ตอนที่ 2
รสรินถือกระเป๋าเสื้อผ้ามือหนึ่ง อีกมือหนึ่งประคอง แม่ลงนั่งที่เตียง บ่นอุบว่าไม่น่ารีบกลับ อยู่ใกล้หมอ เธอจะได้ไม่เป็นห่วงมาก เรือนแก้วท้วงก็ลูกคุยกับหมอมาแล้วไม่ใช่หรือ เขาอนุญาตให้ตนกลับได้
“นั่นมันก่อนที่แม่จะคุยโทรศัพท์บ้าๆนั่น”
เรือนแก้วขอร้องอย่าพูดอย่างนั้น ศักดิ์สกุลเป็นเพื่อนกับพ่อของรสริน เธอเสียงเขียวขึ้นมาทันที ถ้าเป็นเพื่อนจริงอย่างที่แม่ว่าทำไมเขาถึงให้เมียมาพูดจาทุเรศๆ แบบนั้น แล้วที่เขาบอกว่าเราจะไปทวงบุญคุณเขา เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ เรือนแก้วเล่าให้ฟังว่าพ่อของลูกกับศักดิ์สกุลเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ ก่อนที่อรรณพจะมาอยู่กับแม่เขามีฐานะพอสมควร ส่วนศักดิ์สกุลยังลำบากอยู่ก็ได้เขาช่วยเหลือเกื้อกูลกันมา
“อย่างนี้นี่เอง ยัยคุณนายนั่นก็เลยกลัวเราจะไปทวงบุญคุณ...บ้านเรานี่คงทำคุณกับใครไม่ขึ้นจริงๆนะแม่ ทั้งคนนอกคนใน”
เรือนแก้วสงสัยพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร รสรินได้แต่อ้ำอึ้ง เธอเดาออกทันทีว่าลูกไปขอความช่วยเหลือจากญาติทางพ่อ ทั้งที่สั่งนักสั่งหนาไม่ให้ไปยุ่ง ด้วยความเครียดเรือนแก้วทำท่าจะเป็นลม รสรินต้องหยิบยาดมมาให้ขอร้องแม่ใจเย็นๆก่อนอย่าเพิ่งโกรธตนไม่ได้เอาเงินพวกนั้นมาสักบาท
“รสสัญญารสจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว รสจะหาทางของรสเอง แม่อย่าโกรธเลยนะจ๊ะ” รสรินกอดแม่ไว้แน่น เรือนแก้วลูบหัวลูกสงสารจับใจ...
เมื่อได้อยู่กันตามลำพังพี่น้อง สายบัวแนะให้น้องสวยขายโรงงาน เรือนแก้วคิดมาหลายคืนแล้ว ถ้าไม่มีทางจริงๆก็คงต้องทำอย่างที่พี่สาวแนะ สายบัวกลัวว่าเกิดขายไปจริงๆเรือนแก้วจะทำใจไม่ได้ ตั้งแต่ไปนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลเธอปลงได้มากขึ้น ที่ผ่านมาเธอเอาแต่คิดมากจนล้มป่วยทิ้งให้พี่กับลูกต้องลำบาก
“เห็นเอ็งเข้มแข็งขึ้นมาได้ข้าก็ดีใจ มือตีนยังมียังไงเราต้องมีชีวิตใหม่ได้สิวะ”
เรือนแก้วไม่ห่วงตัวเองเพราะแก่ปูนนี้แล้ว ห่วงก็แต่ลูกเท่านั้น มีเสียงมือถือของเรือนแก้วดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูเห็นเป็นเบอร์ศักดิ์สกุลซึ่งโทร.มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วก็รีบปิดเสียง สายบัวแปลกใจหรือว่าเป็นพวกคนงานโทร.มาทวงเงิน ตนจะได้รับสายให้ เรือนแก้วส่ายหน้า ไม่รู้จะบอกพี่สาวอย่างไรดี
ooooooo
กรพงศ์แต่งตัวหล่อจะไปข้างนอกเห็นพ่อยังโทรศัพท์ไม่เลิก เข้ามาแซวแต่ท่านไม่พูดด้วยเมินหน้าหนี เขาพยายามง้อสุดฤทธิ์ขอให้ท่านหายโกรธ ศักดิ์สกุลคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ จึงตั้งข้อแม้หากจะให้หายโกรธเขาจะต้องไปต่างจังหวัดกับตน
หลังจากหลอกล่อลูกชายสำเร็จ ศักดิ์สกุลวานลูกสาวจองโรงแรมที่ขอนแก่นให้ ในเมื่อเรือนแก้วไม่ยอม รับสาย ตนคงต้องไปหาด้วยตัวเอง แต่คงต้องขับรถไปเอง เพราะจำบ้านเรือนแก้วไม่ค่อยได้ คงต้องตระเวนหาพักใหญ่ กว่าจะเข้าโรงแรมก็คงค่ำๆ พิมพ์เพทายเสนอตัวจะไปเป็นเพื่อน
“ไม่เป็นไรลูก เอาเจ้ากรไปน่ะดีแล้ว จะได้ให้ขอโทษคุณแก้วเขาด้วย ลูกช่วยดูทางนี้ก็แล้วกัน”
พิมพ์เพทายกลัวพี่ชายจะไม่ยอมไปเพราะเคยบ่นว่าไม่ชอบบ้านนอก ศักดิ์สกุลไม่ยอมให้เขาเบี้ยว
ไม่อย่างนั้นจะตัดหางปล่อยวัด ดวงกมลมาทันได้ยินประโยคหลัง นึกว่าสองพ่อลูกนัดกันไปวัดจะขอไปทำบุญด้วย ศักดิ์สกุลยังเคืองเธอไม่หาย มองด้วยหางตาแว่บหนึ่ง แล้วลุกหนี ส่วนพิมพ์เพทายทำเนียนหยิบไอแพดมาเล่น ดวงกมลถามลูกว่าเมื่อครู่นี้คุยอะไรกับพ่อ จะไปไหนกันหรือ
“เปล่านี่คะ คุณแม่หูฝาดไปมั้งคะ”
ดวงกมลเข้ามานั่งข้างๆลูกซักว่าดูอะไรอยู่ เธอโกหกว่าดูไปเรื่อยเปื่อย ท่านคิดว่าเธอดูคลิปดาราต่อว่าว่าน่าจะทำอะไรให้มันได้เงินบ้าง ไม่ใช่ทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ ทีแรกพิมพ์เพทายจะเถียง แต่นึกอะไรขึ้นมาได้ โกหกแม่ว่าเธอกับพ่อกำลังทำอยู่ และคิดว่าน่าจะได้เงินมากด้วย ดวงกมลหูผึ่งทันที...
