ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บอดี้การ์ดสาว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แพรพลอยไปหลบอยู่ที่บ้านโอบไอรักของอัมพา โดยให้ทุกคนช่วยกันปิดบังเพราะทราบดีว่าอิศร์ต้องมาที่นี่แน่...

ไม่ทันไรอิศร์มาจริงๆ อัมพากับกรณ์รับหน้าและทำตามคำขอของแพรพลอยอย่างแนบเนียนจนชายหนุ่มเกรงใจไม่กล้าเซ้าซี้ ต้องถอยกลับไปด้วยความห่อเหี่ยวผิดหวัง

กรณ์ไม่ค่อยชอบวิธีของแพรพลอยก็เลยตำหนิที่เธอทำให้ตนกับแม่อัมพาต้องโกหก แพรพลอยทราบดีว่าไม่ควรแต่ที่ทำไปก็เพราะเธอยังไม่อยากเจออิศร์

“ที่จริงคุณอิศร์ก็ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่อยากให้แพรอยู่กับเขาต่อไป”

“เจตนาดีแต่วิธีการไม่ดี...แพรไม่ชอบโดนหลอก”

“แต่ถ้าคุณอิศร์พูดกับแพรตรงๆว่าอยากให้แพรดูแลเขาต่อไปอย่างไม่มีกำหนด แพรจะยอมหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่”

“เห็นไหมล่ะ คุณอิศร์ถึงต้องใช้วิธีนี้ไง”

“กรณ์ไม่เข้าใจ ชีวิตคุณอิศร์กำลังจะกลับสู่สภาวะปกติ เขาไม่ต้องมีฉันก็ได้”

“แต่เขาก็อยากจะมีแพรอยู่ข้างๆ เพราะอะไรแพรก็รู้ดี”

แพรพลอยหลบสายตา ทราบดีว่าอิศร์รู้สึกยังไง แต่ตัวเองยังไม่อยากเปิดใจ

“ทำไมล่ะแพร คุณอิศร์ก็ไม่ใช่ว่าเลวร้าย ทั้งฉันทั้งแม่ แล้วก็เด็กๆทุกคนก็ชอบคุณอิศร์หมด ทำไมแพรถึงพยายามหนีจากเขา”

“เพราะว่าแพรเป็นแค่บอดี้การ์ด ส่วนเขาคือนักธุรกิจระดับพันล้านน่ะสิ” พูดแล้วแพรพลอยเดินหน้าขรึมเลี่ยงไป กรณ์มองตามอย่างเข้าใจความรู้สึกเธอ

ooooooo

คืนนี้แพรพลอยกลับไปนอนคอนโดแล้วเจอดี ถูกอิศร์ก่อกวนด้วยการตะโกนจากชั้นล่างตัดพ้อต่อว่าราวกับเป็นแฟนกัน เท่านั้นยังไม่พอเขายังไปยืมโทรโข่งจาก รปภ.มาส่งเสียงประจานเธอด้วย

“ลงมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้นะคุณแพร คุณจะทิ้งผมอย่างนี้ไม่ได้”

“คุณอิศร์ จะบ้าหรือไง ไปให้พ้นนะ”

“ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าคุณไม่กลับไปอยู่กับผม”

“นี่...เงียบนะ เดี๋ยวคนเข้าใจผิด”

“ดี ให้เขารู้กันให้ทั่วเลยว่าคุณเป็นผู้หญิงเบื่อง่ายหน่ายเร็ว ทิ้งผมเหมือนกระดาษทิชชู พ่อแม่พี่น้องครับ ออกมาดูเลยครับ มาดูให้เต็มตาว่าผู้หญิงใจร้ายหน้าตาเป็นแบบนี้ อยู่ห้อง...ห้อง 333 ออกมาดูเลยครับพ่อแม่พี่น้อง”

ผู้คนห้องอื่นโผล่หน้าออกมาที่ระเบียงทันที อิศร์ยิ่งได้ใจป่าวประกาศต่อไปราวกับตัวเองเป็นต่อ

“เป็นไงล่ะ เห็นไหม มีแต่คนอยากเห็นหน้าคุณ กลับไปกับผมซะ ไม่งั้นคุณต้องโดนประณามจนอยู่ไม่ได้แน่ จริงไหมครับพี่น้อง”

