สมาชิก

คู่ซ่ารสแซ่บ

ตอนที่ 10

รสรินเข้ามาในห้องทำงานใหม่ของตัวเอง วางกระเป๋าที่โต๊ะทำงานแล้วเหลือบไปมองโต๊ะอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเล็กกว่าตั้งอยู่ด้านข้างมีป้ายชื่อกรพงศ์ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการวางอยู่ เก้าอี้ว่างเปล่าไม่มีใครมานั่ง เธอ เมินหน้าหนี แล้วหยิบงานของตัวเองขึ้นมาดู จังหวะนั้น นวลพรรณถือแฟ้มเอกสารมาวางบนโต๊ะ

“รบกวนคุณรสช่วยเซ็นให้ด้วยค่ะ” นวลพรรณพูดโดยไม่มองหน้า

“พูดแบบเดิมก็ได้มั้ง”

นวลพรรณยืนกรานพูดแบบนี้ดีแล้ว รสรินตรวจเอกสารครู่หนึ่ง ก่อนจะเซ็นแล้วคืนให้ บอกว่าเย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกัน พลวัฒน์จะเป็นเจ้ามือ

“เชิญคุณรสกับบอดี้การ์ดตามสบายเถอะค่ะ นวลไม่รบกวนหรอก” ประชดจบ นวลพรรณคว้าแฟ้มจะไป รสรินหมดความอดทนตบโต๊ะปังลุกพรวดขึ้น จะเอาแบบนี้ใช่ไหม จะโกรธกันอยู่แบบนี้ใช่ไหม นวลพรรณยืนนิ่งไม่ตอบโต้ เธอตัดพ้อเป็นเพื่อนกันมาตั้งกี่ปี เรื่องแค่นี้จะงอนไปถึงไหน นวลพรรณไม่พูดอะไรเดินออก ไปเลย รสรินกระแทกตัวลงนั่งอย่างหงุดหงิด พยายามสงบสติอารมณ์แล้วหันไปเปิดคอมฯ

“งอนไปให้ตลอดเลยนะไอ้เพื่อนบ้า” พูดจบรสรินเปิดเมลดูมีข้อความใหม่เข้ามา เป็นโบรชัวร์งานฟู้ดแฟร์ พลันมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ท่านวีระโทร.มาถามว่าได้รับเมลหรือยัง เธอตาโตตกใจ ไม่คิดว่าจะเป็นสายจากท่าน...

ในเวลาต่อมา รสรินมาพบท่านวีระที่ห้องประชุมของพรรค ภายในห้องมีทีวีจอ แอลซีดีแสดงแผนผัง บูธ จัดงานฟู้ดแฟร์ในฮอลขนาดใหญ่ บูธที่อยู่ตรงกลางมีโลโก้แม่ศรีไทยแลนด์เด่นชัด

“ฉันจะล็อกบูธกลางที่เป็นทำเลดีที่สุดไว้ให้หนูเลยนะ วันเปิดงานฉันจะให้หน้าม้าไปที่บูธหนูเยอะๆ ช่วยแก้ข่าวเรื่องเสียๆนั่น และที่สำคัญฉันจะช่วยจัดการเรื่องส่งออกนอกให้หนูโอเคไหม”

รสรินถามอย่างไม่อ้อมว่าต้องการอะไรกันแน่ ขนาดลงทุนจัดงานฟู้ดแฟร์ให้ ท่านวีระยอมรับว่าที่ทำไป ทั้งหมดเพราะต้องการให้เธอช่วยพูดให้ศักดิ์สกุลเข้าร่วมประมูลโครงการศูนย์ราชการแห่งใหม่ รสรินช่วยอะไรไม่ได้เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับศักดิ์สกุลตัดสินใจ ทำแบบนี้สิ้นเปลืองงบหลวงเปล่าๆ ท่านไม่ได้ใช้งบหลวงแต่ใช้งบส่วนตัว เธอทักท้วงไม่ลงทุนมากไปหรือ

“ไม่หรอกเพราะฉันต้องชดใช้ให้หนู เรื่องที่สินค้าของหนูมีปัญหาน่ะ จริงๆแล้วคนที่เป็นคนจัดฉากแกล้งเอาปลาร้าหนอนไปเปลี่ยนกับของของหนูก็คือยัยอรลูกสาว ฉันเอง” ท่านวีระลงทุนขนาดเอาลูกตัวเองมาขายหวังจะซื้อใจรสริน...

ทางฝ่ายรสรินเดินมาขึ้นรถด้วยใบหน้าแดงก่ำ โกรธจนเส้นเลือดแทบแตก ที่แท้ก็เป็นฝีมือยัยไฮโซหน้าวอก นั่น หันไปเปิดกระเป๋าจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หากรพงศ์ แต่นึกอะไรขึ้นมาได้

“อีตานั่นร่วมมือด้วยหรือเปล่าเนี่ย”

ooooooo

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง เลขาฯติงท่านวีระไปบอกรสรินแบบนั้นไม่กลัวอรอาภาจะเดือดร้อนหรือ ท่านไม่เห็นว่าลูกจะต้องเดือดร้อนอะไร รสรินไม่มีทางทำอะไรได้เพราะไม่มีหลักฐานทุกอย่างเคลียร์หมดแล้ว เลขาฯกลัวรสรินจะไปอาละวาดเอากับอรอาภา

“เธอไม่ทำแบบนั้นหรอก คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า”

เลขาฯไม่เข้าใจท่านจะบอกรสรินเพื่ออะไร ท่านต้องการให้เธอคิดว่าท่านไม่เคยเข้าข้างคนผิด ถึงแม้จะเป็นลูกตัวเอง ท่านเชื่อว่าค่อยๆหยอดไปทีละนิด อีกหน่อย เธอต้องไปช่วยพูดให้ศักดิ์สกุลมายื่นซองประมูลแน่ๆ เลขาฯ เห็นว่าครั้งนี้ท่านลงทุนมากมายจริงๆ ท่านวีระหัวเราะ

“คุณก็ทำงานกับผมมาพอสมควรแล้วนะ เคยเห็นผมลงทุนโดยไม่ได้อะไรตอบแทนบ้างไหมล่ะ”...

