ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บอดี้การ์ดสาว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่แท้ทิตาก็เคยอยู่ในชายคาบ้านโอบไอรักมาก่อน แต่ตอนนั้นเธอยังเด็กและเข้ามาอยู่ได้ไม่นานเท่าแพรพลอยก็มีเหตุให้หนีออกจากบ้านไปและไม่มีใครทราบข่าวคราวอีกเลย

ครอบครัวทิตาแตกแยก พ่อแม่ไม่สนใจดูแลลูก เอามาทิ้งไว้ให้ป้าเลี้ยงในสลัม แต่ป้าของเธอติดเหล้าและทุบตีทารุณเธอบ่อยๆ ครั้งหนึ่งตอนเธอแปดขวบอัมพามาเจอเข้าจึงพามาเลี้ยงดูและให้การศึกษาเหมือนกับพวกแพรพลอย แต่เพราะนิสัยก้าวร้าวและเข้ากับใครไม่ได้แถมยังตอบโต้คนที่ชอบแกล้งเธอด้วยวิธีรุนแรง จึงถูกอัมพาลงโทษด้วยไม้เรียว ก่อนจะหนีหายไปจากบ้านตั้งแต่วันนั้น

ทิตาทบทวนเหตุการณ์ในอดีตอย่างขมขื่น แต่แล้วรีบสลัดมันทิ้งเมื่อสุนทรติดต่อมาพูดทำนองว่าควรจัดการแพรพลอยด้วยเพราะฝีมือเธอเก่งกาจอาจเป็นตัวขัดขวางงานสำคัญที่ต้องกำจัดอิศร์ เหตุนี้เองทำให้ทิตาปลอมตัวเป็นพยาบาลเพื่อไปฆ่าแพรพลอยที่ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล แต่งานไม่สำเร็จแถมทิตายังโดนแพรพลอยใช้มีดปอกผลไม้แทงเฉี่ยวเข้าที่เอวจนต้องหลบหนีออกมาด้วยความอาฆาตแค้น

หลังเหตุการณ์สงบลง แพรพลอยบังเอิญเห็นอริสรามาหาหมอที่แผนกสูตินรีเวช แต่พอเธอจะเข้าไปทัก

อริสรากลับลุกลี้ลุกลนเดินหนีไปชวนให้สงสัย จนกระทั่งเธอได้กลับมาอยู่ในบ้านอิศร์อีกครั้งหลังจากหายเป็นปกติ จึงทำท่าชวนอิศร์ไปเยี่ยมหลังได้ข่าวจากกรองทองว่าอริสราไม่ค่อยสบาย แต่อีกฝ่ายก็หลบหน้าหลบตาเพราะไม่อยากให้อิศร์รู้ว่าตัวเองท้อง

ด้านอนุภัทรยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของธำรงอย่างกระชั้นชิด โดยได้รับความร่วมมือจากมายาวีจนล่วงรู้ว่าธำรงทุจริตจริง โดยทำตัวเป็นนกสองหัวนำเอกสารประมูลงานก่อสร้างของบริษัทเดชโชดมมาให้เสี่ยทรงยศ ขณะเดียวกันก็เป็นตัวประสานยัดใต้โต๊ะอธิบดีเกรียงไกรหวังรับเงินสองต่อ

เมื่อแน่ใจเช่นนี้แล้วอนุภัทรจึงให้มายาวีปลอมตัวเป็นแคดดี้เข้าไปตีซี้ทรงยศและเกรียงไกรที่สนามกอล์ฟเพื่ออัดเทปการสนทนาเรื่องการทุจริตไว้เป็นหลักฐานมัดตัว ปรากฏว่ามายาวีเกือบทำสำเร็จถ้าทรงยศไม่ไหวตัวเสียก่อน  แล้วโปะยาสลบเอาตัวเธอไปขังไว้ในที่แห่งหนึ่ง โดยที่อนุภัทรก็อยู่ในสนามกอล์ฟแต่ไม่รู้เห็น

เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาก็ตกใจและปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่มีใครจ้างมาสอดแนม ฝ่ายอนุภัทรที่ตามหาเธอไม่พบก็เริ่มร้อนใจเพราะใกล้ค่ำแล้ว จึงปรึกษาแพรพลอยกับอิศร์ก่อนจะแอบสะกดรอยตามธำรงที่รีบร้อนออกจากบ้านอย่างมีพิุรธ

