ข่าว

วิดีโอ



หลงเงาจันทร์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บุหลันดั้นเมฆ

กำกับการแสดงโดย: ปัญญา ชุ่มฤทธิ์

ผลิตโดย: บริษัท เฟิร์สคลาส เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร, แซมมี่ เคาวเวลล์

พลาทิปถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน อาการของเขาหนักมาก สมองได้รับความกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ธนาคิมวิ่งตามเพื่อนรักที่ถูกเข็นเข้าไปในแผนกฉุกเฉินด้วยความเป็นห่วง

“พีท...ได้ยินข้าไหม ตื่นสิไอ้พีท เอ็งต้องเข้มแข็งไว้นะไอ้พีท”

พิมพ์ชนกนางพยาบาลสาวสวยวิ่งมารับเตียงคนไข้เข็นเข้าห้องฉุกเฉิน ธนาคิมจะตามเข้าไปด้วย เธอขอร้องให้รอข้างนอก เขาตะโกนไล่หลังด้วยน้ำตาคลอเบ้า

“เข้มแข็งไว้นะไอ้พีท” ตะโกนเสร็จธนาคิมโทร.แจ้งข่าวร้ายนี้ให้พ่อกับแม่ของพลาทิปทราบ...

เสียงตะโกนของธนาคิมทำให้พิมพ์ชนกอดคิดถึงเรื่องราวในอดีตไม่ได้ ตอนนั้นเธออายุ 3 ขวบ ภัสสรแม่ของเธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะแม่ถูกพาเข้าห้องฉุกเฉิน พยาบาลบอกนิติพ่อของเธอให้รอข้างนอก เขาจึงตะโกนบอกภัสสรให้เข้มแข็งไว้แล้วคว้ามือพิมพ์ชนกพาออกไปข้างนอก เด็กน้อยขืนตัวไม่ยอมไป เขาต้องบอกให้ออกไปกับเขาก่อน ปล่อยให้คุณหมอรักษาคุณแม่ก่อน แกถึงได้ยอมทำตาม

พิมพ์ชนกตื่นจากภวังค์เมื่อพลาทิปถูกนำตัวมาถึงห้องผ่าตัด ริสาพยาบาลรุ่นพี่เห็นเธอหน้าซีดๆบอกให้ไปพักก่อนตรงนี้ตนจัดการเอง เธอพยักหน้ารับคำเดินออกไป

ด้านศักดิ์กับนารีกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปถามธนาคิมที่รออย่างกระวนกระวายใจอยู่หน้าห้องฉุกเฉินว่าพลาทิปลูกชายของพวกตนเป็นอย่างไรบ้าง เขายังไม่ทันจะตอบคำถาม ริสาเข้ามาถามศักดิ์กับนารีใช่พ่อแม่ของคนไข้หรือเปล่า รบกวนเซ็นอนุญาตให้ผ่าตัดด่วนด้วย ศักดิ์ตกใจนี่ต้องผ่าตัดเลยหรือ

“คนไข้มีอาการเลือดออกในสมองค่ะ เดี๋ยวคุณหมอจะมาอธิบายรายละเอียดให้ฟังนะคะ” ริสาว่าแล้วเดินนำทั้งคู่ไป ธนาคิมถึงกับทรุดลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง เอกรัฐตามมาสมทบถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับพลาทิป

“พีทมันขับรถชน...เพราะผู้หญิงคนนั้น...เพราะผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ”

“ใครวะ” เอกรัฐมองเพื่อนรักงงๆ

“ผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์ชนก”  สีหน้าของธนาคิมเต็มไปด้วยความแค้น เลยไปด้านหลังของเขา ผู้หญิงที่เขาเอ่ยชื่อถึงเพิ่งเปิดประตูห้องออกมา

ooooooo

3 เดือนก่อนหน้า...

พงษ์จัดปาร์ตี้เล็กๆที่สนามหญ้าหลังบ้าน เชิญแค่เพื่อนสนิทไม่กี่คนมาร่วมงานฉลองที่พิมพ์ชนกหลานปู่เรียนจบพยาบาลและวันพรุ่งนี้จะไปทำงานวันแรกอีกด้วย เขากับอารีย์ผู้เป็นภรรยาปลื้มใจกับหลานคนนี้มาก นิติเองก็ภูมิใจในตัวลูกสาวเช่นกัน ทั้งปู่ย่าและพ่อชื่นชมพิมพ์ชนกให้แขกที่มาร่วมงานฟังไม่หยุดปาก ทำให้เขมจิราน้องสาวต่างมารดาของเธอหมั่นไส้แขวะอย่างไม่ไว้หน้า

“แค่เรียนจบพยาบาลมีอะไรน่าภูมิใจตรงไหน กะแค่คนดูแลคนป่วยคนจะตาย”

นิติเอ็ดลูกสาวคนเล็กที่ไม่มีมารยาท สั่งให้ขอโทษคุณปู่เดี๋ยวนี้ ทิพย์อาภารีบกางปีกปกป้องลูกสาวเหมือนเช่นเคย สร้างความเอือมระอาให้นิติ

หนูนาชะเง้อคอยาวอยู่ตรงมุมเตรียมอาหารมองเหตุการณ์แล้วหันมาเม้าท์กับป้าแจ่มที่กำลังวุ่นวายกับการจัดอาหารอยู่กับลูกชิ้นว่าคุณเขมมาถึงงานก็หาเรื่องคุณพิมพ์เลย ลูกชิ้นไม่พอใจเตือนหนูนาให้ระวังปากอย่ามาใส่ความคุณเขมของตน หูของเธอเป็นจานรับสัญญาณหรืออย่างไร ยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆได้ยินได้อย่างไรว่าพวกท่านๆพูดอะไรกัน ป้าแจ่มเถียงแทนหนูนาไม่เห็นจะเดายากตรงไหน

“คุณพงษ์จัดงานฉลองให้คุณพิมพ์ขนาดนี้คุณเขมไม่อาละวาดบ้านแตกก็แปลกแล้ว”

“รอก่อนป้า ช็อตเด็ดยังไม่มา” หนูนาว่าแล้วหัวเราะคิกๆ ลูกชิ้นสงสัยช็อตเด็ดอะไร เธอไม่ยอมบอกแต่รับรองคราวนี้ไม่ต้องกลัวจะไม่ได้ยินเพราะคุณเขมของลูกชิ้นจะต้องกรีดร้องดังไปถึงปากซอยแน่ ลูกชิ้นไม่เชื่อคุณเขมของตนเป็นผู้ดีขนาดนั้นไม่มีทางทำอย่างที่หนูนากล่าวหา เตือนให้ระวังทำเป็นพูดดีมาว่าคุณเขมของตนสักวันจะถูกเฉดหัวออกจากที่นี่...

เป็นอย่างที่หนูนาว่าไว้ไม่มีผิด ครั้นเขมจิรารู้ว่าคุณปู่มอบรถใหม่ป้ายแดงให้พิมพ์ชนกเป็นของขวัญเรียนจบถึงกับปรี๊ดแตก กรีดร้องสนั่นบ้าน ริษยาที่พี่สาวได้รถ แต่ตัวเองไม่ได้ กล่าวหาท่านว่าลำเอียง ตนขอรถมาตั้งนานแล้วท่านไม่ยอมซื้อให้ นิติหมดความอดทนที่ลูกไม่มีมารยาท ลากแขนไปอีกด้านหนึ่งของบ้านที่ไม่มีแขกเหรื่อ ทิพย์อาภารีบเดินตามจนทันต่อว่าเขาว่าทำไมต้องทำรุนแรงกับลูกด้วย

“นี่ผมดึงแรงซะที่ไหน ทิพย์หยุดให้ท้ายลูกสักที แทนที่คุณจะดุลูกที่ทำตัวเสียมารยาทต่อหน้าแขกเมื่อกี้”

“ก็ทุกคนชื่นชมยัยพิมพ์จนออกนอกหน้าแบบนั้น ลูกเขมก็ต้องน้อยใจจนพูดอย่างนั้น ลูกผิดตรงไหน”

ทิพย์อาภาเถียงฉอดๆแทนลูก นิติต้องปรามเมียให้เลิกทำแบบนี้ เขมจิราเห็นแม่ให้ท้ายก็ต่อว่าพ่อว่าลำเอียงรักแต่พิมพ์ชนก ตนทำอะไรถึงได้ผิดไปหมดแล้วบีบน้ำตาน่าสงสาร

“ไม่ต้องร้องไห้นะลูก เดี๋ยวแม่จะพูดกับคุณปู่เอง ถ้ายัยพิมพ์ได้รถเขมก็ต้องได้ด้วย”

“ไม่ได้ คุณพ่อให้ของขวัญพิมพ์เพราะพี่เขาเรียนจบ ถ้าเขมอยากได้รถก็ต้องรีบเรียนให้จบเหมือนกันก่อน”