จากนั้นไม่นาน รสรินกลับถึงที่ทำงานเปิดคอมฯ ปริ๊นต์โบรชัวร์งานฟู้ดแฟร์ออกมานั่งดู พิมพ์เพทายเคาะประตูห้องแล้วเปิดเข้ามาเห็นโต๊ะพี่ชายว่างเปล่าร้องถามว่ายังไม่เข้ามาอีกหรือ เธอคิดว่าวันนี้เขาคงไม่เข้า พิมพ์เพทายจะโทร.ไปตามให้เอง รสรินขอร้องอย่าเพิ่งทำอย่างนั้น เขาคงยังโกรธเธออยู่

“จะโกรธอะไรนักหนาก็ทำตัวเอง เที่ยวนี้คุณพ่อเอาจริงด้วย ขืนยังไม่ยอมมาทำงาน เรื่องใหญ่แน่”

พิมพ์เพทายเหลือบเห็นโบรชัวร์งานฟู้ดแฟร์ขอรสรินดูหน่อย แล้วถามเธอว่าจะเปิดบูธด้วยหรือเปล่า เธอยังไม่รู้เหมือนกัน คงต้องปรึกษาแม่กับป้าก่อน พิมพ์เพทายเห็นงานใหญ่โต ไล่ดูในโบรชัวร์จะหาว่าใครเป็นคนจัดงาน สะดุดเข้ากับชื่อ ท่านวีระ เธอไม่ติดใจสงสัยอะไร

“ถ้าพี่รสไปออกบูธก็บอกนะคะ เดี๋ยวพิมพ์จะช่วยโปรโมต” พิมพ์เพทายคืนใบโบรชัวร์แล้วเดินออกไป คล้อยหลังไม่นาน มีพนักงานคนหนึ่งมาทวงเอกสารที่ส่งมาให้กรพงศ์ตรวจเมื่อสองวันก่อนไม่ทราบว่าเซ็นหรือยัง รสรินลุกไปที่โต๊ะของเขา รื้อลิ้นชักออกมาดูเจอเอกสารที่ว่า ส่ายหน้าระอาใจ

“โทษทีนะคะ เดี๋ยวรสขอตรวจดูก่อน เดี๋ยวคอยแวะมาดูอีกทีนะคะ” รสรินรอจนพนักงานคนนั้นไปแล้ว รีบค้นดูที่โต๊ะทำงานกรพงศ์อีกครั้ง เจอแฟ้มเอกสาร หลายเล่มหมกอยู่

“ซุกไว้เพียบเลยนะเนี่ย”

ooooooo

ดวงกมลเห็นลูกชายสุดเลิฟไม่กลับบ้านเพราะงอนที่พ่อปลดจากตำแหน่ง โทร.ไปบอกว่าจะลองคุยกับเขาให้อีกที ถ้าไม่ยอมท่านจะไปอาละวาดถึงบริษัท กรพงศ์ซึ่งนอนคว่ำหน้าเปิดโน้ตบุ๊กดูพริตตี้สาวสวยอยู่

“ไม่ต้องหรอกครับ คุณพ่อเขาไม่ฟังหรอก คุณแม่ ก็รู้ ตั้งแต่ได้ยัยนั่นมาเป็นลูกสะใภ้ คุณพ่อเขาฟังใครที่ไหนล่ะครับ”

“แล้วลูกอยู่ไหนเนี่ย...คอนโดฯ! กลับบ้านก่อนเถอะลูก แล้วค่อยหาทางเอาตำแหน่งคืนจากแม่นั่น” ดวงกมล มัวแต่คุยกับลูกไม่ทันเห็นจิ้งหรีดแอบฟังอยู่ กรพงศ์ไม่ได้อยากได้ตำแหน่งคืน อยู่แบบนี้ก็สบายดีไม่ต้องทำอะไร แล้วฝากแม่ไปบอกพ่อด้วยว่าถ้าอยากจะปิดบัตรเครดิตของเขาอีกก็เชิญตามสบาย เพราะเขากดเงินสดออกมาหมดแล้ว ฝากแม่จ่ายเงินให้ด้วย วางสายแล้วหันไปสนใจ รูปพริตตี้สาวสวยต่อไป

ครั้นเห็นอรอาภาเดินเข้ามากรพงศ์รีบปิดหน้าเว็บนั้น แต่ไม่ทันเธอเห็นเสียก่อน แทนที่จะเล่นงานเขาเธอกลับไม่ว่าอะไรสักคำ แถมโน้มตัวไปจูบแก้มเขาหนึ่งฟอด

“เชื่ออรเถอะค่ะ กลับไปทำงานต่อเถอะ ทนๆ ไปหน่อยดีกว่าให้นังนั่นมันใส่ไฟคุณอีกนะคะกร”

“ไม่เอาอะ อยากเก่งนักก็ให้รับไปให้หมด”

อรอาภารู้สึกขัดอกขัดใจ แต่ไม่ได้ว่าอะไรเชิญเขาทำตามใจแล้วขอตัวกลับก่อน มีงานต้องทำ คืนนี้อาจจะมาค้างด้วยไม่ได้ กรพงศ์รอจนเธอไปแล้ว เปิดหน้าจอที่มีพริตตี้ขึ้นมาดูอีกครั้งแล้วนึกเอะใจ

“มีงานด้วยเหรอ ไหนว่าโดนแบน”...

ด้านจิ้งหรีดกระแซะเข้ามาหลอกถามดวงกมลว่ากรพงศ์หนีไปค้างที่คอนโดฯ ใช่ไหม เธอเผลอตัวพยักหน้า แล้วนึกขึ้นได้หันมาโวยใส่มาสาระแนอะไรด้วย จิ้งหรีดหลอกถามจนรู้ว่ากรพงศ์งอนพ่อที่ปลดออกจากตำแหน่ง แล้วให้รสรินขึ้นเป็นผู้จัดการบริษัทแทนก็เลยประท้วงไม่กลับบ้าน...

งานที่อรอาภาต้องไปทำไม่ใช่งานเดินแบบ แต่นัดลูกน้องของพ่อให้มาช่วยทำงานสกปรกให้ เธอหยิบมือถือขึ้นมาเปิดภาพแล้วยื่นให้เขาดู ต้องการให้เขาสั่งสอนนังพวกนี้ให้หมด แต่เอาแค่พอเขียวช้ำ ตบคนละทีสองทีพอหอมปากหอมคอ ลูกน้องติงถ้าต้องการแค่นั้นทำไมอรอาภาไม่ทำเอง เห็นทำออกสื่ออยู่บ่อยๆ

“นี่แกไม่ต้องมายอกย้อนฉันเลยนะ ถ้าฉันทำได้ฉันจะใช้แกเหรอ” พูดจบอรอาภาหยิบกระดาษกับเงินปึกหนึ่งยื่นให้ลูกน้องของพ่อ “เดี๋ยวฉันจะเรียกพวกมันออกมาให้เอง แกตบเสร็จแล้วพูดตามนี้นะ”

