ข่าว

วิดีโอ



เล่ห์รักบุษบา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมาดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สรรพชัย เกิดอุทัย / วรวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์

กำกับการแสดงโดย: ต่อพงศ์ ตันกำแหง

ผลิตโดย: บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ไมค์ ภัทรเดช , พีค ภัทรศยา

เสร็จงานดินแดนพาบุษบาบรรณไปบ้านลุงคำกับป้ามะลิ ลุงคำไม่ค่อยสบายดินแดนจึงเอายาสมุนไพรสูตรใหม่มาให้ ส่วนเด็กๆในหมู่บ้านก็ได้กินขนมอร่อยๆ เหมือนทุกครั้งที่เขามา

บุษบาบรรณแทบไม่เชื่อสายตาว่าหัวหน้าคนงานจอมโหดจะมีคนนิยมชมชอบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ลุงคำไม่เคยเห็นเธอมาก่อนคิดว่าเป็นแฟนดินแดนจึงยุให้รีบแต่งงาน แต่ป้ามะลิรู้ว่าไม่ใช่จึงกระซิบบอกผัว ลุงดำเลยเลิ่กลั่กพูดแก้เก้อว่า

“อ้าว แล้วก็ไม่บอก ผมขอโทษ เออ ไอ้ผมมันคนบ้านไร่บ้านสวน ขอโทษ พูดอะไรออกไปไม่ทันได้คิด คุณบุษบาคงไม่ถือผมนะครับ”

“ไม่ค่ะ ไม่หรอก จะโกรธทำไมล่ะคะ ลุงไม่ทราบนี่นา” พูดแล้วมองดินแดนเขินๆ

เวลาเดียวกันนั้นในห้องประชุมที่ออฟฟิศทุกคนกำลังสลายตัวกลับบ้าน ภูวดลต้องการให้สริยาหายเศร้าเรื่องดินแดนจึงชวนเธอไปช่วยเลือกซื้อของขวัญให้ภรรยาเพื่อน สริยาเต็มใจและกระตือรือร้นถามข้อมูลของคนที่จะให้ ที่สุดก็ได้ผ้าพันคอมาหนึ่งผืน

ส่วนที่บ้านลุงคำ บุษบาบรรณเล่นกับเด็กๆอย่างสนุกสนาน ลุงคำนั่งคุยกับดินแดนอยู่หน้าบ้านแล้วเผลอตัวพูดบางอย่างออกมา

“แม่หนูคนนี้น่ารักจริงๆ เหมาะสมกับคุณดินกว่าคุณ...”

“อย่าพูดถึงเขาอีก ผู้หญิงที่เห็นเงินมีค่ามากกว่าความรัก ผมเกลียดผู้หญิงแบบนั้นที่สุด” ดินแดนจริงจังมากจนลุงคำนิ่งเงียบ

สักครู่บุษบาบรรณวิ่งเข้ามา เหนื่อยร้อนจนแก้มแดง “ร้อนจังเลย เด็กๆน่ารักมากเลยค่ะคุณลุง...นายไม่อยากเล่นบ้างหรือ สนุกดีนะ”

“ไร้สาระ!” ดินแดนพูดแล้วลุกไปทันที

“อะไรเนี่ย”

“ไปดูคุณดินหน่อยเถอะครับ เดี๋ยวกลับมากินข้าวด้วยกันนะ ผมจะตั้งสำรับรอ”

บุษบาบรรณพยักหน้าแล้วรีบออกไป ลุงคำมองตามแล้วส่ายหน้า บ่นอุบอิบว่า คุณดินนะคุณดิน ปากแข็งจริงจริ๊ง”

ดินแดนเดินจ้ำไม่เหลียวหลัง บุษบาบรรณวิ่งตามไม่ทันต้องร้องเรียก

“นี่คุณ รอหน่อยได้มั้ย ควายหายหรือไงถึงได้จ้ำเต็มสปีดแบบนี้” เขาเบรกกึก เธอเบรกไม่ทันชนจังๆแทบล้ม “โอ๊ย นึกจะหยุดก็หยุด คิดอะไรอยู่เนี่ย ฉันตามไม่ทันแล้วนะ”

“ใครใช้ให้คุณมาตามผม กลับไปสิ น่ารำคาญ”

“นี่นายดิน นายเป็นอะไรกันแน่ นายเป็นคนลากฉันมานะ สมองเสื่อมหรือไง หรือว่าเป็นไข้” เธอเอามืออังหน้าผากเขา เขาไม่ชอบใจปัดมือเธอพร้อมตวาดว่าอย่ามายุ่ง “ใครอยากยุ่งกะนาย บอกเลยนายไม่ใช่สเปกฉัน ถ่อยเถื่อนแบบนี้ใครจะอยากยุ่ง สู้คุณภูไม่ได้ซักนิด อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้อยู่ด้วยแล้วประสาทจะกิน”

บุษบาบรรณหันหลังเดินไปทันที ดินแดนไม่ง้อแต่ตะโกนบอกว่า

“ไปเลย เดินระวังด้วยก็แล้วกัน แถวนี้มีบ่อโคลน...” พูดไม่ทันขาดคำ เสียงบุษบาบรรณร้องกรี๊ด ล้มหน้าคว่ำคะมำอยู่ที่พื้น ดินแดนตกใจรีบวิ่งเข้าไปประคอง “ผมบอกแล้วไงว่าให้ระวัง แถวนี้มันมีบ่อโคลน” พูดจบก็หัวเราะก๊ากเห็นหน้าอีกฝ่ายเปื้อนโคลนเห็นแต่ลูกตา บุษบาบรรณโมโหปาดโคลนที่หน้าป้ายเขา

