ข่าว

วิดีโอ



คู่ซ่ารสแซ่บ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: เอกภพ ตันหยงมาศกุล

ผลิตโดย: บริษัท มุมใหม่ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศุกลวัฒน์ คณารส,พีชญา วัฒนามนตรี

รสรินทนอยู่เฉยไม่ไหวย่องมาด้านหลังลูกน้องชักปืนปลอมที่ดวงกลมใช้ฉีดปลาร้าใส่อรอาภาขึ้นมาขู่ให้ทิ้งปืนถ้าไม่อยากตาย ลูกน้องทำท่าจะทิ้งปืน แต่เลขาฯเข้ามาเสียก่อน

“ผมว่าเก็บของเล่นแบบนั้นไปดีกว่ามั้งครับ คุณรสริน” เลขาฯว่าแล้วเล็งปืนมาที่รสริน ส่วนลูกน้องอีกคนหนึ่งจ่อปืนจะยิงกรพงศ์ “เอาสิ ถ้าคิดว่าปืนของเล่นกระบอกนั้นจะสู้กับอีกสามกระบอกนี้ได้ก็ลองดู”

กรพงศ์เปลี่ยนไปจ้องปืนใส่เลขาฯแทน ขู่ด้วยว่าปืนในมือตนเป็นของจริง เลขาฯชะงักไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ไหนเขาบอกว่าจะมารับวิศวกรเย็นนี้ แล้วทำไมโผล่มาตอนนี้ได้

“ฉันจะมาได้อย่างไรถ้าไม่ได้พวกแกนำทาง มาให้”

“นี่คุณหลอกใช้คุณอรมาเป็นนกต่องั้นเหรอ”

“ฉันมันคนกะล่อน” กรพงศ์ยิ้มกวน เลขาฯเจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่แน่ใจว่าปืนของกรพงศ์ใช่ของจริงหรือไม่ จัดแจงยื่นข้อเสนอจะปล่อยเขากับรสริน แต่ต้องทิ้งวิศวกรเอาไว้ กรพงศ์ก้มมองวิศวกรที่กอดขาตัวเองอยู่ตัดสินใจรับข้อเสนอ สะบัดขาเหวี่ยงวิศวกรออกห่าง แล้วชวนรสรินถอยออกมาตั้งหลักก่อน

มีเสียงมือถือของเลขาฯดังขึ้น ท่านวีระโทร.มาถามข่าวคราวก่อนจะไปให้สัมภาษณ์ พอรู้ว่ารสรินกับ กรพงศ์อยู่ที่นั่นด้วยก็แปลกใจ ทำไมทั้งคู่ไปถึงที่นั่นก่อนเวลา พอได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เจ็บใจมาก

“มันหลอกใช้พวกเรางั้นสิ หนอย งั้นก็เก็บกวาดพวกมันไปให้หมดเลยทีเดียว เดี่ยวฉันจะปล่อยข่าวเองว่าพวกมันหักหลัง ฆ่ากันเอง” สั่งเสร็จ ท่านวีระวางสายสีหน้าแค้นจัด...

กรพงศ์กับรสรินค่อยๆถอยหลังออกห่าง พลางส่งสัญญาณให้วิศวกรขยับตาม แต่แล้วเลขาฯหันมาเล็งปืนใส่ทั้งคู่ สั่งให้หยุดอยู่ตรงนั้น ท่านวีระไม่ให้ปล่อยทั้งคู่ไป ให้จัดการไปพร้อมกับวิศวกร กรพงศ์พยายามซื้อเวลาด้วยการหาเรื่องด่าว่าเลขาฯ ก่อนจะ เหลือบไปเห็นแป๊บน้ำที่ต่อขึ้นไปชั้นบนแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ แกล้งมองข้ามไหล่เขาไปด้านหลัง ส่งเสียงเอะอะเป็นทำนองว่าท่านวีระมา

เลขาฯกับลูกน้องหลงกลหันขวับ กรพงศ์ยิงปืนใส่แป๊บทันที พวกคนชั่วตกใจพากันหลบวูบคิดว่าถูกยิง ต่างสำรวจตัวเองแต่ไม่พบบาดแผลใดๆ เลขาฯยิ้มเย้ย เล็งปืนใส่กรพงศ์อีกครั้ง

“ทำบ้าอะไรของแก ไอ้คุณกรพงศ์ คราวนี้...”พูดได้แค่นั้นนั่งร้านที่ยังไม่ได้รื้อพังครืนลงมาฟาดหัวเลขาฯกับสมุน กรพงศ์ไม่รอช้าฉวยมือรสรินด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งกระชากคอวิศวกรพากันวิ่งหนี เลขาฯกับลูกน้องค่อยๆผลักไม้ที่ทับตัวเองออก ตะเกียกตะกายลุกขึ้น เลือดอาบเต็มหัว

ooooooo

รสริน กรพงศ์และวิศวกรวิ่งหนีมาได้ไม่เท่าไหร่ เลขาฯกับลูกน้องไล่ตามทัน เธอพยายามกล่อมให้เลขาฯกลับตัวกลับใจอย่าถลำลึกไปมากกว่านี้ แต่เขาไม่สนใจสั่งให้ลูกน้องฆ่าทั้งหมดทิ้ง กรพงศ์โผกอด รสรินไว้อย่างปกป้อง เสียงปืนดังรัวขึ้น ร่างของเขากระตุกอย่างแรงหลายครั้ง

สักพักเสียงปืนสงบพร้อมกับร่างกรพงศ์ฟุบลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น รสรินพยายามเขย่าตัวเขา

“คุณกร อย่าเป็นอะไรนะคะคุณกร พูดกับฉันสิ คุณกร” รสรินร้องไห้สะอึกสะอื้น พลันสายตามองไปทางพวกเลขาฯ เห็นทิ้งปืนยกมือยอมแพ้ ตำรวจถือปืนยิงขึ้นฟ้าค้างอยู่สั่งให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ศักดิ์สกุลเดินเข้ามาพร้อมกับนายตำรวจ รสรินเอะใจดันตัวกรพงศ์ให้หงายขึ้นจับดูตรงโน้นตรงนี้ไม่เห็นเลือดสักหยด

“รส...ถ้าชาติหน้า...มีจริง...” กรพงศ์ทำท่ากระอักทั้งที่ไม่มีเลือด รสรินหมั่นไส้ตบผลัวะ

“ชาติหน้าบ้าบออะไรเล่า ไม่มีสักแผล”

กรพงศ์ลุกพรวดขึ้นนั่ง เอามือคลำตัวเองดูไม่มีแม้แต่รอยข่วน ศักดิ์สกุลเดินเข้ามาหา พอเห็นพ่อเท่านั้น เขาโผกอดไว้แน่น จากนั้นไม่นาน ตำรวจตามไปรวบตัวท่านวีระขณะกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าว ปรักปรำกรพงศ์กับบริษัทศาสตราบุรินทร์อยู่บริเวณห้องโถงหน้าที่ทำการพรรค ทั้งที่มีพยานหลักฐานมัดตัว แน่นหนาท่านวีระยังคงปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ถูกกรพงศ์กับศักดิ์สกุลใส่ความ...