อรอาภาไม่ลืมกำชับห้ามให้พ่อของเธอรู้เด็ดขาด

ooooooo

ศักดิ์สกุลกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร ตอนดวงกมลเข้ามาเลียบๆ เคียงๆ จะพูดเรื่องคืนตำแหน่งให้กรพงศ์ เขารู้ทันดักคอถ้าจะมาพูดเรื่องนี้ให้หุบปากไปเลย แล้วอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไปไม่สนใจ ดวงกมลกระฟัดกระเฟียดใส่ศักดิ์สกุลที่ไม่สนใจไยดี ก่อนจะหันไปเห็นจิ้งหรีดนั่งเล่นมือถืออยู่อีกมุมหนึ่ง

“นี่ คุณนายจิ้งหรีดขานั่งเล่นเพลินเลยนะคะ ไม่คิดจะจัดข้าวจัดปลามาให้บ่าวอย่างดิฉันกินบ้างเหรอ”

จิ้งหรีดยังไม่จัดเพราะรสรินกับพิมพ์เพทายยังไม่กลับ ขอให้ดวงกมลรอก่อน เธอไม่รอสั่งให้ไปจัดอาหารขึ้นโต๊ะเดี๋ยวนี้ ศักดิ์สกุลขอร้องให้รออีกสักครู่หนึ่ง เดี๋ยวรสรินก็มาแล้ว ดวงกมลตำหนิรสรินที่ไม่รู้จักรักษาเวลา ป่านนี้คงมัวแต่ช็อปปิ้งอยู่ ศักดิ์สกุลเถียงแทนว่ารสรินไม่ได้ไปช็อปปิ้งที่ไหน แต่ที่กลับช้าเพราะต้องเคลียร์งานของที่กรพงศ์ทำค้างอยู่เป็นกะตั้กๆ

“เหรอ งั้นก็สมน้ำหน้าแล้วล่ะ คุณให้ตำแหน่งมันแล้วนี่ ก็รับไปเต็มๆละกัน” ดวงกมลกระแทกเสียงใส่

“นี่มันงานเก่าตั้งแต่ก่อนที่หนูรสจะเข้ามาทำด้วยซ้ำ รู้เอาไว้ซะด้วยว่าลูกชายคุณมันไม่ได้ทำอะไรเลย”

ดวงกมลโวยวายอย่ามาว่าลูกของตน ศักดิ์สกุลไม่ว่าก็ได้ แต่วานเธอช่วยบอกมันด้วย ถ้าภายในอาทิตย์นี้ยังไม่กลับเข้ามาทำงาน ตนจะไล่มันออกไม่ต้องมาเหยียบบริษัทของตนอีก รสรินเพิ่งกลับจากทำงานได้ยินศักดิ์สกุลกับดวงกมลคุยกันถึงกับพูดอะไรไม่ออก...

รสรินเห็นท่าทางเอาจริงของศักดิ์สกุลแล้วอดเป็นห่วงกรพงศ์ไม่ได้ พอรู้ว่าจิ้งหรีดแอบได้ยินดวงกมลคุยกับกรพงศ์ว่าหนีพ่อไปอยู่คอนโดฯ เธอรีบตามไปที่นั่นทันที

ขณะรสรินกำลังจะลงจากรถซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถภายในคอนโดฯที่พักของกรพงศ์ เห็นอรอาภาเดินลิ่วไปยังโถงหน้าลิฟต์ถึงกับบ่นอุบไม่น่าเป็นห่วงให้เสียเวลา แล้วนึกขึ้นได้รีบตะครุบปากตัวเอง

“แค่เรื่องงาน...แค่เรื่องงานเท่านั้น” รสรินเตือนตัวเอง ก่อนจะกลับขึ้นรถขับออกไป...

ครู่ต่อมาอรอาภามาถึงห้องพักของกรพงศ์ เห็นเขานั่งดูทีวีอยู่เข้าไปกอดจากด้านหลัง เขาแปลกใจถ่ายแบบที่ไหนทำไมเสร็จเร็วนัก เธอเผลอบอกว่าที่บ้าน เขาร้องเอะอะวันนี้ถ่ายแบบที่บ้านหรือ เธอนึกขึ้นได้รีบกลบเกลื่อนว่ามีนิตยสารเล่มหนึ่งมาสัมภาษณ์เธอที่บ้าน เขาอยากรู้เล่มไหนจะได้ไปอุดหนุน

“เล่ม...เล่ม...แหมกรซักไซ้จัง สงสัยอะไรอรเหรอคะ”

“เปล่าหรอกครับ ผมก็ถามไปอย่างนั้น ยังไงก็ดีใจด้วยนะครับนึกว่าอรจะโดนแบนไปแล้วจริงๆซะอีก”

“แหม กรน่ะ อรระดับไหนแล้วคะ ถ้าลูกค้าต้องการ อีพวกบริษัทออกาไนซ์ยังไงก็ต้องยอมค่ะ”

ooooooo

ศักดิ์สกุลเห็นรสรินทำงานหัวฟูอยู่คนเดียวเสนอจะให้นวลพรรณมาช่วยงานไปพลางๆก่อนระหว่างที่กรพงศ์หายหัวไป รสรินอ้างว่าทำเองได้ไม่ต้องให้ใครช่วย

“พ่อรู้ว่าหนูทำได้ แต่มันก็หนักเกินไปอยู่ดีนั่นแหละ หาคนมาช่วยดีกว่าจะได้ไม่ต้องกลับบ้านค่ำๆมืดๆทุกวัน หนูนวลโอเคไหม”

นวลพรรณยังไม่ทันจะตอบอะไร รสรินปฏิเสธว่าไม่ต้องการคนช่วย ศักดิ์สกุลอดถามไม่ได้ว่าทำไม

นวลพรรณประชดประชันเสียก่อนว่ารสรินคงเห็นว่าเธอไม่มีความสามารถมากพอ ความจริงตอนนี้ที่แผนกของเธอค่อนข้างยุ่ง ถ้าอย่างนั้นเธอขอตัวก่อนดีกว่าแล้วลุกออกไปเลย ศักดิ์สกุลหันมาถามรสรินว่าโกรธกันหรือ เธอไม่ได้โกรธแค่งอนกันนิดหน่อย ศักดิ์สกุลยืนกรานจะให้นวลพรรณมาช่วย

“มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนวลหรอกค่ะคุณพ่อ แต่ว่ารส...เอ่อ ถ้าภายในอาทิตย์นี้คุณกรไม่ยอมมาทำงาน คุณพ่อจะไล่คุณกรออกจริงๆเหรอคะ”

ศักดิ์สกุลพยักหน้า ตามกฎของบริษัทจะปล่อยให้กรพงศ์ทำตามอำเภอใจไม่ได้ รสรินต่อรอง ถ้าเขากลับมาทัน ก็จะยังได้ทำงานต่อใช่ไหม ศักดิ์สกุลถึงกับฉีกยิ้ม เธอรีบออกตัว

“อย่าเข้าใจผิดนะคะ รสแค่ทำตามข้อตกลงอีกข้อที่สัญญาว่าจะช่วยดูแลเขาในเรื่องงานก็แค่นั้น...งั้นรถขอตัวก่อนนะคะ” รสรินว่าแล้วเดินลิ่วออกไป ศักดิ์สกุลมองตามยิ้มพอใจ...

