ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บอดี้การ์ดสาว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คืนวันถัดมา อนุภัทรชวนอิศร์ไปที่ผับและพูดคุยคดีทุจริตที่กำลังจับตาเป็นพิเศษ หลังสืบทราบว่าธำรงญาติผู้พี่ของอิศร์น่าจะมีส่วนพัวพัน แต่อิศร์ฟังแล้วมีท่าทีไม่ค่อยเชื่อ

เผอิญคืนนี้ที่ผับมีปาร์ตี้ใส่หน้ากาก สองหนุ่มเลย ต้องตามน้ำ เช่นเดียวกับแพรพลอยที่โดนกรณ์คะยั้นคะยอให้มาเป็นเพื่อน เหตุนี้เองจึงไม่รู้ว่าใครเป็นใครภายใต้ หน้ากากหลากหลายแบบ กรณ์ตั้งใจมาเก็บข้อมูลเพื่อ ไปทำสกู๊ปข่าวการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยเฉพาะ ในหมู่ไฮโซที่มีวิธีซื้อขายกันแปลกๆ

มุมหนึ่งในผับ อนุภัทรกำลังเปิดรูปถ่ายในไอแพดให้อิศร์ดูพร้อมกับยืนยันว่าชายสองคนที่ธำรงนัดเจอ คนหนึ่งเป็นเจ้าของบริษัทก่อสร้างที่ร่วมยื่นซองประมูลงานสร้างอาคารเรียน ส่วนอีกคนเป็นอธิบดีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องนี้ โปรเจกต์นี้เดชโชดมกรุ๊ปเข้าร่วมประมูลด้วย แต่ที่ตนแปลกใจก็คือญาติของอิศร์นัดพบกับคู่แข่งพร้อมๆกับคนของฝ่ายรัฐ

“แกสงสัยอะไร”

“ฉันสงสัยว่าถ้านายธำรงไม่ได้นัดเจรจาเพื่อฮั้วให้บริษัทของแกชนะประมูล ก็อาจจะเป็นตัวกลางให้บริษัทคู่แข่งได้งานนี้ ส่วนตัวเองก็รับค่าคอมมิชชั่นไปก้อนใหญ่”

“ฉันไม่อยากเชื่อว่าพี่ธำรงจะทำอย่างนั้น”

“ฉันก็เหมือนกัน ถึงต้องสืบให้เคลียร์ แล้วแกก็ต้องร่วมมือกับฉันด้วย”

“แกคิดจะทำอะไร”

“ให้ฉันเข้าไปอยู่ในบ้านแกสักพัก”

อิศร์นิ่งไปนิดก่อนตอบตกลง “ก็ได้ แต่ยังไงฉันก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่าพี่ธำรงจะกล้าทำ ฉันถือว่านี่จะเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขา”

“เดี๋ยวเราก็จะได้รู้ ฉันจะกลับล่ะ แต่แกอยู่ไปก่อนแล้วกัน ฉันรู้ว่าแกชอบที่นี่ ตามสบายนะเพื่อน”

อิศร์อมยิ้มที่เพื่อนรู้ใจ แล้วหันมองบรรยากาศ ครึกครื้นก่อนลุกเดินโยกตัวเข้าไปอย่างอารมณ์ดี แต่แล้วไม่คาดคิดว่าเขาจะเจอแจ็กพอตเพราะความเข้าใจผิดของชายนักเที่ยวคนหนึ่งที่มากับแฟนจนเกิดมีเรื่องราวชกต่อยกันทำให้อิศร์ต้องหนีกลับออกมา แต่ก็ยังมาโดนสามคนร้ายแทงจนเลือดสาดแถมมันยังจะซ้ำอีกทีโดยอิศร์ได้ยินมันพูดกันว่าลูกพี่สั่งให้เก็บเขาด้วยมีด

