ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: เกรท หวนหวาน แมท ลุ้น 'ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ'



ปูรณ์กระชับกอดร่างนั้นไว้ พุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างเร็ว เขาพรวดพ้นผิวน้ำก่อนที่อากาศจะหมด ประคองร่างนั้นจากข้างหลังพาขึ้นเรือ แล้วเขาก็ตะลึงอึ้ง เมื่อคนที่ประคองอยู่นั้นกลับกลายเป็นมุกริน!

แต่ร่างที่ไร้ลมหายใจตรงหน้าเขา ทำให้เขาไม่อาจเสียเวลากับอะไรได้ เขาลงมือปั๊มหัวใจทันที...

ในห้องไอซียู ที่โรงพยาบาล เมื่ออาจารย์หมอหัวหน้าคณะทีมแพทย์ที่รักษาวีว่าออกมา วารุณี ใจเด็ด และเจ้าขาลุกขึ้นไปถามทันทีว่า วีว่าเป็นอย่างไรบ้าง?

“คนไข้หัวใจวายเฉียบพลันอีกครั้งนึงแล้ว” อาจารย์หมอบอก ทุกคนอึ้งไปทันที แต่อาจารย์หมอบอกว่าตอนนี้ปั๊มหัวใจจนคนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว ใจเด็ดถามว่าไม่ได้หมายความว่าเป็นข่าวดีทีเดียวใช่ไหม? “อย่างที่เคยบอก ยิ่งเป็นบ่อยๆ ร่างกายคนก็จะยิ่งแย่ลง เหมือนกำแพงที่ถูกทุบหนักขึ้น ถี่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วมันก็ยิ่งทำให้สิ่งที่พวกเราต้องการเห็นมากที่สุดเป็นไปได้ยาก”

ใจเด็ด วารุณี และเจ้าขา ต่างอึ้ง พูดไม่ออกจนเมื่อตั้งสติได้ วารุณีถามว่าหมายถึงโอกาสที่วีว่าจะฟื้นมีน้อยลงใช่ไหม อาจารย์หมอไม่ตอบ ได้แต่พยักหน้าเบาๆ วารุณีอึ้งแล้วเป็นลมทรุดลง จนใจเด็ดประคองไว้เกือบไม่ทัน

ooooooo

ปูรณ์ยังคงปั๊มหัวใจให้มุกรินไม่หยุด จนทำ CPR หลายครั้งอาการก็ไม่ดีขึ้น ทำให้เขายิ่งร้อนใจ

ข้างหลังปูรณ์ที่เขากำลังวุ่นอยู่กับการช่วยชีวิตมุกรินนั้น คุณลึกลับยืนอยู่กับวีว่า โดยที่ปูรณ์ไม่เห็นและไม่รับรู้อะไร

“นี่มันอะไรกันเนี่ยคุณลึกลับ” วีว่าถาม ตาก็ยังดูการช่วยชีวิตมุกริมของปูรณ์อยู่

“ร่างของมุกรินกำลังจะตายไง เธอถึงได้ออกมาอยู่นอกร่างกับฉันตรงนี้”

“ถ้ามุกรินตายอีกรอบ ก็แปลว่าวีว่ากำลังจะตายจริงๆล่ะสิคะ” คุณลึกลับบอกว่ามันยังไม่ถึงเวลา “ไม่ถึงเวลาอะไร ก็เห็นอยู่ว่าอาปูรณ์กำลังช่วยชีวิตมุกรินไม่ได้อยู่แล้ว” เสียงวีว่าเริ่มตระหนก

“เธอต้องหัดเชื่อในปาฏิหาริย์บ้างนะ อย่างน้อยมันเคยเกิดขึ้นกับเธอมาครั้งนึงแล้วไม่ใช่เหรอ”

“แล้วถ้าปาฏิหาริย์มันไม่มีครั้งที่สองแล้วล่ะ!”

“ถ้าเธอไม่เชื่อในปาฏิหาริย์ เธอก็ควรเชื่อในตัวคนที่เธอรักบ้าง!” คุณลึกลับเสียงจริงจังขึ้น วีว่ามองปูรณ์ที่กำลังช่วยชีวิตมุกรินอย่างตึงเครียด คุณลึกลับถามว่า “เธอมองดูเขาให้ดี เขายอมแพ้ให้เธอเห็นแล้วหรือ”

วีว่ามองปูรณ์ที่ทำ CPR ให้มุกรินอีกครั้ง ทั้งที่เขาเองก็เหนื่อยอ่อนมากแล้ว

แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นจริง! เมื่อมุกรินสะดุ้งไอ และสำลักน้ำทะเลออกมา คุณลึกลับยิ้ม หันมองวีว่าที่ยืนอยู่ข้างๆ ปรากฏว่าเธอหายไปแล้ว

ปูรณ์มองร่างที่นอนอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อเห็นว่าเธอคือวีว่า! เขาทั้งปลื้ม ตื้นตันจนบอกไม่ถูก หันมองคุณลึกลับที่ยืนยิ้มอยู่ด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน

ooooooo

เวลาเดียวกันนี้ ชั้นฉัตรที่ต้องการรู้ว่าชงโชคพ่อของตนกำลังทำอะไรกันแน่ เขาแอบเข้าไปในห้องทำงานของพ่อ เปิดคอมพิวเตอร์ไล่ดูแฟ้มต่างๆ แล้วก็ตาลุกเมื่อเห็นแฟ้มสำคัญ เขาเอาแฟลชไดรฟ์ ก๊อบปี้ข้อมูลไว้ทันที

ขณะนั้นเอง รปภ.ที่เคยเป็นสายให้สวัสดิ์ วางแก้วกาแฟแล้วหยิบหนังสือพิมพ์จะอ่าน แต่สายตาเขาสะดุดเข้ากับหน้าจอกล้องวงจรปิดที่แสดงภาพห้องทำงานของชงโชค เขาสะดุ้งเฮือกอุทาน

“ฉิบหะ...” รปภ.ผู้นั้นลุกพรวดจนแก้วกาแฟหก เขาวิ่งอ้าวออกไปทันที

ชั้นฉัตรก๊อบปี้ข้อมูลเสร็จออกจากห้องพอดี เขาวิ่งมากดปุ่มลิฟต์ รออย่างกระวนกระวาย ครู่เดียวลิฟต์เปิดออก ชั้นฉัตรสะอึกอึ้ง เมื่อคนที่อยู่ในลิฟต์คือสวัสดิ์! เขาตัดสินใจเดินเข้าไปในลิฟต์ ไหว้สวัสดิ์ ก็พอดีประตูลิฟต์ปิด

ชั้นฉัตรตึงเครียด เขากำแฟลชไดรฟ์ในมือแน่น สวัสดิ์ทักสบายๆว่า “มาทำงานวันหยุดด้วยหรือชั้นฉัตร ขยันจังนะ”

“งั้นคุณสวัสดิ์ก็ขยันเหมือนกันนะครับ”