ในขณะที่รสรินเริ่มมีใจให้กรพงศ์ สายบัวเป็นห่วงหลานสาว ตัดสินใจเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าจะแอบหนีไปกรุงเทพฯ เรือนแก้วนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์แม่ของจิ้งหรีดจะกลับมาเอาของเห็นเธอพอดี ถามว่าจะไปไหน เธออ้างว่าจะไปตลาด ทั้งเรือนแก้วและแม่ของจิ้งหรีดมองสงสัยไปตลาดทำไมต้องหอบกระเป๋าเสื้อผ้าไปด้วย สายบัวถูกซักหนักเข้าถึงได้ยอมรับว่าจะไปหารสรินที่กรุงเทพฯเนื่องจากเป็นห่วง

“ไปให้มันวุ่นวายทำไมพี่ไปเดี๋ยวก็ไปงอแงไม่ก็อาละวาดมีเรื่องกับบ้านโน้นเขาอีก เกรงใจคุณศักดิ์เขา”

“ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ไปมีเรื่องกับใคร จะแค่ไปเยี่ยมรสมันเฉยๆ” สายบัวอ้อนวอน แม่ของจิ้งหรีดช่วยขอร้องเรือนแก้วอีกแรงหนึ่งให้ปล่อยสายบัวไป จะได้ฝากไปดูจิ้งหรีดให้ด้วย ตนก็เป็นห่วงลูกเหมือนกัน เรือนแก้วทนเสียงรบเร้าของพี่สาวไม่ไหว จำใจให้เธอไป

ครู่ต่อมา เรือนแก้วขับรถมาส่งสายบัวที่ท่ารถทัวร์ เห็นพี่สาวหอบปลาร้าหนึ่งไหไปฝากหลานสาวก็ต่อว่ารู้ทั้งรู้ว่าบ้านนั้นเกลียดปลาร้ายังจะเอาไปอีก เธอไม่สน พวกนั้นเกลียดก็เรื่องของเขาแต่เธอชอบ เรือนแก้วร้องทักโทร.บอกรสรินหรือยังว่าจะไปหา พอรู้ว่าสายบัวยังไม่ได้โทร.บอกจัดแจงลากแขนให้ลงจากรถทัวร์ไม่ยอมให้ไป สองพี่น้องยื้อยุดกันอยู่นานจนเด็กประจำรถต้องมาถามว่าจะไปหรือเปล่าคนอื่นรออยู่

“ไปสิวะ” สายบัวตะโกนลั่น เรือนแก้วตะโกนสวนว่าไม่ไป เด็กประจำรถบ่นอุบจะเอาอย่างไรกันแน่ สายบัวนึกแผนร้ายบางอย่างขึ้นมาได้ แกล้งร้องเอะอะว่าเรือนแก้วทำผ้าถุงหลุด เธอหลงกลก้มมอง สายบัวสบช่องวิ่งหนีขึ้นรถ สั่งให้คนขับปิดประตูแล้วรีบออกรถได้เลย

ooooooo

ในเวลาเดียวกันที่สำนักขายคอนโดฯแห่งใหม่ของบริษัทศาสตราบุรินทร์ ศักดิ์สกุลเห็นลูกค้าสาวสวยคนหนึ่งยืนเท้าเอวคุยกับพนักงานอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะเดินสะบัดออกไป ก็เลยหันไปถามพนักงานขายว่ามาหากรพงศ์ใช่ไหม พนักงานรับคำและรายงานอีกว่าเมื่อตอนเช้ามีอีกสองคน

“ฉันจะทำยังไงกับไอ้กรดีนะ” ศักดิ์สกุลส่ายหน้าระอาใจ...

ระหว่างลูกค้าสาวเดินไปที่รถ หยิบมือถือขึ้นมาโทร.หากรพงศ์หลายครั้งแต่ไม่มีใครรับสาย พึมพำกับตัวเองนี่เขาจงใจหลบหน้ากันใช่ไหม จังหวะนั้นมีเสียงไลน์ดังขึ้น เธอรีบเปิดดูเห็นข้อความส่งมาจากกรพงศ์

“คิดถึงจังครับ มาหาผมนะ”...

เจ้าของมือถือที่ถูกมือดีแฮ็กไลน์ไปใช้กำลังคุยอยู่กับอรอาภาที่นั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่ในร้านกาแฟหรู โดยมีมือถือที่แฮ็กไลน์ของเขาวางอยู่บนโต๊ะ

“ค่ะกร วันนี้อรไม่เข้าไปค้างด้วยนะคะ ติดถ่ายงานยาวเลยน่ะค่ะ กรเองก็ออกไปไหนมาไหนบ้างสิคะ อย่าเอาแต่อุดอู้อยู่ในห้อง ไม่ก็กลับไปทำงานอย่างที่อรบอก”

กรพงศ์ออกไปแน่แต่ไม่เข้าบริษัท ขอวางสายก่อนจะรีบไปอาบน้ำ แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวมานุ่งก่อนจะถอดเสื้อออก ยังไม่ทันจะเข้าห้องน้ำมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเสียก่อน...

หลังวางสายจากกรพงศ์ อรอาภารีบโทร.บอกศักดิ์บอดี้การ์ดแอ๊บแมนของท่านวีระว่าเรียกเหยื่อรายแรกออกมาให้แล้ว และกำชับให้เอาแค่พอเขียวช้ำ ที่สำคัญเขาจะต้องพูดตามสคริปต์ที่เธอเขียนให้ วางสายแล้วอรอาภาเอามือถือวางไว้ข้างๆ มือถืออีกเครื่องหนึ่งที่มีข้อความเดียวกับที่ส่งไปหาลูกค้าสาว

“ฉันขอแฮ็กไลน์คุณหน่อยละกันกรพงศ์” อรอาภายิ้มเจ้าเล่ห์...

