ข่าว

วิดีโอ



เล่ห์รักบุษบา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมาดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สรรพชัย เกิดอุทัย / วรวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์

กำกับการแสดงโดย: ต่อพงศ์ ตันกำแหง

ผลิตโดย: บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ไมค์ ภัทรเดช , พีค ภัทรศยา

กลับถึงไร่ได้ไม่ทันข้ามวันบุษบาบรรณรู้สึกวิงเวียนเห็นบ้านหมุนก่อนจะเป็นลมหมดสติ ข่อยตกใจรีบวิ่งไปตามดินแดนมาช่วยปฐมพยาบาลจนเธอฟื้นขึ้นมา

บุษบาบรรณไม่ต้องการให้ดินแดนเข้านอกออกในที่บ้านนี้ได้ตามสะดวก จึงพยายามกันเขาออกห่างไม่ให้สนิทสนมกันเหมือนเดิม ให้คงไว้แค่ความเป็นเพื่อนร่วมงานเท่านั้น แต่ดินแดนซึ่งหลงรักเธอเข้าให้แล้วไม่ยอมทำตาม ทั้งยังแอบไปขอร้องภูวดลให้สิทธิ์เธอหยุดพักผ่อนต่อยังไม่ต้องรีบมาทำงาน แค่นี้ภูวดลก็รู้ใจว่าน้องชายคิดยังไงกับผู้จัดการไร่คนสวย แต่ถามทีไรก็ยังปากแข็งทุกที

ผ่านไปสองสัปดาห์ บุษบาบรรณยังคงมีอาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน และนอนไม่หลับอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งเธอเริ่มสงสัยว่าตัวเองอาจตั้งครรภ์เพราะประจำเดือนไม่มา จึงตามอังคณาเพื่อนรักมาพบที่บ้านพักแล้วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันนั้นให้ฟังว่าตนกับดินแดนเมาและมีอะไรเกินเลยกันโดยไม่รู้ตัว

“ใจเย็นๆก่อน รออีกวันสองวัน ดูซิว่าประจำเดือนจะมามั้ย มันไม่น่าจะซวยขนาดนั้นหรอกน่า”

“ฉันพลาดที่ปล่อยให้ตัวเองเมาไม่ได้สติ นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันต้องทำงานส่งเงินไปให้พ่อกับแม่ ฉันคงยื่นใบลาออกไปแล้ว”

“แกจะเดินหน้าจีบคุณภูต่อไปรึเปล่า”

“ถอยหลังสิไม่ว่า เกิดเรื่องแบบนี้แล้ว ถึงคุณภูไม่รู้ ฉันก็ทำใจไม่ได้หรอก”

“ฉันรู้ว่าแกหน้าไม่หนาพอ แต่คุณภูอาจจะไม่ถือเรื่องแบบนี้ก็ได้นะ”

“แต่ฉันถือ แม่สอนฉันมาตั้งแต่เด็กว่าให้รักนวลสงวนตัว อย่าใจง่ายปล่อยตัวให้ผู้ชายจนกว่าจะได้แต่งงานกัน”

“แม่แกก็หัวเก่าเนอะ แต่ฉันชอบความคิดแบบนี้นะ ผู้ชายบางคนเห็นแก่ตัว อยากแต่งงานกับผู้หญิงที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ตัวเองล่ะ ฮึ! เวอร์จิ้นนักนี่ ผ่านหญิงมากี่มือแล้ว”

“ฉันยอมรับนะว่ารู้สึกดีๆกับเขา เวลาอยู่กับนายดิน ฉันได้เป็นตัวของตัวเอง จะหัวเราะ รู้สึกสดชื่นมีความสุข แต่ถ้าอยู่กับคุณภู ฉันรู้สึกเกร็งๆด้วยซ้ำ”

“หรือว่าแกรู้สึกกับ...”

“หยุดเลย...อย่ามาพูดเรื่องนี้เด็ดขาด อัง...ฉันจะท้องรึเปล่าวะ แล้วถ้าท้องฉันจะทำไงล่ะ”

“อย่าวิตกเลย มันแก้อะไรไม่ได้แล้ว มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ แต่ถ้ามันใช่...แกก็ต้องก้มหน้าก้มตาเลี้ยงไป เอาน่า ฉันช่วยแกเลี้ยงด้วย ฉันชอบเด็กอยู่แล้ว...นี่ไง โอ๋ๆๆๆ อย่าร้องนะ มาๆๆ เดี๋ยวน้าป้อนนมให้”

“ยัยบ้า ของเธอน่ะลูกฉันไม่พอกินหรอก”

“นี่...ฉันป้อนนมผงหรอกย่ะ”

 “อัง...มีแต่แกนี่แหละที่ทำให้ฉันสบายใจได้ทุกครั้ง”

“ไม่ต้องมาทำซึ้ง...เพื่อนน่ะเขามีกันไว้ใช้ประโยชน์แบบนี้แหละ แล้วกับนายดินล่ะแกจะเอาไงต่อ”

“ฉันจะคุยกับเขาเฉพาะแค่เรื่องงานเท่านั้น”

“เอาล่ะๆ อย่าเครียด แกลุกขึ้นไปแต่งตัว ไปข้างนอกกันดีกว่า เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เดี๋ยวฉันลงไปรอที่รถ”

อังคณาลงมาเจอดินแดนที่เพิ่งมาจอดรถ เธอมองซ้ายขวาแล้วเข้าไปพูดกับเขาว่าเรื่องเขากับบุษบาบรรณจะเอายังไง ดินแดนชะงัก ถามกลับว่ายังไง? ตนไม่เข้าใจ

“ฉันคิดว่าคุณจริงใจกับบุษ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่บอกให้ไปที่บ้านบุษหรอก รู้ไหมฉันกับบุษสนิทกันมาก ถ้าบุษเจ็บ ฉันก็เจ็บ”

