ตอนที่ 5
นับเป็นโชคดีของกรพงศ์ที่เอาการ์ดแต่งงานมาให้ฝ่ายว่าที่เจ้าสาวแล้วไม่เจอสายบัว มีเพียงเรือนแก้วกับนวลพรรณเท่านั้นที่อยู่บ้าน เรือนแก้วเห็นการ์ด แต่งงานแล้วทักท้วงว่ายังพิมพ์ไม่เรียบร้อย นามสกุลของเธอกับลูกหายไป
“ป้า...ป้าคิดว่าผมจะเอานามสกุลป้าลงไปด้วยเหรอ เนินสูงชันเนี่ยนะ ป้าคิดว่าผมจะกล้าเอาลงไปในการ์ดด้วยเหรอ ตลกน่ะ ลองคิดดูถ้าผมเอาไปแจกญาติผู้ใหญ่หรือเพื่อนๆของผม เขาคงได้หัวเราะกันตาย นามสกุลเหย่ๆโง่ๆแบบเนี้ย อายเขาตาย แล้วนี่ลูกสาวป้าไปไหนซะล่ะ อ้อ ไม่อยู่สินะ นี่ผมมาตามที่คุณพ่อสั่ง ในเมื่อลูกป้าไม่อยู่เองก็ช่วยไม่ได้ ถือว่าผมไม่ผิดนะ” กรพงศ์มองเหยียดก่อนจะลงไปที่รถ
เรือนแก้วถึงกับน้ำตาร่วงที่โดนดูแคลน นวลพรรณโกรธมากจะตามไปเอาเรื่อง แต่เรือนแก้วห้ามไว้...
นายชูคนขับรถถามกรพงศ์จะกลับกรุงเทพฯเลยหรือเปล่า เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบมือถือขึ้นมาไลน์ถามยัยตัวแสบว่าอยู่ที่ไหน จะไปหาตามสัญญา ยัยตัวแสบของเขากำลังคุยสายอยู่กับนวลพรรณซึ่งรายงานถึงพฤติกรรมเลวร้ายของเขาให้ฟัง เธอแค้นใจมาก ฝากนวลพรรณอยู่เป็นเพื่อนแม่ก่อน ขอจัดการอะไรก่อนแล้วจะรีบกลับ วางสายเสร็จเธอเปิดไลน์จากกรพงศ์ดู ก่อนจะยิ้มเหี้ยม
ครู่ต่อมากรพงศ์มาถึงตลาดในตัวเมืองตามที่ยัยตัวแสบไลน์มานัด เห็นเธอนั่งรออยู่ก่อนแล้วแอบย่องมาจ๊ะเอ๋ รสรินแกล้งตกใจหันมาตบเขาฉาดใหญ่แก้แค้นให้แม่ เท่านั้นไม่พอ เธอยังหลอกพาเขาไปกินส้มตำปลาร้า เขาถึงกับผงะหนีพลางต่อว่าพูดให้ฟังแล้วไม่ใช่หรือว่าเกลียดปลาร้า ยังจะสั่งมาให้กินอีก
“คำเดียวเองนะคะเผื่อชอบ กินเสร็จแล้วเดี๋ยวเราจะได้ไปเที่ยวกันต่อ” รสรินตักส้มตำจะป้อน
“ไม่เอาอะ ของเหม็นๆแบบนี้ เห็นแล้วยิ่งนึกถึงพวกนั้นเลย”
รสรินฉุนกึก จับกรพงศ์บีบปากแล้วยัดส้มตำใส่ เขาถึงกับตาเหลือกพยายามดิ้นหนี...
แม้กรพงศ์จะขย้อนส้มตำออกมาไม่ยอมกลืน แต่รสรินจำต้องพาเขาไปเที่ยวที่สวนสาธารณะตามสัญญา ทั้งคู่นั่งเรือถีบไปรอบๆสระน้ำ บรรยากาศร่มรื่นทำให้กรพงศ์อารมณ์ดีขึ้นถึงกับออกปากได้มาเที่ยวกับเธอแบบนี้ทำให้ลืมเรื่องบ้าๆของยัยปลาร้าไปได้
“ถ้าคุณเกลียดเธอขนาดนั้น ทำไมไม่ปฏิเสธไปซะล่ะ”
กรพงศ์ทำไม่ได้เพราะพ่อขู่จะตัดออกจากกองมรดก สู้ยอมแต่งๆไปสักเดือนแล้วค่อยหย่าเอาดีกว่า รสรินติงทำแบบนั้นผู้หญิงจะเสียใจได้ เขาไม่สน ในเมื่อยัยนั่นอยากจะจับเขาเอง น่าจะเจียมตัวตั้งแต่แรก เธอเตือนระวังจะไปหลงรักยัยปลาร้า เขายืนกรานไม่มีวันเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด
“แล้วแฟนไฮโซของคุณ ที่เป็นข่าวด้วยกันบ่อยๆ ล่ะคะ” รสรินเห็นเขาเงียบไปก็เบ้ปากใส่...
