ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: เกรท หวนหวาน แมท ลุ้น 'ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ'



วินาทีที่วิคเหนี่ยวไก ปูรณ์ตวัดเตะตัดขาจนมันล้ม ปูรณ์กระโดดคร่อมระดมต่อยมันไม่ยั้ง แต่พอวิคลุกขึ้นได้มันยิงเฉี่ยวขาปูรณ์จนบาดเจ็บ มันจ่อปืนจะยิงซ้ำ

พริบตานั้น ท่อนไม้ท่อนหนึ่งก็ฟาดเข้าที่กลางหลังมันอย่างแรง มันล้มกลิ้งปืนในมือลั่นกระเด็นจากมือ แต่อีกมือของมันยังถือโทรศัพท์ที่คุยกับสวัสดิ์และคุณหญิงแขอุไรอยู่

“วีว่า...” ปูรณ์อุทานเมื่อเห็นวีว่าถือไม้ที่ฟาดวิคเมื่อครู่นี้

“อาปูรณ์” วีว่าร้องเรียกอย่างเป็นห่วง

เสียงของทั้งสองเข้าไปในโทรศัพท์ สวัสดิ์ตกใจร้องถาม “เกิดอะไรขึ้นไอ้วิค!”

วีว่าทิ้งไม้วิ่งมาประคองปูรณ์เร่งให้รีบไปกันเถอะ แต่ปูรณ์ขยับตัวไม่ขึ้น วีว่าจะช่วยประคอง แต่ถูกวิคกระชากผมจนหน้าหงาย มันเห็นวีว่าในร่างมุกริน มันเย้ยว่ายังไม่ถึงคิว อย่าลัดคิว มันกระชากเธอขึ้นมาตบจนวีว่าล้มกลิ้งไปกับพื้น

ลมที่ถูกคนงานสกัดไว้ที่เชิงสะพานเขาวิ่งฝ่าคนงานข้ามไปยังกลางสะพานที่กำลังมีเหตุการณ์อยู่

เวลาเดียวกันนี้ ที่สะพานวิคกำลังต่อสู้กับปูรณ์และวีว่าในร่างมุกรินในขณะที่โทรศัพท์ก็ยังเปิดติดต่อกับคุณหญิงและสวัสดิ์ และอัดเสียงทั้งหมดไว้ ฝ่ายลมก็วิ่งตะบึงจากเชิงสะพานขึ้นมา และตำรวจก็นำกำลัง บ่ายหน้ามายังที่เกิดเหตุอย่างเร็ว

วิคจะยิงมุกรินแค้นที่ถูกเธอเอาไม้ฟาด ลมวิ่งตะบึงมาตะโกนสุดเสียง

“ไม่นะไอ้วิค!! แกจะทำอะไร แกตกลงกับฉันแล้วไม่ใช่เหรอ!!”

ปูรณ์หันมองลม ในขณะที่คุณหญิงและสวัสดิ์ชะงักอึ้งเมื่อรู้ว่าลมไปที่นั่น

“อย่าทำบ้าๆนะไอ้วิค แกตกลงกับฉันแล้วไง ว่าถ้าแกปล่อยมุกรินมาให้ฉัน แกจะได้ร้อยล้านจากฉัน”

เสียงตะโกนของลมดังเข้าไปในโทรศัพท์ คุณหญิงด่า “ไอ้ลูกโง่!!” แข่งกับเสียงลมที่ตะโกนบอกวิคว่าถ้าเขาฆ่ามุกรินนอกจากไม่ได้เงินร้อยล้านแล้วยังต้องถูกตำรวจตามล่าด้วย

นาทีนี้มือถือของวิคมีเสียงตะโกนจากทั้งคุณหญิงและลม ฝ่ายหนึ่งสั่งวิคให้ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!! ในขณะที่อีกฝ่ายร้องตะโกนให้ปล่อยเธอ...ปล่อยเธอ...

ปูรณ์ในสภาพบาดเจ็บจนขยับตัวแทบไม่ได้ มองวีว่าที่ถูกวิคจ่อปืนใส่อย่างทรมานใจ

เวลาเดียวกันนั้น รถตำรวจมาจอดที่เชิงสะพานแล้วกำลังตำรวจก็กรูกันวิ่งขึ้นไปบนสะพาน เป็นเวลาเดียวกับที่วิคยิงมุกรินจนร่างเธอกระดอนขึ้นไปก่อนร่วงลงมาแน่นิ่งกับพื้นสะพาน!

คุณหญิงและสวัสดิ์ฟังเหตุการณ์อยู่ต่างยิ้มออกมาอย่างสะใจ ปูรณ์ช็อกกับสิ่งที่เห็น ในขณะที่วิคตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

“แกคิดว่าแกเสนอให้ฉันร้อยล้านแล้วจะทำให้แกมาสั่งฉันโน่นนี่ได้หรือไอ้ลม? สันดานลูกคนรวยอย่างแกมันก็เป็นอีแบบนี้ทุกคน! รู้ไหมว่ากูรำคาญ!! มึงคิดว่ามีเงินก็เอามาฟาดหัวสั่งอะไรใครได้ทุกคนรึ! ประทานโทษ มันใช้ไม่ได้กับคนอย่างฉันว่ะ เพราะคนอย่างฉันมันรู้จักหาเงินได้ด้วยตัวเองอยู่แล้วโว้ย!!”

“ไอ้เวรเอ๊ย แกหักหลังพวกฉัน” สวัสดิ์ตะโกนไปในโทรศัพท์

วิคยังพล่ามอย่างบ้าเลือดว่าตนสะใจมากเวลาที่ได้ฆ่าคน นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ตนยิงมุกริน บอกลมว่ามันอดใจไม่ไหวจิงๆ ลมพุ่งเข้าใส่วิค ทั้งสองล้มลงไปด้วยกันต่อสู้กันกลิ้งอยู่กลางสะพาน แล้วจู่ๆก็มีเสียงปืนลั่นขึ้น ลมผงะยกมือตัวเองขึ้นดู จึงรู้ว่าตัวเองถูกยิงที่ท้อง

ลมล้มลงกับพื้น วิคพุ่งเข้าไปพูดใส่หน้าว่า “มึงมันโง่มากเพื่อน มึงรู้ไหมว่ามึงจะเป็นคนสุดท้ายที่กูอยากยิง!” แต่แล้วมันก็เปลี่ยนใจจะสงเคราะห์ให้ลมตายโดยไม่ทรมาน แต่ขณะมันจะเหนี่ยวไกนั้น เสียงผู้กองวริทก็ตะโกนขึ้น

“หยุดนะนายวิค!! นายถูกจับแล้ว!!”

