ข่าว

วิดีโอ



เล่ห์รักบุษบา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมาดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สรรพชัย เกิดอุทัย / วรวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์

กำกับการแสดงโดย: ต่อพงศ์ ตันกำแหง

ผลิตโดย: บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ไมค์ ภัทรเดช , พีค ภัทรศยา

เมื่อบุษบาบรรณหนีออกจากไร่ ดินแดนพยายามตามหาเธอทุกที่ที่คิดว่าจะไปแต่ยังไร้วี่แวว พ่อแม่พี่น้องของเขาต่างอยู่ไม่เป็นสุขที่เห็นเขาตกอยู่ในสภาพคนอมทุกข์ และไม่มีใครกล้าบอกไปทางพ่อแม่ของบุษบาบรรณเพราะกลัวเรื่องจะบานปลายไปกันใหญ่

ภูวดลขออนุญาตเอกภพให้บอลอยู่เป็นเพื่อนดินแดนไปก่อนแม้จะลาออกแล้ว เอกภพไม่ขัดข้องแต่ไม่วายพูดแก้เก้อว่าตามใจภูวดลเพราะเขาเป็นกรรมการผู้จัดการไร่ภูผา

เรื่องบอลกับฟ้าใสคบกัน เอกภพหวงและห่วงลูกสาวเพราะคิดว่าวัยยังไม่เหมาะสม แต่ถ้าสองคนทำได้ตามที่อักษรบอกคือต้องอยู่ในสายตาพ่อกับแม่ เอกภพก็พอหยวนๆให้ได้ ส่วนภูวดลกับสริยานั้นไม่มีอะไรต้องห่วง อยู่ที่ชาญชัยคนเดียวว่าจะไฟเขียวหรือยัง เพราะภูวดลเพิ่งพูดกับสริยาและจะให้พ่อของเขามาคุยกับพ่อของเธอให้เป็นเรื่องเป็นราว

ดินแดนไปเฝ้าหน้าบ้านอังคณาทุกคืนเพราะแน่ใจว่าบุษบาบรรณต้องมีการติดต่อเพื่อนคนนี้ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ สองคนคุยกันทางอีเมล แต่กระนั้นบุษบาบรรณก็ไม่ยอมบอกว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

วันหนึ่งพ่อแม่และน้องของบุษบาบรรณดั้นด้นมาถึงไร่ภูผาด้วยความคิดถึงเพราะระยะหลังมานี้เธอหายหน้าหายตาและไม่ได้ติดต่อกันเลย

ดินแดนปกปิดไม่ได้จำต้องพูดความจริงออกไป นฤมลแม่ของบุษบาบรรณโกรธมากเพราะการที่ดินแดนโกหกว่าเป็นหัวหน้าคนงานเหมือนดูถูกกันอย่างแรง

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูก ผมผิดเอง”

“กลัวขนาดนั้นจะคบกันทำไม ถึงครอบครัวเราจะจน แต่เราก็ไม่เคยโกงใครหรือขอใครกินนะ”

“เบาๆแม่มล ดังไปถึงเมืองกาญจน์แล้ว” กำนันปรามเมีย

“ไม่เบา ทำไมฉันจะต้องอาย ในเมื่อเขาดูถูกเราขนาดนี้ พี่กำนันเข้าข้างเขาทำไม”

“ไม่ได้เข้าข้าง”

“เป็นความผิดของผมเองที่ไม่ได้บอกบุษบา”

“แล้วตอนนี้บุษไปอยู่ที่ไหน เราจะติดต่อเขาได้ยังไง”

ดินแดนส่ายหน้าบอกว่าตนกำลังพยายามอยู่และสัญญาจะตามหาบุษบาบรรณให้เจอ ใบบัวคาดว่าพี่สาวตนคงโกรธมาก ถ้าไม่โกรธคงไม่หนีไปแบบนี้แน่

“คุณไม่น่าทำแบบนี้กับลูกสาวฉันเลย ฉันไม่เคยเลี้ยงลูกฉันให้คิดหวังแต่เงินทองของคนอื่น ทำแบบนี้มันดูถูกกันชัดๆ”

“ช่างเถอะแม่มล เรื่องมันแล้วไปแล้ว งั้นเราก็กลับกันดีกว่า”

“อย่าเพิ่งกลับเลยครับ อยู่พักผ่อนสักวันสองวันก่อน ให้หายเหนื่อยแล้วค่อยไปจะดีกว่า”

“จะอยู่ทำไม เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ลูกฉันก็ไม่อยู่ ฉันควรจะไปตามหาลูกสาวฉันไม่ดีกว่าหรือ ไปพ่อกำนัน กลับ...ไปใบบัว” นฤมลแว้ดใส่ดินแดนแล้วลุกขึ้นออกไปพร้อมใบบัว กำนันมองชายหนุ่มอย่างเห็นใจพูดเสียงเรียบว่า

