สมาชิก

คู่ซ่ารสแซ่บ

ตอนที่ 6

ที่ห้องพักของกรพงศ์ในโรงแรม เจ้าบ่าวอาการหนักจะไม่ยอมเข้าพิธีแต่งงานกับยัยปลาร้า เพราะกลัวจะไม่ได้เจอยัยตัวแสบอีก พิมพ์เพทายต้องกล่อมอยู่นานกว่าเขาจะยอมทำตามกำหนดการเดิม

ในเวลาต่อมา ขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวเริ่มเคลื่อนออกจากที่ตั้ง เสียงโห่ร้องและเสียงวงกลองยาวบรรเลงเพลงจังหวะสนุกสนานยิ่งทำให้บรรยากาศครึกครื้น แต่เจ้าบ่าวกลับเดินคอตกไม่พูดไม่จา อรอาภาคอยกระแซะเขาตลอด พิมพ์เพทายทนไม่ไหว ต้องขอร้องให้อยู่ห่างๆเจ้าบ่าว นี่มันใกล้บ้านเจ้าสาวแล้ว เธอไม่สนใจยังคงกระแซะต่อไป เจ้าบ่าวสีหน้าบอกบุญไม่รับ พิมพ์เพทายจึงต้องเตือน

“พี่กรทำหน้าให้มันดีๆหน่อย เดี๋ยวเจ้าสาวก็หนีหรอก”

“ก็ให้มันหนีไปสิ หนีไปนั่งหมักปลาร้าที่ไหนก็ไป ฉันจะได้ไม่ต้องมาแต่งงานบ้าๆนี่” บ่นเสร็จขบวนขันหมากมาหยุดที่ลานหน้าบ้านเจ้าสาวพอดี เห็นเรือนแก้วกับสายบัวมายืนรอต้อนรับ ศักดิ์สกุลไม่เห็นเจ้าสาวอยู่ด้วยก็ถามหา อยากจะเห็นเจ้าสาวเต็มทีแล้ว อรอาภารีบเสนอหน้า

“เจ้าสาวเหรอคะ คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ อรให้ช่างส่วนตัวพาเขาไปแต่งเสริมเติมสวย เดี๋ยวก็คงออกมาแล้วล่ะคะ” อรอาภาลอยหน้าตอบ เรือนแก้ว แปลกใจช่างที่ไหนหรือ รสรินแต่งหน้าทำผมอยู่กับนวลพรรณในห้องยังไม่เสร็จ อรอาภาเอะใจแต่ยังไม่ทันพูดอะไร นวลพรรณตะโกนบอกทุกคนว่าเจ้าสาวมาแล้ว รสรินในชุดไทยสวยสง่าเยื้องย่างราวกับนางพญาลงมาจากบันได

กรพงศ์ถึงกับอ้าปากค้างทั้งตะลึงในความสวยและตกใจที่รู้ว่ายัยตัวแสบของเขาก็คือรสรินนั่นเอง พอตั้งสติได้เดินเข้าไปต่อว่าว่าสนุกมากใช่ไหมที่ปั่นหัวเขาได้ อรอาภาเข้ามามองรสรินหัวจดเท้า

“แกเป็นใครน่ะ แล้วมาสะเออะแต่งชุดเจ้าสาวอะไรเนี่ย”

สายบัวด่าอรอาภาเปิดเปิงแถมปรี่เข้าหาจะเล่นงาน เธอต้องถอยไปหลบหลังดวงกมล แต่ยังไม่วายหาว่าเรือนแก้วเอานังหน้าสวยมาย้อมแมวเพราะรสรินตัวจริงดำปี๋แถมดั้งไม่มี ตอนนี้เพื่อนของเธอกำลังช่วยกันแปลงร่างให้อยู่ ทันใดนั้นมีเสียงจิ้งหรีดดังขึ้น “เสร็จแล้วค่ะ เชิญคุณเอาเพื่อนคุณคืนไปได้เลยค่ะ”

ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นจิ้งหรีดยืนหัวฟู หน้าตามีร่องรอยเครื่องสำอางจางๆเหมือนเพิ่งถูกเช็ดทำความสะอาด กำลังจิกหัวช่างทำผมกับช่างแต่งหน้าเอามาเหวี่ยงไปกองแทบเท้าอรอาภา ก่อนจะหันไปฟ้องรสรินว่าพวกนี้คิดว่าตนเป็นพี่รสก็เลยลากตนไปแต่งหน้าทำผมบ้าๆบอๆคิดว่าตนไม่รู้ทัน

“ยังไงกันเนี่ย ตกลงอีคนไหนคือนังรสรินตัวจริงกันแน่คะกร ไม่ใช่อีดำนี่เหรอ” อรอาภาเพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลอกก็เจ็บใจมากเงื้อมือจะตบสั่งสอน จิ้งหรีดกับสายบัวง้างมือรอ ศักดิ์สกุลทนไม่ไหวตะโกนลั่น

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ นี่มันงานแต่งลูกชายฉัน แค่มาเสนอหน้าที่นี่ก็ไม่เหมาะแล้ว ถ้าคิดจะก่อเรื่องอีก อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจนะ” ท่าทางเอาเรื่องของศักดิ์สกุล ทำให้อรอาภาจ๋อย กรพงศ์โอบเธอไว้อย่างปกป้อง หวังจะประชดรสริน

ooooooo

กรพงศ์แค้นใจที่ถูกหลอกก็เลยต่อต้านทุกอย่างถึงเวลาสวมแหวนเขาก็แกล้งสวมแหวนให้รสรินแรงๆ พอถึงตอนที่เธอเป็นฝ่ายต้องสวมแหวนบ้าง เขากลับเมินหน้าหนี ศักดิ์สกุลต้องเตือนว่าน้องรออยู่ เขายังนั่งนิ่งไม่ให้ความร่วมมือ รสรินกระชากมือเขามาแต่เขาแกล้งกำมือไว้ เธอก็เลยกัดนิ้วเขาจนต้องยอมในที่สุด

ระหว่างรอฤกษ์รดน้ำ นวลพรรณเห็นท่าทางกรพงศ์จะโกรธมากแนะให้รสรินไปขอโทษ เธอไม่ยอมทำตาม แล้วหันไปถามจิ้งหรีดว่าตาหายเจ็บหรือยัง

“ยังแสบอยู่เลยจ้ะ ไม่รู้มันเอาอะไรมาทาให้จิ้งมั่ง แทบจะทิ่มเข้าไปในลูกตาเลย”

“คนพวกนี้เห็นคนอื่นเป็นอะไรนะ สงสัยต้องสั่งสอนกันซะบ้างแล้ว”

แทนที่จะห้ามปราม นวลพรรณอาสาจะร่วมด้วยช่วยกันแก้เผ็ดอรอาภา...

ทางด้านอรอาภาหาว่ากรพงศ์รู้อยู่แล้วว่ารสรินตัวจริงหน้าตาเป็นอย่างไรถึงได้ยอมแต่งด้วย เขาพยายามจะอธิบายว่าเพิ่งรู้พร้อมเธอแต่เธอไม่ฟังจนเขาเริ่มโกรธ ก่อนเรื่องราวจะบานปลาย พิมพ์เพทายเข้ามาเตือนพี่ชายว่าได้เวลารดน้ำแล้ว กรพงศ์กำลังโมโหก็เลยหันมาเล่นงานน้องสาวที่รู้เรื่องนี้แต่แรกก็ไม่บอกแถมยังไปร่วมมือกับรสรินอีก

“แล้วยังไงล่ะ ไม่ดีเหรอ ยังไงพี่ก็ชอบพี่รสอยู่แล้วนี่” พิมพ์เพทายตั้งใจพูดให้อรอาภาได้ยิน เธอเต้นเป็นเจ้าเข้าที่รู้ว่ากรพงศ์มีใจให้รสรินทุบตีเขาอุตลุด...