“ยังจะมีหน้ามาหัวเราะอีก นี่แน่ะ เพราะนายๆ”

ดินแดนหลบไปหัวเราะไป แล้วทั้งคู่ก็หลุดหัวเราะออกมาด้วยกัน

“นายมันบ้า โรคจิต เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย”

ดินแดนเริ่มรู้สึกว่าบุษบาบรรณน่ารัก แต่สลัดความคิดนั้นทิ้งแล้วเก๊กขรึมต่อไป

“เล่นเป็นเด็กไปได้ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะว่าผมเอาแมวคลุกขี้โคลนมาทำงาน ลุกขึ้นเร็ว”

ดินแดนเปลี่ยนอารมณ์จนบุษบาบรรณตามไม่ทัน บ่นอุบ “สงสัยนายจะบ้าจริง อารมณ์เหวี่ยงยังกะรถไฟเหาะตีลังกา”

ooooooo

สองคนกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านลุงคำ โดยที่ป้ามะลิเอาชุดของลูกสาวมาให้บุษบาบรรณใส่พลางถามว่าคุณดินไม่ได้บอกหรือว่าจะมาค้างที่นี่

“ไม่ได้บอกค่ะ แค่บอกว่าจะมาตรวจงาน”

“งั้นกินข้าวกันก่อนนะคะ”

ในสำรับอาหารมีกบทอดที่บุษบาบรรณไม่เคยเห็นและไม่เคยกินมาก่อน แต่ลุงคำคะยั้นคะยอให้กินบอกอร่อยมาก มันเป็นกบภูเขาหากินยาก

“ลองดูสิ อร่อยมาก ขากบฝรั่งเศสยังชิดช้าย”

“อย่ามาโม้เลย นายเคยกินแล้วหรือ”

ดินแดนชะงัก ลุงคำอ้าปากจะพูดแต่ป้ามะลิรีบสะกิดเตือนแก

“เคยสิ คุณภูเคยพาผมไปกิน อร่อยล้ำสามโลก มานี่ผมแกะให้” ดินแดนหยิบขากบขึ้นมาดึงเนื้อส่งให้ บุษบาบรรณทำท่าแหยงๆ “อ้าปากเลย ลองดู ไม่ลองจะรู้ไหมเนี่ย ลองเร็ว ไม่งั้นไม่พ้นโปรนะ บอกไว้ก่อน”

หญิงสาวนิ่งแต่ในใจแค้นที่เขาชอบขู่ แต่พอได้ยินเขาพูดประโยคต่อไปก็ทนไม่ไหว

“ไม่อยากกินก็ตามใจนะ...ป๊อด” พูดแล้วเขาทำท่าจะเอาเนื้อกบใส่ปากตัวเอง บุษบาบรรณจับมือเขาไว้ บอกว่าคนอย่างตนไม่มีไม่กล้า

เพียงคำแรกเธอร้องว้าว “อร่อยจัง ไม่น่าเชื่อไม่คาวเลย”

“บอกแล้วไง ผมไม่โกหก”

“ใครจะไปรู้ หน้านายเครดิตติดลบย่ะ”

“ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ คุณดินกินสิครับ” ลุงคำตักกบทอดใส่จานให้ทั้งสองคน

“ฉันแกะให้นายบ้าง ไม่ใช่อยากประจบนะ แต่เพราะฉันเป็นคนมีน้ำใจ กินสิ”

ดินแดนอมยิ้มตักข้าวกิน เขาอารมณ์ดีขึ้นเพราะเธอ ส่วนลุงคำกับป้ามะลิแอบสังเกตอาการของหนุ่มสาวแล้วคิดเหมือนกันเหมาะสมมาก

ooooooo

หลังจากได้ผ้าพันคอมาแล้ว ภูวดลให้สริยานั่งพักขาแล้วเขาไปซื้อไอศกรีมมาสองแท่ง แบ่งกันคนละแท่ง

“พี่จำได้ว่าริยาชอบช็อกโกแลต ตอนเด็กๆริยาร้องให้พี่ซื้อให้กินตลอด ถ้าซื้อผิดก็จะงอนตุ๊บป่อง”

“นานมากแล้ว ริยาไม่คิดว่าพี่ภูจะจำได้”

“เรื่องแบบนี้นานแค่ไหนพี่ก็ไม่เคยลืม” สริยา รู้สึกตงิดๆ ภูวดลนึกได้รีบเปลี่ยนเรื่อง “นายดินน่ะชอบกินไอติมช็อกโกแลต ส่วนพี่ไม่รู้จะกินอะไรดี ก็เลยกินแบบริยานี่แหละ กินไปกินมาก็ชักอร่อยเหมือนกัน”

“งั้นเรามาฉลองให้กับความหลังของไอติมของเรา”

สองคนชนแท่งไอศกรีมกัน แต่สริยายังไม่กิน นั่งหน้าเศร้าจนภูวดลรู้สึกได้ว่าเธอไม่สบายใจ

“พี่จำได้ ตอนนั้นริยาจะยิ้มเต็มที่ตลอด พี่อยากให้ริยายิ้มแบบนั้น”

“เวลาผ่านไป อะไรๆก็เปลี่ยน”

“พี่ยังไม่เปลี่ยน พี่ยังอยากเห็นริยายิ้มเหมือนเดิม”

“ริยาอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นดิน ดินจะทำอย่างที่พี่ภูทำไหมนะ”

“ถ้าสุดท้ายริยากับดินไม่ได้แต่งงานกัน แล้วริยาจะเสียใจหรือเปล่า”

สริยาไม่ตอบคำถาม สีหน้าเธอหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด ภูวดลเห็นก็ยิ่งสงสาร