“พอดีผมมาทำงานสำคัญน่ะ” สวัสดิ์พลั้งปาก พอชั้นฉัตรถามว่างานสำคัญอะไร เขาอึกอักแล้วบอกว่าไม่มีอะไร ชั้นฉัตรจึงเงียบไป

ทันใดนั้นประตูลิฟต์เปิด มีพนักงานคนหนึ่งขนแฟ้มกองเกือบท่วมหัวเข้ามา เขาชนชั้นฉัตรโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้แฟลชไดรฟ์ในมือชั้นฉัตรร่วง เขารีบก้มเก็บ แต่สวัสดิ์ไวกว่าเก็บไปถือไว้ ชั้นฉัตรอึ้งใจคอไม่ดี แต่แล้วสวัสดิ์ก็ยื่นแฟลชไดรฟ์คืนให้ เตือนว่า “ระวังหน่อยสิ”

ชั้นฉัตรขอบคุณแล้วรีบเก็บแฟลชไดรฟ์ไว้ พอดีลิฟต์เปิดอีกที เขาพยักหน้าให้สวัสดิ์เชิงลาแล้วออกไป สวัสดิ์มองตามอย่างสงสัย แต่พอลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นที่สวัสดิ์จะออก ก็เจอ รปภ.คนนั้นยืนอยู่อย่างเหนื่อยหอบ

สวัสดิ์ชะงัก เห็นอากัปกิริยาของ รปภ. เขารู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่

ooooooo

อีโนนั่งคุยมือถืออยู่ที่ชายหาดด้วยสีหน้าเศร้า หนักใจ เพราะพี่หมีโทร.มาเล่าอาการของวีว่าให้ฟัง อีโนบอกว่าถ้าเสร็จจากทางนี้แล้วจะรีบกลับไป ฝากบอกเจ้าขาด้วย

ขณะนั้นเองทีมงานเดินมาถามหามุกริน เพราะจะขอสัมภาษณ์ไปลงหนังสือด้วย แต่หาตัวไม่เจอ

วีว่าบ่นอุบอิบ บอกทีมงานว่าเดี๋ยวจะไปดูที่ห้องให้ เธออาจจะไปพักผ่อน ให้รอแป๊บนึง แล้วก็ฟิ้วไปตามประสา

เวลาเดียวกัน ที่เรือใบของปูรณ์ เขาเอาผ้าขนหนูมาคลุมให้มุกรินที่นั่งหนาวสั่น และยื่นแก้วน้ำอุ่นให้

“น้ำอุ่น...แค่จิบก็พอ เดี๋ยวจะสำลัก มันจะทำให้คุณดีขึ้น”

มุกรินรับแก้วน้ำอุ่นไปจิบ ตามองปูรณ์ที่นิ่งเหมือนเดิมจนปูรณ์ถามว่ามองอะไรหรือ เธอบอกว่าเปล่า แค่เห็นเขานิ่งมากเหมือนชินกับสิ่งที่เกิดขึ้น ปูรณ์บอกว่าตอนเด็กเล่นกับเพื่อนๆ เจอเพื่อนจมน้ำบ่อยเลยชิน มุกรินยิ้มเอ่ยอย่างชื่นชมว่าเขาเลยกลายเป็นฮีโร่ได้ช่วยชีวิตคนบ่อยใช่ไหม

“ไม่บ่อยหรอก ผมก็แค่คนธรรมดา ถ้าผมเป็นฮีโร่จริง ผมคงช่วยพ่อกับแม่ได้”

มุกรินหน้าสลด ขอโทษที่พูดสะกิดแผลเขา แต่ก็แก้ให้ว่า เพราะตอนนั้นเขายังเด็กจะไปสู้กับไฟไหม้บ้านได้อย่างไร ทำให้ปูรณ์มองหน้าขวับถามว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน

มุกรินอึกอักบอกว่าอีโนเล่าให้ฟัง ทั้งสองคุยกันสบายๆอย่างผ่อนคลาย แต่พอปูรณ์นึกอะไรได้เขาตบเสาเรือใบ มุกรินถามว่าเรือเป็นอะไร เขาบอกว่ากำลังจะหาคำตอบ แล้วลุกเดินไปท้ายเรือกระโดดลงทะเลดำหายไปทันที

มุกรินนั่งจ้องที่ผิวน้ำนานจนเป็นห่วงว่าเขาเป็นอะไรไปหรือเปล่า จู่ๆเขาก็โผล่พรวดขึ้นมาทำเอามุกรินผงะหงายหลัง เธอถามว่าเรือเป็นอะไร ปูรณ์บอกว่านอตตัวหนึ่งหลุดหายไปหางเสือเรือเลยเสีย มุกรินหน้าเจื่อนถามว่าเราต้องติดอยู่กลางทะเลแบบนี้หรือ

“ผมจะลองโทร.มือถือกลับไปที่รีสอร์ต แต่คิดว่าไกลขนาดนี้ไม่น่ามีสัญญาณ วิทยุน่าจะช่วยได้ดีกว่า” แล้วเขาก็เดินไปในห้องท้ายเรือ

ooooooo

ที่หน้าห้องทำงานปูรณ์ พนักงานเดินมาถามเลขาที่นั่งทานขนมสบายๆ เพราะเจ้านายไม่อยู่ว่า ท่านประธานกลับมาหรือยัง เธอบอกว่ายัง ยังอยู่ที่พังงา ถามว่ามีอะไรหรือ

“มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่ฮ่องกง ผมต้องรีบรายงานท่านประธานด่วน”

เลขาจะรีบติดต่อให้ หยิบมือถือโทร.ออก ครู่เดียวก็บอกว่ามือถือท่านประธานปิด เดี๋ยวจะโทร.ไปทางรีสอร์ตแทน

“ทำยังไงก็ได้ครับให้ผมได้คุยกับท่านประธานเร็วๆ” พนักงานคนนั้นท่าทางร้อนใจมาก

เวลาเดียวกัน ที่สนามไดรฟ์กอล์ฟ คุณย่าพริ้มเพราไปรอคุณหญิงแขอุไรอยู่นาน คุณหญิงจึงมาพร้อมกับลม

“สวัสดีค่ะคุณอา มานานแล้วหรือคะ” คุณหญิงไหว้ทักทายอ่อนหวาน ถูกคุณย่าตำหนิที่ไม่ตรงเวลา ลมไหว้ขอโทษ ก็พอดีสวัสดิ์หน้าตาตื่นเข้ามาบอกว่า

ทางฮ่องกงเริ่มไปแล้ว รับรองว่าไม่ผิดพลาด แต่ตอนนี้มีเรื่องน่าห่วงกว่า ลมถามว่าเรื่องอะไร