“โอ๊ย...รำคาญ ฉันออกมาดูหน้าแกต่างหาก โวยวายอยู่ได้ ไปไหนก็ไปไป๊”

อิศร์สะดุ้งโหยงแล้วโดนข้าวของขว้างปาใส่จนโดดเหย็ง แถมด้วยน้ำสาดโครมลงมาหัวหูเปียกโชก เลยถูกแพรพลอยสมน้ำหน้า แต่ก็ยังไม่ลดละเลิกไป ดอดปีนขึ้นมาถึงห้องแพรพลอยจนโดนเธอจับทุ่มลงบนเตียง แต่กลายเป็นว่าเขาชอบใจได้นอนเตียงนุ่มๆของเธอ

แพรพลอยระอาในความหน้าด้านของเขา แต่ยังไงเธอก็ยืนยันไม่กลับไปเป็นบอดี้การ์ดให้คนที่เห็นเธอเป็นตัวตลก

“ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นตัวตลกเลยนะคุณแพร เพราะผมจริงจังกับคุณต่างหาก ถึงได้หาทางเอาตัวคุณไว้กับผมตลอดไป ให้โอกาสผมเถอะครับ ผมสัญญาว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก”

“มันจะไม่เกิดขึ้นแน่ๆ เพราะเราจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ฉันส่งโปรไฟล์บอดี้การ์ดคนอื่นไปให้คุณเลือกแล้ว เช็กเมล์ดูได้”

“ไม่...ผมไม่เลือก แล้วผมก็จะไม่ไปจากที่นี่ด้วย ผมจะนั่งตื๊อนอนตื๊ออยู่ที่นี่แหละ จนกว่าคุณจะใจอ่อน”

“ตกลงเราพูดกันดีๆไม่รู้เรื่องใช่ไหม”

“เอาไว้พรุ่งนี้เช้าแล้วกัน ผมง่วงแล้ว”

อิศร์อ้าปากหาวแล้วหลับตาพริ้มแต่ไม่ช้าก็ลืมตาโพลงด้วยความตกใจกลัวเข็มขัดในมือแพรพลอย...สองคนสู้กันไปเถียงกันมาจนล้มไปกอดรัดฟัดจูบกันบนเตียง

ในที่สุดแพรพลอยก็ต้องพึ่งตำรวจ เธอโทร.แจ้ง ความทำให้อิศร์ถูกจับไปขังข้อหาบุกรุกบ้านคนอื่นยามวิกาลและมีอาการคลุ้มคลั่งเหมือนคนเมา เมื่อมายาวีทราบเรื่องก็รีบเดินทางมาประกันตัว โดยมีบรรเลงกับอนุภัทรตามมาด้วย แพรพลอยเกรงใจท่านรัฐมนตรีบรรเลง ขอโทษขอโพยท่านที่ต้องเดือดร้อนไปด้วย

“มีอะไรค่อยๆพูดค่อยๆจากันนะหนูแพร ฉันว่าอิศร์คงไม่ได้คิดจะทำอันตรายหนูหรอก”

“แพรก็แค่อยากสั่งสอนให้เขาสำนึกตัวค่ะ ว่าไม่ควรไปวุ่นวายที่นั่น”

“หนูจะไม่กลับไปทำงานให้นายอิศร์แล้วจริงๆ ใช่ไหม”

“แพรไม่ค่อยถนัดคุ้มครองนักธุรกิจ บางทีอาจจะมีคนที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่าค่ะ”

“หนูแพรให้เหตุผลเหมือนกับตอนที่ไม่ยอมกลับไปทำงานกับฉัน”

“ไม่เหมือนค่ะท่าน แพรลาออกจากท่านเพราะความผิดพลาดที่แพรก่อ แต่กรณีของคุณอิศร์ แพร ยอมรับงานนี้เพราะคุณเมย์ ทั้งที่แพรไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ดีตั้งแต่แรก ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่แพรควรจะกลับไปทำสิ่งที่ถนัดเสียที”

บรรเลงพยักหน้ารับฟังและไม่เซ้าซี้ต่อ...เมื่อร้อยเวรพาอิศร์ออกมาจากห้องขัง แทนที่อิศร์จะสงบปากสงบคำ กลับทำกร่างขอฟ้องกลับแพรพลอยข้อหาใช้กำลังข่มขู่ทำร้าย ซึ่งตนมีหลักฐานเป็นรอยฟกช้ำดำเขียวที่ก้น แถมยังรอยจูบที่ปากอีกด้วย

