ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บอดี้การ์ดสาว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สาเหตุที่อิศร์เข้ามาที่บริษัทก็เพราะเป็นความ ต้องการของอนุภัทรที่ตั้งใจสืบค้นข้อมูลการทุจริตของธำรง และการมาของอิศร์ไม่ได้มาคนเดียว มีทั้งมายาวี แพรพลอย และอนุภัทรที่ยังคงสภาพคนสวนอย่างเดิม

อำพลกับไอศูรย์รีบมารับหน้า อิศร์พลางชวนพูดคุยด้วยดีเพราะยังไม่รู้ว่าอิศร์จะมาทำงาน พอได้ยินเขาบอกว่าตนไม่ได้มาเที่ยวชมบริษัทแต่จะมาทำงาน สองพ่อลูกถึงกับชะงัก สบตากันอย่างกังวล

“อิศร์อยู่ว่างๆจนเบื่อแล้ วน่ะค่ะ เขาก็เลยอยากจะลองมาทำงานออฟฟิศดู เมย์ก็เบื่อเหมือนกัน ก็เลยตามมาสมัครเป็นผู้ช่วยอิศร์ เราจะใช้ห้องไหนได้คะ”

“แต่แกเคยบอกว่าไม่ชอบงานบริหารนี่ มันหนักนะอิศร์ ที่จริงฉันกับคุณพ่อก็ดูแลเดชโชดมกรุ๊ปให้แกมาตลอด หรือว่ามีปัญหาอะไร”

“ไม่มีครับ ผมก็แค่อยากทำงาน ขอลองดูสักวันสองวันนะครับ”

อำ พลกับไอศูรย์มองหน้ากันเลิ่กลั่กอีกรอบ ไม่รู้จะกันท่าอิศร์ยังไง แพรพลอยจับสังเกตท่าทีพิรุธของทั้งสองคน ระหว่างนั้นมายาวีเดินไปที่ห้องทำงานกว้างใหญ่แล้วทำท่าจะเข้าไปแต่ไอศูรย์ ชิงห้ามเสียงหลงพร้อมกับเอาตัวเข้าขวาง เพราะข้างในมีเอกสารหลักฐานมุบมิบเงินบริษัทฝีมือของตน

“นี่มันห้องผม”

“อ้าว เหรอคะ แหม...แต่ห้องกว้างดีจัง ตกแต่งดีด้วย ยกให้อิศร์ไม่ได้เหรอคะคุณไอศูรย์ เพราะเท่าที่เมย์รู้ อิศร์น่าจะสำคัญที่สุดในบริษัทนี้”

“ใครจะสำคัญมาจากไหนผมไม่สน แต่นี่คือห้องทำงานส่วนตัวของผม...ออกไป” ไอศูรย์ทำท่าจะขย้ำมายาวีจนแพรพลอยต้องเข้ามาช่วยกัน บอกว่าค่อยๆ พูดกันไม่ดีกว่าเหรอ ไอศูรย์จะหันไปพาลใส่แพรพลอยอีกคน แต่อำพลตัดบทเสียก่อน

“ห้องไอศูรย์มีเอกสารเรื่องงานเยอะ มันจะใช้เวลานานในการขนย้าย แล้วถ้าเกิดสูญหายไปจะยิ่งลำบาก เอาอย่างนี้ดีกว่า...ถ้าอิศร์อยากจะมาทำงานจริงๆ  ลุงจะให้เขาจัดห้องให้ใหม่”

อีกครู่ต่อมา มายาวีเดินนำหน้าอิศร์กับแพรพลอยเข้ามาสำรวจในห้องทำงานใหม่ด้วยสีหน้าพอใจ

“ก็โอเคนะ แต่หมั่นไส้อีตาไอศูรย์พี่ชายเธอนะอิศร์ แค่แหย่เล่นนิดหน่อย ไม่รู้จะโกรธอะไรกันนักหนา”

“เธอก็รู้ว่าพี่ไอศูรย์เป็นคนยังไง เขาคงไม่ได้คิดว่าเธอแหย่เล่นหรอก”

