ข่าว

วิดีโอ



บอดี้การ์ดสาว

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

มายาวีเข้าใจอนุภัทรผิดที่เห็นใกล้ชิดกับไอริณ เธอประชดเขาด้วยการออกเที่ยวเตร่กลางคืนกับเพื่อนชาย ทำให้อนุภัทรอดหึงหวงไม่ได้ และถึงกับชกต่อยเขาคนนั้นกลางผับโทษฐานทำตัวสนิทสนมมายาวีเกินเหตุ

แต่แล้วอนุภัทรกลับเป็นฝ่ายหน้าแตก เมื่อมายาวีเฉลยว่าเพื่อนชายที่เห็นแท้จริงคือตุ๊ดแต๋ว และเขาก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว...

คืนเดียวกันนี้ ธำรงกลับเข้าบ้านจะเดินผ่านโรงรถเผอิญได้ยินอำพลคุยกับไอศูรย์ด้วยเรื่อง สมชายถูกฆ่าซึ่งไอศูรย์ยอมรับว่าตนเป็นคนส่งสมชายไปฆ่าทิตาเพราะเธอหักหลัง ตามไปช่วยแพรพลอยกับอัมพา แต่สมชายดันพลาดท่าเสียเอง

“แกทำเกินไปแล้วนะ แกจะฆ่าคนเป็นผักปลาอย่างนี้ไม่ได้ ทุกอย่างมันควรจะจบที่เจ้าอิศร์คนเดียว”

“ผมบอกพ่อแล้วไงว่าใครที่มันขวางทางผมก็ต้องกำจัดให้หมด ถ้าเราปล่อยไว้เรื่องไอ้อิศร์มันก็จะแดงออกมาอยู่ดี”

“แล้วแกจะทำยังไงกับไอ้สมชาย”

“ผม บอกตำรวจแล้วว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นตั้งแต่ไอ้อิศร์ตายเราก็เลิกจ้าง มันอาจจะไปทะเลาะกับนักเลงที่ไหนก็ได้ คุณพ่อไม่ต้องห่วงหรอกครับ เรื่องนี้ไม่มีทางมาถึงเรา”

ธำรงแอบฟังและอัดเสียงไว้ด้วยโทรศัพท์มือถือ รอยยิ้มเขาผุดพรายอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วส่งคลิปนี้เข้ามือถือไอศูรย์ก่อนจะปรากฏตัวหัวเราะเยาะหยันซึ่งหน้า

“ฮ่ะๆๆ ปริศนาก็ไขกระจ่างแล้ว คนที่ทำชั่วร้าย ในบ้านนี้ทั้งหมดก็คือพี่ศูรย์นี่เอง ผมหลงคิดว่าไอ้อิศร์จะมีเอี่ยวด้วย แต่ที่แท้มันก็คือเป้าหมายของพี่กับลุงอำพล ตั้งแต่แรก นี่ใจคอพี่จะฮุบทุกอย่างเอาไว้คนเดียวเลยใช่ไหม ผมถึงติดร่างแหไปด้วย อีกไม่นานก็คงเป็นพ่อผม แล้วเผลอๆ ก็ยายริณน้องสาวพี่เองสินะ”

ไอศูรย์ฟังแล้วผงะแต่ยังไม่ยอมรับ ถามธำรงว่าพูดอะไรตนไม่รู้เรื่อง

“จะ ให้เปิดคลิปให้ฟังอีกรอบไหม เปิดดังๆให้ได้ยินถนัดๆ แต่พี่ไม่ต้องกลัวหรอกนะว่าผมจะปากโป้ง ผมเองก็ไม่ได้รักใคร่ไยดีอะไรไอ้อิศร์อยู่แล้ว เพียงแต่ว่า...ถ้าจะให้เรื่องนี้รู้กันแค่เราสามคนระหว่างผม พี่ แล้วก็ลุงอำพล

มันก็คงต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนกันหน่อย”

“แกต้องการอะไร”

“มัน ก็อยู่ที่ว่าพี่ต้องการอะไร หุ้นบริษัทส่วนของไอ้อิศร์ หรือว่าบ้านคุณปู่ หรือว่าทั้งสองอย่าง ไม่ว่าพี่จะต้องการอะไร ผมก็อยากได้เท่าๆกัน”

“ไอ้ธำรง แกนี่มัน...”

“ถ้า พี่จะด่าผม มันก็เหมือนพี่ด่าตัวเองเพราะประโยชน์อะไรก็ตามที่พี่จะได้จากการตายของไอ้ อิศร์ ผมจะต้องได้ด้วย ไม่งั้นคลิปนี้อาจจะถูกส่งไปที่ไหนก็ได้”

“แกคิดจะชุบมือเปิบ”

“ก็ ช่วยไม่ได้ที่ผมมาถูกที่ถูกเวลาพอดี ฮ่ะๆๆ พี่เก็บคลิปนั้นไว้ให้ดีล่ะ อย่าให้ใครเห็น แบ่งเค้กกัน เมื่อไหร่ผมจะยกก๊อบปี้ที่เหลือให้”

ธำรง หัวเราะสะใจ เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วจะเดินกลับบ้าน ไอศูรย์โกรธจนตัวสั่น เหลือบไปเห็นจอบใต้ต้นไม้เลยตัดสินใจชั่ววูบคว้ามาฟันเข้ากลางหลังธำรงหลาย ครั้งจนแน่นิ่ง!