ทุกคนได้ยินแล้วเหวอกันไปหมด...แพรพลอยทั้งโกรธทั้งอายจนไม่กล้าสู้สายตาใคร

“ถ้าคุณจะให้เรื่องนี้จบง่ายๆล่ะก็ คุณต้องกลับไปทำงานชดใช้ให้ผม”

อิศร์ลากแขนแพรพลอย อนุภัทรปรามแต่เขาไม่สน พยายามจะลากเธอไปด้วยอาการเด็กดื้อเอาแต่ใจ

“เลิกทำตัวเป็นเด็กๆได้แล้วคุณอิศร์ ฉันลาออกก็เพราะนิสัยแบบนี้ของคุณ เพราะฉะนั้นฉันจะไม่กลับไปอีก ฉันขอร้องนะคะ ขอให้เราเลิกแล้วต่อกันด้วยดี อย่าให้เราต้องเกลียดกันเลย”
แพรพลอยพูดจบก็สะบัดตัวเดินหนี อิศร์เศร้ารู้ว่าบังคับเธอไม่ได้จริงๆ อนุภัทรสงสารเพื่อน ปลอบใจขณะพากลับมาส่งที่บ้านว่าทำใจเสียเถอะ แพรพลอยคงตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว

“ฉันไม่นึกเลยว่าเรื่องเล็กๆที่ทำลงไปจะทำให้คุณแพรรู้สึกติดลบกับฉันขนาดนี้ ไม่หน้าเล้ยไอ้อิศร์เอ๊ย ถ้าคุณแพรเกลียดฉันขึ้นมาจริงๆ ฉันคงทนไม่ได้ว่ะ”

อนุภัทรกำลังจะปลอบต่อ แต่เห็นกรองทองเอาน้ำมาเสิร์ฟก็รีบทรุดตัวลงนั่งไม่ยืนค้ำหัวอิศร์ กรองทองตั้งใจมาสืบเรื่องราวตามคำสั่งอริสรา พอรู้ว่าแพรพลอยไปจากอิศร์แน่ ทั้งกรองทองและอริสราต่างก็ยินดี

อริสราจงใจเยาะเย้ยแพรพลอยแต่ทำทีโทร.ไปขอบคุณและขอให้เธอเลือกบอดี้การ์ดมือดีส่งมาทำหน้าที่แทน...ไอศูรย์ผ่านมาได้ยินเลยเป็นเรื่อง เขาหาว่าเธอเจ้ากี้ เจ้าการผลักดันอิศร์ขึ้นเป็นเจ้าของเดชโชดมกรุ๊ป

“หรือที่ฉันพูดมันไม่จริง อิศร์เป็นคนสำคัญที่สุดในบริษัทตอนนี้ เขาควรจะมีทีมอารักขาเก่งๆ ไม่ใช่ผู้หญิงกะโหลกกะลาแบบนั้น”

“นี่ถ้าคุณฟิตซักหน่อย ผมว่าก็คงจะวิ่งแร่ไป อารักขามันแทนยายแพรพลอยแล้วสินะ”

“ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะฉันแน่ใจว่ายอมตายเพื่ออิศร์ได้”

“แต่มันคงไม่เห็นคุณอยู่ในสายตาหรอก เพราะคนอย่างคุณแค่จะช่วยเหลือตัวเองยังไม่มีปัญญาเลย”

ไอศูรย์กระชากอริสรามากอดจูบ โดยไม่สนเสียงร้องและท่าทีผลักไสอย่างรังเกียจของเธอ

ooooooo

วันรุ่งขึ้นมีประชุมอีกครั้งที่บริษัท อริสราเป็นตัวตั้งตัวตีเสนอให้อิศร์มีบอดี้การ์ดคอยคุ้มครองเพราะวงการธุรกิจสมัยนี้ประมาทไม่ได้

ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่อิศร์ปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าตนยังไม่ได้รับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและถ้าจะมีบอดี้การ์ดตนก็ไม่ต้องการใคร นอกจากแพรพลอยคนเดียวเท่านั้น