“ก็แล้วจะหวงทำไมกับแค่ห้องทำงาน ทำอย่างกับซ่อนอะไรไว้”

“แพร ก็รู้สึกเหมือนกันค่ะ ท่าทางของคุณอำพลกับคุณไอศูรย์เหมือนตกใจที่เห็นคุณอิศร์มาที่นี่ แล้วก็ไม่อยากให้คุณอยู่ที่นี่ด้วย มีอะไรหรือเปล่า”

“พวกคุณคิดมาก ไปแล้ว ไม่มีอะไรหรอก พี่ศูรย์กับลุงอำพลคงเซอร์ไพรส์ที่ผมนึกอยากทำงานขึ้นมา เพราะผมมันขี้เกียจ เรียนก็ไม่ได้เรื่อง ต้องเข็นตั้งนานกว่าจะจบปริญญา แล้วดันอยากจะมาเป็นผู้บริหาร นี่ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ภัทร ผมก็คงไม่มาหรอก”

“เอ๊ะ พูดถึงนายผู้กองตัวดี ทำอะไรอยู่ทำไมยังไม่ขึ้นมาอีก”

ที่แท้ อนุภัทรกำลังจับผิดรุจีเลขาของอำพลที่พยายามสอดแนมอยู่หน้าห้อง เมื่อโดนเขาทักถาม รุจีก็อ้อมแอ้มว่าจะมาถามคุณอิศร์ว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า จะได้จัดหาให้ แต่อิศร์บอกผ่านอนุภัทรมาว่าไม่เป็นไร ถ้าอยากได้อะไรจะให้เลขาของตนจัดการเอง

เมื่อรุจีกลับไปรายงานอำพล ว่าอิศร์ให้มายาวีเป็นเลขาส่วนตัวและให้ตนจัดโต๊ะทำงานให้เธอหน้าห้องด้วย อำพลไม่สบายใจที่อิศร์เอาจริง ขณะที่ไอศูรย์พูดดูถูกมายาวีว่าก็แค่ลูกรัฐมนตรีสมองกลวง

“ไม่เอาน่าศูรย์ หนูเมย์เขาก็จบเมืองนอกเมืองนามา คงจะมีความรู้บ้างแหละน่า”

“ก็ความรู้ระดับเดียวกับไอ้อิศร์มั้งครับ ปริญญาห้องแถว”

“ไม่ดีเหรอ คนโง่กับคนโง่มาอยู่ด้วยกัน ไอ้อิศร์มันอยากทำอะไรก็ให้มันทำไป เพราะยังไงก็ไม่มีทางตามทันเรา”

ฟัง พ่อแล้วไอศูรย์เริ่มสบายใจขึ้นมาเพราะคิดว่ามายาวีไม่มีพิษสง แต่หารู้ไม่ว่าเห็นเธอโก๊ะๆอย่างนั้นแต่เวลาเอาจริงเอาจังเธอก็ไม่ใช่เล่น เหมือนกัน เธอทำการบ้านมาอย่างดีด้วยการนำข้อมูลของเดชโชดมมาให้อิศร์อ่าน เพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองเป็นเจ้าของอะไรบ้าง แต่อิศร์เห็นเอกสารกองโตก็ทำหน้าเบื่อหน่ายแล้วโบ้ยให้แพรพลอยอ่านแทนแล้ว ค่อยเล่าให้ตนฟัง

“เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ ฉันเป็นบอดี้การ์ดไม่ใช่เลขาคุณ แล้วอีกอย่างคุณควรจะเรียนรู้งานด้วยตัวเอง”

“ผมไม่อยากเรียนรู้งานซะหน่อย ผมมาที่นี่ก็เพราะไอ้ภัทร...แกจะทำอะไรก็รีบๆทำสิวะ เสร็จงานแกฉันจะได้กลับไปอยู่บ้านเฉยๆ”

อิศร์พูดจบก็เอนหลังเปิดคอมพิวเตอร์เล่นอินเตอร์เน็ต เลยโดนแพรพลอยตำหนิว่าไม่คิดจะทำตัวให้เป็นประโยชน์เลยหรือไง