ทันทีที่ท่านวีระออกจากห้องประชุม นักข่าวเข้ามายิงคำถามเป็นชุดว่าโครงการศูนย์ราชการแห่งใหม่เป็นอย่างไรบ้าง แล้วท่านจะให้บริษัทศาสตราบุรินท์มาเป็นผู้รับเหมาหรือเปล่า ถ้าทำแบบนั้นจะเข้าข่ายฮั้วประมูลเพราะกรพงศ์เป็นแฟนกับลูกสาวของท่าน

“เรื่องนั้นไม่เป็นความจริงนะครับ บริษัทที่จะเข้ามาเป็นผู้รับเหมาจะต้องมีการยื่นซองตามขั้นตอนทุกอย่างไม่มีการเลือกใครเป็นการเฉพาะแน่นอนครับ ผมขอยืนยัน...ขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบท่านวีระรีบออกไป จากนั้นไม่นาน ท่านมาถึงที่ทำการพรรค โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่นักข่าวพยายามจะโยงโน่นนี่ เลขาฯเตือนว่านี่อาจมาจากฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการจะหาเรื่องเราอยู่

“อุตส่าห์จะใช้ชื่อเสียงไอ้ศักดิ์สกุลมาช่วยสร้างภาพให้ดูดีขึ้น ดันกลายเป็นข้อที่เอามาโจมตีได้ซะงั้น”

เลขาฯเชื่อว่าศักดิ์สกุลจะต้องปฏิเสธเราอยู่แล้ว ท่านอย่าเพิ่งกังวลไปเลย และอีกอย่างหนึ่ง ทางกรพงศ์เพิ่งจะแต่งงานวันนี้ ท่านวีระปิ๊งไอเดียทันที นี่อาจจะเป็นข้อดีก็ได้ จะได้ตัดเรื่องความสัมพันธ์ของอรอาภากับกรพงศ์ไปได้ ที่เหลือก็คือทำตามแผนเดิม หาทางทำให้ศักดิ์สกุลมาร่วมประมูลให้ได้

“ด้วยชื่อเสียงเรื่องความซื่อสัตย์ของคุณศักดิ์สกุล ทีนี้ก็จะไม่มีใครสงสัยเวลาที่เราทำอะไรสักเท่าไหร่ แต่ยังติดอยู่อีกเรื่องหนึ่งครับ ดูคุณอรเธอจะไม่ยอมตัดใจจากคุณกรพงศ์ง่ายๆนะครับ”

ooooooo

ระหว่างที่เรือนแก้วรดน้ำสังข์อวยพรให้คู่บ่าวสาว กรพงศ์หาเรื่องว่ากระทบและแดกดันต่างๆนานา เพราะคิดว่าเธอรู้เห็นเป็นใจให้ลูกสาวมาหลอก รสรินไม่พอใจลุกขึ้นจะเอาเรื่อง เรือนแก้วต้องฉุดให้นั่งลง...

อีกมุมหนึ่งของบ้าน พลวัฒน์ทนเห็นรสรินแต่งงานกับชายอื่นไม่ได้หลบออกมานั่งทำใจ นวลพรรณเห็นสีหน้าของเขาก็รู้ว่าเขายังตัดใจจากรสรินไม่ได้ ทั้งที่เธอเข้าพิธีแต่งงานไปแล้ว ได้แต่บอกให้เขาทำใจ เขาไม่อยากฟังคำปลอบใจ ลุกหนีไปหน้าตาเฉย นวลพรรณมองตามน้อยใจ...

พิธีรดน้ำสังข์ยังดำเนินต่อไปจนกระทั่งถึงคิวอรอาภา พิมพ์เพทายไม่ไว้ใจ แอบเทน้ำในสังข์ออกเหลือแค่พอให้รดน้ำ อรอาภาเดินเชิดมารดน้ำให้กรพงศ์พลางลูบหน้าลูบตาอย่างไม่เกรงใจใครแล้วขยับมายืนตรงหน้ารสรินยกสังข์ขึ้นเหมือนจะสาดน้ำใส่ เธอขู่เสียงเฉียบ ถ้าสาดเธอตบ อรอาภาชะงัก

“ฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกจ้ะ” ว่าแล้วอรอาภาบรรจงเทน้ำสังข์แล้วส่งยิ้มให้อย่างไม่มีใครคาดคิด เธอคว้ากรรไกรที่ซ่อนไว้ขึ้นมาตัดสายมงคลแฝดขาดจากกัน แล้วทำแอ๊บแบ๊วไม่รู้เรื่องไม่ได้ตั้งใจ ศักดิ์สกุลฉุนขาดปรี่เข้าหา กรพงศ์รีบลุกขึ้นมากั้นกลางอย่างปกป้อง สายบัวพุ่งมาจากอีกด้านเงื้อเท้าจะถีบอรอาภา เรือนแก้วร้องห้ามเสียงหลง วิ่งมาจับตัวพี่สาวไว้ขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย สายบัวไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ได้

“เอาเถอะจ้ะป้าบัว ช่างมันเถอะ กะอีแค่มาลัยรสไม่คิดว่ามันจะมีผลอะไรนักหรอก คนเรามันจะได้อยู่ด้วยกันหรือไม่ มันไม่เกี่ยวกับมาลัยอะไรหรอก มันอยู่ที่พฤติกรรมกับสันดานของคนต่างหากล่ะ” ว่าแล้ว รสรินกระชากกรพงศ์ที่พยายามขืนตัวกลับมา แต่อรอาภายื้อไว้ไม่ยอมปล่อย

“กรุณาอย่ามาทำอะไรแบบนี้นะคะ วันอื่นเขาจะไปกกกับคุณหรือใครฉันไม่รู้ แต่วันนี้เขาเป็นของฉัน” รสรินปัดมืออรอาภาออก แล้วลากกรพงศ์กลับไปนั่งที่ตั่งรดน้ำสังข์ อรอาภาถึงกับอ้าปากค้าง ขณะที่กรพงศ์แอบดีใจอยู่ลึกๆ ส่วนศักดิ์สกุลกับพิมพ์เพทายฉีกยิ้มกว้างด้วยความพอใจ

ครู่ต่อมา อรอาภากลับมาที่รถตู้ของตัวเองด้วยความหงุดหงิด เพื่อนๆพากันถามว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ในเมื่อปลาร้ากลายเป็นนางฟ้าไปแล้ว แบบนี้กรพงศ์ไม่หลงเธอเข้าจริงๆหรือ อรอาภาปรี๊ดแตก สั่งให้หุบปากไปเลย นางฟ้าที่ไหนมันก็แค่นังบ้านนอกเหมือนเดิม ช่างแต่งหน้าไม่คิดอย่างนั้น

“หน้านางเก๋มาก หุ่นก็เพอร์เฟกต์สุดๆ นี่ถ้าพวกโมฯเห็น รับรองแย่งกันกระจายเลยนะฮ้า”

“โอ๊ยรำคาญ ตกลงพวกแกจะมาช่วยเชียร์มันใช่ไหม” โวยเสร็จอรอาภาเหลือบไปเห็นพลวัฒน์เดินหน้าเครียดออกมานั่งที่แคร่หน้าบ้าน รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ช่างแต่งหน้าจำได้ว่าเขาชื่อ
พลวัฒน์เป็นช่างภาพของบ้านแสนสุข เดี๋ยวอรอาภาก็ต้องไปสัมภาษณ์กับเล่มนี้ คอลัมน์เปิดห้องคนดัง