“เราควรถามคุณชงโชคดีกว่าว่าทำไมอาถึงเห็นลูกชายของเขาเอาแฟลชไดรฟ์เข้าไปดูดข้อมูลจากคอมพิวเตอร์พ่อตัวเอง” สวัสดิ์จ้องหน้าชงโชคถาม “คุณชงโชคไม่ได้บอกให้ลูกชายเขารู้ แล้วที่ผมเห็นมา ท่าทางลูกชายของคุณจะล้วงข้อมูลแผนของเราไปให้คนอื่นเสียมากกว่า ซึ่งนั่นอาจจะเป็นไอ้ปูรณ์หรือตำรวจก็ได้”

“ถ้าเรื่องถึงตำรวจ เราก็จบกันงานนี้” ลมเลิ่กลั่ก

“ไม่! แฟลชไดรฟ์นั่นมันต้องกลับมาอยู่ในมือของพวกเรา! ตอนนี้อาให้ลูกน้องไปเอาแฟลชไดรฟ์นั่นคืนมาแล้ว”

สวัสดิ์พูดขาดคำ ชงโชคก็พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเขาดันไปติดผนัง สวัสดิ์ตกใจไม่คิดว่าคนแก่อย่างชงโชคจะมีแรงมากขนาดนี้ ชงโชคตะคอกสวัสดิ์อย่างโกรธจัด

“รีบโทร.ห้ามลูกน้องหน้าโง่ของคุณเดี๋ยวนี้ อย่าแตะต้องลูกชายผมแม้แต่รอยเล็บข่วน!” สวัสดิ์ถามว่าทำไมตนต้องห้ามด้วย “ก็เพราะคุณน่ะแหละที่กำลังทำแผนของพวกเราแตก!”

สวัสดิ์อึ้งที่เรื่องกลับกลายเป็นว่าตนเป็นคนผิด?? บอกชงโชคว่าตนไม่เข้าใจ?

“ยังไม่ต้องเข้าใจอะไรทั้งนั้น รีบโทร.หาลูกน้องคุณเดี๋ยวนี้...เดี๋ยวนี้!!” ชงโชคตวาดย้ำ จนสวัสดิ์ต้องโทร.สั่งลูกน้องสองคนที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ห้องทำงานของชงโชค พอได้รับโทรศัพท์จากสวัสดิ์ รปภ.ทั้งสองก็มองหน้ากันแล้วถอยกลับ

ooooooo

วารุณีคิดเครียดจนกินอะไรไม่ลง ถามใจเด็ดว่าหรือว่าเราตัดสินใจผิด หรือว่าเราควรปล่อยให้วีว่าจากเราไปเสียที

ทั้งใจเด็ดและเจ้าขามองหน้าวารุณีอึ้ง วารุณีพูดเสียงเครือว่า ตนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า การที่เรายื้อชีวิตลูกสาวของเราอยู่แบบนี้เป็นวิธีที่ดีจริงหรือ

ใจเด็ดบอกว่าเรื่องนี้เราตัดสินใจกันแล้ว และคุณอาพริ้มเพราก็...วารุณีขัดขึ้นทันทีว่า

“ฉันไม่สนใจแล้ว วีว่าคือลูกสาวของฉัน ลูกสาวของคุณ คุณไม่คิดบ้างเหรอว่า เรากำลังทรมาน ทำร้ายลูกสาวของเราอยู่ วีว่าอาจจะไปสบายตั้งนานแล้วไม่ใช่ต้องทนนอนเจ็บปวดกับไอ้เครื่องบ้าๆที่อยู่รอบตัวไปหมด”

“คุณ...”

“ฉันทนไม่ไหว ฉันไม่อยากเห็นลูกเป็นแบบนี้ ฉันทนดูไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”

ใจเด็ดโผกอดวารุณีไว้ เธอร้องไห้อย่างเจ็บปวดกับอกเขา เจ้าขาได้แต่มองพ่อกับแม่อึ้งๆ

ooooooo

สวัสดิ์กดวางสายจาก รปภ. ชงโชคจึงปล่อยมือจากคือเสื้อเขา สวัสดิ์สะบัดตัวไปนั่งจ้องหน้าชงโชคพูดขึงขัง

“ผมว่าถึงเวลาที่คุณจะต้องอธิบายแล้วล่ะครับว่ามันยังไงกันแน่คุณชงโชค!”

“ก็ไม่มีอะไรมาก มันก็มีเหตุผลอยู่ 2 ข้อ” ชงโชคนั่งลงพูดยิ้มๆ “ข้อ 1.ไม่ใช่ว่าลูกชายผมไม่รู้เรื่องแผนของเรา...ชั้นฉัตรรู้ ผมบอกเขาไปตั้งแต่แรก แต่เขาไม่เห็นด้วย แล้วก็ไม่อยู่ข้างเรา เท่านั้นเอง”

ทุกคนมองหน้าชงโชคเขม็ง คุณย่าเอ่ยขึ้นว่า “อย่าบอกนะว่าลูกชายคุณไปเข้าข้างไอ้ปูรณ์!”

“นี่คุณจะบ้าเหรอคุณชงโชค ถ้าคุณไม่มีปัญญาควบคุมลูกตัวเอง แล้วไปบอกแผนให้มันฟังทำไม!” สวัสดิ์ด่า ถูกชงโชคปรามว่าอย่าเรียกลูกชายตนว่ามัน แล้วบอกทุกคนในที่นั้นว่า

“มันแค่เป็นเกมแมวหยอกหนูระหว่างผมกับลูกชาย ผมแค่อยากทดสอบว่าเขาจะอยู่ข้างปูรณ์จริงหรือเปล่า”

ลมถามว่าเรื่องแฟลชไดรฟ์ในวันนี้ก็แปลว่าใช่ ป่านนี้ชั้นฉัตรเอาแฟลชไดรฟ์นั่นไปให้บอร์ด 11 คนดูแล้วจบลงตรงตำรวจมาลากคอพวกเราเข้าคุกงั้นหรือ ชงโชคลุกขึ้นตอบสบายๆว่า

“ผมไม่คิดแบบนั้น แฟลชไดรฟ์นั่นไม่มีทางเปิดออกดูได้ เพราะภายในคอมพิวเตอร์ผมมีโปรแกรมตัวนึงที่เมื่อมีแฟลชไดรฟ์แปลกปลอมที่ไม่ได้เข้ารหัสของผมไว้ เสียบเข้าไปในเครื่องหวังจะดูดข้อมูลออกมา โปรแกรมนั้นจะเปิดขึ้นแล้วส่งไวรัสคอมพิวเตอร์ย้อนกลับไปที่แฟลชไดรฟ์นั่นแทน จนมันใช้การไม่ได้อีกต่อไป”

ชงโชคอธิบายอย่างใจเย็น แล้วหันยิ้มให้ทุกคนก่อนอธิบายต่อไปว่า

“เพราะฉะนั้น เรื่องแฟลชไดรฟ์ในวันนี้จึงทำให้ ผมมั่นใจว่าลูกชายผมไปอยู่ข้างเดียวกับปูรณ์ ซึ่งผมไม่แคร์ เพราะกว่าที่ปูรณ์...” ชงโชคยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูคะเนเวลาแล้วบอกว่า “ซึ่งกำลังลอยอยู่กลางทะเลโดดเดี่ยวอยู่ตอนนี้กว่าจะกลับมาเข้าฝั่งได้ ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว ซึ่งนั่นนำมาสู่คำอธิบายข้อ 2 ที่น่าสนใจกว่าเยอะ...”

