนท์เดินยิ้มออกไป ริสาเจ็บใจตัวเองที่เผลอใจไปกับเขา...

ที่บ้านในอยุธยา ธนาคิมลากตัวพิมพ์ชนกเข้ามาในตัวบ้านจนได้แม้เธอพยายามขัดขืนแค่ไหนก็ตาม

อีกทั้งยังขอร้องเขาให้ปล่อยเธอไป เขาไม่เข้าใจทำไมเธอถึงอยากเป็นพิมพ์ชนกของไอ้พีทนัก เธองงว่าเขาพูดเรื่องอะไร เขาขอร้องอย่ามาตีหน้าซื่อ ถามย้ำทำไมต้องอยากเป็นพิมพ์ชนกของไอ้พีท

“ก็เพราะมันคือตัวฉันไงคะ”

“ไม่ใช่ คุณไม่ใช่” ธนาคิมเถียงคอเป็นเอ็น

พิมพ์ชนกยืนยันว่าใช่ เธอคือพิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์ คนที่เป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนของเขาตาย เธอนี่แหละที่เขาหาตัวอยู่ เขาโกรธมากที่เธอออกโรงปกป้องเขมจิรา เดินไปหยิบกรอบใส่รูปถ่ายที่แขวนอยู่สองรูปมาให้เธอเลือก รูปหนึ่งเป็นรูปวิวภูเขายามพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนอีกรูปเป็นรูปวิวทะเลยามพระอาทิตย์ตก ให้ความรู้สึกต่างกันสิ้นเชิง

“คุณบอกว่าคุณเป็นพิมพ์ชนกของไอ้พีท คุณคบกับมันมารู้จักมันดีใช่ไหม งั้นบอกได้ไหมรูปไหนเป็นรูปที่ไอ้พีทถ่าย” ธนาคิมเห็นเธออึ้งไปก็รุกไล่ “อย่าบอกว่าไม่รู้เพราะไอ้พีทมันอวดผู้หญิงของมันทุกคนว่ามันถ่ายรูปนี้เป็นรูปมาสเตอร์พีซของมัน...มันยังเอาไปลงในไอจีส่วนตัวมันเลย”

พิมพ์ชนกกดดันมากไม่รู้จะเลือกรูปไหนดี ก็เลยชี้มั่วๆไปที่รูปวิวทะเล ธนาคิมบอกให้เธอลองดูที่มุมของภาพจะเห็นลายเซ็นของเขาอยู่ อีกภาพหนึ่งก็เช่นกัน ดังนั้นรูปทั้งสองใบเป็นฝีมือถ่ายภาพของเขา เธอต่อว่าเขาที่โกหก เขาต่อว่ากลับเธอเองก็โกหกเช่นกัน ถ้าเธอคบกับพลาทิปจริงจะต้องรู้ว่ามันไม่ได้ถ่ายทั้งสองรูปเพราะมันไม่ชอบถ่ายรูป โดยเฉพาะรูปที่ต้องใช้เวลารอองค์ประกอบของภาพนานๆแบบนี้ คนอย่างมันไม่ทำ

“คุณโกหก ไม่ได้คบกับมัน คุณไม่รู้จักไอ้พีทด้วยซ้ำ คุณไม่ใช่พิมพ์ชนกของไอ้พีท”

“คุณจะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ แต่ฉันคือพิมพ์ชนกของพีทค่ะ” พิมพ์ชนกยืนกราน ยิ่งทำให้ธนาคิมโมโห

“พอที...เลิกโกหกผมสักที ผมไม่อยากฟัง”

“แต่คุณต้องฟัง คุณต้องจำไว้ คนที่ทำร้ายเพื่อนคุณทำให้เพื่อนคุณตายคือฉัน ผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์ชนกคนนี้ คุณต้องโกรธคุณต้องแค้นฉัน อย่าโกรธคนอื่นอย่าทำคนอื่นให้มาลงที่ฉัน ฉันรับผิดชอบเอง”

ธนาคิมฉุนขาดถามเธออีกครั้งว่าอยากเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ใช่ไหม ครั้นเธอรับคำ เขากระชากเธอตัวปลิวไปที่ห้องนอน

ooooooo

เมื่อเข้ามาในห้องนอน ธนาคิมจับพิมพ์ชนกเหวี่ยงไปที่เตียง เธอตกใจละล่ำละลักว่าจะทำอะไร ในเมื่อเธอต้องการรับผิดชอบเขาก็ยินดีจัดให้แล้วลงมือปลุกปล้ำ เธอขอร้องให้ปล่อย เขาจะปล่อยต่อเมื่อเธอพูดความจริงว่าเธอไม่ใช่พิมพ์ชนกของพีท เธอขอร้องเขาอย่าทำแบบนี้

“ทำไมจะทำไม่ได้ในเมื่อคุณเป็นเมียผม คุณเป็นเมียผมแล้ว คุณจะบอกว่าคุณเป็นของคนอื่นไม่ได้”

“คุณธนาคิมหยุดนะ”

ธนาคิมยังคงปลุกปล้ำเธอไม่หยุด หากต้องการให้หยุด เธอต้องบอกมาก่อนว่าไม่ใช่พิมพ์ชนกของพีทแต่เป็นของเขา พิมพ์ชนกขัดขืนจนหมดเรี่ยวแรงต่อต้าน ก็เลยนอนนิ่งน้ำตาไหลพราก เตือนเขาว่าทำแบบนี้จะเสียใจ เขาหยุดกึก ยันตัวออกห่างมองเธออย่างรู้สึกผิด

“...เสียใจสำหรับความรู้สึกดีๆที่มีให้คุณ”

“พิมพ์...ผมขอโทษพิมพ์ ผมขอโทษ ทำไมถึงได้อยากเป็นพิมพ์ชนกของไอ้พีทมันนัก ทำไมถึงต้องทำให้ผมไม่มีทางออก ทำไมต้องบีบผมต้องทำให้ผมรักคุณไม่ได้ ทำไมพิมพ์ ทำไมผมจะรักคุณไม่ได้ ทำไมๆๆ” ธนาคิมเสียใจน้ำตาร่วง พิมพ์ชนกเองก็เสียใจไม่ต่างจากเขา ค่อยๆยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้ เขาเห็นเธอร้องไห้เช็ดน้ำตาให้เธอเช่นกัน แล้วค่อยๆยื่นหน้าไปจูบหน้าผากเธออย่างปลอบโยน สัมผัสอบอุ่นทำให้เธอต้องหลับตา

“ผมรักคุณพิมพ์ ผมรักคุณ” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและจริงใจทำให้พิมพ์ชนกหวั่นไหว เขาค่อยๆจูบปากเธอ คราวนี้เธอไม่ขัดขืนปล่อยใจไปกับสัมผัสของเขา ทั้งสองคนจูบกันด้วยความรักเต็มหัวใจ ปล่อยให้ความรักทำหน้าที่ของมัน...

ทางด้านทิพย์อาภานั่งรอลูกกลับอยู่ที่ห้องนั่งเล่น มีเสียงรถแล่นเข้ามาก็ดีใจคิดว่าลูกกลับมาแล้ว ลุกขึ้นชะเง้อคอมอง แต่ต้องผิดหวังเมื่อเห็นนิติเดินเข้ามา เขาเห็นสีหน้าท่าทางของเธอก็พอเดาออกถามว่ารอลูกหรือ เธอพยักหน้ารับคำ เขาปลอบว่าลูกคงจะไปเที่ยวเล่นเหมือนเคยไม่มีอะไรต้องห่วง

“คุณไปอาบน้ำนอนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันรออีกสักพัก ถ้าไม่มาก็จะไปนอนแล้ว”

“ให้ผมรอเป็นเพื่อนไหม”

“ไม่เป็นไร คุณทำงานกลับมาเหนื่อยๆไปพักเถอะค่ะ” ทิพย์อาภามองตามนิติที่เดินขึ้นห้องไป ครั้นเขาไปพ้นสายตา ท่าทีผ่อนคลายเมื่อครู่กลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง

“เขมไปไหนลูก เขม”...

คนที่ทิพย์อาภาเป็นห่วงหลบมานั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียวในผับหรู โชคไม่ดีชาคริตดันพาสาวมาเที่ยวที่เดียวกัน เห็นเธอนั่งดื่มคนเดียวบอกให้สาวไปรอที่โต๊ะก่อน แล้วเข้าไปทักเขมจิรา

“สวัสดีครับพิมพ์ชนก...ไม่สิ ผมต้องเรียกคุณว่าเขมจิรา เอ๊ะหรือจะให้ผมเรียกชื่อพิมพ์ชนกดี” ชาคริตเห็นเธอนั่งนิ่งไม่โต้ตอบไม่สนใจก็ยิ่งนึกสนุก เข้าไปกระซิบข้างหู “เรียกชื่อไหนแล้วทำให้คุณมีอารมณ์”

เขมจิราโมโหผลักชาคริตออกห่างอย่างแรง ด่าซ้ำว่าไอ้ทุเรศ ไล่ไปไกลๆอย่ามาให้เห็นหน้า แล้วลุกหนี เขามองตามชอบใจที่ได้กวนประสาทเธอ...

ทิพย์อาภาคิดถึงคำพูดของอารีย์ที่ว่า “แต่จะโทษใครได้ต้องโทษคนสอน ต้องโทษตัวเองนะแม่ทิพย์ เลี้ยงลูกแบบนี้เขาเรียกรังแกลูก” ถึงกับฟุบหน้ากับฝ่ามือร้องไห้ เขมจิราเดินเมาเข้ามาเห็นแม่ร้องไห้หายเมาเป็นปลิดทิ้ง เข้าไปจับแขนถามว่าเป็นอะไร ใครทำให้ร้องไห้ตนจะไปจัดการมันเอง ทิพย์อาภายิ่งร้องไห้หนักขึ้น

“คุณพ่อใช่ไหม คุณพ่อทำให้แม่ร้องไห้อีกแล้วใช่ไหม เขมจะไม่ทนแล้ว” เขมจิราจะไปเอาเรื่องพ่อ แต่ทิพย์อาภารั้งตัวไว้ ไม่ใช่พ่อที่ทำให้ตนร้องไห้ ตนแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยลูกอย่าสนใจเลย เขมจิราปลอบแม่อย่าร้องไห้ เธอรักแม่มาก ทิพย์อาภาเองก็รักลูกเช่นกัน รักที่สุดในโลก สองแม่ลูกกอดกัน

“มีแต่แม่ที่รักเขม ในโลกนี้เขมมีแต่แม่คนเดียว พี่คิมเขาทิ้งเขมไปกับพิมพ์แล้วแม่ เขาทิ้งเขมไปด้วยกันแล้ว คอยดูนะ ถ้าพี่คิมถอนหมั้นเขม ต้องมีคนตายไม่เขมก็นังพิมพ์”

“เขม อย่าทำแบบนั้นนะลูก อย่าทำ” ทิพย์อาภาพยายามห้ามสุดฤทธิ์แต่ดูเหมือนลูกจะไม่รับฟัง

ooooooo

พิมพ์ชนกตื่นขึ้นในตอนเช้าโดยมีธนาคิมนอน อยู่ข้างๆ มองเขาด้วยสีหน้าเศร้าและรู้สึกผิด แม้จะรักเขาแค่ไหนแต่จำต้องตัดใจลุกออกจากห้องทิ้งให้เขานอนหลับเพียงลำพัง

