ข่าว

วิดีโอ



หลงเงาจันทร์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บุหลันดั้นเมฆ

กำกับการแสดงโดย: ปัญญา ชุ่มฤทธิ์

ผลิตโดย: บริษัท เฟิร์สคลาส เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร, แซมมี่ เคาวเวลล์

ธนาคิมในชุดดำไว้ทุกข์มาที่โรงพยาบาลเพื่อขอพบกับพิมพ์ชนก ครั้นเห็นหน้าเธอชัดๆ เขาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าจะเป็นคนเดียวกับที่มารับตัวพลาทิปเข้าห้องฉุกเฉิน ถามย้ำอีกครั้งว่าเธอคือพิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์จริงหรือ เธอยืนยันว่าจริง มีธุระอะไรกับเธอหรือ มองไปมองมาจำเขาจากเหตุการณ์เดียวกันได้

“เสียใจด้วยนะคะ เรื่องเพื่อนคุณ”

ชายหนุ่มฉุนขาดที่ผู้หญิงตรงหน้าทำท่าใสซื่อ พยายามข่มอารมณ์ไว้ ต่อว่าว่าทำไมไม่ไปงานศพนึกว่าจะเจอเธอที่นั่น พิมพ์ชนกงงหนักไม่ทราบว่าควรต้องไป เขาหมดความอดทน

“ไม่รู้ว่าควรต้องไปอย่างนั้นหรือ คุณมีส่วนทำให้พีทต้องตายคุณคิดว่าคุณไม่ควรต้องไปอีกเหรอ เพราะคุณคิดว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ใช่ไหม...วันนี้เป็นวันเผา ถ้าไม่คิดจะไปขอโทษอย่างน้อยคุณก็ควรไปบอกลาพีทมัน”

“เอ่อ...ฉันขอโทษจริงๆค่ะ แต่วันนี้ต้องเข้าเวร คงไปร่วมงานไม่ได้” พิมพ์ชนกตอบไปทั้งที่ยังงงไม่หาย ธนาคิมยิ่งโกรธแค้นที่เธอทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร ต่อว่าเป็นชุดว่าเธอหลอกได้แค่เพื่อนของเขาเท่านั้น ไม่มีวันหลอกเขาได้แล้วหันหลังเดินจากไป พิมพ์ชนกมองตามไม่เข้าใจทำไมเขาต้องโกรธเธอขนาดนั้น

ริสาได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาถามว่ามีอะไร เธอเล่าให้ฟังว่าถูกเพื่อนคนเจ็บที่รถชนเสียชีวิตวันก่อนมาต่อว่าว่าเธอมีส่วนทำให้เพื่อนของเขาตาย ริสาคิดไปคนละทาง

“สงสัยจะคิดว่าเรารักษาคนไข้ไม่เต็มที่ ญาติคนไข้บางทีก็คิดแบบนี้แหละพิมพ์ อย่าไปโกรธเขาเลยนะ”

“พิมพ์ไม่ได้โกรธอะไรหรอกค่ะ แค่แปลกใจว่าทำไมเขาถึงเจาะจงโทษแต่พิมพ์”

“วันนั้นเขาอาจจำชื่อพิมพ์ได้อยู่คนเดียว เขาคงเสียใจมากเลยโทษทุกคนนั่นแหละพิมพ์อย่าคิดมากเลย” คำปลอบใจของริสาทำให้พิมพ์ชนกเบาใจขึ้น...

พิธีเผาศพพลาทิปจัดขึ้นตอนบ่ายวันเดียวกัน นารีวางดอกไม้จันทน์แล้วก็ร้องไห้อีกยังทำใจกับการจากไปของลูกไม่ได้ ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับ ธนาคิมรีบเข้ามาประคอง ยิ่งเห็นผู้มีพระคุณทุกข์ใจเขาก็ยิ่งแค้นผู้หญิงที่ทำให้เพื่อนของเขาตาย  เอมอรกับเอกรัฐเอายาดมมาให้พร้อมทั้งใช้พัดพัดให้นารี

ศักดิ์กับธนาคิมแยกมาคุยถึงเรื่องจะหลบไปทำใจที่อเมริกาสักพัก ไปให้ไกลๆจากเมืองไทยเป็นห่วงนารีจะทนไม่ไหว ตั้งแต่เกิดเรื่องเธอเข้าบ้านไม่ได้เลย ไปเมื่อไหร่ต้องร้องไห้คิดถึงลูก ตนกลัวเธอจะไม่ไหวไปอีกคน

“ผมเข้าใจครับ คุณอาไม่ต้องห่วงทางนี้ ผมจะดูแลบ้านกับงานที่บริษัทให้ระหว่างที่คุณอาไม่อยู่”

“อาไม่รู้ว่าจะกลับเมื่อไหร่น่ะสิ ไม่รู้เมื่อไหร่ถึงจะทำใจได้ ใจจริงอาอยากขายทุกอย่างแล้วย้ายไปอยู่อเมริกาซะเลย บริษัทพวกนี้อาสร้างทุกอย่างเพื่อเตรียมไว้ให้พีท พอพีทไม่อยู่มันก็ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว”

ธนาคิมแนะว่าอย่าเพิ่งขาย กำไรของบริษัทมากขึ้นทุกปียังเป็นรายได้ให้ศักดิ์ได้ ช่วงนี้เขาจะช่วยดูแลงานไปก่อน หากท่านตัดสินใจไม่กลับเมืองไทยค่อยขายตอนนั้นก็ได้ ศักดิ์ตกลงทำตามที่คำแนะนำของเขาแล้วเดินไปหานารี เอกรัฐเข้ามาถามธนาคิมว่าโอเคไหม เขาส่ายหน้าไม่มีวันให้อภัยผู้หญิงที่ทำให้พลาทิปต้องตาย

ooooooo

เขมจิราประท้วงพ่อกับปู่ที่จะส่งไปเรียนเมืองนอกด้วยการหมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมลงมากินข้าวปล่อยให้ทั้งหัวหงอกหัวดำนั่งรอ พงษ์ไม่พอใจที่เธอออกฤทธิ์ออกเดช ยิ่งเห็นพิมพ์ชนกกลับมาพร้อมหน้า ก็ยิ่งหัวเสียสั่งให้ทิพย์อาภาไปตามลูกลงมาหรือจะให้ตนไปตามเอง

“ไม่เป็นไรค่ะ ทิพย์ไปเรียกเอง” พูดจบทิพย์อาภารีบลุกออกไป ครู่ต่อมาเธอมายืนอยู่ตรงหน้าลูกสาว บอกให้ลงไปกินข้าวคุณปู่ให้มาตาม เขมจิราเสียงเขียวใส่ว่าไม่ไป

ทิพย์อาภาต้องหว่านล้อมให้ลูกเห็นว่าถ้ายังใช้ไม้ดื้อแบบนี้ พิมพ์ชนกจะได้คะแนนความรักจากทุกคนไปหมด ถ้าลูกไม่อยากไปเรียนเมืองนอกและไม่อยากให้พิมพ์ชนกชนะจนได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรเป็นของเราไป ลูกจะต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่โดยใช้ไม้อ่อนทำให้คุณปู่กับพ่อสงสารจนยอมอ่อนข้อให้

“เชื่อแม่นะลูก อย่าปล่อยให้ยัยพิมพ์มันเป็นลูกรัก หลานรักอยู่คนเดียว” คำพูดของทิพย์อาภาทำให้เขมจิราคล้อยตามรับปากจะไม่ปล่อยให้พิมพ์ชนกชนะตนเด็ดขาด อะไรที่มันจะได้ต้องเป็นของตนก่อน

ครั้นลงมาที่ห้องนั่งเล่น เขมจิราทำตามที่แม่แนะนำลงนั่งข้างๆพงษ์ยกมือไหว้ขอโทษที่ทำตัวไม่ดี ทำให้ท่าน คุณย่ากับพ่อไม่สบายใจ สัญญาว่าจะทำตัวใหม่อย่าส่งเธอไปเมืองนอกเลย เธอไม่อยากไปอยู่คนเดียว แล้วบีบน้ำตาสะอึกสะอื้นจนทั้งพงษ์ นิติและอารีย์เริ่มใจอ่อน พงษ์ไม่วายตั้งข้อแม้หากเธอไม่อยากไปเมืองนอกต้องขอโทษพิมพ์ชนกที่ถูกเธอผลักวันนั้นก่อน เขมจิรากลั้นใจยกมือไหว้ขอโทษพี่สาวซึ่งรับไหว้แทบไม่ทัน

พงษ์เห็นว่าปัญหาคลี่คลายชวนทุกคนไปกินข้าวกันแล้วลุกนำออกไป อารีย์กับนิติและทิพย์อาภาลุกตาม เหลือแค่พี่น้องสองสาวต่างมารดาอยู่กันตามลำพัง เขมจิราออกลายทันที