ขณะที่คนร้ายกำลังจะกะซวกอิศร์ให้ตาย โชคดีแพรพลอยกับกรณ์เข้ามาช่วยเหลือจนคนร้ายพากันหลบหนีไป ส่วนอิศร์ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล ไม่นานนักอนุภัทรก็มาพร้อมป้าดวงเป็นเวลาที่อิศร์ออกจากห้องฉุกเฉินพอดี หมอบอกว่าคนเจ็บปลอดภัยแล้ว มีบาดแผลถูกแทงที่ชายโครงไม่ลึกมากแต่ยังไม่รู้สึกตัว

อนุภัทรละสายตาจากอิศร์หันไปถามแพรพลอยว่ามาได้ยังไง หญิงสาวทำหน้างงที่เขารู้จักชื่อเธอ แต่ไม่ทันพูดอะไร หมอบอกเสียก่อนว่าสองคนนี้พาคนเจ็บมา ป้าดวงเลยหันมาขอบใจแพรพลอยกับกรณ์เป็นการใหญ่

หลังจากนั้นไม่นานแพรพลอยก็หายข้องใจว่าอนุภัทรรู้จักชื่อเธอได้ยังไง อิศร์นั่นเองที่เป็นคนบอก แล้วอนุภัทรก็ซักถามข้อมูลจากเธอและกรณ์ที่พบเห็นเหตุการณ์ก่อนพาอิศร์มาส่งโรงพยาบาลเพื่อตามสืบคดีความต่อไป ระหว่างนี้เองป้าดวงมาบอกว่าตนต้องกลับไปเอาเสื้อผ้ามานอนเฝ้าอิศร์ อนุภัทรจึงอาสาพาไป โดยได้กรณ์รับปากจะอยู่ดูอิศร์ให้ แพรพลอยเลยต้องอยู่กับกรณ์ด้วย

ที่แท้ผู้บงการก็คือไอศูรย์นั่นเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนักเที่ยวในผับที่มีเรื่องกับอิศร์ก่อนหน้านั้น ไอศูรย์จ้างชายสามคนไปฆ่าอิศร์แต่งานไม่สำเร็จแถมพวกมันยังโทร.มาทวงเงิน อำพลผ่านมาได้ยินไม่ถนัดแต่ก็รู้สึกว่าลูกชายมีพิรุธชอบกล จนกระทั่งเช้าอำนวยมาบอกว่าอิศร์ถูกแทงบาดเจ็บอยู่โรงพยาบาล อำพลจึงจับตาไอศูรย์เป็นพิเศษ และในที่สุดก็รู้ความจริง เขาโกรธจัดถึงกับตบหน้าลูกชายขณะต่อว่าคนร้ายที่ยังโทร.มาทวงเงินค่าจ้างอีก

“นี่แกเกลียดไอ้อิศร์ขนาดสั่งคนไปฆ่ามันเชียวเหรอ ยังไงมันก็เป็นน้องแกนะ”

“พ่อก็รู้ว่าผมไม่เคยเห็นมันเป็นน้อง มันแย่งชิงทุกอย่างไปจากผม ตั้งแต่ความรักของคุณปู่ ข้าวของเงินทองที่ผมควรจะได้ แล้วตอนนี้มันก็กำลังจะเอาอริสไปจากผม ผมจะไม่ยอมให้มันชนะผมอีกแล้ว”

“แล้วเป็นยังไง คนของแกทำงานไม่สำเร็จ ทีนี้ไอ้อิศร์มันคงลุกขึ้นมาตามสืบสนุกล่ะว่าใครเล่นงานมัน ทำอะไรไม่รู้จักปรึกษากันก่อน ไอ้ลูกโง่!”

