ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บอดี้การ์ดสาว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อถูกธำรงแฉซึ่งหน้าทำให้ไอศูรย์กระวน กระวายไม่สบายใจ เร่งรัดพ่อให้รีบทำลายหลักฐานทั้งหมดก่อนที่เรื่องจะโยงมาถึงเรา

“แกไม่ได้ยินหรือไงว่าไอ้ธำรงมันมีหลักฐาน เราทำอะไรไม่ได้แล้ว”

“มันอาจจะบลัฟเราก็ได้ ผมว่าเราควรจะทำอะไรซักอย่างดีกว่าอยู่เฉยๆแบบนี้ ถ้าไอ้อิศร์มันเชื่อไอ้ธำรงเราก็จบ ทุกอย่างพังหมด ผมจะไปที่บริษัท”

ไอศูรย์ผลุนผลันจะออกไป แต่เรณูกับไอริณสวนเข้ามาก็เลยชะงัก

“แสดงว่ามันเป็นเรื่องจริง คุณกับไอศูรย์ร่วมมือกันโกงบริษัท คุณกล้าทำได้ยังไงคะคุณอำพล”

อำพลไม่ตอบแถมหันหน้าหนีภรรยา ทำให้ลูกสาวยิ่งมั่นใจ

“คุณปู่ระแคะระคายเรื่องนี้ใช่ไหมคะ ถึงได้ยกสมบัติส่วนใหญ่ให้พี่อิศร์หมด เพราะพี่อิศร์คงไม่มีปัญญากอบโกยผลประโยชน์เหมือนพ่อกับพี่ศูรย์ทำ”

“ไอริณ! มันจะมากไปแล้ว แกคิดว่าพวกฉันทำเพื่อตัวเองหรือไง ไอ้ธำรงมันพูดถูก ที่แกนั่งนอนกินสุขสบายก็เพราะสิ่งที่พวกฉันทำนี่แหละ”

อริสราลงบันไดมาได้ยินเสียงเอะอะ ค่อยๆเดินมายืนแอบฟังอยู่หน้าห้อง

“อย่าเอาความโลภของตัวเองมาอ้างนะ คุณก็รู้ว่าฉันกับลูกไม่ใช่ไม่เคยผ่านความลำบากมาก่อน”

“ใช่สิ เพราะเราเคยลำบากจนต้องซมซานมาของานคุณพ่อกับไอ้อำนาจ ฉันถึงจะไม่ยอมกลับไปเป็นอย่างนั้นอีก ฉันทุ่มเททำงานให้คุณพ่อมากกว่าใคร ฉันก็ต้องได้รับผลตอบแทนมากที่สุด”

“แต่มันเป็นวิธีสกปรก เป็นเงินสกปรก”

“ก็เงินสกปรกนี่แหละที่ซื้อข้าวซื้อน้ำให้เธอกิน ถ้าไม่พอใจเธอก็ออกไปจากบ้านนี้ได้เลย”

“คุณพ่อใจเย็นๆสิคะ” ไอริณเริ่มหน้าเสีย

“ถ้าแกอยากจะกินอุดมคติเหมือนแม่ของแกก็ตามใจ ฉันจะสั่งตัดเงินเดือนแกตั้งแต่พรุ่งนี้”

“ว้ายคุณพ่อ เดี๋ยวก่อนสิคะ” ไอริณตกใจวิ่งตามอำพลออกไป ส่วนไอศูรย์หันขวับมาโวยวายใส่เรณู

“คุณแม่ก็เห็นว่าผมกับคุณพ่อทำงานหนักมาตลอด ขณะที่ไอ้อิศร์มันเอาแต่สำราญอยู่เมืองนอกจนคุณปู่เสีย แล้วจะให้มันมาชุบมือเปิบโดยที่เราไม่ได้อะไรเลยเหรอครับ”

“แต่มันไม่ถูกต้อง”

“มันไม่ถูกต้องตั้งแต่คุณปู่รักมันมากกว่าลูกหลานทุกคนแล้ว คุณปู่ไม่ยุติธรรมเอง ช่วยไม่ได้”

ไอศูรย์ผลุนผลันออกไปอีกคน เรณูถอนใจกลุ้ม อริสราที่แอบอยู่แถวนั้นรีบเดินไปอีกทาง ตั้งใจไปหาอิศร์แต่เจอไอริณสกัดขัดขวางอย่างรู้ทัน

“แอบฟังเรื่องทั้งหมดแล้วจะคาบไปฟ้องพี่อิศร์ล่ะสิ เลิกทำตัวเป็นนกสองหัวได้แล้วพี่อริส ละอายใจซะบ้าง”

“แล้วพี่ชายกับพ่อคุณล่ะ ไม่ละอายใจบ้างหรือไง ทำแบบนี้เขาเรียกว่าลักกินขโมยกิน”

“ปากดีนัก” ไอริณเงื้อมือหรา

“เอาสิ ตบฉันเลย แต่คุณคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น แค่ฉันบอกไอศูรย์คำเดียวว่าคุณทำร้ายฉัน บ้านนี้มันจะยิ่งลุกเป็นไฟกว่าเดิม”

ไอริณชะงัก กลัวฤทธิ์ไอศูรย์เลยไม่กล้า อริสรายิ้มสะใจแล้วเดินตรงไปบ้านอิศร์และพยายามเซ้าซี้ป้าดวงว่ามืดค่ำป่านนี้แล้วอิศร์ออกไปไหน