วิคตวัดกระบอกปืนมาทางตำรวจลั่นไกทันที พร้อมกับปืนจากตำรวจก็คำรามขึ้นสามนัดซ้อน วิคกระดอนขึ้นมันตายกลางอากาศ ตกลงมาแน่นิ่งจมกองเลือด เครื่องอัดเสียงดิจิตอลของมันกระเด็นไปที่พื้น!

นาทีนี้...ทุกอย่างสงบนิ่ง เงียบงันราวกับไม่ได้เกิดอะไรขึ้น! มีแต่การเคลื่อนไหวที่ไร้เสียงและอ่อนแรง เมื่อลมกับปูรณ์ต่างพยายามพาร่างที่บาดเจ็บของตนคลานไปหาวีว่าในร่างมุกรินที่นอนจมกองเลือดอยู่ ต่างเข้าไปจนแตะมือเธอไว้คนละข้าง ปูรณ์จับมือวีว่า...ส่วนลมจับมือมุกริน...ในร่างเดียวกัน!

“ไม่นะ วีว่า..มันจะต้องไม่จบลงแบบนี้ อาจจะไม่ยอมให้มันจบลงแบบนี้...” ปูรณ์พร่ำบอกวีว่า

“ไม่เป็นไรนะริน...เดี๋ยวผมจะตามรินไป...ไม่เป็นไรนะ...ไม่เป็นไร...” ลมพยายามบอกมุกรินที่เขาแตะมือเธออยู่ก่อนหมดสติไป...

ผู้กองวริทสั่งตำรวจให้เรียกรถพยาบาลด่วน ไม่นานรถพยาบาลก็มาถึงสองคัน

วินาทีนั้น! มีเสียงแว่วขึ้นข้างหูปูรณ์ที่นอนตาปรือเพราะบาดเจ็บอยู่

“อาปูรณ์...”

ปูรณ์มองไปทันที เขาเห็นร่างคุณลึกลับกับวีว่าที่โปร่งแสงยืนอยู่ด้วยกัน เขารวบรวมแรงถามวีว่าว่าเกิดอะไรขึ้น?

“ร่างของมุกรินดับสูญไปแล้ว จิตของวีว่าเลยไม่สามารถอยู่ในร่างนั้นได้อีกต่อไป” ปูรณ์ถามว่าคุณคือใคร วีว่าบอกว่า นี่คือคุณลึกลับที่ตนเคยเล่าให้อาปูรณ์ฟัง ปูรณ์จ้องคุณลึกลับพึมพำ “คุณลึกลับ...”

คุณลึกลับแปลกใจที่ปูรณ์เห็นตน แต่เรื่องเร่งด่วนเวลานี้คือ ให้ปูรณ์กัดฟันสู้อีกยก ย้ำกับเขาว่า...

“เพราะถ้าคุณช้าเกินไป คุณอาจจะช่วยเหลือวีว่าไม่ได้อีกแล้ว” ปูรณ์ถามงงๆว่าช่วยอย่างไร “ช่วยให้วีว่ากลับเข้าร่างเพราะกำลังเกิดเรื่องกับร่างของวีว่าคุณต้องลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้”

เวลาเดียวกัน ลมที่บาดเจ็บสาหัสแต่ยังจับมือมุกรินไว้แน่น เขาถูกตำรวจนำตัวมาขึ้นรถพยาบาล ลมจับมือมุกรินไว้แน่นไม่ยอมไปหรือถ้าจะไปก็ต้องไปด้วยกัน แต่ในที่สุดลมก็ถูกตำรวจนำตัวไปขึ้นรถพยาบาลจนได้

ตำรวจนายหนึ่งเข้ามารายงานผู้กองวริทว่า ตนเอาเครื่องบันทึกเสียงดิจิตอลของวิคไปก๊อบปี้ไว้แล้ว น่าจะเป็นหลักฐานที่ชี้ชัดว่าใครเป็นผู้ว่าจ้างให้นายวิคฆ่าใครต่อใครไม่หยุดหย่อน อีกครู่เดียวก็มีตำรวจมารายงานว่าตนจะไปสอบปากคำปูรณ์ แต่เขาหายตัวไปแล้ว ผู้กองตกใจว่าปูรณ์หายไปไหน?!

ooooooo

อาการของวีว่าในห้องไอซียูทรุดหนัก พยาบาลมาแจ้งชั้นฉัตรและเจ้าขาที่เฝ้าอยู่ว่า

“อาจารย์หมอให้รีบมาแจ้งว่าคุณวรรณวิวาห์อาการแย่ลง ร่างกายไม่ตอบสนองแล้วค่ะ”

ทั้งเจ้าขาและพี่หมีว้าวุ่นใจมาก ในขณะที่ใจเด็ดกับวารุณีกำลังคุยกับหมอเรื่องจะปล่อยให้วีว่าไปอย่างไม่ทุกข์ทรมานอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย

คุณย่าพริ้มเพราอยู่ที่บ้าน นอกจากได้รับแจ้งว่าชงโชคถูกยิงแล้วต้องตกใจยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าวีว่าหลานรักกำลังอยู่ในอาการวิกฤติ คุณย่ารีบไปโรงพยาบาลทันที

ปูรณ์ขี่ซุปเปอร์ไบค์คันเดิมตะบึงไปโรงพยาบาลอย่างลืมความเจ็บปวดของตัวเองหมดสิ้น ตลอดทางเขานึกถึงคำพูดของคุณลึกลับ...