คนที่รสรินถามถึงไม่สบอารมณ์นักที่มาหากรพงศ์ที่บ้านแต่เขาไม่อยู่ ไปหายัยปลาร้าตามคำสั่งของศักดิ์สกุล ดวงกมลขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน ปล่อยกรพงศ์แต่งไปสักพักท่านจะให้เขารีบหย่าเพื่อกลับมาหาเธอ
ooooooo
แทนที่จะตอบคำถามของยัยตัวแสบ กรพงศ์กลับชวนเธอมาเป็นแฟน ถ้าเธอยอมรับข้อเสนอเขาจะทิ้งสาวๆทุกคน รสรินหมั่นไส้ แกล้งชี้ชวนให้เขาดูตัวอะไรในน้ำ เขามองอย่างสนใจถามว่าอยู่ตรงไหน
“นั่นไงคะ คุณกรชะโงกออกไปอีกสิคะ” รสรินเห็นเขาทำตาม ยกเท้าจะถีบ
ชายหนุ่มเสียหลักหันมาคว้าเธอเข้าหา แล้วถือโอกาสจูบเต็มๆ รสรินถึงกับทำอะไรไม่ถูกกระทั่งเขาผละออกมาเอง เธอเจ็บใจมากเงื้อกำปั้นจะต่อย แต่ต้องชะงักรีบผลักเขาพ้นทางแล้วกระโจนลงน้ำ ก่อนจะว่ายฟรีสไตล์ร้อยเมตรราวกับแข่งโอลิมปิกตรงไปหาเด็กน้อยที่กำลังจะจมน้ำ โดยมีคนเป็นแม่ยืนร้องโวยวายอยู่บนฝั่ง เธอพาเด็กน้อยขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัย กรพงศ์ได้แต่มองอย่างทึ่ง
จากนั้นเขารีบตามไปสมทบ เห็นเสื้อรสรินลู่ติดตัวดูโป๊ รีบถอดเสื้อนอกคลุมให้ ชมเปาะว่าเป็นคนจิตใจดี แล้วขยี้หัวเธอเล่น เธอแอบเขินแต่นึกถึงเรื่องที่เขาจูบขึ้นมาได้หันไปต่อว่า เขากลับยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
“ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า กลับกันเถอะ อยากยืนให้ชุดมันแนบเนื้ออยู่อย่างนี้หรือไง” พูดจบคว้ามือเธอจูงจะไปที่รถ เธอสะบัดออกเขาคว้าใหม่อีกครั้ง คราวนี้เธอปล่อยให้เขาจับ กรพงศ์มองมือตัวเองที่กุมมือเธอรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก รสรินไม่ยอมให้เขาไปส่งบ้านขอให้จอดรถส่งที่ตลาดในเมือง อ้างนัดเพื่อนไว้
“ถึงที่พักแล้วโทร.บอกนะ เค้าห่วงตัวเองนะรู้หรือเปล่า”
รสรินแลบลิ้นใส่ ก่อนจะปิดประตูรถกระแทก กรพงศ์หลบทันแล้วบอกให้นายชูพากลับกรุงเทพฯ...
ที่บ้านศาสตราบุรินทร์ พิมพ์เพทายเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของพ่อ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ท่านเล่าว่านายชูคนขับรถโทร.มาบอกว่าเหมือนทางเรือนแก้วจะโวยวายเรื่องการ์ดแต่งงานแต่ไอ้ลูกตัวดีนั่นดันชิ่งหนีไปเที่ยวกับหญิงอื่น นายชูไม่รู้ว่าผู้หญิงที่ไหน ได้ยินแค่กรพงศ์เรียกเธอว่ายัยตัวแสบ
“ยัยตัวแสบเหรอ...อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ อ้อเรื่องการ์ดน่ะค่ะ พิมพ์ลองติดต่อไปที่โรงพิมพ์แล้ว เขาบอกว่าถ้าให้แก้ตอนนี้คงต้องรอเพราะเขาก็เร่งโบรชัวร์ให้เราอยู่ พิมพ์เลยว่าจะลองหาที่อื่นดู แต่ไม่รู้จะมีที่ไหนรับทำหรือเปล่า ถ้าเอาเร็วก็คงได้แบบไม่ค่อยดีนัก”
ศักดิ์สกุลวานลูกสาวเป็นธุระเรื่องนี้ให้ด้วย แพงแค่ไหนไม่ว่าขอให้แก้ไขได้ ตนจะได้ไปคุยกับทางโน้นใหม่ พิมพ์เพทายอดสงสัยไม่ได้ว่าพ่อโทร.หาเรือนแก้วหรือยัง เขาไม่กล้าคุยอะไรด้วยตอนนี้
ooooooo
สายบัวโกรธมากเมื่อเห็นการ์ดแต่งงานที่กรพงศ์เอามาให้ จะตามไปเอาเรื่องเขาให้ได้ เรือนแก้วต้องขอร้องอย่าทำให้เรื่องบานปลายใหญ่โต เธอไม่สนอยากบานก็ให้บานไป รสรินกลับถึงบ้านพอดี สายบัวชวนให้ไปเอาเรื่องกรพงศ์ด้วยกันแล้วคว้ามือจะลากไปเธอขืนตัวไว้ บอกว่าไม่ต้องไปเธอมีแผนแก้เผ็ดเอาไว้แล้ว
“รส แม่ขอนะ ยังไงลุงศักดิ์เขาก็มีบุญคุณกับเรานะ”
“รสรู้จ้ะแม่ รสไม่ทำอะไรเสียหายหรอก ก็แค่จะสั่งสอนนายนั่นบ้างก็เท่านั้น” รสรินเดินเลี่ยงออกไป
“เออ มันต้องอย่างนี้สิวะถึงจะเป็นหลานข้า” สายบัวหัวเราะชอบใจแล้วนึกขึ้นได้ “ว่าแต่มันไปเอาเสื้อใครมาใส่วะ แล้วทำไมตัวเปียกอย่างกับลูกหมาตกน้ำแบบนั้น”...
รสรินเข้าห้องปิดประตู ทรุดตัวลงนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ใจลอยไปถึงเหตุการณ์ตอนที่ถูกกรพงศ์จูบ เธอจับปากตัวเองหน้าแดงด้วยความเขิน ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นทิ้ง
“ไม่ได้ จะเคลิ้มตามไม่ได้นะรส โดนเขาดูถูกขนาดนี้แล้ว ต้องเอาคืน” ว่าแล้วรสรินเปิดคอมพิวเตอร์ คลิกเปิดไฟล์การ์ดแต่งงานที่ตัวเองออกแบบเอาไว้ขึ้นมาดู...