“แต่ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะพยายามเต็มที่ให้ริยากับดินแต่งงานกันให้ได้ เพราะพี่อยากให้ริยามีความสุข”

สริยาขอบคุณและชมเขาว่าน่ารัก...หลังจากนั้นภูวดลพาเธอไปส่งที่บ้านแล้วยังมอบผ้าพันคอที่เธอเลือกให้ไปด้วย เพราะความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจซื้อเป็นของขวัญให้แฟนเพื่อน แต่เอามาเป็นข้ออ้างเพื่อพาสริยาไปเปิดหูเปิดตาในเมืองจะได้รู้สึกผ่อนคลายบ้าง

คืนเดียวกัน ดินแดนกับบุษบาบรรณนอนค้างที่บ้านลุงคำโดยดินแดนนอนหน้าห้อง แต่แล้วคนข้างในกลับกรีดร้องนอนไม่ได้เพราะกลัวตุ๊กแกที่เห็นข้างฝา ต้องลากเขาเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนและให้เล่าวิธีการเรียนรู้เกี่ยวกับไร่องุ่นทุกขั้นตอนเพื่อไม่ให้เขากลับออกจากห้อง ซึ่งต้องแลกกับตัวเองต้องทำอาหารเจ็ดมื้อให้เขากินตามข้อตกลง

บุษบาบรรณฟังจนหลับสนิท ตื่นเช้ามาไม่เห็นดินแดนก็นึกว่าเมื่อคืนตัวเองฝันไป แต่พอกลับไปถึงบ้านพักแล้วดินแดนทวงสัญญาอาหารเจ็ดมื้อก็หน้ามุ่ยจะขอเป็นเริ่มวันพรุ่งนี้แต่ดินแดนไม่ยอม

เอกภพรู้จากฟ้าใสว่าดินแดนไปตรวจตลาดกับบุษบาบรรณตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนภูวดลพาสริยาไปเที่ยวในเมือง เอกภพไม่ชอบใจเอาเสียเลย คิดหาทางตัดไฟตั้งแต่ต้นลมด้วยการให้ภูวดลจีบบุษบาบรรณ ขมิ้นแอบได้ยินก็คันปากอยากเอาไปเม้าท์ให้ข่อยกับปูนฟัง แต่ดีที่ยั้งปากไว้ได้เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของเจ้านาย

ดินแดนกับบุษบาบรรณใกล้ชิดกันมากขึ้น เขาสอนเธอขับรถอีแต๊กตามคำเรียกร้อง ขณะที่เธอเองก็ทำอาหารให้เขากินตามสัญญา จนข่อยกับปูนเห็นแล้วแอบนินทาลับหลังว่าสองคนนี้ชอบกันแน่

แล้วเย็นวันนั้นเอกภพก็เรียกดินแดนกับภูวดลมาพบที่บ้าน ภูวดลมาถึงก่อน ฟังความต้องการของพ่อก็ตกใจคาดไม่ถึง

“นี่พ่อจะให้ผมไปจีบบุษบาเหรอครับ”

“ภูฟังไม่ผิดหรอกลูก...พ่อบังคับจิตใจภูเกินไปรึเปล่า”

“เปล่าครับพ่อ”

“ว่าแต่แม่หนูบุษบาหน้าตาเป็นยังไง พ่อก็ยังไม่เคยเห็นเลย สวยสู้หนูริยาได้มั้ย”

“บุษบาสวยออกเปรี้ยวนิดๆ ดูสดใสร่าเริง คุยเก่ง มีเสน่ห์ คนละแบบกับสริยา”

“ถ้าอย่างนั้นก็จีบบุษบาเลยลูก”

“พ่อครับ พ่อต้องการแยกดินออกจากบุษบาใช่ไหมครับ”

“ใช่แล้ว ยังไงซะดินก็ต้องแต่งงานกับริยาตามสัญญาของพ่อกับลุงชาญ พ่อจะผิดคำพูดไม่ได้”

“แล้วพ่อได้ถามดินหรือเปล่าครับ ว่าเขาคิดยังไง”

“เรื่องนั้นพ่อจัดการเอง ว่าแต่ภูคิดว่าทำเพื่อพ่อได้ไหม”

ภูวดลนิ่งแอบวิตกกังวล เอกภพให้กำลังใจด้วยการตบไหล่เขาเบาๆ โดยไม่รู้ว่าดินแดนยืนฟังอยู่มุมหนึ่ง ค้านคำสั่งพ่ออยู่ในใจว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก

ดินแดนกลับมากินอาหารฝีมือบุษบาบรรณตามปกติ ได้ยินเธอบอกว่าอยากหัดทำกับข้าวให้เก่งๆ เผื่อมีโอกาสจะได้ทำให้ภูวดลชิมบ้าง เขาจะได้ประทับใจ ดินแดนหลุดปากว่าฝันลมๆแล้งๆ แต่เธอได้ยินไม่ถนัดถามว่าพูดอะไร เขาทำไม่รู้ไม่ชี้แถมยังทิ้งจานอาหารไว้ให้เธอล้างอีกด้วย


ดินแดนกลับไปไม่นาน โภคินโผล่มาที่บ้านพักของบุษบาบรรณหลังจากโทร.ถามในออฟฟิศโดยอ้างตัวเป็นเพื่อนของเธอ