“ร่างของวีว่าทนสภาวะการรักษาอย่างหนักไม่ไหว หัวใจร่างกายของเธอไม่ตอบสนองแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาก็คือใจเด็ดกับวารุณีกำลังตัดสินใจให้หมอถอดเครื่องช่วยหายใจ คุณต้องรีบไปห้ามเอาไว้ก่อน ถ้าถอดเครื่องช่วยหายใจตอนนี้ จิตของวีว่าอาจจะกลับเข้าร่างเดิมของเธอไม่ทัน แล้วนั่นจะทำให้วีว่า...ต้องจากไปตลอดกาล แต่คุณยังมีเวลา ทำยังไงก็ได้ให้หมอรักษาร่างของวีว่าไว้จนถึงรุ่งเช้ายามพระอาทิตย์ขึ้น แล้วทุกอย่างจะเป็นอย่างที่คุณหวังไว้คุณปูรณ์...ชีวิตของวีว่าขึ้นอยู่กับคุณแล้วตอนนี้...”

ไม่มีอะไรจะสำคัญกว่านี้อีกแล้ว ปูรณ์ขี่ซุปเปอร์ไบค์ไปราวกับเหาะ แต่ก็ยังไม่ทันใจเขา...

คุณย่าพริ้มเพราไปถึงโรงพยาบาล โต้เถียงกับใจเด็ดและวารุณีไม่ยอมให้ปล่อยวีว่าจากไป ในขณะที่ใจเด็ดกับวารุณีก็สงสารลูกไม่ต้องการให้วีว่าต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไปแล้ว ในที่สุดหมอให้เวลา 5 นาทีให้ทุกคนได้สั่งเสียคนไข้ก่อนปล่อยให้จากไปด้วยการถอดเครื่องช่วยหายใจ...

เป็น 5 นาทีที่บีบคั้นจิตใจของผู้สูญเสียอย่างใจเด็ด วารุณี และคุณย่าพริ้มเพราอย่างสาหัส

ปูรณ์มาถึงแล้ว เขารีบขึ้นไปบอกใจเด็ดกับวารุณี...

“อย่าทำแบบนี้...ผมขอร้องล่ะครับ อย่าเพิ่งปล่อยวีว่าไป ผมมีเรื่องจะเล่าให้ทุกคนฟัง”

ปูรณ์เล่าเรื่องที่ตนได้พบกับคุณลึกลับที่ดาดฟ้าโรงพยาบาล แล้วทั้งขอร้อง...อ้อนวอน...

“ผมขอร้องล่ะครับ ผมขอเวลาแค่ 3 ชั่วโมงต่อจากนี้เท่านั้น และถ้าถึงตอนนั้นวีว่ายังไม่ฟื้นขึ้นมาผมสัญญาว่าผมจะปล่อยวีว่าไปอย่างที่ทุกคนต้องการ”

เมื่อยังมีความหวัง ทุกคนจึงรอคอยปาฏิหาริย์ที่อาจจะเกิดขึ้น ตาจ้องนาฬิกา ใจลุ้นให้เกิดปาฏิหาริย์ที่เป็นความหวังสุดท้าย เวลาเดียวกัน ปูรณ์นั่งกุมมือวีว่าอยู่ข้างเตียง บอกเธอว่า...

“กลับมานะวีว่า อาและทุกคนรอวีว่าอยู่...กลับมาเถอะนะ...”

เช้าแล้ว...คุณลึกลับขึ้นไปบนดาดฟ้าโรงพยาบาล ยืนเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า พูดกับใครบางคนบนนั้น...

“ถ้าท่านได้ยินผม...ผมอยากจะขอร้อง...อยากอ้อนวอนท่าน... ในนามแห่งผู้พิทักษ์ตระกูลวรรณดำรง ผมอยากให้ท่านโปรดเมตตาแก่วรรณวิวาห์ วรรณดำรงด้วยเถิด...”

พริบตานั้น แสงพระอาทิตย์สว่างจ้าทอดยาวลงมาเป็นลำ ส่องประกายสีทองอร่ามไปทั่วท้องฟ้า สวยงามอย่างไม่เคยปรากฏ ลำแสงส่องเข้าอาบมือปูรณ์ที่กุมมือวีว่าอยู่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น! เมื่อวีว่าเปล่งเสียงออกมาเบาๆ

“อาปูรณ์...” ปูรณ์อุทานเรียกวีว่าด้วยความดีใจสุดชีวิต วีว่าเอ่ยแผ่วเบาว่า “ค่ะ...วีว่ากลับมาหาอาปูรณ์แล้ว...” พลางค่อยๆยกมือขึ้นกอดปูรณ์... ปูรณ์กอดวีว่าไว้ สองร่างกอดกันด้วยความรักปลื้มปีติ ท่ามกลางแสงทองที่อาบร่างอย่างสวยงาม

ooooooo

ใจเด็ดทนไม่ไหวแล้ว พอได้เวลาก็ลุกขึ้นไม่อยากให้ลูกต้องทรมานอีกต่อไป

แต่พอเปิดประตูเข้าไป ทุกคนตะลึง ช็อก เมื่อเห็นปูรณ์กับวีว่ากอดกันอย่างแนบแน่น อีโนร้องลั่นดีใจสุดชีวิต

“นังวีว่า!! นังวีว่าฟื้นแล้ว!!!”

ทั้งเจ้าขา พี่หมี และอีโนกรูกันเข้าไปหาปูรณ์กับวีว่าทันที ใจเด็ดกับวารุณีตะลึงอึ้ง ใจเด็ดพึมพำแทบไม่รู้ตัว...

“ปาฏิหาริย์...”

คุณย่าพริ้มเพราลุกขึ้นมองภาพในห้องอย่างอัศจรรย์ใจ วีว่าเห็นคุณย่าก็ลุกมาโผกอดคุณย่า

“วีว่า...หลานย่า...” คุณย่าเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอ

“วีว่ากลับมาแล้วค่ะคุณย่า วีว่ากลับมาหาคุณย่าแล้วค่ะ” วีว่ากอดคุณย่าเสียงสั่นเครือด้วยความดีใจเช่นกัน

ทุกคนมองภาพนั้นด้วยความปลื้มปีติ ปล่อยให้ย่าหลานกอดกันท่ามกลางแสงสว่างยามเช้าที่เจิดจ้าจนพร่าเลือน...