คุณย่าถามว่า ยังไง? ชงโชคไม่ตอบ แต่หันมองคุณหญิง สวัสดิ์ และลม พูดต่อเหมือนจงใจพูดกับทั้งสามว่า

“ผมคิดว่า การรู้เรื่องของคุณสวัสดิ์ในครั้งนี้นั้น หมายความว่า มีกล้องวงจรปิดแอบติดอยู่ในห้องผม ซึ่งตีความได้ว่า พวกคุณทั้งสามคนไม่เชื่อใจ หรือคิดจะเล่นไม่ซื่อ ตลบหลังผมกับคุณพริ้มเพรา?”

ทั้งสามอึ้งไปทันที คุณย่ามองขวับด้วยสายตาที่ขุ่นเคือง ในขณะที่ชงโชคนั่งลงด้วยท่าทีที่เหนือกว่าก่อนบอกสวัสดิ์ว่า

“ทีนี้ ถึงตาคุณอธิบายอีกทีนึงแล้วล่ะครับ คุณสวัสดิ์”

สวัสดิ์อึกอัก ไม่รู้จะตอบคำถามนี้ของชงโชคอย่างไรดี

ooooooo

บนเรือใบกลางทะเล...ปูรณ์เดินขึ้นมาหน้าเครียดๆ วีว่าถามว่าตกลงติดต่อใครได้ไหม เขาส่ายหน้าบอกว่ามือถือไม่มีสัญญาณ วิทยุในเรือก็เสีย

วีว่าบ่นหัวเสียว่าทำไมมันบังเอิญขนาดนั้น ปูรณ์บอกว่าตนไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ เชื่อว่ามีคนวางยาเรือตน ใครสักคนที่ต้องการให้ตนอยู่กลางทะเลแบบนี้ เป็นคำชี้แจงที่ทำให้วีว่ายิ่งตกใจ

ฝ่ายอีโนก็ตามหามุกรินวุ่นไปหมด โทร.หาก็ไม่มีสัญญาณเลยสงสัยว่าจะปิดเครื่อง พนักงานมาบอกว่าพวกตนตามหาจนทั่วแล้วแต่ยังไม่เจอ

อีโนเลยยิ่งหงุดหงิด ฉุกคิดว่าหรือมุกรินจะออกไปนอกรีสอร์ต...หรือไม่ใช่...อีโนถามตัวเองแล้วถอนใจโล่งอก พลันก็ลุกพรวด ค้านตัวเองว่าหรือไม่ควรโล่งใจดี...อาการประหลาดของอีโนทำให้พวกพนักงานดูแล้วหันมองหน้ากันงงๆ

ooooooo

เมื่อโต้เถียงกันยุติลง คุณหญิงแขอุไรเดินอ้าวออกมายังรถตู้ที่ติดเครื่องรออยู่ ลมเดินตามมาติดๆ สวัสดิ์รั้งท้ายหน้าจ๋อยๆ คุณหญิงเดินไปด่าสวัสดิ์ไปว่า

“แกสั่งติดกล้องวงจรปิดทุกห้องเพื่อความปลอดภัยงั้นเหรอ?! มันเป็นคำตอบที่โง่มาก!” สวัสดิ์เสียงอ่อยว่าตอนนั้นตนไม่รู้จะตอบอย่างไร “ฉันรู้ว่าแกโง่แต่ฉันไม่คิดว่าแกจะโง่ขนาดนี้” สวัสดิ์ชี้แจงว่าตนก็แค่อยากระวังชงโชคเท่านั้น “แล้วเป็นไง! เจอมันตอกหน้าหงายเข้าให้ แทนที่เราจะดัดหลังมันได้ ทีนี้มันก็ระวังตัวแจเพราะสิ่งที่แกทำลงไปแท้ๆ!”

สวัสดิ์ตะแบงว่าตาแก่นั่นทำเป็นอวดดีไปอย่างนั้น แต่สุดท้ายทั้งตาแก่และยายแก่ก็ต้องเสร็จเรา ถูกคุณหญิงตวาดว่า

“ถ้าแผนฮุบไทยธนกิจยังไม่สำเร็จ อย่าใช้คำว่าเรา! อย่าเอาฉันไปรวมกับคนโง่ๆอย่างแก! กลับเองนะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าแกตอนนี้!!” คุณหญิงสั่งออกรถทันที ทิ้งสวัสดิ์ไว้ตรงนั้น สวัสดิ์มองตามรถไปสบถหัวเสีย

“โธ่โว้ย!!”

เวลาเดียวกัน ชงโชคยังนั่งอยู่กับคุณย่าที่สนามไดรฟ์กอล์ฟ คุณย่าถามว่าเขาเล่นเกมอะไรอยู่ ชงโชคมองหน้าคุณย่าเต็มตา พูดจริงจังว่า

“ผมเป็นคนของไทยธนกิจมาแต่ไหนแต่ไร สิ่งที่ผมจะทำ ผมก็ทำเฉพาะมันเป็นความต้องการของเจ้าของไทยธนกิจเท่านั้น ไม่ใช่เพราะคนอื่น ในเมื่อคุณอยากไล่ปูรณ์ออกไปจากไทยธนกิจนัก ผมก็จะจัดการให้ คุณจะได้เห็นกับตาว่าเมื่อไทยธนกิจไม่มีปูรณ์อยู่ มันจะเป็นยังไง”

“มันจะเป็นยังไง? มันก็ดีขึ้นน่ะสิ เหลือบไรจะได้หายไปจากวรรณดำรงเสียที!”

