ตอนที่ 7
ที่แท้ผดาชไมหลอกกรกฎออกจากบ้านไปก็เพื่อที่ตนเองจะมาข่มขวัญระรานละอองดาวนั่นเอง
สองสาวเผชิญหน้ากันภายในห้องรับแขก ละอองดาว วางตัวปกติ ถามอีกฝ่ายอย่างใจเย็นว่ามีธุระอะไรกับตน
“มีเรื่องที่ต้องย้ำให้คุณละอองดาวทราบไว้เสียหน่อย”
“เรื่องอะไรหรือคะ”
“ฉันคิดว่าคุณคงรู้จักฉันดี ในฐานะคู่รักของคุณกรกฎ ท่านเจ้าของบ้านทั้งหมดนี้”
“ทราบดีค่ะ อย่างน้อยที่สุดก็จากคำบอกเล่าของคุณกรกฎเอง”
“งั้นคุณคงทราบดีนะคะว่าฉันกับกรกฎเรากำลังจะแต่งงานกัน ถ้าไม่ใช่เพราะพินัยกรรมบ้าๆนั่น”
ผดาชไมเริ่มเสียงเข้ม หน้าตาขึงขัง ในขณะที่ละอองดาวยังสงบเยือกเย็น ตอบเสียงเรียบว่า
“พินัยกรรมฉบับนั้นเขียนโดยด็อกเตอร์ไกร เบ็ญจรงค์ คุณพ่อของคุณกรกฎเอง ถ้าพินัยกรรมนั่นบ้า ก็แปลว่าคุณเจตนาจะว่าผู้เขียนขึ้นคือบิดาของผู้ชายที่คุณ อ้างว่ารักเขาเช่นนั้นกระมัง”
“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น ฉันไม่เห็นด้วยกับข้อกำหนดในพินัยกรรม หรือคุณเห็นชอบเพราะอยากจะแต่งงานกับเขา”
“ฉันไม่มีความจำเป็นต้องตอบคุณข้อนี้ นี่หรือคะธุระที่คุณมาหาฉันในวันนี้”
“ถ้าจะให้พูดกันตรงๆล่ะก็ ได้! ฉันขอให้เธอหยุดเป็นตัวถ่วงของกรกฎเสียที”
ชวนชมจับตามองอยู่ไม่ไกล เห็นท่าไม่ดีรีบเดินเข้ามา แต่ต้องชะงักเพราะละอองดาวส่งเสียงห้าม
“หยุด! น้าชวน สุภาพสตรีผู้นี้ต้องการพบฉันโดยเฉพาะ ให้เขาพูดกับฉันเองดีกว่า”
ชวนชมถอยออกไปยืนห่างๆด้วยความรู้สึกเป็นกังวล ฟังอยู่เงียบๆทั้งที่ใจรุ่มร้อน
“อย่างไรหรือคะคุณผดาชไม”
“พินัยกรรมผูกมัดกรกฎไว้กับคุณ แต่คุณรู้
หรือเปล่าว่าฝ่ายผู้ชายเขาไม่ต้องการจะแต่งงานกับคุณตามข้อกำหนด เขาไม่ต้องการคุณเลย”
“คุณกรกฎบอกให้ฉันรับทราบแล้วค่ะ”
“แล้วคุณยังจะอยู่ในบ้านหลังนี้อีกน่ะหรือ พินัยกรรมนั่นมันก็แค่กระดาษแผ่นหนึ่ง ไร้ค่า ไร้ความหมาย คุณยังจะใช้มันอ้างเป็นสิทธิ์ครอบครองทุกอย่างกันท่ากรกฎอยู่อย่างนี้น่ะหรือ”
ละอองดาวโกรธแต่พยายามข่มใจ “กรุณาให้เกียรติ ด็อกเตอร์ไกรคุณพ่อของคนรักของคุณด้วยค่ะ”
“ทำไม จะอ้างว่าเขาเขียนต้องเชื่อฟังอย่างนั้นหรือ พินัยกรรมนั่นอาจจะเป็นของปลอมที่ทำขึ้นเพื่อผลประโยชน์ ตัวคุณเองก็ได้ ใครจะไปรู้”
“ระวังคำพูดของคุณด้วยค่ะคุณผดาชไม คุณจะพูดอะไรๆที่คุณต้องการก็ได้ แต่ไม่ควรจะพูดในสิ่งที่ฉันพิจารณาว่าดูหมิ่นฉัน”
“ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรบ้างที่คุณจะถือว่าเป็นการดูหมิ่น ก็พูดกันตรงๆนี่แหละ ฉันกับกรกฎกำลังจะแต่งงานกัน แต่เพราะคุณ จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่คุณคือส่วนประกอบในพินัยกรรมนั่นที่ทำให้การแต่งงานของเราต้องชะงักลง เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ก็น่าจะเห็นใจหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันบ้างสิ”
“ไม่เพียงแต่เห็นใจเท่านั้น ฉันยังสงสารคุณหนักลงไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ในขณะนี้”
ละอองดาวมองหน้าผดาชไมเขม็ง ผดาชไมจ้องกลับอย่างไม่ยอมเช่นกัน
ooooooo
ด้านกรกฎที่ลากธัชชัยไปรอผดาชไมแล้วได้พบท่านชายสดายุ แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไร้วี่แวว จึงตัดสินใจโทร.ไปที่บ้านของเธอ ปรากฏงามตารับสาย แต่ไม่ได้บอกว่าตนเป็นแม่ โกหกว่าเป็นแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาด
เมื่อรู้ว่าผดาชไมออกจากบ้านไปนานแล้ว กรกฎสงสัยยิ่งนักว่าเธอไปไหน แต่สุดจะคาดเดา จึงให้ธัชชัย ขับรถพาตนออกจากสถานที่แห่งนั้น
