กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: เกรท หวนหวาน แมท ลุ้น 'ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ'


อีโนจับพิรุธวีว่าเมื่อคืนอยู่กับปูรณ์ทั้งคืนจะมีบทสวีตอะไรกันหรือเปล่า วีว่าบอกว่าหลังจากกินโจ๊ก กลับมาอาปูรณ์ก็ไปทำงาน ตนก็กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้า อีโนฟังแล้วครางเซ็งๆ

วีว่าอ้างว่าต้องไปเยี่ยมคุณย่าแล้วผละไปเลย อีโนมองตามอย่างหมายมาดว่าจะต้องรู้ความจริงให้ได้

หมอมาตรวจคุณย่าแล้วบอกว่าทุกอย่างเป็นปกติ คุณย่าจะกลับวันนี้เลย ใจเด็ดกับวารุณียังอยากให้อยู่ดูอาการอีกสักคืนสองคืน คุณย่ายืนยันจะกลับบอกวีว่าให้พาย่ากลับบ้านที วีว่าบอกว่าถ้าคุณหมอนุญาตตนจะพากลับทันที คุณย่าจึงยอม

“ดีนะเนี่ย พี่วีว่าอยู่ ถ้าไม่อยู่สงสัยคุณย่าคงถอดสายน้ำเกลือวิ่งปร๋อกลับบ้านไปแล้ว” เจ้าขากระซิบกับวารุณี

วีว่าไปคุยกับหมอครู่เดียว หมอก็เซ็นอนุญาตให้คุณย่ากลับบ้านได้

ooooooo

วันนี้มุกรินไปที่บริษัทโปรดักชั่นภาพยนตร์ เธอต้องปกปิดใบหน้าและหลบหลีกนักข่าวที่กรูกันมาสัมภาษณ์อีกตามเคย เธอก้มหน้าเดินงุดๆเข้าบริษัทไปอย่างเร็ว

มุกรินทั้งผิดหวัง เสียใจและแค้นใจมาก เมื่อทางบริษัทถอดเธอออกจากบทนางเอกหนังที่ได้เซ็นสัญญากันไว้แล้ว บอกว่าได้ตกลงกับพี่บีเรียบร้อยแล้ว อ้างว่าเธอมีข่าวฉาวมาก เกรงว่าถ้าบรรดาสปอนเซอร์ถอนโฆษณาหนังเจ๊งแน่

มุกรินออกจากบริษัทมาด้วยหัวใจที่เจ็บแค้นโดนนักข่าวมามะรุมมะตุ้มขอสัมภาษณ์อีก เธอทนไม่ได้ตวาดไปว่า “พอซะที!!” แต่พอได้สติก็บอกพี่ๆนักข่าวว่า เมื่อถึงเวลาตนจะแถลงข่าวให้พี่ทราบความจริงทั้งหมด ขอบคุณแล้วขอตัวรีบขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็ว

ขับรถไปจนถึงทางที่ถนนค่อนข้างโล่ง มุกรินจอดรถฟุบหน้ากับพวงมาลัยร้องไห้โฮๆ จนไม่ได้ยินเสียงมิสคอลล์จากลมนับสิบครั้ง มุกรินเอาแต่ซบหน้าร้องไห้อยู่อย่างนั้น ร้องไห้ให้สาสมกับที่ใจอยากร้อง...

ooooooo

ที่ห้องส่วนตัวในร้านอาหารไทย...คุณหญิงแขอุไรกับสวัสดิ์นัดพบกับนักธุรกิจฮ่องกง โดยมีล่ามช่วยแปล

หลังจากทักทายกันตามมารยาทแล้ว นักธุรกิจฮ่องกงพูดผ่านล่ามแปลว่า

“ที่ผมลงทุนเดินทางมาเมืองไทย ก็เพราะอยากได้รับคำยืนยันด้วยคำพูดจากปากว่าพวกคุณพร้อมจะเสี่ยงเล่นเกมที่มีเดิมพันสูงนี้จริงๆ”

คุณหญิงแขอุไรยิ้มก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“สมัยเด็ก พ่อของดิฉันทำฟาร์มม้าแข่ง เราเสียเงินหลายล้านดูแลพวกมัน เพื่อใช้มันเดิมพันให้เราในทุกๆ วันอาทิตย์ถ้าม้าตัวไหนชนะ มันจะกลับมาและได้รับการดูแลที่ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม แต่ถ้าม้าตัวไหนทำให้เราเสียเงินเกินสามครั้งขึ้นไป มันก็จะไม่ได้กลับมา แล้วเย็นวันอาทิตย์พวกเราก็จะได้ทานเมนูสุดพิเศษแบบมองโกเลียที่ทำจากเนื้อม้ากัน...”