ไม่ใช่จะมีแต่รสรินเท่านั้นที่คิดถึงเหตุการณ์ตอนจูบ กรพงศ์ถึงกับฝันหวาน ยิ่งนึกถึงตอนกุมมือเธอเดินมาที่รถ ยิ่งรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ศักดิ์สกุลเปิดประตูห้องเข้ามาดูใกล้ๆ ลูกชายตัวดีที่กำลังหลับตาพริ้ม อยู่ๆคว้ามือท่านไปจูบรู้สึกขยะแขยงสุดทน กระชากมือกลับโวยวายลั่นทำบ้าอะไรอยู่ กรพงศ์ลืมตาขึ้นมาเห็นพ่อสะดุ้งโหยงลุกพรวดขึ้นนั่ง ทำท่าจะแหวะเมื่อรู้ว่าจูบมือพ่อตัวเอง ศักดิ์สกุลหมั่นไส้ตบหัวผัวะ
“ฉันให้ยัยพิมพ์ติดต่อพิมพ์การ์ดใหม่แล้ว ไม่รู้จะทันหรือเปล่าเนี่ย แกนี่มันหาเรื่องจริงๆ”
กรพงศ์ทักท้วงจะต้องพิมพ์ใหม่ให้เปลืองเงินทำไม ใช้การ์ดเดิมก็ได้ ศักดิ์สกุลขอให้ลูกคิดถึงใจเขาใจเรา ถ้าใครมาดูถูกตระกูลเราจะรู้สึกอย่างไร เขาเถียงว่าตระกูลเราไม่ใช่บ้านนอกอย่างนั้นจะได้มีใครมาดูถูก ศักดิ์สกุลตำหนิลูกชายที่ตัดสินคนแค่เพียงเปลือกนอก เรือนแก้วมีบุญคุณกับเรามากมายแต่ไม่เคยสักครั้งที่จะทวงถามแถมยังเกรงใจและให้เกียรติเราอีกต่างหาก แล้วด่าลูกอีกยกใหญ่ก่อนจะเดินออกจากห้อง
ooooooo
คำพูดของพ่อเมื่อคืนทำให้กรพงศ์รู้สึกผิด เห็นน้องสาวเดินผ่านโต๊ะทำงานร้องถามว่าติดต่อทำการ์ดใหม่ทันไหม เธอก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ติดต่อไปสามที่แล้วทางนั้นว่างานเร่งเกินเลยไม่รับ วันนี้จะลองติดต่ออีกที่หนึ่งแล้วถามว่ามีอะไรหรือ กรพงศ์ยังไม่ทันจะพูดอะไรอรอาภาโผล่เข้ามาเสียก่อน เขารีบเปลี่ยนทีท่า
“ก็จะสมน้ำหน้าไง ไม่ต้องไปติดต่อที่ไหนหรอก ใช้แบบเดิมน่ะดีแล้ว”
อรอาภาอยากรู้ว่าสองพี่น้องคุยอะไรกันอยู่ พิมพ์เพทายกำลังคุยเรื่องการ์ดแต่งงานที่จะพิมพ์ใหม่ เธอคว้าการ์ดมาดูอย่างถือวิสาสะถึงกับขำก๊ากที่เห็นชื่อฝ่ายเจ้าสาวตัวเล็กนิดเดียวแถมนามสกุลก็ไม่มี พิมพ์เพทายไม่พอใจถ้าพี่ชายจะเรียกมาพูดแค่นี้เสียเวลาตนเปล่าๆแล้วเดินจากไปอย่างหัวเสีย อรอาภาถามกรพงศ์ว่ายัยปลาร้านั่นนามสกุลอะไร พอรู้ว่านามสกุลเนินสูงชัน เธอหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง...
ด้านรสรินคิดจะเอาคืนกรพงศ์บ้าง ปริ๊นต์การ์ดแต่งงานใหม่ตั้งแต่เมื่อคืนยันเช้า ด้วยกระดาษ A4 มีชื่อตัวเองกับแม่เด่นเป็นสง่าเบียดชื่อกรพงศ์เหลือตัวเล็กนิดเดียว ส่วนนามสกุลเนินสูงชัน เธอใช้หมึกสีเข้มเน้นชัดเจน และด้านล่างของการ์ดมีโลโก้แม่ศรีไทยแลนด์พิมพ์หราอยู่ สายบัวเข้ามาเห็นถึงกับร้องเอะอะ
“นี่เอ็งเล่นอย่างนี้เลยเหรอวะ”
“เอาอย่างนี้ล่ะจ้ะแบบบ้านๆ ลูกทุ่งๆ ตามสไตล์เรา รสปริ๊นต์เผื่อทางบ้านโน้นเขาด้วย”
สายบัวกลัวกรพงศ์จะไม่กล้าเอาไปแจกคนอื่น รสรินวางแผนเรื่องนี้ไว้แล้ว ป้าไม่ต้องเป็นห่วง แค่อย่าให้แม่ของเธอรู้เท่านั้น แล้วกระซิบบอกแผนการให้ฟัง สายบัวถึงบางอ้อทันที นี่แสดงว่าเมื่อวานเธอไปกับกรพงศ์มาใช่ไหม รสรินพยักหน้ายิ้มๆ ขณะที่สายบัวหัวเราะชอบใจที่มีหลานฉลาดเหมือนตัวเอง...
อรอาภาเห็นกรพงศ์ไม่เป็นอันทำงานเอาแต่จ้องมือถือเหมือนรอสายใครอยู่ก็ร้องถาม เขาอ้างว่ารอสายจากลูกค้ามีนัดกันเอาไว้ รอนานแล้วไม่เห็นโทร.มาสักทีขอตัวไปโทร.หาแล้วลุกออกไปหน้าตาเฉย เธอค้อนขวับ ก่อนจะหันมาเห็นคอมพิวเตอร์ของเขาเปิดค้างไว้ มองซ้ายมองขวาปลอดคนรีบเปิดดู...
กรพงศ์โทร.อ้อนยัยตัวแสบสารพัดว่าคิดถึงมากอยากเจอใจจะขาด เธอถามว่าอาทิตย์นี้จะมาอีกใช่ไหมจะได้นัดเจอกัน แล้วหยอดคำหวานว่าคิดถึงเขาเช่นกัน และย้ำว่าต้องมาตามนัดให้ได้ ก่อนวางสายเธอยังส่งจุ๊บให้อีกต่างหาก จิ้งหรีดกับนวลพรรณรีบเข้ามาปะเหลาะถามว่าโทร.คุยกับใคร
“จะแต่งงานอยู่แล้วนะ บอกเพื่อนมาเหอะ”
รสรินไม่ตอบคำถามผลักหัวทั้งคู่ออกห่างแล้วโทร.หาพิมพ์เพทายเพื่อขอความช่วยเหลือ เธอยินดีร่วมมือเต็มที่จะให้ทำอะไรให้ก็ขอให้บอก...
จากนั้นไม่นาน กรพงศ์กลับมาที่โต๊ะทำงานเห็นอรอาภาเปิดงานของเขาดู ก็แปลกใจถามว่าทำอะไร เธอสะดุ้งโหยงรีบปิดหน้างานนั้นแล้วหันมายิ้มกลบเกลื่อนอ้างหาเกมเล่น แต่หาไม่เจอเลยเปิดไปมั่วๆ กรพงศ์เปิดเกมให้แต่เธอกลับไม่เล่น แม้จะแปลกใจแต่เขาไม่ติดใจสงสัยอะไร...