ภาพของท่านวีระถูกตำรวจจับกุมตัวขึ้นรถเป็นข่าวฮอตประเด็นร้อนออกรายการข่าวทางทีวีทุกช่องสายบัวเห็นข่าวนี้แล้วตบเข่าตัวเองด้วยความสะใจ...

แม้จะรอดจากคมกระสุนมาได้ แต่กรพงศ์ไม่รอดจากถูกดวงกมลเล่นงาน แถมศักดิ์สกุลพลอยโดนหางเลขไปด้วยฐานปล่อยให้ลูกไปเสี่ยงอันตรายทั้งที่ควรจะห้ามปราม รสรินเองก็ถูกเรือนแก้วทั้งหยิกทั้งตีฐานตามกรพงศ์ไปทั้งที่รู้ว่าอันตราย ดวงกมลยังโกรธไม่หายด่าสองพ่อลูกอีกชุดใหญ่ ศักดิ์สกุลต้องขอร้อง

“เอาน่าคุณ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ตอนนี้ความจริงมันก็กระจ่างแล้ว เลิกว่าเลิกบ่นเถอะน่า”

“นั่นสิครับคุณแม่ ตอนนี้ไอ้ รมต.ก็ถูกซิวไปแล้ว อีกไม่นานคงยกเลิกคำสั่งระงับการก่อสร้าง เราก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วนะครับ” กรพงศ์เข้าไปกอดออดอ้อนแม่ซึ่งยังบ่นไม่เลิก หากลูกเป็นอะไรไปตน จะอยู่อย่างไร สำหรับตนแล้วไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าลูกๆ แล้วดึงกรพงศ์มากอด อานนท์ไม่วายแซว ถ้าอย่างนั้นเงิน 30 ล้านบาทก็ไม่สำคัญแล้วใช่ไหม

“สำคัญสิยะ สำคัญมากด้วย พูดแล้วเจ็บใจมันน่าจะมีทางเอาคืนมาจากนังนั่นได้”

“คงยาก เงินอยู่กับเขาแล้วเขาคงจะยอมคืนคุณหรอก” ศักดิ์สกุลส่ายหน้าปลงๆ...

ด้านอรอาภามัวแต่ไปดินเนอร์กับกฤษณ์หวานใจคนใหม่จึงไม่เห็นข่าวพ่อตัวเองถูกจับ กฤษณ์ได้รับข่าวทางมือถือ รีบเปิดดูเห็นท่านวีระถูกจับข้อหาหนักหลายกระทงรีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วแวบหายไปเลย ทิ้งให้อรอาภานั่งจิบไวน์ใต้แสงเทียนท่ามกลางสายตาของโต๊ะรอบข้างที่มองมาอย่างแปลกๆ

หลังจากนั้นไม่นาน อรอาภากลับถึงบ้านอย่าง หงุดหงิด เหวี่ยงกระเป๋าถือลงกับพื้น กระทืบเท้ายิกๆ

“ไอ้บ้า แกกล้าดียังไงหา ทิ้งฉันแล้วหนีกลับไปก่อน แถมฉันยังต้องจ่ายค่าอาหารให้มันอีก” อรอาภากรีดร้องด้วยความเจ็บใจ แล้วหันไปถามสาวใช้ว่าคุณพ่อกลับหรือยัง ตนมีเรื่องจะคุยด้วย แทนที่จะตอบคำถาม สาวใช้กลับเปิดทีวีให้ดูข่าวภาคค่ำ เป็นภาพข่าวตอนที่ท่านวีระถูกตำรวจจับใส่กุญแจมือเดินคอตกเข้าห้องขัง อรอาภาถึงกับหน้าเสีย พูดอะไรไม่ออก

ooooooo

อรอาภาพยายามโทร.หาคนรู้จักเพื่อให้ช่วยเหลือ พ่อ แต่ไม่มีใครยอมช่วย บางรายถึงขนาดบล็อกเบอร์ไปเลย เธอเจ็บใจมากปามือถือลงพื้น ก่อนจะฟุบหน้าลงกับฝ่ามือไม่รู้จะทำอย่างไรดี อานนท์เดินเข้ามาหยุดข้างๆ เธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขาก็ดีใจมาก

“ผมรู้ข่าวแล้วก็เลยเป็นห่วงคุณ” อานนท์ว่าแล้วเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้

“คุณนนท์ไม่รังเกียจอรเหมือนคนอื่นๆเหรอคะ ตอนนี้ใครๆเขาก็พากันหนีพากันกลัวบ้านอรไปหมด”

อานนท์วางแผนเล่นงานเธอคล้ายกับที่เธอเคยใช้กับดวงกมล กล่อมให้เชื่อว่าเธอจะถูกยึดทรัพย์ไปกับพ่อด้วย ถ้าไม่อยากโดนแบบนั้นก็ให้เอามาฝากเขาไว้ อานนท์ใช้คารมกล่อมจนอรอาภายอมเซ็นเช็คมอบเงินที่มีในบัญชีทั้งหมดให้ เขายังกล่อมให้เธอเซ็นเอกสารยืนยันว่าเงินจำนวนนี้เป็นเงินที่จ่ายหนี้คืนให้เขา

“เวลาเขามาตรวจจะได้ไม่มีอะไรบ่งบอกไงครับว่าเป็นเงินของคุณอร เอ๊ะ หรือว่าคุณอรกลัว” อานนท์ว่าแล้วโน้มตัวไปจูบหน้าผากเธอ “ไว้ใจผมนะครับ เดี๋ยวเสร็จตรงนี้แล้วผมจะพาไปพบครอบครัวผม”

อรอาภาตาโตตื่นเต้น ยิ่งอานนท์บอกว่าจะพาเธอไปเปิดตัวให้ครอบครัวรู้จัก เธอไม่สนใจจะอ่านเอกสารอะไรอีกคว้ามาเซ็นทันที จากนั้นไม่นานอานนท์พาอรอาภามาที่บ้านศาสตราบุรินทร์ เธอมองเขาอย่างหวาดระแวงพามาที่นี่ทำไม ไหนจะไปหาครอบครัวของเขาไม่ใช่หรือ แต่ที่นี่มันบ้านศาสตราบุรินทร์ เรือนแก้วได้ยินเสียงรถเดินออกมาดู พอเห็นอรอาภามากับลูกชายตัวเองนิ่วหน้าแปลกใจ

