ข่าว

วิดีโอ



เล่ห์รักบุษบา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมาดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สรรพชัย เกิดอุทัย / วรวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์

กำกับการแสดงโดย: ต่อพงศ์ ตันกำแหง

ผลิตโดย: บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ไมค์ ภัทรเดช , พีค ภัทรศยา

สาเหตุที่ดินแดนขับรถช้าๆเพื่อถ่วงเวลาให้ปูนพาบุษบาบรรณไปที่ร้านกาแฟของอังคณา

ก่อนที่เขาจะพาพ่อกับแม่มาถึงบ้านพัก ฝ่ายอังคณาก็ถูกดินแดนโทร.มาปลุก ซึ่งเธอรับปากว่าจะทำแผลให้บุษบาบรรณเองไม่ต้องพาไปโรงพยาบาล

เมื่อเอกภพกับอักษรมาถึงบ้านพักผู้จัดการจึงไม่พบตัว เจอแต่ข่อยที่บอกว่าบุษบาบรรณไปโรงพยาบาล

“นี่คุณหมอคงนัดไปดูแผลสินะ เลยไม่ได้เจอหน้าเจอตา ไม่ได้ขอบคุณเลยสิ เอาล่ะ วันหลังค่อยมาใหม่ก็ได้ค่ะคุณ...ฝากบอกบุษบาด้วยนะดินว่าแม่กับพ่อมาเยี่ยม ขอให้หายไวๆ”

“ครับแม่”

“เดี๋ยวสิ ไหนๆก็มาแล้ว พ่อขอขึ้นไปดูข้างบนหน่อย อยากรู้ว่าเขาอยู่ยังไง สบายไหม”

“เขาล็อกห้องไว้ครับ”

“อ๋อ...ก่อนออกไปคุณบุษบาฝากกุญแจเอาไว้ที่ผมครับ เผื่อจะเข้าไปทำความสะอาด นี่ไงครับ”

ข่อยชูกุญแจให้ดู ดินแดนตาขวางแทบจะขย้ำลูกน้องจอมสาระแน

“เออดี ไปเปิดเลย” เอกภพสั่ง

“คุณคะ จะดีเหรอคะ เราจะเข้าห้องเขาตอนที่เขาไม่อยู่นี่ เขาเป็นผู้หญิงด้วย”

“เอาน่ะ ผมก็อยากดูว่าเขาอยู่สบายดีไหม เผื่อมีอะไรขาดตกบกพร่องจะได้ช่วยดูแลจัดหาให้ เอ้า ไปสิ เจ้าข่อย”

ข่อยรับคำเสียงแผ่ว เหลือบมองหน้าดินแดนอย่างเกรงๆ เอกภพจงใจเข้ามาจับผิดจึงมองสำรวจรอบห้องนอน แล้วก็พบเส้นผมสั้นๆอยู่ที่พื้น ถามว่าผมใคร บุษบาไว้ผมสั้นหรือ ดินแดนอึกอักไม่รู้จะตอบยังไง เลยพูดความจริงว่าเป็นเส้นผมของตนที่มันเพิ่งหล่นเมื่อกี้

“แกแน่ใจนะว่ามันเพิ่งร่วงตอนนี้”

“แน่สิครับ”

“พอได้แล้ว เล่นกันเป็นเด็กๆไปได้ ไปเถอะค่ะคุณ กลับกันเถอะ” อักษรดันหลังสามีให้ออกไป...

ดินแดนถอนหายใจอย่างโล่งอก

ooooooo

อังคณามาส่งบุษบาบรรณที่บ้านพักหลังจากพาไปทำแผลที่โรงพยาบาล แล้วขอตัวกลับเพื่อเปิดโอกาสให้ดินแดนอยู่ดูแลต่อ

เมื่อบุษบาบรรณเห็นกระเช้าผลไม้และรู้จากดินแดนว่าเอกภพกับอักษรมาเยี่ยมก็บ่นเกรงใจเจ้าของไร่ที่อุตส่าห์มาแล้วไม่เจอ ทำท่าจะไปหาท่านด้วยตัวเองแต่ดินแดนรีบห้ามว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้

จู่ๆบุษบาบรรณทำซึ้งขอบใจดินแดนที่ดูแลเธออย่างดีในยามเธอเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเธอชื่นชมเขาเป็นคนดี แต่แล้วข่อยกลับทำเสียบรรยากาศเปิดวิทยุเสียงดังลั่นแทรกขึ้นมา ทำให้สองคนอารมณ์สะดุดหยุดชะงักกันไปด้วยความเคอะเขิน

หลังจากดินแดนออกไปทำงานในไร่ได้สักพัก ฟ้าใสทำอาหารมาให้บุษบาบรรณ ตอบแทนที่เธอช่วยไม่ให้ตนโดนงูกัด แต่คุยไปคุยมาก็อดถามไม่ได้ว่าเธอกับดินแดนคบกันอยู่หรือเปล่า บุษบาบรรณปฏิเสธและย้อนถามอีกฝ่ายว่าถามทำไม?

