ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: เกรท หวนหวาน แมท ลุ้น 'ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ'



ปูรณ์โทร.สั่งงานไปที่ออฟฟิศแล้วบอกว่าวันนี้ตนจะเข้าแบงก์ช้าหน่อยมีธุระอื่นต้องไปวรรณวิวาห์

วีว่าปฏิเสธอีโนเสียงหลงว่าตนไม่ชอบอาปูรณ์ขี้เก๊ก แล้วพูดออกมาเป็นชุดอย่างที่เคยพูดถึงปูรณ์ อีโนดักคอว่านั่นเธอพูดเองหรือเป็นสิ่งที่คุณย่าพริ้มเพราสอนให้พูดกันแน่ วีว่าโต้ว่าแล้วมันต่างกันยังไง ใครพูดก็เหมือนกันแหละ

“ไม่เหมือนย่ะ เพราะคุณย่าพริ้มเพราเขาพูดเพราะใจคิดอย่างนั้นจริงๆ ส่วนแก ปากแกพูดแต่ใจแกคิดอีกอย่าง” วีว่าเถียงว่าตนไม่ได้คิด “แกจะเถียงใครก็เถียงได้ แต่มีอยู่สองสิ่งที่แกเถียงไม่ได้ หนึ่งคือใจของแกและสองคือเพื่อนเก้งของแกคนนี้!”

วีว่านิ่งไปอย่างเริ่มยอมรับในคำพูดของอีโน ถามว่า “แกจะบอกว่าฉันหลงรักอาของตัวเองเนี่ยนะ?”

“อานอกสายเลือดย่ะ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้น อยู่ตรงแกกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง ส่วนอา ของแกก็ดันมีซัมติงสเปเชียลกับผู้หญิงอีกคนนึง...นั่นต่างหากที่มีปัญหา”

ขณะวีว่ากำลังคิดสิ่งที่อีโนพูดนั่นเอง เจ้าขาเข้ามาบอกว่ามีผู้ชายมาหา ท่าทางมีอะไรเซอร์ไพรส์ด้วย รีบออกไปไวๆ

อีโนเดาว่าหรือจะเป็นอาปูรณ์มาขอแต่งงาน วีว่าลุกพรวดถามว่าจะบ้าหรือ มาขอแต่งงานทั้งๆที่เมื่อคืนเพิ่งไปนอนกับผู้หญิงอื่นมา อีโนย้อนถามว่า แปลว่าถ้าอาปูรณ์ไม่ได้ไปนอนกับใครแกก็ยอมรับแต่งงาน?

วีว่าชะงักยิ้มออกเดินจ้ำอ้าวออกไป คิดว่าปูรณ์มา แต่พอออกไปกลายเป็นลมที่แต่งหล่อรออยู่ วีว่าหน้าเจื่อนจนลมถามว่าทำไมทำหน้างงอย่างนั้นล่ะ วีว่าบอกว่าไม่มีอะไร
ทันใดนั้น ลมคุกเข่าลงตรงหน้าวีว่าจนเธอชะงัก อีโนกับเจ้าขาที่จัดงานแต่งงานมามากเห็นแล้วเดาออกทันทีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

ปูรณ์มาถึงพอดี เขาเห็นลมคุกเข่าอยู่ตรงหน้าวีว่าก็ชะงัก เขาเดาได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

ลมคุกเข่าอยู่ตรงหน้าวีว่า พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้ายิ้มๆแต่จริงจังว่า

“ลมจำได้ดีว่า ตอนที่เราสองคนเล่นแต่งงานกันตอนเด็กๆ ก่อนที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะเข้าไปทำพิธีในโบสถ์ได้ วีว่าต้องบังคับให้ลมคุกเข่า แล้วก็ขอแต่งงานก่อน แล้วลมก็จะบ่นทุกทีเพราะเจ็บเข่า วันนี้...วีว่าไม่ต้องบังคับลมแล้วนะ เพราะสิ่งที่ลมกำลังทำ ลมทำด้วยความเต็มใจ ไม่มีใครบังคับ...หรือถ้าจะมีผู้หญิงคนไหนในโลกมาบังคับลมได้ ก็คงมีแต่ผู้หญิงที่ชื่อวรรณวิวาห์เท่านั้น”

ลมหยิบกล่องแหวนออกจากกระเป๋ากางเกงชูขึ้นตรงหน้า ข้างในกล่องเป็นแหวนเพชรน้ำงามที่ส่องประกายวาววาม

ลมมองวีว่าด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้ม เอ่ยอย่างแสนโรแมนติก

“แต่งงานกันนะ”

วีว่าอึ้งกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เจ้าขากับอีโนดี๊ด๊ายิ้มแป้น

แต่...ที่หน้าร้านวรรณวิวาห์เวดดิ้ง ปูรณ์ยืนมองอยู่แต่แรกแล้ว เขาเห็นวีว่าพยักหน้าให้ลม ปูรณ์ยืนอึ้ง แล้วค่อยๆ ถอยออกจากร้านไปด้วยความเจ็บปวด โดยที่ไม่มีใครเห็นเลย...

ออกมาขึ้นรถสตาร์ตเครื่อง นั่งกำพวงมาลัยแน่น แต่ยังไม่ขับออกไป ใจคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้...

ooooooo

เมื่อคืนนี้ ที่คอนโดของมุกริน เธอถามเขาว่าไม่ดื่มไวน์แล้วหรือ เขาบอกว่าไวน์ที่แช่มันยังเย็นไม่ได้ที่หรอก ขณะที่ทั้งสองกำลังจะจูบกันนั้น จู่ๆปูรณ์ก็หยุด ชะงัก ลุกขึ้นนั่งทันที มุกรินเองก็ชะงัก เธอมองเขาลุกขึ้นยิ้มอย่างไม่ยี่หระ

“อย่าบอกใครนะคะ...ถ้าใครเกิดรู้เข้าว่า มีผู้ชายที่สามารถหักห้ามใจยามอยู่ใกล้มุกริน เวลล์แม็กซ์ได้... เรตติ้งตกแน่”

“งั้นคุณรินก็อย่าบอกใครเหมือนกันนะครับ อย่าบอกใครว่า ยังมีผู้ชายที่หักห้ามใจยามอยู่ใกล้คุณริน เพราะถ้าเขาไม่เป็นผู้ชายโง่มาก ก็คงเป็นเกย์”

ทั้งสองมองหน้ากันนิ่งแล้วหัวเราะออกมาพร้อมกันก่อนที่จะเงียบไปอีกครั้ง แล้วบรรยากาศก็กลายเป็นสดใสขึ้นมาอย่างไร้มารยาและอารมณ์เสน่หา ต่างเข้าใจในกันและกัน จนมุกรินพูดขำๆว่า

“นอกจากเราสองคนจะตกที่นั่งเดียวกันแล้ว เรายังคิดเหมือนกันอีกต่างหาก ดื่มให้กับคนธรรมดาที่ไม่คู่ควรกับใครทั้งสองคนกันเถอะค่ะ”

มุกรินปฏิบัติต่อปูรณ์อย่างไร้มารยา บอกว่าเขาดื่มมากไปแล้วให้นอนที่นี่เสีย เตียงของตนใหญ่และสัญญาว่าตนจะไม่ปล้ำเขา พูดแล้วเธอเดินผละไป

ปูรณ์มองตามด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เห็นว่าเธอ...ดีกว่าที่ใครๆ หลายคนคิด

บนเตียงใหญ่ที่นอนกันคนละฟาก มุกรินนอนหันหลังให้ ปูรณ์นอนหงาย ต่างนอนไม่หลับ จนมุกรินถามขึ้นว่า

“คุณทนได้จริงเหรอคะที่จะเห็นคนที่คุณรักไปมีความสุขกับคนอื่น แทนที่จะเป็นคุณ?”