ธำรงได้รับการติดต่อจากทรงยศว่าจับผู้หญิงคนหนึ่งได้  ซึ่งเธอยอมรับว่าเป็นสายตำรวจและยังอ้างว่าเป็นลูกสาวรัฐมนตรีบรรเลง เมื่อเขาเดินทางไปถึงพบว่าเป็นเรื่องจริงก็เลยถูกทรงยศกับเกรียงไกรต่อว่า

“นี่รู้จักกันเหรอ หรือว่าคุณกำลังวางแผนจะหักหลังพวกผม”

“ไม่ใช่นะเสี่ย ท่านอธิบดี ผมไม่ได้วางแผนอะไรทั้งนั้น แต่เนี่ยคุณมายาวีลูกสาวท่านบรรเลงจริงๆ ผมรู้จัก”

“ไม่จริง อย่ามาล้อผมเล่นนะ”

“นั่นสิ ลูกสาวท่านบรรเลงมาเกี่ยวอะไรกับพวกเรา”

“เกี่ยวสิ ก็ฝ่ายสืบสวนพิเศษกำลังจับตามองพวกคุณอยู่ เพราะพวกคุณร่วมมือกันฮั้วการประมูลโครงการของรัฐ หลักฐานอยู่ในมือตำรวจแล้ว ที่ฉันนี่เป็นแค่ส่วนน้อยเท่านั้น”

คราวนี้ทั้งสามคนผงะ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“ฉันจะเตือนพวกคุณนะ ยอมมอบตัวซะดีๆ อย่าให้บานปลายไปกว่านี้ แล้วก็อย่าคิดฆ่าปิดปากฉันด้วย เพราะคงมีคนรู้แล้วว่าฉันหายตัวไป”

“แสดงว่าคุณร่วมมือกับตำรวจมาตลอดงั้นเหรอ”

“ใช่ พวกคุณไม่รอดหรอก ปล่อยฉันไปซะก่อนที่จะเดือดร้อน”

“ไม่! ฉันไม่ยอมโว้ย” ทรงยศตรงเข้ากระชากมายาวีเข้าไปในห้อง ธำรงตามมาขอร้องให้ใจเย็น แต่ทรงยศ กลับตวาดใส่อย่างฉุนเฉียว “ถ้าพวกคุณจะอยู่เฉยๆรอให้ตำรวจมันมาจับก็ตามใจ แต่ผมไม่เอาด้วย”

“แล้วเสี่ยจะทำอะไร”

“นังนั่นมันเป็นลูกรัฐมนตรีจริงๆใช่ไหม ผมก็จะเรียกค่าไถ่มัน”

“เสี่ย!! เรื่องใหญ่นะ”

“บอกแล้วไง ถ้าคุณไม่เอาด้วยก็อยู่รอตำรวจมันมาจับที่นี่...คิดดูให้ดีนะคุณธำรง ท่านอธิบดี ตอนนี้เรามีทางเลือกอะไรอีก นอกจากรีดเอาเงินของพ่อนังนั่นแล้วก็หนีออกนอกประเทศ”

ธำรงกับเกรียงไกรคล้อยตามในที่สุด แต่พอธำรงโทร.ไปที่บ้านท่านบรรเลงปรากฏว่าไม่มีใครรับสาย ทรงยศ ก็เลยวางแผนจะตัดนิ้วมายาวีส่งไปขู่ แต่ธำรงไม่เห็นด้วยพยายามทัดทานและขอลองติดต่อไปใหม่

ทันใดนั้นเองมีเสียงเหมือนคนบุกเข้ามาชั้นล่าง ตามด้วยเสียงไซเรนรถตำรวจ พวกทรงยศแตกตื่นและรีบหนีเอาตัวรอดโดยจะใช้มายาวีเป็นตัวประกันแต่ไม่สำเร็จเพราะแพรพลอยบุกเข้ามาช่วยทัน ขณะที่พวกตำรวจก็ล้อมรอบบ้านไว้หมดแล้ว