“ก็ใครๆเขาพูดกันว่าคุณกับพี่ดินน่ะชอบกัน แต่ฟ้าว่านะ คุณบุษน่ะเหมาะกับพี่ภูมากกว่า”

“เหรอคะ”

“ใช่...คุณบุษสนไหมล่ะ ฟ้าช่วยเต็มที่เลยนะ”

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้บุษบาบรรณคงสนใจแน่ แต่ตอนนี้เธอคิดว่าเสียตัวให้ดินแดนไปแล้วจึงปฏิเสธหน้าเจื่อนๆว่า “ไม่เป็นไรมั้งคะ”

“เอาล่ะ คุณบุษรีบทานอาหารเถอะ ฟ้าไม่กวนแล้ว ไปล่ะค่ะ หวังว่าต่อจากนี้เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะคะ”

ตกเย็นบุษบาบรรณกับฟ้าใสไปนั่งดูดินแดนเล่นบาสเกตบอลกับข่อย ปูน และบอลอย่างสนุกสนาน ฟ้าใสเผลอตัวแสดงออกกับบอลเกินเพื่อนจนวันหนึ่งดินแดนเห็นกับตาว่าสองคนจับมือถือแขนและโอบกอดกัน จึงคาดคั้นน้องสาวต่อหน้าบอลว่าสองคนเป็นอะไรกันแน่ เพื่อนหรือแฟน

บอลยืดอกรับว่าตนชอบฟ้าใส ดินแดนพอใจชมว่า

“ดี...ลูกผู้ชายมันต้องยังงี้ ชอบก็บอกว่าชอบ...ถามจริงๆนะฟ้า นี่เราคิดจะปิดพี่ไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย”

“ก็ไม่แน่ใจว่าพี่ดินจะถูกใจคนที่ฟ้าเลือกหรือเปล่า”

“พี่จะถูกใจหรือไม่...ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก มันสำคัญที่ว่าฟ้าแน่ใจกับคนที่ฟ้าเลือกแค่ไหนต่างหาก ถ้าฟ้ามั่นใจแล้ว แน่ใจแล้ว พี่ก็ต้องถูกใจไปด้วยนั่นแหละ”

“ดีจัง...อยากให้พ่อคิดแบบนี้ด้วยจัง”

“พ่อเขาก็เป็นห่วงตามหน้าที่ของพ่อ ส่วนพี่ก็ห่วงตามหน้าที่ของพี่ เช่นถ้าพี่รู้ว่าเจ้าบอลนี่แอบไปเกาะแกะคนอื่นหรือทำอะไรที่เกินเลยไปโดยไม่ให้เกียรติน้องสาวของพี่เลยล่ะก็...”

“พี่ดินจะทำยังไงคะ”

“จะจับทำปุ๋ยองุ่นซะเลยดีไหมฟ้า”

ฟ้าใสยิ้มชอบใจ ดินแดนกำชับบอลอีกครั้งว่าทำได้ไหม บอลรับปากทันใดว่าได้แน่นอน แต่ดินแดนยังมีข้อแลกเปลี่ยนด้วยว่าห้ามสองคนบอกบุษบาบรรณว่าเขาเป็นใคร เพราะเธอรู้แค่ว่าเขาคือหัวหน้าคนงาน

ooooooo

ดนัยเรียกภูวดลมาพบที่บ้านเพื่อตอกย้ำว่าเขาคือพ่อแท้ๆ ซึ่งข้อนี้ภูวดลสำนึกอยู่ตลอด แต่ถ้าพูดถึงความรักและผูกพันเขามีให้เอกภพมากกว่าเพราะได้รับการเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก

แน่นอนว่าเมื่อดนัยพูดถึงเอกภพในทางไม่ดี ภูวดลจึงออกรับแทน เหตุนี้ทำให้ดนัยโกรธมาก ด่ากราดทั้งลูกและแม่ หาว่าอักษรเสี้ยมสอนลูกไม่ให้รักตน สักวันตนจะทวงคืนสิ่งที่เสียไปทั้งต้นทั้งดอกจากเอกภพให้ได้