เวลาเดียวกันผดาชไมกำลังโมโหฉุนเฉียว ลุกพรวด ขึ้นอย่างเหลืออดกับคำพูดของละอองดาวที่บอกว่าเธอน่าสงสาร
“อวดดี! ทำไมต้องมาสงสารฉัน”
“ผู้หญิงด้วยกัน ฉันแค่แสดงความรู้สึกตามจริงก็เท่านั้นค่ะ”
“ตกลงคุณจะเอายังไงกันแน่ เล่นตัวไปมาเพราะอยากถ่วงเวลาให้กรกฎหันมาเลือกคุณเป็นคู่แต่งงานหรือยังไง”
“ฉันไม่ได้มีความคิดแบบนั้นเลย”
“งั้นหรือ ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าคุณจะไม่ตุกติกเรื่องพินัยกรรม ถ้าคุณเห็นใจ คิดจะช่วยฉันกับกรกฎจริง มันก็ไม่ยากหรอก คุณก็แต่งงานกับใครสักคนไปเสียสิ หน้าตาคุณก็ดีนะ แล้วยังพ่วงนามสกุลเบ็ญจรงค์ จะเลือกผู้ชายมีฐานะขนาดไหนก็ได้ จะมาทนหวังลมๆแล้งๆ ทำไมตั้ง 3 ปี”
“ฉันจะตอบให้คุณทราบเป็นข้อๆในสิ่งที่คุณควรทราบนะคะ ข้อหนึ่ง เรื่องการแต่งงานกับใครสักคนที่ไม่ใช่คุณกรกฎเป็นเอกสิทธิ์ของฉัน ฉันจะแต่งหรืออาจไม่แต่งเลยก็ได้ ข้อสอง ฉันไม่ต้องการมรดกของคุณกรกฎแม้แต่เศษสตางค์เดียว ข้อสาม แม้แต่เงินค่าเลี้ยงดูที่ฉันควรได้ทุกเดือน ฉันก็ไม่ขอรับแม้แต่นิดเดียว ข้อสี่ ฉันทนอยู่บ้านหลังนี้เพราะคุณกรกฎขอร้องแกมบังคับไว้ และข้อห้า คุณไม่มีสิทธิ์ใดๆ ไม่ว่าจะโดยพฤตินัยหรือนิตินัยที่จะพูดจาก้าวร้าวดูหมิ่นฉัน ฉันให้เกียรติคุณเพราะคุณเป็นคู่รักของคุณกรกฎ แม้ว่าแท้ที่จริงแล้วคุณไม่มีเกียรติอะไรเลย หวังว่าคงหมดธุระแล้วนะคะคุณผดาชไม”
ผดาชไมโกรธจัดกรีดร้องลั่น “บ้า! อวดดี! นังลูกข้างถนนที่เขาเก็บมาเลี้ยงแท้ๆ ฉันจะไปบอกกรกฎให้รู้ไว้ ฉันจะไปบอกเขา”
ละอองดาวไม่สะทกสะท้าน ไล่แขกกลับอย่างนุ่มนวล ผดาชไมเต้นแร้งเต้นกาอยู่อีกครู่ก่อนจะเดินกระทืบเท้าปึงปังออกไป ชวนชมเห็นกิริยานั้นแล้วบ่นอุบ ว่านี่หรือคู่รักคู่ใคร่ของกรกฎ
หลังจากผดาชไมไปแล้ว ความอดทนอดกลั้นของละอองดาวก็หมดสิ้น เธอสะอื้นไห้เจ็บปวดกับถ้อยคำดูถูกเหยียดหยาม พูดกับชวนชมเสียงสั่นเครือว่า
“ฉันไม่ได้เข้มแข็งหรอกน้าชวน ฉันเพียงแต่ปกป้องตัวเองไม่ให้เขามาหยามได้ก็เท่านั้น ฉันสมเพชตัวเองเหลือทนที่ตกอยู่ในสภาพน่าทุเรศอย่างนี้ ฉันคงจะทนอยู่ให้เขามาหยามเกียรติฉันต่อไปแบบนี้ไม่ได้แล้ว”
“คุณดาวคิดจะทำอะไรคะ”
ละอองดาวปาดน้ำตา ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะไปจากบ้านนี้
ooooooo
ชวนชมกระสับกระส่ายอยู่ชั้นล่าง ผ่านไปไม่นานละอองดาวกลับลงมาในชุดใหม่ บอกชวนชมว่าตนจะไปข้างนอก แต่ไม่ยอมบอกว่าไปไหน
ชวนชมร้อนใจมากรีบโทร.หาอรรถวาทีหลังจากละอองดาวคล้อยหลัง อรรถวาทีตกใจไม่น้อย รับปากจะพยายามติดต่อตามหากรกฎ แต่โทร.สุ่มไปหลายแห่งก็ไม่พบ
จู่ๆกรกฎโผล่มาอย่างไม่คาดคิด ตั้งใจจะมาคุยธุระ แต่พอได้ยินทนายความประจำตระกูลเล่าว่าผดาชไม ไประรานละอองดาวถึงบ้าน กรกฎผลุนผลันออกมาขึ้นรถ เร่งธัชชัยให้พาตนกลับบ้านโดยเร็ว
ละอองดาวตัดสินใจไปวังนพดล ร้องขอต่อเสด็จพระองค์หญิงพราวนภางค์ให้ตนกลับมาทำงานที่วังและขอย้ายมาอยู่ประจำ เสด็จพระองค์หญิงฯดีพระทัยยิ่งนัก ตอบรับทันที
ฝ่ายกรกฎกลับถึงบ้านก็รีบขึ้นไปสำรวจห้องของละอองดาว พลางซักถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากชวนชม ก่อนจะลากธัชชัยออกจากบ้านไปอีกด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเต็มที
ธัชชัยนั่งใจคอไม่ดีเพราะกรกฎขับรถเร็วมาก อยากรู้รายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น
“ฉันเชื่อน้าชวน เรื่องมันจะต้องเป็นความจริง ผดาชไมทำให้ฉันผิดหวังมาก มันเรื่องอะไรถึงต้องมาราวีเขาถึงบ้าน”
