ข่าว

วิดีโอ



หลงเงาจันทร์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บุหลันดั้นเมฆ

กำกับการแสดงโดย: ปัญญา ชุ่มฤทธิ์

ผลิตโดย: บริษัท เฟิร์สคลาส เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร, แซมมี่ เคาวเวลล์

เป็นเรื่องอีกจนได้เมื่อธนาคิมพูดชื่นชมพิมพ์ชนกต่อหน้าเขมจิราว่าเข้มแข็งมาก ไม่เคยเห็นใครเข้มแข็งเท่านี้มาก่อน โกศเก็บอัฐิของแม่แตกแท้ๆ ถ้าเป็นคนอื่นคงกลับบ้านไปนอนร้องไห้ แต่นี่เธอปาดน้ำตาทิ้งแล้วไปช่วยงานในครัวต่อ เขมจิราแค้นจัดตามไปเอาเรื่องเธอที่โรงครัว

เห็นเธอกำลังล้างถ้วยล้างจานอยู่คนเดียวด่าเสียงลั่นว่านังหน้าด้าน แล้วจับหัวเธอจุ่มลงในอ่างล้างจานสั่งให้จำใส่กะโหลกไว้ว่าพี่คิมเป็นของตน พิมพ์ชนกขอร้องให้ปล่อย แทนที่จะทำตามเขมจิรากลับด่าว่าไปถึงแม่ของเธอ คนถูกด่าแม่ทนไม่ไหวรวบรวมกำลังที่มีผลักเขมจิราออกไปเต็มแรงจนเซไปปะทะตู้กับข้าวถ้วยแกงจืดที่วางอยู่บนตู้ร่วงลงมาครอบหัวพอดี พิมพ์ชนกตกใจคว้าผ้าจะเข้าไปเช็ดให้ เขมจิราผลักเธอกระเด็น

“ไม่ต้อง จะไปตายที่ไหนก็ไป...ไป” เขมจิราขว้างถ้วยแกงใส่แต่พิมพ์ชนกหลบทันแล้วเดินหนีออกจากโรงครัว ทิ้งให้ฝ่ายแรกเต้นเร่าๆด้วยความแค้น...

ทุกคนกำลังเตรียมตัวกลับ แต่ไม่เห็นทั้งเขมจิราและพิมพ์ชนก พยายามกวาดตามองหา สักพักเห็นพิมพ์ชนกเดินมากับแอ๋วในสภาพตัวเปียกปอน อารีย์แปลกใจทำไมถึงเป็นแบบนี้แล้วน้องหายไปไหน มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า พิมพ์ชนกส่ายหน้าไม่มีอะไร เธอซุ่มซ่ามทำกะละมังล้างจานหกใส่ตัวเอง อานนท์แนะให้รีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวจะไม่สบาย อาสาไปส่งบ้านแล้วพาเธอออกไป

ธนาคิมมองตามไม่พอใจไม่รู้ตัวว่ากำลังหึงหวงพิมพ์ชนก ทิพย์อาภาไม่เห็นเขมจิราสั่งให้แอ๋วไปตาม ยังไม่ทันขยับไปไหน ลูกชิ้นวิ่งปรู๊ดเข้ามาแจ้งกับทิพย์อาภาว่าคุณเขมสั่งให้มาบอกว่ามีธุระด่วนขอยืมรถท่านกลับก่อน ให้ท่านกลับพร้อมรถตู้ ทุกคนพากันงงว่าเกิดอะไรขึ้น...

รถตู้ถึงบ้านสุวรรณเวศน์พักใหญ่แล้ว แต่พิมพ์ชนกที่ออกจากวัดมาก่อนกลับเพิ่งถึง นิติแปลกใจทำไมลูกถึงเพิ่งกลับ เธอแวะไปซื้อของแล้วหยิบโกศเก็บอัฐิเป็นทองเหลืองออกมา ท่านสงสัยซื้อโกศมาทำอะไร เธอกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่เล่าให้ฟังว่าโกศอันเก่าของแม่แตกที่วัด นิติสงสัยทำไมถึงแตก ครั้นเห็นลูกน้ำตาไหลพรากก็พอเดาได้  ฝีมือทิพย์อาภากับเขมจิราใช่ไหม เธอไม่ตอบหยิบห่อผ้าขาวใส่อัฐิแม่ออกจากถุง

นิติเห็นลูกมือสั่นน้ำตาคลอ ช่วยแกะห่อผ้าให้ ค่อยๆเทอัฐิภัสสรใส่โกศใบใหม่แล้วปิดฝา เขาลูบหัวลูกพร้อมกับขอโทษที่ทำให้ต้องเจออะไรร้ายๆแบบนี้ พิมพ์ชนกถึงกับปล่อยโฮ

“แม่เหลืออยู่แค่นี้เขายังจะมาเอาไปจากพิมพ์ ใจคอเขาจะไม่ให้พิมพ์มีแม่เลยเหรอคะ”

“ไม่มีใครเอาแม่ไปจากพิมพ์ได้หรอกลูกเพราะแม่อยู่ในตัวของลูก พ่อเห็นพิมพ์ก็เหมือนเห็นภัสสร เขาเป็นคนเข้มแข็งแบบที่พิมพ์เป็นนี่แหละ” จากนั้นนิติเล่าให้ลูกฟังถึงความเข้มแข็งของภัสสร และเธอยังสอนลูกตอนยังเป็นเด็กน้อยอีกว่าอย่าดื้อกับคุณปู่คุณย่า และให้ใช้ความดีชนะหัวใจของทุกคน

พิมพ์ชนกหยิบรูปถ่ายแม่ออกมา “พิมพ์สัญญาค่ะว่าพิมพ์จะเป็นคนดีและใช้ความดีชนะใจคนอื่นตามที่แม่ต้องการ ขอบคุณนะคะที่ถ่ายทอดความเข้มแข็งให้กับพิมพ์ พิมพ์จะอดทน พิมพ์จะสู้ค่ะแม่”

ooooooo

ธนาคิมอยากรู้เรื่องแม่ของพิมพ์ชนกจึงถามเอมอรพอจะรู้เรื่องของเธอบ้างไหม ท่านรู้แค่ว่าภัสสรแม่ของพิมพ์ชนกเป็นเมียคนแรกของนิติ ทั้งคู่อยู่กินกันมาก่อนนิติจะแต่งงานกับแม่ของเขมจิรา

“คิมถามถึงแม่ของพิมพ์ชนกทำไมเหรอลูก ไหนคิมบอกไม่สนใจผู้หญิงคนนั้น”

“โธ่ คุณแม่ครับ คิดมากอีกแล้ว ผมแค่อยากรู้ว่า ทำไมพิมพ์ชนกถึงเป็นคนแบบนี้เท่านั้น”

แม้ลูกจะปฏิเสธหนักแน่นว่าไม่ได้คิดอะไรกับพิมพ์ชนก แต่เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม เอมอรเลียบๆ เคียงๆถามแล้วเขาคิดอย่างไรกับเขมจิรา เขาเห็นว่าเธอน่ารักดี เข้าทางเอมอรทันที ถ้าท่านอยากได้เธอเป็นลูกสะใภ้เขาจะว่าอย่างไร ธนาคิมต้องการรู้จักตัวตนที่แท้จริงของพิมพ์ชนกให้มากขึ้น ที่สำคัญจะได้แก้แค้นถูกตัว วางแผนจะใช้เขมจิราเป็นสะพานไปหาเธอ จึงตอบตกลงจะลองคบหากับเขมจิราดู

เอมอรดีใจที่ลูกจะหลุดพ้นจากพิมพ์ชนกไปหาผู้หญิงที่ตัวเองคิดว่าดีอย่างเขมจิราโดยไม่รู้ว่าที่ธนาคิมคิดจะลองคบหาดูใจกับเขมจิราเพราะต้องการใกล้ชิดพิมพ์ชนกต่างหาก...

ผู้หญิงที่เอมอรคิดว่าดีและเพียบพร้อมสำหรับลูกชายของตัวเองกำลังยืนจ้องกระจกเงาอยู่ในห้องตัวเอง สายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ประกาศกร้าวกับกระจกจะเอาคืนพิมพ์ชนกทุกวิถีทาง มันจะไม่มีวันสมหวัง แล้วใช้ลิปสติกเขียนชื่อพิมพ์ชนกบนกระจกก่อนจะขีดฆ่าอย่างบ้าคลั่ง

ครั้นตั้งสติได้ เขมจิราลุกขึ้นแต่งตัวสวยขับรถไปรับอานนท์ที่คอนโดฯที่พักพาไปริมทะเลเปลี่ยวและมืดมิด แล้วเปิดประตูรถลงไปอย่างอารมณ์เสีย อานนท์รู้ว่าเธอหึงเขากับพิมพ์ชนกก็ยิ้มพอใจที่แผนยืมมือพิมพ์ชนกได้ผลดี รีบตามไปดึงแขนเธอไว้ เธอต่อว่าเขาว่าวันนี้เขาทำให้เธอเสียใจที่เขาไปยุ่งกับพิมพ์ชนก เขายอกย้อนเธอเองก็ทำให้เขาเสียใจที่ไปยุ่งกับธนาคิมเช่นกัน เธอโวยวายนี่เขาคิดจะขัดคำสั่งเธออย่างนั้นหรือ

“ถ้าเขมยุ่งกับธนาคิม พี่ก็จะทำในสิ่งที่เขมไม่ชอบเหมือนกัน”

ในเมื่อดื้อนัก เขมจิรากระชากอานนท์มาจูบอย่างเร่าร้อน เขาจูบเธอตอบด้วยอารมณ์ไม่แพ้กัน สองคนกอดจูบกันนัวเนียเปะปะจนถึงหน้ารถ เธอผลักเขานอนราบไปบนกระโปรงรถแล้วโถมตัวตาม

ooooooo

วันนี้แพทนัดมาสัมภาษณ์ทิพย์อาภาและครอบครัว บ้านสุวรรณเวศน์ถูกจัดไว้อย่างสวยงามโดยฝีมือป้าแจ่ม หนูนากับแอ๋วและลูกชิ้น แต่ทิพย์อาภาสั่งทุกคนไว้หากมีใครถามทำไมบ้านสวยก็ให้บอกว่าเป็นฝีมือเขมจิรา พลันเจ้าตัวแต่งตัวสวยเซ็กซี่เดินลงมาบอกแม่ว่าจะออกไปข้างนอก

“ได้ไงคะ เรานัดกับเพื่อนป้าเอมแล้วนะคะว่าจะให้สัมภาษณ์”

“เขมไม่อยาก ขี้เกียจตอบเวลาเขาถามเรื่องเรียน”

ทิพย์อาภาโวยวายแล้วจะให้นังพิมพ์ได้หน้าไปคนเดียวอย่างนั้นหรือ เธอแนะแม่ให้สัมภาษณ์แทนเธอ จากนั้นเดินนวยนาดไปขึ้นรถไม่สนใจอะไรอีก ทิพย์อาภามองตามเหนื่อยใจ...

จากนั้นไม่นานเขมจิราแวะไปหาอานนท์ที่ห้องพักชวนเขาไปเที่ยว ไล่ให้รีบไปอาบน้ำแต่งตัว ขืนชักช้าเธอจะอาบน้ำให้เอง อานนท์ไม่เข้าใจที่เธอสื่อมาให้ คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ เธอได้แต่มองตามเซ็ง...