“ผมก็เสียใจครับ”

“บุษเจอเรื่องร้ายๆมาเยอะ ถ้าคุณเห็นว่าบุษเป็นคนที่มีค่าสำหรับคุณจริงๆ คุณก็ต้องพยายามให้มากกว่าคำพูดแค่ว่าเสียใจ”

บุษบาบรรณออกมาจากบ้าน สบตาดินแดนแวบหนึ่ง ต่างคนต่างนิ่งแล้วเดินสวนกันไป พอขึ้นรถนั่งคู่อังคณา บุษบาบรรณก็ถามเพื่อนว่าคุยอะไรกับเขา

“ไม่มีอะไร ไปร้านกาแฟฉันก่อนละกันนะ เดี๋ยวค่ำๆฉันมาส่ง”

ดินแดนมองตามรถไปแล้วอดบ่นตัวเองไม่ได้ว่า “เรื่องมันวุ่นวายไปหมดเพราะแก ไอ้ดินเอ๊ย”

ooooooo

เอกภพอยากรู้ความคืบหน้าเรื่องที่ให้ภูวดลจีบบุษบาบรรณ ตั้งท่าจะถามภูวดลที่เพิ่งกลับจากทำงานแต่โดนอักษรสกัดเสียก่อนเลยไม่ได้พูด

รุ่งขึ้นดินแดนกลัวบุษบาบรรณจะลาออกจากงานจึงรีบไปขอร้องภูวดลไว้ก่อนว่าอย่าอนุมัติ จากนั้นก็คุยกันเรื่องทำแท็งก์  แต่พิมแอบได้ยินแล้วปะติดปะต่อเรื่องเองจนเข้าใจผิดว่าดินแดนทำบุษบาบรรณท้องแล้วจะให้ทำแท้ง จึงเอาเรื่องนี้ไปบอกอักษร ขณะที่บุษบาบรรณเองเจอสริยาก็รู้สึกผิดต่อเธอ กลัวเธอเสียใจ พูดออกตัวไว้ก่อนว่าหากตนทำผิดพลาดอะไรโดยไม่ตั้งใจก็ขออภัยด้วย

อักษรตกใจมากเมื่อรู้จากพิมว่าดินแดนทำบุษบาบรรณท้อง ตกเย็นจึงเรียกลูกชายคนเล็กมาคุยกันส่วนตัว แต่พูดอ้อมไปอ้อมมาอยู่นานจนดินแดนสงสัยว่าแม่ไปรู้อะไรมา พออักษรพูดตรงๆ ออกมา เขาหัวเราะขำก่อนบอกว่า

“โอ๊ย...ตายแล้ว นี่มันไปกันใหญ่แล้ว”

“ใช่ เรื่องใหญ่ แต่แก้ไขได้นะลูก”

“แม่ครับ ฟังผมดีๆนะครับ ผมไม่ได้ทำบุษบาบรรณหรือใครท้องทั้งนั้น ผมไม่เคยมีอะไรกับบุษบา ในเมื่อไม่มีอะไรกันแล้วจะท้องได้ยังไง และในเมื่อไม่ท้องแล้วผมคิดจะทำแท้งไปทำไมครับคุณแม่”

“ก็พิมเขาบอกกับแม่ยังงั้นนี่”

“คุณพิม?”

“ใช่ เขาว่าเขาเอาเอกสารไปให้ตาภูเซ็น แล้วเห็นแกปรึกษากับตาภูว่าอย่าให้บุษบาบรรณลาออก แล้วยังปรึกษาเรื่องทำแท้งอีก จริงรึเปล่า”

“อ๋อ ผมเข้าใจแล้ว...ผมไปปรึกษาพี่ภูจริง แต่ผมไปปรึกษาว่าผมมีปัญหาเรื่องการทำงานกับบุษบานิดหน่อย เลยกลัวว่าเขาจะมาลาออกกับพี่ภู เลยบอกว่าอย่ายอมให้เขาออกนะ ส่วนเรื่องทำแท้งน่ะ โอ๊ย นึกแล้วขำ คือผมไปปรึกษาพี่ภูเรื่องทำแท็งก์น้ำในไร่ ไม่ใช่ทำแท้งเอาเด็กออกครับแม่”

“แล้วยัยพิมไปเอามาเป็นตุเป็นตะได้ยังไงเนี่ย  โธ่ถัง เล่นเอาแม่ตกอกตกใจหมด อย่างนี้ต้องเล่นงานยัยพิมซะหน่อย ฟังไม่ได้เรื่องได้ราวแล้วเอามาคิดเองเออเองยังงี้ ใช้ได้ที่ไหน”

เวลาเดียวกันนั้นขมิ้นที่แอบได้ยินตอนพิมมาคุยกับอักษรก็นำเรื่องมาเล่าต่อให้ป้าสร้อยฟังในครัว ข่อยกับ ปูนอยู่ด้วยเลยร่วมวงกันใหญ่ ซึ่งข่อยบอกว่ามีความ เป็นไปได้เพราะคืนนั้นตนเห็นดินแดนอุ้มบุษบาบรรณเข้าห้อง

แต่แล้วเมื่อป้าสร้อยรู้ว่าไม่เป็นความจริง ดินแดนไม่ได้มีอะไรกับบุษบาบรรณ ก็จะเอาตะหลิวเคาะหัวขมิ้นให้ได้ ขมิ้นวิ่งหนีพลางร้องลั่นว่ากลัวแล้วๆ

“ต้องตีให้ได้ หน็อย...คาบข่าวผิดๆมาทำเอาเราตกอกตกใจไปหมด...จำไว้เรื่องเจ้านายอย่าแส่มากนัก ดีนะ ถ้าคุณผู้หญิงรู้ว่าแกแอบฟังเรื่องนี้แล้วมาเล่าให้คนนั้นคนนี้ฟังล่ะก็...ฮึ!