“นนท์นี่มันอะไรกันลูก”

“คุณอรครับ นี่คุณแม่ผมเองครับ” เท่านั้นไม่พออานนท์ยังเรียกรสรินมาให้อรอาภารู้จักว่าเป็นพี่สาวของเขาอีกด้วย

อรอาภารู้ทันทีว่าโดนเอาคืน สั่งให้เขาเอาเงินของเธอมาคืน อานนท์หยิบสัญญามาให้ดูว่านี่ไม่ใช่เงินของเธอสักหน่อย เป็นเงินที่เธอใช้หนี้เขา เรือนแก้วสั่งให้เขาเอาเงินคืนเธอไป เอาของเธอมาทำไม

“เงินของเธอที่ไหนกันล่ะแม่ นี่มันเงินของแม่ผัวพี่รส”

“ของฉัน อีแก่นั่นมันอยากโง่ให้มาเอง ช่วยไม่ได้”

อานนท์สวนทันที อรอาภาก็อยากโง่ให้เงินเขาเองเหมือนกันช่วยไม่ได้ เธอด่าเขาสาดเสียเทเสีย อานนท์ไม่พอใจย่างสามขุมเข้าหา อรอาภาผวาถอยหนี ปากก็ด่าไปด้วยว่าเลวเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง พี่ก็ขโมยผัว น้องก็ขโมยเงิน จำเอาไว้ให้ดีอะไรที่ขโมยคนอื่นมา มันจะอยู่กับตัวเองไม่ได้นาน แล้ววิ่งหนีไป อานนท์หัวเราะเยาะไล่หลัง ขณะที่รสรินได้แต่ยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก...

ดวงกมลปลื้มอานนท์สุดๆที่เก่งกาจสามารถเอาเงิน 30 ล้านบาทคืนจากอรอาภาได้ ถึงขนาดจะยกลูกสาวให้พร้อมเมื่อไหร่ให้บอกจะแถมข้าวสารให้อีกหนึ่งกระสอบ เขาขอเปลี่ยนเป็นข้าวเหนียวแทน เธอตกลงทันที พิมพ์เพทายทักท้วงแม่ต้องเรียกเอาจากเขาไม่ใช่มาแถมให้แบบนี้

“แน่ะๆๆๆ ฉันพูดตอนไหนว่าจะมาขอเธอ ว้าย...น่าไม่อาย”อานนท์ทำหน้าล้อเลียน พิมพ์เพทายอายมากไล่ทุบเขาแก้เขิน...

กรพงศ์สงสารอรอาภาที่พ่อต้องมาโดนโทษหนักแบบนี้คงจะอยู่ลำบากจึงอยากจะขอความเมตตาจากศักดิ์สกุลแบ่งเงินส่วนที่ได้คืนมาให้เธอบ้าง ท่านอนุญาต อย่างน้อยเธอก็เคยเป็นอะไรกับกรพงศ์มาก่อน

“แล้วแกก็ทำกับเธอไว้เยอะ ดีแล้วล่ะที่แกยังมีน้ำใจให้เธออยู่บ้าง”

“ขอบคุณคุณพ่อครับที่เข้าใจ”

ศักดิ์สกุลอยากรู้ว่าลูกชายจะเอาอย่างไรกับเรื่องตัวเองและรสริน กรพงศ์หน้าเจื่อนพูดอะไรไม่ออก...

ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างกรพงศ์กับรสรินมาถึงทางตัน ความรักของนวลพรรณกับพลวัฒน์งอกงามเป็นลำดับถึงขนาดที่ฝ่ายชายชวนให้ฝ่ายหญิงอยู่ทำงานที่กรุงเทพฯต่อไป อย่าตามรสรินกลับขอนแก่นและหากเธอเกรงใจที่จะอยู่กับน้า ก็ให้ย้ายมาอยู่บ้านหลังเดียวกับเขา

ooooooo

หลังจากเซ็นใบหย่าเรียบร้อย รสริน เรือนแก้วกับอานนท์และจิ้งหรีดเตรียมเดินทางกลับ รสรินเอากระเป๋าเดินทางไปใส่รถแล้วเดินย้อนกลับมาหากรพงศ์ เพื่อตอบคำถามที่ยังค้างคาใจว่าเธอรักเขาบ้างไหม

“ฉันรักคุณค่ะคุณกร ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็รักคุณไปแล้ว แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้วเรื่องของเรามันจบลงแล้ว ลาก่อนนะคะคุณกร” รสรินโผกอดกรพงศ์ที่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก บอกให้เขาดูแลตัวเองด้วย แล้วหันหลังกลับไปขึ้นรถ

กรพงศ์ยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น กระทั่งรถที่รสรินนั่งแล่นจากไป ถึงได้สติทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นเสียใจกับการตัดสินใจพลาดของตัวเอง...ตั้งแต่ปล่อยให้รสรินหลุดมือไป กรพงศ์ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงานเพื่อให้ลืมความเสียใจ ไม่เคยเหลียวมองผู้หญิงที่ไหนอีกเลย นิสัยเจ้าชู้ของเขาไม่เหลือร่องรอยให้เห็น

เช่นเดียวกับรสรินตั้งหน้าตั้งตาทำโรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งเพื่อให้ลืมกรพงศ์

ooooooo

ศักดิ์สกุลเห็นลูกชายกลับจากทำงานท่าทางเหน็ดเหนื่อย ร้องทักพรุ่งนี้จะไปไหวหรือจะออกเดินทางไปบ้านรสรินกันตั้งแต่เช้า ไม่ได้ไปทำงานแต่จะไป งานแต่ง กรพงศ์ทำหน้างงงานแต่งอะไร พิมพ์เพทายต่อว่าว่าวางการ์ดไว้บนโต๊ะเป็นชาติแล้วไม่ได้ดูเลยหรือ พูดแล้วก็คิดถึงพี่รสไม่ได้เจอกันเกือบปี

“แม่ก็คิดถึงนี่ก็เตรียมชุดไปประชันแล้ว รับรองหนูรสสวยสู้แม่ไม่ได้แน่ๆ”

“ลูกเตรียมของขวัญไว้แล้วใช่ไหม อย่าลืมเอาไปล่ะ ยังไงพ่อหนุ่มตากล้องนั่นเขาก็เคยช่วยเราไว้เยอะ”

พิมพ์เพทายเตรียมไว้แล้วพี่พลคงต้องชอบแน่ๆ กรพงศ์เข้าใจผิดคิดว่ารสรินจะแต่งกับพลวัฒน์ของขึ้นทันที ขอตัวไม่ไปงานนี้ ใครอยากไปก็เชิญตามสบายแล้วเดินหัวเสียขึ้นห้อง ทั้งสามคนมองหน้ากันงงๆก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาคงเข้าใจผิดว่ารสรินจะแต่งงาน จึงรวมหัวกันไม่บอกเรื่องนี้...

