ข่าว

วิดีโอ



กุหลาบเกราะเพชร

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: โอริเวอร์ บีเวอร์

ผลิตโดย: บริษัท ไนน์บีเวอร์ ฟิล์ม จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: กันตพงษ์ บำรุงรักษ์, ฮาน่า ลีวิส

หลังจากคิดอยู่หลายตลบในที่สุดนำบุญตัดสินใจอธิบายให้วรมันฟังว่าสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวกับเขาที่เรียกว่าชีวกล มีชีวิตอยู่ได้เพราะชิป ถอดออกเมื่อไหร่ก็ตาย ความทรงจำเก่าและใหม่จากในสมองถ่ายเทลงชิป ก็จะเหมือนกับเขาถูกเด็ดหัวออก แต่ยังคงมีความรู้สึกนึกคิดต่อไปได้อีกไม่เกินสิบนาที

“มีชีวิตอยู่ในชิปหลังจากที่ตัวเองตายไปแล้ว!!”

“เหมือนแมลงสาบ หัวขาดแล้วมันก็ยังคงรับรู้ยังคงเห็นร่างตัวเองกระแด่วๆอยู่ต่อไปได้อีกสักพักหนึ่ง”

“พวกเราไม่ใช่แมลงสาบ” วรมันชักสีหน้าไม่พอใจ

“มันเป็นเรื่องเจ็บปวดกว่านั้นเยอะ แกสามารถมองเห็นทุกอย่างผ่านชิปได้ ระหว่างที่ร่างแกตายไปแล้ว ถ้าเป็นไปได้พยายามอย่าฝัน แต่จะมีใครห้ามจิตใต้สำนึกของตัวเองได้ ใช่ไหม”

จังหวะนั้น ชยธรกับนัธมนเดินเข้ามาในสภาพเหมือนไปฟัดกับใครมา โดยมีสิตางค์กับดุจดาวตามติด เขาขอโทษนำบุญด้วยที่มาช้า สองสาวนี่ไม่ค่อยไว้ใจอะไรใครง่ายๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นตำรวจ สองฝ่ายทำท่าจะมีเรื่องกันอีก แต่ดุจดาวเหลือบเห็นวรมันเสียก่อน พุ่งใส่แบบไม่ให้ตั้งตัว ชยธรจะห้ามก็ไม่ทัน

สิตางค์ไม่อยู่เฉยช่วยเธอรุมวรมัน นัธมนเห็นวรมันเสียเปรียบรีบเข้าไปช่วย ตีกันด้วยมือเปล่าไม่หนำใจชักปืนขึ้นมาเล็งใส่กันอีกต่างหาก กานดาเห็นท่าไม่ดีสะกิดนำบุญให้ทำอะไรสักอย่าง

“โอเค ทุกคนในที่นี้มีความหลังต่อกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ว่าพักไว้ก่อนไหม หรือไม่ก็ยิงกันให้ตายตอนนี้ไปเลย พิพัฒน์จะได้ไม่มีใครมาขวางทาง ประเทศชาติจะพินาศก็ช่างมัน”

นำบุญเห็นทุกคนค่อยๆลดปืนลงแต่ยังหน้าเครียดกันอยู่ก็พูดอีกว่าอาทิตย์หน้าพิพัฒน์จะแถลงข่าวผลการตกลงข้อสัญญากับกระทรวงเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างกองกำลังชีวกลในนามองค์กร ONE ซึ่งมีการตกลงกันเป็นการภายในแล้วว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการป้องกันประเทศโดยสิ้นเชิง ชยธรช่วยเสริม

“ซึ่งนั่นจะทำให้พิพัฒน์สามารถที่จะเข้าถึงและควบคุมกองกำลังที่ไม่ต่างอะไรจากวรมันที่พิพัฒน์ สามารถควบคุมได้ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น มันจะมีทั้งเงินทั้งอำนาจจะไม่มีอะไรมาหยุดยั้งมันได้อีก”

นัธมนอยากรู้ถ้าอย่างนั้นจะให้ทำอย่างไร นำบุญขอให้เธอกับชยธรทำตามกฎหมายไป อะไรที่คัดง้างกับจรรยาบรรณตำรวจปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตนกับพวกกุหลาบเกราะเพชรเอง สิตางค์ทักท้วงพวกเรามีกันแค่สองคนเองจะไปทำอะไรได้ กานดาสวนทันทียังมีณัฐวราอีกคนหนึ่งห้ามลืมเด็ดขาด นำบุญหันไปถามชยธรถึงเรื่องนิรมน เขาจะพูดกับเธอเอง กานดาร้อนใจนี่มีแผนจะให้หลานของตนไปทำอะไรเสี่ยงๆอีกหรือ


“ฉันไม่เอาแล้วนะ ไม่ยอมนะ เกิดอะไรขึ้นกับกัญญาวีร์จำไม่ได้เหรอสารวัตร ไม่เอาแล้วนะ”

“เชื่อเถอะ ผมเป็นกังวลไม่น้อยกว่าใครหรอกครับ” ชยธรยืนยัน

ooooooo

นิรมนเข้าครัวทำมื้อค่ำรอชยธรกลับมากินข้าวพร้อมหน้า ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา รีบเช็กความเรียบร้อยบนโต๊ะอาหาร แล้วนั่งยิ้มรอ พอเห็นชยธรเดินเข้ามาถามว่าหิวไหม เขาพยักหน้า จากนั้นทั้งคู่นั่งกินข้าวด้วยกัน

ครั้นกินข้าวเสร็จ นิรมนเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของชายคนรักพยายามกระเซ้าเย้าแหย่หวังให้เขาสบายใจ

“ไหน อาการเป็นอย่างไรบอกหมอมาซิ”

“ผมชอบชีวิตแบบนี้นะ เลิกงานกลับบ้านมีคนรอกินข้าว มันนานจนผมแทบลืมไปแล้วว่ามนุษย์ทั่วไปเขาใช้ชีวิตแบบนี้”

“นั่นไม่ใช่เรื่องที่พี่ธรอยากจะพูดแน่ๆ” นิรมนมองชยธรอย่างรู้ทัน เขาอึกอักไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี สุดท้ายก็ยอมเปิดปากว่ามีเรื่องต้องให้เธอเสี่ยง ยังพูดไม่ทันจบเธอยกมือห้ามไว้

“พี่ธรไม่ต้องพูดแล้วค่ะ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรมนยินดีทำค่ะ”

ooooooo

ทันทีที่เตชิตเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา พิพัฒน์ถามว่ารู้เรื่องที่ทางกระทรวงมหาดไทยเอาด้วยกับโครงการของเราแล้วใช่ไหม เขาพยักหน้ารับคำอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก พิพัฒน์เข้ามาตบไหล่เขาเบาๆ

“อาจจะทำใจยากนิดหนึ่งจากการที่พลิกขั้วจากฝ่ายต่อต้านมาเป็นฝ่ายสนับสนุน แต่เชื่อเถอะ มันไม่ได้ยากอย่างที่เธอคิดหรอก”

“ผม...จัดการเรื่องส่วนตัวเสร็จผมก็จะถอนตัวเดินจากไป ที่เหลือมันเป็นเรื่องของคุณ”

“ไม่มีคำว่าส่วนตัวหรอก ระหว่างเราน่ะ ฉันมีข่าวดีหลายเรื่องเลย ตามมาสิ” พิพัฒน์เดินนำออกไป เตชิตมองตามไม่เข้าใจ เหลียวมองไปที่โต๊ะทำงานเห็นรูปตัวเองถ่ายกับแม่ที่พิพัฒน์จงใจวางไว้ยิ่งงุนงงหนักขึ้น

ไม่นานนัก พิพัฒน์เดินนำเตชิตมาถึงห้องทดลองขององค์กร เห็นกฤตนัยนั่งมองร่างสองร่างที่มีสายชาร์จเสียบระโยงระยางอยู่ใต้ผ้าคลุมมิดชิดด้วยสีหน้าไม่สบายใจ แล้วหันไปพูดกับเตชิต

“ด็อกเตอร์ไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ...ใช่ไหมครับด็อกเตอร์”

“ฉันสร้างสิ่งที่แกต้องการแล้ว แกต้องเลิกยุ่งกับฉันและครอบครัวซะ”

“ให้มันสมบูรณ์อย่างที่รับปากซะก่อนเถอะ” พิพัฒน์ว่าแล้วนั่งลงถลกแขนเสื้อขึ้น เจ้าหน้าที่เข้ามาเอาเข็มแทงเส้นเลือดเขา เตชิตกับกฤตนัยมองเขางงๆ พิพัฒน์ยิ้มพอใจ “งงใช่ไหมว่าทำอะไร...อยู่ใกล้ๆกับนำบุญ ฉันเดาว่ามันคงเคยเล่าเรื่องอะไรบางอย่างให้ด็อกเตอร์ฟังบ้างใช่ไหม”

กฤตนัยหันมองเตชิตก่อนหันกลับไปทางพิพัฒน์ “ฉันเคยสงสัย อย่าบอกนะว่ามันเป็นความจริง”


พิพัฒน์ยักไหล่ไม่พูดอะไร เตชิตยิ่งอยากรู้ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่ แล้วนั่นใครนอนอยู่ใต้ผ้าคลุม...

ระหว่างที่ความลับของเตชิตกำลังจะถูกเปิดเผย บนรถตู้ติดฟิล์มดำมืด ชยธรส่องกล้อง ส่องทางไกลมองตามนิรมนที่เดินอยู่ริมถนนเพื่อล่อให้พวกคนร้ายจับตัว นำบุญที่นั่งข้างๆแจ้งว่ามีอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเตชิตที่ชยธรควรรู้ก่อนที่เราจะลงมือทำอะไรกัน เตชิตเป็นลูกแท้ๆของพิพัฒน์ และนี่จะเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่พิพัฒน์จะหงายออกมาเพื่อทำให้เตชิตยอมภักดีด้วย ชยธรเลิกสนใจนิรมนหันขวับมองเขาสีหน้าตกใจคาดไม่ถึง...

เป็นอย่างที่นำบุญคาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน พิพัฒน์เปิดเผยความลับที่เก็บงำมานานว่าเตชิตเป็นเลือดเนื้อ เชื้อไขของตัวเอง เขาถึงกับตะลึงไม่อยากจะเชื่อ พิพัฒน์ส่งเลือดในหลอดแก้วที่ปิดจุกอย่างดีให้เขา

“ฉันรู้มันเชื่อยาก แต่ถ้าสงสัยอะไรเอาไปตรวจดูได้นะ”

“คุณต้องการอะไรจากผม” เตชิตยังตะลึงไม่หาย

“คำถามคือลูกต้องการอะไรจากพ่อมากกว่า พ่อให้แกได้ทุกอย่าง”

เตชิตบ่นพึมพำว่าเป็นไปไม่ได้ พิพัฒน์เล่าให้ฟังว่าตัวเองเคยมีอะไรกับปรางค์มาก่อนที่เธอจะตัดสินใจแต่งงานกับธรณ์เทพ ตนไม่รู้ว่าเธอท้อง ตนแค่ยอมให้อะไรมาขวางงานไม่ได้แม้แต่ความรัก เตชิตสรุปนั่นเท่ากับพิพัฒน์ไม่ได้รักแม่ของเขา

“ในตอนนั้น จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่นั่นคือก่อนที่พ่อจะรู้ว่าแม่มีแกนะ เตชิต”

เตชิตส่ายหน้ารับไม่ได้หันหลังเดินหนีไปยืนข้างเตียงที่มีร่างสองร่างถูกผ้าคลุมอยู่ “คุณโกหกผม”

“ด็อกเตอร์...มีอะไรจะยืนยันไหม” พิพัฒน์หันไปทางกฤตนัยเพื่อหาตัวช่วย

กฤตนัยไม่อยากยุ่งด้วยเมินหน้าไปทางอื่น เตชิตคาดคั้นให้เขาพูดมาว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เขาไม่เห็นว่ามันจะต่างกันตรงไหนกับจุดที่เตชิตยืนอยู่ตอนนี้ เตชิตถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก

“คำพูดคนอาจจะโกหกกันได้ แต่ดีเอ็นเอไม่เคยโกหก ลูกเป็นตำรวจมาคงรู้ดี” พูดจบพิพัฒน์เข้ามาตบบ่าเตชิต “คิดดูสิ การที่ลูกถูกหมายหัวว่าเป็นศัตรูอันดับหนึ่งขององค์กรใหญ่ขนาดนี้ แต่ไม่ถูกลูกปืนวิ่งเจาะกะโหลกเป็นเพราะใคร พ่อนี่แหละสั่งห้ามไม่ให้ทุกคนแตะต้องลูก”

“มีใครรู้เรื่องนี้อีกบ้าง นำบุญบอกเรื่องนี้กับใครอีก” อารมณ์ที่ขุ่นเคืองของเตชิตเริ่มเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยว

ooooooo

ไม่ได้มีแต่เตชิตเท่านั้นที่ตกใจกับความลับนี้ ชยธรเองก็ตกใจไม่แพ้กันบ่นกับนำบุญว่าธรณ์เทพไม่รู้เลยหรือว่าตัวเองเลี้ยงลูกของพิพัฒน์ นำบุญเล่าให้ฟังแบบเดียวกับที่พิพัฒน์เล่าให้เตชิตฟังว่าปรางค์แม่ของเตชิตเคยมีอะไรกับพิพัฒน์มาก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานกับธรณ์เทพ


“แล้วแกไปรู้เรื่องพิพัฒน์มันได้อย่างไร”

“ตอนนั้นผมเป็นคนโปรดขององค์กร เข้านอกออกในได้ทุกส่วน” จากนั้นเรื่องราวในอดีตก็พรั่งพรูออกจากปากนำบุญ วันนั้นเขาแอบเห็นพิพัฒน์กับปรางค์พลอดรักกันอยู่ พิพัฒน์หันมาเห็นพอดี เขาจึงต้องหลบออกมา

“ทั้งๆที่รู้ว่าแม่ของเตชิตเป็นแฟนกับธรณ์เทพอยู่แล้ว”

“คนอย่างมันหักหลังได้ทุกคนแหละ” นำบุญพูดถึงพิพัฒน์แล้วของขึ้น

“แม่ของเตชิตล้มป่วย แกต้องเป็นคนดูแลรักษาหาอวัยวะมาเปลี่ยนถ่าย”

นำบุญยอมรับว่าใช่ ปรางค์ป่วยตั้งแต่ตอนท้องแล้วทำให้ตนรู้ว่าเด็กในท้องเป็นลูกของพิพัฒน์ เนื่องจากต้องตรวจดีเอ็นเอของเตชิตตั้งแต่อยู่ในท้อง พิพัฒน์เองก็รู้ว่าตนรู้แต่สั่งห้ามไม่ให้พูดอะไร

“เรื่องนี้ธรณ์เทพก็ไม่ใช่พ่อที่ดี มันไม่สมควรได้รู้แม้กระทั่งวันตาย” นำบุญเสียงเข้ม

“แกกลัวว่าถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูเตชิต เขาจะต้องทุ่มเทให้กับพิพัฒน์สุดตัวแน่ๆ”

“มันยิ่งกว่าที่เขาจะทุ่มเทให้เพื่อแก้แค้นแทนธรณ์เทพอีก เรื่องนี้ผมบอกคนไปก่อนหน้าคุณไม่กี่คน อีกคนที่รู้เรื่องนี้ก็คือณัฐวรา”...