ทุกคนพากันเงียบงัน คุณหญิงยิ้มสดใสแล้วพูดต่อว่า “ดิฉันล้อเล่น” จึงมีเสียงหัวเราะดังขึ้น คุณหญิงพูดอย่างร่าเริงว่าเมนูอาหารวันนี้ไม่มีเนื้อม้าแน่ๆ เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้อย่างสบายใจ

หลังจากนั้นนักธุรกิจฮ่องกงพูดให้ล่ามแปลอย่างเป็นการเป็นงานว่า

“เราจะทยอยซื้อหุ้นของไทยธนกิจจากบริษัทลูก 6-7 บริษัทที่เราเพิ่งเปิดขึ้นมาใหม่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ไม่มีทางที่ผู้บริหารเดิมของไทยธนกิจจะทันไหวตัว เมื่อได้หุ้นส่วนใหญ่มาแล้ว เราก็จะเจรจาล็อบบี้กับทางบอร์ดบริหารเพื่อให้โหวตเปลี่ยนตัวประธาน ซึ่งคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนก็คือลูกชายของคุณ และเมื่อทุกอย่างลงล็อก เราก็จะควบรวมกิจการกับแบงก์ที่จีน ตอนนั้นหุ้นของไทยธนกิจจะพุ่งกระฉูดจนหยุดไม่อยู่”

คุณหญิงแขอุไรและสวัสดิ์สบตากันอย่างพอใจมาก ล่ามยังคงทำหน้าที่ต่อ...

“เมื่อถึงจุดหนึ่งเราจะส่งสัญญาณให้คุณเอาหุ้นออกขายให้หมด เพราะหลังจากนั้นไม่นาน เราก็จะตัดแบ่งขายกิจการในเครือของไทยธนกิจ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ห้างสรรพสินค้า รีสอร์ตออกไปให้หมด เท่ากับคุณจะได้เงินเข้ากระเป๋าสองต่อ นั่นคือเงินกำไรจากการขายกิจการและจากการขายหุ้น...เป็นไงครับแผนของพวกเรา”

ฟังแผนการทั้งหมดแล้ว คุณหญิงชมว่าไม่มีแผนไหนที่จะสวยงามไปกว่าการทำลายพวกวรรณดำรงให้ย่อยยับไปแล้ว สวัสดิ์จึงเชิญชวนทุกคนชิมของหวานกันอย่างเบิกบานใจ

ขณะพนักงานนำของหวานมาเสิร์ฟนั้น ประตูแง้มอยู่ บังเอิญชงโชคที่มีธุระอยู่ห้องถัดไปเดินผ่าน เห็นคุณหญิง สวัสดิ์และแขกชาวฮ่องกงนั่งคุยกันอยู่ ชงโชคชะงักรีบเดินผ่านไปอย่างเร็ว ทำให้คุณหญิงและสวัสดิ์ไม่ทันเห็นเขา

พอพ้นมาแล้ว ชงโชคโทร.นัดชั้นฉัตรมาพบกันที่สนามไดรฟ์กอล์ฟทันที ชงโชคเล่าเรื่องคุณหญิงและสวัสดิ์ให้ฟัง ชั้นฉัตรถามว่าพวกเขาคิดจะทำอะไรกันหรือ? ชงโชคบอกว่าไม่รู้ยังต้องสืบกันต่อ ชั้นฉัตรถามว่าแล้วจะให้ตนเตือนปูรณ์ยังไง

“เตือนว่า ให้ระวังพายุให้ดี!”

ชั้นฉัตรเงยมองท้องฟ้าที่พายุกำลังจะมาพอดี เห็นเมฆทะมึนแล้วก็อดหวั่นใจไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

เย็นนี้วีว่าดักพบปูรณ์ขณะกลับจากทำงานเธอแกล้งกระแอมกระไอทักเขาอย่างร่าเริง พอเขาหันมาก็ยิ้มแป้นบอกว่า

“วีว่าจะมาบอกอาปูรณ์ว่า คุณย่าออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่บ้านแล้วค่ะ” ปูรณ์บอกว่าตนรู้แล้ว วีว่าทายว่าเรื่องนี้อาปูรณ์ต้องไม่รู้แน่ ปูรณ์ถามงงๆว่าเรื่องอะไร “เรื่องอาหารเย็นค่ะ”

ตกเย็น โต๊ะอาหารที่บ้านวรรณดำรงจัดอย่างสวยงามเป็นพิเศษ คุณย่าพริ้มเพรานั่งอยู่หัวโต๊ะ ใจเด็ดกับวารุณีนั่งด้านข้าง เจ้าขากับคนรับใช้ช่วยกันเสิร์ฟอาหารอย่างทะมัดทะแมงยิ้มแย้มแจ่มใสพลางเจ้าขาก็พูดเจื้อยแจ้ว

“มื้อนี้เป็นการฉลองที่คุณย่าพริ้มเพราหายดีกลับมาอยู่บ้านนะคะ เจ้าขาเลยทำอาหารเย็นสุดพิเศษที่เบา ย่อยง่าย รสไม่จัดจนเกินไป แต่อร่อยๆทั้งนั้น รับรองว่าคุณย่าและทุกคนทานแล้วจะต้องติดใจไปเล้ยยยย...”