ฝ่ายกรพงศ์เสียใจไม่เป็นอันนอน บ่นพึมพำกับตัวเองไหนรสรินเคยบอกว่ารักเขาแล้วทำไมถึงไปแต่งงานกับคนอื่น หันไปต่อยหมอนระบายความอัดอั้น

ooooooo

สายวันถัดมาคณะของศักดิ์สกุลเดินทางมาถึงบ้านเรือนแก้ว ซึ่งถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม แขกเหรื่อทยอยมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เรือนแก้วไม่เห็นกรพงศ์มาด้วยก็ถามหาคู่ซ่าฯ

“ถ้าไม่ผิดไปจากที่คาด อีกเดี๋ยวก็อาจจะโผล่มาค่ะ” พิมพ์เพทายรายงาน

“รู้ดีจังนะแฟนใครวะเนี่ย” ไม่พูดเปล่า อานนท์ยื่นหน้าพรวดเข้าไปหา พิมพ์เพทายผลักหน้าหงาย ยังงอนไม่หายที่อาทิตย์ที่ผ่านมาเขาหายหน้าไป ประกาศตัวว่าโสด แฟนตายไปแล้ว อานนท์อ้างงานยุ่งทั้งอาทิตย์ รับปากจะชดเชยให้ แล้วประคองพิมพ์เพทายขึ้นเรือน ศักดิ์สกุลกับดวงกมลพากันเดินตาม...

ใกล้ถึงฤกษ์แต่งงาน จิ้งหรีดซึ่งทำหน้าที่พิธีกรจำเป็นออกมาประกาศกับแขกผู้มีเกียรติว่าบัดนี้ขอเชิญทุกท่านพบกับเจ้าสาวป้ายแดงหมาดๆ ยังไม่ทันจะเอ่ยชื่อเจ้าสาว กรพงศ์ตะโกนเสียงลั่นว่าแต่งไม่ได้ จะไม่มีงาน แต่งงานใดๆเกิดขึ้นในวันนี้แล้วเดินฝ่ากลุ่มชาวบ้านจะขึ้นบนเรือน พลวัฒน์เข้ามายืนประจันหน้า

“ไอ้​คุณ​กร​พง​ศ์​จะ​มา​ป่วน​อะไร​อีก”

“ไอ้​นักข่าว​หน้าจืด แก​ฟัง​ฉัน​ให้​ดี​นะ จะ​ไม่​มี​การ​แต่งงาน​ใดๆทั้งนั้น​   เพราะ​เจ้าสาว​เป็น​ของ​ฉัน...พ่อ​แม่​พี่น้อง พี่​ป้า​น้า​อา​โปรด​ฟัง​ทาง​นี้ เจ้าสาว​ใน​วัน​นี้​จริงๆแล้ว​คือ​เมีย​ผม เรา​สอง​คน​มี​สัมพันธ์​ที่​ลึกซึ้ง​มาก และ​วัน​นี้​ผม​จะ​มา​ทวง​เจ้าสาว​ของ​ผม​คืน” สิ้น​เสียง​กร​พง​ศ์ แขกเหรื่อ​พา​กัน​ตบมือ​เสียง​ลั่น

“ฉัน​ไป​มี​อะไร​ลึกซึ้ง​กับ​คุณ​ตั้งแต่​เมื่อ​ไหร่หา...ไอ้​คุณ​กร​พง​ศ์” นวล​พรรณ​ใน​ชุด​เจ้าสาว​ก้าว​พรวด​เข้ามา​ประเคน​หมัด​ซ้าย​เข้า​เบ้าตา​กร​พง​ศ์​หน้า​หงาย​เงิบ สายบัว​นำ​ทีม​ชาว​บ้าน​ส่งเสียง​เชียร์​ดัง​สนั่น​ยิ่ง​กว่า​มวยไทย​ไฟท์ แถม​ท้า​พนัน​ข้าง​นวล​พรรณ​ห้า​ร้อย​บาท เรือน​แก้ว​ต้อง​ปราม​พี่​สาว​ให้​น้อยๆหน่อย กร​พง​ศ์​ที่​ล้ม​ลง​ไป​กอง​กับพื้น​มอง​นวล​พรรณ​งง​ว่า​นี่​มัน​เรื่อง​อะไร​กัน รส​ริน​เดิน​ออกมา​จาก​ด้าน​ใน​มอง​เขา​ตา​ปริบๆ

ครั้น​รู้​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น รส​ริน​กลั้น​หัวเราะ​แทบ​แย่ พลาง​ต่อว่า​กร​พง​ศ์​ว่า​  การ์ด​แจก​ล่วงหน้า​เป็น​เดือนๆไม่ได้​เปิด​ดู​เลย​หรือ  เขา​ยอกย้อน​ถ้า​เปิด​ดู​จะ​บุก​มา​อย่าง​นี้​หรือ แล้ว​ชวน​เธอ​ไป​ที่​อื่น  ตรง​นี้​ปล่อย​ให้​เจ้าบ่าว​เจ้าสาว​ชื่นมื่น​กัน   จาก​นั้น​ฉุด​มือ​รส​ริน​ออก​ไป   ไม่​นาน​นักกร​พง​ศ์​พา

รสริน​ซ้อน​ท้าย​มอเตอร์ไซค์​มา​ที่​โรง​งาน​แม่​ศรี​ไทยแลนด์   เพื่อ​จะ​พิสูจน์​ให้​เห็น​ว่า​เขา​ไม่​เกลียด​ปลาร้า​อีก​แล้ว

“ตั้งแต่​ตอน​ที่​คุณ​ออก​จาก​บ้าน ผม​ก็​พยายามหัด​กิน​แทบ​ทุก​วัน​เลย บาง​เมนู​ก็​ทำ​เอง​ด้วย​นะ”

“จะ​มา​บอก​ฉัน​แค่​นี้​เนี่ย​นะ”

กร​พง​ศ์​ยัง​มี​อย่าง​อื่น​อีก แล้ว​ควัก​แหวน​ออก​มา​ถาม​รส​ริน​ว่า​ยัง​รัก​เขา​อยู่​ไหม เธอ​พยัก​หน้า​รับคำ​อย่าง​เขินๆ เขา​สารภาพ​ว่า​ตัว​เอง​ก็​รัก​เธอ​เช่น​กัน รัก​ยัย​ตัว​แสบ​มา​ตลอด แล้ว​ชวน​ให้​เธอ​กลับ​มา​เป็น​เหมือน​เดิม รสริน​แขวะ​มา​บอก​รัก​กัน​หน้า​โรง​งาน​ปลาร้า โรแมนติก​จะ​แย่