ครั้นเตชิตรู้ว่าณัฐวราเป็นอีกคนที่รู้ความลับของตัวเองถึงกับแหกปากร้องออกมาสุดเสียง ทุบโต๊ะดังปังระบายอารมณ์ นี่เธอรู้เรื่องนี้มาตลอดเลยหรือ แล้วจ้ำพรวดๆออกไปโดยไม่ฟังเสียงห้ามของกฤตนัย

“เฮ้ยๆๆ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของณัฐวรานะ แกอย่าพาล” พูดจบกฤตนัยจะวิ่งตาม พิพัฒน์รีบกันเอาไว้

“ชู่ว์ เขาทำอะไรณัฐวราไม่ได้หรอก ใจเย็นๆ ฉันนี่สิที่จัดการณัฐวราได้ถ้าผลงานแกไม่เข้าตา ไหนขอดูหน่อยสิว่าเป็นอย่างไรบ้าง” สิ้นเสียงพิพัฒน์ กฤตนัยกระชากผ้าคลุมร่างสองร่างบนเตียงออก

เขามองพอใจสั่งให้เปิดเครื่อง กฤตนัยทำตามสั่งเปิดสวิตช์ไฟฟ้าที่ต่อสายขึ้นไปบนเตียง

“เตชิตเอ๋ย พ่อยังมีอะไรให้ลูกประหลาดใจได้อีกนะ”

ooooooo

นำบุญยังคงคุยกับชยธรอยู่บนรถตู้ เรื่องนี้ทำให้สารวัตรหนุ่มละสายตาจากนิรมนมาสนใจเรื่องเตชิตแทน

“ผมถึงไม่อยากให้เตชิตรับรู้ความจริงว่าใครเป็นพ่อของเขา”

“ไม่ใช่ปัญหาของผม หน้าที่ของผมคือ...” ว่าแล้วชยธรยกกล้องส่องทางไกลส่องไปที่นิรมนอีกครั้ง ต้องตกใจเมื่อเธอไม่อยู่ตรงนั้นแล้วถึงกับร้องเอะอะ นำบุญต้องเตือนให้ใจเย็นๆลองดูดีๆอีกที เขากวาดตาผ่านกล้องส่องทางไกลเจอเพียงกระเป๋าถือของเธอตกอยู่ที่พื้น

“ตกปลาใหญ่บางครั้งต้องรู้จักผ่อนสายเบ็ดให้มันตายใจ” นำบุญพยายามปลอบ ชยธรหันขวับไม่พอใจ

“แล้วถ้าเหยื่อเป็นอะไรไป ฉันจะไม่ให้อภัยแกเลย” ชยธรเป็นห่วงนิรมนมาก รีบกดมือถือเช็กเครื่องติดตามตัวเห็นเป็นจุดแดงๆปรากฏที่หน้าจอก็เบาใจไปเปลาะหนึ่ง...


อีกมุมหนึ่งบนถนนห่างไปไม่มากนัก ฉัตรรัศมีทำหน้าที่พลขับโดยที่การ์ดสาวของตัวเองซึ่งเป็นคนลักพาตัวนิรมนขึ้นมาบนรถไล่ตบไปตามเสื้อผ้าเหยื่อเช็กว่ามีอะไรหรือเปล่า ก่อนจะหันไปบอกเจ้านายสาว

“ปลอดภัยไม่มีเครื่องติดตามตัว”

“นึกว่าจะซุ่มอยู่ในรูได้นานสักแค่ไหน” ฉัตรรัศมียิ้มสะใจ นิรมนโวยวายพวกแกต้องการอะไรอีก เธอขับรถต่อไปไม่พูดอะไร โดยไม่ล่วงรู้เครื่องติดตามตัวอยู่ที่นาฬิกาข้อมือของนิรมน...

ที่องค์กร ONE เตชิตเดินหน้าเครียดมาหาณัฐวราที่ห้องขัง ตะคอกใส่หน้านี่เธอรู้เรื่องพ่อแท้ๆของเขาว่าเป็นใครมาตลอดแต่ยังทำเหมือนกับไม่รู้ ทำเหมือนเขาเป็นคนโง่

“คุณรู้แล้วได้อะไร ไม่รู้แล้วได้อะไร มีแต่คุณจะตัดสินใจยากขึ้นระหว่างคุณธรรมกับความกตัญญู”

“แล้วคุณคิดว่าทุกวันนี้ผมทำอะไรได้ง่ายขึ้นงั้นเหรอ”

“แต่ก็ยังง่ายกว่าตอนนี้ใช่ไหมล่ะ มองในแง่ดี อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้เป็นคนฆ่าพ่อคุณ ปลดล็อกความ รู้สึกที่คุณไม่ได้มีอะไรกับน้องสาวร่วมสายเลือดตัวเอง”

“หยุดพูด” เตชิตเกรี้ยวกราด

“คุณกำลังพาล คุณทำร้ายตัวเอง” ณัฐวราเตือนด้วยความเป็นห่วง เตชิตกำลังโมโหไม่ฟังอะไรทั้งนั้น

“ใช่ผมโกรธ ผมเกลียด ผมชิงชังทุกอย่างที่ผลักผมมาอยู่ตรงนี้”

ณัฐวราพยายามพูดอย่างใจเย็นว่าเธอเข้าใจเพราะเธอเองก็เคยเป็นเหมือนเขา เมื่อตอนที่เธอต้องถูกผลักจากกัญญาวีร์ให้มาเป็นณัฐวรา แต่ขอให้เขาเชื่อเธอว่าไม่มีใครทำอะไรให้เราเป็นอะไรได้นอกจากเราที่ทำตัวของเราเอง เตชิตพยายามข่มความโกรธแต่ไม่สำเร็จ

“ชีวิตผมทั้งชีวิตอยู่ๆกลายเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีอยู่จริงงั้นเหรอ...ที่คุณบอกว่าผมทำตัวผมเองน่ะ พูดสิพูดมา ผมทำตัวเองตรงไหน”

“แล้วคุณต้องการอะไร”

“ผมไม่รู้ แต่คุณต้องรับผิดชอบทุกอย่าง” เตชิตพาลหาเรื่อง ณัฐวราโต้ไม่ยอมแพ้ทำไมต้องเป็นเธอที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ด้วยความโมโหทำให้เขาหลุดปากบอกเหตุผลว่าเป็นเพราะเขายังรักเธออยู่ ณัฐวราถึงกับอึ้ง เตชิตเองก็ตกใจที่ตัวเองหลุดปาก สองคนมองกันนิ่งงัน สุดท้ายเตชิตทำลายความเงียบ

“ใช่ ผมยังรักคุณอยู่ แต่เชื่อผมเถอะให้ผมเกลียดคุณตอนนี้ ผมว่าคุณยังจะเจ็บน้อยกว่าเลย การถูกทำร้ายโดยคนรักน่ะ มันทรมานแค่ไหนผมรู้ดี...คุณตายไปแล้ว คุณโชคดีที่ลืมผมได้แล้ว ผมยังรักคุณอยู่มาก...มากเท่าที่ผมเกลียดตัวเอง” เตชิตกัดปากตัวเองจนเลือดซึม ขณะที่ณัฐวรามองเขาอย่างเห็นใจ

จังหวะนั้น ชัชเดินเข้ามา “อ่ะอีนี่หมดประโยชน์แล้วสินะ มันแสบเนอะว่าไหม รุมกระทืบซะดีไหม”

ขาดคำชัชถูกเตชิตอัดไม่ยั้งระบายแค้นจนสลบ เหมือด แล้วหันมองณัฐวราด้วยสายตาทั้งรักทั้งชัง

“คนเดียวที่จะทำให้เธอเจ็บควรจะเป็นฉัน”พูดจบเตชิตเดินจากไป ณัฐวรามองตามอยากกอดเขาใจแทบขาด อยู่ๆเลือดกำเดาไหลทะลัก เธอปาดทิ้งมันยิ่งไหล จนต้องเอาเสื้อเช็ดโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

ooooooo

ที่เซฟเฮาส์ของตำรวจ ชยธรชี้ให้ทุกคนดูจุดแดงๆที่กะพริบอยู่บนจอมือถือ แจ้งว่านั่นคือพิกัดที่นิรมนอยู่ตอนนี้ นัธมนมองเขาอย่างเห็นใจจับมือเขาบีบ เขาพยักหน้าเป็นทำนองยังไหวอยู่

“ซึ่งนิรมนอาสาเป็นตัวล่อเข้าไปอยู่ในมือของพวกมัน”

“สถานการณ์ตอนนี้ที่เราพอจะรู้ก็คือณัฐวรากำลังตกอยู่ในอันตราย” นำบุญเสริม

“จากหลักฐานที่โรงแรมซึ่งตามไปเจอเตชิต ณัฐวราหายไปตั้งแต่ตอนนั้น คงไม่มีที่ไหนนอกจากถูกพวกพิพัฒน์จับไป เตรียมตัวให้พร้อม เราต้องกำจัดพิพัฒน์ ถล่มพวกมันให้ราบคาบก่อนที่มันจะได้เข้าไปกำกับดูแลกองกำลังป้องกันประเทศของรัฐบาลชุดนี้”

ดุจดาวบ่นอุบเมื่อไหร่พวกเราถึงจะพร้อม นำบุญย้ำพร้อมหรือไม่พร้อมพวกเราก็ต้องลุย จะรอให้ถึงวันที่หุ่นยนต์ของพิพัฒน์ได้เข้าไปอยู่ในกองทัพไม่ได้ ซึ่งมันจะเป็นกองทัพที่ภักดีต่อพิพัฒน์โดยสมบูรณ์ ดังนั้นพร้อมหรือไม่เราก็ถอยไม่ได้แล้ว จังหวะนั้นกานดากลับจากออกไปข้างนอก นำบุญมองอย่างเป็นห่วงแต่เธอกลับทำเมินไม่เห็นเดินผ่านเขาไปเหมือนเป็นอากาศธาตุ สิตางค์ถามเขานี่ยังไม่เคลียร์กันอีกหรือ

นำบุญยกมือเป็นทำนองไม่ให้พูดอะไรอีก แล้วชวนทุกคนวางแผนการกันต่อไป...

กานดาหลบไปนั่งในห้องน้ำ หยิบซองเอกสารจากกระเป๋าถือขึ้นมาดู ข้างในเป็นฟิล์มอัลตราซาวนด์เห็นรูปเด็กในครรภ์ชัดเจน เธอยิ้มทั้งน้ำตา...

แม้จะดึกแล้ว แต่พิพัฒน์ยังเดินตามแผนเดิมเรียกเตชิตกับฉัตรรัศมีมาพบที่ห้องทดลอง ทำเป็นขอโทษทั้งคู่ที่เรียกมาพบดึกๆดื่นๆ เธอมองเตชิตแล้วยิ้มโปรยเสน่ห์ให้

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวให้พี่เขาไปส่งหนูด้วยก็แล้วกัน”

เตชิตมองสบตาพิพัฒน์ซึ่งยิ้มๆตอบ ฉัตรรัศมีเอะใจ มีอะไรที่เธอยังไม่อัปเดตหรือเปล่า พิพัฒน์บอกให้ไปคุยกับเตชิตเองก็แล้วกัน ฉัตรรัศมียังไม่ทันอ้าปากถามเตชิตชิงพูดกับพิพัฒน์เสียก่อน ยังไม่ได้บอกเลยว่าตามตัวเราสองคนมาที่นี่มีเรื่องอะไร พิพัฒน์หันไปเรียกกฤตนัยที่นั่งหมดอาลัยตายอยากในชีวิตอยู่ที่มุมห้อง เขาเดินมาที่ผ้าคลุมผืนใหญ่สองผืนซึ่งปกปิดร่างใครบางคนเอาไว้อย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก

“ผลงานต้นแบบรุ่นล่าสุดที่ทางองค์กรได้นำเสนอต่อกองทัพและกำลังจะผ่านการพิจารณา ได้รับการผลิตให้เป็นส่วนหนึ่งในกองกำลังป้องกันประเทศนี่เป็นผลงานที่อัปยศที่สุดในชีวิตผม” อธิบายจบกฤตนัยดึงผ้าคลุมออก ร่างแรกเป็นปอมที่ยืนนิ่งหน้าซีดราวกับผี แต่ตาลืมโพลง เตชิตถึงกับอึ้งจำได้ว่าปอมตายไปแล้ว

“นี่เป็นต้นแบบที่พัฒนาถอดแบบมา อีกตัวน่าสนใจกว่า” ว่าแล้วพิพัฒน์หันมองกฤตนัย

“หัวใจคุณทำด้วยอะไร” ต่อว่าจบกฤตนัยจำใจดึงผ้าคลุมอีกร่างหนึ่งออก ทั้งเตชิตและฉัตรรัศมีต่างตกใจเมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของธรณ์เทพยืนลืมตาโพลงอยู่

“ไม่ต้องห่วงนะถ้าสองตัวนี้ไม่เวิร์กเดี๋ยวเราเปลี่ยนหน้ากากได้จะเอาให้ดูน่าเกรงขามกว่านี้ก็ได้”

เตชิตขอร้องพิพัฒน์ปล่อยให้ธรณ์เทพตายอย่างสงบ เขากลับบอกว่าธรณ์เทพตายไปแล้วอย่าคิดมากนี่เป็นแค่บางส่วนของร่างเท่านั้น ข้างในไม่เหลืออะไรแล้ว ฉัตรรัศมีต้องการเอาหน้าจึงบอกว่าไม่ติดใจอะไร

“เห็นไหม นี่ดูสิขนาดเขาพ่อลูกกันแท้ๆ” พิพัฒน์หัวเราะชอบใจ เตชิตมองหน้าพ่อพูดอะไรไม่ออก ฉัตรรัศมีเดาออกทันทีว่าเตชิตรู้แล้วว่าไม่ใช่ลูกของธรณ์เทพ พิพัฒน์ยังสนุกไม่เลิกมองฉัตรรัศมียิ้มๆ

“ที่สำคัญเธอยังไม่รู้สินะว่าเตชิตเป็นลูกใคร”

ooooooo

ณัฐวราตกใจมากเมื่อเห็นการ์ดสาวของฉัตรรัศมีกับฤกษ์เอาตัวนิรมนมาขังในห้องเดียวกับตัวเอง พยายามจะเข้าไปหาน้องแต่ติดตรงที่ถูกโซ่ล่ามไว้ขยับไม่ได้ การ์ดสาวยัดนิรมนเข้าห้องขังเรียบร้อยสั่งฤกษ์ให้เฝ้าไว้ดีๆ แล้วเดินจากไป เขาไม่พอใจที่เธอมาออกคำสั่งก็เลยไม่อยู่เฝ้าปล่อยสองพี่น้องไว้ตามลำพัง

ณัฐวราเป็นห่วงน้องถามว่าพวกมันทำอะไรหรือเปล่า เธอไม่เป็นอะไรปลอดภัยดี ตอนนี้ชยธรกับพวกกำลังจะมาทลายรังของพวกมัน ณัฐวราแปลกใจชยธรรู้ได้อย่างไรว่าตนอยู่ที่ไหน นิรมนชูนาฬิกาข้อมือให้ดู ที่เขารู้เพราะนาฬิกาเรือนนี้มีเครื่องติดตามตัว ณัฐวราถึงบางอ้อที่แท้น้องตั้งใจให้พวกมันจับตัวมา

“หนูโทร.มาที่นี่บอกว่าอยากเจอพ่อ บอกว่าหนูอยู่ที่ไหนพวกมันปฏิเสธเรื่องพ่อ แต่ก็ส่งคนไปจับหนูมา”

“เด็กโง่เอ๊ย”

“ไม่ทำแบบนี้ หนูจะเจอพี่ไหม” นิรมนตาแดงๆ จะร้องไห้โผกอดพี่สาวแน่น ณัฐวราเห็นกิ๊บติดผมน้องค่อยๆดึงออกมาโดยที่เธอไม่รู้ตัว...

การ์ดสาวเห็นฤกษ์เดินเล่นอยู่กับฟ่างไม่อยู่เฝ้านักโทษ ถามว่าเอาเครื่องประดับของนักโทษคนใหม่ออกหรือเปล่า เขาไม่วายยียวนไม่มีเงินใช้หรือถึงอยากได้เครื่องประดับของคนอื่น การ์ดสาวส่ายหน้าระอาใจ แล้วเดินกลับไปตามทางที่จะไปห้องขังนักโทษ ฤกษ์ตะโกนไล่หลัง

“โอย นิดๆหน่อยๆก็จะเอาเนอะ ไปเป็นโจรกระจอกไป๊”...