“งั้นนี่ก็ถึงเวลาที่คุณพริ้มเพราต้องการแล้วล่ะครับ” ชงโชคสรุปแล้วลุกไปตีกอล์ฟ ทิ้งให้คุณย่านั่งเรียบเรียงและลำดับเหตุการณ์อยู่ตามลำพังอย่างหงุดหงิด

ooooooo

ปูรณ์หาทางซ่อมใบพัดเรือ วีว่าอยากช่วยเลยโดดน้ำลงไปด้วย ระหว่างนั้นมีคลื่นซัดวีว่าที่จับหางเสือเรืออยู่หลุดลอยไป หางเสือเรือเลยถูกคลื่นซัดใส่หน้าปูรณ์เต็มๆจนเขาผงะ วีว่ารีบว่ายไปช่วยเขาทันที

เมื่อพากันขึ้นมาบนเรือปรากฏว่าทั้งสองคนหน้าผากแดงช้ำ ทั้งสองผลัดกันทายาทำแผลให้กัน ตลอดเวลาที่ใกล้ชิดและดูแลกัน ปูรณ์รู้สึกว่า หลังจากมุกรินฟื้นขึ้นมาจากการฆ่าตัวตายแล้วเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนคนเดิม ไม่เพียงความรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของมุกรินแต่ปูรณ์ยังรู้สึกถึงความแปลกๆในหัวใจตัวเองด้วย

หลังจากทำแผลให้กันแล้ว ปูรณ์บอกว่าจะลงไปดูวิทยุอีกทีว่าใช้ได้ไหม

เมื่อลงไปใต้ท้องเรือเขามองตัวเองในกระจกอย่างสับสน นึกถึงวันก่อนที่จะมาถ่ายแบบที่พังงา เขาเข้าไปบอกวีว่าที่นอนไม่ได้สติอยู่ว่า หวังว่าเมื่อตนกลับมาจะเห็นเธอตื่นขึ้นมาเพื่อจะบอกว่าสิ่งที่ตนคิดถูกหรือผิด...ขณะเดียวกันก็คิดถึงเหตุการณ์บนเรือกับมุกรินเมื่อครู่อย่างสับสน

ปูรณ์สลัดความคิดสับสนนั้นเตือนตัวเองว่า

“แกยกหัวใจของแกให้ผู้หญิงคนหนึ่งไปหมดแล้ว แกจะมาไขว้เขวเพราะผู้หญิงอีกคนอะไรกันตอนนี้ไอ้ปูรณ์!!”

วีว่าที่อยู่ข้างบนได้พบกับคุณลึกลับ เธอถามว่า เรือเสียนี่เป็นแผนการของเขาหรือเปล่า คุณลึกลับบอกว่าตนไม่มีอำนาจทำแบบนั้นหรอก มันเป็นเรื่องของโชคชะตาต่างหาก

“โชคชะตาอีกแล้ว เอะอะก็โชคชะตา ไอ้การที่ต้องมาติดแหง็กอยู่บนเรือที่เสียกลางทะเลไม่มีเรือผ่านมาช่วยสักลำ แถมลมก็นิ่งสนิทแบบนี้มันเป็นหนึ่งในโชคชะตาด้วยเหรอคะ” วีว่าถามประชด

“ใช่...เธอคงเคยได้ยินใช่ไหมว่าหลังลมที่เงียบสงบ พายุลูกใหญ่จะตามมา มันถึงเวลาที่เธอจะต้องเผชิญกับพายุอีกลูกแล้ววีว่า มันจะเป็นบททดสอบให้เธอได้เรียนรู้อีกครั้งหนึ่ง เตรียมรับมือกับมันไว้ให้ดีนะวีว่า”

วีว่าอึ้ง เธอไม่เข้าใจคำพูดที่เป็นนัยของคุณลึกลับแม้แต่น้อย แต่ความจริงจังทั้งน้ำเสียงและแววตาของคุณลึกลับทำให้เธอรู้สึกกลัวจนหนาว...

ooooooo

แผนการของพวกคุณหญิงแขอุไรโดยใช้ความเกลียดชังปูรณ์ของคุณย่าพริ้มเพราเป็นเครื่องมือเริ่มแล้ว!

บอร์ดทั้ง 11 คนถูกเรียกมาประชุมด่วนที่ห้องประชุมใหญ่ของไทยธนกิจ ทุกคนงงๆกับการเรียกประชุมด่วน จนเมื่อคุณย่าพริ้มเพรา สวัสดิ์ และชงโชคเข้ามา คุณย่าเดินมาที่หัวโต๊ะ สวัสดิ์และชงโชคตามมายืนขนาบสองข้าง

คุณย่าพริ้มเพราแจ้งแก่ที่ประชุมว่ามีเรื่องด่วนมากจึงเรียกประชุมในเย็นวันหยุดเช่นนี้ แล้วแจ้งปัญหาที่เกิดกับไทยธนกิจ โดยให้สวัสดิ์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นสำคัญอย่างยาวนานเป็นคนแจ้งรายละเอียด คุณย่าหลีกทางให้สวัสดิ์ยืนแทน เขาเริ่มพูดทันที

“ความเสียหายเกิดขึ้นที่ฮ่องกง และกำลังลุกลามเป็นไฟไหม้ฟาง ซึ่งถ้าเราตัดสินใจช้าหรือผิดพลาดไปนิดเดียว นั่นอาจแปลได้ถึงการล่มสลายของไทยธนกิจเลยก็ได้!”

บอร์ดทั้ง 11 คนฮือฮาตื่นตัวขึ้นทันทีถามว่าเกิดอะไรขึ้น จังหวะนั้นพนักงานหญิงสองคนถือแฟ้มเข้ามาแจกจ่ายแก่บอร์ดทั้ง 11 คนทันที สวัสดิ์แจ้งแก่บอร์ดทั้ง 11 คนว่า รายละเอียดและที่มาของความเสียหายอยู่ในแฟ้มแล้วขอให้ทุกคนอ่านและฟังตนไปพร้อมๆกัน

ชั้นฉัตรกำลังจะเสียบแฟลชไดรฟ์อันนั้นเข้ากับ Laptop ของเขา เลขาหน้าห้องของปูรณ์ก็โทร.มาแจ้งเรื่องการประชุมของสวัสดิ์และบอร์ดของไทยธนกิจ

ชั้นฉัตรรีบลงไปทันที แต่ไปไม่ลืมหยิบแฟลชไดรฟ์ไปด้วย

สวัสดิ์พูดจบพอดี บอร์ดทั้ง 11 คนอึ้ง เขาชี้แจงต่อไปว่า

“เราคาดว่าเป็นการโจมตีจากนักลงทุนในฮ่องกง แต่ไม่รู้ว่าเป็นกลุ่มไหน แต่เมื่อประเมินมูลค่าความเสียหายที่เราไปลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงมากและล้มลงในที่สุดในจีนจนถึงตอนนี้ประมาณ 15,000 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำครับ และยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไร เราก็ยิ่งเสียหายมากขึ้นเท่านั้น”

รายงานของสวัสดิ์ยังความตื่นตระหนกแก่บรรดาบอร์ดทั้ง 11 คน บางคนถามว่าใครเป็นคนเซ็นอนุมัติให้ไทยธนกิจไปลงทุนในกองทุนนั้น สวัสดิ์ตอบทันทีว่าเป็นไปตามความต้องการของท่านประธาน

เสียงเรียกร้องให้ติดต่อปูรณ์มาแก้ปัญหาให้เร็วที่สุดเข้าทางสวัสดิ์ทันที เขาบอกว่าตนและลูกน้องพยายามติดต่อแล้วแต่ติดต่อไม่ได้ บอร์ดหญิงคนหนึ่งถามว่าแล้วเราจะทำอย่างไร?!