กินมื้อค่ำด้วยกันเสร็จ เขมจิราชวนอานนท์ไปเที่ยวกลางคืนกันต่อ โชคไม่ดีเอกรัฐพากลุ่มลูกค้ามาเที่ยวที่เดียวกัน เห็นเขมจิรากอดคออานนท์ขยับร่างกายไปตามเสียงเพลง ดวงตาฉ่ำเยิ้มจ้องอานนท์ราวกับจะกลืนกิน ส่วนเขามองสบตาเธอหวานเชื่อมหลงเสน่ห์สุดๆ

“วันนี้ผมได้อยู่กับเขมทั้งวัน มีความสุขที่สุดในชีวิตเลยครับ”

เขมจิราปิดปากเขาไว้ “อยู่กับเขมอย่าใช้คำว่าที่สุด เพราะเขมจะทำให้พี่หมอสุขที่สุดได้มากกว่านี้”

เอกรัฐที่นั่งอยู่โต๊ะตัวเองมองสายตาที่อานนท์มองเขมจิราอย่างหวานซึ้งอดแปลกใจไม่ได้ สักพัก

เขมจิราลุกไปเข้าห้องน้ำ เอกรัฐตามไปดักรอที่นั่น ครั้นเห็น เธอออกมา เขาร้องทักแปลกใจจังเลยที่เจอเธอที่นี่เพราะ ธนาคิมบอกว่าเธอไม่ชอบเที่ยวกลางคืน ส่วนคนที่ชอบเที่ยวคือพิมพ์ชนก

“พูดจบหรือยังคะ เพื่อนเขมรออยู่”

“คุณพิมพ์ล่ะครับ”

เขมจิราย้อนถามว่าเห็นหรือเปล่า ถ้าไม่เห็นก็แปลว่าไม่ได้มา เอกรัฐดักคอไม่แปลกไปหน่อยหรือว่าเพื่อนเธอที่รออยู่คือหมออานนท์ ซึ่งได้ข่าวว่ากำลังคบหากับพิมพ์ชนกอยู่ เธอยอมรับว่าใช่ พิมพ์ทะเลาะกับอานนท์ เธอก็เลยต้องอยู่ปลอบใจเขาแล้วขอตัวกลับโต๊ะ เมื่อมาถึงโต๊ะเขมจิราชวนอานนท์กลับ เขาบ่นอุบ นี่วัน แห่งความสุขของเขาจบลงแค่นี้หรือ เธอไม่พูดอะไรดึงแขนเขาออกจากร้าน

ไม่นานนักอานนท์กับเขมจิรานัวเนียกันมาถึงห้องพักของฝ่ายแรก ทั้งคู่กอดจูบกันตั้งแต่ยังไม่ทันไขประตูเข้าห้อง สุดท้ายไปจบกันที่เตียงนอน

ooooooo

ริสาคิดมากเรื่องที่ได้ยินอานนท์ประกาศจะปกป้องดูแลพิมพ์ชนก พยายามหลบหน้าเธอเพราะทำใจไม่ได้คิดว่าอานนท์กลับไปคบหาเธออีกครั้ง พิมพ์ชนกเหมือนจะอ่านใจริสาออก ตามมาปรับความเข้าใจ ที่อานนท์มาทำดีกับเธอก็แค่จะใช้เธอเป็นเครื่องมือเอาชนะเขมจิรา ริสาตกใจถามว่าจริงหรือ

“พิมพ์ก็ไม่แน่ใจ พอถามหมอก็ไม่ยอมรับ แต่พิมพ์รู้สึกแบบนั้น”

“โธ่หมอ แล้วจะได้ผลเหรอพิมพ์”

พิมพ์ชนกเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เราคงต้องปล่อยให้อานนท์เรียนรู้เรื่องนี้ด้วยตัวเอง ตอนนี้บอกอะไรไปคนที่ความรักขึ้นสมอง หูดับตาบอดไม่สนใจคำพูดของเรา ยิ่งได้ฟังเธอพูดริสาก็อดเป็นห่วงอานนท์ไม่ได้...

ในเวลาต่อมา ธนาคิมกำลังอธิบายการใช้โปรแกรมใหม่ที่บริษัทของเขาเป็นคนติดตั้งให้กับพยาบาลแผนกศัลยกรรมสามคน รวมทั้งพิมพ์ชนกกับริสา อธิบายเสร็จเขาให้สาวๆลองใช้ดู พิมพ์ชนกลองเป็นคนแรก ยื่นมือไปจับเม้าส์ ใจตรงกับธนาคิมที่จับเม้าส์เช่นกันทำให้มือเขาอยู่บนมือเธอพอดี ต่างฝ่ายต่างชะงัก รู้สึกใจหวิวอย่างบอกไม่ถูก เธอตั้งสติได้รีบชักมือกลับ เขาหมั่นไส้ว่าประชดว่ากลัวติดโรคหรือ

“ไม่กลัวค่ะ” พูดจบพิมพ์ชนกหันไปกดขวดปั๊ม

เจลทำความสะอาดมืออย่างจงใจประชดเขากลับ

ริสาไม่อยากให้มีเรื่องกัน จึงเบนความสนใจของธนาคิม ถามว่าถ้าอยากดูผลแล็บต้องคลิกเข้าไปตรงไหน แล้วแหวกเข้าไปยืนกั้นกลางระหว่างธนาคิมกับพิมพ์ชนกซึ่งสบโอกาสถอยไปยืนข้างเอกรัฐที่เฝ้าดูอยู่ด้านหลัง เขากระซิบบอกเธอว่าเมื่อคืนเขาเจอเขมจิรากับอานนท์ที่ผับคิดว่าเธอจะมาด้วยเสียอีก

“ไม่ไหวค่ะ เช้าต้องเข้าเวร แล้วพิมพ์ก็ไม่ค่อยชอบด้วยค่ะ”

ธนาคิมชำเลืองมองเอกรัฐกับพิมพ์ชนก เห็นยิ้มแย้มกระซิบกระซาบกันก็ไม่พอใจ...

สายตะวันโด่งฟ้าแล้ว เขมจิราที่นอนหลับอยู่ที่ห้องของอานนท์ในสภาพเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าห่ม

คลุมไว้สะดุ้งตื่นขึ้นมาได้ก็คว้ามือถือมาดูเวลา เห็นว่าเก้าโมงกว่าแล้ว แถมมีมิสคอลจากแม่กว่าสิบสาย รีบโทร.กลับ ทิพย์อาภาซักว่าอยู่ไหน เธอโวยใส่เมื่อคืนส่งข้อความไปบอกแม่แล้วว่ามาทำรายงานบ้านเพื่อน ท่านขอโทษที่โทร.ตามแต่ที่ทำไปทั้งหมดเพราะความเป็นห่วง แล้วนี่จะกลับกี่โมง เธอกำลังจะกลับแล้ว

“ดีแล้ว คุณป้าเอมอรมาแน่ะ ถ้ามาเร็วก็จะได้เจอ ...จ้า รักลูกนะ” ทิพย์อาภาวางสายแล้วหันมาบอกเอมอรว่าเขมจิราเรียนหนักมาก ทำรายงานกับเพื่อนไม่ได้นอนเลยทั้งคืน

“ขยันเรียนเหมือนคิมเลย...แล้วที่เธอบอกว่า

หนูเขมแอบชอบตาคิมเรื่องจริงหรือเปล่า”

ทีแรกทิพย์อาภาทำอิดออดไม่อยากพูดอะไรมากเพราะทางนี้เป็นฝ่ายหญิง แต่สุดท้ายก็ยอมรับว่าจริง ก่อนจะแต่งเรื่องว่าลูกไม่ค่อยได้ใกล้ชิดผู้ชาย พอเจอ

ธนาคิมก็เลยสนิทใจด้วย แล้วนี่เอมอรถามทำไมหรือทำราวกับจะจับคู่ให้ลูกของเรา เอมอรย้อนถามแล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริง ทิพย์อาภาจะขัดข้องไหม เธอไม่ขัดข้องแถมยินดีด้วยซ้ำที่เราสองคนจะได้ดองกัน เอมอรขอทาบทามเขมจิราให้ธนาคิม

“พอเขมจบ ถ้างานคิมเข้าที่เข้าทางแล้วทั้งสองคนโอเครักใคร่ชอบพอกัน ถึงตอนนั้นฉันก็คิดว่าน่าจะหมั้นจะแต่งสร้างครอบครัวกันได้ เราจะได้มีหลานกันสักที”

เขมจิราแต่งตัวเสร็จคว้ากระเป๋าถือจะออกจากห้อง อานนท์ยกถาดอาหารเช้าเข้ามาพอดี

“อาหารเช้าสำหรับว่าที่ภรรยาคนสวยครับผม”

อานนท์อุตส่าห์หยอดคำหวาน แต่เขมจิราไม่หวานด้วย แอบทำหน้าเอือมเนื่องจากไม่ชอบให้ใครแสดงความเป็นเจ้าของ มีแต่เธอเท่านั้นที่ทำได้ อ้างมีธุระต้องรีบไป เขาอาสาจะไปส่งแต่เธอไม่ยอม จะนั่งแท็กซี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่อยากให้คนที่บ้านสงสัย เขาออดอ้อนให้อยู่กินข้าวด้วยกันก่อน ตอนเรียนจะได้ไม่หิว เธอรำคาญที่เขาเซ้าซี้ ตวาดใส่

“ไม่ได้ยินเหรอคะว่าเขมรีบ” ว่าแล้วเขมจิราขยับจะไป อานนท์เข้าไปกอดเอวเธอจากด้านหลัง ขอร้องอย่าเพิ่งไปมีอะไรจะให้แล้วหยิบพวงกุญแจห้องห้อยจี้

รูปหัวใจกับคีย์การ์ดสำหรับเข้าออกคอนโดฯแห่งนี้ให้เธอเก็บไว้ ขอให้คิดว่านี่เป็นบ้านของเรา เจอคำว่าเราเข้าไป เขมจิราทนไม่ได้จำใจรับกุญแจ ถามว่าไปได้หรือยัง อานนท์จำต้องปล่อยให้เธอจากไป โดยไม่รู้ว่าเธอไม่สนใจไยดีในตัวเขาอีกแล้ว...

จากนั้นไม่นาน ธนาคิมกับเอกรัฐเสร็จงานก็พากันเดินมาที่รถ เห็นอานนท์ลงจากรถตัวเองสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข ธนาคิมไม่ได้สนใจอะไรนัก ผิดกับเอกรัฐที่จ้องมองอย่างสงสัย...

ระหว่างริสาเดินกลับมาที่แผนกศัลยกรรมกับพิมพ์ชนก อดถามไม่ได้ว่าเมื่อครู่นี้คุยอะไรกับเอกรัฐที่หลังห้องอบรม เธอว่าเอกรัฐเล่าว่าเมื่อคืนเจอเขมจิรากับอานนท์ไปเที่ยวผับด้วยกัน ริสาถึงบางอ้อ นี่คงเป็นสาเหตุว่าทำไมเช้านี้อานนท์ถึงลากิจ คนถูกนินทาเดินยิ้มแย้มอารมณ์ดีเข้ามา

“สวัสดีครับทุกคน วันนี้อากาศสดใสนะครับ” อานนท์ยิ้มให้พิมพ์ชนกกับริสาแล้วเดินเข้าห้องทำงาน ริสาไม่วายแดกดัน สดใสยังไง ร้อนจะตาย...

ครั้นกลับถึงบ้าน เขมจิราได้รับรู้ข่าวดีจากแม่ว่าเอมอรทาบทามเธอให้ธนาคิม ทางนั้นบอกว่าเธอเรียนจบเมื่อไหร่ก็แต่งงานเลย เขมจิราถอนใจเซ็งต้องเรียนจบด้วยเหรอ ถ้าอย่างนั้นเธอคงต้องรีบไป ทิพย์อาภาดีใจคิดว่าลูกจะรีบไปเรียน เธอส่ายหน้าเรื่องเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ แล้ววิ่งปรู๊ดขึ้นห้อง ทิพย์อาภามองตามอ่อนใจ...

