ตอนที่ 7
ไม่ใช่แค่มองอย่างเดียว กรพงศ์ย่างสามขุมเข้าหาอีกด้วย รสรินถึงกับถอยกรูด ปากคอสั่นไล่เขาไปห่างๆ เขาไม่ฟังเดินเข้ามาประชิดตัวเธอต้องหลับตาปี๋กอดอกตัวเองไว้อย่างปกป้อง กรพงศ์ยื่นมือมาผลักหัวเธอหลบอย่างแรงจนเซแซดๆฐานเกะกะ เธอลืมตามองงงๆ
“ไม่ทำอะไรฉันเหรอ”
กรพงศ์เบ้ปากอย่างน่าตบแล้วเดินเลยไปหยิบผ้าห่มบนเตียงมาปูที่พื้นข้างๆ ก่อนจะโยนหมอนตาม รสรินเดินเลี่ยงมารื้อกระเป๋าเดินทางที่เด็กรับใช้ยกขึ้นมาให้พลางหันมาทางเขา
“รู้หน้าที่นี่ว่าต้องทำยังไง เอาหมอนข้างลงไปด้วยก็ได้ฉันยกให้”
รสรินคาดผิดคิดว่ากรพงศ์จะเป็นสุภาพบุรุษยกเตียงให้นอน ที่ไหนได้เขาไล่เธอลงไปนอนที่พื้น เธอไม่ยอมแพ้ยืนยันจะนอนบนเตียงแล้วทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างยักคิ้วท้าทาย กรพงศ์หัวเราะในลำคอ ก้มลงไปหยิบหนังสือปลุกใจเสือป่าขึ้นมาโยนเกลื่อนเตียง เธอทั้งอายทั้งโกรธแต่ต้องข่มเอาไว้ ยังคงนั่งเชิดหน้าทำเหมือนไม่สะทกสะท้าน กรพงศ์ตัดสินใจใช้ไม้เด็ด หยิบกล่องถุงยางอนามัยชนิดยกโหลขึ้นมาเทลงบนเตียง
คราวนี้ได้ผลรสรินลุกพรวดชี้หน้าจะด่า กรพงศ์กลับกล่าวหาว่าเธอขโมยถุงยางของเขาแล้วชี้ไปที่ก้น เธอเหลียวหลังขวับเห็นถุงยางอนามัยติดอยู่หนึ่งซอง กรี๊ดสนั่นเอาปาใส่หน้าเขาแล้ววิ่งไปเปิดประตูจะออกจากห้อง พิมพ์เพทายที่เอาหูแนบกับประตูอยู่ถึงกับหน้าทิ่ม ก่อนจะยิ้มกลบเกลื่อน
“พิมพ์...พิมพ์ว่าจะมาถามพี่รสอยากได้อะไรเพิ่มไหม”
รสรินยังไม่ทันจะพูดอะไร กรพงศ์ตะโกนถามน้องสาวขึ้นเสียก่อนว่ามาแอบฟังหรือ เธอปฏิเสธว่าเปล่าแค่จะแวะมาดูมีอะไรขาดหรือเปล่า กรพงศ์ชูถุงยางอนามัยให้ดู
“ไม่ขาด นี่อย่างดีเหนียวหนึบ”
พิมพ์เพทายอายมากรีบหันหน้าหนี บอกกับรสรินโดยไม่มองหน้าว่าขอตัวกลับห้องก่อนแล้ววิ่งปรู๊ดไปเลย ไม่สนใจรสรินที่พยายามจะขอความช่วยเหลือ
กรพงศ์ยังคงสนุกสนานกับการแกล้งรสรินแม้กระทั่งตอนจะนอน...
ด้านอรอาภาเห็นสาวใช้ของตัวเองจิกหมอนดูฉากเลิฟซีนของพระเอกกับนางเอกก็เบ้ปากหมั่นไส้ จะอินอะไรขนาดนั้น เธออธิบายจะไม่อินได้อย่างไรลุ้นจนเหนื่อยให้พระเอกได้นางเอกสักที
“สมน้ำหน้าอีตัวอิจฉา พระเอกนางเอกฟินกัน ส่วนมันก็ต้องนั่งแห้งดูทีวีกับคนใช้” บ่นเสร็จอรอาภารู้สึกแปลกๆ ทำไมฉากนางอิจฉากับคนใช้ในทีวีเหมือนตัวเองไม่มีผิดเพี้ยน
“สุดท้ายพระเอกเขาก็เลือกนางเอกอยู่ดี โง่นัก หวังลมๆแล้งๆ” สาวใช้ยังอินไม่เลิก
อรอาภาทนดูต่อไปไม่ไหว คว้ารีโมตฯมาปิดทีวี สาวใช้บ่นอุบปิดทำไมกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เธอไม่อยากดูแล้วไล่ตะเพิดสาวใช้ไปดูที่ห้องตัวเอง ก่อนจะนั่งหน้าเครียดกลัวจะเป็นแบบในละคร
ooooooo
พิมพ์เพทายกำลังซุบซิบอยู่กับศักดิ์สกุลที่โต๊ะอาหาร พอเห็นรสรินช่วยจิ้งหรีดถือหม้อข้าวต้มเข้ามาสองพ่อลูกหยุดเม้าท์ทันที รสรินเห็นพิมพ์เพทายมอง ยิ้มๆถามว่าคุยอะไรกันอยู่ ศักดิ์สกุลเปลี่ยนเรื่องว่าคุยถึงละครหลังข่าวเมื่อคืน พระเอกกับนางเอกแซ่บดี รสรินไม่รู้มาก่อนว่าท่านชอบดูละคร
“ก็นานๆดูทีเนอะพิมพ์เนอะ” ศักดิ์สกุลว่าแล้วหันไปพยักพเยิดกับลูกสาว
“ค่ะ เอ๊ะแล้วนี่พี่กรยังไม่ลงมาอีกเหรอคะ” พิมพ์เพทายยิ้มมีเลศนัย รสรินตอบอย่างพาซื่อ ตอนตนลงมาเขายังไม่ตื่น พูดไม่ทันขาดคำกรพงศ์เดินหาวหวอดๆเข้ามา
“หนักล่ะสิ” ศักดิ์สกุลพูดขึ้นลอยๆ กรพงศ์ได้ยินไม่ถนัดถามว่าพูดอะไร ท่านเฉไฉพูดเรื่องอื่นกลบเกลื่อน เขาไม่ติดใจสงสัยอะไร หันไปถามสาวใช้หวังจะให้กระทบถึงรสรินว่ามีอะไรกินบ้างคงไม่จัดส้มตำมาให้กินแต่เช้า จิ้งหรีดรายงานว่ามีข้าวต้มปลา เธอกับรสรินช่วยกันทำ กรพงศ์ทำท่าตกใจ ข้าวต้มปลาอะไรปลากะพงปลานิลหรือปลาร้า ประโยคสุดท้ายพูดใส่หน้ารสรินที่นั่งอยู่ข้างๆ หญิงสาวฝืนยิ้มให้
“ปลากะพงค่ะ ส่วนปลาร้าน่ะอยู่ในปากคุณโน่น ไม่ได้แปรงฟันมาเหรอกลิ่นเน่าโชยมาเชียว”
กรพงศ์เสียความมั่นใจหุบยิ้มทันที แล้วเบือนหน้าไปพิสูจน์ลมหายใจตัวเอง ก่อนจะหันกลับมาบอกรสรินว่าไม่เห็นมีกลิ่นอะไรเลย มีแต่กลิ่นหอมชื่นใจถ้าไม่เชื่อให้เธอลองดมใหม่แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ รสรินเอามือยันหน้าเขาไว้ ยื้อกันไปยื้อกันมาจนเหลือบไปเห็นศักดิ์สกุลกับพิมพ์เพทายแอบกระซิบกระซาบกันยิ้มๆ ทั้งคู่ถึงได้ผละออกจากกัน แถมเขยิบเก้าอี้หนีอีกด้วย...