ทรงยศ เกรียงไกร และธำรงวิ่งพล่านมาเจออิศร์หน้าบ้าน ส่วนแพรพลอยกับมายาวีตามออกมาทีหลัง เธอพยายามกล่อมทั้งสามคนให้มอบตัวแต่ไม่เป็นผล ทรงยศดิ้นรนขัดขืนและคว้าอิศร์เป็นตัวประกันใช้ปืนจี้ให้ขึ้นรถกระบะของตำรวจพาตนออกไป ทิ้งอีกสองคนถูกตำรวจกรูเข้ามาจับได้โดยละม่อม

ก่อนที่อิศร์จะออกรถเพราะโดนทรงยศจ่อปืนบังคับ แพรพลอยตัดสินใจกระโดดขึ้นกระบะท้ายได้ทันท่วงที ทรงยศเห็นดังนั้นก็กระชากพวงมาลัยรถอย่างแรงเพื่อให้แพรพลอยทรงตัวไม่อยู่ จากนั้นเหยียบเบรกกะทันหันจนเธอเสียหลักตกลงไปจากรถ

อิศร์ตกใจมากรีบลงจากรถวิ่งไปหาแพรพลอยประคองเธอลุกขึ้นแต่ท่าทางจะไม่ทันเพราะทรงยศเร่งเครื่องกระหึ่มเตรียมจะพุ่งเข้าใส่ทั้งคู่อย่างโหดเหี้ยมเลือดเย็น

นาทีนั้นเอง แพรพลอยกัดฟันลุกขึ้นเล็งปืนยิงเปรี้ยงเข้าแสกหน้าทรงยศจนฟุบคาพวงมาลัย แต่รถที่เร่งเครื่องไว้ยังคงวิ่งฉิวไปกระแทกต้นไม้ดังโครม ส่วนอิศร์กระชากแพรพลอยกลิ้งหลบลงข้างทางได้อย่างฉิวเฉียด

ooooooo

เช้าวันถัดมา อำนวยโกรธจนระงับอารมณ์ไม่อยู่ทั้งด่าและทุบตีธำรงต่อหน้าอิศร์กับป้าดวง

“ไอ้ธำรง แกทำอย่างนี้ได้ยังไง ฉันไม่เคยสั่งสอนให้แกหากินแบบชั่วๆอย่างนี้”

“โอ๊ยพ่อ...ผมเจ็บ”

“คอยดูนะ ฉันจะไม่ช่วยแกเรื่องคดี จะปล่อยให้ติดคุกให้เข็ด ไอ้ลูกเวร”

“ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่รู้เรื่องลักพาตัวคุณเมย์ พวกมันวางแผนกันเอง”

อำพลพาครอบครัวเข้ามาสมทบ แล้วดุด่าธำรงซ้ำอย่างเดือดดาล

“แต่เรื่องที่โกงเงินบริษัทแกก็ต้องรับผิดชอบ รู้ไหมว่าเราเสียหายเท่าไหร่ที่ต้องถอนตัวออกจากการประมูล”

“ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง เอาแต่ประโยชน์ตัวเอง แกไม่ต้องโอดครวญที่โดนแค่นี้มันยังน้อยไป” ไอศูรย์ซ้ำเติมแล้วตรงเขาตบหัวธำรง แต่เกือบจะโดนอีกฝ่ายชกคืนถ้าทุกคนไม่ห้ามไว้

“พอเถอะครับทุกคน...ผมอยากรู้ว่าพี่ธำรงทำอย่างนี้มากี่ครั้งแล้ว”

“ก็คงตั้งแต่แรกนั่นแหละค่ะพี่อิศร์...พี่ธำรงมีประวัติเรื่องกะล่อนปลิ้นปล้อนอยู่แล้ว สมัยเรียนก็โดนจับเรื่องลอกข้อสอบมาไม่รู้กี่คน”

“หุบปากนังไอริณ แกมันก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันหรอก”

ไอริณฮึดฮัดจะด่ากลับแต่เรณูปรามไว้ ส่วนธำรงกวาดตารอบตัวก่อนจะพูดโพล่งอย่างไม่แคร์ใครหน้าไหน

“คนที่นี่ไม่ได้ดีไปกว่าฉันซักคน เลิกสร้างภาพกันได้แล้ว”

“แกพูดอะไรของแก” อำนวยส่งสายตาคาดคั้นลูกชาย

แพรพลอยอยู่หน้าบ้านได้ยินเสียงเอะอะจึงเดินไปถามกรองทองที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ว่ามีอะไรกัน?

“คนในบ้านกำลังทะเลาะกันใหญ่แล้วค่ะ เรื่องคุณธำรง”

แพรพลอยสีหน้าไม่สู้ดี เดินเข้ามาเห็นธำรงกำลัง เผชิญหน้ากับญาติพี่น้อง พร้อมกับโวยวายอย่างคนจนตรอก

“ผมไม่ใช่คนเดียวที่โกงบริษัท ถ้าจะด่าผมว่าเลวก็ควรจะด่าตัวเองกันด้วย”

“แกหมายถึงใคร” ไอศูรย์เริ่มร้อนตัว

“อย่านึกว่าผมไม่รู้เรื่องที่พี่กับลุงอำพลทำ แอบไปถือหุ้นบริษัทเครื่องจักร เอาของไร้คุณภาพมาขายให้บริษัท ชาร์จค่าซ่อมค่าอะไหล่แพงๆเข้ากระเป๋าตัวเอง แล้วยังเอาพวกพ้องมาเป็นซัพพลายเออร์กินเปอร์เซ็นต์เป็นล้านๆ”

ทุกคนตกตะลึง อำพลกับไอศูรย์อึ้งเถียงไม่ออกเพราะไม่ทันตั้งตัว ส่วนเรณูหน้าเสียหันไปถามสามีเสียงแผ่วว่าจริงหรือ?

“ก็ต้องจริงสิครับ ไม่งั้นคุณป้ากับยายริณจะสุขสบายอย่างนี้เหรอ งานการไม่ต้องทำ ใช้เงินไปวันๆ ทั้งที่ในบ้านมีคนทำมาหากินแค่สองคน ผมไม่โทษลุงกับพี่ศูรย์หรอก ทุกอย่างมันเป็นความผิดของแก...ไอ้อิศร์”

“ผมเกี่ยวอะไรด้วย”

“ก็เพราะคุณปู่รักแกมากกว่าใคร มีสมบัติเท่าไหร่ก็ประเคนให้แกหมด ทั้งที่แกไม่ต้องออกแรงทำอะไรสักอย่าง พวกฉันทำงานงกๆ ได้ส่วนแบ่งแค่หยิบมือ ถึงต้องดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างนี้ไง”

“ไอ้ธำรง! แกทำชั่วแล้วจะพาลโทษคนอื่นอย่างนี้ไม่ได้” อำนวยตวาดลูกชาย

“มันเป็นเรื่องจริง พวกเราทุกคนรู้สึกเหมือนกันหมดว่าคุณปู่ไม่ยุติธรรม ไม่เชื่อถามยายริณก็ได้...บอกมาสิว่าแกไม่ได้คิดอย่างฉัน”

ทุกคนมองไอริณเป็นตาเดียว แต่เธอก้มหน้าไม่กล้ายอมรับ อำพลโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ตรงเข้ากระชากคอเสื้อธำรงเขย่าอย่างแรง

“ไม่จริง! พวกฉันไม่เคยคิดอะไรอย่างนั้น มีแต่แกคนเดียวไอ้ธำรงที่คิดชั่วๆกับบริษัท แกใส่ความพวกฉัน”

“ใส่ความเหรอ จะให้งัดหลักฐานมาโชว์ก็ได้ ผมหาได้อยู่แล้ว ตอนแรกก็คิดว่าจะเอาไว้แบล็กเมล์ไอ้พวกสร้างภาพ แต่ตอนนี้ผมว่าเอาให้มันบรรลัยไปพร้อมกันหมดเลยดีกว่า...แกรอดูหลักฐานจากฉันได้เลยไอ้อิศร์”

ธำรงกระชากมืออำพลออก ไอศูรย์ยัวะแทนพ่อพุ่งเช้าชกธำรงล้มคว่ำ แล้วทั้งคู่ซัดกันนัวโดยไม่ฟังเสียงห้ามของใคร จนกระทั่งอิศร์ทนไม่ไหวตวาดขึ้นมาดังลั่น

“พอได้แล้ว...นี่บ้านคุณปู่นะ เกรงใจกันบ้างสิ ผมไม่คิดเลยว่าสิ่งที่คุณปู่ทิ้งไว้ให้จะทำให้ครอบครัวเราต้องทะเลาะกันเอง ถ้าคุณปู่รู้ท่านจะเสียใจขนาดไหน”