อำพลผลักลูกชายอย่างแรงด้วยความโมโห ไอศูรย์อึ้งแต่ยังรั้นว่าเรื่องนี้ตนจัดการเองได้

“ไม่ต้อง! แกไม่ต้องจัดการอะไรอีกแล้ว นี่คือ คำสั่ง ฉันจะไม่ยอมให้ความสิ้นคิดของแกมาทำให้ฉันเดือดร้อนไปด้วย ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปเยี่ยมมันที่โรงพยาบาลกับฉัน”

ไอศูรย์ไม่อยากไปแต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งพ่อ ได้แต่หงุดหงิดโกรธอิศร์เข้าไปใหญ่ แต่แล้วต้องหัวเสียหนักขึ้นอีกเมื่อรู้ว่าอริสรารีบไปก่อนโดยไม่รอคนในครอบครัว แถมยังแสดงความห่วงใยออกนอกหน้าด้วยการแย่งป้าดวงป้อนอาหารให้อิศร์

เมื่อไอศูรย์เริ่มอาละวาดอริสรา อำนวยจึงลากธำรงกลับเพราะไม่อยากดูศึกชิงนาง ส่วนไอริณก็ซักถามอิศร์ถึงที่มาที่ไปว่าทำไมถึงโดนแทง ขณะที่อำพลอยากรู้ว่าอิศร์จำหน้าคนร้ายได้หรือเปล่า

“มันมืดครับ ผมไม่เห็นอะไรเลย รู้แต่พวกมันมากันสามคน”

อำพลสบตาไอศูรย์อย่างโล่งใจก่อนเปรยเนียนๆ “อย่างนี้ตำรวจก็คงทำอะไรไม่ได้ล่ะสิ”

“เดี๋ยวตำรวจคงมาสอบปากคำคุณอิศร์ค่ะ ตอนนี้คงกำลังคุยกับพยานอยู่”

คำพูดของป้าดวงทำให้ไอศูรย์ตกใจอุทานอย่างลืมตัวว่ามีพยานด้วยเหรอ อำพลรีบส่งสายตาปรามลูกชายให้เฉยไว้ พอป้าดวงจะพูดเรื่องพยาน อิศร์ไม่อยากลากแพรพลอยมายุ่งจึงเบรกแกด้วยการแทรกขึ้นว่าตนง่วงแล้ว วานป้าปรับเตียงให้ที

เมื่อพากันออกมาจากห้อง อำพลลากไอศูรย์ไปดุด้วยความโมโห “เห็นไหมว่าเรื่องมันไม่จบง่ายๆ ถ้ามีพยานรู้เห็นจริงๆ แกซวยแน่”

“พ่อจะช่วยผมหรือเปล่า ถ้าไม่ช่วยก็หยุดซ้ำเติมผม”

“จะให้ช่วยอะไร ตามปิดปากพยานให้แกเหรอมันเป็นใครฉันยังไม่รู้เลย ในเมื่อแกผูกเองก็แก้เองแล้วกัน”

อำพลเดินออกไปอย่างหัวเสีย ไอศูรย์สีหน้าเคร่ง เครียด พูดพึมพำมั่นใจว่าอิศร์ทำอะไรตนไม่ได้แน่ ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมา โทร.หาใครบางคน ก่อนจะเดินตรงไปหาอริสราที่เตรียมตัวกลับ แล้วบังคับให้กลับพร้อมกัน แต่เธอไม่ยอมเลยมีปากเสียง

แพรพลอยนั่งรถมากับมายาวีเห็นสองคนนั้นยื้อยุดกันก็แปลกใจ พูดขึ้นอย่างจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนอิศร์ มายาวีรีบบอกว่าไม่ใช่ หล่อนเป็นพี่สะใภ้

“อ้าว...ก็ฉันเห็นเขาสองคน...”

“เรื่องมันยาวค่ะ เอาไว้ว่างๆเมย์จะเล่าให้ฟังแต่เมย์ยืนยันตรงนี้ว่าคุณอริสมีสามีแล้ว ผู้ชายคนนั้นแหละค่ะสามีเธอ ชื่อไอศูรย์”

แพรพลอยนิ่งเงียบทั้งที่ยังสงสัย...อนุภัทรมาถึงไล่เลี่ยกัน ทั้งหมดจะขึ้นไปที่ห้องอิศร์ พอดีเจอป้าดวงลงมาหาข้าวกิน อนุภัทรจึงอาสาพาไป แต่มายาวีพยายามตัดหน้าเพื่อเอาชนะอนุภัทรทุกเรื่อง