คุณลึกลับยังอยู่บนดาดฟ้า มองแสงสีทองที่สาดส่องลงมาหยาดน้ำตาแห่งความปลื้มปีติไหลลงอาบแก้ม สิ่งที่คุณลึกลับร้องขอและอ้อนวอน เป็นจริงแล้ว... ปาฏิหาริย์เกิดแล้วจริงๆ...

ooooooo

ชั้นฉัตรและเจ้าขาเฝ้าชงโชคอยู่ที่โรงพยาบาล พ่อลูกหยอกเย้ากันตามประสาเหมือนเคย ชงโชคนึกได้เอ่ยถาม

“เอ้อ...ได้ยินพวกหมอกับพยาบาลเขาเม้าท์กันใหญ่ว่าจู่ๆหนูวีว่าก็ฟื้นขึ้นมาได้ แถมเหมือนไม่เคยเจ็บเคยป่วยเลยงั้นเหรอ”

“ค่ะ...ทุกคนพากันบอกว่ามันเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ชัดๆ”

“ใช่...แล้วพ่อก็ต้องไปฟังไอ้ปูรณ์มันเล่า พ่อจะยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่ นี่ถ้าไม่ใช่ไอ้ปูรณ์เล่า ผมไม่เชื่อเด็ดขาด แต่ถึงจะเป็นไอ้ปูรณ์ก็เถอะ ผมก็ยังทำใจเชื่อลำบาก”

“เหมือนกับที่แกไม่เชื่อว่าฉันจะไปร่วมกับพวกของคุณหญิงแขอุไรใช่ไหม?”

“แล้วตกลงความจริงมันเป็นยังไงล่ะพ่อ”

ชงโชคนิ่งไป เขาเล่าด้วยสีหน้าจริงจังว่า...

“เรื่องที่เกิดขึ้น ฉันอาจจะทำสิ่งที่หนักมือไปหน่อย แต่แก่จนป่านนี้แล้ว ทำให้ฉันรู้ว่า บางทีการพูดจา ตักเตือน สั่งสอนมันก็ไม่มีประโยชน์ แล้วถ้าไม่ใช้ยาแรงเสียบ้าง เชื้อโรคที่แฝงอยู่มันก็ไม่หายขาด...มาถึงตอนนี้ คุณพริ้มเพราก็คงตาสว่างบ้างแล้วล่ะ”

ชั้นฉัตรกับเจ้าขาอึ้งไปกับคำบอกเล่าของชงโชค

“แฟลชไดรฟ์ที่แกดูดเอาข้อมูลจากคอมพ์ฉันไปน่ะ มันมีคำอธิบายและหลักฐานทุกอย่างอยู่ในนั้น ฉันเคยหลอกสวัสดิ์ว่ามันไม่สามารถเปิดออกได้ แต่ความจริงมันไม่ใช่ แกเอาไปให้ตำรวจเสีย แล้วทุกอย่างจะเปิดเผย” ชงโชคยิ้มตาเป็นประกายก่อนบอกว่า

“ได้เวลาเอาไทยธนกิจกลับคืนมาแล้ว!!”

ชั้นฉัตรกับเจ้าขาหันมองยิ้มให้กันด้วยความตื่นเต้นดีใจสุดๆ

เมื่อเหตุการณ์พลิกผันเช่นนี้ สวัสดิ์ลุกลี้ลุกลนหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางมือหนึ่ง อีกมือลากคุณหญิงแขอุไรผู้เป็นพี่สาว

คุณหญิงแข็งขืนปากก็โวยวายว่า “ฉันไม่ไป๊...ฉันไม่ไป...ฉันจะไปหาลูกฉัน ฉันอยากไปเยี่ยมลูกฉัน...”

“ขืนพี่ไป พี่ก็โดนตำรวจจับแน่...เราต้องเผ่นกันก่อน!” เมื่อคุณหญิงไม่ยอมไป สวัสดิ์ทั้งลากทั้งจูงพาไปที่รถของเขาจนได้ สวัสดิ์ล็อกรถสตาร์ตแล้วขับพุ่งไปหนีตายสุดชีวิต

ooooooo

ปูรณ์เฝ้าวีว่าอยู่ ปล่อยให้เธอนอนหลับจนเต็มอิ่ม เขามองเธอยิ้มไม่หยุด จนวีว่าถามว่ายิ้มอะไรหรือ? เขาบอกว่ายิ้มดีใจที่วีว่ากลับมาแล้ว เธอบอก
ว่าตนไม่ได้ไปไหนสักหน่อยก็แค่อยู่ในร่างมุกรินนั่นเอง

“วีว่าไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะ มีเรื่องราวเกิดขึ้นกับวีว่ามากมายเหลือเกิน วีว่าถูกนายเมธียิง ต้องไปอยู่ในร่างมุกรินที่ตายไปแล้ว เกือบจะต้องแต่งงานกับลม ไทยธนกิจโดนยึดไป ถูกไล่ล่า...ถ้าไปเล่าให้ใครฟังก็คงมีคนหาว่าวีว่าติงต๊องแน่เลย”

ปูรณ์บอกว่าสิ่งที่วีว่าพูดมานั้นตนเล่าให้อาใจเด็ดฟังหมดแล้ว ทีแรกก็ไม่เชื่อ แต่สุดท้ายทุกคนก็ได้วีว่ากลับคืนมา เรื่องจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญอะไรอีกแล้วไม่ใช่หรือ ปูรณ์บอกว่าเวลานี้ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันหมดแล้วเดี๋ยวจะกลับมากันใหม่ ส่วนคุณย่าเองก็กลับไปแล้ว ตนก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน วีว่าถามว่าอาปูรณ์จะไปไหนหรือ?