“ก็​ที่​นี่​มัน​เป็น​ที่​ที่​พ่อ​กับ​แม่คุณ​ช่วย​กัน​สร้าง​มา​ไม่​ใช่​เหรอ ไม่​หรู​ ไม่​ไฮ ไม่​โร​มา​นซ์​แต่​อบอุ่น”

รส​ริน​หัน​ไป​มอง​ใน​โรง​งาน​ซึ่ง​วัน​นี้​ปิด​หนึ่ง​วัน​เพื่อ​ฉลอง​งาน​แต่ง​ให้​นวล​พรรณ​กับ​พล​วัฒน์  พอ​หันกลับมา​อีก​ที  กร​พง​ศ์​เอา​แหวน​ยื่น​มา​ตรง​หน้า  จับ​มือ​รส​ริน​ขึ้นมา​บรรจง​สวม​ให้  ก่อน​จะ​ยื่น​หน้า​ไป​ใกล้ๆจะ​ขอ​จูบ  เห็นเธอ​อิดออด​นึก​ว่า​ไม่​ให้​ที่ไหนได้​เธอ​โอบ​คอ​เขา​เข้า​มาแล้ว​ปล่อย​ให้​เขา​จูบ​ได้​ตามใจ

ooooooo

ดวง​กมล​ปลื้ม​ปริ่ม​มาก​ที่​กร​พง​ศ์​กลับ​มา​รัก​กับ​รส​ริน​อีก​ครั้ง ถึง​กับ​พา​มา​เลี้ยง​ฉลอง ทั้ง​คู่​เดิน​ถ่ายรูป เซล​ฟี่​กัน​ไป​ตาม​มุม​ต่างๆของ​ร้าน​อาหาร​อย่าง​มีความสุข ขณะ​ที่​พิมพ์​เพทาย​เอา​​แต่​นั่ง​ก้มหน้า​เล่น​เกม​ใน​มือถือ อานนท์​ได้​แต่​สาย​หน้า​ระอา​ใจ​ที่​เธอ​เล่น​เป็น​เด็กๆไปได้

ถ่ายรูป​ได้​สัก​พัก รส​ริน​กับ​กร​พง​ศ์​เข้า​มา​นั่ง​ร่วม​โต๊ะ​กับ​ศักดิ์​สกุล ดวง​กมล จิ้งหรีด​กับ​นวล​พรรณ พลวัฒน์​รวม​ทั้ง​อานนท์​และพิมพ์​เพทาย  ศักดิ์​สกุล​อยาก​จะ​ขอ​ให้​อานนท์​มา​ช่วย​ดู​งาน​ที่​บริษัท​ให้​ไม่​รู้​ว่า​เรือนแก้ว​จะ​ว่า​อะไร​หรือ​เปล่า รส​ริน​ก็​ไม่​รู้​เหมือน​กัน ให้​ท่านลอง​คุย​กันเอง​จะ​ดี​กว่า แต่​คง​ไม่​น่า​มี​ปัญหา

“ยัง​ไง​นวล​ของ​ฝาก​สามี​ไป​ทำ​งาน​ด้วย​นะ​คะ”

ศักดิ์​สกุล​ไม่​ขัดข้อง​และ​ท่าน​ยัง​หา​งาน​ให้​จิ้งหรีด​ทำ​อีก​ด้วย กร​พง​ศ์​หยิบ​กล้อง​ขึ้น​มา​ขอ​ถ่ายรูป​หมู่​ร่วมกัน รส​ริน​อ้า​ปาก​หาว​หวอดๆ  ดวง​กมล​เห็น​เธอ​เหนื่อย​มา​ทั้งวัน​เร่ง​ให้​รีบ​กิน​จะ​ได้​ให้​เธอ​ไป​พักผ่อน...

จาก​นั้น​ไม่​นาน กร​พง​ศ์​กับ​รส​ริน​มา​ยืน​อึกอัก​มอง​หน้า​กัน​อยู่​ใน​ห้อง​นอน​โดย​มี​ทุก​คน​ที่​ไป​กิน​อาหาร​ค่ำ​ด้วย​กัน​ยืน​ออ​อยู่​ข้าง​เตียง​   ไม่​มี​ทีท่า​จะ​ยอม​กลับ​กัน​ง่ายๆ

“เอ่อ คือ​ไม่​ต้อง​ส่ง​ขนาด​นี้​ก็ได้​ครับ แยกย้าย​กัน​ไป​ไหน​ก็​ไป​ไป๊” กร​พง​ศ์​พยายาม​ไล่

ดวง​กมล​สั่งสอน​ลูก​ชาย​หนัก​นิด​เบา​หน่อย​ก็​อภัย​ให้​น้อง กร​พง​ศ์​ต้อง​เตือน​แม่​ว่า​นี่​ไม่​ใช่​คืน​ส่งตัว​เข้า​หอ​ท่าน​เห็น​เพิ่ง​กลับ​มา​กุ๊กกิ๊ก​กัน​พวก​เรา​ก็​เลย​ช่วย​ลุ้น กว่า​กร​พง​ศ์​กับ​รส​ริน​จะ​ไล่​ทุก​คน​ออก​จาก​ห้อง​ได้​เล่น​เอา​น้ำลาย​เหนียว แทนที่จะ​แยกย้าย​กัน​ไป​บ้าน​ใคร​บ้าน​มัน ต่าง​มา​ออ​อยู่​หน้า​ประตู​ห้อง เอา​หู​แนบ​กับ​ประตู​หวัง​จะ​ได้ยิน​อะไร​เด็ดๆ ศักดิ์​สกุล​จะ​กลับ​ห้อง ดวง​กมลดึง​ตัว​ไว้​ให้​อยู่​ลุ้น​ลูก​ด้วย​กัน​ก่อน

เมื่อ​ได้​อยู่​กัน​ตามลำพัง​ใน​ห้อง​กลับ​ไม่​รู้​จะ​ทำ​อย่างไร​ดี​ได้​แต่​ยืน​เก้ๆกังๆ กร​พง​ศ์​แกล้ง​บ่น​ว่า​ร้อน​แล้ว​ถอด​เสื้อ​ออก รส​ริน​หัน​มา​เห็น​ก็​ร้อง​เอะอะ พวก​ที่​อยู่​หน้า​ประตู​ห้อง​พา​กัน​ลุ้น​ตัว​โก่ง กร​พง​ศ์​ได้ยิน​เสียง​กุกกัก​ที่​ประตู​ห้อง  ​ทำ​ไม้​ทำ​มือ​ให้​รส​ริน​เงียบๆไว้  ชวน​ไป​ที่​ประตู​ห้อง ก่อน​จะ​เปิด​ผลัวะ พวก​ผู้ใหญ่​ที่​เอา​หู​แนบ​กับ​ประตู​พา​กัน​เซ​ล้ม ศักดิ์​สกุล​เฉไฉ​กลบเกลื่อน