สักพักธนาคิมรู้สึกตัวตื่น ไม่เห็นพิมพ์ชนกนอนอยู่ข้างกันก็ตกใจรีบวิ่งออกไปดู เห็นเธอสวมชุดตัวเมื่อวานหิ้วกระเป๋าถือจะออกจากบ้านปรี่เข้าไปกอดไว้จากด้านหลัง ขอร้องอย่าทิ้งเขาไป

“อย่าทำแบบนั้นกับผมอีกเลยได้ไหม ผมคงทนไม่ได้ ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ”

“เรื่องระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ คุณคือคู่หมั้นน้องสาวฉัน...ฉันเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนคุณตาย คุณต้องเกลียดฉัน คุณต้องรักเขม” พิมพ์ชนกต้องฝืนใจแข็งทำเป็นไม่รู้สึกอะไร แต่ข้างในแทบขาดใจ ธนาคิมตัดพ้อจะให้ทำอย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่ได้รักเขมเธอเองก็รู้ดี

“ถ้าคุณไม่ได้รักเขม คุณหมั้นกับเขมทำไม...เพื่อเข้าใกล้ฉันเพื่อแก้แค้นฉันให้พีทใช่ไหมคะ”

ธนาคิมขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ทำกับพิมพ์ชนกเอาไว้ โกรธเกลียดตัวเองทุกครั้งที่คิดถึงมัน เขารู้ตัวแล้วว่าโง่แค่ไหนที่เข้าใจเธอผิดมาตลอด ขอให้เธอยกโทษให้จะได้ไหม พิมพ์ชนกยินดียกโทษให้ แต่มีข้อแม้ว่าเขาจะต้องแต่งงานกับเขมจิรา เขาเชิญเธอโกรธ หรือไม่ให้อภัยเขาได้เลยแต่เขาจะไม่แต่งงานกับเขมจิราคนที่ทำให้เพื่อนรักของเขาต้องตาย เธอตกใจไม่น้อยที่เขารู้ความจริงเรื่องนี้ แต่ไม่ยอมแพ้

“ฉันบอกแล้วไงว่าคนที่ทำให้พีทตายคือฉันไม่ใช่เขม”

“เลิกโกหกผมสักที พิมพ์ชนกคนที่ทำให้ไอ้พีทตายคือเขม...เขมจิราเอาชื่อคุณไปหลอกไอ้พีท ผมรู้หมดแล้ว” ไม่ว่าธนาคิมจะโต้แย้งอย่างไร พิมพ์ชนกยังคงยืนกรานคำเดิมว่าตัวเองเป็นคนทำให้พีทต้องตายไม่เกี่ยวกับเขมจิรา เขาน้อยใจที่เธอให้ความสำคัญกับน้องสาว ไม่เคยคิดถึงเขาเลย รักเขาสักนิดบ้างไหม

“ผู้หญิงร้อนรักที่เห็นผู้ชายเป็นของเล่นอย่างฉันจะรักใครเป็นล่ะคะ ถ้าคุณรู้สึกผิดกับฉันจริงอย่างที่ปากคุณพูด กลับไปแต่งงานกับเขมแล้วลืมเรื่องของเราซะ” พูดจบพิมพ์ชนกเดินจากไปเลย ธนาคิมไม่ยอมแพ้วิ่งตาม ทั้งคู่ต้องชะงักเมื่อเห็นเขมจิรายืนน้ำตาไหลพรากที่เห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน พิมพ์ชนกรู้สึกผิดต่อน้อง

“เขมฟังพี่ก่อน พี่มาที่นี่เพราะ...” พิมพ์ชนกยังอธิบายไม่ทันจบ เขมจิราสติแตกกรีดร้องแสบแก้วหู ก่อนจะลงไปชักเกร็งมือจีบ ทั้งพิมพ์ชนกและธนาคิมต่างตกใจ เธอรีบเข้าไปกอดน้องไว้ ส่วนธนาคิมวิ่งไปหยิบถุงพลาสติกมาให้เพื่อช่วยให้การหายใจของเขมจิราสะดวกขึ้น...

หลังพาไปให้หมอตรวจเรียบร้อย พิมพ์ชนกกับธนาคิมพาเขมจิรากลับบ้านสุวรรณเวศน์ ทิพย์อาภาเห็นสภาพลูกที่นอนนิ่งไม่พูดไม่จาก็ไม่สบายใจถามว่าเป็นอะไร เธอนิ่งเงียบไม่ตอบ ธนาคิมขอร้องอย่าเพิ่งซักอะไรตอนนี้ให้เขมจิราได้นอนพักก่อนจะดีกว่า ทิพย์อาภา วานให้เขาพาเธอไปที่ห้องเลย ธนาคิมรีบอุ้มเธอไปนอนบนเตียงโดยมีพิมพ์ชนกตามมาดูแล ทิพย์อาภาเข้าไปหาลูก

“เขม...เขมเป็นอะไรลูก ใครทำอะไรลูกบอกแม่สิจ๊ะ”

เขมจิราไม่ตอบค่อยๆหลับตาลง พิมพ์ชนกแจ้งทิพย์อาภาว่าน้องเครียด แต่หมอให้ยาแล้วบอกว่าไม่เป็นอะไรให้กลับมาพักผ่อนที่บ้านได้ ทิพย์อาภาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกของตน เธอทำอะไรลูกของตนใช่ไหมแล้วปรี่เข้าหาอย่างเอาเรื่อง ธนาคิมรีบเข้าไปกั้นกลางขอร้องให้ท่านใจเย็นๆ อารีย์เห็นด้วย ถ้ามีอะไรให้ไปคุยกันข้างนอกจะได้ไม่รบกวนเขมจิราที่กำลังนอนอยู่

ครู่ต่อมา พิมพ์ชนก ธนาคิมและทิพย์อาภามานั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่นปล่อยเขมจิราไว้กับอารีย์ ทิพย์–อาภาสั่งให้เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะไปเจอพิมพ์ชนกอยู่กับธนาคิมที่บ้านที่อยุธยา ทิพย์อาภาฉุนขาดตบพิมพ์ชนกหน้าหันด่าซ้ำว่าสารเลว นังงูพิษ คิดจะแย่งคู่หมั้นน้องตัวเอง เธอพยายามอธิบายแต่แม่เลี้ยงตัวแสบไม่ฟังตบตีเธออีก ธนาคิมต้องเข้าไปช่วยห้าม พิมพ์ชนกไม่ผิดเขาผิดเองเป็นคนพาเธอไปที่นั่น

“ผู้หญิงร่าน ผู้ชายก็ร้าย เลว...เลวทั้งคู่”

“คุณน้าจะว่าผมเลวยังไงก็ได้นะครับ แต่อย่าว่าพิมพ์เพราะที่พิมพ์ทำไปทั้งหมดเพื่อเขมเพื่อคุณน้า”

“ไปอยู่กับคู่หมั้นน้องทั้งคืนนั่นเหรอทำเพื่อน้อง ทุเรศ พูดออกมาได้”

“แล้วใครกันที่ส่งพิมพ์มาหาผมล่ะครับ ใครกันที่ส่งให้พิมพ์มารับผิดแทนเขม” เจอประโยคของธนาคิม เข้าไปทำเอาทิพย์อาภาใบ้กิน

ooooooo

นิติได้ข่าวเขมจิราไม่สบายก็รีบกลับบ้าน


ยังไม่ทันไปหาลูกได้ยินเสียงเอะอะมาจากห้องนั่งเล่นรีบเดินไปดู

ฝ่ายแม่เลี้ยงตัวแสบทำไก๋ไม่รู้ว่าธนาคิมพูดเรื่องอะไร เขาเสียงเข้มใส่ก็เรื่องพลาทิปเพื่อนของเขา อย่าบอกว่าท่านไม่รู้เรื่องนี้ ทิพย์อาภารู้แค่ว่าคนที่คบกับ

พลาทิปคือพิมพ์ชนกไม่ใช่เขมจิรา ลูกเลี้ยงของตนไม่ได้บอกเขาหรือ เขายอมรับว่าพิมพ์ชนกบอกแต่เขาไม่เชื่อ ทิพย์อาภายังคงโยนความผิดไปให้พิมพ์ชนกเพื่อกัน

ลูกตัวเองออกจากเรื่องนี้แถมยังต่อว่าเขาว่าเอาเรื่องเพื่อนมาอ้างเพื่อปัดความรับผิดชอบเรื่องเขมจิรา

“ผมจะแต่งงานกับเขมครับ แต่มีเงื่อนไข...”

ธนาคิมยังไม่ทันได้บอกเงื่อนไข นิติเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“มีเรื่องอะไรกัน”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณ ฉันกำลังคุยกับตาคิมเรื่องงานแต่งงานน่ะค่ะ”

นิติมองลูกสาวคนโตนิ่วหน้าแปลกใจนี่ลูกมาคุยเรื่องงานกับเขาด้วยหรือ พิมพ์ชนกอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร แม่เลี้ยงตัวแสบอ้างว่าจะให้เธอเป็นแม่งานให้ก็เลยอยู่คุยด้วย เนื่องจากไม่อยากให้นิติซักมากความชวนเขาไปดูลูก โดยไม่ลืมกำชับกับธนาคิมแล้วค่อยคุยกันใหม่ หวังว่าเขาคงไม่ลืมคำพูดตัวเอง พิมพ์ชนกไม่อยากอยู่ตามลำพังกับธนาคิมเดินหนีไปอีกทาง เขาเร่งฝีเท้าตามมาขอร้องให้อยู่คุยกันก่อนแต่เธอไม่สนใจ

“พิมพ์...ที่ผมยอมแต่งงานกับเขมก็เพราะคุณ...

คุณยังไม่พอใจจะเดินหนีผมไปอีกเหรอ”

พิมพ์ชนกหยุดกึกค่อยๆหันกลับมาขอบคุณเขาที่ทำตามที่เธอขอ และขอร้องเขาอย่าทำให้เธอต้องเดือดร้อนเพราะเขาอีก เขาก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“ฉันขอร้อง หลังจากวันนี้ถ้าคุณพบเจอฉันที่ไหน

ได้โปรดมองฉันเป็นอากาศธาตุ ทำเป็นไม่รู้จักไม่พบมองไม่เห็นฉันไปเลยก็ได้”

“ถ้าคุณต้องการแบบนั้น รู้เอาไว้ด้วยว่าคุณกำลังทำให้ผมตายทั้งเป็น”

เธอรู้สึกผิดแต่ไม่มีทางเลือกจำใจเดินแยกไป

ธนาคิมมองตามหญิงคนรักที่เดินจากไปด้วยใจสลาย...

ทางฝ่ายอานนท์ยังตามง้อริสาไม่เลิก วันนี้นำดอกไม้สวยช่อโตมามอบให้ แต่เธอยังไม่ยอมใจอ่อน...