อีกมุมหนึ่งที่ลานจอดรถ พิพัฒน์เดินมาส่งเตชิตกับฉัตรรัศมี พลางปลอบเขาว่าอย่าคิดมาก ธรณ์เทพไม่ใช่พ่อของเขาสักหน่อย แล้วให้ดูฉัตรรัศมีเป็นตัวอย่าง เป็นลูกแท้ๆยังไม่สนอะไรเลย

“แต่ถึงอย่างไรเขาก็ดีกับผม เขาตายเขายังทำประกันชีวิต ยังทำพินัยกรรมทิ้งไว้ให้”

“คนอย่างมันเนี่ยนะ พ่อนี่พ่อเป็นคนจัดแจงปลอมพินัยกรรมย้อนหลัง พ่ออยากให้ลูกมาอยู่ข้างๆตัวพ่อ แล้วหุ้นในบริษัททั้งหลายแหล่นั่น เจสันมันก็เป็นคนสร้างเรื่องให้ลูกรู้สึกผิดที่ธรณ์เทพตาย”

“ผมควรจะดีใจใช่ไหม” เตชิตว่าประชด

“คิดมากน่า  ไปกลับไปพักผ่อนซะ ความยิ่งใหญ่กำลังรอเราสองพ่อลูกอยู่”

เตชิตไม่รู้จะคิดหรือทำอย่างไรดี ตัดสินใจเดินหนีไปขึ้นรถตัวเอง พิพัฒน์มองตามก่อนจะหันไปชมฉัตรรัศมีว่าตั้งรับกับเรื่องที่ตนเป็นพ่อของเตชิตได้ดีกว่าเจ้าตัวมากนัก

“โดยทางเทคนิคแล้วก็แปลว่า คุณนอนทั้งกับฉันแล้วก็กับแม่ฉัน”

“ไม่ต้องห่วง เธอเด็ดกว่าเยอะ...ไป ฉันยกเตชิตให้ ส่วนที่เหลือเธอไปจัดการเอาเองนะ จะกินที่ไหนหรือจะห่อกลับไปกินบ้านก็แล้วแต่” พิพัฒน์พูดราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่พ่อลูกแบ่งผู้หญิงกัน...

ทางด้านเตชิตยังสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น พยายามไม่คิดฟุ้งซ่านแต่ก็ทำไม่ได้ ยิ่งได้รู้ว่าพิพัฒน์เป็นคนวางแผนทั้งหมดเพื่อดึงเขามาอยู่ข้างกายก็ยิ่งอัดอั้นจนต้องร้องตะโกนออกมา

ooooooo

ณัฐวราใช้กิ๊บติดผมไขกุญแจที่ล็อกตัวเองเกือบสำเร็จอยู่แล้ว แต่การ์ดสาวย้อนกลับมาเสียก่อน ยืนเกาะกรงขังสั่งให้นิรมนถอดนาฬิกาส่งให้ เธอไม่ยอมทำตามอ้างเป็นของที่แม่ให้มา ระหว่างนั้นณัฐวรายังคงพยายามไขกุญแจด้วยกิ๊บติดผม การ์ดสาวยืนกรานให้นิรมนส่งนาฬิกามาให้ เธอยังคงไม่ยอมทำตามเช่นเดิม

“น้องหนู ถอดนาฬิกามาอย่าให้พี่ต้องเข้าไปเอา”

“อยากได้ก็เข้ามาเอาเองสิ” ณัฐวราท้าทาย การ์ดสาวไขกุญแจห้องขังเข้าไปหานิรมนโดยไม่รู้ว่าณัฐวราปลดล็อกตัวเองได้แล้ว จึงโดนหมัดของเธอเต็มหน้าหงายเงิบ สองสาวเปิดฉากบู๊ใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งการ์ดสาวพลาดท่าถูกณัฐวราล็อกคอไว้ได้ เริ่มหายใจติดขัดใกล้ขาดอากาศหายใจ...

ฝ่ายชยธรกลับถึงบ้านยังไม่ทันเข้าข้างใน มีรถเลี้ยวตามเข้ามาเสียก่อน ทีแรกเจ้าของบ้านไม่รู้ว่า

เป็นใครเพราะแสงจากไฟหน้ารถแยงตา จึงชักปืนขึ้นมากระชับในมือพร้อมกับตะโกนถามว่าใคร ไม่มีเสียงตอบ แล้วไฟหน้ารถก็ดับลง เครื่องยนต์ดับคนขับรถลงจากรถ พอสายตาปรับแสงได้เขาจึงเห็นว่าเป็นเตชิตนั่นเอง

“มอบตัวซะดีๆไม่อย่างนั้นยิง”

เตชิตหยิบปืนออกมาโยนไปข้างๆ บอกกับชยธรว่าไม่ได้มาที่นี่เพื่อมอบตัว แต่ถ้าคิดจะจับตัวกันคงต้องใช้วิธีรุนแรงมากกว่าคำพูด ชยธรยินดีจัดให้ โยนปืนทิ้งแล้วเข้าไปชกต่อยกับเขา ทั้งคู่ผลัดกันรับผลัดกันรุก เตชิตเพลี่ยงพล้ำถูกชยธรขึ้นคร่อมต่อยซ้ายต่อยขวาไม่ยั้ง

“ทำไมๆๆ ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้”

“แกคิดว่าฉันอยากเป็นอย่างนั้นเหรอ” เตชิต


พลิกตัวหลุดจากถูกขึ้นคร่อม ผลักชยธรกระแทกรถ ทั้งคู่ชกต่อยกันอุตลุดจนเรี่ยวแรงแทบไม่เหลือ ปากแตกเลือดไหลได้แผลไปตามๆกัน ชยธรไม่เข้าใจทำไมเตชิตต้องฆ่าตำรวจด้วย ทำไมต้องฆ่าลูกน้องของตน เขาปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่า ไม่แม้จะคิดทำร้ายใคร

“ไม่จริง...ไม่จริง แล้วทำไมแกถึงไม่ปฏิเสธ”

“ฉันเกลียดตัวเอง”

ชยธรไม่เชื่อหาว่าเตชิตโกหก เขาขอร้องให้ฟังกันก่อน เขาอยากให้ชยธรช่วยทีเขาไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ แล้วคว้าปืนขึ้นมา ชยธรท้าให้ยิงได้เลย

“ยกโทษให้ฉันด้วยชยธร ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้” พูดจบเตชิตหันปากกระบอกปืนเข้าหาตัวเอง เหนี่ยวไกจะยิง ชยธรปัดได้ทันกระสุนลั่นเปรี้ยงจนแก้วหูสะเทือน มองอีกฝ่ายอย่างคาดไม่ถึงว่าจะทำแบบนี้...

ศพของการ์ดสาวถูกณัฐวราเอาไปซ่อนไว้อย่างมิดชิด โดยมีนิรมนมองอยู่ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถามว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เธอว่าต้องซ่อนศพนี้ไว้ให้ดีแล้วทำเป็นถูกขังอย่างเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“หา! ทำไม...เราไม่หนีกันไปตอนนี้เลย”

ณัฐวราจะหนีไปโดยไม่มีพ่อไปด้วยไม่ได้ รอให้พวกมันเอาท่านมาขังรวมกับเราก่อนแล้วค่อยหาทางหนีไปด้วยกัน นิรมนไม่มีทางเลือกจำต้องทำตามที่พี่สาวว่า

ooooooo

สองหนุ่มเลิกตีกัน ต่างเอาน้ำแข็งห่อผ้ามาประคบตามจุดที่บอบช้ำ ชยธรไม่เข้าใจทำไมเตชิตถึงพูดว่าตัวเองเป็นคนชั่ว เขาแค่อยากลงโทษตัวเองและนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพยายามฆ่าตัวตาย

“ไม่มีใครยกโทษให้เราได้หรอก ถ้าเรายังไม่รู้จักยกโทษให้ตัวเอง ยังไงสารวัตรก็คง...”

“ผมไม่ใช่ตำรวจแล้ว”

“ยังไงคุณก็ต้องไปแก้คดีในชั้นศาล ผมคงปล่อยคุณไปไม่ได้”

“ผมมอบตัวไม่ได้”

ชยธรเตือนว่ามีคลิปตอนที่เตชิตปล่อยให้ชายหล่นลงมาจากดาดฟ้าแชร์กันสนั่นเมือง เขาแก้ตัวว่า

เขาโดนกระสุนยางยิงโดยใครไม่รู้แล้วถลกแขนเสื้อให้ดู เห็นรอยช้ำเป็นจ้ำๆชัดเจน ชยธรอยากเชื่อคำพูดของเขาแต่ตอนนี้เขามีเพียงคำแก้ต่างของตัวเอง เตชิตยอมให้ชยธรจับไม่ได้จริงๆ

“แล้วคุณมาหาผมทำไมวะ” ชยธรเริ่มหงุดหงิด เตชิตแค่อยากคุยกับใครสักคน ชยธรไม่เข้าใจทำไมต้องเป็นตนทำไมไม่ไปหากัญญาวีร์คนรักของเขา เตชิตเล่าให้ฟังว่าเธอพยายามฆ่าเขา ชยธรไม่เชื่อไม่มีทางที่เธอจะคิดฆ่าเขาเพราะเธอรักเขามาก เตชิตหัวเราะหยัน

เธอคนนั้นปล่อยให้เขาจมน้ำตายในอ่างน้ำ  ชยธรก็เห็น

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้นแต่เธอไม่ได้ปล่อยให้คุณจมน้ำตายแน่ๆ เธอเสียใจมากด้วย”

“คุณไม่ได้อยู่ตรงนั้น คุณไม่รู้หรอก” เตชิตยังแค้นใจไม่หาย ชยธรเดินไปหยิบมือถือที่เก็บมาจากที่เกิดเหตุส่งให้ บอกให้ดูคลิปล่าสุด เขารับมามองอย่างงงๆ


“ดูแล้วบอกผมว่าผู้หญิงคนนั้นเกลียดคุณ แล้วอยากให้คุณตาย ตั้งใจให้คุณตาย”

เตชิตเปิดคลิปซึ่งเป็นภาพเอียงกระเท่เร่ขึ้นมาดู เป็นตอนที่เขาจมน้ำหยุดหายใจไปแล้ว ณัฐวราพยายามรั้งชีวิตเขาไว้ ทุกอิริยาบถและทุกคำพูดบ่งบอกชัดเจนว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา เป็นห่วงเขามากแค่ไหน เตชิตถึงกับน้ำตาซึมเสียใจที่เข้าใจเธอผิด บ่นกับชยธรนี่ตัวเองทำอะไรลงไป

“หลายสิ่งที่ผมไม่รู้ว่าคุณทำลงไปได้อย่างไร คุณฆ่าพี่สาวของดุจดาว คุณ...โยนน้องชายของสิตางค์ลงมาจากดาดฟ้า คุณทำร้ายเจ้าพนักงาน คุณ...ผมจะปล่อยคุณไปได้ยังไงวะ”

“ผมไม่ได้ฆ่าพี่สาวของผู้หญิงคนนั้น เธอโดนแทงมาแล้ว ผมพยายามช่วยชีวิตเธอ”

“แต่เท่าที่ผมฟังดุจดาวเล่า เธอบอกว่าคุณเป็นคนทำ”

“ผมเกลียดตัวเอง ผมขอเวลาเคลียร์ตัวเองก่อนที่จะมอบตัวให้คุณดำเนินคดี”

ชยธรเห็นใจเตชิต แต่จะให้ปล่อยตัวไปคงทำไม่ได้เพราะนั่นเท่ากับตนละเลยหน้าที่ เตชิตขอร้องให้ปล่อยเขาไป ยังมีอะไรบางอย่างที่เขาต้องไปทำ ชยธรนิ่งไปอึดใจ

“ผมปล่อยคุณไปไม่ได้ นอกเสียจากว่าผมจะเข้าไปในครัวเพื่อหาเชือกมามัดคุณ แต่ระหว่างนั้นคุณหนีไป ซึ่งถ้าผมเจอคุณอีก คุณรู้ใช่ไหมว่าเราก็ยังคงยืนอยู่

คนละฟากกัน”

“ขอบคุณมาก”

“ขอบคุณอะไร...อยู่ตรงนี้นะอย่าหนีไปไหน ผมจะไปหาเชือกมามัดคุณ” ชยธรว่าแล้วเดินหายเข้าไปในครัวทำเป็นรื้อค้นไปทั่วเพื่อหาเชือก กระทั่งได้ยินเสียงรถของเตชิตแล่นจากไป ก็พึมพำคนเดียว “คุณต้องยกโทษให้ตัวเองให้ได้นะ สารวัตรเตชิต”

ooooooo

ระหว่างขับรถอยู่บนถนน เตชิตปรับกระจกส่องหลังให้เห็นหน้าตัวเอง รู้สึกดีขึ้นที่มองตัวเองได้เต็มตาอีกครั้ง แล้วนึกถึงคลิปที่ชยธรเอาให้ดู รับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่ณัฐวรามีให้ถึงกับยิ้มออกมา

“คุณ...ต้องยกโทษให้ผมนะกัญญาวีร์ เพราะผมยกโทษให้ตัวเองได้แล้ว ผมไม่ผิดอะไรเลย  ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมอาจจะโง่ แต่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด”...

คนที่เตชิตนึกถึงนอนกระสับกระส่ายกำลังฝันถึงบางอย่างอยู่ พลันเลือดกำเดาไหลทะลักออกมาอีก เธอสำลักเลือดตัวเองจนตกใจตื่น รีบเช็ดเลือดหันไปดูนิรมนเห็นหลับไม่รู้เรื่องก็ถอนใจโล่งอกไม่อยากให้น้องเป็นห่วง อยู่ๆเธอเกิดปวดหัวขึ้นมาอย่างหนักกัดฟัน

ไม่ให้ส่งเสียงร้อง คราวนี้ไม่ใช่แค่เลือดกำเดาออก ที่หูก็มีเลือดไหลอีกด้วย เธอเอียงหูข้างนั้นให้เลือดหยดให้หมดแล้วเอาเสื้อตัวเองเช็ดจนหมดคราบ...


ในเวลาต่อมา เตชิตขับรถมาจอดหน้าประตูรั้วขององค์กร ONE มีเครื่องกั้นขวางอยู่ไม่ให้รถเข้าออกได้สะดวก เขาบีบแตรให้ รปภ.เปิดเครื่องกั้นให้ รปภ.เดินเข้ามาส่องไฟฉายใส่หน้าเหมือนพยายามดูให้ชัดๆว่าคนในรถเป็นใคร เขาไม่ทันดูว่าใครเฝ้าประตูกดกระจกลงมาเพื่อจะต่อว่าว่าทำไมไม่เปิดเครื่องกั้น ยังไม่ทัน

อ้าปากก็ถูกเครื่องช็อตไฟฟ้าจี้คอหมดสติ คนจี้ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นชัชนั่นเอง

“ใหญ่นักเหรอ ฮึ...เก่งนักใช่ไหม” ชัชเหลียวมองรอบๆไม่เห็นใคร รีบขับรถของเตชิตออกไปจากตรงนั้น

ooooooo

ณัฐวราได้ยินเสียงคนหัวเราะใกล้ห้องขัง

เข้ามาเรื่อยๆ แสร้งหลับ ฤกษ์ตะโกนปลุกให้ตื่นได้แล้ว พร้อมกับลากกระบองไฟฟ้ากับลูกกรงเสียงดัง

น่ารำคาญ นิรมนสะดุ้งตื่นรีบหันไปปลุกพี่สาว แต่เธอนอนนิ่งไม่ขยับ เหลือบเห็นเลือดหยดก็ตกใจกลัวพี่ตาย

“พี่กัญ...พี่กัญไม่เอาอย่างนี้พี่กัญ” นิรมนเขย่าตัวพี่สาวไปพลางร้องไห้ไปด้วย ณัฐวรายังแกล้งนอนนิ่ง

นิรมนใจเสียหันไปขอร้องฤกษ์ช่วยพี่สาวของเธอด้วย เขาไม่สนใจเปิดประตูห้องขังเข้ามาลากตัวนิรมนให้ไปด้วยกัน เธอไม่ยอมไปจะอยู่ช่วยพี่ก่อน ฤกษ์กระชากลากถูเธอจะให้ออกไปกับตัวเองให้ได้

ทันใดนั้นณัฐวราลุกพรวดขึ้น ถีบเขาจุกตัวงอ

นิรมนจะวิ่งไปหาพี่สาวแต่ถูกฤกษ์เอากระบองไฟฟ้าจี้ร่วงลงไปกองกับพื้น ณัฐวราจะเข้ามาหาน้อง แต่เดินเซ

ไม่ตรงทาง ฤกษ์สบโอกาสเหมาะฟาดกระบองไฟฟ้าใส่ถึงกับทรุด นิรมนพยายามเข้าไปช่วยก็ถูกเขาเอากระบองไฟฟ้าจี้อีกครั้ง ณัฐวรากัดฟันเข้าต่อสู้กับเขา

เนื่องจากสภาพไม่สมบูรณ์ทำให้ณัฐวราสู้ฤกษ์ไม่ได้ ถูกตบบ้องหูเข่าทรุด เขามองมือตัวเองเห็นเลือดเปรอะก็ยิ้มสะใจ เธอพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ทรงตัวไม่ได้ล้มโครม...