เจ้าขาสร้างบรรยากาศจนคุณย่าขำ วารุณีถามว่าแล้ววีว่าล่ะ เจ้าขาบอกว่าหัวยุ่งอยู่ในครัว ก็พอดีวีว่าส่งเสียงมาอย่างร่าเริง “มาแล้วค่า...ราดหน้าปลากะพงของโปรดของคุณย่า วีว่าทำให้คุณย่าคนเดียวไม่แบ่งให้ใครแน่นอนค่ะ”

คุณย่ายิ้มอย่างเอ็นดู ใจเด็ดทำเสียงทึ่งว่ามิน่าวันนี้ถึงครึ้มฟ้าครึ้มฝนเพราะลูกสาวคนโตของพ่อเข้าครัวนี่เอง เจ้าขาแซวว่าพี่วีว่าทำอาหารไปร้องเพลงไปด้วย เอ๊ะ... หรือว่าพี่เราแฮปปี้เรื่องอะไร?

ขณะกำลังจะลงมือทานอาหารกันนั่นเอง คุณย่าเอ่ยขึ้นว่า

“ย่าขอโทษหลานจริงๆ ย่าทำให้หลานสาวที่รักของย่าต้องเสียใจกับสิ่งที่ย่าเลือกแท้ๆ ย่าจะไม่มีวันลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเลย” วีว่าบอกให้ลืมไปเถิด วันนี้ตนลืมมันไปหมดแล้วเพราะตนมีคนรักแล้วก็รักตนมากๆอยู่รวมกันที่นี่แล้ว แค่นี้ตนก็มีความสุขแล้ว พอดีปูรณ์เดินเข้ามา เจ้าขาถามหยอกว่า “รวมคนคนนี้ด้วยหรือยัง??”

ปูรณ์ในชุดสบายๆ เดินเข้ามาเกร็งๆ เขายกมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนตามลำดับอย่างสำรวม แต่คุณย่าไม่รับไหว้ ทุกคนทักทายยิ้มแย้ม เจ้าขาพาปูรณ์มานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับวีว่า

แม้จะนั่งทานอาหารกันสบายๆ แต่วีว่ากับปูรณ์ก็ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนไม่รู้ตัว

ooooooo

พี่บีกลับถึงคอนโดพอเข้าห้องก็ตกใจที่เจอมุกรินรออยู่ก่อนแล้ว ถามว่าเข้าห้องตนได้ยังไง มุกรินบอกว่าพี่บีเคยให้คีย์การ์ดตนไว้ พี่บีทำเป็นไม่รู้เรื่องที่มุกรินถูกยกเลิกทั้งงานแสดงและอีเวนต์ทั้งหมด

พี่บีบอกให้มุกรินนั่งก่อนแล้วตัวเองเดินเข้าครัวไปเอาน้ำให้ สังเกตเห็นมีดในครัวหายไปเล่มหนึ่ง มองหาก็ไม่เห็นพอเดินออกมา มุกรินเอามีดให้ดูถามว่าหาไอ้นี่อยู่หรือเปล่า พี่บีชะงักตอบอะไรไม่ถูก

ทันใดนั้น ฟ้าแลบและเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงพร้อมเสียงกรีดร้องจากในห้อง แต่มุกรินก็ไม่ได้ทำร้ายพี่บี เธอเพียงแต่ปักมีดลงข้างตัวพี่บีที่หวีดร้องอย่างหวาดกลัวแล้วเดินออกจากห้องไปท่ามกลางเสียงฟ้าแลบฟ้าร้องอย่างน่ากลัว

ลมกลับบ้านก็ถูกคุณหญิงเหน็บแนมว่าไปแต่เช้ากลับเอาค่ำคงพิศวาสมันมากสินะ

“ผมหารินไม่เจอ ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ไหน” คุณหญิงถามว่าไปหาตามบ้านเสี่ยๆดูหรือยัง “แม่... ถ้าแม่จะรีบไปเล่นไพ่บ้านเพื่อนแม่ก็รีบไปเถอะ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลามาจิกกัดผมแบบนี้หรอก”

คุณหญิงด่าว่าเขาทำตัวเหมือนพ่อ ลมถามว่าถ้าตนทำตัวแบบพ่อ แม่ก็ไม่มีวันให้อภัย ไม่ดูดำดูดี สุดท้ายก็ปล่อยให้พ่อป่วยตายในโรงพยาบาลแบบนั้นใช่ไหม

“ฉันอาจจะเป็นนางมารร้ายในสายตาแก แต่ไอ้นางมารร้ายคนนี้แหละที่รักลูกชายมาก แม้ว่าลูกชายมันจะไม่เคยเห็นค่าเลยก็ตาม!!”