ในเวลาต่อมา ริสาเดินมาตามทางปลอดคนในโรงพยาบาล เจอพิมพ์ชนกในชุดไปรเวตนั่งฟุบหน้ากับมือตัวเองอยู่ก็แปลกใจเข้าไปถามว่ามาทำไม ไหนว่าลางานไม่ใช่หรือ เธอเงยหน้าขึ้นมอง ริสาเห็นน้ำตาอาบแก้ม ก็ตกใจถามว่าเป็นอะไร เธอโผกอดริสาร้องไห้โฮ

“พิมพ์เป็นคนเลวค่ะพี่ริสา พิมพ์ทำให้เขมเสียใจ พิมพ์เลว...” พูดได้แค่นั้นพิมพ์ชนกเป็นลมหมดสติ

ooooooo

ธนาคิมยังเสียใจเรื่องพิมพ์ชนกไม่หาย ตั้งแต่กลับมาจากบ้านสุวรรณเวศน์ก็เอาแต่นั่งซึม เอกรัฐเข้ามาถามว่าหายไปไหนมา แล้วเขาทำอะไรพิมพ์ชนกหรือเปล่า เขาเอาแต่นั่งซึมไม่พูดไม่จา


“ไอ้คิม ตกลงคุณเขมหรือคุณพิมพ์กันแน่ที่เป็นพิมพ์ชนกของไอ้พีท แต่ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่ะว่า

คุณพิมพ์จะเคยคบกับไอ้พีท”

“เขาหลอกเราไอ้เอก พิมพ์ไม่รู้จักไอ้พีทด้วยซ้ำ”

“อะไรนะ!! แล้วเขาจะหลอกเราทำไมวะ” เอกรัฐมองเพื่อนรักอย่างรอคำตอบ...

อานนท์รู้ข่าวพิมพ์ชนกไม่สบายรีบมาเยี่ยม

ที่ห้องพักฟื้น เจอริสานั่งเฝ้าอยู่ถามว่าเธอเป็นอะไร ริสาเฉลยว่าร่างกายเธออ่อนเพลียเลยหมดสติ หมอให้นอนให้น้ำเกลือหนึ่งคืน ตนจะโทร.บอกที่บ้านแต่เธอไม่ยอมให้โทร. อานนท์รู้จักนิสัยเธอดีว่าเป็นห่วงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ ริสาจะไปเอาเสื้อผ้าที่หอมานอนเฝ้าเธอคืนนี้

“พิมพ์น่าจะเครียดมากนะครับ”

“ค่ะ ก่อนเป็นลมไปพิมพ์ก็เอาแต่พร่ำเพ้อว่าตัวเองเลวตัวเองทำให้เขมเสียใจ ไม่รู้จะอะไรกันนักกันหนากับน้องสาวคนนี้ ถ้าเป็นริสานะ ริสาจะตัดพี่ตัดน้อง

ไปเลย น้องแบบนี้ไม่มีซะดีกว่า”

ไม่นานนักอานนท์เดินคุยกับริสามาตามทางจะไปหอพักพยาบาล เรื่องที่คุยกันไม่พ้นเรื่องของพิมพ์ชนก

“มีคนเคยพูดว่าเพื่อนคือญาติที่เราเลือกได้เอง แต่กลับกัน พี่น้องคือเพื่อนที่เราไม่ได้เลือกและเลือกไม่ได้ ความสัมพันธ์ของพี่น้องถึงเป็นความสัมพันธ์ที่แปลกสุดๆ ก็เหมือนกับพิมพ์และเขม ถึงไม่ชอบแต่ก็เปลี่ยนคนไม่ได้ ความสัมพันธ์แบบอื่นทนไม่ไหวก็เลิกคบกันไป แต่ญาติพี่น้องทนไม่ไหวก็ต้องทนต่อไปเพราะเราไม่มีวันเลิกเป็นพี่น้องกันได้ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมพิมพ์ก็ยังทนเขมได้ทั้งที่เขมร้ายกาจกับตัวเอง”

“ริสาเข้าใจแล้วล่ะค่ะ วันหลังริสาจะไม่ว่าพิมพ์อีก”

“ครับ” อานนท์รับคำด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ริสานิ่วหน้าสงสัยยิ้มอะไร เขายิ้มดีใจที่วันนี้ได้เดินมาส่งเธออีกแล้ว คราวนี้เธอฉีกยิ้มบ้าง คุยทับว่าเธอต่างหากที่หลอกให้เขาเดินมาส่ง

“เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ” ริสาว่าแล้วเดินเข้าหอ อานนท์มองตามเห็นความหวังรำไร...

นิติเห็นสภาพของเขมจิราขอร้องทิพย์อาภาให้พาลูกไปหาจิตแพทย์ เธออ้างหากลูกได้แต่งกับธนาคิมอาจจะหายจากโรคหลงผิดนี้ก็ได้ เขาส่ายหน้าระอาใจนี่ลูกเป็นขนาดนี้แล้วยังจะไม่พาไปหาหมออีกหรือ

“ไม่ใช่แบบนั้นนะคุณ แต่ฉันกลัวเขมจะไม่ยอม”

“ไม่ยอมก็ต้องพาไป ผมว่าปล่อยไว้แบบนี้มีแต่จะแย่ขึ้นเรื่อยๆ”

ทิพย์อาภารับปากจะลองหาวิธีดู แล้วมองไปทางเขมจิราที่ยังหลับเพราะฤทธิ์ยาด้วยความเป็นห่วง...

ธนาคิมเอาแต่นั่งซึมคิดถึงสิ่งที่พิมพ์ชนกบังคับให้ตัวเองทำคือแต่งงานกับเขมจิราก็ยิ่งเศร้าหนัก เอกรัฐเห็นสีหน้าทุกข์ใจของเพื่อน เข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ตกลงเขาจะเอาอย่างไรดีกับชีวิต

“ในเมื่อพิมพ์อยากให้ฉันแต่งงานกับเขมฉันก็จะแต่ง”

“เฮ้ย ไอ้คิมนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะเว้ย แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเหมือนตกนรกทั้งเป็นไปตลอดชีวิตเลยนะแก”


“พิมพ์เขาอยากให้ฉันทำ ฉันก็จะทำ ฉันทำผิดกับเขามามากแล้วไอ้เอก ต่อจากนี้ไปฉันจะทำให้ถูกต้อง ทำทุกอย่างเพื่อพิมพ์”...

พิมพ์ชนกเองก็ไม่ได้มีความสุขกับการบังคับให้ผู้ชายที่ตัวเองรักไปแต่งงานกับคนอื่น นอนฝันร้ายกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงผู้ป่วย ถึงคำตัดพ้อต่อว่าของธนาคิมว่าเธอใจร้ายมาก นี่เคยรักเขาบ้างไหม รักเขาสักนิดบ้างหรือเปล่า เธอเสียใจมากถึงกับเพ้อออกมา

“ฉันขอโทษนะคะคุณธนาคิม”

ริสานั่งอ่านหนังสือเฝ้าเธออยู่ที่โซฟาได้ยินเสียงก็ลุกมาดู เห็นเธอละเมอเรียกหาเขมจิรา ริสามองเพื่อนรักรุ่นน้องสงสารจับใจ

ooooooo

หลังจากคิดทบทวนมาทั้งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นธนาคิม แวะไปที่บ้านสุวรรณเวศน์เพื่อคุยเรื่องเงื่อนไขการแต่งงานกับเขมจิรา นิติแปลกใจจะแต่งงานทำไมต้องมีเงื่อนไข แค่ความรักไม่พอหรือ ทิพย์อาภาชิงตัดบท

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณ ตาคิมคงหมายถึงอะไรที่เขมเขาอยากได้ พวกรูปแบบงานแต่งงานน่ะค่ะ คุณมีประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอ รีบไปเถอะค่ะ” ทิพย์อาภารอจนนิติไปแล้วจึงบอกธนาคิมไปคุยกันด้านโน้น...

ริสาลงไปซื้อข้าวต้มปลาของโปรดมาให้พิมพ์ชนก ครั้นกลับถึงห้องพักฟื้นเห็นแม่บ้านกำลังเก็บกวาด

ทำความสะอาดห้องอยู่ไม่เห็นแม้เงาของพิมพ์ชนก สอบถามแม่บ้านว่าเธอหายไปไหน ได้ความว่าเธอขออนุญาตหมอออกไปแล้วได้ยินว่ามีธุระสำคัญ ริสาได้ฟังแล้ว

อดเป็นห่วงเธอไม่ได้...

เขมจิราตื่นขึ้นแต่เช้าเนื่องจากเมื่อวานนอนเร็ว ดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อได้ทราบข่าวดีจากลูกชิ้นว่าธนาคิมมาคุยเรื่องแต่งงานกับคุณผู้หญิง อาการป่วยของเขมจิราหายราวกับปลิดทิ้งรีบลงไปหา...

อีกมุมหนึ่งของบ้าน ทิพย์อาภาสั่งให้ธนาคิมพูดเรื่องเงื่อนไขการแต่งงานมาให้ฟัง เขาอยากคุยกับเขมจิรา มากกว่าจะได้รู้เรื่องไปเลย ท่านไม่เห็นความจำเป็นอะไร คุยกับท่านก็เหมือนคุยกับเธอ

“ถ้างั้นก็ได้ครับ ผมต้องการให้เขมสารภาพ

ความผิดทั้งหมดและไปขอโทษพ่อแม่ของพลาทิปครับ”

“คิม...เขมไม่ได้เป็นคนทำให้เพื่อนคิมตาย ทำไมคิมถึงไม่เชื่อน้า”

“ผมมาที่นี่เพื่อบอกว่าผมจะแต่งงานกับเขม แต่เขมต้องสารภาพผิดกับทุกคนว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้พีทตาย แล้วเขมต้องไปกราบขอโทษพ่อแม่ของพีท ถ้าเขมทำได้ตามนี้ผมถึงจะแต่ง ถ้าทำไม่ได้ผมก็แต่งงานกับเขมไม่ได้ครับ” ธนาคิมพูดไม่ทันขาดคำมีเสียง

เขมจิรากรีดร้องดังสนั่น ทั้งคู่หันมองตามเสียงเห็นเธอยืนอยู่สีหน้าเอาเรื่อง ทิพย์อาภาเห็นท่าไม่ดีรีบปลอบลูกให้ใจเย็นๆก่อน เธอไม่ฟังอะไรทั้งนั้นปรี่เข้าหาธนาคิม

“พี่คิมทำแบบนี้ได้ยังไง เขมไม่ได้ผิดเขมไม่ได้ทำพิมพ์ต่างหากที่ทำ พิมพ์เป็นคนทำให้พีทตายไม่ใช่เขม”


“เลิกโกหกเถอะเขม ที่พีทตายมันอาจจะเป็นอุบัติเหตุที่เขมไม่ได้ตั้งใจพี่พอให้อภัยได้นะ แต่สิ่งที่พี่ รับไม่ได้ที่สุดคือการที่เขมทำผิดแล้วโยนความผิดให้

คนอื่น โดยเฉพาะพี่สาวแท้ๆ จิตใจเขมทำด้วยอะไร พี่รับไม่ได้จริงๆ”

“พี่คิม...พี่เข้าข้างพิมพ์ พี่คิมรักมันใช่ไหม รักมันแล้วใช่ไหม”

ธนาคิมขอร้องเขมจิราอย่าดึงพิมพ์ชนกมาเกี่ยว เรื่องนี้เป็นเรื่องของเราสองคน เธอหาว่าเขาปกป้องพิมพ์ชนก เพราะเขาได้มันเป็นเมียแล้วใช่ไหมไม่พูดเปล่าเธอทุบตีเขาไปด้วย ทิพย์อาภาพยายามปลอบให้ใจเย็นๆก่อนเธอก็ไม่ฟัง เขาขอร้องให้เธอมีเหตุผลหน่อย เรื่องนี้เกี่ยวกับ นิสัยของเราสองคนไม่เกี่ยวกับคนอื่น

“ไม่จริง พี่คิมไม่รักเขม พี่คิมหาข้ออ้างเพื่อจะไม่แต่งงานกับเขม พี่คิมไม่รักเขมเเล้วพี่คิมมาหมั้นกับเขมทำไม” เขมจิราทุบอกธนาคิมร้องไห้ฟูมฟาย เขายืนยันคำเดิมว่าจะแต่งงานกับเธอ แต่เธอต้องไปสารภาพผิดแล้วขอโทษพ่อกับแม่ของพลาทิปก่อน

“ไม่...ไม่ไป เขมไม่ผิด เขมไม่ไป” เขมจิราวิ่งหนีออกไปทั้งน้ำตา ทิพย์อาภาจะวิ่งตามแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นนิติยืนจ้องมาจากอีกมุมหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาถามนี่มันเรื่องอะไรกันจะมีใครบอกตนได้ไหมว่ามันเรื่องอะไรกัน เสียงเกรี้ยวกราดของเขาทำเอาทิพย์อาภาถึงกับหน้าถอดสี ขณะที่ธนาคิมเตรียมใจไว้แล้วว่าวันนี้จะมาสารภาพผิดทุกอย่าง...