ธนาคิมเดินคุยกับเอกรัฐมาถึงหน้าห้องทำงานตัวเอง ตั้งข้อสังเกตว่าไม่พี่ก็น้องต้องมีคนโกหก เอกรัฐเชื่อคำพูดของพิมพ์ชนกมากกว่า ธนาคิมคิดต่างเขมจิรา

ทั้งรักทั้งเป็นห่วงพี่สาว เชื่อว่าเธอไม่โกหก

“ฉันเข้าใจว่าในความคิดแก เขมน่าเชื่อถือกว่าคุณพิมพ์ แต่หมออานนท์ดูลั้ลลาหน้าตาเหมือนเพิ่งคืนดีกับแฟนมากกว่าจะทะเลาะจนถึงขั้นจะเลิกกัน”

“แกก็ช่างสังเกตนะ โลกนี้มีคนประเภทที่เก็บอารมณ์เก่งจนเราดูไม่ออก อย่างพิมพ์ชนกไง ทำคนตายทั้งคนแล้วยังบอกว่าไม่รู้จัก แอ็กติ้งขั้นเทพ” ธนาคิมพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็เคียดแค้นพิมพ์ชนก เอกรัฐไม่เข้าใจ ในเมื่อเขาแค้นพี่แต่คิดจะลองคบกับน้อง นั่นเท่ากับใช้น้อง เป็นเครื่องมือแก้แค้น เขาอ้างว่านั่นแค่ส่วนหนึ่ง

“เขมก็เป็นคนน่ารัก ฉันไม่เคยรักใครก็คงรักเขมได้ไม่ยาก”

เขมจิรามาทันได้ยินพอดี ปลื้มปริ่มมากแทบจะร้องกรี๊ดๆแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ ร้องทักสองหนุ่มเสียงอ่อนเสียงหวาน เอกรัฐไม่ค่อยชอบใจเธอเท่าใดนัก ทักตอบตามมารยาทแล้วขอตัวไปทำงานก่อน เขมจิรา รอจนเอกรัฐไปแล้วจึงถามหยั่งเชิงธนาคิมว่าพี่เอกบอกหรือเปล่าว่าเจอเธอกับอานนท์ เขาพยักหน้ารับคำ

“ถ้าไม่จำเป็น เขมก็ไม่ออกไปหรอกค่ะ แต่หมอเป็นแบบนี้ก็เพราะพี่สาวเขม...เขมไม่อยากใจดำกับหมอ แต่ดูพี่เอกไม่ค่อยชอบเขมเลยนะคะ”

“ไม่หรอกครับ ช่วงนี้งานเยอะมันก็เลยดูเครียดๆ” ธนาคิมแก้ตัวแทนเพื่อนรัก เขมจิราเข้ามากอดแขนเขาอย่างประจบประแจง ค่อยยังชั่วหน่อยที่เอกรัฐไม่ได้โกรธเธอ ถ้าเธอทำอะไรไม่ดี เชิญเขาดุได้เลย เธอไม่อยากให้เพื่อนของเขาเกลียดชัง ธนาคิมหยอดคำหวาน น่ารักขนาดนี้ใครจะดุลง

ooooooo

อานนท์ตรวจคนไข้เสร็จออกมาถามริสาว่ามีใครที่ไม่ใช่คนไข้มาหาเขาบ้างไหม เธอมองเขางงๆ ก่อนส่ายหน้าเป็นทำนองว่าไม่มี เขาซักอีกแล้วมีใครโทร.มาไหม

“แล้วคุณหมอรอใครอยู่หรือเปล่าคะ”

“เปล่าๆไม่มีอะไร” อานนท์ว่าแล้วกลับห้องตรวจหยิบมือถือมาโทร.หาเขมจิราซึ่งนั่งเล่นมือถืออยู่ในห้องทำงานธนาคิม พอเห็นเบอร์อานนท์เด้งขึ้นมา เธอรำคาญมากกดปิดเสียงเก็บใส่กระเป๋าไม่สนใจอีก...

คุณหมอหนุ่มพยายามโทร.หาเขมจิราอีกหลายครั้ง แต่ยังเหมือนเดิมไม่มีใครรับสาย เริ่มเป็นกังวลว่าเกิดอะไรขึ้น ริสาเห็นเขาหมกตัวอยู่ในห้องทั้งที่งานเสร็จแล้ว ค่อยๆแง้มประตูเข้าไปดู เจอเขานั่งใจลอยสีหน้าเศร้าสร้อย อดเป็นห่วงไม่ได้...

เขมจิรายังคงนั่งรอธนาคิมเลิกงาน แต่ต้องผิดหวังเนื่องจากเขามีประชุมด่วนที่อีกบริษัทหนึ่งคงไปกินข้าวกับเธอไม่ได้ แม้จะผิดหวังเพราะมารอตั้งแต่บ่าย แต่เธอต้องเก็บอาการเอาไว้ ยิ้มหวานให้เขา

“ไม่เป็นไรค่ะ เย็นนี้เขมต้องไปทำรายงานกับเพื่อนอยู่แล้วค่ะ”

“เห็นแม่พี่เล่าว่าเขมเรียนหนัก เขมต้องหาเวลาพักผ่อนบ้างนะครับ พี่เป็นห่วง”

“ขอบคุณนะพี่คิม ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนจะห่วงเขมขนาดนี้เลย”

ธนาคิมทักท้วงว่าเธอพูดเกินไป ยังมีพ่อของเธอที่เป็นผู้ชายอีกคน ลืมไปหรือเปล่า เธอไม่ได้ลืม ถึงพ่อจะห่วงเธอแต่ก็ห่วงน้อยกว่าพี่พิมพ์ สำหรับท่านแล้วพี่พิมพ์คือที่หนึ่งเสมอ แม่ของเธอเป็นเมียแต่งที่ผู้ใหญ่เห็นชอบแต่พ่อไม่ได้รัก ไม่เหมือนแม่พี่พิมพ์ ความรักความห่วงใยที่พ่อมีให้เราสองคนพี่น้องเลยต่างกัน

“โธ่เขม เป็นเด็กเป็นเล็กทำไมคิดมากแบบนี้ฮะเรา” ธนาคิมเห็นเขมจิราเศร้ามากจึงดึงมากอด ความจริงใจที่เขามีให้ทำให้เธออบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงกับร้องไห้ออกมา หมายมั่นปั้นมือว่าเขาจะต้องเป็นของเธอคนเดียว ผิดกับเขาที่รู้สึกกับเธอเหมือนเป็นน้องสาวตัวน้อยเท่านั้น...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน พัชรเจ้าของโรงพยาบาลที่พิมพ์ชนกทำงานอยู่แวะมาเยี่ยมพงษ์กับอารีย์ที่บ้าน พิมพ์ชนกกลับจากทำงานพอดี พัชรถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง งานแฮปปี้ดีไหม เธอชอบทำงานที่นี่เพราะเพื่อนร่วมงานดี ท่านดีใจที่เธอชอบจะได้ทำงานด้วยกันนานๆ เธอยิ้มแล้วหันไปสบตากับคุณย่า...

ในเวลาต่อมาหลังจากสวดมนต์เสร็จ อารีย์บอกกับพิมพ์ชนกว่าพัชรเป็นคนดีมาก ขอให้เธออยู่ช่วยงานที่โรงพยาบาลของท่านสักสองปีแล้วอยากจะไปทำงานตามอุดมการณ์อารีย์ก็ไม่ขัด

“ค่ะคุณย่า หลังจากนั้นพิมพ์จะทำตามความฝันของพิมพ์ ทำเพื่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ไปทำงานโรงพยาบาลรัฐที่ขาดแคลนพยาบาลจริงๆ คุณย่าเห็นด้วยกับพิมพ์ไหมคะ”

อารีย์เห็นดีด้วย อาชีพพยาบาลเป็นงานที่ได้บุญได้ช่วยเหลือคนให้พ้นจากความเจ็บป่วย ท่านรักอาชีพนี้และดีใจที่เห็นเธอทำงานเหมือนท่าน แล้วเรียกให้มาใกล้ๆ มอบสร้อยห้อยพระเครื่ององค์เล็กๆให้ พระองค์นี้ท่านใส่ติดตัวไว้ตลอดตอนเป็นพยาบาล ท่านอยากให้เธอรับไว้เพื่อเตือนใจว่าคนทำดีพระย่อมคุ้มครอง แล้วสวมสร้อยเส้นนั้นให้ พิมพ์ชนกกราบขอบพระคุณท่านที่ตัก...

เขมจิราไม่ได้ไปทำรายงานอย่างที่บอกกับธนาคิมแต่หนีไปเที่ยวผับหรูกับเพื่อนชาย ดื่มจนเมาได้ที่ ฝากมือถือไว้กับเพื่อนแล้วลุกไปเข้าห้องน้ำ อานนท์โทร.มาหาเธอพอดี เพื่อนชายที่เมาไม่ต่างกันรับสายพลางตะโกนแข่งกับเสียงดนตรีในผับว่าเขมจิราไม่อยู่ไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวค่อยโทร.มาใหม่ อานนท์ถึงกับหน้าเครียดที่มีเสียงผู้ชายรับสาย ยังไม่ทันพูดอะไรฝ่ายนั้นวางสายไปเสียก่อน

ooooooo

เขมจิรากลับบ้านด้วยอาการเมาหนักแต่กลับนอนหลับไม่สนิทฝันร้ายถึงพลาทิป สะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกด้วยความหวาดกลัวเนื่องจากตัวเองมีส่วนทำให้เขาต้องตาย เธอพยายามข่มตาหลับแต่ทำไม่ได้ เปิดลิ้นชักหยิบขวดยานอนหลับขึ้นมา พบแต่ขวดเปล่าเริ่มหงุดหงิด

“นอนไม่หลับ ทำไงเนี่ย” เขมจิรารื้อดูตามซอกเตียงซอกตู้ เจอยานอนหลับหนึ่งเม็ดตกอยู่คว้าใส่ปาก ดื่มน้ำตามตะกายกลับไปนอนอีกครั้งแต่นอนไม่หลับอยู่ดี ออกจากห้องไปทุบประตูเรียกพิมพ์ชนก ขอยา

นอนหลับกิน เธอไม่มีให้ และสั่งสอนว่าน้องไม่ควรกินยานอนหลับกับเหล้าออกฤทธิ์กดประสาทถึงตายได้

“ยุ่ง...โอ๊ย แล้วคืนนี้จะหลับได้ไง” โวยวายอยู่ดีๆ

เขมจิราหยุดกึกเห็นสร้อยห้อยพระที่คอพิมพ์ชนก ถามว่าสร้อยใหม่หรือ เธอพาซื่อเล่าให้ฟังว่าคุณย่าให้ไว้คุ้มครองตัว เส้นริษยาของเขมจิราแตกซ่านจะเอาสร้อยห้อยพระเส้นนี้ให้ได้ เธอไม่ยอมให้ เนื่องจากเป็นของสำคัญที่คุณย่ามอบให้

“แต่ฉันอยากได้ แกเป็นพี่แกต้องให้ฉันทุกอย่าง”

พิมพ์ชนกยืนกรานไม่ยอมให้เด็ดขาด ถ้าเป็นเรื่องอื่นยอมได้แต่เรื่องนี้ยอมไม่ได้ เขมจิราไม่ชอบถูกปฏิเสธตรงเข้ายื้อแย่ง พิมพ์ชนกไม่ยอมให้ต่อสู้ขัดขืน

เขมจิราไม่พอใจบีบคอพี่สาวจนเป็นรอยช้ำ พิมพ์ชนกสู้แรงบ้าคลั่งของน้องไม่ไหวถูกแย่งสร้อยห้อยพระไปจนได้

“จำไว้  ไม่มีอะไรที่ฉันอยากได้แล้วไม่ได้” เขมจิรายิ้มหยันก่อนจะออกจากห้อง

นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่เขมจิราแย่งของรักของหวงของพิมพ์ชนกไป ตั้งแต่เล็กมาแล้วหากน้องอยากได้อะไรที่ไม่ได้เป็นของเธอก็จะอาละวาด แถมเธอยังถูกทิพย์อาภาเล่นงานซ้ำอีกที่ไม่ยอมลงให้น้อง

พิมพ์ชนกปิดประตูห้องเอารูปถ่ายแม่ที่วางโชว์อยู่ขึ้นมามอง

“แม่ขา พิมพ์รักน้อง ยอมน้องทุกอย่าง แต่ทำไมน้องไม่รักพิมพ์เลย พิมพ์อยากให้เขมรักพิมพ์บ้างสักนิดก็ยังดี” พิมพ์ชนกคร่ำครวญทั้งน้ำตา

ooooooo

พิมพ์ชนกกับริสามองเข้าไปในห้องตรวจเห็นอานนท์เอาแต่นั่งเหม่อใจลอยพากันเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น จังหวะนั้นเขาหันมาเห็นพอดี ลุกมาถามพิมพ์ชนกว่าว่างไหม มีเรื่องจะคุยด้วยแล้วเดินนำออกไป

ไม่นานนักอานนท์พาพิมพ์ชนกมาคุยกันที่ห้องทำงานของเขา บ่นให้ฟังไม่รู้ว่าเขมจิราจะเอาอย่างไรกับเขากันแน่ เขาอุตส่าห์ทุ่มให้หมดทั้งตัวและหัวใจ แต่เธอทำเหมือนไม่เห็นค่า พิมพ์ชนกสะดุดกับคำว่าหมดทั้งตัวและหัวใจของเขาแต่ไม่กล้าถามอะไร ได้แต่บอกว่าเขมจิรายังเด็ก นอกจากพ่อแม่ปู่ย่าและตัวเองแล้ว ตนยังไม่เคยเห็นเธอรักใคร แนะให้เขาเผื่อใจไว้บ้าง ถ้าไม่มีอะไรแล้วเธอขอตัวไปทำงาน อานนท์เดินมาส่งหน้าห้อง

“ถ้ามีโอกาสพิมพ์ช่วยบอกเขาให้รับโทรศัพท์หรือติดต่อกลับผมหน่อยได้ไหม”

“พิมพ์ไม่รับปากนะคะ แต่จะพยายามให้เต็มที่ค่ะ”

อานนท์จับมือเธอมากุมขอบคุณอย่างสุดซึ้ง

เธอค่อยๆดึงมือกลับ กอบแก้วเดินถือเอกสารผ่านมาด้านหลังเห็นรอยช้ำที่คอพิมพ์ชนกก็ทำท่าขยะแขยงก่อนจะผละจากไป...

กอบแก้วนำเรื่องรอยช้ำที่คอพิมพ์ชนกไปใส่สีตีไข่ให้เป็นเรื่องอีกจนได้ เม้าท์ว่าเธอเข้าไปเล่นปูไต่กับอานนท์ในห้องทำงานถูกดูดคอจนเป็นรอยให้เห็น

ริสาบังเอิญผ่านมาได้ยินรีบเอาไปฟ้องพิมพ์ชนก แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร นภาเข้ามาเรียกพิมพ์ชนกไปคุยกันที่ห้องทำงาน เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง นภาถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าเธอรู้ไหมว่าใครมีปัญหากับเธอถึงได้คอยหาเรื่องโจมตีตลอดเวลา คราวก่อนกับธนาคิม คราวนี้กับอานนท์

พิมพ์ชนกรู้ดีว่าต้องเป็นฝีมือกอบแก้ว ด้วยนิสัยที่ไม่ขี้ฟ้องจึงบอกว่าไม่ทราบ แต่ขออโหสิกรรมให้คนกุข่าวนี้ก็แล้วกัน นภาอยากรู้ว่าเรื่องอานนท์ที่คนกำลังลือกันอยู่ตอนนี้เป็นความจริงไหม เธอยืนยันว่าไม่ได้อะไรกัน นภาขอดูที่คอเธอหน่อย พิมพ์ชนกไม่มีอะไรปิดบังอยู่แล้วจึงเปิดคอเสื้อให้ดู

นภาเครียดหนักกว่าเดิมไม่ใช่เพราะรอยช้ำแต่เบื่อเรื่องไม่เป็นเรื่องที่เกิดกับพิมพ์ชนกซ้ำซากเกินไปแล้ว...

คุยกับนภาเสร็จ พิมพ์ชนกชวนริสาไปเคลียร์กับกอบแก้วให้จบๆ แค่ก้าวออกจากลิฟต์ก็ได้ยินเสียงกอบแก้วกำลังเม้าท์เมามันให้พวกพยาบาลที่วอร์ดตัวเองอย่างสนุกปาก

“คราวก่อนได้ยินว่ายัยพิมพ์โดนพี่นภาเรียกตักเตือน คราวนี้โดนพักงานแน่ๆ พวกลักกินขโมยกินต้องโดนแบบนี้แหละ สมน้ำหน้า” กอบแก้วยิ้มสะใจ ริสาทนไม่ไหวปรี่เข้าหา

“แล้วพวกชอบปล่อยข่าวมั่วๆซั่วๆต้องโดนแบบไหนคะพี่กอบแก้ว”

พวกพยาบาลที่จับกลุ่มนินทาแตกฮือรีบกลับไปทำหน้าที่ตัวเองแต่ยังคอยเงี่ยหูฟัง กอบแก้วไม่สลดยังเถียงฉอดๆว่ามั่วตรงไหน หลักฐานเห็นอยู่เต็มตา ทุกคนมองไปที่คอพิมพ์ชนกเป็นตาเดียวกัน ริสายิ่งแค้นแทนเพื่อน ตำหนิกอบแก้วว่าเป็นพยาบาลมาจนปูนนี้แล้วแยกไม่ออกหรือว่ารอยช้ำไม่เหมือนกัน พิมพ์ชนกไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลายขอร้องริสาพอได้แล้ว ใครจะนินทาอย่างไรก็ปล่อยไปในเมื่อไม่ใช่เรื่องจริง

“ก็ได้จ้ะพิมพ์ พี่จะถือซะว่าบางคนที่มีปากแต่ก็เหมือนมี...อะไรนะที่เอาไว้ใช้ขับถ่ายของเสียๆเน่าๆน่ะ”

พยาบาลพากันยิ้มขำแต่ไม่กล้าหัวเราะเสียงดัง กอบแก้วโกรธจัดจะเอาเรื่องริสา แต่ต้องชะงักเมื่อมีพยาบาลเข้ามาแจ้งกับกอบแก้วว่านภาเชิญไปพบที่ห้อง ริสายิ้มสะใจคืนไปบ้าง

“เตรียมข้อแก้ตัวไว้ให้ดีๆนะคะพี่กอบ กู๊ดลัคค่ะ บาย” ริสาโบกมือบ๊ายบายให้ พิมพ์ชนกรีบลากเธอกลับ ครั้นมาถึงแผนกศัลยกรรม ริสาเอาผ้าก๊อซมาปิดรอยช้ำที่คอพิมพ์ชนกจะได้ไม่มีใครเอาไปนินทาอีกแล้วถามว่าไปโดนอะไรมากันแน่ เธอยอมเปิดปากเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนทะเลาะกับเขมจิราซึ่งอยากได้สร้อยที่เธอใส่

“เฮ้ย พอไม่ให้ก็บีบคอเลยเหรอ”

“แค่พลั้งมือค่ะ เขมไม่ได้ตั้งใจ พิมพ์ผิดเองที่ไม่ให้เขาดีๆ” พิมพ์ชนกโทษตัวเองเหมือนเช่นเคย...

ตกเย็นพิมพ์ชนกกลับถึงบ้านต้องหยุดกึกเมื่อเห็นธนาคิมนั่งคุยกับเขมจิราอยู่ที่ห้องรับแขก เธอไม่อยากยุ่งด้วยเดินเลี่ยงไปอีกทางแต่เขาดันเห็นเสียก่อน ต่อว่าว่าจะไม่ทักทายกันหน่อย เธอทักอย่างเสียไม่ได้ แล้วขยับจะไป เขมจิราเข้ามาจับมือไว้ถามว่าคอไปโดนอะไรมา ฝีมืออานนท์หรือ ธนาคิมเดินมาดูบ้าง

“ตีตราจองกันแบบนี้ หมออานนท์ไม่ธรรมดาเลยนะครับ” ธนาคิมแขวะ

“ไม่ใช่อย่างที่คิดค่ะ แต่ถ้าอยากรู้จริงๆก็ถามเขมดู เขารู้ดีที่สุดค่ะ” พิมพ์ชนกมองน้องเขม็ง สีหน้าเอาจริง

เขมจิราไม่ได้กลัวแต่ไม่อยากมีเรื่องกับเธอต่อหน้าธนาคิม เพราะไม่อยากให้หลุดคอนเซปต์เด็กดีน่ารัก ปล่อยมือพี่สาวแล้วชวนเขาไปกินข้าว พิมพ์ชนกมองตามเหนื่อยใจ

ooooooo

ก่อนไปทำงาน พิมพ์ชนกแวะไปหาเขมจิราที่ห้องมีเรื่องจะคุยด้วย เขมจิราเชิญเธอรีบพูดๆมาตนจะออกไปข้างนอก เธอมองไปที่โต๊ะหัวเตียงเห็นขวดยานอนหลับเปล่าวางกองอยู่ ซักเป็นการใหญ่ว่าไปเอายานอนหลับจากไหนมากมาย ยาพวกนี้เป็นยาควบคุมต้องให้หมอสั่งจ่ายเท่านั้น

“นี่ อย่ามาทำตัวเป็นแม่ได้ไหม มีอะไรก็รีบๆว่ามา”

“เรื่องหมออานนท์...เขารักเขมมาก ถ้าเขมไม่จริงจังกับเขาก็บอกเขาไปตรงๆ”

“หวงเหรอ...หรือว่าแค้นใจที่ฉันแย่งคืนมาได้ บอกเลยนะว่าหมออานนท์เป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งที่ฉันจะโยนทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้” พูดจบเขมจิราหยิบสร้อยของพิมพ์ชนกที่หัวเตียงขึ้นมาถอดเอาพระเครื่องออก แล้วชูมันให้พี่สาวดู อย่างสร้อยเส้นนี้มันขาด ตนไม่อยากได้อีกแล้ว พิมพ์ชนกได้ยินอย่างนั้นก็ขอคืนจะเอาไปให้ร้านทองต่อให้ เขมจิรากลับเอามันไปทิ้งลงชักโครก บอกให้จำใส่หัวเอาไว้ อันไหนที่เป็นของตนห้ามเธอแตะต้อง

“ถ้ายังไม่เชื่อ ฉันก็จะทำให้มันพังพินาศเหมือนสร้อยเส้นนี้” ว่าแล้วเขมจิรากดชักโครก พิมพ์ชนกทนดูไม่ไหวผละจากไปทันที ครั้นพ้นสายตาเขมจิราแล้ว เธอพิงผนังบ้านสีหน้าเศร้าสร้อย รู้สึกไม่ดีเลยที่เป็นต้นเหตุให้อานนท์ต้องเจ็บปวดใจ...