สรุปว่าทั้งคู่ไปกับป้าดวงแล้วฝากแพรพลอยไปอยู่เฝ้าอิศร์ก่อน ชายหนุ่มดีใจได้ทีออดอ้อนหญิงสาวแถมจับมือถือแขนจนเธอไม่พอใจแขวะเข้าให้

“สงสัยเพราะเมื่อคืนคุณมัวแต่จับอะไรๆของใครซะเพลินแบบนี้มั้ง ถึงได้โดนแทงเอา”

“จริงด้วยสิ ป้าดวงบอกว่าคุณเป็นคนช่วยผมไว้”

“ฉันบังเอิญอยู่ที่นั่นตอนคุณก่อเรื่องในผับพอดีแต่ไม่รู้ว่าเป็นคุณ จนออกมาเจอพวกมันซ้อมคุณที่หน้าผับ”

“คุณคิดว่าคนที่แทงผมคือพวกเดียวกับในผับเหรอ”

“ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นพวกไหนล่ะ หรือว่าคุณไปมีเรื่องกับกลุ่มอื่นอีก”

“โธ่คุณ เห็นผมเป็นนักเลงไปได้”

อิศร์หน้าม่อย ก้มลงลูบแผลตัวเอง แพรพลอยอดสงสารไม่ได้ บอกว่าอีกเดี๋ยวผู้กองอนุภัทรจะขึ้นสอบปากคำ...แต่ยังไม่ทันมีใครขึ้นมา ก็มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเข้ามาบอกว่าหมอเชิญคนไข้ไปเอกซเรย์ช่องท้อง

ที่แท้มันคือคนร้ายที่ไอศูรย์จ้างมาฆ่าอิศร์...กว่าแพรพลอยจะรู้ตัวอิศร์ก็เกือบแย่ เธอกับอนุภัทรช่วยกันสกัดจนเกิดการยิงปะทะกันลั่นโรงพยาบาล ผลปรากฏว่าคนร้ายตายหนึ่ง อีกหนึ่งถูกจับได้ ขณะที่อิศร์ปลอดภัย ส่วนมายาวีที่ตั้งใจช่วยอิศร์แต่เพราะความใจร้อนเกือบทำเสียเรื่องเลยโดนอนุภัทรตำหนิยกใหญ่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นข่าวทางจอทีวี อำพลเห็นแล้วสังหรณ์ใจว่าเป็นฝีมือลูกชายจึงมาถามดักคอจนได้ความจริง...คราวนี้อำพลโกรธหนักกว่าเดิม ขย้ำคอไอศูรย์เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

“บอกฉันมาให้หมดว่าแกทำอะไรลงไปบ้าง บอกมาให้หมด”

ไอศูรย์เลิ่กลั่กทั้งกลัวทั้งเครียด แต่ในที่สุดก็เผยความอ่อนแอออกมา ยกมือขึ้นไหว้สั่นเทา

“พ่อต้องช่วยผม ไอ้คนที่โดนตำรวจจับมันขู่ว่าถ้ามันติดคุก มันจะลากผมไปด้วย ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”

อำพลยิ่งโกรธเงื้อมือขึ้นอยากจะทุบ แต่เพราะความเป็นพ่อก็ทำไม่ลง ได้แต่ทิ้งแขนลงอย่างฉุนจัด

“พ่อครับ ช่วยผมด้วย ผมรับปากว่าผมจะไม่ขัดคำสั่งพ่ออีกแล้ว”

“เรียกสุนทรมาพบฉัน แล้วแกจะไปไหนก็ไป”

ไอศูรย์รับคำแล้วลนลานออกไปอย่างเคร่งเครียด ด้านอริสราที่ทราบข่าวก็รีบไปโรงพยาบาลแต่ไม่พบอิศร์ ซักถามเจ้าหน้าที่ก็ได้ความแค่ว่ามีคนมารับเขาไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว

อนุภัทรกับป้าดวงพาอิศร์ไปอาศัยที่บ้านโอบไอรักของอัมพา ทุกคนต้อนรับด้วยความเต็มใจแต่อิศร์ออกจะเกรงใจจนอัมพาต้องเอ่ยปาก

“อย่าเกรงใจเลยค่ะ มีอะไรช่วยได้เราก็ยินดี ว่าแต่คุณอิศร์พอจะอยู่ได้ไหมคะ”

“อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ล่ะครับ ผมไม่อยากให้อิศร์กลับบ้านคืนนี้ ยังไม่ปลอดภัย”

“นี่มันเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ป้าดวงวิตกกังวล

“เรายังไม่รู้ว่าคนร้ายมีแค่สองคนหรือมากกว่านั้นค่ะ พวกมันอาจจะวางแผนทำอะไรอีกในคืนนี้เพราะงานยังไม่สำเร็จ”

“แต่ไม่ต้องห่วงนะครับป้า ตำรวจเค้นข้อมูลจากไอ้คนที่ถูกจับได้แน่ๆ”

“งั้นคุณจะมัวพูดอยู่ทำไมล่ะ กลับไปทำงานสิ อิศร์จะได้ปลอดภัย” พูดจบมายาวีก็เข้ามาแย่งอนุภัทร ประคองอิศร์นั่งลงบนเตียง อนุภัทรเอือมความเจ้ากี้เจ้าการของหล่อน เลยเดินตามแพรพลอยออกไปหน้าบ้าน

“คุณแพรจะขึ้นไปพักผ่อนก็ได้นะครับ ไม่ต้องห่วงผม”

“ฉันยังไม่เหนื่อยค่ะ ยังทำอะไรได้อีกเยอะ”

“ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น เห็นคนตกตึกตายต่อหน้าต่อตา ป่านนี้คงนอนคลุมโปงหรือไม่ก็สวดมนต์อยู่บนห้อง คุณแพรกำลังใจดีมากนะครับ”

แพรพลอยยิ้มตอบแต่แฝงรอยขมขื่นเมื่อนึกถึงวันที่พ่อแม่ตาย “ฉันเคยเห็นอะไรที่แย่กว่านี้อีกค่ะ”

“ไม่น่าเชื่อว่างานบอดี้การ์ดจะเสี่ยงอันตราย ขนาดนั้น”

“ฉันทำงานกับคนที่ถูกปองร้ายเยอะมั้งคะ ก็เลยเสี่ยงกว่าบอดี้การ์ดคนอื่น”

“หรืออีกนัยหนึ่ง คุณแพรก็คงเป็นคนเก่งมาก จนพวกคนสำคัญต้องการตัว”

อนุภัทรยิ้มชื่นชม ส่งสายตามีไมตรีให้อย่างไม่ปิดบัง พลันโทรศัพท์เขาดังขึ้น บรรเลงโทร.มาถามหาลูกสาว ผู้กองหนุ่มเลยต้องขอตัวพาคุณหนูจอมป่วนไปส่งบ้าน

เมื่ออนุภัทรไปส่งมายาวีถึงบ้านก็ถูกเธอไล่กลับเพราะหมดหน้าที่แล้ว แต่เขาบอกว่าเสียใจ พ่อของเธอให้เขารอพบอยู่ที่นี่ ท่านกำลังเดินทางมาจากกระทรวง

“อะไรกัน เย็นแล้วยังจะคุยเรื่องงานกันอีกเหรอ”

“ท่านต้องการทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่าย”

“อ๋อ เรื่องนั้นฉันเล่าให้คุณพ่อฟังได้ คุณไม่ต้องลำบากหรอก”

“ท่านคงอยากฟังจากปากของผม ไม่ใช่จากคนที่พยายามป่วนสถานการณ์จนบานปลาย”