“แล้วทำไมมันมาอยู่นี่ได้ รับจ๊อบพิเศษเหรอไง” อรอาภามองพลวัฒน์อย่างสนใจ

ooooooo

เสร็จพิธีรดน้ำสังข์ รสรินเดินหนีขึ้นห้องกลัวจะระงับอารมณ์ไม่อยู่ จิ้งหรีดที่เดินตามมากับนวลพรรณต้องขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน เธอเย็นไม่ไหว นี่ถ้าไม่เห็นแก่แม่เห็นแก่คุณลุง ได้ลุยให้รู้ดำรู้แดงกันไปแล้ว จิ้งหรีดไม่วายนินทากรพงศ์ที่ออกโรงปกป้องอรอาภาขนาดนั้น ป่านนี้คนเอาไปเม้าท์กันหมดแล้ว

พิมพ์เพทายตามมาสมทบ “พิมพ์ว่าพี่กรเขาคงประชดพี่รสน่ะค่ะ คงยังเคืองเรื่องที่ถูกพี่รสหลอก”

รสรินส่ายหน้าเซ็งที่กรพงศ์ทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโต แล้วถามพิมพ์เพทายมีอะไรจะให้ช่วยหรือเปล่าเธอแค่จะมาถามว่ารสรินจะมีแขกกี่คนสำหรับงานเลี้ยงฉลองตอนเย็นที่โรงแรม เธอจะได้โทร.ไปแจ้งทางนั้น รสรินกลับย้อนถามเธอว่าทางเธอมีแขกมามากไหม พิมพ์เพทายอึกอัก พวกญาติของเธอสับสนกับการ์ดแต่งงานก็เลยไม่มา เอาไว้ค่อยแจ้งเป็นทางการ แล้วไปจัดงานฉลองที่กรุงเทพฯอีกที

“งั้นก็ไม่ต้องเลี้ยงที่โรงแรมอะไรหรอกค่ะ เรามีที่ที่ต้องไปเลี้ยงฉลองกันอยู่แล้ว”

พิมพ์เพทายนิ่วหน้าสงสัยจะไปเลี้ยงฉลองที่ไหน...

สถานที่ที่รสรินกับพวกจะไปเลี้ยงฉลองก็คือโรงงานแปรรูปปลาร้านั่นเอง ศักดิ์สกุลดีใจกับเรือนแก้วด้วยที่โรงงานเปิดตัวอีกครั้ง แล้วนี่นิมนต์พระมาทำบุญหรือเปล่า เธอนิมนต์หลวงพ่อมาเจิมโรงงานเพื่อเป็นสิริมงคล ดวงกมลจัดแจงยื่นหน้าเข้ามา

“ได้ข่าวว่าขายที่ทางได้เงินมาเปิดใหม่เหรอ ได้มาเท่าไหร่ล่ะ นอกจากที่ให้ตากรน่ะ”

ศักดิ์สกุลเอ็ดภรรยาที่เสียมารยาท แล้วชวนเรือนแก้วกับสายบัวไปเตรียมตัวกันเลยดีกว่า ดวงกมลอิดออดทำท่าไม่อยากไป สายบัวไม่ยอมให้ทำอย่างนั้น เพราะทุกคนไปกันหมดขืนทิ้งให้เธออยู่ที่นี่เกิดมาขโมยของพวกตนจะว่าอย่างไร ดวงกมลโวยกลับ บ้านนี้ไม่เห็นจะมีของมีค่าอะไรนอกจากไหปลาร้า

“ก็ไหปลาร้านี่แหละที่พวกข้าใช้เก็บเงินเก็บทองกันเป็นกะตั้กๆ เอ็งไม่รู้เรื่องก็อย่ามาพูดหน่อยเลย”

ดวงกมลถึงกับหูผึ่งเหลียวหาไหปลาร้าให้ควั่ก เป็นจังหวะเดียวกับกรพงศ์เดินหน้าบึ้งเข้ามา เรือนแก้วพยายามพูดดีด้วย แต่เขากลับพูดจาไม่ให้เกียรติจนศักดิ์สกุลต้องปราม กรพงศ์เบ้ปากใส่แล้วเดินไปทรุดตัวลงนั่งข้างแม่ ถามเสียงดังว่าอรอาภาไปไหน ศักดิ์สกุลเห็นเธอออกไปหาเพื่อนๆที่หน้าบ้าน มีอะไรหรือเปล่า

“มีสิครับ ก็ผมเป็นห่วงอร มาบ้านนอกคอกนาแบบนี้คงเหม็นแย่ เกิดหายใจไม่ออกขึ้นมาจะทำไง”

สายบัวหมั่นไส้ถ้าเป็นห่วงกันนักก็ไปตามนังนั่นมาได้แล้ว เรากำลังจะไปฉลองที่โรงงานของตน

ooooooo

จากนั้นไม่นาน หลวงพ่อมาทำพิธีเจิมหน้าประตูโรงงานและประพรมน้ำมนต์ให้ทุกคนที่มาร่วมงาน โดยมีพลวัฒน์คอยเก็บภาพเป็นระยะๆ พลันมีเสียงอาเจียนดังขึ้น

ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นกรพงศ์ยืนโก่งคออาเจียน อรอาภายืนปิดจมูกพลางเอามือลูบหลังให้ พลวัฒน์รีบหันไปเก็บภาพเอาไว้ สายบัวกับรสรินว่าประชดกรพงศ์กันอย่างสนุกปาก เรือนแก้วต้องปราม

“นี่ก็เล่นกันจังป้าหลานคู่นี้ ไป...เอายาดมไปให้พี่เขา”

รสรินรับยาดมจากแม่แล้วเอาไปให้กรพงศ์อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก อรอาภาคว้าไปอังจมูกให้เขาสลับกับดมเอง แล้วไม่วายปากเสียต่อว่ารสรินที่อุตริจัดงานฉลองโรงงานปลาร้าวันเดียวกับงานแต่งงาน กรพงศ์ชี้หน้าหาว่ารสรินจงใจกลั่นแกล้ง รู้ทั้งรู้ว่าตนเกลียดปลาร้าเข้าเส้น เธอเตือนเขาพูดมากลมเข้าปากเยอะเดี๋ยวได้อาเจียนอีก ไม่ทันขาดคำ กรพงศ์ขย้อนออกมาหมดท้อง รสรินส่ายหน้าเดินกลับมาหาทุกคน

“ปล่อยเขาไว้เถอะค่ะ เราไปเตรียมตัวกินข้าวกันดีกว่า เอ้าทุกคนวันนี้กินให้เต็มที่นะคะ”

คนงานส่งเสียงเฮลั่น ทยอยกันเข้าไปข้างใน ศักดิ์สกุล จะเดินตามแต่พิมพ์เพทายสะกิดถามว่าแม่หายไปไหนไม่เห็นตั้งแต่มาที่นี่แล้ว เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน คนที่พิมพ์เพทายถามหากำลังง่วนอยู่กับการค้นหาสมบัติที่สายบัวกุว่าซ่อนไว้ในไหปลาร้า แม้จะเกลียดกลิ่นเหม็นของมัน แต่ดวงกมลกลั้นใจเอามือล้วงเข้าไปในไหทุกใบที่อยู่ในบ้านเรือนแก้ว เจอแต่ปลาร้าไม่เจอทั้งเงิน ทองหรือสมบัติอะไรสักอย่าง...