ริสากับพิมพ์ชนกใช้เวลาพักเที่ยงไปช่วยตาทำกายภาพเหมือนเช่นเคย ตอนนี้ตาฝึกเดินแล้ว และเดินได้มากขึ้นเป็นที่น่าพอใจของสองสาว ระหว่างทางกลับโรงพยาบาล ริสาถามพิมพ์ชนกว่าได้คุยกับเขมจิราให้อานนท์หรือยัง เธอพยักหน้าได้คุยกันแล้ว ทำให้รู้ว่าที่น้องยุ่งกับอานนท์เพราะต้องการเอาชนะเธอ น้องไม่ได้รักเขาจริงๆจังๆ ริสารู้ข้อนั้นดี แต่อยากรู้ว่าตกลงเขมจิราจะเอาอย่างไรกับเขากันแน่

“พี่ริสาคะของบางอย่างก็ดูน่าตื่นเต้นแค่ตอนที่อยากได้ แต่พอได้แล้วมันก็หมดความหมายทันที”

“พิมพ์หมายความว่าถ้าเขมได้ในสิ่งที่เขมต้องการแล้ว เขมก็จะทิ้งหมอใช่ไหม”

แม้จะลำบากใจแต่พิมพ์ชนกก็จำต้องยอมรับว่าใช่...

ทางด้านอานนท์อยากเจอเขมจิรามาก โทร.หาก็ไม่รับสาย ส่งไลน์ไปก็ไม่อ่านเขาจึงบุกไปหาถึงมหาวิทยาลัย เธอทั้งตกใจและไม่พอใจที่เขามาดักรอถามว่ามาทำไม เขาติดต่อเธอไม่ได้ไปที่บ้านก็ไม่อยู่ แล้วคว้ามือเธอไปกุมไว้ คร่ำครวญว่าคิดถึงเธอมาก อยากเจอ เขมจิราดึงมือออก สั่งห้ามทำแบบนี้อีกที่นี่มหาวิทยาลัย และย้ำเตือนว่าทีหลังอย่ามาหาเธอที่นี่อีก ถ้าติดต่อเธอไม่ได้แสดงว่าเธอยุ่งกำลังเร่งเรียนให้จบ

“ผมไม่รู้จริงๆว่าเขมเรียนหนัก”

“รู้แล้วก็กลับไปซะ เขมมีนัด”

อานนท์อาสาจะไปส่ง เธอตวาดแว้ดว่าไม่ต้อง เขาสงสัยนี่เธอนัดกับธนาคิมหรือเปล่า เธอชักสีหน้าทันที เราคุยกันเข้าใจแล้วไม่ใช่หรือ ถ้าเขายังทำตัวโยเยเป็นเด็กพูดไม่รู้เรื่องไม่ต้องมาเจอกันอีก แล้วขยับจะไป เขาจะตามแต่เธอหันมาสั่งเสียงเข้มห้ามตามไม่อย่างนั้นจะไม่พูดด้วยตลอดชีวิต แล้วก้าวฉับๆจากไป...

จากนั้นไม่นานเขมจิรามาเจอกับธนาคิมที่ร้านอาหารตามนัด สองคนกินอาหารกันไปคุยกันไปอย่างมีความสุข เสร็จจากของคาว เขาสั่งของหวานแสนอร่อยของร้านมาให้เธอกินโดยไม่รู้ว่าที่โต๊ะด้านในสุดของร้าน อานนท์นั่งดื่มเบียร์หมดไปหลายขวด มองภาพตรงหน้าด้วยความเสียใจ อยากเข้าไปหาแต่กลัวเขมจิราจะไม่ยอมพูดด้วยตลอดชีวิต ตัดสินใจกลับเพราะทนดูต่อไปไม่ไหว แต่ด้วยความเมาชนของบนโต๊ะตกแตก

ธนาคิมกับเขมจิราหันมองตามเสียง เห็นอานนท์ที่อาการคล้ายคนเมาหนักกำลังเก็บข้าวของที่ตกพื้นโดยมีเด็กเสิร์ฟเข้ามาช่วย ธนาคิมร้องเอะอะว่านั่นหมออานนท์นี่ เขมจิราไม่พอใจเพราะรู้ว่าอานนท์สะกดรอยตาม แกล้งปวดหัวขึ้นมาปัจจุบันทันด่วนขอร้องให้เขาพากลับ ธนาคิมเรียกเด็กมาเก็บเงิน

“เขมไปห้องน้ำก่อนนะคะ เจอกันที่รถเลย”

เขมจิราจ้ำพรวดๆไปทางห้องน้ำไม่สนใจอานนท์แม้แต่น้อย ธนาคิมมองไปทางที่เขาอยู่สีหน้าครุ่นคิดสงสัย

ooooooo

เด็กเสิร์ฟช่วยเก็บข้าวของแตกเสร็จ บอกกับอานนท์ว่าทางร้านไม่คิดค่าเสียหาย เขาไม่ยอมในเมื่อเขาทำแตกก็ต้องรับผิดชอบสั่งให้เด็กเสิร์ฟไปคิดเงินมา แล้วทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้

“ผู้หญิงใจร้าย เห็นผู้ชายเป็นของเล่น เบื่อแล้วทิ้ง” ตัดพ้อจบอานนท์หลับตาลงอย่างเจ็บปวด ธนาคิมที่แอบฟังอยู่สงสารเขาจับใจ...

ตั้งแต่ออกจากร้านอาหารยันกลับถึงบ้านสุวรรณเวศน์ ธนาคิมเอาแต่ขับรถไม่พูดไม่จาจนเขมจิราสงสัยทำไมเขาถึงเงียบไป เขาสงสารอานนท์ เธอใจหายวูบระแวงไปหมด ถามว่าเมื่อครู่นี้เขาไปคุยกับอานนท์มาหรือ เขาส่ายหน้า แค่ได้ยินอานนท์บ่นถึงผู้หญิงคนหนึ่ง เขมจิราใส่ไฟทันที

“พี่พิมพ์...เขมก็สงสารหมอค่ะ เขมยังไม่ได้เล่าให้พี่คิมฟัง คืนนั้นที่เขมเจอพี่เอกที่ผับ พี่พิมพ์กับหมอทะเลาะกัน พี่พิมพ์ตามให้เขมมาแล้วเขาก็หนีกลับไปเลย หมอจะขับรถตามไปง้อแต่หมอเมามาก เขมห้ามไม่ให้ขับค่ะ กลัวอันตราย” คำพูดโป้ปดของเขมจิราทำให้ธนาคิมนึกถึงวันที่พลาทิปเมาขับรถไปชนเสาไฟฟ้า เขมจิราเห็นเขาเงียบไปอีกถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาส่ายหน้าแล้วขอตัวกลับก่อนจากนั้นขับรถออกไป...

เหตุการณ์ตอนพลาทิปขับรถชนเสาไฟยังติดตาติดใจธนาคิมไม่หาย หยิบรูปถ่ายเพื่อนรักที่วางอยู่ขึ้นมาดู

“ผู้หญิงคนนี้เห็นจิตใจคนเป็นของเล่น ถ้าปล่อยไว้ก็คงจะต้องมีคนตายอีก”

ที่ผ่านมาธนาคิมแค่ไม่ชอบหน้าพิมพ์ชนก แต่คราวนี้เขาวางแผนจะล้างแค้นเธออย่างจริงจังสักที...

ในขณะเดียวกันริสาลงมาหยิบของที่ล็อบบี้ของคอนโดฯ เจออานนท์เดินเมาแอ่นกลับมา รีบเข้าไปประคองพาไปส่งที่ห้องพักของเขา ค่อยๆวางลงบนเตียง

“ริสา ทำไมเขมเขาไม่ดีกับผมเหมือนคุณบ้าง” พูดได้แค่นั้นอานนท์เมาหลับ ริสามองเขาสีหน้าเจ็บปวด

“เพราะเราสองคนมันโง่ ที่รักคนที่เขาไม่ได้รักเราไงคะ”

ooooooo

วันนี้เป็นวันหยุดงาน พิมพ์ชนกไม่ได้ไปเที่ยวเตร่ที่ไหนแต่ใช้วันหยุดของตัวเองพาตาไปหาหมอที่โรงพยาบาลของรัฐ ที่นั่นเธอได้พบกับน้ำฝนเพื่อนเรียนพยาบาลมาด้วยกัน

ระหว่างตารอคิวตรวจ พิมพ์ชนกเล่าให้น้ำฝนฟังว่า “พิมพ์สัญญากับคุณย่าว่าจะไปช่วยงานที่โรงพยาบาลเพื่อนท่าน 2 ปี ถ้าครบเมื่อไหร่พิมพ์ก็ตั้งใจจะไปสมัครทำงานที่โรงพยาบาลรัฐเหมือนกัน”

น้ำฝนคาดไม่ถึง นึกว่าเธอได้ทำงานโรงพยาบาลเอกชนดีๆเงินเดือนเยอะๆจะเปลี่ยนความคิดเธอไปเสียอีก เธอยืนยันไม่มีอะไรเปลี่ยนเธอได้ เธอยังเป็นพิมพ์ชนกคนเดิมที่น้ำฝนเคยรู้จัก จากนั้นเล่าให้ฟังถึงโครงการแพทย์และพยาบาลอาสาที่ตัวเองทำ น้ำฝนสนใจแล้วนี่จะไปกันเมื่อไหร่ เธอจัดทริปแรกวันอาทิตย์นี้

น้ำฝนว่างพอดี อาสาจะไปด้วย พิมพ์ชนกดีใจมากที่มีคนมาเพิ่ม นี่เธอกำลังทำประกาศรับสมัครผู้สนใจ ไว้จะส่งรายละเอียดไปให้เผื่อน้ำฝนจะหาคนเพิ่มได้ น้ำฝนนึกขึ้นได้แล้วนี่มีสปอนเซอร์หรือยังให้ตนช่วยหาเอาไหม พิมพ์ชนกได้ทุนสนับสนุนจากคุณปู่กับคุณย่าซึ่งชอบทำบุญอยู่แล้ว

“แต่ฝนว่าเราน่าจะมีการประชาสัมพันธ์ให้คนรู้เผื่อมีคนสนใจอยากร่วมทำบุญเราจะได้ไปทำโครงการเพิ่มอีกหลายๆที่ หรือบางทีอาจจะมีคนติดต่อเพื่อแนะนำชุมชนที่เข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาลจริงๆให้เราด้วยก็ได้”

“ก็จริงของฝน ถ้ามีการประชาสัมพันธ์เราก็จะเข้าถึงคนไข้ได้มากขึ้นจริงๆ”...

แม้จะรู้ว่าอานนท์ไม่ได้มีใจให้ แต่ริสาไม่สน ยังตามมาดูแลหาข้าวหาปลาพร้อมกับน้ำขิงแก้เมาค้างมาให้ถึงห้องพัก เขาบ่นอุบว่าไม่ชอบน้ำขิง เธอทำหน้าดุแต่น้ำเสียงยังอ่อนหวาน

“อย่าดื้อสิคะ กินให้หมดแล้วนอนพักนะคะ ริสาจะไปซักผ้า” ริสาพูดจบขยับจะไป อานนท์คว้าแขนไว้ ขอบคุณเธอมาก ริสาเก๊กหน้ายิ้มๆ พอหันหลังให้เท่านั้น เธอปลื้มปริ่มยิ้มแก้มบาน...

พิมพ์ชนกต้องการทำเว็บไซต์เพื่อโปรโมตโครงการพยาบาลอาสาแต่ไม่รู้จะปรึกษาใคร นึกถึงเอกรัฐขึ้นมาได้โทร.ถามว่าบริษัทของเขารับทำเว็บไซต์หรือเปล่า เขาไม่ได้รับทำแต่ก็ทำให้ได้ถ้าเธอต้องการ...

เอกรัฐชื่นชมกับสิ่งที่พิมพ์ชนกทำ จนเก็บไว้คนเดียวไม่ไหวนำไปเล่าให้เอมอรกับธนาคิมฟังตอนไปกินข้าวเย็นด้วยว่าเธอใช้เงินเก็บตัวเองมาตั้งเป็น

กองทุนทำโครงการ เขาก็เลยอาสาทำเว็บไซต์ให้ฟรีจะได้ทุ่นค่าใช้จ่าย

เอมอรไม่เห็นน่าปลื้มตรงไหนพิมพ์ชนกเป็นลูกคนรวย เงินทองเหลือใช้อยู่แล้วคงไม่เดือดร้อนอะไร เอกรัฐ

ยังคงชื่นชมเธอไม่หยุดว่าเป็นนางฟ้าในชุดขาว เอมอรไม่ปลื้มด้วยขอตัวไปเอาผลไม้ก่อน ธนาคิมรอจนแม่ไปแล้วจึงบอกเอกรัฐว่าโดนหลอก รู้หรือเปล่าว่านางฟ้าของเขาทำให้หมอดีอย่างอานนท์กลายเป็นขี้เมาหยำเป

 “อันนั้นมันเป็นเรื่องส่วนตัว ฉันกำลังพูดถึงสิ่งที่เขาทำเพื่อส่วนรวม”

“จะส่วนตัวหรือส่วนรวมมันก็คนเดียวกัน ฉันจะไม่ยอมให้แกตกเป็นเครื่องมือของผู้หญิงร้ายกาจคนนี้ แกลืมไปแล้วเหรอว่าไอ้พีทตายเพราะใคร”

“ฉันไม่ลืมแล้วฉันก็ไม่ปล่อยให้ความแค้นบดบังตาจนมองไม่เห็นความดีของคน” เอกรัฐเห็นเอมอรถือจานผลไม้กลับมาก็ยกมือไหว้ขอตัวกลับก่อนแล้วเดินออกไปเลย ธนาคิมมองตามเพื่อนรักอย่างเซ็งๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น ริสา พิมพ์ชนกกับพวกพยาบาลเข้าอบรบการใช้คอมพิวเตอร์ โดยมีธนาคิมกับเอกรัฐเป็นผู้ฝึกสอน ระหว่างจับคู่ฝึกใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ระบบใหม่ ริสาเล่าให้พิมพ์ชนกฟังว่าอานนท์ดื่มเหล้าทุกคืน เป็นห่วงจะเสียงานเสียการเข้าสักวัน วานพิมพ์ชนกช่วยเตือนเขาหน่อย ตนพูดจนเบื่อแล้ว

“พี่ก็เห็นแล้วนี่คะว่าถ้าพิมพ์ไปยุ่งกับหมออานนท์แล้วเป็นยังไง พิมพ์ไม่อยากให้เขมทำร้ายหมอไปมากกว่านี้” สองสาวมัวแต่คุยกันไม่ทันเห็นธนาคิมแอบมองอยู่ ก่อนจะหันไปง้อเอกรัฐ

“เอก...อบรมเสร็จแล้วหาอะไรกินก่อนเข้าออฟฟิศไหม”

“ไม่ว่างฉันมีนัด” เอกรัฐตอบแบบมะนาวไม่มีน้ำ แล้วส่งยิ้มไปให้พิมพ์ชนกซึ่งยิ้มตอบ ธนาคิมมองสงสัย...

ที่เอกรัฐไม่ว่างไปหาอะไรกินกับธนาคิมเพราะนัดคุยกับพิมพ์ชนกและริสาที่ห้องอาหารของโรงพยาบาล ธนาคิมแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างหมั่นไส้ พิมพ์ชนกอธิบายให้เอกรัฐกับริสาฟังว่าเราจะเป็นตัวกลางรับสมัครพยาบาลอาสาทุกภาคส่วนแล้วขอรายชื่อคนไข้จากสาธารณสุขจังหวัด จากนั้นเราก็จะประสานทำตารางออกเยี่ยมของแต่ละกลุ่ม เอกรัฐเสนอว่าเราควรประชาสัมพันธ์โครงการนี้ออกสื่อโดยจะให้เพื่อนที่ทำงานสื่อช่วย

“พี่ริสาคิดว่าไงคะ”

ริสาใจลอยเป็นห่วงอานนท์ถึงกับสะดุ้งโหยง กลบเกลื่อนว่าจะขอสมัครเป็นพยาบาลอาสาด้วยคน ธนาคิมเดินกระแอมเข้ามาถามเอกรัฐว่าเสร็จหรือยังหิวแล้ว เอกรัฐหันมาเอ็ดเขาก็บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ต้องรอ เดี๋ยวไปเจอกันที่ออฟฟิศ เขาสงสัยถ้าอย่างนั้นเอกรัฐจะกลับอย่างไรในเมื่อเราเอารถตู้มา

“รถเรือช้างม้าวัวควายเยอะแยะ กลับได้แล้วกัน” เอกรัฐยังงอนเพื่อนไม่เลิก ธนาคิมเกือบหลุดขำ จังหวะนั้น ยายโทร.มาแจ้งพิมพ์ชนกว่าตาป่วยหนัก เธอจึงขอตัวก่อน พิมพ์ชนกกับริสาพากันลุกขึ้นจะไป เอกรัฐลุกตามยังไม่ทันพูดว่าไปด้วย ธนาคิมชิงพูดขึ้นมาเสียก่อนว่าจะไปด้วย ทุกคนหันมองเขา

“ไปกันตั้งหลายคน นั่งรถตู้ไปสบายกว่าหรือเปล่า”

จากนั้นไม่นาน คณะของพิมพ์ชนกมาถึงที่พักของตากับยายเห็นตานอนหมดสติอยู่ พิมพ์ชนกรีบเข้าไปตรวจอาการ ริสาเห็นท่าไม่ดีหยิบมือถือจะโทร.ตามรถพยาบาล ธนาคิมเสนอให้ไปรถตู้ของตนจะเร็วกว่า พิมพ์ชนกมองเขาอย่างทึ่งๆไม่คิดว่าจะยอมให้คนป่วยขึ้นรถตัวเอง เขารีบพยุงตาพร้อมกับเรียกเอกรัฐให้มาช่วย เอกรัฐยืนนิ่งทำตัวไม่ถูก ครั้นได้สติรีบพยุงตาขึ้นหลังธนาคิม ก่อนจะเร่งฝีเท้าออกไป...

ไม่นานนัก ตาถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน ยายกับพิมพ์ชนกและพวกรออยู่หน้าห้องอย่างกระวนกระวายใจ สักพักหมอออกมาแจ้งว่าคนไข้ปลอดภัยแล้ว น้ำตาลในเลือดต่ำก็เลยหมดสติ พิมพ์ชนกตกใจนี่เท่ากับตาเป็นเบาหวานใช่ไหม หมอพยักหน้า จะขอดูอาการคนไข้สักระยะหนึ่งก่อนถ้าไม่มีอะไรก็จะย้ายไปห้องพักฟื้นผู้ป่วย แล้วกลับเข้าห้องฉุกเฉิน ยายดีใจที่ตารอดตาย แต่ยังเป็นกังวลเรื่องเงินค่ารักษาจะขอย้ายโรงพยาบาล

 “ยายจ๋า พิมพ์มีเงินเก็บพอสมควรให้พิมพ์ดูแลค่ารักษาให้ตานะจ๊ะ” พิมพ์ชนกจับมือยายมากุมไว้

“โอ๊ย ไม่ได้หรอกหนูพิมพ์ เงินมันเยอะ เรารบกวนหนูมากขนาดนี้ไม่ได้”

ooooooo

แม้ยายจะปฏิเสธความช่วยเหลือเรื่องเงินค่ารักษา แต่พิมพ์ชนกยืนกรานจะให้ จากนั้นโทร.ไปขออนุญาตคุณปู่เนื่องจากเงินก้อนนี้ท่านให้เธอเป็นของขวัญวันเรียนจบ พงษ์ไม่ขัดข้องอีกทั้งเงินก้อนนั้นก็เป็นเงินที่ท่านให้เธอไปแล้วเธอจะเอาไปทำอะไรเป็นเรื่องของเธอ พงษ์วางสายแล้วหันมาบอกกับอารีย์

“พิมพ์โทร.มาปรึกษาว่าอยากช่วยค่ารักษาพยาบาลคนยากจน”

ทิพย์อาภาหมั่นไส้พึมพำด่าลูกเลี้ยงว่าหน้าใหญ่ อารีย์ได้ยินไม่ถนัดถามว่าเมื่อครู่นี้พูดอะไร เธอแค่จะบอกว่าพิมพ์ชนกใจอ่อนแบบนี้มิต้องช่วยคนจนทั้งโลกเลยหรือ พงษ์แก้ตัวแทนหลานรักว่าเธอผูกพันกับตายายคู่นี้เพราะดูแลกันมาตั้งแต่ต้น ตนว่าดีกว่าเอาเงินไปกินเที่ยวใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ทิพย์อาภาเป็นวัวสันหลังหวะ คิดว่าพงษ์ตำหนิตัวเธอที่ใช้เงินเป็นเบี้ยก็เลยไม่พูดอะไรอีก อารีย์นึกอะไรขึ้นมาได้รีบโทร.ไปหาพัชร...

หลังคุยกับอารีย์เสร็จ พัชรเรียกตัวพิมพ์ชนกมาพบที่ห้องทำงาน แจ้งให้รู้ว่าอารีย์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้ว ทางโรงพยาบาลจะช่วยเหลือค่าห้องพัก ส่วนค่ารักษาพยาบาลมีผู้ใจบุญเสนอตัวเข้ามาช่วย พิมพ์ชนกตื่นเต้นดีใจถามว่าผู้ใจบุญเป็นเพื่อนคุณย่าของเธอหรือ พัชรส่ายหน้าไม่ใช่ผู้ใจบุญติดต่อมาทางตนผ่านตัวแทนของท่าน พิมพ์ชนกพยายามถามว่าเป็นใครจะได้ไปขอบคุณท่านด้วยตัวเอง แต่พัชรไม่ยอมบอก...

ข่าวนี้รู้ถึงหูตากับยายก็ดีใจมากขอบคุณผู้ใจบุญที่ช่วยเหลือ และไม่ลืมขอบคุณพิมพ์ชนกกับริสาที่เป็นธุระทุกอย่างให้ แถมยังฝากขอบคุณไปถึงธนาคิมกับเอกรัฐด้วย

“ยินดีค่ะ...เอ่อ พิมพ์แล้ว ผอ.ไม่บอกจริงๆเหรอว่าผู้ใจบุญเป็นใคร”

“เขาขอปิดเป็นความลับค่ะ”

สองสาวไม่ล่วงรู้เลยว่าผู้ใจบุญคนนั้นก็คือธนาคิมนั่นเอง แม้เงินที่บริจาคจะเป็นของศักดิ์แต่ถ้าไม่ได้ธนาคิมช่วยเป็นธุระให้เรื่องนี้ก็คงไม่สำเร็จ...

เขมจิราในชุดสวยถือถุงใส่อาหารเข้ามาในบริษัทของธนาคิม ได้ยินเสียงเอกรัฐกับธนาคิมคุยกันถึงพิมพ์ชนกรีบหลบมุมแอบฟัง เอกรัฐชื่นชมเธอว่าเป็นคนจิตใจดี เห็นว่าเธอไปช่วยดูแลสองตายายมานานแล้ว

“ไม่นึกว่าผู้หญิงแบบพิมพ์ชนกจะมีโมเมนต์นี้เหมือนกัน บอกตรงๆว่าเซอร์ไพรส์ว่ะ” คำพูดชื่นชมพิมพ์ชนกของธนาคิมทำให้เขมจิราซึ่งแอบฟังอยู่ไม่พอใจที่เขาเริ่มมองคู่อริในแง่ดี เป็นจังหวะที่เอกรัฐหันไปเห็นเขมจิราก็ร้องทักขึ้น เธอปรับสีหน้าเป็นปกติ เดินยิ้มเข้ามาหา ทำเป็นพูดติดตลกว่าเม้าท์ใครอยู่หรือ

“กำลังพูดถึงพี่สาวน้องเขมอยู่น่ะจ้ะ”

“พี่พิมพ์ทำไมเหรอคะ”

เอกรัฐเล่าให้ฟังว่าวันนี้ตนกับธนาคิมไปช่วยพิมพ์ชนกพาคุณตาที่เธอดูแลอยู่ไปโรงพยาบาล แล้วชื่นชมว่าเธอเป็นคนดีมากๆเห็นว่าจะช่วยค่ารักษาพยาบาลให้แกด้วย เขมจิราทำเป็นตกใจ

“พี่พิมพ์น่ะเหรอคะ ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ  ปกติพี่พิมพ์เป็นคนขี้เหนียวมาก ถ้าพี่พิมพ์ช่วยขนาดนี้คงจะสนิทกับคุณตาคุณยายมากจริงๆ แบบนี้เขมคงต้องช่วยพี่พิมพ์อีกแรงแล้วล่ะ อยากทำบุญน่ะค่ะ”...

บ่ายวันเดียวกัน ทิพย์อาภาเห็นลูกกลับถึงบ้านด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ถามว่าเป็นอะไรไปถึงทำหน้าอย่างนั้น เธอหมั่นไส้นังพิมพ์ทำเป็นไปช่วยคนจนเอาหน้ากับพี่คิม ทิพย์อาภาแปลกใจลูกรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ เธอ

พยักหน้าที่รู้เพราะว่าเธอไปหาพี่คิมที่บริษัทได้ยินเขาพูดกับเพื่อนพอดี

“ตายแล้วนี่ตาคิมก็จะเริ่มเป็นไปกับเขาด้วยอีกคนเหรอ หรือว่าจะเป็นแผนอ่อยตาคิมของมัน”

“เขมไม่ยอมให้นังพิมพ์เอาชนะเขมไปได้หรอกค่ะ โดยเฉพาะพี่คิมจะต้องไม่เห็นมันดีไปกว่าเขม”...

ดึกแล้ว เขมจิรานอนไม่หลับเคียดแค้นพิมพ์ชนกที่เรียกคะแนนจากธนาคิมมาได้ นอนกระสับกระส่ายไปมาในที่สุดคิดแผนร้ายบางอย่างขึ้นมาได้ คว้ามือถือโทร.หาเพื่อน

“เฮ้ย...บ่อนประจำของแกอยู่ไหนนะ ส่งแผนที่มาให้หน่อยสิ”

ooooooo

เขมจิราลุกขึ้นแต่เช้า แต่งตัวสวยจะออกไปข้างนอก ทิพย์อาภาหันมาเห็นก็ร้องทักจะไปไหนหรือ

“เขมจะไปเยี่ยมคนป่วยที่โรงพยาบาล”

ทิพย์อาภาสงสัยใครไม่สบายหรือ เขมจิราไม่ตอบคำถาม ได้แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์...

สายวันเดียวกัน ริสาว่างจากงานที่ทำแวะดูตาที่ห้องพักฟื้น เห็นยายกำลังร้อยพวงมาลัยจำนวนมากอยู่ก็ร้องถามว่าทำไมคราวนี้ร้อยมาลัยเยอะกว่าทุกครั้ง

“พอดีเมื่อเช้ามีคนมาสั่งพวงมาลัยบอกว่าจะเอาไปแก้บน ให้ยายเอาไปส่ง นี่ก็เสร็จพอดี ยังไงยายฝากหนูริสาดูตาแป๊บหนึ่งนะลูก เดี๋ยวยายรีบไปรีบกลับ”

ริสายินดีดูแลตาให้ ยายไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องรีบร้อนด้วยเดี๋ยวจะหกล้มเอาได้ ยายรีบเอาพวงมาลัยใส่ถุงแล้วออกจากห้อง ริสามองตามสงสัย หันไปถามตาว่าอยู่ถึงโรงพยาบาลยังมีคนมาสั่งพวงมาลัยอีกหรือ

“อืม เขาบอกว่าได้ข่าวตากับยายกำลังเดือดร้อนเรื่องค่ารักษาพยาบาลเลยอยากช่วยอุดหนุนพวงมาลัยยาย นี่ให้เงินมาแล้วด้วยนะ ตั้งเยอะตั้งแยะแน่ะ”

“งั้นเหรอคะ” ริสารู้สึกแปลกๆกับเรื่องนี้แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร...

ยายหิ้วถุงใส่พวงมาลัยดอกไม้สดมาถึงบ้าน

หลังหนึ่งตามแผนที่ที่เขมจิราในคราบคนจ้างวานให้ทำพวงมาลัยมอบให้โดยไม่รู้เลยว่าถูกหลอกให้เข้ามาในบ่อนพนัน ขณะยายถามหาคนสั่งให้ทำพวงมาลัย ตำรวจบุกเข้ามาทลายบ่อนพอดี ยายหนีไม่ทันถูกรวบตัวไปพร้อมกับนักพนันหลายคน...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน พิมพ์ชนกแวะมาที่ออฟฟิศของธนาคิมเพื่อดูเว็บไซต์ที่เอกรัฐทำให้

“เราจะออกแบบให้การใช้ง่ายๆเพื่อเข้าถึงผู้ป่วยทุกกลุ่มสามารถเข้ามาลงทะเบียนรับการช่วยเหลือได้สบายๆ” ศีรษะของเอกรัฐอยู่ใกล้กันกับพิมพ์ชนกมาก ธนาคิมที่ยืนดูอยู่ไม่ค่อยจะชอบใจนัก พลันมีเสียงมือถือของพิมพ์ชนกดังขึ้น เธอกดรับสายฟังอยู่อึดใจก่อนจะร้องเอะอะ

“ว่าไงนะคะ...พิมพ์จะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” พิมพ์ชนกวางสายแล้วหันมาบอกเอกรัฐว่าต้องขอตัวก่อนมีเรื่องด่วนต้องไปจัดการ เขาขอไปกับเธอด้วย ธนาคิมมองเพื่อนรักไม่พอใจเสียงเข้มใส่จะไปทำไม

“เรื่องของข้า” พูดจบเอกรัฐเดินไปกับพิมพ์ชนก ธนาคิมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวิ่งตาม...

ไม่นานนักพิมพ์ชนก เอกรัฐกับธนาคิมมาถึงโรงพัก เข้าไปสอบถามร้อยเวรที่สอบปากคำยายอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าตำรวจจับตัวยายได้ตอนเข้าไปทลายบ่อนพนัน แต่ยายอ้างว่าไปส่งพวงมาลัยไม่ได้ไปเล่นพนัน พิมพ์ชนกช่วยยืนยันว่าแกไม่มีทางไปเล่นการพนันแน่ๆ

“แต่เราเชื่อคำพูดของคุณยายกับพวงมาลัยไม่กี่สิบพวงไม่ได้หรอกนะครับ” ร้อยเวรอธิบาย

“ก็จริงของคุณตำรวจ แม่ค้าที่ติดการพนันหอบของไปเล่นการพนันในบ่อนก็มีเยอะแยะไป ไม่แปลกถ้ายายจะไปเล่นการพนันแล้วเอาพวงมาลัยไปด้วย”

พิมพ์ชนกมองธนาคิมอย่างไม่พอใจ เช่นเดียวกับเอกรัฐขอร้องเพื่อนไม่พูดบ้างก็ได้ ธนาคิมแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าแค่วิเคราะห์เหตุการณ์ ยายยืนยันคำเดิมว่าไม่ได้เข้าไปเล่นการพนัน พิมพ์ชนกสงสารยายจับใจคว้ามือมากุมไว้พร้อมกับบอกว่าเชื่อที่ยายพูด แล้วบอกกับร้อยเวรว่ายายไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน

“หลักฐานมัดแน่น เราคงต้องทำตามกฎหมายครับขอโทษด้วย”

“ถ้างั้นพิมพ์จะขอประกันตัวคุณยาย ต้องทำอย่างไรบ้างคะ”

ธนาคิมมองพิมพ์ชนกที่กำลังเจรจากับตำรวจแอบยิ้มชื่นชมในตัวเธอ...

ประกันตัวเสร็จ พิมพ์ชนกพายายกลับมาที่โรงพยาบาล กำชับว่าไม่ต้องบอกเรื่องนี้ให้ตารู้ เดี๋ยวจะไม่สบายใจไปเปล่าๆ ธนาคิมซักเรื่องที่ยายบอกว่ามีคนสั่งให้ไปส่งพวงมาลัยที่บ่อนนั่นเป็นใครหรือ ยายเองก็ไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้น แต่เธอมาหายายที่นี่เมื่อเช้า อ้างว่าได้ยินข่าวตาป่วยไม่มีค่ารักษาเธอก็เลยอยากจะช่วยอีกแรงหนึ่งโดยจ้างยายร้อยพวงมาลัย 50 พวง แล้วตอนบ่ายสองให้เอาไปส่งตามแผนที่ที่เธอให้ไว้

“เป็นผู้หญิงสวย แต่งตัวดีท่าทางจะมีเงิน อ้อเขายังให้เงินยายล่วงหน้าด้วยนะ”

“ถ้าคุณยายไม่รู้จักเขาแล้วเขาจะแกล้งให้คุณยายไปที่นั่นทำไม” ธนาคิมสงสัย

พิมพ์ชนกนึกถึงเขมจิราขึ้นมาทันที “แล้วถ้าคนที่เขาอยากแกล้งไม่ใช่คุณยายล่ะคะ”

เอกรัฐไม่เข้าใจถ้าไม่ใช่ยายแล้วผู้หญิงคนนั้นอยากแกล้งใคร พิมพ์ชนกตัดบทว่าไม่มีอะไร บอกยายให้กลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อนเหนื่อยมามากแล้ว ยายขอบคุณเธอมาก ขอโทษด้วยที่สร้างแต่ความลำบากให้ เธอขอร้องอย่าคิดมาก ยายพยักหน้ารับคำแล้วตรงกลับไปที่ห้องพักฟื้น ธนาคิมไม่วายปากเสีย

“ไม่คิดบ้างเหรอว่าอาจจะช่วยคนผิด”

พิมพ์ชนกมองธนาคิมไม่พอใจ ปากเสียที่โรงพักยังไม่ทันสะสาง นี่ยังมาปากเสียที่นี่อีก เขาไม่ยอมหยุดมองยายในแง่ร้ายว่าตัวจริงของยายอาจเป็นนักพนันตัวยงก็ได้  หลอกเอาเงินค่ารักษาพยาบาลตาจากคนโง่แถวนี้ไปเล่นพนัน พิมพ์ชนกเหลืออดตบเขาหน้าหันฐานปากเสีย

“ถ้าคุณไม่รู้จักใครดีพออย่าพูดถึงคนอื่นแบบนี้เพราะมันบ่งบอกถึงจิตใจที่สกปรกของคุณ” ด่าจบพิมพ์ชนกผละจากไป เอกรัฐสมน้ำหน้าเพื่อนสมควรแล้วที่โดนตบ จากนั้นก็เดินแยกไปอีกทาง ธนาคิมอดสงสัยไม่ได้ว่าพิมพ์ชนกเป็นคนอย่างไรกันแน่

เขมจิรายังคอยเตะตัดขาพิมพ์ชนกอยู่ตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน ใช้เหตุการณ์ที่ยายถูกตำรวจจับคาบ่อนเล่นงานพิมพ์ชนกโดยโทร.ไปใส่ไฟให้กอบแก้วฟังว่าเธอรู้เห็นเป็นใจให้ยายเอาเงินบริจาคค่ารักษาพยาบาลไปเล่นการพนัน กอบแก้วซึ่งชิงชังพิมพ์ชนกเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเชื่อสนิทใจว่าเป็นเรื่องจริง

“พี่กอบอย่าบอกใครนะคะว่ารู้มาจากเขม ไม่งั้นพี่พิมพ์เล่นงานเขมแน่เลย”

“น้องเขมเชื่อใจพี่ได้ เราทีมเดียวกัน ทีมผู้หญิงหมายเลขหนึ่งเราต้องผนึกกำลังกำจัดอีพวกผู้หญิงฉาวคาวโลกีย์พวกนี้ให้หลาบจำ” กอบแก้ววางสายแล้วพึมพำกับตัวเอง “พิมพ์ชนกวันนี้แกได้ฉาวอีกแน่”...

ริสาที่เพิ่งได้ยินข่าวยายถูกจับปรี่เข้าไปถามพิมพ์ชนก ที่เพิ่งเดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์พยาบาลว่ารู้เรื่องยายแล้วใช่ไหม เธอรู้แล้วและเป็นคนประกันตัวแกออกมาเอง ริสา ไม่เชื่อว่ายายจะทำอย่างนั้นเพราะตอนเช้ายังเห็นแก

นั่งร้อยมาลัยเป็นกองอยู่เลย คนบ้าอะไรไปเล่นพนันจะมีอารมณ์นั่งหลังขดหลังแข็งร้อยมาลัยไปด้วย

“ความเชื่อของเราสู้พยานหลักฐานที่ตำรวจมีไม่ได้หรอกค่ะ เขาต้องทำตามหน้าที่”

“สงสารยายจัง ตาก็ป่วยยังโชคร้ายมาเจอเรื่องพวกนี้อีก”

พิมพ์ชนกแปลกใจริสารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ริสายังไม่ทันตอบ มีเสียงกอบแก้วเม้าท์แตกดังขึ้นเสียก่อนว่ายายที่พิมพ์ชนกช่วยไว้เอาเงินไปเล่นพนันในบ่อน นอกจากนี้เธอยังกล่าวหาพิมพ์ชนกว่าอาจจะรู้กันกับยายหลอกเอาเงินคนอื่น หนึ่งในพยาบาลทักท้วงจะเป็นไปได้อย่างไร ครอบครัวพิมพ์ชนกรวยออกจะตาย

“ถึงรวยแต่ยัยพิมพ์ก็เป็นแค่ลูกเมียน้อยจะได้สมบัติแค่ไหนกัน โชคดีแค่ไหนแล้วที่เขาให้อาศัยในบ้าน”

ริสาทนฟังกอบแก้วสะตอไม่ไหวจะเข้าไปตบให้หายปากเสีย พิมพ์ชนกรั้งตัวไว้ ขอร้องอย่าไปยุ่ง ใครอยากพูดอะไรแล้วมันสนุกปากถือว่าเราได้ทำบุญ ริสาไม่อยากขัดใจยอมตามที่เพื่อนต้องการ...

กลับถึงบ้านยังไม่ทันพักให้หายเหนื่อย แม่เลี้ยงตัวแสบกับน้องสาวตัวดีที่รอท่าอยู่รุมด่าว่าเธอที่เสียรู้

คนแก่ อุตส่าห์ระดมเงินให้แต่แกกลับเอาไปเล่นการพนัน เขมจิราด่าสนุกปากไปหน่อยเผลอพูดเรื่องที่ยายมีอาชีพร้อยมาลัยขายทำให้พิมพ์ชนกมั่นใจว่าเธอต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องหลอกยายเข้าบ่อนไปให้ตำรวจจับ ต่อว่าเธอที่ทำร้ายคนที่เดือดร้อนอยู่แล้วให้ต้องลำบากขึ้นไปอีก เธอปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องอย่ามาโยนความผิดให้กัน

“เขมทำอะไรก็รู้แก่ใจดี พี่จะบอกให้นะว่าสิ่งที่เขมทำมันเป็นบาป สักวันมันจะกลับคืนสนองตัวเขมเอง”

“แกไม่ต้องมาขู่ฉัน ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด” เขมจิรายังปากแข็งไม่ยอมรับ นิติ พงษ์และอารีย์ได้ยินเสียงเถียงกัน เข้ามาถามว่าเสียงดังอะไรกัน ทิพย์อาภาฟ้องว่าพิมพ์ชนกใส่ร้ายลูกของตน

“เขม พี่พิมพ์ใส่ร้ายอะไรลูกบอกพ่อมา ถ้าผิดจริงพ่อจะจัดการให้อย่างยุติธรรม”

เขมจิรากลัวว่าสาวไปสาวมาอาจเข้าตัวเองจึงบอกพ่อว่าไม่อยากเอาเรื่อง ถือว่าเธอให้อภัยพิมพ์ชนกก็แล้วกัน จากนั้นลากแขนทิพย์อาภาออกไป พงษ์ซักพิมพ์ชนกตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่ เธอบอกว่าไม่มีอะไร

“เรื่องสองคนตายายที่เราช่วยใช่ไหม”

พิมพ์ชนกแปลกใจคุณย่ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ท่านเฉลยว่าเพื่อนของท่านโทร.มาเล่าให้ฟังหมดแล้ว เธอรีบบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ยายคนนั้นไม่ได้เอาเงินไปเล่นไพ่ นิติหวังว่าเรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับเขมจิรา พิมพ์ชนกตอบไม่เต็มเสียงว่าแค่สงสัยเท่านั้น นิติจะไปถามเขมจิรา ให้รู้เรื่องแล้วขยับจะไป พิมพ์ชนกร้องห้ามไว้

“อย่าเลยค่ะคุณพ่อ พิมพ์ไม่มีหลักฐานอย่าให้เป็นเรื่องเลยค่ะ”

นิติไม่ยอมจะไปเอาเรื่องเขมจิราให้ได้ พงษ์เห็นด้วย กับพิมพ์ชนกในเมื่อไม่มีหลักฐาน คนอย่างเขมจิรา

ไม่มีทางยอมรับแน่นอนแล้วจะพานว่าพวกเราเข้าข้างพิมพ์ชนก นิติเหนื่อยใจไม่รู้จะทำอย่างไรกับลูกคนนี้ดี...

ระหว่างที่นั่งทำงานอยู่ในห้องประชุมบริษัทของศักดิ์ เอกรัฐบอกกับธนาคิมว่าเคลียร์งานหมดแล้วพรุ่งนี้จะออกไปเก็บภาพกิจกรรมโครงการอาสา เอมอรเงยหน้าขึ้นจากงานที่ทำ

“โครงการอะไรจ๊ะเพื่อสังคมหรือเปล่าน้ากำลังอยากได้โครงการดีๆมาทำซีเอสอาร์ให้บริษัทคุณศักดิ์พอดี”

คำพูดของแม่ทำให้ธนาคิมคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้

ooooooo

โครงการของพิมพ์ชนกใช้ชื่อว่า “โครงการกอดใกล้บ้าน พยาบาลอาสา” อานนท์ ริสา พิมพ์ชนกกับน้ำฝนและเพื่อนพยาบาลพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์สนาม เดินไปตามบ้านของชาวบ้านในชุมชนแออัดซึ่งได้ลงทะเบียนไว้กับโครงการ โดยเอกรัฐจะตามเก็บภาพกิจกรรมครั้งนี้ไปลงในเว็บไซต์ของโครงการ

อานนท์จับคู่กับริสาออกตรวจบ้านเป้าหมาย แต่ดูเหมือนเขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คนไข้แจ้งอาการให้ฟังเขาก็ใจลอยไม่ได้ยิน ริสาต้องคอยเรียกสติเขาเป็นระยะๆ ครั้นตรวจคนไข้ในส่วนของตัวเองเสร็จ ริสาดึงแขนอานนท์ออกมาคุยกันตามลำพัง เตือนเขาไม่ให้ลืมหน้าที่ของความเป็นแพทย์คือต้องรับผิดชอบต่อชีวิตคนไข้

“พักนี้หมอมีเรื่องให้คิดเยอะไปหน่อย”

“ไม่มีใครไม่มีปัญหาค่ะหมอ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องแยกปัญหาออกจากหน้าที่ให้ได้ ถ้าหมอไม่พร้อมก็อย่าเพิ่งทำงานเลยค่ะไปจัดการปัญหาชีวิตของหมอให้เรียบร้อยแล้วค่อยกลับมา” พูดจบริสาผละจากไป อานนท์คิดคล้อยตามที่เธอพูดต้องหาทางแก้ไขให้ได้ แล้วนึกถึงพิมพ์ชนกขึ้นมาได้รีบไปตามหา

อีกมุมหนึ่งของชุมชนแออัด พิมพ์ชนกช่วยเช็ดตัวให้ผู้ป่วยหญิงสูงอายุ โดยมีเอกรัฐถ่ายภาพนิ่งเก็บไว้ ก่อนจะเดินออกไปเช็กภาพที่ถ่ายพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ธนาคิมยื่นหน้าเข้าไปดูเห็นเป็นรูปป้าคนป่วยก็กระเซ้า ปลื้มใจอะไรนักหนา ชอบป้าคนนั้นหรือ เอกรัฐแกล้งโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอาย

“บ้า...มาทำไมเนี่ย”

ธนาคิมเฉลยเหตุผลที่มาที่นี่เพื่อบอกให้เอกรัฐไปดูงานที่ญี่ปุ่นแทนตนเอง ทีแรกเอกรัฐไม่ยอมไปเนื่องจากรับปากพิมพ์ชนกไว้แล้วว่าจะช่วยโครงการนี้ ธนาคิมจะจัดการต่อให้เองโดยจะเลือกโครงการของเธอเข้าโปรเจกต์ซีเอสอาร์ เอกรัฐขอร้องโครงการนี้มีประโยชน์กับผู้ยากไร้ที่เข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล อย่าได้เอามาเป็นเครื่องมือแก้แค้น

“ไอ้เอก บาปส่วนบาป บุญส่วนบุญ ฉันแยกแยะได้ โอเค” สีหน้าจริงจังและจริงใจของธนาคิมทำให้เอกรัฐ ไม่พูดอะไรอีก

ooooooo


ละครหลงเงาจันทร์ ตอนที่ 5 อ่านหลงเงาจันทร์ติดตามละครหลงเงาจันทร์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร, แซมมี่ เคาวเวลล์ 14 มี.ค. 2562 08:19 2019-03-18T00:54:45+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