ด้านศักดิ์สกุลหลอกให้กรพงศ์ดีใจโดยทำทีหยิบกุญแจรถอีกคันหนึ่งให้ พอเขายื่นมือจะรับ ท่านกลับส่งกุญแจให้รสรินแทน อ้างเขายังขับรถไม่ได้โดนคาดโทษอยู่
“จริงๆยังไม่น่ารีบไปทำงานกันเลย น่าจะไปฮันนีมูนกันก่อน”
“ฮันนีมูนอะไรครับคุณพ่อ ได้ตังค์วันละ 500 แค่นี้ จะให้ไปไหน”
ศักดิ์สกุลหันไปพยักพเยิดให้พิมพ์เพทายหยิบบัตรเครดิตที่เพิ่งเปิดใหม่ยื่นให้กรพงศ์ แล้วเตือนไม่ให้ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเหมือนคราวก่อนอีก เขายังไม่ทันยื่นมือไปรับ รสรินคว้าตัดหน้าไปเสียก่อน จะขอเก็บไว้ให้เขาเอง หากเขาอยากได้อะไรให้มาบอกเธอจะช่วยคิดให้ว่า
อันไหนจำเป็นอันไหนไร้สาระ ศักดิ์สกุลเห็นดีด้วย แต่กรพงศ์ไม่ยอมจะแย่งคืน เธอรีบเก็บใส่กระเป๋าถือ แล้วเดินไปขึ้นรถ กรพงศ์รีบวิ่งตาม
รสรินแกล้งเคลื่อนรถออกไป กรพงศ์ตาเหลือกวิ่งตามไปคว้าประตูเปิดออกโดดขึ้นรถอย่างทุลักทุเล ศักดิ์สกุลมองตาม อยากให้เป็นแบบนี้ไปตลอด พิมพ์-เพทายเห็นสีหน้าของท่านถามว่ามีอะไรกังวลใจหรือ
“ก็ตัวปัญหามันยังไม่ยอมเลิกรานี่”
ooooooo
อรอาภาตัวปัญหาของศักดิ์สกุลกำลังสร้างปัญหาให้คนอื่นอีก เบี้ยวนัดหน้าตาเฉยเนื่องจากไม่มีอารมณ์จะไปงานอีเวนต์เพราะเครียดเรื่องกรพงศ์ ออกาไนซ์โทร.ตามเธอกลับไล่ให้ไปหาคนอื่นมา
ทำแทนแล้ววางสายใส่อย่างหงุดหงิด ระหว่างนั้น สาวใช้หิ้วถุงใส่กระปุกปลาร้าแม่ศรีไทยแลนด์เข้ามา
“คุณอรขา ไอ้ที่คุณอรซื้อมานี่จะให้เอาขึ้นโต๊ะมื้อไหนคะ”
เจ้านายสาวคิดแผนชั่วขึ้นมาได้สั่งให้สาวใช้วางถุงไว้ แล้วจะไปไหนก็ไป ครั้นสาวใช้ลับสายตา อรอาภาเทกระปุกปลาร้าออกจากถุง หยิบมือถือมาถ่ายสภาพกระปุกเอาไว้ แล้วเก็บใส่ถุงอย่างเดิมหิ้วไปที่ถังขยะหลังบ้าน เปิดกระปุกปลาร้าด้วยท่าทางรังเกียจสุดๆ สาวใช้ออกมาเห็นก็ร้องเอะอะ
“คุณอรทำอะไรคะ เอาไว้ตรงนั้นเดี๋ยวหนอนก็ขึ้นพอดี แมลงวันเยอะจะตายเดี๋ยวมันได้ลงไปไข่”
“ก็ดีสิ งั้นก็ปล่อยไว้แบบนี้ล่ะ หนอนขึ้นเมื่อไหร่แกเรียกฉันด้วยละกัน แล้วอย่าให้ใครมาเอาของฉันไปทิ้งล่ะ ไม่งั้นฉันจะให้แกคุ้ยขยะขึ้นมา เข้าใจไหม” อรอาภาตวาดแว้ด สาวใช้ได้แต่พยักหน้ารับคำ...
ที่งานอีเวนต์ซึ่งอรอาภาเบี้ยวนัด เจ๊ออกาไนซ์กำลังวิ่งขาขวิดหาคนมาแทน พลวัฒน์บังเอิญอยู่ที่นั่นด้วย ถึงได้รู้พฤติกรรมของเธอจากปากเพื่อนนักข่าวและยังรู้อีกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก เห็นว่าวันที่ไฮโซหนุ่มที่ตัวเองไปติดพันแต่งงาน เธอก็เบี้ยวนัดตามไปงานแต่ง ของเขาด้วย ไม่รู้เจ้าสาวของเขายอมได้อย่างไร
“แกก็เหอะ เห็นว่านัดเปิดห้องให้เล่มแกอยู่ ไม่ใช่เหรอ ระวังจะโดนเบี้ยวด้วยนะเว้ย”
พลวัฒน์ไม่สน เบี้ยวก็หาคนใหม่ ดารามีเยอะแยะ...
ในเวลาเดียวกัน พิมพ์เพทายแนะนำให้รสรินรู้จักกับบรรดาพนักงานในบริษัท และพาเดินชมตามแผนกต่างๆโดยมีกรพงศ์คอยล้อเลียนอยู่ตลอดเวลา หลังพาทัวร์เสร็จ พิมพ์เพทายถามรสรินว่าอยากจะทำงานในส่วนไหน เธอแล้วแต่พิมพ์เพทายกับศักดิ์สกุลจะให้รับผิดชอบแผนกไหนทำได้หมด กรพงศ์แขวะทันทีว่าขี้คุย เธอปรายตามองแวบหนึ่งแล้วหันมาถามพิมพ์เพทายถึงเรื่องนวลพรรณ
“อ๋อ พิมพ์บอกกับคุณนัทประชาสัมพันธ์ไว้แล้ว ยังไงถ้านวลเขาพร้อมเมื่อไหร่ก็ให้มาได้เลยค่ะ ถ้าอย่างนั้นสำหรับพี่รส พิมพ์ขอให้ช่วยพี่กรไปก่อนได้ไหมคะ เพราะงานของพี่กรที่ผ่านมาค่อนข้างชุ่ย สะเพร่า สกปรกน่ะค่ะ” พิมพ์เพทายหลอกด่าพี่ชายตัวเองหน้าตาเฉย รสรินยินดีจะช่วยดูไม่ให้งานเป็นอย่างนั้นอีก กรพงศ์โกรธที่สองสาวทำราวกับเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น...
ในเวลาต่อมา รสรินนั่งตรวจเอกสารสลับกับตรวจดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ขณะที่กรพงศ์นั่งไขว่ห้างดูอยู่ใกล้ๆอย่างหมั่นไส้ เธอมัวแต่สนใจงานตรงหน้า กระทั่งเห็นความผิดปกติบางอย่าง หันไปจะถาม แต่เขาหายตัวไปแล้ว เห็นหลังไวๆเดินออกจากออฟฟิศ รสรินเดินไปถามพนักงานคนอื่นว่าพิมพ์เพทายอยู่ไหน ได้ความว่าติดประชุมอยู่กับศักดิ์สกุล เธอก็เลยตัดสินใจจัดการเรื่องนี้เอง เดินกลับมาที่โต๊ะทำงานพลางบ่น
“ตาบ้าเอ๊ย ชุ่ยจริงๆด้วย”
ooooooo
คนที่ทำงานผิดพลาดกลับหลบไปนั่งดื่มกาแฟอย่างสบายอารมณ์ที่ร้านกาแฟใกล้ๆ หยิบบัตรเครดิตที่เพิ่งได้ใหม่ขึ้นมาดู อรอาภากระแทกตัวลงนั่ง พลางบ่นหาจนทั่วมาอยู่นี่เอง
“อรมาถึงนี่เลยเหรอครับ”
อรอาภากำลังอารมณ์เสียปรี๊ดแตกจะถามแบบนี้ทำไม หรือเห็นเธอเป็นคนแปลกหน้าสำหรับกรพงศ์ไปแล้วถึงจะมาหากันไม่ได้เลย เขาพยายามแหย่ให้เธออารมณ์ดีแต่ไม่ได้ผล เธอต้องการรู้ว่าเมื่อคืนนี้เขากับนังนั่นถึงไหนกันแล้ว เขาปฏิเสธว่าไม่มีอะไร ต่างคนต่างนอน เคยบอกเธอแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้น และกำลังหาทางไล่ไปให้พ้นหน้า อรอาภาถึงยิ้มออกมาได้เข้าไปกอดแขนเขาไว้
“รักกรจังเลยค่ะ”
กรพงศ์ขอร้องอย่าทำอย่างนี้ ที่นี่ติดกับออฟฟิศของเขา เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะยุ่ง แล้วพยายามแกะแขนอรอาภาออก เธองอนสะบัดแขนเขาออกแล้วลากเก้าอี้ไปนั่งห่างๆ...
ทางด้านเรือนแก้วรีบบอกข่าวดีให้สายบัวรับรู้ว่าทางห้างฯที่รสรินเคยเอาน้ำพริกปลาร้าไปเสนอขาย โทร.มาตอบตกลงให้เอาของไปวางได้แล้ว ส่วนจะสั่งจำนวนเท่าไหร่ ทางนั้นจะแจ้งมาอีกที เขาโทร.หารสรินแต่ไม่มีใครรับสายก็เลยโทร.มาที่นี่ ถ้าเกิดลูกไม่ว่าง เธอจะเข้าไปคุยกับทางห้างฯเอง สายบัวยิ้มมีความสุข
“เยี่ยมเลยว่ะ เพี้ยง ขอให้มีอย่างนี้เข้ามาเรื่อยๆรับรองเราได้กลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนแน่ๆ”...
เมื่อเห็นสมควรแก่เวลา กรพงศ์บอกให้อรอาภากลับไปก่อน เธอไม่ยอมกลับ จะไปนั่งทำงานกับเขาเผื่อมีอะไรให้ช่วย เขาขอร้องอย่าทำอย่างนั้นไว้ตอนเย็นเรานัดเจอกันอีกทีจะดีกว่า เธอหาว่าเขากลัวรสรินถึงไม่ยอมให้เธออยู่ด้วย เขาไม่ได้กลัวผู้หญิงคนนั้นแต่กลัวคุณพ่อจะยึดบัตรเครดิตที่เพิ่งได้ใหม่คืนต่างหาก
“อ้างโน่นอ้างนี่ ไหนว่าเรื่องของเราจะไม่เปลี่ยนไปไงคะ”
“ก็ได้ครับ แต่ต่อหน้าคนอื่น อรอย่ามาอะไรกับผมเยอะนะครับ”
“อรรู้ว่าอะไรควรไม่ควรหรอกน่า”
ooooooo
อรอาภารับปากดิบดี แต่กลับเกาะแขนกรพงศ์ แจตั้งแต่ออกจากร้านกาแฟยันถึงออฟฟิศ เขาพยายามดึงแขนตัวเองออกแต่เธอเกาะแน่นราวกับปลิง แต่อยู่ๆเธอปล่อยมือเองสีหน้าตกใจ กรพงศ์หันมองตามสายตาของเธอเห็นพ่อยืนหน้าเครียดอยู่ เขายังไม่ทันแก้ตัวเรื่องที่กลับมากับอรอาภา
ศักดิ์สกุลโยนโบรชัวร์ที่เคยสั่งให้เขาตรวจดูให้ดีๆก่อนส่งพิมพ์ลงตรงหน้าด้วยความฉุนเฉียว ต่อว่าเขาที่ทำงานไม่รอบคอบทำให้เกิดความเสียหาย นี่ถ้ารสรินไม่ตรวจเจอ ไม่รู้จะบานปลายไปถึงไหนแล้ว
“เหอะ ที่แท้ก็แม่นี่ คงอยากได้หน้ามากถึงได้หาเรื่องจับผิดกร” อรอาภาพยายามเสี้ยม
พิมพ์เพทายช่วยยืนยันนี่ไม่ใช่การจับผิดแต่กรพงศ์ ทำผิดจริงๆ เพราะทั้งขนาดห้องและราคาไม่ตรงกับความเป็นจริง ลูกค้าที่วางเงินจองไปแล้ว อาจหาว่าเราหลอกลวงได้ ศักดิ์สกุลโวยวายมีคนร้องเรียนไปแล้วด้วย ท่านเพิ่งวางสายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
“โอ๊ย จะอะไรกันนักกันหนา ใครโวยวายมากก็คืนเงินมันไปก็แค่นั้น อีพวกลูกค้าพวกนี้ก็จริงๆเลย ผิดนิดผิดหน่อยเป็นไม่ได้ เงินก็ต่างกันไม่เท่าไหร่ไม่ใช่เหรอ”
รสรินโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด “คนทำมาหากินจะน้อยจะมาก มันก็มีค่าทั้งนั้นแหละ อย่าเอาตรรกะของตัวเองมาวัดคนอื่นสิคะคุณอรขา”
อรอาภาโวยใส่ไปขอความเห็นจากรสรินตั้งแต่เมื่อไหร่ พิมพ์เพทายขอร้องให้อรอาภาช่วยเงียบๆก่อนได้ไหม คนถูกห้ามหน้าหงิกทันที ศักดิ์สกุลโทษตัวเองไม่น่าไว้ใจลูกชายตัวดีเลย
“รสว่าอย่าเพิ่งว่ากันเลยค่ะ หาทางแก้กันก่อนดีกว่า”...
ท่านวีระหูไวตาไวรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริษัทของศักดิ์สกุล สั่งให้เลขาฯไปหาข้อมูลที่ทางนั้นถูกร้องเรียนว่ามีกี่ราย จะได้เก็บไว้เป็นข้อมูล ถึงเวลาเมื่อไหร่จะได้ถล่มทีเดียว
“มันล้มเมื่อไหร่ค่อยทำทีไปช่วยพวกมันละกันถึงตอนนั้นให้ทำอะไรมันก็ต้องทำ” ท่านวีระยิ้มเจ้าเล่ห์
ooooooo
ที่บริษัทศาสตราบุรินทร์ รสรินกับกรพงศ์กำลังหัวฟูช่วยกันแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยเธอคีย์คอมพิวเตอร์ ส่วนเขาเช็กรายละเอียดในแฟ้มเอกสาร อรอาภาชวนกรพงศ์ยิกๆให้กลับ คนอื่นกลับกันหมดแล้วจะอยู่ทำไม เขาจะทำอย่างนั้นได้อย่างไรต้องอยู่ช่วยแก้ไขก่อน
“ก็ให้แม่นั่น...ภรรยาคุณเขาทำไปสิ”
“นี่มันงานผมนะครับอร ผมก็ต้องแก้ด้วยสิ”
อรอาภาบ่นไม่เลิกจนรสรินรำคาญ ขอร้องถ้าจะอยู่ก็ให้เงียบเสียงหน่อยหรือไม่ก็ให้พากันกลับไปได้เลยตนทำคนเดียวได้ กรพงศ์กับรสรินมีปากเสียงเถียงกัน เธอทนไม่ไหวเชิญเขาทำเอง แล้วลุกออกจากห้อง อรอาภายิ้มพอใจที่เธอไปพ้นหน้าสักที งานแค่นี้กรพงศ์ทำเองได้อยู่แล้ว
“รีบทำเถอะนะคะกร จะได้กลับๆกันสักที”
กรพงศ์จำใจลุกมานั่งตรงหน้าคอมพิวเตอร์ ลงมือทำอย่างเงอะๆงะๆ...
รสรินไม่ได้หนีกลับบ้านแค่ลงมากินข้าวแกงข้างถนนเพื่อจะได้มีแรงทำงานต่อ ระหว่างนั้นเรือนแก้วโทร.มาแจ้งข่าวดีเรื่องห้างฯที่ลูกไปเสนอสินค้า เขาติดต่อกลับมาแล้ว รสรินยิ้มอารมณ์ดีทันที
“จริงเหรอจ๊ะแม่ ตายจริงรสมัวแต่ยุ่งไม่ได้ดูโทรศัพท์เลย...จ้ะ เดี๋ยวรสจะรีบติดต่อเขากลับไปทันทีเลย จะได้รีบเปิดออเดอร์...จ้ะ คุณกร...ช่างหัวเขาเถอะ อย่าไปพูดถึงเขาเลยจ้ะ กำลังอารมณ์ดีๆ” รสรินกินไปพลางคุยกับแม่ไปด้วยสีหน้ามีความสุข...
กินข้าวเสร็จ รสรินแวะซุปเปอร์มาร์เกตดูสินค้าต่างๆจนมาถึงโซนเครื่องปรุง หยิบกระปุกน้ำพริกปลาร้าสับของยี่ห้ออื่นขึ้นมาดูเปรียบเทียบ ก่อนจะกวาดลงตะกร้าใส่สินค้าเกือบทุกยี่ห้อ แล้วเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงโซนของขบเคี้ยว หยิบใส่ตะกร้าแล้วนึกถึงกรพงศ์ขึ้นมาได้ รีบเดินไปชำระค่าสินค้า
ระหว่างเดินผ่านศูนย์อาหารรสรินมองอย่างลังเลก่อนจะตัดสินใจแวะซื้อของกินไปฝากกรพงศ์...
อาการหงุดหงิดของอรอาภากลับมาอีกครั้ง เนื่องจากรอนานมากกรพงศ์ยังไม่เสร็จสักที เธอบ่นหิวจะตายอยู่แล้ว ทำไมไม่ปล่อยไว้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อหรือไม่ก็เรียกใครมาทำแทนแล้วจ่ายค่าล่วงเวลาให้
“อรเข้าใจไหมครับว่านี่มันงานผม แล้วผมเป็นคนทำพลาดเอง”
“เดี๋ยวนี้กลายเป็นคนมีความรับผิดชอบตั้งแต่เมื่อไหร่คะ หรือว่าพอแต่งงานแล้วเลยคิดได้”
กรพงศ์ไม่เข้าใจจะพูดประชดเพื่ออะไร เขาเองก็ไม่ได้อยากทำ ง่วงก็ง่วงหิวก็หิว แล้วขอให้อรอาภากลับไปก่อน จะได้ไปพักผ่อน ไว้ค่อยโทร.หากันทีหลัง เธอคว้ากระเป๋าเดินสะบัดจากไป กรพงศ์ถอนใจเหนื่อยใจ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้หลับตาลงอย่างหมดแรง
สักพักรสรินเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นกรพงศ์นั่งหลับตาอยู่ทั้งสงสารทั้งสมเพช เดินมาหยุดตรงหน้าเอาถุงใส่อาหารอังที่หน้าผาก เขาสะดุ้งเกือบตกเก้าอี้ ร้องลั่นว่าร้อน เธอไม่สนใจเดินไปดูที่จอคอมพิวเตอร์
“นี่ยังไม่ไปถึงไหนเลยเหรอ ฉันออกไปเป็นชั่วโมงทำได้แค่นี้เหรอ ถอยๆๆเกะกะ” รสรินวางถุงใส่อาหารไว้ พลางไล่เขาลุก แล้วนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์แทน กรพงศ์ไม่วายต่อว่าว่าสุดท้ายเธอก็กลับมาเอาหน้า
“ข้าวในกล่องน่ะกินๆเข้าไปปากจะได้ไม่ว่าง”
กรพงศ์หิวแทบแย่แต่ทำเป็นบ่นใครบอกให้ซื้อมาไม่ได้ขอสักหน่อย บ่นไปตักข้าวกล่องกินไปด้วย อึดใจ หมดเกลี้ยงเพราะหิวจัด...
ขณะที่รสรินเร่งทำงานให้เสร็จๆ ดวงกมลเข้ามาทวงถามศักดิ์สกุลถึงเงินสินสอดที่ฝ่ายหญิงต้องจ่ายให้เราอยู่ไหน แต่งกันนานแล้วยังไม่เห็นเงินเลย เขาอ้างว่าเอาเงินใส่บัญชีแยกไว้ต่างหาก สมุดบัญชีทิ้งไว้ที่ทำงานไม่ได้เอาติดมา ดวงกมลสั่งให้วันพรุ่งนี้เขาเอาสมุดบัญชีที่ว่ากลับมาด้วย เธอจะเก็บไว้เอง
“ฉันไม่เอาไปช็อปปิ้งหรอกน่า เงินก้อนนี้ฉันจะเก็บเอาไว้คราวจำเป็นก็แล้วกัน ตกลงตามนี้นะ พรุ่งนี้คุณเอาสมุดมาให้ฉันเป็นคนเก็บ” ดวงกมลขอร้องแกมบังคับ ศักดิ์สกุลได้แต่พยักหน้ารับคำ
ooooooo
รสรินกดปุ่มเอ็นเทอร์แล้วถอนใจโล่งอก กรพงศ์ชะโงกหน้ามาถามว่าเสร็จแล้วหรือ เธอพยักหน้าแทนคำตอบ ตรวจทานอีกรอบหนึ่งแล้วด้วยรับรองไม่มีพลาด เขาหันมายิ้มให้เธออย่างลืมตัว ครั้นนึกขึ้นได้รีบผละออกมา รสรินเตือนทีหลังอย่าให้พลาดอีก ไม่อยากเสียเวลามาแก้ให้ บ่นไปเธอเก็บของไปด้วย
“ใครขอล่ะ เธออยากได้หน้าเอง...เอ้า เก็บอะไรให้มันไวๆหน่อย ฉันง่วงจะตายอยู่แล้ว”
“คุณง่วงเป็นคนเดียวหรือไง”
กรพงศ์แกล้งเร่งให้รสรินเก็บของไวๆ ขืนชักช้าจะปล่อยให้นอนที่นี่ แล้วคว้าเสื้อนอกลุกไปหน้าตาเฉย เธออยากจะด่าไล่หลังก็กลัวเสียเวลา ลนลานเก็บข้าวของ วิ่งตามเขาไป
ระหว่างมายังลานจอดรถ กรพงศ์บ่นอุบต้องมาอยู่ ดึกๆดื่นๆกับเธอถือว่าซวยชะมัด เธอต่อล้อต่อเถียงด้วยทำเหมือนไม่เคย ทีเมื่อก่อนเห็นระริกระรี้ พลันภาพตอนที่เคยมีความสุขด้วยกันผุดขึ้นมาในความคิดของเธอทำให้นิ่งเงียบไป เขาก็นึกถึงตอนนั้นเช่นกัน อารมณ์เปลี่ยนทันที
“ฉันยังไม่ลืมหรอกนะว่าเธอทำอะไร”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” รสรินอ้อมแอ้ม พลางเดินหนี กรพงศ์คว้าแขนเธอดึงกลับมา อาสาจะช่วยฟื้นความจำให้แล้วยื่นหน้าเข้าหา เป็นจังหวะเดียวกับอรอาภาเดินถือแก้วกาแฟเย็นกับถุงใส่อาหารเข้ามาเห็นด้านหลังกรพงศ์เหมือนกำลังจูบรสรินอยู่ โกรธจนเส้นเลือดแทบแตก...
อย่างไม่ทันตั้งตัวอรอาภาปรี่เข้าไปกระชากกรพงศ์ ออกแล้วเอากาแฟสาดรสรินจนเปรอะไปทั้งตัว กรพงศ์ตั้งสติได้ดึงตัวคนก่อเรื่องออกห่าง เธอโกรธที่เขาปกป้องนังปลาร้า ตบเขาหน้าหัน
“นี่เหรอที่คุณบอกว่าไม่มีอะไร พอลับหลังอร คุณก็ทำแบบนี้ ไหนคุณบอกว่าจะหาทางไล่ให้มันหนีกลับบ้านนอกเองไงล่ะ แล้วนี่มันอะไรกันกร” อรอาภา
ต่อว่าฉอดๆ กรพงศ์พยายามอธิบายแต่เธอไม่ฟัง ผลักเขาพ้นทางแล้วหันไปตบหน้ารสริน เขารีบดึงเธอออกมาแต่เธอดิ้นรนจะเข้าไปเล่นงานรสรินอีก กรพงศ์ลืมตัวผลักเธอกระเด็น พอรู้สึกตัวว่าทำรุนแรงไปจะช่วยพยุงเธอลุกขึ้น เธอปัดมือเขาออก
“คุณหลงมันจนกล้าทำร้ายอร” แทนที่จะโทษตัวเอง อรอาภากลับโทษรสรินว่าเป็นต้นเหตุทำให้กรพงศ์ทำแบบนี้กับตน หมายหัวจะเอาคืนให้สาสม ด่าเธอว่าหน้าด้านไม่พอด่ากราดไปถึงแม่เธออีกด้วย
คนถูกด่าแม่ของขึ้นกำหมัดเดินเข้าหา กรพงศ์ต้องขวางไว้ ตบคืนไม่ได้รสรินก็เลยด่าแทนว่าคนหน้าด้านน่าจะเป็นอรอาภามากกว่าเพราะเกาะแกะผัวคนอื่นทั้งวี่ทั้งวัน เธอทนฟังไม่ได้ร้องกรี๊ดๆเหมือนผีถูกน้ำมนต์สาด กรพงศ์อายผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ขอร้องให้หยุดส่งเสียง รสรินนึกสนุกเข้ามาคลอเคลียเขา ชวนกลับไปกุ๊กกิ๊กต่อกันที่บ้าน คราวนี้อรอาภาซอยเท้ายิกๆ ปากก็กรีดร้องแบบไม่อายใคร...
ตั้งแต่ออกจากบริษัทยันกลับถึงบ้าน รสรินไม่ยอมพูดกับกรพงศ์แม้แต่คำเดียว จอดรถเสร็จจ้ำพรวดๆเข้าบ้าน เขาต้องตามมาคว้าตัวไว้จะขอคุยกันให้รู้เรื่องก่อน เธอไม่คุยเหนื่อยมาทั้งวันแล้วจะไปอาบน้ำนอน เขาไม่ยอม ให้ไปยืนกรานจะคุยให้ได้ เธอหันมาตวาด
“ถ้าจะคุยก็ไปคุยที่ห้อง แต่ถ้าอยากให้ใครรู้ใครเห็น ก็ว่ามาตรงนี้ได้เลย”
กรพงศ์ลังเลก่อนจะคว้ามือรสรินขึ้นบันได ครั้นเข้าห้องเรียบร้อย เขาหาว่าเธอหลงรักเขาขึ้นมาแล้วใช่ไหม ถึงได้พูดกับอรอาภาแบบนั้น เธอขอร้องให้เขาเข้าใจเสียใหม่ว่าเธอไม่เคยรักเขาแม้แต่น้อย ที่ทำไปแบบนั้นเพราะอยากสั่งสอนผู้หญิงของเขาไม่ให้มาวุ่นวายกับเธออีก
“แต่ฉันว่าไม่ใช่นะ ทั้งสีหน้าทั้งท่าทางเธอน่ะมันแสดงออกชัดเจนว่าหึงฉัน”
รสรินไม่เคยพิศวาสอะไรกรพงศ์ก็แค่อยากยกระดับตัวเอง ส่วนเขาก็ได้ 30 ล้านบาทไปกอด นี่คือความสัมพันธ์จริงๆของเรา นอกนั้นไม่มีอะไรเลย กรพงศ์ประชด หากเขาจะมีอรอาภาหรือมีใคร เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายใช่ไหม รสรินตอบเสียงดังฟังชัดว่าไม่ใช่ เพราะเธอตั้งใจเอาไว้แล้วจะกำจัดพ่อปลาไหลอย่างเขาให้ได้ ตราบเท่าที่เธอยังเป็นภรรยาของเขาอยู่ อย่าหวังว่าเธอจะยอมให้เขาไปมีใคร...
ฝ่ายอรอาภาแวะเข้าผับหรูเพื่อดื่มเหล้าดับแค้น หนุ่มๆในนั้นเห็นเธอมาคนเดียวพยายามจะเข้ามาจีบแต่เธอไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย
ooooooo
รสรินหมั่นไส้กรพงศ์ไม่หาย ลุกขึ้นแต่งตัวไปทำงานแต่เช้าทิ้งให้เขาไปทำงานเอง นั่นไม่สะใจ พอ เธอยังยึดเงินในกระเป๋าไปเกือบหมดเหลือไว้ให้ 60 บาท นั่งรถแท็กซี่ไม่ได้เขาต้องโหนรถเมล์ไปทำงาน ทุลักทุเลมากเพราะไม่เคยขึ้นมาก่อน ไม่นานนักกรพงศ์วิ่งหน้าตื่นเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา
ศักดิ์สกุลซึ่งกำลังดูรสรินแก้งานต่อจากเมื่อคืน ตำหนิลูกชายทันทีนี่กี่โมงแล้ว งานยังไม่เรียบร้อยแทนที่จะมาแต่เช้า เขาก็อยากจะมาเช้าๆแต่มีบางคนหนีมาก่อน แล้วเหลือบมองรสรินที่ตีหน้าซื่อตาใส
“ขอโทษค่ะคุณกร รสคิดว่าคุณกรนั่งแท็กซี่ออกมาแล้วก็เลยไม่ได้รอ”
กรพงศ์เปิดกระเป๋าสตางค์ที่มีแบงก์ 20 บาทแค่สองใบให้ดู รสรินทำเนียนไม่รู้เรื่อง พิมพ์เพทายขอร้องอย่าเพิ่งเถียงกันเรื่องอื่นเอาเรื่องงานแก้ไขนี่ก่อน เมื่อวานเธอเรียกโบรชัวร์เก่าคืนมาหมดแล้ว และส่งที่แก้ไขใหม่ไปให้เรียบร้อย ส่วนลูกค้าที่ร้องเรียนเรา คุณพ่อก็จัดการชดเชยให้ไปแล้ว แต่เรื่องยังไม่จบเท่านั้น
“ข่าวมันเริ่มแพร่ไปบ้างแล้ว นี่พี่รสกำลังจะเขียนแถลงการณ์ขอโทษอีกที”
รสรินเห็นเว็บไซต์ของบริษัทล้าสมัยสมควรจะปรับปรุงใหม่ จึงเสนอศักดิ์สกุลว่าเธอพอจะมีเพื่อนทำด้านนี้จะลองปรึกษาดูดีไหม ท่านเห็นดีด้วยเพราะตัวเองไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้นัก เธอยังเสนออีกว่าส่วนเรื่องลูกค้าที่ยังไม่เข้าใจก็ให้นวลพรรณแจ้งเป็นรายบุคคลไป ศักดิ์สกุลยกหน้าที่นี้ให้นวลพรรณไปเลย ทุกคนพอใจกับการแก้ปัญหาครั้งนี้ของรสริน มีเพียงกรพงศ์เท่านั้นที่เห็นต่าง
“เข้ามาทำงานได้สองวันเจ้ากี้เจ้าการเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ไปหมด”
พิมพ์เพทายหาว่ากรพงศ์อิจฉาถึงได้ชอบหาเรื่องว่ารสริน เขาหน้าบึ้งใส่น้องสาวทันที ศักดิ์สกุลเรียกพิมพ์เพทายตามไปที่ห้องทำงานกับท่านหน่อย มีเรื่องจะให้ช่วย กรพงศ์รีบเสนอหน้าจะให้เขาช่วยด้วยก็ได้
“แกช่วยหนูรสเคลียร์ปัญหาที่แกก่อให้เรียบร้อยก่อนเถอะ” ศักดิ์สกุลว่าแล้วเดินออกไปกับพิมพ์เพทาย รสรินยักคิ้วยียวนให้ กรพงศ์ซึ่งชักสีหน้าไม่พอใจ แล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย...
เรื่องที่ศักดิ์สกุลจะให้พิมพ์เพทายทำก็คือช่วยดูแลบัญชีเงินฝากให้หน่อย แล้วหยิบสมุดบัญชีธนาคารทั้งหมดออกมาให้ ท่านกลัวดวงกมลจะเอาเงินไปใช้มั่วๆ แถมนี่ยังจะมาทวงสินสอด 30 ล้านบาทนั่นอีก จะขอเก็บไว้เอง นี่ถ้าเธอรู้ว่าไม่ใช่เรื่องจริงได้บ้านแตกกันแน่ พิมพ์เพทายแนะให้บอกความจริงแม่ไปเลย ไหนๆพี่กรกับพี่รสก็แต่งงานกันแล้ว ศักดิ์สกุลอยากให้รอไปก่อน อย่างน้อยก็ให้สองคนนั้นเลิกแง่งๆใส่กันก่อน
“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” พิมพ์เพทายเก็บสมุดบัญชีธนาคารแล้วเดินออกจากห้อง...
ด้านออกาไนซ์กลัวบ่ายนี้อรอาภาจะเบี้ยวงานอีกบุกมาขอร้องถึงบ้านแต่เช้าว่าอย่าเบี้ยวอีกเลย ตนโดนลูกค้าด่าจนสำนึกผิดแทบไม่ทันแล้ว อรอาภาทำท่าลังเล ออกาไนซ์รีบยกมือไหว้ปลกๆ
“เออๆๆๆ ไปก็ไป อะไรกันนักกันหนาก็ไม่รู้อีพวกลูกค้าเนี่ยไม่รู้จักจ้างคนอื่นบ้างเหรอไง วุ่นวายอยู่ได้”
ออกาไนซ์แกล้งฉีกยิ้มแต่ในใจก่นด่าอรอาภาด้วยความแค้น
ooooooo
กรพงศ์ถือโอกาสตอนที่นวลพรรณกับรสรินและพนักงานคนอื่นๆกำลังช่วยกันคิดคำแถลงการณ์ หลบออกมาโทรศัพท์หาอรอาภา เขาต้องโทร.อยู่หลายครั้งกว่าเธอจะยอมรับสาย ถามเสียงห้วนว่ามีอะไร
“นึกว่าอรจะไม่รับโทรศัพท์ผมซะแล้ว โทร.มาง้อไงครับ อย่าโกรธผมเลยนะครับ” กรพงศ์เสียงหวานน้ำตาลเรียกพี่ ด้านรสรินหันมาไม่เห็นสามีอยู่ในห้อง ฝากนวลพรรณช่วยดูต่อ แล้วค่อยๆแง้มประตูห้องออกมาเจอกรพงศ์ยืนหันหลังกำลังออดอ้อนอรอาภาให้คืนดีด้วย รีบย่องมาแอบฟังใกล้ๆ
“ไปง้อเมียคุณเถอะค่ะ รักกันมากไม่ใช่เหรอคะ อรมันก็แค่เมียน้อยอย่างที่แม่นั่นบอก กรไม่ต้องมาแคร์อรก็ได้” อรอาภากระเง้ากระงอด ทันใดนั้นมีเสียงรสรินแทรกเข้ามาในโทรศัพท์
“ใครบอกว่าคุณอรเป็นเมียน้อยคะ เมียน้อยน่ะสามีเขาต้องเลี้ยงดู แต่ได้ข่าวว่าคุณกรเขาไม่ได้ส่งเสียคุณไม่ใช่เหรอคะ แถมช่วงที่เขาถังแตก คุณก็ต้องลำบากน่าดู”
กรพงศ์รีบดึงมือถือหนี รสรินไม่ยอมแพ้ตามไปแย่งมาจนได้ แล้วพูดกรอกเข้าไปในสาย
“อุ๊ย อย่าสิคะคุณกรมากอดอะไรตรงนี้ คนเห็นเยอะแยะ อายเขาค่ะ คุณอรเธอแอบฟังอยู่นะ”
อรอาภาปรี๊ดแตก กรีดร้องเสียงลั่นปามือถือทิ้ง รสรินยิ้มสะใจแล้วยื่นมือถือให้กรพงศ์ซึ่งจ้องเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะกระชากมันกลับคืน ประกาศกร้าวถ้าคิดจะเล่นกันแบบนี้ย่อมได้ เธอเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเธอจะไม่ยอมให้เขาทำตัวเป็นพ่อปลาไหลอีก
“เธอคิดว่าเธอจะห้ามฉันได้เหรอ เธอรู้จักฉัน น้อยไปแล้วรสริน” กรพงศ์ชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง รสรินหากลัวไม่ ยิ้มยั่วประสาทอีกต่างหาก เขาแค้นใจมากต้องหาทางเอาคืนให้สาสม...
ในเวลาต่อมา รสรินเข้าไปขออนุญาตศักดิ์สกุลเพื่อแวะไปห้างฯที่ตอบรับจะเอาสินค้าของแม่ศรีไทยแลนด์ไปวาง และจะขอเอานวลพรรณไปด้วย ท่านไม่ขัดข้อง ความจริงเธอไม่จำเป็นต้องมาบอกด้วยซ้ำ แล้วอวยพรให้ได้ออเดอร์เยอะๆ
เสร็จจากพบศักดิ์สกุล รสรินแวะบอกกรพงศ์ว่าจะยืมรถของเขาไปใช้ เธอกับนวลพรรณจะไปธุระและจะแวะห้างฯด้วย เขาเอาอะไรหรือเปล่า กรพงศ์ไม่วายแดกดัน คิดจะตบหัวแล้วลูบหลังหรือ เธอไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแค่ถามตามมารยาท เขาแค้นมาก ไล่ตะเพิดให้รีบไปไกลๆเลย เธอกลับยืนจ้องหน้า
“คุณคงไม่แอบโทร.หาคุณอรอีกแล้วใช่ไหมคะ”
กรพงศ์จ้องตอบอย่างเอาเรื่อง นวลพรรณเห็นท่าไม่ดีรีบลากรสรินออกไป
ooooooo
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย ห้างฯที่รสรินกับนวลพรรณไปติดต่อธุระ เป็นห้างฯเดียวกับอรอาภามางานอีเวนต์ ขณะจะถึงคิวขึ้นเวที อรอาภาเหลือบเห็นรสรินกับนวลพรรณเดินผ่านหน้างานไปพร้อมกับผู้ชาย จัดแจงหันบอกออกาไนซ์ว่าขอเวลาสักครู่ ออกาไนซ์ไม่ยอมให้ไปดึงแขนเธอเอาไว้
“อ๊ะๆๆ ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ ไปเถอะค่ะได้เวลาแล้ว” พูดจบออกาไนซ์ลากอรอาภาไปสแตนด์บายข้างเวที...
ผู้ชายคนที่อยู่กับรสรินไม่ใช่ใครที่ไหน คือผู้จัดการห้างฯนั่นเอง เขาพาเธอกับนวลพรรณไปดูชั้นวางสินค้าในซุปเปอร์มาร์เกตที่ที่กระปุกปลาร้าแม่ศรีไทยแลนด์จะได้วางจำหน่าย เขาย้ำเตือนเรื่องความสะอาดของผลิตภัณฑ์ ที่จะเอามาวางขาย เธอรับรองว่าปลาร้าของเธอสะอาดสดใหม่ทุกกระปุกและมี อย.ด้วย
“ดีครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเรากลับไปคุยรายละเอียดแล้วก็จำนวนที่เปิดออเดอร์กันนะครับ เชิญที่ออฟฟิศเถอะครับ” ผู้จัดการว่าแล้วเดินนำสองสาวออกไป...
ไม่ใช่แค่คำพูดรับรองของรสรินเท่านั้น เรือนแก้วยังควบคุมการผลิตน้ำพริกปลาร้าอย่างเข้มงวดเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานอีกด้วย คนงานคนไหนไม่สวมหมวกและถุงมือก็จะถูกเล่นงาน สายบัวต้องปรามอย่าเคร่งครัดนัก เดี๋ยวคนงานตกใจขอลาออกจะทำอย่างไร คนยิ่งไม่ค่อยจะพออยู่ด้วย เรือนแก้วไม่สนถ้าเรื่องแค่นี้ถึงกับต้องลาออกก็เชิญออกไปเลย สายบัวขี้เกียจฟังเธอบ่นรีบตัดบท
แล้วเรื่องที่ห้างฯ รสรินติดต่อไปหรือยัง เธอได้ยินลูกบอกว่าจะไปวันนี้ สายบัวหนักใจไม่น้อย หากได้ออเดอร์มาจริงก็ดี แต่คงจะยุ่งน่าดูเพราะตาโชคพาลูกมาลาออกเห็นว่าจะย้ายไปกรุงเทพฯ
“ตายจริง แล้วแบบนี้ใครจะเป็นคนเอาของไปส่งให้ลูกค้าเราล่ะ” เรือนแก้วเสียงเครียด
“เอาเถอะวะ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ข้านี่ล่ะจะไปส่งเอง”...
ที่บ้านศาสตราบุรินทร์ ดวงกมลได้กลิ่นปลาร้าทอดฝีมือจิ้งหรีดก็เข้ามาต่อว่าลั่นครัวว่าใครอนุญาตให้มาทำปลาร้าในบ้านของตน รู้ทั้งรู้ว่ากรพงศ์เกลียดของพวกนี้ ถ้าเขากลับจากทำงานได้กลิ่นขึ้นมาจะทำอย่างไร สาวใช้กับนายชูพากันก้มหน้างุด มีเพียงจิ้งหรีดที่เถียงฉอดๆ
“โอ๊ย กว่าคุณกรจะกลับก็หมดแล้วล่ะคุณผู้หญิง จะเหลือกลิ่นที่ไหนอีก”
“แกไม่ต้องมาเถียงฉัน ไปเลยถอยไป” ดวงกมลเข้าไปหยิบจานปลาร้าทอดขึ้นมาจะเอาไปทิ้ง จะปล่อยให้เหม็นในบ้านนี้ได้อย่างไร จิ้งหรีดโวยวายเอาไปทิ้งแล้วพวกตนจะกินอะไร ดวงกมลไม่สนถือจานปลาร้าเดินลิ่วออกจากครัว พวกสาวใช้กับจิ้งหรีดได้แต่มองตามตาละห้อย
ฝ่ายดวงกมลถือจานปลาร้าทอดออกมามองซ้ายมองขวา แกล้งตะโกนเสียงดัง
“ฉันจะเอาไปทิ้งแล้วนะ อี๋ กลิ่นแรงมากเลย เหม็นจนเวียนหัวแล้วเนี่ย” ดวงกมลว่าแล้วถือจานปลาร้าทอดสีเหลืองทองน่ากินมีหอมแดงกับพริกขี้หนูซอยโรยหน้าเดินลิ่วขึ้นบันไดไปห้องตัวเอง
ooooooo
ณ สถานที่จัดงานอีเวนต์ อรอาภายืนร่วมกิจกรรมอยู่บนเวทีพร้อมกับนางแบบคนอื่นๆ พิธีกรบนเวทีแนะนำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นเสร็จก็หันมาถามอรอาภาว่ามีความลับอะไรหรือเปล่าถึงได้ดูสวยใสไปทั้งตัวแบบนี้ เธอคลี่ยิ้มก่อนจะยกไมค์ขึ้นตอบว่าเธอเป็นคนดูแลตัวเองอยู่เสมอ
“ทั้งออกกำลังกาย อาหารการกินและเคล็ดลับที่สำคัญอีกอย่าง อันนี้ใครๆก็สามารถทำได้ค่ะ”
“อุ๊ย อะไรเหรอคะ อยากรู้จัง”
อรอาภาโปรยยิ้มไปรอบๆ แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเห็นรสรินกับพวกเดินผ่านหน้าเวทีไป
“ต้องไม่แย่งผัวคนอื่นค่ะ” อรอาภาตะโกนใส่ไมค์ดังลั่น ทั้งพิธีกร นางแบบคนอื่นๆ เจ้าของแบรนด์ รวมทั้งออกาไนซ์พากันตะลึงอ้าปากค้าง ขณะที่นักข่าวลุกกันพรึบ รสรินที่เดินอยู่หันขวับ พอเห็นอรอาภาอยู่บนเวทีปรี่เข้าหา ยัยไฮโซหน้าวอกยังลอยหน้าฉอดๆว่าการแย่งผัวคนอื่นจะทำให้สุขภาพเราแย่ลงและที่สำคัญบางทีจะทำให้ชีวิตสั้นลงอีกด้วย รสรินยกมือถามยิ้มๆ
“นี่คือเคล็ดลับของคุณอรเหรอคะ แหม เป็นเคล็ดที่น่าทำตามจริงๆนะคะ”
“คนบางคนก็ทำตามไม่ได้หรอกนะ ของอย่างนี้มันแล้วแต่สันดาน” อรอาภาเริ่มเดือดปุดๆ
“แล้วที่มีข่าวออกมาว่าคุณอรยังไปตามเกาะแกะคุณกรพงศ์ทั้งๆที่เขาเพิ่งจะแต่งงานไปล่ะคะ แบบนี้มันไม่ย้อนแย้งกันเองเหรอ” รสรินยิ้มยั่ว นักข่าวที่อยู่ใกล้ๆต่างยื่นไมค์มาให้ อรอาภาโต้ไม่ยอมแพ้ ไม่เห็นจะย้อนแย้งตรงไหน ในเมื่อภรรยาของกรพงศ์ก็แย่งคนอื่นมาอีกที รสรินติงทั้งคู่อาจจะรักกันก็ได้
อรอาภาคุมอารมณ์ไม่อยู่ตะโกนด่าว่าหน้าด้าน รสรินสวนทันที เธอหมายถึงใคร ภรรยากรพงศ์หรือตัวเธอเอง ยัยไฮโซหน้าวอกทนไม่ไหวจะโดดลงไปเอาเรื่อง พิธีกรกับออกาไนซ์ต้องช่วยกันจับตัวไว้
“ขอโทษค่ะ ดิฉันแค่สงสัย แหม...โกรธง่ายแบบนี้น่าจะลองเปลี่ยนเอาผลิตภัณฑ์ไปใช้กับส่วนอื่นแทนนะคะ ประมาณว่าบ้วนปากอะไรแบบเนี้ย” แดกดันจบ รสรินเดินยิ้มร่าออกไป อรอาภาสติแตกร้องกรี๊ดๆลั่น
“แกจะไปไหนกลับมาเดี๋ยวนี้นะ อีบ้านนอกชั้นต่ำอีปลาร้าเน่า อีรสริน”
พวกนักข่าวจำได้ว่ารสรินเป็นชื่อภรรยาหลวงของกรพงศ์ รีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.กันให้วุ่นวาย...
ทางฝ่ายอรอาภาอารมณ์ค้างจากถูกคู่อริหลอกด่ากลางห้างฯ พาลไปลงกับออกาไนซ์ถึงกับจะลงไม้ลงมือ ออกาไนซ์เลิกเกรงใจ ขู่ถ้าตบจะเรียกนักข่าวมาทำข่าวให้ฉาวไปทั่ว เธอได้แต่เงื้อมือค้าง...
ไม่นานนัก รสรินกับนวลพรรณกลับถึงบริษัท เจอกรพงศ์เดินสวนออกมาพอดี นวลพรรณกลัวเขาจะรู้เรื่องที่ห้างฯรีบเดินเลี่ยงออกไป รสรินอดถามไม่ได้ว่าจะไปไหน เขาจะไปขอโทษลูกค้ากับคุณพ่อ
“เหรอคะ คงไม่ได้จะแอบออกไปหาคุณอรหรือผู้หญิงคนไหนใช่ไหมคะ”
“เธอจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ เอาที่สบายใจเลย” กรพงศ์ทำเป็นอ่อนข้อแต่ในใจมีแผนแก้เผ็ดไว้แล้ว...
กรพงศ์ไม่ได้แค่ไปขอโทษลูกค้าเท่านั้น ยังแอบหลีพวกเธออีกด้วย ศักดิ์สกุลเห็นเขายิ้มๆ ดักคอว่าไม่ใช่ไปก้อร่อก้อติกอะไรกับพวกลูกค้าใช่ไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นท่านจะให้รสรินจัดการ กรพงศ์ได้แต่ยิ้มๆ รอจน
พ่อไปดูงานส่วนอื่น ปรี่เข้าไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์
ซึ่งพนักงานสาวสวยนั่งอยู่พลางส่งสายตาเจ้าชู้ให้...
ครั้นกลับถึงบ้าน กรพงศ์รู้ว่ารสรินเตรียมมื้อเย็นอยู่ในครัว รีบโทร.หาสาวแล้วเดินไปคุยตรงประตูครัว
“ครับ...คิดถึงสิครับ จะให้ผมลืมคนสวยๆแบบหลินได้ไง” กรพงศ์แกล้งพูดเสียงดังเพื่อให้รสรินที่อยู่ในครัวได้ยิน “ที่ไหนล่ะครับ อยากเจอใจจะขาด...ได้ครับ...ครับ คิดถึงนะครับ” วางสายแล้วเขาแกล้งเดินเข้ามาเปิดตู้เย็นหยิบน้ำมาดื่ม มีเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นอีก รสรินมองสนใจ
คราวนี้เป็นสายของสาวที่ชื่อเจน กรพงศ์คุยกับเธอได้สักพักมีสายของดาวเรียกซ้อนเข้ามา เขาวางสายจากเจนแล้วมาออดอ้อนดาวแทน ทำทีหันมาเจอรสรินแกล้งตกใจ รีบบอกดาวว่าขอตัวสักครู่เดี๋ยวโทร.กลับ จิ้งหรีดต่อว่ากรพงศ์ว่าคุยกับสาวๆน่าจะเกรงใจพี่รสบ้าง
“คงไม่ต้องเกรงใจหรอกมั้ง พี่รสของเธอน่ะเป็นคนเก่งจัดการได้อยู่แล้ว” พูดจบกรพงศ์ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูรสริน “จัดการให้หมดนะ คนอย่างกรพงศ์น่ะ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ปลาไหลตัวนี้ไม่มีวันตาย เธอรู้เอาไว้ด้วย”
ooooooo