คุณหญิงสะบัดไป ปล่อยให้ลมยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น

ooooooo

คืนนี้ฝนตกทั่วทั้งกรุงเทพฯ วารุณียังซ่อมเสื้อให้วีว่าอยู่ในห้อง เธอทำเข็มปักนิ้วจนเลือดหยดใส่เสื้อ เธอรีบเอาน้ำเช็ดออกแต่ที่เสื้อตัวโปรดของวีว่าก็ยังมีคราบติดอยู่ เหมือนบอกลางสังหรณ์บางอย่าง

คืนเดียวกันนี้...คุณย่าพริ้มเพราลืมตาโพลงลุกพรวดเมื่อเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง คุณย่าตะโกน

“ไม่!!!”

คุณย่าหันมองเห็นกรอบรูปที่วีว่าถ่ายคู่กับตัวเองสมัยเด็ก คุณย่าพึมพำ...

“ฉันไม่มีวันยอมให้แกเข้ามาใกล้ชิดหลานสาวฉันมากไปกว่านี้เป็นอันขาด!”

เวลาเดียวกัน...วีว่าอยู่ในห้องนอน เธอรู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่ออาปูรณ์ จนคืนนี้นอนฝันเจอคุณลึกลับ วีว่าบอกว่า อยากรู้ว่าตนรู้สึกอะไรอยู่กันแน่ คุณลึกลับมองเธอน้ำตาไหลแล้วหันหลังให้เผยให้เห็นว่าข้างหลังเขาคือโลงศพ! คุณลึกลับบอกด้วยสายตาให้วีว่าดู

วีว่าเข้าไปดู เธอผงะ เมื่อเห็นตัวเองในชุดเจ้าสาวสวยงามนอนไร้ลมหายใจอยู่ในโลง!

“นี่มันอะไรคะคุณลึกลับ??”

คุณลึกลับมองวีว่าเอ่ยทั้งน้ำตาอย่างเจ็บปวด... “บางที ชะตากรรมก็เป็นสิ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ฉันจะพยายามช่วยเธอเท่าที่จะช่วยได้นะวีว่า...จำเอาไว้! ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอต้องเข้มแข็งและผ่านมันไปให้ได้! จำไว้! จำไว้!! จำไว้!!!”

เสียงคุณลึกลับก้องไปทั้งโบสถ์แล้วแสงก็สว่างจ้าขึ้น แสงสาดเข้ามาจนทุกอย่างสว่างโพลงแล้วเลือนไปในพริบตา

วีว่ากระวนกระวายใจกับฝันร้ายนั้น หยิบมือถือโทร.หาเจ้าขาตอนตีสอง บอกว่าตนฝันร้าย ให้เจ้าขา พี่หมี และอีโนลุกไปใส่บาตรแต่เช้า

รุ่งขึ้น...วีว่ามาเจอปูรณ์หิ้วถุงอาหารมา เธอถามว่ามาตึกนี้แต่เช้ามาหาคุณพ่อหรือ เขาบอกว่าแวะซื้อโจ๊กของโปรดของวีว่ามาฝาก แต่ซื้อมาหลายถุงบอกให้เอาไปฝากคนอื่นด้วย ทั้งสองต่างพูดคุยกันอย่างเก้อเขิน

เมื่อปูรณ์จะกลับไปที่บ้านพัก ก็ชะงักเมื่อเห็นคุณย่าพริ้มเพรามายืนมองอยู่ เขาไหว้แล้วถามว่า

“คุณอามาหาผมหรือครับ...มีธุระอะไรให้ผมทำรึเปล่าครับ...”

“มี! และฉันหวังว่าแกจะยอมทำแต่โดยดีด้วย” แล้วพากันไปที่บ้านหลังเล็กที่ปูรณ์อาศัยอยู่

คุณย่ายืนดูสภาพภายในที่จัดอย่างเรียบง่ายข้าวของมีแต่ที่จำเป็นเท่านั้น คุณย่ามองทุกอย่างภายในบ้านเหมือนระลึกถึงความหลังที่เลือนราง ครู่หนึ่งคุณย่าเปรยเบาๆ...

“ฉันไม่ได้เข้ามาในตึกหลังนี้นานมากแล้ว...

แต่ทุกอย่างมันเหมือนเดิม เหมือนฉันเพิ่งเข้ามาเมื่อวานนี้เอง คุณป๋าของฉันสร้างตึกนี้ไว้รับรองแขกที่มาพัก ต่อมาก็ยกให้คนคนนึงให้ได้อยู่อาศัยอย่างสะดวกสบาย แต่ไอ้คนคนนั้น มันกลับไม่รักดี มันหันหลังทิ้งตึกแห่งนี้ไป! มันทิ้งให้คนข้างหลังเจ็บปวดทรมานแล้วไม่เคยกลับมาดูดำดูดีอีกเลย!”

ปูรณ์งุนงงกับเรื่องราวที่คุณย่าพริ้มเพราพรั่งพรูออกมา แต่เขาก็ไม่ได้ถาม ยืนฟังอย่างสำรวม นอบน้อมอย่างที่เคยปฏิบัติต่อคุณย่าตลอดมา คุณย่ายังคงพูดต่อไปราวกับอยากให้ตึกนี้รับรู้ถึงความนึกคิดของตน...