อนุภัทรยิ้มเยาะแล้วจะเดินเข้าบ้านแต่มายาวีรีบดักหน้า พูดเสียงเขียวว่าตนทำตัวมีประโยชน์ช่วยประสาน รปภ.ให้จะมาว่าตนป่วนได้ยังไง

“แล้วที่คุณทะเล่อทะล่าเข้าไปจนคนร้ายรู้ตัว กราดยิงไปทั่วโรงพยาบาลล่ะ ท่านควรรู้เรื่องนี้จะได้หาวิธีป้องกันไม่ให้คุณเข้าไปขัดขวางการทำงานของตำรวจอีก”

อนุภัทรเดินหนีเข้าบ้านไป มายาวีจะตามแต่ได้ยินเสียงรถก็ชะงัก...อริสรานั่นเอง เธอมาถามหาอิศร์และพอไม่ได้คำตอบชัดเจนก็หงุดหงิดเดินตามมายาวีเข้าไปในบ้าน ร้องเรียกอิศร์ลั่นไปหมด อนุภัทรไม่อยากถูกซักไซ้ไล่เรียงอีกคนเลยยืนหลบอยู่มุมหนึ่ง

“นี่คุณ...ก็ฉันบอกแล้วไงว่าอิศร์ไม่ได้อยู่ที่นี่”

“งั้นเขาไปไหน ทำไมถึงไม่กลับบ้าน”

“เขาไปอยู่ในที่ปลอดภัย”

“ที่ปลอดภัย? โรงพยาบาลก็พูดแบบนี้ แล้วยังจะคุณอีกคน ใจคอจะไม่ให้ฉันรู้เลยหรือไงว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันเป็นห่วงเขานะ”

“แล้วทำไมคุณต้องเป็นห่วงเขามากมายขนาดนั้นล่ะคะ อิศร์มีคนเป็นห่วงมากพออยู่แล้ว เก็บความห่วงใยของคุณไว้ให้สามีคุณไม่ดีกว่าเหรอ”

“คุณมายาวี!” อริสราเสียงเขียวไม่พอใจ แต่อีกฝ่ายยังพูดต่อไปอย่างไม่แคร์

“ฉันต้องพูดเพราะไอ้ความเป็นห่วงพร่ำเพรื่อของคุณมันจะทำให้อิศร์เดือดร้อนเข้าสักวัน”

“ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูด”

“งั้นให้สามีคุณอธิบายให้ฟังดีไหมคะ” มายาวีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาไอศูรย์ให้มารับภรรยา อริสราถึงกับหน้าซีดเผือด ผลุนผลันออกจากบ้านไปในที่สุด

อนุภัทรได้ยินหมดทุกคำ เดินออกมากระเซ้ามายาวีว่า “แรงนะเนี่ย”

“ที่จริงฉันก็เห็นใจคุณอริสนะ ไม่ใช่ความผิดของเธอที่ยังรักอิศร์อยู่ แต่ความรักของเธอมีแต่จะทำให้อิศร์เดือดร้อน”

“ใช่ คุณอริสไม่ได้ผิดอะไร เธอเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดด้วยซ้ำ”

มายาวีพยักหน้าเห็นด้วย แล้วยังเผลอตัวไปครู่หนึ่งยอมรับว่าเรื่องนี้เราเห็นตรงกัน ก่อนจะนึกได้ว่าตัวเองไม่ควรญาติดีกับนายคนนี้ เลยเดินหน้าง้ำหนีไป...

ฝ่ายอิศร์ที่ได้เข้ามานอนห้องกรณ์ เขาบ่นร้อนและเว้าวอนให้แพรพลอยช่วยเช็ดตัว อ้างว่าคนป่วยต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เธอเลยไม่กล้าปฏิเสธ ทำไปด้วยอาการขวยเขินเมินไม่มองจนผ้าเช็ดตัวเกือบเข้าปากเขา