“ป้าไม่ทราบเหมือนกันค่ะ”

“อริสเป็นห่วงอิศร์เหมือนกันนะคะป้าดวง เขาเป็นยังไงบ้าง เครียดหรือเปล่า”

“ก็คงทุกข์ใจมากล่ะค่ะ แต่คุณแพรพลอยดูแลอยู่ คุณอริสกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ คุณอิศร์เธอสั่งไว้แล้วว่าคืนนี้อาจจะไม่กลับมานอนที่บ้าน”

“หมายความว่ายังไงคะ อิศร์จะไม่กลับมานอนบ้าน แล้วเขาจะไปค้างที่ไหน”

“ก็คงไปนอนกกกับบอดี้การ์ดให้หายกลุ้มใจละมั้ง” เสียงไอศูรย์ดังขึ้นข้างหลัง อริสราหันขวับไปก็เห็นสีหน้าเยาะหยันสะใจของเขา เธอไม่อยากต่อปากต่อคำจึงเลี่ยงกลับบ้านแต่ไอศูรย์ยังตามมากระชากแขนเธออย่างเอาเรื่อง

“อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ พวกคุณมันสกปรก ฉ้อโกงได้แม้กระทั่งญาติพี่น้องตัวเอง”

“เพราะเรื่องนี้เองคุณถึงแล่นไปโอ๋มัน ไม่ดูสังขารตัวเอง หายป่วยแล้วหรือไง”

“ฉันห่วงอิศร์มากกว่าตัวฉันเอง ตอนนี้เขาคงเสียใจมากที่ได้เห็นธาตุของลุงกับพี่ชายที่เขาเคารพว่าที่แท้แล้วก็เป็นพวกโลภมาก ไว้ใจไม่ได้”

“คุณไม่มีสิทธิ์มารังเกียจสิ่งที่ผมทำ ในเมื่อคุณก็ได้ผลประโยชน์นั้นด้วย เงินที่พ่อแม่คุณเอาไปรักษาหน้าตัวเองไม่ให้ต้องกลายเป็นคนล้มละลายมันก็เงินสกปรกก้อนนี้แหละ”

“ถ้าฉันรู้ซักนิด ฉันจะไม่ยอมให้พ่อแม่รับความช่วยเหลือจากคุณ”

“ทำอย่างกับคุณจะห้ามได้ พ่อกับแม่คุณอยากขายคุณให้ผมจนตัวสั่น...ยังไงเราสองคนก็หนีกันไม่พ้น รู้ไว้ซะด้วย”

“คุณมันน่าขยะแขยงขึ้นทุกวัน” อริสราตวาดใส่หน้าแล้วผลุนผลันขึ้นห้อง ทิ้งให้ไอศูรย์ยืนอึ้งอย่างเจ็บปวด...เมื่อไหร่เธอถึงจะรักเขาเสียที!

ooooooo

อิศร์หลบความวุ่นวายภายในครอบครัวไปค้างคืนที่บ้านโอบไอรักโดยมีแพรพลอยอยู่เคียงข้าง รวมทั้งกรณ์และน้องๆอีกหลายคนต่างก็ให้กำลังใจและยินดีต้อนรับเขาทุกเมื่อ

การมาครั้งนี้ของอิศร์นึกไม่ถึงว่าจะทำให้เขาได้คิดเรื่องการทำงานและต้องการประสานรอยร้าวในครอบครัวให้กลับมาสมัครสมานสามัคคีกันเหมือนตอนที่ปู่ของเขายังมีชีวิตอยู่

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้นที่อิศร์กลับไปบ้านตัวเอง อำพลกับไอศูรย์ก็ถูกเชิญมาพบ สองพ่อลูกพอจะรู้ว่าอิศร์เรียกไปทำไม เพราะอำพลเพิ่งได้รับรายงานจากเลขาว่าเมื่อเช้าอิศร์มาขอเอกสารเกี่ยวกับบริษัทคู่ค้าของตนไปทั้งหมด ไอศูรย์เลยมั่นใจว่าคราวนี้โดนมันเล่นงานแน่

เมื่อญาติทุกคนมากันพร้อมหน้าภายในห้องรับแขก อำพลรีบออกตัวอย่างว้าวุ่นใจทั้งๆที่อิศร์ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ

“อิศร์...ให้ลุงอธิบายก่อนนะ ลุงอธิบายได้”

“ไม่จำเป็นหรอกครับคุณลุง เอกสารทั้งหมดที่ผมได้รับเมื่อเช้ามันเคลียร์ทุกอย่างชัดเจนแล้ว ผมคงต้องขอยกเลิกสัญญากับบริษัททั้งหมดที่มีชื่อคุณลุงกับพี่ไอศูรย์ไปเกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดความคลางแคลงใจในบริษัทอีก”

อำพลกับไอศูรย์หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ธำรงชำเลืองมองยิ้มๆอย่างสะใจ

“ส่วนเรื่องพี่ธำรง ผมจะเสนอให้ที่ประชุมถอนตัวออกจากทุกโครงการเพื่อแสดงความรับผิดชอบ เราคงต้องเคลียร์ตัวเองก่อนถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ พี่คงต้องถูกพักงานอย่างไม่มีกำหนด แต่จะยังได้รับเงินเดือนจากผม ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ทนายเราจะช่วยดูแลเต็มที่”