ทางด้านเขมจิราวิ่งหนีมาคว้ามือถือโทร.หาพิมพ์ชนก ว่าอยู่ไหน เธอซึ่งยังอาการไม่ค่อยดีนักบอกว่ามาทำธุระที่ห้างฯของคุณพ่อ น้องมีอะไรหรือเปล่าถึงโทร.หา

เขมจิราไม่ตอบวางสายแล้ววิ่งออกจากบ้าน

ooooooo

พิมพ์ชนกมองมือถืองงๆยังไม่ทันรู้เรื่องว่า

เขมจิราโทร.หาทำไมฝ่ายนั้นก็วางสายไปเสียก่อน จังหวะนั้น เอกรัฐที่นัดเจอกันมาถึงพอดี เธอก็เลยลืมเรื่องน้องไปสนิทใจ...

นิติเห็นว่าเรื่องที่ธนาคิมจะสารภาพเป็นเรื่องสำคัญจึงเชิญพงษ์กับอารีย์มาร่วมรับฟังด้วย เมื่อมากันพร้อมหน้า นิติจึงบอกให้ธนาคิมมีอะไรจะพูดก็พูดมาได้เลยแต่ต้องพูดความจริงเท่านั้น

“ผมอยากสารภาพผิดครับ คุณปู่คุณย่าครับความจริง แล้วที่ผมหมั้นกับเขม ที่ผมเข้ามาในครอบครัวพวกท่านเพราะผมต้องการแก้แค้นผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้พลาทิปเพื่อนของผมตายครับ”

ทั้งพงษ์และอารีย์ต่างตกใจ นิติซักว่าใครกันที่ทำให้พลาทิปตาย ธนาคิมมองหน้าทิพย์อาภาซึ่งพยายามส่ายหน้าเป็นทำนองไม่ให้พูด แต่เขาตัดสินใจแล้วว่าวันนี้จะพูดทุกอย่างให้หมดเปลือก

“ผู้หญิงคนนั้นใช้ชื่อว่าพิมพ์ชนกครับ”


อารีย์ พงษ์และนิติไม่เชื่อว่าพิมพ์ชนกจะทำอย่างนั้น ทิพย์อาภาโพล่งขึ้นทันทีว่าพิมพ์ชนกเป็นคนสารภาพเรื่องนี้กับตนเอง นิติตวาดเมียให้เงียบ เธอถึงสงบปากได้ ธนาคิมยอมรับว่าพิมพ์ชนกก็สารภาพผิดกับเขาเช่นกันแต่เขาไม่เชื่อ อารีย์เองก็ไม่เชื่อ ทิพย์อาภาโวยวายว่าไม่ยุติธรรมทุกคนเข้าข้างพิมพ์ชนกกันหมด

“เพราะเรารู้จักพิมพ์ดีต่างหากคุณทิพย์ แล้วถ้าคุณไม่ร้อนตัวก็คงไม่มีใครคิดว่าเป็นเขม”

พงษ์ตกใจหันไปถามธนาคิมว่าเป็นเขมจิราจริงๆหรือ เขาไม่รู้จะตอบอย่างไรได้แต่ตอบเลี่ยงๆว่าเธอไม่ยอมรับ อารีย์พูดขึ้นลอยๆผู้ร้ายที่ไหนจะ

รับสารภาพง่ายๆ ทิพย์อาภาตัดพ้อต่อว่าที่ทุกคนรุมใส่ร้ายลูกของตน นิติตำหนิเมียถึงขนาดนี้แล้วยังปกป้องลูก

ไม่ลืมหูลืมตาอีกหรือ

“นึกว่าที่ผ่านมาผมไม่รู้หรือไงที่คุณกับเขมใส่ความพิมพ์แล้วพิมพ์ก็มารับผิดแทนน้องตลอด นึกว่าผมกับคุณพ่อคุณแม่โง่เหรอ”

“ที่เราไม่พูดเพราะเกรงใจเธอคิดว่าสักวันเธอจะสำนึกรู้ตัวได้เอง” พงษ์เสริม อารีย์ก็ช่วยเสริมอีกแรงหนึ่ง

“เราเองก็ผิด...ผิดที่ยอมจนทำให้เขมเป็นแบบนี้”

ทิพย์อาภายังคงโยนความผิดให้คนตายบอกว่าลูกตัวเองไม่ผิด พลาทิปเจ้าชู้เขมจิราก็เลยบอกเลิกแล้วเขาขับรถไปชนตายเอง นิติต่อว่าเธอว่ารู้ทั้งรู้เต็มอกว่าเขมจิราเป็นคนอย่างไร แต่เพราะความรักลูก เธอถึงได้ปิดหูปิดตาไม่ยอมรับว่าลูกตัวเองไม่ดี แต่ความเชื่อของเธอเปลี่ยนความจริงไม่ได้ พงษ์ช่วยเตือนยิ่งทิพย์อาภาปกป้องลูกในทางที่ผิดยิ่งเป็นการทำร้ายลูก ถ้าเธอรักลูกจริงเลิกทำแบบนี้สักที ทิพย์อาภารับไม่ได้วิ่งหนีออกไป

“ผมมีเรื่องจะสารภาพอีกอย่างครับ ก่อนหน้านี้ผมไม่รู้จักตัวตนของพิมพ์ ผมจึงทำร้ายพิมพ์ หาทางแกล้งเขาทุกอย่างเพื่อให้เขาเสียใจครับ ผมผิดเองครับ ผมเสียใจจริงๆ ทุกคนจะลงโทษผมยังไงผมก็ยอมรับครับ” ธนาคิมยอมรับผิดอย่างกล้าหาญ นิติ อารีย์และพงษ์

ต่างมองหน้ากันไม่รู้จะทำอย่างไรกับเขาดี พงษ์อยากรู้แล้วพิมพ์ชนกว่าอย่างไร

“พิมพ์จะยกโทษให้ผม ถ้าผมยอมแต่งงานกับเขมครับ”

ooooooo

การนัดเจอเอกรัฐครั้งนี้ พิมพ์ชนกอยากรู้ว่าธนาคิมตั้งเงื่อนไขการแต่งงานกับเขมจิราไว้อย่างไร เขาไม่รู้เรื่องเงื่อนไขนี้เลย ธนาคิมไม่ได้บอกอะไรกับเขาสักอย่าง พิมพ์ชนกครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะบอกเขาว่า

“คุณเอกรู้จักคุณพ่อคุณแม่ของพีทไหมคะ ช่วยพาพิมพ์ไปพบพวกท่านได้หรือเปล่า”


“คุณพิมพ์บอกว่าเคยคบไอ้พีท คุณพิมพ์ไม่รู้เหรอครับว่าพ่อแม่ของพีทไม่ได้อยู่เมืองไทย คุณนี่โกหกไม่เก่งเลยนะครับ...แต่ตอนนี้พ่อแม่ของพีทท่านเพิ่งกลับมาถึงเมืองไทยครับ ถึงเมื่อเช้านี้เอง ผมกับไอ้คิมเพิ่งไปรับที่สนามบินมา คุณพิมพ์มีอะไรกับพวกท่านเหรอครับ”

หญิงสาวได้แต่ยิ้มยังไม่ยอมตอบ ครู่ต่อมา

พิมพ์ชนกกับเอกรัฐเดินออกจากร้านอาหาร เขาขอให้เธอรอตรงนี้สักครู่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วเดินออกไป เธอเดินเล่นไปดูโน่นนี่ฆ่าเวลา ขณะเดินเรื่อยเปื่อย เธอชนเข้ากับชาคริตอย่างจัง เขมจิราเดินมาจากอีกทางเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันก็แปลกใจรู้จักกันด้วยหรือ

ชาคริตประคองพิมพ์ชนกไว้ตามนิสัยชายเจ้าชู้เห็นสาวสวยเป็นไม่ได้ถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เธอไม่เป็นอะไร ขอโทษเขาด้วยที่เดินชน เขาเองก็ขอโทษเธอเช่นกันไม่ทันมองทาง เอกรัฐกลับมาหาพิมพ์ชนกเห็นอยู่กับชาคริตก็ร้องทัก เขาเองก็แปลกใจที่เจอเอกรัฐถามว่ามาได้อย่างไร

“อ๋อ ผมมากินข้าวกับเพื่อนน่ะครับ คุณพิมพ์

นี่คุณชาคริตเป็นลูกค้าของผมครับ ส่วนนี่คุณพิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์ครับคุณชาคริต”

“พิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์ คุณนี่เอง”

พิมพ์ชนกนิ่วหน้าแปลกใจนี่เขารู้จักเธอด้วยหรือ ชาคริตไม่รู้จักแต่เคยได้ยินชื่อเธอมาก่อน บังเอิญเขาเป็นเพื่อนกับน้องสาวของเธอซึ่งมักจะชอบพูดถึงเธอให้ได้ยินบ่อยๆ

เขมจิราแอบมองสามคนอยู่ห่างๆอย่างไม่สบายใจนัก พอเห็นชาคริตเดินแยกมารีบหลบมุมรอจนเขาเดินผ่านไปแล้ว โผล่หน้าออกมาดูอีกที พิมพ์ชนกกับเอกรัฐหายไปแล้ว ชะเง้อคอมองหาก็ไม่เห็น มีเสียงชาคริตดังขึ้นทางด้านหลังว่ามองหาใครอยู่ เธอหันมอง เขาพรวดมาถึงตัวแล้ว เธอผลักเขาออกห่างไม่พอใจ

“เมื่อกี้ผมเจอพี่สาวคุณด้วยนะ พี่สาว น้องสาว หน้าสวยเหมือนกัน แต่คนหนึ่งเย็นเหมือนพระจันทร์ อีกคนร้อนแรงเหมือนพระอาทิตย์ ถ้าได้ทั้งคู่ทั้งพี่ทั้งน้องผมคงโชคดีเป็นบ้า” พูดจบชาคริตหัวเราะชอบใจ เขมจิรา ไม่ขำด้วยด่าเขาว่าไอ้บ้า แล้วขยับจะหนีแต่เขาคว้าแขนไว้