ทางฝ่ายชัชพาเตชิตที่หมดสติมายังป่ารกชัฏ ขุดหลุมลึกเตรียมจะฝังเขาทั้งเป็น ครั้นหันไปเห็นเขาค่อยๆ

รู้สึกตัวลืมตาขึ้นก็ยิ้มสะใจ

“ซ่ามากนักนะ ซ่านักใช่ไหม...คนโปรด อ๋อ...เป็นคนโปรดนาย ก็อยากรู้นักเขาจะหาแกเจอไหม”

“กัญญาวีร์” เตชิตพยายามเรียกชื่อเธอหวังให้ตัวเองมีสติ...

ฤกษ์เห็นณัฐวราพลาดท่าเอากระบองไฟฟ้าจี้ซ้ำ แล้วกระชากผมจนหน้าหงาย บอกให้ดูหน้าน้องสาวไว้เป็นครั้งสุดท้าย เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายเล่นงานเขากลับ ฤกษ์เสียทีถูกเธอฆ่าตายคามือ ฟ่างตามมาสมทบเห็นพี่ชายตายต่อหน้าก็สติแตก

“ทำไมเขาต้องตาย” ไม่พูดเปล่าฟ่างเดินเข้าหา ณัฐวรายังไม่ทันตั้งหลักเพราะเมื่อครู่เสียพลังไปกับการจัดการฤกษ์ก็ถูกฟ่างจู่โจม เธอได้แต่ปัดป้องคาดไม่ถึงว่าเขาจะเก่งขนาดนี้ บอกให้นิรมนหลบไปก่อน ขณะที่ตัวเธอถอยไปตั้งหลัก ยกการ์ดขึ้นเตรียมสู้ ฟ่างตั้งการ์ดตามเธอไม่มีผิดเพี้ยน เธอเปลี่ยนท่าใหม่ เขาก็เปลี่ยนตาม สองคนเปิดฉากต่อสู้กัน ณัฐวราเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด...


ชัชขุดหลุมเสร็จหันมองอีกทีเตชิตหายไปแล้ว รีบกวาดตามองหา เห็นคลานกระดึบๆอยู่ ที่หนีได้ช้าเพราะเขาถูกมัดมือมัดเท้า ลิ่วล้อของพิพัฒน์วางจอบไว้ปากหลุม เดินไปดักหน้า ยิงปืนใส่พื้นฝุ่นขู่ไม่ให้หนี เขารีบกลิ้งกลับไปทางหลุมที่ขุดไว้ ชัชหัวเราะชอบใจไล่เตะเขาเพื่อให้กลิ้งเร็วขึ้น กระทั่งถึงปากหลุม เล็งปืนหวังยิงหัวให้กระจุย แต่กระสุนดันหมด สมุนชั่วต้องเดินไปหยิบจากรถมาบรรจุลงในรังเพลิงเดินกลับมาที่หลุมอีกครั้ง

“หน้าแกฉันยังไม่อยากจะมองเลยเตชิตเอ๊ย”

เตชิตเห็นชัชยืนคร่อมจอบที่วางหงายอยู่ รวบรวมกำลังใช้สองเท้ากระทืบจอบจนด้ามของมันดีดเข้าจุดสำคัญกลางหว่างขา ชัชจุกแทบอ้วกเดินโซเซตกลงไปในหลุม จอบร่วงตามลงไปปักคอตายอนาถ เตชิตเป็นห่วงณัฐวรา พยายามรวบรวมกำลังอีกครั้งเพื่อกลับไปช่วย...

แม้จะสู้เรี่ยวแรงฟ่างไม่ได้ แต่ณัฐวราฉลาดกว่าใช้ไหวพริบจัดการเขาจนได้ นิรมนเข้าไปประคองพี่สาวที่สะบักสะบอมเต็มที ถามว่าเป็นอะไรมากไหม เธอส่ายหน้า

“พี่ยังตายไม่ได้ พี่ต้องเจอเตชิตก่อน”

ooooooo

นำบุญ วรมัน นัธมนกับชยธรและทีมกุหลาบเกราะเพชรช่วยกันขนอาวุธสารพัดชนิดขึ้นรถเตรียมบุกรังของพิพัฒน์ ขณะที่ต่างคนต่างตรวจเช็กอาวุธของตัวเอง วรมันคอยชำเลืองมองนัธมนบ่อยครั้ง พอเธอหันมอง เขาทำเนียนก้มหน้าเช็กอาวุธในมือ มีเลือดหยดจากจมูกเขา นำบุญยกลังกระสุนผ่านมาเห็นพอดี

“เมื่อคืน...”

“ใช่ ผมฝัน” พูดจบวรมันเหลือบมองนัธมน นำบุญโวยวายด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรกันนักกันหนา ไม่อยากมีชีวิตอยู่หรืออย่างไร นี่คิดอะไรอยู่ วรมันยกคำพูดของเขาที่ว่าความฝันห้ามกันไม่ได้มาอ้าง

“ชิปในสมองแกรั่ว ความจำถ่ายเทสมองเก่ากับของใหม่กำลังไม่รับซึ่งกันและกัน แกรู้ไหมแกจะเป็นยังไง”

“ผมไม่เสียใจนะ”

“เอาไว้ให้ถึงตอนที่แกปวดหัวจนแทบระเบิดแต่มันก็ไม่ระเบิด เอาไว้ให้เลือดมันออกหู ร้องไห้น้ำตาออกมาเป็นสายเลือดก่อนเถอะ แล้วแกจะเสียใจ ฉันประเมินความเป็นคนต่ำไปไม่มีอะไรห้ามความรู้สึกมนุษย์ได้จริงๆ” นำบุญมองวรมันที่เอาแต่เหล่นัธมนอย่างเห็นใจ

ด้านชยธรมองดุจดาวกับสิตางค์อยากจะเข้าไปพูดคุยด้วย แต่ไม่มีโอกาส จังหวะนั้นกานดาในชุดกุหลาบเกราะเพชรเดินเข้ามา ขอไปลุยกับพวกคนร้ายด้วย นำบุญไล่ให้ไปถอดชุด นี่ไม่ใช่ของเด็กเล่น

“หลานฉัน พี่ฉันอยู่ในอันตราย ถ้าพวกเขาเป็นอะไรไปฉันก็ไม่เหลือใคร”


“รู้จักเป็นห่วงคนอื่นเหมือนกันเหรอ เด็กในท้องตัวเองยังเอาออกได้” นำบุญแดกดัน กานดานิ่งเฉยไม่ตอบโต้ สิตางค์กับดุจดาวคันปากยิบๆอยากเล่าความจริงแต่กานดาส่งสายตาเป็นเชิงห้ามไว้ นำบุญไล่ตะเพิดกานดาจะไปไหนก็ไปแต่ต้องไม่ใช่ไปลุยกับคนร้าย

“คุณจะมาห่วงอะไรฉันอีก ลูกคุณก็ไม่ได้อยู่ในท้องฉันแล้วด้วย ฉันไปได้ ฉันจะไป” กานดายืนกราน

นำบุญถึงกับสะอึก ทุกคนเงียบกริบไม่มีใครกล้าพูดอะไร ก้มหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป...

สมุนหัวแถวของพิพัฒน์ตายไปสามคนทำให้ณัฐวราอยู่รอพ่อที่ห้องขังต่อไปไม่ได้ พานิรมนหนีมาตามทางเดิน แต่ต้องรีบซ่อนตัวเมื่อได้ยินเสียงฉัตรรัศมีถามสมุนว่ามีใครเห็นการ์ดสาวของตนไหม ทุกคน

ส่ายหน้า ฉัตรรัศมีสั่งให้หาตัวการ์ดสาวให้เจอ ต้องมีอะไร

เกิดขึ้นแน่ๆ เธอไม่เคยเหลวไหลแบบนี้

ณัฐวราเห็นท่าไม่ดี ดึงมือน้องหลบไปอีกทาง บอกน้องว่าเรายังออกไปตอนนี้ไม่ได้ ร่างกายตนไม่พร้อม นิรมนมองพี่อย่างพิจารณาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ไม่เป็นอะไร พี่ต้องไม่เป็นอะไร พี่กำลังกลับมาแล้วนิรมน” ณัฐวราฝืนยิ้มให้ ก่อนทั้งคู่จะพากันก้มหลบเมื่อเห็นพวกสมุนกำลังเดินตรงมาทางที่ตัวเองซ่อนตัว...

อีกด้านหนึ่งในห้องทดลอง กฤตนัยมองปอมกับธรณ์เทพด้วยสีหน้าหม่นหมอง บ่นกับตัวเองนี่เขาสร้างอะไรขึ้นมา นี่ตัวเองกำลังทำบ้าอะไรอยู่

“แก...ไอ้ธรณ์เทพ ฉันรู้ว่าแกยังมีความรู้สึกอยู่ในชิปที่ฝังอยู่ในหัวแก คงคิดไม่ถึงสินะว่าวันหนึ่งแกจะต้องมาเป็นสินค้าที่แกขายเอง” กฤตนัยบ่นอยู่คนเดียวธรณ์เทพไม่รู้สึกรู้สมอะไรด้วย พิพัฒน์เดินเข้ามาในห้อง

“วันนี้แล้วสินะที่อาวุธของเราจะได้ไปแสดงแสนยานุภาพให้กองทัพเห็น ประเทศเราจะได้ปลอดภัยจากการก่อการร้ายสักที”

“แกไม่สามารถหยุดความรุนแรงได้ด้วยความรุนแรงกว่าหรอกนะ”

พิพัฒน์บอกให้กฤตนัยเก็บคำคมๆไว้โพสต์ในเฟซบุ๊ก แล้วสั่งเดินเครื่องให้ดูหน่อย ลองปอมดูก่อน เพราะตัวนี้เป็นหุ่นยนต์เต็มตัว เขาอธิบายว่าหุ่นตัวนี้

ไม่มีความเป็นมนุษย์เหลืออยู่เลย สั่งให้ฆ่าพ่อฆ่าแม่

มันก็ทำตามโดยไม่คิด ส่วนธรณ์เทพเป็นรุ่นกึ่งชีวกล ยังเหลือซากความเป็นมนุษย์อยู่ในหัว

“อ๋อ...ชิปมหัศจรรย์ผลผลิตของนำบุญ อ่ะ ซ้อมให้ดูหน่อยสิ”

กฤตนัยต่อรองขอเจอลูกก่อน พิพัฒน์เตือน

ไม่ให้ทำแบบนี้ ผู้ใหญ่ระดับรัฐมนตรีรอดูผลงานของเขาอยู่ กฤตนัยไม่สนใจ ยืนกรานต้องเจอตัวณัฐวราก่อน เพื่อยืนยันว่าลูกยังอยู่ดีไม่โดนทำร้าย

ooooooo

ที่ชั้นใต้ดิน ฉัตรรัศมีเดินมาตามทางจะไปห้องขังณัฐวรา ต้องตกใจที่เห็นศพฤกษ์กับฟ่างนอนตายอยู่ รีบวิทยุแจ้งสมุนว่านักโทษหลบหนี สั่งให้ปิดล้อมทางเข้าออกอย่าให้มันหนีออกไปได้ สั่งการเสร็จจะเดินกลับต้องชะงักเมื่อเห็นขาของการ์ดสาวโผล่ออกมา เธอแค้นใจมากจนต้องกรีดร้องออกมา


“ทำไมแกมันไม่รู้จักตายสักทีนังกัญญาวีร์ ยังไงฉันก็จะเอาเตชิตมาจากแกให้ได้คอยดู”...

เสียงไซเรนเตือนภัยดังสนั่นไปทั่วอาคารขององค์กร ONE เหล่าสมุนวิ่งกันให้วุ่นวายไปหมด เตชิตขับรถมาจอดที่หน้าทางเข้า สั่งให้ รปภ.เปิดเครื่องกั้น เขาทำอย่างนั้นไม่ได้ตอนนี้ขีดความปลอดภัยขึ้นถึงระดับ 10 ห้ามคนเข้าออกเด็ดขาด เตชิตตวาดลั่นไม่รู้หรือว่าตนเป็นใคร รปภ.ยืนยันว่านี่เป็นกฎเหล็กของท่านพิพัฒน์ใครก็ห้ามฝ่าฝืน เตชิตทำอะไรไม่ได้จำต้องถอยรถออกไป...

เสียงสัญญาณเตือนภัยทำให้พิพัฒน์อารมณ์บูดขึ้นมาทันที แทนที่จะเป็นวันดีๆของตัวเองกลับต้องเสียอารมณ์ เร่งให้กฤตนัยทำให้ธรณ์เทพฟื้น เขาส่ายหน้าในเมื่อเขาทำให้ปอมพร้อมใช้งานแล้ว พิพัฒน์ต้องให้เขาได้เจอลูกก่อน พิพัฒน์ไม่พอใจที่เขาบังอาจมาต่อรองตะคอกใส่ให้รีบปลุกธรณ์เทพขึ้นมา

“ผมบอกแล้วไงว่าไม่” กฤตนัยตะคอกกลับ  ปอมเห็นเจ้านายถูกคุกคามโดดถีบยอดอกกฤตนัยลงไปกอง

“เฮ้ยๆๆ พอก่อนยังไม่ใช่เวลา ให้เกียรติคนที่สร้างหน่อย” พิพัฒน์ขวางปอมไว้

กฤตนัยค่อยยันตัวลุกขึ้น ยังคงยืนยันคำเดิมจะไม่ทำอะไรให้อีกจนกว่าจะได้เจอลูก พิพัฒน์ต้องการให้กฤตนัยเกลียดชังธรณ์เทพจึงเป่าหูว่ามันเป็นคนทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายกับครอบครัวของกฤตนัย มันต้องการเครื่องในเมียของเขาไปเปลี่ยนให้เมียมันจึงส่งคนไปฆ่าเมียของเขา เพราะฉะนั้นเราควรทำให้มันลุกขึ้นมารับใช้เรา อย่าปล่อยให้มันตายอย่างสงบ กฤตนัยปรี่เข้าไปจ้องหน้าธรณ์เทพด้วยความชิงชัง

“ไม่เกิดประโยชน์อะไรหรอก มันไม่รับรู้อะไรแล้ว”

“มันต้องรู้” กฤตนัยหันมาเกรี้ยวกราดใส่พิพัฒน์ ปอมปรี่เข้าไปจะจัดการเขาอีก พิพัฒน์แตะบ่าห้ามไว้ ยิ้มพอใจที่หุ่นตัวนี้พร้อมปกป้องตนเอง กฤตนัยยังแค้นไม่หาย เห็นด้วยที่จะปล่อยให้ธรณ์เทพตายอย่างสงบไม่ได้ จังหวะนั้นฉัตรรัศมีแจ้งมาทางวิทยุสื่อสารว่าณัฐวราหลบหนีออกจากห้องขัง พิพัฒน์บ่นอุบทำงานกันอย่างไรให้นักโทษหนีไปได้ กฤตนัยดีใจมากเมื่อได้รับฟังข่าวดีนี้

“ด็อกเตอร์แกอยู่ในนี้แหละ อย่าคิดว่าจะหนีไปได้” สั่งเสร็จพิพัฒน์เดินหน้าเครียดออกจากห้องทดลองไปกับปอม โดยไม่ลืมล็อกประตูตามหลังทิ้งให้กฤตนัยอยู่กับธรณ์เทพตามลำพัง

“เพราะแก เพราะแกคนเดียว ครอบครัวฉันต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะแก” กฤตนัยเดินไปหยิบสว่านไฟฟ้ากลับมาจัดการกับร่างของธรณ์เทพ

ooooooo

เตชิตไม่ยอมแพ้แอบปีนกำแพงเข้ามาในองค์กร ONE แต่ต้องโดดหลบหลังพุ่มไม้เมื่อเห็นเหล่าสมุนอาวุธครบมือเดินลาดตระเวนผ่านมา รอจนแน่ใจว่าพวกมันไปแล้วเขาจึงค่อยๆยื่นหน้าออกมาดู ต้องหลบวูบอีกครั้งเมื่อเห็นปอม 2 เดินมาพร้อมสมุนจากอีกด้านหนึ่ง

“มันตายไปแล้วนี่ ทำสำเร็จกันแล้วนี่” เตชิตว่าพลางถอนใจหนักใจ...

ฝ่ายณัฐวรากับนิรมนยังคงอยู่ในตัวอาคารหาทางไปช่วยพ่อที่ถูกกักตัวไว้...