ค่ำคืนเดียวกัน สุนทรรับคำสั่งมาจากอำพลให้ส่งคนไปฆ่าปิดปากคนร้ายที่โดนจับขังในสถานีตำรวจ เมื่องานสำเร็จอำพลจึงให้ค่าตอบแทนมาก้อนโต สุนทรไม่สบายใจเพราะรู้ว่านี่คือการทำบาปใหญ่หลวงแต่ก็จนใจเพราะอำพลคือผู้มีพระคุณ

สุนทรนำเงินก้อนนั้นมาให้กรองทองเป็นค่าเทอมเรียนปริญญาโทแต่ไม่ยอมบอกที่มาของเงินเมื่อถูกลูกสาวซักถาม ได้แต่บอกลูกให้ตั้งใจเรียน เรียนสูงๆจะได้มีงานดีๆทำ ไม่ต้องลำบากเหมือนพ่อ แล้วพรุ่งนี้จัดสำรับใส่บาตรให้พ่อด้วย พ่อจะทำบุญ...

ooooooo

กลางดึกคืนนั้นเอง อนุภัทรมาแจ้งข่าวแพรพลอยกับอิศร์ว่าคนร้ายที่โดนจับถูกแทงตาย ร้อยเวรที่สถานีตำรวจบอกว่าเป็นเหตุทะเลาะวิวาทกับขี้ยาในห้องขังด้วยกัน

“ทำไมบังเอิญอย่างนี้วะ มันพยายามฆ่าฉัน แต่ดันตายเองทั้งคู่”

“แค่เรื่องชกต่อยกันในผับไม่น่าบานปลายมาถึงขนาดนี้เลย”

“ผมว่าอาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ไอ้อิศร์ไปมีเรื่องในผับเลยด้วยซ้ำครับคุณแพร”

“แกหมายความว่าไง”

“จากการสอบพยานในผับ ทุกคนยืนยันว่าหลังจากที่แกหนีออกมา คู่กรณีของแกมีเรื่องชกต่อยกับดีเจอยู่บนเวที”

อิศร์คิดตามแล้วนึกได้ว่าตอนตัวเองโดนแทงได้ยินคนร้ายพูดว่าลูกพี่สั่งให้เก็บมันด้วยมีด แสดงว่ามีคนจงใจฆ่าตน และตามรูปการณ์แล้วไม่น่าใช่คู่กรณีในผับ แต่ตนก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร

“แล้วพวกผู้หญิงที่คุณทิ้งๆขว้างๆล่ะ”

“โหย...ไม่มีหรอกครับ ใครจะอาฆาตผมขนาดนั้น...ผมหมายถึงผมไม่เคยทำร้ายจิตใจใครเลยนะ”

“งั้นคุณก็อาจจะให้ความหวังไปทั่ว จนมีใครซักคนแค้นคุณขึ้นมา”

“โธ่คุณแพร เห็นผมเป็นเสือผู้หญิงไปได้ ไม่มีจริงๆ ไม่เชื่อคุณถามเมย์ก็ได้ว่าผมเคยมีประวัติแบบนั้นไหม”

แพรพลอยมองอิศร์อย่างไม่ค่อยเชื่อ เพราะคิดว่าเขารนหาที่ให้อันตรายมาถึงตัวเอง

“ยังไงฉันก็อยากให้แกลองไปคิดดูนะอิศร์ ว่าแกมีปัญหากับใครบางหรือเปล่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”

อิศร์สีหน้าไม่ดี เริ่มกังวลใจ เพราะชีวิตที่ผ่านมาใสสะอาดราบรื่นมาตลอด ไม่เคยสร้างศัตรูที่ไหน...แล้วเช้าวันต่อมาเมื่อมายาวีทราบเรื่องว่าอิศร์ถูกปองร้ายก็ตกใจ เธอขอร้องแพรพลอยมาเป็นบอดี้การ์ดให้อิศร์แต่ถูกปฏิเสธ แม้กรณ์ที่เป็นเพื่อนสนิทก็ช่วยกล่อมไม่สำเร็จ แต่แล้วอัมพาช่วยอีกแรงก็ทำให้แพรพลอยใจอ่อน แต่มีข้อแม้ว่าเธอจะทำงานให้เขาแค่สองสัปดาห์เท่านั้นระหว่างนี้เขาต้องให้ความร่วมมือกับตำรวจจับคนร้ายให้ได้ แล้วถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างจะกลับสู่สภาวะปกติ