“ถ้านั่นเป็นความสุขของเธอ ผมเชื่อว่าผมทนได้”

“ทน ถึงแม้ว่าคุณจะทุกข์สักแค่ไหนน่ะเหรอ?”

ปูรณ์ไม่ตอบ...มุกรินหลับตา น้ำตาไหลจากดวงตาที่ปิดสนิท...

บนเตียงใหญ่คืนนี้...จึงมีภาพคนสองคนที่เจ็บปวดในเรื่องแบบเดียวกัน นอนอยู่ข้างกัน แต่คนละฟากเตียง...

นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านไปอย่างสวยงามเพราะมีหัวใจรักที่มั่นคง ปูรณ์หันมองร้านวรรณวิวาห์เวดดิ้งอีกครั้ง แล้วขับรถออกไปด้วยสีหน้าเจ็บปวด

ooooooo

คืนนี้...ขณะวีว่ากำลังแก้ชุดแต่งงานให้ได้อย่างใจอยู่นั้น วารุณีและเจ้าขาในชุดนอนเข้ามา วารุณีถามว่าแก้ใกล้เสร็จหรือยัง

“นี่แหละค่ะพี่วีว่าตัวจริงเสียงจริง ต้องถูก ต้องเนี้ยบ และเพอร์เฟกต์เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่งั้นไม่ผ่านมาตรฐาน นี่ถ้าไม่ใช่พี่ลม ก็อย่าหวังว่าจะผ่านมาง่ายๆ” เจ้าขาชมแกมแซวพี่สาว

วีว่าเผลอทำเข็มจิ้มนิ้วมือตัวเอง วารุณีตกใจ ถามว่าเลือดออกมากไหม วีว่าบอกว่าไม่มาก เธอตัดสินใจถามว่าแม่กลัวบ้างไหม วารุณีถามว่ากลัวอะไรหรือ?

“กลัว PANIC พอใกล้วันแต่งขึ้นมาจริงๆ ก็กลัวสารพัด กลัวว่าทุกอย่างจะไม่ใช่...อย่างที่เราคิด”

วารุณียอมรับว่ากลัว ร้องไห้จนต้องไปคุยกับคุณยาย คุณยายบอกว่า

“ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ใช่สำหรับเราไปเสียทุกอย่างหรือทุกเวลาหรอกนะ ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องมี ต้องหาทุกสิ่งอย่างที่ใช่สำหรับเรา... แค่สิ่งเดียวที่ใช่ก็พอแล้ว...คือคนที่จะอยู่ข้างๆเราตลอดไป”

วีว่าฟังแม่แล้วยิ่งกังวล สับสน แต่พยายามปกปิดไม่ให้แม่เป็นห่วง จนแม่เดินมาพูดข้างหลังเธอว่า

“สิ่งที่คุณยายของลูกบอกไม่ได้ตอบคำถามหรือช่วยแก้ความกลัวของแม่ได้ทั้งหมดหรอก” วีว่าถามว่าแล้วอะไรที่แก้ได้? “หัวใจของลูกไง...เมื่อถึงเวลาจริงๆ หัวใจของลูกจะช่วยตอบคำถามคาใจให้ลูกได้เอง”

วีว่ามองตัวเองในกระจกอย่างสับสน เธอไม่แน่ใจว่าหัวใจของตัวเองจะให้คำตอบอย่างไร?

แล้วคืนนี้ วีว่าก็ฝันถึงคุณลึกลับอีก คำถามที่ยังสับสนในใจ ได้รับคำตอบจากคุณลึกลับว่า

“เธอควรคิดให้ดี แล้วใช้หัวใจของเธอตอบคำถามได้แล้วว่าเธออยากอยู่เคียงข้างใครตลอดไป ไม่ใช่เอาเวลามาไล่ถามฉันหรือคนอื่น” วีว่าอ้อนว่ายังมีเวลาตั้งหลายวันตนก็อยากถามใครต่อใครให้มั่นใจก่อน คุณลึกลับพูดจริงจังว่า “เธอรู้ได้ยังไงวีว่า ว่าเธอมีเวลาอีกนาน”

ooooooo

ลมไปดื่มกินกับเพื่อนที่ร้านของวิคด้วยความรู้สึกแย่ว่าตนพยายามทำตัวดีกับวีว่าเท่าไรก็ยิ่งรู้ว่าตนไม่ได้รักเธอ

วิคชมว่าลมเล่นละครได้เก่งมาก เล่นได้เนียนสนิทจนไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นผู้ชายคนเดียวกับที่ทำผู้หญิงท้องแล้วบังคับให้ไปทำแท้ง ลมตกใจที่วิครู้เรื่องนี้ วิคหัวเราะถามว่าข่าวลือของกลุ่มคนไทยในปารีสมันจะลอยข้ามทะเลมายากนักหรือ วิคบอกลมให้ใจเย็นๆ คนอย่างตนไม่สนใจเรื่องเพื่อนจะไปทำผู้หญิงที่ไหนท้อง มันไม่ใช่เรื่องของตน ย้ำกับลมว่า

“ฉันสนใจว่าที่เจ้าสาวของแกมากกว่า ตกลงแกไม่ได้รักแม่เซเลบนั่นจริงๆใช่ไหม” ลมคอตกตอบเบาๆ ว่าไม่ ตนรักคนอื่น “งั้นก็ดี แกจะได้ไม่เสียใจมาก” วิคเกือบหลุดปากอะไรออกไป พอถูกลมถามก็เฉไฉว่า “วันนี้มีของมาส่งหลังร้านของดีเสียด้วย ถ้าแกอยากไฮ ก็บอกฉันได้นะ ฉันให้แกฟรี ว่าที่เจ้าบ่าว” วิคเดินผิวปากออกไป ลมได้แต่มองตามงงๆ

ooooooo

วันนี้เป็นวันนัดอ่านพินัยกรรมของคุณจรัล วรรณดำรง บรรดาญาติในตระกูลวรรณดำรงต่างมากันถ้วนหน้า แต่มีผู้ที่ไม่ใช่ “วรรณดำรง” มาสองคนคือคุณหญิงแขอุไรกับลาภิศ

แม้พวกวรรณดำรงจะรู้สึกแปลกแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรยิ่งเมื่อคุณย่าพริ้มเพราต้อนรับสองแม่ลูกอย่างยิ้มแย้มยินดี บอกว่าตนเป็นคนเชิญทั้งสองมาเอง ทุกคนจึงยิ่งเงียบ จนเมื่อคุณย่าบอกชงโชคให้เปิดอ่านพินัยกรรมได้แล้ว ชงโชคติงว่า

“ยังเปิดไม่ได้ครับ ลูกหลานวรรณดำรงยังมาไม่ครบ” คุณย่ากวาดตามองบอกว่าไม่เห็นจะขาดใคร “ขาดปูรณ์ครับ ปูรณ์ยังไม่มา”