ฝ่ายกรพงศ์เดินไปเปิดประตูรับ เห็นรสรินยืนอยู่ รีบปิดประตูใส่หน้า เธอเคาะเรียกให้เขาเปิดรับมีเรื่องจะคุยด้วย เขาไม่ต้องการฟังไล่ให้กลับไป รสรินไม่ยอมแพ้ทุบประตูห้องปังๆ กรพงศ์รำคาญตะโกนด่าทำแบบนี้ห้องอื่นจะเล่นงานเอาได้ อยู่ๆหญิงสาวตะโกนลั่น

“คุณกร เด็กในท้องนี่เป็นลูกคุณนะ ออกมาคุยกันเถอะค่ะ ฉันจะไม่เรียกร้องอะไรเลย ขอแค่คุณยอมรับเด็กคนนี้ก็พอ...ลูกจ๋าแม่พามาหาพ่อแล้วนะลูก” ไม่พูดเปล่า รสรินบีบน้ำตาร้องไห้กระซิกๆ กรพงศ์ตาเหลือก รีบเปิดประตูมาลากเธอตัวปลิวเข้าห้องต่อว่ายกใหญ่ ทำแบบนี้เขาอาจเสียหายได้

“ก็ให้เปิดดีๆทำไมไม่ยอมเปิดล่ะ”

“แล้วทำไมจะต้องเปิดให้ด้วย”

รสรินมีเรื่องจะคุยกับเขาแล้วเดินไปนั่งแปะบนโซฟา กรพงศ์ตามมาบอกว่าไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ ไล่ตะเพิดให้กลับไปได้แล้ว เขาจะไปหาสาว แล้วท้าให้ เธอจัดการกับปลาไหลอย่างเขาให้ได้...

ทางด้านลูกค้าสาวมาหากรพงศ์ตามที่ไลน์มานัดกลับไม่เจอเขา รีบหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความจึงไม่เห็นศักดิ์เข้ามาหา เธอเงยหน้าขึ้นมองอีกทีต้องตกใจแทบช็อกเมื่อศักดิ์ปรี่เข้ามาตบหน้าหัน เธอจะวิ่งหนีก็ถูกเขาคว้าแขนไว้ ลูกค้าสาวพยายามอ้อนวอนขอร้องให้ปล่อยแต่ไร้ผล

“อย่ามายุ่งกับคุณกรอีก คุณกรเขาเป็นของคุณรสรินคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม” ศักดิ์ตบซ้ำอีกครั้ง แล้วเดินหนีไปเลยทิ้งให้ลูกค้าสาวนั่งกุมหน้าร้องไห้อยู่ตรงนั้น ครั้นเสร็จงาน ศักดิ์รีบโทร.รายงานอรอาภาว่าทุกอย่างเรียบร้อย และได้พูดตามสคริปต์ที่เธอให้ไว้ทุกประการ จากนั้นอรอาภาเลือกเหยื่อรายต่อไปในลิสต์รายชื่อสาวๆของกรพงศ์...

ขณะที่อรอาภาจ้างวานให้ศักดิ์ไปสั่งสอนสาวๆในสังกัดของกรพงศ์ห้ารายซ้อนแล้วโยนความผิดให้รสริน กรพงศ์พยายามขอร้องรสรินออกจากห้องพักของเขา หากเธอไม่ยอมไปดีๆเขาขู่จะใช้กำลัง เธอคว้ากระป๋องน้ำอัดลมมาเขย่าแล้วเปิดฝาฉีดใส่กรพงศ์เปรอะไปหมด เขาพยายามยื้อแย่งแต่ไม่สำเร็จ หันไปคว้ากระป๋องใบใหม่จากในตู้เย็น สองคนเปิดศึกกระป๋องน้ำอัดลมกันจนทั้งคนทั้งห้องเลอะเทอะ...

กรพงศ์ล้างเนื้อล้างตัวเสร็จเดินหัวเปียกออกจากห้องน้ำเห็นรสรินกำลังเช็ดพื้นที่เปรอะไปด้วยน้ำอัดลมยืนมองอย่างหงุดหงิด สั่งให้ถูให้สะอาดแล้วเช็ดโต๊ะเช็ดตู้ที่เลอะเทอะด้วย รสรินเกี่ยงให้เขาช่วยบ้าง ให้เธอทำคนเดียวได้อย่างไร เขาไม่ยอมช่วยอ้างเธอเป็นคนเริ่มก่อน รสรินโทษว่าสาเหตุมาจากเขา ถ้ายอมทำตาม ที่เธอบอกก็คงไม่เป็นอย่างนี้ กรพงศ์ขยับเข้าหา แต่พอเห็นสภาพมอมแมมของเธอก็เปลี่ยนใจ

“ดูไม่ได้เลย ปกติก็ขี้เหร่อยู่แล้ว สภาพนี้ยิ่งดูไม่จืดเลย”

รสรินหมั่นไส้มากแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ก้มหน้าทำความสะอาดต่อไปเพียงลำพัง...

จัดการสาวในสังกัดกรพงศ์สำเร็จไปห้ารายแล้ว แต่อรอาภายังไม่หน่ำใจ ขอให้ศักดิ์จัดการอีกหนึ่งรายส่งท้ายวันนี้ แล้วหยิบมือถือที่ใช้แฮ็กไลน์ของกรพงศ์
ขึ้นมาพิมพ์ข้อความแล้วกดส่ง

“ยัยนี่ต้องพิเศษหน่อยสินะ ปิดท้ายของวัน...เริ่ม” สั่งเสร็จอรอาภายิ้มสะใจ

ooooooo

ที่ร้านบะหมี่ข้างถนนใกล้บริษัทศาสตราบุรินทร์ พลวัฒน์สั่งก๋วยเตี๋ยวเสร็จ มองหาที่นั่งเห็นนวลพรรณกำลังจ้วงบะหมี่กินอย่างเอร็ดอร่อยเข้ามานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เธอเงยหน้าจากชามก๋วยเตี๋ยวมาเห็นเขาถึงกับสำลัก เขาต้องรินน้ำใส่แก้วให้เธอดื่ม

พลวัฒน์เห็นนวลพรรณยังงอนอยู่พยายามแหย่ให้หายโกรธแต่ไม่ค่อยจะได้ผลสักเท่าไหร่ ระหว่างนั้นมีเสียงไลน์ดังขึ้น เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะไลน์กลับพลางบ่นพึมพำว่ากรพงศ์ส่งบ้าอะไรมาให้ พลวัฒน์เสียงเขียวทันที ไอ้บ้านั่นทำอะไรให้หรือ เธอยังไม่ทันจะว่าอะไรมีเสียงไลน์ดังขึ้นอีก นวลพรรณเปิดดูข้อความแล้วยิ่งหงุดหงิดคว้ากระเป๋าถือลุกพรวด ตะโกนบอกเจ้าของร้าน

“ลุง เก็บตังค์ที่คนนี้นะ” นวลพรรณชี้ไปที่พลวัฒน์แล้วเดินลิ่วออกไป...