อริสรามองค้อนอิศร์อย่างหึงหวง ไอศูรย์มองท่าทางภรรยาแล้วสะใจ แกล้งพูดมีเลศนัยเพื่อยั่วโมโหอิศร์

“ไม่รู้ว่ายายแพรพลอยทำอะไรให้นายติดใจ นักหนา อย่างนี้ฉันท่าจะจ้างมาทดลองงานดูบ้าง เขาจะรังเกียจไหมวะ”

“อย่ายุ่งกับคุณแพรนะครับพี่ไอศูรย์”

“ก็แค่แซวเล่น ฉันคงไม่กล้าจ้างบอดี้การ์ดสาวหรอก เดี๋ยวเมียด่าตาย” พูดแล้วไอศูรย์แกล้งโอบอริสราอวดผู้คน ที่ต่างก็ผุดรอยยิ้มเอ็นดูออกมา

“เลิกพูดไร้สาระได้แล้วไอศูรย์” อำพลปรามลูกชายแล้วดำเนินการประชุมต่อ “ที่ผมเรียกประชุมวันนี้เพราะอยากจะหารือเรื่องกำหนดเลือกตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ ทุกท่านมีความเห็นว่ายังไงบ้างครับ”

อำพลกวาดตามองรอคำตอบจากทุกคน...หลังออกมาจากห้องประชุม อิศร์บอกเล่าให้มายาวีกับอนุภัทรฟังว่ามีเวลาอีกหนึ่งเดือนจะถึงวันเลือกตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่

“ตายแล้ว...เราจะทำยังไงกันดี” มายาวีสีหน้ากังวล

“ก็ไม่เห็นต้องทำยังไง แค่รอเวลาประชุมใหญ่ ถ้าฉันได้รับความไว้วางใจให้ทำงานฉันก็ยินดีทำ แต่ถ้าไม่ก็ให้คุณลุงอำพลดูแลบริษัทต่อไป”

“ไม่ได้นะ แล้วที่เราทำมาทั้งหมดล่ะ”

“อย่าลืมว่าฉันมาที่นี่เพื่อเปิดทางให้ไอ้ภัทรมันเข้ามาสืบข้อมูลของพี่ธำรง”

“แล้วที่แกรับปากกับคุณแพรไว้ล่ะ” อนุภัทรย้ำเตือน

“ก็เขาไม่อยู่แล้ว สิ่งที่ฉันพูดไว้ก็เป็นอันล้มเลิก ฉันจะกลับไปเป็นนายอิศร์ผู้ไม่แคร์โลกเหมือนเดิม”

อิศร์เดินไปหยิบเครื่องเกมเพลย์สเตชั่นออกมาเสียบกับทีวี ไม่สนใจมายาวีที่ทั้งกล่อมทั้งดุ

“ฉันอุตส่าห์เหนื่อยยากปลุกปั้นนายขึ้นมา ฉันไม่ยอมให้นายล้มเลิกทุกอย่างง่ายๆแบบนี้ นายต้องกลับไปทำงาน แล้วก็ต้องช่วยคิดหาทางทำคะแนนโค้งสุดท้ายก่อนประชุมใหญ่ของบริษัท ไม่งั้นฉันจะเอาเกมพวกนี้ไปทิ้งให้หมด”

“แล้วเธอจะให้ฉันทำอะไรเมย์ ก็รู้อยู่ว่าฉันมันไม่ได้เรื่อง ยังไงคนในบริษัทก็ต้องดูออกว่าฉันเป็นผู้นำพวกเขาไม่ได้”

“แต่ถ้านายมีผลงาน ฉันแน่ใจว่าเขาจะต้องมองเห็นความเป็นผู้นำในตัวนายแน่”

มายาวีคิดอ่านอย่างรวดเร็วแล้วพาอิศร์ไปพบอำนวยที่ห้องทำงานโดยธำรงก็อยู่ด้วย เธอแจ้งความประสงค์ว่าอิศร์ต้องการจัดงานมอบอุปกรณ์กีฬาให้เด็ก

“คือ...ผมเห็นว่าเร็วๆนี้เราจะทำพิธีเปิดอาคารเรียนที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จ ก็เลยคิดว่าน่าจะจัดกิจกรรมเพื่อเด็กด้วย”