ที่โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ กลุ่มคนงานนั่งล้อมวงกินข้าวอยู่ที่โต๊ะใหญ่ ส่วนโต๊ะที่รสรินนั่ง มีจิ้งหรีด นวลพรรณ พิมพ์เพทายและพลวัฒน์ พิมพ์เพทายอยากรู้ว่าพี่สะใภ้หมาดๆของตัวเองจะย้ายเข้ากรุงเทพฯวันไหน หรือจะให้ตนรอไปด้วยกัน รสรินต่อรองขอแบบไปกลับได้ไหม สายบัวที่ถือไหอุเข้ามาด้านหลังโวยลั่น

“ผัวนะไม่ใช่ตั๋วเครื่องบิน” พูดจบสายบัวดูดอุเข้าปากอย่างได้อารมณ์

รสรินเตือนป้าดื่มแต่วันแบบนี้เดี๋ยวได้เมากันบ้าง ก่อนจะหันบอกพิมพ์เพทายว่าขอเวลาเคลียร์งานทางนี้ก่อนแล้วจะตามไปทีหลัง สายบัวไล่ให้ไปไวๆไม่ต้องห่วงทางนี้ ตนกับเรือนแก้วดูแลได้ จิ้งหรีดนึกสนุกกระเซ้า รสรินว่าคืนนี้จะส่งตัวที่ไหน หรือว่าจะเล่นเอาต์ดอร์ที่นี่เลย รสรินลุกพรวด แต่จิ้งหรีดไวกว่าโดดผลุงเดียวไปยืนข้างๆโต๊ะที่เรือนแก้วนั่ง สายบัวชอบใจที่เธอถามตรงดี แล้วหันมองพิมพ์เพทายกับนวลพรรณ

“พวกเอ็งก็ไม่ต้องมาทำเงียบหรอก เห็นหน้าก็รู้แล้วว่าอยากรู้ ไม่ต้องห่วงเว้ย ข้าจัดห้องหับไว้เรียบร้อยแล้ว เต็มที่เลยรส” คำพูดของสายบัวทำเอารสรินอายหน้าแดง

พลวัฒน์ยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิดมองไปที่กรพงศ์ซึ่งนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง อรอาภากำลังนั่งพะเน้าพะนอเขาที่ยังนั่งดมยาดมอยู่ตลอด โดยมีเพื่อนๆนางแบบของเธอนั่งกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย

“อีพวกนี้ก็กินไม่หยุดเลย ไปอดมาจากไหนเนี่ยของเหม็นๆทั้งนั้นกินเข้าไปได้ไง” อรอาภาโวย

กรพงศ์ทำท่าจะไม่ไหวรีบยกยาดมขึ้นมาสูดแล้วเอนตัวไปด้านหลังแทบจะนอนราบไปกับเก้าอี้ หลับตาพลางสูดยาดมไปด้วย อรอาภาบ่นโน่นบ่นนี่ไม่เลิก เห็นเขานอนนิ่งก็เขย่าตัวจะให้ลืมตามาพูดด้วย เขาทนเหม็นไม่ไหวผลักเธอพ้นทางแล้ววิ่งปรู๊ดออกไปโดยไม่รู้ว่าทำเธอหน้าคะมำใส่จานกับข้าวเปรอะไปหมด อรอาภาเห็นพวกที่นั่งโต๊ะรสรินพากันหัวเราะเยาะ อ้าปากจะกรี๊ด แต่เห็นศักดิ์สกุลจ้องอยู่ก็เลยอ้าปากค้าง

ooooooo

พลวัฒน์เห็นกรพงศ์ดมยาดมไปพลางเดินหนีไปบริเวณที่จอดรถ ตามมาถามว่าเหม็นปลาร้ามากเลยหรือ กรพงศ์เหลียวมองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปไม่สนใจ พลวัฒน์กล่อมให้เขาเลิกยุ่งกับรสรินแล้วกลับไปหาแฟนเก่าจะดีกว่า คราวนี้กรพงศ์หันมองพลวัฒน์หัวจดเท้า

“เป็นอะไรกับเธอเหรอ หรือว่าแอบชอบเธออยู่... สงสัยจะจริง น่าสงสารว่ะ ผู้หญิงเขาคงไม่สนเลยต้องมาพล่ามโน่นพล่ามนี่ สุดท้ายก็ได้แค่แหงนหน้ามองเครื่องบิน” ไม่พูดเปล่ากรพงศ์ทำท่ากางปีกกวนโอ๊ย

พลวัฒน์เหลืออดต่อยเขาล้มไปกองกับพื้น กรพงศ์ลุกขึ้นได้ปรี่เข้าหา พลวัฒน์ยันโครมหงายหลังตึง นวลพรรณออกมาเห็น รีบเข้าไปประคอง แต่กรพงศ์สะบัดมือเธอออก ชี้หน้าคู่อริมีสิทธิ์อะไรมายุ่งเรื่องของเขากับรสริน พลวัฒน์โกหกหน้าตาเฉยว่าตนมีสิทธิ์ที่เคยมีอะไรกับเธอมาก่อนที่เขาจะสะเออะเข้ามา กรพงศ์ถึงกับอึ้ง ขณะที่นวลพรรณมองตามพลวัฒน์ที่เดินจากไปอย่างเศร้าใจ...

รสรินสบช่องตอนที่ทุกคนให้ความสนใจสายบัวซึ่งเมาได้ที่รำเซิ้งไปทั่ว จึงช่วยกันกับจิ้งหรีดหลอกล่อ อรอาภาเข้าไปในห้องเก็บวัตถุดิบจะเอาปลาร้าสาดแก้แค้นที่มาแกล้งจิ้งหรีด เรือนแก้วเข้ามาห้ามไว้ทัน

แทนที่จะได้คำขอบคุณ เรือนแก้วกลับถูกอรอาภาด่าว่านังบ้านนอกไม่รู้จักสั่งสอนลูกบ้าง ให้มาทำแบบนี้กับตนได้อย่างไร รสรินฉุนขาดจะตบสั่งสอนยัยไฮโซที่พูดจากับแม่ของเธอไม่ดี เรือนแก้วขวางไว้อีก สั่งให้ลูกขอโทษอรอาภาเดี๋ยวนี้ รสรินได้แต่ยืนอึ้ง อรอาภาแสบได้ใจ ออกไปโวยวายกับเพื่อนๆว่าถูกพวกบ้านนอกหลอกให้เข้าไปข้างใน แล้วจะเอาปลาร้ามาสาด เพื่อนปากไวยังไม่ทันถามให้รู้เรื่องก็ด่าไว้ก่อน

“ต๊าย ต่ำได้อีก แก่แล้วยังไม่มีหัวคิดอีกนะป้า เอาของโลว์ๆ แบบนั้นมาเล่นได้ไง” เพื่อนเบ้ปากใส่เรือนแก้ว รสรินไม่พอใจปรี่เข้าไปผลักอกนังเพื่อนปากไวฐานบังอาจมาว่าแม่ของตน

พลวัฒน์กับนวลพรรณได้ยินเสียงเอะอะก็เข้าไปดู ศักดิ์สกุลกับพิมพ์เพทายรีบลุกมาหา ส่วนสายบัวเดินเป๋ตามมาสมทบ จะเอาเรื่องพวกที่มาว่าน้องสาวของตน ศักดิ์สกุลทนไม่ไหว