“ไอ้ปูรณ์มันเป็นคนนอกสายเลือด นอกตระกูล ไม่เห็นต้องเสนอหน้ามาฟัง ไม่ใช่กงการอะไรของไอ้ลูกกำพร้าพ่อแม่เลยสักนิด!” คุณย่าพริ้มเพราโพล่งออกมาอย่างไม่พอใจ

“นอกสายเลือดนั้นจริงอยู่ครับ กำพร้าพ่อแม่นั้นก็ใช่ แต่ตามกฎหมาย คุณจรัลได้รับปูรณ์เป็นบุตรบุญธรรม และยังให้ปูรณ์ใช้นามสกุลวรรณดำรง ก็จึงต้องถือเป็นลูกหลานของวรรณดำรงโดยสมบูรณ์คนหนึ่งและมีสิทธิและหน้าที่ต้องเข้ารับฟังพินัยกรรมมากกว่าใครบางคนในที่นี้เสียอีก!” ชงโชคเหล่ไปทางสองแม่ลูกที่ไม่ใช่พวกวรรณดำรง

คุณย่าสั่งให้เปิดเลย ชงโชคกับชั้นฉัตรหยิบกระเป๋าลุกขึ้นพร้อมกันบอกว่าการเปิดพินัยกรรมจะกระทำไม่ได้ตามคำสั่งอีกฉบับที่คุณจรัลแนบไว้ แล้วเอ่ยลา คุณย่าพริ้มเพราจึงจำต้องอ่อนข้อลงให้คนไปตามปูรณ์มาเดี๋ยวนี้เลยเจ้าขาไปตามปูรณ์เจอกำลังช่วยลุงคนขับรถล้างรถอยู่อย่างทะมัดทะแมง เจ้าขาลากให้ไปฟังการอ่านพินัยกรรมทั้งที่อยู่ในชุดล้างรถ เมื่อปูรณ์มาแล้ว ชงโชคจึงหยิบซองเอกสารแบบเดียวกับที่ชั้นฉัตรหยิบแล้วเริ่มอ่าน ชั้นฉัตรมองพ่องงๆ

ชงโชคเริ่มอ่านพินัยกรรมทุกตัวอักษรอย่างเคร่งขรึม บรรดาที่มาฟังต่างก็ทั้งฟังและจ้องหน้าชงโชคตาไม่กะพริบโดยเฉพาะคุณหญิงแขอุไร ตื่นเต้นจนแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่

ชงโชคอ่านข้อหนึ่งที่ระบุว่าสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ที่เคยแบ่งไว้ให้ญาติคนใดไว้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ข้อสองระบุว่าทรัพย์สินส่วนตัวให้มอบแก่มูลนิธิวรรณ วรรณดำรง เพื่อใช้ช่วยเหลือทางการกุศล

ข้อสาม ทรัพย์สินที่เป็นกองมรดก มอบให้แก่นายปูรณ์ วรรณดำรงแต่เพียงผู้เดียว คุณย่ามองชงโชคขวับ เขาไม่สนใจยังคงอ่านข้อ 3.1 ที่ให้ปูรณ์ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการไทยธนกิจและบริษัทในเครือมีอำนาจเต็มสมบูรณ์ ข้อ 3.2 ให้ปูรณ์เป็นผู้จัดการมรดกและข้อ 3.3 ปูรณ์มีอำนาจแจกจ่ายกองมรดกส่วนใดส่วนหนึ่งให้แก่ญาติคนใดในอนาคตแต่เพียงผู้เดียว

เมื่อชงโชคจะอ่านต่อ คุณย่าก็ขัดขึ้นสั่งให้หยุดอ่านเดี๋ยวนี้ ปฏิเสธว่าไม่จริง!! มันไม่จริง!!!

“เสียใจด้วยครับคุณพริ้มเพรา เมื่อพินัยกรรมเปิดแล้ว ผมมีหน้าที่ต้องอ่านให้จบโดยบริบูรณ์”

“อยากอ่านก็อ่านไป แต่ฉันไม่มีวันยอมเชื่อว่าคุณพี่จรัลจะเขียนพินัยกรรมออกมาแบบนี้ ฉันไม่เชื่อ มันไม่จริง!! ไม่จริงงงงงง!!!!”

ชงโชคถอนใจ ทุกคนเลิ่กลั่ก บางคนมองคุณย่า บางคนมองวีว่าที่ไม่ได้มรดก และหลายคนที่จ้องปูรณ์ผู้ได้รับมรดกแต่เพียงผู้เดียวอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลย!

ooooooo

คุณหญิงแขอุไรผิดหวังอย่างทำใจไม่ได้เลย หุนหันกลับ ซ้ำยังโวยวายว่าพอกันที ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องปวดหัวจัดงานแต่งงาน วีว่าที่เดินตามมาตกใจถามว่าหมายความว่าอะไร?

คุณหญิงเผยธาตุแท้ออกมาอย่างหมดเปลือกว่าในเมื่อทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้าอย่างนี้ งานแต่งก็ไม่จำเป็นต้องมี ล้มมันเสียเลย

วีว่าช็อก ให้ลมบอกมาว่ามันไม่จริงใช่ไหม ลมอึกอัก คุณหญิงทนไม่ได้โวยวายยิ่งกว่าเก่าว่า

“โอ้ยยยยย!! ทีแบบนี้มาอึกๆอักๆ นายลาภิศแกบอกผู้หญิงคนนี้อย่างที่แกบอกฉันทุกวันไปเสียทีว่าแกไม่ได้รักเขา!!”

วีว่าคาดคั้นลมให้บอกความจริงมา ตนจะฟังจากปากเขาเท่านั้น ลมยอมรับว่าตนไม่ได้รักเธอ และไม่แน่ใจด้วยว่าเคยรักเธอหรือเปล่า การแต่งงานของเราสองคนมันก็เป็นได้แค่เกมที่เราเล่นตอนเด็กๆเท่านั้น แล้วเอ่ย “เราขอโทษ”

“เรื่องที่ผ่านมา จบแค่คำว่าขอโทษงั้นเหรอ?!” วีว่าเสียงสะท้าน

“แล้วจะให้เราพูดอะไรมากไปกว่านี้ล่ะ?” ลมถามแล้วเดินผละไปอย่างไม่ไยดี

วีว่ายังยืนอยู่ตรงนั้น เธออึ้ง ชาไปหมดทั้งตัวกับสิ่งที่ได้รับรู้และได้ยินจากปากลม

ooooooo

คุณย่าพริ้มเพรายังโต้เถียงกับชงโชค ไม่ยอมรับพินัยกรรมนั้น ชงโชคบอกว่าตนพิมพ์สำเนา

เอกสารไว้สิบกว่าชุดไว้ให้ทุกคนอ่านหรือจะให้สำนักงาน กฎหมายอื่นตรวจสอบก็ได้

คุณย่าไม่ยอมรับ ซ้ำหาว่าปูรณ์มีแผนการจะฮุบสมบัติจึงดูแลประจบคุณจรัลตลอดเวลาที่ป่วย