“แกมันมาผิดที่ผิดเวลาต่างหาก ไอ้ธำรง!” ไอศูรย์สบถสีหน้าเหี้ยมเกรียม หลังจากนั้นรีบลากศพธำรงขึ้นรถขับออกไป โดยไม่รู้ว่าอริสราตามติดด้วยความ
สงสัย กระทั่งไอศูรย์ฝังศพธำรงริมถนนเปลี่ยว อริสราถึงปรากฏตัว ทั้งคู่มีปากเสียงกันครู่หนึ่งก่อนที่อริสราจะวิ่ง หนีไปสะดุดท่อนไม้ล้มลงสลบเหมือด ไอศูรย์กลัวเธอฟื้นจะแจ้งตำรวจจึงพาไปซ่อนตัวที่บังกะโลแห่งหนึ่ง โดยทิ้งรถธำรงเอาไว้ริมถนน...

เช้าขึ้นอนุภัทรรีบมาบอกอิศร์กับแพรพลอยว่าอริสราหายตัวไป อิศร์ตกใจเพราะเมื่อคืนเพิ่งฝันเห็นปู่มาบอกให้กลับบ้าน

“คุณ ไอริณโทร.มาเล่าให้ฉันฟังว่าไม่มีใครเห็นคุณอริสตั้งแต่เช้า ทั้งที่เมื่อคืนเธอก็ยังอยู่ที่บ้าน แล้วเธอก็ออกไปโดยที่ไม่ได้เอาอะไรไปเลย แม้แต่รถของตัวเองที่แปลกกว่านั้นก็คือนายธำรงก็หายตัวไปด้วย”

“สองคนนี้ไปเกี่ยวข้องกันได้ยังไงคะ”

“ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ที่บ้านโน้นคงจะยุ่งกันใหญ่ ผมว่าจะแวะไปดูเผื่อจะมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม”

“ฉันไปด้วย”

“จะบ้าเหรอคุณอิศร์ โผล่ไปตอนนี้เดี๋ยวก็ยุ่งกันใหญ่”

“แต่ผมนั่งรออย่างนี้ไม่ได้ ผมเป็นห่วงอริส”

ในที่สุด อิศร์กับแพรพลอยปลอมตัวเป็นคนกวาดขยะ ไปป้วนเปี้ยนหน้าบ้านอำพล ส่วนผู้กองอนุภัทรกับตำรวจอีกนายเข้ามาสอบสวนคนในบ้านเรื่องอริสรากับธำรง หายไป เรณูเพิ่งกลับจากปฏิบัติธรรมจึงไม่รู้เห็นอะไร ได้แต่เศร้าใจกับความวุ่นวายภายในบ้าน ส่วนไอศูรย์ไม่อยากเผชิญหน้าตำรวจอยู่แล้วจึงหาทางเลี่ยง บอกว่าจะไปตามหาอริสราเผื่อเธอเคืองตนแล้วหนีออกจากบ้าน

“แล้วทางคุณธำรงล่ะครับ”ตำรวจหันมาตั้งคำถาม กับอำนวย

“ธำรง เพิ่งได้ประกันตัว ผมกลัวมันก่อเรื่องอีกก็เลยคอยโทร.ตามให้มันกลับบ้าน จนครั้งสุดท้ายที่คุยกันเมื่อคืนมันบอกถึงบ้านแล้วกำลังจอดรถ ผมไม่คิดอะไรก็เลยขึ้นไปนอน แต่ตื่นมาตอนเช้าก็ไม่เห็นมันกลับมา ติดต่อไม่ได้”

“ธำรงอาจจะหนีเที่ยวตามประสามันละมั้งอำนวย แต่เรื่องที่อริสหายตัวไปนี่แหละที่น่าสงสัย” อำพลพูดออกมาโดยไม่รู้ว่าการหายตัวไปของอริสราเกี่ยวข้องกับลูกชายจอมโหดของ ตนเองโดยตรง

ไอศูรย์รีบร้อนออกจากบ้านและเกือบเผชิญหน้าอิศร์กับแพรพลอย ที่ปลอมตัวเป็นคนกวาดขยะป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้าน โชคดีที่มายาวีเข้ามาช่วยทันเวลา ทั้งคู่จึงรอดตัวไปได้...

บ่ายวันนี้ เอง ตำรวจพบศพธำรงและรถยนต์แถวบางบัวทอง อำนวยรุดไปดูศพลูกชาย แต่ไอศูรย์ยังไม่ทราบเรื่องเพราะมัวขลุกอยู่กับอริสราที่บังกะโล พยายามกล่อมไม่ให้เธอแจ้งตำรวจ และไม่ต้องกลัวเขา เพราะเขาไม่มีวันฆ่าเธอ

“ไอศูรย์...คุณกำลังทำผิดนะ อย่าทำผิดให้มากไปกว่านี้เลย ปล่อยฉันไปเถอะ”

“ไม่! ผมปล่อยคุณไม่ได้ เพราะคุณจะทิ้งผมไป”

“แต่ถ้าคุณทำอย่างนี้ เราก็ไม่มีวันจะอยู่ด้วยกันได้อีก”

“ได้ สิ เราจะได้อยู่ด้วยกัน แค่คุณรออีกนิดเดียวให้ทุก อย่างเรียบร้อย เมื่อสมบัติของไอ้อิศร์มันถูกแบ่ง ผมจะพาคุณหนีไปจากที่นี่ เราจะไปเริ่มชีวิตใหม่กัน อดทนอีกนิดนะครับอริส อีกนิดเดียว”

อริสราดิ้นรนไม่เล่นด้วย ไอศูรย์จึงมัดมือเท้าและเอาเทปกาวปิดปากเธอไว้เหมือนเดิม...