“อาจะไปเอาไทยธนกิจคืนมาให้วรรณดำรงตามสัญญาไง วีว่าอยู่คนเดียวได้นะ”

วีว่าบอกว่าอยู่ได้ แต่พอเขาจะลุกไป เธอเรียกไว้ “อาปูรณ์...แล้วกลับมาเร็วๆนะคะ วีว่าจะคอยอาปูรณ์ สัญญานะ”

“อาเคยผิดสัญญาเหรอ” ปูรณ์ถามล้อๆ แต่มั่นใจ วีว่ายิ้มกว้างอย่างยอมรับ มองตามปูรณ์ที่เดินออกไปอย่างมีความหวัง

ooooooo

วันนี้ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจ ทั้งแฟลชไดรฟ์ของชั้นฉัตรและเครื่องบันทึกเสียงดิจิตอลของวิค วางบนโต๊ะกลางห้องประชุม เป็นพยานหลักฐานใน
การรายงานของผู้กองวริทต่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อีก 5 คน

ผู้กองวริทรายงานแก่ที่ประชุมว่า จากแฟลชไดรฟ์และบันทึกเสียงดิจิตอลที่นายวิคอัดไว้ตลอด ทำให้เราเห็นภาพของคดีอย่างชัดเจน ทั้งคดีอาญาและแพ่ง โดยคร่าวๆ ตอนนี้เราสามารถระบุได้ว่า คุณหญิงแขอุไร นายสวัสดิ์ และนายลาภิศ กระทำการโดยมิชอบและผิดกฎหมายเพื่อที่จะยึดธนาคารไทยธนกิจเป็นของพวกตน

นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงถึงการจ้างวานนายวิค เพื่อทำการฆาตกรรม นับแต่ฆาตกรรมวรรณวิวาห์ วรรณดำรง ชงโชค และปูรณ์ ผู้กองวริทเสนอว่า

“ผมคิดว่ามันหนักแน่นเพียงพอที่เราจะออกหมายจับและส่งเรื่องให้อัยการฟ้องเอาผิดกับผู้ต้องหาได้แน่นอนครับ”

นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ต่างเห็นด้วย แต่ตอนนี้รู้หรือยังว่าผู้ต้องหาหลบหนีหรืออยู่ที่ไหน

ผู้กองวริทยิ้มอย่างมั่นใจแทนคำตอบ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจประกบทั้งสองไปตามเส้นทางหลบหนีแล้ว และสามารถจับกุมได้ขณะรถติดไฟแดงที่สี่แยกแห่งหนึ่ง!

กลายเป็นข่าวครึกโครมที่ทีวีรายงานเหตุการณ์กันอย่างครึกโครม ตามรายงานข่าว คุณหญิงแขอุไรและสวัสดิ์ถูกจับได้ ส่วนลมหรือลาภิศยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

ข่าวรายงานว่า “การจับกุมในคดีดังกล่าวนี้ นับเป็นข่าวดีสำหรับตระกูลวรรณดำรง เพราะธนาคารไทยธนกิจและบริษัทในเครือทั้งหมดนั้น จะกลับคืนมาสู่ตระกูลอีกครั้งหนึ่ง”

ข่าวรายงานอีกว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ นางสาววรรณวิวาห์ วรรณดำรง ได้เดินทางออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านพักโดยมีครอบครัวและเพื่อนสนิทรอรับอย่างอบอุ่น

ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและร่าเริงของทุกคนที่รอรับวีว่ากลับบ้านนั้น ที่ภายในตึก คุณย่าพริ้มเพรายืนดูอยู่ด้วยแววตานิ่งเฉย อย่างยากที่จะเดาได้ว่าคุณย่ากำลังคิดอะไรอยู่

ooooooo

คุณหญิงแขอุไรถูกขังอยู่ที่โรงพัก ดึกคืนนี้ ผู้กองวริทไปคุยด้วย บอกว่าอยากให้คุณหญิงสารภาพอย่างที่สวัสดิ์ทำ อย่างน้อยศาลจะได้เมตตาลดหย่อนโทษให้บ้างถ้าเห็นว่าผู้ต้องหาสำนึกผิด

คุณหญิงยิ้มหยันว่าน้องชายตนเป็นพวกจิ้งจกเปลี่ยนสี อะไรที่เอาตัวรอดได้เขาก็จะทำ ตนนึกแล้วว่าเขาต้องทำอย่างนี้ แต่ตนไม่ใช่คนอย่างนั้น ผู้กองวริทคาดว่าคุณหญิงคงไม่สารภาพ แต่คุณหญิงกลับพูดหน้าตาเฉยว่า

“ฉันจะสารภาพทุกข้อหา ไม่ใช่เพราะฉันอยากให้ศาลเห็นใจ ฉันไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนมาสงสารหรือเห็นใจฉัน แต่เพราะว่าฉันรู้ดีว่า เกมนี้ฉันแพ้แล้ว คนแพ้ก็ต้องยอมรับชะตากรรมของคนแพ้ นั่นเป็นกฎของเกม! สิ่งที่ฉันทำไปทั้งหมด ฉันคิดดีแล้ว ถึงให้ย้อนเวลากลับไปใหม่ฉันก็ยังจะทำอยู่ดี ผู้ชนะอย่างพวกคุณอยากได้คำสารภาพ ฉันก็จะให้ แต่ฉันขอสิ่งแลกเปลี่ยนเพียงอย่างเดียว...ฉันอยากเจอลูกชายฉัน”

ผู้กองวริทจัดให้คุณหญิงได้ไปพบลมที่ห้องไอซียูในโรงพยาบาล คุณหญิงมองลมที่นอนในสภาพสิ้นหวังอย่างเจ็บปวด ทางตำรวจให้คุณหญิงเยี่ยมได้
30 นาที คุณหญิงจึงรีบเข้าไปหาลมที่เตียง

ลมรู้สึกตัวเอ่ยเรียก “แม่...” อย่างอ่อนแรง บอกว่า “แม่...ผมเจ็บ...” คุณหญิงให้กำลังใจว่าเข้มแข็งไว้เดี๋ยวก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่พอลมถามถึงมุกริน คุณหญิงตัดบทว่าอย่าเพิ่งถามถึงคนอื่นเลย นอนพักให้หายดีก่อน

“รินตายแล้วใช่ไหม...ผมเห็นเธอนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น...อีกไม่นาน...ผมคงตามรินไป...”

คุณหญิงบอกลมว่าตนจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ลมพ้นผิด จะบอกว่าลมไม่รู้เรื่องเหล่านั้น และตนก็จะไม่ยอมให้สวัสดิ์ซัดทอดลมด้วย ลมถามว่า
แล้วแม่ล่ะ แม่ต้องติดคุก?