“ป้าก็อย่าบอกแล้วกัน”

“แล้วไอ้ข่อยอีก เอ็งรีบไปบอกมันด้วยล่ะว่าฟังมามั่ว”

“จ้ะๆ” ขมิ้นรับคำเสียงอ่อย จ๋อยสุดๆ

ooooooo

บุษบาบรรณไม่ประสาในเรื่องเพศ หลงเข้าใจผิดใหญ่หลวงว่าตัวเองนอนกับดินแดนครั้งเดียวแล้วตั้งครรภ์ ขณะเดียวกันดินแดนก็คิดไม่ถึงว่าบุษบา-บรรณจะใสซื่อขนาดนี้ รู้สึกผิดที่ความเจ้าเล่ห์ของตนทำให้เธอเดือดเนื้อร้อนใจ แต่ก็พยายามคิดเพื่อลดทอนความผิดว่าทุกอย่างที่ทำลงไปเพื่อกันเธอออกจากภูวดล แล้วทำไมตนต้องแคร์ด้วย

สองคนตกอยู่ในภาวะห่างเหินหมางเมิน ต่างคนต่างทำงาน ไม่คุย ไม่มองหน้า โดยเฉพาะบุษบาบรรณนั้นพยายามหลบเขาตลอด เสียใจและกลุ้มใจเรื่องที่คิดว่าตัวเองท้องเพราะอาการวิงเวียนคลื่นไส้ยังมีอยู่

วันหนึ่งดินแดนทนไม่ไหว เผชิญหน้าบุษบาบรรณแล้วถามตรงๆว่าเราจะไม่พูดไม่คุย หลบหน้าหลบตากันแบบนี้ใช่ไหม

“ฉันบอกแล้วว่าเราจะคุยกันเฉพาะเรื่องงานอย่างเดียวเท่านั้น”

“คนเราไม่ใช่เครื่องจักรหรือหุ่นยนต์นะคุณ ที่จะตั้งโปรแกรมให้ทำอะไรก็ได้ เราทำงานด้วยกัน การพูดคุย มีความสัมพันธ์...อย่างน้อยในฐานะเพื่อนร่วมงานมันก็ต้องมีกันบ้าง ผมไม่มีความสุขที่เห็นคุณเป็นแบบนี้”

หญิงสาวเริ่มมีแววหวั่นไหว สองคนนิ่งเงียบกันไปครู่หนึ่งก่อนที่ดินแดนจะเอ่ยออกมา

“ผมขอโทษและยอมรับผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมสัญญาว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก และผมจะรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง...อย่างที่คุณต้องการ”

“นี่นายฟังนะ ถามว่าฉันเสียใจไหม แน่นอนเสียใจ เสียใจมากด้วย แต่เอาเถอะ ยังไงชีวิตก็ต้องเดินต่อ ฉันก็จะถือว่าเรื่องมันผ่านและจบไปแล้ว ฉันจะไม่เก็บมาคิดมาใส่ใจว่าเคยเกิดอะไรขึ้น นายสำนึกมาขอโทษก็พอ ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไร เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน และจะเป็นคนทำงานใกล้ชิดกันเหมือนเดิม แต่นายควรรู้ไว้นะ ความรู้สึกบางอย่างมันเรียกกลับคืนมาไม่ได้ง่ายๆ”

“แสดงว่าคุณยอมคืนดีกับผมแล้ว”

“นี่นายอย่ามาทึกทักเอาเองนะ ฉันก็แค่อยากทำงานอย่างมีความสุขเหมือนกันเท่านั้น”

หลังจากตกลงกันเรียบร้อย สองคนทำงานในไร่ร่วมกันได้เหมือนเดิม แต่ยังมีเส้นแบ่งที่บุษบาบรรณระบุไว้ว่าต้องห่างกันประมาณหนึ่งช่วงแขน

ooooooo

เช้าวันใหม่บุษบาบรรณเตรียมพร้อมไปทำงาน เดินมาบอกข่อยที่หน้าบ้านดินแดนว่าเธอจะไปรอที่ไร่ เมื่อดินแดนฟังข่อยรายงานก็บ่นว่าเพิ่งเจ็ดโมงจะรีบไปทำไม แต่ใช้เวลาไม่นานตัวเองก็ร้อนรนออกจากบ้าน

บุษบาบรรณกำลังเพลิดเพลินกับพวงองุ่นสวยๆ ห้อยระย้าน่ากิน ลองเด็ดชิมรสชาติหวานอร่อยก็ยิ่งฟินแทบไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของดินแดนที่เดินมาด้านหลัง

ไม่ทันลงมือทำงานในวันนี้ บุษบาบรรณตัดสินใจให้ดินแดนพาเธอไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย ชายหนุ่มรู้ว่าเธอกังวลเรื่องท้อง แต่ผลการตรวจคือพักผ่อนน้อย ร่างกายอ่อนแอและเครียดทำให้ความดันต่ำ หญิงสาวดีใจหายกลุ้มเป็นปลิดทิ้ง แต่ดินแดนกลับกระเซ้าว่าตนเสียใจที่อดเป็นพ่อคน

ทางฝ่ายเอกภพที่เร่งรัดภูวดลเรื่องจีบบุษบาบรรณเหลือเกินก็โดนอักษรขัดคออย่างขำๆ แต่ภูวดลไม่ขำด้วยเพราะเย็นนี้พ่อให้เขาชวนบุษบาบรรณไปกินข้าวในร้านบรรยากาศดีๆ เมื่อเลี่ยงไม่ได้จึงจำใจมาหาหญิงสาวถึงบ้านพักแต่ไม่พบ รู้จากข่อยว่าเธอออกไปกับดินแดนสักพักใหญ่ๆแล้ว