ฝ่ายเรือนแก้วตัดสินใจเล่าเรื่องที่ศักดิ์สกุลโทร.มาเสนอความช่วยเหลือให้พี่สาวฟัง เธอกลับคิดในแง่ร้าย เขาทำเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ คงหวังจะมาฮุบที่ดินของเราเอาไปทำบ้านจัดสรร ไม่อย่างนั้นอยู่ดีๆจะโทร.มาติดต่อเราทำไม หวังจะให้เราขายราคาถูกๆให้ แล้วด่าซ้ำว่าไอ้พวกฉวยโอกาส
“เอ็งอย่าไปยอมมันเด็ดขาดเลยนะ ถ้ามันติดต่อมาอีกข้าจะตะเพิดให้เอง”...
ทางด้านรสรินแวะไปหาพลวัฒน์ที่บ้าน ปรับทุกข์เรื่องศักดิ์สกุลให้เมียมาพูดจาไม่ดีกับแม่ตัวเองให้ฟัง เขาเคยไปถ่ายรูปโครงการหมู่บ้านให้ศักดิ์สกุลก็ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่ง รสรินหาว่าดีแค่เปลือก พลวัฒน์สงสัยรู้จักเขาด้วยหรือถึงไปว่าเขาอย่างนั้น เธอไม่รู้จักแค่ไม่ชอบคนบ้านนี้
“หมายถึงลูกชายเขาคนที่เป็นข่าวอยู่น่ะเหรอ เออ...ถ้างั้นแกจะเกลียดก็ไม่แปลก”
หญิงสาวงง ข่าวอะไรหรือ พลวัฒน์เอาหนังสือพิมพ์ฉบับเมื่อเช้าโยนให้อ่าน พร้อมกับบอกว่าผู้ชายที่ผู้หญิงตบตีแย่งกันเป็นลูกชายของศักดิ์สกุล เธอมองไล่ไปกระทั่งเห็นรูปภาพประกอบข่าว ถึงกับร้องเอะอะ
“เฮ้ย! นี่มันไอ้โรคจิตนั่น”...
เหมือนมีสื่อถึงกันกรพงศ์กำลังพลอดรักกับอรอาภาอยู่ในลานจอดรถถึงกับสะดุ้งโหยงราวกับมีคนมาด่าอยู่ข้างหู อรอาภาใจคอไม่ดีกลัวจะมีใครมาเห็นขอร้องให้เขาพอได้แล้ว ขืนเป็นข่าวอีกครั้งพ่อเล่นงานเธอแน่ กรพงศ์หงุดหงิดที่เธอทำให้เสียอารมณ์ขอตัวกลับก่อน เธอโวยใส่ที่มาหาก็แค่จะมาเรื่องนี้หรือ
“พอดีพรุ่งนี้ผมต้องไปต่างจังหวัดกับคุณพ่อน่ะ ไม่อยากกลับดึก” พูดจบกรพงศ์เปิดล็อกประตูเป็นเชิงไล่ แล้วหยิบมือถือมาหาเบอร์สาวอื่น อรอาภาจำใจเข้าไปออดอ้อนออเซาะ เขายิ้มอย่างผู้ชนะโน้มตัวเข้าหา ทันใดนั้นมีแสงแฟลชสว่างวาบขึ้น ทั้งคู่สะดุ้งโหยงมองไปนอกรถเห็นคนสะพายกล้องวิ่งหนี กรพงศ์เห็นฤกษ์ไม่ดี บอกให้เธอกลับไปก่อน เธอจำต้องลงจากรถ มองตามรถของกรพงศ์ที่แล่นจากไปไม่พอใจ
“ถ้าไม่ติดโปรไฟล์ดี ฉันสะบัดทิ้งไปนานแล้ว”
ภาพกรพงศ์พลอดรักกับอรอาภาในรถมีคนส่งเข้ามาในไลน์กรุ๊ปของนักข่าว พลวัฒน์ได้รับเช่นกัน จึงเปิดให้รสรินดู เธอเห็นแล้วทุเรศลูกตาแทบจะโยนมือถือของเพื่อนรักทิ้ง
ooooooo
แม้จะไม่ราบรื่นนัก แต่ศักดิ์สกุลก็ลากตัวกรพงศ์ให้ขึ้นรถไปขอนแก่นกับตัวเองจนได้ ดวงกลมตามมาส่งไม่ทันพาลหงุดหงิด หันไปโวยกับลูกสาว ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องงาน ตนไม่ยอมให้ไปแน่ๆ
“ว่าแต่พ่อแกจะขยายโครงการไปต่างจังหวัดจริงๆนะ”
“ค่ะ คิดว่านะคะ” พิมพ์เพทายโกหกหน้าตาเฉย...
ด้านรสรินตั้งใจจะประกาศขายโรงงานทางเน็ตแต่เอาเข้าจริงก็ตัดใจทำไม่ลง บอกกับสายบัวว่าขอเวลาอีกสักหน่อยเผื่อมีทางอื่น จิ้งหรีดกับเรือนแก้วพากันถอนใจโล่งอก โดยเฉพาะฝ่ายแรกไม่อยากให้ขาย ถึงคนที่มาเทกโอเว่อร์จะจ้างงานแม่ของเธอต่อไป แต่แม่บอกเสมอว่าไม่อยากทำงานกับคนอื่น อยากทำกับป้าแก้วมากกว่า สายบัวบอกให้เธอภาวนาเผื่อรสรินจะหาทางได้
“รสก็ยังไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ถ้าจำเป็นคงต้องลองกู้ธนาคารดู”
“เอ็งจะเอาอะไรไปกู้ถึงกู้ได้ก็ไม่กี่ตัง แถมส่งน้อยดอกเบี้ยได้บานเบอะเข้าไปอีก” สายบัวโวย จิ้งหรีดยกมือไหว้ท่วมหัวภาวนาถ้ามีใครใจบุญยอมให้รสรินกู้แบบไม่เอาดอกเบี้ย จะยอมรำแก้บนรอบหมู่บ้าน...