“ก่อนหน้าที่จะประชุมกับทุกท่าน ผมกับทีมงานได้ร่างแผนแก้ปัญหาขึ้นมาแล้ว มันแบ่งเป็น 2 หัวข้อใหญ่ด้วยกัน คือแผนแก้ปัญหาระยะสั้นกับแผนแก้ปัญหาระยะยาว ซึ่งรายละเอียดอยู่ในแฟ้มล่างสุดตรงหน้าทุกท่านครับ”

บรรดาบอร์ดพากันรีบพลิกดู สวัสดิ์แอบยิ้มดีใจที่แผนการกำลังเข้าทางของตนทีละขั้น...ทีละขั้น อย่างง่ายดาย

ooooooo

ชั้นฉัตรถามเลขาของปูรณ์ว่าพวกที่อยู่ในที่ประชุมนั้นเขามาทำอะไรกันและเธอรู้ได้อย่างไร

“ก็แก้วนึกได้ว่าลืมทำรีพอร์ตก็เลยกะมาทำวันหยุด แล้วก็เห็นเข้าพอดีว่าเขาอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่กัน แก้วพยายามโทร.ตามท่านประธานก็ไม่ได้เลยค่ะ ก็เลยลองโทร.หาคุณชั้นฉัตร แต่นี่แหละแก้วรู้สึกมันไม่ค่อยชอบมาพากลนะคะ”

ชั้นฉัตรวิ่งไปที่ลิฟต์ หันมาตะโกนสั่งเลขาให้พยายามติดต่อท่านประธานให้ได้ ความหวังของตนอยู่ที่เธอ!

ในห้องประชุมใหญ่ บอร์ดชายที่อาวุโสที่สุดบอกว่าตนเห็นชอบกับแผนแก้ปัญหาระยะสั้นของสวัสดิ์ บอกบอร์ดคนอื่นว่าไม่มีทางไหนจะแก้ปัญหาให้เลือดของไทยธนกิจหยุดไหลไปมากกว่าวิธีนี้แล้ว บอร์ดทั้ง 10 คนพยักหน้าเห็นด้วย แล้วบอร์ดคนหนึ่งก็ถามถึงแผนแก้ปัญหาระยะยาว

คุณย่าพริ้มเพราก้าวเข้าไปแทนที่สวัสดิ์ประกาศด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า

“แผนแก้ปัญหาระยะที่ 2 นี้ ดิฉันเป็นคนเสนอให้คุณสวัสดิ์ร่างขึ้นเอง มันเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอ ซึ่งนั่นก็คือตัวประธานไทยธนกิจ!”

บอร์ดทั้ง 11 คนชะงัก คุณย่าพูดต่ออ้างว่า

“คุณป๊าของดิฉันและคุณพี่จรัลสร้างระบบบอร์ดนี้ขึ้นมา ก็เพื่อคานอำนาจไม่ให้ตัวประธานไทยธนกิจกระทำการอันมิชอบ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของไทยธนกิจ แม้ว่าประธานจะเป็นสายเลือด ของวรรณดำรงผู้ก่อตั้งไทธนกิจเองก็ตามที ดังนั้น ในวันนี้ดิฉันจึงขอเสนอให้บอร์ดทุกท่านลงคะแนนเสียง เพื่อปลดนายปูรณ์ ออกจากตำแหน่งประธานไทยธนกิจเสีย!”

เสียงฮือฮาอื้ออึงขึ้น บอร์ดอาวุโสหันมองชงโชค เขาพยักหน้านิดๆให้ บรรดาบอร์ดเริ่มกุมหัวซุบซิบกัน คุณย่าพริ้มเพรายิ้มในหน้า รอลุ้นที่จะดำเนินการต่อไปตามแผนการของตน

ที่หน้าห้องประชุม รปภ. 8 คนยืนคุมเชิงอยู่ หัวหน้าของพวกเขาคือคนสนิทของสวัสดิ์นั่นเอง!

ชั้นฉัตรถูกกันไม่ให้เข้าห้องประชุมเด็ดขาด อ้างว่านี่เป็นการประชุมใหญ่ระดับบอร์ดบริหาร ตำแหน่งของเขาไม่สูงพอที่จะเข้าไปได้ ชั้นฉัตรพยายามจะชี้แจง ก็ถูกหัวหน้า รปภ.คนนั้นขู่ว่า

“อย่าให้ผมต้องสั่งลูกน้องหามคุณออกไปเลยครับ”

ชั้นฉัตรชะงัก เมื่อรู้ว่าเข้าไปไม่ได้แน่แล้ว เขาตัดสินใจโทร.หาคนอื่นแทนทันที

ooooooo

ในห้องประชุม บอร์ดชายคนหนึ่งถามคุณย่าพริ้มเพราผู้เสนอแผนขั้นที่ 2 คือปลดปูรณ์ออกจากตำแหน่งประธานว่า คิดว่าการปลดปูรณ์ออกเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่เราควรทำตอนนี้หรือ?

“ใช่ค่ะคุณเอก มันเป็นวิธีการที่ดีและเป็นวิธีการเดียวเท่านั้น”

อีกคนติงว่าปูรณ์เป็นคนเก่งที่สุดที่เราเคยมี ถ้าเรียกเขามาและสั่งให้เขาแก้ปัญหาที่เขาก่อ มันอาจจะ... เขาพูดไม่ทันจบก็ถูกคุณย่าขัดขึ้นว่า

“คุณป๊าของดิฉันสอนคุณพี่จรัลกับดิฉันมาตลอดว่า โลกนี้มีคนเก่งมาก เก่งน้อย สำหรับไทยธนกิจเราต้องการคนเก่งน้อยมากกว่าคนเก่งมากแต่สิ่งที่คนเก่งน้อยต้องมีทดแทนคือการเป็นคนดี” บอดร์ดคนหนึ่งถามแทรกว่า แปลว่าคุณพริ้มเพราเห็นว่าปูรณ์ไม่ใช่คนดี? คุณย่าพริ้มเพราชะงักไป บอร์ดทั้ง 11 คนมองหน้าคุณย่าเป็นตาเดียวรอฟังคำตอบ

คนที่ชั้นฉัตรโทร.หาในเวลาวิกฤตินี้คือเจ้าขานั่นเอง พอรู้เรื่องจากเขา เจ้าขาบอกว่าเดี๋ยวตนจะลองคุยกับพ่อกับแม่ดู แล้วให้ช่วยโทร.หาอาปูรณ์ด้วย หรือไม่ตนก็จะโทร.เฉ่งอีโนให้ตามอาปูรณ์อีกทางหนึ่ง

พอเจ้าขาเล่าให้ใจเด็ดฟังว่าชั้นฉัตรโทร.มาบอกว่า จู่ๆคุณย่า ลุงชงโชคและอาสวัสดิ์ก็นัดบอร์ดของไทยธนกิจประชุมท่าทางเหมือนมีแผนการบางอย่าง ใจเด็ดกับวารุณีมองหน้ากันงงๆ ว่าพวกเขามีแผนการอะไร?