“พอเถอะครับคุณอา!” ใจเด็ดทนไม่ได้โพล่งขึ้นด้วยเสียงอันดังจนทุกคนตกใจหันมอง

ใจเด็ดชูพินัยกรรมบอกทุกคนว่าตนตรวจพินัยกรรมฉบับจริงอย่างละเอียดแล้ว เป็นลายเซ็นของคุณพ่อจริง และในเมื่อคุณพ่ออยากให้เป็นแบบนี้ เราทุกคนก็ควรปฏิบัติตาม ใจเด็ดยังชี้แจงถึงความรักและไว้วางใจ

ปูรณ์ของคุณพ่อและความตั้งใจทำตามเจตนาของคุณพ่อ ปูรณ์รักษาผลประโยชน์ เพิ่มพูนทรัพย์สินของบริษัทและดูแลทุกคนใน “วรรณดำรง” อย่างทั่วถึงทุกคน คุณย่าจะแย้ง ใจเด็ดขัดทันทีว่า

“ผมยังพูดไม่จบ!! ถ้าปูรณ์จะชุบมือเปิบเอาสมบัติของวรรณดำรงไปจริงๆ ทำไมเขาจะทำไม่ได้ ปูรณ์สามารถ ทำได้โดยที่พวกเราไม่ล่วงรู้ด้วยซ้ำไป!”

ทุกคนฟังใจเด็ดแล้วพยักหน้าเริ่มคล้อยตาม คุณย่าจึงหันไปถามว่า วีว่าคิดอย่างไร ให้บอกมาว่ามรดกนี้ควรเป็นของหลานย่าแล้วย่าจะทำทุกอย่างทุกวิถีทางที่จะไม่ให้คนเจ้าเล่ห์นั่นเอาของหลานๆไป

คุณย่าคาดคั้นเอาคำตอบจากวีว่า จนในที่สุดเธอบอกว่าตนเห็นสมควรที่จะทำตามพินัยกรรมของคุณปู่ ตนรู้ว่าต้องมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับตน แต่ตอนนี้รู้ว่าการที่ตนไม่ได้มรดกเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เพราะ...

“มันทำให้วีว่าได้รู้ว่า ใครที่รักวีว่าจริงๆ หรือใครที่รักวีว่าเพราะเงิน! วีว่าไม่มีอะไรขัดข้องที่จะให้อาปูรณ์เป็นผู้ได้รับมรดกและดูแลมันค่ะ...วีว่าขอตัวก่อนนะคะ” แต่พอจะไปก็หันบอกว่า “อีกหนึ่งเรื่องจะแจ้งให้ทุกคนทราบ งานแต่งงานระหว่างวีว่ากับลมจะไม่เกิดขึ้นค่ะ”

คุณย่าพริ้มเพราของขึ้นอีก ถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมต้องล้มงานแต่งงานด้วย!!

“ก็อย่างที่วีว่าบอกไงคะ...เรื่องมรดกทำให้วีว่าได้รู้ว่า ใครที่รักวีว่าจริงๆ หรือใครที่รักวีว่าเพราะเงิน! ซึ่งลมเป็นคนประเภทหลัง!”

คุณย่าพริ้มเพราตกอยู่ในความสับสน ผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า โวยวายให้วีว่ามาพูดกันให้รู้เรื่อง แต่เธอเดินไปแล้ว

ปูรณ์เป็นอีกคนที่อึ้งๆ งงๆ กับเรื่องที่วีว่าประกาศล้มเลิกการแต่งงานกับลม

ooooooo

ชงโชควางแผนเหนือชั้นกว่าคุณหญิงแขอุไรมาก นอกจากทำพินัยกรรมปลอมหลอกให้ไปขโมยแล้ว ยังลงนามจรัล เป็นจรัส ทำให้ทั้งสามยิ่งหัวเสียที่เสียค่าโง่อย่างหมดท่า

“พินัยกรรมฉบับนี้ คุณลุงชงโชคตั้งใจทำขึ้นมาวางยาให้ใครที่อยากขโมยมาดูมันก่อนเข้าใจผิดไป เพื่อยืนยันว่ามีการขโมยพินัยกรรมเกิดขึ้น และหมากบนกระดานก็เปลี่ยนไป”

เมื่อถูกซ้อนกลด้วยแผนที่เหนือชั้นกว่า คุณหญิงแขอุไรสั่งสวัสดิ์กับลมให้ทำสิ่งที่เราคุยกันไว้แล้ว ทำยิ่งเร็วก็ยิ่งดี บอกว่าลมต้องร่วมมือด้วย ถามเสียงเข้มว่า “เข้าใจไหมนายลาภิศ!”

“แม่จะห่วงผมทำไม ขนาดหลอกผู้หญิงคนนึงให้แต่งงานด้วยผมยังทำได้ คงไม่มีเรื่องไหนที่ผมทำไม่ได้อีกแล้วล่ะครับแม่...” พูดแล้วเดินออกไป ทิ้งให้คุณหญิงแขอุไรมองตามฮึดฮัด

วีว่าเก็บตัวอยู่ในห้อง เจ้าขายกอาหารไปให้ก็ตะโกนปฏิเสธออกมา เจ้าขาสงสารพี่สาว ใจเด็ดปลอบใจว่า

“ทุกคนย่อมมีวันที่เจอเรื่องแย่ๆ แต่พ่อเชื่อว่าลูกสาวของพ่อจะเข้มแข็งผ่านมันไปได้”

ปูรณ์เป็นห่วงวีว่า แต่ก็ทำได้แค่ยืนมองจากหน้าต่างห้องเธอเท่านั้น...

แม้จะเจ็บปวดต้องเผชิญกับปัญหาและแรงกดดันจากคุณย่าพริ้มเพรามากมาย แต่ปูรณ์ก็ยังทำงานอย่างมีสมาธิ

วันนี้เขาเห็นพนักงานกำลังปลดรูปของคุณจรัลลง ปูรณ์สั่งให้หยุด ถามว่าพวกคุณจะทำอะไร

“เอ่อ...เปลี่ยนรูปตามธรรมเนียมของธนาคารครับท่านประธาน”

“คุณอาจจะแขวนรูปผมเพิ่มได้ แต่ห้ามปลดรูปคุณจรัลลงเด็ดขาด เข้าใจไหม”

ooooooo

พี่บีไม่พอใจมุกรินที่ไม่ไปให้สัมภาษณ์ตามนัด บุกไปที่คอนโด ทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรงจน

มุกรินปิดประตูใส่หน้า พี่บีถามว่าทำไมถึงไม่ไปกองทั้งที่วันก่อนบอกว่า โอเค มุกรินรับว่าตนโอเคแต่พี่บีทึกทักเอาเองว่าตนจะไป

มุกรินบอกว่าตนไม่อยากกลายเป็นเหยื่อให้คนอย่างเธอใช้ประโยชน์อีกต่อไป พอกันที ตนจะไม่ต่อสัญญาอีกแล้วจะเป็นผู้จัดการของตัวเอง พี่บีโวยวายอยู่หน้าห้อง เมื่อมุกรินไม่เปิดประตูมาคุยด้วยก็พูดอาฆาต

“แก...แกต้องเจอฉัน นังคนทรยศ!!”

ooooooo

พี่หมีกับอีโนเป็นห่วงวีว่าที่ไม่ยอมกินอะไรมาหลายมื้อแล้ว อีโนอาศัยความสนิทเป็นพิเศษกับวีว่าเอาสปาเกตตีปลาเค็มของโปรดไปให้ โดยพี่หมีกับเจ้าขายืนชะเง้อรอฟังผลอยู่ข้างล่าง