ทางด้านอิศร์ แพรพลอย และมายาวี พอรู้จากอนุภัทรว่าธำรงตายแล้ว ทุกคนต่างสลดไปตามกัน

“ศพ มีร่องรอยถูกทำร้าย แล้วถูกพาไปฝังไว้ในป่า แล้วก็จอดรถอำพรางไว้ ที่เราตามไปพบเพราะมีชาวบ้านแจ้งว่าตอนกลางดึกที่ผ่านมามีเสียงปืนดังขึ้น บริเวณนั้นหลายนัด”

“คุณธำรงมีพฤติกรรมติดการพนัน อาจจะถูกพวกมาเฟียเจ้าของบ่อนทำร้ายหรือเปล่าคะ”

“ตอนแรกตำรวจก็คิดอย่างนั้นครับ แต่ใกล้ๆกับที่เกิดเหตุเราพบสายรัดเอวที่ดูเหมือนจะมาจากเสื้อคลุมผู้หญิงตก อยู่ด้วย ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นของใคร แล้วผู้หญิงคนนั้นหายไปไหน”

“หรือว่าเป็นเรื่องชู้สาว”

“ตำรวจกำลังสืบสวนจากหลายๆทางอยู่”

“แล้วเรื่องคุณอริสล่ะคะ”

“ยัง ไม่มีวี่แววเลยครับ เพราะไม่มีใครรู้เรื่องส่วนตัวของคุณอริส เธอไม่ค่อยสนิทกับคนในบ้าน แต่พูดจริงๆนะ ผมว่าพฤติกรรมของไอศูรย์ก็แปลกๆ ดูเขาไม่ได้ตื่น ตระหนกเท่าไหร่ที่คุณอริสหายตัวไป”

“หรือว่านายไอศูรย์จะพาคุณอริสไป”

“ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าเขาจะทำแบบนั้นทำไม”อนุภัทรจนใจ คนอื่นๆพากันหนักใจ สุดจะคาดเดาเรื่องราว

ooooooo

ตกเย็น  คนอื่นๆในบ้านพากันไปงานศพธำรง แต่อำพลยังรอคอยไอศูรย์และตั้งใจจะตามไปทีหลัง แต่นึกไม่ถึงว่าระหว่างรอนี่เองทำให้เขาได้พบหลักฐานที่เป็นชนวนเหตุให้ธำรงต้องตาย

อำพลพบโทรศัพท์มือถือของธำรงที่สนามหญ้าจึงรู้เห็นคลิปการสนทนาระหว่างตนกับไอศูรย์ คนเป็นพ่อถึงกับจิตตก  ดวงตาแดงก่ำ  สะเทือนใจอย่างที่สุด  คิดไม่ถึงว่าลูกชายจะก่อเรื่องเลวร้ายไม่หยุดหย่อน

ไอศูรย์จำนนด้วยหลักฐาน  นิ่งงันไปครู่หนึ่งเมื่อโดนพ่อตบหน้าทั้งน้ำตาคลอๆ

“แกมันเกินเยียวยาแล้วไอศูรย์  ต่อไปนี้ฉันจะมองหน้าอำนวยมันยังไง”

“ผมจำเป็นต้องทำ  มันรู้ความลับพวกเรา  แล้วคนอย่างไอ้ธำรงมันไม่ซื่อสัตย์  ต่อให้เราปิดปากมันได้  แต่มันก็พร้อมจะแว้งกัดเราทุกเมื่อ ผมไม่มีทางเลือก”

“แล้วอริสล่ะ  ที่หายตัวไปเนี่ยฝีมือแกด้วยหรือเปล่า”

ไอศูรย์ก้มหน้านิ่ง  อำพลใจหายวาบ  ปวดหน้าอกจี๊ดเพราะอารมณ์เครียดถึงขีดสุด

“นี่แก...แก...ทำอะไรอริส บอกฉันซิ แกฆ่าเขาเหรอ”  อำพลตะคอกแล้วตะกายเข้าเขย่าตัวลูกชาย  ก่อนจะปวดจี๊ดจนหมดแรงทรุดลง!

ข่าวการเจ็บป่วยของอำพลรู้ถึงอิศร์ในเวลาต่อมา อิศร์ทราบมาตลอดหลายปีว่าลุงเป็นโรคหัวใจ  แต่ไม่เคยมีอาการหนักแบบนี้มาก่อน  แสดงว่าสถานการณ์ในบ้านไม่ดี

“อาจจะเป็นเรื่องเวรกรรมก็ได้นะคะ  คนที่คิดร้ายกับคุณ สุดท้ายก็หาความสุขไม่ได้ แม้แต่ไอศูรย์เอง ฉันว่าเขาก็คงกระวนกระวายที่คุณอริสหายตัวไป”
แพรพลอยปลอบด้วยเหตุผล  แต่อิศร์กลับพูดจากใจจริงว่าถึงสองคนนั้นจะร้ายกับตนยังไง  เขาก็เป็นลุงเป็นพี่ชายของตน ตนสมน้ำหน้าพวกเขาไม่ลงจริงๆ

“ฉันเชื่อแล้วว่าคุณแค้นใครไม่เป็น”

“จะหาว่าผมโลกสวยล่ะสิ”