“ก็นี่ไง ผมยินดีช่วยไอ้ภัทรเต็มที่ แกจะให้ฉันช่วยอะไรก็ว่ามา อยากจะเรียกดูเอกสารหลักฐานอะไร เดี๋ยวฉันจัดการให้”

“พี่ชายแกคงไม่เก็บหลักฐานไว้ให้เรียกดูง่ายๆหรอก ฉันคงต้องไปค้นหาเอง”

“ที่ไหน”

“ห้องทำงาน ฉันได้ยินว่านายธำรงไปจีนตั้งแต่เช้า วันนี้โอกาสเหมาะที่สุด”

หลัง จากนั้นไม่นาน อิศร์กับแพรพลอยเดินขึ้นมาที่ชั้นของอำนวย เหลือบมองห้องธำรงที่ติดกับห้องอำนวยก่อนเดินตรงเข้าไปบอกเลขาว่าต้องการพบ ลุงอำนวย...

อำนวยแสดงความยินดีอย่างจริงใจที่อิศร์จะเข้ามาทำงาน ขณะที่แพรพลอยก็คอยกระตุ้นอิศร์ให้เรียนรู้งานเพื่อถ่วงเวลาให้อนุภัทรกับ มายาวีได้เข้าไปค้นหาหลักฐานทุจริตในห้องทำงานธำรง และเพื่อไม่ให้ใครสงสัย มายาวีปลอมตัวเป็นแม่บ้านเข้าไปดูดฝุ่นในห้องทำงานธำรง แล้วคอยเป็นหูเป็นตาสอดส่องไม่ให้ใครเข้ามาขัดขวางอนุภัทรที่ตั้งหน้าตั้งตา ค้นหาหลักฐาน แต่แล้วไอศูรย์พรวดพราดเข้ามา นับว่าโชคดีที่อนุภัทรซ่อนตัวใต้โต๊ะได้ทัน แต่มายาวีหลบไม่ทันจึงต้องเผชิญหน้ากับไอศูรย์

มายาวีมีผ้าคาดปาก ค่อนข้างใหญ่ป้องกันฝุ่นทำให้ไอศูรย์จำเธอไม่ได้ ครั้นเห็นเธอมีพิรุธก็ตั้งใจจะดึงผ้านั้นออกแต่พอดีอำพลโทร.มาเร่งให้เขา เข้าประชุม มายาวีก็เลยรอดตัวไปอย่างใจหายใจคว่ำ

อำนวยพาอิศร์ไปดู ร้านรวงภายในห้างสรรพสินค้าของเดชโชดมโดยมีแพรพลอยตามติดในฐานะบอดี้การ์ด การมาครั้งนี้นึกไม่ถึงว่าจะเจออริสราที่มาเดินช็อปปิ้ง พอรู้ว่าอิศร์จะเข้ามาดูแลงานในบริษัท เธอดีใจมากและถือโอกาสออดอ้อนเขาให้ช่วยเลือกชุดจะใส่ไปงานแต่งญาติ อิศร์อึดอัดอยากปฏิเสธแต่ไม่สำเร็จ ก็เลยรั้งเอาแพรพลอยมาเป็นตัวช่วย

ปรากฏ ว่าอริสราเซ็งจัดเพราะบังเอิญมีคุณป้าคนหนึ่งต้องการซื้อชุดราตรีฝากลูกสาว จึงวานให้แพรพลอยทดลองใส่ให้ดู นี่เองทำให้อิศร์ชื่นชมแพรพลอยออกนอก หน้า แต่ไม่ยักกะชมอริสราที่เปลี่ยนหลายชุดออกมาให้ดู

อริสราพยายามจะรั้ง อิศร์ไปเลือกชุดร้านอื่นแต่พอดีอำนวยโทร.มาตาม  เขาก็เลยมีข้ออ้างไม่ไปกับเธอ แพรพลอยเพิ่งออกจากห้องลองเสื้อเห็นเธอเดินหน้าบูดบึ้งจากไปก็สงสัยว่าเป็น อะไร

“คงจะกลัวรัศมีความสวยของคุณน่ะ” อิศร์ตอบยิ้มๆ แต่พอเห็นแพรพลอยหน้าหงิกใส่ก็รีบกลับคำ “ผมพูดเล่น อริสเขาอยากไปเดินช็อปปิ้งต่อ”

“นึกว่าเธอโกรธอะไรฉันซะอีก”

“ผมไม่เห็นคุณทำอะไรนี่ นอกจากสวยกว่า”

“คุณอิศร์!”