ในขณะเดียวกัน ศักดิ์สกุลเห็นลูกชายขับรถตั้งแต่เช้ายันสาย อาสาจะขับให้บ้าง เขาทักท้วงสายตาพ่อไม่ดีไม่ใช่หรือจะขับรถได้อย่างไร ศักดิ์สกุลยืนยันว่ากลางวันขับได้ อีกทั้งตนเอาแว่นมาด้วย และที่สำคัญนี่เข้าเขตอำเภอแล้ว
“งั้นเดี๋ยวแวะเปลี่ยนตรงปั๊มละกันครับ ผมจะเข้าห้องน้ำด้วย”...
ครั้นถึงปั๊มน้ำมันกรพงศ์ไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่ศักดิ์สกุลแยกไปซื้อกาแฟในร้านมินิมาร์ท ตอนหยิบกระเป๋าสตางค์มาจ่ายเงิน เขาวางแว่นตาไว้ที่เคาน์เตอร์ จ่ายเงินเสร็จก็เดินออกไปเลยทิ้งแว่นเอาไว้
กรพงศ์ยืนล้างมือไปเอามือถือเหน็บหู คุยสายกับอรอาภาไปด้วย พอออกจากห้องน้ำเจอสาวสวยคนหนึ่งยืนกดโทรศัพท์อยู่ เขารีบวางสายจากอรอาภาเข้าไปหลีสาวคนใหม่แทน
ศักดิ์สกุลรอลูกอยู่นานสองนานไม่เห็นกลับมาที่รถ พลันสายตาเหลือบไปเห็นสายบัวกำลังจ่ายเงินค่าน้ำมันให้เด็กปั๊ม เขาตบกระเป๋าหาแว่นสายตาจะได้เอามาดูเธอให้ชัดๆแต่ไม่เจอ สายบัวขึ้นรถขับออกไป ศักดิ์สกุลร้อนใจไม่เห็นลูกมาสักที ตัดสินใจขับรถตาม กรพงศ์กลับมาที่รถเห็นแค่ท้ายรถพ่อไวๆ พยายามตะโกนเรียกแต่ท่านไม่ได้ยิน สาวสวยคนเดิมเข้ามาถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม
“ผมตกรถน่ะครับ”
สาวสวยชวนกรพงศ์ติดรถไปด้วยกัน เขาไม่มีทางเลือกจำต้องไปกับเธอ...
นวลพรรณเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของรสริน แอบชอบพลวัฒน์จึงมักจะทำอาหารใส่ปิ่นโตมาให้เขาที่บ้านเสมอๆ วันนี้ก็เช่นกัน เธอทำของโปรดใส่ปิ่นโตมาให้ พลวัฒน์กำลังจะไปถ่ายรูปโรงงานแม่ศรีไทยแลนด์เพื่อจะเอาให้รสรินไว้สำหรับยื่นธนาคารเพื่อขอกู้เงิน เธอจึงขอไปด้วย มัวแต่กระมิดกระเมี้ยนไม่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเขาสักที พลวัฒน์เลยแกล้งเร่งเครื่องออกไปให้เธอวิ่งตาม
ooooooo
ศักดิ์สกุลขับรถมาถึงตลาด พยายามกวาดตามองหารถของสายบัวแต่ไม่พบ ก็เลยจอดถามแม่ค้าที่ขายของอยู่ริมถนนว่าบ้านของเรือนแก้วอยู่ไหน ต๋อยกับเพื่อนแม่ค้าเห็นรถหรูรีบเสนอหน้าทันที
“อ๋อ บ้านของแม่แก้วเหรอคะ ไปข้างหน้าอีกไม่เท่าไหร่นี่เอง คุณมีธุระอะไรกับแม่แก้วเหรอคะ”
“พอดีผมได้ยินเรื่องโรงงานของคุณแก้วก็เลยเป็นห่วง”
แม่ค้าสองคนซุบซิบนินทาว่าเขาคงจะเป็นผัวใหม่ของเรือนแก้วแน่ๆถึงได้มาช่วย ศักดิ์สกุลทนฟังไม่ไหวขอบคุณทั้งสองคนแล้วขอตัวไปก่อน ต๋อยเสนอให้เขาอุดหนุนอะไรพวกตนบ้างไหนๆก็แวะแล้ว เขาจำใจซื้อของแล้วเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบเงินให้ แม่ค้าเห็นเงินเป็นปึกก็อยากได้ หันไปขยิบตากัน
ขณะศักดิ์สกุลจะเคลื่อนรถออกไป หนึ่งในแม่ค้าแกล้งวิ่งไปตัดหน้ารถ เขากระแทกเบรกอย่างแรงจนหน้าฟาดกับพวงมาลัยรถปากแตกเลือดไหล
“ว้าย ขับยังไงเนี่ย ลงมาชดใช้ค่าเสียหายเดี๋ยวนี้เลยนะ” ต๋อยเคาะกระจกรถศักดิ์สกุลโวยเสียงลั่น
รสรินกับจิ้งหรีดขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาเห็นพอดีรู้ว่าต๋อยกับเพื่อนแม่ค้าซึ่งเคยทำงานที่โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ แต่ตอนนี้นอกจากจะเป็นแม่ค้ายังคอยตบทรัพย์ลูกค้าแปลกหน้าจึงเข้าไปขอร้องให้หยุดทำตัวเป็นมาเฟียรีดไถคนอื่นแบบนี้ พวกนั้นไม่พอใจขู่จะฟ้องตำรวจฐานหมิ่นประมาท
“ก็เอาสิ เรียกมาเลย รสแน่ใจว่ารถคันนี้ติดกล้องไว้ จะได้ให้ตำรวจพิสูจน์ไปเลย แล้วคอยดูว่าใครจะโดนข้อหาอะไรกันแน่” รสรินขู่จบหันมองศักดิ์สกุลซึ่งพยักหน้ารับ ต๋อยกับเพื่อนแม่ค้าถึงกับหน้าเสีย รสรินแกล้งถามจะให้เป็นคนเรียกตำรวจให้ไหม ต๋อยส่ายหน้าดิก
“หนอย ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ นี่พวกฉันอุตส่าห์บอกทางไปบ้านแกให้แท้ๆนะ”
หญิงสาวมองศักดิ์สกุลสีหน้าแปลกใจ...