พิพัฒน์เห็นฉัตรรัศมีจ้ำพรวดๆเข้ามาหาถามว่าทางกระทรวงว่าอย่างไรบ้าง เธอรายงานว่าท่านรัฐมนตรีแจ้งว่าหากหุ่นยนต์ต้นแบบลอตแรกนี่ไม่มีปัญหาอะไร สัมปทานทั้งหมดก็จะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล พิพัฒน์ยิ้มพอใจ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ให้ถือว่าความวุ่นวายครั้งนี้เป็นการทดสอบความพร้อมของหุ่นก่อนส่งถึงมือลูกค้าก็แล้วกัน ระหว่างนั้นฉัตรรัศมีเห็นปอม 3 เดินผ่านหน้า หันมองพิพัฒน์สีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม

“ลอตนี้มีกี่ตัวกันน่ะ เมื่อกี้นี้เห็นเดินอยู่ข้างล่างตัวหนึ่ง”

“ฉันไม่ได้บอกด็อกเตอร์หรอกว่าสั่งให้ทีมก๊อบปี้ทุกอย่างที่มันลงมือไป รุ่นแรกนี่ห้าตัว”

“เรามีหุ่นยนต์นักฆ่าอยู่ในมือห้าตัว!”

พิพัฒน์หันไปสั่งปอมที่ยืนนิ่งราวกับสุนัขรอฟังคำสั่งเจ้านาย หานักโทษหลบหนีให้เจอแล้วจัดการให้สิ้นซาก ปอมรีบไปทำตามคำสั่ง พิพัฒน์มองตามพอใจ

“ถ้าไอ้ด็อกเตอร์มันรู้ว่าเราจะก๊อบปี้ไฟล์ทุกอย่างที่มันทำ มันคงไม่ยอมสร้างต้นแบบนี่ออกมาให้แน่ๆ”...

ทางด้านกฤตนัยเอาชิปออกจากหัวธรณ์เทพไปใส่เครื่องแจมกับคอมพิวเตอร์ หวังจะสร้างความเจ็บปวดให้คนที่ออกคำสั่งตายให้เมียของเขา ปรากฏภาพกราฟิกของธรณ์เทพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ มันค่อยๆลืมตาขึ้นมองอย่างงุนงงก่อนจะโวยใส่กฤตนัยว่าทำอะไรกับตน

“แกกำลังจะตาย อันที่จริงแกตายไปแล้ว แต่สติแกกำลังจะตายตามแกไปในไม่ช้า” พูดจบกฤตนัยหลบจากหน้าจอให้ธรณ์เทพในคอมฯเห็นร่างตัวเองที่นอนจมกองเลือดอยู่บนเตียงผ่าตัด มันตกตะลึงร้องลั่น

“แก...แกทำอะไรกับฉัน ช่วยฉันๆ”

“แกค้าขายอวัยวะคนมาเท่าไหร่ น่าสมเพช ศพแกแท้ๆยังแทบไม่มีเครื่องในเหลือ”

“ศพ?...ศพอะไรของแก ฉันยังไม่ตาย อ๊าก...ช่วยฉันด้วย”

กฤตนัยถามธรณ์เทพในจอคอมฯว่ารู้สึกอย่างไรบ้างที่ตอนนี้เป็นเหมือนลิงที่โดนตักสมองกิน แต่ยังมองเห็นคนที่ตักสมองตัวเองกินอยู่ ธรณ์เทพขอร้องเขาอย่าทำแบบนี้กับตน

“จำภาพนี้ไว้นะ นี่แหละร่างของแก ร่างชั่วๆ ที่ไม่มีแม้แต่พระจะมาสวดศพให้”

ธรณ์เทพร้องลั่นอย่างขวัญเสีย...

อีกมุมหนึ่งในห้องคอนโทรล เตชิตลอบเข้ามาดูกล้องวงจรปิดภายในตัวอาคารเพื่อตามหาณัฐวรา แต่ไม่เห็นแม้เงาของเธอ เห็นแต่ความพร้อมของหน่วยลาดตระเวน เขาลองเข้าไปดูในห้องทดลองเห็นภาพกราฟิกของธรณ์เทพอยู่ในจอคอมฯโดยมีกฤตนัยกำลังพูดบางอย่างด้วย

เขาเร่งเสียงให้ดังขึ้นแต่ได้ยินไม่ค่อยถนัด...

กฤตนัยยังคงคุยกับธรณ์เทพที่อยู่ในจอคอมฯ “ด้วยชิปที่อยู่ในหัวแกที่ฉันถอดออกมา อยากหลับตาไม่อยากเห็นภาพแต่ก็ทำไม่ได้ใช่ไหม...ใช่ ฉันต้องการให้แกเห็นภาพตัวเอง คนอย่างแกไม่ควรตายอย่างสงบ” เขาเอากล้องเข้าไปส่องใกล้ๆร่างของธรณ์เทพที่อยู่บนเตียง “แกมันก็แค่ซากปลาเละๆตัวหนึ่งเท่านั้น ปลาท้องแตกในตลาดยังมีอวัยวะภายในมากกว่าแกเลย เสียดายนะแกมีเวลาเจ็บปวดอยู่ได้ไม่นาน”

“เกิดอะไรขึ้น...เกิดอะไรขึ้น”

“หมดเวลาของชิปที่ถูกถอดออกแล้ว ลาก่อนธรณ์เทพ”

ธรณ์เทพในจอคอมฯทุรนทุรายอยู่อึดใจ จอภาพก็ดับวูบ...

เตชิตเลิกสนใจกล้องวงจรปิดที่จับภาพกฤตนัยในห้องทดลองเมื่อเห็นณัฐวรากับนิรมนโผล่ออกมาจากที่ซ่อนแอบมองปอมที่เดินลาดตระเวนอยู่

“กัญญาวีร์” ว่าแล้วเตชิตรีบตามไปที่นั่น

ooooooo

ณัฐวราในสภาพบอบช้ำอย่างหนักพานิรมนหลบเหล่าสมุนมาตามทางเดิน ทันใดนั้นเลือดกำเดาไหลทะลักออกมา เธอพยายามเช็ดก็เช็ดไม่หมดสักที

นิรมนใจเสียร้องไห้เป็นห่วงพี่สาว ทั้งที่แรงเดินแทบไม่มีเธอยังอุตส่าห์บอกน้องว่ายังไหวอยู่ กัดฟันเดินได้ไม่กี่ก้าวก็เซจะล้ม เตชิตพุ่งมารับตัวไว้ทัน ช่วยเช็ดเลือดให้

“เตชิต คุณ...กลับมาแล้ว” ณัฐวรามองแววตาที่กลับมาเป็นเตชิตคนเดิมด้วยความตื้นตัน

“ใช่ เค้าเอง...ตัวเองไม่เป็นไรนะ”

“เค้าโอเค...เค้า...โอเค” ณัฐวรายิ้มให้ทั้งที่ใกล้หมดแรงเต็มที เตชิตซับเลือดที่ไหลออกจากปากกับจมูกเธอให้อีก เธอเริ่มเห็นภาพเขาไม่ชัด ภาพสั่นๆคล้ายภาพจากทีวีที่จอล้มสัญญาณไม่ชัด...

พิพัฒน์กลับมาที่ห้องทดลองต้องตกใจที่เห็นซากของธรณ์เทพอยู่บนเตียง หันไปโวยใส่กฤตนัยนั่งจ้องจอ คอมพิวเตอร์ว่าเป็นบ้าไปแล้วหรือที่ทำแบบนี้ เขาสวนทันทีว่าเพิ่งหายบ้าต่างหาก พิพัฒน์สั่งให้เขาทำหุ่นแบบนี้มาให้อีก ตนนัดผู้หลักผู้ใหญ่ไว้จะให้ดูต้นแบบ เขาส่ายหน้าไม่ยอมทำตามสั่ง พิพัฒน์ยกลูกสาวของเขาขึ้นมาขู่แต่เขาไม่กลัวเพราะรู้ว่าพิพัฒน์หาเธอไม่เจอถึงได้ดิ้นพล่านแบบนี้

“กัญญาวีร์จะต้องจัดการพวกแกราบคาบ”

“อยากตายนักเหรอ” ไม่ขู่เปล่าพิพัฒน์ชักปืนขึ้นมาเล็งใส่ กฤตนัยไม่กลัวอีกแล้วรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่กล้ายิงเพราะต้องการความรู้ความสามารถของตนเอง พิพัฒน์ส่ายหน้าไม่ได้ต้องการตัวเขาแต่ต้องการสมอง

“แกไม่ได้สิทธิ์นั้นหรอก” พูดจบกฤตนัยเอาสว่านไฟฟ้าเจาะกะโหลกตัวเองทะลุ เส้นเลือดในตาแตกทำให้ตากลายเป็นสีแดงก่ำ ก่อนจะร่วงตกจากเก้าอี้ พิพัฒน์แค้นใจมากที่เขาทำลายสมองตัวเองกระหน่ำยิงระบายแค้น ตะโกนสั่งสมุนตามล่าตัวณัฐวราให้ได้ ฆ่าทิ้งอย่าให้เหลือซาก...

กองกำลังฝ่ายธรรมะยกมาทั้งทางน้ำและทางบก ชยธรซึ่งเป็นผู้นำกองกำลังทางน้ำตีฝ่าสมุนของพิพัฒน์แตกกระเจิงขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ชยธรร้องบอกทุกคนแข่งกับเสียงปืนให้ระวังตัวด้วย นัธมนบอกให้เขาเข้าไปช่วย นิรมนก่อนไม่ต้องห่วงทางนี้ ชยธรพยักหน้า ยิงฝ่าพวกสมุนเข้าไปในตัวอาคาร

นำบุญผู้นำกองกำลังทางบกที่มีกานดา ดุจดาว สิตางค์และวรมัน ขับรถบุกตะลุยเหล่าสมุนเข้ามาถึงหน้าตัวอาคารองค์กร ONE กานดาจะลงไปลุยกับพวกมัน นำบุญดึงตัวไว้ผลักไปอยู่ข้างหลัง

“อยู่ข้างหลังฉัน ดื้อมาก” นำบุญเอ็ดเสร็จยิงเปิดทางแล้วลงจากรถ กานดามองตามเขารู้สึกดี ครั้นเห็นว่าทางสะดวกเขาโบกมือให้กานดาตามมา ปอมเดินฝ่าห่ากระสุนเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน นำบุญยิงใส่ปอมเข้าจุดสำคัญ มันแค่ร่างสะบัดแต่ยังคงเดินเข้าหา เขารู้ ทันทีว่านี่คือเหล่านักฆ่าของพิพัฒน์ที่เพิ่งผลิตออกมา

วรมันอาสาจัดการปอมเอง ให้ทุกคนเข้าไปข้างในได้เลย นัธมนบอกให้เขาระวังตัวด้วย เขายิ้มให้เธอ ก่อนจะลุกขึ้นสาดกระสุนใส่ปอม นำบุญสะพายกระเป๋าใบใหญ่วิ่งนำกานดากับทีมกุหลาบเกราะเพชรเข้าไปในตัวอาคาร นัธมนหันมองวรมันที่กำลังต่อสู้กับปอมด้วยมือเปล่าหลังจากกระสุนหมดอย่างห่วงใย แต่หน้าที่ต้องมาก่อนหัวใจ รีบวิ่งตามพวกนำบุญไป

ooooooo

ณัฐวราซึ่งตอนนี้จำทุกอย่างที่เป็นกัญญาวีร์ได้ถูกเตชิตประคองให้เดินมาตามทาง เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วง จึงบอกเขาให้พานิรมนหนีไป เขายืนกรานจะไม่ยอมเสียเธอไปอีก แล้วประคองใบหน้าเธอให้หันมองตัวเอง

“เราจะไม่แยกจากกันอีกแล้วนะ กัญญาวีร์”

“เราเจอกันช้า”

“เค้าถึงต้องทดเวลาบาดเจ็บไง เราจะอยู่ด้วยกันนะ”

นิรมนเห็นท่าทีของทั้งคู่ก็เดาออกว่าพี่กัญญาวีร์ของตัวเองกลับมาแล้วโผกอดไว้แน่น เธอไม่วายพูดติดตลกว่าเธอเพิ่งมาถึงเมื่อไม่นานมานี้เอง เตชิตบ่นว่าคิดถึงเธอมาก ณัฐวราดีใจนี่แสดงว่าเขาไม่โกรธเธอแล้ว

“เค้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เค้าเห็นคลิปในโทรศัพท์ที่ตัวเองอัดเอาไว้ในห้องน้ำตอนที่เค้าดำน้ำอึดๆแล้ว”

หญิงสาวถึงกับขำก๊ากกับมุกตลกของเขา ขอโทษเขาด้วยสำหรับเรื่องนั้น เตชิตดึงเธอมากอด ความรักความรู้สึกดีๆกลับมาอีกครั้ง ณัฐวราซบหน้ากับบ่าเขาเลือดกำเดาไหลออกมาอีก รีบปาดทิ้งไม่อยากให้ใครเห็น นิรมนที่ยืนอยู่ด้านหลังพี่สาวเห็นปอมเดินฝ่ากลุ่มควันเข้ามาร้องเตือนทั้งคู่ เตชิตอาสาจะจัดการมันเอง ณัฐวราดึงเขาไว้รู้ดีว่าต่อให้สองรุมหนึ่งก็สู้ปอมไม่ได้

“เชื่อเถอะ ถอยก่อน ถอย...หนีเร็ว”

ณัฐวรารีบดึงเตชิตกับนิรมนหนีโดยมีปอมเดินตาม...

ฉัตรรัศมีเดินผ่านหน้าห้องทดลองที่ประตูเปิดค้างไว้ มองเข้าไปเห็นร่างกฤตนัยกองอยู่กับพื้นในมือยังกำสว่านไฟฟ้าเปื้อนเลือด เธอมองไล่ขึ้นไปเห็นร่างของธรณ์เทพแหลกเละอยู่บนเตียงผ่าตัดถึงกับอึ้ง เดินเข้าไปดูซากที่เหลือของพ่อ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรทั้งรักทั้งชิงชังปนเปกันไปหมด ถึงท่านจะเลวอย่างไรก็ไม่ควรตายในสภาพนี้ กวาดตามองไปรอบๆห้องเห็นกล่องใส่เข็มฉีดยาไดมอนด์บีมวางอยู่เดินไปหยิบมาหนึ่งหลอด...

ขณะนำบุญกับพวกกำลังยิงต่อสู้กับพวกสมุนที่รายล้อมอยู่ ฉัตรรัศมีตามมาสมทบ สั่งสมุนฆ่าพวกมันให้หมดอย่าให้หนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว หนึ่งในสมุนรายงานว่าพวกมันขนอาวุธหนักมามากมาย เธอไม่พอใจสั่งให้วิทยุไปบอกพวกเราให้ขนอาวุธมาสู้กับพวกมัน สมุนอ้าปากจะทักท้วง เธอรำคาญยิงเขาทิ้งทันที สมุนที่เหลือไม่กล้าหือ ยิงต่อสู้กับนำบุญและพวกต่อไป

กานดากำลังยิงต่อสู้กับคนร้ายหันไปเห็นสมุนคนหนึ่งจะยิงนำบุญ จัดการเด็ดหัวมันทำให้เขารอดคมกระสุนมาได้ แม้จะรู้ว่าเธอช่วยชีวิตแต่นำบุญยังเคืองไม่หายที่เธอไปทำแท้งก็เลยเมินไม่สนใจ หันไปยิงต่อสู้ต่อไป ดุจดาวใช้ระเบิดขว้างใส่ศัตรูกระเด็นไปคนละทิศละทาง แล้วโยนตามไปอีกลูก เสียงระเบิดดังตูมสนั่นหวั่นไหว ทุกคนหนีตายกันอลหม่าน

“ฆ่ามันให้หมด ทุกคนมีค่าหัวละหนึ่งแสน ฆ่ามันเอาให้ตาย” ฉัตรรัศมีสั่งการ

ครั้นฝุ่นเริ่มจาง นำบุญหันมองอีกทีกานดาหายไป แล้ว พยายามตะโกนเรียกแข่งกับเสียงปืนแต่ไม่มีวี่แววของเธอ รีบวิ่งฝ่ากลุ่มควันตามหา อึดใจปอม 2 โผล่เข้ามาท่ามกลางควันฟุ้งมองหาศัตรูด้วยดวงตาสีแดงแต่ไม่เห็นพวกนำบุญสักคน

ooooooo

อีกมุมหนึ่งของอาคาร ชยธรเห็นในจอมือถือบ่งบอกว่าเครื่องติดตามตัวนิรมนอยู่ไม่ไกลก็ดีใจมาก ยกมือถือส่ายไปมาเดินหาสัญญาณของเธอ แต่ดันเจอปอม 3 เสียก่อน เขาตกใจเล็งปืนใส่

“เฮ้ย มันมีกี่ตัวเนี่ย”

ปอม 3 เห็นเขาเช่นกันสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง ชยธรโดดหลบเข้าที่กำบังพร้อมกับยิงตอบโต้ กระสุนเข้าจุดสำคัญทุกนัดแต่หยุดมันไม่ได้ เขาจำต้องยิงไปถอยไป สมุนคนหนึ่งโผล่พรวดพราดมายืนขวางระหว่างปอม 3 กับเขา มันยิงกระหน่ำจนร่างสมุนพรุน ชยธรสบช่อง รีบวิ่งหนี...