“คิดมากน่า ผดาชไมรักแก เขาก็ต้องหาทางป้องกันแกไว้จากหญิงอื่นที่ถูกวางตัวให้เป็นภรรยาในอนาคตของแกไง คุณละอองดาวเดือดร้อนคิดมากไปเองต่างหาก”
“นี่แกพูดจริงๆ หรือว่าแกกำลังแดกดันฉันวะ”
“จำไว้นะกฎ อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับแกรักผดาชไม และมีความต้องการที่จะแต่งงานกับหล่อน แกจะเห็นคุณละอองดาววิเศษไปกว่าคู่รักไม่ได้”
“ไอ้เรื่องใครจะวิเศษกว่าใคร ฉันไม่สนหรอก แต่ฉันรับไม่ได้เรื่องการกลั่นแกล้งราวกับไม่รู้จักขอบเขตของตัวเองอย่างนี้ อับอายขายขี้หน้าเหลือเกิน ผดาชไมทำผิดอย่างไม่น่าให้อภัย”
“มีอะไรบ้างล่ะที่ให้อภัยกันไม่ได้สำหรับคนรักกัน”
กรกฎไม่ตอบ เหยียบคันเร่งขับรถด้วยความเร็วสูง
“แล้วนี่แกขับรถเป็นพายุทอร์นาโด แล้วเอาฉันติดรถมาด้วยนี่ จะไปไหนไม่ทราบ”
“ฉันต้องการพบแม่ตัวดีให้เร็วที่สุด”
“แกจะทำอะไรหล่อน”
“ผดาชไมควรรู้สึกให้แน่ชัดว่าฉันไม่ชอบการกระทำแบบนั้นของหล่อน และจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด”
“จะต่อว่าต่อขานอะไรก็ออมๆคำพูดไว้บ้าง แกเป็นคนเจ้าอารมณ์ และขณะนี้โทสะจริตกำลังครอบงำ อย่างน้อยที่สุดก็อย่าลืมว่าผดาชไมเป็นยอดรักของแกตามที่แกเคยพูดกับฉันไว้เสียล่ะ”
กรกฎนิ่งเงียบไปอย่างเคร่งเครียด
ooooooo
ผดาชไมกำลังคุยกับรุ้งเพชรด้วยเรื่องที่ตัวเองไปก่อวีรกรรมกับละอองดาวเอาไว้ด้วยความสะใจ รุ้งเพชรไม่เห็นด้วยนัก แต่ไม่กล้าพูดอะไรมากเพราะกลัวเพื่อนโกรธ
เมื่อกรกฎมาถึงพร้อมธัชชัย ผดาชไมตกใจแต่รีบพูดแก้เก้อเรื่องผิดนัด
“กฎขา...ดาขอโทษด้วยนะคะ พอดีว่าเมื่อเช้ารุ้งเพชรเพิ่งแจ้งคิวงานด่วนมาน่ะค่ะ ใช่ไหมรุ้งเพชร”
รุ้งเพชรอึกอักเพราะไม่ทันตั้งตัว กรกฎไม่สนใจจะฟังอยู่แล้ว พุ่งเข้าประเด็นด้วยท่าทีฉุนเฉียว
“เธอบังอาจเข้าไปพูดจาก้าวร้าวกับละอองดาวจนถึงในบ้านได้ยังไง”
ผดาชไมทำไขสือแสร้งไม่รู้เรื่อง ย้อนถามว่าเรื่องอะไร?
“สิ่งที่เธอทำลงไปวันนี้มันไม่ถูกต้อง เธอรู้ตัวรึเปล่า”
“อ้อ...นี่กฎเห็นแม่แตนวิเศษกว่าคนรักของตัวเอง แล้วเหรอ แม่นั่นเลิศเลอมาจากไหน อยากรู้นัก เชอะ!!”
“เธอทำเกินไป ทำผิดมาก อย่างน้อยที่สุดแตนก็เป็นน้องสาวฉัน”
“อ๋อ เดี๋ยวนี้ยอมรับนับถือแล้วเหรอว่ามันเป็นน้องสาว”
“ผดาชไม!!” กรกฎเสียงดังลั่นจนรุ้งเพชรกับธัชชัยต้องหว่านล้อมให้ใจเย็น ค่อยพูดค่อยจากัน
ผดาชไมไม่เคยโดนคนรักตวาดแบบนี้มาก่อน ตอบโต้เสียงดังเช่นเดียวกัน
“ทำไมกฎจะต้องเดือดร้อน ปกป้องนังนั่นด้วย”
“เธอบ้าที่สุด ผดาชไม!! นอกจากจะเป็นการกระทำที่บ้าบัดซบที่สุดแล้ว เธอยังไม่มีสิทธิ์ใดๆที่จะไปพูดกับแตนด้วยกิริยาวาจาอย่างงั้น เธอไม่มีสิทธิ์ จำไว้! สิ่งที่เธอทำมันเป็นการระรานกันเกินขอบเขต ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรให้เธอเลย”
“กฎ!! ทำไมกฎต้องด่าว่าดามากขนาดนี้ด้วย กฎควรจะไปต่อว่าสั่งสอนน้องสาวของตัวเองมากกว่านะ ถามดา ซักคำไหมว่าน้องสาวของกฎด่าว่าอะไรดากลับมาบ้าง”
ผดาชไมบ่อน้ำตาแตก กรกฎถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันหลังเดินออกไปทันที
“นั่นกฎจะไปไหน ดายังพูดไม่จบ กฎจะมาเดินหนีดาไปดื้อๆอย่างนี้ไม่ได้นะ” ผดาชไมร้องไห้ฟูมฟาย แต่กรกฎก็ไม่เหลียวหลังกลับมา “ถ้ากฎไป ดาจะถือว่าเราเลิกกัน แล้วไม่ต้องกลับมาที่บ้านหลังนี้อีก”
ผดาชไมตะโกนลั่น ธัชชัยไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่เดินตามกรกฎออกไปขึ้นรถ ส่วนรุ้งเพชรพยายามปลอบโยนผดาชไมที่ร่ำไห้น้ำตานองหน้า