ดินแดนพาบุษบาบรรณไปเลี้ยงอาหารเพื่อไถ่โทษและหวังว่าเธอจะให้โอกาสเขาบ้าง ระหว่างนี้ภูวดลโทร.หาน้องชาย พอรู้ว่าเขากินข้าวอยู่กับบุษบาบรรณก็จะขอไปแจมด้วยเพราะกลัวพ่อเอาเรื่องที่ไม่ทำตามคำสั่ง แต่ดินแดนไม่ตกลง แนะนำพี่ชายให้ชวนใครบางคนไปกินด้วย

หลังอาหารมื้อแรกที่สองคนปรับความเข้าใจกันได้ ดินแดนขับรถมาส่งบุษบาบรรณหน้าบ้านพักและเกือบเผลอใจจูบเธอถ้าไม่ติดเข็มขัดนิรภัยที่ยังไม่ได้ถอดออก บุษบาบรรณเองก็หลับตาเคลิ้ม เลยนั่งเก้อเขิน

ด้วยกันครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะลงจากรถไปอย่างสบายใจ

เช้าวันถัดมาบุษบาบรรณต้องเข้าออฟฟิศ ดินแดนอาสาขับรถไปส่งถึงหน้าตึก ข่อยเห็นแล้วดีใจที่ทั้งคู่คืนดีกันได้ แต่คนที่อิจฉาริษยาบุษบาบรรณคือสราญฉัตรซึ่งแอบมองอยู่มุมหนึ่งกับแตน กลัวจะได้ดีเป็นสะใภ้ไร่ภูผา แตนเคยชอบดินแดนมาก่อนแต่เขาไม่สนใจ เห็นอย่างนี้เลยไม่สบอารมณ์เช่นกัน

“จริงๆนะฉัตร ฉันน่ะคันปากเหลือเกิน อยากจะไปบอกแม่บุษบาให้รู้ไปเลยนะว่าคุณดินที่แท้จริงน่ะเป็นใคร แต่กลัวตกงานน่ะ”

“ถ้าเธอไปบอกแบบนั้นแม่นั่นก็คงยิ่งระริกระรี้เข้าไปใหญ่น่ะสิ เธอไม่ต้องพูดน่ะดีแล้ว”

ตกเย็นสราญฉัตรให้แตนนำทางไปที่บ้านพักดินแดนบอกว่าตนมีแผนล่อเสือ แตนรู้ว่าคืออะไรแต่เตือนว่าระวังจะผิดหวังเพราะตนก็เคยอ่อยดินแดนมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ แต่สราญฉัตรมั่นใจตัวเองมาก บอกให้แตนรอดูผลงานของตนได้เลย

ดินแดนอยู่บ้านกับข่อยและปูน ส่วนบุษบาบรรณไปนอนค้างกับเพื่อนแล้วพรุ่งนี้เช้าจะกลับมาทำงานตามปกติ สราญฉัตรต้องหาทางไล่สองคนงานจอมเจ๋อออกไปก่อน จากนั้นก็ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จให้ดินแดนฟังว่าตนมีเรื่องกลุ้มใจ พ่อแม่จะให้แต่งงานกับผู้ชายที่ตนไม่ได้รัก


เธอเล่าไปดื่มไวน์ไป สักพักก็เริ่มเมาแกล้งเซเข้าหาเขาพร้อมส่งสายตายั่วยวน ดินแดนรู้แกวผละออกห่างแอบโทร.ตามข่อยมาอยู่เป็นเพื่อนเธอแทน ข่อยกับปูนมาทันใจ แต่สราญฉัตรไม่พอใจเอามากๆ ผลุนผลันกลับไปอย่างหัวเสีย

คืนเดียวกันที่บ้านพ่อเลี้ยงดนัย โภคินนั่งสีหน้าไม่สู้ดีเมื่อโดนดนัยถามความคืบหน้าเรื่องงานที่ให้ทำ

“สราญฉัตรเพิ่งเข้าไปทำงานครับ ตอนนี้คงต้องรอจังหวะเวลาอีกนิดหน่อย”

“คนที่นายต้องระวังคือลูกชายคนเล็กที่ชื่อดินแดน ไอ้หมอนี่มันไม่ธรรมดา”

“แต่ดูเหมือนว่าคนที่ดูแลกิจการทั้งหมดแทนนายเอกภพจะเป็นคนพี่ที่ชื่อภูวดลนะครับ”

“มันก็เป็นแค่ภาพที่คนข้างนอกมองเข้ามาเท่านั้น จำไว้เลยนะ นายต้องรู้จักศัตรูให้มากกว่าที่นายรู้จักเพื่อนสนิท หรือแม้กระทั่งแฟนของนายเสียอีก เพราะคนที่จะทำร้ายนายได้มากที่สุดก็คือศัตรูของนาย”

ดนัยนิ่งไปนิด จิบเครื่องดื่มในมือก่อนจะพูดต่ออย่างลุ่มลึก

“ลูกชายคนโตมันเป็นแค่ลูกติดจากเมีย ยังไงมันก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆ นิสัยก็แตกต่างกัน คนพี่หัวอ่อน สุภาพ เอกภพมันถึงให้ออกหน้าไว้รับแขกกับคอยติดต่อลูกค้า แต่คนน้องดูโผงผาง ไม่เอาใคร แต่มันฉลาดลึก เมื่อก่อนไร่ภูผาเป็นแค่ไร่กระจอกๆ มีเนื้อที่ไม่กี่ร้อยไร่สมัยที่ไอ้เอกภพกับลูกเลี้ยงของมันดูกิจการอยู่ แต่พอไอ้ดินแดนมันเรียนจบกลับมา ไร่องุ่นของมันกลับเหยียบหน้าไร่ม่านฟ้าของฉันกลายเป็นไร่องุ่นที่ใหญ่ที่สุด ดีที่สุด ภายในเวลาไม่กี่ปี”