ทางด้านพิพัฒน์กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องทำงานสีหน้าร้อนรน โดยมีปอม 4 ยืนอารักขาอยู่ข้างๆ

“บอกท่านรัฐมนตรี ฉันจัดการทางนี้เสร็จจะรีบไปโดยด่วน...เอาสิวะ เออ...ระยำ” พิพัฒน์กระแทกมือถือกับโต๊ะจนแตกคามือ หันมองปอม 4

“ทำไมพวกแกไม่เสร็จก่อนหน้านี้สักวันสองวันนะ ไม่งั้นทุกอย่างก็ปิดดีลเรียบร้อยไปแล้ว”

พิพัฒน์เห็นปอม 4 ยืนนิ่งไม่รู้สึกรู้สมก็หงุดหงิด “ดีจริงๆ ข้างตัวฉันมีแต่หุ่นยนต์ที่ไม่รับรู้ รับฟังความรู้สึกอะไรทั้งสิ้น บัดซบ...ระเบิดทิ้งซะเลยน่ะ”

เขาตะโกนใส่หน้าปอม 4 ซึ่งยืนนิ่งไม่รับรู้ใดๆ ยิ่งทำให้พิพัฒน์หงุดหงิด...

ฝ่ายนำบุญเดินปิดปากปิดจมูก อีกมือหนึ่งถือปืนฝ่ากลุ่มควันออกมาตามทางเดิน เจอพิพัฒน์เปิดประตูห้องทำงานออกมาพอดี ต่างฝ่ายต่างตะลึงคาดไม่ถึง

นำบุญตั้งสติได้ก่อนเหนี่ยวไกปืนดังแชะ กระสุนหมดปรี่เข้าหาพิพัฒน์ แต่ปอม 4 ที่เดินตามออกมาโดดถีบเขากระเด็น

“ฆ่ามัน จัดการมัน ระยำเอ๊ย...ไป” พิพัฒน์สั่งเสียงเข้ม ปอม 4 ปรี่เข้าใส่นำบุญตามคำสั่ง เขาไม่อยากปะทะด้วย เต้นฟุตเวิร์กหลบหลีก พอสบช่องพุ่งใส่พิพัฒน์ที่ไม่ทันตั้งตัวเอามีดจ่อคอหอยสั่งให้บอกปอม 4 ว่าอย่าเข้ามา พิพัฒน์ไม่ได้เกรงกลัว ขู่กลับว่าเขาหนีไม่รอดแน่

“ฉันไม่รอดแต่แกตายก่อนฉันแน่ สิ่งสุดท้ายที่แกจะได้เห็นก็คือเลือดของแกกระเซ็นใส่หน้าสินค้าราคาแพงของพวกแก”

นำบุญพูดพลางลากคอพิพัฒน์ถอยหนีให้ห่างจากปอม 4

“ของเรานำบุญ ของเรา”

“ไม่ใช่...บอกให้มันหยุด”

นำบุญกดมีดที่จี้คอพิพัฒน์หนักมือขึ้นจนร้องลั่นยอมสั่งปอม 4 ให้หยุดก่อน นำบุญบอกให้เขาพาหนีไปจากที่นี่และสั่งให้สมุนของเขาหยุดยิง พิพัฒน์ท้วงจะสั่งได้อย่างไร หรือจะให้ตะโกน นำบุญคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะให้ทำอย่างไร ได้แต่ลากคอพิพัฒน์หายเข้าไปในกลุ่มควัน พิพัฒน์ตะโกนลั่น

“ช่วยด้วยไอ้หุ่นโง่ ช่วยด้วย”

ปอม 4 เอียงคอมอง ก่อนย่างสามขุมตาม...

วรมันยังคงต่อสู้กับปอม 2 อย่างดุเดือดที่ด้านหน้าตัวอาคาร สุดท้ายมันต้านทานความแข็งแกร่งของวรมันไม่ไหวถูกหักคอเลือดทะลักออกจากปากเป็นสีดำตายสนิท เขาเองก็บาดเจ็บเช่นกัน เลือดสีแดงทะลักออกทั้งทางปากและจมูก ตาเริ่มพร่า เดินโซเซไปยังทางเข้าตัวอาคารจะตามไปช่วยนัธมนโดยไม่ห่วงตัวเอง

ooooooo

ปอม 3 ไล่ตามชยธรที่หนีเข้าไปซ่อนตัวในห้องเก็บเอกสาร ใช้เครื่องสแกนในตัวสแกนหาไปรอบๆเจอเขาซ่อนอยู่แถวตู้เอกสาร ชยธรเห็นปอม 3 ย่างสามขุมเข้าหาครุ่นคิดหนักหาทางเอาตัวรอด มองขึ้นไปเห็นเครื่องดักจับควัน เห็นหัวสปริงเกอร์สำหรับพ่นน้ำดับไฟอยู่บนเพดานรีบปีนขึ้นไปจุดไฟเเช็กจ่อที่เครื่องดักจับควัน

หุ่นยนต์นักฆ่าพุ่งมาถีบเก้าอี้ที่ชยธรยืนอยู่กระเด็นทั้งคนทั้งเก้าอี้ไปคนละทิศละทาง เปลวไฟทำให้สปริงเกอร์ทำงานพ่นน้ำเป็นฝอยออกมา ชยธรตั้งหลักได้เข้าต่อยตีปอม 3 ที่เงยหน้ามองน้ำที่ตกใส่ตัวเอง

สองคนต่อสู้กัน ปอม 3 ชกได้ไม่กี่หมัดก็เกิดกระตุก ไฟฟ้าช็อต ชยธรหันไปเห็นถังดับเพลิงคว้ามาฟาดหัวมันไม่ยั้งจนสิ้นฤทธิ์ นิรมนโผล่มาจากไหนไม่รู้ เห็นเขายืนอยู่ก็ดีใจมาก สองคนโผกอดกันท่ามกลางน้ำที่ตกลงมา

“พี่...ขอโทษ พี่ขอโทษที่ให้มนต้องเสี่ยงขนาดนี้ พี่ขอโทษ พี่กลัว พี่นึกว่าจะไม่ได้เจอหน้ามนอีกแล้ว...”

“ชู่ว์ๆ มนเต็มใจค่ะ มนเต็มใจ มนอยากช่วย”

ชยธรนึกถึงเตชิตกับณัฐวราขึ้นมาได้ยังไม่ทันอ้าปากถาม สองคนนั้นเดินเข้ามาเสียก่อน เตชิตกับ ชยธรมองหน้ากันนิ่งงัน ณัฐวรากับนิรมนมองสองหนุ่มไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ นิรมนกลัวจะมีเรื่องรีบบอกชยธรว่าเตชิตมาช่วยตนกับพี่สาวไว้ เขาไม่สนใจฟังเดินเข้าไปหาเตชิตพร้อมกับยื่นมือให้จับ

“ขอบคุณมากที่ร่วมมือกับทางตำรวจ”

“อย่าเพิ่งแน่ใจอะไรนัก”

ณัฐวราเห็นปอมเดินเข้ามาร้องเตือนทุกคนให้หนี เตชิตบอกกับชยธรว่าเดี๋ยวค่อยว่ากัน แล้วประคองณัฐวราหนี ชยธรคว้ามือนิรมนวิ่งตาม ปอมมองร่างปอม 3 ที่สิ้นฤทธิ์อยู่กับพื้น ไม่ยอมเข้าไปโดนน้ำที่กระจายเป็นละอองอยู่เต็มห้อง สักพักน้ำหยุดไหล มันถึงได้ไล่ตามสี่คนนั้นไป...

ทางฝ่ายนัธมน สิตางค์กับดุจดาวและกานดาถูกพวกสมุนตรึงอยู่ด้านในตัวอาคาร ฉัตรรัศมีกับปอม 5 และเหล่าสมุนระดมยิงใส่จนอีกฝ่ายแทบโงหัวไม่ขึ้น นัธมนเห็นท่าไม่ดีขืนอยู่แบบนี้มีหวังถูกพวกมันฆ่าตายแน่ ดุจดาวดูกระสุนในกระเป๋าเป้ซึ่งร่อยหรอเต็มทีถามว่าจะเอาอย่างไร สิตางค์เห็นทางออกสั่งให้ตามมา ก่อนลุกขึ้นจะวิ่งไปยังประตู แต่ต้องโดดหลบแทบไม่ทันเมื่อโดนยิงดักไว้ ฉัตรรัศมีตะโกนลั่น

“พวกแกตายอยู่ที่นี่แหละ”

ว่าแล้วฉัตรรัศมีหันไปสั่งปอม 5 เข้าไปประชิดตัวพวกนั้น มันลุกพรวดขึ้นทันที สิตางค์เห็นเข้าก็บ่นอุบนี่มันไม่รู้จักตายหรืออย่างไร กานดาหยิบฟิล์มอัลตราซาวนด์ขึ้นมาดู

“ใครเห็นนำบุญบ้าง”

ไม่มีใครตอบทุกคนพะวงอยู่กับปอม 5 ที่ย่างสามขุมเข้ามา สิตางค์ยิงจนกระสุนหมด มันยังคงเดินต่อไปไม่สะทกสะท้าน ดุจดาวเองก็กระสุนหมดเช่นกัน บ่นเสียดายที่ต้องมาตายโดยยังไม่ได้แก้แค้นให้พี่สาว

“มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ ต้องไม่ใช่” นัธมน

ว่าแล้วเช็กกระสุนในรังเพลิงเหลืออยู่ไม่กี่นัด

กานดาเห็นปอม 5 เดินฝ่าซากปรักหักพังเข้ามาใกล้ทุกทีก็ร้องเตือนว่ามันมาแล้ว พูดไม่ทันขาดคำ ปอม 5 ถูกจรวดยิงใส่ร่างกระเด็น พวกสาวๆหันมองที่มาของจรวดเห็นวรมันยืนจังก้าพร้อมกับเป้ใส่อาวุธใบใหญ่ต่างดีใจมาก

ooooooo

วรมันระดมยิงใส่ฉัตรรัศมีกับพวกตีฝ่า


วงล้อมเข้าไปถึงพวกสาวๆสำเร็จ ฉัตรรัศมีขบกรามแน่นแค้นมาก หยิบบางอย่างจากกระเป๋าออกมา นัธมนดีใจกว่าใครเพื่อนเข้าไปจับเนื้อจับตัววรมันด้วยความเป็นห่วง

“เป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

ความห่วงใยที่นัธมนมีให้ทำให้วรมันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก สิตางค์ กานดาและดุจดาวต่างคว้าอาวุธจากในเป้ที่วรมันเอามาให้แล้วยิงต่อสู้กับ

พวกคนร้ายต่อ วรมันกับนัธมนยังจ้องตากันซึ้ง

ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

“บาดเจ็บ...ผมชอบคำนี้นะยังดีกว่าพัง เจ๊งต้องซ่อมแซม”

“เครื่องจักรเสียสละเพื่อคนอื่นไม่เป็นหรอก”

ทันใดนั้นมีเสียงฉัตรรัศมีตะโกนเรียกวรมันแข่งกับเสียงปืน เขาชะโงกหน้าไปมอง เธอชูรีโมต

กดระเบิดในลูกตาเขาขึ้นมาอวด แกล้งถามว่าจำได้หรือเปล่า วรมันชี้บอกพวกสาวๆว่าเป็นรีโมตกดระเบิดในดวงตาของเขา ฉัตรรัศมีกดปุ่มทันที นัธมนโผกอดวรมันไว้อย่างไม่กลัวตาย เขาตกใจคาดไม่ถึงว่าเธอจะรักเขาขนาดนี้ พวกสาวๆหลับตาปี๋ ทุกอย่างกลับเงียบไม่มีการระเบิดใดๆทั้งสิ้น ฉัตรรัศมีกดปุ่มย้ำๆอีก เหมือนเดิมไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“มันเปลี่ยนความถี่...มันเปลี่ยนความถี่”

ฉัตรรัศมีโวยวาย

วรมันมองนัธมนซาบซึ้งใจ เธอมองตอบเขายิ้มดีใจที่ยังไม่ตาย กานดาชมเปาะว่านำบุญเก่งมากที่เปลี่ยนความถี่ของรีโมตสำเร็จ ฉัตรรัศมีไม่ยอมแพ้ปรับตัวเลขบนรีโมตเพื่อหาความถี่อันใหม่ สิตางค์ร้องเตือนให้รีบหนีก่อนที่นังนั่นจะสแกนหาความถี่เจอ ดุจดาวมองวรมัน

“ไม่โกรธกันนะ แต่ฉันไม่อยากนั่งข้างๆระเบิดเคลื่อนที่หรอก”

“เข้าใจ...นัธมนอยู่ห่างๆผมไว้นะ”

นัธมนไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น วรมันมองเธออย่างตื้นตันใจ แล้วลุกขึ้นยิงปืนพร้อมกันสองมือ

เปิดทางให้ทุกคนออกจากวงล้อม ฉัตรรัศมีโดดหลบเข้าที่กำบัง โดยยังคงสแกนหาความถี่ไปเรื่อยๆ ปอม 5 ถูกกระสุนอย่างจังกระเด็น ก่อนจะค่อยๆ

ยันตัวลุกขึ้นเห็นวรมันกับพวกวิ่งหนี รีบวิ่งตาม

“หาไม่เจองั้นก็ระเบิดให้หมดเลยแล้วกัน” บ่นไปมือฉัตรรัศมีปรับตัวเลขไปเรื่อย ในที่สุดรีโมตเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง เธอฉีกยิ้มดีใจ “ได้แล้ว พวกแกหนีไม่พ้นหรอก” ฉัตรรัศมีเก็บรีโมตใส่กระเป๋าแล้วไล่ตาม

วรมันจูงมือนัธมนวิ่งตรงไปตามทางที่มีแสงส่องเข้ามา กานดาตามไปติดๆ สิตางค์กับดุจดาวคอยระวังหลังให้ ครั้นสามคนข้างหน้าวิ่งพ้นสายตาไปแล้ว สิตางค์กับดุจดาวก็หยุดวิ่งหันมองหน้ากัน

“เอาแต่หนีได้ตายกันหมดแน่” ดุจดาวว่าแล้วมองสิตางค์จะเอาอย่างไร ปรากฏว่าเธอเห็นดีด้วย

“ถ่วงเวลามันไว้”

 “บางคนรอดดีกว่าจนมุมตายกันหมดไหม”


“ตามนั้น” สิตางค์หันกลับไปตามทางที่หนีมาเห็นปอม 5 โผล่มาก็สาดกระสุนใส่ ดุจดาวยิงใส่มันไม่ยั้งเช่นกันจนกระสุนหมด สองสาวจึงเปิดฉากต่อสู้กับปอม 5 ด้วยมือเปล่า

ooooooo

นำบุญลากพิพัฒน์ถูลู่ถูกังผ่านความยับเยินของตัวอาคาร พิพัฒน์โวยวายต่อว่าเขาว่าทำอะไรลงไป เห็นไหมว่าพังพินาศหมดแล้ว เขาสวนทันทีเหมือนที่มันเคยทำกับเขาไม่ผิดเพี้ยน

“แกไม่รอด สิ่งประดิษฐ์ที่แกเป็นคนเริ่ม

เอาไว้หรอก” พิพัฒน์ไม่วายขู่ นำบุญไม่สนใจลากตัวเขาโดยจ่อมีดที่คอถอยหลังไปเรื่อย ปอม 4 เลี้ยวมุมตึกเข้ามา พิพัฒน์เห็นนักฆ่าของตัวเองตามมาสะบัดหนีจากเงื้อมมือนำบุญสำเร็จ วิ่งกลับไปหาปอม 4 สั่งให้ฆ่านำบุญ

ปอม 4 ไม่รอให้สั่งซ้ำ วิ่งไล่นำบุญที่วิ่งหนีไม่คิดชีวิต พิพัฒน์ก้มเก็บปืนจากซากศพสมุนของตัวเอง แล้วไล่ตามเข้าไปในกลุ่มควันที่คละคลุ้งโดยไม่รู้ว่าใครไปทางไหนบ้าง...