“ผม พูดจริงนะ คุณแต่งตัวแบบนั้นแล้วดูดีมาก น่าจะใส่บ่อยๆ ผมชอบ...ว่าแต่ผมเป็นนายจ้างคุณนี่นา ผมควรจะเลือกเครื่องแบบให้บอดี้การ์ดใส่ได้ไม่ใช่เหรอ”

“คุณจะให้ฉันแต่งตัวอย่างนั้นแล้วคอยตามคุ้มครองคุณน่ะเหรอ บ้าไปแล้ว”

“ก็ผมชอบนี่” อิศร์พูดพลางส่งสายตาวิบวับ

“แต่ ฉันไม่ชอบ ฉันแต่งตัวแบบนี้จนชินแล้ว อย่าให้ฉันเปลี่ยนเลยค่ะ เปลี่ยนบอดี้การ์ดง่ายกว่า” แพรพลอยมองค้อนแล้วเดินหนีไป อิศร์ยิ้มกริ่มเดินตามหลัง...

เย็นนั้นหัวข้อการสนทนาของครอบครัวอำ พลไม่พ้นเรื่องที่อิศร์ไปทำงานในบริษัท เรณูกับไอริณรับรู้และอดแปลกใจไม่ได้ ขณะที่ไอศูรย์พูดอย่างไม่ชอบใจว่า

“ไม่รู้ ว่าใครไปปลุกผีมันขึ้นมา อยู่ๆถึงอยากจะทำตัวเป็นเจ้าของบริษัท แต่ผมกับพ่อยังไม่กล้าให้มันทำอะไรหรอก อิศร์มันโง่จะตาย โง่กว่าไอ้ธำรงอีก”

“แต่พี่อิศร์ก็เหมือนเป็นเจ้าของบริษัทนะคะ เพราะเขาถือหุ้นใหญ่”

“ถือ แต่หุ้น ไม่มีอำนาจ ไม่มีสมอง ก็เหมือนหุ่นไล่กาในบริษัท คนอย่างเจ้าอิศร์มันไม่จริงจังหรอก เห่อเป็นพักๆ เดี๋ยวก็เบื่อ สุดท้ายพ่อนี่แหละก็ต้องบริหารเดชโชดมแทนมันต่อไป”

“นี่ผมก็รออยู่ อยากให้เลือกกรรมการผู้จัดการแทนคุณปู่เสียที คุณพ่อจะได้ไม่ต้องมีคำว่ารักษาการนำหน้า”

“งั้นประชุมผู้ถือหุ้นพรุ่งนี้แกก็เสนอสิ”

ไอศูรย์ ยิ้มรับแทนคำตอบ...อริสรายืนฟังอยู่มุมหนึ่ง สีหน้าครุ่นคิดแล้วตัดสินใจไปหาอิศร์แต่ถูกป้าดวงขัดขวางว่าอิศร์เข้านอน แล้วเพราะวันนี้เหนื่อยมาก

“ถ้าอย่างงั้นฝากป้าดวงบอกอิศร์ด้วยนะคะ ว่าพรุ่งนี้เขาต้องไปถึงบริษัทภายในเก้าโมงครึ่ง เพราะมีประชุมผู้ถือหุ้น”

ป้า ดวงท่าทีตื่นเต้น แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นก็รีบมาปลุกอิศร์แต่ไม่ได้ผลจนต้องตามแพรพลอยมาช่วย และได้มายาวีอีกคนมาช่วยกระตุ้น แต่กว่าจะสำเร็จทุกขั้นตอนตั้งแต่อาบน้ำแต่งตัวก็เล่นเอาทุกคนส่ายหัวไปตามๆ กัน

ในห้องประชุมผู้ถือหุ้น ไอศูรย์ทำอย่างที่อำพลกรุยทางไว้เมื่อวานจริงๆ เขาเสนอให้ทุกคนแต่งตั้งอำพลขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่แทนคุณปู่ที่ เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่อริสรายกมือคัดค้านในฐานะผู้ถือหุ้นคนหนึ่ง ทำเอาสองพ่อลูกจ้องเธอเป็นตาเดียว

“อริสกราบขออภัยนะคะคุณพ่อ แต่เพื่อความเหมาะสมอริสคิดว่าเราไม่ควรจะรีบร้อน การแต่งตั้งกรรมการคนใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ควรจะให้สิทธิ์ผู้ถือหุ้นทุกคนควรมีสิทธิ์ได้ใช้เวลาพิจารณาให้ถี่ถ้วน แล้วอีกอย่างในวันนี้สมาชิกก็ยังไม่ครบองค์ประชุม เพราะยังขาดคนที่สำคัญที่สุด”

“ใครเหรอ” ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งถามขึ้นมา

“คุณอิศร์ เดชโชดมค่ะ”

“หลานชายคนเล็กของคุณเดช”

“ใช่ ค่ะ คุณอิศร์เป็นเจ้าของหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ของเดชโชดมกรุ๊ป เท่ากับว่าเขาคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัท ดิฉันว่าการโหวตเลือกตำแหน่งสำคัญแบบนี้ไม่มีคุณอิศร์รู้เห็นคงไม่เหมาะ”

“แต่นายอิศร์มันไม่สนใจงานบริษัท คุณจะลากมันมาเกี่ยวทำไม” ไอศูรย์เสียงเขียวใส่ภรรยา

“เมื่อวานคุณอิศร์มาทำงานไม่ใช่เหรอคะ”

ผู้ถือหุ้นทุกคนชะงัก เริ่มคุยกันฮือฮา อริสรายิ้มสะใจ

“ดิฉันเข้าใจว่าคุณไอศูรย์คงยังไม่ได้เรียนให้ทุกท่านทราบว่าคุณอิศร์เริ่มงานที่บริษัทแล้วตั้งแต่เมื่อวาน”

ไอศูรย์มองอริสราอย่างเดือดดาล รู้แล้วว่าเธอคิดจะย้อนเกล็ดตนอย่างเจ็บแสบ

“แต่วันนี้นายอิศร์คงไม่มาหรอกครับ ผมว่าเรายกวาระนี้ออกไปก่อนก็แล้วกัน”

ขาดคำของอำพล...มายาวีเปิดประตูเข้ามาพร้อมส่งเสียงให้ทุกคนรู้ว่า “คุณอิศร์มาแล้วค่ะ”

อำพลกับไอศูรย์หน้าเจื่อน จ้องมองอิศร์ที่ก้าวเข้ามายกมือไหว้ผู้ถือหุ้นอย่างนอบน้อม...

ทันทีที่เสร็จจากการประชุม ไอศูรย์ลากอริสราเข้ามาในห้องทำงานของตน โดยมีอำพลเดินตามมายืนฟังเงียบๆ ท่าทางข่มอารมณ์เต็มที่

“คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง ฉีกหน้าผมจนไม่มีชิ้นดี”

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันมาปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง”

“ผลประโยชน์ของไอ้อิศร์มันต่างหาก”

“ก็ทั้งคู่ ของฉันกับอิศร์”

“อริสรา! คุณนี่มัน...”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด สิ่งที่ฉันพูดมันเป็นความจริงทุกอย่าง อิศร์ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท แต่คุณกำลังจะทำเหมือนไม่เห็นหัวเขา มันไม่ถูกต้อง”

“ไอ้อิศร์มันคงไม่แคร์หรอกว่าผมจะเห็นหัวหรือไม่ ตราบใดที่มันมีเงินใช้อู้ฟู่มันก็อยู่ของมันได้ แต่คุณ...คุณกำลังลากมันเข้ามาทำให้บริษัทนี้ปั่นป่วน”

“ที่ประชุมตกลงให้โอกาสอิศร์ 3 เดือน คุณก็ควรจะให้โอกาสเขานะคะ บางทีบริษัทนี้อาจจะดีกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้”

อำพลเหลืออดหยิบแฟ้มขว้างไปเฉียดลูกสะใภ้ “มันจะมากไปแล้วนะอริสรา เธอคิดว่าเธอเล่นอยู่กับใคร”

อริสรานิ่งอึ้งตกใจ เพราะไม่เคยเห็นอำพลเกรี้ยวกราดใส่มาก่อน

“ฉันไม่สนว่าเธอกับไอ้ศูรย์จะมีปัญหาอะไรกัน แต่ทำอย่างนี้มันมากเกินไป ถ้าไม่เห็นแก่หน้าฉันที่เป็นพ่อผัวเธอ ก็ขอให้จำใส่สมองไว้ว่าเมื่อไหร่ที่ไอ้อิศร์มันขึ้นมาเป็นใหญ่ที่นี่ เธอก็จะไม่ได้เสวยสุขอย่างที่เคยเหมือนกัน”

อำพลผลุนผลันออกจากห้องไป อริสรามองตาม ใจหายใจคว่ำ ไม่เข้าใจว่าอำพลหมายถึงอะไร

ooooooo

เพราะไม่ได้ตั้งใจมาทำงานตั้งแต่แรก เมื่อโดนมายาวีกับแพรพลอยบังคับอิศร์จึงปฏิเสธหัวชนฝา แต่แพรพลอยก็ยังไม่ถอดใจคะยั้นคะยอต่อไปด้วยเหตุผลที่อิศร์ได้คิดและยอมรับในที่สุด

แพรพลอยชักจูงอิศร์ด้วยการยกคุณปู่ของเขาเป็นตัวอย่าง ท่านกับพ่อของเขาช่วยกันสร้างบริษัทขึ้นมาและคงหวังว่าเขาจะบริหารงานต่อไปทำให้พวกท่านถึงแม้ล่วงลับไปแล้วได้ภาคภูมิใจ

ไอศูรย์ไม่พอใจอย่างมากที่อิศร์จริงจัง ขณะที่ธำรงก็เริ่มระวังตัวและเร่งมือเรื่องการประมูลงานให้ลุล่วงโดยเร็วก่อนที่อิศร์จะจับได้ โดยไม่รู้ว่าอนุภัทรคอยจับตาจากกล้องสอดแนมที่แอบติดไว้ทั้งนอกและในบ้าน

อิศร์เริ่มมาเรียนรู้งานที่บริษัทโดยมีแพรพลอยกับมายาวีให้กำลังใจอย่างเต็มที่และคอยตามประกบเขาทุกฝีก้าว โดยเฉพาะมายาวีที่ช่วยได้มากในฐานะเลขาส่วนตัว ส่วนแพรพลอยคอยดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆในฐานะบอดี้การ์ด

นอกจากเรียนรู้งานแล้วอิศร์ยังต้องออกงานสังคมและสัมภาษณ์นิตยสารหลายเล่มด้วยความเห็นชอบของมายาวีที่ต้องการเปิดตัวอิศร์ในฐานะเจ้าของเดชโชดมกรุ๊ป อริสราติดตามความเคลื่อนไหวของอิศร์และถึงกับยิ้มหน้าบานด้วยความยินดี เหตุนี้เองทำให้ไอศูรย์ยิ่งชิงชังอาฆาตอิศร์จนไม่อยากให้มีชีวิตอยู่

เมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลาสองสัปดาห์ตามที่ตกลงเป็นบอดี้การ์ดให้อิศร์ แพรพลอยจึงเกริ่นกับอนุภัทรโดยไม่รู้ว่ามายาวีบังเอิญได้ยินแล้วนำไปเล่าต่อให้อิศร์ฟัง ก่อนจะช่วยกันคิดอ่านว่าทำอย่างไรดีแพรพลอยถึงจะไม่ลาออก