“ครับ ผมจะกำชับกับสราญฉัตรให้ดีครับ”

ออกจากบ้านดนัยมาแล้ว โภคินไปหาสราญฉัตรที่ห้องพัก เธอยังหงุดหงิดไม่หายที่โดนดินแดนเลี่ยงหนี แต่คนอย่างเธอไม่มีวันยอมแพ้ เมื่อโภคินถามว่าไปไหนมา เขาโทร.หาก็ไม่รับ เธอปรับสีหน้าแล้วโกหกว่า

“แบตหมดน่ะ คุณมีอะไรเหรอ”

“ก็คิดถึง ไหนขอกอดหน่อยสิ”

“อย่ามาปากหวานเลย ไหน...คุณมาหาฉันต้องมีอะไรแน่ๆ”

“ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่มาตามงานที่ให้คุณทำน่ะ”

“งานไหน งานที่ปั่นหัวเรื่องแฟนเก่าคุณกับดินแดนหรือว่างานฉกข้อมูล”

“ก็ทั้งสองงาน”

“เรื่องนังบุษบาน่ะฉันจ้องเล่นมันอยู่แล้ว ไม่ชอบหน้าเลยทั้งในฐานะแฟนเก่าคุณและเรื่องส่วนตัว ส่วนเรื่อง ข้อมูลขอเวลาอีกนิด”

 โภคินดึงสราญฉัตรมากอดกระชับแกมข่มขู่ “ดี แต่อย่าช้าแล้วกัน...เข้าใจนะ”

ooooooo

เช้าขึ้นดินแดนกับข่อยนั่งคุยกันเรื่องสราญฉัตรมาอ่อยเมื่อคืน คุยไปหัวเราะไปจนบุษบาบรรณกลับมาเห็นอยากรู้ว่าขำอะไรกันนักหนา ข่อยทำท่าจะเล่าแต่ดินแดนกระแอมปรามแล้วตอบเสียเองว่า

“อย่าไปสนใจข่อยมันเลยคุณ กินกาแฟไหม เดี๋ยวให้ข่อยชงให้”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันรีบแต่งตัวไปทำงานดีกว่า”

“เออจริงสิ วันนี้ต้องเข้าไปดูที่ไร่หน่อย งั้นเดี๋ยวเข้าไปพร้อมกันเลยก็ได้”

“ได้...เดี๋ยวฉันขึ้นไปแต่งตัวแป๊บนึงนะ”

บุษบาบรรณผละไป ข่อยยิ้มเรี่ยราด แซวลูกพี่ว่าดีกันแล้วหรือ ดินแดนกลบเกลื่อนความเขินหาว่าข่อย “เผือก” แล้วลุกหนีไปทันที

ที่สำนักงาน สราญฉัตรแอบล้วงข้อมูลจากแตนว่าถ้าอยากรู้เรื่องการตลาดเพื่อวางแผนงานประชาสัมพันธ์จะถามใครดี แตนบอกว่าคุณพิมเพราะเมื่อก่อนเธอดูเรื่องนี้อยู่ อีกคนคือคุณภูวดล

เมื่ออีกฝ่ายหมดคำถาม แตนนึกขึ้นได้ถามบ้างว่าเมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้างไม่เห็นเล่าให้ฟัง ตกลงว่าแผนล่อเสือลงหลุมสำเร็จไหม

“เกือบ...แต่ดันมีหมามาขัดซะก่อน”

“อ้าว หมาที่ไหน ที่บ้านพักก็ไม่เห็นมีหมาสักตัว”

“มีอยู่สองตัวนั่นแหละ แค่นี้นะ” สราญฉัตรลุกหนี สีหน้ายังเจ็บใจไม่หาย ส่วนแตนนั่งงง คิดไม่ออกว่าหมาที่ไหนตั้งสองตัว

เวลานั้นเองข่อยกับปูนกินข้าวอยู่ในครัว สองคนแข่งกันจามจนป้าสร้อยสงสัยว่าเป็นอะไร แต่ขมิ้นไม่สนใจ เอาแต่อยากรู้ว่าเรื่องที่ปูนเล่ามานั่นจริงหรือเปล่า

“จริงสิ ข้ากับไอ้ข่อยลุ้นแทบตายว่าลูกพี่จะเสร็จคุณสราญฉัตรหรือเปล่า”

“แหม...ผู้หญิงสมัยนี้มันเป็นยังไงนะ ทำได้ถึงขนาดนี้เลย”

“แต่ฉันยกย่องเขานะป้า นี่แหละลูกผู้หญิงตัวจริงเสียงจริง ทำตามอย่างที่ใจตัวเองต้องการ”

ขาดคำขมิ้นโดนป้าสร้อยยกขายันโครมตกเก้าอี้ ร้องโอดโอยว่าป้ามาถีบตนทำไม

“ข้าก็อยากทำตามอย่างใจข้าต้องการบ้างน่ะสิ”

“แต่ป้าก็ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย...มันเจ็บนะ”

“นั่นไงเห็นไหม ถ้าเอ็งกับข้าทำตามอย่างใจต้องการทั้งหมดมันก็วุ่นวายแบบนี้แหละ คนเราถึงต้องมีความยับยั้งชั่งใจบ้าง ให้มันรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร”

“ก็สอนกันดีๆก็ได้”

“สอนดีๆแล้วเอ็งฟังไหมล่ะนังขมิ้น”

“เชื่อ...แต่ไม่จำ...พี่ปูนขา ขมิ้นเจ็บจัง” พูดแล้วจะโผไปออเซาะ แต่ปูนคว้าของใกล้มาขู่ก็เลยชะงักหน้ามุ่ย

“แล้วคุณดินจะทำยังไงต่อล่ะเรื่องคุณสราญฉัตรเนี่ย” ป้าสร้อยกังวล

“ผมว่าลูกพี่เขาคงไม่ทำอะไรหรอก เขาบอกว่ามันไม่ได้มีอะไรเสียหายถึงเรื่องงาน อันนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัว”

“แต่ข้าก็กังวล ยังไงเอ็งก็คอยดูๆกันๆไว้ด้วยล่ะ เดี๋ยวเผลอปุบปับคุณคนนั้นก็เข้ามาเป็นคุณผู้หญิงของเอ็งซะหรอก”

“ไม่มีทาง...พนันกันเอาขี้หมากองเดียว”

“เอามาขยี้หัวเอ็งเหรอไอ้ข่อย” ปูนถาม

“ขยี้หัวก็ได้...หรือจะกินก็ได้”

ทุกคนฟังแล้วขย้อนอยากจะอ้วก โดยเฉพาะป้าสร้อยบอกให้พอได้แล้ว แยกย้ายกันเสียที

ooooooo

เลิกงานเย็นนี้แตนชวนสราญฉัตรไปกินหมูกระทะแต่โดนปฏิเสธอย่างเนียนๆว่าต้องเคลียร์งานให้เสร็จ นกได้ยินเลยขอไปกินเป็นเพื่อนเพราะกำลังอยากกินอยู่พอดี

หลังจากทุกคนกลับหมดแล้ว สราญฉัตรแอบเข้ามาในห้องทำงานภูวดลเพื่อค้นข้อมูลด้านการตลาดไปให้โภคิน แต่ไม่สำเร็จเพราะดินแดนเข้ามาเจอหลังจากยามโทร.บอก สราญฉัตรเกือบโดนจับได้ ดีที่เธอหัวไวโกหกเอาตัวรอดมาได้

ดนัยโกรธมากเมื่อรู้เรื่องจากโภคิน เขาขว้างแก้วแตกกระจายต่อหน้าโภคินที่ยืนก้มหน้านิ่ง

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ไว้ใจผู้หญิง เห็นมั้ยพลาดจนได้”

“ผมขอโทษครับพ่อเลี้ยง สราญฉัตรเกือบจะทำสำเร็จแล้ว แต่นายดินแดนดันโผล่มาเสียก่อน”

“ไอ้ลูกหมาเอ๊ย ฉันไม่ปล่อยแกไปแน่”

“ใจเย็นๆนะครับพ่อเลี้ยง ผมขอเวลาอีกสองวันจะเอาข้อมูลมาให้ได้”

“ไม่ต้อง ปล่อยไปก่อน ขืนทำอีกพวกมันต้องสงสัยแน่นอน ไอ้ดินแดนมันก็เหมือนพ่อของมันนั่นแหละ ขี้ระแวง เจ้าเล่ห์ ปลิ้นปล้อน อย่าทำให้มันสงสัยดีกว่า”

“ผมขอโทษ”

“ไม่ต้องขอโทษ แค่ทำให้ดีขึ้นก็พอ ถ้าคราวหน้าแกพลาดอีก ฉันไม่เอาไว้แน่ คอยดูสิ” ดนัยขึงขังมากจนโภคินหวาดกลัว...

วันรุ่งขึ้นฟ้าใสพาบอลมาพบภูวดลที่ออฟฟิศเพื่อขอฝึกงานในไร่ แต่ไม่ยอมบอกว่าบอลเป็นแฟน โกหกว่าเป็นเพื่อนเรียนที่เดียวกันก่อนตนไปเรียนต่อเมืองนอก

“นึกยังไงถึงคิดจะมาฝึกงานที่นี่”

“ผมเรียนมาทางวิทยาศาสตร์การเกษตร ผมอยากเรียนรู้ประสบการณ์จริงๆเลยขอมาฝึกงานที่นี่ครับ”

ภูวดลดูเอกสาร แต่ฟ้าใสใจร้อนรีบเชียร์ให้รับบอลไว้ ท่าทางของน้องสาวทำให้พี่ชายนึกรู้ว่าไม่ใช่แค่เพื่อนแน่ พอเขาตกลงฟ้าใสก็เผลอตัวกระโดดโลดเต้นดีใจออกนอกหน้า

“เบาๆหน่อยยัยฟ้า เกินไปแล้ว ทำแบบนี้เดี๋ยวพี่ก็รู้หมดน่ะสิ”

“รู้อะไรคะ”

“ก็รู้เรื่องที่เธอยังไม่อยากให้พี่รู้น่ะสิ”

ฟ้าใสหน้าเจื่อน ขอร้องพี่ชายอย่าบอกพ่อกับแม่ว่าตนพาเพื่อนมาฝึกงานที่นี่...พอรอดจากภูวดลไปได้ แต่ฟ้าใสต้องมาตอบคำถามของดินแดนอีกคนขณะพาบอลไปดูงานในไร่แล้วเจอกัน

“ฝึกงาน? ทำไมต้องมาฝึกที่นี่ ไร่อื่นมีตั้งเยอะแยะ”

เจอคำพูดนั้นของพี่ชาย ฟ้าใสหน้าสลด ดินแดนเห็นน้องสาวจ๋อยก็ลดโทนเสียงลง


“ฝึกงานอย่างเดียวนะ ห้ามทำรุ่มร่ามกับฟ้าใส เข้าใจไหม แล้วมาฝึกแบบไปกลับหรือพักที่ไร่ล่ะ”

“พี่ภูให้มาถามพี่ดิน”

“งั้นไปพักบ้านคนงาน”

“พี่ดิน! บอลก็เป็นเพื่อนฟ้านะ จะให้ไปพักที่บ้านคนงานได้ไง”

“งั้นก็ไปเช้าเย็นกลับ”