ด้านรสรินอาบน้ำสระผมเสร็จ สวมเสื้อเชิ้ตกับกางเกงขาสั้นของกรพงศ์ระหว่างรอรีดเสื้อตัวเอง เธอเสียบเตารีดเสร็จไม่ลืมเสียบสายชาร์จเข้ากับมือถือ

กรพงศ์ต่อว่าว่าทำราวกับเป็นบ้านของตัวเอง นึกจะเสียบอะไรก็เสียบเปลืองไฟ เธอหมั่นไส้หยิบเงินเหรียญสิบบาทวางให้เป็นค่าไฟ มีสายมือถือของเธอดังขึ้น

กรพงศ์ถึงกับหูผึ่งเมื่อรู้ว่าพลวัฒน์โทร.มา เขายังไม่ทันจะถามรสรินว่ากรพงศ์กับนวลพรรณมีอะไรกันหรือเปล่า มีเสียงกรพงศ์ตะโกนเข้ามาในสายเสียก่อน

“เปลี่ยวเหรอวะ โทร.มาหาเมียคนอื่นเนี่ย”

“อยู่ด้วยกันเหรอ...โอเค ไม่มีอะไร เดี๋ยวไว้พลโทร.หาใหม่นะ” พลวัฒน์วางสายสีหน้าครุ่นคิด...

ส่วนรสรินวางสายแล้วหันไปต่อว่ากรพงศ์ว่า

หัดมีมารยาทบ้าง เขาต่อล้อต่อเถียงด้วยทีเธอยังวุ่นวายกับผู้หญิงของเขาทำไมเขาจะยุ่งเรื่องผู้ชายของเธอบ้างไม่ได้ เธอยืนยัน พลวัฒน์เป็นเพื่อนไม่ใช่แฟน เขาไม่วายยียวน ถามไอ้หมอนั่นว่าอยากเป็นเพื่อนหรือเปล่า เขาดูออกว่ามันไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อน

“แล้วทำไม หึงเหรอ” รสรินหรี่ตามองกรพงศ์

“หึงบ้าหึงบออะไร ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ที่รู้ว่าเธอเป็นคนหลอกลวงนั่นแหละ”

“ไม่รู้สึกก็ดี งั้นก็อย่ามายุ่งมาหาเรื่องเพื่อนฉันอีก รวมถึงนวลด้วย ถ้าฉันรู้ว่าคุณไปเกาะแกะทำเจ้าชู้ใส่นวลอีกล่ะก็...” รสรินชี้หน้าขู่ ขณะที่กรพงศ์ลอยหน้ายั่วไม่กลัว

ooooooo

นวลพรรณมาที่บันไดหนีไฟของบริษัทศาสตรา-บุรินทร์ตามที่กรพงศ์ไลน์มานัด แทนที่จะได้เจอกรพงศ์กลับเจอศักดิ์มือตบของอรอาภา เธอจะเดินหนีแต่เขาคว้าแขนไว้

“สวัสดีคนหน้าด้าน”

หญิงสาวยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้เธอผลักศักดิ์หน้าหงายแล้ววิ่งหนีทันที โดยมีเขาไล่ตามติด เธอวิ่งหนีมาถึงลานจอดรถ เขาตามมาทันคว้าไหล่เธอไว้

“หน้าด้าน ยุ่งกับผัวเพื่อนนัก” ศักดิ์ตบเต็มแรงแต่นวลพรรณหลบทัน เขาถลาหน้าไปกระแทกกำแพงเลือดกำเดาไหล หันมาชี้หน้าเธอ “เป็นไงล่ะ อีเมียน้อยเจ็บล่ะสิ” เขาพุ่งเข้าหาเธออีกครั้ง นวลพรรณยกศอกกัน โดนครึ่งปากครึ่งจมูกเลือดกบปาก “จำไว้ให้ดีนะ คุณกรเขาเป็นของคุณรสคนเดียวเท่านั้น ถ้าขืนแกยังหน้าด้านจะยุ่งอีก คราวหน้าเจอหนักกว่านี้แน่” ศักดิ์ขู่เสร็จผละจากไปเพราะได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา

พลวัฒน์ลงจากรถคันนั้นเห็นหลังศักดิ์ไวๆ

ก่อนจะหันมาถามนวลพรรณว่าเกิดอะไรขึ้น เธอโผกอดเขาร้องไห้ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว...

ทางฝ่ายรสรินจัดอาหารใส่จานเสร็จเรียกกรพงศ์มากินข้าว เสร็จแล้วจะได้ไปนอน พรุ่งนี้ต้องไปทำงานกับเธอแต่เช้า เขาไม่ไปจะมาสั่งโน่นสั่งนี่เป็นแม่ของเขาหรือ เธอขี้เกียจเถียงด้วย เรียกเขามากินข้าว แล้วรินน้ำใส่แก้วให้เขา ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเลือกชุดไว้ให้เขาใส่วันพรุ่งนี้...

พลวัฒน์เดินมาส่งนวลพรรณถึงหน้าประตูบ้าน พยายามยุให้เธอไปแจ้งความแต่ไร้ผล เธอไม่ลืมย้ำกับเขาอย่าเพิ่งบอกรสรินเรื่องนี้...

แม้คนที่มาดักทำร้ายจะพูดพาดพิงเป็นทำนองว่ารสรินเป็นคนสั่งการ แต่นวลพรรณไม่เชื่อว่าเพื่อนรักของตัวเองจะทำอย่างนั้น...