วารุณีออกมาเจอ พอรู้ว่าทั้งสองมาทำอะไรก็บ่นว่าคุณย่ากับคุณหลานอาการเดียวกันเลย ครู่เดียวอีโนก็โผล่มาในสภาพถูกวีว่าเอาสปาเกตตีปลาเค็มละเลงหัวมาเลอะเทอะ พี่หมีปรารภกับวารุณีว่า

“งานนี้ ขนาดอโณชาเพื่อนซี้ยังเอาไม่อยู่ ท่าทางอาการวีว่าจะหนักนะคะน้าวารุณี”

ตกค่ำขณะวารุณีเก็บดอกมะลิอยู่ ปูรณ์ขับรถกลับมาเจอ ทักทายกันแล้วปูรณ์ทำท่าจะถามอะไร วารุณีเดาใจได้ถามว่าจะถามถึงวีว่าใช่ไหม เขาตอบอึกอักว่าใช่ อยากรู้ว่าหลานตนเป็นอย่างไรบ้าง วารุณีบอกว่าหนักเอาการ

ปูรณ์ตำหนิคุณหญิงแขอุไรกับลมว่าทำไม่ถูก แต่วารุณีบอกว่าเขาทำถูกแล้วที่เผยธาตุแท้ความเลวร้ายออกมาแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าวีว่าแต่งงานไปแล้วรู้ทีหลังจะทุกข์ใจมากกว่านี้อีก วารุณีมองหน้าปูรณ์เหมือนพบอะไรบางอย่างที่สงสัยมานาน

ใจเด็ดเป็นห่วงวีว่า เข้าไปหาที่ห้องเจอเธอกำลังจะกระชากชุดแต่งงานลงมา เขารีบห้าม

“อย่าทำอย่างนั้น...” ใจเด็ดมองชุดเจ้าสาวบอกว่า “นี่เป็นชุดเจ้าสาวที่สวยมาก ชีวิตลูกก็สวยงาม อย่าให้ผู้ชายห่วยๆแค่คนเดียวมาทำลายอย่างนี้เลยนะ”
วีว่าโผกอดพ่อร้องไห้โฮอย่างกดดัน

ปูรณ์กับวารุณียังไม่ทันแยกจากกัน ป้าแอ๊วก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาบอกวารุณีว่าคุณย่าพริ้มเพราล้มอยู่ที่ห้อง วารุณีรีบตามป้าแอ๊วไป เวลาเดียวกันเจ้าขาก็รีบไปบอกใจเด็ดกับวีว่าที่ยังอยู่ในห้อง

คุณย่าพริ้มเพราถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพหมดสติ ใจเด็ดบอกวารุณีกับลูกๆให้อยู่บ้าน ตนกับปูรณ์ จะตามไปโรงพยาบาลเอง แต่วีว่าไม่ยอมกระโดดขึ้นรถพยาบาลไปทันที วารุณีถามป้าแอ๊วว่าคุณย่าล้มได้ยังไง ป้าแอ๊วเล่าว่าคุณย่าไม่ทานอะไรมาหลายมื้อแล้ว ตนเอาของว่างไปให้ก็ได้ยินเสียงตึง เข้าไปดูก็เห็นคุณย่านอนนิ่งไปแล้ว

ขณะกำลังโกลาหลกับการพาคุณย่าส่งโรงพยาบาล นั้น ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีรถเก่าๆคันหนึ่งจอดอยู่ในรถมีมือปืนซุ่มพร้อมที่จะทำงาน รถคันนั้นตามรถพยาบาลไปจนถึงโรงพยาบาลคอยจังหวะที่จะลงมือ

ทุกคนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พอคุณหมอออกมาจึงเข้าไปถามอาการคุณย่า คุณหมอบอกว่าคุณย่ามีอาการโรคหัวใจอยู่แล้วคงมีเรื่องเครียดเลยช็อก แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วคงต้องแอดมิทดูอาการสัก 3-4 วัน ถ้าอยากเข้าไปเยี่ยมก็เข้าไปได้

วีว่าเดินไปทันที ใจเด็ดตามไป หันถามปูรณ์ว่าไม่เข้าไปด้วยกันหรือ ปูรณ์บอกว่าอย่าดีกว่า คุณอาพริ้มเพราเห็นหน้าตนตอนนี้อาจจะ...ใจเด็ดตัดบทว่าตนเข้าใจ บอกเขากลับไปเลยก็ได้ ทางนี้ตนจะดูแลเองไม่ต้องห่วง

ooooooo

วีว่าเข้าไปที่เตียงคุณย่า เห็นคุณย่าค่อยๆลืมตาเธอบอกว่าคุณย่าปลอดภัยแล้ว เดี๋ยวคุณย่าก็หายกลับบ้านได้แล้ว

คุณย่าพริ้มเพรามองหน้าวีว่า พยายามถอดเครื่องช่วยหายใจออก พูดกับวีว่าด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

“ย่า...ขอโทษ...” วีว่าถามว่าคุณย่าขอโทษตนเรื่องอะไร “ย่าขอโทษ...ย่าอยากให้หลานย่าได้แต่งงานมีความสุขกับผู้ชายดีๆ แต่ย่ามองคนผิดไป ย่าขอโทษ...ย่าขอโทษ...”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณย่า คุณย่าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว คนที่ผิดไม่ใช่คุณย่าหรอกค่ะ วีว่ารู้ว่าที่คุณย่าทำไปก็เพราะรักวีว่า แต่ตอนนี้คุณย่าพักผ่อนก่อนนะคะ จะได้หายไวๆ” วีว่าช่วยใส่เครื่องช่วยหายใจให้คุณย่าตามเดิม คุณย่าจึงค่อยๆหลับตาลง

วีว่าลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ใจเด็ดตามมาถามว่าจะไปไหน วีว่าบอกว่าตนผิดเองที่เชื่อแบบผิดๆตลอดมาว่าลมคือคนที่ใช่ ที่คุณย่าทำไปก็เพราะเชื่อว่าลมเป็นคนที่วีว่าเลือกแล้ว เลยทำให้คุณย่าเป็นแบบนี้

ใจเด็ดดูออกว่าวีว่ากำลังคิดจะทำอะไร จะตามไปก็เป็นห่วงคุณย่า จึงโทร.หาปูรณ์

ปูรณ์ขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว มือปืนที่ซุ่มอยู่จ้องอย่างหมายมาด พลันมันก็ตื่นตัวเต็มที่เมื่อเห็นวีว่าออกมามองหาแท็กซี่อีกคน เธอยืนรอแท็กซี่โดยไม่รู้ตัวเลยว่าภยันตรายกำลังมาเยือน!