“ขอบใจมากนะอิศร์” อำนวยพยักหน้าส่งสัญญาณให้ธำรงขอบใจอิศร์ ธำรงเลยต้องพูดอย่างฝืนใจ แต่สำหรับไอศูรย์นั้นยืนมองด้วยความหมั่นไส้ แล้วตั้งใจประชดอิศร์ว่ามีคำสั่งให้รับทราบแค่นี้ใช่ไหม

“ยังเหลืออีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องหุ้น” อิศร์เว้นจังหวะ มองทุกคนอย่างชั่งใจครั้งสุดท้าย “ผมจะโอนหุ้นส่วนหนึ่งของผมให้กับพวกเราทุกคนเป็นจำนวนเท่าๆกัน”

ทุกคนฮือฮาแปลกใจ แพรพลอยยืนอยู่ห่างๆกับป้าดวงมองหน้ากันอย่างคาดไม่ถึง

“เพื่อตัดปัญหาเรื่องความไม่ยุติธรรมที่ทำให้หลายคนไม่พอใจคุณปู่ และผมคิดว่าเมื่อพวกเรามีสิทธิ์ในบริษัทอย่างเท่าเทียมกัน ก็คงจะทำงานร่วมกันอย่างโปร่งใสและจริงใจมากขึ้นเพื่อให้เดชโชดมกรุ๊ปก้าวหน้า ทุกคนเห็นว่ายังไงครับ”

อำพลกับไอศูรย์หัวใจพองโต แต่อำนวยมีสีหน้าไม่สบายใจ ท้วงหลานชายว่าไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ อะไรที่ปู่มอบให้ก็ควรเป็นของอิศร์

“โธ่คุณพ่อ อิศร์อุตส่าห์มีน้ำใจ เดี๋ยวมันเสียกำลังใจหมด ดีมากอิศร์ ว่าง่ายอย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าน้องพี่”

ธำรงตบไหล่อิศร์อย่างสนิทสนม พอใจที่ได้ส่วนแบ่งเพิ่ม อำพลกับไอศูรย์ดีใจแต่เก็บอาการมิดชิดแล้วพาครอบครัวกลับบ้านอย่างโล่งอก แต่พอได้ยินไอริณพูดตอกย้ำความผิดขึ้นมาก็โมโหฉุนเฉียว

“เป็นอันว่าจบลงด้วยดีแฮปปี้เอนดิ้งแล้วนะคะ เราไม่เสียอะไร แถมยังได้หุ้นเพิ่ม คุณพ่อกับพี่ศูรย์ก็อย่ามุบมิบทำอะไรอีกก็แล้วกันนะคะ เดี๋ยวพี่อิศร์จะเปลี่ยนใจ”

“นี่แกเป็นแม่ฉันตั้งแต่เมื่อไรฮึยายริณ” อำพลตวาดใส่

“ริณก็แค่เตือน ไม่อยากให้เราต้องมาทะเลาะกันเพราะผลประโยชน์ ยังไงเราก็นามสกุลเดียวกัน”

“พวกฉันรู้ว่าควรจะทำอะไร แกไม่ต้องมาสอน” ไอศูรย์ผลักไอริณออกจากห้องแล้วปิดประตูก่อนหันมาถามอำพลที่นั่งนิ่งเหมือนใช้ความคิด “พ่อคิดอะไรอยู่ครับ”

“พ่อไม่นึกว่าอิศร์มันจะใจปํ้าขนาดนี้ ไม่เอาเรื่องเราสองคน แถมยังยกหุ้นให้”

“มันก็คงคิดว่าเราหิวเงินเหมือนไอ้ธำรงไงครับ แต่มันไม่ได้จะถอนตัวจากการบริหารบริษัท เราอาจจะได้ ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น แต่อำนาจก็ยังเป็นของมันอยู่ดี”

“แกคิดอย่างนั้นเหรอ”

“ไอ้อิศร์มันฉลาด เล่นบทพระเอกซื้อใจคน เพราะมันรู้ว่ามันมีแต่ได้กับได้ ยังไงเราก็ยังเป็นเบี้ยล่างมันอยู่”

ไอศูรย์เสี้ยม เพราะรู้ว่าอำพลเริ่มใจอ่อนลงเมื่อได้ผลประโยชน์มากขึ้น...ขณะเดียวกันที่บ้านอิศร์ ป้าดวงกำลังบ่นคุณหนูของตนที่นั่งเซ็นเอกสารเรื่องโอนหุ้น โดยมีแพรพลอยยืนมองด้วยความรู้สึกเดียวกับป้าดวง

“โธ่เอ๊ยคุณอิศร์ ทำตัวเป็นพระเวสสันดรไปได้ อยู่ๆ ก็ยกโน่นยกนี่ให้คนอื่นเขา ไม่กลัวลำบากบ้างหรือไงคะ”

“ป้าครับ...ผมไม่ได้หมดเนื้อหมดตัวซักหน่อย ก็แค่แบ่งสันปันส่วนให้ยุติธรรมมากขึ้นเท่านั้น บ้านเราจะได้สงบสุข”

“แต่คุณแก้ปัญหาง่ายไปหรือเปล่า คนที่ทำผิดไม่ถูกลงโทษ แล้วเขาจะสำนึกได้ยังไง”

“ผมรู้ว่าเขาทำผิดเพราะต้องการอะไร ถ้าเราให้สิ่งที่เขาต้องการ เขาก็คงไม่ทำผิดซ้ำสองอีก”