ภูวดลกลับบ้านด้วยความหนักใจแต่ไม่ปริปากบอกอักษรว่าไปพบดนัยมา เพราะไม่ต้องการให้แม่และพ่อเลี้ยงไม่สบายใจ

วันถัดมาไปทำงานที่ออฟฟิศเกิดเรื่องร้อนใจเมื่อสราญฉัตรมาบีบน้ำตาบอกภูวดลว่าแหวนเพชรของตนหาย เป็นแหวนที่มีคุณค่าทางใจเพราะแม่ให้ตนไว้ก่อนเสียชีวิต ภูวดลไม่อยากเชื่อเพราะที่นี่ไม่เคยมีเรื่องของหายหรือลักขโมย แต่เพื่อความโปร่งใสจึงให้พิมค้นกระเป๋าของพนักงานทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ของสราญฉัตรเอง

สราญฉัตรลอบยิ้มมั่นใจมากว่าบุษบาบรรณโดนลงโทษถึงขั้นไล่ออกแน่ เพราะตัวเองแอบเอาแหวนวงนั้นไปใส่ไว้ในกระเป๋าบุษบาบรรณ แต่กลายเป็นเจอแหวนในกระเป๋าสราญฉัตรซึ่งสริยาย้ายจากกระเป๋าบุษบาบรรณไปใส่ไว้เพราะบังเอิญแอบเห็นตอนสราญฉัตรทำการนี้เพื่อปรักปรำบุษบาบรรณ แต่เพราะเหตุผลอะไรเธอไม่รู้

หลังจากสราญฉัตรได้แหวนคืนด้วยความงุนงงว่ามันกลับมาอยู่ในกระเป๋าของตนได้ยังไง สริยาก็นัดบุษบาบรรณมาพบเป็นการส่วนตัว พูดให้ฟังว่าสราญฉัตรสร้างเรื่องขึ้นมา แต่สงสัยว่าทำแบบนี้ทำไม

“เขาอาจจะไม่ชอบหน้าฉัน ไม่ถูกชะตาฉันก็ได้มั้งคะ”

“แค่ไม่ถูกชะตาเนี่ยนะ ต้องแกล้งกันขนาดนี้เชียวหรือ”

“เรื่องบางเรื่องก็เข้าใจยากนะคะ บางทีฉันอาจจะทำอะไรให้เขาไม่พอใจโดยที่ฉันไม่รู้ตัวก็ได้ค่ะ ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณริยามากนะคะที่ช่วยฉันไว้”

สริยาพยักหน้าทั้งที่ยังสงสัยไม่หาย มันน่าจะมีอะไรลึกๆมากกว่านั้นที่บุษบาบรรณไม่ยอมบอก

“แล้วนี่ดินเขาอยู่ที่ไร่หรือเปล่า”

“อยู่ค่ะ เห็นว่าวันนี้อยู่ซ่อมแทรกเตอร์ที่ไร่ค่ะ คุณริยามีอะไรจะใช้นายดินหรือเปล่าคะ”

“ไม่มีหรอก ถามดูเพราะเดี๋ยวจะเอาเค้กไปให้น่ะ วันนี้วันเกิดเขา”

บุษบาบรรณนิ่งฟังอย่างเก็บข้อมูล แล้วพอตกเย็นก็แอบทำเซอร์ไพรส์ให้ดินแดนด้วยการจัดงานวันเกิดเล็กๆ กันเองที่บ้านพักโดยมีคนงานมาร่วมวง ดินแดนปลื้มมากขอบคุณบุษบาบรรณอย่างสุดซึ้งและร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน แต่กับสริยาที่นำเค้กมาให้เมื่อตอนบ่าย เขากลับพูดสั้นๆว่าขอบคุณแล้วขอตัวทำงานต่อ ทำให้สริยาน้อยใจถึงกับเดินน้ำตาร่วงจากไป

ooooooo

ค่ำวันเดียวกันที่ดินแดนสนุกสนานอยู่กับงานวันเกิดเล็กๆที่บ้านพัก เอกภพกับอักษรไปร่วมงานการกุศลในเมืองซึ่งดนัยก็ไปงานนี้ด้วยเช่นกัน อักษรเผชิญหน้าดนัยตามลำพังขณะที่เอกภพไปเข้าห้องน้ำ เธอตกใจถอยหนีเพราะไม่อยากสนทนากับอดีตสามี แต่ดนัยดูเหมือนจงใจเข้ามาข้องแวะอย่างคนพาล