ooooooo
ละอองดาวกลับมาที่บ้านเบ็ญจรงค์พร้อมอุ่นเรือน นางข้าหลวงของเสด็จพระองค์หญิงฯ เพื่อเก็บสัมภาระไปอยู่ที่วังนพดล แต่พอมาถึงก็พบธัชชัยในห้องรับแขก หญิงสาวปั้นหน้าให้ปกติทักทายเขาน้อยคำก่อนขอตัวขึ้นไปบนห้อง
ก่อนหน้านี้กรกฎเอากุญแจจากชวนชมมาล็อกประตูตู้ต่างๆภายในห้องละอองดาว เมื่อเธอขึ้นมาพบเขายืนอยู่กลางห้องก็ชักสีหน้าไม่ชอบใจ
“ถึงแม้ว่าบ้านหลังนี้จะเป็นสมบัติของคุณก็จริง แต่เฉพาะห้องนี้ดิฉันได้อยู่มาก่อน แม้จะในฐานะผู้อาศัยก็ตาม โดยมารยาทแล้วคุณควรจะได้รับอนุญาตจากดิฉันก่อน ไม่ควรจะถือสิทธิ์เช่นนี้”
“ขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงหรือถือสิทธิ์อะไรเลย แต่นี่เป็นกรณีฉุกเฉินจริงๆ น้าชวนกรุณาออกไปข้างนอกสักครู่ ฉันมีเรื่องสำคัญที่จะพูดกับน้องสาวของฉันโดยเฉพาะ”
ชวนชมขยับตัวจะเดินออกจากห้อง แต่ละอองดาว ไม่ยอม
“น้าชวนยังไม่ต้องออก จนกว่าฉันจะขนย้ายของของฉันออกไปจากห้องนี้”
กรกฎบังคับชวนชมด้วยสายตา ชวนชมจึงขยับมาขอร้องละอองดาวให้อยู่คุยกับกรกฎสักครู่ ละอองดาว ไม่ได้ใส่ใจเดินไปขยับตู้เสื้อผ้าถึงรู้ว่าล็อกไว้ จะเอากุญแจ จากชวนชมแต่หันมาไม่เจอตัว
“กุญแจอยู่ที่พี่...เธอจะได้ตามที่ต้องการ แต่อยู่พูดกับพี่สักครู่เถิด”
“ได้โปรดเถิดค่ะ ดิฉันไม่ได้เป็นน้องหรือวงศาคณาญาติอะไรกับคุณ เป็นเพียงเด็กอนาถาข้างถนน คุณไม่จำเป็นต้องให้เกียรติดิฉันถึงกับใช้คำพูดเช่นนี้”
“พี่เข้าใจความรู้สึกของเธอในขณะนี้ ก่อนอื่นขอให้ เธอทราบไว้ด้วยว่าพี่จะใช้คำแทนชื่อว่าเธอ และแทนตัวพี่เองว่าพี่ ตามสิทธิ์เท่าที่พี่มีอยู่ แต่หากเธอจะไม่พอใจ และรังเกียจที่จะให้ความสนิทสนมเคารพนับถืออย่างพี่ชายแท้ๆ โดยใช้คำพูดกับพี่อย่างเดิมก็ตามแต่เธอ ทีนี้เรามาพูดกันถึงเรื่องสำคัญ โปรดนั่งลงสักครู่ นี่ไม่ใช่การบังคับกันด้วยอำนาจใดๆ หากแต่เป็นการขอร้องอ้อนวอนของพี่”
ละอองดาวยืนเฉย เม้มริมฝีปากแน่น ขอบตาเริ่มแดงก่ำ
“ไม่นั่งก็ไม่เป็นไร ขอให้ฟังพี่พูดก็แล้วกัน เรื่องอับอายน่าบัดสีที่ผดาชไมมากระทำกับเธอไว้ พี่ได้ทราบโดยละเอียดแล้วด้วยความรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง ตัวพี่เองก็มีความผิดมาก อยู่ในฐานะเจ้าของบ้าน ในฐานะเป็นพี่ชายของเธอ กลับเผอเรอปล่อยให้คู่รักเข้ามาอาละวาดแผลงฤทธิ์กับน้องสาวได้ พี่ควรจะเฉลียวคิดและหาทางป้องกันเสีย พี่ไม่ได้ขอร้องให้เธอยกโทษให้ผดาชไม แต่พี่วิงวอนให้เธอยกโทษให้แก่พี่”
“คุณกรกฎไม่ได้ทำผิดอะไร เพราะฉะนั้นดิฉันจึงไม่มีอะไรที่จะต้องยกโทษ แต่เรื่องที่จะลืมนั้น จนตายก็เห็นจะลืมไม่ได้ ดิฉันไม่หน้าด้านพอที่จะลืมหรือทนต่อเหตุการณ์เหล่านี้ ดิฉันก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าคุณผดาชไมจะมองดิฉันในแง่ร้ายถึงเพียงนี้ ที่ดิฉันอยู่ในบ้านหลังนี้มาจนถึงวันนี้ ก็เป็นความประสงค์ของคุณทั้งสิ้น หาใช่ความประสงค์ของดิฉันไม่”
“มันเป็นการกระทำของคนไม่มีความคิด คนไม่มีสมอง และพี่ก็ได้พูดกับเขาแล้วในเรื่องนี้”
“ต่อไปนี้ดิฉันจะปฏิบัติตามความเห็นชอบของตัวเอง และขอถือโอกาสนี้เรียนให้คุณทราบด้วยว่าดิฉันจะย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
“พี่จะไม่ยอมให้เธอออกจากบ้านเบ็ญจรงค์เป็นอันขาด ในฐานะที่พี่เป็นผู้ปกครองโดยตรงของเธอในตอนนี้”