“นี่​ไง...บอก​กัน​ก็​ไม่​ฟัง ไปๆแยกย้าย​กัน​ไป​ได้แล้ว”

กร​พง​ศ์​กับ​รส​ริน​ยืน​ส่ง​พวก​นั้น​จน​ไป​กัน​หมด​แล้ว​ถึง​ได้​หลุด​ขำ​ออก​มา ครั้น​หัน​มา​เจอ​หน้า​กันต่าง​เขินอาย​ทำ​อะไร​ไม่​ถูก กร​พง​ศ์​รู้ตัว​คืน​นี้​คง​แห้ว​อีก รส​ริน​ขอ​ติด​ไว้​ก่อน​ยัง​เขิน​อยู่   เขา​ต่อ​รอง​ขอ​ดู​หนัง​ตัวอย่าง​ก็ยังดี  เธอ​ยิ่ง​เขิน​หนัก​ปฏิเสธ​เป็น​พัลวัน​ว่า​ไม่​มี  ไม่ให้ดู พอ​เขา​อ้อน​หนัก​เข้า​เธอ​ก็​เลย​อนุญาต​ให้​ดู​หนัง​ตัวอย่างได้ เขา​รีบ​ปิด​ประตู​ห้อง​วิ่ง​ตาม​เธอ​เข้าไป​ข้าง​ใน

ooooooo

พิมพ์​เพทาย​กับ​ดวง​กมล​เล่น​ไม่​เลิก เห็น​รส​ริน​ทำ​อาหาร​เช้า​ไป​พลาง​ฮัม​เพลง​อารมณ์​ดี​ไป​ด้วย พา​กัน​มา​ยืน​จ้อง​หน้า​พร้อม​กับ​ยิ้ม​น้อย​ยิ้ม​ใหญ่ เธอ​เขิน​มาก​แกล้ง​โมโห​กลบเกลื่อน​ว่า​มอง​อะไร​กัน

“เปล่า​ ไม่​มี​ใคร​เขา​คิด​อะไร​กัน​สัก​หน่อย”

นวล​พรรณ​ที่​เพิ่ง​มา​ถึง​เข้า​มา​ถาม​เพื่อน​รัก​ตกลง​ของ​เขา​ดี​จริง​หรือ​เปล่า รส​ริน​ทิ้ง​ตะหลิว​หัน​มา​เอาเรื่อง​ไหน​บอก​ว่า​ไม่​มี​ใคร​คิด​อะไร แล้ว​ถาม​นวล​พรรณ​ทำไม​ถึง​มา​กัน​แต่​เช้า เธอ​กลัว​จะ​ตก​ข่าว​ก็​เลย​ต้อง​รีบ​มา รสริน​หมด​ความ​อดทน​เดิน​ออก​จาก​ครัว​ไป​เลย...

โดน​แซว​มา​จาก​ใน​ครัว​ไม่​พอ  ​รส​ริน​ยัง​โดน​อานนท์​กับ​พล​วัฒน์​แซว​ที่​โต๊ะ​อาหาร​อีก ศักดิ์​สกุล​พูด​เรื่อง​ที่​จะ​ขยาย​โครงการ​และ​อยาก​ให้​เธอ​มา​ช่วย​งาน​ที่​บริษัทพวกนั้น​ถึง​หยุด​แซว เธอ​ยินดี​ทำ​ถ้า​กร​พง​ศ์​ไม่​ว่า​อะไร

“ผม​จะ​ไป​ว่า​อะไร ผม​เป็น​คน​ที่​ไม่​เอาเรื่อง​งาน​มา​ปน​กับ​เรื่อง​ครอบครัว​อยู่​แล้ว”

ดวง​กมล​คะยั้นคะยอ​ให้​รส​ริน​กลับ​มา​ทำ​งาน​ที่​บริษัท​ศาสตรา​บุรินทร์​อีก​ครั้ง คราว​นี้​ทั้ง​อานนท์​และ​พลวัฒน์​จะ​มา​ทำ​งาน​กับ​เรา​ด้วย ตอน​นี้​ขึ้น​อยู่​กับ​เธอ​แล้ว​จะ​ว่า​อย่างไร...

ใน​เวลา​ต่อ​มา กร​พง​ศ์ อานนท์​และ​พล​วัฒน์​มา​ออก​รอบ​ตี​กอล์ฟ​ด้วย​กัน​ทั้งที่​เพิ่ง​เริ่ม​งาน​วัน​แรก อานนท์​อ้าง​ทำ​งาน​ด้วย​กัน​ก็​เลย​ต้อง​สนิทสนม​กัน​ไว้​ก่อน กร​พงศ์​หัน​ไป​ถาม​อานนท์​ว่า​ตกลง​พี่​สาว​ของ​เขา​จะ​มา​บริหาร​โครงการ​ด้วย​ไหม คน​ถูก​ถาม​แปลก​ใจ​นอน​เตียง​เดียวกันแท้ๆ ทำไม​ไม่​ถาม​เธอ​เอง

กร​พง​ศ์​ไม่​มี​เวลา​คุย​กัน​เพราะ​รส​ริน​เอาแต่​อาย​ม้วน​ก็​เลย​ไม่ได้​ทำ​อะไร​สัก​อย่าง พล​วัฒน์​แนะ​​เขา​ให้​เวลา​เธอ​สัก​หน่อย พอ​ทำ​งาน​ด้วย​ก็​จะ​ดี​ไป​เอง อานนท์​ไม่​เห็น​ด้วย​ผัว​เมีย​ไม่​ควร​ทำ​งาน​ด้วย​กัน

“คู่ชีวิต​กัน​มัน​ต้อง​ทำ​งาน​ด้วย​กัน​น่ะ​ถูก​แล้ว ช่วย​กัน​สร้าง​ฐานะ​ครอบครัว​เป็น​ปึกแผ่น”

“ไม่​จริง​หรอก ยัง​ไง​สามี​ก็​ต้อง​เป็น​ช้าง​เท้า​หน้า” อานนท์​ยืนยัน...