“กรุณาหลีกไปค่ะ”

“ทำไม ฉันมันน่ารังเกียจนักหรือ”


อักษรไม่อยากคุยด้วยจะเดินหนีอีก ดนัยคว้าแขนเธอไว้ทันที

“ปล่อยฉันนะคุณดนัย เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก”

“แต่ฉันว่าเรามีเรื่องที่ต้องคุยกันเยอะเลยทีเดียว สำนึกเอาไว้มั่งนะ ถ้าผมไม่เซ็นใบหย่าให้คุณ คุณก็ไม่มีวันได้เสวยสุขกับไอ้กระจอกนั่นหรอก”

เอกภพออกมาเห็นปราดเข้าไปดึงอักษรแล้วผลักดนัยออกห่าง “แกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องอักษร”

“ฉันว่าที่ฉันเคยทำมามันมากกว่าแค่แตะตัวนะ”

“ไอ้เลว!” เอกภพโกรธมากจะพุ่งเข้าใส่ดนัยแต่อักษรห้ามไว้ แล้วรีบดึงสามีกลับออกจากงานไปทันที

เมื่อสองคนกลับถึงบ้านก็พูดถึงดนัยโดยไม่รู้ว่าภูวดลแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง

“ผมไม่เข้าใจ ดนัยเลิกรากับคุณมายี่สิบกว่าปีแล้วทำไมยังมาหาเรื่องเกาะแกะคุณอีก”

“คุณก็รู้จักนิสัยเขาดีไม่ใช่เหรอคะ เขาเป็นคนอารมณ์ร้าย เจ้าคิดเจ้าแค้น”

“อายุปูนนี้แล้วยังไม่รู้จักปล่อยวาง เสียดายเวลาชีวิตจริงๆ คุณต้องระวังตัวบ้างนะ อย่าไปไหนมาไหนคนเดียว ผมเป็นห่วง”

“คงไม่มีอะไรแล้วค่ะ ฉันเองก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนอยู่แล้ว คงไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว”

ภูวดลได้ยินแล้วเครียดมาก วันรุ่งขึ้นเขาตัดสินใจไปพบดนัยถึงบ้าน ขอร้องเขาให้เลิกยุ่งกับแม่

“แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน ตั้งแต่แม่แกหอบแกออกไปจากบ้าน ฉันก็ไม่เคยคิดเลยว่าฉันมีลูกกับเขาด้วย เพราะฉะนั้นแกไม่มีสิทธิ์มาพูดกับฉันแบบนี้”

“เรื่องที่พ่อไม่คิดว่าผมเป็นลูกก็เป็นสิทธิ์ของพ่อ แต่ถึงยังไงผมก็ยังระลึกอยู่เสมอว่าผมก็มีพ่อกับเขาเหมือนกัน ถึงแม้ว่าตลอดมาพ่อไม่เคยเลี้ยงดูผมด้วยความรักเลย นั่นคงเป็นเพราะผมไม่ได้เกิดมาจากความรัก”

“แกจะไปรู้อะไร ทำไมฉันจะไม่รักแม่แก แม่แกนั่นแหละที่ไม่รักฉัน”

“แม่มีชีวิตใหม่แล้ว ปล่อยให้แม่มีชีวิตของแม่เถอะครับ แม่เสียใจมากนะครับกับเรื่องที่เกิดขึ้น”

“แล้วความเสียใจของฉัน มีใครเคยคิดเห็นใจบ้างไหม” ดนัยโมโหเขวี้ยงแก้วในมือผ่านหน้าภูวดลไปกระทบผนังแตกกระจาย “แกออกไปเลยนะ แล้วจำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่าฉันไม่ได้เป็นอะไรกับแก และฉันก็จะไม่ขอญาติดีกับคนที่เคยเป็นเมียและคนที่แย่งเมียฉันไปด้วย”

ภูวดลร้าวรานใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น หันหลังเดินจากไปอย่างเร็ว ดนัยทรุดลงกับเก้าอี้ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน

ooooooo

เช้าวันถัดมาดินแดนมาร่วมโต๊ะอาหารกับพ่อแม่และพี่ชาย เอกภพซึ่งเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของดินแดนกับบุษบาบรรณและภูวดลกับสริยา จึงวางแผนจะจับแยกคู่โดยแนะนำให้ทั้งสี่คนพากันไปเที่ยวพักผ่อน เน้นว่าภูวดลควรพาบุษบาบรรณเที่ยวบ้างจะได้สนิทสนมกัน ส่วนดินแดนก็พาสริยาไปเปิดหูเปิดตาบ้าง