ปูรณ์ได้รับโทรศัพท์จากใจเด็ดบอกว่าวีว่ากำลังออกไปไหนก็ไม่รู้ ตนสังหรณ์ใจยังไงบอกไม่ถูก

วีว่ายังยืนรอแท็กซี่อยู่ มือปืนเดินเข้ามาหมายจัดการ แต่พริบตานั้นแสงไฟจากหน้ารถสาดเข้ามาทำให้มันชะงักต้องหลบ รถแท็กซี่ที่ปูรณ์นั่งย้อนกลับมานั่นเอง วีว่าแผลงฤทธิ์ไม่ยอมกลับกับเขาจนปูรณ์บอกว่าถ้าไม่ไปกับตนก็อย่าหวังว่าจะได้ไปไหน เธอจึงยอมขึ้นรถนั่งปึ่ง แท็กซี่ถามว่าจะไปไหน วีว่าบอกให้ขับไปเรื่อยๆ

ระหว่างนั่งรถไปนั้น วีว่าแอบโทรศัพท์นัดอีโนให้ออกมาดักรับตามทาง พอรถติดไฟแดงวีว่าก็เปิดประตูแท็กซี่วิ่งข้ามถนนไปขึ้นรถอีโนที่มาจอดรออยู่หนีจากปูรณ์ไป แต่ปูรณ์จำรถอีโนได้เขาจึงไม่ตาม กลับไปนั่งทำงานต่อที่บ้านจนดึก

วีว่ากับอีโนไปนั่งดื่มในผับ ทั้งสองดื่มเตกีล่าไปเกือบสิบแก้วต่างกรึ่มกัน อีโนจะอ้วกจึงลุกไปเข้าห้องน้ำพอออกจากห้องน้ำเจอจี๊ดนางแบบที่ไม่เจอกันนาน ทักทายกันแล้วอีโนมองไปที่โต๊ะ ปรากฏว่าวีว่าหายไปแล้ว ถามจี๊ดก็ไม่รู้ว่าไปไหนได้ยินแต่ว่าจะไปด่าใครต่อหน้าเลยอะไรนี่แหละ

อีโนรู้ทันทีว่าวีว่าจะไปไหน จะโทร.บอกทางบ้านก็กลัวจะตกใจกัน เลยโทร.บอกปูรณ์ พอปูรณ์รู้ก็รีบขับรถออกไปทันที

ooooooo

เมื่อพี่บีกับมุกรินแตกหักกันแล้ว พี่บีเตรียมสร้างคนใหม่ขึ้นมาหากินต่อไป เธอนัดพบพี่โต้งที่ร้านกาแฟที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง พอเจอกันพี่โต้งถามว่าคราวนี้จะเอาเท่าไหร่

“ไม่คิดราคาสักบาทเดียว” พี่โต้งมองอย่างไม่อยากเชื่อ พี่บีบอกว่า “คราวนี้ไม่ได้อยู่ในรูปของเงิน มันคือการแก้แค้น คราวนี้ขอให้มันล่มจมไปก็พอใจแล้ว”

พี่บีส่งแฟลชไดรฟ์ให้ พี่โต้งเสียบเข้ากับคอมพ์แล้วเปิดดู เขาตาโตอย่างตื่นเต้นบอกว่า “คุณนี่มันร้ายกาจมาก”

“ถึงเวลาที่บีกับนังนี่จะ ‘ปิดจ๊อบ’ กันแล้วค่ะ ก็อย่างที่บอก บีไม่คิดเงิน บก.โต้งสักบาทเดียว ขอแค่ บก.โต้งให้ โอกาสเด็กคนอื่นในสังกัดบีได้ขึ้นหน้าหนึ่งโปรโมตงานคราวต่อๆไปก็พอ”

พี่โต้งโทร.บอกน้ำที่สำนักพิมพ์ทันที ให้ชะลอการปิด เล่มไว้ก่อนรอไม่เกินตีสอง เพราะพรุ่งนี้เราจะมีข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ในหน้าหนึ่ง ” แล้วบอกพี่บี “คุณจะได้ เห็นสิ่งที่คุณต้องการบนแผง หน้าจอทีวี และในโซเชียลมีเดียพรุ่งนี้เช้า!”

ooooooo

วีว่าไปที่หน้าบ้านลม หยิบก้อนหินปาหน้าต่างกระจกแตก ลมลงมาถามวีว่าว่าเธอเล่นบ้าอะไร! วีว่าด่าลมที่ทำให้คุณย่าโรคหัวใจกำเริบ ช็อกจนต้องเข้าโรงพยาบาล

ครู่หนึ่งคุณหญิงแขอุไรลงมาสมทบ วีว่าที่ตั้งใจมาด่าสองแม่ลูก กลับถูกคุณหญิงด่าเปิง ดูถูกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่าเบื่อ ถ้าไม่มีเงินแสนล้านก็จะไม่มีผู้ชายที่ไหนอยากแต่งงานด้วย ลมพยายามห้ามแม่ แต่คุณหญิงยิ่งด่าก็ยิ่งอารมณ์ขึ้น ด่าส่งท้ายว่า เวลานี้เธอหมดราคาเกินกว่าที่ตนจะยอมให้ลูกชายไปล่มหัวจมท้ายด้วยแล้ว

พอดีฟ้าแลบฝนเริ่มตก คุณหญิงหันหลังเดินกลับเข้าบ้าน ลมมองวีว่าอย่างสับสน แต่ในที่สุดเขาก็บอกวีว่าก่อนเดินเข้าบ้านว่า “กลับบ้านดีๆนะวีว่า” แล้วทิ้งให้วีว่ายืนตากฝนอยู่ตรงนั้น...

ปูรณ์ขับรถมาถึงทางเข้าบ้านลม แสงไฟสาดไปเห็นวีว่าเดินห่อตัวท่ามกลางสายฝนอยู่ข้างทาง ปูรณ์รีบจอดรถลงไปดึงวีว่าที่อยู่ในอาการเหม่อลอยบอกเธอว่า

“อามารับวีว่า...เรากลับบ้านกันเถอะ”

“อาปูรณ์...” วีว่าโผเข้ากอดปูรณ์ซบอกเขาร้องไห้โฮ ปูรณ์ค่อยๆกอดตอบ เป็นกอดอย่างผู้ใหญ่ที่กอดปลอบเด็กอย่างอบอุ่นและปลอดภัย เขาบอกวีว่าที่ซบอกอยู่ว่า

“ไม่เป็นไรแล้ว กลับบ้านกันเถอะนะ”

ทั้งสองขึ้นนั่งรถในสภาพเปียกฝน วีว่านั่งหนาว ปูรณ์เอาเสื้อสูทของเขาในรถให้เธอคลุม ครู่หนึ่งเธอบอกว่ายังไม่อยากกลับบ้าน เขาถามว่าแล้วจะไปไหน วีว่าบอกทางให้เขาไปที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

เป็นสวนสาธารณะที่เบื้องหน้าเป็นแม่น้ำ มีสะพานใหญ่ข้ามแม่น้ำที่สวยงาม วีว่านั่งขดตัวอยู่ในรถมองออกไปข้างนอก ปูรณ์ถามว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ วีว่าเล่าในขณะที่สายตายังมองสะพานเบื้องหน้าว่า

ก่อนเปิดร้านวรรณวิวาห์ แม่พาตนมาตะลอนดูร้านผ้าเก่าๆแถวนี้ทุกวัน มาเป็นปี ตนเห็นสะพานนี้ตั้งแต่เพิ่งเริ่มก่อสร้าง มีแต่ตอม่อ เหล็ก และปูน ตนชอบจอดรถดูคนงานตัวเท่ามดทำงานอยู่บนนั้น นึกสงสัยว่า กว่าสะพานจะสร้างเสร็จพวกเขาจะเหนื่อยมากไหม ไม่เห็นมีใครหยุดดูอย่างตน แต่พอสะพานสร้างเสร็จ ติดไฟ สวยงามผู้คนก็มักจะมาหยุดดู

“สะพานมันเหมือนชีวิตคนเรา คนอื่นๆก็เลือกที่จะมาอยู่กับเรา มาดู มาชื่นชม มาจ้องมองในยามที่ชีวิตเราสวยงาม แต่ในยามที่ชีวิตเราเป็นแค่ตอม่อ เป็นแค่เหล็ก แค่ปูนที่ยังไม่สวยงามล่ะ มันมีไม่กี่คนที่จะสนใจมอง หรืออยากอยู่ตรงนั้น”

“แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของคนที่จะไม่มอง ไม่สนใจ แล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของสะพานด้วยไม่ใช่เหรอ” ปูรณ์ถาม

วีว่าชะงักหันมองปูรณ์ เขายิ้มให้เธอนิดๆ ซึ่งวีว่ารู้ว่าเป็นรอยยิ้มให้กำลังใจตน...

ทั้งสองอยู่ที่นั่นจนเช้า วีว่ามองทิวทัศน์ในยามเช้าชมว่าสวยจัง ปูรณ์มองวีว่าแล้วหันมองสะพาน เอ่ยขึ้นว่า

“คุณค่าของสะพานคือการที่มันทอดข้ามอุปสรรคไป พาคนที่เดินทางจากฝั่งนี้ไปยังอีกฝั่งได้ คนข้างสะพานมองคุณค่าของสะพานแค่เป็นวิวที่สวยงาม แต่คนที่อยู่บนสะพานมองคุณค่าของสะพานเป็นทางที่พาเขากลับบ้าน พาไปหาคนที่เขาอยากไปหา อยากไปเจอได้... คุณค่าอยู่ที่สายตาของแต่ละคน ที่สำคัญคืออย่าเอาสายตาคนอื่นมากำหนดคุณค่าของเราก็พอ”

ปูรณ์ยิ้มให้วีว่า ยิ้มอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน จนวีว่ารู้สึกหวั่นไหวในใจจนต้องจิบกาแฟแก้เขิน

วีว่ายังพาปูรณ์ไปกินโจ๊กที่ขายอยู่ในตรอกแคบๆ แถวนั้น ปูรณ์อึ้งไม่คิดว่าเธอจะกินอาหารร้านแบบนี้ได้ แต่พอกินแล้วก็อร่อย วีว่าเล่าว่า ร้านนี้ตนมาประจำตอนมาหาดูผ้ากับแม่ ปูรณ์เอ่ยทึ่งๆขำๆว่า

“ถ้านักข่าวหนังสือไฮโซ รู้ว่าเซเลบอย่างวรรณวิวาห์ วรรณดำรง ชอบกินโจ๊กในตรอกนี้ คงรีบมาทำสกู๊ปแทบไม่ทัน”

“วีว่าก็ผู้หญิงธรรมดานะคะ ไม่ใช่เทวดาที่ไหน คนเขากินอะไรกัน วีว่าก็กินแบบนั้นแหละ อาปูรณ์อิ่มแล้วแน่นะคะ มื้อนี้เจ้าถิ่นอย่างวีว่าเลี้ยงอาปูรณ์เอง”

“ไม่ได้...ให้หลานมาเลี้ยงข้าวอาได้ไง เดี๋ยวอาเลี้ยงเอง” ปูรณ์ควักกระเป๋าสตางค์ออกมา วีว่าหยอกว่าถ้างั้นก็ช่วยเลี้ยงหลานคนนี้ไปให้ได้ตลอดนะคะ “อาเลี้ยงวีว่าได้ทั้งชีวิตอาอยู่แล้ว”

เป็นคำตอบที่ทำให้วีว่าเขินอีกครั้ง ปูรณ์เองรู้ตัวว่าเผลอเผยใจออกไป ก็ทำเฉไฉขอไปจ่ายค่าโจ๊กแก้เกี้ยว

เจ้าขาเฝ้าคุณย่าอยู่ที่โรงพยาบาล เจ้าขาบอกว่าคุณย่าปลอดภัยแล้ว ตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่ออกไปซื้อข้าวต้มปลาเจ้าโปรดมาให้คุณย่าอยู่ คุณย่าพูดอย่างเกรงใจว่าตนไม่สบายทำให้ทุกคนเดือดร้อนกันไปหมด ต้องขอบใจใจเด็ดที่อุ้มย่ามาส่งโรงพยาบาล เจ้าขาบอกว่าวันนั้นปูรณ์เป็นคนอุ้มคุณย่ามาส่งที่รถพยาบาลต่างหาก คุณย่าพริ้มเพราฟังแล้วอึ้งไป

ooooooo

ขณะที่วีว่ากับปูรณ์กำลังเดินอยู่หน้าปากตรอกที่ไปกินโจ๊กกันนั้น วีว่าได้รับโทรศัพท์จากเจ้าขาได้ข่าวคุณย่าอาการดีขึ้นก็ดีใจ บอกว่าเดี๋ยวจะรีบไปหาคุณย่า แต่พอเจ้าขาถามว่าหายไปไหนมาทั้งคืน วีว่าก็อึกอักมองหน้าปูรณ์แล้วปดน้องว่า

“พี่ก็ไปกับอีโนน่ะสิ อือ...ผับประจำน่ะแหละไม่มีอะไร สบายใจแล้ว อือ...แค่นี้ก่อนนะเจ้าขา เดี๋ยวเจอกัน” ตอบน้องแล้วมองหน้าปูรณ์ เขายิ้มให้อย่างเข้าใจ บอกว่าดีแล้วที่บอกว่าอยู่กับอีโนทุกคนจะได้สบายใจ

แล้วทั้งสองก็ชะงักเมื่อเดินผ่านแผงขายหนังสือพิมพ์เห็นรูปมุกรินที่โป๊เกือบเปลือยและรูปเธออีกมากมายที่ล้วนแต่เป็นภาพลบ พร้อมพาดหัวด้วยถ้อยคำที่ร้อนแรง น่ากลัว ทั้งสองตะลึงกับภาพบนแผงหนังสือแทบทุกฉบับ!

เช้าวันเดียวกัน พอมุกรินลงจากคอนโด เธอถูกนักข่าวกลุ้มรุมเข้ามาสัมภาษณ์ถึงภาพฉาวข่าวโฉ่ในเช้านี้ มุกรินไม่ทันตั้งตัว ตกใจไม่รู้จะรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าอย่างไร

ส่วนรายการทางทีวี พิธีกรก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเมามัน คุณหญิงแขอุไรนั่งดูทีวีตาไม่กะพริบ

ขณะนั้นเองลมเดินลงมาเขาหยิบรีโมตปิดทีวีทันที คุณหญิงพูดเหน็บว่าเด็กของเขาแต่ละคนเด็ดๆทั้งนั้น คนหนึ่งมาปาหินจนกระจกบ้านแตกเมื่อคืน อีกคนก็ออกคลิปโจ๋งครึ่มเช้านี้ พูดเยาะว่าดีที่ไม่มีรูปเขาอยู่ในนั้นด้วย

“ถ้าจะมีมันคงไม่แปลกมังครับแม่” คุณหญิงค้อนขวับปรามว่าทำเป็นปากดีเดี๋ยวได้แก้ข่าวอุตลุดอีกหรอก คราวที่แล้วยังไม่เข็ดอีกรึไง? “คราวที่แล้วผมต้องตามแก้ข่าวเพราะต้องแต่งงานกับวีว่า แต่ในเมื่อไม่มีงานแต่งมันก็ไม่จำเป็นต้องแก้ข่าวอีกแล้ว”

พอลมจะออกไป คุณหญิงถามว่าจะไปไหนแต่เช้า เขาบอกว่าไปหามุกริน คุณหญิงยิ้มช็อกๆ บอกว่าอย่าล้อเล่นได้ไหม ลมย้ำว่าจะไปหามุกรินจริงๆ ตนอยากเจอเธอ

“แกจะบ้าไปแล้วเหรอลาภิศ แกจะไปหานังนั่นทำไมกัน ขืนไปแกถูกลากดิ่งลงเหวไปพร้อมกับนังนั่น แน่ๆ...ทำไม! มีผู้หญิงอีกนับล้านรอให้แกไปหา ทำไมแกต้องไปหานังนั่น!!”

ลมตอบอย่างไม่แคร์แม่อีกว่าเพราะผู้หญิงเหล่านั้นไม่เหมือนมุกริน คุณหญิงพรวดเข้าคว้าแขนไว้ ด่าว่าตาต่ำไปหลงรักผู้หญิงชั้นต่ำทำตัวสำส่อนแบบนั้น ลมโมโหสวนทันควันว่า

“แล้วคนอย่างผมมันชั้นสูงตรงไหน ผู้ชายที่เคยคิดจะจับผู้หญิงแต่งงานเพราะหวังเงินอย่างผม มันก็ทำตัวต่ำไม่แพ้มุกรินหรอกครับแม่! ต่ำกับต่ำอยู่ด้วยกัน ผมว่ามันก็เหมาะกันดีด้วยซ้ำไป”

คุณหญิงโกรธแทบคลั่งสั่งลมให้หยุด ไม่ต้องไป ลมตอบอย่างท้าทายว่าถ้าตนจะไปเสียอย่างแม่ไม่มีปัญญาห้ามได้หรอก ตอกย้ำกับคุณหญิงว่า “ที่ผ่านมาผมยอมทำตามเกมแม่มาตลอด เมื่อเกมของแม่มันจบลงไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่ผมจะทำตามใจตัวเองบ้างแล้ว” ถูกคุณหญิงหาว่าเขาหลงมุกรินหัวปักหัวปําเพราะถูกเล่นของ

“ผมไม่ได้หลงมุกรินหัวปักหัวปําอย่างที่แม่เข้าใจ...แต่ผมรักเขาต่างหาก!”

ลมเดินออกไปอย่างไม่สนใจคุณหญิง ที่นั่งช็อกแล้วช็อกอีกกับคำตอบของลูกชาย

ooooooo

เมธีที่ถูกเฮียส่งลูกน้องตามทวงหนี้สามล้านอย่างมหาโหด จนต้องรับปากเพื่อเอาชีวิตรอดว่าสิ้นเดือนนี้จะใช้คืนให้ บังเอิญวันนี้เมธีไปนั่งคอตกอยู่ตรงแผนกสินเชื่อ ได้ยินชั้นฉัตรคุยกับปูรณ์เรื่องที่เขาได้เป็นประธานไทยธนกิจ จึงไปขอพบ

เมธีนั่งห่อตัวรออยู่ บอกปูรณ์ว่าถ้าสิ้นเดือนนี้ไม่มีเงินไปคืนเฮียสามล้านมันคงไม่ปล่อยตนแน่ ปูรณ์ถามว่าเขาอยากได้คำตอบจากตนว่ายินดีจะช่วยหรือไม่งั้นหรือ? เมธีหันมองชั้นฉัตรอย่างขอความช่วยเหลือ

“ฉันไปเจอเขา เขาก็เล่าให้ฉันฟังแล้วฉันก็พาเขามาพบแกนี่แหละ” ชั้นฉัตรเล่าให้ฟัง ปูรณ์มองหน้าเมธีตอบทันทีว่า

“ผมให้คำตอบคุณตอนนี้เลยก็ได้คุณเมธี ว่า...ไม่!”

ชั้นฉัตรชะงัก ส่วนเมธีหน้าซีดคอตก ชั้นฉัตรผิดหวังมากที่ปูรณ์ไม่ช่วยเมธี

ปูรณ์พูดในฐานะผู้ดูแลตระกูลวรรณดำรงว่า ตนไม่เห็นเหตุผลข้อไหนที่จะช่วยคนอย่างเขา ปูรณ์สาธยายความเลวร้ายที่เมธีทำกับวีว่าและวรรณวิวาห์เวดดิ้ง กระทั่งจ้างคนไปพังร้าน และยังพูดในฐานะประธานบริหารไทยธนกิจว่า ไม่มีเหตุผลที่จะช่วยเพราะเขาไม่มีหลักค้ำประกันเพียงพอที่ตนจะให้เงินกู้ถึงสามล้าน แล้วเชิญเมธีให้กลับไปได้แล้ว

เมธีเดินเลื่อนลอยออกไปจนเกือบถูกรถชน ปูรณ์ตามไปเรียก เมธีคิดว่าจะมาเยาะเย้ยตนอีกบอกจะพูดอะไรก็รีบพูดเพราะตนมีเวลาให้เขาเยาะเย้ยได้อีกไม่นานแล้ว

ปรากฏว่า ปูรณ์ยื่นเช็คเงินสดสามล้านให้ บอกว่านี่คือสิ่งที่จะช่วยชีวิตเขาได้ เป็นเงินสะสมส่วนตัวเอาไปใช้หนี้เสีย

“ทำไม?...” เมธีทั้งดีใจทั้งงง

“ในฐานะประธานไทยธนกิจและผู้ดูแลวรรณดำรง ผมช่วยเหลือคุณไม่ได้ แต่ในฐานะเพื่อนร่วมโลก ผมอยากช่วยคุณ” เมธีน้ำตาคลอ ทรุดลงยื่นมือสั่นเทารับเช็คจากปูรณ์ เอ่ยขอบคุณเสียงเครือ บอกว่าจะไม่ลืมบุญคุณที่ช่วยตนครั้งนี้เลย “ไม่...ถ้าคุณอยากจะจดจำ

อะไร ผมขอให้คุณจดจำไว้ว่า ห้ามคุณคิดทำร้ายหรือทำลายวีว่าอีกเป็นอันขาด เพราะไม่อย่างนั้นคุณจะได้รับการปฏิบัติจากผมที่ต่างออกไปจากนี้อย่างสิ้นเชิง คุณเมธี!”

ปูรณ์เดินกลับเข้าไปในตึก เมธีมองเช็คในมือยิ้มทั้งน้ำตา ฝ่ายชั้นฉัตรที่แอบดูอยู่ ยิ้มและกลับไปทำงานอย่างสบายใจ

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"จีจ้า" โชว์ลีลามวยกรงดุเดือด เล่นจริง เจ็บตัวแต่เป็นเรื่องจิ๊บๆ

"จีจ้า" โชว์ลีลามวยกรงดุเดือด เล่นจริง เจ็บตัวแต่เป็นเรื่องจิ๊บๆ
22 พ.ย. 2562
08:15 น.