อิศร์ตกลงโดยดี ยิ้มมีความสุขจะมีแพรพลอยอยู่ใกล้ชิด ด้านมายาวีก็เตรียมจัดการให้อนุภัทรเข้าไปอยู่ที่บ้านอิศร์ในฐานะคนสวนเพื่อความปลอดภัยของอิศร์อีกชั้นหนึ่ง โดยเธอเปลี่ยนทั้งทรงผมและเสื้อผ้าให้เขาเพื่อความแนบเนียน ก่อนทั้งหมดจะพาอิศร์กลับไปบ้านแล้วแจ้งให้สมาชิกในครอบครัวเดชโชดมมารับทราบ

ขณะที่อิศร์พูดคุยกับญาติๆ แพรพลอยขอตัวไปเดินสำรวจอาณาบริเวณบ้านทั้งสามหลัง กระทั่งไปเจอไอริณกำลังอาละวาดเล่นงานกรองทองที่เข้าใจว่าขโมยต่างหูไป ซึ่งวิธีลงโทษของเธอโหดมากถึงกับจะเอาเตารีดร้อนๆนาบหน้ากัน แพรพลอยทนดูไม่ได้เข้าช่วยเหลือเลยโดนไอริณตบและด่าดังลั่น แถมยังจะเอาเตารีดฟาดหน้าถ้าสุนทรไม่เข้ามาขวางเสียก่อน

ไอริณพาลโกรธสุนทรที่ปกป้องคนนอก เลยตวัดเตารีดเข้าที่หัวไหล่สุนทรจนปวดแสบปวดร้อน แต่พอรู้ว่าตัวเองเข้าใจกรองทองผิดหลังจากเรณูเอาต่างหูที่เก็บไว้มาคืนก็หน้าม้านไปเล็กน้อย

“แม่เห็นมันตกอยู่ในอ่างล้างหน้า กลัวจะร่วงหายก็เลยเก็บไว้ให้ ทีหลังมีอะไรก็ถามก่อนสิ”

“ก็ริณไม่รู้นี่”

ทุกคนส่ายหัวกับความใจร้อนของไอริณ แพรพลอยสบตาทุกคนอย่างเกรงใจ เอ่ยปากขอโทษที่ตนเป็นต้นเหตุของความวุ่นวาย อริสรามองเธออย่างไม่วางใจ พอรู้ว่าเธอมาเป็นบอดี้การ์ดให้อิศร์ก็ยิ่งระแวง แต่สำหรับไอศูรย์กลับหัวเราะร่าเมื่อเดินออกจากบ้านมาพร้อมอำพล

“ไอ้อิศร์มันขี้ขลาดนะครับพ่อ หลบใต้กระโปรงผู้หญิง น่าสมเพช”

“แต่ก็แสดงว่ามันเริ่มระวังตัว แกอย่าคิดทำอะไรบ้าๆอีกก็แล้วกัน”

“นี่พ่ออย่าบอกนะว่าพ่อกลัวบอดี้การ์ดของไอ้อิศร์ ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างนั้นถ้าคิดจะฆ่าไอ้อิศร์อีกล่ะก็ ยายนั่นไม่ครณามือผมหรอก”

“ไอศูรย์! ฉันสั่งห้ามแกแล้วนะ”

“แค่แหย่เล่นเฉยๆน่าพ่อ ผมไม่ทำอะไรมันหรอก” พูดไปแล้วแต่พอลับหลังพ่อก็เปลี่ยนสีหน้าท่าทีเป็นเหี้ยมเกรียมเพราะความชิงชังอิศร์ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจเหมือนเดิม

“แกอย่ารนหาที่ขึ้นมาอีกก็แล้วกัน ไอ้อิศร์!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:36 น.