ในที่สุดโรงงานแม่ศรีไทยแลนด์พร้อมจะเปิดดำเนินการอีกครั้ง ทั้งเรือนแก้ว สายบัว รสรินกับจิ้งหรีดและนวลพรรณต่างดีใจกันทั่วหน้า เรือนแก้วขอบใจทุกคนมากที่ร่วมมือร่วมใจกันจนทุกอย่างลุล่วงด้วยดี โดยเฉพาะรสรินที่เสียสละทุกอย่าง นวลพรรณเห็นว่าเราควรจะทำอะไรให้เป็นทางการสักหน่อย
“งั้นก็นิมนต์พระมาทำบุญเจิมให้เป็นสิริมงคล”
รสรินเห็นด้วยกับแม่ และเพื่อไม่ให้เป็นการสิ้นเปลือง เธอเสนอให้เลี้ยงฉลองเปิดโรงงานวันเดียวกับงานแต่งงานของเธอไปเลย
ooooooo
แทนที่จะโทร.บอกพลวัฒน์เรื่องที่รสรินจะเลี้ยงฉลองเปิดโรงงานพร้อมกับฉลองสมรสและจะให้เขาช่วยมาถ่ายรูป นวลพรรณลงทุนนั่งรถทัวร์มากรุงเทพฯ หวังจะได้เจอหน้าเขาให้หายคิดถึง
ระหว่างรอเขาเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟัน นวลพรรณเดินดูโน่นดูนี่ไปทั่วห้องพัก เห็นโน้ตบุ๊กวางอยู่แอบเปิดดูถึงกับหน้าเศร้าเมื่อเจอแต่รูปของรสริน แถมข้างๆโน้ตบุ๊กก็มีรูปของเธอใส่กรอบตั้งอยู่ นวลพรรณยิ่งเศร้าหนักกลับถึงบ้านไม่พูดไม่จา รสริน เห็นท่าทางแปลกๆของเพื่อนก็เอะใจ...
วันนี้กรพงศ์มาแปลก กลับจากที่ทำงานก็ตั้งหน้าตั้งตากินมื้อเย็นเหมือนไม่ได้กินมาเป็นเดือนๆ จนดวงกมลคิดว่าศักดิ์สกุลไม่ให้เงินลูกกินข้าวกลางวัน ถึงได้กลับมากินข้าวบ้านราวกับตายอดตายอยาก กินเสร็จกรพงศ์ขอตัวขึ้นข้างบน ถ้าอรอาภามาให้บอกว่าเขาไม่อยู่ ไปค้างที่ไหนก็ได้แล้ววิ่งปรู๊ดขึ้นห้อง
“อะไรของมัน เป็นแบบนี้มาหลายวันแล้วนะ เอะอะขึ้นห้อง” ศักดิ์สกุลบ่นไล่หลัง
“สงสัยรีบไปคุยโทรศัพท์มั้งคะ” พิมพ์เพทายตั้งข้อสังเกต ศักดิ์สกุลบ่นอุบคุยกับใครอีก หรือว่าแม่สาวที่ไปเจอที่โน่น ดวงกมลโวยวายนี่ลูกมีผู้หญิงอื่นนอกจากหนูอรอีกหรือ ถ้าเธอรู้จะทำอย่างไรกัน
“ห่วงหนูรสก่อนจะดีกว่าไหม...อุตส่าห์ให้มาแยกแม่นางแบบ ดันไปติดคนอื่นอีก” ประโยคหลังศักดิ์สกุลพึมพำกับตัวเอง ระหว่างนั้นอรอาภาส่งเสียงเรียกกรพงศ์หวานแสบแก้วหูก่อนตัวจะมาถึง ศักดิ์สกุลไม่ชอบขี้หน้าเธอเป็นทุนเดิมชิงตัดรำคาญ
“ไอ้กรมันให้บอกหนูว่ามันไม่อยู่น่ะจ้ะ คือไอ้กรมันออกไปกับคนอื่นแล้วน่ะจ้ะ”
อรอาภานิ่งอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะแผดเสียงแปดหลอดออกมา ทุกคนต้องรีบเอามืออุดหู เสียงร้องของเธอดังขึ้นไปถึงหูกรพงศ์ซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับยัยตัวแสบ เขาโกหกว่าเสียงกรี๊ดมาจากคอนเสิร์ตในทีวี
“คิดถึงจังยัยตัวแสบ คิดถึงทุกวันเลย แล้วนี่ทำอะไรอยู่ เลี้ยงปลาด้วยเหรอ”
รสรินใช้มือหนึ่งถือโทรศัพท์อีกมือหนึ่งยกไหปลาร้าไปเก็บเข้าที่ “อืม หลายตัวเลย ที่นัดน่ะไปแน่นอนอยู่แล้ว ...ค่ะ ติดใจจูบคุณมากเลย ค่ะจะรอนะคะ” วางสายแล้วเธอพึมพำสะใจ “ไหนว่าไม่มีทางมาหลงรักพวกปลาร้าอย่างฉันไง”
พลันมีเสียงสายบัวดังขึ้นด้านหลัง “แล้วเอ็งล่ะ หลงรักเขาไปหรือยัง ถึงกับจูบเลยเหรอวะ”
หญิงสาวปฏิเสธอย่างเขินๆว่าเปล่า ครั้นจะเล่าให้ฟังคงต้องเล่ากันยาวขอติดไว้ก่อน สายบัวเตือนให้เธอระวังเอาไว้ แผนการที่จะหลอกกรพงศ์ ไปๆมาๆจะเข้าตัวเองเอาได้ เธอรับรองไม่พลาดแน่ๆ สายบัวขอให้เป็นอย่างที่พูด อย่าเผลอไปหลงรักไอ้เปรตนั่นเข้าก็แล้วกัน ท่านกลัวเธอจะต้องเจ็บปวดใจเพราะมัน
ooooooo
รสรินมาพบกับกรพงศ์ที่สวนสาธารณะตามนัด นั่งชมความงามและความร่มรื่นของสถานที่โดยมีกรพงศ์นอนเท้าคางจ้องหน้าเธอเขม็ง บ่นไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมถึงมาปิ๊งคนที่เพิ่งรู้จักมักจี่กันแบบเธอ รสรินเขินหน้าแดง จะชอบได้อย่างไรในเมื่อชื่อเธอก็ยังไม่รู้จัก
“กวนมึนโฮ แต่หน้าเธอไม่ได้คล้ายหนูนาเลยนะ เหมือนหนูบ้านมากกว่า”