“พวกเธอกลับไปได้แล้ว ฉันอดทนมามากพอแล้ว แค่มาเกาะติดลูกชายฉันในงานแต่งนี่มันก็หน้าด้านมากเกินแล้วยังจะสร้างเรื่องอีก ขนพรรคพวกเธอกลับไปก่อนที่ฉันจะให้คนมาจับโยนออกไปแทน” ศักดิ์สกุลเห็นอรอาภายังยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน คราวนี้ไล่ตะเพิดเสียงดังให้ไปได้แล้ว เธอกรี๊ดใส่แล้วเดินแหวกคนอื่นๆ ออกไป เจอกรพงศ์ที่เดินกลับเข้ามาพอดีก็สะบัดหน้าใส่ ขยับจะไป เขาคว้าแขนไว้ถามว่าจะไปไหน

“จะอยู่ทำไมล่ะคะ ก็พ่อคุณไล่อรอย่างกับหมูกับหมา”

กรพงศ์จะไปกับเธอ ศักดิ์สกุลไม่ยอมให้ไป คืนนี้เขาต้องอยู่กับเจ้าสาว เขายืนกรานจะไปกับอรอาภาให้ได้ แล้วจูงมือเธอมาหยุดตรงหน้ารสริน บอกให้ขอบคุณเขาด้วย หญิงสาวงงขอบคุณเรื่องอะไร

“ขอบคุณที่คืนนี้ผมจะเปิดโอกาสให้คุณได้ส่งท้ายล่ำลาสามีเก่าให้เต็มที่ไง” กรพงศ์หันมองพลวัฒน์แล้วจูงมืออรอาภาออกไป ทุกคนเหลียวมองตากล้องหนุ่มเป็นตาเดียวกัน

ooooooo

รสรินยังคาใจไม่หาย ตามมาถามกรพงศ์ที่พูดเมื่อครู่นี้หมายความว่าอย่างไร ถ้าหมายถึงตนกับพลวัฒน์ เราเป็นแค่เพื่อนกัน นอกจากเขาจะไม่เชื่อ ยังกล่าวหาเธออีกว่ายอมทิ้งผู้ชายเพื่อจะได้มาแต่งงานกับเขาหวังจะยกระดับตัวเอง รสรินฟิวส์ขาดตบเขาหน้าหัน

อรอาภาไม่พอใจผลักอกเธอจะเอาเรื่อง กรพงศ์ต้องดึงยัยไฮโซออกห่าง

“ช่างเถอะครับอร เขาคงรู้ตัวว่าคืนนี้จะเปลี่ยวน่ะ เลยหาที่ระบาย” แดกดันจบกรพงศ์จูงอรอาภาไปที่รถตู้ของเธอ ทิ้งให้รสรินยืนตัวสั่นน้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บใจ เมื่อขึ้นรถได้อรอาภายังยื่นหน้ามาโบกมือเย้ยคู่อริอีกต่างหาก แล้วดึงประตูปิด สายบัวพรวดพราดมากระชากประตูรถเปิดออกชี้หน้ากรพงศ์

“เอ็งจะไปไหนไอ้เปรต คิดจะชิ่งหลานข้าเหรอวะ”

“นี่อีป้าเมาแล้วก็กลับบ้านแกไปซะ ลากอีหลานสาวโง่ๆของแกไปด้วย”

สายบัวหมั่นไส้ก็เลยลากอรอาภาออกจากรถตู้ กรพงศ์พยายามแกะมือท่านออกกลับโดนศอกกระแทกอย่างจังมึนตึบ สายบัวลากยัยไฮโซลงจากรถตบซ้ายตบขวาไม่ยั้ง อรอาภาไม่ยอมเจ็บฟรีตบกลับ สองคนยื้อยุดฉุดกระชากกันอุตลุด เรือนแก้วเข้าไปห้ามก็ถูกอรอาภาผลักล้ม รสรินประคองแม่ลุกขึ้นแล้วพุ่งเข้าหา ยัยไฮโซเห็นสีหน้าเอาเรื่องของเธอก็กลัว รีบเผ่นไปหากรพงศ์ที่เพิ่งลงจากรถแบบมึนๆ

“กรขา อีนี่มันจะทำร้ายอรค่ะ กรขาช่วยอรด้วย” ว่าแล้วอรอาภาวิ่งไปหลบด้านหลังกรพงศ์

เรือนแก้วตะโกนห้ามลูกแต่เธอไม่ฟังวิ่งเข้าใส่รสริน กับอรอาภายื้อกันไปยื้อกันมาพากันเสียหลักจะล้ม กรพงศ์ คว้ารสรินไว้อย่างลืมตัว ปล่อยให้อรอาภาลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น สองคนกอดกันนิ่ง ยัยไฮโซเห็นภาพบาดตาก็แผดเสียงลั่น กรพงศ์สะดุ้งเฮือกรีบปล่อยรสริน

“หน้าด้าน แกจะอ่อยกรเขาเหรอ” ไม่ด่าเปล่าอรอาภาเงื้อมือจะตบ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นจิ้งหรีดเดินนำคนงานกลุ่มใหญ่จะเข้ามาเอาเรื่อง อรอาภากับกรพงศ์ตกใจรีบแย่งกันกลับไปขึ้นรถ เพื่อนๆของเธอก็กลัวเช่นกัน ขึ้นรถได้เร่งให้คนขับเอารถออก คนงานพากันโห่ไล่เสียงเซ็งแซ่...

ในเวลาต่อมา รสรินประคองสายบัวที่เมาแอ๋ขึ้นบ้าน ศักดิ์สกุลกับพิมพ์เพทายตามมาขอโทษเรือนแก้วที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เรือนแก้วไม่โทษกรพงศ์แต่ฝ่ายเดียว รสรินเองก็ผิดที่ไปหลอกสลับตัวกับจิ้งหรีด แล้วไหนจะเรื่องพลวัฒน์อีก ศักดิ์สกุลหันไปถามตากล้องหนุ่มว่าตกลงเป็นอะไรกับรสริน เขาอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร รสรินมาทันได้ยินพอดี อธิบายว่าเราสองคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก

“รส...พลขอโทษนะที่พูดออกไปแบบนั้น ไม่คิดว่าไอ้...คุณกรพงศ์น่ะเขาจะเข้าใจไปแบบนั้น”

เรือนแก้วตำหนิพลวัฒน์ใครได้ยินที่เขาพูดก็ต้องเข้าใจไปในทางนั้นกันหมด เขาเถียงไม่ออกยกมือไหว้ขอโทษ ศักดิ์สกุลไม่โทษคนอื่น คนของเขาผิดเต็มประตูจะต้องเอาตัวมาขอโทษเรือนแก้ว สายบัวและรสรินให้เร็วที่สุด รสรินไม่เห็นมีความจำเป็นต้องทำอย่างนั้น อีกไม่กี่วันเธอก็ต้องไปอยู่บ้านศักดิ์สกุลอยู่แล้ว ไว้ค่อยไปเจอกันที่โน่นเลยก็ได้ เขาจะทักท้วงแต่เธอชิงตัดบท

“แบบนี้ดีแล้วค่ะ ยังไงขอเวลารสเคลียร์งานทางนี้ก่อนนะคะ แล้วรสจะตามไปค่ะ”

“งั้นก็ตามใจหนูแล้วกัน” ศักดิ์สกุลว่าแล้วก็ร่ำลาเรือนแก้วกับรสรินแล้วพากันขึ้นรถตู้กลับไป เรือนแก้วหันมาทำตาดุใส่ลูก สั่งให้ขึ้นไปคุยกับท่านข้างบน ส่วนพลวัฒน์กลับบ้านไปได้แล้วนี่มันดึกมากแล้ว รสรินรอจนแม่ลับสายตา จึงหันไปตีไหล่พลวัฒน์อย่างแรง