ดินแดนเห็นดีเห็นงามเพราะมีแผนอยู่ในใจเหมือนกัน ฝ่ายภูวดลที่พอจะเดาอะไรได้บ้าง พอหลังอาหารมื้อนั้นจึงขอคุยกับน้องชายเป็นการส่วนตัว

“พี่ขอพูดตรงๆเลยนะ เมื่อไหร่นายจะคุยกับริยาให้เข้าใจ”

“คุยเรื่องอะไร”

“นายไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้ พี่อยากให้นายเคลียร์กับริยาให้เข้าใจซะว่านายจะเอายังไงกับเขากันแน่”

“พี่คิดว่าถ้าผมพูด...ริยาเขาจะเข้าใจไหมล่ะ”

“แต่ถ้านายปล่อยเอาไว้แบบนี้ ริยาก็จะยิ่งเสียใจมากขึ้น”

“ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นวิธีที่ถูกหรือเปล่านะพี่ภูแต่ผมเชื่อว่าการถูกบอกปฏิเสธว่าไม่รักมันเจ็บปวดกว่าการที่เรารับรู้ได้ด้วยตัวเองนะ”

“หมายความว่านายอยากให้ริยาเขารับรู้ด้วยตัวเองงั้นเหรอว่านายไม่ได้รักเขา”

“ผมกับริยาโตมาด้วยกัน ความรู้สึกที่ผมมีกับริยาที่ผมสามารถบอกพี่ได้ก็คือผมรักริยานะ แต่เหมือนน้องสาวคนหนึ่ง เหมือนฟ้าใส เหมือนพี่น้องคนหนึ่งในครอบครัวของเรา...ผมเชื่อนะพี่ภู ว่าต้องมีสักวันที่ริยาเองก็ต้องรู้ใจตัวเองอย่างจริงๆว่าในใจของเธอเองรู้สึกยังไงกันแน่”

“นายจะรู้ได้ยังไงว่าริยาไม่ได้รักนาย”

“ไม่รู้สิ พี่ภูคิดว่าเราสองคนมีอะไรที่เหมือนกันบ้างล่ะ ผมว่าเรื่องความรักมันบังคับใจกันไม่ได้หรอก”

“ใช่...พี่รู้”

“แต่มันสร้างให้เกิดขึ้นได้นะพี่ ไม่ว่าจะเป็นด้วยอะไรก็ตาม ความใกล้ชิด ความจริงใจ ความสม่ำเสมอ...ไม่อย่างนั้นผู้ชายอย่างเราเขาจะมีวิธีจีบผู้หญิงกันทำไม ถ้าพี่ภูอยากรักใครสักคนหรืออยากให้ใครสักคนรักอย่ามัวแต่รอโชคชะตาฟ้าลิขิตเลยพี่ ลองพยายามดูก่อน ถ้าถึงเวลาแล้วไม่สำเร็จ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าเราพยายามแล้วไง...จะได้ไม่มานั่งเสียใจทีหลัง”

“เอาล่ะ นายไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องมาที่พี่ ว่าแต่จะเอาไงกับคุณพ่อล่ะ”

“พี่ภูก็ช่วยผมเล่นละครตบตาพ่อไปก่อน ถึงเวลาผมจะอธิบายให้พ่อเข้าใจเอง”

“แล้วนี่นายจะให้พวกเราไปเที่ยวกันตามที่พ่อบอกงั้นเหรอ”

“ก็งั้นสิ ผมว่ามันก็เป็นโอกาสที่ดีของเราทั้งคู่นะ”

“นายไม่ต้องเอาฉันเข้าไปเกี่ยวด้วย”

“เอ้า...ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว งั้นผมไปก่อนนะ”

“อีกคำถามนึงดิน...นายรักบุษบาบรรณใช่ไหม”

“มันเร็วไปมั้งพี่ภูที่จะบอกว่ารัก...เอาเป็นว่าถ้าผมจะรักใครอีกสักคน ผมจะต้องแน่ใจให้มากที่สุดว่าเขาต้องเป็นคนที่ผมสามารถอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต”

ooooooo

เช้าวันเดินทางไปเที่ยวอุทยาน ดินแดนจัดแจงให้บุษบาบรรณนั่งรถไปกับตน ส่วนภูวดลไปกับสริยา ปรากฏว่าดินแดนไปถึงทีหลังเพราะรถเสียตลอดทางต้องหยุดแก้ไขเป็นระยะ