“...ก่อนหน้านี้ ฉันอยากจะทุบตึกหลังนี้ใจจะขาด ฉันอยากให้มันหายไปจากความทรงจำของฉัน! เพื่อที่ฉันจะได้ลืมว่าเคยมีเขาอยู่! แต่มาวันนี้ฉันดีใจที่ฉันไม่ได้ทุบมันทิ้งไป เพราะมันเป็นเครื่องเตือนใจฉันให้ฉันได้จำ ให้ฉันได้ระวังไว้ว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง? และฉันจะไม่ยอมให้ใครในตระกูลวรรณดำรงต้องเป็นแบบฉันอีก!!”

คุณย่านิ่งไปนาน ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมองปูรณ์ พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“ขอบใจมาก ที่แกดูแลรักษาตึกนี้เป็นอย่างดี” ปูรณ์ตอบอย่างนอบน้อมว่ามันเป็นหน้าที่ของตนอยู่แล้ว “แต่ต่อไปนี้ แกไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่นี้อีกแล้ว ฉันจะย้ายมาอยู่ที่ตึกนี้ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นที่แกจะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป”

ปูรณ์อึ้ง ยังคาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จนคุณย่าพูดต่อว่า

“ฉันจะย้ายมาอยู่ที่ตึกนี้ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นที่แกจะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป! ถึงเวลาที่จะเชิญคนนอกสายเลือดวรรณดำรงอย่างแกให้ไสหัวออกไปนอกรั้วบ้านฉันสักที!!”

ปูรณ์ชะงัก อึ้งกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังอย่างชัดเจนจากปากคุณย่าพริ้มเพรา...

ooooooo

ที่สนามไดรฟ์กอล์ฟนั่นเอง ชงโชคเรียกนักสืบที่เคยใช้ บอกว่ามีบางอย่างผิดปกติที่ฮ่องกงให้ไปช่วยสืบให้หน่อย นักสืบถามว่าเขาอยากรู้มากแค่ไหน ชงโชคบอกว่า ทุกเรื่องที่ตนควรรู้

นักสืบคนนั้นพยักหน้า เดินไปที่โต๊ะด้านหลังหยิบซองสีน้ำตาลที่วางอยู่เดินออกไปเงียบๆ

ชงโชคหยิบลูกกอล์ฟลูกใหม่ออกมาวางบนที แล้วหวดออกไปเต็มแรง!!

เมื่อปูรณ์ฟังคุณย่าพริ้มเพราพูดอย่างชัดเจนแล้ว คืนนี้เอากระเป๋าเดินทางที่ใช้ประจำมาเก็บเสื้อผ้า ระหว่างนั้น เสียงคุณย่าที่ถามว่า “แกจะทำตามที่ฉันต้องการใช่ไหม” ยังแว่วอยู่ และเขาก็ตอบไปอย่างสำรวมอ่อนน้อมตามเคยว่า

“ผมมาอยู่บ้านหลังนี้ ได้รับความเมตตาจากคุณพ่อจรัล และคุณอามากมายจนชีวิตนี้คงใช้หนี้ไม่หมด ถ้าการออกจากบ้านไปของผม ทำให้คุณอามีความสุขและสบายใจ ผมก็จะออกไปครับ” แล้วปูรณ์ก็ก้มกราบที่พื้นเสมือนกราบเท้าคุณย่า

“ดี! รีบเก็บข้าวของซะ ออกไปพรุ่งนี้เสียได้เลยยิ่งดี ฉันจะได้ให้เด็กขนของเข้ามาอยู่ที่นี่!” พูดจบก็เดินออกไปทันที

ปูรณ์ยังคงก้มกราบนิ่งอยู่อย่างนั้น...

เก็บเสื้อผ้าเสร็จปูรณ์หิ้วกระเป๋าออกไป เขาเงยหน้ามองที่หน้าต่างห้องวีว่าเหมือนทุกครั้งที่จะออกไป แต่ครั้งนี้เขากำลังจะจากไปและไม่กลับมาอีก โดยไม่ได้เอ่ยลาและเห็นหน้าเลยแม้แต่แว่บเดียว...

ใจเด็ดและวารุณีรู้เรื่องที่คุณย่าไล่ปูรณ์ออกจากบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองตกใจมาก ใจเด็ดบอกว่าปูรณ์อยู่ตึกหลังเล็กมานานแล้วและตึกนั้นคุณพ่อเป็นคนยกให้ปูรณ์เอง

คุณย่าพริ้มเพราพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า ที่จริงตนไม่เห็นด้วยแต่แรกแล้วแต่เห็นแก่คุณพี่ที่เจ็บป่วยจึงยอม แต่นี่คุณพี่ก็จากไปแล้ว ปูรณ์ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องอยู่ที่ตึกนั้นอีกต่อไป ใจเด็ดแย้งว่าปูรณ์เป็นผู้จัดการมรดก เป็นคนดูแลวรรณดำรง ก็ถูกคุณย่าโต้ว่า