“ความจริงผมยังติดใจคุณอยู่นะ มากด้วย ผมจะให้โอกาสคุณอีกครั้ง ถ้าคืนนี้คุณไปกับผม ผมจะยอมจบด้วยดีๆ โอเครึเปล่า” ชาคริตยิ้มกวน ทีแรกเขมจิราจะด่าแต่นึกอะไรขึ้นมาได้เปลี่ยนเป็นโอบคอเขาไว้เหมือนยอมอ่อนข้อให้ ครั้นเขาตายใจเธอขึ้นเข่าเข้าเต็มกล่องดวงใจจนจุกแทบกระอักทรุดลงไปกองกับพื้น ผู้คนแถวนั้นมองเขาเป็นตาเดียวกัน ชาคริตทั้งเจ็บทั้งอาย เธอด่าเขาซ้ำให้ได้อับอายอีก

“ผู้ชายอย่างแกควรตัดตอนซะไม่น่ามีให้สืบพันธุ์ชั่วๆออกมา” ด่าเสร็จเขมจิราเดินจากไป

“ผมให้โอกาสคุณแล้วนะเขมจิรา” พูดจบชาคริต หยิบมือถือขึ้นมาเปิดคลิปแอบถ่ายเขมจิราดูอย่างแค้นจัด

ooooooo

เอกรัฐพาพิมพ์ชนกมาพบกับพ่อและแม่ของพลาทิปที่บ้านตามที่เธอร้องขอ ครั้นท่านทั้งสองได้ยินเอกรัฐแนะนำว่านี่คือพิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์ ต่างมองหน้ากันงงๆเพราะพิมพ์ชนกที่ตัวเองรู้จักไม่ได้หน้าตาแบบนี้ เธอยังไม่ทันสารภาพเรื่องพลาทิป

ธนาคิมเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน คว้าแขนเธอให้ออกไปด้วยกัน

“ไม่ค่ะ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับคุณพ่อคุณแม่ของพีท”

“แต่ผมไม่ให้คุย” ธนาคิมลากแขนเธอจะพาออกไปให้ได้ เธอสะบัดมือเขาหลุดเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าพวกท่าน สารภาพว่าเป็นต้นเหตุทำให้พลาทิปตาย ที่มาที่นี่เพื่อมาขอโทษและขออโหสิกรรมจากพวกท่าน คุณศักดิ์และคุณนารีมองหน้ากัน เริ่มเข้าใจอะไรๆ ขึ้นมาแล้ว

“ลุกขึ้นเถอะหนู ฉันไม่รู้นะว่าที่หนูทำแบบนี้เพื่ออะไรหรือเพื่อใครแต่หนูไม่ใช่พิมพ์ชนกของพีทหรอกจ้ะ”...

ในระหว่างที่ธนาคิม เอกรัฐและพิมพ์ชนกกำลังอึ้งกับคำพูดของคุณนารี ชาคริตจัดการแชร์คลิปแอบถ่ายตอนมีอะไรกับเขมจิราว่อนเน็ต แค่ไม่กี่อึดใจมียอดวิวแตะหมื่น พนักงานในห้างฯของนิติเห็นคลิปนี้พากันวิพากษ์วิจารณ์เพราะจำหน้าลูกสาวท่านประธานได้

ชาคริตเดินผ่านได้ยินเข้าก็ยิ้มสะใจ...

คุณนารีเห็นพวกหนุ่มสาวพากันงงจึงเอารูปพิมพ์ชนกของพีทในมือถือตัวเองให้ดู พร้อมกับบอกว่าคนนี้ต่างหากคือพิมพ์ชนกที่ลูกชายตนรัก พลาทิปส่งรูปนี้มาให้พ่อกับแม่ดูตอนที่พวกเขาคบกัน ธนาคิมตัดพ้อทำไมท่านไม่เห็นเคยบอกเรื่องรูปกับตนเลย คุณศักดิ์สวนทันทีบอกแล้วพีทจะฟื้นขึ้นมาไหม

“ใช่จ้ะ พ่อแม่อยากให้เรื่องนี้จบ ไม่อยากให้รื้อฟื้นอะไรขึ้นมาอีก”

พิมพ์ชนกตัดสินใจก้มกราบท่านทั้งสองขอโทษที่โกหก อ้างมีความจำเป็นต้องทำแบบนี้ ธนาคิมแดกดันไม่จนด้วยหลักฐานคงไม่ยอมรับใช่ไหม คุณนารีพอจะเดาออกว่าพิมพ์ชนกกับผู้หญิงของพีทคงรู้จักกัน เธอยอมรับว่าใช่ ผู้หญิงคนนั้นคือเขมจิราน้องสาวของเธอเอง ธนาคิมเห็นพวกท่านทำท่างงๆจึงอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่าเขมจิราเอาชื่อพี่สาวไปใช้หลอกพลาทิปทำให้เข้าใจว่าเธอชื่อพิมพ์ชนกมาตลอด

“พิมพ์กราบขอโทษแทนน้องด้วยค่ะ เขมคงไม่ได้ตั้งใจทำให้เรื่องเลวร้ายขนาดนี้”

ทั้งคุณศักดิ์และคุณนารีไม่ถือโทษโกรธอะไรใครทั้งนั้น กลับตำหนิลูกตัวเองที่ปล่อยให้ผู้หญิงคนหนึ่งมามีอำนาจเหนือชีวิต ถ้าลูกมีสติและรักตัวเองมากกว่านี้เรื่องนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ลูกก็คงไม่ตาย ธนาคิมได้ยินก็สำนึกผิดที่ปล่อยให้ความแค้นครอบงำจิตใจจนทำให้ใครต่อใครเดือดร้อน...

เอกรัฐแยกตัวมานั่งเล่นมือถือฆ่าเวลา เจอคลิปหลุดของเขมจิราแชร์ว่อนเน็ตก็ตกใจ วิ่งกระหืดกระหอบเอามาให้ทุกคนดู...

ทิพย์อาภาเห็นคลิปฉาวนี้เช่นกันถึงกับกรีดร้องลั่นบ้านรับไม่ได้ นิติได้ยินเสียงร้องรีบวิ่งไปดู เธอคร่ำครวญว่านั่นไม่ใช่เขมจิราของตนแล้วเป็นลมล้มฟุบ เขารีบประคองแทบไม่ทัน หยิบมือถือของเธอขึ้นมาดู เห็นคลิปลูกสาวแทบทรุดตามเธอไปอีกคนหนึ่ง...

กอบแก้วเห็นคลิปนี้เช่นกันรีบเอาไปให้อานนท์กับริสาดู ทั้งคู่ตกใจมาก

 ooooooo

คลิปฉาวทำให้เขมจิราดังในชั่วพริบตา เดินเข้าไปในผับซึ่งนัดเพื่อนๆไว้ นักเที่ยวมองเธอเป็นตาเดียวกัน เจ้าตัวยังไม่รู้เรื่องทั้งหงุดหงิดทั้งงุนงงที่ถูกจ้องมอง รีบเดินไปนั่งโต๊ะกับเพื่อนๆ บ่นอุบจะมองอะไรนักหนา เพื่อนร้องทักนี่ยังจะกล้าออกมาอีกหรือ

“ถามอะไรของแกเนี่ย อยากมีเรื่องหรือ” เขมจิราโวย

“แสดงว่าแกยังไม่เห็นคลิปใช่ไหม”

ครั้นเขมจิราเห็นคลิปฉาวที่ตัวเองกำลังร่วมรักกับชาคริตอีกทั้งใช้ชื่อว่าพิมพ์ชนกก็ช็อก กรีดร้องเสียงดังสนั่นผับแทบแตก...

ทางด้านธนาคิมกับเอกรัฐไม่รอช้าขอยืมคอมพิวเตอร์ ของคุณศักดิ์ไล่ลบคลิปฉาวของเขมจิราออกจากเน็ต

ธนาคิมย้ำกับเอกรัฐหากเว็บไหนไม่ยอมลบหรือมีคนแชร์คลิป ให้เก็บรายละเอียดแจ้งความให้หมด คุณนารี เห็นพิมพ์ชนกยืนหน้าซีดทำอะไรไม่ถูกก็สงสารเข้าไปปลอบให้ทำใจดีๆ เธอตั้งสติได้ขอตัวกลับก่อน ธนาคิม ถามว่าจะไปไหน เธอเป็นห่วงน้องจะกลับบ้าน เขาเป็นห่วงเขมจิราเช่นกันขอไปด้วย ฝากเอกรัฐจัดการเรื่องนี้ให้

“เอ่อ ไม่ต้องห่วง จัดการให้เอง”

ธนาคิมไหว้ลาคุณศักดิ์กับคุณนารีแล้วพาพิมพ์ชนกออกไป จากนั้นไม่นานพิมพ์ชนกกับธนาคิมมาถึงบ้านสุวรรณเวศน์ เจอนิติเพิ่งกลับมาจากข้างนอกพอดี เธอถามถึงน้องว่าอยู่ไหน ท่านยังติดต่อน้องไม่ได้เลย มือถือก็ไม่ยอมรับสาย นี่ท่านเพิ่งกลับจากไปแจ้งความมา

“โธ่ เขม...พิมพ์เป็นห่วงน้องจังค่ะ ไม่รู้ป่านนี้ไปอยู่ที่ไหน”...

คนที่พิมพ์ชนกถามหาเดินเหมือนคนไร้สติไปกลางสะพานข้ามแม่น้ำ ตั้งใจจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอด ขณะกำลังปีนราวสะพานคำพูดของทิพย์อาภา ดังขึ้นมาในความคิด

“เขมฟังแม่นะคะ ตั้งแต่มีลูกเกิดขึ้นมาในนี้ ในใจของแม่ก็มีแต่เขม แม่ไม่เคยคิดถึงคนอื่น แม้แต่ตัวเอง เขม...แม่บอกกับตัวเองแม่จะทำทุกอย่าง ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เขมมีความสุขเพราะลูกคือที่สุดในชีวิตของแม่” คำพูดของแม่ฉุดรั้งให้เขมจิราได้สติคืนมา

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงน้อง พิมพ์ชนกไม่หลับไม่นอน กดโทรศัพท์หาน้องไม่หยุด ขณะที่ธนาคิม แอ๋วและลูกชิ้นนั่งหลับตามมุมต่างๆของห้องรับแขก มีเพียงเสียงให้ฝากข้อความแต่ไม่มีใครรับสาย

เขมจิราที่ไม่หลับไม่นอน เดินกลับมาที่รถซึ่งจอดอยู่ในโกดังใกล้ๆ เห็นมือถือวางอยู่ที่เบาะรถหยิบขึ้นมากดเปิดเครื่อง เป็นจังหวะเดียวกับพิมพ์ชนกโทร.เข้ามาพอดี เธอตัดสินใจรับสาย พิมพ์ชนกดีใจมากซักว่าอยู่ไหนทุกคนเป็นห่วงน้องมาก เธอไม่รู้เหมือนกันขับรถมาเรื่อยๆไม่รู้มาโผล่ที่ไหน

“เขม...เขมมีอะไรกลับมาคุยกันที่บ้านดีไหมจ๊ะ คุณพ่อคุณน้าทิพย์ คุณปู่คุณย่าพี่และทุกคนเป็นห่วงเขม มากนะ” พิมพ์ชนกพยายามเกลี้ยกล่อม เขมจิราอ้างว่าขับรถไม่ไหวไม่ได้นอนทั้งคืน พิมพ์ชนกบอกให้เธอแชร์โลเกชันมาเดี๋ยวตนจะไปรับ เธอทำตามที่พี่สาวบอกแบบเบลอๆแล้ววางสายนั่งซึม...