“คุณจะพยายามหลอกตัวเองไปทำไมคะ ในเมื่อคุณก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าดิฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ ถ้าดิฉันเป็นน้องสาวของคุณจริง ดิฉันคงไม่ตกอยู่ในฐานะที่ทุเรศถึงเพียงนี้ ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ผู้หญิงคนนั้นมีศักดิ์เป็นถึงว่าที่คุณนายเบ็ญจรงค์ในอนาคต ดิฉันจึงจำเป็นต้องแคร์ในสิ่งที่เธอพูด ดิฉันขอเรียนตามตรงว่าไม่พอใจเป็นอย่างมากที่จะให้ใครมาดูถูกเหยียดหยามดิฉันแบบนั้น และวิธีเดียวที่จะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีกคือออกไปเสียให้พ้น ดังนั้นโปรดคืนกุญแจให้ดิฉันเถิดค่ะ”
“พี่แยกแยะได้นะ อย่างไหนคือน้อง อย่างไหนคือคนรัก ผิดก็ว่าไปตามผิด และเรื่องนี้พี่ก็รับผิดไปแล้ว ทั้งยังไปต่อว่าผดาชไมให้แล้ว เธอฟังที่พี่พูดไม่เข้าใจบ้างรึ พี่บอกแล้วไงว่าจะไม่ยอมให้ผดาชไมหรือใครมาระรานเธออีก เธอจะต้องอยู่”
“คุณนี่เป็นคนชอบใช้อำนาจบังคับ คุณควรปล่อยให้ดิฉันออกจากบ้านหลังนี้ไป เพราะมันเป็นวิธีที่ทำให้ฉันสบายใจ ไม่ต้องมาคอยสะดุ้ง ผวา ว่าเมื่อไหร่จะโดนเล่นงานอีก แล้วอีกอย่างคุณก็ไม่ต้องเป็นกังวลว่าดิฉันจะนำความเสื่อมเสียมาให้แก่คุณ เพราะคุณพ่ออบรมสั่งสอนดิฉันมาเป็นอย่างดี แต่ถ้าคุณรังเกียจ ดิฉันก็จะเปลี่ยนนามสกุลเสียใหม่ ไม่ขอเอาสกุลเบ็ญจรงค์อันยิ่งใหญ่ของคุณไปทำให้เสื่อมเสียที่ไหน”
“พี่ยอมรับผิดทุกอย่างและขอให้เข้าใจด้วยว่าพี่ไม่ได้ใช้อำนาจบังคับเธอ แต่กำลังวิงวอนขอร้อง โปรดอย่าออกไปจากบ้านหลังนี้ เธอลืมไปแล้วหรือว่าคุณพ่อสั่งให้เธออยู่”
“คุณพ่อท่านสิ้นไปแล้วนี่คะ ได้โปรดเถิดค่ะ มีคนขับรถมารอดิฉันอยู่ข้างล่าง เขาอาจจะตำหนิดิฉันได้ว่า ขึ้นมาจัดของช้าเกินไป”
“ใคร?”
“เสด็จพระองค์หญิงพราวนภางค์ นพดล”
ชื่อนั้นทำให้กรกฎนิ่งคิดไปชั่วขณะ “เพื่อเป็นการขอโทษเพื่อให้เธอหายโกรธพี่ พี่จะไม่ขัด แต่พี่ขออะไรสักอย่างได้ไหม”
“ขออะไรไม่ทราบ”
“เธอไปทำงานได้ตามต้องการ แต่เป็นการไปทำแบบเช้าไปเย็นกลับ”
“แต่ดิฉันตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะออกจากบ้านหลังนี้ เรื่องงานนั้นไม่สำคัญมากเท่าการไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไป”
“ถ้าไม่ได้ก็ไม่ยอมกัน เป็นไงเป็นกัน พี่จะไปพบนายจ้างของเธอด้วย พูดกับท่านเสียให้รู้เรื่อง เรื่องให้เธอทำงานแบบไปกลับ ถ้าท่านไม่รับก็ไม่ต้องทำ...อย่าบอกนะว่าเจ้าคำอินทร์มารอรับเธอ”
ละอองดาวตอบรับเพื่อยั่วโมโหเขา ปรากฏว่าได้ผล กรกฎหน้าบึ้งรีบดึงมือเธอลงมาข้างล่าง ก่อนจะพบว่าตัวเองโดนหลอก ไม่มีแม้แต่เงาของเจ้าคำอินทร์
ooooooo
กรกฎชวนธัชชัยตามละอองดาวไปที่วังนพดลและได้อธิบายต่อเสด็จพระองค์หญิงพราวนภางค์ด้วยความเกรงใจ
“กระหม่อมต้องกราบขอประทานอภัยที่มาขอเข้าเฝ้าทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักเสด็จเป็นการส่วนตัวมาก่อน”
“ฉันรู้จักด็อกเตอร์ไกร เบ็ญจรงค์ พอเห็นหน้าคุณยิ่งทำให้ฉันนึกไปถึงเขา”
“คือ...กระหม่อมจะมากราบทูลเรื่องที่ละอองดาวน้องสาวของกระหม่อม ที่มาสมัครงานอยู่กับเสด็จ”
“พูดมาเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“คือที่จริงละอองดาวไม่จำเป็นต้องหารายได้นอกบ้าน แต่เขาบอกกับกระหม่อมว่าอยู่บ้านเฉยๆแล้วเบื่อ อยากทำตัวให้มีประโยชน์ โดยใช้ความรู้ความสามารถที่ร่ำเรียนมา ประกอบกับที่เขาได้บังเอิญมารู้จักกับเสด็จ เขารู้สึกเลื่อมใสและเคารพเสด็จมาก กระหม่อมเลยตามใจเขา เขาบอกกับกระหม่อมว่าเสด็จทรงต้องการให้เขามาเป็นแม่บ้านประจำอยู่ที่วังนพดลเลย”
ละอองดาวนั่งหลังตรงคอตั้งจ้องมองพี่ชายนอกไส้ด้วยสายตาแข็งกร้าว