หญิงสาวหมั่นไส้ยกเท้าจะยัน กรพงศ์รู้ทันจับขาเธอไว้ เธอหาว่าเขาหลอกแต๊ะอั๋ง ยกเท้าจะถีบอีก คราวนี้เขานอนหนุนตักเธอจะได้ยกเท้าขึ้นมาไม่ได้ เธอสั่งให้ลุก เขาก็เฉยจึงต้องปล่อยให้เขานอนตามสบาย แต่ไม่วายต่อว่าเขาว่าเห็นแก่ตัว แฟนก็มี แต่งงานก็กำลังจะแต่ง ยังมีหน้ามาบอกว่าชอบเธออีก
“อย่าพูดได้ไหม พูดแล้วอารมณ์เสีย อีกสองอาทิตย์ฉันก็ต้องแต่งกับยัยปลาร้านั่นแล้ว”
รสรินขอร้องอย่าเที่ยวไปว่าใครแบบนี้ กรพงศ์เถียงก็ยัยนั่นมันปลาร้าจริงๆ เธอข่มอารมณ์ไว้ แล้วลองสมมติเล่นๆ ถ้าเกิดเธอเป็นยัยปลาร้าคนนั้นเขาจะว่าอย่างไร
“ไม่มีทาง เธอกับยัยนั่นห่างกันล้านปีแสง ที่พอจะใกล้เคียงก็จอแบนเหมือนกันแค่นั้นแหละ”
หญิงสาวเงื้อมือจะตบ กรพงศ์คว้ามือไว้ทัน ขอร้องอย่าพูดถึงคนอื่นอีกเลย เขาอยู่กับเธอรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก แล้วหลับตาพริ้ม เธอจะดึงมือกลับแต่เขากุมไว้แน่น รสรินมองตาที่หลับพริ้มของเขาสักพัก ใช้อีกมือหนึ่งที่ว่างหยิบการ์ดแต่งงานฝีมือตัวเองปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าถือ แล้วค่อยๆลากกระเป๋าของเขาเข้ามาใกล้ๆ จัดการเอาการ์ดปึกนั้นยัดลงไป ก่อนจะปิดไว้อย่างเดิม...
ตกค่ำรสรินพากรพงศ์มาเที่ยวตลาดนัดคนเดิน เขาไม่วายตื๊อให้เธอบอกชื่อ เธอไม่ยอมบอก อีกไม่กี่วันเขาจะแต่งงานแล้วจะรู้ไปทำไม กรพงศ์ต่อรองในเมื่อไม่ยอมบอกชื่อก็ยอมให้จับมือได้ไหม เห็นใจคนกำลังจะไม่โสดด้วย รสรินลังเลก่อนจะยื่นมือไปให้ กรพงศ์ดีใจ จูงมือเธอเดินเที่ยวอย่างมีความสุข
กระทั่งเห็นสมควรแก่เวลา รสรินเดินมาส่งกรพงศ์ ที่รถซึ่งนายชูจอดรออยู่ เขาอยากเจอเธออีกเนื่องจากเหลือเวลาแค่สองอาทิตย์เท่านั้นที่จะอยู่เป็นโสด เธอไล่ให้เขากลับไปเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวจะดีกว่า แล้วดันหลัง ขึ้นรถ กรพงศ์ขืนตัว พลางขอให้เธอรับปากก่อนว่าจะมาเจอกันอีก
“ก็บอกว่าให้ไปเตรียมตัว...” รสรินพูดไม่ทันจบประโยค กรพงศ์หอมแก้มเธอหนึ่งฟอด หญิงสาวได้แต่ยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก นายชูรีบหันหลังหนี กรพงศ์สารภาพว่าปิ๊งเธอจริงๆ กับอรอาภายังไม่เคยรู้สึกแบบนี้ ลูบไล้แก้มรสรินอย่างอาวรณ์ก่อนจะขึ้นรถ นายชูวิ่งมาปิดประตูให้ แล้วกลับไปประจำที่นั่งคนขับ
กรพงศ์เปิดกระจกรถมายักคิ้วให้เธอ พร้อมกับเตือนว่าอาทิตย์หน้าเจอกัน ห้ามเบี้ยว แล้วส่งจุ๊บให้รสริน ซึ่งยืนมองรถที่เคลื่อนออกไปด้วยหัวใจไหวหวั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ooooooo
เพื่อให้เป็นไปตามแผนของรสริน พิมพ์เพทายตื่นแต่ไก่โห่ ย่องเข้าห้องพี่ชาย หยิบการ์ดแต่งงานฝีมือ รสรินออกจากกระเป๋ากรพงศ์ ครั้นเปิดออกอ่านต้องกลั้นหัวเราะแทบแย่ จากนั้นเธอเอาการ์ดใหม่ทั้งหมดไปเปลี่ยนกับการ์ดเดิมที่กรพงศ์เก็บไว้ในลิ้นชัก แล้วค่อยๆย่องออกไปโดยที่เจ้าของห้องยังหลับไม่รู้เรื่อง...
ตอนสายกรพงศ์คว้าการ์ดแต่งงานทั้งปึกนั้นลงมาข้างล่างเตรียมจะเอาไปแจกญาติผู้ใหญ่ ศักดิ์สกุลไม่ลืมเตือนหากพวกท่านถามถึงเจ้าสาวก็ให้เขาบอกไปว่าติดธุระ แล้วขอแบ่งการ์ดไว้บ้างเผื่อท่านจะได้แจกเพื่อนๆ กรพงศ์ดึงการ์ดออกมาให้จำนวนหนึ่ง ท่านไม่วายทักท้วงแล้วของแม่จะไม่ทิ้งไว้ด้วยหรือ
“เอาไปแล้วครับ ผมไปล่ะ” กรพงศ์เดินหน้าบึ้งออกไป
ดวงกมลซึ่งอ่านการ์ดแต่งงานที่พิมพ์ใหม่วิ่ง หน้าตื่นพร้อมกับชูการ์ดในมือเข้ามาจะห้ามลูกชายแต่ไม่ทัน เธอโวยลั่นไม่รู้ใครกันเล่นบ้าๆอะไรแบบนี้แล้วเอาการ์ดให้สามีดู เขาอ่านจบระเบิดหัวเราะลั่นบ้าน
“ดี สมน้ำหน้า อยากไปแกล้งเขาก่อนนี่”
“ดีกะผีอะไรล่ะ คุณกับฉันเป็นพ่อเป็นแม่นะปล่อยให้ลูกเอาการ์ดอย่างนี้ไปแจกคนอื่นจะว่ายังไง” ดวงกมลโวย ศักดิ์สกุลยักไหล่ไม่ทุกข์ร้อนอะไร...