ภูวดลกับสริยาไปถึงก่อนอดบ่นกันไม่ได้ว่าทำไมป่านนี้สองคนนั้นยังไม่มาสักทีทั้งที่ออกมาตั้งแต่เช้า...พูดแล้วสริยานิ่งไปจนภูวดลสงสัยถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“แค่รู้สึกนิดหน่อยน่ะค่ะ”

“รู้สึกอะไรล่ะ”

“จริงๆ แล้วเราน่าจะนั่งรถมาพร้อมกันได้นี่คะ”

“คือ...ดินเขาไม่อยากให้ความลับเรื่องฐานะที่แท้จริงของเขาแตกน่ะ เขาคงกลัวว่าเราคุยกันแล้วเดี๋ยวจะเผลอลืมตัว”

“พี่ภูคิดอย่างนั้นเหรอคะ” สริยามองหน้าภูวดลก่อนเดินเข้าบ้านพักไป ภูวดลกังวล...ไม่รู้จะแก้ไขปัญหารักซ้อนเรื่องนี้อย่างไรดี

เมื่อดินแดนกับบุษบาบรรณมาถึงในสภาพมอมแมมไปด้วยฝุ่น สริยาให้สองคนไปอาบน้ำจะได้กินข้าวกัน บุษบาบรรณผละไปกับสริยา แต่ดินแดนถูกภูวดลรั้งไว้

“มีอะไรอีกล่ะพี่”

“เรื่องริยาน่ะ นายคิดว่าเขาไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงที่ทำแบบนี้ นายเป็นคนชวนเขามาเที่ยว แต่ถึงเวลานายกลับโยนเขามาให้พี่ แล้วนายก็ไปกับบุษบา พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่ต้องชวนเขามาตั้งแต่แรก”

“พี่ภูก็น่าจะรู้ว่าผมทำแบบนี้ทำไม”

ภูวดลนิ่งชะงักเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าดินแดนพยายามเปิดทางให้เขา “นายไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะ”

“พี่ภู...พี่จะไม่ลองพยายามทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างเลยหรือไง” พูดแล้วดินแดนเลี่ยงเข้าบ้าน


ทั้งสี่คนเดินสำรวจห้องพักมีสองห้องนอน สริยาสรุปทันทีว่า

“ถ้างั้นริยานอนกับคุณบุษก็แล้วกันนะ อีกห้องจะได้ให้หนุ่มๆเขานอนด้วยกัน”

 “ไม่เป็นไรหรอกริยา ผมไม่อยากรบกวนคุณภู เป็นลูกน้องจะไปนอนห้องเดียวกับเจ้านายได้ไง ผมว่าเดี๋ยวผมจะไปกางเต็นท์นอนข้างนอก มาเที่ยวแบบนี้ต้องได้บรรยากาศแบบนี้แหละ แล้วคุณล่ะครับคุณผู้จัดการ”

“นายมีเต็นท์มากี่หลังน่ะ”

“สองหลัง”

“โธ่ คุณบุษอย่าไปบ้าจี้ตามดินเลย คุณบุษมานอนกับริยาดีกว่า”

“แต่จะว่าไป...นอนเต็นท์ก็ได้บรรยากาศดีนะครับ งั้นเดี๋ยวฉันไปนอนเต็นท์กับนายเอง”

ดินแดนสะอึก...ภูวดลสอดมาแบบนี้เสียแผนหมด รีบปฏิเสธ “อย่าดีกว่าครับคุณภู เป็นเจ้านายจะมานอนเต็นท์ได้ไง...คุณภูนอนที่บ้านนี่ดีแล้ว”

“เฮ้ย...ก็อยากสนุกบ้างสิ”

ดินแดนไม่ยอม แต่ภูวดลก็จะนอนเต็นท์ให้ได้ สองคนเถียงกันไปมาจนบุษบาบรรณต้องขัดขึ้น

“พอค่ะ ไม่ต้องเถียงกัน เดี๋ยวฉันจะไปนอนเต็นท์เอง...บุษอยากนอนเต็นท์อยู่แล้ว ไม่เคยนอนเลยตั้งแต่ตอนไปเข้าค่ายตอนเด็กๆน่ะค่ะ”

“แต่คุณบุษนอนกับริยาก็ได้นี่คะ”

“เดี๋ยวมารบกวนคุณริยาแค่ตอนเข้าห้องน้ำก็แล้วกันค่ะ เอ้า แล้วจะตั้งเต็นท์ที่ไหนล่ะนายดิน”