“ใช่ คุณมันโลกสวย แต่โลกของคุณก็เลยน่าอยู่กว่าโลกของฉัน ฉันภูมิใจในตัวคุณนะคะ สมแล้วที่คุณปู่คุณอยากให้คุณเป็นผู้นำของเดชโชดม  ท่านคงเห็นเนื้อแท้ที่ดีงามของคุณมาตั้งแต่เด็ก”

“คงเป็นเพราะท่านสอนผมมาดี  บางทีที่ท่านมาเตือนให้ผมกลับไป ท่านอาจจะรู้ว่ามันถึงเวลาแล้ว”

หลังจากพูดคุยกับแพรพลอยในค่ำนั้นแล้ว  รุ่งขึ้นอิศร์ตัดสินใจไปปรากฏตัวที่บริษัทพร้อมมายาวี  เป็นเวลาที่ไอศูรย์กำลังเรียกร้องต่อที่ประชุมขอรับตำแหน่งรักษาการแทนอำพลที่ป่วยกะทันหัน

เมื่ออิศร์ปรากฏตัว  ไอศูรย์ถึงกับตะลึงตาค้างเพราะเข้าใจมาตลอดว่าเขาตายแล้ว  ขณะที่ผู้ถือหุ้นก็แตกตื่นงุนงง จนกระทั่งได้ฟังมายาวีชี้แจงก็พากันหายข้องใจ

“เรื่องที่คุณอิศร์หายตัวไป  จริงๆแล้วคุณอิศร์ไปรักษาตัวอยู่ค่ะ  แต่เพื่อความปลอดภัยก็เลยต้องปิดข่าวไว้ก่อน”

“ครับ  ผมต้องหลบไปอยู่เซฟเฮาส์  แต่ก็คอยติดตามข่าวคราวทางบ้านตลอดนะครับ  จนกระทั่งรู้ว่าคุณลุงป่วยก็เลยตัดสินใจว่าควรจะกลับมาได้แล้ว”

ไอศูรย์พยายามกลบเกลื่อนอารมณ์ช็อกและพลุ่งพล่าน  อิศร์เห็นแต่ทำเป็นไม่สนใจ

“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอันว่าคุณอิศร์ควรจะทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งคุณอำพลไปก่อน  ทุกท่านเห็นด้วยไหมคะ” มายาวีสรุป  ทุกคนเออออยิ้มย่องกับอิศร์  ยกเว้นไอศูรย์ที่ก้มหน้าก้มตาอย่างเครียดจัด

กลับมาที่ห้องทำงาน  มายาวียิ้มน้อยยิ้มใหญ่สะใจที่เห็นไอศูรย์หน้าซีดหน้าเสีย  แต่คาดว่าจากนี้ไปเขาคงแค้นอิศร์มากขึ้นกว่าเดิม

“เกิดเขาอาละวาดฆ่านายขึ้นมาแบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม นายจะทำยังไง”

“ก็ต้องทำตามแผนที่ไอ้ภัทรมันวางไว้  หลอกล่อพี่ศูรย์ไปติดกับให้เร็วที่สุด”

อิศร์สีหน้าเคร่งเครียดมีแผนบางอย่างในใจ  หลังจากนั้นเขากลับมาที่บ้านในตอนเย็น  ป้าดวงและทุกคนดีใจมาก พูดคุยกันด้วยเรื่องที่เขาหายตัวไป

“ผมจำไม่ได้เลยครับว่าเกิดอะไรขึ้น  รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลเพราะมีชาวบ้านมาเจอก็เลยพาไปส่ง โชคดีที่หมอจำได้เพราะผมรับเป็นเจ้าของไข้กรองทอง ก็เลยรีบติดต่ออนุภัทร”

“นี่กรองทองยังไม่ตายเหรอคะ” ไอริณโพล่งขึ้น...

ไอศูรย์นั่งห่างออกมา เงยหน้าขึ้นอย่างลืมตัว

“กรองทองแค่ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง แต่โดยรวมปลอดภัยดี  อีกไม่นานคงจะฟื้น  ผมก็เลยทำเรื่องย้ายกรองทองมารักษาตัวต่อที่กรุงเทพฯ จะได้หายเร็วๆ”

ไอศูรย์ซ่อนสีหน้าตกใจ  แล้วเดินกระวนกระวายเข้าไปภายในห้องที่อำพลนอนพักผ่อนอยู่  เล่าเรื่องที่เพิ่งรู้ว่ากรองทองกำลังจะฟื้น  มันต้องเปิดโปงเราแน่

“แกจะทำอะไรอีกศูรย์ พ่อขอล่ะ อย่าทำให้เรื่องมันแย่ไปกว่านี้เลย”

“แต่ถ้าผมหยุดตอนนี้  เราสองคนก็ต้องเข้าคุก”

“แล้วหนูอริสล่ะ  แกยังไม่ได้บอกพ่อเลยว่าเกิดอะไรขึ้น”

“อริสปลอดภัยดีครับ  ผมไม่มีทางทำร้ายเธอ”

“แล้วแกจะทำยังไง  ยิ่งดิ้นหนีไปเรื่อยๆ แกกับอริสก็ไม่มีทางที่จะได้อยู่ด้วยกัน”

“เมื่อทุกอย่างจบลง  ผมจะพาอริสไปจากที่นี่ เราจะทิ้งเรื่องทั้งหมดไว้ข้างหลัง  แล้วจะไม่มีใครพูดถึงมันอีก” ไอศูรย์พูดอย่างเยือกเย็น ตัดสินใจแน่วแน่ อำพลได้แต่อึ้งไปอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