“ความโลภของคนมันไม่มีจุดสิ้นสุดหรอกนะคุณอิศร์ คุณให้เขาวันนี้ เขาก็จะต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ”

“ผมก็จะให้เขาอีกเท่าที่ผมให้ได้ เพราะเขาคือครอบครัวของผม ถ้าผมอิ่ม เขาก็ควรจะอิ่มเหมือนกัน เอาน่า ถ้าผมให้จนหมดตัวเหมือนพระเวสสันดรจริง เดี๋ยว เราค่อยหิ้วกระเป๋าไปขออาศัยมูลนิธิคุณแพรเนอะป้าเนอะ”

“พูดเป็นเล่นไปได้คุณอิศร์นี่” ป้าดวงตีแขนอิศร์เบาๆ แพรพลอยส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเขาเพราะสังหรณ์ใจบางอย่าง...

เช้าวันถัดมา อนุภัทรยื่นจดหมายลาออกให้บรรเลงถึงห้องทำงาน...หลังจากอ่านคำอธิบาย บรรเลงเกิดข้อสงสัย ถามผู้กองว่าเราปิดคดีนี้เรียบร้อยแล้วทำไมถึงต้องลาออก

“เพราะแผนการของผมทำให้เกิดเรื่องบานปลายจนมีคนบาดเจ็บและเสียชีวิต ผมต้องการแสดงความรับผิดชอบครับ”

“ผมอ่านรายงานของคุณแล้ว เข้าใจว่ามันเป็นเหตุ สุดวิสัย บอกมาเถอะว่ามีเหตุผลอะไรกันแน่ เราพูดกันได้ทุกเรื่อง”

“ยังไงผมก็ต้องแสดงความรับผิดชอบที่ทำให้คุณมายาวีตกอยู่ในอันตรายครับ”

“อ้อ เรื่องนั้นเอง”

“มันเป็นความสะเพร่าของผมเองครับ ผมไม่ควรเอาเธอมาเกี่ยวข้องกับงานนี้”

“ผมก็บ่นยายเมย์ไปหลายกระบุงเหมือนกัน แต่เมย์เป็นคนดื้อ ยิ่งห้ามก็ยิ่งยุ คงคิดแบบเด็กๆว่านี่เป็นเกมสนุกๆ ก็เลยเสนอตัวช่วยคุณ”

“เสนอตัวเหรอครับ”

“ยายเมย์บอกว่าเขาอาสาปลอมตัวไปเป็นแคดดี้ให้คุณ ทั้งที่คุณมีแผนจะใช้ตำรวจนอกเครื่องแบบสวมรอยเข้าไป เขาบอกว่าตัวเองเหมาะสมกว่า เพราะเป็นโปรกอล์ฟ รู้เรื่องศัพท์เทคนิคอะไรดีกว่าคนของคุณ แต่ก็นั่นแหละ ที่พลาดไม่ใช่เรื่องกอล์ฟ แต่ดันพลาดตอนแอบถ่ายรูปหลักฐานนี่แหละ”

“คุณเมย์พูดอย่างนั้นเหรอครับ” อนุภัทรทำหน้าประหลาดที่มายาวีทึกทักรับผิดชอบเองหมด แล้วอีกครู่ต่อมาเขาก็มุ่งหน้าไปหาเธอที่บ้านพร้อมขนมหนึ่งถุงเป็นของฝาก และเอ่ยปากขอโทษที่ไม่ได้มาเยี่ยมให้เร็วกว่านี้

“รู้ตัวเหมือนกันเหรอ ฉันนึกว่าคุณจะลืมไปแล้วว่ายังมีฉันอยู่บนโลก” มายาวีประชดอย่างงอนๆ

“โธ่...ใครจะลืมคุณได้ ผมไม่กล้ามาเพราะคิดว่าคุณคงจะโกรธที่ผมทำให้คุณถูกจับตัวไป วันนี้ผมก็เลยเข้าไปขอลาออกกับคุณพ่อของคุณ”

“ตาบ้า! ฉันไม่ได้โกรธ อย่าลาออกเชียวนะ” เธอเผลอโวยวายเป็นห่วง อนุภัทรอมยิ้มรู้ทันแต่ยังอยากแกล้ง

“ท่านไม่ให้ผมออกเพราะคุณออกรับแทนผมไปหมดแล้วว่าเป็นคนเสนอตัวทำงานเสี่ยงนี้เอง คุณทำอย่างนั้นทำไม ผมควรจะต้องรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดเองนะ”

มายาวีเฉไฉไม่กล้ายอมรับว่าเป็นห่วงเขา บอกว่าตนผิดเองที่ทำงานพลาดเลยไม่อยากให้เขาเดือดร้อน เดี๋ยวจะตกงาน พออนุภัทรคาดคั้นว่าทำไมถึงไม่อยากให้ตนตกงาน เธอก็อึกอักไม่กล้าสบตา แล้วเดินเลี่ยงออกไปเมื่อเขารับสายอิศร์ที่โทร.เข้ามาพอดี

อิศร์โทร.ตามอนุภัทรมาขอโทษญาติของตนเรื่องที่เขาเป็นตำรวจแต่ปลอมตัวมาในคราบคนสวน อำพลกับไอศูรย์ไม่ค่อยพอใจแต่จำต้องพูดดีด้วย ส่วนไอริณนั้นแสดง ออกนอกหน้าว่าปลาบปลื้มผู้กองหนุ่มราวกับอยากจะได้เป็นแฟน พูดจาทอดสะพานจนเรณูรู้สึกกระอักกระอ่วนอายแทนลูกสาว