เขมจิราร้องกรี๊ดๆ ไม่ยอมรอเด็ดขาด ในเมื่อพิมพ์ชนกได้รถวันนี้ตนก็ต้องได้วันนี้เหมือนกัน พิมพ์ชนกตามเข้ามาสมทบ เสนอจะยกรถให้น้องไปใช้ก่อนเนื่องจากตัวเองยังไม่มีความจำเป็น ทิพย์อาภาตวาดแว้ดว่าไม่ต้อง ถ้าไม่มีใครซื้อให้ตนจะซื้อให้ลูกเอง แล้วชวนเขมจิราเข้าบ้านไปพักผ่อนดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ไปดูรถกันแต่เช้า นิติมองสองแม่ลูกที่จูงมือกันเข้าบ้านอย่างเหนื่อยใจก่อนจะ หันไปปลอบพิมพ์ชนก

“ไม่ต้องคิดมากนะพิมพ์ ไว้เขมเรียนจบปู่ก็ซื้อให้เขาเหมือนกันนั่นแหละ”

ooooooo

พลาทิปกำลังจะไปเที่ยวกลางคืนตอนที่ธนาคิมโทร.ทางไกลจากเมืองนอกมาแจ้งข่าวดีเพื่อนรักว่าสอบ ทีสิสผ่านเรียบร้อยแล้วและจะกลับเมืองไทยเร็วๆนี้ จะเอาอะไรหรือเปล่า

“ไม่เอาอะไรทั้งนั้นน่ะ ข้าบินไปซื้อเองได้ เอาตัวเอ็งนั่นแหละกลับมาข้าจะได้มีเพื่อนเที่ยวสักที ไอ้เอกก็พอกับเอ็งเลย เก็บตัวทำทีสิสอยู่ได้ ข้ามีเพื่อนสนิทเป็นเด็กเนิร์ดอย่างพวกเอ็งสองคนได้ไงวะ”

ธนาคิมแนะให้พลาทิปตั้งใจเรียนจะได้จบเหมือนกัน เขาออกตัวไม่ได้ฉลาดเหมือนเพื่อนๆเรียนไม่กี่ปีก็จบส่วนเขาขอจบแบบช้าๆไม่เครียดดีด้วย แล้วบอกแม่หรือยังว่าจะกลับ ธนาคิมยังไม่ได้บอก แต่โทร.บอกเขาคนแรกในฐานะผู้มีพระคุณ เขาห้ามไม่ให้ธนาคิมพูดแบบนี้สั่งให้รีบโทร.บอกแม่ของเขาด้วยว่าจะกลับ แล้วขอตัวก่อน คืนนี้เพื่อนเปิดร้านใหม่ต้องไปอุดหนุน จากนั้นก็วางสาย...

บังเอิญอย่างเหลือเชื่อ พลาทิปมาเที่ยวผับเปิดใหม่ของเพื่อนที่เดียวกับเขมจิรากับพวกมาเที่ยว เขาสนใจเธอตั้งแต่แรกเห็น ไม่กล้าเข้าไปแนะนำตัวเองได้แต่นั่งดื่มไปพลางมองอย่างชมชอบอยู่ห่างๆไปด้วย...

ขณะที่เขมจิราดื่มกินอยู่กับเพื่อนๆอย่างสนุกสนานอยู่ในผับ นิติกับทิพย์อาภามีปากเสียงกันเรื่องที่เธอปล่อยให้ลูกเอารถของเธอออกไปเที่ยวทั้งที่ดึกดื่นป่านนี้ เธออ้างที่ให้ลูกออกไปเที่ยวเพื่อให้คลายเครียดที่โดนเขาดุ พูดไปพูดมาวกกลับมาเรื่องเดิมๆ เธอหาว่าเขาลำเอียงรักแต่พิมพ์ชนก นิติเบื่อมากเราสองคนพูดเรื่องนี้ไม่รู้กี่รอบแล้ว เมื่อไหร่เธอจะเลิกคิดอย่างนี้สักที เพราะเธอเป็นแบบนี้เขมจิราก็เลยเชื่อตามเธอไปด้วย

“คุณนั่นแหละเมื่อไหร่จะเข้าใจสักที ตั้งแต่วันที่คุณตัดสินใจพาเด็กคนนั้นเข้ามาบ้านนี้ คุณก็ต้องรู้ว่าฉันก็ไม่มีทางมีความสุขได้อีก”

นิติยืนกรานว่ารักลูกทั้งสองคนเท่ากัน ทิพย์อาภาโวยนี่แปลว่าเขารักเธอเท่ากับผู้หญิงคนนั้นหรือ เขาเอาแต่นิ่งไม่ตอบ เธอโทษว่าเขาเป็นแบบนี้เธอถึงต้องรักเขมจิราให้มากๆเพราะเข้าใจความรู้สึกถูกเปรียบเทียบได้ดีว่าเป็นอย่างไร

นิติเบื่อที่จะทะเลาะกับเธอเรื่องนี้อีก คืนนี้เขาจะไปนอนที่ห้องรับรองแขกแล้วออกจากห้อง ทิพย์อาภาแค้นมากร้องกรี๊ดๆลั่นบ้าน พิมพ์ชนกยืนอยู่ชั้นล่างได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันก็ไม่สบายใจ

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเธอ ตอนนั้นเธออายุแค่ 3 ขวบ พ่อพามาบ้านนี้ครั้งแรก คุณปู่ไม่ค่อยชอบใจเท่าใดนักที่พ่อจะพาเธอมาอยู่ด้วย เนื่องจากท่านสั่งให้พ่อเลิกยุ่งกับแม่แต่พ่อไม่ทำตามแถมยังพาเธอมาบ้านบอกว่าเป็นหลานของท่านอีกต่างหาก

“พิมพ์ชนกเป็นหลานของคุณพ่อจริงๆ นี่ครับผมกับภัสรักกัน ตอนนั้นถ้าคุณพ่ออนุญาตผมก็คงแต่งงานกับภัสไม่ต้องปิดบังมาตลอดแบบนี้”

“นี่แกยังมาโทษว่าเป็นความผิดของฉันอีกเหรอ”

พงษ์โวยวาย อารีย์เห็นแก่เด็กน้อยขอร้องเขาให้ปล่อยเลยตามเลย เขายอมให้ทำอย่างนั้นไม่ได้ เธอสงสัยถ้าไม่ยอมแล้วจะทำอย่างไรในเมื่อแม่ของแกก็ตายไปแล้ว อีกทั้งญาติฝ่ายนั้นก็ไม่เหลือสักคน นิติหาพี่เลี้ยงมาคอยดูแลพิมพ์ชนกแล้วรับรองจะไม่รบกวนใครในบ้าน

“นี่แกลืมเมียแกไปแล้วหรือไง ทิพย์อาภาเขาจะรู้สึกอย่างไร”

ทิพย์อาภาซึ่งท้องแก่ได้ยินเสียงเอะอะค่อยๆ เดินมาดู ได้ยินนิติพูดว่าเธอต้องพยายามเข้าใจเพราะภัสสรกับเขารักกันมาก่อนที่พ่อจะบังคับให้เขาแต่งงานกับเธอ ทิพย์อาภาทนนิ่งเฉยไม่ไหวเข้ามาถามนิติหมายความว่าอย่างไร เขาแนะนำให้เธอรู้จักพิมพ์ชนกลูกสาวของเขา จากนี้ไปแกจะเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ด้วย

ทิพย์อาภาตะลึง มองเด็กน้อยสลับกับสามี ทันใดนั้นเธอเจ็บท้องจะคลอดจึงต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

ooooooo

นิติเห็นว่าทิพย์อาภาไม่มีปัญหาในการคลอด อีกทั้งเด็กแข็งแรงดี ที่สำคัญแม่ของเธอมาอยู่เฝ้า เขาจัดแจงจะกลับเป็นห่วงพิมพ์ชนกที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านเป็นวันแรก แม่ของทิพย์อาภาไม่ค่อยพอใจนัก แดกดันว่าไม่ใจดำไปหน่อยหรือ ห่วงลูกคนหนึ่งทอดทิ้งลูกอีกคน เป็นพ่อที่ยุติธรรมเหลือเกิน

“เอาเถอะครับ ผมขอโทษถ้าคุณแม่จะไม่พอใจ...พรุ่งนี้ผมจะรีบมาแต่เช้า เข้าใจผมหน่อยนะทิพย์” นิติว่าแล้วยกมือไหว้แม่ยายแล้วผละจากไป

แม่ของทิพย์อาภานึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะทำกับลูกอย่างนี้ ใจร้ายใจดำจริงๆ แล้วนี่จะอยู่กันอย่างไรต่อไป คุณแม่มือใหม่พูดไม่ออกมองเขมจิราที่เพิ่งคลอดในอ้อมอก น้ำตาไหล

ทิพย์อาภานึกถึงอดีตครั้งนั้นแล้วถึงกับน้ำตาซึม บ่นพึมพำกับตัวเอง

“คุณนั่นแหละที่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย จนถึงวันนี้คุณก็ไม่เคยเข้าใจ”...