รถที่กรพงศ์นั่งยังแล่นไปไม่ไกลจากบ้าน อรอาภา โดดมาขวางหน้าโวยวายลั่นถนนที่เขาพยายามหลบหน้า แล้วตะคอกถามว่ากำลังจะไปไหน เขาจะเอาการ์ดไปแจกให้แขกผู้ใหญ่ เธอเห็นเขาไปคนเดียวอาสาจะไปเป็นเพื่อน กรพงศ์ถึงกับร้องเอะทำแบบนี้จะดีหรือ เธอไม่ตอบคำถามได้แต่สั่งให้นายชูออกรถได้...
ญาติผู้ใหญ่ที่เห็นการ์ดแต่งงานพยายามจะทักท้วงกรพงศ์ แต่พอรู้ว่าคนที่มาแจกการ์ดกับเขาไม่ใช่รสรินเจ้าสาวแต่เป็นแฟนก็พากันอึ้งพูดอะไรไม่ออก...
ไม่ใช่แค่ญาติผู้ใหญ่เท่านั้นที่อึ้ง เรือนแก้วทั้งอึ้งทั้งโกรธเมื่อรู้เรื่องนี้ ถึงขนาดหยิกแขนรสรินเนื้อเขียว...
กว่ากรพงศ์จะรู้ว่าการ์ดแต่งงานถูกมือดีเปลี่ยนใหม่ก็แจกการ์ดไปเกือบครบแล้ว เขาโกรธควันแทบออกหู กลับถึงบ้านโวยวายลั่นว่าใครเอาการ์ดแต่งงานใหม่มาเปลี่ยน ศักดิ์สกุลกำลังคุยโทรศัพท์กับเรือนแก้วเรื่องที่รสรินแอบเปลี่ยนการ์ดแต่งงานอยู่ในห้องทำงานได้ยินเสียงเอะอะ ขอตัววางสายก่อน แล้วออกไปดูลูกชาย ที่พยายามคาดคั้นว่าใครร่วมมือกับรสรินเปลี่ยนการ์ดแต่งงาน ดวงกมลส่ายหน้าไม่รู้ไม่เห็น
“ถ้างั้นก็เป็นแกใช่ไหมไอ้พิมพ์” กรพงศ์ชี้หน้าน้องสาวอย่างเอาเรื่อง
ศักดิ์สกุลออกรับแทนว่าเป็นฝีมือท่านเอง ในเมื่อกรพงศ์แกล้งบ้านโน้นได้ ท่านก็ทำได้เหมือนกัน เขาเดาว่ายัยปลาร้าขอให้พ่อทำใช่ไหม ศักดิ์สกุลยืนยันทำเรื่องนี้คนเดียว เขาไม่เชื่อ เดี๋ยวอาทิตย์นี้เจอกันจะถามให้รู้เรื่อง ศักดิ์สกุลไม่อนุญาตให้เขาไปไหนอีกแล้ว ต้องอยู่เตรียมตัวทางนี้เพราะใกล้วันแต่งงานเต็มที กรพงศ์จะไป อย่ามาห้ามให้ยาก ศักดิ์สกุลยืนกรานไม่ให้ไป หรือว่ามีนัดกับใครที่นั่น กรพงศ์ได้แต่อึกอัก
“ลูกมีใครนอกจากหนูอรอีกเหรอ ไม่เอานะลูกหนูอรคนเดียวก็พอแล้ว” ดวงกมลขอร้อง
“อรบ้าอรบออะไรล่ะ หนูรส ต้องหนูรสคนเดียวเท่านั้น มันจะแต่งงานอยู่ล่ะยังจะมาอรอะไรล่ะ ยัยพิมพ์ อาทิตย์นี้เฝ้าพี่แกให้ดีนะ อย่าให้มันหนีไปไหนเด็ดขาด ริบเงินได้ก็ริบไว้เลย” ศักดิ์สกุลสั่งเสียงเฉียบ...
กรพงศ์เดินกระฟัดกระเฟียดเข้าห้องตัวเอง คว้ามือถือโทร.หายัยตัวแสบแต่ไม่มีใครรับสาย ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดโยนมือถือลงบนเตียงแล้วทิ้งตัวตาม
ooooooo
ท่านวีระเห็นการ์ดแต่งงานของกรพงศ์แล้วโยนทิ้งไม่ไยดี ตกลงยัยปลาร้าที่ลูกว่าเป็นเศรษฐีจริงหรือ ทำไมไม่เคยได้ยินนามสกุลเนินสูงชันมาก่อน
อรอาภาหาว่าพวกนั้นเป็นเศรษฐีบ้านนอกไม่ค่อยได้ออกสังคมก็เลยไม่มีคนรู้จัก แต่มีเรื่องหนึ่งที่เธอต้องขอให้พ่อช่วย เธออยากจะรู้กำพืดของนังนี่
“ว่ามันรวยมาได้เพราะอะไร อรว่าอรน่าจะมีทาง หาอะไรเข้ากระเป๋าเราได้บ้าง”...
ยัยตัวแสบของกรพงศ์มารับโทรศัพท์ไม่ได้เพราะมัวแต่วุ่นกับการเตรียมงาน สายบัวซึ่งเป็นแม่งานครั้งนี้กำลังแจกแจงหน้าที่ให้แต่ละคนทำ รสรินกับเรือนแก้วต้องไปติดต่อหลวงพ่อเพื่อนัดวันให้เรียบร้อย จิ้งหรีดกับแม่ต้องมาเป็นลูกมือสายบัวทำอาหาร ส่วนนวลพรรณต้องคอยช่วยรสรินเรื่องแต่งหน้าทำผม
“ส่วนพวกผู้ชาย ข้าขอแรงมาช่วยกันตั้งโต๊ะตั้งเตียงหน่อย เช้าพอแต่งเสร็จ สายๆเราก็จะทำพิธีเปิดโรงงาน แล้วก็ฉลองกันต่อเอาให้ครึกครื้นกันไปเลย”
เรือนแก้วเกรงใจบ้านโน้นขอให้เลื่อนไปจัดคนละวันกัน สายบัวกับคนอื่นไม่ให้ยอมเลื่อน เธอจึงจำใจทำตาม จากนั้นเรือนแก้วกับรสรินไปหาหลวงพ่อที่วัดเพื่อนัดวันและเวลา...