“จำไว้นะ นั่นจะเป็นหนเดียวที่ฉันยกมือไหว้เธอ แล้วคนที่ต้องโดนไล่ออกจากบ้านคราวหน้าต้องเป็นเธอยัยพิมพ์” พูดจบเขมจิราสะบัดหน้าเดินไปที่บันไดเพื่อขึ้นไปล้างหน้าล้างตา พิมพ์ชนกได้แต่มองตามเหนื่อยใจ

ooooooo

เขมจิรากำลังเดินขึ้นไปที่ห้อง เห็นกองหนังสือพิมพ์วางอยู่สะดุดตากับข่าวชิ้นหนึ่งหยิบขึ้นมาดู ลูกชิ้นเห็นเข้าก็รีบเสนอหน้าดูด้วย เห็นข่าวที่เขมจิราสนใจถึงกับร้องเอะอะผู้ชายคนนี้คุ้นหน้ามาก แล้วนึกขึ้นได้ว่าเป็นผู้ชายที่มากดกริ่งถามหาพิมพ์ชนก เขมจิราตวาดแว้ดว่าไม่ใช่

“ใช่ค่ะ ใช่แน่ๆ หนูจำได้ที่มาโวยวายหน้าบ้านแล้วอยู่ๆก็ขับรถออกไปเลย”

เจ้านายสาวถามว่านอกจากลูกชิ้นแล้วมีใครเห็นอีกไหม เธอส่ายหน้าไม่มีใครเห็น เขมจิราสั่งให้เธอปิดปากให้สนิทห้ามให้รู้เรื่องนี้เด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะเฉดหัวออกจากบ้าน แล้วถือหนังสือพิมพ์วิ่งเข้าห้องตัวเอง ปิดประตูล็อก เปิดหนังสือพิมพ์อ่านข่าวการตายของพลาทิป ตกใจว่าเขาตายในคืนที่เธอโทร.ไปจิกให้เขามารับ

“นี่มันคืนนั้น...ไม่...ไม่จริง” เขมจิรากลัวความผิดฉีกหนังสือพิมพ์หน้าที่มีข่าวพลาทิปเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเอาไปทิ้งลงชักโครกกดน้ำตาม ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นปลอบตัวเองว่าไม่เป็นอะไรไม่มีใครรู้เรื่องเธอกับพลาทิป ถึงจะรู้ก็ไม่ใช่เธอแต่เป็นพิมพ์ชนก คนชื่อพิมพ์ชนกต่างหากเป็นคนโทร.ตามเขาออกมา เขาขับรถชนเองไม่เกี่ยวกับเธอ มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทิพย์อาภาขึ้นมาตามลูกลงไปกินข้าว

เขมจิราเปิดประตูออกมาโผกอดแม่น้ำตาไหลพราก ทิพย์อาภาแปลกใจหมดเรื่องแล้วทำไมยังร้องไห้อีก ปลอบว่าไม่มีอะไรแล้วไม่ต้องร้องไห้แล้วเช็ดน้ำตาให้ เขมจิราอุ่นใจขึ้นเมื่ออยู่ในอ้อมกอดแม่...

ขณะที่เขมจิราพยายามบอกตัวเองว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพลาทิป ธนาคิมดื่มเหล้าต่างน้ำอยู่ที่บ้านพลาทิปคิดถึงแต่คำพูดของเพื่อนรักก่อนตายที่บอกว่าพิมพ์ชนกโทร.มาง้อจะให้ไปรับที่บ้านเดี๋ยวนี้ แต่เขาไม่ยอมให้ไปเนื่องจากรู้ว่าเพื่อนเมาขับรถไม่ได้สั่งให้รออยู่ที่บ้านเดี๋ยวไปถึงจะขับรถให้เอง และให้เพื่อนสัญญาว่าจะไม่ขับรถออกไปหาผู้หญิงคนนั้น พลาทิปรับปากดิบดีแต่กลับทำตรงข้าม

“ทำไมแกไม่รักษาสัญญาวะไอ้พีท” ธนาคิมว่าแล้วกระดกเหล้าหมดแก้ว เอกรัฐตามมาสมทบถามว่าพ่อแม่ของพลาทิปไปอเมริกาแล้วหรือ เขาพยักหน้า พวกท่านทิ้งทุกอย่าง บ้านหลังนี้วันหนึ่งก็อาจจะต้องขายเพราะทนคิดถึงลูกไม่ไหว แล้วชวนเอกรัฐดื่มเป็นเพื่อน เอกรัฐเป็นห่วงเขามากถามว่าดื่มไปกี่แก้วแล้ว

ธนาคิมไม่ตอบคำถาม เอาแต่คร่ำครวญถึงพลาทิปและยังพร่ำเพ้ออีกว่าคนบ้านนี้มีบุญคุณกับเขามากมาย ไม่เข้าใจทำไมชีวิตคนดีๆ ต้องมาพังเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนเดียวด้วย เอกรัฐขอร้องเขาอย่าเพิ่งตัดสินใครในเมื่อเราไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้น

“โทรศัพท์พีทมันก็ไหม้ไปพร้อมรถ พีทมันอาจจะขับรถออกไปไหนก็ได้”

“พีทมันไม่มีวันผิดสัญญากับฉันหรอก ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นคนบอกให้มันออกไปโดยไม่สนใจว่ามันเมาแค่ไหน เธอถึงไม่กล้าแม้แต่จะโผล่มาที่งานศพไงเพราะกลัวคนรู้” ธนาคิมยังคงด่าว่าพิมพ์ชนกไม่หยุดว่าเลือดเย็นทำเป็นไม่รู้จักพลาทิปทั้งที่คืนนั้นเป็นคนเข็นเตียงมันเข้าห้องผ่าตัด เอกรัฐไม่รู้จะปลอบเขาอย่างไรได้แต่บอกให้กลับบ้านตนจะขับรถไปส่งให้ เมาขนาดนี้ขับรถไม่ไหวแน่ แม่ของเขารอแย่แล้ว

“ไม่กลับ คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่ แกกลับไปเถอะไม่ต้องห่วงฉัน”

“งั้นข้าจะอยู่เป็นเพื่อนแกอีกสักพัก แล้วก็จะกลับพรุ่งนี้มีงานเช้า”

ooooooo

หลังเอกรัฐกลับไปแล้ว ธนาคิมขึ้นมาที่ห้องนอนของตัวเองซึ่งพลาทิปเตรียมไว้ให้ อดนึกถึงวันแรกที่เพื่อนรักพามาดูห้องนี้ไม่ได้ ตอนนั้นยังเป็นห้องโล่งๆไม่มีเฟอร์นิเจอร์ พลาทิปบอกว่าจะแต่งห้องไว้รอเขากลับจากเมืองนอก เขาโวยว่าบ้านเขาก็มี พลาทิปยืนยันว่าเขาต้องมีห้องที่บ้านของตนด้วย

“พ่อแม่ฉันก็แทบนับแกเป็นลูกอีกคนอยู่แล้ว เผลอๆรักมากกว่าฉันอีก อยู่ใกล้ๆฉันจะได้เรียกใช้งานง่ายๆ”

ธนาคิมนึกถึงอดีตครั้งนั้นแล้วก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น...

ที่วอร์ดศัลยกรรม นภากำลังถามพิมพ์ชนกว่าอานนท์เป็นแฟนกับน้องสาวของเธอใช่ไหม แต่พอเห็นริสาเดินเข้ามาทุกคนหยุดพูดกันหมด ริสารู้ทันบอกให้ทุกคนคุยต่อได้จะหยุดทำไม นภาสุมหัวนินทาต่อทันที

“ว่าไงล่ะพิมพ์ หมออานนท์ทีแรกเขาเหมือนจะชอบๆพิมพ์ไม่ใช่เหรอทำไมอยู่ๆกลายไปเป็นแฟนน้องสาวพิมพ์ได้ล่ะ” นภายังไม่ทันได้คำตอบจากพิมพ์ชนก อานนท์โผล่เข้ามาเสียก่อนถามว่าจับกลุ่มคุยอะไรกันอยู่

“นั่นสิ มัวแต่เม้าท์อะไรกันอยู่ แยกย้ายกันไปทำงานสิ” นภาไล่เสียงดังกลบเกลื่อน ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ตัวเอง อานนท์เข้ามาหาพิมพ์ชนกมีเรื่องจะคุยด้วย จากนั้นเขาพาเธอไปยังมุมสงบตรงทางเดิน พูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่าเธอไม่โกรธเขาใช่ไหมที่อยู่ๆเขาไปคุยกับน้องสาวของเธอ

“พิมพ์ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นล่ะค่ะ คุณหมอชอบเขมแล้วถ้าเขมก็ชอบคุณหมอพิมพ์ก็ดีใจด้วย ถ้าไม่มีอะไรแล้วพิมพ์ขอตัวไปทำงานต่อนะคะ” พูดจบพิมพ์ชนกผละจากไป ทั้งคู่ไม่ทันเห็นริสาแอบมองอยู่

ooooooo

ตั้งแต่กลับจากบ้านพลาทิปครั้งนั้น ธนาคิมไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนเลย ไม่พูดไม่จาข้าวปลาแทบไม่แตะ เอมอรเห็นสภาพของลูกก็ไม่สบายใจโทร.ตามเอกรัฐให้มาช่วยดูเขาหน่อยตอนนี้อยู่ที่สวนหลังบ้าน

ธนาคิมในสภาพดูไม่จืดหนวดเคราครึ้มไม่ได้โกนมาหลายวัน นั่งครุ่นคิดถึงอดีต ตอนนั้นพ่อของเขาตายไปได้ไม่นาน อาของเขาตามมาทวงบ้านหลังนี้คืน อ้างว่าบ้านเป็นชื่อคุณพ่อ เอมอรไม่ยอมให้ในเมื่อท่านยกให้คุณพี่แล้ว อาไม่ยอมเช่นกัน จะเอาบ้านนี้ไปขายแล้วจะแบ่งเงินให้เธอห้าหมื่นบาทไปลงทุนทำร้านขายข้าวแกง ธนาคิมไม่พอใจกระชากคออาจะต่อย แต่พลาทิปล็อกตัวเขาดึงออกห่าง เอมอรสั่งให้เขาขอโทษอาเดี๋ยวนี้

“ผมไม่ขอโทษ ออกไป” ธนาคิมไล่ตะเพิดอาตัวเอง เขาไม่ไปธนาคิมกับแม่ต่างหากที่ต้องไป

พลาทิปจะให้พ่อของตนเอาเงินมาซื้อบ้านหลังนี้ไว้เอง จะได้ไม่มีใครกล้าไล่ธนาคิมกับแม่อีก อาไม่วายปากเสียหาว่าเอมอรมีควายตัวใหม่ให้เกาะแทนพี่ชายของเขา ธนาคิมทนไม่ไหวต่อยอาเต็มแรงหงายเงิบ เขาโกรธมากประกาศตัดญาติแล้วเดินปึงปังออกไป ธนาคิมจะตามไปเอาเรื่อง พลาทิปต้องดึงตัวไปทางสวนหลังบ้าน ธนาคิมยังแค้นไม่หายนี่ถ้าพ่อยังไม่ตายตนกับแม่คงไม่ถูกดูถูกขนาดนี้ ต้องหาทางเอาคืนให้ได้

“การล้างแค้นที่ดีที่สุดคือการประสบความสำเร็จให้มากกว่าคำดูถูก ส่วนเรื่องเงินไม่ต้องห่วงฉันจะคุยกับพ่อให้ จำไว้ว่านั่งคิดแค้นเฉยๆไม่มีประโยชน์ต้องลงมือทำโว้ย”

นึกถึงคำพูดของพลาทิปครั้งนั้นแล้ว ธนาคิมคิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้ ต้องทำอะไรสักอย่างกับผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์ชนกคนนั้น เอกรัฐเข้ามาเห็นสภาพเพื่อนที่หนวดเครายาวถามว่ายังทำใจไม่ได้อีกหรือ พลาทิปคงไม่สบายใจถ้ารู้ว่าเขาเป็นแบบนี้ เขายังพูดถึงพิมพ์ชนกที่ไม่รู้สึกรู้สมกับการตายของพลาทิป แถมยังปิดบังเรื่องที่คบหากันอีกด้วย เอกรัฐขอร้องอย่าปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ได้ไหมมันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

“พีทมันไปสบายแล้วคิม ลุกขึ้นมาทำอะไรให้พีทมันไม่ต้องห่วงแกดีกว่าไหม”

ธนาคิมมองหน้าเพื่อนก่อนจะเดินเข้าบ้าน เอกรัฐมองตามงงๆที่อยู่ๆเขาเดินหนีไปหน้าตาเฉย

ผ่านไปสักพักธนาคิมในสภาพโกนหนวดโกนเคราแต่งตัวหล่อลงมาหาแม่กับเอกรัฐซึ่งงงๆ อีกครั้งทำไมเขาถึงเปลี่ยนอารมณ์กะทันหันแบบนี้ เอมอรเห็นลูกกลับมาเป็นคนเดิมก็ดีใจ เขาสั่งให้เอกรัฐไปกันได้แล้ว คนถูกสั่งงงจะไปไหน เขาจะไปทำงาน แล้วบอกแม่ว่าขอตัวก่อนจากนั้นเดินลิ่วไปที่รถ

“อ้าว...รอก่อนสิ ลาละครับน้าอร” ไหว้ลาเสร็จเอกรัฐวิ่งตามธนาคิม...

ด้วยความต้องการกลั่นแกล้งผู้หญิงที่ทำให้เพื่อนรักตาย ธนาคิมใช้เส้นสายของหุ้นส่วนคนหนึ่งในบริษัทของพ่อพลาทิปซึ่งมีหุ้นอยู่ที่โรงพยาบาลที่พิมพ์ชนกทำงานอยู่ ให้จ้างเขาดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของที่นี่ให้

หลังจากเจรจาธุรกิจกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลเรียบร้อย ธนาคิมแวะมาป่วนพิมพ์ชนกที่วอร์ดศัลยกรรม เอกรัฐกระซิบถามเพื่อนรักนี่คิดจะทำอะไรกันแน่ หันไปขอโทษเธอแล้วชวนเขากลับ ธนาคิมไม่ยอมกลับพยายามปั่นหัวเธอเล่นอีก จังหวะนั้นอานนท์เข้ามาเห็นสีหน้าตื่นๆของพิมพ์ชนกก็เดาได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมา พากล ทำทีขอแฟ้มคนไข้จากเธอ แล้วมองธนาคิม

“ขอโทษนะครับ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ พอดีมีคนไข้รอคุณพยาบาลอยู่”

“ไม่มีอะไรครับ แวะมาทักทายคนรู้จักเฉยๆ งั้นไว้วันหลังค่อยเจอกันใหม่นะครับ” ธนาคิมมองพิมพ์ชนกที่หลบอยู่หลังอานนท์ ก่อนเดินจากไปโดยมีเอกรัฐเดินตาม อานนท์รอจนทั้งคู่ไปพ้นแล้ว จึงถามพิมพ์ชนกว่านั่นใคร ได้ความว่าเป็นเพื่อนของคนไข้ที่เคยพูดจาไม่ดีใส่เธอ

“แล้วนี่เขามาว่าอะไรพิมพ์อีกหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ พอดีคุณหมอเดินเข้ามา”

“นี่ถ้าเขามาอีก พิมพ์เรียกหมอหรือพี่นภามาคุยกับเขาก็ได้นะ เขาจะมาโกรธพิมพ์คนเดียวทำไมหมอไม่เข้าใจเลย” อานนท์ส่ายหน้าระอาใจแทน พิมพ์ชนกเองก็ไม่เข้าใจธนาคิมเช่นกัน

ooooooo

ระหว่างเดินไปที่จอดรถ เอกรัฐตั้งข้อสังเกตว่าไม่น่าใช่พิมพ์ชนกคนเดียวกับที่พลาทิปพูดถึง ตนจำได้ว่าเพื่อนเคยบอกว่าเจอเธอในผับ แต่ผู้หญิงคนนี้ท่าทางเรียบร้อยมากๆ ธนาคิมหันขวับชักสีหน้าใส่นี่เอกรัฐกำลังจะโดนหลอกเหมือนที่พลาทิปโดน เผลอๆ หมอคนนั้นนั่นแหละที่ทำให้เธอบอกเลิกเพื่อนของเรา

“แกก็จินตนาการไปเรื่อย ตกลงที่มาคุยงานที่นี่ แกตั้งใจใช่ไหม”

ทีแรกธนาคิมไม่ยอมรับ ครั้นถูกเอกรัฐคาดคั้นหนักเข้าถึงได้สารภาพว่าต้องการมาให้พิมพ์ชนกเห็นหน้าบ่อยๆจะได้รู้สึกร้อนๆหนาวๆบ้าง ไม่งั้นก็คงคิดว่าตัวเองรอดไปสบายๆไม่ต้องรับผิดชอบอะไรสักอย่าง เอกรัฐอยากรู้ว่าเขาต้องการให้เธอรับผิดชอบอะไร

“ทำผิดแล้วยังไม่แม้แต่ยอมรับก็ควรต้องทุกข์ใจเพราะกลัวคนจะรู้ความลับแบบนี้แหละ” ธนาคิมพูดไม่ทันขาดคำเอมอรโทร.มาชวนให้ไปกินข้าวเย็นด้วยกันที่ร้านอาหารเจ้าอร่อยในห้างฯหรูแห่งหนึ่ง

“ได้ครับ เดี๋ยวเจอกันครับ” ธนาคิมวางสายจากแม่แล้วชวนเอกรัฐไปกินข้าวด้วยกัน...

ช่างบังเอิญเหลือเชื่อที่ทิพย์อาภากับเขมจิรามาเดินช็อปปิ้งห้างฯแห่งนี้เช่นกัน เอมอรเจอสองแม่ลูกก็เข้ามาทัก พร้อมกับชมเขมจิราว่าสวมชุดนักศึกษาก็น่ารักไปอีกแบบแล้วบอกว่าตัวเองนัดลูกชายมากินข้าวเช่นกัน ก่อนจะมองเลยไปด้านหลังเห็นธนาคิมเดินมากับเอกรัฐ

“อ้าว มาพอดีเลยโชคดีจัง ที่เคยบอกว่าอยากแนะนำให้รู้จักกันไว้ไง...คิม คุณน้าทิพย์อาภาเพื่อนสมัยมัธยมของแม่...นี่น้องเขมจิรา ลูกสาวคุณน้า...นั่นธนาคิมลูกชายเรา แล้วก็เอกรัฐเพื่อนของคิม”

ทีแรกเขมจิราไม่ได้สนใจอะไรนัก ครั้นเห็นหน้าธนาคิมชัดๆก็ถูกใจใช่เลย ยิ่งได้รู้ประวัติคร่าวๆของเขาว่าเพิ่งจบจากเมืองนอกกำลังจะเปิดบริษัทกับเพื่อน เป็นงานด้านไอทีเกี่ยวกับวางระบบคอมพิวเตอร์ จัดเก็บเชื่อมโยงฐานข้อมูลให้กับบริษัทห้างร้านต่างๆก็ยิ่งสนใจ เอมอรนึกขึ้นได้ว่าทิพย์อาภาก็ทำธุรกิจเช่นกัน ถ้าสนใจก็เรียกใช้เขาได้เลย

“ก็ดีนะคะคุณแม่...คุณแม่กำลังสนใจวางระบบที่ออฟฟิศใหม่อยู่ไม่ใช่เหรอคะ”

ทิพย์อาภางงกับท่าทีของลูกแต่ก็เออออไปด้วยว่าใช่แล้วหยิบนามบัตรยื่นให้ธนาคิม ว่างเมื่อไหร่ลองนัดเข้ามาคุยรายละเอียดกัน เขารับนามบัตรมาดูสีหน้าตื่นเต้นแวบหนึ่งก่อนจะเก็บอาการไว้ทันไม่ให้ใครสังเกตเห็น ขอบคุณทิพย์อาภามากจะรีบติดต่อไปให้เร็วที่สุด จากนั้นสองแม่ลูกเดินแยกไป เอมอรเห็นลูกชายมองตามก็คิดว่าสนใจเขมจิรา อวยยกใหญ่ว่าเธอน่ารักอย่างโน้นอย่างนี้

“เพื่อนคุณแม่คนนี้เขามีลูกแค่คนเดียวเหรอครับ”

“เขาบอกอย่างงั้นนะ นี่คิมถ้าได้ลูกสะใภ้อย่างหนูเขมนี่ แม่โอเคนะ”

ธนาคิมไม่ตอบอะไร ได้ชวนแม่ไปกินข้าว อ้างว่าเอกรัฐหิวแย่แล้ว คนถูกอ้างชื่อถึงกับหน้าเหลอหลา เธอรู้ทันว่าลูกชายเปลี่ยนเรื่องพูดก็กระเซ้าเล่นแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ครั้นอยู่กันตามลำพังกับเพื่อนซี้ 

ธนาคิมเอานามบัตรของทิพย์อาภาให้เอกรัฐดูที่นามสกุล เห็นเป็นนามสกุลเดียวกับพิมพ์ชนกก็ตกใจ ไม่อยากเชื่อว่าโลกจะกลมได้ขนาดนี้ เอกรัฐมองธนาคิมที่มีสีหน้าเหมือนมีแผนบางอย่างในใจอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก

ooooooo

กว่าสองแม่ลูกจะกลับถึงบ้านสุวรรณเวศน์ก็ค่ำมากแล้ว เจออานนท์นั่งคุยอยู่กับพิมพ์ชนกในห้องรับแขกโดยมีแอ๋วนั่งอยู่ที่พื้นใกล้ๆ เขมจิราชักสีหน้าใส่ทำไมเขาถึงมานั่งคุยกับพี่พิมพ์อยู่ที่นี่

“พอหมอเสร็จงานก็เลยรีบมาหา แต่เขมยังไม่กลับ หมอโทร.ไปก็ปิดเครื่อง”

ทิพย์อาภาเล่นงานพิมพ์ชนกทำไมไม่โทร.เข้าเครื่องของตนจะได้รีบพาเขมจิรากลับ เธอไม่ทราบว่าน้องอยู่กับท่านก็เลยไม่ได้โทร. ทิพย์อาภาแว้ดใส่ ถ้าน้องไม่อยู่กับตนแล้วจะไปกับใคร พูดแบบนี้เดี๋ยวคุณหมอก็เข้าใจผิดกันพอดี เขมจิราถามอานนท์ว่ามาหาตนทำไม เขาจะชวนไปหาอะไรกิน เห็นว่าอยากกินข้าวร้านโปรด เขมจิราอ้างวันนี้เหนื่อยไปไม่ไหวอยากพัก โดนไล่ทางอ้อมแบบนี้ อานนท์จึงขอตัวกลับก่อน แล้วลุกออกไป

เขมจิราไม่แม้แต่จะเดินไปส่ง พิมพ์ชนกเองก็ไม่กล้าไปส่งกลัวน้องเข้าใจผิด แอ๋วรู้งานอาสาไปเปิดประตูรั้วให้อานนท์เอง พิมพ์ชนกขยับจะขึ้นห้อง สองแม่ลูกขวางไว้ รุมหาเรื่องเธอว่าตั้งใจอ่อยอานนท์

ทิพย์อาภายังด่าว่าเธอว่าควรหัดมีมารยาทบ้าง อานนท์ชอบพออยู่กับเขมจิรา ส่วนเธอจะชอบเขาแค่ไหนก็ควรเก็บอาการ ไม่ใช่น้องเผลอก็รีบฉวยโอกาส แม่เลี้ยงตัวแสบไม่ได้ด่าว่าแค่พิมพ์ชนกเท่านั้นยังพาลด่าแม่ของเธออีกด้วยหาว่าไม่สั่งสอนเรื่องมารยาทให้ลูกบ้าง เธอโกรธก็เลยด่ากลับไปบ้าง แอ๋วกลับจากส่งอานนท์เข้ามาช่วยพิมพ์ชนกอีกแรงหนึ่ง ทิพย์อาภาไม่พอใจสั่งให้แอ๋วหุบปาก

“พอเถอะค่ะคุณแม่ เสียเวลาทะเลาะกับหมา เดี๋ยวหมาหมู่มันก็รุมกัดเอาเท่านั้น” เขมจิราเห็นแม่เดินสะบัดออกไปก็รีบเดินตามเกือบจะชนไหล่พิมพ์ชนก ก่อนหันมากระซิบ

“ถ้าอยากได้ก็บอกตรงๆนะจะโละให้” เขมจิรายิ้มเย้ยแล้วเดินต่อไป...

เมื่อได้อยู่ตามลำพังแม่ลูก ทิพย์อาภาเตือนลูกให้ระวังพิมพ์ชนกจะคาบอานนท์ไปกิน เขมจิรากลับไม่สนใจ รู้ดีว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงแข็งๆทื่อๆแบบนังนั่น แล้วชวนแม่คุยเรื่องเพื่อนของท่านคนที่เจอที่ห้างฯวันนี้ดีกว่า ทิพย์อาภามองลูกอย่างหนักใจ

ooooooo

ธนาคิมสนใจในตัวเขมจิราเช่นกัน จึงรบกวนแม่ช่วยโทร.หาทิพย์อาภาให้ด้วย อยากนัดเข้าไปคุยงานด้วย เอมอรมองลูกชายยิ้มๆ ต้องรีบขนาดนั้นเลยหรือ

“หรือว่า...สนใจอย่างอื่นมากกว่างานหรือเปล่า เดี๋ยวแม่รีบโทร.นัดให้เช้านี้เลย”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เขมจิราฝันร้ายเห็นพลาทิปในสภาพมีเลือดไหลออกจากปากและจมูก แถมเขายังกล่าวโทษว่าเธอเป็นคนฆ่าเขา เธอหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัว ปฏิเสธเสียงสั่นว่าไม่ได้ฆ่า เขาตายเองต่างหาก แล้วสะดุ้งตกใจตื่น ลุกพรวดขึ้นนั่งหายใจหอบเหนื่อย ครั้นมองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองแค่ฝันไป

แม้เป็นแค่ความฝัน แต่ก็ทำให้เธอกลัวมาก นอนต่อไม่ไหวคว้าเสื้อคลุมเปิดประตูระเบียงห้องออกมาเห็นพิมพ์ชนกกำลังตักบาตรโดยมีแอ๋วช่วยถือถาดใส่ของ ผู้เป็นพี่สาวหันมาเห็นเธอเข้า ชวนมาใส่บาตรด้วยกัน เธอไม่สนใจหันหลังกลับเข้าบ้าน แอ๋วต่อว่าพิมพ์ชนกว่าจะชวนทำไมร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเธอทำบุญกับใครเขา

“คุณย่าสอนว่าเป็นพี่น้องต้องชักชวนกันทำเรื่องดีๆ ค่ะ พี่แอ๋วคะ พิมพ์อยากจะกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้คนไข้ที่เสียชีวิตคนหนึ่งค่ะ”

“ค่ะ เดี๋ยวพี่แอ๋วไปเตรียมน้ำให้นะคะ”...

ขณะขึ้นลิฟต์ไปหาทิพย์อาภาที่บริษัท เอกรัฐดักคอธนาคิมว่าจัดการทุกอย่างรวดเร็วขนาดนี้เพราะมีแผนการบางอย่างในหัวใช่ไหม ทีแรกก็ที่โรงพยาบาลที่พิมพ์ชนกทำงาน ครั้งนี้ก็ยังต้องมาเกี่ยวกับเธอคนนี้อีก เขาอ้างว่าเห็นโอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้วจะปล่อยให้หลุดมือได้อย่างไร

“เออๆ ยังไงฉันก็คิดตามแผนในหัวแกไม่ทันอยู่ดี อยากทำอะไรก็ตามสบาย”...