“วันหลังถ้าพูดให้ใครเข้าใจผิดแบบนั้นอีก รสจะโกรธพลจริงๆ ด้วย” พูดจบรสรินเดินตามแม่ขึ้นบ้าน

ooooooo

เรือนแก้วยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร รสรินชิงพูดขึ้นก่อนว่าอรอาภาหาเรื่องเธอก่อน จะให้อยู่เฉยๆ ปล่อยให้ยัยนั่นทำเราฝ่ายเดียวได้อย่างไร เรือนแก้ว ไม่เห็นด้วยที่ลูกตอบโต้ด้วยความรุนแรง

“แล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะคะ ทำไม่รู้ไม่เห็นยอมเขาไปหมดแบบแม่ทำน่ะเหรอ รสทำไม่ได้หรอก”

“เรามันก็เป็นซะแบบนี้ แล้วแม่จะวางใจได้ยังไง กับพี่กรก็ไปหลอกจนเขาเกลียดขี้หน้า จากที่เกลียดอยู่แล้วยิ่งเกลียดขึ้นไปอีก”

รสรินไม่สนกรพงศ์จะเกลียดหรือจะชอบก็เรื่องของเขา เรือนแก้วสอนว่าการจะเอาชนะใครสักคนไม่จำเป็น ต้องใช้วิธีตอบโต้เสมอไป ทำให้เขารักเราดีกว่ามันจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด รสรินบ่นอุบจะทำให้คนเกลียดเราเป็นทุนเดิมมารักเราคงไม่ใช่ทำกันได้ง่ายๆ เรือนแก้ว แนะให้เอาความจริงใจเข้าแลก

“ไปหลอกเขาให้รัก ลูกก็จะได้ความรักแบบหลอกๆ อยากได้ความจริงใจก็ต้องให้ความจริงใจกับเขาสิ”

“รสไม่ได้อยากได้สักหน่อย ความจริงใจของตานั่นน่ะ”

“จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีเถอะ” เรือนแก้วมองลูกสาวที่นั่งหน้างออย่างเหนื่อยใจ...

อรอาภากับเพื่อนๆเอาแต่ด่ารสรินกับพวกตั้งแต่ออกจากโรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ยันถึงล็อบบี้โรงแรมที่พัก กรพงศ์สงสารหูตัวเองไม่อยากได้ยินเสียงด่าว่าอีกชวนอรอาภาขึ้นห้อง แล้วเดินลิ่วไปที่ลิฟต์

“อะไรจะขนาดนั้น อดอยากมาจากไหนเนี่ย” ปากบ่นแต่ขาของอรอาภาก้าวฉับๆตามไปอย่างว่องไว ครั้นถึงห้องพัก กรพงศ์ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเสื้อผ้าไม่เปลี่ยน อรอาภาตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้งถอดต่างหูสร้อยคอออกพลางส่งเสียงเรียกให้เขาไปอาบน้ำ เงียบไม่มีเสียงตอบ เธอเดินมานั่งข้างๆเขา

“อะๆๆก็ได้ ถ้าจะต้องการขนาดนั้น” ว่าแล้วอรอาภาขยับคอเสื้อตัวเองให้กว้างขึ้นแล้วโน้มตัวลงไปหากรพงศ์ เสียงกรนดังสวนขึ้นมาทำให้เธอชะงัก พยายามเขย่าตัวให้ตื่นแต่เขายังกรนคร่อกๆ อรอาภาลุกไปคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำด้วยอาการเซ็งสุดๆ ทันทีที่เสียงปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น กรพงศ์หันมองให้แน่ใจว่าเธอเข้าห้องน้ำไปแล้ว นอนเอามือก่ายหน้าผาก

“ยัยตัวแสบ ที่แท้ก็มีคนอื่น”

ooooooo

รสรินมาเคลียร์งานที่โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์แต่เช้าเพื่อเตรียมตัวไปอยู่กรุงเทพฯ แม่ของจิ้งหรีดเห็นความร้ายกาจของอรอาภาเมื่อวานก็เป็นห่วง เสนอให้เธอเอาจิ้งหรีดไปอยู่เป็นเพื่อน รสรินนิ่งคิดอยู่อึดใจก่อนจะพยักหน้าตกลง แต่ต้องบอกแม่ของเธออีกทีหนึ่งก่อน จิ้งหรีดโดดตัวลอยด้วยความดีใจ

“นวลไปด้วยสิ นวลมีญาติอยู่กรุงเทพฯ ไม่ไปกวนรสหรอก ขอแค่ช่วยคุยเรื่องงานให้เท่านั้นแหละ” นวลพรรณอ้อนวอน รสรินตกลงให้เพื่อนไปด้วย แล้วจะลองคุยกับศักดิ์สกุลให้...

เมื่อเรือนแก้วรู้เรื่องที่จิ้งหรีดกับนวลพรรณจะไปอยู่กรุงเทพฯ ก็ทักท้วงเนื่องจากเกรงใจศักดิ์สกุล รสรินต้องอธิบายว่านวลพรรณไม่ได้จะไปอยู่ที่บ้านนั้นด้วยแต่จะไปพักกับญาติ ตนแค่ช่วยของานประชาสัมพันธ์ที่บริษัทของคุณลุงให้ ระหว่างนั้นสายบัวเดินกุมหัวเพราะเมาค้างเข้ามาถามว่าทำอะไรกันอยู่

“แม่เขาจัดน้ำพริกปลาร้าไว้ให้รสไปกินที่โน่นแน่ะจ้ะ”

สายบัวแนะให้ยกไปทั้งไห แค่นี้จะพอกินได้อย่างไร เรือนแก้วเกรงใจกรพงศ์เพราะเกลียดปลาร้าอย่างกับอะไรดี สายบัวไม่สน เกลียดก็ช่างหัวมัน หลานของตนต้องกินทุกวัน เรือนแก้วทำอย่างนั้นไม่ได้ถึงอย่างไรนั่นก็บ้านของเขา แล้วกำชับรสรินเวลาจะกินปลาร้าให้แอบๆกิน อย่าเอาไปใกล้ๆกรพงศ์ รสรินพยักหน้ารับคำด้วยไม่อยากขัดใจแม่ ขณะที่สายบัวมองไหปลาร้ายิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที...

กรพงศ์เห็นสายมากแล้วอยากจะกลับกรุงเทพฯเต็มทีแต่อรอาภาชวนให้อยู่เที่ยวที่นี่ก่อน เขาจึงปฏิเสธทันทีว่าไม่ไป ถ้าเธออยากเที่ยวก็ให้ชวนเพื่อนๆของเธอแล้วกัน เขาขอตัวกลับก่อน อรอาภาอ้างว่าไล่เพื่อนกลับไปหมดแล้ว เพื่อจะได้อยู่กับเขาสองคน กรพงศ์ยืนกรานไม่ไป อยากกลับบ้านมากกว่า เธอมองสงสัยที่นี่มีความหลังฝังใจอะไรหรือเขาถึงไม่อยากเที่ยว กรพงศ์ถูกแทงใจดำหน้าหงิกยิ่งกว่าเดิม

“ก็ได้ค่ะ ไม่ไปก็ไม่ไป งั้นแค่แวะกินข้าวแล้วซื้อของนิดหน่อยคงไม่เป็นอะไรนะคะ” อรอาภามองกรพงศ์ที่พยักหน้ารับคำอย่างจ้องจับผิด...