เมื่อได้โลเกชันจากน้อง พิมพ์ชนกหันไปทางธนาคิม เห็นหลับสนิท รวมทั้งลูกชิ้นและแอ๋วก็เกรงใจเพราะรู้ว่าทุกคนเพิ่งจะได้หลับกัน ตัดสินใจไปรับน้องตามลำพัง ไม่นานนัก พิมพ์ชนกมาถึงโกดังเก็บตู้คอนเทนเนอร์ตามที่น้องแชร์โลเกชันมาให้ แต่ไม่เจอใคร ไม่เห็นรถของเขมจิราจอดอยู่ จึงลงจากรถเดินหา เขมจิราจอดรถ

ซุ่มอยู่อีกมุมหนึ่ง จ้องไปยังพี่สาวต่างมารดาที่เดินหาตัวเองอยู่ นึกถึงตอนที่พี่คุยกับชาคริตโรคหลงผิดกำเริบอีก

“พวกแกร่วมมือกันแน่ๆ แกร่วมมือกับไอ้ชาคริต ทำร้ายฉัน แกคิดจะแก้แค้นเอาคืนที่ฉันใช้ชื่อแกใช่ไหม”

พิมพ์ชนกโทร.หาน้องถามว่าอยู่ไหน ตอนนี้ตนมาถึงแล้ว เขมจิราจ้องพี่สาวที่ยืนอยู่อย่างเคืองแค้น

“เพราะแกคนเดียวนังพิมพ์ แกทำลายชีวิตฉันเพราะแก ฉันเกลียดแก ถ้าโลกนี้มีฉันต้องไม่มีแก”

“เขมฟังพี่ก่อน ตอนนี้เขมอยู่ไหน เขมๆ” พิมพ์ชนกพยายามจะดึงสติน้องแต่เธอวางสายไปเสียก่อน

ทันใดนั้นมีเสียงเร่งเครื่องรถดังขึ้น พิมพ์ชนกหันมองตามเสียงเห็นเขมจิราขับรถพุ่งเข้าหาหวังจะชนศัตรูคู่อริให้ตาย พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของเขมจิรา ตอนนั้นทั้งคู่เป็นแค่เด็กหญิงตัวน้อย ตีเทนนิส แบบงูๆปลาๆกันอย่างสนุกสนาน เขมจิรายังนึกถึงสิ่งดีๆ ที่พี่สาวเคยทำให้ สิ่งเหล่านั้นแสดงออกอย่างชัดแจ้งว่าพิมพ์ชนกรักและยอมเธอมาตลอด

ด้านพิมพ์ชนกไม่คิดจะหนี ยอมตายเพื่อน้องค่อยๆหลับตาลง เขมจิรากำลังจะขับรถชนพี่สาว แต่คำพูดและการกระทำที่พี่ทำให้ ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายสายใยพี่น้องที่ตัดไม่ขาดปลุกสติของเขมจิราขึ้นมาเห็นพิมพ์ชนกยืนนิ่งไม่ยอมหนี ตัดสินใจหักพวงมาลัยหลบ รถเฉียดเธอไปเส้นยาแดงผ่าแปด พุ่งชนตู้คอนเทนเนอร์เสียงดังสนั่น พิมพ์ชนกตกใจลืมตาขึ้นมอง เห็นรถของน้องพังยับรีบวิ่งไปดู...

เหมือนมีลางสื่อถึงกัน อยู่ๆมือของอารีย์ที่ถือถ้วยกาแฟอ่อนแรง ถ้วยตกพื้นแตกกระจาย เธอใจคอไม่ดีเกรงจะมีเรื่อง พงษ์ต้องปลอบว่าไม่มีอะไร เมื่อคืนเธอนอนไม่พอมือไม้เลยไม่มีแรง

“เป็นห่วงเขมค่ะ”

จังหวะนั้นมีเสียงทิพย์อาภาเรียกหาเขมจิราดังขึ้น ก่อนตัวจะเดินตามเข้ามาถามท่านทั้งสองว่าลูกของตนกลับมาหรือยัง พงษ์ส่ายหน้านี่พิมพ์ชนกก็มาหายไปอีกคน เห็นทิ้งโน้ตไว้ว่ารู้ที่อยู่ของเขมจิราแล้วกำลังไปรับกลับ ตอนนี้นิติกับธนาคิมก็เลยออกไปตาม ทิพย์อาภาฉีกยิ้มกว้าง

“เขม...เขมจะกลับบ้านแล้วใช่ไหมลูก” ทิพย์อาภาดีใจโดยไม่รู้ว่าเกิดเรื่องร้ายแรงกับเขมจิรา...

สภาพรถที่ชนอัดกับตู้คอนเทนเนอร์คล้ายกับรถของพลาทิปที่ชนอัดกับเสาไฟฟ้าไม่มีผิดเพี้ยน เหมือนเป็นกงเกวียนกำเกวียน พิมพ์ชนกพยายามดึงประตูรถเพื่อจะช่วยน้องที่ตัวอาบไปด้วยเลือดออกมาอย่างยากลำบาก สุดท้ายก็เปิดประตูได้ ถามว่าเจ็บตรงไหนบ้างให้บอกมา เขมจิราพึมพำทำไมพี่ถึงต้องเกลียดเธอด้วย

“ไม่...ไม่นะ พี่ไม่เคยเกลียดเขม” พิมพ์ชนกส่ายหน้า ทั้งน้ำตา แต่เหมือนเขมจิราจะไม่ได้ยิน

“ทำไมพิมพ์ถึงไม่รักเขมบ้าง เขมอยากให้พิมพ์รักเขมนะ อย่าเกลียดเขมเลยนะพิมพ์” พูดได้แค่นั้น

เขมจิราค่อยๆหมดสติ พิมพ์ชนกตกใจร้องไห้โฮ นิติกับธนาคิมตามมาสมทบเห็นสภาพเขมจิราก็ตกใจไม่แพ้กัน

ooooooo

ผ่านไปหลายวันกว่าเขมจิราจะฟื้นจากโคม่า แม้ร่างกายจะบอบช้ำไม่มากแต่จิตใจกลับบอบช้ำหนัก เธอสับสนไปหมดเห็นทิพย์อาภาเป็นพิมพ์ชนก ส่วนพิมพ์ชนกกลายเป็นแม่ตัวเอง ทิพย์อาภาจะเข้ามากอดดีใจที่ลูกฟื้น เธอกลับปัดมือออกเพราะเห็นเป็นพิมพ์ชนก แถมไล่ตะเพิดไปให้พ้น

“เขม นี่แม่ไงคะ แม่...” ทิพย์อาภายังไม่ยอมแพ้พยายามพูดให้ลูกได้สติ เธอกลับส่ายหน้าว่าไม่ใช่ ส่งเสียงเรียกแม่อยู่ไหนพร้อมกับกวาดตามองไปรอบๆจนสายตาไปหยุดที่พิมพ์ชนก โผกอดร้องเรียกแม่ลั่น “แม่ พิมพ์มันแกล้งเขม มันแย่งของเขมไปอีกแล้วแม่”

“เขมลูก ตั้งสติหน่อยนี่พี่พิมพ์ไม่ใช่แม่” คำพูดของนิติไม่ได้ทำให้เขมจิราสนใจยังคงกอดพิมพ์ชนกที่คิดว่าเป็นแม่ไว้แน่น ทิพย์อาภามองลูกที่มองมาทางตัวเองด้วยสายตาหวาดกลัวแล้วปวดใจสุดๆ...

อาการทางจิตของเขมจิราน่าเป็นห่วง เธอจึงถูกส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลจิตเวช จิตแพทย์ตรวจดูอาการของเธอแล้วรับไว้ให้อยู่ในความดูแล พยาบาลต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แต่เธอไม่ยอมเอาแต่ร้องหาแม่ซึ่งก็คือพิมพ์ชนกต้องเข้าไปช่วยปลอบ เขมจิราถึงได้หยุดดื้อหยุดร้อง จิตแพทย์หันมาแจ้งกับนิติและทิพย์อาภา

“คนไข้ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ในระยะนี้คงต้องให้อยู่ที่นี่ก่อนนะครับ”...

หลังจากเขมจิราถูกพาตัวเข้าห้องพักฟื้นผู้ป่วยไม่นาน ธนาคิมกับเอกรัฐแวะมาพบกับนิติเพื่อรายงานเกี่ยวกับคดีของเขมจิราว่าจัดการกับเว็บไซต์ต่างๆเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้คลิปฉาวนั่นหยุดแชร์แล้ว ส่วนคนที่แชร์โดยเฉพาะที่เอาคลิปมาเผยแพร่ก็ต้องถูกตำรวจจับดำเนินคดี นิติพยักหน้ารับรู้

เป็นอย่างที่เอกรัฐกับธนาคิมรายงานกับนิติ ชาคริตถูกตำรวจรวบตัวได้กลางห้างฯหรูขณะกำลังควงสาวรายใหม่ คนถูกจับถึงกับหน้าถอดสี...

นิติขอบใจทั้งเอกรัฐและธนาคิมที่ช่วยเหลือ ธนาคิมยินดีช่วยด้วยความเต็มใจถือเป็นการไถ่โทษที่เคยทำผิดไว้กับเขมจิรา นิติไม่พูดอะไรอีกเดินจากไป ธนาคิมมองตามรู้ว่าท่านยังไม่หายโกรธกับสิ่งที่ตัวเองทำไว้ เอกรัฐ

ปลอบว่าบางเรื่องคงต้องใช้เวลา จะให้อยู่ๆท่านรู้สึกดีกับเราทันทีคงเป็นไปไม่ได้

“เออ ฉันรู้ ฉันเองก็ทำอะไรไว้กับครอบครัวเขาเยอะ ไม่รู้เขมเป็นอย่างไรบ้างนะจะขอเข้าเยี่ยมก็ถูกห้าม”

“ดีแล้วล่ะ เวลานี้ควรให้ครอบครัวเขาดูแลกันเองก่อนดีกว่า”...

ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย เขมจิรายังสับสนในจิตใจเห็นแม่ที่อุตส่าห์มาเฝ้าไข้เป็นพิมพ์ชนก เข้าไปบีบคอหวังจะให้ตายคามือ โชคดีที่พิมพ์ชนกเข้ามาดึงเธอออกจากทิพย์อาภาได้ทัน

“แม่ เขมไม่ได้ตั้งใจนะแม่ พิมพ์ไม่รักเขม พิมพ์ไม่รักเขม ไม่มีใครรักเขมเพราะพิมพ์...พิมพ์เกลียดเขมแม่”

“เขม พิมพ์ไม่ได้เกลียดเขมนะ พิมพ์ไม่เคยเกลียดเขมเลย เขมเป็นน้องคนเดียวที่พิมพ์มี พิมพ์จะเกลียดเขมได้อย่างไร” คำพูดของพิมพ์ชนกทำให้เขมจิราสงบลงได้ ทิพย์อาภามองอึ้ง...