“กระหม่อมอยากให้เขามาทำงานแบบมาเช้าเย็นกลับ เพราะตั้งแต่คุณพ่อเสียไป เราก็เหลือกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง เสด็จจะทรงรังเกียจการทำงานแบบมาเช้าเย็นกลับของละอองดาวหรือเปล่ากระหม่อม”
“ฉันเข้าใจละ...ว่ายังไงล่ะละอองดาว พี่ชายของเธอไม่ต้องการให้เธอมาอยู่ประจำที่นี่”
“แต่หม่อมฉันอยากอยู่ใกล้ชิดกับฝ่าบาทเพคะ อยากอยู่ประจำ สะดวกดีเพคะ”
“เอ...พี่น้องคู่นี้ความเห็นไม่ตรงกันซะแล้ว เอาอย่างนี้ ดีกว่า ฉันตัดสินเอง ถึงยังไงละอองดาวก็มีพี่ชายอยู่อีกหนึ่งคน เมื่อเขาไม่ต้องการ เธอก็ไม่ควรขัดใจเขา เป็นอันตกลงว่าเธอมาทำงานกับฉันแบบมาเช้ากลับเย็นก็แล้วกัน คุณกรกฎก็คงไม่รังเกียจเช่นกัน หากละอองดาวจะมาค้างกับฉันบ้างเป็นครั้งคราว”
“ไม่เลย...กระหม่อมขอถือโอกาสนี้ฝากฝังน้องสาวกระหม่อมด้วย”
“ไม่ต้องห่วง ฉันรักเด็กคนนี้ ไม่รู้ชาติก่อนทำอะไรร่วมกันไว้”
“กระหม่อมหมดธุระแล้ว กระหม่อมขออนุญาตทูลลา”
นอกจากตัวเองลากลับแล้ว กรกฎยังรั้งละอองดาวไปด้วย อ้างว่าเรามีนัดไปพบทนายประจำตระกูล เสด็จพระองค์หญิงฯนึกว่าเป็นจริงจึงบอกละอองดาวให้รีบไป พรุ่งนี้ค่อยมาเริ่มงาน
ละอองดาวพูดไม่ออกบอกไม่ถูก จำใจกลับออกมา แต่ไม่คาดคิดว่าจะเจอเจ้าคำอินทร์ที่นี่อีกครั้ง เลยได้โอกาสยั่วโมโหพี่ชายที่แสนดีด้วยการทักทายเจ้าคำ-อินทร์อย่างร่าเริง ขออยู่คุยธุระกับเพื่อน เสร็จแล้วจะให้เพื่อนไปส่ง
กรกฎไม่พอใจ กลับไปขึ้นรถที่ธัชชัยรออยู่แล้วกดแตรดังลั่นระบายอารมณ์ โดยไม่สนใจคำเตือนของเพื่อนหนุ่มที่ให้เกรงใจเจ้าของวังบ้าง ละอองดาวเห็นดังนั้นก็ยิ่งอยากแกล้ง ทำทีเดินไปล่ำลาธัชชัยและขอนัดกินข้าวตอนหกโมงเย็น
ธัชชัยดีใจมากตอบรับด้วยความยินดี กรกฎหัวเสียหนัก กดแตรยาวก่อนออกรถไปด้วยความเร็ว
ooooooo
ผดาชไมคิดหนักหลังจากประกาศตัดขาดกรกฎไปแล้ว งามตารู้เข้าก็เร่งเร้าให้ลูกสาวรีบง้อขอคืนดีกับคู่รัก ก่อนจะหมดสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติของเขาไปอย่างน่าเสียดาย
ผดาชไมมั่นใจในความสวยและเสน่ห์ล้นเหลือของตัวเองมาก เธอไม่มีวันยอมแพ้เด็กกำพร้าอย่างละอองดาวแน่นอน ฝ่ายธัชชัยที่รับจ้างจีบละอองดาวเพื่อแยกเธอให้พ้นจากกรกฎ เอาเข้าจริงๆเวลานี้ธัชชัยเกิดความรู้สึกดีๆกับเธอ แต่ท่าทางผู้ว่าจ้างจะไม่ค่อยโอเคเสียแล้ว ทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีห่วงใยน้องสาวจนออกนอกหน้า
เมื่อตัวเองกลับถึงบ้าน กรกฎคอยให้ยอดรักจับตามองว่าละอองดาวกลับมาหรือยัง จนเมื่อเจ้าคำอินทร์ขับรถมาส่งเธอหน้าตึก ยอดรักวิ่งกระหืดกระหอบไปรายงานเจ้านาย แต่ผ่านไปอีกครู่เดียวชวนชมก็นำจดหมายฉบับหนึ่งมาให้กรกฎ บอกว่าละอองดาวฝากมา
กรกฎอ่านข้อความในจดหมายที่ละอองดาวแจ้งความจำนงไม่แต่งงานกับเขาตามที่ระบุในพินัยกรรม และขอรับรองว่าเธอเป็นฝ่ายกระทำผิดข้อกำหนดในพินัยกรรมขึ้นเอง
ข้อความนั้นทำให้คนอ่านโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ถือมันกลับไปหาละอองดาวที่กำลังเตรียมตัวจะออกไปกินข้าวนอกบ้านกับธัชชัยตามนัด
กรกฎอ้างว่าข้อความที่ละอองดาวเขียนยังไม่สมบูรณ์ เพราะไม่ได้ลงวันที่และไม่มีพยานลงชื่อ
“เท่านั้นเองหรือคะ ไม่เห็นจะแปลกอะไรเลย ที่ดิฉันไม่ลงวันที่วันนี้ก็เพราะอยากให้คุณเก็บไว้ก่อน พอครบสองปีตามเงื่อนไขในพินัยกรรมคุณก็ลงวันที่เสีย ส่วนเรื่องพยานคุณก็เอาไปให้น้าชวนหรือคุณอรรถลงให้ก็สิ้นเรื่อง เรื่องสำคัญมันอยู่ตรงที่หนังสือฉบับนี้เป็นลายมือของดิฉันและมีข้อความอย่างที่คุณต้องการไม่ใช่หรือคะ”