เวลาเดียวกันที่ห้องประชุม บอร์ดทุกคนมองหน้าคุณย่าเป็นตาเดียวรอฟังคำตอบ คนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า

“ถ้าคุณพริ้มเพราตอบคำถามผมได้ว่า ปูรณ์ไม่ใช่คนดีจริงๆ ผมจะเซ็นคำสั่งปลดปูรณ์เป็นคนแรกทันที”

“ฉันมั่นใจ!!” คุณย่าตอบด้วยเสียงก้องกังวานหลังจากนิ่งไปนาน

ทุกคนมองไปที่บอร์ดอาวุโสที่สุดคนนั้น ที่ถือปากกาในมือพร้อมเซ็น ทุกสายตามองลุ้นว่าเขาจะจรดปากกาเซ็นคำสั่งปลดปูรณ์เป็นคนแรกอย่างที่บอกไว้หรือไม่??!!

ooooooo

เมื่อปลดปูรณ์ออกจากตำแหน่งประธานบริษัทได้สำเร็จแล้ว คุณหญิงแขอุไรกับลม สองแม่ลูกทะเลาะกันอย่างรุนแรง เมื่อลมไม่ต้องการอยู่ใต้เงาของแม่ต่อไป เขาไม่เห็นด้วยที่แม่จะขึ้นมานั่งตำแหน่งที่ปรึกษาประธานบริษัทที่ตนนั่งอยู่

คุณหญิงแขอุไรบอกว่า ตนต้องการนั่งตำแหน่งที่ปรึกษาประธานบริษัทเพื่อเยาะเย้ยคุณย่าพริ้มเพราที่ดูถูกตนมาตลอดว่าเป็นได้แค่แม่บ้านที่วันๆเอาแต่ช็อปปิ้งและใช้เงิน พูดใส่หน้าลมว่า

“นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ และแกต้องให้ฉัน!!”

ชั้นฉัตรหลอกพนักงานที่แจกเอกสารแก่ที่ประชุมแล้วมานั่งเล่นไลน์อยู่ข้างนอก บอกว่าตนเป็นลูกของชงโชคในที่ประชุมพ่ออยากได้กาแฟสักถ้วย พอพนักงานคนนั้นไปชงกาแฟ ชั้นฉัตรแอบถ่ายเอกสารที่วางอยู่แล้วออกไปเลย

ปรากฏว่า มันเป็นเอกสารลงมติปลดปูรณ์ออกจากตำแหน่งประธานบริษัท เขาคิดหาทางที่จะเข้าไปในห้องประชุมจึงกดสัญญาณไฟไหม้จน รปภ.ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องต้องแบ่งกำลังกันวิ่งไปดูเหตุการณ์

เมื่อ รปภ.ที่หน้าห้องเหลือเพียง 3 คนรวมทั้งคนที่เป็นหัวหน้าที่เป็นคนใกล้ชิดสวัสดิ์ด้วย ชั้นฉัตรที่กำลังด้อมๆมองๆจะเข้าไป ก็พอดีพวกที่ถูกส่งไปดูไฟไหม้กลับมารายงานว่าเหตุการณ์ปกติ

ชั้นฉัตรกำลังจะเปิดประตูเข้าไป ก็ถูกหัวหน้า รปภ.หันมาเห็น มันจับเขาลากออกไป ชั้นฉัตรตะโกนให้ปล่อยมันก็ไม่ฟังเสียง จะลากเขาออกไปให้ได้

“พวกบอร์ดในห้องตกใจกันหมดนี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!” สวัสดิ์ออกมาตวาด

“คุณนั่นแหละทำบ้าอะไรของคุณ คุณจะปลดปูรณ์ออกจากตำแหน่งไม่ได้นะ!” ชั้นฉัตรตะโกน สวัสดิ์โต้ว่ามันเป็นมติของบอร์ดทั้ง 11 คนต่างหาก

“ไม่มีทาง!เป็นไปไม่ได้!!” ชั้นฉัตรตะโกนลั่น พอดีชงโชคออกมาถามว่าอะไรเป็นไปไม่ได้ แล้วยื่นเอกสารที่บอร์ดทั้ง 11 คนลงนามถอดถอนปูรณ์ออกจากตำแหน่งให้ดู

ชั้นฉัตรตะลึงอึ้งถามว่า “นี่พ่อทำอะไรลงไป!”

“ทำในสิ่งที่ฉันเคยบอกแกแล้วไงล่ะ! ทุกอย่างมันจบแล้ว ชั้นฉัตร!!”

ooooooo

ก่อนหน้านี้ เมื่อชั้นฉัตรแอบถ่ายเอกสารที่พนักงานคนนั้นวางไว้บนโต๊ะ รู้ว่าปูรณ์ถูกปลดจากประธานบริษัท เขาส่งไลน์ให้เจ้าขาทันที

เจ้าขายื่นมือถือให้ใจเด็ดกับวารุณีดูไลน์ที่ชั้นฉัตรส่งมาให้ บอกว่าเป็นเอกสารที่คุณย่าพริ้มเพรากับบอร์ดเข้าไปประชุมวันนี้ เป็นคำสั่งปลดอาปูรณ์ออกจากการเป็นประธานบริษัท

ใจเด็ดพรวดพราดจะออกไป วารุณีเรียกไว้ถามว่าจะไปไหน

“ผมจะไปไทยธนกิจ คุณอาพริ้มเพราทำเกินไปแล้ว ไล่ปูรณ์ออกจากบ้านไม่พอ นี่คิดจะไล่ออกจากไทยธนกิจเลยเหรอ ตำแหน่งประธานนั่นมันเป็นคำสั่งเสียที่พ่อของผมสั่งไว้ในพินัยกรรมนะ ผมทนไม่ไหวแล้ว!!”

วารุณีขอร้องว่าอย่าไปเลย ใจเด็ดถามว่าห้ามตนทำไม เจ้าขาย้ำกับแม่ว่าอาปูรณ์กำลังจะโดนปลดนะ!