วรมันพานัธมนกับกานดาวิ่งหนีออกจาก

ตัวอาคารมายังลานกว้างด้านนอก กานดาหันมองไปด้านหลังไม่เห็นใครตามมาสักคนก็เป็นห่วง วรมันบอกให้สองสาวรออยู่ตรงนี้ แล้วขยับจะกลับเข้าไป แต่สมุนดาหน้ากันออกมาเสียก่อน ระดมยิงใส่

ทั้งสามคนจนต้องวิ่งไปหลบ กานดาหยิบฟิล์มอัลตราซาวนด์ออกมาดู เป็นห่วงนำบุญอย่างบอกไม่ถูก นัธมนหันมาเห็นตัวเธอมีแต่เลือดสะกิดวรมันให้ดู

กานดาเห็นสายตาของทั้งคู่ที่มองมาก็ก้มมองตามเห็นตัวเองถูกยิงเลือดไหล ขอร้องวรมันช่วย

นำบุญที นัธมนเห็นฟิล์มในมือเธอก็พอจะเดาอะไรออก

“นำบุญ...ปล่อยฉัน ลูกมันจะไปช่วยพ่อมันปล่อย” กานดาพยายามดิ้นรนจะกลับเข้าข้างใน...

ปอม 5 ยังต่อสู้อยู่กับสิตางค์และดุจดาวอย่างดุเดือด ไล่ตั้งแต่ทางเดินเรื่อยเข้าไปในห้องน้ำ เตชิต ณัฐวรากับนิรมนและชยธรวิ่งหนีผ่านมาพอดี เห็นปอม 5 กำลังบีบคอสองสาวด้วยมือคนละข้างกดอยู่ที่พื้น ณัฐวราจะเข้าไปช่วย แต่เตชิตรั้งตัวไว้ขอให้ปล่อยเป็นหน้าที่เขาเอง จากนั้นวิ่งไปหยิบฝาโถชักโครกฟาดหัวปอม 5 จากด้านหลัง ฝาแตกกระจายคามือ แล้วถีบซ้ำจนมันเซถลาออกไปนอกห้องน้ำ

เตชิตจะตาม แต่สองสาวปิดประตูขังเอาไว้ เขาขอร้องให้ฟังกันก่อน สิตางค์และดุจดาวมีความแค้นฝังลึกกับเขาต้องการฆ่าไม่ต้องการฟังคำอธิบายต่างจู่โจมเขา ณัฐวรากับชยธรเข้าไปขวาง ขอร้องให้ฟังคำอธิบายก่อน เรื่องราวไม่ได้เป็นอย่างที่สองสาวคิด เตชิตไม่ได้ทำร้ายน้องชายของสิตางค์ และไม่ได้ฆ่าพี่สาวของดุจดาวเช่นกัน ดุจดาวโวยวายเอาอะไรมาพูดในเมื่อเห็นอยู่กับตา


ที่หน้าห้องน้ำ ปอม 5 ที่โดนฟาดหัวอย่างแรงสะบัดหัวไล่ความมึนจนเริ่มได้สติ ตาที่พร่าเมื่อครู่ชัดขึ้น

ณัฐวรายังคงแก้ต่างให้เตชิตว่าถูกใส่ร้าย

ไม่อย่างนั้นเขาจะมาช่วยทั้งคู่ทำไม สิตางค์กับดุจดาว

ไม่เชื่อ ณัฐวราขอร้องให้ฟังก่อน แต่ยังไม่ทันพูดอะไรเลือดกำเดาไหลออกมาอีก สิตางค์ตกใจเข้าไปเช็ดเลือดให้ถามว่าเป็นอะไร เธอไม่เป็นไร ขอร้องให้สองสาวฟังเธอพูดก่อน กุหลาบเกราะเพชรเหลือแค่พวกเราเท่านั้น

“เด่นเดือนตายไปคนหนึ่งแล้ว เรายังจะมาทะเลาะกันอีกงั้นเหรอ เธอคิดว่าเด่นเดือนจะอยากให้มันเป็นอย่างนี้งั้นเหรอ”

ณัฐวราเห็นสองสาวมองเตชิตสีหน้าชิงชัง

“มองฉัน บอกให้มองฉัน...ฉันไม่มีวันโกหกเธอสองคนอย่างเด็ดขาด เชื่อฉันสิ มองตาฉันแล้วบอกมาว่าฉันกำลังโกหกพวกเธออยู่”

ดุจดาวกับสิตางค์มองณัฐวราที่อาการทรุดหนัก ก่อนจะพยักหน้าเป็นทำนองเชื่อที่เธอพูด ณัฐวรา

ยิ้มดีใจ

“ไม่ต้องเชื่อฉัน แต่ขอให้เชื่อในความเป็นกุหลาบเกราะเพชร”

สามสาวต่างมองหน้ากันก่อนจะยื่นมือมาจับมือกันผนึกกำลังทีมกุหลาบเกราะเพชรอีกครั้ง

ooooooo

ชยธรยังไม่วางใจกับสถานการณ์ตอนนี้

บอกกับสาวๆว่ามีอะไรไปคุยกันที่อื่นดีกว่า แล้วคว้ามือนิรมนจะพาออกจากห้องน้ำ แต่ต้องชะงักเมื่อเปิดประตูเจอฉัตรรัศมียืนถือปืนขวางอยู่โดยมีปอม 5

ยืนประกบข้างๆ

“มาอยู่ที่นี่กันเองเหรอ นังตัวดี” ฉัตรรัศมีพูดพลางจ้องณัฐวราเขม็ง

“ใช่ คนที่แกฆ่าน้องชายเขาไงล่ะ คนที่แกสั่งยิงแขนเตชิตบนดาดฟ้าจนน้องเขาตกลงมาตาย”

“พวกโง่ ก็สมควรแล้ว คนอย่างเตชิตไม่มีปัญญาทำเรื่องง่ายๆแบบนั้นหรอก”

สิตางค์แค้นมากจ้องตาแทบถลน ฉัตรรัศมีซาดิสต์ชอบใจที่เธอแค้นตัวเอง จะได้ทนทุกข์ทรมานทุกคืนเหมือนที่ตนเป็น แล้วคุยโวว่าพี่สาวของดุจดาวก็ถูกคนของตนแทงไส้ไหล ดุจดาวโมโหจะเอาเรื่อง

“แค้นฉัน...ดี มันจะได้ทำให้พวกแกทุรนทุรายอยู่ในความร้อนรุ่มเหมือนฉัน”

เตชิตเห็นท่าไม่ดีจับมือณัฐวราให้ถอยห่าง

ฉัตรรัศมีเห็นพอดีก็ยิ่งน้อยใจตัดพ้อทำไมเขาถึงไม่รักเธอแบบนั้นบ้าง เขายอมรับว่ารักเธอแต่รักแบบพี่น้อง เธอสวนทันทีพี่น้องไม่นอนด้วยกันแบบเรา เตชิตเสียใจ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น ฉัตรรัศมียิ่งแค้น ถ้าเขาตั้งใจสักหน่อยเธอจะไม่ว่าเลย

“นี่มันเรื่องระหว่างเรา ปล่อยทุกคนไป” ณัฐวราต่อรอง

“เหรอ เรื่องระหว่างเรางั้นเหรอ...ได้” ฉัตรรัศมีหยิบเข็มยาไดมอนด์บีมขึ้นมา เตชิตรู้ว่านั่นคือยาอะไรพยายามห้ามปรามแต่เธอไม่ฟัง บอกกับณัฐวราว่ากฤตนัยตายแล้ว จากนั้นจัดแจงจะฉีดยาให้ตัวเอง ณัฐวราพุ่งชน


ร่างเธอที่ยืนขวางประตูกระเด็นออกไปข้างนอก เตชิตจะวิ่งตาม แต่ปอม 5 ไม่ยอมให้ไปปิดประตูห้องน้ำขังตัวเองกับทุกคนไว้ แล้วทุบลูกบิดประตูบุบบู้บี้ เตชิต

ได้แต่ตะโกนเรียกหญิงคนรักด้วยความเป็นห่วง...

ฉัตรรัศมีโดนณัฐวรากระแทกร่างเซมาล้มใส่พิพัฒน์ที่เดินโวยวายผ่านมา เห็นที่พุงเธอมีเข็มฉีดยา

ไดมอนด์บีมปักอยู่ สั่งการให้ฆ่าพวกมันให้หมด เจอใครฆ่าอย่าให้เหลือ ณัฐวราตามมาเจอพิพัฒน์กำลังประคองฉัตรรัศมีอยู่ พอเขาเห็นเธอเท่านั้นทิ้งคู่ขาลงพื้น

“พวกแกหยุดฉันไม่ได้หรอก” พูดจบพิพัฒน์วิ่งหนี

ณัฐวราจะวิ่งตามแต่ฉัตรรัศมีที่นอนคว่ำหน้าอยู่คว้าข้อเท้าไว้ เธอถอยกลับมาพลิกตัวฉัตรรัศมีให้หงายหน้าขึ้นมา ต้องตกใจเมื่อเห็นเข็มฉีดยาไดมอนด์บีม

ปักคาท้องถึงสามเข็ม ฉัตรรัศมีลืมตาขึ้นดวงตามีสีแดงก่ำ จู่โจมเธอที่ไม่ทันตั้งตัวทันที สองคนเปิดฉากต่อสู้กันอุตลุด

ooooooo

ภายในห้องน้ำ เตชิตเป็นห่วงณัฐวราแต่ออกไปไม่ได้ เพราะต้องช่วยสิตางค์กับดุจดาวและชยธรต่อสู้กับปอม 5 ขนาดสี่รุมหนึ่งยังล้มมันไม่ได้ ชยธร

หันมองไปรอบห้องน้ำหาตัวช่วย เจอสายยางม้วนอยู่ใต้อ่างล้างมือ เอาต่อกับก๊อกฉีดน้ำใส่ปอม 5 จนเปียกชุ่ม อึดใจมันกระตุกสองทีเครื่องรวนทำให้พวกเตชิตจัดการมันได้

เสียงการต่อสู้ระหว่างณัฐวรากับฉัตรรัศมีที่ด้านนอกยังดังต่อเนื่อง เตชิตพยายามเปิดประตูจะออกไปช่วย แต่เปิดไม่ออก รีบวิ่งไปเอาฝาชักโครกมาฟาดลูกบิดที่หักคาให้หลุด

“กัญญาวีร์...ตัวเองอย่าเป็นอะไรนะ กัญญาวีร์” เตชิตตะโกนโหวกเหวกด้วยความเป็นห่วง...

ณัฐวราที่เพิ่งถอยฉากออกจากการต่อสู้กับ

ฉัตรรัศมีได้ยินเสียงเตชิต หันไปตะโกนตอบ “เค้ารัก

ตัวเองนะ”

ฉัตรรัศมีที่เหมือนหมาบ้าไม่ยอมให้ณัฐวรา

พักหายใจจู่โจมใส่หวังให้ตายคามืออย่างที่พิพัฒน์สั่งไว้ ณัฐวราเริ่มอ่อนแรงถูกยัยหมาบ้าขย้ำคอกดลงกับพื้น เริ่มหายใจลำบาก ตาพร่าเลือนใกล้หมดสติ

จังหวะนั้นปอม 4 เดินเอียงคอเข้ามามองฉัตรรัศมีที่หัวหูยุ่งเหยิงจัดแจงกระโจนใส่ เธอปล่อยณัฐวรา

เป็นอิสระ หันไปต่อสู้กับปอม 4 อย่างเอาเป็นเอาตาย เตชิตพังประตูออกมาได้เห็นทั้งคู่ต่อสู้กันค่อยๆเดินนำทุกคนเลี่ยงออกไป ณัฐวราเห็นรีโมตกดระเบิดที่ฝังอยู่ในตาวรมันตกอยู่จึงเก็บไปด้วยแล้วเดินหลบๆไปพร้อมกับเตชิต ปอม 4 แรงเยอะกว่าจับฉัตรรัศมีฟาดกับผนังไม่ยั้งจนเลือดไหลนองหมดสติ หันไปเห็นพวกเตชิตหนี รีบไล่ตาม

ooooooo

ที่ด้านนอกตัวอาคาร วรมัน กานดาและนัธมนพยายามตีฝ่าพวกสมุนเพื่อกลับเข้าไปข้างใน แต่ทำไม่ได้เพราะกำลังน้อยกว่า ทันใดนั้น เตชิต ณัฐวรากับชยธร นิรมนกับสิตางค์และดุจดาวตะลุยออกมา กานดาเห็นหลานสาวทั้งสองคนปลอดภัยดีก็ช่วยยิงสกัด ณัฐวราเห็นอาตัวเองโดนยิงก็ตกใจรีบเข้าไปดู


“นำบุญล่ะ มีใครเห็นนำบุญบ้าง” กานดาชะเง้อมองด้วยความเป็นห่วง ยังไม่ทันมีใครตอบคำถาม นำบุญวิ่งฝ่ากระสุนออกมาเห็นปืนตกอยู่ข้างศพคว้าขึ้นมายิงใส่พวกสมุนแล้ววิ่งมารวมกลุ่มกับทุกคน เห็นกานดาบาดเจ็บและเห็นฟิล์มอัลตราซาวนด์ในมือเธอก็พอเดาอะไรออก

“ยังอยู่ ลูกของเรายังอยู่” กานดาเสียงอ่อย นำบุญดีใจมากอยากจะดึงเธอมากอดแต่ไม่กล้า เตชิตถามว่าใครมีกระสุนเหลือบ้าง ทุกคนส่ายหน้า ส่วนนำบุญโยนปืนในมือทิ้งแทนคำตอบ เตชิตมองกระสุนเพียง

นัดเดียวในมือตัวเองด้วยสีหน้าเป็นกังวล จากนั้น

เอายัดใส่รังเพลิง ณัฐวรายิ้มให้เขา

“เราได้เจอกันซะทีนะตัวเอง” ณัฐวราตื้นตันน้ำตาไหลแต่มันออกมาเป็นสีเลือด เตชิตปาดน้ำตามาดูไม่ใช่แค่สีแดงแต่มันเป็นเลือดจริงๆ ก็ตกใจ นำบุญ

แสดงความเสียใจกับทั้งคู่ด้วย

“หมายความว่ายังไง...หมายความว่ายังไง” เตชิตร้อนใจ ณัฐวรายิ้มให้เขาทั้งน้ำตา วรมันถอนใจหนักใจ เพราะตัวเองอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างจากเธอ แล้วเหลือบเห็นรีโมตในมือเธอ เตชิตคาดคั้นให้ณัฐวราบอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น เธอยังไม่ทันว่าอะไร มีเสียงพิพัฒน์ดังขึ้น

เสียก่อน “จนมุมกันแล้วล่ะสิไอ้พวกหน้าโง่”

ทุกคนหันมองตามเสียง เห็นพิพัฒน์ยืนอยู่

โดยมีปอมกับปอม 4 นักฆ่าหุ่นยนต์สองตัวสุดท้ายประกบซ้ายขวา ฉัตรรัศมีซมซานออกมาสมทบในสภาพ

ไดมอนด์บีมหมดฤทธิ์ พิพัฒน์สั่งให้เธอไปจัดการกับพวกมัน เธอตัดพ้อแบบนี้เท่ากับส่งเธอไปตาย เขาว่าเธอว่าอย่าเรื่องมาก ไม่ได้ให้ไปคนเดียวจะให้สองปอมนี่ไปด้วย

นอกจากจะไม่ทำตามคำสั่ง ฉัตรรัศมียังตัดพ้อต่อว่าพิพัฒน์ต่างๆนานา อุตส่าห์จงรักภักดี แต่กลับถูกเขาหลอกใช้ พิพัฒน์รำคาญที่เธอพูดมากยิงท้องถึงกับทรุด