“แต่เธอก็ทำไม่ถูกกาลเทศะอยู่ดีนั่นแหละ เธอควรให้หนังสือฉบับนี้กับพี่เมื่อครบกำหนดสองปีตามที่ตกลงกันไว้”
“ก็ไม่เห็นจะแปลกนี่ค่ะ จะช้าจะเร็วดิฉันก็ต้องเขียนอยู่ดี ดีเสียอีกคุณกับคุณผดาชไมจะได้มีหลักประกันว่าดิฉันจะไม่กลับกลอก”
“แต่พี่ไม่ชอบอะไรที่มันเกินเลยหรือผิดสัญญา ธุระอะไรที่เธอจะต้องประชดประชันให้มาก่อน”
“เปล่าเลย ดิฉันไม่ได้ทำไปเพราะต้องการประชด ประชัน ดิฉันพิจารณาแล้วว่าต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่ได้ทำเพื่อคุณคนเดียว แต่ทำเพื่อตัวเองด้วย โดยเฉพาะคุณผดาชไมที่ยังแคลงใจดิฉันอยู่ คุณน่าจะยินดีนะคะที่ดิฉันส่งให้คุณก่อนล่วงหน้าถึงขนาดนี้”
กรกฎพูดไม่ออก ฉีกจดหมายนั้นทิ้งแล้วบอกว่าครบสองปีเมื่อไหร่ค่อยส่งมาให้ใหม่ ละอองดาวโกรธมากโพล่งขึ้นว่า
“แล้วถ้าดิฉันไม่ยอมเขียนให้คุณอีกล่ะ”
“ก็ตามใจเธอสิ”
ละอองดาวเจ็บใจหันหลังให้เขาทันที กรกฎยังพยายามต่อไปเพื่อจะให้เธอหายโกรธ
“ถามจริงๆ เธอยังโกรธพี่อยู่อีกเหรอ เธอก็น่าจะรู้นี่ว่าเรื่องราวทั้งหมดพี่ไม่ได้เป็นคนทำ พี่เป็นคนรับบาปแท้ๆ”
ละอองดาวน้ำตาคลอ พลั้งปากออกไป “ฉันเกลียดคุณ”
“เพราะพี่มีคู่รักอย่างผดาชไมใช่ไหม”
เธอไม่ตอบ แต่ถามเขาว่าเสร็จธุระหรือยัง กรกฎถึงกับหน้าเจื่อน เดินคอตกกลับลงมาเห็นธัชชัยแต่งตัว เนี้ยบนั่งรอละอองดาวอยู่ในห้องรับแขก
“ธัช...ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ตามฉันมาหน่อย”
ธัชชัยยิ้มเบิกบานเดินตามเพื่อนรักไปโดยดี “มีอะไรว่ามาเลยคุณพี่”
“ฉันอยากจะขอร้องแกเรื่องละอองดาว นี่ฉันจริงจัง ไม่ได้พูดเล่นๆ”
“ก็ว่ามาสิ กำลังรับฟังอยู่ตามประสาลูกจ้างผู้ซื่อสัตย์”
กรกฎไม่พอใจที่ธัชชัยพูดแซวเล่นอยู่เรื่อย กระชากคอเสื้อพร้อมพูดเสียงกร้าว
“ดีแล้ว งั้นแกก็ควรปฏิบัติหน้าที่ลูกจ้างให้ดีที่สุด แต่ฉันขอเตือนแกสองเรื่อง เรื่องแรกห้ามให้ละอองดาวรู้เป็นอันขาดว่าฉันจ้างแกในเรื่องนี้ ฉันไม่ต้องการให้ละอองดาวเกลียดฉันไปมากกว่านี้ และข้อสอง ถึงแกจะสนิทสนมกับละอองดาวแค่ไหนก็ตาม แกต้องทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ พอดีพองามอย่าให้เกินเลย จนกว่าแกจะแต่งงานไป ซึ่งหลังจากนั้นฉันก็ไม่มีสิทธิ์ไปวุ่นวาย”
“เรื่องพวกนี้แกไม่ต้องห่วง ฉันเชื่อในสองประการ... หนึ่งความเป็นสุภาพบุรุษของฉัน และสองความเป็นกุลสตรีของคุณละอองดาว ฉันคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย”
กรกฎพอใจในคำตอบของเพื่อน ปล่อยมือที่กระชากคอเสื้อ แต่ธัชชัยก็ยังไม่วายกระเซ้าเหย้าแหย่อีก
“แกนี่หวงน้องสาวจำเป็นคนนี้เสียจริงๆนะ แต่หวงมากเกินไปหน่อย”
“เท่านี้แหละ ฉันไปล่ะ ขอให้โชคดี” กรกฎตัดบทแก้เก้อ
“เดี๋ยวก่อนครับนายจ้าง ตั้งแต่ผมรับงานมาผมยังไม่เบิกค่าเหนื่อยเลยแม้แต่ครั้งเดียว สำหรับค่ำคืนนี้ผมขอเบิกค่าใช้จ่ายบ้างเถอะครับ”
กรกฎมีเงินติดตัวอยู่สามพัน ควักให้ธัชชัยทั้งหมด แต่เอาเข้าจริงธัชชัยก็ฝากยอดรักมาคืน เล่นเอากรกฎหงุดหงิดที่เพื่อนกวนโมโหไม่เลิก
ooooooo
ค่ำนั้นผดาชไมโทรศัพท์หากรกฎที่บ้าน โดยมีงามตานั่งฟังอยู่ข้างๆ คอยส่งสัญญาณกำชับให้ลูกสาวใจเย็นๆ
“กฎขา...ดาขอโทษนะที่แสดงกิริยาไม่ดีล่วงเกินกฎไป กฎยังโกรธดาอยู่อีกหรือเปล่า”
กรกฎอึ้งเล็กน้อยที่ครั้งนี้ผดาชไมเป็นฝ่ายง้อเขาทั้งที่เพิ่งจะทะเลาะกันใหญ่โต
“ดายอมรับใช่ไหมว่าที่ดาทำไปมันไม่ถูก”
“ดาสารภาพว่าเท่าที่ดาแสดงต่อกฎไปนั้นไม่ถูกต้อง แต่จะไม่ขอยอมรับผิดเกี่ยวกับเรื่องที่พูดกับละอองดาว”