มายาวีวางแผนสร้างสถานการณ์ให้อิศร์ถูกปองร้ายโดยดึงเอาอนุภัทรร่วมขบวนการโดยที่เขาไม่รู้ตัว หวังให้แพรพลอยเป็นห่วงอิศร์จนต้องอยู่เป็นบอดี้การ์ดต่อไป โดยแผนการเริ่มจากมายาวีให้บุญเกิดในคราบคนร้ายไล่ยิงอิศร์ที่นั่งรถไปกับแพรพลอย ส่วนตัวเธอกับอนุภัทรนั่งรถอีกคนตามดูผลงาน

แพรพลอยคุ้มครองป้องภัยให้อิศร์อย่างไม่คิดชีวิต ขณะที่อิศร์เองก็หวาดเสียวแทบช็อก แต่แล้วยิ่งซีดหนักเมื่อแพรพลอยจับตัวคนร้ายได้และพบว่าเขาคือนายบุญเกิดคนขับรถประจำบ้านอิศร์นั่นเอง

แผนแตกดังโพละ!! แพรพลอยโกรธมากถึงกับไม่มองหน้าใครทั้งนั้น และดึงดันไม่ยอมเป็นบอดี้การ์ดให้อิศร์อีกต่อไป แม้มายาวีชี้แจงว่าเป็นแผนของตนไม่เกี่ยวกับอิศร์ เธอก็ไม่ฟัง เพราะมายาวีเคยทำอย่างนี้มาแล้วครั้งหนึ่งคราววันเกิดของท่านบรรเลง

แพรพลอยหลบทุกคนเข้าห้องแล้วเก็บสัมภาระกลับออกมาบอกอิศร์ด้วยสีหน้าเย็นชา

“ฉันขอยกเลิกสัญญาจ้างก่อนกำหนด แล้วจะให้บริษัทจัดส่งบอดี้การ์ดคนอื่นมาให้”

“คุณแพร มีอะไรค่อยๆพูดกันนะคะ”

“แพรจริงจังกับงานมากแค่ไหนคุณเมย์น่าจะทราบดี คงไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้ว ลาก่อนค่ะ”

แพรพลอยก้าวเดินออกไป อิศร์ไม่รู้จะทำยังไง เลยกระโจนกอดเอวเธอไว้ดื้อๆ

“ไม่! ผมไม่ให้คุณไป”

“คุณอิศร์ ปล่อยฉันนะ”

“ผมไม่ปล่อยหรอก คุณจะไปจากผมไม่ได้นะ”

“ฉันบอกให้ปล่อย”

อนุภัทรทำท่าจะปรามอิศร์แต่โดนเขาตวาดไม่ ให้ยุ่ง นี่เป็นเรื่องของเขากับแพรพลอย คนอื่นไม่เกี่ยว ไอริณกับกรองทองได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน

“ว้ายตายแล้ว...พี่อิศร์ทำอะไรคะ” ไอริณถามหน้าตาตื่น

แพรพลอยอับอายพยายามสะบัดอิศร์ออกแต่ไม่ได้ผลก็เลยต้องขู่ “อย่าบังคับให้ฉันทำอะไรรุนแรงนะ”

“เอาเลย คุณจะทำอะไรกับผมก็เอาเลย ผมยอมทั้งนั้น แต่ขออย่างเดียวนะครับคุณแพรอย่าไปจากผม”

ถ้อยคำของอิศร์ทำเอาไอริณเหวอ ขณะที่กรองทองตกใจ ไม่คิดว่าอิศร์จะแคร์แพรพลอยมากขนาดนี้

“คุณไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ยังไงฉันก็จะไม่อยู่ที่นี่อีก ปล่อยนะ”

อิศร์ไม่ปล่อยแถมยังกอดแพรพลอยแน่นขึ้น หญิงสาวจึงใช้ไม้ตายถองเข้าเต็มรักแล้วพลิกตัวหันมาเงื้อหมัดจะชก แต่ต้องชะงักเมื่อไอริณวิ่งถลาเข้ามาขวาง