เวลานั้นหญิงสาวเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอตกใจมากที่แขกไม่รับเชิญจู่โจมเข้ามาพยายามปลุกปล้ำ โชคดีที่เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของเธอดังพอที่ดินแดนซึ่งอยู่บ้านพักใกล้กันได้ยิน จึงรอดพ้นความหื่นของโภคินมาได้ และที่สำคัญดินแดนก็ไม่รู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะโภคินหลบหนีไปก่อนที่เขาจะเข้ามา ส่วนเธอก็แกล้งนอนหลับ ทำให้ดินแดนเข้าใจว่าเธอแค่ฝันร้าย

ooooooo

ภูวดลกับดินแดนตกลงกันว่าจะให้บุษบาบรรณเข้ามาทำงานในออฟฟิศอาทิตย์ละสามวันเพื่อให้ภูวดลได้มีโอกาสทำความรู้จักกับหญิงสาวให้มากขึ้นตามความต้องการของเอกภพ

ดินแดนไม่ชอบใจแต่ไม่มีเหตุผลมากพอที่จะไม่ยินยอม แต่มาระบายออกกับบุษบาบรรณด้วยการทำมึนตึงและหงุดหงิดใส่เมื่อเธอเซ้าซี้ให้มากินอาหารที่ทำไว้ให้ หญิงสาวไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอะไร แล้วยิ่งพอเธอเข้าไปทำงานในออฟฟิศก็ดูเหมือนดินแดนจะอารมณ์ขุ่นมัวมากขึ้นอีก

สราญฉัตรเห็นบุษบาบรรณเข้าไปหาภูวดลในห้องก็แอบนินทากับแตนว่ามาอ่อย คงคิดจะจับปลาสองมือจีบทั้งดินแดนและภูวดล พิมเดินผ่านมาได้ยินแว่วๆ ถามสองคนว่าเม้าท์อะไรกัน แตนปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แค่สงสัยว่าบุษบาบรรณเข้าไปหาคุณภูวดลทำไม ทั้งที่โต๊ะทำงานอยู่อีกมุม

“บุษบามาช่วยงานคุณภู เพราะคุณริยาลากิจ หายสงสัยหรือยัง...กลับไปทำงานที่โต๊ะตัวเองได้แล้ว แหม...สนใจจริงจริ๊งเรื่องคนอื่นเนี่ย”

แตนกับสราญฉัตรหน้าเจื่อนรีบแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง

ภูวดลคุยกับบุษบาบรรณในห้องทำงาน เขาบอกว่าช่วงนี้เธอคงต้องเหนื่อยเพราะสริยาลากิจ พ่อไม่สบาย

“ค่ะ แต่งานของเลขาฉันไม่ค่อยถนัดนะคะ”

“ไม่ต้องห่วงครับ แค่เป็นผู้ช่วยผมเท่านั้น คอย เตือนผมเรื่องคิวงาน คิวประชุม ส่วนงานอื่นๆเราก็จะช่วยกันทำ ไม่ยุ่งยากหรอกครับ”

“คุณภูสั่งฉันได้ทุกอย่างเลยนะคะ ฉันยินดีทำเต็มที่ค่ะ”

“ผมว่าเราไปนั่งคุยกันสบายๆในสวนดีกว่าครับ อยากคุยกับคุณเรื่องอื่นด้วยที่ไม่ใช่เรื่องงาน”

บุษบาบรรณยิ้มดีใจ ภูวดลลุกขึ้นเดินไปที่ประตูแล้วหันมาบอกเธอว่า

“ฝากบอกแม่บ้านว่าผมขอกาแฟและของว่างสองที่นะครับ”

“เดี๋ยวฉันชงให้ก็ได้ค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ ให้แม่บ้านชงดีแล้ว เชิญครับคุณบุษบา”

สองคนเดินตามกันออกไป บุษบาบรรณแอบคิดในใจว่าเมื่อสักครู่ภูวดลยิ้มหวาน แต่ทำไมตนไม่ตื่นเต้น กลับรู้สึกเซ็งๆมากกว่า

คนที่เซ็งสุดๆคือดินแดน เขากำลังทำงานในไร่อย่างไม่มีความสุข นิดหน่อยก็เอ็ดข่อยกับปูนทั้งที่สองคนไม่ได้ทำอะไรผิด นานเข้าก็อดรนทนไม่ไหวมุ่งหน้าไปออฟฟิศทำทีเป็นมาขอเอกสารจากพิม

พิมขอเวลาค้นหา ระหว่างนี้สราญฉัตรเห็นดินแดนก็รีบเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะ “คุณดินแดนมาหาคุณภูหรอคะ”

“ครับ คุณภูติดธุระเหรอ”

“ไม่หรอกค่ะ แต่ว่า...คุณภูไม่อยู่ในห้องหรอกค่ะ”

“แล้วอยู่ไหน”

“ก็อยู่กับบุษบาไงคะ แหม...กำลังคุยกันฟินๆ สวีตหวานน้ำตาลกระจายค่ะ”

“บอกผมทำไม”

“แหม...คุณดินเนี่ยทำเป็นหน้าตาย มาทางนี้สิคะ เดี๋ยวฉัตรพาไปดูอะไรดีๆ” ว่าแล้วเธอลากแขนเขาไปทันที

เมื่อไปเห็นอย่างที่สราญฉัตรพูด ดินแดนหน้าตึงเผลอไม่พอใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แต่ก็พยายามระงับอารมณ์ เพราะอยู่ต่อหน้าคนอื่น

ภูวดลกับบุษบาบรรณจิบกาแฟ กินของว่าง คุยกันในสวนร่มรื่น ชายหนุ่มพยายามคิดคำพูดเพื่อจีบเธอแต่ก็กระอักกระอ่วนพิกล

“ตั้งแต่คุณเข้ามาทำงาน เราไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกันเลยนะครับ”

“ก็งานส่วนใหญ่ของฉันอยู่แต่ในไร่นี่คะ”

“ผมดีใจครับที่ได้เจอคุณ ต่อไปเราจะได้อยู่ใกล้ชิดกัน...ผมหมายถึงเราจะได้เจอกันบ่อยขึ้น รู้จักกันมากขึ้นน่ะครับ”

บุษบาบรรณประหลาดใจกับคำพูดแปลกๆของเขา ซึ่งมันควรจะทำให้เธอหัวใจพองโต แต่ทำไมถึงรู้สึกเกร็งแบบนี้ ภูวดลเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปก็สงสัย

“มีอะไรหรือเปล่าบุษบา”

“ไม่มีอะไรค่ะคุณภู”

“ทำงานกับดินเป็นยังไงบ้างครับ”

“ก็ดีค่ะ เขาสอนอะไรหลายๆอย่าง เคี่ยวเข็ญให้ฉันอ่านข้อมูลการปลูกองุ่น ซึ่งมันมีประโยชน์กับฉันมากๆ”

“โดนดุบ้างมั้ย”

“ประจำค่ะ ทำอะไรพลาดก็โดนแล้วโหดมาก...แต่ในความโหดของเขาก็สอนให้ฉันอดทนและเข้มแข็งนะคะ เขาดูแข็งๆแต่ก็มีน้ำใจมากเลย ฉันเลยไม่รู้สึกเกร็งเหมือน...” หญิงสาวหยุดชะงักแล้วยิ้มกลบเกลื่อน

มุมหนึ่งห่างออกมา สราญฉัตรพยักพเยิดให้ดินแดนดูบุษบาบรรณกับภูวดล

“นี่ถ้าฉัตรไม่ทราบมาก่อน ฉัตรต้องคิดว่าเป็นคู่รักหวานแหววกันแน่เลย อย่าหาว่าฉัตรเม้าท์นะคะ เมื่อกี้ฉัตรก็แกล้งถามว่าชอบคุณภูเหรอ อุ๊ย เธอยอมรับค่ะว่าปิ๊งคุณภูมาก ชมคุณภูไม่หยุดปากเลยนะคะ คุณภูหล่อ เท่ รวย เพอร์เฟกต์ไปหมด เธอจ้องจะจับคุณภูแน่ๆ คอนเฟิร์มค่ะ”

“ไม่ยักรู้ว่าคุณสราญฉัตรชอบเรื่องซุบซิบในออฟฟิศด้วย”

“อ้าว ดิฉัน...เอ่อ...คิดว่าคุณดิน...”

“อย่าคิดเอาเองสิครับ คุณไม่มีงานอะไรต้องทำหรือครับ”

“อุ๊ย ลืมไป ฉัตรต้องรีบไปส่งข่าวพีอาร์ให้หนังสือพิมพ์ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”

สราญฉัตรรีบออกไป ดินแดนมองภูวดลและบุษบาบรรณแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เดินเข้าไปเป็นก้างขวางคอบอกว่าบุษบาบรรณยังทำงานในไร่ไม่เสร็จ ภูวดลไม่คัดค้านเมื่อดินแดนลากบุษบาบรรณออกไป กลับยิ้มขำเพราะรู้ทันความรู้สึกของน้องชายที่มีต่อหญิงสาว

ทันทีที่ลงจากรถ บุษบาบรรณจะรีบไปทำงานแต่ดินแดนตามมาดึงมือเธอไว้

“อะไรของนาย ฉันไม่ชอบนะที่นายมาทำลายโอกาสของฉันแบบนี้ ก็เห็นอยู่ว่าฉันคุยกับคุณภูอยู่”

“นี่คุณ เป็นผู้หญิงต้องรู้จักเล่นตัวหน่อย”

“อ้าว...ก็นายบอกเองไม่ใช่หรือว่าคุณภูเป็นตัวช่วยให้ฝันของฉันสำเร็จเร็วขึ้น พูดกับนายแล้วหงุดหงิด”

หญิงสาวสะบัดหน้าเดินผละไป ดินแดนมาขึงลวดซ่อมค้างองุ่นที่ชำรุดอยู่ใกล้ๆ ตอกไม้ปังๆกระแทกกระทั้นอย่างอารมณ์ไม่ดี ข่อยกับปูนอยู่อีกทางมองมาแล้วอดคิดกันไม่ได้ว่าเจ้านายของตนหงุดหงิดนักหนาตั้งแต่เมื่อวาน ต้นเหตุคงไม่พ้นบุษบาบรรณเป็นแน่แท้

“คิดจะจับพี่ชายฉันหรือบุษบา อย่าฝันไปเลย ฮึ! พี่ภูก็เหมือนกันคิดจะเล่นเกมกันใช่มั้ย” ดินแดนบ่นพึมพำ

ข่อยกับปูนเดินเข้ามาหา บอกว่ามีออเดอร์ส่งของบ่ายนี้ พูดแค่นั้นแหละดินแดนก็เอ็ดใส่ให้รีบไปจัดของแล้วเอาไปส่งลูกค้ากันเอง เล่นเอาสองคนเหวอ ไม่กล้าเซ้าซี้อีก

ooooooo

ตกเย็นเลิกงานภูวดลไปเยี่ยมชาญชัยที่บ้านโดยนำอาหารเสริมหลายอย่างมาให้กินบำรุงสุขภาพ พ่อกับแม่ของเขาก็ฝากความห่วงใยมาด้วย ชาญชัยขอบใจและฝากความคิดถึงไปให้เอกภพ บอกว่าว่างๆจะแวะไปเที่ยวที่ไร่

สมควรแก่เวลาภูวดลขอตัวกลับ สริยาออกมาส่งและเอ่ยอย่างเกรงใจเขาว่าช่วงนี้คงเหนื่อยหน่อยเพราะไม่มีใครช่วยงาน

“ไม่เหนื่อยหรอกครับ พี่ให้บุษบามาช่วยงาน”

“อ้าว...แล้วบุษบาทำได้เหรอคะ เธอไม่ได้จบมาทางด้านนี้”

“ก็พอได้ครับ ให้เธอทำจดหมาย คอยเตือนพี่เรื่องคิวงาน ก็เบาแรงพี่ได้บ้าง”

“นี่พ่อก็ดีขึ้นมากแล้ว อีกวันสองวันริยาจะกลับไปทำงานนะคะ”

“ดีครับ พี่อยากให้ริยากลับมาช่วยงานพี่ไวๆเหมือนเดิม...พี่กลับก่อนนะ ริยาดูแลตัวเองด้วย พี่เป็นห่วง”

“ค่ะ ขับรถดีๆนะคะ”

ภูวดลยิ้มรับแล้วผละไป สริยามองตามพลางครุ่นคิดสงสัยว่าทำไมเขาต้องเอาบุษบาบรรณมาช่วยงาน ส่วนชาญชัยก็อดเปรียบเทียบระหว่างภูวดลกับดินแดนไม่ได้ว่า

“ภูน่ารักนะ มีน้ำใจ อุตส่าห์มาเยี่ยมพ่อ นี่ถ้าตาดินได้สักครึ่งหนึ่งของตาภูก็คงจะดี พ่อว่าพ่อคงต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ รอแกสองคนคงไม่ได้เรื่อง”

สริยาฟังแล้วนิ่งเงียบ รู้สึกอึดอัดและกังวล...

เมื่อภูวดลกลับถึงบ้านในตอนค่ำก็โดนเอกภพคาดคั้นเรื่องที่ดินแดนโกหกบุษบาบรรณว่าเป็นหัวหน้าคนงาน

“คุณพ่อรู้จากไหนเหรอครับ”

“ก็จะใครล่ะ ถ้าไม่ใช่แม่คนช่างพูดอย่างยัยพิมน่ะ แต่พ่อสงสัยว่าทำไมดินถึงต้องทำอะไรแผลงๆอย่างนั้นด้วย”

“คือดินเขาอยากทดสอบพฤติกรรมของบุษบาน่ะครับ เพราะถ้าคนมาทดลองงานแล้วรู้ว่าดินก็เป็นเจ้าของ เขาอาจจะแกล้งทำดีให้ดินชอบก็ได้ เลยวัดผลการทำงานได้ไม่ชัดน่ะครับ”

“งั้นเหรอ...เจ้าดินนี่มันคิดอะไรแปลกๆเสมอ”

พูดขาดคำ เจ้าตัวก็เดินเข้ามาขอร่วมโต๊ะอาหาร “ได้ยินชื่อดินแว่วๆ กำลังคุยถึงผมอยู่เหรอครับ”

“พี่ดินตายยากนะคะ กำลังเม้าท์พี่ดินกันเพลินเลย ยกเว้นฟ้าค่ะ เพราะฟ้านั่งฟังเฉยๆ”

“เอาตัวรอดนะยัยฟ้า เดี๋ยวเถอะ...พ่อก็กำลังคุยกันเรื่องแกนั่นแหละ ตกลงแกชอบบุษบาหรือเปล่า”

“ไม่ชอบ ไม่ใช่สเปก”


“แน่นะ”

“พ่อ...นี่ใจผมนะ ผมก็ต้องรู้ใจตัวเองสิ”

“ดี งั้นแกกับสริยาจะได้เตรียมตัวแต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นราว นี่คือคำสั่งของฉัน”

“แล้วทำไมพี่ภู พ่อไม่เห็นมีคำสั่งบ้างเลย”

“เจ้าภู...แกจะชอบใครก็ชอบไป แต่ไม่ใช่หนูริยา เพราะริยาต้องแต่งกับเจ้าดิน...นี่ไง ฉันสั่งแล้ว”

ภูวดลทำหน้าไม่ถูกกับคำสั่งนี้ ขณะที่ดินแดนไม่พอใจแต่พยายามซ่อนสีหน้า แล้วพอหลังอาหารโดนแม่ถามลับหลังคนอื่นว่าชอบบุษบาหรือเปล่าก็ยิ่งเซ็ง

“ไม่ครับแม่ ผมไม่ชอบผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน บุษบาหวังจับพี่ภู เพราะคิดว่าพี่ภูเป็นเจ้าของไร่...ฮึ! เธอไม่มีวันทำสำเร็จหรอก ผมจะเป็นมารขวางทางเธอเอง”

อักษรกังวลใจ วิตกว่าต้องมีเรื่องวุ่นๆตามมาแน่ เพราะค่อนข้างมั่นใจว่าดินแดนชอบบุษบาบรรณแต่โกหกปกปิดความรู้สึกตัวเองเอาไว้

ooooooo

ดินแดนวางแผนไม่ให้บุษบาบรรณจีบภูวดลสำเร็จด้วยการจะจีบเธอเสียเองแล้วค่อยสลัดทิ้งทีหลัง ครั้นวันรุ่งขึ้นรู้จากข่อยว่าเธอไปหาเพื่อนที่เปิดร้านกาแฟ ก็รีบโทร.หาแล้วตามไปเจอกันที่ร้านนั่น

“นายจะตามฉันมาทำไมเนี่ย”

“ก็ผมอยากจะมาเคลียร์กับคุณไง ตกลงโกรธผมเรื่องอะไร”

“ฉันควรเป็นฝ่ายถามนายมากกว่าว่านายโกรธอะไรฉัน จู่ๆก็เพี้ยน อารมณ์ขึ้นๆลงๆเหมือนคนวัยทอง เป็นไบโพลาร์หรือเปล่าเนี่ย”

“ก็ไม่มีอะไรหรอก คนเราก็ต้องมีเวลาคิดเรื่องส่วนตัวกันบ้าง บุษบาบรรณ...ผมขอโทษ ขอโทษที่ทำอะไรไม่ดีกับคุณ”

บุษบาบรรณอ้าปากค้าง พอได้สติก็เอามือแตะหน้าผากเขาวัดความร้อน “ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา”

“นี่ผมขอโทษจริงๆ ผมรู้สึกว่าผมร้ายกับคุณเกินไปจริงๆ”

“ทีตอนนี้มาทำพูดดี ฉันไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆหรอก ขอบอก”

ดินแดนลุกพรวดพราดพูดกับลูกค้าอื่นในร้าน อังคณาถือถาดใส่กาแฟและขนมจะเอามาให้เขาพอดี หยุดกึกอย่างงงๆ

“ผมขอรบกวนเวลาทุกท่านหน่อยนะครับ...ผู้หญิงน่ารักคนนี้ชื่อไพเราะว่าคุณบุษบาบรรณ เธอเป็นผู้จัดการไร่ที่ผมทำงานเป็นหัวหน้าคนงานอยู่ เธอเป็นผู้หญิงที่ขยัน อดทน สู้งาน เรียนรู้ไว และจิตใจดี ขอเสียงปรบมือ ให้เธอหน่อยสิครับ”

เสียงปรบมือดังกราว บุษบาบรรณยิ้มรับแหยๆ แล้วถลึงตาใส่ดินแดนแต่เขาทำไม่รู้ไม่ชี้พูดต่อ

“เธอถูกผมกลั่นแกล้งอยู่เสมอ แต่เธอก็อดทน วันนี้ผมได้สำนึกแล้วว่าสิ่งที่ผมทำไปมันไม่ถูกต้อง จึงอยากแก้ตัวใหม่ ผมตามมาขอโทษเธอ หวังให้เธอยกโทษให้ผม แต่เธอก็ยังใจแข็ง ไม่เห็นถึงความตั้งใจของผม ปฏิเสธที่จะยกโทษให้ผม ผมเลยขอแรงทุกท่านว่า ถ้าเห็นด้วยว่าเธอควรยกโทษให้คนที่รู้สำนึกอย่างผมก็ช่วยปรบมือเป็นกำลังใจให้ด้วย”

บรรดาลูกค้าลุกขึ้นปรบมือ รวมทั้งอังคณาที่วางถาด รีบปรบมือเช่นกัน ดินแดนยิ้มร่า ขอบคุณทุกคนมากๆ

ที่มุมหนึ่งตรงข้ามร้านกาแฟ ฟ้าใสนัดเจอบอลแฟนหนุ่ม บอลอยากไปหาเธอที่ไร่องุ่นแต่เธอไม่กล้าเพราะกลัวพ่อดุ สองคนรักกันแต่คิดว่าวัยยังไม่เหมาะสมจึงไม่กล้าให้พ่อแม่รู้ ระหว่างนี้เองฟ้าใสตาไวเห็นดินแดนเดินอยู่กับบุษบาบรรณ ท่าทางมีความสุขกันเหลือเกิน

“พวกเขาเป็นแฟนกันเหรอ ดูก็เหมาะกันดีนะ” บอลสงสัย

“เหมาะไม่เหมาะไม่รู้ แต่พี่ดินต้องแต่งงานกับพี่ริยาอยู่แล้ว ไม่รู้ละ ฟ้าจะฟ้องพ่อว่าพี่ดินแอบคบกับแม่บุษบา”

“อย่าเลยฟ้า ลองคิดกลับกันสิ ถ้ามีคนไปฟ้องพ่อกับพี่ดินรู้ว่าเราแอบคบกันล่ะ ฟ้าจะทำยังไง”

ฟ้าใสนิ่งเงียบ ครุ่นคิดอย่างลังเล

ooooooo

เวลานั้นที่ร้านอาหารในเมือง โภคินกับสราญฉัตร กำลังกินข้าวกันไปคุยกันไป

“คุณจะเอาข้อมูลการตลาดของไร่ภูผาไปให้ใครคะ”

“คนรู้จัก”

“ก็ใครล่ะคะ ฉันถามคุณหลายครั้งแล้วนะคะ แต่คุณก็บ่ายเบี่ยงทุกที”

โภคินนิ่งคิดอยู่ครู่ก่อนตัดสินใจบอกความจริง “พ่อเลี้ยงดนัย รู้แล้วก็เหยียบไว้ซะ”

“แล้วพ่อเลี้ยงจะเอาข้อมูลไปทำอะไรคะ”

“รู้แค่นี้ก็พอแล้ว คุณจะรู้ไปทำไมเยอะแยะ ท่องเอาไว้ล้านหนึ่ง ถ้าคุณเอาข้อมูลมาได้”

“ไม่ต้องเอาเงินมาล่อหรอกค่ะ ยังไงฉันก็ต้องทำงานนี้ให้สำเร็จ ว่าแต่ไร่ของพ่อเลี้ยงสวยไหมคะ วันหลังคุณพาฉันไปเที่ยวบ้างสิ”

“โอเค” ตอบแล้วเขาเรียกพนักงานมาเช็กบิล

โภคินชะงักเมื่อมองไปหน้าร้านเห็นบุษบาบรรณเดินมากับดินแดน เขาไม่อยากให้สราญฉัตรเห็น แต่เธอตาไวไม่แพ้กัน

“นั่นมันบุษบากับดินแดนนี่”

“งั้นคุณเดินไปก่อน เดี๋ยวผมตามไป”

สราญฉัตรทำตามอย่างว่าง่าย โภคินยิ้มพรายเหมือนมีแผนบางอย่างอยู่ในหัว

สองคนนั้นพากันเข้ามานั่งในร้านอาหาร พอสั่งอาหารเสร็จบุษบาบรรณก็มองรอบร้านก่อนพูดขึ้นยิ้มๆว่า