สองหนุ่มชะงักหยุดวางมวย ส่วนอำพลรีบปกป้องตัวเองและลูกชาย

“อิศร์อย่าไปเชื่อมัน มันเลวคนเดียว พวกลุงไม่รู้เรื่องอะไรด้วยทั้งนั้น”

“จนป่านนี้ยังไม่ยอมรับอีกเหรอวะ” ธำรงโมโหชี้หน้าอำพล...อำนวยโกรธจัดที่ลูกชายลามปามลุง ถึงกับตบหน้าแล้วด่าซ้ำ

“แกอย่าทำให้ฉันอับอายมากไปกว่านี้ได้ไหม ไอ้ลูกชั่ว”

อำนวยกระชากธำรงออกไป อิศร์เครียดและผิดหวัง ผลุนผลันออกไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกของป้าดวง

อิศร์นั่งซึมอยู่ที่สนามหน้าบ้าน สักครู่แพรพลอยเดินเข้ามาหาด้วยท่าทีลังเล ไม่รู้จะปลอบเขายังไง ก็เลยพูดเรื่องมายาวี

“ฉันไปเยี่ยมคุณเมย์ที่บ้านมา เธอสบายดีค่ะ แต่ฝากมาบอกว่าจะขอลาพักร้อนสักสองสามวัน”

“ลาไปเถอะครับ กี่วันก็ได้ เพราะผมเองยังไม่แน่ใจเลยว่าอยากจะกลับไปทำงานหรือเปล่า”

“คุณอิศร์...ฉันรู้ว่าคุณกำลังผิดหวัง แต่ตอนนี้บริษัทกำลังมีปัญหา คุณต้องเข้าไปจัดการให้เรียบร้อย”

“ปัญหามันก็เกิดมาจากตัวผมเองที่มีผลประโยชน์มากกว่าคนอื่น ทำให้ทุกคนไม่พอใจ บางทีถ้าผมถอยออกมา อะไรอาจจะดีขึ้น”

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณเลย คุณไม่ได้เลือกที่จะมาอยู่ตรงนี้ แต่คุณปู่เลือกคุณ บางทีท่านอาจจะมองเห็นทุกอย่างตั้งแต่แรกถึงไม่ไว้ใจคนอื่น แล้วคุณจะปล่อยให้เดชโชดมกรุ๊ปมีปัญหาโดยไม่ทำอะไรเลยเหรอคะ”

อิศร์นิ่งไปอย่างครุ่นคิด แพรพลอยนั่งลงข้างๆ ให้กำลังใจว่าถึงเวลาที่เขาต้องแสดงความเป็นผู้นำแล้ว และเธอก็เชื่อว่าเขาต้องทำได้

อีกครู่ต่อมา ทั้งคู่เข้ามายืนต่อหน้ารูปขนาดใหญ่ของนายเดช อิศร์ยังสับสนพูดกับปู่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตนควรจะทำยังไงดี

“อย่าคิดแต่จะถามความเห็นคุณปู่เลย คุณควรจะหาคำตอบเองได้แล้วนะคะ”

“แต่นี่มันเรื่องใหญ่ ถ้าตัดสินใจทำอะไรลงไปผมก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้วย ผมกลัวว่าตัวเองจะตัดสินใจพลาด ถ้าไม่ถามความเห็นคุณปู่ ผมถามคุณได้ไหม หรือถามป้าดวง หรือถาม...”

“หยุด! คุณถามพวกฉันไม่ได้ เพราะนี่เป็นเรื่องในครอบครัวของคุณ ไม่มีใครบอกคุณได้ว่าควรจะตัดสินใจยังไง”

“ใช่...ไม่มีใครตอบได้ นอกจากคุณปู่”

“ตอนนี้คุณปู่ท่านวางใจให้คุณแล้ว คุณใช้ใจของคุณหาคำตอบให้ได้สิคะว่าทางออกไหนที่จะทำให้ครอบครัวนี้บอบช้ำน้อยที่สุด”

อิศร์มองหน้าแพรพลอยอย่างสับสน ไม่แน่ใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 12:21 น.