มายาวีอยู่ในเหตุการณ์ เฝ้ามองไอริณอย่างหมั่นไส้และแอบหึงหวงอนุภัทรจนเผลอแสดงอาการออกมาใน ขณะที่เดินออกจากบ้านอำพล แพรพลอยรู้ทันแต่อิศร์ยังไม่เข้าใจ ได้แต่บ่นว่ายายเมย์เป็นอะไร จู่ๆก็เหวี่ยงขึ้นมาซะงั้น

หลังจากมายาวีเดินหน้าบึ้งไปแล้ว อนุภัทรรีบก้าวตาม ส่วนอิศร์หันมองแพรพลอยอย่างรอคอยคำตอบ แต่เพราะเธอยังอมพะนำ เขาก็เลยจะจี้เอว ทันใดอริสราที่แอบจับตาจึงส่งเสียงขึ้นมาจนทั้งคู่หยุดชะงัก และในที่สุดแพรพลอยจำต้องแยกตัวไปเพราะอริสราขอคุยธุระกับอิศร์ตามลำพัง

อริสราเปิดฉากแสดงความห่วงใยอีกฝ่ายว่าเธอรู้เรื่องที่ไอศูรย์กับพ่อของเขากอบโกยผลประโยชน์จากบริษัทแล้ว แต่แปลกใจทำไมอิศร์ถึงไม่เอาเรื่อง หรือว่าไม่มีหลักฐานมัดตัว เธอจะช่วยหาให้

“ผมมี...แล้วผมก็จัดการเรื่องนี้ไปแล้ว”

“ด้วยการที่คุณแบ่งหุ้นให้พวกเขา เพื่อให้เขาสุขสบายกว่าเดิมเนี่ยเหรอคะ”

“มันก็ดีกว่าลงโทษพวกเขา สร้างความโกรธแค้นจนมองหน้ากันไม่ติด อริสเองก็จะตกที่นั่งลำบากไปด้วย”

“แต่อริสอยากจะหย่ากับเขา ถ้าเขาทำร้ายอริส มันก็จะเป็นข้ออ้างให้อริสเป็นอิสระ แล้วเราจะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม จะไม่มีใครขัดขวางเราได้อีก อริสกำลังรอวันนั้นอยู่ วันที่เราจะได้มีความสุขกันไงคะ”

อิศร์ตกใจที่อริสราเข้ามากอดอ้อนวอน เขาพยายามแกะมือเธอออก “อริสไม่ควรคิดอย่างนี้ ดีร้ายยังไงพี่ศูรย์ก็คือสามี อริสควรจะอยู่เคียงข้างเขา”

“แต่อริสไม่ได้รักเขา อิศร์ก็รู้นี่ อริสรักอิศร์”

“เรายังมีความรักให้กันเสมอ...ในฐานะเพื่อน จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปได้”

“เพื่อนเหรอคะ ตอนนี้อิศร์ให้อริสได้แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้นจริงๆเหรอ”

“ใช่ เพราะคุณมีครอบครัวแล้ว มีชีวิตคู่ที่น่าอิจฉา พี่ไอศูรย์ก็รักอริสมาก แล้วอีกไม่นานอริสก็จะมีลูก”

อริสราได้ยินคำว่าลูกก็พลุ่งพล่าน ประกาศว่าเธอไม่มีวันมีลูก เธอจะไม่ยอมให้มีพยานความเกลียดชังระหว่างเขากับเธอเกิดขึ้นมาเป็นอันขาด และถ้าเธอมีความสุขไม่ได้ ไอศูรย์ก็ไม่ควรมีความสุข

เธอวิ่งร้องไห้ออกไป อิศร์ไม่เข้าใจคำพูดของเธอนัก แต่พอได้คุยกับแพรพลอยก็เริ่มเห็นเค้าราง จึงพากันตามไปที่บ้านอำพลแต่ไม่พบเธอเสียแล้ว ทราบจากกรองทองว่าอริสราผลุนผลันออกไปทั้งน้ำตา ทั้งคู่ฟังแล้วเอะใจ รีบติดต่ออนุภัทรและตามไปพบเธอที่คลินิกแห่งหนึ่ง

อริสราจะมาทำแท้งแต่เพราะใจไม่แข็งพอจึงเปลี่ยนใจ เป็นเวลาที่พวกอิศร์มาถึงพอดี แต่ในเวลาต่อมานึกไม่ถึงว่าไอศูรย์จะเข้าใจผิดใหญ่หลวงจนเกิดชกต่อยอิศร์เพราะคิดว่าเขาจงใจพาอริสราไปทำแท้ง...เพราะความวู่วามของไอศูรย์เป็นเหตุให้อริสราแท้งขึ้นมาจริงๆ เขาตั้งใจชกอิศร์แต่อริสราเข้ามาขวาง เลยโดนหมัดเฉี่ยวจนเซไปกระแทกมุมโต๊ะ เลือดไหลเต็มขา!

ไอศูรย์เสียใจและสำนึกผิด ขอโทษอริสราที่ถูกส่งตัวมาโรงพยาบาล แต่เธอกลับตอกหน้าเขาอย่างเย็นชาว่า

“ไม่ต้องขอโทษหรอก นี่คือสิ่งที่คุณสมควรได้รับแล้ว คนอย่างคุณไม่สมควรจะเป็นพ่อเขาตั้งแต่แรก เขาตายไปซะได้ก็ดีแล้ว ตอนแรกฉันอยากจะกำจัดเขาด้วยตัวเอง แต่ใจฉันไม่แข็งพอ”

เธอแค่นยิ้ม ฝืนพูดเพื่อกรีดใจไอศูรย์ ทั้งที่เสียใจอยู่เหมือนกัน

“อิศร์เขาก็ไม่อยากให้ฉันทำ แต่ตอนนี้เขาโกรธฉันไม่ได้แล้ว ขอบคุณนะคะที่ทำให้ฉันสมหวัง”

“คุณเกลียดลูกเราขนาดนี้เชียวเหรอ”

“ใช่ เพราะมันเป็นผลผลิตจากความเกลียดชังของเราสองคน”

ไอศูรย์น้ำตาคลอ เจ็บปวดสุดซึ้ง ค่อยๆลุกขึ้นอย่างไร้วิญญาณ “ผมมองคุณผิดไปมากจริงๆ คุณมันไม่มีหัวใจ”

อริสราสบตาเขาเยือกเย็นท้าทาย ไอศูรย์สุดจะทน ซมซานออกจากห้องไป ส่วนอริสราหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเป็นทาง ลึกๆก็เสียใจที่ลูกตาย...

ค่ำนั้นเอง พวกอิศร์มีอันต้องแห่กันมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง หลังจากมีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลโทร.แจ้งอิศร์ว่าอริสราจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย

ทำมาทำไปอิศร์ต้องอยู่เฝ้าอริสราเพราะเธอร่ำร้องร่ำไห้จะเป็นจะตายหากเขาทิ้งเธอไป คนอื่นๆเลยต้องพากันกลับ มายาวีเดินบ่นกระปอดกระแปดออกมากับอนุภัทรและแพรพลอย

“นายอิศร์นี่ก็แปลก อยู่ๆก็เข้าไปยุ่งเรื่องผัวเมียเขา ไม่เข็ดหรือไงนะ”

“สถานการณ์มันตึงเครียดอยู่นี่คุณ อิศร์มันก็คงอยากเป็นกำลังใจให้คุณอริสละมั้ง”

“ฉันเคยเตือนอิศร์แล้วเรื่องความสงสารจะเป็นบ่อเกิดของความรัก หวังว่าอิศร์จะไม่เผลอตกบ่อสงสารเข้าจริงๆ”

มายาวีกับอนุภัทรเดินนำไป แต่แพรพลอยยังยืนนิ่ง อดคิดไม่ได้ว่าอิศร์หวั่นไหวกับอริสราหรือเปล่า...

ทางด้านไอศูรย์ที่เสียใจอย่างมากกับถ้อยคำแทงใจของอริสรา...เขากลับมาดื่มเหล้าเมามายแล้วตาลายเห็นกรองทองเป็นอริสรา จึงโถมตัวเข้ากอดจูบ แต่เพราะเธอผลักไสเขาจึงได้สติ แต่ก็รู้สึกสับสนกับรสสัมผัสวาบหวามนั้นไม่น้อยเหมือนกัน

กรองทองวิ่งหน้าตื่นกลับมาเรือนพัก และไม่ยอมตอบคำถามของสุนทรว่าหนีอะไรมา ได้แต่สั่นหน้าปฏิเสธแล้วเลี่ยงเข้าห้องนอนไป

รุ่งขึ้น เรณูใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลให้ลูกของอริสรากับไอศูรย์ที่แท้งไป โดยมีแพรพลอยที่ตื่นเช้าออกมาช่วย แต่พอไอริณเห็นเข้าเกิดหมั่นไส้แกล้งขับรถพุ่งเข้าใส่เหมือนจะชนทำให้แพรพลอยต้องโดดหลบจนข้าวของในมือหล่นกระจาย

เรณูดุลูกสาวที่เบรกรถแล้วเปิดกระจกยิ้มเยาะแพรพลอย แต่เธอหาได้สนใจ ลอยหน้าขับรถพรวดออกไปหาอนุภัทรที่หน่วยสืบสวนพิเศษ เป็นเวลาที่มายาวีมาชวนเขากินข้าวกลางวัน ปรากฏว่าอนุภัทรเลือกไปกับมายาวี ไอริณเลยเต้นแร้งเต้นกาด้วยความเจ็บใจ

ด้านอิศร์ก็โดนอริสราเกาะติดไม่เว้นวันจนเจ้าตัว กลัวว่าจะเกิดปัญหากับไอศูรย์อีก จึงเห็นด้วยกับอนุภัทรที่อยากหนีไอริณเหมือนกัน ลงความเห็นว่าจะไปพักผ่อนต่างจังหวัดสักพักหนึ่ง ซึ่งมายาวีเสนอให้พักที่บ้านของ ตนที่กระบี่ โดยมีแพรพลอยติดตามไปด้วยในฐานะบอดี้การ์ดของอิศร์

ทั้งสี่คนออกเดินทางไปเงียบๆ แม้แต่ไอริณที่ พยายามเทียวไปเทียวมาที่ทำงานอนุภัทรก็ไม่รู้เห็น ทราบแต่ว่าเขาลาพักร้อนอย่างไม่มีกำหนด แต่ไม่รู้ว่าไปที่ไหนกับใคร...เช่นเดียวกับอริสราที่ยังไม่ค่อย แข็งแรงหลังจากแท้งลูก พอเธอทราบจากกรองทองว่า อิศร์ไปพักผ่อนต่างจังหวัดก็อดหงุดหงิดไม่ได้ เฝ้าคิดแต่ว่าเขาไม่ห่วงเธอเลย ขนาดเธอไม่สบายเขายังมีกะใจไปเที่ยว

ขณะนั่งรถไปที่บ้านพักของครอบครัวมายาวี แพรพลอยนั่งซึมไม่พูดไม่จาจนอีกสามคนสงสัย แต่พอซักถามเธอก็ไม่พูดอะไร ได้แต่มองวัดแห่งหนึ่งขณะรถแล่นผ่านด้วยความคิดถึงพ่อกับแม่

หลังจากถึงบ้านพักและเลือกห้องนอนกันได้    แล้ว แพรพลอยขอตัวไปเดินสำรวจรอบบ้านเพื่อดูทางหนีทีไล่หากมีใครบุกรุกเข้ามา ปรากฏว่าเธอเห็นชายคนหนึ่งริมหาด สองฝ่ายจ้องมองกันครู่หนึ่งก่อนที่ผู้ชายจะหันหลังวิ่งหายไปในป่าใกล้ๆ แพรพลอยถือปืนวิ่งตามและเตรียมเล่นงานเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังทางด้านหลัง

อิศร์ตกใจร้องลั่นพร้อมกับยกมือห้ามไม่ให้เธอยิง แพรพลอยชะงัก ถามเขาว่าเข้ามาที่นี่ทำไม

“ก็ผมอยากรู้ว่าคุณตามมาดูอะไร”

“ฉันเห็นคน”

“โธ่...ก็นี่มันชายทะเลมันก็ต้องมีคนสิคุณ ไม่ใช่ดาวอังคารซักหน่อย คงเป็นชาวบ้านมั้ง”

“แต่เขาวิ่งหนีฉัน”

“ก็คุณแต่งตัวไม่เหมือนมาเที่ยวทะเล แถมยังพกอาวุธ ใครจะไม่หนีล่ะ เรามาพักผ่อนกันนะคุณแพร รีแลกซ์หน่อยสิครับ ไปเล่นน้ำกันดีกว่า ผมพร้อมแล้ว”

“คุณไปเถอะค่ะ ฉันจะเดินดูอะไรแถวนี้”

อิศร์เชื่อซะที่ไหน รวบตัวเธอขึ้นอุ้มพร้อมออกคำสั่งว่าในฐานะนายจ้าง ตนขอสั่งให้เธอไปเล่นน้ำ แพรพลอยดิ้นรนไม่ยอม แต่อิศร์ก็ไม่ปล่อยเหมือนกัน แถมยังปลดปืนโยนไว้กับพื้นทรายแล้วอุ้มเธอลงทะเล โดยที่อนุภัทรกับมายาวีนึกสนุกวิ่งตามลงมาเล่นน้ำด้วยกันอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน

ผ่านไปพักใหญ่ สองสาวกลับเข้าบ้าน ทิ้งสองหนุ่มเล่นน้ำกันต่อไปจนใกล้ค่ำ แพรพลอยเป็นห่วงความ ปลอดภัยจึงอาสาไปตามโดยนำปืนติดตัวมาด้วย ปรากฏว่าเธอเกือบจะได้ใช้มันเพราะความเข้าใจผิด เธอเห็นชายคนหนึ่งขับเรือเร็วเข้ามาใกล้อิศร์ คิดว่าเป็นคนร้ายจึงชักปืนออกมาเล็ง พร้อมกับตะโกนบอกอิศร์กับอนุภัทรให้ระวังตัว

โชคดีที่มายาวีวิ่งเข้ามาห้ามทัน บอกว่าชายคนนั้นคือนายมั่นคนดูแลบ้านหลังนี้ของตน เมื่อนายมั่นจอดเรือเสร็จเรียบร้อยก็เดินมาส่งกุญแจเรือให้มายาวีอย่างนอบน้อมแต่หน้าซีดเพราะยังตกใจไม่หาย

“นายมั่นเป็นคนดูแลบ้านหลังนี้ค่ะ เมย์โทร.สั่งให้เขาหาเรือมาให้พวกเรา เผื่อจะขับออกไปเที่ยวเกาะกัน”

“เกือบไป หายตกใจหรือยังน้อง” อนุภัทรตบไหล่มั่นเบาๆ

“เธอคือคนที่แอบมองฉันแล้วก็วิ่งหนีเข้าป่าไป?”

“ก็ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร เห็นท่าทางดุๆ ก็เลยกลัว”

“เห็นไหมล่ะ ผมบอกแล้ว” อิศร์พูดเชิงตำหนิ แพรพลอยเลยหน้าเจื่อนรีบขอโทษนายมั่น

หลังจากนั้นอิศร์ยึดปืนมาจากแพรพลอยแล้วเดินนำเข้าบ้าน เธอเดินตามทวงคืนก็ไม่ยินยอม

“คืนนี้จะเป็นคืนแรกที่คุณจะไม่ได้นอนกับเจ้านี่ เพราะมันจะนอนกับผมที่นี่” ว่าแล้วอิศร์เอาปืนยัดไว้ใต้ที่นอน แพรพลอยพยายามจะแย่งแต่เขาล้มตัวลงนอนบนเตียงทับไว้ มายาวีกับอนุภัทรเดินตามเข้ามาในห้อง มองยิ้มๆก่อนออกความเห็น

“เชื่ออิศร์เถอะครับคุณแพร ถือซะว่าสองสามวันนี้เป็นการมาชาร์จแบต ไม่ต้องคิดเรื่องการคุ้มครองนายอิศร์ ไม่ต้องคิดเรื่องนายจ้างลูกจ้าง มีแค่เพื่อนสี่คนมาพักผ่อนสมองกันแล้วค่อยกลับไปสู้ใหม่ แต่ถ้าคุณแพรห่วงอิศร์จริงๆ ผมก็ยินดีแลกห้องให้นะครับ”

“อ้าว...แล้วฉันล่ะ คุณจะมานอนใกล้ๆฉันไม่ได้นะ” มายาวีโวยทันที

“ทำไม คิดว่าผมจะทำอะไรคุณเหรอไง ปัดโธ่...ต่อให้นอนห้องเดียวกันผมก็ไม่กล้าแตะต้องหรอก”

“อ๊าย...ทำไมยะ ฉันเป็นยังไงคุณถึงไม่กล้าแตะ”

“อ้าว...เอ๊ะ...ตกลงอยากให้แตะใช่ไหมเนี่ย”

คำพูดของอนุภัทรเล่นเอามายาวีสะดุ้งรู้สึกตัวรีบเอามือปิดปากตัวเองพลางหันมองแพรพลอยกับอิศร์กลั้นยิ้มกันแทบแย่ แล้วทำเฉไฉกลบเกลื่อน

“กวนประสาทอยู่ได้ผู้กองเนี่ย ง่วงแล้วไปนอนดีกว่า”

“ฉันไปมั่งดีกว่า เจอกันพรุ่งนี้นะครับคุณแพร” อนุภัทรรีบตามมายาวีออกไป ทิ้งแพรพลอยกับอิศร์อยู่ ตามลำพัง

“ตกลงคุณจะอยู่ข้างบนหรือข้างล่าง”

“บ้า ทะลึ่ง!” แพรพลอยคว้าหมอนฟาดอิศร์หลายที “คุณจะเก็บมันไว้ก็เรื่องของคุณ แต่อย่าให้หายเชียวนะ ไม่งั้นพรุน”

หญิงสาวสะบัดหน้าออกไปอีกคน อิศร์ลูบศีรษะที่โดนหมอนฟาดพร้อมกับบ่นพึมพำอย่างงงงวย

“อะไรว้า...แค่อยากรู้ว่าจะนอนบนเตียงหรือนอนที่พื้น แค่นี้ก็โกรธ”

ooooooo

คืนเดียวกันที่กรุงเทพฯ ขณะทิตาออกจากที่พักเดินไปลานจอดรถ เธอรู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตาม จึงเปลี่ยนใจเดินออกไปโดยไม่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ประจำตัว

ที่แท้เธอต้องการจับคนสะกดรอยตามให้ได้คาหนังคาเขา เธอจับเขาล็อกคอแล้วเอามีดจ่ออย่างรวดเร็ว

“แกตามฉันมาทำไม”

“อย่า...อย่าทำฉัน”

“ฉันถามว่าแกตามฉันมาทำไม”

ทิตาเหวี่ยงเขาล้มไปแล้วพุ่งเข้ากดเข่าตัวเองลงที่หน้าอกพร้อมกับเงื้อมีดในมือ

“อย่า! ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ ฉันไม่ได้มาร้ายนะ” เขาลนลานหยิบนามบัตรส่งให้ “ฉันชื่อไอศูรย์ เป็นเจ้านายของสุนทร เธอก็รู้จักมัน”

ทิตาชะงักมองหน้าชายหนุ่มอย่างระแวง แต่ก็รับนามบัตรนั้นมาและเห็นนามสกุลเดชโชดมจริงๆ

“คุณต้องการอะไร” เธอถามเสียงแข็ง

“ฉันมาทวงถามความคืบหน้าของงาน เพราะไอ้อิศร์มันยังลอยนวลอยู่ ทำไมไม่ทำอะไรซักอย่าง”

“ฉันกำลังเตรียมการอยู่”

“จะเตรียมการถึงเมื่อไหร่ มันกำลังจะทำให้ฉันกับเมียหย่ากันอยู่แล้ว”

“ตกลงเหตุผลที่สั่งเก็บญาติตัวเองไม่ใช่เรื่องแย่งสมบัติเรื่องเดียวหรอกเหรอ นี่ยังแย่งผู้หญิงกันด้วย ท่าทางจะรักกันมากนะ”

“มันเป็นศัตรูของฉันทุกด้าน ฉันถึงต้องการให้มันไปลงนรกให้เร็วที่สุด ถ้าเธอทำงานเร็วฉันก็มีพิเศษให้... นี่เป็นก้อนแรก”

ทิตารับเช็คมาดูตัวเลขแล้วพับใส่กระเป๋า แสดงว่าไม่ปฏิเสธ ไอศูรย์จึงให้ข้อมูลต่อไป

“ตอนนี้พวกมันอยู่ต่างจังหวัด เป็นโอกาสดีของเธอแล้ว ถ้าทำงานเสร็จเร็วฉันจะมีโบนัสให้”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 12:16 น.