ความ​สัมพันธ์​ฉัน​สามี​ภรรยา​ไม่​คืบ​หน้า เพราะ​กิจกรรม​บน​เตียง​ของ​กร​พง​ศ์​กับ​รส​ริน​มี​แค่​นวด​หน้า นวดตัว ตัด​เล็บ เธอ​เห็น​เขา​อารมณ์​ไม่ค่อย​ดี​คิด​ว่า​เขา​ไม่​อยาก​ให้​เธอ​ทำ​งาน​ด้วย พรุ่งนี้​เธอ​จะ​ได้​ไป​บอก​กับ​ที่​ประชุม เขา​ยืนกราน​ต้องการ​ให้​เธอ​บริหาร​โครงการ​ด้วย​กัน

“ผม​ไม่​สน​หรอก​เรื่อง​ศักดิ์ศรี​อะไร​นั่น​น่ะ เลอะเทอะ”...

การที่พลวัฒน์ย้ายมาทำงานที่บริษัทศาสตรา-บุรินทร์ ทำให้อนาคตของเขากับนวลพรรณสดใสขึ้น เขาตั้งใจจะทำงานเก็บเงิน จะได้มีบ้านหลังใหญ่ๆไว้ให้เธอกับลูก นวลพรรณวางแผนอนาคตไว้แล้ว เหลือแค่ขอให้ลูกมาเกิดสักที พลวัฒน์จัดแจงชวนเธอตามล่าหาอนาคตด้วยกัน แล้วปิดไฟหัวเตียงทันที...

คู่ของอานนท์กับพิมพ์เพทายดูจะอาการหนักกว่าเพื่อน เพราะวันๆเธอเอาแต่เล่นเกมไล่จับโปเกม่อนค่ำมืดก็ไม่เว้น เขาต้องขอร้องให้กลับได้แล้วพรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า เธอถึงยอมกลับ

ooooooo

เช้านี้มีประชุมบอร์ดบริหารเกี่ยวกับทำเลที่ตั้งของโครงการแห่งใหม่ กรพงศ์เสนอที่ดินแปลงหนึ่งให้บอร์ดพิจารณา แต่รสรินทักท้วงพร้อมกับมีข้อมูลมาสนับสนุนว่าหากใช้ทำเลที่กรพงศ์เสนอย่อมไม่เป็นผลดีต่อบริษัทเพราะหลายโครงการที่สร้างก่อนหน้าเรายังมีห้องเหลือมากมาย

กรพงศ์ไม่พอใจที่รสรินขัดขวางขอคุยอะไรกับเธอสักครู่หนึ่งแล้วดึงตัวออกไปนอกห้องประชุม ต่อว่าว่าทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือเปล่า ทำไมถึงมาคัดค้านเขาในที่ประชุม เธออ้างว่าทำเพื่อผลประโยชน์บริษัท

“ไม่เกี่ยวกับเรื่องครอบครัวเนอะ ดีจังทีแรก รสนึกว่าคุณจะเอาเรื่องครอบครัวมาปนกับเรื่องงานซะแล้ว” รสรินว่าแล้วดึงนิ้วชี้กรพงศ์ขึ้นมาดู “รสตัดลึกไปหน่อยนะ ไว้ตะไบให้”

กรพงศ์ดึงนิ้วกลับ อารมณ์ยังเดือดปุดๆอยู่แต่พยายามข่มไว้ “คุณต้องการแบบนี้ใช่ไหม...ได้ ไม่เกี่ยวกับ เรื่องครอบครัว ผมแยกออกจากกันอยู่แล้ว” เขากลั้นใจกอดรสรินแล้วจะพาเข้าห้องประชุม สวนกับพิมพ์เพทายที่วิ่งออกมาเพื่อตามจับโปเกม่อน...

ศักดิ์สกุลต้องการให้บอร์ดเอาเอกสารต่างๆไปพิจารณาให้ดีก่อน ค่อยตัดสินใจเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการแห่งใหม่ ทั้งที่กรพงศ์อยากให้พิจารณาตอนนี้เลย...

ฝ่ายกรพงศ์พยายามข่มอารมณ์ไว้แต่ทนไม่ไหว รีบหนีเข้าห้องน้ำ เอากำปั้นยัดปากไม่ให้เสียงแหกปากระบายความอัดอั้นดังออกมา อานนท์กับพลวัฒน์เข้ามาเห็นก็ตกใจพุ่งเข้าชาร์จจับเขานอนหงายคิดว่าเป็นลมบ้าหมู เขาพยายามเอามือออกเพื่อจะได้พูดรู้เรื่องแต่ถูกอานนท์กดมือไว้

“หาอะไรยัดปากเร็ว ตายๆๆ ดีนะยังมีสติเอามือง้างไว้”

พลวัฒน์หาอะไรไม่ได้เอาถุงเท้าตัวเองยัดปากกรพงศ์ กว่าจะรู้ว่าเข้าใจผิด ถุงเท้าก็เข้าไปอยู่เต็มปาก อานนท์ซักว่าเป็นอะไรทำไมถึงทำท่าแบบนั้น เขากลับบอกว่าไม่มีอะไร...

หลังงานเลิก สามคู่ชูชื่นพากันมากินมื้อค่ำที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง กรพงศ์ยังงอนรสรินไม่หาย แต่ต้องข่มอารมณ์ไว้ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้เขาขุ่นเคืองแค่ไหน ระหว่างนั่งรออาหารมาเสิร์ฟ นวลพรรณเข้าห้องน้ำไปตรวจการตั้งครรภ์โดยมีพลวัฒน์นั่งลุ้นอยู่ที่โต๊ะ สักพักเธอเดินสีหน้าไม่สู้ดีนักออกมาจากห้องน้ำ ถือแท่งตรวจครรภ์ออกมาด้วย พลางส่ายหน้าเป็นทำนองไม่ติด

พลวัฒน์รับแท่งตรวจมาถือไว้ อานนท์โวยวายทันทีไอ้แท่งนั่นควรอยู่ที่โต๊ะอาหารไหม กรพงศ์ต้องจุ๊ปากให้เขาเงียบ คนกำลังเสียใจอย่าเพิ่งไปต่อว่า เป็นจังหวะเดียวกับรสรินถือถ้วยน้ำขิงร้อนๆเข้ามาให้ กรพงศ์จะยกขึ้นจิบแต่เธอห้ามไว้เนื่องจากยังไม่ได้คน แล้วดึงแท่งตรวจครรภ์ไปคนน้ำขิงให้ กรพงศ์ได้แต่มองตาปริบๆ...