“เขามีที่ตั้งเต็นท์แถวนี้ไม่ไกลหรอก แต่ต้องรีบไปก่อนค่ำ”

“งั้นก็ไป...เดี๋ยวฉันไปเอาของก่อนนะ” บุษบาบรรณเดินออกไป ภูวดลมองหน้าน้องชายแต่เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้...สริยาแอบมองดินแดนด้วยความน้อยใจ

ขณะไปกางเต็นท์ด้วยกัน บุษบาบรรณถือโอกาสถามดินแดนว่า “เรื่องของนายกับคุณสริยามันยังไงกันแน่”

“ทำไม...คุณริยาบอกอะไรกับคุณ”

“เปล่า ไม่ได้บอกอะไร แต่นายกับคุณริยาน่ะชอบกันไม่ใช่เหรอ”

“ผมเคยบอกคุณเหรอว่าผมกับคุณริยาชอบกัน”

“นายไม่เคยบอก แต่ฉันบังเอิญเห็นคุณริยาเก็บรูปที่ถ่ายคู่กับนายไว้ในห้องทำงานน่ะ”

“ก็ผมทำงานที่นี่มาตั้งหลายปี ก็ต้องมีรูปถ่ายคู่กันบ้างสิ”

“แต่ฉันรู้สึกว่าคุณริยาชอบนายนะ ผู้หญิงด้วยกันดูกันออก”

“แล้วคุณมาถามทำไม”

“ก็...ถ้านายชอบคุณริยาก็ดีไง”

“ผมไม่ได้ชอบคุณริยา แล้วเราก็ไม่ได้คบกันด้วย... โอเคนะ”

“อ้าวเหรอ แหม...น่าเสียดายนะ”

“นี่...คุณไม่ต้องมาแอบคิดแทนผมเลย ผมจะชอบหรือไม่ชอบใครผมคิดเองได้”

“โอเคๆ” บุษบาบรรณรับปากแล้วหันหน้าหนี ลอบยิ้มพอใจกับคำตอบนั้น

ooooooo

ภูวดลเก็บคำพูดของดินแดนมาคิดทบทวน...แล้วพยายามจะทำตามความรู้สึกของหัวใจที่แอบชอบสริยามานานเพื่อให้ฝ่ายหญิงรับรู้ แต่เพราะความไม่ถนัดจีบสาวทำให้พูดจาไม่เข้าท่าออกไปทั้งที่บรรยากาศเป็นใจ

ค่ำคืนนั้นสองคนแยกย้ายกันเข้านอนแต่หัววัน ต่างจากดินแดนกับบุษบาบรรณที่นั่งคุยกันหน้าเต็นท์จนดึกดื่นและหลับไปด้วยกัน กระทั่งได้กลิ่นเหม็นไหม้ก็สะดุ้งตื่นเห็นเต็นท์ของดินแดนโดนไฟไหม้จึงรีบช่วยกันดับไฟ

หลังจากนั้นหญิงสาวเข้านอนและให้ดินแดนนอนหน้าเต็นท์ของตน แต่ผ่านไปไม่นานรู้สึกได้ว่าอากาศหนาวเย็นมากจึงเปลี่ยนใจให้เขาเข้ามานอนข้างในแต่คนละมุม ช่วงนี้เองดินแดนตัดสินใจบอกความจริงเรื่องที่หลอกว่าเขากับเธอได้เสียกัน แต่กลายเป็นเขาพูดอยู่คนเดียวเพราะเธอหลับสนิทไปแล้ว

เช้าวันรุ่งขึ้นสริยายังคงน้อยใจดินแดนที่ไม่ใส่ใจเธอเอาเสียเลย จึงขอแยกกันเที่ยวโดยให้ภูวดลพาไปที่น้ำตก ส่วนดินแดนชวนบุษบาบรรณไปเดินป่า ภูวดลพยายามเอาใจสริยาและมีโอกาสได้ใกล้ชิดมากขึ้น 

ขณะที่อีกคู่ก็ดูเข้าอกเข้าใจกันกว่าเดิม ถึงขนาดบุษบาบรรณยอมพูดถึงเหตุผลที่เข้ามาทำงานในไร่องุ่นเพราะแต่เดิมมีความฝันอยากเป็นเจ้าของไร่ ถ้าได้ทำงานที่ตนรักคงจะมีความสุขทุกวัน

“แค่นั้นน่ะหรือ มีเหตุผลอื่นอีกหรือเปล่า”

“ฉันอยากได้เงิน เงินเยอะๆเลย”

