ข่าว

วิดีโอ



หลงเงาจันทร์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บุหลันดั้นเมฆ

กำกับการแสดงโดย: ปัญญา ชุ่มฤทธิ์

ผลิตโดย: บริษัท เฟิร์สคลาส เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร, แซมมี่ เคาวเวลล์

อานนท์รอจนพิมพ์ชนกทำแผลให้คนไข้เสร็จ เข้าไปเลียบๆเคียงๆถามว่าเขมจิรารู้จักกับคนไข้ที่ชื่อธนาคิมด้วยหรือ เธอยอมรับว่าทั้งคู่รู้จักกัน แม่ของพวกนั้นเป็นเพื่อนเก่ากัน เขาซักอีกทั้งคู่สนิทกันมากไหมเห็นเขมจิราดูเป็นห่วงเป็นใยผู้ชายคนนี้มาก พิมพ์ชนกหันมองริสาที่ยืนอยู่ใกล้ๆลำบากใจไม่รู้จะตอบอย่างไร

“เรื่องนี้หมอไปถามเขมเองดีกว่านะคะ พิมพ์ขอตัวก่อน” พูดจบพิมพ์ชนกเดินหนีไปเลย ริสาอดใจไม่ไหวเตือนเขาด้วยความหวังดีว่าพิมพ์ชนกพูดแค่นี้เขาน่าจะเดาได้เพราะเขาไม่ใช่คนโง่แล้วเดินหนีไปอีกคน...

พิมพ์ชนกว่างจากงานข้างล่างขึ้นไปดูธนาคิมที่ห้องพักฟื้น เจอเขมจิราเฝ้าไข้อยู่ เขาเห็นหน้าเธอก็สั่งให้ปอกผลไม้ให้ เธอรู้ว่าเขาจงใจแกล้งแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรรีบไปทำตามคำสั่ง...

กินอาหารกลางวันกับธนาคิมเสร็จ เขมจิราเริ่มเบื่อเพราะไม่ชอบที่ต้องอยู่นิ่งนานๆ โกหกเขาว่าต้องรีบไปมหาวิทยาลัย อาจารย์ที่ปรึกษาเรียกให้ไปพบ แล้ววันหลังจะมาเยี่ยมใหม่ เธอเปิดประตูออกไปสวนกับพยาบาลที่เข็นรถวีลแชร์มารับ เนื่องจากเขาแจ้งหมอไปว่ามีอาการปวดหัวเล็กน้อย หมอเลยขอเอกซเรย์อีกครั้ง แล้วช่วยประคองเขาลงจากเตียงมานั่งวีลแชร์ ก่อนจะเข็นออกไป...

ฝ่ายเขมจิราเดินมาที่โถงหน้าลิฟต์บังเอิญได้ยินกอบแก้วหัวหน้าวอร์ดชั้นนี้กำลังโทร.ด่าสามีเรื่องไปมีเมียน้อย สามีวางสายใส่ทำให้กอบแก้วยิ่งโกรธด่าๆๆทั้งที่เขาวางสายไปแล้ว  โดยไม่รู้ว่าเขมจิรายืนฟังอยู่ข้างหลัง เธอคิดแผนร้ายบางอย่างออกตีหน้าเศร้าเป็นคนดีเข้าไปปลอบกอบแก้ว พูดประหนึ่งว่าเราสองคนหัวอกเดียวกัน สามีของกอบแก้วไปมีเมียน้อย ส่วนเธอถูกพี่สาวแท้ๆคิดจะแย่งแฟนแล้วบีบน้ำตาน่าสงสาร

“ขอโทษนะคะคุณน้องใช่ญาติคนไข้ห้อง 728 หรือเปล่า”

“ค่ะ คุณธนาคิมแฟนเขมเอง” เขมจิราขี้ตู่หน้าไม่อาย

“งั้นก็เป็นน้องของพิมพ์ชนก พยาบาลแผนกศัลยกรรมสิคะ”

เขมจิรายอมรับด้วยน้ำเสียงขมขื่นใจ ขอร้องกอบแก้วอย่าบอกใครเรื่องนี้ บางทีเธออาจคิดมากไปเอง แต่สัญชาตญาณผู้หญิงของเธอบอกว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ กอบแก้วเห็นคลิปฉาวของพิมพ์ชนกที่โดนแฉว่าแย่งผัวชาวบ้าน ดังนั้นตนคิดว่าเธออาจคิดถูกก็ได้ เขมจิราทำเป็นตกใจ แล้วนี่เธอจะทำอย่างไรดี คืนนี้พี่พิมพ์อาสาจะเฝ้าไข้แฟนของเธอด้วย เธอพูดไม่ออกปฏิเสธก็ไม่ได้ แถมช่วงนี้เรียนหนักรายงานก็ต้องทำคงมาเฝ้าเขาไม่ได้


“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ชื่อกอบแก้วเป็นหัวหน้าวอร์ดชั้นนี้ พี่จะช่วยเป็นหูเป็นตาแทนคุณน้องเองค่ะ”

“เขมขออนุญาตเมมเบอร์ให้พี่กอบแก้วได้ไหมคะ” จากนั้นสองสาวต่างวัยแลกเบอร์มือถือกัน...

ธนาคิมนั่งวีลแชร์ผ่านแผนกศัลยกรรม ขอร้องให้เจ้าหน้าที่เข็นรถแวะที่นี่สักครู่หวังจะป่วนพิมพ์ชนกเล่น แต่เห็นเธอกำลังวุ่นวายช่วยเหลือคนไข้อยู่ ก็เลยเปลี่ยนใจขอให้เจ้าหน้าที่เข็นรถต่อไปยังห้องเอกซเรย์

ooooooo

กว่าพิมพ์ชนกจะว่างขึ้นมาหาธนาคิมที่ห้องพักฟื้น พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว เธอขอโทษเขาด้วยที่ไม่ได้ขึ้นมาดูแลเนื่องจากยุ่งมากแต่เห็นผลเอกซเรย์แล้วสมองเขาไม่มีอะไรผิดปกติ

“นี่ฉันกำลังจะออกเวร เดี๋ยวจะมีพยาบาลคนอื่นเข้ามาเปลี่ยน”

“ก็ดี กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาเฝ้าผมต่อคืนนี้”

พิมพ์ชนกทักท้วงธนาคิมแค่นอนดูอาการไม่ได้เจ็บป่วยอะไรไม่ต้องมีพยาบาลพิเศษก็ได้ เขาไม่ยอมให้เธอปฏิเสธ ในเมื่อเธอเป็นสาเหตุให้เขาโดนรถเฉี่ยวก็ต้องรับผิดชอบ พิมพ์ชนกเถียงไม่ออกได้แต่นิ่งอึ้ง...

ในขณะเดียวกัน ทิพย์อาภาเตือนเขมจิราที่ไม่อยู่เฝ้าไข้ธนาคิมระวังพิมพ์ชนกจะคาบเอาไปกิน เธอมั่นใจว่าเขาไม่ยอมให้คาบเพราะเขาเกลียดมันราวกับกิ้งกือไส้เดือน หางตายังไม่อยากแลด้วยซ้ำ ทิพย์อาภาไม่มั่นใจในตัวนังพิมพ์  ถ้าเขานอนอยู่แล้วมันเข้าไปปล้ำกลางดึกจะทำอย่างไร ผู้ชายถึงอย่างไรก็แพ้มารยาหญิงอยู่ดี ดังนั้นเธอจะมานั่งใจเย็นแบบนี้ไม่ได้ ไม่ว่าทิพย์อาภาจะพูดอย่างไรเขมจิราก็ไม่ยอมไปเฝ้าธนาคิม

“ถ้าคุณแม่ห่วงพี่คิมนักก็ไปเฝ้าเองสิคะ” พูดจบเขมจิราลุกหนี ทิพย์อาภาครุ่นคิดคล้อยตาม...

จากนั้นไม่นาน คนลึกลับคนหนึ่งกำลังเอื้อมมือจะเปิดประตูห้องพักฟื้นของธนาคิม แต่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงพยาบาลร้องถามว่าเป็นญาติคนไข้ห้องนี้หรือคนลึกลับหันหลังเดินหนี พยาบาลมองตามงงๆ...