ด้านกรพงศ์เสร็จกิจกับสาวสวยที่เจอกันในปั๊มน้ำมัน รีบโทร.บอกน้องสาวระหว่างเดินออกจากโรงแรมม่านรูดว่าคลาดกับพ่อ ออกจากห้องน้ำก็เห็นท่านขับรถออกไปแล้ว
“ได้ๆเดี๋ยวพี่ไปเจอพ่อที่โรงแรมเลยละกัน”...
ครู่ต่อมา รสรินพาศักดิ์สกุลไปพบกับแม่ที่บ้าน สายบัวไม่ค่อยจะไว้ใจเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วถามเสียงแข็งว่ามาที่นี่ทำไม เรือนแก้วรีบหันไปบอกลูกว่าจะไปถ่ายรูปไม่ใช่หรือ ให้รีบไปรีบกลับเผื่อจะวานให้ไปส่งศักดิ์สกุลที่โรงแรม สายบัวโพล่งขึ้นทันที มาถึงที่นี่ได้แค่โรงแรมทำไมถึงจะไปไม่ได้
“พี่บัวก็ คุณศักดิ์เขาทำแว่นหายจะปล่อยให้เขาขับไปอีกเหรอไง”
รสรินรับปากจะรีบกลับแล้วลุกออกไป ศักดิ์สกุลมองตามรู้สึกถูกชะตากับเธออย่างบอกไม่ถูก...
เมื่อกรพงศ์มาถึงโรงแรมกลับไม่พบพ่อ เริ่มเป็นกังวลกลัวท่านจะเป็นอะไรไปเพราะสายตาไม่ค่อยดี
ขับรถไม่ถนัด ครั้นจะโทร.ปรึกษาน้องสาวก็กลัวถูกด่าที่ไม่ดูแลพ่อให้ดี ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้มไม่รู้จะทำอย่างไรดี สุดท้ายไปขอให้เจ้าหน้าที่โรงแรมหารถเช่าให้ แต่รถเช่าไม่มี เธอจึงเรียกรถลีมูซีนของโรงแรมมาให้แทน
ooooooo
ศักดิ์สกุลจะเล่าถึงสาเหตุที่บุกมาถึงที่นี่เพื่อช่วยกอบกู้โรงงานคืน แต่สายบัวคอยขัดตลอดจนไม่มีโอกาสพูดอะไร เขาจึงหยิบเช็คยื่นให้แทน สายบัวเห็นตัวเลขถึงกับตาโตแทบทะลุออกมาจากเบ้า
“สะ...สาม...สิบล้าน”
เรือนแก้วงง นี่มันอะไรกัน ศักดิ์สกุลอยากช่วยให้เธอฟื้นฟูโรงงานกลับมาอีกครั้งจึงจะให้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ยและไม่ต้องทำสัญญาอะไรทั้งสิ้น เธอทำใจรับเงินไว้ง่ายๆแบบนี้ไม่ได้
“แล้วถ้าผมมีข้อแลกเปลี่ยนล่ะครับ...ผมอยากจะได้หนูรสริน”
สายบัวคิดว่าศักดิ์สกุลจะขอรสรินไปเป็นเมียน้อย คว้าหม้อไหกระทะขว้างใส่ เรือนแก้วกอดเอวพี่สาวแน่นพยายามห้าม แต่เธอดิ้นหลุดคว้ากระบวยตักน้ำปาถูกหัวเขาดังโป๊ก เรือนแก้วเองไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนอย่างนี้ ต่อว่าว่าเสียแรงที่อรรณพเห็นเขาเป็นเพื่อนรัก
“ไม่ใช่นะครับคุณแก้ว ที่ผมบอกว่าอยากได้หนูรสน่ะ ผมหมายถึงอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้”...
ขณะที่ศักดิ์สกุลเล่าถึงเหตุผลที่จะขอรสรินมาเป็นลูกสะใภ้ กรพงศ์นั่งรถลีมูซีนของโรงแรมตระเวนไปตามที่ต่างๆเอารูปพ่อในมือถือให้ผู้คนแถวนั้นดูแต่ไม่มีใครเห็นท่านสักคน...
จากนั้นไม่นาน รสรินกลับถึงบ้านเห็นสภาพใบหน้าเป็นผื่นแดงจากถูกหม้อไหกระทะของศักดิ์สกุลถึงกับร้องเอะอะไปโดนอะไรมาอีก สายบัวอ้างว่าแผลเก่าอักเสบแล้วถลึงตาใส่แขกไม่ได้รับเชิญ เขารีบรับคำว่าใช่ เขาเป็นคนแพ้ง่ายโดนอะไรนิดหน่อยก็อักเสบลามไปเรื่อยๆแบบนี้ รสรินจะไปหยิบยาแก้แพ้มาให้
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะหนูรส เดี๋ยวลุงขอกลับโรงแรมเลยดีกว่า คุณแก้วลองคิดดูนะครับ ถือซะว่าช่วยๆกัน ผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไงกับมันเหมือนกันแล้ว”
เรือนแก้วขอปรึกษากันก่อน ศักดิ์สกุลไม่ขัดข้อง แม้เธอจะไม่ตกลงเขาก็ยังจะช่วยเธออยู่ดี สายบัวกลัวหลานจะจับพิรุธได้ไล่ตะเพิดเขากลับ รสรินเริ่มสงสัย แต่ไม่ได้ถามอะไรประคองศักดิ์สกุลออกไป
ooooooo
ระหว่างรสรินขับรถมาติดไฟแดง เหลือบเห็นกรพงศ์ที่บังเอิญเอารูปพ่อในมือให้หญิงสาวคนหนึ่งดู เธอหันไปจะเรียกศักดิ์สกุลแต่เขาหลับไป เพราะความอ่อนเพลีย เธอลังเลจะเอาอย่างไรดีเหลือบมองอีกครั้งเห็นสาวคนนั้นพยายามขอเบอร์เขาก็เลยเข้าใจผิด
“ปล่อยให้พ่อมาเจ็บตัว แต่ตัวเองยังมีหน้ามานั่งรถหรูขอเบอร์สาว ผู้ชายอะไรเนี่ย”
จังหวะไฟเขียวพอดี รสรินเร่งเครื่องออกไปทันที ไม่นานนัก รถมาจอดหน้าโรงแรมที่พัก ศักดิ์สกุลขอบใจเธอมากสำหรับทุกอย่าง เธอยกมือไหว้ลาเขาแล้วผละจากไป เขามองตามชื่นชมก่อนจะลากกระเป๋าเข้าข้างใน รสรินเดินมาไม่กี่ก้าวเห็นรถลีมูนซีนมาจอดส่งกรพงศ์ที่คุยโทรศัพท์กับน้องอยู่คิดว่าโทร.คุยกับสาวไม่สนใจพ่อตัวเองก็ปรี๊ดแตกพุ่งเข้าไปชกหน้าอย่างแรง คนล้มไปทาง มือถือกระเด็นไปอีกทาง
“ผู้ชายเฮงซวย ไปตายซะ” ด่าเสร็จรสรินผละจากไป กรพงศ์มองตามตาปริบๆ
“เฮ้ย...ยายนี่อีกแล้ว อะไรวะ” กรพงศ์คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับน้องสาวต่อพลางเปิดประตูโรงแรมเข้าไป ยังไม่ทันจะบอกเธอว่าหาพ่อไม่เจอ เหลือบไปเห็นท่านกำลังเช็กอินอยู่ รีบบอกน้องว่าแค่นี้ก่อน วางสายแล้ววิ่งไปกอดพ่อด้วยความดีใจ ศักดิ์สกุลงงลูกเกิดพิศวาสอะไรขึ้นมารีบดันตัวออกห่าง
“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะครับ นี่ผมตามหาคุณพ่อไปทั่วเลยนะ เป็นห่วงแทบแย่”
ศักดิ์สกุลชื่นชมว่าถ้าไม่ได้รสรินลูกของเรือนแก้วช่วยไว้ ป่านนี้จะได้กลับโรงแรมหรือเปล่ายังไม่รู้ เด็กนั่นทั้งสวย ทั้งมีน้ำใจ กรพงศ์ไม่วายปากเสีย นี่พ่อคิดจะกินเด็กหรือ ศักดิ์สกุลสั่งให้เขาหุบปากแล้วไปนอน พรุ่งนี้ต้องไปบ้านเรือนแก้วกับตน และหากเขายังหาเรื่องหนีไปอีก ตนจะโทร.ไปฟ้องพิมพ์เพทายและจะตัดเขาออกจากกองมรดก...
ขณะเรือนแก้วกำลังปรึกษากับสายบัวเรื่องที่ศักดิ์สกุลยื่นข้อเสนอระหว่างรสรินกับเงินสามสิบล้านบาท เจ้าตัวกลับมาทันได้ยินพอดีก็โวยวายลั่นนี่มันเรื่องอะไร
“ไหนๆก็ได้ยินแล้ว ข้าก็จะบอกเอ็งเลยละกัน คุณศักดิ์นั่นน่ะ เขาจะให้เงินช่วยเหลือเราสามสิบล้าน ถ้าเอ็งยอมแต่งงานกับลูกชายเขา”
รสรินโกรธมากที่เขาเห็นเธอเป็นผู้หญิงขายตัว รบกวนแม่กับป้าไปบอกเขาด้วยว่าเธอไม่มีวันแต่งงานกับลูกชายของเขาเด็ดขาด แล้วเดินเข้าห้องตัวเองปิดประตูล็อก ฉุนขาดเตะอากาศวืดวาดแต่ดันเตะพลาดไปถูกขาเตียงถึงกับทรุด เธอโขยกเขยกไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานหยิบเอกสารที่เตรียมไปกู้ธนาคารขึ้นมาดู
ooooooo
วันรุ่งขึ้น สายบัวสั่งให้เรือนแก้วแกล้งนอนป่วยอยู่ในห้องก่อนอย่าเพิ่งออกมาจนกว่าตนจะเรียก แล้วเดินไปบอกรสรินที่กำลังจะไปแบงก์เพื่อกู้เงินให้รีบไปเดี๋ยวตนจะดูแลเรือนแก้วให้เอง รสรินตกใจแม่เป็นอะไรไปอีก สายบัวโกหกว่าเมื่อคืนเรือนแก้วอยู่ๆก็ฟุบไปสงสัยจะเครียดหนัก รสรินจะไปดูแม่ สายบัวห้ามไว้
“เอ็งรีบไปแบงก์เถอะ วันนี้นายศักดิ์เขาบอกว่าจะมาอีก จะพาลูกชายเขามาด้วย เอ็งคงไม่อยากเจอใช่ไหมล่ะ แม่เอ็งน่ะเดี๋ยวป้าดูแลได้ ป้าไม่อยากให้เอ็งมานั่งปั้นหน้ากับพวกนั้นเหมือนกัน”
“งั้นฉันไปก่อนนะจ๊ะป้า แล้วฉันจะรีบกลับ”
พอหลานรักลับสายตา สายบัวตะโกนเรียกเรือนแก้วออกจากห้องได้แล้ว...
ทางฝ่ายดวงกมลเห็นสองพ่อลูกหายไปไม่ส่งข่าว เข้ามาถามพิมพ์เพทายว่าทั้งคู่จะกลับวันนี้หรือเปล่า เธอเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน อาจจะกลับหรืออาจจะไม่กลับก็ได้ แล้วเอาปาท่องโก๋ป้อนให้ลูกหมา มันเอาแต่เลียไม่ยอมกิน เธอหยิบปาท่องโก๋วางคืนในจานอย่างเดิม ดวงกมลร้องเอะอะว่าสกปรกแล้วหยิบจานจะให้คนรับใช้เอาออกไป ยังไม่ทันอ้าปากเรียกใคร อรอาภาในชุดรัดรูปส่งเสียงแปร๋นเข้ามาสวัสดีทักทายเสียก่อน
“กรเขากลับมาหรือยังคะ อรโทร.ไป ไม่เห็นรับสายเลย”
“ยังเลยลูกก็คงยุ่งอยู่กับพ่อเขานั่นล่ะ ไปดูที่ มามะหนูอรมากินเบรกฟาสต์กับแม่ก่อน”
อรอาภาเห็นปาท่องโก๋ในมือดวงกมล คว้าใส่ปากเคี้ยวเอร็ดอร่อย ฝ่ายหลังจะห้ามก็ไม่ทันจำต้องปล่อยเลยตามเลย พิมพ์เพทายกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหวต้องรีบอุ้มน้องหมาหนี...
ระหว่างอรอาภากำลังฟังสรุปงานเดินแบบอยู่กับนางแบบคนอื่นๆ ท่านวีระโทร.มาตำหนิเรื่องข่าวฉาว เล่นเอาหูแทบชา อรอาภาขี้เกียจฟังท่านด่ารีบตัดบท ต่อจากนี้ไปเธอจะระวังให้มากขึ้น แล้ววางสาย ก่อนจะส่งสายตาปิ๊งๆไปให้นายแบบหล่อที่มองเหล่มาทางเธอเช่นกัน...
ศักดิ์สกุลลากลูกชายตัวดีมาบ้านเรือนแก้วจนได้ กรพงศ์สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็นให้ทั้งเรือนแก้วและสายบัว เขาทั้งพูดจาดูถูกทั้งแสดงมารยาทไม่ดี สายบัวหมั่นไส้มากหลอกด่าไปหลายครั้งแต่เขาไม่รู้สึก แต่ที่ทำให้เธอหมดความอดทนก็ตอนที่กินมื้อกลางวันด้วยกัน
กรพงศ์ทำท่ารังเกียจปลาร้าหลนที่เรือนแก้วยกมาวางตรงหน้า ใช้ปลายนิ้วเขี่ยถ้วยปลาร้าหลนไปห่างๆแล้วหยิบไข่เจียวมาวางแทนที่ สายบัวปรี๊ดแตกตักปลาร้าราดลงไปบนจานไข่เจียวจนโชก
“ทำไรน่ะป้า แบบนี้ใครจะไปกิน”
“ใครจะกินน่ะเหรอ...ก็เอ็งน่ะสิ” สายบัวลุกพรวดไปบีบปากกรพงศ์คว้าชามปลาร้ากรอกลงไป เรือนแก้วพยายามดึงพี่สาวออกแต่ไม่ทัน ปลาร้าเข้าไปอยู่เต็มปากเขา
“เห็นแล้วหมั่นไส้ หน็อยดัดจริตอย่างนี้เหรอวะจะมาเป็นหลานเขยข้า”
กรพงศ์ตกใจตาเหลือก หันมองพ่อสีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม ศักดิ์สกุลเมินหน้าหนีทำไม่รู้ไม่ชี้ กรพงศ์ทนกลิ่นปลาร้าไม่ไหวแหวะออกมาหมดไส้หมดพุง
ooooooo
ที่ธนาคาร ระหว่างรสรินรอคิวเพื่อขอสินเชื่อ เห็นสาวหมวยสวยเอ็กซ์ เดินยิ้มหน้าบานออกมา โดยมีผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อตามมาส่ง เธอยิ้มให้เขาพร้อมกับขอบคุณที่อนุมัติสินเชื่อให้ รสรินมองไปที่อกอึ๋มของเธอแล้วก้มมองอกตัวเองที่มีอยู่น้อยนิด เป็นจังหวะเดียวกับพนักงานเชิญรสรินเข้าพบผู้จัดการได้เลย
หญิงสาวแอบปลดกระดุมเสื้อหนึ่งเม็ด แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะผู้จัดการ พยายามทำตัวเซ็กซี่สุดฤทธิ์ เขาไม่แม้แต่จะชายตามอง สนใจแต่เอกสารที่เธอยื่นประกอบการขอสินเชื่อ สุดท้ายก็ไม่อนุมัติ...
พลวัฒน์ถึงกับหัวเราะก๊ากเมื่อรสรินเล่าเรื่องที่ธนาคารให้ฟัง เธอโวยลั่นถ้าไม่หยุดหัวเราะจะกลับเดี๋ยวนี้ เขาพยายามกลั้นหัวเราะแล้วจับมือรสรินไว้ ขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้ เธอไม่เข้าใจจะขอโทษทำไม ในเมื่อเธอไม่ได้ขอให้เขาช่วย แค่ไว้ใจก็เลยเล่าให้ฟังแล้วมองมือเขาที่จับมือตัวเอง พลวัฒน์รู้ตัวรีบดึงมือออก หันไปจับกล้องกลบเกลื่อน รสรินบ่นอุบจะทำอย่างไรดี หรือจะต้องยอมแต่งงานกับไอ้โรคจิตนั่น
“แต่งงาน! ใครจะแต่งกับใคร”
จากนั้นเรื่องข้อเสนอของศักดิ์สกุลก็พรั่งพรูออกจากปากรสริน พลวัฒน์ตกใจมากกับข้อเสนอนั่น ยุส่งให้เธอปฏิเสธ แล้วแนะให้ขายโรงงานไปเลย...
ด้านศักดิ์สกุลขอโทษสองพี่น้องยกใหญ่ที่ลูกชายตัวดีทำเลอะเทอะจนทั้งคู่ต้องเช็ดถูทำความสะอาดบ้าน เรือนแก้วเห็นคราบอ้วกเลอะเสื้อกรพงศ์เสนอจะหาเสื้อของอรรณพมาเปลี่ยนให้ เขาส่ายหน้าไม่เอา ควักยาดมขึ้นมาดมแล้วหันไปถามพ่อว่าที่ป้าเหี่ยวพูดเมื่อครู่นี้ หมายความว่าอย่างไร
สายบัวไม่พอใจที่ถูกเรียกว่าป้าเหี่ยว ทำท่าจะเอาเรื่อง ศักดิ์สกุลเห็นท่าไม่ดี ไล่ลูกลงไปรอที่รถ แล้วชี้ให้สองพี่น้องเห็นว่าเป็นเพราะนิสัยไม่ดีแบบนี้ของลูก เขาถึงต้องการให้รสรินมาช่วยแก้ไขเผื่อลูกจะเป็นคนดีขึ้น เรือนแก้วอยากรู้เขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่าลูกสาวของตนจะแก้ไขอะไรได้ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อย่างน้อยแค่ช่วยกันแม่นางแบบนั่นออกไปได้ก็ยังดี
“ขอโทษนะคะ แต่ว่ายัยรสน่ะ...” เรือนแก้วยังไม่ทันจะพูดจบ สายบัวชิงพูดแทรกขึ้นเสียก่อน
“รสมันบอกว่าขอคิดดูก่อน”
ศักดิ์สกุลมีความหวังขึ้นมาทันที อย่างน้อยรสรินก็ไม่ปฏิเสธ เรือนแก้วพยายามจะอธิบายว่าเขาเข้าใจผิดรสรินไม่สนใจข้อเสนอของเขาแต่สายบัวชิงตัดบทเสียก่อน ถ้ารสรินตัดสินใจได้แล้วจะโทร.บอก ศักดิ์สกุลถลาลงมาขึ้นรถสีหน้ายิ้มแย้ม กรพงศ์ยังคาใจไม่หาย คาดคั้นพ่อว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ศักดิ์สกุลขอร้องอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เพราะกลิ่นจากปากเขาทำให้ตนจะอาเจียนไปด้วย ไว้ถึงโรงแรมเมื่อไหร่จะบอก
“แกไปส่งฉันที่โรงงานแล้วก็ไปหาเสื้อผ้าเปลี่ยนซะ กลับโรงแรมสภาพนี้อายเขาตาย” พูดจบศักดิ์สกุลย้ายที่ไปนั่งเบาะหลังเพราะทนกลิ่นเหม็นจากตัวลูกชายไม่ไหว...
จากนั้นไม่นาน กรพงศ์ขับรถมาส่งพ่อที่โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ ศักดิ์สกุลยังไม่ทันจะสั่งอะไร ลูกชายตัวดีขับรถออกไปเสียก่อน เขาเห็นสภาพโรงงานที่พังเสียหายจากน้ำท่วมแล้วพึมพำเบาๆ
“ไอ้ณพ แกไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะช่วยคุณแก้วฟื้นฟูมันขึ้นมา ไม่ว่าลูกสาวแกจะยอมหรือไม่ก็ตาม”
ooooooo
รสรินกับกรพงศ์ใจตรงกันอย่างเหลือเชื่อมาซื้อเสื้อร้านเดียวกันไม่พอยังเลือกเสื้อตัวเดียวกันอีกต่างหาก เขาชิงจะจ่ายเงินค่าเสื้อตัดหน้าแต่ดันลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ในรถก็เลยขอยืมจากเธอก่อน 200 บาท
“แย่งเสื้อฉันแล้วยังจะมายืมตังค์ฉันอีกเหรอ คนอะไรหน้าด้านชะมัด”
กรพงศ์ตวาดลั่นว่าพูดมาก สั่งให้เอาเงินมาให้เร็วๆ รสรินตกใจลืมตัวหยิบเงินให้ เขาส่งเงินต่อให้แม่ค้าแล้วเดินลิ่วกลับรถ เธอยืนอึ้งสักพัก พอตั้งสติได้รีบตามไปทวงเงินคืน เขาเข้ารถได้ก็ถอดเสื้อเหม็นๆออกแล้วใส่เสื้อตัวใหม่แทน จากนั้นควักแบงก์พันยื่นให้ รสรินคว้าใส่กระเป๋าตัวเองไม่ยอมทอนเงิน อ้างที่เหลือเป็นค่าดอกเบี้ยที่ต้องเดินตามมาเอาเงินถึงที่รถ
ชายหนุ่มเริ่มสงสัยหรือที่เจอเธอบ่อยๆเป็นเพราะเธอคอยตามเขาตั้งแต่กรุงเทพฯยันขอนแก่น เธอเกือบหลุดปากว่าเธออยู่ที่นี่แต่ยั้งไว้ทัน เขาไม่วายคุยอวดว่าเกิดเป็นตัวเองแสนจะลำบากมีแต่ผู้หญิงอยากได้ ขนาดยัยลูกสาวโรงงานปลาร้ายังคิดจะจับเขาเลย รสรินแค้นมากกำหมัดแน่นยังไม่ทันจะอ้าปากด่า กรพงศ์คว้ากระเป๋าไปค้นมือถือของเธอขึ้นมากดเบอร์เขาลงไป
“เอ้านี่เบอร์ฉัน โทร.มาวันหลังละกัน วันนี้ฉันยุ่ง ไม่ต้องตามแล้วนะ รู้จักหักห้ามใจซะมั่ง ติ่งเอ๊ย”
รสรินด่าไม่ทัน กรพงศ์ขับรถออกไปเสียก่อน ได้แต่อ้าปากค้าง...
ทางฝ่ายสายบัวเปลี่ยนใจอยากจะให้รสรินแต่งงานกับกรพงศ์จึงร่วมมือกับเรือนแก้วซื้อสเปรย์สำหรับแต่งผมมาฉีดผมเรือนแก้วขาวโพลนไปทั้งหัว เพื่อหลอกให้รสรินเชื่อว่าแม่คิดมากจนหัวหงอก เรือนแก้วไม่เข้าใจทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย ไหนทีแรกสายบัวไม่อยากให้เธอแต่งงานไม่ใช่หรือ
“ก็ข้ามาคิดๆดูแล้ว มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่หว่า แต่งก็แต่งหลอกๆ อีกอย่างข้าเห็นไอ้ดัดจริตนั่นแล้วหมั่นไส้ว่ะ อยากให้ไอ้รสไปดัดสันดานมันซะให้เข็ด”...
นอกจากจะชวนเรือนแก้วร่วมมือแล้ว สายบัวยังไปเตี๊ยมกับจิ้งหรีดและครอบครัวให้ช่วยกันหลอกรสรินว่าการที่โรงงานต้องปิดตัวลงทำให้ทุกคนเดือดร้อน ไม่มีเงินใช้ถึงขนาดไม่มีอาหารกิน สายบัวต้องแบ่งกับข้าวที่บ้านไปให้ รสรินถึงกับน้ำตาไหลที่เห็นครอบครัวจิ้งหรีดซึ่งอยู่กันหลายคนแต่กับข้าวมีเพียงไข่เค็มสองซีก กับผักต้มเหี่ยวๆกินกับแจ่วบองถ้วยจิ๋ว เธอรู้สึกผิดที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้
“พวกมันก็หวังว่าจะได้กลับมาทำที่โรงงานเรานั่นแหละ วันนี้คุณศักดิ์เขาคุยกับแม่เอ็งว่าจริงๆแล้วแค่ให้เอ็งแต่งกันหลอกๆ เอ็งก็รู้ข่าวลูกชายเขาใช่ไหมล่ะ คุณศักดิ์อยากให้เอ็งช่วยกันท่าแม่นางแบบนั่นออกไปจะได้ดัดสันดานไอ้เปรตนั่นด้วย ทีนี้ก็อยู่ที่เอ็งแล้วว่าจะเอายังไง” คำพูดของสายบัวทำให้รสรินคิดหนัก
ooooooo
ศักดิ์สกุลได้รับข่าวดีจากเรือนแก้วแต่เช้าว่ารสรินยอมรับข้อเสนอ กรพงศ์ลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาในห้องพักของพ่อเห็นสีหน้ายิ้มแย้มของท่านก็แปลกใจยิ้มเรื่องอะไร
“ลูกชายของฉันจะเป็นฝั่งเป็นฝาสักที” สิ้นเสียงศักดิ์สกุล กรพงศ์แทบล้มทั้งยืน...
ทั้งจิ้งหรีดและนวลพรรณต่างดีใจกันมาก ในที่สุดก็มีคนใจดีให้ยืมเงินมาฟื้นฟูโรงงานโดยไม่คิดดอกเบี้ย นั่นเท่ากับจิ้งหรีดจะต้องรำแก้บนรอบหมู่บ้านอย่างที่ได้บนบานศาลกล่าวเอาไว้...
เมื่อกลับถึงบ้านศาสตราบุรินทร์ กรพงศ์ร้องหาแม่ลั่นมีเรื่องจะฟ้องท่าน บังเอิญดวงกมลไม่อยู่ออกไปช็อปปิ้ง เขาจึงได้แต่ร้องงอแงหาแม่อยู่อย่างนั้น พิมพ์เพทายอดสงสัยไม่ได้ตามมาถามพ่อว่ากรพงศ์เป็นอะไร พอรู้ว่าเขาถูกบังคับให้แต่งงานกับรสริน ถึงกับมือทาบอกด้วยความตกใจทำไมถึงรวดเร็วนัก
“พิมพ์เคยบอกเองไม่ใช่เหรอ ถ้าวันหนึ่งไอ้กรมันเจอผู้หญิงดีๆมันอาจจะกลับเนื้อกลับตัวได้”
“แล้วแน่ใจหรือคะว่าคุณรสเขาจะเอาพี่กรอยู่จริงๆ”
ศักดิ์สกุลไม่รู้เหมือนกัน อย่างน้อยก็ยังดีกว่าแม่อรอะไรนั่น แต่ยังเหลือปัญหาหนักอกอีกอย่างหนึ่งคือดวงกมล พิมพ์เพทายมีวิธีจะจัดการกับแม่โดยออกอุบายให้หลอกท่านว่าที่พ่อยอมให้กรพงศ์แต่งงานกับรสรินเพราะหวังจะฮุบที่ดินที่โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ ที่สำคัญครอบครัวนั่นรวยมาก รับปากจะเป็นฝ่ายจ่ายเงินค่าสินสอดให้ทางเรา 30 ล้านบาท ศักดิ์สกุลตกลงทำตามที่ลูกสาวแนะ...
เมื่อดวงกมลกลับถึงบ้าน ศักดิ์สกุลรีบดึงตัวมาคุยกันตามลำพัง บอกเธอตามคำแนะนำของลูกสาว
ดวงกมลขี้งกเป็นทุนเดิมอยู่แล้วถึงกับตาโตตื่นเต้นที่จะได้เงินตั้ง 30 ล้านบาท ครั้นกรพงศ์มาฟ้องว่าถูกพ่อบังคับให้แต่งงานกับลูกสาวเจ้าของโรงงานปลาร้า ดวงกมลกลับบอกให้เขาเชื่อฟังพ่อ แล้วขอตัวไปอาบน้ำ กรพงศ์ได้แต่ยืนอ้าปากค้างที่แม่เห็นชอบกับเรื่องนี้...
ฝ่ายอรอาภาลุกขึ้นกระทืบเท้าร้องกรี๊ดๆเมื่อรู้ว่ากรพงศ์ต้องแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของโรงงานปลาร้าแปรรูป ต่อว่าเขาว่าทำแบบนี้ได้อย่างไร เขาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ คุณพ่อต่างหากที่ทำ แถมคุณแม่ยังพลอยเห็นดีเห็นงามไปด้วย อรอาภาถามย้ำแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ไปหลงเสน่ห์นังบ้านนอกนั่น เขาจะไปหลงเสน่ห์เธอได้อย่างไรหน้าตายังไม่เคยเห็น อรอาภาอยากเห็นหนังหน้านังนั่นจึงชวนเขาไปดูมันด้วยกัน
ooooooo