ไม่ได้มีแค่ธนาคิมเท่านั้นที่มีแผนการอยู่ในหัว ทิพย์อาภากับเขมจิราก็มีแผนเช่นกัน หลังคุยธุระเสร็จ เขมจิราเปิดประตูห้องทำงานแม่เข้ามา ทำทีขอโทษไม่รู้ว่าท่านมีแขก ถ้าอย่างนั้นเธอออกไปรอข้างนอก

“ตายแล้ว แม่ลืมสนิทเลยว่านัดกับเขมไว้ แม่มีประชุมสำคัญด้วยสิ” ทิพย์อาภาเล่นตามแผนการที่วางไว้

“อ้าว เขมให้คนรถกลับไปแล้ว งั้นไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวเขมนั่งแท็กซี่ไปก็ได้” เขมจิราอ่อยเหยื่อ ธนาคิมพร้อมจะติดเบ็ดอยู่แล้วถามเธอว่าจะไปไหนหรือ เขาไปส่งให้ก็ได้ถ้าคุณน้าไม่ว่าอะไร เข้าทางทิพย์อาภาทันที ถ้าไม่เป็นการรบกวนตนฝากลูกด้วยก็แล้วกัน จากนั้นไม่นาน ธนาคิม เอกรัฐและเขมจิรามาถึงลานจอดรถของบริษัท เอกรัฐแยกตัวไปอีกทาง ปล่อยให้ธนาคิมไปกับ เขมจิราเพียงลำพัง...

แม้รู้แก่ใจดีว่าอานนท์ไม่มีใจให้ แต่ริสาก็ยังคงคอยดูแล เป็นห่วงเป็นใยเขาตลอด เห็นเขาตรวจรักษาคนไข้จนเลยเวลากินข้าวเที่ยงมานานแล้ว จึงไม่ยอมเรียกคนไข้รายต่อไปเข้าห้องตรวจ เพราะต้องการให้เขากินอะไรก่อน เขาทักท้วงจะพักกินข้าวได้อย่างไรในเมื่อยังมีคนไข้รออยู่

“คุณหมอกินข้าวไม่เคยถึงห้านาทีเลยค่ะ เป็นหมอก็ต้องยิ่งรักษาสุขภาพนะคะ ป่วยไปอายคนไข้แย่”

“โอเค งั้นเดี๋ยวหมอรีบไปซื้อแซนด์วิช...”

ริสาร้องห้ามไว้ เนื่องจากซื้อข้าวเตรียมไว้ให้เขาแล้ว...

พิมพ์ชนกเห็นอานนท์กินข้าวที่ริสาเตรียมไว้ให้ อดนินทากับนภาไม่ได้ว่าเขาไม่รู้หรือว่าริสาแอบชอบอยู่ นภามั่นใจว่ารู้ แต่เขาไม่สนใจ พิมพ์ชนกบ่นสงสารริสา นภาไม่เห็นจะน่าสงสารตรงไหน ในเมื่อเธอเป็นคนเลือกแบบนี้เองใครพูดก็ไม่ฟัง ริสาเดินมาพอดี นภาหันไปถามว่าอานนท์มีแฟนแล้วจะไปดูแลเขาดีขนาดนี้ทำไม เธอแค่หาข้าวให้เขากิน ถ้าเกิดเขาป่วยขึ้นมาใครจะรักษาคนไข้ นภามองพิมพ์ชนก

“เห็นไหม” นภาส่ายหน้าแล้วไปทำงานต่อ พิมพ์ชนก เตือนริสาทำแบบนี้คนที่เสียใจคงไม่พ้นตัวเธอเอง ริสาไม่ได้หวังอะไรในตัวอานนท์แล้วจะเสียใจได้อย่างไร พิมพ์ชนกสงสัยทำแบบนี้แล้วมีความสุขจริงๆหรือ

“ถ้าวันหนึ่งพิมพ์ชอบใครจริงๆ พิมพ์อาจจะเข้าใจพี่ก็ได้นะ”...

เอกรัฐรออยู่ที่บ้านธนาคิมนานสองนานไม่เห็นเพื่อนกลับมาสักทีก็เลยโทร.ไปตาม พอรู้ว่ายังอยู่กับเขมจิราช่วยดูชุดให้ก็แดกดันว่าเปลี่ยนอาชีพเป็นสไตลิสต์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตนรู้ทันว่าเขาวางแผนจะใช้เขมจิราเป็นสะพานไปหาพิมพ์ชนก จังหวะนั้นเขมจิราเดินมาหา ธนาคิมก็เลยรีบวางสายโดยไม่ฟังเสียงเรียกให้อยู่คุยกันก่อนของเอกรัฐ เอมอรได้ยินเสียงเอะอะของเขาเข้ามาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“คิมน่ะสิครับ ไปกับน้องเขมตั้งแต่บ่ายนี่ยังอยู่ด้วยกันอยู่เลย”

เอมอรดีใจหากทั้งคู่อยู่ด้วยกัน แต่อดสงสัยไม่ได้แล้วเอกรัฐโทร.ตามธนาคิมทำไม เขาเกือบหลุดปากพูดถึงเรื่องแก้แค้นให้พลาทิป แต่เปลี่ยนเป็นบอกว่าไม่มีอะไรแทนที่ ท่านดีใจหากลูกชายจะชอบเขมจิรา สั่งห้ามเอกรัฐขัดขวางสองคนนั่น ชวนเขาอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันจะได้ไม่ไปกวนธนาคิม จากนั้นเธอเดินเข้าครัวไป

“ครับ ให้ขวางก็คงไม่ทันแล้วล่ะครับ” เอกรัฐบ่นพึมพำ...

เขมจิราต้องการจะใกล้ชิดกับธนาคิมจึงชวนไปกินมื้อค่ำด้วยกัน จะเลี้ยงขอบคุณที่เขาอยู่ช่วยเธอดูชุด เขายินดีไปด้วยแต่ขอเป็นเจ้ามือเองเพราะตั้งใจจะชวนเธออยู่แล้ว...

ด้านอานนท์พยายามโทร.หาเขมจิราตั้งแต่เลิกงานแต่ไม่มีใครรับสาย จึงฝากพิมพ์ชนกไปบอกเธอให้ด้วยว่าถ้าว่างเมื่อไหร่ให้โทร.กลับมาหาด้วย พิมพ์ชนกมองตามเขาที่เดินจากไปอย่างเหนื่อยใจแทน

ooooooo

ระหว่างกินอาหารด้วยกัน ธนาคิมทำเป็นคุยโน่นถามนี่ไปเรื่อย ก่อนจะวกมาถามเขมจิราว่าเป็นลูกคนเดียวหรือเปล่า ทีแรกเธอว่าเป็นลูกคนเดียว แต่สุดท้ายสารภาพว่าจริงๆแล้วตัวเองมีพี่สาวอยู่หนึ่งคน

“แต่เป็นลูกของคุณพ่อน่ะค่ะ คือคุณพ่อเขมเคยผิดพลาดไปทำผู้หญิงคนหนึ่งท้อง คุณแม่เขมสงสารเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยก็เลยรับมาเลี้ยง แต่ที่เขมไม่ค่อยบอกใครว่าเขมมีพี่สาวก็เพราะว่า...เขาไม่เคยนับเขมเป็นน้องสาวของเขาน่ะค่ะ” เขมจิราตีหน้าเศร้าให้เข้ากับเรื่องโกหกของตัวเอง ธนาคิมสงสัยทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

 “เขารู้สึกว่าคุณแม่เขมมาแย่งคุณพ่อไปจากคุณแม่เขา ที่จริงคุณแม่กับคุณพ่อเขมแต่งงานกันอย่างถูกต้อง คุณแม่เขาซะอีกมาทีหลัง แต่เขมก็ไม่ได้โกรธอะไรพี่พิมพ์เขาหรอกนะคะ คุณแม่เขาไม่สบายเสียไปตั้งแต่เขายังเด็ก เขาก็คงรู้สึกเคว้ง”

“พี่สาวน้องเขมคนนี้ชื่ออะไรนะครับ”

“พิมพ์ค่ะ พิมพ์ชนก”...

ในเวลาต่อมาธนาคิมขับรถมาส่งเขมจิราที่หน้าประตูรั้ว มองเข้าไปด้านในเห็นพิมพ์ชนกเพิ่งลงจากรถมองมาทางที่รถตัวเองจอดอยู่ ครั้นเขมจิราชวนเขาลงไปสวัสดีพ่อกับแม่ของเธอ เขารับคำเชิญทันที เลี้ยวรถเข้าไปจอดใกล้กับรถของพิมพ์ชนก เขมจิราลงจากรถก่อน พิมพ์ชนกเดินมาหาน้อง

“เขม หมออานนท์เขาฝากพี่มาบอกว่า...” พิมพ์ชนกยังไม่ทันพูดจบ เขมจิราชิงพูดตัดบทขึ้นเสียก่อน

“เขมมีแขก ไว้ค่อยคุยกันนะคะ” พูดจบเขมจิราหันไปทางด้านคนขับรถ พิมพ์ชนกมองตามต้องตกใจเมื่อเห็นธนาคิมก้าวลงจากรถก็ร้องทัก เขมจิราหันขวับนี่รู้จักกันด้วยหรือ พิมพ์ชนกยังไม่ทันตอบ ธนาคิมชิงตอบก่อนว่าไม่รู้จัก เธอยิ่งตกใจจ้องเขาเขม็งจนเขมจิราไม่พอใจสั่งให้เธอหลีกทางจะพาเขาไปสวัสดีพ่อกับแม่

พิมพ์ชนกจำต้องหลีกทางให้ มองตามเขมจิราที่เดินเข้าตัวบ้านไปกับธนาคิมด้วยสีหน้าเป็นกังวลแล้วรีบเดินตาม เขมจิราพาหนุ่มรายใหม่มาแนะนำให้รู้จักปู่ย่ากับพ่อและแม่ ธนาคิมได้รับคำชมจากพวกผู้ใหญ่ว่าเก่งมาก เมื่อรู้ว่าเขากำลังเปิดบริษัทด้านไอทีของตัวเอง เขาออกตัวว่าสมัยนี้การเปิดบริษัทไม่ใช่เรื่องยุ่งยากใครต่อใครก็มีบริษัทเป็นของตัวเอง ไม่เหมือนพยาบาลที่ต้องเก่งจริงๆถึงจะทำได้แล้วหันไปยิ้มให้พิมพ์ชนก

“คงต้องทั้งเก่งแล้วก็จิตใจดีด้วยใช่ไหมครับคุณพิมพ์”

พิมพ์ชนกยังงงไม่หายที่อยู่ๆธนาคิมพูดกับตัวเองไม่รู้จะตอบอย่างไร ทุกคนพากันแปลกใจเช่นกัน ธนาคิมสะใจที่ป่วนพิมพ์ชนกสำเร็จ ขอตัวกลับก่อน เขมจิราอาสาจะเดินไปส่งที่รถ เขาไหว้ลาพงษ์ อารีย์กับนิติและทิพย์อาภาเสร็จหันมาลาพิมพ์ชนก แล้วเดินออกไปกับเขมจิรา อารีย์รอจนทั้งคู่ไปพ้นแล้วจึงถามพิมพ์ชนกว่ารู้จักเขามาก่อนหรือ เธอเห็นสายตาจ้องจับผิดของทิพย์อาภาก็ไม่อยากมีปัญหาจึงโกหกว่าไม่รู้จัก

ooooooo

ระหว่างเขมจิราเดินมาส่งที่รถ ธนาคิมพูดถึงพิมพ์ชนกไม่ขาดปากทำให้เธอไม่ชอบใจนักจึงใส่ไฟพี่สาวตัวเองว่ามีนิสัยแปลกๆเรื่องผู้ชาย คือชอบคบผู้ชายหลายๆคนพร้อมกันเหมือนต้องการเรียกร้องความสนใจ

“เหรอครับ แต่ท่าทางเขาออกจะดูเป็นคนเรียบร้อยนะครับ”

“ก็คนถึงได้เชื่อใจไงคะ รถไฟชนกันที่บ้านตั้งหลายครั้ง คุณพ่อคุณแม่ก็กลุ้มใจแต่เตือนเท่าไหร่เขาก็ไม่ฟัง คงเป็นปมที่พี่พิมพ์รู้สึกขาดความอบอุ่นตั้งแต่เด็กน่ะค่ะ พี่คิม อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครได้ไหมคะ เขมกลัวพี่พิมพ์โกรธ... แล้วนี่เรายังจะได้เจอกันอีกไหมคะ”

ธนาคิมรับรองว่าต้องได้เจอกันอีกแน่นอนแล้วมองเลยเข้าไปในบ้านเห็นพิมพ์ชนกจ้องอยู่ก็แอบสะใจ...

พิมพ์ชนกไม่ยอมขึ้นห้องรอจนเขมจิรากลับเข้ามาจึงเตือนไม่ให้น้องไว้ใจธนาคิม ตนเคยเจอกับเขามาก่อนแต่เขากลับบอกว่าไม่รู้จัก ผู้ชายคนนี้ต้องมีเจตนาไม่ดีแน่ๆ อย่าไปเชื่อใจเด็ดขาด

นอกจากจะไม่ฟังคำเตือนแล้ว เขมจิรายังกล่าวหาว่าพิมพ์ชนกคิดจะแย่งธนาคิมไปจากเธออีกต่างหาก พิมพ์ชนกก็เลยไม่พูดอะไรเรื่องเขาอีก ได้แต่พูดถึงอานนท์ที่ฝากตนมาบอกเธอว่าเขาพยายามโทร.หาแต่เธอไม่รับสาย เขมจิราอ้างว่าไม่ว่าง แล้วทำไมพิมพ์ชนกถึงต้องเป็นห่วงคนของเธอนัก ถ้าว่างมากก็ไปหาผู้ชายของตัวเองสักคนจะได้หยุดวุ่นวายกับผู้ชายของคนอื่น พิมพ์ชนกขอร้องเธออย่าทำให้อานนท์ซึ่งเป็นคนดีต้องเสียใจ

“คิดว่าตัวเองเป็นใครวิเศษมาจากไหนถึงได้มาสั่งสอนคนอื่น อย่ามายุ่งเรื่องของเขมไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่” ขู่เสร็จ เขมจิราเดินขึ้นบ้าน พิมพ์ชนกมองตามถอนใจเหนื่อยใจ...

ทางด้านนิติไม่ค่อยชอบใจนักที่เขมจิราคบผู้ชายพร้อมกันสองคนแถมพามาไหว้พ่อแม่ทั้งคู่อีกต่างหาก บ่นกับทิพย์อาภาว่าลูกทำแบบนี้ไม่เหมาะคนอื่นจะว่าเอาได้ แทนที่จะรับฟังคำเตือน เธอกลับพาลใส่

“แล้วต้องทำตัวเชยเป็นผู้หญิงบ้าทำแต่งานแบบยัยพิมพ์น่ะเหรอคะคุณถึงจะภูมิใจ”

ที่หน้าห้อง เขมจิรากำลังจะกลับห้องตัวเองได้ยินพ่อกับแม่ทะเลาะกันหยุดฟังที่ประตู ทิพย์อาภายังคงปกป้องลูกสาวว่าที่มีผู้ชายหลายคนมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆเพราะลูกเพียบพร้อมทุกอย่างผู้ชายก็เลยสนใจ แถมลูกยังพามารู้จักพ่อแม่ไม่ได้แอบไปคุยกันเอง นิติน่าจะมองว่าลูกทำตัวดีไม่ใช่หาเรื่องว่าแบบนี้ เขาออกตัวที่พูดไปทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วง เธอย้อนถามว่าห่วงอะไรห่วงลูกจะหลายใจเหมือนเขาหรือ

“ถ้าห่วงใครไปห่วงยัยพิมพ์โน่น นั่งมองผู้ชายที่มากับน้องตาเป็นมัน”

“ผมคุยกับคุณดีๆถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องคุย” นิติขึ้นเตียงนอนหันหลังให้ทิพย์อาภาเป็นการตัดบท...

ฝ่ายพิมพ์ชนกกลุ้มใจเรื่องธนาคิมมากไม่รู้จะหันไปหาใครก็เลยระบายให้แอ๋วฟังว่า ผู้ชายคนนี้เคยไปต่อว่าเธอที่โรงพยาบาลแต่กลับบอกกับเขมจิราว่าไม่รู้จักกัน เธอเป็นห่วงน้องเตือนแล้วว่าเขาไม่น่าไว้ใจแต่น้องไม่ฟัง แล้วนี่เธอจะทำอย่างไรดี แอ๋วแนะในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟังก็อย่าไปยุ่งจะดีกว่า

“อย่าทำอะไรเกินหน้าที่ค่ะคุณพิมพ์ เราบอกเขาไปแล้วเขาไม่เชื่อก็ช่วยไม่ได้...แล้วนี่คุณเขมเขาไม่ได้คบกับคุณหมอที่โรงพยาบาลคุณพิมพ์แล้วหรือคะ ทำไมอยู่ๆก็ควงคุณสุดหล่อคนนี้เข้าบ้านซะล่ะคะ”

พิมพ์ชนกเองก็ตอบคำถามนี้ไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

หลังจากฟังธนาคิมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เอกรัฐอดสงสัยไม่ได้ทำไมเขาถึงบอกว่าไม่เคยรู้จักกับพิมพ์ชนก เขาย้อนถามทำไมจะบอกอย่างนั้นไม่ได้ในเมื่อเธอเองยังบอกคนอื่นว่าไม่รู้จักพลาทิปเลย เอกรัฐเตือนนี่เขาไม่คิดจะเผื่อใจไว้บ้างเลยหรือว่าอาจเข้าใจอะไรผิดเรื่องนี้ก็ได้ เขาตอบหนักแน่นว่าไม่มีทาง

“น้องเขมเขาเล่าให้ฟังแล้วไงว่าผู้หญิงคนนี้ชอบเรียกร้องความสนใจโดยการคบผู้ชายทีละหลายๆคน”

“แล้วแกก็เลยเชื่อ แต่ทีพี่สาวพูดแกดันไม่เชื่อ”

“ฉันไม่ได้เชื่อน้องเขมแต่เชื่อตัวเอง สิ่งที่น้องเขมเล่าก็แค่ยืนยันสิ่งที่ฉันรู้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น เอ๊ะแกนี่ยังไง ทำไมถึงไปเข้าข้างผู้หญิงคนนั้น” ธนาคิมชักสีหน้าไม่พอใจ เอกรัฐดูจากท่าทางพิมพ์ชนกไม่เห็นเหมือนผู้หญิงเที่ยวกลางคืนทำตัวแรงๆเลย น่าจะเป็นคนอื่นมากกว่า ธนาคิมซักคนอื่นที่ว่าคือใคร

“เปล่า ช่างมันเถอะ” เอกรัฐตัดบทไม่อยากพูดถึง ธนาคิมเร่งให้เขากินข้าวให้เสร็จๆที่เรียกให้มาหาที่บ้านจะได้ไปทำงานพร้อมกันไม่ใช่ให้มาชวนคุย เขาอดถามไม่ได้ งานอื่นไม่มีแล้วหรือ ทำไมต้องมาตื๊อให้ได้งานที่โรงพยาบาลแห่งนั้นจังเลย ธนาคิมมองหน้าเขาไม่พูดไม่อะไร เอกรัฐก็เลยไม่ถามอะไรอีก

ครั้นเห็นเพื่อนยกจานข้าวที่กินแล้วไปเก็บในครัว เอกรัฐหยิบมือถือมาค้นหาชื่อพิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์ ต้องแปลกใจที่เธอไม่เล่นทั้งเฟซบุ๊กและไอจีผิดกับน้องสาวที่เข้าข่ายเป็นพวกโซเชียลเลิฟเวอร์...

ในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล พิมพ์ชนกไม่รู้จะบอกอานนท์อย่างไรเรื่องที่น้องสาวคบหาผู้ชายอีกคน ก็เลยพยายามหลบหน้าแต่หลบไม่พ้น เขาเจอเธอจนได้ ขอคุยเรื่องเขมจิราด้วยแล้วเดินนำออกไป...

อีกมุมหนึ่งที่ลานจอดรถ เอกรัฐเล่าเรื่องที่พิมพ์ชนกไม่เล่นทั้งเฟซบุ๊กและไอจีให้ธนาคิมฟัง เขารู้จากพลาทิปแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เล่นพวกโซเชียล คงไม่อยากให้ใครตามรอยเจอเพราะเป็นคนมีความลับเยอะ เอกรัฐเปิดเฟซบุ๊กของเขมจิราให้เขาดูพบว่าโพสต์รูปปาร์ตี้กับเพื่อนเต็มไปหมด เขากลับแก้ตัวแทนว่าน้องเรียนมหาวิทยาลัยมีปาร์ตี้เยอะไปบ้างก็ไม่เห็นแปลก พวกที่สร้างภาพเป็นคนดีมากๆต่างหากที่น่าสงสัยกว่า

“นี่ตรรกะหรืออคติ”

“แกจะมาตัดสินคนจากโซเชียลได้ไง ฉันรู้จักน้องเขมตัวจริงๆแค่ไปส่งที่บ้านเขายังพาฉันไปสวัสดีผู้ใหญ่ในบ้าน เขาทำอะไรเปิดเผยไม่เหมือนผู้หญิงคนนั้นหรอกคบกับไอ้พีทจนเป็นแฟนไม่ยอมบอกใครสักคน”...

อานนท์พาพิมพ์ชนกมาที่มุมสงบถามว่าได้เจอเขมจิราไหม เธอเจอน้องแล้วที่น้องไม่รับสายเขาเพราะยุ่งเรื่องเรียน เขาซักอีกว่าตอนเธอกลับบ้านเขมจิรากลับมาหรือยัง พิมพ์ชนกพยักหน้ารับคำ เขาถึงกับยิ้มออก

“อ้อ หมอก็คิดมากนึกว่าเขมออกไปไหนกับใครหรือเปล่าถึงไม่รับสาย งั้นสงสัยเขมคงน้อยใจที่หมอไม่ค่อยมีเวลาให้”

ธนาคิมเดินมาจากอีกทางหนึ่งเห็นทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่ก็หยุดมองเป็นจังหวะที่อานนท์จับแขนพิมพ์ชนกขอบใจที่ทำให้เขาหายข้องใจเรื่องเขมจิรา เขารบกวนเธอแค่นี้แล้วผละจากไป เธอมองตามรู้สึกผิดที่ไม่บอกเขาเรื่องผู้ชายอีกคนของน้องสาว ธนาคิมหันไปนินทาเธอให้เอกรัฐฟัง

“เห็นไหม นี่ขนาดในที่ทำงานยังแอบมาจับไม้จับมือกับผู้ชาย แล้วแกยังจะคิดว่าผู้หญิงคนนี้ดีอีกหรือ”

“เขาก็แค่จับแขนหรือเปล่าวะ...” เอกรัฐยังพูดไม่ทันจบ ธนาคิมเดินลิ่วไปหาพิมพ์ชนก เขาเห็นท่าไม่ดีรีบเดินตาม ฝ่ายพิมพ์ชนกจะกลับวอร์ดหันมาเจอธนาคิมยืนอยู่ก็ตกใจคิดว่าเขามาป่วนตัวเอง ถามว่าต้องการอะไรกันแน่มาดักรอเธอทำไม เขากลับย้อนถามทำไมถึงคิดว่าเขาอยากเจอเธอนัก

“ไม่อย่างนั้นคุณจะมาที่นี่ทำไมบ่อยๆล่ะ แล้วคุณก็จงใจมาเจอฉัน”

พิมพ์ชนกรู้สึกเสียหน้าเมื่อเลขาฯผู้บริหารโรงพยาบาลมาเชิญธนาคิมเข้าประชุมกับคณะบริหาร เขาขอโทษเลขาฯด้วยพอดีแวะทักทายคนรู้จัก แล้วหันมาขอโทษพิมพ์ชนกที่ทำให้ผิดหวัง ก่อนจะเดินตามเลขาฯไป เอกรัฐตามมากระซิบกับเพื่อนรักว่าความจริงเขาอยากมาเจอพิมพ์ชนกจริงๆไม่ใช่หรือ

“เงียบเถอะน่า” ธนาคิมกระซิบตอบ...

พงษ์วิงเวียนจะเป็นลม โชคดีที่เขมจิราอยู่ใกล้ๆเข้าไปประคองไว้ทันพาไปนั่งเอนหลังบนโซฟา อารีย์ขอร้องให้เขาไปหาหมอ เขาไม่ยอมไปอ้างไม่ได้ เป็นอะไรแค่ลุกเร็วไปหน่อย มีเสียงมือถือของเขมจิราดังขึ้น อานนท์โทร.มาหา เธอสบช่องในเมื่อคุณปู่ไม่ยอมไปโรงพยาบาลก็ให้หมอมาตรวจที่บ้านเลยก็แล้วกัน จึงรบกวนอานนท์ช่วยแวะมาที่บ้านเย็นนี้หน่อย อารีย์มองเธออย่างชื่นชม

ooooooo

การประชุมกับบอร์ดบริหารของโรงพยาบาลสำเร็จด้วยดี ธนาคิมกับเอกรัฐได้งานวางระบบคอมพิวเตอร์ของที่นี่อย่างที่ตั้งใจไว้ เอกรัฐแทบโดดตัวลอยด้วยความดีใจที่งานแรกของบริษัทได้โปรเจกต์ใหญ่มาทำ

ธนาคิมดีใจเช่นกันนั่นแปลว่าเราจะได้มาที่นี่กันบ่อยๆ แล้วชวนเพื่อนรักแวะไปตึกศัลยกรรมกัน เอกรัฐถอนใจเฮือกนี่จะไปป่วนพิมพ์ชนกอีกแล้วหรือ ธนาคิมชะงักเมื่อเห็นเป้าหมายเดินไปที่ลานจอดรถกับอานนท์

“เปลี่ยนใจแล้วกลับเลยดีกว่า” ธนาคิมรีบตามทั้งคู่ไป เอกรัฐส่ายหน้าแล้วตามเพื่อนไปอีกทอดหนึ่ง...

อานนท์ถึงรถก่อน พิมพ์ชนกจึงบอกเขาให้ล่วงหน้าไปก่อนได้เลย เดี๋ยวเจอกันที่บ้านแล้วเดินไปที่รถตัวเองซึ่งจอดไกลกว่า ขึ้นรถจะปิดประตู แต่ปิดไม่ได้ ธนาคิมดึงไว้ถามว่าจะกลับแล้วหรือทำไมวันนี้กลับเร็วนัก เธอขอร้องให้ปล่อยมือ เธอกำลังรีบกลับบ้าน เขาขอติดรถไปหาเขมจิราที่บ้านด้วยบังเอิญไม่ได้เอารถมา เธอไล่เขาไปแท็กซี่เอาเองแล้วกระชากประตูจะปิด เขาไม่ยอม ดึงประตูไว้ต่อว่าว่าอย่าใจดำนักเลยในเมื่อเราไปที่เดียวกัน

“คุณจะหาเรื่องฉันอีกใช่ไหม เมื่อวานคุณเพิ่งบอกทุกคนว่าไม่รู้จักฉัน วันนี้คุณจะมาขอติดรถฉันกลับบ้าน แล้วคุณจะบอกเขมว่าอะไรเหรอ”

ธนาคิมยิ้มหยันที่แท้ก็น้อยใจที่เขาทำเป็นไม่รู้จัก พิมพ์ชนกไม่มีเวลามาทะเลาะด้วยคุณปู่ของเธอไม่สบายจะรีบกลับไปดูท่านขอให้เขาหลีกทางให้ ธนาคิมได้ยินอย่างนั้นก็รีบปล่อยเธอไป เอกรัฐสมน้ำหน้าเพื่อนที่ทำตัวไม่เข้าท่า ถึงเขาจะปล่อยเธอไปแต่ก็ไม่เชื่อว่าเรื่องปู่ป่วยเป็นความจริง เธอแค่แต่งเรื่องเพื่อจะได้ไปเที่ยวกับอานนท์มากกว่า เอกรัฐสงสัยเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเธอโกหกหรือพูดเรื่องจริง...

อานนท์ตรวจอาการพงษ์แล้วไม่พบอะไรผิดปกติ แต่ถ้าจะให้แน่ใจแนะให้ไปตรวจอย่างละเอียดอีกทีที่โรงพยาบาล นิติรับปากจะพาท่านไป อานนท์เห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงขอตัวกลับ จากนั้นไม่นานธนาคิมโทร.หาเขมจิราบอกว่าวันนี้ไปโรงพยาบาลพอดีเจอพี่สาวของเธอเห็นว่าต้องรีบกลับบ้านเพราะคุณปู่ไม่ค่อยสบาย เหมือนจะนัดหมอคนหนึ่งไปที่บ้านด้วย เขาก็เลยเป็นห่วงจึงโทร.ถามเธอว่าคุณปู่เป็นอย่างไรบ้าง

“คุณปู่ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ นี่พี่พิมพ์ก็ยังไม่กลับบ้านเลยค่ะ เขาบอกที่บ้านไว้ว่าเข้าเวรดึก ขอบคุณพี่คิมนะคะที่เป็นห่วงคุณปู่ พี่คิมคะเดี๋ยวเขมโทร.กลับได้ไหมคะเขมมีเรื่องต้องจัดการ” เขมจิราวางสาย

“เหมือนอย่างที่คิดไม่มีผิด คุณนี่เป็นผู้หญิงที่โกหกเก่งจริงๆเลยพิมพ์ชนก” ธนาคิมพึมพำกับตัวเอง...

เรื่องที่เขมจิราต้องไปจัดการก็คือตามไปเล่นงานพิมพ์ชนกที่ไปบอกธนาคิมว่าอานนท์มาที่บ้านตั้งใจจะให้เขารู้เรื่องอานนท์กับตนใช่ไหม เธอปฏิเสธว่าเปล่า เธอแค่บอกเขาว่าต้องรีบกลับบ้านเพราะคุณปู่ป่วย เขมจิราโกรธจัดผลักเธอจนล้มคาดคั้นว่าไปพูดอะไรใส่ไฟตนให้ธนาคิมฟังบ้าง แอ๋วได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาดู เห็นพิมพ์ชนกขาถลอกเลือดซิบอยู่กับพื้นเข้าไปช่วยพยุง พิมพ์ชนกขอร้องให้น้องหยุดเชื่อใจผู้ชายคนนี้

“พี่ไม่รู้ว่าเขาบอกเขมว่าอะไร แต่วันนี้เขาเดินมาขวางไม่ให้พี่ปิดประตูรถจนพี่บอกว่าต้องรีบกลับบ้านมาดูคุณปู่ เขาถึงจะยอมปล่อยให้พี่ขับรถออกมา”

“นี่แกพยายามจะบอกว่าพี่คิมเขาสนใจแกเหรอ แกตั้งใจจะแย่งเขาไปเพราะต้องการแข่งกับฉันใช่ไหม” เขมจิราจะเข้าไปเอาเรื่องพิมพ์ชนก อารีย์เข้ามาห้ามไว้เสียก่อน สั่งให้ขึ้นไปคุยกันบนบ้าน...

เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณปู่กับพ่อ เขมจิราบีบน้ำตาสะอึกสะอื้นฟ้องว่าถูกพี่สาวกลั่นแกล้ง พงษ์ขอให้พิมพ์ชนกอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น เธอเล่าว่าธนาคิมเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับเธอก่อน เธอก็แค่บอกไปตรงๆว่าคุณปู่ไม่สบาย เขมจิราโวยวายนอกจากพิมพ์ชนกจะไม่ยอมรับแล้วยังพูดเหมือนกับว่าธนาคิมสนใจตัวเอง ทิพย์อาภาได้ทีด่าพิมพ์ชนกฉอดๆและยังพาลด่าไปถึงแม่ของเธออีกด้วยว่าได้นิสัยชอบแย่งของคนอื่นมาจากแม่

พิมพ์ชนกขอร้องทิพย์อาภาจะด่าว่าเธออย่างไรก็ได้แต่อย่าพาดพิงถึงแม่ของเธอ แทนที่จะหยุดทิพย์อาภาหาเรื่องด่าเธออีก อารีย์ทนไม่ไหวสั่งให้พอได้แล้ว พงษ์ไม่รู้ว่าธนาคิมเป็นฝ่ายเข้าหาพิมพ์ชนกจริงอย่างที่เธอพูดหรือเปล่า แต่ถ้าเธอไม่ได้สนใจเขาก็พยายามอยู่ให้ห่างๆ เขาชวนคุยก็อย่าไปตอบโต้ น้องจะได้สบายใจ

“ส่วนยัยเขมก็รีบตัดสินใจไวๆว่าจะคุยกับใครเลือกมันสักคนจะได้ไม่ต้องคอยมาระวังว่าอีกคนจะรู้”

แม้เขมจิราจะไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าเถียงอะไรคุณปู่ ได้แต่รับคำ...

การมีปากเสียงกับเขมจิราและทิพย์อาภาครั้งนี้ทำให้พิมพ์ชนกนอนไม่หลับ ยิ่งนึกถึงที่ทิพย์อาภาด่าไปถึงแม่ของเธอว่าชอบแย่งของของคนอื่นยิ่งไม่สบายใจ เห็นว่าใกล้สว่างแล้วตัดสินใจจะไปนั่งสวดมนต์ที่ห้องพระหวังให้จิตใจสงบ เจออารีย์กำลังก้มกราบพระไม่อยากรบกวนขยับจะกลับ ท่านหันมาเห็นเสียก่อนร้องเรียกไว้ ตกลงว่าตื่นเช้าหรือยังไม่ได้นอนหน้าตาถึงได้อิดโรยขนาดนี้ เธอนอนไม่หลับก็เลยอยากสวดมนต์ให้ใจสงบ

การได้พูดคุยกับคุณย่าทำให้ความเครียดของพิมพ์ชนกผ่อนคลายและสบายใจขึ้นด้วย...

ธนาคิมนัดเขมจิรามากินข้าวเที่ยงด้วยกัน ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ เขาถามถึงพิมพ์ชนกทำไมต้องโกหกว่าคุณปู่ไม่สบายด้วย เขมจิราเองก็ไม่ทราบ บางทีพี่สาวของเธอชอบปิดบังอะไรจนเธอไม่เข้าใจเหมือนกันแล้วรีบเปลี่ยนเรื่องพูดกลัวถูกจับโกหกได้ ถามเขาว่าเมื่อวานไปทำอะไรที่โรงพยาบาล

“ไปคุยเรื่องงาน แล้วบังเอิญเจอพี่สาวน้องเขมพอดีตอนจะกลับ”

เขมจิราร้อนตัวรีบบอกว่าหมอที่ธนาคิมเห็นอยู่กับพี่พิมพ์ น่าจะเป็นหมออานนท์ซึ่งทำงานที่เดียวกับพี่พิมพ์ แล้วพี่ก็เคยชวนเขามาที่บ้าน แต่พอเขาเจอเธอก็พยายามจีบเธอ แต่เธอไม่ได้ชอบเขา คอยปฏิเสธตลอด พี่พิมพ์โมโหเธอเรื่องนี้อยู่บ่อยๆเพราะว่าพี่พิมพ์ชอบคุณหมอ

“มิน่า พี่เห็นเขาสองคนยืนคุยกันท่าทางสนิทสนมที่โรงพยาบาล พี่สาวน้องเขมคนนี้ทำตัวแปลกมากเลยนะครับ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นพี่น้องกัน นิสัยต่างกันมากเลย”

“ใครๆก็ว่าอย่างนั้นค่ะ” เขมจิรายิ้มหวานทั้งที่ในใจแค้นพิมพ์ชนกที่แอบไปสนิทสนมกับอานนท์ลับหลังเธอ

ooooooo


ละครหลงเงาจันทร์ ตอนที่ 2 อ่านหลงเงาจันทร์ติดตามละครหลงเงาจันทร์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร, แซมมี่ เคาวเวลล์ 5 มี.ค. 2562 08:10 2019-03-08T00:49:33+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