กิจกรรมบนเตียงคืนนี้ของกรพงศ์กับรสรินคือการย้อมผม บังเอิญเธอเจอผมหงอกบนหัวเขาก็เลยซื้อยามาย้อมให้ ระหว่างใส่ยาย้อมผมบนหัวเขา เธอชมไม่หยุดปากว่าเขาน่ารักไม่เอาเรื่องงานกลับมาบ้าน

ย้อมผมให้เขาเสร็จ ลุกจากเตียงพร้อมกับกำชับให้ทิ้งไว้สิบห้านาทีก่อนอย่าเพิ่งล้าง

ooooooo

กรพงศ์หลับไปทั้งที่ยาย้อมผมยังคาอยู่บนหัว รสรินเองก็เผลอหลับไปเช่นกัน ผมทั้งหัวของเขากลายเป็นสีเขียว เนื่องจากซื้อยาย้อมผิดเบอร์ เธอพยายามจะล้างน้ำยาออกแต่ไร้ผล ทิ้งไว้นานขนาดนั้นดีไม่ดีอาจจะเขียวไปถึงสมองด้วยซ้ำ เขาไม่มีทางเลือกจำต้องไปประชุมบอร์ดทั้งผมเป็นสีเขียว...

ทั้งห้องประชุมเห็นผมสีเขียวของกรพงศ์พากันขำกลิ้ง กว่าจะตั้งสติเสียเวลาการประชุมไปหลายนาที หัวข้อที่ต้องพิจารณาเป็นเรื่องที่ค้างจากเมื่อวาน เกี่ยวกับทำเลที่ตั้งโครงการใหม่ บอร์ดทุกท่านลงความเห็นให้ยุติโครงการของกรพงศ์ไว้ก่อน แล้วพากันชื่นชม

รสรินที่มีข้อมูลมาหักล้างได้ดีมาก ไม่อย่างนั้นบริษัทคงจะ เสียหาย กรพงศ์น้อยใจประกาศลาออกจะไปตั้งบริษัทของตัวเอง ชวนพลวัฒน์ออกไปอยู่ด้วยกัน

กรพงศ์กล่อมจนเขาเชื่อว่าการไปเริ่มต้นทำบริษัทของตัวเองนั้นดีเลิศเพียงใด พลวัฒน์หลงเชื่อขอลาออกไปอยู่กับกรพงศ์แล้วเดินออกจากห้องประชุม โดยไม่รู้เลยว่านวลพรรณเข้าไปโก่งคออาเจียนอยู่ในห้องน้ำเนื่องจากแพ้ท้อง...

ความจริงกรพงศ์ไม่ได้ตั้งใจจะลาออก แค่ทำประชดเพราะคิดว่าพ่อกับรสรินจะต้องมาง้อ รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีใครออกมาตาม พลวัฒน์ถึงกับหน้าเสีย...

แม้จะตกลงกันไว้ว่าจะไม่เอาเรื่องงานกลับมาที่บ้าน แต่ครั้งนี้เป็นข้อยกเว้น รสรินคุยเปิดอกกับกรพงศ์ถึงเรื่องโครงการที่ต้องพับฐานไปของเขา กรพงศ์ยอมรับว่าเธอทำถูกแล้วที่ทักท้วง และดูจากข้อมูลของเธอแล้วเป็นจริงทุกอย่าง ขอโทษเธอด้วยที่เขาใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล รสรินยอมรับคำขอโทษ...

นวลพรรณโกรธมากที่พลวัฒน์คิดจะลาออกจากงานไม่ปรึกษากันก่อน และวันนี้เธอไปตรวจกับหมอซ้ำแล้วว่าเธอตั้งครรภ์ เขาจึงถูกเธอลงโทษด้วยไม้ตียุงไฟฟ้าที่อยู่ในมือ

ooooooo

พลวัฒน์มีนัดออกรอบตีกอล์ฟกับอานนท์และกรพงศ์ ทั้งสองคนเห็นใบหน้าที่เป็นรอยตารางถี่ๆลายเดียวกับไม้ตียุงไฟฟ้าก็พากันหัวเราะ แล้วสอนว่าทีหน้าทีหลังจะสารภาพอะไรให้เลือกเวลาหน่อย อานนท์แนะให้เขาบอกตอนที่นวลพรรณกำลังตำพริกอยู่ อยากดูรอยสากแล้วหัวเราะคิกคัก

“ได้ทีขี่แพะไล่นะ ตัวเองไม่มีปัญหาเหมือนคนอื่นนี่”

อานนท์ก็มีปัญหากับพิมพ์เพทายเช่นกันเพราะวันๆเธอเอาแต่เล่นเกมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น...

ทั้งกรพงศ์ อานนท์และพลวัฒน์ต่างมีปัญหาครอบครัวกันถ้วนหน้า กรพงศ์คิดถึงความน่ารักงอแงของยัยตัวแสบ ไม่ใช่รสรินที่ทำงานเก่งเหมือนตอนนี้ อานนท์เริ่มทนไม่ไหวกับการเปลี่ยนแปลงของพิมพ์เพทายที่ติดเกมงอมแงม เขาได้แต่นึกถึงเธอคนเก่าที่เก่งสารพัด ส่วนพลวัฒน์มองไม่เห็นทางออก หรือเขากำลังจะเสียนวลพรรณกับลูกไปจริงๆหรือ...

เมื่อได้พบกันอีกครั้ง สามหนุ่มต่างคุยกันถึงปัญหาของตัวเองให้กันฟัง ดูเหมือนคู่ของอานนท์จะหนักกว่าเพื่อน เพราะมีบางคราวที่เขาอยากจะเลิกกับพิมพ์เพทายให้รู้แล้วรู้รอด เนื่องจากเธอเล่นแต่เกมบ้าๆ กรพงศ์สอนว่าคนเราชอบไม่เหมือนกัน พวกเราชอบตีกอล์ฟก็ไม่ต่างจากพิมพ์เพทายชอบเล่นเกม ความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน แต่ถ้าคนที่เรารักมีความสุขก็จบไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล

คำพูดของกรพงศ์ทำให้อานนท์ได้คิด ในเมื่อห้ามไม่ได้ เขาตัดสินใจเล่นเกมกับพิมพ์เพทายไปเลย ส่วนทางออกของพลวัฒน์คือกลับไปของานศักดิ์สกุลทำอย่างเดิม ซึ่งท่านก็เมตตารับกลับมาทำงาน

คู่ของรสรินกับกรพงศ์เกิดใจตรงกัน ระหว่างเดินเล่นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต่างฝ่ายต่างทำเซอร์ไพรส์ พกแหวนมาขออีกฝ่ายแต่งงาน แล้วต่างสวมแหวนให้กัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก

ooooooo

–อวสาน–


ละครคู่ซ่ารสแซ่บ ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านคู่ซ่ารสแซ่บ ติดตามคู่ซ่ารสแซ่บ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารส,พีชญา วัฒนามนตรี 31 มี.ค. 2560 08:01 2017-04-03T01:24:46+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