“จะทำทำไมให้วุ่นวายวะ เปลืองงบบริษัทเปล่าๆ” ธำรงทักท้วง

“ไม่เปลืองหรอกครับ เพราะเราจะเชิญชวนบริษัทห้างร้านอื่นๆมาร่วมทำบุญให้เด็กๆที่ขาดแคลนด้วยกัน”

“ถือเป็นการประชาสัมพันธ์เดชโชดมกรุ๊ปไปในตัวด้วยไงคะ แล้วก็จะได้เปิดตัวอิศร์ให้บริษัทคู่แข่งเราได้รู้จักอย่างเป็นทางการ”

“ที่แท้เหตุผลมันก็อยู่ตรงนี้เอง...ทำบุญเอาหน้า”

“แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำบ้าอะไรเลยอย่างแก”

“อ้าวพ่อ...” ธำรงหน้ายู่ที่โดนพ่อแขวะ

“อิศร์...ลุงเห็นด้วยนะ บริษัทเราไม่ได้จัดกิจกรรมแบบนี้มานานแล้ว ทำบุญใหญ่ๆซักทีก็ดีเหมือนกัน อิศร์ไปคิดรายละเอียดมาว่ามีอะไรบ้าง ถ้าติดขัดอะไรลุงจะช่วย”

อำนวยไฟเขียวผ่านตลอด แต่สำหรับธำรงยังไงก็ไม่เห็นด้วย เช่นเดียวกับไอศูรย์ที่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงหลังทราบเรื่องนี้จากธำรงในเวลาต่อมา ส่วนอำพลเก็บอารมณ์ได้แนบเนียนแต่พอลับหลังธำรงก็เรียกสุนทรมารับคำบัญชาให้จัดการกับอิศร์ขั้นเด็ดขาด

สุนทรส่งสองคนร้ายเข้ามาปะปนในงานแจกอุปกรณ์กีฬาซึ่งเป็นไอเดียของมายาวีที่ต้องการเปิดตัวผลงานของอิศร์ให้คณะกรรมการบริษัทและคู่แข่งเห็น แต่คนของสุนทรทำงานไม่สำเร็จเพราะมีทั้งแพรพลอยและอนุภัทรขัดขวาง แถมหนึ่งในสองคนร้ายก็ถูกจับตัวได้ ทำให้อำพลถึงกับเครียดจัดกลัวจะโดนซัดทอด เรียกสุนทรมาตบหน้าอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่

“แกรับปากกับฉันว่าคนของแกจะไม่พลาด แล้วดูซิเป็นไง ไอ้อิศร์มันรอดไปได้ แถมลูกน้องชั้นเลวของแกก็โดนจับไปได้”

“ผมจะรับผิดชอบเองครับ”

“แกจะรับผิดชอบยังไงสุนทร ตามไปฆ่าไอ้อิศร์มันตอนนี้หรือไง ไอ้โง่!”

“ผมจะไม่ยอมให้ตำรวจสาวมาถึงนายครับ”

“ไปทำให้เรียบร้อย ก่อนที่ฉันจะโละแกทิ้งแล้วหามือขวาคนใหม่”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ทุกคนในห้องยุติการสนทนา และรีบร้อนออกไปหลังฟังกรองทองรายงานว่าอิศร์กลับมาแล้ว

อิศร์ฟกช้ำและเคล็ดขัดยอกแต่ไม่ยอมไปหาหมอเพราะเป็นห่วงแพรพลอยที่บาดเจ็บเล็กน้อยจากการต่อสู้กับคนร้าย เขาตามแพรพลอยไปที่บ้านอัมพาแล้วผลัดกันทำแผลให้กันและกันก่อนที่อริสราจะพาอำนวยกับป้าดวงไปตามกลับมาบ้าน

อำพลแสร้งเป็นห่วงเป็นใยอิศร์ ขณะที่ไอศูรย์แทบเก็บพิรุธไม่อยู่อยากรู้ว่าตำรวจรู้เรื่องคนร้ายหรือยัง อิศร์ส่ายหน้าแทนคำตอบ ธำรงเหมือนนึกอะไรได้มองสำรวจไปมาก่อนพูดโพล่ง

“ฉันว่าไอ้คนขับรถแกนั่นแหละที่เป็นตัวการ หายหัวไปแบบนี้ ชัวร์เลย”