เสียงกริ่งประตูรั้วและเสียงบีบแตรรถดังสนั่น ทำให้คนในบ้านศาสตราบุรินทร์แตกตื่น ต่างคว้าของใกล้ตัวมากระชับในมือประหนึ่งเป็นอาวุธ ก่อนจะพากันออกไปดูโดยมีดวงกมลเดินนำ

สายบัวยืนชะเง้ออยู่หน้าประตูรั้วไม่เห็นมีใครมาเปิดรับจัดแจงปีนรั้วเอง ขณะที่ทุกคนในบ้านเดินเกาะกลุ่มกันออกมาจนถึงประตูรั้วแต่ไม่เจอใคร พิมพ์เพทายหยิบรีโมตประตูรั้วมากดเปิด ประตูอัตโนมัติเลื่อนออก ศักดิ์สกุลกวาดตามองไปรอบๆไม่เห็นใครก็แปลกใจ พลันมีเสียงดังขึ้น

“ตรงนี้โว้ย ข้าอยู่ตรงนี้”

ทุกคนพากันกลัวเพราะมีแต่เสียง กระทั่งพิมพ์เพทายชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปบนประตูรั้วถึงได้เห็นสายบัวคาอยู่...

ครู่ต่อมา ศักดิ์สกุลพาสายบัวมาที่ห้องรับแขก ตัดพ้อต่อว่าจะมาทำไมไม่บอกจะได้ให้คนไปรับ พิมพ์เพทายเห็นด้วย นั่งรถทัวร์แบบนี้เหนื่อยแย่เลย สายบัวพิมพ์ข้อความมาหาเธอแล้วแต่ไม่มีเบอร์โทร.ก็เลยส่งไม่ได้ แล้วถามหารสรินไปไหนทำไมไม่เห็นลงมาต้อนรับ จิ้งหรีดคาดว่าน่าจะนอนไปแล้ว ทำไมสายบัวไม่โทร.มาบอกรสรินก่อน เธอโทร.กระหน่ำแล้วแต่ไม่มีใครรับสาย

“น่าจะแบตฯหมดน่ะค่ะคุณป้า เพราะพิมพ์โทร.ไปก็ไม่ติด”

สายบัวแปลกใจอยู่บ้านเดียวกันแท้ๆจะต้องโทร.หากันทำไมให้เปลืองเงิน พิมพ์เพทายอธิบายว่ารสรินไม่ได้กลับบ้านสงสัยจะไปนอนค้างกับนวลพรรณ ศักดิ์สกุลเชิญสายบัวไปพักผ่อนก่อนดีกว่า เดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน พรุ่งนี้ตนเจอรสรินที่บริษัทเมื่อไหร่จะรีบบอกให้ทันที...

ฝ่ายกรพงศ์เห็นรสรินนอนหลับอยู่บนโซฟาท่าทางไม่น่าจะนอนสบาย ตัดสินใจอุ้มเธอไปนอนบนเตียง

ooooooo

รสรินรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็นตัวเองนอนอยู่บนเตียงลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยความตกใจ

“เรามานอนตรงนี้ได้อย่างไร”

หญิงสาวมองไปรอบๆห้องไม่เห็นกรพงศ์ คว้ามือถือขึ้นมาดูเวลาเห็นยังเช้าอยู่ มองเลยไปที่ตู้เสื้อผ้า เห็นชุดที่เตรียมไว้ให้เขายังแขวนอยู่เหมือนเดิม กระเป๋าเอกสารและแฟ้มต่างๆยังวางไว้อย่างเดิม รีบไปเคาะประตูห้องน้ำเรียก ไม่มีเสียงตอบ ลองเคาะอีกทียังเงียบกริบ ชักเอะใจลองเปิดประตูเข้าไปดู ในห้องน้ำว่างเปล่า มองไปที่กระจกเงาเห็นตัวหนังสือเขียนด้วยลิปสติก

“bye bye manager... ป.ล.ลิปสติกเธอเขียนลื่นดีนะ”

“อีตาบ้า เป็นตุ๊ดเหรอไง เอาลิปฉันมาเขียนเล่นเนี่ย” รสรินด่าเสร็จรีบอาบน้ำล้างหน้า...

กรพงศ์มาหาอรอาภาที่บ้านโชคดีที่ท่านวีระไปทำงานแล้วก็เลยไม่ต้องเจอหน้ากันให้อึดอัดใจ ยังไม่ทัน หย่อนก้นนั่งบนโซฟา รสรินโทร.มาจิกให้เข้าบริษัทด้วยกัน เขาตัดสายทิ้งหน้าตาเฉย อรอาภาเดินเข้ามาถามว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะกลับเข้าทำงาน เขาไม่มีวันกลับไปที่นั่น และจะไม่ยอมไปเป็นลูกน้องรสรินเด็ดขาด

“ก็ดีค่ะ วันนี้กรไม่เข้าไปก็ดี”

กรพงศ์เอะใจบ้างแต่ไม่ติดใจสงสัยอะไร วันนี้เขาจะขอตามเธอไปถ่ายแบบด้วย เธอปฏิเสธทันทีว่าไปไม่ได้งานนี้มีแต่คนในเท่านั้น เขาโวยวายทีเมื่อก่อนไม่ว่าจะงานไหนเธอก็ให้เขาไปเฝ้าตลอด เธออ้างตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ที่สำคัญเธอบอกใครต่อใครว่าเราเลิกกันแล้ว

“ก็บอกใหม่ก็ได้นี่ ว่ากลับมาคบกันใหม่แล้ว”

“ในฐานะเมียน้อยน่ะเหรอคะ” อรอาภาค้อนขวับ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงมือถือของเธอดังขึ้น รสริน

โทร.มาถามว่ากรพงศ์อยู่กับเธอหรือเปล่า อรอาภาชะงัก หันมองกรพงศ์เห็นเขาจ้องอยู่ รีบเอามือปิดมือถือไว้ โกหกว่าเพื่อนที่ถ่ายแบบด้วยกันโทร.มา แล้วหันมาจ๊ะจ๋ากับมือถือ

“ไม่ต้องมาจ้ะมาแจ้ะอะไรกับฉัน บอกเขาด้วยว่าให้เข้ามาทำงานด่วนเลยไม่งั้นเรื่องใหญ่แน่” รสรินโวย

“งั้นต้องลองมาคุยเองจ้ะ นี่กำลังจะไปที่สตูฯพอดีเลย เดี๋ยวฉันแชร์โลเกชั่นไปให้ก็ได้จ้ะ คงอีกสักพักใหญ่ๆน่ะ แล้วเจอกันนะจ๊ะ” อรอาภาจิกยิ้มแล้ววางสาย ทำทีหันไปบ่นกับกรพงศ์