คุณหญิงบอกลมว่าตนมีเงินส่วนหนึ่งแอบเก็บไว้ให้ลมใช้เมื่อออกจากโรงพยาบาล บอกว่า

“ลูกจะได้ใช้ชีวิตดีๆอย่างที่ลูกต้องการต่อไป...ถึงพ่อของลูกหรือใครๆจะมองว่าแม่เป็นผู้หญิงที่เลวแค่ไหน แต่ผู้หญิงเลวคนนี้ก็ทำทุกอย่างได้เพื่อลูกชาย... ต่อไปเราอาจจะได้เจอกันน้อยลง หรือไม่ได้เจอกันอีก แต่ลมรับปากแม่นะว่าจะต้องอยู่ต่อไปเพื่อแม่ ขอแค่ให้ลูกแม่มีชีวิตที่มีความสุขที่สุดแม่ก็พลอยสุขไปด้วยแล้วลูก”

“แม่...” ลมร้องไห้น้ำตาไหลพราก... “ผมขอโทษครับแม่ ผมขอโทษที่ไม่เคยมองแม่ดีเลย ทั้งๆที่ผมควรจะมองเห็น ผมขอโทษครับ ผมขอโทษ...” ลมไหว้

บอกว่า “ผมไม่เคยบอกเลยว่ารักแม่ มันคงไม่ช้าไปใช่ไหมครับที่ผมจะบอกรักแม่...แม่ได้ยินใช่ไหม...ผมบอกว่า ผม...รักแม่นะครับ...”

เสียงเครื่องช่วยชีวิตลมดังสนั่นขึ้น หมอและพยาบาลรีบเข้ามาดู แต่สัญญาณบอกว่าลมเสียชีวิตแล้ว แขนเขาตกลงข้างตัว คุณหญิงกรีดร้องแทบเสียสติ...

ในที่สุดเธอก็ไม่เหลืออะไรเลยในชีวิต...

ooooooo

หลังจากวีว่ากลับมาอยู่บ้านแล้ว คุณย่าพริ้มเพราให้ป้าแอ๊วมาตามปูรณ์ไปพบ วีว่าใจไม่ดีถามว่าคุณย่าให้อาปูรณ์ไปพบทำไม

เมื่อปูรณ์ไปพบคุณย่าที่ห้องรับแขกที่บ้าน เขาถามอย่างนอบน้อมเช่นเคยว่า “ป้าแอ๊วบอกว่าคุณอามีเรื่องจะคุยกับผม”

คุณย่าชำเลืองมองแว่บหนึ่งด้วยสายตาที่ไม่เปลี่ยนแปลง วางปึ่ง ตามองไปทางตึกเล็ก พูดถึงเรื่องในอดีตให้ฟัง ซึ่งก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับปกรณ์พ่อของ

ปูรณ์ คุณย่าเล่าอย่างไม่ปิดบังว่า ตนรักปกรณ์เยี่ยงหนุ่มสาว แต่ปกรณ์รักตนเยี่ยงน้องสาว คุณย่าเล่าเสียงเครือว่า

“ฉันพยายามใกล้ชิดเขา เขาก็ยิ่งพยายามเหินห่าง สุดท้ายเขาก็ทำร้ายจิตใจฉันด้วยการหนีไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น เขายอมลาออกจากไทยธนกิจ ยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแล้วก็ย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิด

ฉันโกรธ ฉันแค้นเขาจนไม่อยากรับรู้เรื่องราวของเขา ไม่อยากคิดว่ามีผู้ชายคนนั้นอยู่โนโลกใบนี้อีก

จนจู่ๆ...คุณพี่จรัลก็พาเด็กกำพร้าคนนึงที่บ้านถูกไฟไหม้จนญาติๆตายหมดเข้ามาอยู่ในรั้วบ้านหลังนี้ แล้วบอกกับฉันว่าเด็กคนนี้ชื่อปูรณ์ ปูรณ์...ลูกชายของปกรณ์...”

คุณย่ายอมรับว่านั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำความเจ็บแค้นของตน เลยสัญญากับตัวเองว่าจะจงเกลียดจงชังเด็กคนนี้ตลอดไป

หลังจากคุณย่าเล่าถึงเรื่องในอดีตบ่อเกิดของความเกลียดชังปูรณ์อย่างเข้ากระดูกดำแล้ว คุณย่าพูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“ความเกลียดชังเหมือนม่านบังตา ทำให้ฉันตาบอด มองไม่เห็นสิ่งที่เธอเป็น สิ่งที่เธอทำมาตลอดตั้งแต่เข้ามาอยู่ในรั้วบ้านหลังนี้ แต่ถึงฉันจะเห็น ฉันก็ทำเป็นไม่เห็นอยู่ดี เพราะใจฉันมันมืดบอดมากกว่าตาของฉันเสียอีก”

คุณย่าเล่าถึงสิ่งที่ทำให้ความรู้สึกของตนเปลี่ยนแปลงว่า

“จนเช้าวันก่อน วันที่เธอจูงวีว่าออกมาจากห้องไอซียู...วันนั้นฉันเห็นแสงอาทิตย์ที่ส่องมาสว่างไปทั่วร่างของเธอ มันเหมือนแสงนั่นทำให้ตาฉันหายฝ้าฟางหายมืดบอด ฉันตาสว่างและเห็นสิ่งที่เธอทำสิ่งที่เธอเป็นทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตาสิ ใจของฉันก็ด้วย...คนแก่คนนี้เคยดูถูกเธอไว้เหลือเกินว่าเป็นได้ก็แค่ผ้าห่มผืนเก่าๆมีรอยขาดที่น่ารังเกียจและไม่มีค่าอะไร...แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย เธอคือผ้าห่มผืนที่มีค่ามากที่สุดต่างหาก”

คุณย่าเอามือวางที่บ่าปูรณ์อย่างนุ่มนวลเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงว่า “เธอพอจะยกโทษและให้อภัยคนแก่ที่คิดผิดทำผิดกับเธอมาตลอดได้ไหม” ปูรณ์นิ่ง ก่อนเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า

“ผมไม่จำเป็นต้องยกโทษหรือให้อภัยคุณอาเพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นยังไงผมก็เคารพนับถือคุณอาเสมอ ถึงผมจะเกิดในที่อื่น มีสายเลือดอื่น แต่ก็โตมาได้ในรั้วบ้านของวรรณดำรง รั้วบ้านที่คุณอาคอยดูแลอยู่ แค่เพียงคุณอาเข้าใจผมแค่นั้น ก็ทำให้ผมมีความสุขเกินพอแล้วครับ”

คุณย่ายกมือขึ้นลูบหัวปูรณ์อย่างแผ่วเบาราวกับเป็น การต้อนรับเขาเข้ามาเป็นสมาชิกในวรรณดำรงอย่างเต็มใจ

เมื่อปูรณ์เดินออกมาเจอวีว่าที่เฝ้าดูอยู่อย่างเป็นห่วงถามเขาว่า คุณย่าเรียกไปคุยอะไร บอกตนได้ไหมจะได้ไปช่วยพูดให้ ปูรณ์ไม่ตอบแต่รวบร่างวีว่าเข้าไปกอดอย่างนุ่มนวล เป็นสัมผัสแทนคำตอบที่ทำให้วีว่ากอดตอบเขาด้วยความดีใจ...

ooooooo

วันต่อมาปูรณ์ในชุดสูทสง่างาม เดินเข้าไปในไทยธนกิจท่ามกลางการต้อนรับอย่างปลื้มปีติของพนักงาน ชั้นฉัตรเข็นรถให้ชงโชคนั่งตามเข้าไป เสียงปรบมือต้อนรับกึกก้องไปทั้งไทยธนกิจ...

ปูรณ์และวีว่าไปที่หลุมฝังศพมุกรินที่สุสานแบบคริสต์ เธอเอ่ยกับปูรณ์ว่า

“ถ้ามุกรินรู้เธอคงดีใจนะคะ ที่สุดท้ายคนก็พากันกลับมารักเธอ...” วีว่าพูดเหมือนจะสื่อถึงใครบางคนว่า “การที่ฉันได้อาศัยอยู่ในร่างเธอ แม้ว่ามันจะไม่นาน แต่ฉันหวังว่า ฉันจะได้ทำในสิ่งที่เธอต้องการบ้างนะ...แล้วถึงฉันจะไม่ค่อยรู้จักเธอ แต่เธอก็ทำให้ฉันรู้จักโลกนี้ดีขึ้นกว่าเดิมนะมุกริน...ฉันได้รู้ว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่มีชื่อเสียง ลาภยศ หรือมีอะไรมากมาย...แต่อยู่ที่มีคนรักเรา แล้วเราก็รักเขามากกว่า...และถ้าสวรรค์มีจริง ฉันหวังว่าเธอจะได้อยู่บนนั้น...แล้วได้เจอกับลมนะ”

ooooooo

กลับถึงบ้านวรรณดำรง วีว่ามองไปที่สวนเห็นมีหุ่นแขวนชุดเจ้าสาวตัวสวยของเธออยู่กลางสวนอย่างสวยงาม วีว่าเดินไปดูยิ้มอย่างมีความสุข

“ชุดเจ้าสาวชุดนี้จะได้สวยไร้ตำหนิเหมือนเดิมเมื่อมันกลับคืนสู่เจ้าของท่ีแท้จริง” เสียงปูรณ์เอ่ยจากข้างหลังวีว่าขอบคุณอาปูรณ์ รำพึงถึงชุดเจ้าสาวที่ตนเกือบได้ใส่ ต่อมามุกรินเกือบได้ใส่ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครได้เคยใส่ ปรารภว่าอาจเป็นชุดต้องสาปก็ได้ เป็น “ชุดเจ้าสาวที่ไม่มีเจ้าสาวคนไหนได้ใส่มัน”

“งั้นอาว่าถึงเวลาที่จะทำลายคำสาปเสียทีแล้วนะ” ปูรณ์พูดอย่างมีความหมายว่า “ชุดเจ้าสาวตัวนี้สมควรถูกสวมใส่โดยคนที่ตัดเย็บมันขึ้นมาเสียที...อาอาจไม่ใช่ผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก แต่อาสัญญาว่าอาจะพยายามเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดสำหรับวีว่าเพียงคนเดียว...แต่งงานกับอานะ”

วีว่ายิ้มอย่างตื้นตันใจ พยักหน้ารับน้ำตาไหลพราก...

พิธีแต่งงานจัดขึ้นท่ามกลางความปลื้มปีติของทุกคน เมื่อเข้าทำพิธีในโบสถ์ วีว่าก็ได้กล่าวในพิธีตามบาทหลวงอย่างจริงจัง หลังจากเคยเล่นมานับครั้งไม่ถ้วนกับอาปูรณ์ในวัยเด็กมาแล้ว

หลังพิธีแต่งงาน วันนี้วีว่าในชุดเดินทางท่องเที่ยวเข้าไปกราบแทบเท้าคุณย่าอย่างอ่อนน้อม ก่อนจะเงยหน้าเอ่ยกับคุณย่าที่เธอรักว่า

“วีว่าขอบคุณคุณย่ามากนะคะ”

“หลานย่าจะมาขอบคุณย่าเรื่องอะไรกันหรือ?”