ทิพย์อาภาหลบมานั่งร้องไห้เสียใจอยู่คนเดียวที่สวนหย่อมของโรงพยาบาล รู้สึกผิดต่อพิมพ์ชนกที่ตัวเองคอยเสี้ยมให้เขมจิราเชื่อว่าเธอเกลียดน้องตั้งแต่เล็กจนโต นิติที่ตามหาเธออยู่เห็นนั่งร้องไห้ก็เข้ามาปลอบ

 “ลูกอยู่กับหมอแล้วเดี๋ยวลูกก็หาย อย่าคิดมากเลยคุณ”

เธอพยักหน้า แล้วถามนิติทั้งน้ำตาว่าแม่ที่ดีเป็นอย่างไรหรือ “ตลอดเวลาฉันคิดว่าตัวเองเป็นแม่ที่ดีแล้ว แต่ฉันเพิ่งมารู้ตัวเดี๋ยวนี้เองว่าฉันไม่ได้เป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบอย่างที่ฉันคิด ฉันเป็นแค่แม่แย่ๆที่รังแกลูก ทำร้ายลูกตัวเอง ฉันทำให้ลูกเป็นแบบนี้ ฉันผิดเอง...ฉันผิดเองค่ะคุณนิติ ฉันขอโทษ” พูดจบทิพย์อาภาร้องไห้โฮ

“ไม่ใช่ความผิดของคุณคนเดียวหรอกนะคุณทิพย์ ผมเองก็มีส่วนผิด ผมดึงคุณเข้ามาอยู่ในวังวนของความทุกข์ ผมเองก็ผิดที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้ ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวที่ทำให้เขมเป็นแบบนี้ ผมก็มีส่วน นิสัยของคนมาจากครอบครัวมาจากสิ่งแวดล้อมมาจากคนที่อยู่รอบๆตัว เราทุกคนต่างทำให้เขมเป็นแบบนี้ คุณทิพย์ เราต้องช่วยกันทำให้เขมเป็นคนใหม่ ทำให้ลูกเป็นคนที่มีความสุขในชีวิต เรามาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันนะ”

“ค่ะคุณนิติ” ทิพย์อาภาพูดจบโผกอดนิติซึ่งกอดเธอตอบ

ooooooo

เขมจิราอาการดีขึ้น จิตแพทย์อนุญาตให้กลับมาพักฟื้นต่อที่บ้านได้ น่าเศร้าที่เธอจำใครไม่ได้เลยแถมกลัวคุณปู่คุณย่าและพ่อตัวเองอีกด้วย โผกอดพิมพ์ชนกที่คิดว่าเป็นแม่ไว้แน่น

“แม่ เขมกลัว ไม่มีใครรักเขมเลย คุณพ่อก็ไม่รักเขมคุณปู่คุณย่าก็ไม่รักเขม พิมพ์ก็ไม่รักเขม...เขมกลัว”

ทั้งนิติ พงษ์และอารีย์ต่างพูดไปในทำนองเดียวกันว่าทุกคนรักเขมจิรา ทิพย์อาภาทนไม่ไหวปิดหน้าร้องไห้ ขอโทษทุกคนด้วย เธอผิดเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี อารีย์ปลอบว่าไม่เป็นไร เรามาค่อยๆให้ความรักเขมจิรากันใหม่ก็ได้ พงษ์เองเชื่อว่าสักวันความรักของพวกเราจะทำให้หลานหายดี...

นิติรู้ข่าวพิมพ์ชนกจะไปลาออกจากโรงพยาบาลเพื่อมาอยู่ดูแลน้องก็เรียกมาถามไถ่ว่าคิดดีแล้วหรือที่จะทำแบบนั้น เธอคิดดีแล้ว เวลานี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่าเขมจิราอีกแล้ว เขาขอบใจเธอมากที่รักและอยู่เคียงข้างน้อง ทิพย์อาภาหลบมุมแอบฟังอยู่ตั้งแต่แรกรู้สึกผิดต่อลูกเลี้ยงมาก

“เขมเป็นน้องของพิมพ์นี่คะ พิมพ์อาจจะไม่ชอบสิ่งที่เป็นเขม แต่พิมพ์รักเขมค่ะ พิมพ์ยังยืนยันคำเดิมไม่ว่ายังไงพิมพ์จะไม่ทิ้งน้องเด็ดขาด”

“พ่อภูมิใจในตัวลูกมากนะ” พูดจบนิติผละจากไป พิมพ์ชนกหันหลังจะเดินไปอีกทางต้องชะงักเมื่อเจอทิพย์อาภายืนจ้องอยู่ไม่ใช่เพื่อหาเรื่องเหมือนที่ผ่านๆมาแต่เพื่อขอโทษที่เคยทำร้ายเธอทำให้เธอต้องเสียใจ เมื่อก่อนตนคิดว่าคนที่ยอมคนอื่นคือคนขี้แพ้ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย คนที่ยอมต่างหากคือคนชนะ

“ความดีของเธอเปลี่ยนความคิดของฉันแล้วขอโทษ นะพิมพ์ชนก ขอโทษสำหรับทุกอย่างขอโทษจริงๆ”

“พิมพ์ไม่เคยโกรธคุณน้าเลยค่ะ”

“ขอบใจมาก ขอบใจจริงๆ” ทิพย์อาภาดึงพิมพ์ชนก มากอด ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด...

ธนาคิมรู้ข่าวเขมจิรากลับมาพักฟื้นที่บ้านก็แวะมาเยี่ยมถึงห้องนอน เจอพิมพ์ชนกเฝ้าไข้อยู่กับทิพย์อาภา ต่างคนต่างชะงักคิดถึงเหลือเกินแต่ต้องหักห้ามใจ เขาเห็นเขมจิราหลับอยู่ถามทิพย์อาภาว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าดีขึ้นหมอก็เลยให้กลับมาบ้านได้ เขมจิรารู้สึกตัวตื่นขึ้นมองเขาสีหน้างุนงง ทิพย์อาภารู้ว่าลูกจำเขาไม่ได้จึงบอกว่าพี่คิมมาหาหวังจะเตือนความจำให้ แต่เธอมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า เขาจับมือเธอมากุม

“เขมจ๊ะ เขมต้องรีบหายนะ เขมหายแล้วเราจะแต่งงานกันนะครับ พี่จะทำตามสัญญา เราจะแต่งงานกัน”

ทิพย์อาภาปล่อยโฮ เขมจิราเห็นก็เข้าไปปลอบ “พิมพ์...พิมพ์ร้องไห้ทำไม อย่าร้องนะ โอ๋ๆ อย่าร้อง”

ยิ่งปลอบทิพย์อาภายิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่า...

เยี่ยมเสร็จ ธนาคิมขอตัวกลับก่อน พิมพ์ชนกตามมาส่ง ระหว่างเดินมาที่รถทั้งคู่พูดอะไรไม่ออก มันจุกอกไปหมด สุดท้ายเขาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบด้วยการตัดพ้อว่าสำหรับเขาแล้ว เจ็บยิ่งกว่าตายจากกันคือการรักกันไม่ได้ ทำไมเราต้องเป็นแบบนี้ด้วย เธอปลอบเขาทั้งน้ำตา

“ถึงเราจะรักกันไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราไม่ได้รักกันนะคะ”

“ชีวิตนี้ผมเป็นของคุณ หัวใจผมเป็นของคุณ ผมทำทั้งหมดเพราะรักคุณ คุณรู้ใช่ไหมพิมพ์ชนก คุณรู้ใช่ไหม”

พิมพ์ชนกพยักหน้ารับคำ ขอบคุณเขามากสำหรับทุกอย่าง เขาบอกลาเธอแล้วเดินจากไป เธอมองตามเจ็บปวดใจ ก่อนจะตัดใจหันหลังกลับเข้าตัวบ้าน...

ทุกคนในบ้านทำตามที่จิตแพทย์แนะนำ ใช้ความรักเป็นเครื่องเยียวยารักษาจิตใจเขมจิรา วันนี้ก็เช่นกัน ระหว่างที่เขมจิรานั่งเล่นอยู่กับคุณปู่คุณย่าและพ่อ พวกท่านคอยลูบหัวลูบหู บอกรักเธอบ่อยครั้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ พิมพ์ชนกเดินเข้ามาเห็นเขมจิราเริ่มอยู่กับพวกท่านได้ก็ยิ้มพอใจ

“เขมเริ่มไม่กลัวคุณพ่อ คุณปู่ คุณย่าแล้วนะคะ”

พงษ์และอารีย์ต่างยิ้มรับ นิติหันไปบอกรักเขมจิราอีกครั้ง ย้ำว่าทุกคนรักเธอ เขมจิราหันไปเห็นพิมพ์ชนกร้องเรียกแม่แล้วโผกอด เธอบอกกับน้องว่าพิมพ์ก็รักเขมเช่นกัน และจะพูดแบบนี้กับน้องทุกวันจนกว่าน้องจะจำเธอได้ แล้วลูบผมน้องด้วยความรัก “พี่จะใช้ความรักของพี่รักษาเขม สักวันหนึ่งเขมจะหายนะ”

นิติ พงษ์และอารีย์มองสองพี่น้องกอดกันแล้วน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งใจ...

ขณะที่บรรยากาศในบ้านสุวรรณเวศน์เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ ความสัมพันธ์ระหว่างอานนท์กับริสาก็ดีขึ้นเช่นกัน ทั้งคู่เดินจับมือกันมาตามทางไปหอพักพยาบาล เรื่องที่คุยกันไม่พ้นเรื่องของเขมจิรา ริสาตั้งข้อสังเกต ความจริงแล้วเขมจิราคงไม่ได้เกลียดพิมพ์ชนกอย่างที่ปากพูด ลึกๆเธอต้องการความรักจากพี่สาว แต่ถูกเสี้ยมสอนว่าพี่สาวไม่รัก พี่สาวเกลียดตัวเองเลยทำให้เธอเสียใจมากกว่าจะเกลียด

“อืม ก็อาจจะจริงนะครับ ความเสียใจทำให้เขมคิดว่าตัวเองเกลียดพิมพ์ แต่จริงๆมันคือความรัก”

“หมอว่าพิมพ์จะทำให้เขมหายป่วยได้ไหมคะ”

อานนท์เชื่อว่าความรักชนะทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ดีขึ้นได้เสมอ ริสากระเซ้าตอบได้โลกสวยมากเขาปฏิเสธว่าไม่ใช่พวกโลกสวยแต่พูดจากประสบการณ์จริงที่พิสูจน์ได้แล้วต่างหาก เธองงพิสูจน์อย่างไร

“ก็ดูอย่างหมอสิ ตอนนี้หมอได้เดินจับมือคุณแล้วนะ ความรักของหมอเอาชนะใจคุณได้อีกก้าวหนึ่งแล้ว”

ริสาก้มมองเห็นอานนท์กุมมือตัวเองอยู่ก็เขินรีบชักมือกลับ ว่าเขาว่าฉวยโอกาส เขาถึงกับร้องอ้าวเดินจับมือกันมาตั้งนานทำไมเพิ่งมาดุกัน ริสาเขินมากเดินหนีไปเลย

ooooooo

1 ปีผ่านไป...