ฟ้าใสตั้งท่าจะค้านอีก บอลชิงบอกว่าไปเช้าเย็นกลับก็ได้ ดินแดนพอใจแล้วให้ข่อยพาบอลไปดูงาน

ooooooo

เย็นนั้นบุษบาบรรณมาที่บ้านดินแดน ปิ้งขนมปังกินกับแยมองุ่นแทนข้าว เขาไม่ค่อยชอบแต่ก็กินเพราะอยากเอาใจเธอ สองคนกินไปสบตากันไปอย่างมีความสุข แต่ไม่ทันไรก็โดนข่อยวิ่งหน้าตั้งเข้ามาขัดจังหวะ

ข่อยได้รับแจ้งจากปูนว่าเอกภพกำลังปั่นจักรยานไปที่บ้านผู้จัดการ จึงกลัวเจ้านายจะมาเห็นดินแดนกับบุษบาบรรณกำลังดินเนอร์กัน

“อะไรวะไอ้ข่อย ทำหน้าอย่างกับโดนผีหลอก”

“ขอโทษครับ ข่อยผิดไปแล้ว แต่ว่าคุณ...คุณผู้ชายกำลังมาที่นี่ครับ”

“พ่อ! พ่อมาได้ไง” ดินแดนหันรีหันขวาง ทำอะไรไม่ถูก

“พ่อใคร? พ่อนายเหรอ”

“เอ่อ...ไม่ใช่พ่อ...พ่อคุณภูน่ะ คุณเอกภพ”

“แล้วทำไมต้องตกใจด้วยล่ะ คุณเอกภพมาก็ดีสิ ฉันจะได้รู้จักท่านเอาไว้ ยังไม่เคยเจอท่านเลย”

“เจอก็ดีเนอะ เฮ้ย! เจอไม่ได้!!”

“ทำไมเจอไม่ได้”

ดินแดนตอบไม่ได้ แต่ให้ข่อยรีบพาบุษบาบรรณกลับไปบ้าน พอเธอคล้อยหลังเขาก็รีบโทร.ขอความช่วยเหลือจากภูวดล แต่มันกะทันหันมาก พี่ชายก็ลน พอดีหันไปเห็นสริยากำลังจะกลับบ้านจึงมาขอร้องอีกทอดหนึ่ง

“พ่อกำลังจะไปที่บ้านดิน แล้วตอนนี้ดินก็กินข้าวอยู่กับบุษบา ถ้าพ่อรู้ดินต้องโดนเล่นงานแน่ๆ”

“ทำไมริยาต้องช่วยดินด้วย ปล่อยให้คุณอารู้ความจริงก็ดีเหมือนกัน”

ภูวดลหน้าเสียแต่ยังไม่ละความพยายาม สริยาเลยลังเล...

ooooooo

เอกภพเกือบจับได้ว่าดินแดนกินอาหารเย็นอยู่กับบุษบาบรรณถ้าสริยาไม่ซิ่งมอเตอร์ไซค์มาทางหลังบ้านและช่วยแก้ปัญหาให้ดินแดนเอาตัวรอดไปได้อย่างหวุดหวิด

 แต่บุษบาบรรณยังสงสัยไม่หายว่าทำไมหัวหน้าคนงานถึงกลัวเจ้าของไร่นัก เมื่อดินแดนมาตามเธอกลับไปกินข้าวต่อจึงซักถามเพื่อไขข้อข้องใจและได้คำตอบว่า

“ผมไม่อยากให้คุณเอกภพเครียด ปีก่อนพนักงานมีปัญหาเรื่องชู้สาว เดือดร้อนวุ่นวายกันไปหมด คุณเอกภพเลยออกคำสั่งห้ามมีเรื่องทำนองนี้อีก”

“จริงเหรอคะ แล้วถ้าคุณเอกภพรู้ว่านายกับฉัน... เอ่อ...จะทำยังไง”

“อย่ากังวลไปเลย เอาไว้ให้ถึงเวลาเหมาะๆผมจะเรียนให้ท่านทราบเอง”

ดินแดนปลอบใจจับมือบุษบาบรรณบีบเบาๆบอกว่ามือนุ่มจัง และทำท่าจะหอมมือนุ่มนั้น แต่หญิงสาวหยิกแก้มเขาแรงๆ ก่อนจะไล่กลับไปบ้านใครบ้านมัน

เช้าอีกวันบอลมาฝึกงานตามปกติ ฟ้าใสห่วงใยตามมาสอดส่อง แต่เธอเกือบโดนงูกัดถ้าไม่ได้บุษบาบรรณเข้ามาผลักให้พ้นทางจนตัวเองโดนกัดเสียเอง

ดินแดนรีบช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาลโดยมีบอลขับรถให้ ส่วนคนอื่นๆตามไปทีหลังและพากันโล่งใจหลังจากหมอบอกว่าเธอปลอดภัยแล้ว

คืนนั้นที่บ้านพัก สราญฉัตรมาเยี่ยมบุษบาบรรณทั้งที่ไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยสักนิด แต่จงใจมาหาเรื่องต่างหาก

“เธอนี่มันดวงแข็งจริงๆนะ ขนาดงูเห่ากัดยังไม่ตาย เสียดาย นึกว่าพรุ่งนี้จะได้ไปงานศพเธอ”

“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”

“จะรีบไล่ไปไหน ฉันอุตส่าห์มีน้ำใจมาเยี่ยม” สราญฉัตรขยับเข้าใกล้ บุษบาบรรณถอยหนีอย่างไม่ไว้ใจ

“อย่าเข้ามานะ”

“กลัวฉันเหรอ”

“ฉันไปทำอะไรให้เธอ”

“ฉันไปทำอะไรให้เธอ? สงสัยพิษงูจะทำให้สมองเลอะเลือนจนจำว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ ยังมีหน้ามาถามอีก ฮึ! ปากก็บอกว่าไม่สนคุณดิน แต่แกก็อ่อยจนเขาหลงหัวปักหัวปํา”

“เลว! คนอย่างฉันไม่เคยอ่อยใคร”

“ตอแหล!! แล้วกับคุณภูล่ะ อย่างนั้นเขาเรียกว่าอ่อยรึเปล่า”

“ฉันจะอ่อยหรือไม่อ่อยใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ”

“มันไม่เกี่ยวกับฉันก็จริง เพียงแต่ฉันสงสารไร่ภูผาว่าจะมีผู้จัดการที่ไล่ฉกผู้ชายไปวันๆ มิน่าถึงได้ถูกคุณโภคินเขาเขี่ยทิ้ง ก็คงเพราะทำตัวแรดอย่างนี้นี่เอง”

บุษบาบรรณโมโหและใช้ทีเผลอยกขาข้างที่ไม่เจ็บถีบสราญฉัตรอย่างแรงจนล้มก้นกระแทกพื้น

“แกถีบฉัน!” สราญฉัตรลุกขึ้นมาได้ก็จะปรี่เข้าหาบุษบาบรรณ พอดีอังคณาเปิดประตูห้องเข้ามาเห็น “นี่เรียกกำลังเสริมเหรอ มาเลยฉันไม่กลัวหรอก”

“นังนี่เป็นใคร มันทำอะไรแก”

“เขาด่าว่าฉันตอแหล ฉันแรด ฉันอ่อยผู้ชาย...”

อังคณายกมือห้ามไม่ให้เพื่อนพูดต่อ “พอ! แค่นี้ก็มีเหตุผลที่ฉันจะตบคนแปลกหน้าได้แล้ว”

“นี่แกจะรุมเหรอ”

“ทีหล่อนยังตีคนเจ็บได้เลย งั้นเรามาสู้กันตัวๆดีกว่า แฟร์ๆ”

อังคณาถลกแขนเสื้อสีหน้าดุดันจริงจัง สราญฉัตรเลยไม่กล้า พูดโพล่งว่าฝากไว้ก่อนแล้วสะบัดหน้าออกจากบ้านไปในสภาพเดินโขยกเขยกเจ็บสะโพกที่ล้มกระแทกพื้น แตนรออยู่หน้าบ้านเห็นเข้าตกใจมาก

“ตายแล้ว! ทำไมเดินยังงี้”

“ก็นังบุษบากับเพื่อนมันน่ะสิ รุมทำร้ายฉัน”

“ฮ้า! แล้วเธอไปทำอีท่าไหนเหรอ”

“โอ๊ย...อย่าเพิ่งซักเลย คนเจ็บๆอยู่ รีบไปได้แล้ว” สราญฉัตรสะบัดเสียงใส่แล้วเดินต่อไปอย่างหงุดหงิด

ooooooo

อังคณามาไม่นานก็ขอตัวกลับเพราะเห็นว่าเพื่อนไม่เป็นอะไรมาก แข็งแรงจนถีบคนได้ก็ไม่น่าห่วง หลังจากอังคณากลับไปสักพักดินแดนก็มาดูแลบุษบาบรรณ ทำข้าวต้มมาให้กินและอยู่เป็นเพื่อนจนผล็อยหลับไปด้วยกัน

รุ่งเช้าดินแดนเปิดประตูบ้านออกมาจ๊ะเอ๋กับข่อยก็ชะงัก

“ตื่นแต่เช้าเลยนะครับเจ้านาย”

ดินแดนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ถามข่อยว่าวันนี้มีอะไรกิน

“ผมทำข้าวต้มเครื่องหม้อใหญ่เลยครับ เชิญเจ้านายครับ กำลังร้อนๆเลย”

ข่อยทำท่าจะซักต่อเรื่องที่เจ้านายมานอนค้างบ้านผู้จัดการไร่ แต่พอดีเสียงโทรศัพท์มือถือดินแดนดังขึ้น เจ้าตัวเห็นชื่อภูวดลโทร.มาจึงกดรับ ทำเสียงตกใจจนข่อยสะดุ้งไปด้วย พอวางสายก็ร้องว่า “ตายๆๆ” แล้ววิ่งออกไปทันที

ดินแดนกลับไปที่บ้านใหญ่เห็นพ่อกับแม่นั่งรออยู่พร้อมกระเช้าผลไม้

“อ้าวดิน มาทำไมลูก” เอกภพทัก

“พี่ภูให้ผมมารับพ่อไปเยี่ยมบุษบาแทนครับ พี่ภูไม่ว่างครับ”

“แม่ก็ว่าจะไปด้วยจ้ะ อยากไปขอบคุณบุษบา”

“แม่ก็ไปด้วย! ไปทั้งพ่อทั้งแม่เลยเหรอครับ”

“ก็ใช่น่ะสิ ไปเร็วเจ้าดิน อย่ามาอิดออด” เอกภพคว้าข้อมือลูกชาย ขณะที่อักษรคว้ากระเช้าผลไม้ลุกตาม

ดินแดนหน้าเจื่อนกลัวความลับแตก แกล้งขับรถช้ามากจนพ่อรำคาญ ถามว่าทำไมขับช้านัก หรือว่าใช้น้ำมันตราเต่า

“ขับช้าๆปลอดภัยดีครับ”

“บ้านพักบุษบาก็อยู่แค่นี้ ไม่ต้องรีบร้อนหรอกค่ะ”

“จริงครับแม่ รับลมไปด้วยไงครับพ่อ”

ooooooo


ละครเล่ห์รักบุษบา ตอนที่ 6 อ่านเล่ห์รักบุษบาติดตามละครเล่ห์รักบุษบา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ไมค์ ภัทรเดช , พีค ภัทรศยา 3 พ.ย. 2561 07:39 2018-11-06T00:14:41+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