ฝ่ายอรอาภาหน้าด้านได้โล่ พิมพ์เพทายพาพี่ชาย ไปเลือกซื้อชุดแต่งงานก็เกาะแขนเขาแจทำราวกับตัวเองเป็นเจ้าสาว แถมช่วยเขาเลือกแบบอีกต่างหาก พิมพ์เพทาย ไม่ค่อยพอใจนัก เข้าไปแกะมือเธอออก
“พิมพ์ว่าให้เป็นเรื่องของคนในครอบครัวดีกว่านะคะ อดีตแฟนไม่ควรค่ะ” พิมพ์เพทายว่าแล้วดึงกรพงศ์ ให้ตามพนักงานของร้านเวดดิ้ง อรอาภาอยากจะกรี๊ดให้ร้านแตกแต่ไม่กล้า...
ทางฝ่ายพลวัฒน์ได้ยินพวกทีมงานในสำนักพิมพ์บ้านแสนสุขเม้าท์แตกเรื่องกรพงศ์ที่ยังควงอรอาภาไปไหนมาไหนด้วยตลอดทั้งที่ตัวเองจะแต่งงานอยู่แล้ว ทำให้เขาอดเป็นกังวลแทนรสรินไม่ได้...
ไม่ใช่แค่วุ่นวายเรื่องของเจ้าบ่าวเท่านั้น อรอาภายังอาสาจะหาช่างแต่งหน้าทำผมให้เจ้าสาวอีกด้วย
พิมพ์เพทายตกใจ นี่แสดงว่าเธอจะไปงานแต่งด้วยหรือ
“ไปสิจ๊ะ งานแต่งแฟนพี่ทั้งที ไม่ไปได้ยังไง”...
ขณะกรพงศ์กำลังเลือกชุดแต่งงานอยู่ที่กรุงเทพฯ รสรินซึ่งอยู่ที่ต่างจังหวัดก็ไปเช่าชุดแต่งงานที่ร้านในตัวเมืองเช่นกัน นวลพรรณแนะให้เพื่อนเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย ซื้อชุดแต่งงานไปเลยจะได้ไม่ต้องเช่า
“ไม่อะ ใส่แค่แป๊บเดียว เอาไว้แต่งอีกรอบค่อยจัดแบบอลังละกัน”
เจ้าของร้านเสื้อพาทั้งคู่ไปดูชุด รสรินถึงกับตะลึงเมื่อเห็นชุดแต่งงานเป็นชุดไทยสีนวลงดงาม...
ข่าวไฮโซกรพงศ์จะแต่งงานกับเศรษฐีบ้านนอกเป็นที่โจษจันของทุกชนชั้น ไม่เว้นแม้แต่คุณหญิงคุณนายที่นั่งอยู่ในร้านน้ำชาหรูกลางห้างฯดัง ดวงกมลเดินเข้ามาได้ยินพวกนั้นกำลังเม้าท์เมามันถึงลูกชายตัวเองจัดแจงจะหันหลังกลับ หนึ่งในกลุ่มนั้นเห็นเข้าตะโกนถามว่าเพิ่งมาถึงหรือ
ดวงกมลจำใจเข้ามานั่งร่วมวงด้วย ทุกคนพากันซักเรื่องที่กรพงศ์จะแต่งงาน พลางตัดพ้อเธอไม่คิดจะแจกการ์ดพวกตนบ้างหรือ จะได้ใส่ซองให้ เธออยากได้เงินแต่ไม่กล้าแจกการ์ดกลัวจะถูกเม้าท์ไม่เลิก...
เสร็จจากเช่าชุดแต่งงาน นวลพรรณถามรสรินว่าจะหาช่างแต่งหน้าทำผมที่ไหน รสรินจะแต่งหน้าเองส่วนเรื่องผมคงต้องให้เธอช่วย นวลพรรณยินดีช่วย แล้วเตือนให้เพื่อนหาช่างภาพสำรองไว้เผื่อพลวัฒน์ไม่มา รสรินเชื่อว่าเขาต้องมาแล้วเดินนำไปดูข้าวของในตลาดพลางหยิบมือถือขึ้นมาดูเป็นระยะๆ
“รอโทรศัพท์ใครเหรอรส” นวลพรรณซัก
รสรินโกหกว่าดูเฉยๆไม่ได้รอใครแล้วบอกให้เพื่อนกลับไปก่อน ตนจะไปทำธุระต่อ ฝากบอกแม่ของตนให้ด้วยว่าเย็นๆจะกลับ แล้วรอจนนวลพรรณลับสายตาหยิบมือถือขึ้นมาดูอีก บ่นอุบทำไมวันนี้กรพงศ์ไม่โทร.หา ครั้นจะโทร.ไปเองก็ไม่กล้า ได้แต่รออย่างกระวนกระวายใจ
ครู่ต่อมารสรินมายังสวนสาธารณะซึ่งเป็นสถานที่นัดพบของเธอกับกรพงศ์ หวังลึกๆจะเจอเขาที่นั่น แต่ไม่เห็นแม้เงา มีเสียงไลน์ดังขึ้น เธอรีบเปิดดู เขาส่งข้อความมาขอโทษ และบอกว่าอาทิตย์นี้ไปหาไม่ได้ เธอผิดหวังมาก แต่พยายามบอกตัวเองว่าไม่ได้รู้สึกอะไร...