“ที่ดาแสดงกับผมน่ะมันไม่สำคัญหรอก เพราะดาเองก็ทำอยู่เป็นประจำ และผมก็รักดาจึงทนมาได้ตลอด แต่กับละอองดาวมันไม่ใช่ เขากับผมมันคนละคนกัน ดาไม่มีสิทธิ์ไประรานเขา โดยเฉพาะเขาอยู่ในฐานะคนละฝ่ายกับเรา ซึ่งผมได้ตกลงกับเขาเรียบร้อยแล้ว เราก็แค่รอเวลาแล้วก็จะได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่นี่อะไร ดาไประรานเขา ใช้คำพูดเหยียดหยาม นี่ดีนะที่ละอองดาวเขาเป็นผู้ดี ลองถ้าเป็นคนอื่นดาคงโดนต่อยหน้าหงายแล้ว ครั้งนี้ดาทำให้ผมขายหน้าจริงๆ”
“สรุปแล้วดาเป็นคนเลว แม่ละอองดาวนั่นกลายเป็นคนดีขึ้นมาเสียแล้วใช่ไหม” ผดาชไมลืมตัวเกรี้ยวกราดใส่เขาอีกครั้ง แล้วรีบปรับเปลี่ยนเมื่องามตาสะกิดเตือน “เอาเถอะค่ะ เราอย่าพูดเรื่องนั้นอีกเลย ดาสัญญาว่าต่อจากนี้ไปดาจะไม่ไปยุ่งกับน้องสาวกิตติมศักดิ์ของกฎอีกเลย เพิ่งรู้ว่าพี่ชายเขาหวงมาก”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นได้จะดีมาก”
“กฎหายโกรธดาแล้วใช่ไหม แล้วจะไม่มาหาดาหน่อยเหรอ”
“จะให้ไปหาเหรอ”
“ถ้าไม่หายโกรธหรือเกลียดหน้าดา ก็ไม่ต้องมาก็ได้ค่ะ”
กรกฎใจอ่อนยวบ รับปากว่าตนจะไปหา ผดาชไมวางสายด้วยรอยยิ้ม
“เห็นไหม ลูกต้องใจเย็น ถึงเวลานี้ต้องอ่อนเข้าไว้ มีเหรอผู้ชายที่ไหนจะรอด ยิ่งสวยๆอย่างลูกด้วย”
“เยี่ยมไปเลย ดาขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อน กฎต้องตะลึงในความงามของดา”
ผดาชไมเริงร่าขึ้นไปเลือกชุดสวยที่สุด ไม่นานเธอก็สวยสมดังใจ เชื่อมั่นมากว่ากรกฎเห็นต้องตะลึง
ปรากฏว่ากรกฎตะลึงจริงๆ เดินโอบเอวผดาชไมไปขึ้นรถ งามตาแอบมองจากในบ้าน ยิ้มหน้าบานด้วยความดีใจ
ooooooo
บรรยากาศภายในร้านอาหารดีมาก ลูกค้าได้อร่อยกับอาหารแล้วยังมีเสียงเปียโนบรรเลงเพลงไพเราะชวนให้เพลิดเพลิน
ละอองดาวรู้สึกผ่อนคลายสบายใจและวางใจธัชชัยถึงขนาดกล้าพูดคุยเรื่องส่วนตัว แต่จู่ๆชลทิชากับเริงใจเข้ามาแทรก ทำให้ธัชชัยต้องนั่งโดดเดี่ยวเพราะสองสาวลากละอองดาวไปนั่งอีกโต๊ะ
ชลทิชากับเริงใจต่อว่าละอองดาวทำตัวสนิทสนมกับเพื่อนของกรกฎทั้งที่พวกตนเคยบอกไว้แล้วว่าไม่ให้คบ
“เอาเถอะน่า ไหนๆฉันก็มากับเขาแล้ว อย่าสวดฉันเลย ว่าแต่เธอสองคนทำไมถึงได้มาโผล่ที่นี่”
“ฉันกับนิดเจอกันหลังเลิกประชุมครูที่คุรุสภา นิดเลยชวนมา บอกว่านัดเพื่อนไว้ที่นี่หลายคน ไม่นึกว่าจะเจอเธอ”
“เธอหายหน้าหายตาไปตั้งนาน ไอ้เราก็งานยุ่ง ตัวเองว่างกว่าตั้งเยอะ แทนที่จะโทรศัพท์หากันบ้างก็ไม่มี”
“โอ๊ย...คุณแม่ทั้งหลาย เพลาๆลงหน่อยเถอะ ฉันจะสำลักคำสวดของพวกเธออยู่แล้วเนี่ย”
ละอองดาวแกล้งโวย สองเพื่อนสาวหน้าตูม แต่ยังไม่วายซักถามพร้อมจับพิรุธจนสังเกตเห็นว่า
ขอบตาละอองดาวแดงๆเหมือนผ่านการร้องไห้ แต่เจ้าตัวไม่อยากเล่าเหตุการณ์ที่โดนผดาชไมระราน พอดีมีเพื่อนๆ เข้ามาสมทบ ก็เลยรอดตัวไป
เริงใจกับชลทิชายินยอมให้ธัชชัยมารับละออง-ดาวกลับไปนั่งโต๊ะเดิมที่เป็นมุมส่วนตัว แต่แล้วกรกฎกับผดาชไมก็ควงคู่เข้ามา สองฝ่ายเห็นกันถนัดชัดเจน ผดาชไมมองละอองดาวไม่วางตาก่อนจะลากกรกฎเข้าไปด้านใน
ธัชชัยห่วงความรู้สึกของละอองดาวและกลัวเธออึดอัด ถามว่าอยากจะกลับตอนนี้เลยหรือเปล่า
“ทำไมต้องกลับล่ะคะ อยู่ฟังเพลงต่อก่อนดีกว่า แล้วดิฉันว่าคืนนี้คงจะสนุกไม่น้อยเลยล่ะ”
ละอองดาวตอบชัดถ้อยชัดคำ มองไปด้านในประสานสายตากับกรกฎที่กำลังมองมา เธอเริ่มพูดคุยกับธัชชัยอย่างสนิทสนม ก่อนจะชวนเขาออกไปเต้นรำ กรกฎจับตามองตลอดเวลาแทบไม่ได้คุยกับผดาชไม
ooooooo