หลังกินข้าวเสร็จ อรอาภากับกรพงศ์เดินเที่ยวเล่นในตลาด เธอเห็นข้าวของที่ขายเป็นแบบบ้านๆเบ้ปากรังเกียจ เขาเห็นเธอไม่ถูกใจข้าวของที่ดูก็ชวนกลับ เธอกลับหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเซลฟี่กับเขา กอดบ้างหอมแก้ม เขาบ้าง ผู้คนเดินผ่านไปผ่านมามองเป็นตาเดียวกัน เขาอายมากเดินหนีไปอีกทางหนึ่ง เธอจะเดินตามแต่เห็นร้านขายน้ำพริกสารพัดชนิดใส่กระปุกวางเรียงรายรีบเข้าไปดู

อรอาภาสนใจน้ำพริกปลาร้ายี่ห้อแม่ศรีไทยแลนด์เป็นพิเศษ เหมาซื้อยี่ห้อนี้หมดทุกกระปุก สั่งให้แม่ค้าใส่ถุงหลายๆชั้นและมัดปากให้แน่นๆอย่าให้กลิ่นเล็ดรอดออกมาได้ ครู่ต่อมากรพงศ์เห็นอรอาภากรีดนิ้วหิ้วถุงน้ำพริกมาที่รถถึงกับออกปากไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอกินของพวกนี้ด้วย เธอไม่ได้กินแต่พ่อชอบก็เลยซื้อไปฝาก เขาเร่งให้กลับกันได้แล้ว

“กลับก็กลับ แล้วนี่จะไปค้างบ้านอรก่อนไหมคะ หรือที่คอนโดฯดี”

กรพงศ์ไม่ไปค้างไหนทั้งนั้น ร้องจะกลับบ้าน อรอาภาหาว่าเขาจะรีบกลับไปเจอเจ้าสาวถึงได้เร่งเอาๆ เขาปฏิเสธว่าเปล่า ใครอยากจะเจอคนโกหกหลอกลวงพรรค์นั้น แต่ที่ต้องกลับไปเพราะไม่อยากหลบหน้าใคร สู้ลุยกันตรงๆไปเลยจะดีกว่า

“ผมจะทำให้ยัยตัวแสบนั่นเป็นฝ่ายร้องไห้รีบขอกลับบ้านแทบไม่ทันเลย” กรพงศ์ยิ้มเหี้ยม...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ศักดิ์สกุลสั่งให้พิมพ์เพทายลองโทร.หากรพงศ์อีกทีว่าเปิดมือถือหรือยัง สาวใช้ซึ่งขนกระเป๋าตามเข้ามา รีบรายงานว่ากรพงศ์กลับมาตั้งแต่บ่ายแล้ว ศักดิ์สกุลจัดแจงจะขึ้นไปคุยกับลูกชายให้รู้เรื่อง ทิ้งเจ้าสาวกลางงานแบบนั้นใช้ไม่ได้ พิมพ์เพทายแก้ตัวแทนพี่ชายที่ทำอย่างนั้นเพราะโกรธรสรินเรื่องหลอกสลับตัวกับจิ้งหรีด เท่านั้นไม่พอเธอยังหลอกให้เขารักอีกต่างหาก

“คุณพ่อจำสาวที่พี่กรไปติดได้ไหมคะ ที่ช่วงหลังๆ พี่กรเขาแว่บไปหาบ่อยๆน่ะ เธอคือพี่รสค่ะ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าพี่กรโกรธพี่รสหนักเลยที่มาหลอกลวงกัน”

“จะโกรธอะไรนักหนา เดี๋ยวพ่อจะขึ้นไปพูดกับมันเอง”

พิมพ์เพทายขอร้องพ่ออย่าไปยุ่ง ควรให้ทั้งคู่จัดการกันเองจะดีกว่า ถ้าสองคนนั่นเป็นคู่กันจริง เดี๋ยวเราก็จะได้เห็นอะไรดีๆเอง แม้ไม่ค่อยจะวางใจนัก แต่ศักดิ์สกุลก็ยอมทำตามที่ลูกสาวขอร้อง

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันที่รสรินเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พลวัฒน์จะกลับพอดีก็เลยอาสาจะพาสาวๆมาส่งสายบัวแอบเรือนแก้วเอาปลาร้าทั้งไหใส่กล่องกระดาษปิดมิดชิดให้หลานสาวเอาติดไปกรุงเทพฯ เรือนแก้วเห็นลูกจะไปก็ใจหาย น้ำตาคลอเบ้า สั่งให้ลูกดูแลตัวเองดีๆและให้อดทนมากๆอย่าลืมโทร.หาแม่ด้วย

“โอ๊ย ขี้แงอีกแล้ว เอาน่ารสจะทั้งโทร.ทั้งกลับมาหาแม่ทุกอาทิตย์เลยดีไหม”

เรือนแก้วไม่ต้องการให้ลูกทำขนาดนั้น เอาแค่ดูแลตัวเองท่านก็พอใจแล้ว ทุกคนไหว้ลาเรือนแก้วกับสายบัวแล้วพากันขึ้นรถขับออกไป สองพี่น้องมองตามน้ำตาคลอเบ้า...

ขณะที่รสรินกับคณะมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ กรพงศ์ไม่พอใจมากที่พ่อสั่งให้คนงานเข้าไปจัดห้องของเขาใหม่เพื่อจะให้รสรินมาอยู่ด้วยทำท่าจะเอาเรื่อง ศักดิ์สกุลขอร้องอย่ามาดัดจริตหน่อยเลย ท่านรู้เรื่องที่เขาแอบชอบรสรินแล้ว กรพงศ์อ้างที่ชอบเพราะไม่รู้ว่าเธอคือยัยปลาร้านั่นต่างหาก

“ก็ตอนนี้รู้แล้วนี่ ไม่ดีเหรอไง คนที่แอบชอบกลายมาเป็นเมีย...ลดๆอีโก้แกลงมา แล้วรีบๆเคลียร์กับน้องให้เข้าใจ เรื่องแค่นี้อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่”

“ยังไงซะยัยนั่นก็เป็นคนหลอกลวงขี้โกหก คนที่ผมชอบน่ะ...” กรพงศ์พูดยังไม่ทันจบประโยค อรอาภาเดินยิ้มร่าเข้ามา ศักดิ์สกุลเบือนหน้าหนี ขณะที่กรพงศ์ นิ่งเงียบไม่พูดอะไรอีก...

ในเวลาเดียวกัน ท่านวีระมาแผนสูงสั่งเลขาฯให้คนเอากระเช้าดอกไม้ไปเพื่อแสดงความยินดีที่ลูกชายของศักดิ์สกุลแต่งงาน เลขาฯจัดการให้แล้วป่านนี้น่าจะถึงแล้ว และอรอาภาก็ไปหากรพงศ์ที่บ้านเช่นกัน ท่านวีระกลัวลูกจะทำให้เสียงาน สั่งเลขาฯโทร.ไปบอกคนของเราให้ลากเธอกลับมาด้วย

“ยังไงช่วงนี้เราต้องทำให้คนเห็นว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกับพวกศาสตราบุรินทร์ แค่รู้จักกันเฉยๆ” เลขาฯรีบทำตามคำสั่งทันที...