วารุณีบอกว่าตนเหนื่อยกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของคุณย่าเจ้าขาเต็มทีแล้ว ย้ำกับใจเด็ดว่าตอนที่เขาขอตนแต่งงาน เขาบอกว่าตนจะไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องทรัพย์สมบัติมรดกบรรดามี เราจะอยู่กันแบบที่เราเป็น แต่นับตั้งแต่พินัยกรรมถูกเปิดตนเห็นแต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น พูดอย่างอ่อนล้าว่า

“ฉันเหนื่อย...ตอนนี้ฉันแค่อยากอยู่ดูแลลูก อยากให้ลูกสาวคนโตของฉันฟื้นขึ้นมา อยากให้บ้านเราอยู่ครบกัน 4 คน พ่อแม่ลูกเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นก็พอแล้ว ฉันไม่อยากรับรู้ไม่อยากเกี่ยวข้องไม่อยากยุ่งกับเรื่องนอกครอบครัวของเราอีก”

“แต่บ้านเราจะนิ่งดูดาย ทิ้งให้อาปูรณ์ถูกคุณย่ารังแกแบบนี้เหรอคะ อาปูรณ์ดูแลวรรณดำรงมาตลอดดูแลบ้านเรา ดูแลแม้กระทั่งร้านวรรณวิวาห์เวดดิ้ง เจ้าขาจะไม่ยอมให้คนที่ดูแลเราทุกอย่างต้องเจอกับเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ เจ้าขาจะไปช่วยกันกับชั้นฉัตร ช่วยให้อาปูรณ์ไม่โดนปลดให้ได้!” เจ้าขาเดินออกไปอย่างมุ่งมั่นเข้มแข็ง

เจ้าขาไปถึงหน้าธนาคาร เจอชั้นฉัตรเดินซึมออกมา เธอวิ่งเข้าไปหาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ชั้นฉัตรมองเจ้าขาอย่างเจ็บปวดดึงเธอเข้าไปกอดแน่น เจ้าขาอึ้งที่โดนกอด แต่รับรู้ได้ทันทีถึงคำตอบที่จะได้รับจากเขา...

ooooooo

ปูรณ์อยู่กับวีว่าในร่างมุกรินบนเรือ ยิ่งอยู่ด้วยกันเขาก็ยิ่งสับสน สงสัย เพราะมุกรินที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้านี้ไม่เหมือนมุกริน เวลแม็กซ์ ที่ตนรู้จัก แต่กลับมีอุปนิสัยและคำพูดที่เหมือนวีว่าจนแทบถอดแบบออกมา

วีว่าต้องการพิสูจน์ให้ได้ว่าใจของอาปูรณ์นั้นอยู่กับใครกันแน่ จนทนไม่ได้ถามตรงๆว่า

“คุณชอบผู้หญิงที่ชื่อมุกรินที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้ไหม” ปูรณ์หงุดหงิดถามว่าเธอแอบขึ้นเรือตามมาเพื่อจะถามคำถามที่เลอะเทอะนี้หรือ เธอถามทั้งที่ตัวเองกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายที่ทิ้งหลานสาวตนไปหรือ?วีว่าโต้ว่านั่นเป็นสิ่งที่ลมพูดกับนักข่าวแต่ตนไม่ได้รักเขา ปูรณ์ถามว่าทั้งๆที่เขาคือคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้งั้นเหรอ?! ปูรณ์ชี้ให้เธอเห็นว่า

“คนอย่างลม อาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีสักเท่าไรในสายตาผู้ชายด้วยกันอย่างผม แต่การที่ผู้ชายคนหนึ่งอยู่ดูแลผู้หญิงคนหนี่งตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล เพื่อรอให้เธอหายกลับบ้านได้ ผมคิดว่า ผู้ชายคนนั้นรักผู้หญิงคนนั้นมาก”

“งั้นก็แปลว่าอาปูรณ์ก็รักวีว่ามากใช่ไหม?” ปูรณ์ติงว่านั่นไม่เกี่ยวกับคำถามที่เธอถามตนเลย “เกี่ยวสิ เพราะคำถามที่วีว่าอยากถามอาปูรณ์จริงๆก็คือ ตกลงอาปูรณ์รักวีว่าหรือรักมุกรินกันแน่???”

วีว่าในร่างมุกรินถามตรงเสียจนปูรณ์ชะงักงัน เมื่อถูกรบเร้าให้ตอบ เขาบอกว่า “ผมรู้สึกชอบคุณนะมุกริน” วีว่าอึ้งไปทันทีย้ำถามว่าคำตอบในใจของเขาคือ ตน มุกรินใช่ไหม แล้วเธอก็ผงะเมื่อเขาบอกว่า “ไม่ใช่!” แต่ตอบด้วยความจริงใจว่า “ผมชอบคุณ ชอบที่คุณเป็นแบบนี้ แต่ผมรักคุณไม่ได้...” มุกรินถามว่าเพราะตนกำลังจะแต่งงานกับลมใช่ไหม? ปูรณ์ตอบทันทีว่า “ไม่ใช่...แต่เพราะผมรักวีว่า”

วีว่าในร่างมุกรินอึ้งกับสิ่งที่ตนได้ยิน ปูรณ์พูดต่อเหมือนปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับสิบปี...

“ผมรักวีว่ามาตลอด รักตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งเธอกำลังจะจากไป ยิ่งเธอนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่แบบนั้น ผมก็ยิ่งรักเธอและผมก็สัญญากับเธอไว้แล้วว่าจะรักและดูแลเธอไม่ว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่ คุณอาจจะหาว่าผมเพี้ยนนะมุกริน บางขณะที่อยู่กับคุณ ผมยังเห็นคุณเป็นวีว่า แม้แต่ตอนที่ลงไปช่วยคุณใต้น้ำ ผมยังเห็นว่าคุณเป็นวีว่าเลย นั่นยิ่งเป็นคำตอบได้ดีว่าผมรักวีว่ามากแค่ไหน มากจนมองคนอื่นเป็นเธอได้ตลอดเวลา”

วีว่าซึ้งใจจนร้องไห้ ปูรณ์ยืนยันว่าอยู่ใต้น้ำตนเห็นเธอเป็นวีว่า แต่พอขึ้นมาผิวน้ำเธอก็กลายเป็นมุกรินคนเดิม

“ก็ดี...งั้นฉันจะลองพิสูจน์อะไรบางอย่าง”

ปูรณ์งงว่าเธอจะพิสูจน์อะไร แต่คุณลึกลับตกใจเพราะรู้ว่าเธอจะทำอะไร เขาห้ามวีว่า เตือนสติว่าโอกาสครั้งที่สามของเธออาจจะไม่มีแล้วก็ได้เพราะ

“ถ้าร่างกายของมุกรินเป็นอะไรไปอีก เธออาจจะไม่ได้กลับมาเหมือนกันนะวีว่า!”

“แต่ก็ดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้อยู่ดี อยู่ในร่างคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวฉัน” คุณลึกลับบอกว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะทำเรื่องแบบนี้ “พอเสียที! ฉันอยากพิสูจน์ นี่มันชีวิตฉัน ฉันอยากกำหนดชีวิต กำหนดโชคชะตา กำหนดเวลาของฉันเองและฉันคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ!” ระหว่างที่วีว่าโต้เถียงกับคุณลึกลับนั้น ปูรณ์ได้ยินแต่วีว่าพูดคนเดียว เขาถามงงๆว่า

“คุณพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ คุณกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่??”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เคลลี่” สะดุ้ง แฟนละคร “เวราอาฆาต” อินหนัก ด่าแรง หวั่นดราม่าทำคนเกลียด

“เคลลี่” สะดุ้ง แฟนละคร “เวราอาฆาต” อินหนัก ด่าแรง หวั่นดราม่าทำคนเกลียด
23 มิ.ย 2564

11:45 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 13:55 น.