“ก็...เรื่องที่คุณย่ายอมให้วีว่าแต่งงานกับอาปูรณ์ไงล่ะคะ”

“แล้วทำไมย่าจะไม่ยอมล่ะ” คุณย่ายิ้ม เชยคางวีว่าขึ้นมองเต็มตา พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ปูรณ์เป็นคนดีก็ย่อมเหมาะสมกับคนดีๆอย่างหลานของย่าจริงไหม” พลางหันไปหยิบอะไรบางอย่างให้ “ย่าจะเอานี่ให้หลานตั้งแต่หลานฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่ก็หลงๆลืมๆประสาคนแก่ไม่ได้ให้เสียที” คุณย่าวางสิ่งนั้นลงบนมือวีว่า มันคือสร้อยล็อกเกตเงินสลักลายเล็กๆสวยงามมาก บอกวีว่าว่า

“สร้อยล็อกเกตนี้ เจ้าสัววรรณ คุณทวดของหนูทำขึ้นมาให้ย่าเก็บไว้สวมตั้งแต่เด็กแล้ว ถึงเวลาที่ย่าจะส่งต่อให้หลานเก็บไว้บ้าง” คุณย่าเปิดฝาล็อกเกต ภายในเป็นรูปของคุณทวด วีว่ามองอึ้งเพราะรูปนั้นคือคุณลึกลับ แต่พออุทานออกมาคุณย่าถามว่าอะไร

ทันใดนั้นมีลมพัดอ่อนๆเข้ามา แล้วคุณลึกลับก็ปรากฏให้เห็น ท่านส่ายหน้าเชิงบอกวีว่าไม่ให้พูด วีว่าจึงเฉไฉว่าคุณทวดหล่อจัง คุณย่าบอกให้วีว่าสวมไว้

คุณทวดจะได้คอยคุ้มครองให้ปลอดภัย

“วีว่าเชื่อค่ะว่าคุณทวดคอยปกป้องคุ้มครองพวกเราอยู่” วีว่าพูดด้วยความซึ้งใจจากประสบการณ์ของตนคุณย่าบอกว่าเข้ามาหาย่านานแล้วเดี๋ยวปูรณ์
จะรอนาน วีว่าจึงกราบลาคุณย่าลุกเดินออกไป

ปูรณ์กับวีว่าบ่ายหน้าไปยังทะเล ที่กระจกหลังรถพ่นสเปรย์สีขาวว่า “SORRY WE’R IN HONEYMOON”

ปูรณ์กับวีว่าล่องเรือใบสีขาวไปกลางทะเลสีครามกอดกันมองท้องทะเลเวิ้งว้างอย่างมีความสุข ปูรณ์ถามว่าทำไมเธอถึงยอมแต่งงานกับตน วีว่ามองหน้าถามว่า “ทำไมอาปูรณ์ถามอย่างนี้ล่ะคะ”

“ก็ผู้หญิงอย่างวรรณวิวาห์ วรรณดำรง จะเลือกแต่งงานกับผู้ชายที่ดีกว่าอาร้อยเท่าพันเท่าก็ได้นี่นา”

“แล้วผู้ชายพวกนั้นอยู่ที่ไหนล่ะคะ วีว่ามีความสุขเวลาที่ได้อยู่กับผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าวีว่าตอนนี้ ผู้ชายที่รักวีว่า ผู้ชายที่ไม่เคยผิดคำสัญญาที่
ให้ไว้เลย...แค่นี้ก็ดีพอแล้วค่ะ”

“แต่ว่า....”

“ไม่มีแต่ค่ะ” วีว่าทำเสียงดุ “วีว่าพูดชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วค่ะ ห้ามถามอีก ถ้าถามจะโกรธจะไม่รักแล้ว เข้าใจพ้อยท์นะคะ”

“เข้าใจครับผม...” ปูรณ์รีบตอบ ต่างยิ้มและกอดกันอีกครั้ง...

พระอาทิตย์ส่องสว่างจนขาวโพลนขึ้น...กลายเป็นเหมือนห้องสีขาวที่ไม่มีกำแพงและจุดสิ้นสุด เหมือนอยู่ในอีกมิติหนึ่งที่เหนือกาลเวลา...

ลมในชุดขาวเดินเข้ามาท่าทางงงๆ พลันเขาก็มองอึ้ง เมื่อเห็นมุกรินในชุดขาวกำลังยิ้มให้อย่างปลื้มปีติ ลมเดินเข้าไปหา เอ่ยเสียงแผ่วเบา...

“รินรอผมอยู่????”

“ฉันรอคุณอยู่เสมอ...” ทั้งสองเดินเข้าสวมกอดกันด้วยความรัก

“ชีวิตผมอาจจะเลวร้ายเพราะผมทำตัวผมเอง...

แต่รินคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของผม...แต่ผมไม่เคยดูแลรินให้ดีพอเลย... ผมทำร้ายคุณ ผมบังคับให้คุณฆ่าลูกของเรา ผมทิ้งคุณไป ผมพยายามจะแก้ตัว ผมอยากแต่งงานกับคุณ อยากทำให้คุณมีความสุขที่สุด ผมอยากชดใช้คืนวันดีๆให้กับคุณ แต่มันก็สายไปแล้วใช่ไหม... ผมขอโทษนะริน...ผมเสียใจ...”

“แต่ฉันไม่เสียใจ” มุกรินเช็ดน้ำตาให้คนรัก “เพราะสุดท้าย ฉันก็ได้รู้ว่าคุณรักฉันมากแค่ไหน”

มุกรินลูบไล้ใบหน้าลมอย่างอ่อนโยน บอกเขาว่า

“แค่ความรู้สึกที่สัมผัสได้ว่าคุณรักฉันจริงๆ มันก็ทำให้ฉันอภัยให้คุณได้ทุกอย่างแล้วล่ะลม”

ลมมองมุกรินอึ้งอย่างซึ้งถึงใจ เขากอดเธอไว้แนบแน่นถามว่าเธอยังรักตนอยู่ใช่ไหม เธอย้อนถามว่าแล้วทำไมจะไม่รักล่ะ ลมกอดกระชับเธอไว้อีก พร่ำบอกว่า

“ผมจะไม่ยอมจากคุณไปไหนอีก เราจะอยู่ด้วยกัน” มุกรินบอกว่าตลอดไป ลมย้ำตาม “ใช่...ตลอดไป”

ปูรณ์กับวีว่าอยู่บนเรือใบสีขาว ทั้งสองกอดกันมองไปในท้องทะเลสุดสายตาเหมือนมองอนาคตที่สวยงามข้างหน้า

ooooooo

-อวสาน-

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"กิ๊บซี่" โชว์เสน่ห์ปลายจวัก "บุ๋ม" ทึ่งฝีมือนางสาวก้นครัว

"กิ๊บซี่" โชว์เสน่ห์ปลายจวัก "บุ๋ม" ทึ่งฝีมือนางสาวก้นครัว
18 พ.ย. 2562
07:01 น.