ทางด้านพิมพ์เพทายรู้ว่าพี่ชายหงอยเหงาเพราะไม่ได้ไปหายัยตัวแสบ ขึ้นมาหาที่ห้อง ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าแอบชอบสาวที่ต่างจังหวัดคนนั้นจริงหรือ เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอคนนั้นเลย รู้แค่ชอบเธอที่ไม่เหมือนใคร และไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อนแม้แต่กับอรอาภา
“ไม่ลองไปอ้อนให้คุณพ่อเปลี่ยนใจล่ะ บอกว่าเจอคนที่ใช่จริงๆแล้ว”
กรพงศ์ไม่คิดว่าพ่อจะยอมเพราะเตรียมงานแต่งพร้อมขนาดนี้แล้ว พิมพ์เพทายยุส่งอย่างน้อยเขาก็น่าจะไปลาเธอให้เป็นเรื่องเป็นราวสักนิดก็ยังดี แล้วเสนอจะช่วย โดยจะเลื่อนกำหนดการไปงานแต่งเร็วขึ้นหนึ่งวัน เพื่อเขาจะได้มีเวลาไปหาเธอคนนั้น กรพงศ์ดึงน้องมาจุ๊บหน้าผากฉีกยิ้มดีใจสุดๆ
ooooooo
ในที่สุดก็ถึงวันเดินทางไปงานแต่งงาน ดวงกมลบ่นอุบทำไมต้องเลื่อนวันเดินทางขึ้นมาอีกหนึ่งวัน ไปวันเดียวให้จบๆไม่ได้หรือ ศักดิ์สกุลกลับเห็นตรงกันข้ามกับเธอ ไปถึงก่อนจะได้ไปช่วยฝ่ายโน้นบ้าง ปล่อยให้เรือนแก้วจัดการอยู่คนเดียวเกรงใจจะแย่ แล้วถามหาลูกชายตัวดีอยู่ไหน ยังไม่ลงมาอีกหรือ
พิมพ์เพทายเลื่อนเปิดประตูรถตู้เผยให้เห็นกรพงศ์รอท่าอยู่บนรถ “มานั่งรอเราเกือบชั่วโมงแล้วค่ะ”
ศักดิ์สกุลมองลูกชายเหมือนไม่อยากเชื่อว่าจะกระตือรือร้นขนาดนี้...
อรอาภาพร้อมเพื่อนๆตัวแสบกับช่างเสริมสวยเตรียมออกเดินทางเพื่อจะไปกลั่นแกล้งเจ้าสาว โดยไม่ลืมย้ำกับทุกคนว่างานนี้ต้องจัดหนักให้พวกบ้านนอกที่ไม่รู้จักเจียมตัวจะได้สำนึกบ้าง...
พลวัฒน์ซึ่งรับหน้าที่ถ่ายภาพมาถึงหารสรินก่อนวันงานหนึ่งวัน เพื่อมาเตือนเรื่องที่กรพงศ์ยังไปไหนมาไหนกับอรอาภาทั้งที่จะแต่งงานกับเธอ หญิงสาวรู้ถึงพฤติกรรมของว่าที่สามีอยู่แล้วจึงไม่ได้ใส่ใจนัก...
ครั้นจัดการพาพ่อ แม่และพี่ชายเข้าเช็กอินในโรงแรมที่พักเรียบร้อย พิมพ์เพทายขอตัวไปทำธุระก่อน กรพงศ์ไม่ยอมน้อยหน้าน้องสาว ฝากคีย์การ์ดห้องพักไว้กับพ่อแล้ววิ่งปรู๊ดออกจากโรงแรมเช่นกัน ทั้งศักดิ์สกุลกับดวงกมลได้แต่มองตามงงๆ...
พิมพ์เพทายนัดเจอกับรสรินที่ร้านอาหารในตัวเมืองเพื่อคุยเรื่องที่กรพงศ์สารภาพว่าชอบเธอมาก และยังบอกอีกว่าไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนแบบที่รู้สึกกับเธอ แล้วถามว่าจะบอกความจริงให้เขารู้ไหม
“ไม่ค่ะ ให้เขาดราม่ารํ่าลาแล้วก็หายไป เจออีกทีในงานแต่ง แก้เผ็ดที่เขามาดูถูกครอบครัวพี่”
“พิมพ์เข้าใจค่ะ อย่างน้อยตอนนี้พี่รสก็ทำให้เขา เขวจากยัยคุณอรได้แล้ว ขั้นต่อไปก็จัดเต็มเอาให้กระเด็นไปเลยนะคะ” พิมพ์เพทายยุส่ง รสรินรับปากจะทำตามเงื่อนไขของศักดิ์สกุล เป็นจังหวะเดียวกับกรพงศ์โทร.หารสรินพอดี ครู่ต่อมารสรินมาเจอกับกรพงศ์ที่สวนสาธารณะแห่งเดิม เขาออดอ้อนว่าคิดถึงเธอมากจะขอหนีตามเธอได้ไหม รสรินแกล้งโวยวายจะแต่งงานอยู่แล้วอย่ามาอะไรกับเธอนักเลย
กรพงศ์หน้าสลด รสรินเห็นแล้วสงสาร ไหนๆก็จะเจอกันวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว เขาอยากไปไหนทำอะไรเธอตามใจทุกอย่าง พูดไม่ทันขาดคำ กรพงศ์หอมแก้มเธอเนิ่นนานจนคนถูกหอมใจหวิว เธอบ่นกลบเกลื่อนนี่ถ้าไม่ใช่วันสุดท้ายที่จะเจอกันเธอชกหน้าไปแล้ว กรพงศ์พยายามจะสารภาพรักกับเธอ แต่เธอเอามือปิดปากเขาไว้ บอกให้เขาเก็บคำนี้ไว้บอกเจ้าสาวของเขาดีกว่า...
ฝ่ายอรอาภากับเหล่าเพื่อนตัวแสบมาป่วนบ้านเจ้าสาวแต่เช้า แต่กลับโดนสายบัวเล่นงานจนต้องพากันถอยกรูด จังหวะนั้นจิ้งหรีดเดินเช็ดเหงื่อเข้ามา อรอาภารีบชี้เป้าให้พวกเพื่อนๆหิ้วปีกเธอไปที่รถตู้ จิ้งหรีดตกใจร้องลั่นให้รสรินช่วยด้วย เสียงร้องของเธอดังไปถึงหูรสรินซึ่งกำลังแต่งตัวอยู่โผล่หน้าออกมาจากห้อง
“ไอ้จิ้ง...ไอ้จิ้ง เรียกพี่หรือเปล่าน่ะ” รสรินป้องปากตะโกน สายบัวตะโกนตอบว่าไม่มีอะไร ให้เธอรีบไปแต่งหน้าแต่งตาให้เรียบร้อย รสรินพยักหน้ารับคำกลับเข้าห้อง สายบัวมองตามจิ้งหรีดที่ถูกหิ้วขึ้นรถตู้
“บันเทิงอีกละ คราวนี้”
ooooooo