“ต้องเยอะแค่ไหน แล้วจะเอาเงินไปทำอะไรนักหนา”

บุษบาบรรณนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนบอกว่าจะเอาเงินไปใช้หนี้สามสิบล้าน ดินแดนได้ฟังถึงกับอุทานว่า

“แม่เจ้า...คุณไปเป็นหนี้อะไรมากมายขนาดนั้น ดูจากที่บ้านคุณครอบครัวคุณก็มัธยัสถ์ไม่ได้ใช้จ่ายอะไรเกินตัวเลยนี่”

“มีคนเขาเอาโฉนดไร่องุ่นปลอมๆมาหลอกขายให้ฉัน”

ดินแดนนิ่งอึ้ง เริ่มเข้าใจเหตุผลต่างๆของบุษบาบรรณมากขึ้นเรื่อยๆ แต่พอถามว่าใครเอาโฉนดปลอมมาหลอกขาย เธอตัดบทว่า

“ช่างมันเถอะ ฉันถือว่าเรื่องมันผ่านไปแล้ว ถ้าฉันจะไปแต่มัวโกรธแค้นอยู่ก็คงไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว แต่อย่างน้อยฉันก็ได้บทเรียนว่าไม่ควรเชื่อใจใครง่ายๆ และอย่าปล่อยให้ตัวเองถูกหลอกอีกเป็นอันขาด”

“คุณคงไม่ชอบให้ใครมาหลอกคุณใช่ไหม”

“ใครชอบบ้างล่ะ หรือนายชอบ”

“ผมก็ไม่ชอบเหมือนกันนั่นแหละ แล้วถ้าคนที่เขาหลอกคุณเขามีเหตุผลที่ดีและสำนึกผิดเข้ามาขอโทษคุณล่ะ คุณจะยกโทษให้เขาได้ไหม”

“ฉันก็จะฟังก่อน ถ้ามีเหตุผลที่ดีจริงๆ แล้วเขามาขอโทษด้วยความสำนึกผิดจริงๆ ฉันก็พอจะเข้าใจได้นะ”

“แล้วคุณจะยกโทษให้เขาได้ไหม”

“ทำไม...นายมีอะไร”

“บุษบา...คุณจำเรื่องคืนที่คุณเมาได้ไหม”

“ฉันบอกแล้วไง อย่าพูดถึงอีก มันผ่านไปแล้ว”

“คืนนั้นเราไม่มีอะไรกัน ผมแค่หลอกคุณ แต่ผมมีเหตุผลที่...”

ฉาด! บุษบาบรรณตบหน้าดินแดนแล้ววิ่งหนีไปในป่าลึกแล้วหลงทางจนดินแดนตามหาไม่เจอ แต่ยังคิดในแง่ดีว่าเธออาจกลับบ้านพักแล้ว เมื่อย้อนกลับมาดูไม่พบจึงร้อนรนจะไปในป่าอีก ทำให้ภูวดลกับสริยาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ที่สุดดินแดนก็ต้องพูดความจริง

“ผมมีปัญหากับบุษบานิดหน่อย เราทะเลาะกัน ผมพูดไม่ดีกับเธอ เธอโกรธแล้วก็เดินหายไป”

“ถ้าบุษบาไม่กลับมาที่นี่ เธอจะไปไหน”

“สงสัยเธอต้องหลงทางแน่ๆ ผมไปตามหาก่อนแล้วกัน พี่ภูกับริยารอที่นี่แหละ”

ภูวดลกับสริยาไม่อยู่เฉย ออกมาช่วยดินแดนตามหาบุษบาบรรณจนใกล้ค่ำก็ไม่พบ สริยาแนะนำให้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่อุทยาน ภูวดลเห็นด้วยจึงรีบร้อนไปกันสองคนโดยที่ดินแดนยังคงค้นหาต่อไป

ในที่สุดดินแดนก็เจอบุษบาบรรณในป่าลึกก่อนที่ภูวดลกับเจ้าหน้าที่อุทยานจะมาพบในเช้าอีกวัน ดินแดนพยายามจะอธิบายเหตุผลแต่เธอไม่ยอมฟัง เดินตามภูวดลกลับไปทั้งที่อ่อนเพลียและตัวร้อนมีไข้ค่อนข้างสูง

ooooooo


ละครเล่ห์รักบุษบา ตอนที่ 7 อ่านเล่ห์รักบุษบาติดตามละครเล่ห์รักบุษบา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ไมค์ ภัทรเดช , พีค ภัทรศยา 6 พ.ย. 2561 07:19 2018-11-08T00:24:51+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