ในขณะเดียวกันพลาทิปที่นั่งจิบเหล้าไปมองเขมจิราอย่างหลงใหลไปด้วยถึงขนาดหยิบมือถือขึ้นมาแอบถ่ายภาพเธอเก็บไว้ เจ้าของผับเดินเข้ามาขอโทษเขาที่ไม่ได้มาคุยด้วยพอดีลูกค้าเยอะ เขาไม่ถือโทษโกรธอะไรเข้าใจดีไม่ต้องเป็นห่วง จังหวะนั้นเขมจิราโบกมือเรียกบ๋อยมาเช็กบิลเนื่องจากอาสาเป็นเจ้ามือ

“งั้นดื่มเหงาๆไปก่อนนะ อย่าเพิ่งรีบกลับล่ะ ไอ้กรมันกำลังมา”

เจ้าของผับเห็นพลาทิปมองไปทางกลุ่มของเขมจิรา ถามว่าสนใจใครในกลุ่มนั้นหรือ เขาไม่ตอบ ตัดสินใจจะเข้าไปทำความรู้สึกกับเธอวางแก้วแล้วลุกขึ้น เป็นจังหวะที่บ๋อยเอาบัตรเครดิตของเขมจิรามาคืนเนื่องจากรูดไม่ได้ ขอบัตรอื่นชำระเงินแทน

“เป็นไปได้ยังไง”

เขมจิราเสียหน้ามาก ขอตัวสักครู่แล้วหยิบมือถือเดินออกจากกลุ่มไปหามุมเงียบๆ พลาทิปมองตามเธอที่เดินผ่านตัวเองไป...

เขมจิราโทร.ไปต่อว่าพ่อว่ามาอายัดบัตรเครดิตของเธอได้อย่างไร ท่านจะทำในเมื่อโทร.หาตั้งหลายครั้งไม่ยอมรับสาย ถ้าไม่ทำแบบนี้จะโทร.กลับมาหรือ

เธอบ่นอุบทำแบบนี้แล้วเธอจะเอาเงินที่ไหนใช้ นิติแนะไม่มีเงินก็ให้กลับบ้าน เขมจิราไม่กลับถ้าคิดจะบังคับกันด้วยวิธีนี้ก็อย่าหวังว่าเธอจะทำตามแล้ววางสายอย่างหัวเสีย

เจ้าของผับเข้ามาแจ้งว่าบิลเมื่อครู่มีคนจัดการให้เรียบร้อยแล้ว เธอแปลกใจใครกันจ่ายให้ เจ้าของผับมองไปทางที่พลาทิปนั่งดื่มอยู่คนเดียวที่บาร์ เขมจิราเดินมาถามเขาว่ามาจ่ายเงินให้เธอกับเพื่อนทำไมทั้งที่ไม่รู้จักกัน

เขาถือโอกาสนี้แนะนำตัวเองให้เธอรู้จักว่าชื่อพลาทิป เรียกสั้นๆว่าพีทก็ได้ เธอกลับเฉยไม่แนะนำตัวเองตอบ เขาบ่นอุบเสียค่าเหล้าไปตั้งหลายแก้วขอแค่ชื่อบอกไม่ได้หรือ

เขมจิราโกรธที่พ่ออายัดบัตรเครดิตพาลไปลงเอากับพิมพ์ชนก จึงโกหกเขาว่าตัวเองชื่อพิมพ์ชนก หวังจะทำให้อีกฝ่ายเสื่อมเสียชื่อเสียง

ooooooo

พิมพ์ชนกมาทำงานวันแรกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งด้วยความภาคภูมิใจ เธอประทับใจกับอาชีพนี้และใฝ่ฝันอยากจะเป็นตั้งแต่ตอนที่เห็นพยาบาลคอยดูแลแม่ของเธอตอนป่วยอย่างดี แถมคุณย่าก็เคยเป็นพยาบาลมาก่อนยิ่งทำให้เธออยากเป็นมาก ตั้งใจเรียนจนสำเร็จได้เป็นพยาบาลสมใจ

นภาหัวหน้าพยาบาลตึกศัลยกรรมรอจนพยาบาลใหม่ทุกคนมากันพร้อมหน้า ก็เริ่มพาทัวร์ไปตามแผนกต่างๆ ของโรงพยาบาล พิมพ์ชนกมัวแต่คิดอะไรเพลินไปหน่อยรู้สึกตัวอีกทีไม่รู้นภาพาทัวร์ไปทางไหน

ขณะเร่งฝีเท้าตามคนอื่นให้ทัน พิมพ์ชนกชนเข้ากับอานนท์หมอแผนกศัลยกรรมอย่างจัง เขาคว้าตัวเธอไว้ได้ก่อนจะล้ม เธอรีบดันตัวออกห่างพร้อมกับขอโทษ หมอหนุ่มถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่าจะรีบไปไหนหรือ เธอจะไปตึกศัลยกรรม เขากำลังจะไปที่นั่นพอดีจึงชวนเธอไปด้วยกัน...

ที่เคาน์เตอร์พยาบาลของตึกศัลยกรรม นภาบ่นกับริสาว่าทำพยาบาลใหม่หาย บอกให้เดินตามๆกันมา ตัวเองมัวแต่อธิบายว่าตึกอะไรอยู่ตรงไหนหันมาอีกทีพยาบาลหายไปหนึ่งคน แล้วต่อว่าริสาว่าให้ช่วยเดินไปรับพยาบาลใหม่ด้วยกันก็อิดออดขอรออยู่ที่ตึก

เพื่อนพยาบาลยังไม่ทันอ้าปากกระเซ้าว่าริสาอยู่รออานนท์ก็ถูกเธอตะครุบปากไว้เสียก่อน จังหวะนั้นอานนท์เดินเข้ามาแจ้งว่าพาพยาบาลใหม่มาส่ง พิมพ์ชนกยกมือไหว้ขอโทษนภา อานนท์ออกหน้าปกป้องว่าเขาต่างหากที่ต้องขอโทษที่พาเธอมาส่งช้าพอดีแวะซื้อกาแฟ

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะคุณหมอ...พิมพ์ชนกไปนั่งกับเพื่อนตรงโน้นสิ”

นภาชี้ไปที่มุมหนึ่งของแผนก พิมพ์ชนกขอบคุณอานนท์แล้วรีบเดินไปหาเพื่อนๆ เขากระซิบถามนภาว่าเธอชื่ออะไร นภากระซิบตอบว่าชื่อพิมพ์ชนก เขามองไปทางที่เธออยู่กับเพื่อนๆด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะขอตัวไปตรวจคนไข้ก่อน นภามองตามงงๆกับท่าทีของเขา ก่อนเดินไปหาพยาบาลใหม่ เพื่อนกระเซ้าริสาอีกครั้ง

“กาแฟที่ซื้อเตรียมไว้ให้คุณหมอเป็นม่ายเลยสิ”

“ฉันซื้อไว้กินเองต่างหาก” ริสาแก้เก้อ แล้วมองไปทางพิมพ์ชนกอย่างไม่ถูกชะตา...

ขณะที่พิมพ์ชนกก่อศัตรูโดยไม่รู้ตัว ทิพย์อาภาพาเขมจิราไปเลือกซื้อรถคันใหม่ ระหว่างนั้นเอมอรแม่ของธนาคิมแวะมาเลือกรถให้ลูกชายเช่นกัน ทิพย์อาภาเรียกเขมจิราให้มาไหว้ทักทายเอมอร

เขมจิราเหลือบไปเห็นพลาทิปโดยไม่รู้ว่าเขามากับเอมอร รีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำให้แม่ไปคุยกับเซลล์แมนก่อน เขาเห็นเขมจิราในคราบพิมพ์ชนกก็ดีใจเข้ามาทักทายถามไถ่ว่ามาดูรถหรือ เขาเองก็มาดูรถเหมือนกัน แล้วนั่นแม่ของเธอหรือเปล่าจะได้เข้าไปสวัสดี เธอกลัวความลับแตกรีบบอกว่าแม่ดุอย่าเข้าไปดีกว่า เดี๋ยวท่านซักว่าเราเจอกันที่ไหนได้เกิดเรื่องใหญ่แน่

“ก็ได้ๆ แต่วันนี้เจอกันที่ร้านเดิมนะ”

เขาเห็นเธอลังเลแกล้งขู่ถ้าไม่ไปจะเดินไปขออนุญาตแม่ของเธอเอง เธอร้องห้ามเสียงหลงว่าอย่า เธอไม่ใช่จะไม่ไปแต่กำลังคิดว่าจะบอกทางบ้านว่าอย่างไรเพราะเธอออกเที่ยวบ่อย เขาแนะให้ทำให้ถูกต้องจะได้ไม่ต้องกลัวโดนดุ ให้เขาไปแนะนำตัวเองกับแม่ของเธอดีไหม

“ไม่...ไม่ค่ะ คือ...แค่คุณแม่ไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่คุณพ่อกับคุณปู่น่ะสิดุที่สุดเลย เราคบกันไปแบบนี้ก่อน เดี๋ยวพิมพ์บอกเองว่าจะทำอย่างไรต่อไป คืนนี้พีทไปรอพิมพ์ที่เดิมก็แล้วกัน”