“แล้วยังไง? เพราะตำแหน่งของมันเราถึงต้องยอมให้มันชูคออยู่ในนี้งั้นเหรอ ถ้ายอมมันขนาดนั้น ไม่ประเคนตึกใหญ่นี่ให้มันอยู่ด้วยเลยล่ะ” คุณย่าถามใจเด็ดอย่างไม่พอใจว่าในเมื่อปูรณ์เองยอมออกไปแต่โดยดี

แล้วเขาจะมาโวยวายทำไมอีก ทั้งยังบอกว่า “ความจริงเธอสองคนควรขอบคุณฉันด้วยซ้ำ”

ใจเด็ดถามว่าต้องขอบคุณเรื่องอะไร คุณย่าจึงเผยความคิดลึกๆของตัวเองว่าไม่ไว้ใจปูรณ์กลัวจะมาทำหลานสาวตนเสียหาย พูดอย่างเกลียดชังว่า

“ฉันจะไม่ยอมให้หลานสาวของฉันต้องพลาดท่าเสียทีไอ้คนอย่างมันแน่ๆ!”

“พอกันที!” ใจเด็ดทนฟังไม่ได้ เขาชี้ว่าคุณย่าชักจะไร้สาระเกินไปแล้วเพราะว่า...

“สองคนนี้เป็นอาหลานกันนะครับ ถึงจะเป็นอาหลานต่างสายเลือด แต่ผมรู้ดีว่าคนอย่างปูรณ์มีความคิดพอที่จะไม่ทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้น ถ้าการที่คุณอาไล่ปูรณ์ออกจากบ้านไปเพียงเพราะเหตุผลบ้าๆนี้เท่านั้น ผมก็จะไปตามปูรณ์มาคุยให้มันรู้เรื่อง ให้คุณอาได้เข้าใจเสียทีว่าปูรณ์มันไม่ได้คิดแบบที่คุณอาคิด!!”

ใจเด็ดทำท่าจะลุกไป คุณย่าพูดเยาะว่าช้าไปแล้ว ตนเห็นปูรณ์ขนของออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าแล้ว ใจเด็ดนั่งลงอย่างหมดแรง แต่ที่ประตู เจ้าขามาฟังอยู่ เธอวิ่งไปที่ตึกเล็ก เห็นว่าอาปูรณ์ไปแล้วจริงๆ จึงโทร.ไปบอกวีว่า ที่วรรณวิวาห์เวดดิ้ง

พอฟังเจ้าขาเล่า วีว่าเดินอ้าวออกจากร้านขับรถออกไปทันที ทั้งพี่หมีและอีโนได้แต่มองกันงงๆ

มือปืนสองคนที่มาดักรอจังหวะอยู่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามรถวีว่าไปทันที

ooooooo

เมธีได้เงินจากปูรณ์ไปใช้หนี้เฮียสามล้าน เขานึกถึงคำเตือนของปูรณ์เรื่องห้ามทำร้ายหรือทำลายวีว่าอีก เขารีบไปหาวิคที่เคยว่าจ้างให้ฆ่าวีว่าแก้แค้นที่เล่นงานตนทางกฎหมายอย่างหนัก ถามวิคว่าจะไปจัดการวรรณวิวาห์วันไหน

วิคทำเป็นจำไม่ได้ ถูกเมธีตวาดใส่เลยบอกว่าวันนี้ เมธีถามว่ายกเลิกได้ไหมตนไม่อยากให้ยิงวีว่าแล้ว วิคมองหน้าบอกว่าอย่าล้อเล่น เมธียืนยันว่าตนไม่ต้องการให้วีว่าตาย เข้าใจไหม

“แล้วถ้ากูบอกว่าไม่เข้าใจ มึงจะมีปัญหาไหม!”

ระหว่างที่วีว่าขับรถไปนั้น เธอพยายามโทร.หาปูรณ์ เขากำลังทำงานอยู่มองมือถือแล้วลังเลว่าจะรับหรือไม่รับดี ครั้งแรกไม่รับ แต่ไม่นานก็โทร.เข้ามาอีกเขาตัดสินใจปิดเครื่อง พอดีรถติดไฟแดงวีว่าจึงฝากข้อความว่า

“นี่วีว่านะคะอาปูรณ์ วีว่าไม่ยอมให้อาปูรณ์ย้ายออกไปจากบ้านเด็ดขาด มันไม่มีเหตุผลเลย เดี๋ยววีว่าจะไปคุยกับคุณย่าแล้วก็ไปหาอาปูรณ์ ถ้าไม่เจออาปูรณ์ รออยู่ที่บ้าน เป็นเรื่องแน่ เข้าใจตรงพอยต์แล้วนะคะ”

พอดีไฟเขียว รถคันหลังกดแตรไล่เสียงดัง วีว่าจึงต้องขับรถออกไป มือปืนเสียจังหวะจึงต้องไล่ตามไปอีก

เวลาเดียวกัน เมธีกับวิคยังโต้เถียงกัน วิคด่าเมธีว่าโลเล ทีแรกก็จะให้ฆ่าเสียให้สะใจ แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆก็กลัวผิด กลัวบาป ด่าว่านี่เป็นการฆ่าคนไม่ใช่ขายกล้วยทอดถึงคิดจะเลิกก็เลิกง่ายๆ