“ฉันอยากจะบอกนายว่าฉันก็โกรธนะ แต่ฉันเชื่อว่านายคงรักลูกสาวฉันจริง ผู้ชายด้วยกันดูกันออก ฉันจะพูดอะไรสักอย่างนะนายดิน ถ้าผู้ชายอย่างเราจะรักผู้หญิงสักคนต้องรักอย่างหมดใจ อย่าไปกลัว อย่าไปกั๊ก อย่ากลัวพลาด อย่ากลัวผิดหวัง ท้ายที่สุดมันจะเป็นยังไงก็ตาม อย่างน้อยเราก็ได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ถ้านายอยากได้ใจของใครสักคน นายก็ต้องเอาใจของนายเข้าแลก เข้าใจไหม”

“ครับ” ดินแดนตอบรับหน้าเศร้า

เสียงนฤมลตะโกนเร่งกำนันอยู่ด้านนอก กำนันสะดุ้งรีบเดินตามเมียกับลูกแล้วเจอภูวดลกับสริยาที่กำลังรีบร้อนเข้ามา ภูวดลแนะนำตัวและขอโทษแทนน้องชาย นฤมลคอแข็งไม่รับคำขอโทษ แต่สริยาก็มีวิธีที่ทำให้นฤมลใจเย็นลงยอมอยู่ต่อเพื่อปรึกษากันตามหาบุษบาบรรณ แต่ยังไงก็ไม่ยอมพักที่ไร่ภูผา ขอไปหาโรงแรมแถวนี้อยู่เอง

“คุณลุงครับ ถ้าพักที่ไหนกรุณาบอกผมด้วยนะครับ นี่เป็นนามบัตรกับเบอร์โทร.ผมครับ ผมอยากอธิบายเรื่องราวต่างๆให้ทราบอย่างละเอียดน่ะครับ”

“ได้...ฉันก็อยากรู้เรื่องทุกอย่างเหมือนกัน”

หลังจากกำนันและลูกเมียออกไปแล้ว ภูวดลกำชับดินแดนว่าต้องรีบแก้ไขเรื่องนี้โดยเร็ว สริยาบอกว่าเธอพยายามช่วยอยู่ด้วยการส่งข่าวไปตามที่ต่างๆ ดินแดนขอบคุณสริยาและยังเชื่อว่าบุษบาบรรณต้องติดต่อมาทางอังคณาบ้าง เขาจะไปเฝ้าที่บ้านเธอเหมือนเดิม

ooooooo

บุษบาบรรณส่งข่าวบอกอังคณาว่าตนได้งานทำที่ไร่องุ่น ถึงจะอกหักรักคุดแต่ตนต้องทำงานต่อไป

“แล้วนี่แกบอกพ่อกับแม่หรือยัง”

“ยัง ฉันจะรอให้เข้าที่เข้าทางก่อนแล้วค่อยบอก เขาจะได้ไม่ตกใจหลายหน”

“ตามใจแก แต่ว่านายดินแดนเขามาเฝ้าที่หน้าร้านแล้วก็หน้าบ้านฉันแทบทุกคืนเลย แกไม่ใจอ่อนบ้างหรือ”

 “ไม่ ฉันไม่อยากพูดถึงเขา แกก็อย่าพูดเรื่องฉันให้เขาฟังนะ”

“แกจะหนีหายไปแบบนี้น่ะหรือ”

“ฉันไม่รู้ แต่ตอนนี้ฉันยังไม่พร้อมจะพูดถึงเขาอีก”

อังคณาหนักใจแทนเพื่อน เมื่อดินแดนมาเซ้าซี้ยิ่งกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ต้องโกหกเขาต่อไป ส่วนภูวดลก็ไปให้หมวดวุฒิช่วยตามหาบุษบาบรรณอีกแรงแต่ก็ยังไร้วี่แววอยู่ดี

ทางด้านพ่อกำนันเมื่ออยู่โรงแรมหลายวันแต่ยังไม่มีข่าวคราวของบุษบาบรรณ จึงเดินทางกลับบ้านด้วยรถทัวร์โดยไม่ยอมให้ดินแดนไปส่ง

อังคณาขับรถไปส่งพ่อแม่และน้องของบุษบาบรรณที่ท่ารถ เธอเห็นทุกคนแล้วอดสงสารไม่ได้จึงแอบโทร.หาบุษบาบรรณบอกให้โทร.หาพ่อแม่บ้าง ท่านเป็นห่วงมาก

บุษบาบรรณโทร.หาพ่อแต่ไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหน บอกแต่ว่าตนสบายดีและได้งานทำใหม่แล้ว ถ้าเข้าที่เข้าทางจะติดต่อมาอีกที...แค่นี้ก็ทำให้ทุกคนในครอบครัวของเธอเบาใจ...

ผ่านไปสามเดือนกว่าที่ดินแดนจมอยู่กับความทุกข์ใจ เขาปล่อยเนื้อปล่อยตัวหนวดเครารุงรังทำแต่งาน เสร็จงานก็นั่งซึมเศร้าคิดถึงความหลังขณะมีความสุข

ได้ใกล้ชิดหยอกล้อกับบุษบาบรรณ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเอาของไปส่งที่ร้านค้าในเมืองแล้วโดนรถชน บุษบาบรรณรู้ข่าวจากอังคณาก็แอบมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล แต่เวลานั้นดินแดนหลับสนิทจึงไม่รู้ว่าเธอมา

บุษบาบรรณยังมีความห่วงใยให้เขาอย่างเต็มเปี่ยม อวยพรให้เขาหายเร็วๆแล้วบอกลากลับออกมาหาอังคณาที่รออยู่ด้านนอก

“ทำไมเร็วนัก ได้พูดกันหรือเปล่า”

“เปล่า...เขาหลับ”

“ถ้าแกมาหาเขาแสดงว่าแกยังไม่ลืมเขา แล้วทำไมไม่เปิดโอกาสให้เขาคุยกับแก แกหนีเขาไปทำไม ฉันไม่คิดว่าแกจะจริงจังแบบนี้”

“ฉันจริงจัง ฉันไม่เคยมองความรักเป็นเรื่องล้อเล่น ถ้าเขาไม่เห็นคุณค่าของฉัน ฉันก็ไม่มีวันจะเดินกลับเข้ามาอีกเหมือนกัน”

“แต่แกทำแบบนี้ก็เท่ากับทำร้ายตัวเอง ฉันรู้ว่าแกยังรักเขา แล้วทำไมไม่ปรับความเข้าใจกัน ฉันทนเห็นแกทำร้ายตัวเองแบบนี้ไม่ได้หรอกนะบุษ...นี่แกจะใจแข็งไปถึงไหน”

“อย่าพูดอะไรอีกเลยอัง” บุษบาบรรณตัดบทแล้วเดินลิ่วออกไปทันที

ooooooo

ดินแดนโดนรถชนแต่ไม่เป็นอะไรมาก เมื่อคืนเขาหลับสนิทจึงไม่รู้ว่าบุษบาบรรณมาเยี่ยม กระทั่งตื่นเช้าเตรียมตัวกลับบ้านแต่ไม่เห็นสร้อยข้อมือที่เขาจำได้ว่าวางไว้บนเตียง แล้วพยาบาลเห็นมันไปวางอยู่บนโต๊ะ เขานิ่วหน้าแปลกใจ

“มันอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนี่คะ ฉันไม่ได้เก็บหรอกค่ะ”

“งั้นหรือ มีใครมาเยี่ยมผมหรือเปล่าครับตอนที่ผมหลับไปน่ะ”

“อ๋อ มีค่ะ ฉันเห็นมีผู้หญิงสวยๆคนหนึ่งเข้ามา”

ดินแดนนึกถึงบุษบาบรรณ รีบไปขอดูกล้องวงจรปิดเห็นเป็นเธอจริงๆ เขาไม่รอช้ามุ่งหน้าไปดักเจออังคณาที่บ้าน วิงวอนขอร้องจนเธออึดอัดลำบากใจ

“ได้โปรดเถอะคุณอัง...บุษบาอยู่ที่ไหน”

“ฉันไม่รู้”

“ผมรู้ว่าเขาไปเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล”

“แล้วไง”

“ได้โปรดเถอะคุณอัง ผมขอร้อง”

“นี่...เรื่องของคุณคุณก็ควรจะใช้ความพยายามเอาเองดีไหม แทนที่คุณจะมาขู่เข็ญฉันให้บอกว่าบุษอยู่ที่ไหน คุณควรคิดหาวิธีขอโทษเขาจะดีกว่ามั้ย ขอโทษมันยากเย็นแค่ไหนเชียว”

“คุณอังคณา...ผมจะขอโทษเขาได้ยังไงถ้าผมไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน”

“ที่ไหนๆ คุณก็เอาแต่ถามว่าที่ไหน ทำไมคุณไม่เลิกถามแล้วก็ลงมือทำเลย จะบอกให้นะ มันไม่สำคัญหรอกว่าบุษจะอยู่ที่ไหน สิ่งที่สำคัญคือความจริงใจของคุณต่างหากคุณดินแดน ถ้าบุษไปหาคุณที่โรงพยาบาลได้ เขาก็กลับมาหาคุณได้เหมือนกัน คุณเข้าใจที่ฉันพูดไหม”

ดินแดนจ๋อยสนิท กลุ้มหนักกับความใจแข็งของอังคณา

“คนที่ตั้งใจจริง สำนึกจริงๆว่าทำผิด เขาควรได้รับโอกาสที่สอง คุณจำไม่ได้หรือ คุณเป็นคนบอกกับบุษแบบนี้”

“แต่ผมสำนึก ผมเสียใจจริงๆ”

“ไม่ต้องมาบอกฉัน ไปบอกบุษโน่น”

อังคณากลับเข้าบ้านปิดประตูดังปัง ทิ้งให้ดินแดนยืนอึ้งคอตกอยู่ตรงนั้น...ที่แท้บุษบาบรรณซ่อนตัวอยู่ในบ้าน อังคณาพูดกับเพื่อนอย่างเหนื่อยใจว่า

“แกจะทำยังไงก็ทำ ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว”

บุษบาบรรณเหมือนจะใจอ่อน แต่ด้วยทิฐิที่มีอยู่มากทำให้ไม่ออกไปเจอเขา แต่แอบปาดน้ำตาด้วยความเศร้า ขณะที่ดินแดนเองก็เศร้าเสียใจไม่แพ้กัน

แต่เพราะยังมีความหวังเมื่อรู้ว่าบุษบาบรรณยังอยู่ใกล้ตัว ก็คาดหวังว่าวันหนึ่งเธอต้องกลับมา

เพราะความหวังนี้เองทำให้ดินแดนเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่จมอยู่กับความทุกข์อีกต่อไป ไม่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวเหมือนเดิมแต่กลับมาตั้งใจทำงาน ทุกคนในครอบครัวหรือแม้แต่คนงานต่างพากันดีใจ ให้กำลังใจ และช่วยกันภาวนาให้บุษบาบรรณกลับมาหาเขาในเร็ววัน

ooooooo

3 เดือนต่อมา...

ภูวดลชวนกึ่งบังคับดินแดนไปพบปัทมาเจ้าของไร่ตะวันที่อยู่ติดกับที่ดินแปลงสวย  ซึ่งไร่ภูผาประมูลมาได้ เพื่อผูกมิตรกันไว้ในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียงที่ต่อไปต้องพึ่งพาอาศัยกัน

สริยาเป็นเพื่อนกับปัทมาอยู่แล้วจึงไม่ใช่เรื่องยากที่ภูวดลกับดินแดนจะเข้าถึงตัวปัทมาได้โดยสะดวก แต่ทั้งหมดไม่มีใครรู้ว่าบุษบาบรรณมาเป็นผู้จัดการอยู่ที่นี่ ส่วนบุษบาบรรณติดต่อใบบัวเป็นระยะแต่ยังไม่ยอมให้น้องบอกพ่อแม่ว่าเธออยู่ที่ไหน

บอลได้ทุนเรียนต่อปริญญาโทด้านกฎหมายที่เมืองนอก เขารวบรวมความกล้ามาพูดกับเอกภพว่า

ถ้าตนเรียนจบขออนุญาตคบกับฟ้าใสในฐานะแฟน เอกภพไม่ดุสักนิดแถมใจดีให้ฟ้าใสไปเรียนกฎหมายด้วย แต่ไม่วาย กำชับว่าสองคนต้องทำตัวดีๆ อย่าทำอะไรที่ไม่เหมาะสม ซึ่งบอลรับปากแข็งขันว่าจะดูแลฟ้าใสอย่างดีและไม่ทำให้เอกภพผิดหวัง

ฝ่ายภูวดลก็มีเรื่องน่ายินดี ชาญชัยยอมยกสริยาให้แต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องดูแลลูกของตนให้ดี  ซึ่งแน่นอนว่าภูวดลทำได้แน่เพราะเขารักสริยามาก แล้วมาเร่งรัดขอเธอแต่งงาน อ้างว่าพ่อของเธออยากอุ้มหลานเร็วๆ

“แต่ถ้าเป็นไปได้พี่ก็อยากให้เรื่องของดินเรียบร้อยเสียก่อนนะ”

“ค่ะ ว่าแต่ว่าเราต้องรับผู้จัดการไร่มาช่วยแบ่งเบาดินนะคะ เขาจะได้ใช้เวลาไปตามหาคุณบุษให้ได้มากกว่านี้”

“พี่เห็นด้วย แต่ไม่รู้ดินจะเห็นด้วยหรือเปล่า”

“พี่ภูก็สกรีนรอบแรกแล้วกัน แล้วให้ดินเขาตัดสินใจอีกที”

“พี่ว่าคนคนนี้คงไม่ต้องให้ดินตัดสินใจหรอก เชื่อพี่สิว่าวันนี้จะมีแต่สิ่งดีๆ”

สริยาไม่เข้าใจ แต่พอภูวดลขยายความให้ฟังก็ยิ้มสบายใจ...แล้วเย็นนั้นภูวดลก็เรียกดินแดนมาพบที่สำนักงาน  บอกให้รู้ว่าเขาหาผู้จัดการไร่คนใหม่มาให้แล้ว

“ทำไมต้องรีบรับด้วยล่ะครับ”

“ก็พี่ภูเห็นดินเหนื่อยไงคะ เลยหาผู้ช่วยมาให้”

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมทำไหว” พูดจบดินแดนลุกขึ้นทันที

“ดิน...นายจะทรมานตัวเองไปถึงไหน”

“ผมจะรอบุษบา ผมเชื่อว่าเธอต้องกลับมา”

“แล้วถ้าบุษบาไม่กลับมาล่ะ” สริยาท้วงขึ้น

“ผมก็จะรอ”

“แต่พี่รับเขาเข้ามาแล้วนี่”

“ทำไมไม่ปรึกษาผมก่อน”

“ก็มันเป็นเรื่องงานนี่”

“นั่นสิ แล้วริยาก็ให้เขาไปพักและเก็บของที่บ้านพักผู้จัดการแล้วด้วย”

“ผมขอแล้วไงว่าที่นั่นยังไงก็ไม่ได้” ดินแดนชักสีหน้า ไม่พอใจแล้วเดินลิ่วออกไปทันที 

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงหน้าบ้านพักผู้จัดการ ดินแดนตะโกนเรียกข่อยลั่นไปหมด อยากรู้ว่าผู้จัดการคนใหม่อยู่บนบ้านหรือเปล่า

“อ๋อ ไม่อยู่ครับลูกพี่ เห็นบอกว่าจะเดินไปสำรวจไร่น่ะครับ”

“ไปบอกให้เขาเก็บของออกไปได้ ฉันไม่รับผู้จัดการไร่”

ข่อยยิ้มแหยๆ มองหน้าปูนที่ถางหญ้าอยู่ด้วยกันแล้วตอบเจ้านายว่า “ผมไม่กล้า”

“งั้นแกก็ไป...ไอ้ปูน”

“ผมก็ไม่กล้าเหมือนกัน”

“อะไรกันวะ น่าโมโห ฉันจัดการเองก็ได้...เขาไปทางไหน”

“เห็นว่าเดินไปทางแปลง K น่ะครับ”

ดินแดนเดินออกไปอย่างหงุดหงิด แต่ข่อยกับปูนยิ้มให้กันอย่างนึกสนุก...ที่แท้ผู้จัดการไร่คนใหม่คือบุษบาบรรณ นั่นเอง ดินแดนตื่นเต้นดีใจมากเมื่อเห็นเธอตัวเป็นๆ

ยืนอยู่ตรงหน้า เขาอุ้มเธอตัวลอยหมุนไปมาอย่างระงับอาการดีใจไว้ไม่อยู่

บุษบาบรรณกลัวล้มบอกให้เขาวางเธอลงและยอมรับว่าเธอยกโทษให้เขาแล้ว ดินแดนให้สัญญาว่าเขาจะไม่ทำให้เธอต้องเจ็บปวดอีก เพราะเขารักเธออย่างจริงใจและจะรักตลอดไป

หลังจากนั้นดินแดนจูงมือบุษบาบรรณมาพบพ่อแม่และพี่น้องของเขาที่บ้านใหญ่ซึ่งสริยาก็อยู่ด้วย อักษรเปิดประเด็นเสียจนดินแดนเก้อเขิน

“ตอนหนูไม่อยู่ตาดินตรอมใจแทบตาย คิดว่าจะไม่รอดซะแล้ว”

“แม่ครับ ไม่ขนาดนั้นหรอก”

“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย จริงไหมภู”

“ครับแม่ เสียดายผมน่าจะถ่ายคลิปตอนที่เจ้าดินจะเป็นจะตายเอาไว้ให้บุษบาดู”

“เอ้า รุมผมกันใหญ่เลยทั้งแม่ทั้งพี่ ได้โอกาสแล้วนี่ พ่อจะซ้ำผมอีกคนก็ได้นะ”

“ฉันซ้ำแกแน่เจ้าดิน ไว้หาโอกาสเหมาะๆก่อน แล้วนี่ตกลงหนูกลับมาทำงานแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ คุณภูบรรจุหนูให้เป็นพนักงานประจำแล้วค่ะ หนูต้องขอบพระคุณคุณเอกภพและคุณภูมากนะคะที่เมตตาและให้โอกาสหนูได้ทำงาน”

“เลิกเรียกฉันว่าคุณเอกภพได้แล้วหนู เรียกลุง

ดีกว่า หรือจะซ้อมเรียกพ่อก็ได้นะ อีกหน่อยก็จะแต่งงานกับลูกชายฉันแล้ว”

บุษบาบรรณก้มหน้าเขินอาย อักษรท้วงสามีว่าพูดอะไรไม่รู้ หนูบุษเขินแย่แล้ว

“ก็ผมพูดเรื่องจริง เอ้อ หนูบุษบาพาพ่อกับแม่มาเที่ยวไร่ภูผาสิลูก ครอบครัวเราจะได้รู้จักกันไว้ ฉันกับคุณษรจะได้ถือโอกาสคุยเรื่องของเจ้าดินกับหนูซะเลย”

ทุกคนในวงสนทนายิ้มชื่นมื่น ป้าสร้อยกับขมิ้นที่แอบส่องอยู่รอบนอกก็พลอยยินดีไปกับดินแดนด้วย

ooooooo

กำนันอภิชาติกับนฤมลเดินทางพร้อมใบบัวมาที่ไร่ภูผาด้วยความดีใจ บุษบาบรรณให้พ่อแม่และน้องพักที่บ้านเดียวกับเธอ นฤมลจากที่เคยขุ่นเคืองดินแดนก็เปลี่ยนท่าทีเป็นยินดีและยอมรับเขาในฐานะว่าที่ลูกเขย จนโดนสามีกระเซ้าว่าหลายอารมณ์จริงๆ

ใบบัวให้พี่สาวพาเที่ยวไร่ แต่ดินแดนเสนอตัวเป็นคนนำทัวร์เอง ทุกคนตื่นตาตื่นใจกับความกว้างใหญ่ของไร่องุ่นที่มีเนื้อที่พันกว่าไร่ เดินชมกันไปชิมองุ่นสดๆจากต้นกันไปอย่างเพลิดเพลิน

ตกเย็นดินแดนพาทุกคนมาพบพ่อแม่และพี่ชายของเขาที่บ้านใหญ่เพื่อให้สองฝ่ายทำความรู้จักกัน แต่แล้วเกิดเรื่องไม่คาดคิดเป็นที่น่าหนักใจ เพราะกำนันอภิชาติกับเอกภพรู้จักกันมาก่อนและเคยมีปัญหาในอดีตตอนเรียนประถมด้วยเรื่องแย่งจีบผู้หญิง

เมื่อสองคนเผชิญหน้า ต่างฝ่ายต่างพ่นน้ำลายใส่กันไฟแลบจนลูกเมียละเหี่ยใจห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เรื่องระหว่างดินแดนกับบุษบาบรรณที่กำลังจะลงเอยกันจึงมีอุปสรรคเสียแล้ว

ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย บุษบาบรรณรีบพาพ่อแม่กลับมาที่บ้านพัก แล้วช่วยกันกับแม่ซักถามเบื้องลึกเบื้องหลังระหว่างพ่อของเธอกับพ่อของดินแดนว่าทำไมถึงเป็นศัตรูกัน

“มันเคยแย่งแฟนพ่อตอนอยู่ ป.7 หน็อย! เป็นเพื่อนรักกันแท้ๆแต่แอบหักหลังเพื่อน ผู้หญิงก็ดันไปชอบมันอีก มันคงคิดว่ามันหล่อซะเต็มประดา...พ่อไม่ยอมให้แกแต่งงานกับลูกชายมันเด็ดขาด”

ขณะเดียวกันเอกภพก็กำลังก่นด่าอภิชาติอยู่ที่บ้านใหญ่

“มันอิจฉาที่พ่อหล่อกว่ามัน ผู้หญิงเขาเลิกกับมันแล้ว แต่มันหาว่าพ่อไปแย่งแฟนมัน ฮึ! ไอ้หน้าปลาจวด พ่อเกลียดไอ้ชาติ แกจะแต่งงานกับลูกสาวของคนที่พ่อเกลียดไม่ได้”

ดินแดน ภูวดล และอักษรมองหน้ากันเครียดๆ อักษรขอร้องเอกภพให้เห็นใจลูกบ้าง เรื่องของเขากับกำนันผ่านมาตั้งสี่สิบกว่าปีแล้ว ขอให้ลืมเสียเถอะ

“ผมลืมไม่ได้ ไอ้ชาติมันนิสัยไม่ดี ผมไม่ยอมเป็นดองกับมันเด็ดขาด”

“แต่ตาดินกับบุษบาก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลยนะ”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ก็เจ้าดินเป็นลูกผม”

“คุณภพ เราอายุปูนนี้กันแล้วนะคะ ปล่อยวางเถอะค่ะ คุณไม่สงสารลูกเหรอ”

“สำหรับเรื่องนี้ผมไม่ใจอ่อนง่ายๆหรอก อย่ามากล่อมผมซะให้ยาก”

ทางด้านกำนันอภิชาติก็เสียงแข็งเช่นกัน ประกาศว่าหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมให้บุษบาบรรณแต่งงานกับลูกชายของเอกภพ

“เวรกรรม! แก่จนหัวหงอกกันหมดแล้วยังจะขุดเอา เรื่องสมัยเด็กๆมาทะเลาะกันอีก กรรมของลูกมันจริงๆ”

“อย่าบ่น นอนได้แล้ว พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านแต่เช้า”

“พี่กำนัน ฉันขอร้องล่ะ พี่ไม่สงสารไอ้บุษมันเหรอ”

“นอนได้แล้ว เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก” กำนันตัดบทแล้วเมินหน้าหนี

ooooooo

ในเมื่อไม่มีใครกล่อมทั้งเอกภพและกำนันอภิชาติได้เลย ดินแดนจึงใช้วิธีของตัวเองด้วยการบอกให้บุษบาบรรณโกหกว่าเธอท้อง

กำนันได้ฟังในเช้าวันรุ่งขึ้นถึงกับอึ้งกิมกี่ ถามแล้วถามอีกว่าลูกท้องแน่หรือ

“จ้ะพ่อ”

“โอ๊ย เวรกรรม! จะมาเกิดอะไรตอนนี้วะเนี่ย”

“พี่กำนัน...พูดแบบนี้ได้ยังไง เด็กที่อยู่ในท้องไอ้บุษมันหลานเรานะพี่ เด็กที่มาเกิดเขามีบุญ ถือเป็นเรื่องมงคล”

“แล้วทีนี้จะทำยังไงกัน โอ๊ย...กลุ้มเว้ย”

บุษบาบรรณแอบมองพ่อแล้วแสร้งบีบน้ำตา เล่นละครฉากใหญ่

“พ่ออย่ากลุ้มไปเลย ยังไงบุษก็ต้องกลับบ้านกับพ่อ โถ...ลูกแม่ช่างอาภัพเหลือเกิน หนูต้องเกิดมาเป็นลูกที่ไม่มีพ่อ อย่าโกรธแม่นะลูก ก็คุณตาเขาไม่ยอมให้แม่แต่งงานกับพ่อ”

“อย่าร้องไห้สิลูก นี่ฉันต้องยอมไอ้เอกภพใช่ไหมแม่มล”

“ก็ถ้าอยากให้หลานมันมีพ่อ พี่กำนันก็ต้องยอม พี่อยากให้หลานเป็นเด็กกำพร้าพ่อหรือเปล่าล่ะ”

กำนันนิ่งคิด ไม่มีท่าทีดึงดันสักนิด บุษบาบรรณแอบยิ้มอย่างมีชัย

ฝ่ายเอกภพก็ตระหนกตกใจไม่แพ้กำนันอภิชาติ เมื่อดินแดนมาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ

“อะไรนะ บุษบาท้อง!”

อักษรกับภูวดลอยู่ด้วยต่างมองดินแดนอย่างประหลาดใจ ขณะที่เอกภพยังคงโวยวายต่อไปอย่างไม่สบอารมณ์

“โอ๊ย...ทำไมเป็นแบบนี้ ท้องได้ยังไง”

“ก็ถามตาดินสิคะ ว่าบุษบาท้องได้ยังไง”

“แล้วทีนี้จะทำยังไงล่ะคุณษร”

“ก็ไม่ต้องทำอะไรหรอกค่ะ ปล่อยให้บุษบากลับไปกับพ่อแม่เขา...ก็จบ”

“ทำแบบนั้นได้ยังไง เด็กในท้องบุษบามันเป็นหลานเรานะคุณ”

“ก็ถ้าอยากได้หลาน คุณก็ต้องยอมให้ตาดินแต่งงานกับบุษบา”

“ผมรู้ว่าพ่อลำบากใจ ผมไม่แต่งกับบุษบาก็ได้ครับ”

“เฮ้ย! ไม่ได้ ต้องแต่ง หลานมันต้องมีพ่อ...เฮ้อ! ไอ้ชาติ นี่ฉันต้องมีหลานร่วมกับแกเหรอวะเนี่ย”

ดินแดนแอบยิ้ม ภูวดลจับตามองน้องชายอย่างรู้ทัน ขยับมากระซิบใกล้ๆว่า “ไอ้เจ้าเล่ห์!”

ooooooo

ภูวดลกับสริยาแต่งงานก่อนดินแดนกับบุษบา-บรรณ แล้วพากันไปที่น้ำตกซึ่งเป็นสถานที่ที่สริยาเคยบอกว่าอยากให้ภูวดลพาไปเที่ยวอีก สองคนให้คำมั่นสัญญาต่อกันว่าจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป

ถึงวันแต่งงานระหว่างดินแดนกับบุษบาบรรณซึ่งจัดขึ้นอย่างอบอุ่นเป็นกันเองในไร่ภูผา บ่าวสาวอยู่ในชุดสุดหล่อสุดสวย ห้อมล้อมไปด้วยคนในครอบครัว เพื่อนฝูง และพนักงาน บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความสุข

อังคณามาอวยพรเพื่อนรักและฝากดินแดนดูแลเพื่อนของตนด้วย

“ผมสัญญาครับว่าจะดูแลบุษบาให้ดีที่สุด...ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคุณอัง”

อังคณาซาบซึ้งและดีใจแทนเพื่อนจนน้ำตาซึม หมวดวุฒิเพื่อนสนิทของดินแดนที่ยืนอยู่ใกล้ๆยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ด้วยท่าทีสุภาพ อังคณายิ้มเขินก่อนจะรับมาพร้อมกล่าวคำขอบคุณ

“ผมชื่อวุฒินะครับ”

“อังคณาค่ะ”

หนุ่มสาวแย้มยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร...อีกมุมหนึ่งเอกภพกับกำนันอภิชาติยืนอยู่ท่ามกลางอักษร นฤมลและใบบัว

“ไอ้ภพ! ถ้าลูกชายแกไม่ดูแลลูกสาวฉัน ฉันจะเตะมันให้น่วม”

“ถ้ามันงี่เง่ากับหนูบุษขนาดนั้น จัดไป ฉันจะช่วยแกเอง”

ว่าแล้วสองศัตรูในอดีตก็ตีมือกัน กลับมาปรองดองกันได้เพราะเห็นแก่หลานที่กำลังจะเกิดมา อีกสามคนที่ยืนลุ้นต่างลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

ส่วนเจ้าบ่าวเจ้าสาวกะหนุงกะหนิงกันอยู่อีกทาง บุษบาบรรณแปลกใจที่ดินแดนเดินนำมาหยุดตรงหน้ารถอีแต๊กที่ตบแต่งจนสวยแปลกตา

“นี่อย่าบอกนะว่าคุณจะให้ฉันนั่งรถอีแต๊กไป”

“อ้าว...เราจัดงานในไร่ก็ต้องไปรถอีแต๊กนี่แหละ ผมว่ามันโอเคนะ”

บุษบาบรรณนึกถึงวันแรกๆที่มาทำงานที่ไร่ภูผา ดินแดนพาเธอนั่งรถอีแต๊กจนหัวสั่นหัวคลอนแล้ว

ยังแกล้งเธออีกต่างๆนานาทำตัวเป็นหัวหน้าคนงานจอมโหด

“ฮึ! อีตาโหด แกล้งฉันได้แม้กระทั่งวันแต่งงาน”

“รีบไปเถอะครับ ทุกคนเขารอดูอยู่นะ”

ดินแดนอุ้มบุษบาบรรณขึ้นไปนั่งท้ายกระบะรถอีแต๊กก่อนจะขับเคลื่อนออกไปท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องของทุกคนในงาน

รถอีแต๊กสุดเท่ขับโดยเจ้าบ่าวสุดหล่อแล่นเข้าไปจอดในไร่องุ่น บุษบาบรรณเอ่ยขึ้นอย่างนึกได้

“ฉันเพิ่งรู้จากพ่อว่านายไปซื้อที่ดินคืนให้พ่อ แถมยังไถ่ถอนบ้านออกมาจากแบงก์อีก นายไม่ควรทำแบบนี้”

“ควรสิบุษบา คนรักกันก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อย่าคิดมากสิ”

“ไม่คิดไม่ได้หรอก ฉันไม่อยากให้นายมองว่าฉันเป็นผู้หญิงหิวเงิน”

“เลิกพูดคำนี้ได้แล้วครับ ผมเข้าใจคุณทุกอย่างแล้ว”

ดินแดนรับเธอลงมาจากรถแล้วสวมกอด “ผมรักคุณนะบุษบา”

“รู้แล้ว” เธอตอบกวนๆ

“รู้แล้วต้องทำยังไง มาให้ผมจูบซะดีๆ”

เขาก้มหน้าลงมาจะจูบแต่เธอรีบเอามือกันไว้

“จำได้ไหม นายเคยถามฉันว่าถ้าต้องเลือกระหว่างคนจนกับคนรวยที่รักฉัน ฉันจะเลือกใคร”

“จำได้...แล้วคุณเลือกใครล่ะ”

“ฉันจะเลือกคนที่ฉันรัก ไม่สำคัญว่าคนคนนั้นจะรวยหรือจน แต่เขาจะต้องเป็นคนที่ฉันรัก...ฉันรักนายนะนายดินแดน”

ดินแดนยิ้มกว้างพอใจในคำพูดหนักแน่นนั้นของเธอ

“ว่าแต่...นายยังอยากจูบฉันหรือเปล่า”

ดินแดนไม่ตอบ แต่ดึงบุษบาบรรณมาจูบอย่างดูดดื่มท่ามกลางแสงอาทิตย์สุดท้ายที่กำลังจะลับหายไปจากขอบฟ้า

ooooooo

–อวสาน–


ละครเล่ห์รักบุษบา ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านเล่ห์รักบุษบา ติดตามเล่ห์รักบุษบา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ไมค์ ภัทรเดช , พีค ภัทรศยา 24 พ.ย. 2561 09:06 2018-11-26T00:55:24+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