“ร้านหรูดูแพงนะ พาฉันมาเลี้ยงร้านแบบนี้มีตังค์จ่ายเหรอ”

ดินแดนอึ้ง บุษบาบรรณนึกได้ว่าไม่ควรพูดแซวแบบนี้ก็หน้าเจื่อน “ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกนาย เดี๋ยวฉันช่วยแชร์ค่าอาหารนะ”

“ไม่ต้อง บอกว่าเลี้ยงก็เลี้ยงสิ...ขอผมได้มีโอกาสดูแลคุณหน่อยเถอะ”

โภคินเดินเฉียดมาทางนี้ ทำทีเพิ่งเห็นทั้งสองคน “อ้าว บุษบา หวัดดีครับ”

บุษบาบรรณกับดินแดนต่างชะงัก โภคินนั่งลงที่เก้าอี้ทั้งที่ยังไม่มีใครเชิญ หญิงสาวแอบเครียด ทำตัวไม่ถูก

“สวัสดีครับคุณดินแดน พาบุษบามาทานข้าวเหรอครับ”

“ครับ”

“อีกสักวีกสองวีกผมว่าจะไปเซ็นสัญญาซื้อองุ่นที่ไร่ภูผา คงต้องรบกวนบุษบาช่วยพาผมเที่ยวไร่หน่อยนะครับ วันก่อนผมยังเที่ยวไม่ทั่วเลย”

“ค่ะ ถ้าฉันว่างนะคะ”

“อืม...พ่อกำนันเป็นยังไงบ้างครับ สบายดีมั้ย”

บุษบาบรรณสะดุ้ง พยายามซ่อนสีหน้า ตอบเสียงเรียบว่า “ก็สบายดีค่ะ”

“ฝากความคิดถึงพ่อกำนันด้วยนะครับ ว่างๆ ผมจะแวะไปกราบท่าน แต่ก่อนเคยแวะไปหาเสมอเลย โอเค ผมไม่กวนแล้ว ไว้เจอกันนะบุษบา ทานข้าวกันให้อร่อยนะครับ”

โภคินเจ้าเล่ห์ทิ้งระเบิดเอาไว้ก่อนลุกขึ้นเดินยิ้มกริ่มไป บุษบาบรรณเจ็บแค้นใจโภคินมาก ขณะที่ดินแดนมองตามฉุนๆ สีหน้าตึงๆ

“พ่อกำนัน...พ่อคุณเหรอ”

“เอ่อ...ค่ะ พ่อฉันเอง”

“คุณกับโภคินสนิทกันแค่ไหน”

บุษบาบรรณพูดไม่ออก อึดอัดใจและไม่กล้าสบตา ทำให้ดินแดนยิ่งสงสัย ส่วนสราญฉัตรที่ยืนรออยู่มุมหนึ่ง พอโภคินเดินมาก็ชักสีหน้าถามว่า

“จะเข้าไปทักทำไม แทนที่จะรีบออกมา”

“เข้าไปกวนประสาท...สนุกดี ไปเถอะ”

ดินแดนยังคงจ้องบุษบาบรรณรอฟังคำตอบ หญิงสาวทำหน้าไม่ถูก รู้สึกแย่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“ก็...ก็ไม่สนิทกันหรอก โภคินเป็นเพื่อนในกลุ่มตอนเรียนมหาวิทยาลัยน่ะ”

“ไม่สนิท แต่เคยไปบ้านคุณ แถมรู้จักพ่อคุณเป็นอย่างดี บุษบา! คุณกำลังปิดบังอะไรผม”

บุษบาบรรณจนมุมจริงๆ เครียดมากถึงกับพูดไม่ออกต้องเบือนหน้าหนี ดินแดนครุ่นคิด รู้สึกว่าตัวเองกำลังบีบคั้นเธอมากเกินไป ทั้งที่ตอนนี้เขามีแผนจะเอาอกเอาใจเพื่อกันเธอออกจากภูวดล

“โอเค คุณคงไม่พร้อมที่จะเล่า”

“เอาไว้ถึงเวลา...ฉันจะบอกนายเอง”

“หมอนั่นทำเสียบรรยากาศหมด ผมก็พลอยพูดไม่ดีกับคุณไปด้วย ขอโทษนะบุษบา”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“คือที่ผมออกจะหงุดหงิดเพราะเขามาใกล้ชิดคุณ และ...”

“อะไรคะ”

“ผมไม่อยากเห็นคุณมีใจให้ผู้ชายคนไหนเลย”

บุษบาบรรณหลบตาเขาอย่างเขินอาย ดินแดนตักอาหารที่พนักงานเพิ่งมาเสิร์ฟใส่จานให้เธออย่างเอาใจพลางลอบมองท่าทีของเธอแล้วยิ้มกระหยิ่มว่าเป็นไปตามแผน

หลังอาหารมื้ออร่อยนั้น ดินแดนขับรถมาส่งบุษบาบรรณที่บ้านพัก เขาจ้องตาเธอนิ่งนานจนเธออายแทบม้วน เอ่ยขอบคุณแล้ววิ่งเข้าบ้านอย่างเขินๆ ส่วนดินแดนหยิบรองเท้าที่ส้นหักของเธอซึ่งวางอยู่หน้าบ้านติดมือกลับไปด้วย

ooooooo


ละครเล่ห์รักบุษบา ตอนที่ 4 อ่านเล่ห์รักบุษบาติดตามละครเล่ห์รักบุษบา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ไมค์ ภัทรเดช , พีค ภัทรศยา 29 ต.ค. 2561 07:28 2018-10-31T00:38:18+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