“งั้นสองทุ่มเจอกันนะ”

พลาทิปออกจากโชว์รูมไปหาเอมอรซึ่งรอท่าอยู่ที่รถ เขาขอโทษเธอด้วยที่ช้าบังเอิญเจอเพื่อน เธอขอบใจเขามากที่มาช่วยเลือกรถให้ธนาคิม เขายินดีช่วย ดีแล้วที่เธอซื้อรถไว้เลย ขืนรอธนาคิมมาเลือกเองคงไม่พ้นรถมือสอง

ooooooo

ถึงเวลาพักเที่ยง เพื่อนพยาบาลของริสาเห็นพิมพ์ชนกมากินข้าวคนเดียว จัดแจงจะชวนมานั่งด้วยกัน ริสาไม่ถูกชะตาเป็นทุนเดิมสั่งห้ามใครชวนเธอมานั่งเด็ดขาด พิมพ์ชนกจึงต้องไปนั่งโต๊ะถัดไปคนเดียว

ระหว่างนั้นเพื่อนเห็นอานนท์เดินมาแต่ไกลสะกิดริสาให้ดู เธอรีบลุกไปเอาเก้าอี้มาเพิ่ม เขากลับหยุดทักทายพิมพ์ชนก แล้วนั่งกินข้าวเป็นเพื่อน ยิ่งทำให้ริสาไม่ชอบขี้หน้าน้องใหม่เป็นเท่าทวีคูณ...

กินข้าวเสร็จ อานนท์เดินคุยกับพิมพ์ชนกมาตามโถงทางเดินในโรงพยาบาล เขาเห็นว่าคืนนี้เธอต้องอยู่เวรถามว่ากลับบ้านอย่างไร เธอขับรถมาเองบ้านอยู่ตรงถนนราชพฤกษ์ไม่ไกลจากที่นี่ เขากระดี๊กระด๊าทันทีบอกว่าอยู่ทางเดียวกันเลย วันไหนเขาไม่อยากขับรถจะได้ขอติดรถเธอมาด้วย เธอรับคำตามมารยาท

“หมอพูดเล่น แต่ถ้าวันไหนอยากติดรถหมอมาทำงานบอกได้นะ” พูดจบอานนท์เดินยิ้มแยกไปอีกทาง พิมพ์ชนกมองตามงงๆกับท่าทีของเขา...

นิติไม่พอใจมากเมื่อรู้ว่าทิพย์อาภาซื้อรถใหม่ป้ายแดงให้เขมจิราทั้งที่ลูกไม่ยอมไปเรียนหนังสือ วันๆเอาแต่เที่ยวเตร่ ช็อปปิ้งใช้เงินเป็นเบี้ย พูดไม่ทันขาดคำเขมจิราในชุดสวยลงมาจากข้างบนจะไปข้างนอก นิติหันไปเห็นก็ร้องถามว่าจะไปไหนอีกพรุ่งนี้ไม่มีเรียนหรือ เธอตอบหน้าตาเฉยว่ามีแต่ไม่อยากไป ว่าจะเปลี่ยนคณะเรียนใหม่ไม่อยากเรียกแฟชั่นดีไซน์แล้ว นิติงง  ไหนตอนแรกบอกว่าชอบไม่ว่าอย่างไรก็จะเรียนให้ได้

“ก็เรียนแล้วเขมไม่ชอบ เมื่อไม่ชอบเขมก็จะไม่ทนเรียน เขมก็เป็นแบบนี้แต่ไหนแต่ไรแล้วคุณพ่อน่าจะชิน” เขมจิราหันไปเห็นพิมพ์ชนกกลับจากทำงาน ก็แขวะทันที “นั่นไงลูกแสนดีของคุณพ่อกลับมาแล้วคุณพ่อคงไม่มีอะไรคุยกับเขมแล้วล่ะ เขมไปล่ะ”

“ไม่ได้ พ่อไม่อนุญาตให้ออกไปไหนทั้งนั้น”

“ลูกรักกลับมาแล้ว ลูกที่ไม่ได้ความอย่างเขมจะออกไปไหนคุณพ่อไม่เห็นต้องสนใจเลย”

พิมพ์ชนกตำหนิน้องทำไมพูดกับพ่อแบบนั้น เธอไม่พอใจปรี่เข้าไปผลักพี่สาวล้มก้นจ้ำเบ้าห้ามมายุ่งเรื่องของตนแล้วขยับจะไป พงษ์ซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

สั่งไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น เอ็ดเธอเสียงเขียวไปผลักพิมพ์ชนกทำไม เธอโกหกหน้าตาเฉยว่าไม่ได้ผลัก พิมพ์ชนกแกล้งล้มเองเพื่อใส่ความเธอ นิติเห็นกับตาตัวเองว่าเธอผลัก

“เขมแค่แตะตัวนิดเดียว พิมพ์ล้มลงไปเอง” เขมจิราเถียงข้างๆคูๆ พงษ์ไม่พอใจที่เธอกล้าทำแต่ไม่กล้ารับแถมทำผิดไม่รู้จักสำนึกจึงลงโทษด้วยการยึดรถคันที่ทิพย์อาภาเพิ่งซื้อให้และไม่อนุญาตให้ขับจนกว่าจะเรียนจบ เขมจิราแทบลงไปดิ้นกับพื้นไม่ยอมให้ท่านยึดรถที่แม่ซื้อให้ ท่านยื่นข้อเสนอหากอยากได้รถคืนต้องขอโทษพิมพ์ชนกก่อน เขมจิรามองแม่หวังให้ช่วย ทิพย์อาภาจนปัญญาไม่รู้จะช่วยอย่างไร

“คุณปู่คะ พิมพ์ไม่ได้เจ็บอะไรไม่ต้องให้น้องขอโทษหรอกค่ะ”

อารีย์เตือนพงษ์ทำแบบนี้หลานจะทะเลาะกันเปล่าๆ นิติตัดปัญหา สั่งให้เขมจิรากลับห้องไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น เธอต่อว่าพ่อกับปู่ทั้งน้ำตาว่าไม่ยุติธรรมแล้ววิ่งหนีขึ้นห้อง ทิพย์อาภามองพิมพ์ชนกไม่พอใจที่เป็นต้นเหตุให้ลูกสาวตัวเองถูกเล่นงาน ก่อนเดินตามลูกไป

ooooooo

ทิพย์อาภาตามลูกเข้ามาในห้องเห็นนั่งร้องไห้ก็สงสารเข้าไปกอดปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วงตนจะไม่ยอมให้ปู่ยึดรถของลูกไป เธอตัดพ้อด้วยความน้อยใจที่ทุกคนเข้าข้างพิมพ์ชนกไม่มีใครรักเธอสักคน แทนที่จะอธิบายให้ลูกเข้าใจทิพย์อาภากลับว่าร้ายพิมพ์ชนกว่าชอบทำตัวน่าสงสารทุกคนคงเห็นว่ามันไม่มีแม่ถึงได้รุมเอาใจ

“เขมมีพร้อมทุกอย่างทั้งพ่อทั้งแม่ อย่าเอาตัวเองไปเปรียบกับเด็กแบบนั้นเลย”

“เขมอยากอยู่คนเดียว”

“จ้ะๆ ไม่ต้องคิดมากนะลูก แม่รักลูกนะเขม” พูดจบทิพย์อาภาลุกออกไป เขมจิราเห็นแม่ไปพ้นแล้วโทร.หาพลาทิปให้มารับ...

อีกมุมหนึ่งในห้องพิมพ์ชนก แอ๋วกำลังช่วยเจ้าของห้องปูที่นอนไปพลางแอบนินทาเขมจิราไปด้วยที่ถูกทิพย์อาภาตามใจจนไม่รู้อะไรถูกอะไรผิด พิมพ์ชนกแก้ตัวแทนว่าน้องสาวยังเด็กเลยทำอะไรตามอารมณ์ แอ๋วทักท้วงว่าเธอไม่ใช่เด็กเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ตอนที่พิมพ์ชนกเรียนมัธยมยังได้เรื่องได้ราวกว่านี้มากนัก

“คุณพิมพ์นี่ก็แสนดี ตั้งแต่เด็กจนโตน้องจะแกล้งอะไรก็อดทนไม่เคยโวยวาย”

พิมพ์ชนกฉุดคิดถึงคำสอนของแม่ขึ้นมาได้ ตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กน้อย ไปเยี่ยมแม่ที่นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ภัสสรรู้ตัวดีว่าการป่วยครั้งนี้หนักหนาสาหัสอาจไม่รอดกลับไป จึงสอนลูกว่าอีกไม่นานลูกต้องไปอยู่บ้านคุณปู่คุณย่า ต้องเป็นเด็กดีอย่าไปทำอะไรให้พวกท่านกับคุณพ่อไม่สบายใจ

“สัญญากับแม่สิพิมพ์ หนูต้องอดทนต้องเป็นเด็กเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรหนูต้องไม่ร้องไห้นะ”

เด็กหญิงพิมพ์ชนกรับคำหนักแน่น...

ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว แต่พิมพ์ชนกยังนั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน อารีย์เข้ามาคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็น หวังว่าเธอคงไม่โกรธน้องที่ทำแบบนั้น เธอเป็นห่วงมากกว่าจะโกรธเพราะน้องชอบคิดว่าทุกคนไม่รักเธอเท่าตน อารีย์อดแปลกใจไม่ได้เขมจิรามีทั้งพ่อและแม่แต่กลับทำตัวเหมือนเด็กขาดความอบอุ่น  ผิดจากพิมพ์ชนกลิบลับที่ไม่เคยทำตัวให้ใครต้องห่วง หญิงสาวปลอบว่าไม่ต้องกลุ้มใจไป

“รอเขมใจเย็นลงก่อน พิมพ์จะลองคุยกับน้องดูยังไงเรื่องรถก็ต้องอธิบายให้น้องเข้าใจให้ได้”

“จ้ะ” อารีย์ลูบหัวพิมพ์ชนกอย่างเอ็นดูรักใคร่ สองย่าหลานไม่ทันเห็นที่ประตูรั้วบ้าน เขมจิราแอบมองทั้งคู่ไม่พอใจ สะบัดหน้าหนีแล้วเปิดประตูรั้วออกไปขึ้นรถพลาทิปที่จอดรออยู่ ก่อนรถจะเคลื่อนไป แอ๋วย่องตามออกมามองจนรถลับสายตา

ไม่นานนัก พลาทิปกับเขมจิราในคราบพิมพ์ชนกมาถึงผับหรูแห่งหนึ่ง ดื่มกินกันอย่างมีความสุข ฝ่ายหญิงดื่มเหล้าจนเมา กอดซบเขาตลอดเวลายิ่งทำให้เขาหลงใหลได้ปลื้มเธอ

ooooooo

กว่าพลาทิปจะกลับถึงบ้านก็สว่างคาตากำลังจะล้มตัวลงนอน ธนาคิมโทร.ทางไกลจากเมืองนอกมาหาพอรู้ว่าเขาเพิ่งกลับถึงบ้านก็แปลกใจไปทำอะไรมาถึงเพิ่งกลับเอาตอนเช้า

“เมื่อคืนฉันไปเที่ยว พอผับปิดพิมพ์เขาเบื่อๆก็เลยขับรถพาเขาไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่บางแสน”

“เดี๋ยวๆใครวะพิมพ์”

“ว่าที่เพื่อนสะใภ้แกไง”

การโทร.มาหาพลาทิปครั้งนี้ทำให้ธนาคิมรู้ว่าเพื่อนซี้ของตัวเองซึ่งเป็นคาสโนว่าตัวพ่อหลงรักผู้หญิงชื่อพิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์คนนี้เต็มๆจนเขาชักอยากเห็นหน้าขอให้เพื่อนส่งรูปมาให้ดู พลาทิปไม่ยอมส่ง

จะเก็บเอาไว้เซอร์ไพรส์เขาตอนกลับเมืองไทยมาเห็นเธอตัวเป็นๆเลยดีกว่า ธนาคิมใจร้อนอยากเห็นตอนนี้ ถ้าเพื่อนไม่ส่งรูปมาให้ดูเขาจะหาดูในเน็ตก็ได้ พลาทิปไม่คิดว่าเขาจะเจอเพราะเธอไม่ใช่พวกโซเชียลเลิฟเวอร์

“แกรีบกลับมาแล้วกัน เอาล่ะฉันไปนอนก่อนนะ นัดกับพิมพ์ไว้ว่าจะไปช็อปปิ้งกันตอนบ่าย”

“เออๆอีกสองอาทิตย์ก็กลับแล้ว พาไปรับที่สนามบินด้วยนะ” ธนาคิมวางสายแล้วหยิบโน้ตบุ๊กมาค้นหาชื่อพิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์ พบรูปเธอถ่ายพร้อมกับครอบครัว แต่เห็นหน้าไม่ชัดเท่าใดนัก

“ก็ไม่เห็นสะดุดตาตรงไหน ทำไมไอ้พีทมันคลั่งไคล้ขนาดนี้ มีเสน่ห์ตรงไหนวะ” ธนาคิมพึมพำกับตัวเอง...

เช้านี้พิมพ์ชนกเอาขนมไทยๆฝีมือคุณย่ามาฝากเพื่อนๆพยาบาลที่วอร์ด ทุกคนต่างเข้ามาหยิบไปกินกันอย่างเอร็ดอร่อยยกเว้นริสาเท่านั้นที่ไม่สนใจ พิมพ์ชนกจึงตักขนมใส่จานแบ่งเอาไปวางให้ตรงหน้า

“ไม่ล่ะค่ะ พี่ไม่ชอบ” พูดจบริสาเดินเลี่ยงไปยืนที่อื่น พิมพ์ชนกงงกับท่าทีของอีกฝ่ายจนต้องกลับมาถามเพื่อนพยาบาลว่าริสาไม่พอใจตนเรื่องอะไร ถึงได้รู้ว่าเธอแอบชอบอานนท์มานานแล้ว แต่เขากลับมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆพิมพ์ชนกก็เลยทำให้ริสาไม่ชอบใจ จังหวะนั้น อานนท์เข้ามาที่วอร์ดพอดี นภากระเซ้าพักนี้มาที่นี่บ่อยจริงๆ เขาถามแก้เขินว่ากำลังกินอะไรกันอยู่ นภาชวนเขากินขนมไทยฝีมือคุณย่าของพิมพ์ชนกด้วยกัน

“เจ้าของเขายังไม่อนุญาตเลยครับ” อานนท์ไม่พูดเปล่าส่งตาหวานไปให้พิมพ์ชนกอีกด้วย ริสาได้ยินก็ไม่ชอบใจแกล้งวางของกระแทกกับโต๊ะ พิมพ์ชนกออกตัวว่าเอามาฝากทุกคน เชิญเขากินได้เลย

“ขนมพวกนี้กินกับกาแฟคงอร่อย หมอกำลังจะไปซื้อกาแฟ พิมพ์ไปด้วยกันไหม”

“พิมพ์ไม่ดื่มกาแฟค่ะ แต่พี่ริสาเพิ่งบอกว่าจะไปซื้อกาแฟ...พี่ริสาไปพร้อมคุณหมอเลยสิคะ”

ริสางงมากแต่ก็รับมุกทันรีบเออออไปด้วย พิมพ์ชนกอาสาจะทำงานตรงนี้แทนเธอเองเชิญเธอไปซื้อกาแฟดื่มตามสบาย แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานที่ริสาทำค้างอยู่ไม่สนใจสายตาของเธอที่มองตนเองอย่างแปลกใจ

ooooooo

ตอนสาย พลาทิปพาเขมจิรากับเพื่อนไปเดินช็อปปิ้งที่ห้างฯหรู ทำตัวเป็นเสี่ยกระเป๋าหนักจ่ายค่าซื้อของให้เขมจิราทุกอย่าง ระหว่างเขาเดินไปรูดบัตรที่แคชเชียร์ เพื่อนของเขมจิราอดถามไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงยังเรียกเธอว่าพิมพ์อย่างโน้นพิมพ์อย่างนี้อยู่อีก เมื่อไหร่จะบอกชื่อจริงให้เขารู้

“นี่ ถ้ายังอยากมีเจ้ามือเลี้ยงข้าวกลางวัน ก็ไม่ต้องพูดอะไรเข้าใจไหม” เขมจิราเสียงเข้ม

“โอเค” เพื่อนรับคำอย่างไม่ค่อยเต็มปากนัก

จากนั้นทั้งสามคนพากันไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารระดับห้าดาว เขมจิราในคราบพิมพ์ชนกหว่านเสน่ห์ใส่พลาทิปจนหลงหัวปักหัวปํา...

การกระทำของพิมพ์ชนกเมื่อเช้านี้ทำให้ริสาตระหนักว่าเธอไม่ได้สนใจในตัวอานนท์และไม่เคยแม้แต่คิดจะเป็นคู่แข่งแย่งเขาอีกด้วย ริสาจึงเปลี่ยนเธอจากศัตรูเป็นมิตร อีกทั้งยอมให้เธอนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวด้วย...

ค่ำแล้วตอนที่พลาทิปขับรถมาส่งเขมจิราที่หน้าประตูรั้ว ยังไม่ทันจะเดินเข้าตัวบ้าน พิมพ์ชนกเลี้ยวรถเข้ามาจอดหน้าตัวตึกใหญ่ เขมจิรามองเธอลงจากรถหรูใหม่ป้ายแดงด้วยความริษยา พิมพ์ชนกร้องทักว่าเพิ่งกลับหรือแล้วเมื่อครู่นี้ใครมาส่ง เขมจิราตวาดแว้ดว่าเรื่องของตนคนอื่นไม่เกี่ยวแล้วขยับจะเข้าตัวบ้าน

พิมพ์ชนกคว้าแขนน้องไว้ “เดี๋ยวสิเขม พี่เป็นห่วงนะกลับบ้านดึกแบบนี้ถามว่าใครมาส่งก็ไม่บอก”

“เป็นห่วงเหรอ เป็นห่วงก็ยกรถให้เราขับสิ...ไม่ให้ใช่ไหมล่ะแล้วจะมาแอ๊บทำตัวเป็นคนดีทำไม”

“พี่รู้ว่าเขมไม่พอใจเรื่องรถ แต่ที่คุณปู่ซื้อรถให้พี่เพราะท่านเห็นว่าพี่เรียนจบแล้วถ้าวันหนึ่งเขมเรียนจบ เขมก็จะได้เหมือนกัน” พิมพ์ชนกพยายามพูดด้วยเหตุผลแต่ไร้ประโยชน์ เขมจิราไม่ฟังแถมยังด่ากลับ อย่าคิดว่าตัวเองวิเศษกว่าคนอื่นและให้เลิกเรียกตัวเองว่าพี่สักทีเราสองคนไม่เคยนับญาติกัน และยังโทษว่าพิมพ์ชนกเป็นต้นเหตุของเรื่องเลวร้ายในบ้านหลังนี้   ถ้าไม่มีเธอตนจะเป็นลูกคนเดียวของพ่อ เป็นหลานคนเดียวของปู่ย่า

“ทุกคนจะรักแต่ฉันไม่ต้องแบ่งความรักไปสงสารเด็กไม่มีแม่อย่างเธอ ถึงเธอจะเกิดก่อนแต่แม่เธอก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียน้อยอยู่ดี เป็นเมียน้อยเขาก็เลวอยู่แล้ว ยังจะตายแล้วทิ้งลูกมาเป็นภาระครอบครัวคนอื่นอีก”

“พี่จะไม่โกรธเขมนะ พี่รู้ว่าเขมพูดแบบนี้เพราะว่าเขมกำลังโกรธ”

“เปล่าเลย ฉันพูดเพราะให้เธอคิดได้ต่างหากจะได้ไม่ต้องมายกหางทำตัวสูงส่งกว่าฉัน แล้วมาสั่งสอนอะไรบ้าๆบอๆ คนอย่างเธอไม่ควรเกิดมาด้วยซ้ำ” เขมจิราผละจากไป พิมพ์ชนกมองตามเสียใจน้ำตาไหล...

อีกมุมหนึ่งในห้องรับแขก นิติเห็นลูกสาวคนเล็กก็ต่อว่าว่าทำไมเพิ่งกลับ เธอไม่ตอบคำถามเดินผ่านพ่อไป ไม่สนใจ เขาร้องเรียกให้ลงมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน เธอทำหูทวนลมเดินขึ้นห้องไปเลย ทิพย์อาภาที่นั่งรอลูกเช่นกัน แทนที่จะว่ากล่าวอะไรบ้างกลับนิ่งเฉย เขาตำหนิเธอที่ไม่รู้จักสั่งสอนลูกปล่อยให้ทำนิสัยแย่ๆ

“เขมเป็นแบบนี้เพราะอะไรคุณก็รู้นี่คะ ทิพย์จะไปนอนล่ะ วันนี้คุณจะไปนอนห้องนอนแขกก็ตามสบายนะคะ” ต่อว่าจบทิพย์อาภาเดินขึ้นบันไดไม่สนใจนิติอีกเลย...

พิมพ์ชนกอาบน้ำเสร็จมาที่ห้องพระเพื่อสวดมนต์ เห็นอารีย์ไหว้พระอยู่ค่อยๆถอยออกมาแต่ท่านร้องเรียกไว้เสียก่อนให้เธอมาไหว้พระได้เลยท่านเสร็จแล้ว พิมพ์ชนก รับคำคลานเข้าไปนั่งข้างๆ อารีย์เห็นสีหน้าเธอไม่สู้ดีนักถามว่าไม่สบายใจเรื่องอะไร เธอมองหน้าอารีย์อย่างชั่งใจ จำได้ว่าตอนที่ทิพย์อาภาเพิ่งคลอดเขมจิรา ท่านขอให้เธอสัญญาก่อนว่าจะรักน้องมากๆ จะเสียสละให้น้อง ดูแลน้องห้ามทะเลาะกัน เธอรับคำหนักแน่น

เสียงเรียกของอารีย์ปลุกให้พิมพ์ชนกตื่นจากภวังค์ ท่านถามซ้ำว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า เธอบอกท่านว่าไม่มีอะไรแล้วก้มกราบพระ อารีย์มองหลานรักอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก

ooooooo

แอ๋ว ป้าแจ่มกับหนูนากำลังเตรียมอาหารเช้าไปพลางพร้อมกับเม้าท์แตกเรื่องที่เขมจิราเอาแต่เที่ยวเตร่ทุกคืน กว่าจะกลับก็ดึกแล้วแบบนี้จะไปเรียนหนังสือไหวได้อย่างไร ลูกชิ้นฟังแล้วโกรธแทนเจ้านาย

จังหวะนั้นมีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ทุกคนแปลกใจ ว่าใครมาแต่เช้า หนูนาชะเง้อดูเห็นเป็นผู้ชาย หรือว่าเป็นแขกคุณเขมมารับไปเที่ยว แล้วอาสาไปเปิดประตูรับ ลูกชิ้นกับแอ๋วรีบตามไปด้วย ป้าแจ่มบ่นอุบ

“อ้าว ออกไปกันหมดเลย แล้วอาหารเช้าล่ะ ยังเตรียมไม่เสร็จเลยเรื่องเจ้านายนี่ขยันกันจัง”...

ปรากฏว่าแขกปริศนาคืออานนท์หมอประจำโรงพยาบาลเดียวกับพิมพ์ชนกทำงานนั่นเอง แอ๋วเชิญเขาเข้าไปนั่งรอที่ห้องรับแขกเดี๋ยวจะไปตามคุณพิมพ์ให้ ครั้นเธอเดินออกมาจากห้องรับแขก หนูนาแอบกรี๊ดเบาๆ

“หล่อแล้วจะยังเป็นคุณหมอ พี่แอ๋วแฟนคุณพิมพ์หรือเปล่า”

“หรือไม่ก็มาตามจีบ” แอ๋วหัวเราะคิกๆ ขณะที่ลูกชิ้นหมั่นไส้เบ้ปากใส่ จากนั้นแอ๋วไปที่ห้องอาหาร

แจ้งกับพิมพ์ชนกว่าหมออานนท์มาหา นิติที่นั่งกินข้าวอยู่กับพงษ์ อารีย์และทิพย์อาภาถามลูกว่าใครหรือ เธอเล่าว่าเขาเป็นหมอที่โรงพยาบาล อารีย์สงสัยเขามาทำไมแต่เช้า

“จะยากอะไรก็เรียกเขามาถามสิ”

ไม่นานนักแอ๋วพาอานนท์มาที่ห้องอาหารตามคำสั่งของพงษ์ หมอหนุ่มยกมือไหว้ทุกคน พร้อมกับแจ้งว่าพิมพ์ชนกลืมกล่องใส่ขนมไว้ที่โรงพยาบาล เขาก็เลยแวะเอามาคืนกลัวขนมจะเสีย ทิพย์อาภาไม่วายแดกดันว่าเขาช่างมีน้ำใจจริงๆแค่กล่องยังต้องเอามาคืนให้ถึงบ้าน นิติต้องปรามเธอให้เงียบเสียง อารีย์ปรายตามองเธออย่างตำหนิแล้วหันไปขอบคุณอานนท์ ชวนให้กินมื้อเช้าด้วยกัน เขาขอบคุณที่ชวนแต่กินมาเรียบร้อยแล้ว

“ยัยพิมพ์กำลังจะออกไปทำงานพอดี” พงษ์หันไปยิ้มให้หลานรัก

“ครับ...เอ่อ วันนี้ผมขออนุญาตรับพิมพ์ชนกไปโรงพยาบาลพร้อมกันเลยได้ไหมครับ แล้วพอเลิกงานผมจะมาส่ง คือพอดีเป็นทางผ่านอยู่แล้วนะครับ”

พงษ์ไม่ขัดข้องหากนิติไม่ว่าอะไร อานนท์มองนิติที่ได้แต่ยิ้มให้ไม่ได้ทัดทานอะไรก็โล่งใจ...

เขมจิราแต่งตัวสวยลงมาจากห้องนอนเจอพิมพ์ชนกกับอานนท์กำลังจะออกไปพอดี พิมพ์ชนกเลี่ยงไม่ได้จึงต้องแนะนำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน เขมจิรามองเขาอย่างสนใจแต่ไม่ได้พูดอะไรกระทั่งทั้งคู่ไปกันแล้วจึงหันไปถามลูกชิ้นว่าผู้ชายคนนั้นแฟนพิมพ์ชนกหรือ ลูกชิ้นเบ้ปาก

“ไม่รู้สิคะ อยู่ๆก็มารับถึงบ้าน นี่พาเข้าไปไหว้ทุกคนด้วยนะคะ”...

ทางด้านทิพย์อาภาได้ทีตำหนินิติว่าปล่อยให้พิมพ์ชนกไปกับผู้ชายที่เพิ่งเจอกันที่ทำงานได้อย่างไร เขาไม่เห็นจะแปลกตรงไหนในเมื่ออานนท์มาขออนุญาตไม่ใช่มารับหน้าบ้านไม่คิดจะให้ผู้ใหญ่เห็นหน้า พงษ์กับอารีย์เห็นตรงกันว่าอานนท์ดูดีสุภาพแถมมารยาทดีอีกต่างหาก ที่สำคัญเขามารับพิมพ์ชนกไปทำงานไม่ได้ไปเที่ยว

“ยัยพิมพ์ก็เป็นเด็กดี จะมีคนดีๆเหมือนกันมาชอบก็ไม่เห็นแปลก ไปห่วงยัยเขมดีกว่าไหม คนที่มารับออกไปข้างนอกทุกวันดูน่าไว้ใจเหมือนคุณหมอคนนี้หรือเปล่า”

ทิพย์อาภาเจ็บใจที่เถียงอะไรไม่ได้ เขมจิราที่แอบฟังอยู่หน้าห้องเจ็บแค้นมาก คิดหาทางทำบางอย่างเพื่อเอาคืน

ooooooo

พลาทิปรับเขมจิราในคราบพิมพ์ชนกไปนั่งดื่มกาแฟอย่างมีความสุข แต่เธอกลับใจลอยจนเขาสังเกตเห็นถามว่าเมื่อคืนนอนน้อยหรือเปล่าถึงดูเหม่อชอบกล เธอรับสมอ้างว่านอนไม่ค่อยหลับ

“ดื่มกาแฟแล้วเดี๋ยวคงจะดีขึ้น หรือพิมพ์อยากจะไปสปานอนให้เขานวดสบายๆสัก 2-3 ชั่วโมงดีไหมครับ”

“พีท...ขอโทษนะ พอดีพิมพ์เพิ่งนึกออกว่านัดเพื่อนไปติวหนังสือไว้” ว่าแล้วเขมจิราคว้ากระเป๋าถือจะไป พลาทิปถึงกับร้องอ้าวแล้วที่จะให้พาไปซื้อของจะทำอย่างไร เธอขอผลัดไปตอนเย็นก็แล้วกัน เดี๋ยวใกล้เสร็จเธอจะโทร.หา เขาอาสาไปส่งเธอก็ไม่เอาเริ่มหวาดระแวงขึ้นมาเธอรู้ทันกุมมือเขาไว้

“พิมพ์ยังไม่อยากให้เพื่อนคนนี้เห็นพีทน่ะค่ะ พิมพ์จะเก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์เพราะเราพนันกันไว้ว่าใครจะมีแฟนก่อนกัน อย่าคิดมากนะคะเดี๋ยวพิมพ์โทร.หา” เขมจิรายิ้มหวานให้แล้วลุกออกไป เธอไม่ได้ไปติวหนังสือตามที่บอกกับพลาทิป แต่แวะไปที่โรงพยาบาลซึ่งพิมพ์ชนกทำงานอยู่ แต่งเรื่องว่าพี่สาวลืมกระเป๋าสตางค์เธอก็เลยแวะมาให้ แต่ความจริงแล้วเธอต้องการมาหาอานนท์หวังจะแย่งผู้ชายของพี่สาวเพื่อความสะใจ

เขมจิราชวนอานนท์ไปดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟในโรงพยาบาลโดยไม่ชวนพิมพ์ชนกสักคำ เธอไม่รู้สึกรู้สมกับการที่เขมจิราจะจีบอานนท์แค่เป็นห่วงความรู้สึกของริสาที่เห็นเหตุการณ์โดยตลอด...

ระหว่างรอเขมจิราในคราบพิมพ์ชนกโทร.ให้ไปรับ พลาทิปโทร.ตามเอกรัฐให้มาดื่มกาแฟเป็นเพื่อน โชคดีที่เขาทำธีสิสเสร็จก็เลยว่างมาดื่มกาแฟด้วย พลาทิปเห่อหญิงคนรักมากคุยอวดให้เขาฟังไม่หยุดปากแถมเรียกเธอว่าแฟนเต็มปากเต็มคำ เขาอยากรู้ว่าเธอหน้าตาอย่างไรขอดูรูป พลาทิปไม่ยอมให้ดู

“ฉันจะพาเธอไปรับไอ้คิมที่สนามบิน แกก็ไปรับไอ้คิมด้วย นี่ถือเป็นการเปิดตัวแฟนฉันไปด้วยเลย”

เอกรัฐไม่ขัดข้อง จังหวะนั้นเขมจิราโทร.หาพลาทิป โกหกว่าต้องทำรายงานกับเพื่อนต่อหลังจากติวเสร็จ ที่นัดไว้ก็ต้องเลื่อนไปวันหลัง เขารอได้เสร็จกี่โมงก็ให้โทร.มา เธอบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้ไปรับ อ้างว่าเพื่อนจะไปส่งให้ แล้วขอตัววางสายไปเลย จากนั้นเธอหันไปคุยกะหนุงกะหนิงกับอานนท์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

ครั้นเลิกงานอานนท์ขับรถมาส่งพิมพ์ชนกที่บ้าน เธอลงจากรถแต่เขายังรีรอไม่ไปไหน จังหวะนั้นเขมจิราในชุดสวยเดินออกมาชวนให้เขาไปกันเลยไหม พิมพ์ชนกงงจะไปไหนกันหรือ

“ไปดินเนอร์ค่ะพี่พิมพ์ จะพาคุณหมอไปชิมซูชิร้านของเพื่อนเขมน่ะค่ะ เสียดายพี่พิมพ์ไม่ชอบซูชิจะได้ชวนไปด้วยกัน...ไปค่ะหมอ” เขมจิราก้าวขึ้นรถอานนท์ทำหน้าไม่ถูก บอกกับพิมพ์ชนกว่าขอตัวก่อนพรุ่งนี้เจอกัน เธอมองตามรถของเขาที่แล่นออกไปสีหน้าเป็นกังวล...

พิมพ์ชนกเป็นห่วงอานนท์มากเพราะรู้จักนิสัยน้องสาวดี จึงรอจนเธอกลับคืนกระเป๋าสตางค์ให้บอกว่าไม่ใช่ของตนแล้วถามเธอว่ากำลังจะทำอะไร เธอย้อนถามโกรธหรือที่อานนท์สนใจเธอมากกว่าพี่

“พี่กับคุณหมอไม่ได้เป็นอะไรกัน...เขมชอบหมออานนท์เหรอหรือแค่หว่านเสน่ห์เล่นๆ คุณหมออานนท์เป็นคนดีพี่ไม่อยากให้เขาเสียใจ”

เขมจิราไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มเย้ยให้แล้วเดินขึ้นห้อง พิมพ์ชนกมองตามกลุ้มใจ

ooooooo

พลาทิปพยายามโทร.หาหญิงคนรักตั้งแต่เมื่อคืนยันเช้าแต่เธอไม่รับสาย ไลน์หาก็ไม่ตอบ พลันมีเสียงสายเรียกเข้าดังขึ้น เขารีบรับสายปรากฏว่าธนาคิมโทร.มาบอกว่ากำลังจะขึ้นเครื่อง พรุ่งนี้เจอกันที่กรุงเทพฯ

“เออๆ เดี๋ยวฉันจะไปรับที่สนามบิน”

“ไม่มาฉันจะโกรธ พาแฟนมาด้วยนะ แล้วเจอกันนะพีท ฉันคิดถึงแกมากๆเลยว่ะ”

“เดินทางปลอดภัยไอ้คิม แล้วเจอกัน” พลาทิปวางสาย ทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหวคว้ากุญแจรถออกไป

ไม่นานนักเขามาถึงบ้านสุวรรณเวศน์กดกริ่งรัวๆ ลูกชิ้นวิ่งออกมาถามว่ามาหาใคร เขามาหาพิมพ์ชนก เธอส่ายหน้าคุณพิมพ์ไม่อยู่ไปทำงาน พลาทิปงงยังเรียนอยู่แท้ๆจะไปทำงานได้อย่างไรก็เลยโวยวายว่าเธอโกหกสั่งให้ไปตามพิมพ์ชนกออกมาพบ มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขมจิราในคราบพิมพ์ชนกโทร.มาต่อว่าว่ามาบ้านของตนทำไมเคยสั่งห้ามแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ให้มาหาที่บ้านถ้าตนไม่อนุญาตแล้วไล่ให้กลับไป

“ไม่ จนกว่าพิมพ์จะมาคุยกับพีทให้รู้เรื่องก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่งั้นพีทจะเข้าไปหาพิมพ์ในบ้านเดี๋ยวนี้”

“อย่านะ...ก็ได้ๆงั้นพีทขับรถไปจอดที่ซอยข้างๆ เดี๋ยวพิมพ์จะออกไปเจอ รีบไปสิ”

ครู่ต่อมาเขมจิรามาพบกับพลาทิปที่จอดรถหลบๆ อยู่ บอกเลิกกับเขาไม่ต้องมาหาเธออีก แล้วเปิดประตูจะลงจากรถ เขาดึงมือไว้นี่มันเกิดอะไรขึ้นไหนเธอบอกว่ารักเขาไม่ใช่หรือ เธอแกะมือเขาออก พูดอย่างไร้เยื่อใยว่าตัวเองเคยคิดว่ารักเขาแต่ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าไม่ได้รักเขาไม่เข้าใจครั้งล่าสุดเรายังคุยกันดีๆอยู่เลยหรือว่าเธอมีคนอื่น เธอก็แค่เบื่อเขาแล้วก็เท่านั้น สั่งห้ามติดต่อเธออีกแล้วกลับเข้าบ้าน

ในเวลาต่อมาพลาทิปกลับถึงบ้านในสภาพหัวใจสลาย บอกกับพ่อและแม่ว่าปวดหัวขอตัวไปพักก่อนแล้วเดินขึ้นห้อง นารีกับศักดิ์เห็นสภาพของลูกมองตามด้วยความเป็นห่วง...

เขมจิรามีที่หมายใหม่เหมือนอย่างที่พลาทิปคาดไว้ เธอมาหาอานนท์ถึงโรงพยาบาลหวังจะเย้ยพี่สาวเพราะคิดว่ามีใจให้เขา แต่คนที่โดนทำร้ายจิตใจกลับไม่ใช่พิมพ์ชนกแต่เป็นริสาที่หลงรักอานนท์มานานแต่กลับโดนเขมจิราปาดหน้าคว้าตัวไป พิมพ์ชนกได้แต่มองเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่อย่างห่วงใย...

ด้านนิติทนกับความประพฤติของเขมจิราไม่ไหวที่วันๆเอาแต่เที่ยวเตร่ไม่ยอมเรียนหนังสือ หลังปรึกษาพ่อกับแม่และทิพย์อาภาแล้ว ตกลงใจจะส่งเธอไปเรียนเมืองนอก เธอกลับคิดว่าทุกคนไม่อยากเห็นหน้าเธอถึงได้ส่งไปเมืองนอกเพื่อตัดรำคาญ แล้วร้องไห้คร่ำครวญให้แม่ช่วยด้วยอย่าปล่อยให้พ่อไล่เธอ ทิพย์อาภาเห็นน้ำตาลูกก็ทำท่าจะใจอ่อน อารีย์ต้องเตือนลูกสะใภ้ว่าเราคุยกันด้วยเหตุผลแล้วไม่ใช่หรือ

ทิพย์อาภาเถียงไม่ออกได้แต่นั่งนิ่ง เขมจิราเสียใจที่แม่ไม่เข้าข้างวิ่งร้องไห้ขึ้นห้อง

ooooooo

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ธนาคิมลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้า เจอเอมอรผู้เป็นแม่รอรับอยู่แต่ไม่เห็นแม้เงาของพลาทิปก็แปลกใจ นัดกันดิบดีหายหัวไปไหน

“นั่นสิ ตอนแรกก็บอกจะมารับคิมด้วยกัน แล้วก็เงียบไปเลย”

ธนาคิมเป็นห่วงเพื่อนรักรีบโทร.หาปรากฏว่าเขานั่งดื่มเหล้าคนเดียวอยู่ในห้อง ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าเมาจัดถามว่าทำไมไม่มารับ ไหนบอกจะพาแฟนมารับตนด้วย เขาร้องไห้โฮ คร่ำครวญว่าพิมพ์ชนกทิ้งเขาแล้ว เขาโง่ที่เชื่อว่าเธอรักเขาทั้งที่เธอไม่มีเยื่อใยให้แม้แต่น้อย ธนาคิมบอกให้เพื่อนอยู่บ้านไม่ต้องไปไหนเดี๋ยวจะไปหา...

ทางฝ่ายเขมจิราเสียใจมากที่จะถูกส่งไปเมืองนอก โทร.หาอานนท์จะให้มารับแต่เขาติดเคสผ่าตัดจึงไม่ได้รับสาย เธอโทร.อยู่หลายครั้งมีเพียงสัญญาณให้ฝากข้อความ จึงเบนเข็มโทร.หาพลาทิปแทน เขาได้ยินเสียงเธอร้องไห้ก็เป็นห่วงรับปากจะไปหาทันทีแล้วคว้ากุญแจรถ เป็นจังหวะเดียวกับธนาคิมโทร.มาบอกอยู่บนรถแท็กซี่กำลังจะไปถึง พลาทิปเล่าให้ฟังว่าเขมจิราในคราบพิมพ์ชนกโทร.มาบอกให้เขาไปรับเธอที่บ้าน

“แกเมาขนาดนั้นจะขับรถได้อย่างไร เดี๋ยวฉันก็ถึงแล้ว รออยู่ที่บ้านเดี๋ยวฉันไปขับรถให้...สัญญามาก่อนไอ้พีทว่าแกจะไม่ขับรถออกไป” ธนาคิมได้คำสัญญาอย่างแข็งขันของเพื่อนก็เบาใจไปเปลาะหนึ่งแต่ยังไม่วายเป็นห่วง เร่งคนขับแท็กซี่ให้ขับรถเร็วขึ้นอีก...

คนจะถึงที่ตายอะไรก็ห้ามไม่อยู่ พลาทิปอุตส่าห์ให้คำมั่นว่าจะไม่ขับรถออกไปไหน แต่พอถูกเขมจิราในคราบพิมพ์ชนกโทร.มาเร่งถ้าเขาไม่มาเดี๋ยวนี้จะออกไปเรียกแท็กซี่เอง เขาทนไม่ไหวคว้ากุญแจรถออกจากบ้าน

ธนาคิมนั่งอยู่บนรถแท็กซี่เห็นเพื่อนรักขับรถสวนไปอย่างรวดเร็ว สั่งให้คนขับแท็กซี่กลับรถแล้ว ขับตาม

เนื่องจากเมามาก พลาทิปคุมรถไม่อยู่ รถไถลตกถนนชนเสาไฟฟ้า ธนาคิมที่ตามมาด้านหลังเห็นรถของเพื่อนรักไฟลุก รีบวิ่งเข้าไปลากตัวพลาทิปออกจากรถโดยไม่ฟังเสียงไทยมุงที่พยายามห้าม ในที่สุดเขาลากเพื่อนรักที่ร่างโชกเลือดออกจากรถได้สำเร็จก่อนไฟจะลุกท่วม

ในเวลาต่อมาพลาทิปถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พิมพ์ชนกซึ่งอยู่เวรพอดีเข้ามาช่วยเข็นเตียงคนไข้ไปที่ห้องฉุกเฉิน ธนาคิมจะตามเข้าไปด้วย แต่เธอขอร้องให้ญาติรอข้างนอก เขาตะโกนไล่หลังด้วยน้ำตาคลอเบ้า

“เข้มแข็งไว้นะไอ้พีท” ตะโกนเสร็จ ธนาคิมโทร.แจ้งข่าวร้ายนี้ให้พ่อกับแม่ของพลาทิปทราบ...

จากนั้นไม่นานศักดิ์กับนารีก็มาถึงหน้าห้องฉุกเฉิน ริสาเอาหนังสือเซ็นอนุญาตให้ผ่าตัดด่วนมาให้พ่อกับแม่คนเจ็บเซ็น ระหว่างนั้นเอกรัฐตามมาสมทบ ธนาคิมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง โทษผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์ชนกว่าเป็นสาเหตุทำให้เพื่อนรักของตนต้องเป็นแบบนี้

พลาทิปบาดเจ็บสาหัสทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจในที่สุด ธนาคิมทราบข่าวร้ายถึงกับปล่อยโฮ พลาทิปไม่ได้เป็นแค่เพื่อนรักเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้มีพระคุณยื่นมือมาให้ความช่วยเหลือตอนที่ธุรกิจของครอบครัวเขาล่มทำให้มีหนี้สินท่วมหัว ด้วยความช่วยเหลือจากศักดิ์กับพลาทิปทำให้ธนาคิมกับครอบครัวลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง นอกจากนี้พลาทิปยังยุให้พ่อส่งธนาคิมไปเรียนเมืองนอกแทนตนเองอีกด้วย

ธนาคิมพยายามปฏิเสธแต่พลาทิปยืนกรานให้เขาไปเรียนแลกกับตอนเขาเรียนจบต้องมาช่วยงานที่บริษัทของตน ทำงานหาเงินให้ตนใช้ ศักดิ์เห็นดีด้วยเพราะถ้าปล่อยบริษัทให้พลาทิปบริหารคงเจ๊งแน่นอน...

พิธีรดน้ำศพพลาทิปจัดขึ้นในวันถัดมาโดยไม่มีแม้เงาของผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์ชนก ธนาคิมยิ่งแค้นมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ จึงจ้างนักสืบให้สืบหา พิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์

ooooooo


ละครหลงเงาจันทร์ ตอนที่ 1 อ่านหลงเงาจันทร์ติดตามละครหลงเงาจันทร์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร, แซมมี่ เคาวเวลล์ 1 ม.ค. 2513 07:00 2019-03-05T01:10:22+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