“ถ่ายที่ไหนนางยังลืมเลย ไม่ไหวๆ”

ooooooo

ดวงกมลไม่พอใจที่สายบัวกินมื้อเช้าก่อนเจ้าของบ้านไม่รู้จักรอกินพร้อมกันไม่มีมารยาท ศักดิ์สกุลต้องขอร้องให้เธอใจเย็นๆสายบัวกินก่อนแค่นี้ไม่เห็นต้องโวยวาย พิมพ์เพทายเห็นสายบัวมีอะไรมาจิ้มกินกับไข่ดาวก็ยื่นหน้าไปถามว่ากินอะไร สายบัวยกถ้วยปลาร้าสับให้ดู

“ปลาร้าสับน่ะ เอาหน่อยไหมล่ะนังหนู อร่อยนะ”

“ต๊าย...เอาอาหารโลๆแบบนั้นมาปนกับอาหารฝรั่งน่าเกลียดมาก” ดวงกมลโวยวาย

สายบัวขี้เกียจพูดด้วยหันไปบอกศักดิ์สกุลว่าจะไปหารสรินที่บริษัทไม่อยากรอที่นี่ ดวงกมลไม่วายค่อนแคะต่างๆนานา หาว่าเป็นบ้านนอกไปที่นั่นก็อายคนอื่น สายบัวหมั่นไส้ สั่งให้จิ้งหรีดเตรียมปลาร้าไว้ จะเอาไปให้รสรินที่บริษัท...

บรรดากิ๊กของกรพงศ์ที่โดนศักดิ์ตบต่างมาที่บริษัทศาสตราบุรินทร์เพื่อจะเอาเรื่องรสริน นวลพรรณเดินมารอลิฟต์เห็นแต่ละนางหน้าตาเคร่งเครียดมีรอยฟกช้ำให้เห็น ครั้นลิฟต์มาถึงพวกกิ๊กต่างกรูกันเข้าไป นวลพรรณแอบหวั่นๆแต่ก็จำต้องก้าวตามเข้าไปด้วย ยังไม่ทันจะกดลิฟต์ปิด อรอาภาเอามือดันประตูไว้

“ขอคุยด้วยหน่อยสิ...เรื่องเมื่อวานที่เกิดขึ้นกับทุกๆคน”

อรอาภาเห็นทุกคนทำหน้าฉงน แกล้งตีหน้าเศร้าหันแก้มให้ดู ปรากฏว่ามีรอยแดงเหมือนถูกตบ...

ครู่ต่อมา อรอาภาพาเหล่ากิ๊กของกรพงศ์มานั่งปรึกษาหารือกันที่ร้านกาแฟใกล้ๆ โดยมีนวลพรรณนั่งฟังอยู่ด้วย อรอาภาอ้างว่าตัวเองก็โดนรสรินเล่นงานเหมือนกับทุกคน แกล้งปลอมเป็นกรพงศ์นัดให้ออกมาแล้วส่งคนมาดักตบ นวลพรรณโพล่งขึ้นกลางวง ทุกคนแน่ใจได้อย่างไรว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือรสริน อาจเป็นใครก็ได้สร้างเรื่องขึ้นมาใส่ร้าย อรอาภาเห็นท่าไม่ดีรีบปิดปากเธอไว้

“โถๆๆๆ ฉันเข้าใจนะว่าเธอรู้สึกอย่างไร นี่ทุกคน ผู้หญิงคนนี้เขาเป็นเพื่อนสนิทรสรินแท้ๆเลยนะ แต่แค่คุยกับคุณกรเรื่องงาน ยังต้องพลอยโดนไปด้วย”

นวลพรรณจะอธิบายอรอาภาล็อกตัวไว้ไม่ให้พูด พวกกิ๊กจะพากันไปแจ้งความเอาเรื่อง แต่อรอาภายุแจ้งไปก็ไม่มีประโยชน์ กว่าจะสืบเรื่องราวมันคงนั่งหัวเราะเยาะ เราไปแล้ว หนึ่งในกิ๊กอยากรู้จะให้ทำอย่างไร

“ฉันว่ารสรินเขาสมควรจะได้รับสิ่งที่เขาทำกับพวกเราบ้างนะ” อรอาภายิ้มร้าย...

ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน นวลพรรณทำทีขอเข้าห้องน้ำแล้วรีบโทร.เตือนรสรินซึ่งถูกอรอาภาหลอกให้ไปตามหากรพงศ์ที่สตูดิโอเป้าหมาย เธอไม่มีเวลาเล่ารายละเอียดให้ฟัง ได้แต่บอกให้รสรินกลับออฟฟิศ ไม่ต้องไปตามกรพงศ์ รสรินไม่ยอมกลับจะต้องตามตัวเขาให้เจอก่อน ไม่อย่างนั้นศักดิ์สกุลจะไล่เขาออก

“รสฟังนวลก่อนนะ...”

“โทษทีนะนวล มีอะไรเดี๋ยวค่อยคุยกัน เดี๋ยวเสร็จแล้ว รสโทร.หานะ” รสรินวางสายทันที

นวลพรรณโทร.กลับไปอีก แต่ไม่มีใครรับสาย ระหว่างนั้นอรอาภาตะโกนเรียกให้เธอออกมาได้แล้ว เราจะไปกันแล้ว เธอโกหกว่าปวดท้องขอเวลาอีกสักครู่ แล้วยืนกระวนกระวายใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตัดสินใจโทร. หากรพงศ์ ไม่มีใครรับสายเช่นกัน เสียงอรอาภาเร่งรัดยิ่งทำให้เธอลนลาน มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น สายบัวโทร.มาบอกว่าตอนนี้อยู่ที่บริษัทศาสตราบุรินทร์ เธอดีใจมากรีบบอกให้ไปที่สตูดิโอ...

ด้านรสรินรออยู่ในห้องสตูดิโอที่มีกระจกเงาแทบจะรอบด้าน มองนาฬิกาเห็นเวลาล่วงเลยมามากแล้วไม่เห็น กรพงศ์มาสักที พลันประตูห้องเปิดผลัวะ อรอาภายืนยิ้มแสยะ รสรินถามหากรพงศ์อยู่ไหน ตนต้องเอาเขากลับออฟฟิศ อรอาภาก้าวเข้ามามองศัตรูหัวจดเท้าไม่พูดอะไร

“ว่าไงคุณกรอยู่ไหน ฉันไม่มีเวลามายุ่งกับคุณ หรอกนะ”

“อยากเจองั้นเหรอ ได้สิ” อรอาภาว่าแล้วหันมองไป ทางประตู บรรดากิ๊กทั้งหลายเดินพาเหรดเข้ามา คนสุดท้ายปิดประตูกระแทกดังปัง ก่อนจะพากันล้อมกรอบรสรินเอาไว้

ooooooo

คู่ซ่ารสแซ่บ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด