ข่าว

วิดีโอ



เล่ห์รักบุษบา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมาดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สรรพชัย เกิดอุทัย / วรวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์

กำกับการแสดงโดย: ต่อพงศ์ ตันกำแหง

ผลิตโดย: บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ไมค์ ภัทรเดช , พีค ภัทรศยา

บุษบาบรรณเพิ่งจะปรับความเข้าใจกับดินแดนได้ไม่กี่วัน...เช้าวันนี้ภูวดลก็เข้ามาจีบเธอด้วยการนำดอกไม้มาให้และพูดตรงๆว่าเราน่าจะเปิดใจลองคบกัน เล่นเอาเธองงไปหมด เพราะวันก่อนเขายังบอกให้เธอเปิดใจกับดินแดน

“ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว เอาเป็นว่าฝากให้คุณบุษบาคิดดูด้วยนะครับ”

ภูวดลทิ้งท้ายอย่างหนักใจ ไม่ทันจะผละไปก็เจอดินแดนขับรถเข้ามาจอด น้องชายมองพี่ชายด้วยความสงสัยว่ามาทำไมที่นี่ทั้งที่ป่านนี้เขาน่าจะเข้าออฟฟิศได้แล้ว ภูวดลบอกว่าตนมีธุระกับบุษบาบรรณแต่กำลังจะกลับ

พอดีมีโทรศัพท์เข้ามาขัดจังหวะ ภูวดลจึงขอตัวไปทันที เอกภพเรียกภูวดลมากำชับอีกครั้งให้เขาแยกบุษบาบรรณออกจากดินแดนพร้อมพูดกดดันอย่างหนักว่าเขาคงไม่ทำให้พ่อผิดหวัง

ภูวดลอึดอัดใจมากแต่จำใจรับปากพ่อผู้มีพระคุณ ส่วนฟ้าใสกับบอลที่เอกภพยังไม่รู้ว่าเป็นแฟนกัน สองคนแอบพบกันบ่อยในไร่องุ่น แต่วันนี้ฟ้าใสอยากไปเที่ยวนอกไร่จึงคะยั้นคะยอบอลออกไปจนได้

ฟ้าใสสนุกมากแต่บอลห่วงงานอยากรีบกลับเร็วๆ ฟ้าใสเอาแต่ใจชวนเขาเที่ยวเล่นและถ่ายรูปต่อไปโดยไม่รู้ว่ารูปถ่ายบางรูปมีสราญฉัตรกับโภคินที่นัดพบดนัยร่วมเฟรมไปด้วย

โภคินพาสราญฉัตรมาแนะนำตัวกับดนัยเพื่อร่วมกันวางแผนทำลายชื่อเสียงไร่ภูผาของเอกภพ สราญฉัตรเห็นแก่เงินจึงรับปากจะหาหนทางทำงานให้สำเร็จ

ฟ้าใสทำให้บอลเดือดร้อนเพราะพากันหายไปทั้งวันงานการไม่ทำ ที่สำคัญเอกภพไม่พอใจอย่างมากที่บอลหรือที่รู้จักในชื่อเบิ้มทำตัวสนิทสนมกับลูกสาวตน จึงเรียกเขามาซักไซ้ไล่เลียงจะเอาผิด และความลับเรื่องสองคนเป็นแฟนกันเกือบแตกถ้าดินแดนไม่เข้ามาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้บอลยังคงได้ฝึกงานในไร่ต่อไป

ooooooo

คืนหนึ่งภูวดลมาพบดนัยที่บ้านพร้อมเอกสารแผนการตลาดของไร่ภูผา ดนัยพอใจมากชวนลูกชาย ดื่มไวน์ด้วยกัน แต่ภูวดลบอกว่าตนเตรียมมา

“ผมคิดว่าพ่อควรจะต้องลองไวน์ของไร่อื่นดูบ้าง”

“ทำไม ไวน์ของไร่ภูผาดีกว่าไร่ของฉันยังไง”

“ถ้าพ่อไม่ลอง พ่อจะรู้ได้ยังไง” ภูวดลส่งแก้วไวน์ของตัวเองให้ดนัย

“ทำไมแกไม่ลองของฉันบ้างล่ะ”

“ไวน์ของไร่ม่านฟ้าทำจากองุ่นพันธุ์ชีราสเหมือนกับที่ไร่ภูผา ต่างกันตรงที่ไวน์ของม่านฟ้าบ่มในถังสเตนเลส แต่ไวน์จากไร่ภูผาบ่มในถังไม้โอ๊ก ไวน์จะให้รสชาติที่คล้าย แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือกลิ่นบ่มที่เกิดจากถังไม้โอ๊ก ซึ่งเลียนแบบไม่ได้ ไวน์ของปีที่แล้วจะออกหวานกว่าปกติเล็กน้อยเป็นเพราะอากาศร้อนทำให้องุ่นสุกเร็ว ดังนั้นไวน์ขวดนี้จะให้รสหวาน แต่ไม่หอมเท่า...”

“พอๆๆ ฉันไม่ต้องการให้แกมาวิเคราะห์เรื่องไวน์ของฉัน”

“สิ่งที่พ่อไม่มีคือความอดทน พ่อใช้คนงานทำแต่พ่อไม่เคยซื้อใจคนงาน ปัญหาของไร่ม่านฟ้าคือหาคนที่ไว้ใจไม่ได้ ถึงตรงนี้ไม่ว่าพ่อจะได้แผนการตลาดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร” 

“ทำไมแกถึงไม่มาช่วยฉัน ไปช่วยไอ้เอกภพมันทำไม มันก็มีลูกของมันอยู่ แกอยู่ตรงนั้นก็เป็นแค่ส่วนเกิน เหมือนหมาที่ซื่อสัตย์ แต่ยังไงก็เป็นแค่หมา”

“ผมเป็นอะไรก็ได้ในสายตาคุณเอกภพ แต่ผมเป็นลูกของแม่ และผมจะไม่ยอมให้แม่ต้องเดือดร้อนเด็ดขาด”

ภูวดลประกาศแล้วลุกขึ้นเดินไป ดนัยเจ็บใจ จุดไฟเผาเอกสารที่ได้มาจนมอดไหม้

“ให้มันรู้ไปว่าฉันจะดึงแกมาไม่ได้...ไอ้ภู”

จากนั้นดนัยโทร.หาโภคิน สั่งงานใหม่ให้ทำเพื่อเป็นการแก้ตัวกับผลงานที่ผิดพลาดในครั้งก่อน

ฝ่ายภูวดลที่กลับเข้าบ้านค่อนข้างดึกด้วยสีหน้าวิตกกังวลจนคนเป็นแม่เห็นแล้วสงสัย แต่ซักถามก็ได้คำตอบที่รู้ว่าลูกเลี่ยงไป

“ผมไปธุระมาครับ”

“ภูโกหกแม่...ทุกครั้งที่ภูโกหก ภูจะหลบตาแม่ แล้วก็ไม่ยอมตอบคำถามแม่เสมอ ตั้งแต่เล็กจนโต”

“ผม...ไปหาพ่อมาครับ”

“แม่ไม่ว่าหรอกนะถ้าภูจะไปหาเขา ถึงแม้ว่าใจจริงแม่ไม่อยากให้ลูกไปวุ่นวายกับคนแบบนั้นอีก แม่เข้าใจ สายใยระหว่างพ่อลูกคงตัดกันได้ยาก แต่แม่กับคุณดนัยคงไม่กลับไปเจอกันอีก ไม่ใช่แม่โกรธแค้นเรื่องเก่าๆหรอกนะ แต่แม่คิดว่าทุกอย่างมันควรจบได้แล้ว แม่ไม่อยากต่อเวรสร้างกรรมกับใครอีก”

“ผมก็อยากให้พ่อคิดได้แบบเดียวกับแม่”

“นี่ภูหมายความว่าเขายังไม่ยอมลดละเรื่องที่จะต้องแก้แค้นอีกหรือ”

“ผมไม่รู้ แต่ผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อหยุดพ่อ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะยับยั้งได้มากน้อยแค่ไหน”

“โธ่...ภูลูกแม่ ลูกไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้เลย ไม่เกี่ยวกับภู ไม่ใช่ความผิดของภู ถ้าคุณดนัยจะโกรธก็ต้องโกรธแม่”

“ผมปล่อยให้พ่อทำแบบนั้นไม่ได้ คนในไร่ภูผาคือครอบครัวของผม”

“ถ้ามีอะไรที่แม่พอจะช่วยได้ลูกต้องบอกแม่นะ”

“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ ผมคิดว่าผมจัดการได้” ภูวดลตัดบททั้งที่หนักใจเป็นที่สุด

ooooooo

หลังรับคำสั่งจากดนัยเมื่อคืน โภคินรีบติดต่อสราญฉัตรให้ทำงานเพื่อเงินก้อนใหญ่แลกกับการทำลายชื่อเสียงของไร่ภูผาให้ป่นปี้

เพียงเช้าวันถัดมาในโลกโซเชียลก็มีประเด็นว่าไร่ภูผารุกที่ป่าสงวน องุ่นมีสารพิษตกค้าง สินค้าด้อยคุณภาพ ล้วนแต่เป็นข่าวแย่ๆดิสเครดิตทั้งสิ้น 

ภูวดลจึงเรียกประชุมพนักงานเป็นการด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

“ข่าวลวงทั้งนั้น นี่มันกลั่นแกล้งกันชัดๆ พิมโทร.แจ้งความแล้วนะคะ ถ้ารู้ว่าใครทำพิมจะฉีกเนื้อเอาเกลือทา เอากระดูกมาบดทำขนมปัง”

“อุ๊ย คุณพิมก็โหดนะคะ”

“ดูที่มันทำสิคะ เลวที่สุด พิมรับไม่ได้จริงๆ”

“ชื่อเสียงของไร่เราเสียหายมาก เราคงต้องหาทางแก้ข่าว แต่ก็ยาก”

“ใช่ กว่าจะสาวถึงตัวต้นตอ ลูกค้าของเราคงหนีกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว”

“บุษว่าเวลานี้เราไม่ควรจะหาต้นตอนะคะ เราอาศัยกระแสพวกนี้สร้างข่าวโปรโมตไร่ของเราจะดีกว่า เราควรฉวยโอกาสที่ใครๆก็สนใจเรื่องไร่ของเราโปรโมตไร่ไปซะเลย แล้วค่อยจัดอีเวนต์แถลงข่าว ตอนนี้เราก็เอาข้อเท็จจริงมาว่ากันดีไหมคะ”

“ดีนะคะ จัดงานที่ไร่ภูผานี่แหละ หน้าหนาวแบบนี้อากาศดี เชิญชวนให้คนมาเที่ยวไร่ภูผา มาชิมองุ่นสดๆ ปลอดสารจากต้น มาพักรีสอร์ตของไร่ภูผา ได้เห็นกรรมวิธีในการผลิตต่างๆ เชิญนักข่าวมาด้วย เอาข่าวดีๆกลบข่าวแย่ๆ”

“เราน่าจะมีผลิตภัณฑ์จากองุ่นให้ชิมและขายในงานด้วยนะคะ อย่างเช่นวุ้นองุ่น ไอศกรีมองุ่น พายองุ่น คุกกี้องุ่น เค้กองุ่น องุ่นกวน น้ำสลัดองุ่น”

“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เห็นผู้หญิงอยู่ด้วยกันแล้วพูดจาเชิงสร้างสรรค์ก็เป็นด้วย” ดินแดนแซวพิม บุษบาบรรณ และสริยาที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

“นั่นแสดงว่านายรู้จักผู้หญิงน้อยไปน่ะสิ” พูดแล้วบุษบาบรรณหันไปยิ้มกับสริยา

“โอเค ผมเห็นด้วย งั้นเรามาลงในรายละเอียดงานกันเลยดีกว่า” ภูวดลกระตือรือร้น

พิมให้ตามสราญฉัตรมารับรู้ด้วยเพราะต้องใช้พีอาร์ช่วยโปรโมตงานเพื่อเรียกคนมางานให้มากที่สุด ดินแดนเสริมว่าถึงตอนนั้นเราค่อยให้ข้อเท็จจริงกับทุกคน...

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ดินแดนกับบุษบาบรรณกลับเข้าไปในไร่องุ่นเจอบอลรอคอยด้วยความกระวน กระวาย

“พี่ดินครับ เป็นยังไงบ้าง มีอะไรให้ผมช่วยบอกได้เลยนะครับ”

“รู้เรื่องแล้วหรือ”

บอลพยักหน้า เปิดโทรศัพท์ส่งให้ดินแดนดู 

บุษบาบรรณขยับเข้ามา ดินแดนดูเสร็จก็ส่งให้เธอดูต่อ

“จริงสิ ฉันน่าจะรู้ว่ายัยฟ้ารู้ นายก็ต้องรู้”

“มีอะไรที่พี่คิดว่าผมทำได้บอกเลยนะครับ ผมอยากช่วย ผมไม่อยากให้ไร่ภูผาเสียชื่อเสียงแบบนี้”

“ห่วงไร่หรือเป็นห่วงยัยฟ้ากันแน่”

บอลตอบเขินๆว่าทั้งสองอย่าง...บุษบาบรรณเปิดดูรูปในโทรศัพท์ของบอลอย่างเพลิดเพลิน เจอรูปคู่ที่เพิ่งถ่ายเมื่อวันก่อนก็อดแซวไม่ได้

“ดูสวีตกันจังเลยนะรูปนี้ นี่ใช่ไหมที่นายโดนจับได้ว่าพาฟ้าใสไปเที่ยว”

“คุณนี่ก็ซนนะ ไปเที่ยวดูรูปในโทรศัพท์เขาทำไมกัน”

โดนดินแดนบ่น บุษบาบรรณยิ้มแหะๆ บอกว่าเป็นนิสัยผู้หญิง แต่มือยังไม่หยุดเลื่อนดูรูปต่อไป กระทั่งสะดุดตากับรูปที่ด้านหลังมีโภคินกับสราญฉัตรติดมา เธอนิ่วหน้าสงสัยแต่พอดินแดนถามว่ามีอะไรก็รีบยิ้มกลบเกลื่อน แล้วถามบอลว่าถ่ายรูปที่ร้านไหน ร้านสวยจัง

“อ๋อ ถ่ายเมื่อวานครับ ฟ้าใสเขาถ่ายร้านในเมืองไว้ ถ้าพี่บุษสนใจผมจะพาไป”

บุษบาบรรณยิ้มรับ ส่งโทรศัพท์คืนบอล พอดินแดนเดินนำออกไป หญิงสาวก็กระซิบถามบอลว่า

ไอจีของฟ้าใสชื่ออะไรพี่จะได้ตามบ้าง บอลบอกให้ด้วยความเต็มใจ

ooooooo

งาน “องุ่นในลมหนาว” ของไร่ภูผาเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทันใจเพื่อสยบข่าวแง่ลบทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ดินแดนและทุกคนช่วยกันเนรมิตงานให้ออกมาสวยงามท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็นกำลังดี ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนที่ทยอยเข้ามาเที่ยวชมและชิมผลิตภัณฑ์จากองุ่นอย่างไม่ขาดสาย

บรรยากาศในงานคึกคัก บนเวทีเล็กๆ บอลเล่นกีตาร์ขับกล่อมเสียงเพลงไพเราะ ฟ้าใสยืนยิ้มชื่นชมและแอบส่งสายตาหวานๆให้กันเป็นระยะ

บุษบาบรรณกับอังคณาช่วยกันแจกโบรชัวร์และของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ 

แต่พออังคณาหันไปเห็นสราญฉัตรก็ของขึ้นทันที เพราะเคยมีเรื่องกันมาแล้วครั้งหนึ่งที่บ้านพักของบุษบาบรรณ

“ใครจุดธูปเชิญเธอมามิทราบ” สราญฉัตรที่มากับแตนเปิดฉากหาเรื่องอังคณาก่อน

“อย่างฉันคงต้องใช้ธูป 16 ดอก เพราะเป็นนางฟ้า แต่อย่างเธอคงจุดธูปแค่ดอกเดียวเพราะเป็นผีเน่า”

“กรี๊ดดดดดด...นังบ้า!”

“เบาๆสิฉัตร ไม่อายคนอื่นหรือไง” แตนกระซิบเตือน

“ก็มันด่าฉัน...หัดดูแลเพื่อนเธอมั่งนะบุษบา ปากมอมอย่างงี้ควรจะหาตะกร้อมาครอบปาก”

“เธอเองก็เหมือนกัน หัดดูแลหมาที่เลี้ยงไว้ในปากให้ดีๆ อย่าปล่อยให้มันเที่ยวมาเห่าคนอื่นแบบนี้”

“นังบุษบา! แก...” สราญฉัตรโมโหทำท่าจะเข้าไปเล่นงานบุษบาบรรณ แต่โดนอังคณาเงื้อหมัดสกัดเลยหยุดชะงัก

“ทำอะไรอย่าคิดว่าไม่มีใครรู้ ระวังไว้ให้ดีเถอะ กรรมจะตามสนอง”

“เวรกรรมหน้าตาเป็นยังไง ฉันไม่รู้จัก แต่ฉันรู้ว่าอดีตเป็นยังไง อย่าลืมสิ ใครๆก็มีอดีต...ถ้าเธอยังงี่เง่าอวดดีใส่ฉัน ฉันจะแฉอดีตของเธอให้คนที่นี่รู้ ดูซิว่าเธอยังจะปั้นหน้าแอ๊บแบ๊วใสซื่ออยู่อย่างนี้ได้มั้ย”

ท้ายประโยคสราญฉัตรกระซิบเสียงแผ่วกับบุษบาบรรณแล้วยิ้มอย่างเหนือกว่า แตนเหลียวหน้าเหลียวหลังไม่ทันฟัง เห็นพิมเดินมาก็รีบดึงสราญฉัตร

“ไปได้แล้วฉัตร คุณพิมมาโน่นแล้ว”

พิมปรี่มาอย่างเร็ว “สราญฉัตร แตน...นี่มันกี่โมงแล้ว ทำไมมาสายอย่างงี้ ไปเลย นักท่องเที่ยวจะกลับกันหมดแล้ว เดี๋ยวก็ตลาดวายหมดหรอก”

“ฉัตรแค่แวะทักทายคุณบุษน่ะค่ะ ฉัตรว่าเราไปต้อนรับนักท่องเที่ยวทางโน้นดีกว่า ทางนี้ปล่อยให้พวกแรงงานเขาทำกันไปนะคะ”

สราญฉัตรยิ้มเยาะบุษบาบรรณกับอังคณาแล้วเดินตามพิมไป


“นังบ้า! เจอหน้าก็ตั้งท่าจะกัด” อังคณาบ่นฉุนๆ

“อย่ามีเรื่องน่าอัง งานนี้ฉันขอ” บุษบาบรรณมีแววกังวลใจเรื่องอดีตที่สราญฉัตรพูดทิ้งเอาไว้

สองสาวเริ่มทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่อไป แต่ก็เกิดปัญหาเมื่อมีกลุ่มชาวจีนเข้ามาชมงานแล้วบุษบาบรรณกับอังคณาสื่อสารไม่ได้ โชคดีที่ดินแดนเข้ามาช่วยเหลือ เขาพูดภาษาจีนคล่องมากก่อนจะพาชาวจีนกลุ่มนั้นเข้าไปชมไร่องุ่นและชิมผลองุ่นสดๆ พร้อมกับให้ข้อมูลที่เป็นจริง

ช่วงหนึ่งที่อังคณาขอตัวไปห้องน้ำ บุษบาบรรณนั่งพักอยู่คนเดียว โภคินถือโอกาสเข้ามาทักทายแต่อดีตคนรักชักสีหน้าใส่ไม่อยากพูดคุยด้วย ถามห้วนๆว่ามาทำไม

“อย่าลืมสิ ผมเป็นลูกค้าชั้นดีของไร่ภูผา”

“ชั้นเลวสิไม่ว่า”

“บุษ! เมื่อไหร่คุณจะหายโกรธผมซะที”

บุษบาบรรณหันหลังจะเดินหนี โภคินคว้ามือเธอไว้ทันที...สองคนยื้อยุดกันไปมากระทั่งอังคณากลับมาเห็น

“ปล่อยเพื่อนฉันนะนายโภคิน”

“เธอเกี่ยวอะไรด้วย อย่าแส่”

“แกนั่นแหละแส่ ที่ผ่านมาแกยังเลวไม่พอใช่มั้ย รีบไปให้พ้นเลยก่อนที่ฉันจะลากไส้แกออกมาแฉ”

“อยากแฉก็แฉเลย ดีสิ คนจะได้รู้ว่าผมกับบุษบาเคยเป็นอะไรกันมาก่อน”

“แกมันบ้าไปแล้ว ไอ้สารเลว”

อังคณาด่าอย่างเหลืออด ดินแดนเห็นโภคินจึงตรงดิ่งเข้ามาอย่างร้อนใจ อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่มีอะไรหรอกคุณดินแดน แค่ผมรู้สึกว่าพนักงานของที่นี่ดูแลต้อนรับลูกค้าคนสำคัญอย่างผมแย่ไปหน่อย”

“ผมว่าก็คงต้องดูด้วยนะครับว่าเป็นลูกค้าประเภทไหน”

“หมายความว่าไง”

“ก็หมายความตามที่พูดนั่นล่ะครับคุณโภคิน”

“มันจะมากไปแล้วไอ้ดินแดน” โภคินคว้าคอเสื้อดินแดนแล้วทำท่าจะชกต่อย ซึ่งดินแดนก็ตั้งท่าสู้ไม่ยอมเช่นกัน บุษบาบรรณเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าห้าม

“อย่านะ อย่ามีเรื่องกันเลย...นายดินที่นี่ไร่ภูผานะ คนตั้งเยอะ นักข่าวด้วย”

ดินแดนชะงัก ขณะที่โภคินก็ยอมปล่อยมือแล้วเดินจากไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน...เมื่อดินแดนตั้งคำถามกับบุษบาบรรณว่ารู้จักโภคินด้วยหรือ อังคณาเกือบหลุดปากว่าเขาเคยหลอกเอาเงินเพื่อนตนไป ดีที่บุษบาบรรณ ยับยั้งเอาไว้ทันเพราะกลัวความลับแตก อังคณาเลยต้องแต่งเรื่องแก้ตัวใหม่

“คือ...มันเคยจีบยัยบุษน่ะค่ะ แต่ยัยบุษไม่เล่นด้วย เพื่อนๆก็แอนตี้กันทั้งกลุ่ม”

“เคยจีบ! มิน่าล่ะมันถึงได้ชอบมาตอแยคุณบ่อยๆ”

“คนอะไรหน้าไม่อาย ชอบมาเซ้าซี้ คนเขาเกลียดยังชอบมายุ่ง”

“ไม่เคยเห็นคุณบอกผมเรื่องนี้เลย”

บุษบาบรรณอึกอักตอบไม่ถูก อังคณาชิงพูดเสียเองว่า “เรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ต้องรายงานกันด้วยเหรอคะ”

ดินแดนมองท่าทีของบุษบาบรรณรู้สึกว่าต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ๆ

“เดี๋ยวอังกับยัยบุษขอตัวก่อนนะคะ เมื่อครู่เห็นคุณพิมตามหาอยู่” อังคณาตัดบทลากเพื่อนรักออกไปอีกทาง บุษบาบรรณโล่งอกแต่ก็อดบ่นไม่ได้ว่าอังคณาเกือบทำความลับแตก “โทษทีเพื่อน ก็ฉันโมโหอ่ะ เห็นหน้าไอ้โภคินแล้วมันปรี๊ด”

ooooooo

อีกมุมภายในงาน สราญฉัตรทำหน้าที่พีอาร์นำนักข่าวกลุ่มหนึ่งเข้ามาหาภูวดลที่กำลังตรวจความเรียบร้อย

“คุณภูคะ พี่ๆนักข่าวอยากสัมภาษณ์คุณภูค่ะ สะดวกไหมคะ”

“แต่ไม่มีอยู่ในตารางนี่ครับ”

“คือนักข่าวเขาขอมาน่ะค่ะ ฉัตรเองก็คิดว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะโปรโมตงานด้วยนะคะ”

“งั้นก็ได้ครับ”

สราญฉัตรยิ้มสมใจ เชิญกลุ่มนักข่าวสัมภาษณ์ภูวดลพลางแอบส่งซิกกับคนที่ตัวเองจ้างมาป่วน

นักข่าวคนหนึ่งเริ่มคำถามแรก “งานวันนี้จัดขึ้นเพื่ออะไรคะ”

“เราอยากให้นักท่องเที่ยวรู้จักไร่ภูผาของเรามากขึ้น อยากให้เขามาเที่ยวชมไร่องุ่น ได้ชิมองุ่นสดๆ จากต้น ได้ชิมผลิตภัณฑ์จากองุ่นที่เราตั้งใจทำ ผลตอบรับดีมากนะครับ มีคนมาเที่ยวงานมากกว่าที่เราคาดไว้”

“อาทิตย์ก่อนมีข่าวเรื่องคนร้องเรียนว่าองุ่นมีสารพิษตกค้าง น้ำองุ่นรสชาติไม่ดี สินค้าไม่ได้มาตรฐาน ไม่ทราบว่าการจัดงานครั้งนี้เพื่อกลบข่าวหรือเปล่าครับ”

“ข่าวที่เกิดขึ้นเป็นข่าวลวง ไม่จำเป็นต้องกลบข่าวหรอกครับ มีหน่วยงานมาตรวจสอบคุณภาพองุ่นและผลิตภัณฑ์ของเราแล้ว ไม่มีสารพิษตกค้างครับ การจัดงานองุ่นรับลมหนาวก็เพื่อประชาสัมพันธ์ไร่ภูผาและกระตุ้นยอดขาย”

“แล้วที่มีข่าวว่าไร่ภูผาบุกรุกที่ป่าสงวนล่ะคะ”

“นี่ก็ข่าวเท็จครับ ไร่ภูผามีโฉนดที่ดินถูกต้องทุกแปลง พร้อมที่จะให้หน่วยงานต่างๆเข้ามาตรวจสอบเสมอ”

“คุณภูครับ เห็นว่าช่วงที่ผ่านมาไร่องุ่นของคุณติดเชื้อราด้วยไม่ใช่เหรอครับ จนแทบจะส่งของให้ลูกค้าไม่ทัน แล้วอย่างนี้องุ่นที่เอามาแสดงวันนี้มันจะไม่เต็มไปด้วยเชื้อราเหรอครับ”

คำถามนั้นของนักข่าวกำมะลอที่สราญฉัตรจ้างมาเล่นเอาภูวดลอึ้งไปครู่ ตั้งสติก่อนตอบด้วยท่าทีสุขุม น้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ผมไม่รู้ว่าคุณไปเอาข้อมูลมาจากไหน แต่ขอบอกว่าเราจัดการผลผลิตของเราได้เรียบร้อย ไม่มีปัญหาอะไร การทำงานต้องมีอุปสรรค แต่เราทุกคนในไร่ภูผาร่วมมือกันจนก้าวข้ามทุกอุปสรรคมาได้ และนี่คือผลผลิตของเราที่ผมภูมิใจ...เชิญครับ”

ภูวดลกินองุ่นสดโชว์และยื่นถาดใส่องุ่นให้นักข่าวลองชิม สราญฉัตรไม่พอใจที่ภูวดลเอาตัวรอดได้สวยงาม แต่ก็ปั้นยิ้มเชิญนักข่าวถ่ายรูปภูวดลได้ตามสบาย

อีกด้านหนึ่งบอลเล่นกีตาร์ร้องเพลงไพเราะเป็นที่ประทับใจผู้คน ไม่เว้นแม้แต่เอกภพที่มากับอักษรชื่นชมเจ้าเบิ้มไม่ขาดปากว่าเก่งหลายอย่าง หน่วยก้านไม่เลว แต่พอเห็นฟ้าใสนั่งฟังเพลงยิ้มหวานและมองนักร้องไม่วางตา ก็ชักสีหน้าไม่ชอบใจ ทำท่าจะออกอาการหวงลูกสาว แต่พอดีดินแดนรู้แกวเข้ามาชวนคุยดึงความสนใจ ของพ่อไปเรื่องอื่น

แต่แล้วดินแดนก็โดนเสียเอง...ฟ้าใสนำขนมหลายอย่างที่ทำจากองุ่นมาให้พ่อกับแม่และกลุ่มเพื่อนของท่านชิม แล้วชื่นชมฝีมือคนทำซึ่งก็คือสริยา เอกภพคุยอวดเพื่อนยกใหญ่ว่าสริยาเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ ถ้าแต่งงานกับดินแดนตนคงได้กินขนมอร่อยๆทุกวัน ดินแดนฟังแล้วทำหน้าไม่ถูก ลุกหนีไปดื้อๆ

ผ่านไปสักพัก ดนัยซึ่งตั้งใจมาป่วนปรากฏตัวต่อหน้าเอกภพและอักษรที่กำลังเดินเที่ยวชมงานอย่างเพลิดเพลิน

“ยินดีด้วย จัดงานได้กระจอกดีเหมือนตลาดนัดข้างถนนเลย”

“แต่นายก็ยังมา เจออะไรที่ถูกใจบ้างหรือยังล่ะ”

“เจอแต่ที่น่ารังเกียจ ไม่อยากเชื่อนะว่าคนอย่างแกจะชอบใช้ของมือสอง อย่างว่า...คนมันพื้นเพต่ำต้องปากกัดตีนถีบมาก่อน จะเลือกมากคงไม่ได้”

“ของดีอยู่กับคนโง่ ไม่รู้จักคุณค่าก็เหมือนกับไก่ได้พลอยนั่นแหละ”

ดนัยกับเอกภพตอบโต้ไม่ยอมกัน อักษรลำบากใจขอร้องดนัยที่มีท่าทีฮึดฮัดโมโหให้กลับไป

“ทำไมฉันจะต้องรีบกลับ ในเมื่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิด งานนี้เปิดรับนักท่องเที่ยวทุกคนนี่นาอักษร”

“ใช่ค่ะ เราเปิดรับนักท่องเที่ยว แต่ถ้าใครคิดจะเข้ามาหาเรื่อง เราก็มีสิทธิ์ที่จะเชิญออกไป ใครก็ได้ช่วยตาม รปภ.มาเชิญคุณคนนี้ออกไปจากงานด้วย”

ดนัยโกรธจ้องหน้าอักษรเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ทันใดภูวดลเดินลิ่วเข้ามาหลังจากพิมไปกระซิบบอก ส่วนนักข่าวจอมปลอมก็ทำตามคำสั่งสราญฉัตรตามมาถ่ายรูปแต่โดนภูวดลตวาดไล่ ก่อนที่เขาจะหันกลับมาที่ดนัย

“พ่อครับ กลับไปเถอะครับ”

“แกยังคิดว่าฉันเป็นพ่ออยู่อีกหรือ ฉันไม่กลับ แกมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน”

“ถ้าไม่เห็นแก่ผม ก็เห็นแก่แม่เถอะครับ”

“แม่แกที่เห็นไอ้กระจอกนี่ดีกว่าฉันน่ะเหรอ ฉันลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนี้เคยเป็นเมียฉัน”

“มันจะมากไปแล้วไอ้ดนัย” เอกภพแผดเสียงโกรธมาก

ดนัยชิงชกเอกภพก่อนแต่ภูวดลแทรกตัวเข้ามาจึงโดนหมัดพ่อแท้ๆเต็มเปา อักษรทนไม่ไหวกรีดเสียงอย่างชิงชังรังเกียจอดีตสามี

“คุณดนัย ฉันเหลือทนกับคุณเต็มทีแล้ว...ออกไป”

“เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน คนอย่างเธอมันก็แค่นังผู้หญิงทรยศ”

“คุณจะมองฉันเป็นอะไรก็ได้ ฉันไม่สนใจ แต่ถ้าคุณยังเข้ามาวุ่นวายกับครอบครัวของฉันอีก ฉันจะถือว่าคุณเป็นคนน่ารังเกียจ ฉันจะไม่คิดว่าคุณเป็นคนที่ฉันเคยรู้จัก หรือแม้กระทั่งจำไม่ได้ว่าคุณเป็นพ่อของตาภู คุณทำร้ายฉันได้ฉันไม่ว่า อย่าไปทำร้ายภูหรือพวกเขา คุณมาแก้แค้นที่ฉันเถอะคุณดนัย”

“รักมันมากขนาดนี้เชียวหรือ”

“ใช่ ฉันรักพวกเขามาก เขาเป็นครอบครัวของฉัน คุณไปซะ ออกไป!!”

ดนัยแค้นจัดเงื้อมือจะตบอักษร ทันใดดินแดนพุ่งเข้ามาตวาดเสียงเข้ม “หยุดนะพ่อเลี้ยง อย่าแตะต้องแม่ผม”

ดนัยชะงัก จ้องดินแดนเขม็ง “ฮึ! นักเลงซะด้วย ไอ้เด็กเมื่อวานซืน”

“ก็ยังดีกว่าผู้ใหญ่เลวๆ ไสหัวออกไปซะ”

“พ่อครับ กลับไปเถอะ ถ้าพ่อยังดึงดันอยู่อีกภาพพจน์ของพ่อจะยิ่งเสีย ผมขอร้อง”

“ฉันเป็นพ่อแกนะไอ้ภู”

“เพราะพ่อเป็นพ่อของผม ผมถึงขอร้องให้พ่อไปตอนนี้”

“ไปซะเถอะพ่อเลี้ยงดนัย ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณ” ดินแดนสำทับเสียงแข็ง

“ฉันประทับใจกับการต้อนรับจากคนในครอบครัวไร่ภูผา วันหลังท่าจะต้องแวะมาใหม่ อ้อ อีกอย่างนึงต้องขอบใจแกมากนะภูวดล ข้อมูลการตลาดที่แกเอาให้ฉันมันช่วยได้มากทีเดียว ยังไงๆเลือดมันก็ข้นกว่าน้ำเสมอ”

ดนัยจงใจทิ้งท้ายไว้แบบนั้นแล้วยืดอกเดินองอาจออกไป...เอกภพกับดินแดนจ้องมาที่ภูวดลด้วยความสงสัย

ooooooo

สริยาเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องภูวดลนำข้อมูลแผนการตลาดไปให้ดนัย แต่มันเป็นข้อมูลเก่าหลายปีผ่านมาแล้ว เธอเตือนเขาแล้วว่าคนในไร่จะเข้าใจผิดโดยเฉพาะดินแดนและเอกภพ แต่ภูวดลก็ไม่หวั่นเพราะต้องการให้ดนัยเลิกเจ้าคิดเจ้าแค้นทำร้ายแม่ของตนเสียที

แต่เมื่อเรื่องแดงมาแบบนี้เพราะคำพูดของดนัยเอง แน่นอนว่าดินแดนคลางแคลงใจในตัวพี่ชายต่างบิดาถึงขั้นต่อว่าและชกต่อยต่อหน้าสริยาที่พยายามบอกว่าเขาเข้าใจผิด

“ทุกอย่างมันชัดซะขนาดนี้ ไม่อย่างนั้นไอ้พ่อเลี้ยงดนัยมันคงไม่กล้ามาหยามเราถึงที่นี่หรอก”

บุษบาบรรณโผล่พรวดเข้ามา ภูวดลรีบตัดบทเพื่อเก็บความลับไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขากับดินแดนเป็นพี่น้องกัน “ไว้พูดกันวันอื่น ไปส่งบุษบากลับบ้านด้วย”

ดินแดนเองก็ไม่ต้องการให้บุษบาบรรณรู้ความจริงจึงยอมยุติ แต่ไม่วายทิ้งคำพูดไว้กับภูวดลว่า “ผมไม่ยอมให้มันจบแบบนี้หรอก คอยดู ผมจะจับตาดูคุณทุกฝีก้าว...คุณภู”

ดินแดนพาบุษบาบรรณออกไปแล้ว สริยาสงสารและเห็นใจภูวดลเหลือเกิน...เมื่อเขาขับรถไปส่งเธอถึงหน้าบ้าน อดเปรยขึ้นไม่ได้ว่าโดนขนาดนี้เขายังอุตส่าห์ปิดบังความลับให้ดินแดนอีก

“ถ้าบุษบารู้ตอนนี้ว่าดินเป็นใครคงจบ สองคนจะเข้าหน้ากันไม่ติดอีกเลย ส่วนเรื่องไร่ม่านฟ้า พี่เชื่อว่าถ้าดินแดนเข้าใจพี่ เขาก็จะเข้าใจทุกอย่าง”


“ทำไมเราไม่เปิดใจคุยกันล่ะคะ”

“ถ้าพี่มีฐานะอย่างดินพี่คงพูดทุกอย่างที่อยากพูดได้ แต่พี่เป็นแค่ลูกเลี้ยงเท่านั้น แถมยังเป็นลูกของศัตรูอีก ริยาเข้าบ้านเถอะ ดึกแล้วคุณลุงจะเป็นห่วง”

ภูวดลลงมาส่งสริยาถึงหน้าประตูบ้าน จู่ๆหญิงสาวสวมกอดเขา บอกว่าตนเป็นกำลังใจให้และเชื่อว่าเขาต้องผ่านเรื่องนี้ไปได้ และเมื่อเธอเข้าไปในบ้านก็โดนชาญชัยซักถามว่าใครมาส่ง ซึ่งเธอตอบตามตรงว่า

“พี่ภูมาส่งริยา แต่เราสองคนไม่มีอะไรกันนะคะพ่อ”

“ไม่รู้หรือไงว่าไอ้ภูมันเป็นลูกใคร แกไม่ควรใกล้ชิดกับมัน ฉันรังเกียจไอ้ดนัย”

“แต่พี่ภูไม่เกี่ยว” สริยาตอบแล้วเลี่ยงขึ้นชั้นบนไป ชาญชัยจะตามแต่รู้สึกเจ็บหน้าอกต้องหยุดตัวเองไว้

ooooooo

นอกจากดินแดนแล้วยังมีเอกภพอีกคนที่คิดมากหลังจากได้ยินคำพูดของดนัยเรื่องภูวดลนำข้อมูลการตลาดของไร่ภูผามาให้...แต่อักษรก็ทำให้เอกภพหมดข้อกังขาในตัวภูวดลไปได้ว่าเป็นเพียงคำพูดที่ดนัยจงใจให้พวกเราเกิดความขัดแย้ง

เอกภพเห็นด้วยเพราะตลอดมาภูวดลทุ่มเททำงานให้ไร่ภูผาอย่างเต็มที่ เช้าวันนี้เขาเรียกภูวดลมาดูคลิปเครื่องเก็บองุ่นที่เพื่อนชาวต่างชาติส่งมาให้ ดูไปดูมาเอกภพเกิดความคิดอยากเปลี่ยนแรงงานคนมาใช้เครื่องจักรแทน จึงให้ภูวดลศึกษาข้อมูลพวกนี้ไว้บ้าง

“แต่ว่าบ้านเราคงยังไปไม่ถึงจุดนั้นหรอกครับแล้วอีกอย่างคนงานที่อยู่กับเรานี่ก็อยู่มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ผมเกรงว่าถ้าเราเปลี่ยนแปลงตอนนี้จะมีปัญหาได้นะครับ”

“ไม่ใช่ตอนนี้ พ่ออยากให้ภูศึกษาข้อมูลก่อน อย่าเพิ่งบอกใครนะว่าพ่อให้ทำ เดี๋ยวจะวุ่นวายไปใหญ่”

“ครับพ่อ จริงสิ แผนการตลาดชุดใหม่ผมจัดการเสร็จแล้วนะครับ”

“พรุ่งนี้ประชุม ภูพรีเซนต์เลยนะ”

“จะดีหรือครับพ่อ”

“ดีสิ ยังไงต่อไปไร่นี้ต้องเป็นของลูกนั่นแหละภูต้องช่วยดินนะ”

ภูวดลพยักหน้ารับทั้งที่หนักใจ จากนั้นเขาส่งคลิปนี้ไปให้ดินแดนก่อนที่อักษรจะเข้ามาคุยกับลูกชายคนโตตามลำพังหลังจากสังเกตเห็นสีหน้าท่าทีเขาเคร่งเครียด

“แม่ว่าภูจริงจังเกินไปหรือเปล่า”

“จริงๆผมเห็นด้วยกับการใช้เครื่องจักรนะครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าดินจะคิดยังไง เพราะเขาผูกพันกับคนงานมากจนบางครั้งเขาอาจจะไม่ยอมรับความคิดนี้เลยก็ได้”

“ภูต้องเข้าใจดินนะ เขาคลุกคลีกับคนงานมาตลอด”

“ครับ ผมเข้าใจดิน แต่โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว เราก็ต้องปรับตัวให้ทัน”

“แม่ก็ไม่เข้าใจพ่อ ทำไมเขาไม่บอกดินเอง มาให้ภูออกหน้าทำไม”

“คุณพ่อคงอยากให้ผมกับดินทำงานปรึกษากันเองน่ะครับ”

“แม่รู้ว่าภูรักน้อง และแม่ก็เชื่อว่าน้องรักภูเหมือนกัน”

พูดขาดคำ ดินแดนโผล่เข้ามาต่อต้านภูวดลที่จะเอาเครื่องหนักเข้ามาทำงานแทนคน

“เขาทำงานกับเรามาตลอดชีวิต มีครอบครัวที่ต้องดูแลรับผิดชอบ”

“ใจเย็นๆ เราต้องว่ากันด้วยเหตุผลสิดิน”

“ถ้าเหตุผลของพี่ภูมันคือกำไรทางธุรกิจล่ะก็ เราคงพูดกันไม่รู้เรื่อง ผมกับพวกคนงานฝ่าฟันทุกอย่างในไร่นี้มาด้วยกัน ผมไม่มีวันทอดทิ้งพวกเขา”

“เรื่องนั้นพี่รู้ดี คนงานรักเคารพนายมาก นายถึงออกรับแทนพวกเขาทุกอย่างใช่ไหม”

“ใช่ ที่เรามีไร่ภูผาทุกวันนี้ก็เพราะพวกเขาอย่าลืมสิ”

“พี่ไม่เคยลืม”

“ผมว่าพี่ภูก็ลองลงไปลุยในไร่บ้างสิ จะได้รู้ว่าคนงานทุกคนที่นี่ทำเพื่อไร่ของเราขนาดไหน ไม่ใช่นั่งอยู่ในออฟฟิศแบบนี้”

ภูวดลหน้าตึงขึ้นมาทันที อักษรเองก็ไม่ชอบใจติงดินแดนว่าทำไมพูดอย่างนั้น ขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้

“บางทีใจพี่ภูอาจไม่ได้อยู่ที่ไร่ภูผาก็ได้นะครับแม่” พูดจบดินแดนผลุนผลันไปทันที อักษรส่ายหน้าหนักใจ

ooooooo

ดินแดนอารมณ์บูดกลับมาที่แปลงองุ่น บ่นยืดยาวให้บุษบาบรรณฟังเรื่องการทำไร่องุ่นที่ต้องพึ่งคนงานมาตลอด ส่งผลให้หญิงสาวแปลกใจว่าเขาพูดเหมือนเป็นเจ้าของไร่เสียเอง พอมีโอกาสเข้าไปที่ออฟฟิศอีกเขาก็ยังพูดแขวะภูวดลจนสริยารู้สึกได้ถึงความผิดปกติระหว่างสองคนพี่น้อง

บุษบาบรรณไม่ชอบใจนักที่ดินแดนอารมณ์ไม่ดีเที่ยวเหวี่ยงคนโน้นคนนี้ไม่เว้นแม้แต่เธอ ขณะเดียวกันอักษรก็เป็นห่วงภูวดลที่รู้ข่าวว่าโดนดินแดนอาละวาดแทบทั้งวัน คืนนั้นจึงเข้ามาปลอบและให้กำลังใจภูวดลถึงในห้องนอน

“ไม่มีไรหรอกครับแม่ ดินคงเข้าใจผิดคิดว่าผมจะเอาเครื่องจักรมาแทนคนงานในไร่ คงแค่นั้นแหละครับ”

“ตายจริง แล้วทำไมภูไม่อธิบายล่ะว่าพ่อเขาเป็นต้นคิดไม่ใช่ภู ไม่ได้ แม่ต้องบอกพ่อ จะปล่อยให้ดินเข้าใจผิดภูไม่ได้”

“ไม่จำเป็นหรอกครับแม่ อย่าเอาเรื่องไปกวนใจคุณพ่อเลย อย่างนี้ดีแล้ว อีกไม่นานดินก็จะเข้าใจเอง”

“ภูลูกแม่...เพราะอย่างนี้แม่ถึงเป็นห่วงภูมากกว่าใคร ลูกเสียสละเพื่อทุกคน อดทนเพื่อทุกคน ภูแน่ใจนะว่าภูโอเคกับเรื่องนี้”

“ครับ ผมแน่ใจ ผมเชื่อว่าดินจะเข้าใจว่าถึงผมไม่ใช่ลูกพ่อเดียวกับเขา แต่เขาคือน้องชายของผม ผมรู้ว่าแม่วิตกเรื่องอะไร อย่าห่วงเลยนะครับ คุณพ่อเลี้ยงดูผมมาอย่างลูกแท้ๆ สำหรับผม...ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองมีข้อด้อยอะไรกว่าดิน แต่มันเป็นปัญหาที่คนอื่นมากกว่า เพราะฉะนั้นทุกเรื่องผมขอรับไว้เอง อย่าให้พ่อหรือดินต้องมาเดือดร้อนเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยครับแม่”

“แม่รู้ว่าภูเป็นคนยังไง แม่ไม่เคยลังเลสงสัยในตัวภูแม้แต่น้อย แม่เชื่อว่าไร่ภูผาต้องมีภูกับดินอยู่ด้วยกัน ขาดใครคนใดคนหนึ่งก็ไม่ได้...สัญญากับแม่นะภู ภูต้องดูแลน้องตลอดไปนะ”

“ครับแม่ ผมสัญญา” ภูวดลรับปากแข็งขัน...แน่นอนว่าวันต่อๆมาเมื่อเจอดินแดนทำตัวหมางเมินห่างเหินเดินสวนกันแทบไม่มองหน้า พี่ชายรู้สึกอึดอัดลำบากใจแต่จำต้องอดทนไว้และหวังว่าไม่นานน้องชายจะเข้าใจเขา

สริยากับบุษบาบรรณสัมผัสได้ถึงความหมางเมินของดินแดนกับภูวดล วันหนึ่งสองสาวแอบคุยกันในออฟฟิศอย่างหนักใจ บุษบาบรรณไม่เห็นด้วยที่ดินแดนเป็นเพียงลูกน้องแต่ทำกระฟัดกระเฟียดกับภูวดลซึ่งเป็นเจ้านาย

“คุณดินคงเข้าใจอะไรผิด แต่เดี๋ยวเขาก็ดีกันค่ะ สองคนนี่เขาเหมือนกับพี่น้องมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง”

“งั้นหรือคะ เดี๋ยวฉันจะกระทุ้งนายดินเอง ถ้าพูดดีๆเขาอาจจะยอมขอโทษคุณภูก็ได้”

“ก็น่าจะลองดูนะคะ ถ้าจะมีใครแก้ไขเรื่องนี้ได้ น่าจะเป็นคุณบุษนั่นแหละ”

บุษบาบรรณยิ้มรับ พอดีภูวดลเดินเข้ามาชวนเธออยู่กินข้าวเย็นด้วยกัน หญิงสาวกำลังจะตอบรับแต่ดินแดนพรวดพราดเข้ามาเร่งเธอให้กลับไร่

“เดี๋ยวก่อนสิ คุณภูชวนทานข้าวเย็น”

“ไม่ดีกว่า เราเป็นลูกจ้างไม่ควรตีเสมอเจ้านาย” ดินแดนพูดประชดแล้วลากบุษบาบรรณไปทันที

สริยาหนักใจถามภูวดลว่าจะปล่อยไว้อย่างนี้หรือ ภูวดลพูดอย่างใจเย็นว่าดินแดนกำลังร้อน ปล่อยไว้อย่างนี้แหละเดี๋ยวเขาก็เข้าใจเอง

ooooooo

เย็นนั้นดินแดนต้องกลับมากินแซนด์วิชฝีมือบุษบาบรรณที่บ้านพักทั้งที่ฝืดคอเต็มกลืน เลยโดนเธอตอกหน้าว่าอยากหยิ่งดีนัก เจ้านายอุตส่าห์ชวนกินข้าวยังเล่นตัว

“ไม่ได้หยิ่ง แต่รำคาญ คุณไม่เข้าใจหรอก”

“โอเค ฉันอาจจะไม่ฉลาดเท่านาย แต่ฉันรู้วิธีการเป็นลูกน้องและวิธีที่จะปฏิบัติกับเจ้านาย”

“อ๋อ ต้องแบบได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่านน่ะเหรอ...ไร้สติ ปัญญาอ่อนที่สุด”

“นี่นายด่าฉันใช่มั้ย”

“เปล่า ผมชมคุณต่างหาก”

“ชมแบบนี้ต่อยกันดีกว่า” ดินแดนเมินหน้าหนี เธอถอนหายใจก่อนบ่นต่อไป “ฉันไม่รู้ว่านายไม่พอใจคุณภูเรื่องอะไร แต่ว่านายก็ไม่ควรทำตัวงี่เง่ากับคุณภูแบบนั้น อย่าลืมสินายเป็นลูกน้อง คุณภูเป็นเจ้านายแล้วอีกอย่าง...นายเป็นแค่ลูกน้อง คุณภูจะทำอะไรนายไม่มีสิทธิ์วิจารณ์หรือไม่พอใจ เพราะไร่นี้เป็นของคุณภู ไม่ใช่ของนาย”

“พูดไปพูดมาคุณก็เข้าข้างคุณภูใช่ไหม ใช่สิ ผมมันแค่ลูกน้อง แค่หัวหน้าคนงาน”

“ใช่ ตามนั้น นายมันไอ้คนหัวดื้อ อย่ากินเลย”

บุษบาบรรณคว้าจานแซนด์วิชในมือดินแดนคืนมา พลันสองคนต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงคนงานตะโกนบอกดินแดนว่าเกิดเรื่องแล้ว!

ดินแดนพุ่งพรวดออกไปทันที บุษบาบรรณหมั่นไส้บ่นไล่หลังว่ารักงานขนาดนี้ทำไมไม่รักเจ้านายบ้าง?

คนงานสองคนมีเรื่องชกต่อยกัน ดินแดนเข้ามากำราบว่าผิดกฎของไร่นี้ หนึ่งในสองคนงานก้มหน้าเถียงว่ายังไงก็ต้องโดนไล่ออกอยู่ดี เพราะนายใหญ่จะเอาเครื่องจักรมาแทนพวกเรา

“ใครบอกแก” ดินแดนถามเสียงแข็ง จังหวะนี้เองข่อยเข้ามาบอกดินแดนว่าภูวดลโทร.มา

ดินแดนออกอาการหงุดหงิดเข้าไปนั่งหน้าบูดต่อหน้าภูวดลที่ออฟฟิศ บอกว่าตนสั่งลงโทษคนงานไปแล้ว

“พี่ไม่ได้สงสัยว่าลงโทษหรือยัง แต่ที่ติดใจคือรู้มาว่าที่ทะเลาะกันเพราะเล่นการพนันแล้วก็โกงกันใช่ไหม”

“ก็...ใช่”

“นี่ไงที่พี่คิด...ถ้าคนเยอะเรื่องก็เยอะ ปัญหาตามมาก็เยอะ แล้วเราจะแบกรับกับเรื่องพวกนี้ทั้งหมดไหวเหรอ”

“เอาเถอะ เรื่องคนงานผมขอรับผิดชอบเองจะไม่ให้เกิดเรื่องอะไรวุ่นวายอีก แต่ขออย่างเถอะนะ ไม่ว่าพี่จะอยากขยายงานอะไรแค่ไหน เพื่ออะไรก็ตาม อย่าทอดทิ้งพวกคนงานเลยนะ”

“นายหมายความว่าไง ที่ว่าพี่ทำเพื่ออะไรก็ตาม นายคิดว่าอะไรเหรอ”

“เปล่า” ดินแดนตอบสีหน้ากวนๆแล้วกลับออกไป

ooooooo

รุ่งขึ้นดินแดนเก็บเรื่องที่ทะเลาะกับภูวดลมาครุ่นคิดด้วยความไม่สบายใจ บุษบาบรรณสังเกตเห็นก็เลียบเคียงเข้ามาถามว่าเป็นอะไร แต่ไม่ได้รับคำตอบเลยพูดเรื่อยเจื้อยต่อไป

“นี่...ฉันเริ่มแปลกใจแล้วนะ นายกับคุณภูนี่เหมือนพี่น้องมากกว่าเจ้านายกับลูกน้องนะ”

“บ้าไปแล้ว ผมจะไปเป็นน้องคุณภูได้ไง”

“ฉันไม่ได้ว่านายเป็น แต่เรื่องของนายกับคุณภูทำให้ฉันอดนึกถึงฉันกับใบบัวไม่ได้ เราสองคนมักมีเรื่องง้องแง้งกันตลอด เดี๋ยวก็งอนกัน เดี๋ยวก็ดีกัน แต่ทุกครั้งที่เรามีปัญหากัน สิ่งเดียวที่ทำให้เราหันเข้าหากันได้เหมือนเดิมก็คือความเป็นพี่น้องกันนี่แหละ แต่สำหรับนายกับคุณภู แม้ว่าจะเป็นแค่เจ้าของไร่กับหัวหน้าคนงาน แต่ก็มีความผูกพันกันเหมือนกับเป็นพี่น้องกันก็ว่าได้...นายว่าฉันพูดถูกไหม”

“ถูกๆ ใช่ๆ”

“ฉะนั้นคุณลูกน้องเจ้าขา...ไปปรับความเข้าใจกับคุณเจ้านายซะเถอะ เพราะไร่ภูผานี้ถ้ามีคุณภูก็ต้องมีนายดิน ถ้ามีนายดินก็ต้องมีคุณภู ไม่ใช่ครอบครัวก็เหมือนครอบครัว...แหม นายว่าไหม ฉันนี่ก็พูดอะไรดีๆเป็นเหมือนกันนะ”

ดินแดนคล้อยตาม...และหมดความระแวงแคลงใจในตัวภูวดลจนหมดสิ้นเมื่อสริยาโทร.มานัดพบและบอกเล่าความจริงว่าภูวดลเอาข้อมูลการตลาดเก่าไปให้ดนัยเพื่อปกป้องอักษร ส่วนเรื่องเครื่องจักรที่จะเอามาทำงานแทนคนก็เป็นแนวคิดของเอกภพไม่ใช่ของภูวดล

เมื่อรู้เช่นนี้แล้วดินแดนรู้สึกผิดรีบเข้าไปขอโทษภูวดลด้วยท่าทีเก้อเขิน ส่วนภูวดลก็ขอบใจน้องชายที่บอกให้ตนเข้าไปคลุกคลีกับคนงานในไร่บ้าง ทำให้รู้ว่าพวกเขาอยู่กันยังไง มีปัญหาอะไร แล้วยังพบว่าพวกเขาไม่ได้คิดแค่ว่าเป็นคนงาน แต่เขารู้สึกว่าเป็นครอบครัวเดียวกับเรา ครอบครัวใหญ่ของไร่ภูผา

“ตอนนั้นผมคิดว่าพี่จะเอาเครื่องจักรมาทดแทนคนงาน”

“เปล่าเลย พี่กำลังคิดว่าเราจะขยายกำลังการผลิตของเราด้วยวิธีการผสมผสาน พี่ยังเชื่อว่ายังไงเครื่องจักรก็ยังไม่เหมือนคน โดยเฉพาะคนงานที่เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกับเรา พี่คิดว่านี่เป็นสิ่งที่เขาสมควรได้รับ นายเอาไปจัดการ”

ดินแดนซาบซึ้งแทนคนงาน รับแฟ้มจากพี่ชายมาด้วยรอยยิ้ม...ในขณะที่สองพี่น้องต่างบิดาปรับความเข้าใจกันได้ หารู้ไม่ว่าดนัยซึ่งโกรธแค้นลูกชายและอดีตภรรยากำลังวางแผนร้ายสั่งโภคินให้วางเพลิงไร่ภูผาเพื่อจะดูน้ำหน้าสองแม่ลูกว่าจะเป็นยังไงถ้าไม่มีไร่นั้นอีกต่อไป

ooooooo


ละครเล่ห์รักบุษบา ตอนที่ 9 อ่านเล่ห์รักบุษบาติดตามละครเล่ห์รักบุษบา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ไมค์ ภัทรเดช , พีค ภัทรศยา 10 พ.ย. 2561 08:33 2018-11-12T00:57:05+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