เมื่อเมธีให้วิคยกเลิกไม่ได้เลยขู่ว่าตนมีเรื่องกับวีว่าอยู่ ถ้าตำรวจจับได้ตนจะซัดทอดเขา ถึงเวลานั้นเราก็คงโดนจับทั้งคู่ แต่แล้วเมธีก็ผงะเมื่อวิคเอาเทปที่แอบอัดการว่าจ้างและต่อรองให้ฆ่าวีว่าที่อัดไว้มาเปิดให้ฟัง เมธีแค้นใจมากที่ถูกดัดหลัง ด่าวิค

“มึงมันปีศาจชัดๆ”

“มีคนชมผมแบบนี้มาหลายคนแล้วครับ” วิคพูดอย่างภูมิใจ

เวลาเดียวกัน มือปืนตามรถวีว่าที่เลี้ยวเข้าซอยทางลัดแต่รถติด วีว่าหยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.อีก พลัน ก็เห็นคุณลึกลับที่เคยพบกันแต่ในความฝันแต่วันนี้ได้เห็นในโลกแห่งความจริง วีว่าเห็นคุณลึกลับพยายามพูดอะไรแต่เธอมัวมองอึ้ง เป็นจังหวะที่มือปืนเข้าประชิดหน้าต่างรถและลั่นไกทันที!

กระสุนทะลุกระจก วีว่าถูกแรงปะทะของกระสุนจนล้มลงไป แล้วมือปืนก็บึ่งมอเตอร์ไซค์หนีไปทันที

ขณะที่ปูรณ์กำลังประชุมพนักงานอย่างเคร่งเครียดอยู่นั้น ชั้นฉัตรเปิดประตูพรวดเข้าไปบอกเขาว่าเมื่อกี๊ตำรวจที่สนิทกับพ่อโทร.มาบอกว่าวีว่าถูกยิง!

ปูรณ์ลุกออกจากห้องประชุมจนพนักงานพากันงง เขาวิ่งมาถึงชั้นล่างรถประจำตำแหน่งก็เข้ามาเทียบรับเขาพุ่งออกไปทันที ระหว่างนั้นปูรณ์โทร.บอกวารุณี พอรู้ว่าวีว่าถูกยิงวารุณีตกใจจนเป็นลมไป

วีว่าถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพร่างโชกเลือด เธอถูกนำตัวมาถึงโรงพยาบาลในสภาพต้องมีเครื่องช่วยหายใจ

ooooooo

ลมเป็นห่วงมุกริน เมื่อโทร.ไม่ติดและส่งข้อความก็ไม่ได้รับคำตอบ สุดท้ายได้รับข้อความจากมุกรินว่า

“GOOD BYE from Your R”

ลมตกใจมากรีบไปหาเธอที่คอนโด ปรากฏว่าประตูห้องปิด จึงไปบอกเจ้าหน้าที่ขอให้ช่วยเปิดให้ แต่คีย์การ์ดเกิดมีปัญหาเปิดไม่ได้อีก พยายามอยู่หลายครั้งลมร้อนใจแทบเป็นบ้าจึงเปิดได้ ลมพุ่งเข้าไปในห้องทันที มองหาเดินหาไปทั่วก็ไม่เจอ จนไปถึงห้องน้ำ เขาแทบช็อก เมื่อเห็นมุกรินนอนแช่อยู่ในอ่างที่น้ำเป็นสีเลือด!

มุกรินปรือตามองลม พูดอะไรเบาๆกับเขา แล้วหมดสติไป ลมรีบอุ้มเธอขึ้นจากอ่าง เอาผ้าห่มสีขาว ห่อร่างเธอนำส่งโรงพยาบาลทันที

ที่โรงพยาบาลเดียวกัน วีว่าถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินหมอสองคนในชุดผ่าตัดเข้ามา ผู้ช่วยพยาบาลรายงานว่า

“คนไข้ถูกยิงที่บริเวณอกขวา 1 นัดครับ หัวใจหยุดเต้นไป 4 นาที ปั๊มกลับขึ้นมาได้แต่ชีพจรตกไปอีกแล้ว”

หมออีกคนพลิกแฟ้มประวัติคนไข้พบว่า วรรณวิวาห์ วรรณดำรง มีประวัติรักษาที่นี่

“อาจารย์ช่วยดูอย่าให้เธอ Deep ไป ผมจะทำ SCAN ผ่ากระสุน” หมอคนแรกบอก

หมอคนที่สองพยักหน้าแล้วหันสั่งพยาบาลขอยากระตุ้นหัวใจและเลือดกรุ๊ป B Positive ให้ก่อนเลย ตนจะสอดท่อหายใจให้ก่อนแล้วค่อยย้ายไป OR
ทั้งหมอและพยาบาลทำงานแข่งกับเวลาอย่างเต็มที่

ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ใจเด็ด วารุณี และเจ้าขาเฝ้าอยู่อย่างกระวนกระวายใจ ใจเด็ดคุยโทรศัพท์กับป้าแอ๊ว

“ฝากป้าแอ๊วดูด้วยแล้วกันครับ อย่าให้ใครเปิดทีวีหรืออะไรที่ทำให้คุณอาพริ้มเพราเห็นข่าวของวีว่าเด็ดขาด...ใช่...ผมกลัวอาการหัวใจของคุณอาจะทรุดลงไปอีก แล้วจะโทร.ไปหาเป็นระยะนะครับ ขอบคุณครับ”

จังหวะนั้นหมอที่ผ่าตัดออกมาบอกญาติๆที่รีบไปถามอาการว่า คนไข้ถูกกระสุนสองที่ อาการเลือดตกภายใน เราจะย้ายขึ้นไปผ่ากระสุนออกที่ห้องผ่าตัด วารุณีอ้อนวอนหมอให้ช่วยลูกสาวตนด้วย หมอได้แต่ยิ้มให้กำลังใจ

ปูรณ์กับชั้นฉัตรมาถึงพอดี แล้วทุกคนก็ชะงักเมื่อเห็นลมเดินเข้ามาทัก บอกว่า

“ผมเห็นข่าววีว่าจากในเน็ต ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลนี่แล้วเหมือนกันใช่ไหมครับ เป็นยังไงบ้าง?”

“หมอกำลังผ่าอยู่ค่ะ ยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง” เจ้าขาบอก

“ใครนะที่ทำเรื่องแบบนี้กับวีว่าได้” ลมทำท่าไม่พอใจ ปูรณ์มองลมแล้วพูดขึ้นว่า

“เราจะตามหาคนทำต่อไป ว่าแต่คุณลาภิศมาทำอะไรที่นี่ครับ? ดูจากเสื้อที่เปื้อนเหมือนคุณก็เจอเรื่องมาเหมือนกัน”

ลมชะงักอึกอัก ชั้นฉัตรกับเจ้าขาจ้องมอง ลมบอกว่า

“คือ...เพื่อน...ผมประสบอุบัติเหตุน่ะครับ นี่ก็อยู่ในห้องผ่าตัดเหมือนกัน งั้น...เดี๋ยวผมขอไปโทร.บอกแม่ก่อนนะครับว่าวีว่าอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ เผื่อแม่จะมาเยี่ยม”

ลมทำท่าควักมือถือเดินเลี่ยงออกไป ที่แท้แล้วเขาต้องการไปให้พ้นจากสถานการณ์ตรงนี้ เขาเดินไปกดลิฟต์ก็พอดีลิฟต์มา เขารีบเข้าไปในลิฟต์ที่ว่างเปล่าตัวนั้น

ชั้นฉัตรมองตามลมไป หันมองใจเด็ดกับวารุณีที่นั่งอยู่อีกฟากหนึ่ง เขากระซิบกับเจ้าขาว่า

“ขนาดเจอตัวลูกชาย พ่อของเจ้าขายังออกอาการฟึดฟัดขนาดนั้น เกิดตัวแม่มาที่นี่ พ่อเจ้าขาคงโมโหเอารถถังมาระเบิดกลางโรงพยาบาลแน่”

เจ้าขาบอกว่าพ่อไม่ทำอย่างนั้นหรอก บอกชั้นฉัตรว่า “เค้าอยากรู้มากกว่าว่า ‘เพื่อนที่ประสบอุบัติเหตุ’ ของพี่ลมนี่เป็นใคร ดูท่าทางเป็นห่วงเป็นใยออกนอกหน้าขนาดนี้ มันดูมีพิรุธนะ ตัวคิดเหมือนเค้ารึเปล่า?”

ชั้นฉัตรบอกว่าไม่ทันได้สังเกต ถามว่าแล้วเป็นใครล่ะ??

“จะเป็นใครก็ช่างเถอะ มันไม่ใช่เรื่องของเราไม่ใช่เหรอ เรื่องของเราคือรอดูอาการวีว่าแค่นั้นก็พอ” ปูรณ์ขัดขึ้นแล้วเดินไปนั่งกับใจเด็ดและวารุณีที่อีกฟากหนึ่ง

ลมเข้าไปในลิฟต์แล้ว คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่มีเขารู้เพียงคนเดียว นึกถึงตอนที่เขาเข้าไปเจอมุกรินนอนจะหมดสติอยู่ในอ่างที่มีน้ำสีเลือด พอเธอเห็นเขา ก็ยิ้มให้เขาอย่างเจ็บปวด กระซิบแผ่วเบาก่อนสลบไปว่า

“กอดรินแน่นๆนะ...รินหนาวจังเลย...”

ลมทรุดลงอย่างหมดแรงอยู่ในลิฟต์ร้องไห้ฟูมฟาย โทษตัวเอง...

“ผมขอโทษ...ผมขอโทษที่กลับไปหาคุณช้าไป...ผมขอโทษ...”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.