“นัดเมื่อกี้โทษฐานที่บังอาจต่อปากต่อคำ...นัดนี้เพื่อลูกนะเตชิต” พูดจบเขาลั่นกระสุนใส่เธออีกนัดโดยไม่มองด้วยซ้ำ เธอล้มฟุบจมกองเลือด แล้วถามเตชิตว่าจะเอาอย่างไรต่อดี ชยธรบ่นอุบ ปอมตัวเดียวยังเอาไม่ไหว นี่ดันมาพร้อมกันสองตัว สิตางค์ถอดใจนี่เราแพ้แล้วหรือ เตชิตขอร้องทุกคนอย่าเพิ่งหมดหวัง

“ลืมอะไรไปอย่างหนึ่งหรือเปล่า” ชยธรเตือนเตชิต พิพัฒน์ตะโกนลั่น

“เตชิตลูกรัก ลูกไม่ลืมใช่ไหมว่าเราเป็นพ่อลูกกัน”

หลายคนเพิ่งรู้เรื่องนี้ถึงกับตะลึงมองเตชิตว่าจะตัดสินใจอย่างไร เขามองพ่อสลับกับปืนในมือที่เหลือกระสุนเพียงนัดเดียว พิพัฒน์ร้องบอกเตชิตให้ออกมาดีกว่า ถึงอย่างไรเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ เตชิตกำหมัดทุบพื้นไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี แหงนหน้าตะโกนขึ้นฟ้าว่าทำไมซ้ำๆอยู่หลายครั้งเหมือนตัดพ้อในโชคชะตา


“เราจะยิ่งใหญ่ไปด้วยกันลูก เห็นแก่ความเป็นพ่อเป็นลูกกัน ออกมาเถอะลูก”

ooooooo

วรมันมองนัธมนน้ำตาซึม ปาดน้ำตาทิ้งพบว่ามันเป็นเลือดเหมือนกับณัฐวรา ตัดสินใจลุกขึ้นตะโกนบอกพิพัฒน์ว่าอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป แล้วเดินชูมือ

ออกจากที่กำบังไปหา ทั้งนัธมน นำบุญกับชยธรและเตชิตคิดว่าเขาทรยศคิดเอาตัวรอดคนเดียว ปอมเห็นวรมันทำท่าจะกระโจนใส่พิพัฒน์ต้องแตะบ่าห้ามไว้

“มา...เข้ามา อย่างน้อยแกก็ยังเป็นสินทรัพย์

ของฉันอยู่...เตชิตลูกรัก เห็นไหม มันเป็นคนอื่นแท้ๆ

ยังเห็นดีเห็นงามกับพ่อเลย แล้วแกเป็นลูกจะอกตัญญูพ่อได้ลงคอเหรอ”

เตชิตลุกขึ้นยืนพร้อมปืนในมือ ตะโกนถามพิพัฒน์ว่าถ้าต้องเลือกระหว่างลูกกับอำนาจจะเลือกใครแล้วหันปากกระบอกปืนเข้าหาตัวเอง วรมันที่ตอนนี้ไปยืนอยู่ข้างๆพิพัฒน์มองเตชิตสีหน้าครุ่นคิดหนัก เตชิตต่อรอง

ให้พ่อปล่อยทุกคนไปแล้วเขาจะอยู่กับท่าน เราจะชดใช้ทุกอย่างที่ท่านทำมาร่วมกัน ณัฐวราส่ายหน้าเป็นทำนองไม่ให้เขาทำแบบนั้น แล้วกวาดตาหารีโมตที่เอามาจากฉัตรรัศมีแต่ไม่เจอ

“อะไรทำให้คิดว่าพ่อจะต้องเลือกวะ”

“พ่อต้องเลือกแล้วล่ะ” เตชิตว่าแล้วเอาปืนจ่อคอตัวเองย้ำอีกครั้งให้พิพัฒน์เลือกมา คนที่ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเองอย่างพิพัฒน์เลือกข้างอำนาจอยู่แล้ว

เตชิตเสียใจน้ำตาคลอ นัธมนมองไปทางวรมันเห็นถือรีโมตอยู่ เขายิ้มให้เธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกดรีโมตระเบิดตัวเอง เสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหว พิพัฒน์ ปอมกับปอม 4 รวมทั้งวรมันแหลกไม่มีชิ้นดี แรงระเบิดทำให้เตชิตที่ยืนห่างออกมากระเด็นหงายหลัง

พวกสมุนเห็นเจ้านายตายต่างทิ้งปืนเผ่นหนี

ณัฐวรารีบเข้ามาดูเตชิต ร้องเรียกให้รู้สึกตัว เขาเห็นเธอมีเลือดกำเดาไหลเป็นทาง ลุกขึ้นดึงเธอมากอด

“ตัวเองต้องไม่เป็นอะไรนะ ตัวเองต้องไม่เป็นอะไร เราได้เจอกันแล้วนี่ เราได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว”

ฉัตรรัศมีฟื้นขึ้นมาเห็นเศษซากมนุษย์และหุ่นยนต์กระจายเกลื่อน เห็นมือที่ขาดของพิพัฒน์ยังกำปืนอยู่ คลานไปหยิบปืนขึ้นมายิงใส่ณัฐวราที่อยู่ในอ้อมกอดเตชิต เธอกระอักเลือดออกมาแล้วแน่นิ่งไปโดยเขาไม่รู้ว่า

เกิดอะไรขึ้น ที่ด้านหลังกะโหลกของเธอมีรูขนาดใหญ่

จากกระสุนของฉัตรรัศมี เลือดไหลทะลักนองพื้น

เตชิตดึงมือออกจากกะโหลกเธอ มีเลือดติดมาเต็มกำมือ ชิปที่ฝังอยู่ในหัวเธอหลุดออกมาด้วย ฉัตรรัศมีที่ถือปืนอยู่ท่ามกลางเศษซากระเบิดหัวเราะสะใจ

“ฉันฆ่าแกได้ ฉันฆ่าแกแล้ว”


นัธมนหยิบปืนของเตชิตที่ตกอยู่ขึ้นมายิงฉัตรรัศมีเข้ากลางหน้าผากหงายหลังตึงสิ้นใจ เตชิตก้มมองณัฐวราที่นอนแน่นิ่ง เลือดเปรอะไปทั่วไม่ต่างจากวันที่เขาเสียกัญญาวีร์ไป

“ไม่ๆๆๆ ไม่นะ ไม่...กัญญาวีร์ ตัวเองอย่าทำกับเค้าแบบนี้ ตัวเองต้องไม่จากเค้าไปแบบนี้อีก ไม่เอาแล้วนะกัญญาวีร์ ตัวเองตื่นสิ ฟื้นสิ ตัวเอง” เตชิตเขย่าร่างณัฐวราหวังปลุกให้ฟื้น แต่เธอนอนนิ่งไม่ไหวติง เขาร้องไห้โฮน้ำตาแทบเป็นสายเลือด

ooooooo

ที่งานเผาศพกัญญาวีร์ เตชิตลงจากเมรุมาหาชยธรที่ยืนรอท่าอยู่ พูดประชดว่าจะมีสักกี่คนที่มีโอกาสมาเผาศพคนรักคนเดิมของตัวเองถึงสองครั้ง ชยธรปลอบว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว

“ไม่หรอก ไม่ดีที่สุดหรอก ถ้าผมทำดีแล้วกัญญาวีร์คงไม่ตายตั้งแต่ครั้งแรก เสียดายมีเรื่องตั้งหลายเรื่อง

ผมอยากคุยกับเธอ ผมเคยคิดเสมอว่าถ้าได้เจอกัน

พูดกันเมื่อไหร่ก็ได้ ผมมีเวลาเหลือเฟือ แต่จริงๆแล้ว...”

เตชิตพูดได้แค่นั้นเหมือนมีอะไรมาจุกคอหอย นำบุญเข็นรถเข็นพากานดาที่ท้องโตเข้ามาสมทบ ปลอบว่ากัญญาวีร์ไปสบายแล้ว เขาพยักหน้ารับ

“ตอนที่กัญญาวีร์ตาย ผมอยากได้เวลาสักห้านาที ห้านาทีเพื่อที่จะคุยจะบอกลากัน แต่ผมไม่เคยได้ห้านาทีนั้นเลย เวลามันมีค่าทุกนาทีจริงนะ อย่าปล่อยให้เสียไปแม้แต่วันเดียว ด้วยการทะเลาะกันเลย...คนทั้งคนดูสิ ตอนนี้สำหรับผมแล้วกัญญาวีร์เหลือเพียงแค่นี้เอง”

เตชิตว่าแล้วแบมือให้นำบุญดู เผยให้เห็นชิปที่ไหลปนเลือดออกมาจากหัวกัญญาวีร์ที่โดนยิง เขายอมแลกทุกอย่างกับเวลาห้านาทีที่จะได้คุยกับเธออีกครั้ง

“บางทีคุณอาจได้ห้านาทีนั้นนะ ชิปในหัวกัญญาวีร์จะหยุดทำงานเสื่อมสภาพหมดอายุหลังจากเปิดห้านาที

คุณมีเวลาห้านาทีที่กัญญาวีร์จะมีชีวิตอีกครั้ง”

“หมายความว่าถ้าผมไม่เปิดชิป...ชิปนี้จะยังมีอายุอยู่ต่อไป”

“ใช่ แล้วแต่คุณต้องเลือกว่าจะใช้ห้านาทีสุดท้ายอยู่กับปัจจุบันไหมหรือจะเกาะกุมเหนี่ยวรั้งอดีตเอาไว้ตลอดไป” คำพูดของนำบุญทำให้เตชิตคิดหนัก มองชิปในมือไม่รู้จะเลือกแบบไหนดี...

ยามแดดร่มลมตก ชยธรเดินเล่นริมหาดอยู่กับนิรมน โดยที่นำบุญนั่งเก้าอี้ชายหาดอยู่กับกานดาที่ท้องโย้ นัธมนเดินไปนั่งบนโขดหินถามชยธรคิดว่าเตชิตจะใช้สิทธิ์ห้านาทีนั้นไหม เขาพยายามเลี่ยงไม่พูดถึงเรื่องนี้ เธออยากรู้แล้วถ้าเป็นเขาจะทำอย่างไร

“ทำไมพี่จะต้องเลือกล่ะในเมื่อพี่มีโอกาสอยู่กับหนูได้อีกทั้งชีวิต”


ทั้งสองคนหยอกล้อกันไปมาอย่างมีความสุข นิรมน

มองไปทางสิตางค์กับดุจดาวที่กำลังซ้อมคิวชกต่อยกันอยู่ บอกกับชยธรว่าดูเหมือนทุกคนก็ตั้งรับกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ดี เขาพยักหน้าเห็นด้วย เสียอยู่อย่างเดียวทำไม

ถึงไม่มีใครซื้อหุ้นโครงการนั้นให้เขาเหมือนกับที่เตชิตได้บ้าง สบายไปตลอดชาติเลย

 “แต่ก็ดีนะ พี่เตชิตเขาก็เปลี่ยนแนวทางของบริษัทนั้นใหม่หมด ขวางบอร์ดบริหารที่เห็นแก่ได้สุดตัว ผลประกอบการก็ดีขึ้น”

“ดีสิ ไม่งั้นจะมีปัญญาซื้อเรือยอชต์เหรอ”

นิรมนหาว่าชยธรอิจฉาเตชิต เขาส่ายหน้าทำไมต้องอิจฉาในเมื่อเขามีสิ่งที่มีค่าที่สุดอยู่ตรงนี้แล้ว จากนั้นรวบเอวนิรมนมากอด เธอแกล้งว่าเขาว่าไอ้เฒ่า แล้วทวงถามถึงเรื่องเตชิตว่าจะใช้สิทธิ์ห้านาทีสุดท้ายนั่นไหม เขากลับย้อนถามหากเธอรู้ตัวว่าพรุ่งนี้ไม่ว่าอย่างไร

ก็ต้องตัดขาทิ้ง จะไม่ใช้สิทธิ์ในขานั้นจนถึงนาทีสุดท้ายหรือ คนอย่างเตชิตไม่นั่งเศร้าแน่นอน เขาจะวิ่งจนถึงนาทีสุดท้าย

“ผมเชื่อว่าเขาจะใช้ทุกนาทีที่เหลืออย่างมีค่าที่สุด”...

ณ เวลาเย็นย่ำ บนเรือยอชต์ลำสวยกลางทะเล เตชิตเสียบชิปจากหัวกัญญาวีร์เข้ากับเครื่องสแกนที่

เชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊ก แล้วกดเอนเทอร์ด้วยนิ้วสั่นระริกเพราะนี่จะเป็นห้านาทีสุดท้ายที่จะได้อยู่กับหญิงคนรัก ภาพสามมิติของเธอค่อยๆปรากฏขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

เตชิตถึงกับน้ำตารื้น พึมพำว่า “ตัวเอง” ออกมา

“อือ ก็เค้าเองสิ กัญญาวีร์ไง จะใครล่ะ”

“ตัวเองพูดกับเค้าอยู่ตอนนี้ หรือว่าเค้าคุยกับอดีตของเรา”

“ตอนนี้ขณะนี้ นาทีนี้ ใช้เวลาที่มีของเราให้คุ้มค่านะ ...เค้าได้ยินเสียงลม ตัวเองเลือกที่ไหนที่เราจะอยู่ด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย”

เตชิตหันกล้องให้กัญญาวีร์เห็นบรรยากาศรอบๆ เธอชมว่าวิวสวยมาก เขาแปลกใจที่เธอเห็นและได้ยินสิ่งรอบตัว เธอบอกให้เขากระเถิบไปหน่อย เธออยากนั่งข้างๆเขา เตชิตหยิบโน้ตบุ๊กมาวางบนเก้าอี้ข้างๆตัว มองวิวสวยด้วยกัน บ่นเสียดายที่จับมือเธอไม่ได้ เธอบอกให้เขาลองยื่นมือมา เตชิตเอื้อมมือไปแตะโน้ตบุ๊ก กลายเป็นเขาจับมือกัญญาวีร์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้แทนที่โน้ตบุ๊ก เธอบอกเขาว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ใจเห็นไหม

“ตัวเองเป็นยังไงบ้าง”

“เค้ากำลังจะดับตามร่างเค้าไป เค้าคิดถึงตัวเองนะ”


“มีเรื่องเต็มไปหมด แต่เวลาน้อยจังตัวเอง” เตชิตลูบไล้ใบหน้ากัญญาวีร์อย่างรักใคร่ ถามว่าหนาวไหมอยากห่มผ้าให้เธอตอนนอนจังเลย เธอบอกให้เขาห่มให้ตัวเองดีกว่า ถ้าเขาอุ่นเธอก็จะอุ่นด้วย ถ้าเขามีความสุขไม่ว่าเธออยู่ที่ไหนก็จะมีความสุขไปด้วย เพราะฉะนั้นให้เขาดูแลตัวเองดีๆ แล้วขอให้เขาหันหน้าจอโน้ตบุ๊กไปทางอื่น เขาคิดว่าเธออยากดูทะเล เธอส่ายหน้า

“เค้าแค่ไม่อยากให้ตัวเองเห็นตอนที่จอมันดับไปเท่านั้นเอง”

เตชิตพยักหน้าน้ำตาคลอหันจอโน้ตบุ๊กไปทางอื่น เธอชวนเขาคุยเพื่อเบนความสนใจ

“ตัวเองรู้ไหมทำไมคนเราถึงเรียกแทนคนอื่นว่าตัวเองแล้วเรียกแทนตัวเองว่าเค้า”

“รู้สิ” เตชิตยิ้มทั้งน้ำตา พลันภาพในอดีตตอนกัญญาวีร์อธิบายเรื่องตัวเองกับเค้าให้ฟังผุดขึ้นมาในความคิด ครั้นเห็นเธอเงียบไปเขารู้ทันทีว่าห้านาทีสุดท้ายผ่านไปแล้วก็ร้องไห้ออกมา “ทะเลสวย...สวยเหมือนตัวเองเลยคนดี” เตชิตนั่งนิ่งๆอยู่ข้างโน้ตบุ๊กที่ดับไปพร้อมพระอาทิตย์ตกทะเลเพียงลำพัง

ooooooo

-อวสาน-


ละครกุหลาบเกราะเพชร ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านกุหลาบเกราะเพชร ติดตามกุหลาบเกราะเพชร ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย กันตพงษ์ บำรุงรักษ์, ฮาน่า ลีวิส 11 มิ.ย. 2562 09:15 2019-06-17T02:00:55+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