อีกมุมหนึ่งหน้าเคาน์เตอร์พยาบาล พิมพ์ชนกกำลังติดประกาศรับสมัครแพทย์และพยาบาลจิตอาสา ช่วยผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลหมอหรือคนแก่ที่ไม่สามารถมาหาหมอเองได้ เพื่อนพยาบาลสองคนสนใจจะไปทำด้วย

จังหวะนั้นกอบแก้วเข้ามาเห็นพิมพ์ชนกยืนคุยอยู่กับลูกน้องตัวเอง รู้อยู่แล้วว่าเธอมาเฝ้าธนาคิมแต่แกล้งไม่รู้ ร้องทักว่ามาทำอะไรที่วอร์ดนี้ ไม่ใช่หน้าที่เธอสักหน่อย เธอมาเฝ้าไข้พิเศษ ห้อง 728 กอบแก้วต้องการแกล้งเธอไม่ให้อยู่ใกล้ธนาคิมจึงวานให้เธอช่วยเอาเอกสารกองโตในมือตัวเองไปส่งตามแผนกต่างๆหน่อย

หนึ่งในลูกน้องทักท้วงว่าเอกสารไม่ได้รีบใช้ ไว้พรุ่งนี้ค่อยส่งก็ได้ กอบแก้วสวนทันทีตกลงใครเป็นหัวหน้าวอร์ดกันแน่ ตนหรือพวกเธอ พิมพ์ชนกไม่อยากให้มีปัญหากันจะไปส่งเอกสารให้เดี๋ยวนี้เลย คว้าเอกสารหอบใหญ่จากมือกอบแก้วเดินลิ่วออกไป ไม่นานนักมีเสียงออดกดเรียกพยาบาลจากห้องพักฟื้นของธนาคิม

กอบแก้วเข้าไปถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือ เขาไม่เห็นพิมพ์ชนกเข้ามาด้วยก็ถามหา เธอแจ้งว่าพิมพ์ชนกมีงาน ถ้าเขาต้องการอะไรให้เรียกใช้เธอได้โดยตรง เธอเป็นหัวหน้าวอร์ดนี้แล้วถามซ้ำว่าต้องการอะไรถึงเรียกพยาบาล เขาเปลี่ยนใจไม่ต้องการอะไรแล้ว กอบแก้วไม่พอใจต่อว่าเขาว่าพยาบาลมีงานล้นมือไม่ได้มีเวลาว่างมาให้เขาเรียกใช้ไร้สาระ กรุณาเห็นใจพวกเราด้วย แล้วกลับออกไป

ธนาคิมมองตามไม่พอใจคิดว่าพิมพ์ชนกเบี้ยวไม่ยอมมาเฝ้าแต่ให้กอบแก้วมาแทน

“คุณนี่มันตลบตะแลงปลิ้นปล้อนไม่รักษาคำพูดไม่มีความรับผิดชอบจริงๆพิมพ์ชนก” ด่าจบธนาคิมคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ จากที่เริ่มมองเธอในแง่ดีกลับรู้สึกแย่ลงไปอีก

ooooooo

พิมพ์ชนกส่งเอกสารเสร็จพอดีตอนที่เพื่อนพยาบาลโทร.มาหา เธอแปลกใจทำไมถึงต้องกระซิบ-กระซาบด้วย เพื่อนกลัวพี่กอบได้ยิน พิมพ์ชนกหัวเราะพลางถามว่ามีอะไรถึงโทร.มาตาม กำลังจะกลับไปที่นั่น

“ไม่ต้องกลับมา  ไปที่ห้องคุณธนาคิมเลย เขากดเรียกหาพิมพ์หลายครั้งจนพี่จะบ้าอยู่แล้ว แต่พี่กอบ

ไม่ยอมให้ตามพิมพ์ นี่พี่กอบไม่อยู่พี่ถึงแอบโทร.บอก พิมพ์ไปดูเขาทีเถอะ”

“ค่ะๆ” พิมพ์ชนกวางสายแล้วเร่งฝีเท้าออกไป ระหว่างเดินมาตามทางเปลี่ยวและมืด เธอรู้สึกเหมือนมีคนแอบมองอยู่ หันขวับไปดูก็ไม่เห็นใคร ทันใดนั้นมีเสียงไลน์ดังขึ้น เธอเปิดอ่าน

“ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอครับที่รัก...พีท”

“พีทอีกแล้ว คุณเป็นใครกันแน่นะ” พิมพ์ชนกอ่านแต่ไม่ตอบ แล้วนึกขึ้นได้ว่าธนาคิมเคยพูดถึงคนชื่อพีท

“วันนี้เป็นวันเผา ถ้าไม่คิดจะไปขอโทษอย่างน้อยก็ควรไปบอกลาพีทมัน”

ฝ่ายธนาคิมเห็นพิมพ์ชนกอ่านไลน์ที่ตัวเองส่งไปในนามของพีทแต่ไม่ยอมตอบ จึงไลน์ไปหาอีกว่าคิดถึง พิมพ์ชนกก้มหน้าอ่านไลน์ในมือถือ เห็นแวบๆทางหางตามีเงาใครบางคนหลบอยู่ในมุมมืดมองมาทาง

ตัวเอง เธอผวาสุดๆเผ่นแน่บออกจากตรงนั้น ใครคนนั้นวิ่งตาม พิมพ์ชนกวิ่งไปพลางคิดไปด้วยถ้าคนที่สะกดรอยตามตัวเองคือธนาคิมแสดงว่าตอนนี้เขาต้องไม่อยู่ที่ห้อง คิดได้ดังนั้นตัดสินใจวิ่งไปที่ห้องพักฟื้นของเขา

เมื่อมาถึงที่หมายพิมพ์ชนกเปิดประตูพรวดเข้าไป ธนาคิมกำลังพิมพ์ไลน์หาเธออยู่เก็บมือถือแทบไม่ทัน เธอเห็นเขาอยู่ในห้องถึงกับอึ้ง พึมพำกับตัวเองนี่แสดงว่าคนที่อยู่ข้างนอกไม่ใช่เขา

“อะไรของคุณ แล้วนี่เข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อน”

พิมพ์ชนกมือสั่นหน้าซีดเมื่อรู้ว่าคนที่สะกดรอยตามตัวเองไม่ใช่ธนาคิม พึมพำขอโทษเขา ธนาคิมเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเธอถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่าหน้าซีดเหมือนคนเจอผีหลอก กลัวผีหรือ เธอส่ายหน้าคนน่ากลัวกว่าผีเยอะ เขาต่อว่าว่าหายไปไหนมาทำไมไม่มาเฝ้าเขา เธอมีงานต้องทำแล้วถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขานอนไม่หลับอยากได้แมกกาซีนมาอ่านเล่นหน่อย พิมพ์ชนกเดินไปเปิดลิ้นชักหยิบหนังสือธรรมะมาให้แทน

“นี่คุณหาว่าผมเป็นคนชั้นเลวต้องใช้ธรรมะขัดเกลางั้นเหรอ”

“ไม่มีแมกกาซีนค่ะมีแต่หนังสือธรรมะ อ่านไปก่อนเถอะค่ะจิตใจสงบจะได้นอนหลับ” พูดจบพิมพ์ชนกจะออกจากห้อง ธนาคิมร้องเรียกไว้ สั่งให้อยู่เป็นเพื่อนจนกว่าจะหลับ พิมพ์ชนกถอนใจเหนื่อยใจ ก่อนเดินไปนั่งที่โซฟาไม่อยากเถียงด้วยทำตามใจเขาให้จบๆไป

ธนาคิมยิ้มพอใจ ทำทีหยิบหนังสือธรรมะมาอ่านแต่แอบใช้มือถือเบอร์พลาทิปไลน์ไปหาพิมพ์ชนก มีเสียงไลน์ดังจากมือถือของเธอ

หญิงสาวหันขวับเห็นธนาคิมอ่านหนังสือยิ่งมั่นใจว่าคนที่ชื่อพีทไม่ใช่เขา ธนาคิมเห็นเธอไม่อ่านไลน์แกล้งถามทำไมไม่อ่านข้อความ เธอกลับย้อนถามว่าเสียงดังรบกวนหรือ ถ้าอย่างนั้นเธอปิดเครื่องก็ได้ เขารีบบอกว่าไม่เป็นอะไร หากเธออยากแชตก็เชิญตามสบายเขาไม่ว่า

แม้จะคะยั้นคะยอแค่ไหนพิมพ์ชนกก็ไม่ยอมอ่านไลน์เขาจึงเปลี่ยนไปเป็นส่งรูปให้เธอแทนเสียงไลน์ดัง

เข้ามาในมือถือของเธอไม่หยุด เธอมองไปทางเขาเห็นอ่านหนังสือแถมทำท่าหาวง่วงนอนอีกต่างหากก็ยิ่งงงหนัก ถ้าเขาไม่ใช่พีทแล้วจะเป็นใคร ตัดสินใจเปิดไลน์ดูเห็นรูปแอบถ่ายของตัวเองในอิริยาบถต่างๆก็ตกใจ

มือไม้สั่นทำมือถือร่วง เขายิ้มพอใจที่ปั่นหัวเธอได้แกล้งถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“เปล่าค่ะไม่มีอะไร”

ธนาคิมในคราบพีทยังคงไลน์มาป่วนไม่เลิก พิมพ์ชนกเหลืออดไลน์กลับไปหาถ้าไม่เลิกก่อกวนจะแจ้งตำรวจ แทนที่จะกลัวเขากลับยิ่งสนุกไลน์ไปยั่วอีกว่าเอาที่เธอสบายใจก็แล้วกัน พิมพ์ชนกทั้งกลัวทั้งโกรธแต่ไม่อยากให้ ธนาคิมเห็นความอ่อนแอขอตัวก่อนแล้วเดินออกจากห้อง

ooooooo

คนลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องพักฟื้นไร้คนไข้เยื้องกับห้องของธนาคิม รอจนพิมพ์ชนกเดินผ่านออกมาปิดปากลากเธอเข้าไปในห้องที่ค่อนข้างมืดเหวี่ยงไปกระแทกกับเตียงคนไข้ เธอยังไม่ทันส่งเสียงร้อง

ไฟในห้องสว่างพึบ ถึงได้เห็นว่าคนลากเธอเข้าห้องคือทิพย์อาภานั่นเอง

“เข้าไปขายอะไรในห้องนั้นมาล่ะ ทำเป็นใส่ชุดขาวบังหน้า อย่าคิดว่าฉันไม่รู้”

“คุณน้าคิดอะไรดีๆไม่เป็นก็กลับบ้านไปเถอะค่ะพิมพ์ต้องทำงาน”

“ทำไม ทนฟังไม่ได้เหรอ ชุดขาวของแกหลอกคนได้ทั้งโลก แต่หลอกฉันไม่ได้” ทิพย์อาภาเข้ามาฉีกกระชากชุดพยาบาลของลูกเลี้ยงจนกระดุมเม็ดบนขาด “แกมันไม่เหมาะกับชุดขาวสะอาดแบบนี้ แกไม่คู่ควร”

พิมพ์ชนกคว้ามือทิพย์อาภาไว้ไม่ให้ฉีกเสื้อ

ตัวเองอีก แต่แม่เลี้ยงตัวแสบปัดมือเธอออกแล้วทั้งตบตีทั้งจิกข่วนแขนเลือดซิบไม่สนใจเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของเธอ แถมยังด่าว่าเธอที่บังอาจมาแย่งผู้ชายที่ลูกของตนรัก ตนไม่มีวันยอมให้ใครทำให้ลูกของตนเสียใจ แล้วดันตัวเธอกดไว้กับที่นอนจิกเล็บลงบนเนื้อจนเธอร้องไห้

“ถ้าแกใช้มารยาต่ำๆแย่งคุณคิมไปจากลูกเขม ฉันนี่แหละจะลงมาสู้กับแก ต่ำมันต้องเจอต่ำจำไว้”

ทิพย์อาภาปล่อยมือแล้วเดินจากไป ทิ้งให้พิมพ์ชนกร้องไห้อยู่ตรงนั้น...

ด้านธนาคิมยังคงสนุกกับการปลอมเป็นพีทหรือพลาทิปส่งไลน์ไปหาพิมพ์ชนกนับสิบข้อความ แต่เธอไม่อ่านไม่ตอบไม่รู้ไปทำอะไรอยู่ ในเมื่อติดต่อเธอไม่ได้เขาจึงโทร.ไปที่เคาน์เตอร์พยาบาลให้เรียกพิมพ์ชนกมาที่ห้องของเขาหน่อย บอกให้เอารถเข็นมาด้วย พยาบาลเวรแจ้งว่า

“พิมพ์ยังไม่กลับมาตรงนี้ค่ะ คนไข้จะไปไหนคะ”

“เปล่าไม่ได้ไปไหน แค่นี้นะครับ” ธนาคิมวางสายสีหน้าครุ่นคิดสงสัย ทนอยู่เฉยต่อไปไม่ไหว ย่องออกจากห้องจะไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล ได้ยินเสียงคนร้องไห้ดังมาจากห้องพักฟื้นฝั่งตรงข้ามจึงเดินเข้าไปดู เจอพิมพ์ชนกนั่งแปะอยู่กับพื้นร้องไห้ตาแดงก็ถามว่าเป็นอะไร เธอตกใจรีบปาดน้ำตาทิ้ง พอเห็นกระดุมเสื้อตัวเองขาดรีบจับไว้ ปฏิเสธว่าเปล่า เขาไม่เชื่อโดนยับขนาดนี้จะเปล่าได้อย่างไร ให้เรียก รปภ.ไหม

“ไม่ต้องค่ะ ฉันซุ่มซ่ามหกล้มเองค่ะ” พิมพ์ชนกรู้ดีว่าถ้าเกิดโวยวายขึ้นมาจะต้องถูกทิพย์อาภาเล่นงานหนักกว่าเดิมเหมือนเช่นที่ผ่านมา ที่สำคัญเธอไม่อยากให้พ่อ คุณปู่และคุณย่าไม่สบายใจ ธนาคิมพยายามคาดคั้นให้เธอบอกว่าใครทำร้ายแต่เธอปิดปากเงียบแถมเปลี่ยนเรื่องพูดหน้าตาเฉยว่าเขาออกมาจากห้องทำไม

“ผมอยากไปเดินเล่น ไปด้วยกันเลยผมมีเรื่องจะคุยด้วย” ธนาคิมว่าแล้วจับแขนพิมพ์ชนกดันให้เดิน เธอร้องโอ๊ยออกมา เขาชะงักก่อนจะถลกแขนเสื้อเธอขึ้นพบทั้งรอยเล็บทั้งรอยช้ำถามว่ารอยอะไร เธออึกอักไม่กล้าพูดอะไร รวบคอเสื้อจะออกจากห้อง ธนาคิมดึงตัวไว้เธอไม่ทันระวังเสียหลักเซไปปะทะอกเขามือหลุดจากเสื้อ

พลันมีเสียงพูดดังขึ้น “มาทำอะไรในห้องนี้คะ”

ธนาคิมกับพิมพ์ชนกตกใจหันมองตามเสียงเห็นกอบแก้วยืนจ้องอยู่ พิมพ์ชนกรีบดันตัวออกจากเขา กอบแก้วเห็นกระดุมเสื้อเม็ดบนของเธอหลุดลุ่ยก็จ้องเขม็ง เธอรู้ตัวรีบกำเสื้อไว้ ขณะที่ธนาคิมหน้านิ่งไม่แคร์สายตาของกอบแก้วตามประสาคนที่ไปใช้ชีวิตในประเทศตะวันตก

“ผมเบื่อ จะให้พยาบาลพิเศษพาไปเดินเล่น”

“ไปเอารถเข็นมาสิพิมพ์ชนก” กอบแก้วสั่งเสียงเข้ม พิมพ์ชนกรับคำรีบไปทำตามคำสั่ง ส่วนธนาคิมเดินกลับไปที่ห้องตัวเองโดยไม่รู้ว่ากอบแก้วยืนอยู่หน้าประตูห้องนานแล้ว อีกทั้งยังถ่ายภาพของทั้งคู่ไว้ด้วย...

พิมพ์ชนกเดินมาที่เคาน์เตอร์พยาบาลขอเข็มกลัดซ่อนปลายจากเพื่อนพยาบาลที่เข้าเวร เธอหยิบเข็มกลัดให้ เพิ่งสังเกตเห็นกระดุมเสื้อเม็ดบนของพิมพ์ชนกหลุด ร้องทักไปทำอะไรมา

“อุบัติเหตุค่ะ” พิมพ์ชนกยิ้มเจื่อนๆ แล้วรีบเข็นวีลแชร์ไปที่ห้องธนาคิม เพื่อนพยาบาลมองตามสงสัย

ooooooo

กอบแก้วนัดเขมจิรามาเจอกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เอาภาพถ่ายพิมพ์ชนกอยู่ในอ้อมกอดธนาคิมมาให้ดู เขมจิราโกรธควันแทบออกหูด่าพี่สาวตัวเองว่านังทรยศ แล้วถามกอบแก้วว่าไปได้รูปนี้มาอย่างไร เธอตามไปเห็นพอดีก็เลยเอามือถือถ่ายไว้ พูดใส่อารมณ์ราวกับเป็นเรื่องของตัวเอง

“พี่ไม่ชอบการกระทำของพิมพ์ชนกเลย ไร้ศีลธรรมไม่รู้จักหักห้ามใจตัวเอง ทำได้กระทั่งน้องสาวตัวเอง”

“ขอบคุณนะคะพี่ สังคมจะดีก็เพราะมีคนอย่างพี่ ถ้าพี่พิมพ์ทำอะไรไม่ดีอีกพี่บอกเขมนะคะ คิดซะว่าเขมเป็นน้องของพี่คนนึง...เอ่อพี่คะ มีใครเห็นรูปนี้หรือยังคะ”

“ยังค่ะ พี่เอามาให้น้องเขมดูก่อน” กอบแก้วคุยอย่างภาคภูมิใจ เขมจิราขอรูปนี้ไว้และขอร้องอย่าเพิ่งให้ใครเห็น กอบแก้วยินดียกให้จะเอาไปทำอะไรเชิญตามสบาย ตนพร้อมเป็นกองหนุนให้เธอเสมอ...

ตั้งแต่รู้ว่าถูกสะกดรอยตาม พิมพ์ชนกขวัญผวาตลอด ระหว่างเอาป้ายประกาศรับสมัครแพทย์และพยาบาลจิตอาสาไปติดบอร์ดตรงทางเดินนอกตัวอาคาร หันมาเห็นชายคนหนึ่งเดินตรงมาที่ตัวเอง ทำให้เธอกลัวมากคิดว่าเป็นคนที่สะกดรอยตามรีบเดินหนี ชายคนนั้นเดินตามมาอีก เอกรัฐเดินมาจากอีกมุมหนึ่งเห็นท่าทางหวาดกลัวของเธอก็แปลกใจ ก่อนเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง

พิมพ์ชนกเร่งฝีเท้าหนี ชายคนนั้นยังคงเดินตามไม่ลดละ ครั้นเธอเลี้ยวพ้นมุมตึกชนเข้ากับใครบางคนตกใจแทบสิ้นสติหลับหูหลับตากรีดร้องลั่น เอกรัฐต้องเรียกให้เธอรู้สึกตัว พอเธอลืมตามองอีกทีเห็นเขาก็ถอนใจโล่งอก เขาถามว่าหนีใครมา เธอยังไม่ทันตอบคำถามชายคนนั้นเดินมาถึงตัวเสียก่อน แนะนำตัวเองว่าเป็นสามีของคนไข้ที่เธอช่วยชีวิตไว้เมื่อปีที่แล้ว เมียของเขาให้เอาขนมมาฝาก ยื่นถุงขนมให้แล้วผละจากไป

เอกรัฐเห็นท่าทีผ่อนคลายลงของเธอก็ถามว่า มีอะไรหรือเปล่า เธอตัดสินใจเล่าให้เขาฟังว่ามีคนสะกดรอยตาม ตอนแรกก็ส่งดอกไม้พร้อมกับส่งข้อความมาหาทุกวัน หลังๆเขาเริ่มส่งภาพแอบถ่ายเธอในอิริยาบถต่างๆมาให้ ล่าสุดเมื่อคืนนี้เธอรู้สึกว่ามีคนแอบตามเธออยู่ เอกรัฐขอดูข้อความที่ชายคนนั้นส่งมาให้เธอ ครั้นอ่านข้อความที่เธอได้รับจนจบ เขาเดาได้ทันทีว่านี่เป็นฝีมือของธนาคิมถึงกับมึนตึ้บในความโรคจิตของเพื่อน

“แล้วนี่คุณพิมไม่คิดแจ้งความบ้างหรือครับ”

“คิดค่ะ แต่ยังลังเลใจอยู่ พิมพ์กลัวคุณพ่อ คุณปู่คุณย่ารู้เรื่องท่านจะไม่สบายใจ อีกอย่างพิมพ์เพิ่งมีข่าว เข้าใจผิด ถ้าไปแจ้งความอีกกลัวจะถูกตีความว่าอยากดังน่ะค่ะ”

ชายหนุ่มเห็นดีด้วยเพราะกลัวงานเข้าตัวเอง พิมพ์ชนกบ่นให้ฟังว่าตอนนี้เธอกลัวแทบบ้า  กลัวไปทุกอย่าง เขาเสนอตัวจะช่วยตามเรื่องนี้ให้ พอดีมีเพื่อนเก่งทางนี้ แค่เจาะเรื่องพวกนี้ไม่น่าจะยาก เธอขอบคุณเขามาก ดีใจที่วันนี้ได้เจอกับเขา เอกรัฐยังมีเรื่องคาใจอยู่ ตัดสินใจถามเธอว่าตกลงเธอรู้จักคนชื่อพีทไหม เธอยืนกราน

ไม่รู้จัก ในชีวิตยังไม่มีคนรู้จักชื่อนี้แม้แต่คนเดียว เธอยังแปลกใจไม่หายว่าพีทรู้จักเธอได้อย่างไร

แววตาและสีหน้าจริงใจของพิมพ์ชนก ทำให้

เอกรัฐเริ่มเชื่อแล้วว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพีท

ooooooo

เมื่อคิดได้ดังนั้น เอกรัฐจึงไปขอร้องธนาคิมให้เลิกแผนหลอกผีพิมพ์ชนกได้แล้ว เพราะเขาเชื่อว่าเธอไม่รู้จักพีทจริงๆ ธนาคิมอยากรู้เขาแน่ใจได้อย่างไร เขาแค่มองตาก็รู้แล้วว่าเธอไม่ได้โกหก

“โถไอ้ถุย อย่างแกตามผู้หญิงร้อยเล่ห์เจ้ามารยาอย่างพิมพ์ชนกไม่ทันหรอก”

“แต่ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ไม่เอาล่ะ ฉันว่าฉันจะไม่ช่วยแกเรื่องนี้แล้ว ต่อไปนี้แกอย่าดึงฉันไปเกี่ยวด้วย”

ธนาคิมตามใจหากเอกรัฐต้องการอย่างนั้น แต่ตนจะต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนอย่างไร ทำไมใจร้ายทำให้พีทตายแล้วไม่รู้สึกรู้สาอะไร เอกรัฐนึกอะไรขึ้นมาได้มองหามือถือเบอร์พีทที่ตัวเองเป็นคนจัดหามาพบว่าวางอยู่บนโต๊ะคว้ามาเก็บไว้ ธนาคิมโวยวายจะเอาไปไหน เขาถือว่าเป็นคนหาเบอร์นี้มาจึงมีสิทธิ์จะไม่ให้เพื่อนเอาไปใช้แผนหลอกผีไอ้พีทกับพิมพ์ชนกอีก ธนาคิมไม่สนใจอยากเอาคืนก็เชิญ ตนมีแผนสำรองไว้แล้ว

“แผนอะไรวะ”

พลันภาพเมื่อคืนที่พิมพ์ชนกเข็นวีลแชร์พาไปยังสวนหย่อมของโรงพยาบาลผุดขึ้นมาในหัวธนาคิม ตอนนั้นเขาจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนการใหม่เพราะประเมินเธอต่ำไป เธอฉลาดกว่าที่เขาคิด จึงทำทีชวนเธอมาเริ่มต้นกันใหม่ ลืมเรื่องบาดหมางเก่าๆให้หมด ให้ถือว่าเราเพิ่งรู้จักกันวันนี้วันแรก แล้วยื่นมือไปให้เธอจับ เธอมองไม่ไว้ใจ นี่เขาจะเริ่มต้นใหม่จริงหรือ เขาพยักหน้ารับคำ เราจะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน

ทันใดนั้นธนาคิมถือวิสาสะคว้ามือพิมพ์ชนกมาจับ เธอตกใจชักมือกลับพร้อมกับถอยหลังหนี แต่ไม่ทันดูว่าตรงนั้นเป็นพื้นต่างระดับหงายหลังจะล้ม เขาคว้าเธอไว้ในอ้อมกอดได้ทัน อีกมุมหนึ่งไม่ห่างนักกอบแก้วเห็นภาพตรงหน้าคิดว่าทั้งคู่กอดกันอยู่ รีบหยิบมือถือมาเก็บภาพไว้ พิมพ์ชนกได้สติรีบถอยออกห่างขอบคุณที่เขาช่วยไม่ให้ล้ม เขาทวงถามเธอจะว่าอย่างไรเรื่องมาเริ่มต้นกันใหม่

“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกค่ะ ถ้าอยู่ๆมีคนเอามีดไล่แทงคุณแต่ไม่บอกเหตุผลว่าเพราะอะไร แล้ววันหนึ่งก็บอกว่าเรามาเริ่มต้นใหม่ดีกันเถอะ คุณจะยอมไหมคะ ฉันไม่ใช่เด็กอนุบาลจะได้เชื่อคนง่าย”

“โอเคไม่เป็นไร ถ้างั้นผมจะทำให้คุณเห็นเองว่าผมเปลี่ยนไปแล้ว”...

ธนาคิมที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดธรรมดาเพื่อกลับบ้านบอกกับเอกรัฐว่าพิมพ์ชนกระวังตัวแจเสียจนเขา

ทำอะไรไม่ได้ก็เลยต้องเปลี่ยนไปใช้แผนหลอกให้ตายใจ เอกรัฐสงสัยแล้วเธอเชื่อเขาหรือ ธนาคิมส่ายหน้า แต่เขาจะหาทางทำให้เธอเชื่อให้ได้ คิดจะสู้กับคนกะล่อน

ต้องใช้ความปลิ้นปล้อนไม่อย่างนั้นไม่ชนะ เอกรัฐยังคง

ยืนยันความคิดเดิมว่าพิมพ์ชนกดูแล้วไม่เหมือนคนปลิ้นปล้อน ดูเป็นคนดีด้วยซ้ำ

“ความเชื่อของแกแต่มันไม่ใช่ความจริงไงไอ้เอก” ธนาคิมยังคงปักใจเชื่อว่าพิมพ์ชนกเป็นคนไม่ดี

ooooooo

ที่บ้านสุวรรณเวศน์ ทิพย์อาภาเห็นเขมจิรา

เดินไปเดินมารอการมาถึงของพิมพ์ชนกด้วยสีหน้าหงุดหงิด ถามว่าไปรอมันทำไม มีอะไรกับมันหรือ เธอเล่าเรื่องที่กอบแก้วรายงานให้แม่ฟังอีกทอดหนึ่ง ทิพย์อาภาพลอยโมโหพิมพ์ชนกไปด้วย ด่าว่าหน้าด้านเหมือนแม่มันไม่มีผิด ท่านอุตส่าห์ไปเล่นงานมันถึงที่มันยังไม่สำนึก

เขมจิราตกใจนี่แม่ไปหามันมาหรือ ทิพย์อาภาโทษว่าเป็นเพราะลูกไม่ไปเฝ้าธนาคิมท่านก็เลยต้องไปแทน

“แม่คะที่เขมไม่ไปเพราะเขมจัดหนักมันไว้แล้ว”

จากนั้นเหตุการณ์ต่างๆก็พรั่งพรูออกจากปาก

เขมจิรา ทั้งจ้างชายกลางคนให้ไปแกล้งเป็นลมต่อหน้า พิมพ์ชนกซึ่งไปสัมมนาที่โรงแรมแห่งหนึ่งโดยที่เธอ

แอบถ่ายภาพของพี่สาวกับชายคนนั้นไว้ตลอด จนมาถึงวันนี้เธอก็ได้ใช้รูปนั้นเล่นงานพิมพ์ชนก นอกจากนี้

เธอยังจ้างหญิงวัยกลางคนให้ไปแสดงตัวเป็นเมียของชายกลางคน ตามไปตบตีแล้วเอาน้ำในขวดสาดหน้าขู่ว่าคราวหน้าจะไม่ใช่น้ำเปล่าล้วนเป็นฝีมือเธอทั้งนั้น

ทิพย์อาภาปลื้มมาก ชมลูกว่าเก่งที่รู้จักทำเพื่อตัวเอง ถ้าท่านเก่งได้สักครึ่งของลูก ก็คงไม่ต้องเจ็บปวดใจมาถึงทุกวันนี้ เขมจิรายิ้มดีใจที่แม่ให้ท้าย รับปากจะล้างแค้นให้ท่านเอง ใครที่ทำให้ท่านเสียใจเธอจะเอาคืนร้อยเท่าพันเท่า ทิพย์อาภาดึงลูกมากอด ท่านเองก็จะไม่ให้ใครรังแกลูกของท่านเช่นกัน...

ไม่นานนัก พิมพ์ชนกลากกระเป๋าเดินทางกลับถึงบ้าน เขมจิราสวมบทน้องสาวแสนดีเข้าไปถามไถ่ว่ากลับมาแล้วหรือ เธอไม่อยู่บ้านหลายวันตนเหงามาก ตนหัดทำกับข้าวจะไปให้พี่คิมกินอยากให้เธอช่วยชิม แล้วลากแขนไปนั่งที่โต๊ะอาหาร  เปิดฝาชีครอบอาหารออกเผยให้เห็นเมนูกุ้งผัดสะตอ พิมพ์ชนกถึงกับอึ้ง

“เอ่อ เขมพี่แพ้กุ้ง เขมก็รู้”

“เขมรู้ แต่เขมอยากให้พิมพ์กิน”

พิมพ์ชนกไม่ยอมกิน เขมจิราหยิบกุ้งในจาน

ผัดสะตอขึ้นมาจ่อปากเธอพยายามบังคับให้กิน เธอเบือนหน้าหนีแต่ไม่พ้น เขมจิรายัดกุ้งใส่ปากใส่จมูกจนเปรอะไปหมด ก่อนจะกระชากผมจนหน้าหงาย เตือนว่าอย่ามายุ่งกับพี่คิมอีก พิมพ์ชนกยืนยันว่าน้องเข้าใจผิดเธอไม่เคยยุ่งกับเขา เขมจิราโกรธที่เธอโกหกเอารูปที่ได้จากกอบแก้วซึ่งอยู่ในมือถือให้ดู เธออธิบายว่านั่นเป็นอุบัติเหตุไม่ได้เป็นอย่างที่เขมจิราคิด

“ในชีวิตแกนี่อุบัติเหตุเยอะจริงนะ ถ้างั้นนี่ก็เป็นอุบัติเหตุเหมือนกัน” พูดจบเขมจิรายกจานกุ้งผัดสะตอเทราดหัวพิมพ์ชนกแล้วทิ้งจานลงพื้นแตกกระจาย จากนั้นผละจากไป สวนกับแอ๋วเดินเข้ามาดูเนื่องจากได้ยินเสียงเอะอะ เห็นสภาพเนื้อตัวเปรอะไปด้วยกุ้งผัดสะตอของพิมพ์ชนกก็ตกใจ...

ทิพย์อาภาสะใจมากที่ลูกจัดหนักให้พิมพ์ชนก แต่ไม่วายเป็นกังวลกลัวมันจะไปวอแวธนาคิมอีก ดังนั้นท่านคงต้องทำอะไรสักอย่าง แต่ก่อนอื่นเราต้องใช้รูปที่

ลูกได้จากกอบแก้วให้เป็นประโยชน์ เขมจิราสงสัยแม่มีแผนจะทำอะไรหรือ ทิพย์อาภาไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์

มีคนเอาเรื่องพิมพ์ชนกไปเม้าท์ในเน็ตว่าแอบไปมีอะไรกับคนไข้จนโดนจับได้ อีกทั้งในไลน์กลุ่มพยาบาลยังมีการส่งรูปปริศนาเป็นรูปธนาคิมจับมือกับพิมพ์ชนกแต่ใช้หัวการ์ตูนปิดบังใบหน้า พิมพ์ชนกเป็นขี้ปากชาวบ้านไม่พอยังโดนนภาหัวหน้าโดยตรงของตัวเองเรียกไปพบที่ห้องทำงาน

นภารู้เรื่องที่เม้าท์กันสนั่นโรงพยาบาล และเห็นรูปนั้นในไลน์กลุ่มเช่นกัน แต่จะไม่ฟันธงอะไรทั้งนั้นก่อนจะได้ฟังคำอธิบายจากพิมพ์ชนกก่อน เธอยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรกับธนาคิม จะให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้

“พี่ไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวนะ แต่ที่นี่เป็นโรงพยาบาลต้องระมัดระวังทุกเรื่องทุกการกระทำเพราะการที่มีข่าวลือไม่ดีถึงสองครั้ง คนที่ได้ยินก็ต้องคิดว่าเรื่องคงมีมูลอยู่บ้าง”

“เราห้ามความคิดกับคำพูดคนไม่ได้ แต่พิมพ์ทราบว่าพิมพ์ทำอะไรอยู่ ซึ่งพิมพ์ไม่มีวันทำอะไรที่ผิดกฎระเบียบและจรรยาบรรณค่ะ”

“พี่ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเพราะพี่คงตอบคำถามผู้บริหารไม่ได้ว่าทำไมพี่ถึงปล่อยปละให้เกิดเรื่องซ้ำแล้วซ้ำอีกกับคนของพี่โดยไม่จัดการอะไร...คราวหน้าถ้ามีอีก อาจจะต้องมีการพักงาน เข้าใจนะ”

พิมพ์ชนกถึงกับน้ำตาซึมที่มีแต่เรื่องเข้ามา

ไม่เว้นวัน...

เพื่อเป็นการกีดกันพิมพ์ชนกไม่ให้มายุ่งกับ

ธนาคิม ทิพย์อาภาลงทุนไปหาเอมอรถึงบ้าน เอารูป

ธนาคิมกับพิมพ์ชนกที่ว่อนเน็ตไปให้ดู รวมทั้งคลิปที่มีผู้หญิงมาตบตีพิมพ์ชนกเพราะไปแย่งผัวให้ดูอีกด้วย เป่าหูว่าลูกเลี้ยงตัวเองเป็นโรคขาดความรัก ชอบคบ ผู้ชาย

ทีละหลายๆคน แล้วเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ทิพย์อาภายังออกตัวอีกว่าความจริงไม่อยากยุ่งกลัวจะพาลทะเลาะกับนิติเพราะรายนั้นรักลูกของเขามาก แต่นี่มันเกี่ยวกับธนาคิมลูกของเอมอรโดยตรง

ตนก็เลยต้องมาเตือน เนื่องจากไม่อยากเสียเพื่อน เดี๋ยว

จะมองหน้ากันไม่ติด

“อร เรื่องพิมพ์กับตาคิมที่ฉันมาบอก ฉันไม่ได้จะขัดขวางอะไรเด็กๆนะ ถ้าเขารักกันจริงๆฉันก็ถือว่าเป็นบุญของพิมพ์เขานะ ฉันเองก็อยากให้พิมพ์ได้ผู้ชายดีๆ ถึงจะเสียดายลูกชายเธอก็เถอะ”

“แต่ฉันไม่โอเคขอโทษนะทิพย์ที่ต้องพูดตรงๆ ถ้าลูกเลี้ยงเธอมีพฤติกรรมแบบนี้ฉันก็รับไม่ได้จริงๆ”

“ฉันเข้าใจหัวอกของคนเป็นแม่นะ นี่ฉันก็เป็นห่วงความรู้สึกของเขมเหมือนกัน”

เอมอรสงสัยว่าเขมจิราเป็นอะไรหรือ ทิพย์อาภาทำเหมือนไม่อยากเล่า แต่สุดท้ายก็พูดขึ้นว่าตัวเองสงสัยเขมจิราจะชอบธนาคิม เพิ่งสังเกตเห็นตอนที่ลูกได้ยินข่าวนี้ก็เศร้าไปเลย ถ้าเป็นจริงอย่างนั้นตนก็สงสารลูกมาก

“แต่ลูกฉันคงบุญน้อยก็แล้วแต่บุพเพจะนำพาแล้วกันนะ”

คำพูดเป่าหูของทิพย์อาภาทำให้เอมอรไม่สบายใจ ยิ่งมองรูปของธนาคิมกับพิมพ์ชนกก็ยิ่งเครียดหนัก...

พิมพ์ชนกเดินหน้าจ๋อยออกมาจากห้องทำงานของนภา มีเสียงกอบแก้วนินทาดังขึ้น

“เชื่อสิ คำตักเตือนพี่นภาก็แค่คันๆไม่เจ็บไม่ปวดอะไรหรอก คืนนี้หาคนช่วยเกาให้ก็หายแล้ว”

พวกพยาบาลที่สุมหัวเม้าท์หัวเราะกันสนุกสนาน พิมพ์ชนกโกรธและเสียใจที่ถูกเข้าใจผิดเดินเชิดหน้าเข้าไปบอกว่าความจริงตัวเองไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะมันไม่ใช่เรื่องจริง ต่อไปถ้าสงสัยอะไรก็มาถามกันตรงๆ อย่ามโนเอาเอง แก๊งเม้าท์แตกต่างอึ้งไม่คิดว่าเธอจะกล้าตอบโต้...

ด้วยความอัดอั้นที่ถูกนินทาว่าร้าย พิมพ์ชนก หลบไปนั่งร้องไห้ที่สวนหย่อม อานนท์ที่ยืนมองอยู่กับริสา ถามว่าจะไม่เข้าไปปลอบเพื่อนหน่อยหรือ ริสาส่ายหน้าให้เธอได้ระบายความอัดอั้นเสียบ้างน่าจะเป็นการดี อานนท์ห่วงว่าเธอจะไม่ไหว ริสามั่นใจว่าเรื่องแค่นี้ทำอะไรเธอไม่ได้ เธอเข้มแข็งกว่าที่เราคิดมาก

ooooooo

เขมจิราต้องการเหยียบพิมพ์ชนกให้จมดิน จึงนำข่าวลือเรื่องเธอมีอะไรกับธนาคิมสนั่นโรงพยาบาลไปฟ้องคุณปู่คุณย่าให้ช่วยจัดการให้ พงษ์พยายามพูดเป็นกลางไม่เข้าข้างใคร ขณะที่อารีย์ฟันธงว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง พิมพ์ชนกไม่ใช่คนแบบนั้น ทิพย์อาภามาทันได้ยินพอดีหาว่าอารีย์เข้าข้างพิมพ์ชนก

แม่ผัวกับลูกสะใภ้โต้เถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร พงษ์เห็นท่าไม่ดี ดึงอารีย์ออกไปเดินเล่นกับเขาข้างนอกแล้วบอกเขมจิราไว้จะจัดการเรื่องนี้ให้ เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง พงษ์เตือนอารีย์ถึงเราจะไม่เชื่อว่าพิมพ์ชนกทำแบบนั้น แต่ยิ่งเราออกรับแทนหลานก็ยิ่งเจ็บตัว อารีย์พยักหน้ารับคำ...

นอกจากจะทำให้พิมพ์ชนกติดลบแล้ว เขมจิรายังทำคะแนนให้ตัวเองด้วยการสั่งให้ลูกชิ้นทำข้าวกล่องเบนโตะมีหัวใจแกะสลักแล้วเอาไปให้ธนาคิมที่ออฟฟิศ อ้างตัวเองทำมาฝากเห็นป้าเอมบอกว่าเขาออกจากโรงพยาบาลก็รีบเข้าออฟฟิศเลย เขาหยุดไปหนึ่งวันมีงานที่ต้องสางเยอะเพิ่งได้พักตอนนี้เอง เธอสงสัยพักแล้วทำไมยังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เดินไปด้านหลังเขาเกาะไหล่ยื่นหน้ามาดูจอคอมพิวเตอร์อย่างถือวิสาสะ

“ผมกำลังตามรอยคนที่แชร์รูปผมกับพี่สาวคุณทางอินเตอร์เน็ต เขาเรียกดิจิทัลฟุตปรินต์ครับ”

ยัยตัวแสบตกใจแต่พยายามเก็บอาการไว้ ถามเขาว่าจะแจ้งความหรือ เขาคงไม่แจ้งเพราะไม่มีอะไรเสียหายแค่อยากรู้ว่าฝีมือใครกันแน่ เขมจิราร้อนตัวทำทีขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่กลับแอบไปโทร.หาคนที่ตัวเองจ้างวานให้ปล่อยคลิปฉาวของพิมพ์ชนก คนรับจ้างรับรองว่าตามไม่เจอเพราะคนทำเรื่องนี้อยู่เมืองนอก เธอวางสายอย่างโล่งอกเป็นจังหวะเดียวกับธนาคิมเดินถือเบนโตะออกมาชมว่าอาหารอร่อยมาก

“พี่เลิกงานแล้วน้องเขมอยากไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”

เขมจิราไม่อยากไปไหนอยากให้ธนาคิมพักผ่อนมากกว่า เขาอาสาพาเธอไปส่งบ้าน แต่ขอคำมั่นสัญญาก่อนว่าวันหลังต้องให้เขาเลี้ยงตอบแทนข้าวกล่องแสนอร่อยนี่ เขมจิรายินดีรับเลี้ยงแล้วควงแขนเขาออกไป...

ค่ำวันเดียวกัน อานนท์กับริสามาส่งพิมพ์ชนกที่บ้านเนื่องจากเห็นว่าจิตใจเธอไม่ปกติไม่ควรขับรถเอง จังหวะนั้นเขมจิราควงแขนธนาคิมมาส่งที่รถ อานนท์อึ้งที่เห็นภาพบาดตา เขมจิราหันมาเห็นเขากับริสาและพิมพ์ชนกก็ตกใจรีบดึงมือออกจากแขนธนาคิมทำทียกมือไหว้อานนท์กับริสาถามเขาว่ามาส่งพี่พิมพ์หรือ

อานนท์ไม่ตอบแต่หันไปบอกพิมพ์ชนกว่าพรุ่งนี้จะมารับ เขมจิราไม่พอใจที่เขาไม่สนใจตัวเอง ขณะที่ริสาแอบยิ้มพอใจ ก่อนจะชวนอานนท์กลับ เขาบอกพิมพ์ชนกให้พักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำเยอะๆ นอนให้ครบแปดชั่วโมง แล้วพรุ่งนี้เจอกัน น้ำเสียงห่วงใยของเขาต่อพิมพ์ชนกยิ่งทำให้เขมจิราหงุดหงิด หวงเขาขึ้นมาทันที ธนาคิมถามพิมพ์ชนกว่าไม่สบายหรือ เธอเมินไม่มองหันไปพูดกับอานนท์ว่าเดี๋ยวเดินไปส่งที่รถ  แล้วเดินไปด้วยกัน

เขมจิรามองตาม ขืนปล่อยไปแบบนี้เห็นท่าจะไม่ได้การ คงต้องทำอะไรสักอย่าง...

ในเวลาต่อมาระหว่างธนาคิมขับรถกลับบ้าน นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ตอนที่พิมพ์ชนกทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ ถึงกับทุบพวงมาลัยรถระบายความหงุดหงิด ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมต้องรู้สึกแบบนั้น...

การมาส่งพิมพ์ชนกครั้งนี้ทำให้อานนท์รู้ว่าริสาอยู่คอนโดฯที่พักเดียวกันกับตัวเอง เธอเล่าว่าเพิ่งซื้อ  ยังไม่ทันได้บอกใคร เขาชอบที่นี่เพราะเงียบดีแต่ไกลที่ทำงานไปหน่อย ถ้าเป็นเขาจะซื้อใกล้ๆโรงพยาบาล ริสายังไม่ทันบอกว่าที่ซื้อห้องพักที่นี่เพราะอยากอยู่ใกล้เขา แต่เขมจิราเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

จากนั้นอานนท์พาเขมจิราไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟใต้คอนโดฯ ริสาแอบมองทั้งคู่คุยกันก็ทนไม่ได้ เดินหนีขึ้นห้อง อานนท์ยังสงสัยไม่หายว่าเขมจิรารู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่นี่ เธอเห็นจากในเฟซบุ๊กที่เขาขึ้นสเตตัสไว้ก็เลยตามมาถูก เขาอดถามไม่ได้ว่าเธอมีธุระอะไรกับเขาหรือ เธอมาเพื่ออธิบายให้ฟังว่าเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับธนาคิมเกินกว่าคำว่าพี่ชาย แต่ที่เธอต้องไปไหนมาไหนด้วยเพราะแม่ของเราเป็นเพื่อนกัน

“พวกท่านอยากให้เราลองคบหากันดู เขมก็ลำบากใจหาทางปฏิเสธอยู่เหมือนกัน  แต่แม่เขมไม่เหมือนแม่คนอื่น แม่เหมือนจะใจดีแต่จริงๆแม่เข้มงวดกับเขมมากนะคะไม่ตามใจด้วย อะไรที่แม่คิดว่าดีเขมขัดใจไม่ได้เลย”

“แล้วน้องเขมบอกคุณแม่เรื่องของเรารึยัง”

“เขมต้องค่อยๆบอกแม่ค่ะไม่อยากให้ท่านผิดหวัง เพราะแม่เครียดเรื่องคุณพ่อมามากแล้ว เขมไม่อยากให้แม่เสียใจ เขมถึงยังให้ใครรู้เรื่องของเราไม่ได้ จนกว่าเขมจะคุยกับแม่เรียบร้อยแล้ว ถ้าพี่หมอคิดว่าที่เขมพูดมาพี่หมอไม่โอเครอเขมไม่ได้ พี่หมอจะกลับไปหาพี่พิมพ์ก็ได้ค่ะ ถ้าคนที่เขมรักสองคนลงเอยมีความสุขเขมก็มีความสุขค่ะ” เขมจิราบีบน้ำตาร้องไห้  อานนท์เห็น

แล้วใจอ่อนเชื่อหมดใจว่าเป็นเรื่องจริง จับมือเธอมากุมไว้

“โอเคครับคนดี อย่าร้องไห้สิพี่เข้าใจแล้ว ทีนี้น้องเขมจะให้พี่ทำอย่างไรก็บอกมา”

เขมจิราขอแค่เขาไม่ยุ่งกับพี่พิมพ์ก็พอ เธอหึงเขา อานนท์รับปากอย่างปลื้มปริ่ม...

ขณะที่เขมจิราหลอกล่อจนอานนท์เชื่อใจ เอมอรกลุ้มใจเรื่องคลิปหลุดของลูก ครั้นเจอหน้าก็ซักเป็นการใหญ่ว่าเขากับพิมพ์ชนกไปถึงไหนกันแล้ว เขาขอร้องแม่

อย่าไปเชื่อทุกอย่างในเน็ต เขากับเธอไม่มีอะไรกัน นั่นเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด เธอหกล้มเขาแค่เข้าไปช่วย บังเอิญมีคนแอบถ่ายรูปไปลงก็เท่านั้น

“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผู้หญิงอย่างพิมพ์ชนกให้เป็นเพื่อนผมยังไม่เอาเลย”

ริสาเห็นพิมพ์ชนกหิ้วถุงใส่ของใบใหญ่เข้ามา อยากคุยกับเธอเรื่องอานนท์จึงชวนออกไปกินข้าวเที่ยงข้างนอก เธอไปด้วยไม่ได้ต้องรีบไปทำธุระ ริสาสงสัยว่าธุระอะไร เธอจึงชวนริสาไปดูให้เห็นกับตา

ธุระของพิมพ์ชนกคือเอาผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ สำลีกับแอลกอฮอล์ไปให้ยายกับตาที่ตึกแถวเก่าโทรมไม่ห่างจากโรงพยาบาลนักและมาทำกายภาพให้ตาที่เพิ่งผ่าตัดสะโพกเพราะยายไม่มีปัญญาพาตาไปทำกายภาพที่โรงพยาบาล ริสามองเธออย่างชื่นชม แล้วเข้าไปช่วยเธอทำกายภาพให้ตา...

มัวแต่ไปทำกายภาพทำให้หมดเวลาพัก ริสากับพิมพ์ชนกจึงรองท้องด้วยแซนด์วิชหนึ่งชิ้นกับนม

คนละกล่อง ริสาสงสารที่เธอต้องเยี่ยมตาทุกเที่ยงไม่มีเวลาพักจึงอาสาจะไปทำหน้าที่นี้สลับกับเธอคนละวัน...

ระหว่างทางกลับวอร์ด เอกรัฐปรี่เข้าไปหาพิมพ์ชนกมีเรื่องจะคุยด้วย ริสารู้งานขอตัวเข้าไปก่อน เขาแจ้งกับเธอว่าเจอตัวคนที่สะกดรอยตามเธอและคอยโทร.มาป่วนแล้ว ปรากฏว่าเป็นคนงานต่างด้าว

เพื่อนของเขาที่เป็นตำรวจตามสืบจนรู้ที่อยู่ แต่นายจ้างของมันบอกว่ามันกลับประเทศไปแล้ว ลองติดต่อไปที่เบอร์โทร.นั่นพบว่าปิดไปแล้ว เอกรัฐแต่งเรื่องเป็นตุ เป็นตะทั้งที่ความจริงแล้วเขาเป็นคนจ้างชายต่างด้าวคนนี้ไปซื้อเบอร์มือถือเดิมของพีทมาให้ ถึงได้รู้เรื่องของมันดี แล้วถามว่ามันยังมารังควานเธออีกไหม

“ตั้งแต่วันที่พิมพ์ขู่ว่าจะแจ้งตำรวจ เขาก็ไม่ส่งดอกไม้หรือข้อความมาอีกเลยค่ะ”

“งั้นผมว่านายนี่คงกลัวแล้วหนีไปแล้วล่ะครับ”

พิมพ์ชนกจะดีใจมากถ้าเป็นแบบนั้น แต่ก็ยังคาใจไม่หายว่าผู้ชายคนนี้รู้จักเธอได้อย่างไร เอกรัฐคิดว่าเขาอาจเป็นคนไข้ที่เธอเคยดูแลแล้วเกิดประทับใจในตัวเธอขึ้นมา พิมพ์ชนกคิดคล้อยตามไม่ถามอะไรอีก...

ขณะที่พิมพ์ชนกเบาใจไปเปลาะหนึ่งที่คนสะกดรอยตามเธอหายไปแล้ว อานนท์ไลน์ไปชวนเขมจิราไปดูหนังกัน เธอไลน์กลับมาว่าไม่ว่างติดทำรายงาน เขาจึงวางแผนจะทำให้เธอหึงโดยใช้พิมพ์ชนกเป็นเครื่องมือ

ooooooo

ธนาคิมเสร็จจากงานไอทีของโรงพยาบาลกำลังจะกลับออฟฟิศใหญ่เจอพิมพ์ชนกเดินผ่านมาจึงตะโกนเรียก เธอหันมาเห็นเขารีบหันหลังเดินหนี เขาวิ่งตามจนทัน อ้างมีเรื่องจะคุยด้วย เธอไม่มีอะไรต้องคุยขยับจะเดินต่อ เขาคว้าแขนไว้บอกว่ากำลังสืบหาต้นตอคนปล่อยรูปเธอกับเขาพบว่าอยู่ที่เมืองนอก

เธอไม่อยากฟังพยายามดิ้นหนีแต่เขาจับไว้แน่น ศัตรูของเธอลงทุนขนาดนี้ไม่อยากรู้หรือว่าเป็นใคร

“ศัตรูฉันก็ยืนอยู่ตรงหน้านี่แหละ ตั้งแต่ฉันเจอคุณก็เจอแต่เรื่องวุ่นวายไม่หยุด เราต่างคนต่างอยู่เถอะค่ะ” พิมพ์ชนกพูดจบสะบัดมือเขาออก อานนท์เดินมากับ

ริสาเห็นทั้งคู่ยื้อยุดกันรีบเข้าไปขวาง ธนาคิมจำใจปล่อยมือเธอ แล้วไล่อานนท์ไปให้พ้น นี่เป็นเรื่องระหว่างตนกับเธอคนอื่นไม่เกี่ยว

“แต่ผมไม่ใช่คนอื่น ผมกับพิมพ์กำลังคุยๆกันอยู่แล้วผมก็ไม่อยากให้พิมพ์ต้องมีปัญหากับคุณอีก” อานนท์พาพิมพ์ชนกไปจากตรงนั้น ริสารีบเดินตาม ขณะที่ธนาคิมได้แต่ยืนงง...

เมื่อพ้นสายตาธนาคิม พิมพ์ชนกบอกกับอานนท์ว่าจริงๆเขาไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ เขาไม่กลัวถ้าทุกคนเห็นคนดีโดนรังแกแล้วเพิกเฉยโลกนี้ก็จะไม่น่าอยู่ จากนั้นจับไหล่เธอไว้สัญญาว่าต่อไปนี้เขาจะปกป้องเธอเอง

ก่อนผละจากไป ริสาใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม พิมพ์ชนกเห็นสีหน้าเพื่อนสนิทก็ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ไม่มีอะไรจ้ะ พี่ปวดท้องน่ะขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พูดจบริสาเดินลิ่วไปเลย...

อานนท์เดินตามแผนใช้พิมพ์ชนกเป็นเครื่องมือทำให้เขมจิราหึงหวงโดยแสดงท่าทีเอาอกเอาใจเธอต่อหน้าธารกำนัล กอบแก้วกับแก๊งขาเม้าท์พากันวิพากษ์ วิจารณ์อย่างสนุกปากว่าอานนท์กำลังจีบพิมพ์ชนก ริสาแอบมองจากอีกมุมหนึ่งเห็นภาพบาดตาก็ยิ่งเศร้าหนัก

พิมพ์ชนกรู้เท่าทันแผนการของอานนท์ พูดอย่างไม่อ้อมค้อมถ้าเขมจะสนใจเขาก็ควรจะสนใจเพราะตัวเขาไม่ใช่เพราะคนอื่น เขาอย่าเอาเธอไปเป็นเครื่องมือเลย แม้เธอจะรู้ทันแต่เขาปากแข็งไม่ยอมรับ หาว่าเธอคิดมากไปเอง ที่เขาดูแลเธอเพราะเธอเป็นเพื่อนของเขาเหมือนที่ริสาเป็น

“ถ้าเพราะเหตุผลนี้พิมพ์โอเค แต่ถ้าไม่ใช่ พิมพ์จะบอกหมอว่าสิ่งที่หมอทำมันไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ”...

หลังเช็กข่าวจนแน่ใจกอบแก้วรีบโทร.ไปรายงานเขมจิราว่าจากนี้ไปไม่ต้องกลัวมีใครไปยุ่งกับธนาคิมแล้วเพราะพิมพ์ชนกคบหาอยู่กับอานนท์ เธอขอบคุณกอบแก้วมาก พอวางสายเท่านั้น เธอแค้นจัดปามือถือลงบนโซฟา ทิพย์อาภามาเห็นพอดีก็ตกใจถามว่าเป็นอะไรใครขัดใจให้บอกตนได้ เธอเล่าให้ฟังว่าพิมพ์ชนกเปิดตัวว่าคบหาอยู่กับอานนท์ ทิพย์อาภายิ้มพอใจ

ถ้าอย่างนั้นลูกก็น่าจะดีใจที่ไม่มีใครมาแก่งแย่งธนาคิม

“แต่เขมไม่อยากเห็นมันมีความสุข”

“เอาน่า คนอย่างมันเดี๋ยวก็โดนทิ้ง เชื่อแม่ ไปหาป้าเอมอรกับแม่ดีกว่า”

ครู่ต่อมาสองแม่ลูกมาพบกับเอมอรที่ร้านอาหารหรูตามนัด เธอไม่ได้มาคนเดียวแต่พาแพทเพื่อนของเธอซึ่งทำนิตยสารออนไลน์มาด้วย แพทอยากจะสัมภาษณ์เขมจิราไปลงในคอลัมน์ ทิพย์อาภายินดีเป็นอย่างยิ่ง

เชิญแพทไปสัมภาษณ์ที่บ้าน เขมจิราจะได้โชว์ฝีมือทำขนมไทยด้วย แพทจะขอสัมภาษณ์พร้อมกันทีเดียว

สองคนเลย เพราะได้ยินมาว่าทิพย์อาภามีลูกสาวสองคนไม่ใช่หรือ อีกคนชื่อพิมพ์ชนก

เอมอรไม่ชอบพิมพ์ชนกเป็นทุนเดิมจึงบอกแพทว่าพิมพ์ชนกมีข่าวไม่ค่อยดีนัก หากไปสัมภาษณ์งานของเธอจะโอเคหรือ เธอกลับบอกว่ายิ่งฉาวยิ่งดีเรียกเรตติ้งได้ หวังว่าทิพย์อาภาคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม

“ค่ะๆ เอาเป็นว่าสัมภาษณ์ทั้งครอบครัวเลยดีกว่าค่ะ”

แพทยินดีไม่มีปัญหา เขมจิรามองแม่ไม่ค่อยพอใจ เอมอรเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ บอกทิพย์อาภาว่า

ที่ชวนไปทำบุญตนติดงานไปต่างจังหวัดคงไปด้วยไม่ได้ แต่จะส่งธนาคิมไปแทน ใครบางคนแถวนี้น่าจะดีใจ

มากกว่าที่ตนไป เขมจิราทำเป็นก้มหน้าเขินอาย แอ๊บเป็นเด็กเรียบร้อยได้เนียนจริงๆ

ooooooo

เมื่อถึงวันทำบุญของครอบครัวที่วัดแห่งหนึ่งชานกรุง พงษ์กับอารีย์ นิติกับพิมพ์ชนก ลูกชิ้นกับแอ๋วพร้อมด้วยกับข้าวกับปลามารถตู้ ทิพย์อาภาขับรถตัวเองตามมากับเขมจิรา โดยที่ธนาคิมกับอานนท์ต่างขับรถมาเองเช่นกัน ครั้นทิพย์อาภาเห็นพิมพ์ชนกเอาอัฐิของภัสสรกับรูปภาพมาร่วมทำบุญด้วยตัวสั่นด้วยความโกรธแค้น

เขมจิราต้องกระซิบเตือน “ใจเย็นๆค่ะคุณแม่ ทั้งพี่คิมทั้งพี่หมออยู่ที่นี่ แล้วยังคนนอกอีกเราโวยวายก็มีแต่เสียเปรียบ สู้หาทางเอาคืนมันลับหลังดีกว่าค่ะ” คำเตือนของลูกทำให้ทิพย์อาภาใจเย็นลง พงษ์ออกโรงปกป้องพิมพ์ชนกว่าเป็นคนอนุญาตให้เธอเอากระดูกแม่มาด้วย ถ้าทิพย์อาภาจะโกรธก็ให้มาโกรธที่ท่าน

“ทิพย์จะว่าอะไรได้ล่ะคะ ไม่มีใครสนใจความรู้สึกของทิพย์กับลูกอยู่แล้วนี่” ทิพย์อาภาตัดพ้อทั้งน้ำตา

พิมพ์ชนกไม่อยากมีปัญหาจึงขออนุญาตพ่อเอาอัฐิแม่นั่งด้านนอก นิติพยายามทักท้วงแต่เธอยืนยันไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ถ้าใจเป็นบุญเธอเชื่อว่าเราจะมีความสุขและแม่ก็คงคิดแบบเดียวกับเธอ พงษ์ไม่ขัดข้องถ้าเธอต้องการแบบนั้นเดี๋ยวจะให้คนมาจัดที่ให้ ทิพย์อาภา

ทนไม่ไหวเดินหนีเข้าไปในศาลา นิติถอนใจเดินตาม พงษ์กับอารีย์ตามขึ้นไปเช่นกัน เขมจิราเห็นอานนท์กับธนาคิมมองพิมพ์ชนกอย่างเห็นใจ แสร้งเข้าไปจับมือ

“พี่พิมพ์อย่าโกรธคุณแม่เลยนะ ท่านคงยังทำใจไม่ได้ พี่เองก็อย่าคิดมาก เขมจะช่วยพูดให้ท่านเข้าใจเอง” เขมจิราพูดจบเดินไปหาธนาคิมก่อนจะเข้าไปในศาลาด้วยกัน อานนท์มองตามเศร้าใจที่เธอไม่สนใจตนเอง...

ขณะพระกำลังสวดบังสุกุลให้ผู้ล่วงลับ มือถือของธนาคิมสั่นเตือนว่ามีสายเข้า เขาหยิบมือถือขึ้นดูก่อนจะหันไปบอกเขมจิราว่าขอไปคุยเรื่องงานสักครู่ ไหว้ลาพระแล้วลงจากศาลาไป เขมจิราไม่พอใจที่อานนท์นั่งเป็นเพื่อนพิมพ์ชนกที่เก้าอี้ด้านนอก เรียกลูกชิ้นมากระซิบกระซาบบางอย่าง

ลูกชิ้นพยักหน้ารับคำแล้วเดินไปหาอานนท์ โกหกว่าเขมจิราเวียนหัวไม่สบาย เขาหันไปมองเห็นเธอทำเป็นคออ่อนคอพับ จึงถามพิมพ์ชนกว่ามียาดมไหม ครั้นได้ยาดมมาแทนที่จะเอาไปให้เอง อานนท์กลับฝากลูกชิ้นไปให้ ทำให้เขมจิราแค้นมาก...

ระหว่างที่อารีย์ พงษ์และนิติและอานนท์กำลังสนทนาธรรมอยู่กับหลวงพ่อ เขมจิราบ่นกับแม่ทำไมพี่คิมหายไปคุยงานนานนัก ทิพย์อาภายุส่งนังพิมพ์ก็หาย ไปด้วยหวังว่ามันคงไม่ได้แอบไปหาเขา เขมจิราร้อนใจรีบลุกไปดูเห็นพิมพ์ชนกเอาน้ำที่กรวดอุทิศส่วนกุศลให้แม่ไปราดใต้ต้นไม้ใหญ่

ทิพย์อาภาบ่นอุบว่านังภัสสรตายไปแล้วยังทำให้ตนเจ็บใจจนอยากจะกระอักเลือดได้อีก ในเมื่อพงษ์ไฟเขียวให้มันแบบนี้ ปีหน้ามันต้องเอากระดูกแม่มันมาอีกแน่ๆ เขมจิราอาสาจะจัดการเรื่องนี้ให้แล้วปัดโกศใส่อัฐิภัสสรที่วางอยู่ตกแตก พิมพ์ชนกกลับมาเห็นพอดีวิ่งเข้าไปกอบเถ้าอัฐิไว้เกรงจะถูกลมพัดปลิวโดยไม่สนใจกระเบื้องที่แตก เขมจิราทำเป็นขอโทษ อ้างไม่ได้ตั้งใจปัดตก เห็นมันวางอยู่นึกว่าลืม

“แม่พิมพ์ตายไปแล้วไม่ได้รบกวนอะไรใครแล้วทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย”

“ก็เขมบอกแล้วไงว่าไม่ได้ตั้งใจ จบๆกันไปแล้วกัน” ทิพย์อาภาพูดได้อย่างหน้าไม่อาย

“มันไม่จบหรอกค่ะ ทุกคำพูดทุกความคิดทุกการกระทำคือกรรมและกรรมทำหน้าที่ของมันเสมอ วันไหนถ้าคุณน้ากับเขมโดนบ้างก็ขอให้จำไว้นะคะว่ามันคือกรรม”

“แต่วันนี้ฉันได้เห็นแกรับกรรมแทนแม่ของแก ฉันสะใจแล้ว...ไปเถอะลูก” ทิพย์อาภาเดินนำลูกไป

พิมพ์ชนกค่อยๆโกยอัฐิแม่ใส่มือไปร้องไห้ไปไม่ทันระวังเศษกระเบื้องบาดเลือดไหล ธนาคิมมาเห็นเข้าก็สงสารหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวของตัวเองมาช่วยกอบอัฐิภัสสรใส่ในผ้าแล้วเอาเชือกผูกเป็นถุงวางในถาดทองเหลืองให้ เธอหยิบถาดกับรูปแม่ลุกขึ้น เขาถามว่าจะไปไหน เธอจะเอาไปใส่รถแล้วไปช่วยงานที่โรงครัว ธนาคิมถามด้วยความเป็นห่วงว่าไหวแน่หรือ เธอพยักหน้าต้องไหวให้ได้ โลกนี้อยู่ยากหากไม่เข้มแข็งก็ต้องตาย

ooooooo


ละครหลงเงาจันทร์ ตอนที่ 4 อ่านหลงเงาจันทร์ติดตามละครหลงเงาจันทร์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร, แซมมี่ เคาวเวลล์ 11 มี.ค. 2562 07:19 2019-03-14T01:19:05+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