ความรักชนะทุกอย่างได้จริงๆ เหมือนที่อานนท์เคยพูดไว้ เขมจิรากลับมามีสติเหมือนเดิม จำทุกคนได้จำพิมพ์ชนกได้แม่นยำไม่เอาไปสลับกับแม่ตัวเอง

ทิพย์อาภาดีใจมากโผกอดลูกไว้...

เขมจิราบอกข่าวดีนี้ให้พ่อกับคุณปู่และคุณย่าทราบอีกด้วย นิติดึงเธอมากอดดีใจที่สุดที่ลูกกลับมาเป็นปกติ พงษ์กับอารีย์ก็ดีใจเช่นกัน เขมจิราหันไปกอดท่านทั้งสองคน แล้วเดินไปหาพิมพ์ชนกยกมือไหว้ขอโทษสำหรับสิ่งที่เคยทำไม่ดีไว้กับพี่สาวแล้วจะก้มกราบ พิมพ์ชนกรีบดึงน้องมากอด บอกว่าไม่ต้องกราบไม่ต้องขอโทษ แค่น้องหายดีก็พอแล้วสำหรับตน

“ไม่ได้ พี่พิมพ์ให้เขมทำเถอะนะ แค่กราบมันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่พี่พิมพ์ทำให้เขม” พูดจบเขมจิรากราบแทบเท้าพี่สาว ทุกคนพากันน้ำตาซึม “เขมมันเลว ทั้งๆที่พี่พิมพ์ทำทุกอย่างเพื่อเขมมาตลอด แต่เขมกลับมองไม่เห็นความรักของพี่พิมพ์ เขมเสียใจ พี่พิมพ์ยกโทษให้เขมด้วยนะ”

“พี่ไม่เคยโกรธเขมเลย ไม่เคยโกรธ เขมรู้แล้วใช่ไหมว่าพี่รักเขม รักเขมมากๆนะ”

“เขมก็รักพี่พิมพ์นะ รักมาตลอด” สองพี่น้องกอดกันกลม พงษ์บอกกับอารีย์ไม่นึกว่าก่อนตายจะได้มีโอกาสเห็นภาพนี้ ดีใจที่สุดในชีวิต เหมือนความรู้สึกผิดในใจของตนหายไปหมด แล้วถามเธอว่ารู้สึกอย่างไร เธอดีใจจนพูดไม่ออก นิติหันมาจับมือทิพย์อาภาถามว่าสบายใจแล้วใช่ไหม

“ยังหรอกค่ะ ยังเหลืออีกคนที่ฉันเป็นห่วง” ทิพย์อาภานึกถึงธนาคิมขึ้นมา

ooooooo

ธนาคิมหลบไปใช้ชีวิตชิลด์ๆที่บ้านในจังหวัดอยุธยาตั้งแต่ไปเยี่ยมเขมจิราครั้งสุดท้าย ทำงานกับคอมพิวเตอร์แล้วส่งไปให้เอกรัฐซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯจากนั้นก็วิดีโอคอลไปแจ้งว่าส่งงานไปให้แล้วอย่าลืมดู เอกรัฐแจ้งข่าวดีให้เขาทราบว่าเขมจิราหายป่วยแล้ว

“จริงเหรอวะ พิมพ์คงดีใจมาก แล้วเขาเป็นอย่างไรบ้าง แกรู้ข่าวบ้างไหม”

“คุณพิมพ์เหรอวะ ฉันไม่ได้เจอเลยว่ะ...เฮ้ยไอ้คิมเพิ่งนึกได้ฉันมีนัด แค่นี้ก่อนนะ” เอกรัฐรีบวางสาย

ธนาคิมพูดถึงหญิงคนรักแล้วอดคิดถึงไม่ได้ มองไปในบ้านเห็นภาพความทรงจำต่างๆที่เคยมีร่วมกัน เดินหนีไปที่ครัวหวังจะให้ลืม กลับยิ่งคิดถึงตอนที่ช่วยกันทำคัพเค้ก คิดถึงตอนที่จูบกับเธอ

“ผมคิดถึงคุณนะ...พิมพ์” พูดจบธนาคิมกลับไปที่ห้องรับแขกอีกครั้ง ต้องชะงักเมื่อเจอเขมจิราในชุดนุ่งขาวห่มขาวยืนยิ้มอยู่ ที่เธอมาที่นี่เพื่อมาทวงสัญญาเรื่องแต่งงาน เขาถึงกับอึ้ง...

พิมพ์ชนกเองก็ย้ายไปเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลที่ต่างจังหวัด ด้วยความที่คนไข้เยอะแต่พยาบาลมีจำกัด เธอจึงทำงานหัวฟูวิ่งวุ่นไปหมด วันนี้ริสากับอานนท์แวะมาเยี่ยม ทั้งสองฝ่ายต่างดีใจมากเพราะไม่ได้เจอกันมานาน ครั้นออกเวร พิมพ์ชนกชวนริสากับอานนท์ไปหาอะไรกินกันที่ร้านอาหารในตัวเมือง

ริสาถามสารทุกข์สุกดิบของเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง เหนื่อยไหมที่ต้องมาทำงานโรงพยาบาลรัฐ คนไข้คงเยอะน่าดู เธอยอมรับว่าเหนื่อยแต่ก็มีความสุข ตั้งใจมานานที่จะทำแบบนี้ ตอนนี้เธอได้ทำตามความฝันแล้ว ริสาดีใจด้วยที่เห็นเธอมีความสุขสักที แต่อยากให้เธอมีความสุขกว่านี้

“แค่นี้พิมพ์ก็มีความสุขมากแล้วค่ะพี่ริสา ได้ทำงานที่รัก เสาร์อาทิตย์กลับบ้านไปเจอทุกคนพร้อมหน้า ทั้งคุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ คุณน้าทิพย์แล้วก็เขม ตอนนี้พิมพ์มีความสุขสุดๆเลยล่ะค่ะ”

“พิมพ์ลืมคุณธนาคิมไปหรือเปล่าครับ” อานนท์ทักท้วง พิมพ์ชนกหยุดกึก อีกหน่อยธนาคิมจะมาเป็นคนในครอบครัวของเธอแล้ว เขมจิราเป็นคนน่ารัก เธอเชื่อว่าธนาคิมจะรักน้องของเธอได้ไม่ยาก

“อืม พรุ่งนี้เสาร์อาทิตย์แล้ว พิมพ์กลับบ้านน่ะสิ กลับพร้อมพวกเราเลยดีไหม”

“อาทิตย์นี้พิมพ์ไม่ได้กลับค่ะ พอดีทุกคนจะไปปฏิบัติธรรมกันไม่มีใครอยู่บ้าน พิมพ์เลยได้พัก”

“เหรอ งั้นก็ดีเลย” ริสาเผลอหลุดปาก อานนท์มองหน้าอย่างปรามๆ พิมพ์ชนกงงดีอะไรหรือ ริสาโกหกว่าดีที่เธอจะได้พักผ่อน พิมพ์ชนกไม่ติดใจสงสัยอะไร ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน อานนท์รอจนเธอไปแล้วจึงตำหนิริสาที่เผลอหลุดปากเกือบถูกเธอจับพิรุธได้ ริสายิ้มแหยๆแล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาทิพย์อาภา...

พิมพ์ชนกออกจากห้องน้ำจะกลับไปโต๊ะ ตอนที่ทิพย์อาภาในชุดขาวจะไปปฏิบัติธรรมโทร.มาหลอกว่าเขมจิราไปหาธนาคิมที่บ้านในอยุธยาแล้วอาการกำเริบขึ้นมาอีก ให้เธอรีบไปช่วยน้องหน่อย แล้วเจอกันที่นั่น เธอเดินมาถึงโต๊ะพอดี แจ้งกับริสาและอานนท์ว่าต้องขอตัวไปดูน้องก่อน พอดีน้องอาการกำเริบ แล้วเร่งฝีเท้าออกไป ทั้งคู่มองตามโล่งอกที่เธอไม่ติดใจสงสัยอะไร...

กว่าพิมพ์ชนกจะมาถึงบ้านธนาคิมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เธอไม่เจอเขมจิราตัวเป็นๆแต่น้องถ่ายวิดีโอทิ้งไว้ให้โดยฝีมือธนาคิม ใจความในวิดีโอสรุปคร่าวๆว่าเขมจิราขอให้พิมพ์ชนกคิดถึงตัวเองบ้าง ไม่ต้องทำอะไรเพื่อตนอีกแล้ว ไม่ต้องห่วงว่าตนจะเสียใจ ตอนนี้ตนมีความสุขที่ได้รับความรักจากทุกคน ซึ่งเป็นความรักที่ตนต้องการมาตลอด ตนไม่ต้องการความรักแบบอื่นอีกแล้ว ดังนั้นตนจะคืนพี่คิมให้เธอ

พิมพ์ชนกรู้ทันทีว่าโดนหลอกหันหลังจะกลับเจอธนาคิมขวางไว้ เธองอนที่ถูกหลอก จึงเดินหนี เขาคว้าตัวไว้ไม่ยอมให้เธอทิ้งเขาไปไหนอีก เธอต่อว่าว่านี่เป็นแผนของเขาใช่ไหม เขาส่ายหน้าเป็นของเขมจิราต่างหาก

“คุณผิดสัญญา คุณบอกถ้าฉันยกโทษให้คุณจะแต่งงานกับเขมไง”

“ผมไม่ได้ผิดสัญญานะครับ แต่เขมไม่อยากแต่งกับผมเอง” พูดจบธนาคิมเล่าถึงตอนที่เขมจิรามาหาก่อนจะไปปฏิบัติธรรมกับพ่อแม่และคุณปู่คุณย่า เธอมาบอกว่าไม่อยากแต่งงานกับเขาแล้ว เขาสัญญาไว้กับใครก็ให้ไปแต่งกับคนนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงไม่ได้ทำผิดสัญญา ในเมื่อเขมจิราเปิดทางให้ ธนาคิมจึงขอพิมพ์ชนกแต่งงาน จากนั้นทั้งคู่เดินจับมือกันไปที่สนามหน้าบ้าน มองพระจันทร์ดวงโตสวยบนท้องฟ้าด้วยกัน

“พิมพ์ ก่อนหน้านี้ผมเหมือนคนตาบอดที่หลงทางอยู่ในด้านมืดของพระจันทร์มานานมาก แต่เพราะความดีของคุณทำให้ผมตาสว่าง วันนี้ผมถึงได้เห็นด้านที่สวยงามของพระจันทร์ดวงนี้จริงๆสักที...ผมรักคุณพิมพ์”

“พิมพ์ก็รักคุณค่ะ”

ธนาคิมดึงพิมพ์ชนกมากอด ก่อนจะค่อยๆก้มลงจุมพิตด้วยความรักเต็มหัวใจ

ooooooo

–อวสาน–


ละครหลงเงาจันทร์ ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านหลงเงาจันทร์ ติดตามหลงเงาจันทร์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร, แซมมี่ เคาวเวลล์ 17 เม.ย. 2562 09:48 2019-04-21T00:39:59+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