ตกกลางคืน ไอศูรย์ตั้งใจไปฆ่าปิดปากกรองทองที่โรงพยาบาล โดยไม่รู้ว่าอนุภัทรซ้อนแผนเอาไว้แล้ว ด้วยการให้แพรพลอยปลอมตัวเข้ามานอนบนเตียงแทนกรองทอง

แต่แผนของอนุภัทรก็ไม่สามารถรวบตัวไอศูรย์เอาไว้ได้ แถมมายาวียังต้องมาบาดเจ็บข้อเท้าแพลงเพราะโดนไอศูรย์กระชากเป็นตัวประกันก่อนจะผลักเธอล้มถลาลงกับพื้นแล้วขึ้นรถขับหนีหายไปในความมืด

ไอศูรย์เร่งรีบมาที่บังกะโลหวังพาอริสราหนีไป ด้วยกัน แต่ต้องพบกับความว่างเปล่าเพราะเธอกระเสือกกระสนออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นเขาจึงร้อนรนกลับมาที่บ้านเพราะคิดว่าเธอน่าจะมาที่นี่ แต่กลายเป็นว่าเจอทิตามารอคิดบัญชีที่เขาส่งคนไปฆ่าเธอเมื่อคราวก่อน

ขณะทิตากับไอศูรย์ต่อสู้กัน...อิศร์กำลังคุยโทร– ศัพท์กับแพรพลอยที่โทร.มาแจ้งว่าไอศูรย์หนีรอดไปได้

“เราสงสัยว่าเขาจะกลับไปที่บ้าน ตอนนี้ตำรวจกำลังมุ่งหน้าไป...บอกทุกคนที่บ้านนั้นให้ระวังตัวด้วย คุณไอศูรย์คงกำลังจนตรอก”

“คนอื่นๆไปงานศพพี่ธำรงกันหมดครับ มีแค่ลุงอำพลที่พักผ่อนอยู่ข้างบน”

ทันใดนั้นเสียงปืนดังเปรี้ยง! อิศร์ตกใจรีบวางสายจากแพรพลอยแล้ววิ่งไปทางบ้านอำพล เห็นทิตาเอาสายยางรัดคอไอศูรย์ที่ตะเกียกตะกายจะคว้าปืนที่หล่นอยู่เบื้องหน้า

“ตายซะเถอะ! สันดานคนอย่างแกฆ่าได้แม้กระทั่งสายเลือดเดียวกัน เลวยิ่งกว่าเลว นรกเปิดประตูรอแกอยู่แล้วไอ้ไอศูรย์”

อำพลออกมาเห็นอีกคน เขายอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อไม่ให้ทิตาฆ่าลูกชาย ขณะที่อิศร์ก็พยายามขอร้องไอศูรย์ให้ยุติแล้วมอบตัว แต่ไม่มีใครฟังใครทั้งนั้น ทิตาจะแทงไอศูรย์แต่อำพลพุ่งเข้ามารับคมมีดแทน พร้อมกันนี้เธอก็โดนไอศูรย์ยิงตาย ก่อนที่เขาจะหนีไปเพราะได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจดังลั่นมา

เรณูกับไอริณขวัญเสียอย่างหนักหลังทราบข่าว พอเห็นหลักฐานความร้ายกาจของลูกชายและสามีจากโทรศัพท์มือถือธำรงที่อนุภัทรเอามายืนยันก็ยิ่งเสียใจถึงกับร้องไห้โฮ ส่วนอริสราที่หนีกลับมาบ้านในตอนเช้าก็อยู่ในอาการหวาดผวา บอกทุกคนว่าไอศูรย์จับตัวเธอไป เขาทำได้ทุกอย่าง เขาไม่ใช่คน!

เรณูพูดอะไรไม่ออก นอกจากคร่ำครวญอยากรู้ว่าไอศูรย์หนีเตลิดไปไหน อนุภัทรครุ่นคิดไม่นานก็พูดโพล่งว่าตนพอจะมีหนทางให้ไอศูรย์ยอมปรากฏตัวแล้ว...

วันเดียวกัน อิศร์ไปหาแพรพลอยที่มูลนิธิของอัมพา พูดคุยกันเรื่องการตายของทิตาหรือกระต่ายด้วยความเศร้าสลด แพรพลอยรู้สึกผิดแต่อัมพาปลอบว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ แพรทำดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยการตายของกระต่ายก็ทำให้ปัญหาทุกอย่างเคลียร์จนหมด แพรไม่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ต้องหาอีกแล้ว

“แล้วอย่างนี้มิสเตอร์ลีจะตามแพรกลับไปทำงานอีกหรือเปล่า” กรณ์สงสัย

“ไม่ได้แล้วล่ะครับ เขาไล่คุณแพรออกเอง คุณห้ามกลับไปอีกนะ ไม่งั้นผมโกรธจริงๆด้วย”

“ก็ดีเหมือนกัน แพรไม่ต้องไปฝืนใจหรอกพวกเราหาที่อยู่ใหม่กันได้”

อิศร์ชะงัก ถามกรณ์ว่าทำไมต้องหาที่อยู่ใหม่... หลังฟังเรื่องราวที่ไม่เคยรู้มาก่อน อิศร์งอนถึงกับเดินหน้ามุ่ยหนีออกมานอกบ้าน แพรพลอยตามมาขอโทษก็ยังไม่หายงอน แถมบ่นอุบว่ามีอะไรไม่เคยบอกตนเลย เห็นตนเป็นคนอื่นคนไกลอยู่ได้ ถ้าบอกเรื่องโดนไล่ที่ตั้งแต่แรกเราก็ไม่ต้องผิดใจกัน ตนหาทางแก้ปัญหาให้ได้ง่ายนิดเดียว

“ด้วยเงินของคุณใช่ไหมล่ะ ฉันถึงไม่อยากพูดไงฉัน...”

“เกรงใจ...คุณแพร เราผ่านอะไรด้วยกันมาขนาดนี้ ผมขอซื้อได้ไหมไอ้คำว่าเกรงใจเนี่ย”

“ก็ยังคิดจะใช้เงินอยู่ดี”

“ถ้าไม่ให้ซื้อด้วยเงินแล้วจะให้ซื้อด้วยอะไร จะให้ซื้อด้วยหัวใจของผมก็ได้ แต่คุณจะรับหรือเปล่าล่ะ ตอบให้ชื่นใจหน่อยสิครับ คุณจะรับหัวใจผมหรือเปล่า ถ้าคุณตอบมาคำเดียวว่าไม่ ผมจะไม่เซ้าซี้อีก แล้วผมก็จะเลิกกวนใจคุณ เพราะผมถือว่าคุณคงลำบากใจที่จะเกี่ยวข้องกับผม แต่ถ้าคุณตอบรับ เราก็จะเลิกพูดเรื่องความเกรงใจเลิกพูดปัญหาของคุณ ปัญหาของผม เพราะต่อไปนี้จะมีแต่ปัญหาของเรา”

แพรพลอยก้มหน้านิ่งขวยเขิน อิศร์รุกเร่งด้วยการเชยคางเธออย่างเบามือ

“ตอบเถอะครับ ผมรับได้ทั้งสองคำตอบ ผมจะซื้อความเกรงใจของคุณด้วยหัวใจผมได้หรือเปล่า”

“ฉันไม่มีทอนนะคะ”

“ผมไม่รับเงินทอน ผมให้หมดเลย” อิศร์กระดี๊– กระด๊าคว้าตัวเธอมากอดแล้วอุ้มหมุนไปมาด้วยความ ดีใจสุดๆ

ทางด้านมายาวียังกระเง้ากระงอดไม่อยากเจอหน้าอนุภัทร แต่เพราะเธอบาดเจ็บขาแพลงทำให้หนีเขาไปไหนไม่ได้ แต่ไม่วายพูดพาดพิงถึงบุคคลที่สาม ซึ่งอนุภัทรทราบดีว่าหมายถึงไอริณ เลยยิ่งกระเซ้าเย้าแหย่เธอเล่นอย่างอารมณ์ดี

เช้าวันใหม่ อิศร์ทำตามแผนของอนุภัทรที่ให้ลงข่าวงานศพอำพลในหนังสือพิมพ์เพื่อให้ไอศูรย์ยอมปรากฏตัว แล้วจัดฉากที่บ้านให้สมจริง โดยเตี๊ยมกับทุกคนไว้เป็นอย่างดี แต่คนที่ต้องเสี่ยงมากกว่าใครก็คืออริสรา ซึ่งทุกคนเชื่อว่าไอศูรย์รักเธอมาก  เขาไม่มีวันทำร้ายเธอแน่ และเธอยังมีตำรวจคอยระวังภัยให้อีกด้วย

ไอศูรย์เห็นข่าวแล้วมาปรากฏตัวที่บ้านจริงดังคาด และเมื่อมีโอกาสเข้าใกล้อริสราก็ฉวยโอกาสฉุดกระชากลากเธอขึ้นรถหนีไป อริสราแม้จะรู้แผนทั้งหมดแต่ก็ยังอดหวาดกลัวไม่ได้ ร่ำร้องไปตลอดทางจนอีกฝ่ายโมโห กระทืบคันเร่งพุ่งไปแรงเท่าอารมณ์ กระทั่งไปเจอด่านตำรวจที่พวกอิศร์ประสานมาก่อนหน้านี้ จึงตัดสิน ใจจอดรถแล้วกระชากอริสราวิ่งไปในป่าข้างทาง

อิศร์ แพรพลอย อนุภัทร และมายาวีตามมาสมทบตำรวจที่กำลังไล่กวดไอศูรย์ ทุกคนพยายามหว่านล้อมต่างๆนานาแต่ไอศูรย์ไม่สนใจ ยังคงลากอริสราต่อไปพร้อมกับยิงปืนใส่เป็นระยะ จนกระสุนนัดหนึ่งโดนอนุภัทรล้มลง มายาวีถึงกับกรีดร้องด้วยความตกใจ

เมื่อแผนการไม่เป็นไปอย่างที่คิด แพรพลอยจึงตัดสินใจแลกตัวประกัน “คุณไอศูรย์...ทางรอดทางเดียวของคุณคือไปกับฉัน คุณลากคุณอริสไปอย่างนี้เรื่อยๆไม่ได้หรอก คุณอริสไม่แข็งแรงจะทำให้คุณหนีลำบาก”

“ฉันปล่อยอริสไป ฉันก็ไม่เหลือใคร ไอ้อิศร์มันก็ให้เจ้าหน้าที่ฆ่าฉัน มันต้องฆ่าฉันแน่ๆ”

“ถ้าคุณมีฉัน คุณอิศร์ไม่ฆ่าคุณหรอกค่ะ”

“หมายความว่ายังไง”

“ปล่อยคุณอริสไป ฉันยอมเป็นตัวประกันให้คุณเอง คุณจะได้หนีไปได้”

อริสรามองแพรพลอยอย่างคาดไม่ถึง ไอศูรย์เริ่มสับสนลังเลใจ แต่เมื่อจวนตัวเพราะตำรวจเข้ามาใกล้ทุกทีก็ตัดสินใจกระชากแพรพลอยเข้ามาแล้วผลักอริสราออกไป จากนั้นต่อรองกับอิศร์และตำรวจห้ามเข้ามา ไม่งั้นตัวประกันตาย

อิศร์ไม่ฟังเพราะเป็นห่วงแพรพลอย พุ่งเข้าใส่ไอศูรย์เพื่อแย่งปืนจนในที่สุดแพรพลอยหลุดออกมา

แต่เขาถูกจับเป็นตัวประกันแทน อริสราเห็นไอศูรย์เอาปืนจ่อหัวอิศร์ก็ร้องลั่น วิงวอนทั้งน้ำตา แต่ไอศูรย์ไม่ฟัง กระทั่งได้ยินเธอบอกว่าเธอท้อง ที่ขอร้องก็เพื่อลูก

ไม่ใช่เพื่ออิศร์

ไอศูรย์ลังเล หวนนึกถึงวันที่ขืนใจอริสรา แต่ยังไงก็ไม่ยอมปล่อยอิศร์เพราะจนตรอก

“เอาอย่างนี้นะไอศูรย์ คุณปล่อยอิศร์ แล้วฉัน สัญญาว่าจะไปกับคุณ จะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ที่มีแต่เราสามคน คุณต้องการอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ ฉันจะไปกับคุณ ฉันยอมแล้ว”

“คุณจะทำอย่างนั้นได้เหรออริส คุณเกลียดผม คุณหาทางไปจากผมตลอดเวลา แต่คุณยอมกล้ำกลืนจะอยู่กับผมเพื่อช่วยไอ้อิศร์”

“ฉันยอมทำทุกอย่าง เพียงแต่คุณอย่าทำร้ายอิศร์...ฉันจะยอม”

“คุณยอม...ยอมไปอยู่กับผมเพื่อมัน คุณรักผมบ้างไหมอริส”

“ฉันจะบอก แต่คุณต้องปล่อยอิศร์ก่อน”

ไอศูรย์รู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้ราบคาบ หมดสิ้นทุกอย่าง พูดอย่างช้ำใจว่า

“ผมรู้...คุณเกลียดผม แต่คุณก็พร้อมที่จะฝืนใจอยู่กับผู้ชายที่คุณเกลียด เพียงเพื่อที่จะให้มันปลอดภัย ผมรู้แล้วว่าผมสู้มันไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าจะทำยังไงผมก็สู้มันไม่ได้ คุณเอามันคืนไปเถอะ ผมยอมแพ้แล้ว ในเมื่อผมไม่มีวันได้หัวใจคุณไปด้วย ผมก็จะไป...ไปตามทางของผมคนเดียว”

พูดขาดคำ ไอศูรย์ระเบิดหัวตัวเองด้วยปืนในมืออย่างรวดเร็วโดยที่ใครก็ห้ามไม่ทัน จบชีวิตหนีความผิดไปอย่างสยดสยอง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของทุกคนที่ตกใจคาดไม่ถึง!
ด้านอำพลที่ถูกทิตาแทงแต่ไม่ตาย เขาสำนึกผิดขอโทษอำนวยที่ไอศูรย์ฆ่าธำรง ก่อนจะฝากฝังให้ดูแลลูกและภรรยาของตน เพราะตนต้องไปรับโทษทัณฑ์คดีวางแผนฆ่าอิศร์หลายครั้งหลายหน ฝ่ายอนุภัทรที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บก็มีมายาวีเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด และสุดท้ายสองคนก็ลงเอยกันได้ด้วยดี ไม่ต้องเป็นคู่หมั้นปลอมๆอีกต่อไป

เมื่อคู่ของเพื่อนรักสมหวัง อิศร์ก็อยากมีวันดีๆแบบนั้นบ้าง จึงวางแผนยกขบวนขันหมากไปสู่ขอแพรพลอยในเช้าตรู่วันหนึ่ง โดยมีอำนวยและเรณูเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายชาย แต่กลายเป็นว่าต้องผิดหวังถูกสาวเจ้าปฏิเสธ ด้วยเหตุผลเห็นแก่อริสราที่รักอิศร์มาก

สองคนเจรจากันในบ้านตามลำพังโดยไม่รู้ว่าอริสราแอบฟังอยู่เงียบๆ

“คุณอริสเธอตัวคนเดียว แล้วก็กำลังจะมีลูก ถ้าคุณปุบปับตัดสินใจแต่งงานกับฉัน คุณคิดบ้างหรือเปล่าว่าเธอจะรู้สึกยังไง เธอเสียสามีไปคนนึงแล้ว ถ้าเธอต้องเสียคุณ...”

“คุณแพร คุณคิดมากไปแล้วนะ”

“ฉันต้องคิดมากค่ะ เพราะฉันเป็นคนใช้ชีวิตแบบยึดหลักเหตุผล ฉันไม่ได้ทำอะไรไปตามอารมณ์หรือความคึกคะนอง คุณพาขบวนของคุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ ให้เวลาฉันคิดมากกว่านี้ แล้วก็ให้เวลาตัวคุณเองด้วย บางทีเมื่อหน้าที่ใหม่ของคุณเริ่มต้น คุณอาจจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นก็ได้ว่าคุณต้องการอะไรและใครกันแน่”

อิศร์จนด้วยเหตุผล เดินคอตกออกมายังขบวนขันหมาก โดยไม่เห็นอริสราเดินเข้าไปหาแพรพลอย

“คุณแพร...ฉันได้ยินทุกอย่างหมดแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่คิดถึงความรู้สึกของฉัน แต่เรื่องของฉันกับอิศร์มันคงไม่มีทางจะเริ่มต้นได้หรอกค่ะ ที่จริงฉันควรจะยอมรับความจริงข้อนี้ให้ได้มานานแล้ว แต่ฉันก็ปฏิเสธมันมาตลอด จนกระทั่งเมื่อคุณทั้งสองคนตามไปช่วยเหลือฉัน คุณอาสาจะเป็นตัวประกันของไอศูรย์แทนฉัน ในวินาทีที่คุณสองคนพยายามปกป้องกันและกันจากไอศูรย์ มันทำให้ละอายใจ แล้วก็เพิ่งสำนึกในตอนนั้นว่าฉันควรจะยอมแพ้ เช่นเดียวกับที่ไอศูรย์ยอมแพ้...วันนี้ฉันกำลังจะมีลูกกับไอศูรย์อีกครั้ง และอิศร์ก็จะเป็นได้เพียงอาของแกเท่านั้น ฉันอยากให้ลูกมีพ่อเพียงคนเดียว แม้เขาสองคนจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก คุณไม่ต้องห่วงความรู้สึกฉันหรอกค่ะ ทำตามใจที่คุณต้องการดีกว่า”

“แต่แพรคิดว่า...”

“คุณแพรคะ ถ้าคุณรักอิศร์ก็อย่าทำให้เขาต้องเสียใจเลยนะคะ อิศร์เป็นคนดีเกินกว่าที่จะต้องมาผิดหวังซ้ำซากเพราะผู้หญิงที่เขารัก ให้ฉันเป็นคนสุดท้ายที่ทำร้ายเขาเถอะค่ะ”

แพรพลอยยอมจำนนในที่สุด เธอออกมาถามอิศร์ที่กำลังเตรียมตัวยกขบวนกลับบ้านว่า ฤกษ์กี่โมง ยังทันหรือเปล่า อิศร์ยิ้มร่าตอบรับว่าทันแน่นอน ดังนั้นพิธีหมั้นจึงเริ่มขึ้นด้วยความยินดีของทุกคน

เสร็จพิธี...อิศร์จูงมือแพรพลอยออกมาหวานกันสองคน ฝ่ายชายพูดถึงแหวนที่สวมนิ้วให้เธอว่าเคยคะยั้นคะยอให้ลองใส่แล้วเกือบจะถอดไม่ออก ก็เลยคิดว่ามันคงอยากมาอยู่กับเธอตั้งแต่ตอนนั้น

“ฉันจำได้ค่ะ แล้วฉันก็รู้มาตั้งนานแล้วว่าคุณซื้อมา”

“อ้าว...รู้ได้ไง”

“คุณเอาติดตัวไปตอนที่ถูกมิสเตอร์ลีจับไปซ้อม”

“โธ่...อย่างนี้ก็ไม่เซอร์ไพรส์น่ะสิ”

“แค่นี้ยังเซอร์ไพรส์ไม่พออีกหรือไงคะ”

“เตรียมใจไว้ได้เลยนะคุณแพร แต่งงานกับผมไปคุณต้องเซอร์ไพรส์บ่อยแน่ เพราะผมชอบเรื่องตื่นเต้น”

“คงไม่มีอะไรตื่นเต้นมากเท่าที่ผ่านมาแล้วมั้งคะ ชีวิตคุณคงจะสงบสุขเสียที”

พูดไม่ทันขาดคำ ได้ยินเสียงดังปังติดกันหลายครั้งเหมือนเสียงปืน แพรพลอยรีบปกป้องอิศร์ด้วยสัญชาตญาณบอดี้การ์ด เธอชักปืนออกมาจากชุดไทยที่สวมใส่ ทำเอาอิศร์ถึงกับทึ่งจัด แล้วเสียงนั้นก็เป็นเพียงประทัดที่เปี๊ยกกับเพื่อนๆจุดเล่นกัน

“โอ้โห...นี่ขนาดชุดแบบนี้คุณยังเหน็บปืนได้อีก เหรอ” ว่าแล้วอิศร์ดึงปืนมาเก็บ “ต่อไปนี้คุณไม่ต้องใช้แล้วนะผมขอปลดคุณจากตำแหน่งบอดี้การ์ดให้เป็นแค่ภรรยานายอิศร์ เดชโชดม มีหน้าที่คุ้มครองหัวใจของผมคนเดียวเท่านั้น”

แพรพลอยยิ้มเขินก่อนพยักหน้ายินยอม อิศร์มีความสุขสุดๆ บรรจงจุมพิตเธออย่างนุ่มนวล ดูดดื่ม...

ooooooo

–อวสาน–


ละครบอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านบอดี้การ์ดสาว ติดตามบอดี้การ์ดสาว ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 28 พ.ย. 2556 09:01 2013-11-30T00:55:45+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