“อย่านะ แกอย่าทำอะไรพี่ชายฉันนะ นังกรอง... โทรศัพท์แจ้งตำรวจเลย พี่อิศร์ถูกทำร้ายร่างกาย”

กรองทองงกๆเงิ่นๆไม่กล้า ไอริณเข้าประคองอิศร์อย่างห่วงใย

“ฉันไม่บังอาจทำอะไรพี่ชายคุณหรอก เขาพูดไม่รู้เรื่อง”

“แกจะลาออกใช่ไหม ไปเลย ไปให้พ้นจากบ้านนี้ แล้วไม่ต้องกลับมาอีก ไป๊!” ไอริณคว้ากระเป๋าของแพรพลอยโยนลงไปชั้นล่างโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของอิศร์ เช่นเดียวกับแพรพลอยที่รีบลงบันไดไม่ฟังคำทัดทานจากใครทั้งนั้น

แพรพลอยหิ้วกระเป๋าเดินลิ่วออกมาหน้าบ้าน อนุภัทรตามมาเจรจาด้วยความเข้าใจ บอกเธอว่าถ้าจะไปจริงๆตนอาสาขับรถไปส่ง

“แพรเรียกแท็กซี่ไปเองได้ค่ะ ผู้กองอยู่ดูแลคุณอิศร์เถอะค่ะ”

“นายมิตร! ยืนบื้ออยู่ทำไม ทำไมไม่ไปรั้งคุณแพรไว้” เสียงมายาวีแปร๋นขึ้น

“รั้งไปก็เท่านั้น คุณแพรไม่เปลี่ยนใจหรอก ดู ที่คุณกับไอ้อิศร์ทำไว้สิ ไม่ใช่เพราะแผนบ้าๆที่จะรั้งเธอไว้ตั้งแต่แรกเหรอ คุณแพรถึงได้โกรธขนาดนี้”

“หน็อยแน่ะ ถ้านายฉลาดนักวันหลังก็มาช่วยฉันคิดสิ ตาบ้า!”

อนุภัทรไม่สนใจจะฟัง เดินส่ายหน้าหนีไป ทิ้งมายาวียืนถอนใจอย่างสุดเซ็ง ส่วนในบ้านไอริณกำลังปลอบใจอิศร์และสัญญาจะให้พ่อหาบอดี้การ์ดคนใหม่มาให้

“ไม่...พี่ไม่ต้องการ พี่ต้องการคุณแพรคนเดียว”

“วุ้ย...ทำอย่างกับมันเป็นคนรักพี่อิศร์อย่างนั้นแหละ ก็แค่ รปภ.ส่วนตัว”

“ริณจะคิดยังไงก็ช่าง แต่สำหรับพี่เธอเป็นมากกว่านั้น”

กรองทองที่หลงรักอิศร์อยู่แอบใจวูบ เมื่อคิดว่าอิศร์น่าจะหลงรักแพรพลอยเข้าแล้ว...

เมื่ออำพลทราบเรื่องจากลูกสาวก็ยิ้มย่อง บอก ไอศูรย์ว่าตนจะสั่งสุนทรให้จัดหาลูกน้องมาเป็นบอดี้– การ์ดคอยประกบอิศร์ มันไปไหนทำอะไรจะได้อยู่ในสายตาเรา

“แสดงว่าเราจะปล่อยให้มันลอยชายไปเรื่อยๆงั้นเหรอครับพ่อ”

“ทำไงได้ ก็ถ้าที่ประชุมบอร์ดเลือกมันเป็นประธานบริษัทคนใหม่ เราก็ต้องใจเย็นรอเวลาแซะขาเก้าอี้มัน”

“ชาติไหนล่ะครับพ่อกว่ามันจะตกเก้าอี้ ผมว่าเราน่าจะใช้โอกาสตอนที่มันยังเคว้งคว้างไม่มีคนประกบให้เป็นประโยชน์ไม่ดีกว่าเหรอ”

“แกคิดอะไร”

ไอศูรย์ไม่ตอบแต่มีรังสีอำมหิตเปล่งประกายออกมาทางแววตา!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 12:49 น.