“ไม่ใช่หรอกครับ นายมิตรขอลากลับบ้านล่วงหน้าแล้ว แล้วมันก็ไม่มีเหตุผลจะวางแผนฆ่าผม”

“งั้นใครล่ะที่มีเหตุผล ไว้ใจไปเถอะ มันอาจจะรับจ้างใครมาก็ได้”

“รอให้ตำรวจสรุปดีกว่าค่ะ อีกไม่นานต้องรู้ตัวคนบงการแน่ๆ เพราะท่านรัฐมนตรีบรรเลงพ่อของคุณเมย์ลงมากำกับด้วยตัวเอง” คำพูดของอริสราเล่นเอาอำพลกับไอศูรย์หนาวๆร้อนๆ ใจคอไม่ดี

หลังจากป้าดวงพาอิศร์ไปพักผ่อน...ไอศูรย์ก็เล่นงานอริสราที่แสดงออกนอกหน้าว่าห่วงใยอิศร์เหลือเกิน เขาโกรธจนเผลอหลุดปากว่าเสียดายที่มันไม่ตาย ตนอุตส่าห์ภาวนาให้มันตายๆไปซะ อริสราชะงักอย่างข้องใจ คาดคั้นเขาว่าที่พูดมาหมายความว่ายังไง

“คนอย่างมันอยู่ไปก็รกโลก เป็นกาฝากตระกูลเดชโชดม ไร้ประโยชน์ ถ้าตายไปแผ่นดินบ้านนี้จะได้สูงขึ้น”

“นี่อย่าบอกนะว่าคุณ...คุณเป็นคนสั่งฆ่าเขาเหรอ”

“ถ้าผมทำจะมายืนบอกคุณตรงๆอย่างนี้เหรอ ใช้สมองคิดซะบ้างสิ ผมก็แค่หวังให้มีใครซักคนที่เกลียดมันพอที่จะส่งมันลงหลุมแทนผมเท่านั้นแหละ”

“คุณนี่เลวกว่าที่ฉันคิด”

ไอศูรย์หัวเราะเยาะไม่แคร์ อริสราอยากจะด่าต่อแต่เกิดคลื่นไส้ขึ้นมากะทันหัน รีบเอามือปิดปากวิ่งออกไปโก่งคออาเจียนในห้องน้ำ อำพลมองตามไม่สงสัยอะไรนอกจากไม่พอใจที่เธอเจ้ากี้เจ้าการเรื่องอิศร์เกินไป จึงเดินมาเตือนไอศูรย์ให้สั่งสอนกันเสียบ้าง

“แค่นี้เขาก็เกลียดผมจะแย่แล้ว” ไอศูรย์ทำท่าอ่อนใจ

“ระวังมันจะทำเราเสียแผน”

“พ่อจะทำอะไรต่อ”

“ตอนนี้ยัง...ลองดูท่าทีไปก่อนว่าตำรวจรู้อะไรบ้าง”

ถึงแม้อำพลยังไม่กล้าทำอะไรกับอิศร์ แต่ที่แน่ๆ สุนทรต้องเร่งดำเนินการให้คนร้ายที่โดนจับได้แหกคุกโดยเร็วก่อนที่มันอาจจะซัดทอดผู้บงการ

เพียงไม่ทันข้ามคืน คนร้ายก็หนีรอดไปได้ด้วยแผนของสุนทรที่ให้ญาติของมันทำทีไปเยี่ยมแล้วแอบเอาไฟแช็กซ่อนในกล่องข้าวเพื่อทำให้ไฟไหม้โรงพักแล้วฉวยโอกาสหนีออกมา อนุภัทรทราบเรื่องก็ตกใจ จากนั้นรีบเร่งสืบพยานหลายรายในงานมอบอุปกรณ์กีฬาเพื่อติดตามคนร้ายต่อไป

วันนี้ขณะอนุภัทรกับบรรเลงลงพื้นที่เกิดเหตุซึ่งเป็นโรงเรียนที่จัดงานมอบอุปกรณ์กีฬา โดยมีมายาวีติดตามมาด้วย ไม่คาดคิดว่าอำพลจะเดินทางมาที่นี่โดยให้สุนทรขับรถ อนุภัทรจำเป็นต้องเลี่ยงหลบเพื่อไม่ให้พวกเขาสงสัย โดยได้รับความช่วยเหลือจากมายาวีให้เขาซ่อนตัวในกระโปรงท้ายรถก่อนขับออกไปอย่างเนียนๆ

ส่วนที่บ้านอิศร์...ตำรวจมาสอบปากคำอิศร์กับอำนวยและธำรงเพื่อหาเบาะแสคนร้าย ธำรงปฏิเสธด้วยท่าทีเบื่อๆ แถมยังแนะนำให้ตำรวจไปสอบปากคำผู้ต้องสงสัยอย่างมิสเตอร์ลีคู่แข่งธุรกิจของเดชโชดมจะดีกว่า

“ไอ้โรเจอร์ ลี มันมาที่งานเมื่อวาน ทำเป็นโอ้อวดเอาของมาร่วมทำบุญ เสร็จแล้วมันก็รีบหนีกลับเหมือนกับรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

“แกไม่มีหลักฐานนะธำรง”

“โธ่พ่อ ใครๆเขาก็พูดกันทั้งนั้นว่าครอบครัวไอ้หมอนี่มันเป็นมาเฟียมาจากฮ่องกง ฉากหน้าทำธุรกิจ แต่เบื้องหลังทำผิดกฎหมาย มันเห็นเราเป็นศัตรูทางธุรกิจมาตั้งกี่ปีแล้ว”

อำนวยเถียงไม่ออก ได้แต่ทำหน้าอึดอัดใจ ขณะที่อิศร์ครุ่นคิด...หลังจากตำรวจกลับไปแล้ว อิศร์จึงถามอำนวยว่าที่พี่ธำรงพูดเป็นความจริงหรือเปล่า

“รอให้ตำรวจสรุปก่อนดีกว่า เพราะเราไม่มีหลักฐาน”

“แสดงว่ามิสเตอร์ลีเป็นศัตรูกับเราจริงๆ”

“ทำธุรกิจมันก็ต้องมีการแข่งขันเป็นธรรมดา เพียงแต่บริษัทของเรากับเขาฟาดฟันกันมาเยอะในโปรเจกต์ใหญ่ๆ ก็เลยเหมือนคู่ปรับที่ยอมแพ้กันไม่ได้”

“แล้วเขาเป็นมาเฟียอย่างที่พี่ธำรงบอกหรือเปล่าครับ”

“มีคนพูดกันว่ามิสเตอร์ลีมีเส้นสายเกี่ยวพันกับผู้มีอิทธิพลในฮ่องกง ตัวเขาเองก็มีธุรกิจมืดหลายอย่าง แต่ลุงก็ไม่เห็นใครมีหลักฐานเล่นงานเขาได้ แม้แต่พ่อของอิศร์ที่รู้จักมิสเตอร์ลีดีก็ยังไม่แน่ใจเรื่องนี้”

“คุณพ่อรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวเหรอครับ”

“พ่ออิศร์กับมิสเตอร์ลีเรียนโทที่อเมริกามาด้วยกัน จะเรียกว่าเป็นเพื่อนสนิทกันก็ได้ แต่พอจบกลับมาทำงาน ธุรกิจมันก็ทำให้ต้องกลายเป็นคู่แข่งกัน...วงการธุรกิจมันเป็นอย่างนี้แหละอิศร์ มันคือสนามต่อสู้ บางคนสู้แค่อยู่รอด บางคนสู้เพื่อยิ่งใหญ่ที่สุด ส่วนคนที่ไม่คิดจะสู้ก็กลายเป็นเหยื่อที่จะถูกรุมทึ้ง”

“ผมไม่อยากจะสู้กับใครเลย”

“ก็เหมือนลุง แต่ลุงเลือกที่จะเป็นทัพหลัง ถ้าทัพหน้าแข็งแกร่งลุงก็อยู่รอดได้ แต่ตัวอิศร์ถูกคุณปู่กำหนดมาให้เป็นทัพหน้า อิศร์ต้องเริ่มติดเขี้ยวเล็บไว้ปกป้องตัวเอง เพราะจะต้องเจออะไรอีกเยอะ ลุงเห็นด้วยกับหนูอริสว่าอิศร์ควรจะมีบอดี้การ์ดประจำตัว”

อิศร์ฟังแล้วถอนใจเฮือกใหญ่...นึกถึงแพรพลอยแต่ก็ไม่ รู้จะทำยังไงให้เธอใจอ่อน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 12:40 น.