ครู่ต่อมา คนของท่านวีระนำกระเช้าดอกไม้มาที่บ้านศาสตราบุรินทร์ ศักดิ์สกุลไม่ชอบคนให้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงพูดจากระแนะกระแหนตลอด ครั้นพวกลูกน้องท่านวีระจะกลับ หันบอกอรอาภาว่าท่านฝากให้เชิญเธอกลับไปด้วย แต่เธอไม่ยอมไป ตัวเองไม่ใช่เด็กๆ อยากจะกลับตอนไหนก็เรื่องของเธอ

ลูกน้องหันไปพยักพเยิดให้กัน จากนั้นตรงเข้าไปช่วยกันหิ้วปีกอรอาภาที่พยายามดิ้นหนีพร้อมกับสั่งให้ปล่อย พวกนั้นไม่สนใจลากเธอออกไปจนได้ ศักดิ์สกุล ยิ้มชอบใจ ขณะที่กรพงศ์กลับรู้สึกแปลกๆชอบกล...

จากนั้นไม่นาน อรอาภามาถึงห้องทำงานของท่านวีระ โวยวายใส่พ่อตัวเอง ให้คนไปลากเธอมาแบบนี้ได้อย่างไร ท่านอ้างว่ากรพงศ์เพิ่งแต่งงาน ไปยุ่งวุ่นวายกับเขาทำไม อรอาภาไม่เชื่อว่าพ่อมีเจตนาแค่นั้น คาดคั้นให้บอกมาดีกว่าต้องการอะไรกันแน่ เกี่ยวกับโครงการศูนย์ราชการนั่นหรือเปล่า ท่านวีระไม่อยากลงในรายละเอียดขอแค่ตอนนี้ลูกอยู่ห่างๆพวกศาสตราบุรินทร์ไว้เป็นดีที่สุด

“อะไรอะ ทำไมอรต้องทำตามด้วย ทีอรขอให้ช่วยสืบเรื่องอีลูกปลาร้าล่ะ ไปถึงไหนแล้ว”

ท่านวีระขอติดไว้ก่อน ตอนนี้มีเรื่องจำเป็นมากกว่าต้องทำ อรอาภามองพ่อไม่พอใจ

ooooooo

ศักดิ์สกุลกับพิมพ์เพทายออกมาต้อนรับรสรินกับพวกที่หน้าบ้าน รสรินออกตัวว่าพอดีพลวัฒน์ต้องมากรุงเทพฯก็เลยติดรถมาด้วย แล้วขอโทษศักดิ์สกุลที่ไม่ได้บอกก่อนว่าจะเอาจิ้งหรีดมาอยู่ที่นี่กับเธอ

“เอาสิ หนูมีเพื่อนมาอยู่ด้วยจะได้ไม่เหงา”

รสรินยังมีอีกเรื่องที่ต้องขอร้อง นวลพรรณซึ่งจบด้านประชาสัมพันธ์อยากมาทำงานด้วยศักดิ์สกุลพอมีตำแหน่งว่างไหม พิมพ์เพทายอาสาจะจัดการให้ พอดีช่วงนี้หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ต้องการผู้ช่วยพอดี รสริน นวลพรรณและจิ้งหรีดต่างจับมือกันดีใจ ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง

“ไม่ชวนกันมาทั้งหมู่บ้านเลยล่ะ แล้วสามีเก่าของเธอล่ะ จะฝากงานให้ด้วยไหม”

ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นกรพงศ์ยืนมองรสรินกับพวกด้วยสายตาเหยียดหยัน ศักดิ์สกุลต้องเตือนลูกชายพูดจาดีๆหน่อย รสรินกับพลวัฒน์ไม่ได้เป็นอะไรกัน กรพงศ์ไม่เชื่อ พลวัฒน์จึงต้องยืนยันว่าเขาไม่ได้มีอะไรกับรสรินจริงๆ เขาผิดเองที่พูดให้กรพงศ์เข้าใจผิด แล้วขอตัวกลับก่อน เพราะต้องไปส่งนวลพรรณ ยกมือไหว้ลาศักดิ์สกุล แล้วหันมาล่ำลารสรินก่อนจะขึ้นรถไปกับนวลพรรณ

“งั้นเราเข้าบ้านกันดีกว่า กระเป๋าข้าวของเอาวางไว้นี่ล่ะลูก เดี๋ยวให้เด็กๆมายกไป” ศักดิ์สกุลว่าแล้วเดินนำเข้าตัวบ้าน กรพงศ์ปรี่เข้ามาถามรสรินว่ายังไม่ได้มีอะไรกับไอ้บ้านั่นจริงๆหรือ เธอหมั่นไส้ก็เลยโกหกว่ามี สะบัดหน้าใส่แล้วเดินตามคนอื่นๆ กรพงศ์มองตามเดือดปุดๆ...

ศักดิ์สกุลขอร้องรสรินตั้งแต่นี้ไปให้เลิกเรียกท่านว่าคุณลุงให้เรียกว่าคุณพ่อแทน แล้วพามานั่งพักที่โซฟาให้หายเหนื่อยก่อนเดี๋ยวเด็กรับใช้ตั้งโต๊ะเสร็จจะได้กินมื้อเย็นกัน รสรินเห็นดวงกมลนั่งอยู่แถวนั้นรีบยกมือไหว้ ท่านรับไหว้แบบขอไปทีแล้วเมินไปทางอื่น รสรินเห็นว่าจะกินมื้อเย็นกันแล้ว อาสาจะไปช่วยในครัว แต่ศักดิ์สกุลไม่อนุญาต เธอจึงส่งจิ้งหรีดไปจัดการแทน...

ครั้นพวกสาวใช้บ้านศาสตราบุรินทร์รู้ว่าจิ้งหรีดมากับภรรยาของกรพงศ์พากันชื่นชมนายสาวคนใหม่ว่าสวยกว่าอรอาภาแถมกิริยาท่าทางก็ดีกว่ามาก จิ้งหรีดพลอยยิ้มปลื้มไปด้วยแล้วเดินไปยกกล่องใบหนึ่งมาวางตรงหน้า สาวใช้พากันมามุงดูว่าเป็นอะไร พอเห็นเป็นไหปลาร้าก็พากันตะลึง...

ระหว่างกินมื้อค่ำโดยไม่มีกรพงศ์ร่วมโต๊ะ รสรินเรียกจิ้งหรีดมากินข้าวด้วยกัน ดวงกมลไม่ยอมให้คนรับใช้นั่งร่วมโต๊ะ รสรินรีบบอกว่าเธอไม่ได้เป็นคนใช้ จิ้งหรีดไม่อยากเป็นตัวปัญหา จึงบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวตนไปกินกับพวกพี่ๆในครัวก็ได้ รสรินหันมาถามศักดิ์สกุลแล้วเรื่องานที่จะให้เธอไปช่วยที่บริษัทจะว่าอย่างไร ท่านอยากให้เธอไปฮันนี่มูนกับกรพงศ์ก่อน เธอส่ายหน้าขอทำงานเลยดีกว่า ขืนไปกับอีตานั่นได้ตีกันตาย

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พี่รสลองไปดูที่ออฟฟิศก่อนก็ได้ค่ะแล้วอยากทำตำแหน่งไหนค่อยว่ากันอีกที”...

เสร็จจากมื้อค่ำ พิมพ์เพทายพารสรินมาส่งที่ห้องของกรพงศ์แล้วผละจากไป เธอลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเคาะประตูเรียกเจ้าของห้องเงียบไม่มีเสียงตอบ เธอจึงค่อยๆเปิดประตูเข้าไป ทันทีที่ประตูห้องปิด พิมพ์เพทายย่องกลับมาเอาหูแนบกับประตู ขณะรสรินเดินสำรวจไปทั่วห้องรู้สึกเหมือนมีคนอยู่ข้างหลังหันขวับไปมองต้องตกใจแทบ ช็อกเมื่อเห็นกรพงศ์นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวยืนจ้องอยู่ด้วยสายตาหื่นกระหาย

คู่ซ่ารสแซ่บ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด